คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS

Xiaomi เปิดตัวอุปกรณ์ AIoT เพียบ ทั้งเครื่องฟอกอากาศ หุ่นยนต์ถูพื้น และสมาร์ททีวี

นอกจาก Xiaomi จะนำ Redmi Note 11 Series ที่รอบนี้ขนมาถึง 4 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 11 ธรรมดา, 11s, 11 Pro และ 11 Pro 5G มาเปิดตัวแล้ว พวกเขายังถือโอกาสนำอุปกรณ์ AIoT อย่าง เครื่องฟอกอากาศ, หุ่นยนต์ถูพื้นอัจฉริยะ และสมาร์ททีวี ว่าแต่จะมีฟีเจอร์อะไรเด็ดๆ บ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยครับ

เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro จะมาพร้อมกับสโลแกน “Breathe Clean, breathe healthy” มาพร้อมกับความสามารถในการปล่อยไอออนประจุลบในอากาศ ควบคุมมลพิษต่างๆ รอบตัวได้ มีตะแกรงฝาปิดถอดทำความสะอาดได้ เซ็นเซอร์ดักจับ PM2.5 และ PM10 ด้วยความแม่นยำสูง อายุการใช้งานแผ่นกรองนานสูงสุด 12 เดือน และสามารถใช้งานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant และ Alexa จาก Amazon ได้

โดย Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro จะมีราคาอยู่ที่ 8,490 บาท และนอกจากนี้ Xiaomi ยังได้ขนเอาตัวเลือกอื่นๆ ที่มีราคาถูกลงให้กับผู้บริโภคได้เลือกอีกด้วยอย่าง Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite และ 4 ธรรมดา ที่ประสิทธิภาพไม่แพ้กับรุ่น Pro เลย ซึ่งราคาก็จะลดหลั่นไปจากตัว Pro เล็กน้อยตามภาพด้านบนเลยครับ

หากใครซื้อ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Series รุ่นใดก็ได้ ภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้ รับไปเลยปฏิทิน Creative Calendar จาก Xiaomi ไปแบบฟรีๆ

หุ่นยนต์ถูพื้นอัจฉริยะ

มาถึงหุ่นยนต์ถูพื้นอย่าง Mi Robot Vacuum-Mop 2 Ultra รุ่นท็อป มาพร้อมกับแท่นกำจัดฝุ่นอัตโนมัติ แรงดูดที่ทรงพลังถึง 4000Pa เลเซอร์นำทาง LDS สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้แบบ 3 มิติ ถุงเก็บฝุ่นความจุ 4 ลิตร และแบตเตอรี่ 5200 mAh ทั้งหมดนี้ในราคา 14,990 บาท

นอกจากรุ่น Ultra แล้ว ยังมี Mi Robot Vacuum-Mop 2 Pro ซึ่งเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถถูพื้นด้วยความถี่ถึง 10,000 ครั้งต่อนาที จดจำพื้นผิวในการทำความสะอาดได้ มีเซ็นเซอร์นำทางด้วยเลเซอร์ LDS แรงดูดทรงพลังถึง 3000Pa และแบตเตอรี่ขนาด 5200 mAh ที่ทาง Xiaomi เคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 170 นาที หรือ 2 ชั่วโมงเศษๆ เลยทีเดียว โดย Mi Robot Vacuum-Mop 2 Pro มาในราคา 10,990 บาท

นอกจากนี้ยังมี Mi Robot Vacuum-Mop 2 รุ่นธรรมดา ที่สเปคแทบจะไม่ต่างกับรุ่น Ultra หรือ Pro เลย มาพร้อมกับแรงดูด 2700Pa การวาดแผนเส้นทางอัจฉริยะโดย vSLAM และอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 110 นาที หรือเกือบๆ สองชั่วโมง ซึ่งในส่วนนี้ทางบริษัทฯ ก็บอกเอาไว้ว่า เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้เหมาะกับการนำไปใช้งานในห้องอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดต่างๆ ราคาของตัวนี้อยู่ที่ 8,499 บาท

ปิดท้ายกันด้วยรุ่นเล็กสุดอย่าง Mi Robot Vacuum-Mop 2 Lite กันบ้าง มาพร้อมกับแรงดูด 2200Pa ถังขยะขนาด 450 มิลลิลิตร ถังเก็บน้ำขนาด 270 มิลลิเมตร มีเซ็นเซอร์ Gyroscope และกล้องตรวจจับนำทางที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาประมาณนี้ไม่ค่อยใส่มาให้กัน สามารถปรับโหมดทำความสะอาดได้ 3 โหมด และเลือกได้ 4 ระดับความเร็วในการดูดฝุ่น ในราคา 5,499 บาท

โดย Xiaomi จะมีโปรโมชั่น Early Bird ซื้อ Mi Robot Vacuum-Mop 2 Series รุ่นใดก็ได้ ภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้ รับไปเลยเครื่องชั่งน้ำหนัก Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 690 บาท ไปแบบฟรีๆ ไม่เสียเงินสักบาท

สมาร์ททีวี

ปิดท้ายกันด้วย Xiaomi TV Q1E ขนาดหน้าจอ 55 นิ้ว มาพร้อมกับเทคโนโลยี QLED แสดงผลได้สูงสุด 4K รองรับ MEMC, Dolby Vision และ HDR10+ ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android TV และใช้งานคู่กับ Google Assistant ได้ ในราคา 19,990 บาท แต่หากซื้อภายใน 13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ รับส่วนลดไปเลย 2,000 บาท (เหลือเครื่องละ 17,990 บาท) และได้รับ Mi Smart Speaker มูลค่า 990 บาท ไปแบบฟรีๆ

 

from:https://droidsans.com/xiaomi-aiot-air-purifier-robot-vacuum-smart-tv/

เปิดตัว Redmi Note 11, Note 11s, Note 11 Pro และ Note 11 Pro 5G มือถือราคาสุดคุ้ม สเปคจัดเต็ม

มือถือซีรีส์ Redmi Note 11 เปิดตัวในจีนไปตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปี 2021 ด้วยจุดเด่นที่มากับสเปคจัดเต็มในราคาเบา ๆ ซึ่งล่าสุดมือถือซีรีส์นี้ก็ได้ฤกษ์มาเปิดตัวในบ้านเราแล้ว โดยมีทั้ง Redmi Note 11, Redmi Note 11s, Redmi Note 11 Pro, และ Redmi Note 11 Pro 5G โดยรุ่นที่วางขายในบ้านเราจะมีสเปคแตกต่างไปจากรุ่นที่ขายในจีนนะครับ แต่รับรองว่ายังไง ๆ ก็มาแบบจัดหนักจัดเต็มแน่นอน

Redmi Note 11

Redmi Note 11 ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แสดงผลได้คมชัดสีสันสดใส พร้อมรีเฟรชเรท 90Hz ลื่นปรื๊ด ๆ บอกเลยว่ามือถือราคาไม่ถึง 7,000 บาท แต่ได้หน้าจอสเปคขนาดนี้ ไม่ใช่จะหากันง่าย ๆ

สเปคก็แรงพอที่จะรองรับการใช้งานในปัจจุบันได้สบาย ๆ ด้วยชิป Snapdragon 680, RAM มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 4GB และ 6GB มีความจุในตัวอยู่ที่ 128GB จะใช้เล่นเน็ต ดูหนังความละเอียดสูง หรือเล่นเกมกราฟิกจัด ๆ ได้แบบไม่มีติดขัด แบตเตอรี่ให้มา 5000 mAh แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 33W สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% – 100% ได้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

กล้องหลังจัดเต็มเกินราคา ให้มาถึง 4 ตัวประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP โดยโหมดถ่ายรูปต่าง ๆ ก็มาแบบครบครันทั้งโหมด Pro, Portrait, Night Mode ฯลฯ รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ 1080p 60fps (วิดีโอเซลฟี่ได้ที่ 1080p 30fps)

สเปค Redmi Note 11

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Snapdragon 680
  • RAM : 4GB / 6GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Star Blue, Twilight Blue

 

Redmi Note 11s

ต่อด้วยรุ่น Redmi Note 11s ที่มีสเปคดุกว่ารุ่น Redmi Note 11 พอสมควร โดยมือถือรุ่นนี้มากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว รีเฟรชเรท 90Hz ดีไซน์ DotDisplay เจาะรูสำหรับวางกล้องเซลฟี่ไว้ตรงกลางด้านบน แถมยังทนทานรอยขีดข่วนด้วย Gorilla Glass อีก

สเปครองรับการใช้งานในยุคนี้ได้สบาย ๆ ทุกอย่าง แม้กระทั่งเล่นเกม 3D กราฟฟิคงาม ๆ ก็หายห่วง ด้วยชิป MediaTek Helio G96 และ RAM 8GB กับความจุในตัว 128GB ส่วนแบตเตอรี่ก็อัดมาให้เท่ากันที่ 5000 mAh พร้อมชาร์จไว 33W

กล้องหลัง 4 ตัว ที่จัดเต็มกว่าด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงลิ่วถึง 108MP  ส่วนกล้องตัวอื่น ๆ สเปคเดียวกันกับรุ่นด้านบน ทั้งกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP

สเปค Redmi Note 11s

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Helio G96
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Star Blue, Pearl White

 

Redmi Note 11 Pro / Redmi Note 11 Pro 5G

สุดท้ายกับรุ่นท้อปอย่าง Redmi Note 11 Pro และ Pro 11 5G ที่จัดสเปคมาให้แบบเต็มเหยียดทั้งหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+, Color gamut DCI-P3 พร้อมรองรับรีเฟรชเรท 120Hz ให้การแสดงผลได้อย่างลื่นไหลสุด ๆ ไปเลย และยังถูกใจเกมเมอร์ด้วย Touch Sampling Rate ที่สูงถึง 360Hz บังคับเกมผ่านหน้าจอสัมผัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

สำหรับสเปคของ Redmi Note 11 Pro 5G มากับชิป Snapdragon 695 ส่วน Redminote 11 Pro จะใช้ชิป Helio G96 ซึ่งทั้งคู่จะมากับ RAM แบบ LPDDR4x สูงสุด 8GB พร้อมความจุแบบ UFS 2.2 ขนาด 128GB รองรับ microSD card ได้ถึง 1TB ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ 5000 mAh คู่กับระบบชาร์จไวถึง 67W ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็ชาร์จได้ถึง 51% กันเลย

กล้องหลังของทั้ง Redmi Note 11 Pro และ Redmi Note 11 Pro 5G ก็จัดเต็มเหมือนเดิมด้วย กล้องหลักความละเอียด 108MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP

สเปค Redmi Note 11 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Helio G96
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Polar White, Atlantic Blue, Star Blue

สเปค Redmi Note 11 Pro 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 695
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Polar White, Atlantic Blue, Star Blue

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

ราคาของ Redmi Note 11 และ Redmi Note 11s ที่วางขายในบ้านเราก็มีตามนี้เลย

  • Redmi Note 11 (4GB / 128GB) : ราคา 6,299 บาท
  • Redmi Note 11 (6GB / 128GB) : ราคา 6,999 บาท
  • Redmi Note 11s (8GB / 128GB) : ราคา 8,299 บาท

Redmi Note 11 และ Redmi Note 11s ทุกรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายกับร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป และยังจะได้รับของแถมเป็นกระเป๋าผ้า Redmi Note 11 Series มูลค่า 590 บาท ไปด้วยนะ ส่วนอีก 2 รุ่น Redmi Note 11 Pro และ Pro 5G จะตามมาทีหลัง แต่ราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่บ้างต้องมารอดูกันอีกทีครับ

from:https://droidsans.com/redmi-note-11-series-thailand-official/

เสียวหมี่เปิดตัวสมาร์ทโฟน Redmi Note 11 Series พร้อมผลิตภัณฑ์ AIoT

เสียวหมี่(Xiaomi) ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดจาก Redmi ได้แก่ Redmi Note 11 Series พร้อมสร้างตำนานใหม่ผ่านสมาร์ทโฟน 4 รุ่น ประกอบด้วย Redmi Note 11 Pro 5G, Redmi Note 11 Pro, Redmi Note 11S และ Redmi Note 11 มาพร้อมด้วยฟีเจอร์สมาร์ทโฟนคุณภาพคับจอ ไม่ว่าจะเป็นสเปกกล้องที่สูงขึ้น ความรวดเร็วในการชาร์จที่ไวขึ้น หน้าจอที่คมชัดขึ้น และชิปเซ็ต SoC ใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานอย่างลงตัวเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งยุค

Redmi-Note-11

สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดในตระกูล Redmi Note 11 Series สมาร์ทโฟนคุณภาพระดับแฟล็กชิป 4 รุ่นที่ยกระดับ  สเปกและฟีเจอร์ ในราคาจับต้องได้ เริ่มต้นเพียง 6,299 บาท นอกจากนี้ยังขนกองทัพผลิตภัณฑ์ AIoT อีกมากมาย นำโดย Xiaomi TV Q1E 55”, Xiaomi Air Purifier 4 Series, Mi Robot Vacuum – Mob 2 Series และ Redmi Buds 3 Lite มอบความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Xiaomi Ecosystem

กล้องคุณภาพระดับแฟล็กชิปเพื่อการถ่ายภาพอย่างมืออาชีพ

ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพไปกับ Redmi Note 11 Pro 5G, Redmi Note 11 Pro และ Redmi Note 11S ที่มาพร้อมกับกล้องหลักความละเอียด 108MP และเซนเซอร์หลักที่ทำให้คุณสามารถบันทึกภาพและแชร์ช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิตด้วยไฟล์คมชัดสมจริงแบบไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน สมาร์ทโฟนทั้งสามรุ่นยังใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.52” ที่มีกล้องหลักที่ใช้เทคโนโลยีรวมเม็ดพิกเซลแบบ 9-in-1 อีกทั้งยังใช้ Dual native ISO เพื่อให้ภาพที่คมชัดสีสันสดใส แม้อยู่ท่ามกลางสภาวะที่มีแสงน้อย ส่วนเลนส์อัลตร้าไวด์ที่กว้างถึง 118 องศาจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเก็บภาพได้ครบทุกมุมทุกบรรยากาศ เลนส์มาโครระดับ 2MP ที่จะทำให้ทุกการถ่ายภาพระยะใกล้แจ่มชัดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ นอกจากนี้เซนเซอร์ขนาด 2MP ที่มาพร้อมกับ Redmi Note 11 Pro, Redmi Note 11S และ Redmi Note 11 ยังสามารถทำให้ภาพถ่ายคนทุกภาพดูมีมิติสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญที่สุด พลาดไม่ได้กับการเซลฟี่ตัวเองด้วยกล้องหน้าทรงพลังความละเอียดสูงถึง 16MP ที่ให้ภาพคมชัดสดใสทุกมุมมอง

Redmi-Note-11-Series

 

หน้าจอ FHD+ AMOLED DotDisplay ที่มาพร้อมกับอัตรารีเฟรชเรท 120 Hz และรูปทรงแสนบางสุดล้ำ

สมาร์ทโฟนตระกูล Redmi Note 11 Series มาพร้อมกับการอัปเกรดหน้าจอที่ให้อัตรา Refresh Rate สูงถึง 120 Hz และอัตรา Touch Sampling Rate สูงถึง 360 Hz เตรียมยกระดับประสบการณ์การใช้งานแบบลื่นไหลไร้สะดุดด้วยระบบสัมผัสที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว และ 6.43 นิ้วของสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ เป็นรูปแบบ FHD+ AMOLED DotDisplay ที่ DCI-P3 Wide Color Gamut สุดเทพ พร้อมปลดปล่อยทุกสีสันคมชัดสดใส โดยมีค่าความสว่างมากถึง 1200 nit เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแม้เจอสภาวะแสงจ้าระหว่างวัน หน้าจอก็จะยังให้ความคมชัดอยู่เสมอ

ความอลังการสุดล้ำเหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ภายใต้ดีไซน์คอนเซ็ปต์แบบขอบแบนล้ำสมัย ตัวเครื่องยังมีลำโพงคุณภาพสูงถึงสองตัวติดอยู่ที่บริเวณด้านหัวและด้านท้ายเครื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์รับชมความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือรับชมวิดีโออย่างเพลิดเพลิน

Redmi-Note-11S

 

ประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วทรงพลัง

Redmi Note 11 Pro 5G ตอกย้ำการทำงานอย่างเหนือประสิทธิภาพด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon® 695 เทคโนโลยีระดับแฟล็กชิป 6nm แบบ octa-core ที่ให้ประสบการณ์การใช้สัญญาณ 5G ที่แรงและล้ำกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนๆ ด้วยความเร็วสัญญาณ CPU สูงถึง 2.2 GHz นอกจากนี้ Redmi Note 11 Pro และ Redmi Note 11S ยังพร้อมยกระดับการแข่งขันด้วยชิปเซ็ตประมวลผลทรงพลังจาก MediaTek Helio G96 ซึ่งเป็นระบบ octa-core เช่นกันและมี RAM สูงถึง 8 GB

นอกจากนี้ Redmi Note 11 คือสมาร์ทโฟนที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon® 680 ระบบประมวลผลคุณภาพ      ระดับแฟล็กชิป 6nm ที่พร้อมทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและยังประหยัดพลังงานได้ในคราวเดียวกัน โดยสมาร์ทโฟนทั้งสี่รุ่นนี้ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อเนื่องด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh และด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบ 67W Turbo Charging ใน Redmi Note 11 Pro 5G และ Redmi Note 11 Pro นี้ สามารถทำให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 50% ในระยะเวลาเพียงแค่ 15 นาที* ในส่วนของ Redmi Note 11S และ Redmi Note 11 สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยี 33W Pro Fast Charging ที่สามารถชาร์จได้เต็ม 100% ภายในระยะเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง*เท่านั้น

Redmi-Note-11S-Redmi-Note-11

Redmi Note 11 Pro 5G 1และ Redmi Note 11 Pro จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ สำหรับ Redmi Note 11S และ Redmi Note 11 วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 ณ Xiaomi Store ทุกสาขาและร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม พิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อในวันที่ 5 – 28 กุมภาพันธ์ 2565 รับทันที Xiaomi Canvas Tote Bag มูลค่า 590 บาท

  • Redmi Note 11S ความจุ 8GB+128GB ราคา 8,299 บาท
  • Redmi Note 11 ความจุ 6GB+128GB ราคา 6,999 บาท
  • Redmi Note 11 ความจุ 4GB+128GB ราคา 6,299 บาท

นอกจากนี้เสียวหมี่ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT ที่จะมาช่วยยกระดับความสะดวกสบายของชีวิตและเติมเต็ม Xiaomi Ecosystem อีกทั้งหมด 4 ผลิตภัณฑ์ด้วยกัน ได้แก่ Xiaomi TV Q1E 55” สมาร์ททีวีใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่ที่มาพร้อมกับความคมชัดระดับ 4K อีกทั้งยังมีระบบเสียงคุณภาพสูงเปรียบเสมือนการรับชมความบันเทิงในโรงภาพยนตร์, Xiaomi Air Purifier 4 Series เครื่องกรองอากาศดีไซน์มินิมอลจากเสียวหมี่ที่มีประสิทธิภาพในการกรองอากาศสูงถึง 99.97% มาพร้อมกับระบบเซนเซอร์ความแม่นยำสูงเพื่อตรวจจับ PM 2.5 และมลพิษทางอากาศในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งยังสามารถผลิตไอออนประจุลบเพื่อทำให้คุณภาพอากาศภายในห้องสะอาด สดชื่น และบริสุทธิ์มากขึ้นอีกด้วย, Mi Robot Vacuum – Mob 2  Series สามารถทำความสะอาดพื้นห้องของผู้ใช้ได้อย่างสะอาดและแม่นยำในทุกๆ ตารางเมตร ทำให้ห้องของผู้ใช้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกในทุกๆ มุมห้อง นอกจากนี้ยังสามารถรองรับระบบการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant และ Amazon Alexa อีกด้วย

โปรโมชั่น Pre-Order และวันวางจำหน่าย

Xiaomi-TV-Q1E-55

Xiaomi TV Q1E 55”   –  ราคา 19,990 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 ราคาพิเศษ 17,990 บาท พร้อมรับ Mi Smart Speaker มูลค่า 990 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store สาขาที่ร่วมรายการ, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Xiaomi-Smart-Air-Purifier-4-1

Xiaomi Smart Air Purifier 4 (สีขาว) – ราคา 5,999 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับปฏิทิน Xiaomi มูลค่า 290 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Xiaomi-Smart-Air-Purifier-4-Series

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite (สีขาว) – ราคา 3,999 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับปฏิทิน Xiaomi มูลค่า 290 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Mi-Robot-Vacuum-Mop-2-Series

 

 

Mi Robot Vacuum Mop 2 Ultra (สีดำ) – ราคา 14,999 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับ Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 2,690 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

 

Mi Robot Vacuum Mop 2 Pro (สีขาวและสีดำ) – ราคา 10,999 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับ Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 2,690 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Mi Robot Vacuum Mop 2 (สีขาว) – ราคา 8,499 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับ Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 2,690 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Mi Robot Vacuum Mop 2 Lite (สีขาว) – ราคา 5,499 บาท วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Redmi Buds Lite (สีขาวและดำ) – ราคา 599 บาท วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

 

ข่าว: เสียวหมี่เปิดตัวสมาร์ทโฟน Redmi Note 11 Series พร้อมผลิตภัณฑ์ AIoT มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/xiaomi-launches-redmi-note-11-series-smartphones-with-aiot-products/

True และ dtac ยื่นเรื่องต่อ กสทช. เดินหน้าควบรวมก่อตั้งบริษัทฯ ใหม่

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. ได้ออกมาเปิดเผยว่า บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (True) และบมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (dtac) ได้ทำการยื่นรายงานต่อ กสทช. เพื่อแจ้งความประสงค์ที่จะควบรวมธุรกิจก่อตั้งบริษัทฯ ใหม่ร่วมกันแล้ว เป็นไปตามข้อกำหนดและระเบียบที่บอกว่าจะต้องยื่นรายงานต่อเลขาธิการ กสทช. ไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนการดำเนินการ

ผู้บริหารระดับสูงของเทเลนอร์ บริษัทฯ แม่ของ dtac อย่างนายซิคเว่ เบรคเก้ ได้เคยออกมาบอกเหตุผลของดีล True x dtac นี้เอาไว้ว่า ควบรวมกันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันในอนาคตที่ไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศอย่างเดียวจากการพัฒนาการของเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ แม่ทัพของฝั่ง True ได้ออกมาให้ความเห็นว่า การร่วมมือดังกล่าว (ของ True และ dtac) จะเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ “Tech Company” จากสภาพตลาดโทรคมนาคมที่เปลี่ยนไป เพื่อให้แข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกได้ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฮับเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค

โดยทั้ง True และ dtac เตรียมตั้งกองทุนมูลค่า 100 – 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3.294 – 6.588 พันล้านบาท ภายใต้ชื่อบริษัทฯ ใหม่ที่พวกเขาเตรียมเปิดด้วยกัน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการ และ Start-up บนแพลตฟอร์มดิจิตอล เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ในประเทศไทยต่อไป คาดว่าเราน่าจะได้เห็นความคืบหน้าและข้อสรุปของดีล True x dtac ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 นี้ครับ

 

SOURCE :

 

from:https://droidsans.com/true-dtac-nbct-merger-request/

นักวิเคราะห์เชื่อ ไตรมาส 4 ปี 2021 ของ Apple อาจเป็นไตรมาสที่ดีที่สุด

นักวิเคราะห์เชื่อ ไตรมาส 4 ปี 2021 ของ Apple จะเป็นไตรม […] More

from:https://www.iphonemod.net/analyst-say-q4-2021-of-apple-will-be-the-best-quater.html

ลูกค้า ไทยพาณิชย์ ถอนเงินผ่าน ตู้บุญเติม ได้แล้ว แต่มีค่าธรรมเนียม 30 บาท

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศความร่วมมือ บมจ. ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส เจ้าของ ตู้บุญเติม ให้ลูกค้าธนาคารถอนเงินสดจาก ตู้บุญเติมได้ ต่อยอดจากบริการฝากเงิน และยืนยันตัวตน ผ่านตู้ดังกล่าว โดยมีค่าธรรมเนียม 30 บาท

ไทยพาณิชย์

ไทยพาณิชย์ กับความร่วมมืออีกครั้งกับ บุญเติม

รายงานข่าวแจ้งว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ยกระดับพันธมิตรด้านแบงก์กิ้งเอเย่นต์ บมจ. ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส เจ้าของ ตู้บุญเติม เพื่อให้บริการถอนเงินสดผ่าน ตู้บุญเติม Mini ATM กว่า 5,000 จุดทั่วประเทศ ตลอด 24 ชม. โดยลูกค้าธนาคารสามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน SCB Easy และไปรับเงินสดได้ที่ตู้ดังกล่าว

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมตอบโจทย์ความต้องการด้านการเงินของลูกค้าได้อย่างตรงจุด” อรรัตน์ ชุติมิต รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Retail and Business ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าว

ทั้งนี้การถอนเงินสดผ่าน ตู้บุญเติม สามารถถอนเงินขั้นต่ำ 100 บาท สูงสุดครั้งละไม่เกิน 2,000 บาท และถอนได้ 20,000 บาทต่อวัน โดยมีค่าธรรมเนียม 30 บาท แต่ระหว่างวันที่ 18 ม.ค. – 28 ก.พ. 2565 ลูกค้าไทยพาณิชย์ที่ใช้บริการนี้จะได้รับเครดิตบุญเติม 5 บาท เพื่อนำไปใช้บริการต่าง ๆ ที่ตู้ เช่น เติมเงิน, ซื้อแพ็คเกจ หรือจ่ายบิล

สำหรับขั้นตอนการถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ผ่านตู้ บุญเติม Mini ATM มีดังนี้

  1. กดทำรายการถอนเงินผ่านบริการผ่านแบงก์กิ้งเอเย่นต์ บนแอปพลิเคชัน SCB EASY เพื่อรับ QR Code
  2. กดเลือกบริการ ถอนเงิน ที่ ตู้บุญเติม Mini ATM
  3. กดใส่หมายเลขโทรศัพท์ผู้ถอนเงิน
  4. นำบัตรประจำตัวประชาชนใส่ในช่องใส่บัตร และนำ QR Code สแกนที่ตู้
  5. รอรับเงินสดตามจำนวนที่เลือกไว้ได้ทันที

ก่อนหน้านี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมมือกับ ตู้บุญเติม เพื่อให้บริการฝากเงินสด และยืนยันตัวตนเพื่อเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบไม่มีสมุด (ออนไลน์)

อ้างอิง // ไทยพาณิชย์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ลูกค้า ไทยพาณิชย์ ถอนเงินผ่าน ตู้บุญเติม ได้แล้ว แต่มีค่าธรรมเนียม 30 บาท first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/scb-boonterm-atm/

realme ประกาศ เตรียมปล่อยอัปเดต Android 12 ให้ realme Pad ไตรมาสสามปีนี้

ก่อนหน้านี้ realme ได้ออกมาประกาศว่า จะไม่อัปเดต Android 12 ให้กับแท็บเล็ตรุ่นแรกของบริษัทฯ อย่าง realme Pad ลอยแพมันซะดื้อๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่ถึงครึ่งปีดี เรียกเสียงฮือฮาด้านลบในหมู่สาวกหุ่นเขียวกันเป็นแถว แต่ล่าสุดเหมือนจะมีการยูเทิร์นเปลี่ยนใจซะแล้ว เมื่อพวกเขาออกมาประกาศว่า เตรียมปล่อยแพทช์อัปเดต Android 12 ให้กับ realme Pad เร็วๆ นี้

realme ได้บอกกล่าวกับ Android Authority สื่อต่างประเทศชื่อดังว่า realme Pad เตรียมได้รับอัปเดตเป็น Android 12 ในช่วงประมาณไตรมาสที่สามของปี 2022 นี้ พร้อมกับการันตีว่าจะดูแลคอยออกแพทช์รักษาความปลอดภัยให้กับ realme Pad เป็นเวลาทั้งหมด 3 ปีเต็มๆ โดย realme Pad เพิ่งจะเดินทางมาเปิดตัวเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ realme UI for Pad บนพื้นฐาน Android 11

นอกจากนี้ realme ยังได้ทำการลบข้อความที่บอกว่าจะไม่อัปเดต Android 12 ให้กับ realme Pad ที่เคยกล่าวเอาไว้เมื่อประมาณไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทิ้งไปจากหน้า FAQ ของเว็บไซต์อีกด้วย

โดยต้องรอติดตามกันต่อไปว่า Android 12 ที่ทาง realme จะอัปเกรดให้กับ realme Pad นั้นจะเป็น Android 12 เวอร์ชั่นธรรมดา หรือ Android 12L ที่ดีไซน์ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์หน้าจอใหญ่โดยเฉพาะ

SOURCE :

from:https://droidsans.com/realme-pad-to-be-updated-to-android-12-after-all/

realme ประกาศใหม่ realme Pad จะได้อัปเดต Android 12 ด้วย

ก่อนหน้านี้ ทางตัวแทนของ realme เผยว่า realme Pad หรือแท็บเล็ตรุ่นแรกของ realme จะได้รับอัปเดตถึงแค่ Android 11 เท่านั้น แต่จะยังมีอัปเดตความปลอดภัยให้อยู่ สร้างความผิดหวังให้กับผู้ที่ซื้อแท็บเล็ตรุ่นดังกล่าวไปพอสมควรเพราะใช้ยังไม่ทันไรก็ได้แพแล้วซะงั้น

อย่างไรก็ตาม หลังกระแส realme แจกแพทำให้ภาพลักษณ์ของแท็บเล็ตรุ่นดังกล่าวดูไม่ดีนัก ทาง realme ก็ได้ออกมายืนยันอีกรอบว่าจะมีการอัปเดต Android 12 ให้กับ realme Pad อย่างแน่นอน

สำหรับตารางการอัปเดตของ Android 12 จะอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งผู้ใช้งาน realme Pad ก็ต้องรอกันสักพักหนึ่งครับกว่าจะมี Android 12 มาให้อัปเดต ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า Android 12 จะเป็นอัปเดตเวอร์ชันสุดท้ายสำหรับ realme Pad ด้วยหรือไม่

ส่วน Android 13 ทางเว็บไซต์ต่างประเทศได้ข้อมูลจาก realme บอกว่า “ยังไม่มีแผนใด ๆ ในตอนนี้”

ข่าว: realme ประกาศใหม่ realme Pad จะได้อัปเดต Android 12 ด้วย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/realme-pad-will-get-android-12-after-all-update-time-frame-revealed/

เมื่อจีนแพ้ไต้หวัน! Tencent โดน TSMC ปาดหน้า ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในเอเชีย

เมื่อจีนแพ้ไต้หวันเสียเอง! ล่าสุด Tencent โดน TSMC ปาดหน้า คว้าตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในเอเชีย ด้วย Market Cap กว่า 6 แสนล้านเหรียญ

บริษัทใหญ่จากไต้หวันมูลค่าแซงจีน

“TSMC กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียเรียบร้อยแล้ว”

และสิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้ร้อนแรงขึ้นไปอีกคือการที่ผู้ผลิตชิปสัญชาติไต้หวันรายนี้ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 แห่งเอเชีย ด้วยการแซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีจากจีนอย่าง Tencent Holding ที่เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีชั้นนำจากจีน

The Wall Street Journal รายงานว่าล่าสุด มูลค่าตลาด (Market Capitalization) ของ TSMC เติบโตทะลุ 6 แสนล้านเหรียญ (ประมาณ 19.8 ล้านล้านบาท) เข้าไปแล้ว จากข้อมูลของ S&P Global Market Intelligence ส่วนมูลค่าตลาดของ Tencent อยู่ที่ 5.69 แสนล้านเหรียญ (18.7 ล้านล้านบาท)

ตอนนี้ TSMC คือบริษัทที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก ถ้าจะพูดให้เห็นภาพชัดๆ ก็คือตามหลังบริษัท Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett ด้วยช่องว่างไม่มากนัก

บริษัทจีนโดนคุมเข้มหนัก

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Tencent อันดับร่วง คือการที่รัฐบาลจีนแผ่ขยายบทบาทควบคุมบริษัทเทคโนโลยีของรัฐบาลจีน ตั้งแต่ปลายปี 2020 เมื่อรัฐบาลประกาศให้การ IPO ในตลาดเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงของ Alibaba ไม่ผ่านเงื่อนไขด้านการกำกับดูแลบางประการ 

ไล่ไปจนถึงการคุมเข้มบริษัทอื่นๆ ทั้ง Tencent, Didi, TikTok และยังมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ในธุรกิจสอนพิเศษ และวิพากษ์วิจารณ์ธุรกิจเกม

ประเด็นคือ เรื่องราวของบริษัทในจีนสวนทางกับไต้หวันพอสมควร เพราะในปีที่ผ่านมา TSMC ได้กำไรทุบสถิติที่ 2.15 หมื่นล้านเหรียญ (7 แสนล้านบาท) จากหลายๆ ปัจจัย ทั้งชิปขาดตลาด สงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี

เทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ 2 ปัจจัยหนุน ของ TSMC

ในภาวะที่ชิปกลายเป็นที่ต้องการมากกว่าครั้งไหนๆ TSMC ได้ประโยชน์จากตรงนี้เต็มๆ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า TSMC มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เหนือกว่าคู่แข่งทั้ง Intel ไปจนถึง Samsung มีส่วนแบ่งการผลิตชิปที่ทันสมัยที่สุดกว่า 90% แถมยังรับผลิตสินค้าให้กับ Nvidia และ AMD อีกด้วย

Chip Semiconductor เซมิคอนดักเตอร์
ภาพจาก Shutterstock

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมนักวิเคราะห์จะมองว่า TSMC จะมีมูลค่าบริษัทเติบโตทำจุดสูงสุดใหม่ได้เรื่อยๆ หลังจากนี้ แถมช่องว่างด้านเทคโนโลยีระหว่าง TSMC อาจถูกฉีกห่างออกเรื่อยๆ

อีกเรื่องคือ สงครามการค้า สงครามเทคโนโลยีของจีนและสหรัฐฯ ที่ยังคุกรุ่นทำให้ TSMC ได้เปรียบในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการที่สหรัฐฯ จับตาบริษัทเทคโนโลยีของจีน การห้ามการลงทุน หรือการกดดันให้บริษัทสหรัฐฯ ขายสินค้าเทคโนโลยีให้จีน 

นอกจากนี้ นโยบาย Buy American ที่สนับสนุนสายพานการผลิตของประเทศพันธมิตร และโดดเดี่ยวจีนก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไม TSMC รุ่ง Tencent ร่วง ในปีที่ผ่านมา

ที่มา – WSJ, Taiwan News

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เมื่อจีนแพ้ไต้หวัน! Tencent โดน TSMC ปาดหน้า ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในเอเชีย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/tsmc-surpass-tencent-in-terms-of-market-cap/

ก.ล.ต. ไม่ให้นำคริปโท มาใช้จ่าย “ภาวุธ” ย้ำ ไม่หยุดพัฒนาแม้รัฐจะไม่เห็นด้วย

หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ได้รับมติเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องไม่ดำเนินการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดการนำ สินทรัพย์ดิจิทัล มาใช้เป็นตัวกลางในการชำระเงิน ซึ่งรวมถึงการดำเนินการ

  1. ไม่โฆษณาเชิญชวน หรือแสดงตนว่าพร้อมให้บริการแก่ร้านค้าเพื่อให้ร้านค้าสามารถรับชำระค่าสินค้า หรือบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลได้
  2. ไม่จัดทำระบบ หรือเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกใด ๆ แก่ร้านค้าในการรับชำระด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล
  3. ไม่ให้บริการเปิดกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) แก่ร้านค้า เพื่อรับชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล
  4. ในกรณีที่ผู้ซื้อขายทำการขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรับเป็นเงินบาท ผู้ประกอบการต้องโอนเงินบาทเข้าบัญชีผู้ซื้อขายเท่านั้น
  5. ไม่ให้บริการที่มีลักษณะเป็นการโอน สินทรัพย์ดิจิทัลหรือเงิน จากบัญชีของผู้ซื้อขาย ไปยังบัญชีของรายอื่น หรือบุคคลใด เพื่อวัตถุประสงค์ของการรับชำระค่าสินค้าหรือบริการ
  6. ไม่ดำเนินการในลักษณะอื่นใดนอกเหนือจาก 1-5 ที่เป็นการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นตัวกลางในการชำระเงิน

เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยกังวลว่า หากมีคนใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในชีวิตประจำวัน จะกระทบต่อเสถียรภาพต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่น “เงินบาท” และจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทำอยู่บนเงินบาท

“หากคนไทยถือครองเงินบาทน้อยลง ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น จะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินนโยบายยากขึ้น และสุดท้ายจะมีผลกระทบต่อทั้งคนที่ใช้ และไม่ได้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล” อีกเรื่องก็คือ สภาพคล่องของระบบเศรษฐกิจ หากเงินบาทลดลง แบงก์ชาติก็ยังสามารถอัดฉีดเงินเข้าระบบ เสริมสภาพคล่องได้ แต่หากมีการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ต่างอะไรไปจากการที่เราใช้เงินตราต่างประเทศที่เราจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หากเราใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในชีวิตประจำวันกันมาก นโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะยิ่งมีผลลดลง

นอกจากนั้น ก.ล.ต. ยังเปิดเผยมุมมองของประเทศต่าง ๆ ต่อการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อในการชำระ

  • จีน และ รัสเซีย ห้ามทุกอย่าง ทั้งขุดคริปโท เทรดคริปโท และใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ
  • อินโดนีเซีย ห้ามใช้ชำระค่าสินค้า
  • อินเดีย อยู่ในระหว่างเสนอกฎหมาย
  • เอลซัลวาดอร์ สนับสนุนทุกด้านที่เกี่ยวกับคริปโท

โดยประเทศไทย จะอยู่ในระดับกลาง ประชาชนยังคงสามารถลงทุนได้ สามารถทำธุรกรรม Peer-to-peer หรือยังโอนระหว่างกันเองได้อยู่ ห้ามเฉพาะใช้เป็นตัวกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ ที่ผ่านมา ได้มีบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมีการบอกลูกค้าว่าสามารถรับชำระได้ด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล

ซึ่งทาง ก.ล.ต. ก็ได้มีการส่งหนังสือไปยังบริษัทกลุ่มนี้แล้ว และผู้กำกับดูแลยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนเรื่องนี้

ทางด้านของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวว่า

เมื่อวาน Pay Solutions จัดงานแถลงข่าวพูดถึง COVID และโอกาสการเติบโตของการชำระเงินออนไลน์ และเปิดตัวการ (ทดสอบ) รับชำระด้วยคริปโต….
.
http://www.PaySolutions.asia เป็นบริษัทให้บริการการรับชำระเงินทางออนไลน์ เราคือผู้ให้บริการ Payment Gateway แห่งแรกของไทย (เดิมชื่อ ThaiEpay.com) เปิดมา 18 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2003 เราช่วยธุรกิจคนไทย หลายหมื่นคน ค้าขายรับเงินทางออนไลน์เป็นเงินหลายพันล้านบาทแล้วนะ ผ่านบัตรเครดิต, เงินผ่อน, พร้อมเพย์ หรือ Wallet ต่างๆ
.
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 (7 ปีก่อน) PaySolutions ได้เปิดรับชำระผ่าน Bitcoin โดยเราทำงานร่วมกับเว็บ Exchange เว็บแรกของไทย http://www.BX.in.th ในการรับ Bitcoin แล้วเปลี่ยนเป็นบาท เราเปิดมาได้ 2 ปีกว่าทางแบงค์ชาติ ก็ได้ติดต่อมาขอให้นำบริการนี้ลง เพราะเนื่องด้วยตอนนั้น Bitcoin ยังไม่ม่ีกฏหมายรองรับแบบทุกวันนี้ ผมก็น้อบรับและปิดบริการนั้นลงในช่วงปี 2018
.
แต่พอมาในปีนี้ โลกของคริปโตเปลี่ยนไป โลกทั้งโลกกำลังมุ่งเข้าสู่ Web 3.0 และการทำงานแบบไร้ศูนย์กลาง หรือ Decentralize และผมเองก็เป็นคนนึงที่ทำงานด้านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมา 20 กว่าปี (เรียกได้ว่าเป็นรุ่นอากงของน้องๆ แล้ว) เห็นโอกาสการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้กับระบบชำระเงิน จึงได้นำโครงการนำคริปโตใช้ชำระเงินกลับมาทำใหม่ ซึ่งการที่จะออกบริการรับเงินด้วยคริปโตในครั้งนี้ ทีมงาน PaySolutions ค่อนข้างระวัง ความกังวลของหน่วยงานรัฐอยู่มาก ได้แก่
.
1. ความผันผวนของค่าเงินคริปโต – PaySolutions รับคริปโตเปลี่ยนเป็น Stable Coin สกุลเงินคริปโตที่ความผันผวนน้อยมาก เพราะมันผูกกับเงินดอลล่าร์สหรัฐ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นบาท ที่ Exchange ในไทยตามระเบียบกฏหมาย
.
2. กลัวเงินฟอกมาจับจ่าย – PaySolutions จำกัดการจ่ายเงินด้วยคริปโตไม่เกิน 2 หมื่นต่อรายการ และกันไว้ให้เกิน 1 แสนบาทต่อเดือน/ร้านค้า
.
3. ถ้าผู้ซื้อท่านไหนมีความน่าสงสัย เราจะขอการยืนยันตัวตน ด้วย Creden eKYC ทันที ถ้าไม่ทำ เราไม่ให้ผ่านครับ
.
4. เปิดทดลองให้กับร้านค้าเฉพาะในวงจำกัด ไม่ได้เปิดให้กับร้านค้าใหม่ จะเป็นร้านค้าเดิม ที่ทำการค้าขายอยู่แล้ว มีการยืนยันธุรกิจ (KYM – Know Your Merchant)ตามมาตรฐานของ ปปง.
.
ย้ำอีกที… “เรายังไม่เปิดในวงกว้าง แต่เป็นการเปิดเพื่อการทดสอบเทคโนโลยีและนวัตกรรม การชำระเงินรูปแบบใหม่” ที่หลายๆ ประเทศเริ่มกันไปไกลแล้ว เลยแอบคิดว่า การเปิดตัว PaySolutions รับเงินคริปโต อาจจะเป็นตัวเร่งทำให้แบงค์ชาติ รีบออกมาแถลงข่าวถึงการไม่สนับสนุนการนำคริปโตมาใช้
.
จริงๆ ผมได้รับการเชิญจากแบงค์ชาตินัดคุยเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่เนื่องจากไม่สะดวกจึงเลื่อนมาเป็นสัปดาห์นี้…. เดียวคงเข้าไปคุยตามที่เราได้เตรียมตัวมา และตั้งใจจะนำเสนอถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการชำระเงิน
.
เอาจริงๆ ถ้าครั้งนี้แบงค์ชาติขอให้หยุดบริการ ในฐานะของ “บริษัท PaySolutions” ผู้ได้รับใบอนุญาติจากธนาคารแห่งประเทศไทย ก็คงต้องปฏิบัติตาม…​
.
แต่ในฐานะของคนที่อยากพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ “ผมคงไม่หยุด” แต่ผมคงต้องหาประเทศที่มีความพร้อมในการรองรับ และเปิดให้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และก้าวเดินต่อไป…​ ซึ่งมันอาจจะดีก็ได้ การออกไปนอกประเทศ มันจะเป็นการทำให้ธุรกิจเดินออกสู่ Global Market ได้เร็วขึ้น
.
เอาจริงๆ นะ ส่วนตัวผมทำงานกับภาครัฐมาเป็นสิบปีแล้วนะ ร่วมออกกฏหมายดิจิทัลของประเทศมาหลายฉบับ ชี้และปลุกคนไทยให้ตื่นตัวเทคโนโลยี หรือ การปลุกรัฐให้ตื่นกับการเก็บภาษีของบริษัทต่างประเทศ ทำงานมาในคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐมามากมาย สอนและอบรบคนรัฐมาก็เป็นพันๆ คน เรื่องเทคโนโลยีและสิ่งใหม่ๆ มามากมาย…. และทุกวันนี้ยังทำงานอยู่ในวุฒิสภา (มีโอกาสไปสอนพี่ๆ ในวุฒิสภาให้รู้จักคริปโตอยู่เลย) ด้วยเป้าหมายอยากให้ประเทศไทยเติบโตด้วยเทคโนโลยี
.
แต่การที่รัฐจะกลัวอะไร กังวลอะไร น่าจะมาคุยกับเอกชนและหาทางออกร่วมกัน “ทุกอย่างมันมีปัญหาหมดแหละ” แต่ถ้าเราค่อยๆ คุย วางแผน มี sandbox มีการค่อยๆ ทำไปด้วยกัน เอกชนนำ รัฐเดินไปด้วยกัน มีอะไรสนับสนุนกัน ติดอะไร กังวลอะไร บอกเอกชน มันมีทางออกนับล้าน ที่เราจะแก้ปัญหาได้ ผมว่าไทยเราน่าจะเป็นแนวหน้าด้านเทคโนโลยี Cryptocurrency ของอาเซียนได้เลยนะ ดูจากน้องๆ หลายๆ คนที่พัฒนาผลงานทางด้านนี้
.
สรุปที่บ่นมายาวๆ ไม่ได้อยากให้คุณเห็นด้วยกับผม หรือ ไปด่าหน่วยงานภาครัฐ หรอกนะ แต่อยากจะบอกว่า ส่วนตัวเองเจตนาที่ดีมากๆ ในการที่จะทำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศของเรา ถ้าใครพอจะพอส่งต่อ หรือรู้จัก ผู้ที่มีบทบาทในการบริหารประเทศ ยังไงก็ฝากส่งต่อเค้าหน่อยนะครับ
.
ประเทศวันนี้มันต้องกล้าทำอะไรใหม่ๆ เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ ได้คิด ได้ทำ แล้วคนรุ่นใหญ่คอยสนับสนุนอยู่เค้าไปทิศทางที่เราเห็นร่วมกันว่าดี “แตกต่างถึงจะเติบโตครับ”
.
*** ย้ำอีกที… อย่าเขียนบ่นหรือด่าอะไรในโพสต์นี้เลยคัรบ การบ่นด่าใน social ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหรอกครับ การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เกิดจากการที่เราลุกขึ้นขึ้นมาแล้ว “ลงมือทำ”
.
หากเป็นไปได้ “ช่วยแชร์อันนี้ให้ลุงตู่ หรือ ผู้ว่าแบงค์ชาติหน่อยสิครับ” และผมอยากนั่งคุยกับผู้ที่มีอำนาจหรือผู้บริหาร ผมว่าถ้ามีโ่อกาสได้คุยกัน เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ครับ
.
ด้วยจิตคารวะ
.
ป้อม ภาวุธ

งานนี้ไม่รู้ว่าในเรื่องของธุรกิจจะต้องใช้เวลาในการวางแผน พัฒนาและปรับข้อกฏหมายอีกนานแค่ไหน แต่ที่เห็นชัดคือประชาชนกล้าที่จะลองใช้งานและปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว

 

ที่มา : ลงทุนแมน, Pawoot

from:https://www.thumbsup.in.th/crypto-no-buy?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=crypto-no-buy