คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS

เจาะลึกการทำงาน “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” ความร่วมมือ 3 องค์กร dtac, LINE BK และ KBTG

ใจดี มีวงเงินให้ยืม แคมเปญจาก dtac, LINE BK และ KBTG ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากจะเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย รวดเร็ว ยังได้สิทธิพิเศษจาก
ดีแทคด้วย เชื่อว่ามีส่วนช่วยคนไทยที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินได้ไม่น้อย

แต่อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จ อะไรที่ทำให้ 3 องค์กรจาก 2 ภาคธุรกิจสามารถร่วมมือกันได้อย่างลงตัว พัฒนาผลงานออกมาได้อย่างดี Brand Inside จะมาชวนคุยกับทีมงานที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญนี้ไปพร้อมกัน

dtac

สำหรับตัวแทนทีมผู้พัฒนาแคมเปญนี้จากทั้ง 3 บริษัท ประกอบด้วย ฐาปกรณ์ ดอกไม้, จรัสกร วรวสุนธรา และ วงษ์ระพี ชุมพงษ์ จากดีแทค ศิรินันท์ โทณวณิก, ทายาท ก่อศรีเจริญพันธ์ และ เบ็ญจวรรณ ยะหัตตะ จาก LINE BK ปิดท้ายด้วย สรญา เทียนธวัชกุล และ กำพล หลุยยะพงศ์ จาก KBTG

เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ คือ ทางออก

จุดเริ่มต้น เกิดจากการหารือร่วมกันว่า ในช่วงเวลาโควิด-19 แบบนี้ หลายคนน่าจะประสบปัญหาทางการเงิน ขาดสภาพคล่อง มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายในขณะที่รายได้ลดลง ยิ่งเมื่อได้ข้อมูลจาก Google Trends ยิ่งตอกย้ำความจริงข้อนี้ โดยพบว่า  คนไทยค้นหาคำว่า เงินกู้-เงินด่วน เพิ่มสูงขึ้น

แต่ความเป็นจริง ต้องยอมรับว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้ เพราะมีเงื่อนไขไม่ครบตามที่กำหนด เช่น รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์, เป็นพนักงานอิสระไม่มีเอกสารรับรองเงินเดือน 

ทีมงานจากดีแทค ให้ความเห็นว่า จากข้อมูลที่ดีแทคมีอยู่บนฐานลูกค้ากว่า 19 ล้านราย มีลูกค้าแบบเติมเงินเป็นจำนวนมาก ที่มีรายได้เป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ มีความไม่แน่นอนทางการเงิน ทำให้พลาดโอกาสที่จะเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่สิ่งที่สามารถตอบโจทย์ได้คือ LINE BK

LINE BK ถือเป็น Social Banking ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ขอแค่มีสมาร์ทโฟนกับอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ดังนั้นความร่วมมือระหว่างดีแทคและ LINE BK จึงเกิดขึ้น

dtac
ภาพจาก Shutterstock

“ข้อมูล” ปัจจัยสำคัญของบริการที่มีถูกต้อง-แม่นยำ

ทีมงานจาก LINE BK เสริมว่า แนวทางของ LINE BK คือ ให้เรื่องเงินง่ายใน LINE คุณ ปัจจัยสำคัญคือ การมี “ข้อมูล” ของผู้ขอสินเชื่อ เพื่อให้สามารถประเมินและอนุมัติได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ โดย LINE BK สามารถบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง ดีแทค และ LINE BK ที่ชัดเจนที่สุด

“LINE BK สามารถนำเสนอแคมเปญให้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการสินเชื่อ

การมีข้อมูลจะทำให้ประเมินทั้งวงเงินสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย และรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ”

ด้านทีมดีแทค ระบุว่า ถือเป็นครั้งแรกสำหรับดีแทคและวงการโทรคมนาคม ที่ผนวกบริการทางการเงินเข้ามาไว้ในที่เดียวผ่าน dtac app และนำเสนอให้กับลูกค้า ซึ่งทั้งหมดทำได้อย่างรวดเร็ว ทันกับสถานการณ์ และความต้องการของผู้บริโภคในเวลานี้

dtac
ภาพจาก Shutterstock

KBTG ผสานเทคโนโลยีให้ทุกอย่าง “ราบรื่น”

การทำงานระหว่างดีแทคและ LINE BK มีเป้าหมายเพื่อทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่าย เพื่อมีส่วนช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งการทำงานที่ราบรื่นของ 2 องค์กรมี KBTG เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ทีมงานของ KBTG บอกว่า แม้ในช่วงโควิดทุกคนจะทำงานตามนโยบายของบริษัทอย่างเคร่งครัด คือ Work from Home เพื่อป้องกันการติดโควิด แต่ในมุมการทำงานยังต้องมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างจากเดิม ยิ่งการทำงานร่วมกันของ 3 องค์กร ส่วนสำคัญคือระบบที่เชื่อมต่อกันด้านหลังด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ดังนั้น ผู้ใช้บริการจึงมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เริ่มตั้งแต่การนำเสนอแคมเปญ ผ่านทาง SMS, App และ Social Media เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ตรงและสื่อสารให้ได้ชัดเจน รวมถึงขั้นตอนการสมัครที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก มีขั้นตอนน้อย และใช้เอกสารน้อย

“แคมเปญนี้เป็นส่วนช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขั้น การเข้าถึงต้องง่าย การใช้บริการก็ต้องง่ายด้วย จึงจะถือว่าครบทุกด้าน”

dtac
ภาพจาก Shutterstock

ความร่วมมือนี้ แค่เฟสแรกเท่านั้น

ดิจิทัลทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทุกขั้นสามารถสำเร็จได้บนมือถือ เช่นเดียวกับการขอสินเชื่อกับ LINE BK ลูกค้าดีแทคจะได้รับเงินคืนหรือสิทธิ์ส่วนลด 200 บาท ซึ่งเป็นเพียงเฟสแรกของบริการที่เกิดจากความร่วมมือของ 3 พันธมิตรเท่านั้น

อนาคตจะเห็นแคมเปญใหม่ๆ ตามออกมาอีก โดยมีเป้าหมายคือ การผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินด้านอื่นๆ ให้ง่ายและเร็วที่สุดอย่างมีคุณภาพบนมือถือ รวมถึงการเข้าไปอยู่ในทุกช่วงชีวิตของลูกค้า เช่นการใช้งานที่เกี่ยวกับเน็ตและโทร, การเดินทาง, การสั่งอาหาร, การจองโรงแรม, การจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ฯลฯ ทุกๆกิจกรรมเหล่านี้มีโอกาสที่ลูกค้าอาจต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน

dtac
ภาพจาก Shutterstock

ปิดท้าย ย้อนประวัติศาสตร์ใจดี มีอะไรบ้าง

สำหรับบริการใจดีของดีแทค จุดเริ่มต้นคือ ต้องการเป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค สื่อสารผ่านคำว่า “ใจดี” บริการแรกคือ ใจดีให้ยืม คือให้ผู้ใช้ระบบเติมเงิน
“ยืมเงิน” ไปใช้โทรได้ แล้วค่อยเติมเงินคืนทีหลัง

ปัจจุบัน ใจดี ยังเป็นบริการที่โดดเด่นของดีแทค เช่น ใจดี ช่วยค่ายา ดีแทคช่วยจ่ายค่ายา 300 บาทในร้านยาที่ร่วมโครงการ, ใจดี ให้ยืมเน็ต เน็ตหมด เงินไม่มี ยืมเน็ตไปใช้ก่อนได้, ใจดี แจกวัน วันหมด ขอเพิ่มวันได้, ใจดี ฉุกเฉิน เงินหมดโทรไม่ได้ ส่ง sms ให้อีกฝ่ายโทรกลับ เป็นต้น

ทุกบริการใจดี ผ่านการคิดมาอย่างดีว่า อะไรคือปัญหาหรืออุปสรรคของผู้ใช้ จนกลายเป็นบริการที่หลากหลายและแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น จนมาถึง ใจดี มีวงเงินให้ยืม

สรุป

ใจดี มีวงเงินให้ยืม จากความร่วมมือระหว่าง ดีแทค, LINE BK และ KBTG ที่เข้าใจความต้องการ และอยากทำให้เรื่องสินเชื่อให้เป็นเรื่องง่าย กับเงื่อนไขง่ายๆ มีรายได้ขั้นต่ำ 5,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทันที ขั้นตอนทุกอย่างทำผ่านมือถือได้เลย ใช้เวลาพิจารณาอนุมัติประมาณ​ 5 นาที หากผ่านการอนุมัติผู้ใช้ดีแทคจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ​ 9.99% ต่อปี ใน 2 เดือนแรก และได้รับเงินคืนหรือสิทธิ์ส่วนลด 200 บาท

ลูกค้าดีแทคที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ ใจดี มีวงเงินให้ยืมสามารถติดต่อ dtac call center 1678 ได้ หรือคลิก https://www.dtac.co.th/s/Advertorial_JD

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เจาะลึกการทำงาน “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” ความร่วมมือ 3 องค์กร dtac, LINE BK และ KBTG first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/dtac-linebk-kbtg-co-creation-jaidee-borrow/

Facebook จับมือ Ray-Ban เตรียมเปิดตัว Smart Glasses แว่นตา AR ไวสุดสิ้นปีนี้

Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอันดับต้น ๆ ของโลก ได้ออกมาเปิดเผยด้วยตัวเองว่า ฮาร์ดแวร์ตัวต่อไปของบริษัทฯ จะเป็นแว่นตาอัจฉริยะ Smart Glasses ใช้กรอบจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Ray-Ban ลุ้นเปิดตัวในเร็ววันนี้

โดยแว่นตาอัจฉริยะดังกล่าว นอกจากจะใช้กรอบของ Ray-Ban แล้ว ยังจะมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่ยืดหยุ่นสามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายสถานการณ์ รองรับการแสดงผลแบบ Augmented Reality หรือภาพเสมือนจริง และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้

ในตอนแรกมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่า Facebook อาจเปิดตัว Smart Glasses รุ่นใดรุ่นหนึ่งในช่วงปี 2021 นี้ ทว่าโปรเจกต์ที่ว่ากลับถูกพับออกไปก่อนชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น แต่เชื่อว่าหลังจาก CEO คนเก่งของบริษัทฯ ออกมาประกาศยืนยันการมีตัวตนของแว่นตานี้ งานเปิดตัวก็น่าจะใกล้เข้ามาเต็มแก่แล้วล่ะ แหล่งข่าวเผยว่าไม่มาสิ้นปีนี้ก็ช่วงต้นปีหน้า

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีภาพเรนเดอร์หรือรายละเอียดสเปคของแว่นตาอัจฉริยะ Facebook นี้เปิดเผยออกมาเลยแต่อย่างใด คาดว่าเดี๋ยวใกล้ ๆ วันเปิดตัว น่าจะมีอะไรซักอย่างหลุดออกมาครับ

 

ที่มา: gizmochina

from:https://droidsans.com/facebook-partnership-rayban-smart-glasses-rumour/

“ไทยแอร์เอเชีย” หยุดจ่ายเงินเดือนให้พนักงานรอประกันสังคมช่วยเหลือ

ปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจสายการบินต้องหยุดชะงักยังคงเป็นปัญหาใหญ่ แม้แต่ไทยแอร์เอเชียเองก็ยังยื้อต่อไม่ไหว ประกาศหยุดทำการบิน และเตรียมให้พนักงานรอรับเงินเยียวยาจากทางประกันสังคมแทน และคาดหวังว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ทุกอย่างจะฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า จากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ธุรกิจสายการบินได้รับผลกระทบจากคำสั่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ให้สายการบินหยุดทำการบินเส้นทางบินในประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

ประกอบกับผลกระทบที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมาจนถึงการแพร่ระบาดในระลอกที่ 3 หรือในปัจจุบัน โดยสายการบินต้องทยอยประกาศหยุดทำการบินเส้นทางบินในประเทศชั่วคราวทั้งหมดตั้งเเต่เดือนก.ค. ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจสายการบิน โดยเฉพาะสภาพคล่องและเงินหมุนเวียนในบริษัท

โดยในการประชุมเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2564 ผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียได้ชี้แจงกับพนักงานว่าที่ผ่านมาสายการบินได้พยายามหาวิธีในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการหมุนเวียนกำลังพล (lwp) การปรับลดไฟล์ท การเจรจาหนี้ การขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อพยุงการจ้างงานในช่วง 1 ปีนับจากนี้

แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ขณะที่การขอเพิ่มทุนจากสถาบันการเงินของสายการบินก็ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

แม้ว่าบริษัทจะพยายามผลักดันเงื่อนไขเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถประคองธุรกิจให้ไปต่อได้ จึงออกเอกสารขอความร่วมมือแก่พนักงาน ดังนี้

สำหรับเดือนกรกฎาคม 2564

  • พนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไป รวมถึงผู้บริหารระดับสูง เลื่อนการจ่ายเงินเดือนทั้งหมดไปในเดือนกันยายน 2564
  • พนักงานระดับปฏิบัติการขึ้นไป ที่ Active (ปฏิบัติงานอยู่)จ่ายเงินเดือน 50% และเลื่อนการจ่าย 50% ที่เหลือไปในเดือนกันยายน 2564
  • พนักงานที่ Inactive (ไม่ได้ปฏิบัติงาน) เลื่อนการจ่ายเงิน 25% ไปในเดือนกันยายน 2564

สำหรับเดือนสิงหาคม 2564

  • บริษัทจะหยุดประกอบกิจการทั้งหมดเป็นการชั่วคราว จึงมีความจำเป็นต้องให้พนักงานหยุดปฏิบัติงาน 100% เพื่อให้เข้าเงื่อนไขได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของประกันสังคม

ทั้งนี้บริษัทหวังว่าในเดือนกันยายน 2564 สถานการณ์ต่างๆจะปรับตัวดีขึ้น บริษัทได้รับแหล่งเงินทุน เเละทยอยกลับมาให้บริการเที่ยวบินต่างๆ ได้อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถจ่ายเงินเดือนให้พนักงานตามรอบปกติได้ต่อไป

สายการบินขอให้ทุกคนทำความเข้าใจสถานการณ์ วางแผนทางการเงิน ประหยัดในช่วงนี้ ใช้เท่าที่จำเป็น รวมถึง การรับความช่วยเหลือจากรัฐ (เงินช่วยเหลือและประกันสังคม) และ ขอให้รักษาสุขภาพ หลีกเลี่ยงการเดินทาง มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อวันที่จะกลับมาบิน

ขอขอบคุณที่ทุกคนเสียสละและเข้าใจ ทั้งนี้ผู้บริหารยังคงมีกำลังใจในการแก้ปัญหาต่อไป และขอโทษที่เราอาจจะจัดการได้ไม่ดีเท่าที่ควรจนทำให้มีผลกระทบกับทุกคน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของสายการบินในครั้งนี้ ต้องรอดูว่าโควิด -19 จะลดลงและทำให้ทุกคนกลับมาเดินทางได้อีกครั้งเมื่อไหร่

ที่มา : TNNOnline, เดลินิวส์

from:https://www.thumbsup.in.th/thai-airasia-covid?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=thai-airasia-covid

LINE MELODY MUSIC CHARTS เสิร์ฟชาร์ตเพลงฮอต ยอดดาวน์โหลดฮิต ที่ต้องติดตาม ให้ไม่ตกเทรนด์

LINE เปิดประสบการณ์ใหม่กับ LINE MELODY MUSIC CHARTS ชาร์ตเพลงยอดฮิต รายงานอันดับเพลงยอดนิยมประจำเดือนจากยอดดาวน์โหลด LINE MELODY ที่สะท้อนผลตอบรับและความนิยมในผลงานเพลง รวมถึงศิลปินได้อย่างชัดเจน เติมเต็มความสนุกและอินเทรนด์ พร้อมสื่อความรู้สึกของการสื่อสารในแบบที่พลาดไม่ได้

นอกเหนือจากส่งสติกเกอร์ที่สื่อความหมายได้มากกว่าการพิมพ์แชทปกติแล้วนั้น เสียงเพลงอย่าง LINE MELODY ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้งาน LINE ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึก ณ ตอนนั้น ๆ หรือความชื่นชอบในศิลปินที่คลั่งไคล้ จนทำให้ LINE MELODY กลายเป็นอีกสิ่งที่ช่วย #แทนใจได้ทุกอารมณ์ และยังเป็นบริการที่แสดงให้เห็นถึงความนิยมของตัวศิลปินในตลาดเพลงเมืองไทยได้ชัดเจนอีกทางหนึ่ง

จึงเป็นที่มาของ LINE MELODY MUSIC CHARTS ที่จะรายงานลำดับเพลงฮอต จากยอดดาวน์โหลด LINE MELODY ทุกสิ้นเดือน ให้ผู้ใช้งานได้ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ผลงานศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ โดยมีคลังเพลงฮิตมากกว่า 30,000 เพลง จากกว่า 36 พันธมิตรค่ายเพลง และ Music Distributors ทั้งไทยและต่างประเทศ และยังเดินหน้าอัปเดตผลงานเพลงใหม่จากทุกศิลปินอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้พลาดในทุกกระแสและทุกอารมณ์

อย่ารอจนตกยุค อย่าช้าจนตกเทรนด์ โหลดเพลง LINE MELODY ได้ที่ melody.line.me แล้วร่วมลุ้นไปกับชาร์ตเพลงฮอต ยอดดาวน์โหลดฮิตติดอันดับ พร้อมเชียร์ศิลปินที่ชื่นชอบ และร่วมกิจกรรมรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย กับ LINE MELODY MUSIC CHARTS ได้ทุกสิ้นเดือน

เริ่มเปิดประสบการณ์ความสนุกครั้งแรก 31 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 น. เพียงเพิ่มเพื่อนและรอชม LIVE ได้เลยที่ https://lin.ee/2nzHQKT/ddkh/lmmcharts หรือผ่านช่องทาง Facebook LINE MELODY Thailand, YouTube LINE MELODY Thailand และ LINE TV

แล้วคุณจะรู้ว่าเสียงเพลง #แทนใจได้ทุกอารมณ์ ได้อย่างแท้จริง #LINEMELODY #LMMCHARTS #LINEMELODYMUSICCHARTS

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-melody-music-charts/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-melody-music-charts

Skanhub แจกชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit 500 ชุด

Skanhub แอปพลิเคชันไลน์มิติใหม่แห่งการสะสมและลุ้นรับของรางวัล ได้เล็งเห็นถึงความรุนแรงของการระบาดของเชื้อ โควิด-19 ในช่วงนี้  จึงขอส่งต่อความห่วงใยถึงประชาชนที่กำลังจับมือผ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยการแจกชุดตรวจโควิด (Antigen Test Kit) จำนวน 500  ชุด เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางออกของกลุ่มเสี่ยงที่รอคิวตรวจโควิด

Skanhub

เพียงลงทะเบียนผ่านไลน์ @skanhub หรือ https://lin.ee/2bxcPBt ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 5 สิงหาคม 2564 แจ้งผลผู้ได้รับ ชุดตรวจโควิด (Antigen Test Kit) ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 พร้อมจัดส่งฟรีถึงปลายทางภายใน 3-7 วัน

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจของ Skanhub ผ่านทาง Facebook Page: Skanhub หรือ https://www.facebook.com/skanhub/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/skanhub-gives-away-500-antigen-test-kits-for-covid-19/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=skanhub-gives-away-500-antigen-test-kits-for-covid-19

เปิดตัว “ซีทัช แอคลีฟ” ฟิล์มฆ่าเชื้อโควิด-19 ติดตั้งหน้าจอมือถือและหน้าจอทัชสกรีน มีผลรับรองฆ่าเชื้อได้มากกว่า 99.99%

ลีฟคลีน เทคโนโลยี จับมือกับบริษัท โคเวอร์แมท และบริษัท แอคลีฟ จากประเทสเกาหลีใต้ ร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ซีทัช แอคลีฟ” ฟิล์มฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียสำหรับหน้าจอมือถือและหน้าจอทัชสกรีน มีผลรับรองการฆ่าเชื้อ Human Coronavirus ได้มากกว่า 99.99% และได้รับรองจาก FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา  พร้อมเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มจำหน่ายทั่วประเทศ ต้นเดือน สิงหาคมนี้

Z Touch

โดยหลักการทำงานของ “ซีทัช แอคลีฟ” เมื่อมีเชื้อไวรัสตกลงบนแผ่นซีทัช ส่วนประกอบของสมาร์ทนาโนไอออนที่อยู่ภายในแผ่นซีทัชจะทำปฏิกิริยากับแอคทีฟออกซิเจน (Active Oxygen) เข้าไปทำลายผนังเซลล์และโปรตีนของเชื้อโรคจากด้านใน ทำให้เชื้อโรคสูญเสียอาหารและน้ำ 

โครงสร้างของเชื้อจะถูกทำลายโดยสมบูรณ์ในระดับอาร์เอ็นเอ (RNA) และดีเอ็นเอ (DNA) ทำให้แผ่นฟิล์ม ซีทัชแอคลีฟ สะอาดและปลอดภัยตลอดเวลา ทั้งยังได้เพิ่มประสิทธิภาพ Double Protection นอกจากด้านหน้าแล้วยังมีแผ่นฆ่าเชื้อติดตั้งด้านหลังมือถือ ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อบนมือขณะสัมผัสมือถือด้วยเช่นกัน

ซีทัช แอคลีฟ ได้รับรองมาตรฐานจาก FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีผลการทดสอบรับรองประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโคโรน่าไวรัส จากสถานบัน ฟอนเดเรฟาร์ (FONDEREPHA) ประเทศฝรั่งเศส สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี

โดย ซีทัช แอคลีฟ ได้รับการรับรองผลการทดสอบผลิตภัณฑ์จากสถาบัน ฟอนเดเรฟาร์ (FONDEREPHAR) ประเทศฝรั่งเศส ว่าสามารถฆ่าเชื้อโคโรน่าไวรัสได้ถึง 99.9% และฆ่าเชื้อเร็วกว่าแผ่นทองแดงถึง 240 เท่า มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 1 ปี  

รวมถึงยังมีคุณสมบัติพิเศษที่สัมผัสลื่น ไม่มีเงาสะท้อน ไม่มีรอยนิ้วมือ ป้องกันการเกิดรอย และป้องกันการแตกของหน้าจอจากการกระแทกอีกด้วย

สำหรับ ซีทัช แอคลีฟ ฟิล์มหน้าจอมือถือฆ่าเชื้อโควิด-19 มีกำหนดการวางจำหน่ายพร้อมกันครั้งแรกในประเทศต้นเดือนสิงหาคม โดยจะเริ่มต้นจากไอโฟนรุ่น 12Pro Max, 12/12 Pro, และไอโฟน 11 ก่อนที่จะเตรียมขยายตลาดครอบคลุมทุกรุ่นภายในไตรมาศที่ 4 โดยราคาจำหน่ายปกติอยู่ที่ 1,099 บาท  พิเศษช่วยคนไทยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะลดราคาเหลือเพียง 790 บาท 

สำหรับผู้สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายและสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.ztouchbrand.com Facebook : Ztouchofficial หรือโทร 065 717 5816

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/launches-z-touch-aclive-a-film-that-kills-covid-19/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=launches-z-touch-aclive-a-film-that-kills-covid-19

ออปโป้ ต้อนรับฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก “เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” สู่ OPPO Family

ออปโป้ แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำในไทย แสดงความยินดีกับ “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” ฮีโร่เหรียญทองจากกีฬาเทควันโดในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ Tokyo Olympic 2020 พร้อมคว้าตัวเข้าเป็นสมาชิกคนล่าสุดใน OPPO Family เพื่อร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจในการพัฒนาศักยภาพของตนเองสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของโลกและพร้อมเอาชนะทุกอุปสรรค เพื่อมอบความหวังและสร้างรอยยิ้มให้คนไทยด้วยพลังแห่งกีฬาท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

คุณชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ออปโป้ได้มีโอกาสต้อนรับน้องเทนนิส ฮีโร่คนล่าสุดของคนไทย เข้าสู่ครอบครัวออปโป้ ด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งเดียวกัน คือ การมุ่งมั่นและพัฒนาศักยภาพของตนเองสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยออปโป้พร้อมสนับสนุนและร่วมเดินเคียงข้างในทุกก้าวของการเติบโตของน้องเทนนิสตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยน้องเทนนิสจะเข้ามารับบทบาทเป็นสมาชิกใหม่ ของ OPPO Family เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเป้าหมาย และพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อทะลายทุกอุปสรรคที่
ขวางกั้นสู่การพิชิตทุกเป้าหมาย”

โดยฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกขวัญใจคนไทย กล่าวว่า “ดีใจและเป็นเกียรติอย่างมากค่ะ ที่ได้รับโอกาสนี้จากออปโป้ จะทำหน้าที่ในฐานะ OPPO Family นี้ให้ดีที่สุดค่ะ ขอขอบคุณออปโป้ และคนไทยทุกคนที่ร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจสำคัญจนทำให้สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จค่ะ”

เตรียมพบกับอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” ในฐานะ OPPO Family คนล่าสุดของออปโป้ได้เร็วๆ นี้

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/oppo-welcomes-the-olympic-gold-medal-hero-tennis-panipak-wongpatanakit-to-the-oppo-family/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oppo-welcomes-the-olympic-gold-medal-hero-tennis-panipak-wongpatanakit-to-the-oppo-family

หลุดภาพเรนเดอร์ realme 8s พร้อมสเปกก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากเปิดตัว realme 8, realme 8 5G และ realme 8 Pro ไปเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า realme กำลังเตรียมที่จะเปิดตัว realme 8s และ realme 8i เพิ่มอีก 2 รุ่นในเร็วๆ นี้ ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ realme 8s พร้อมสเปกหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

realme 8s

เว็บไซต์ 91Mobiles ได้โพสต์ภาพเรนเดอร์ของ realme 8s ที่หลุดออกมา โดยเผยให้เห็นเฉพาะด้านหลังเครื่องที่มาพร้อมกล้อง 4 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยมมุมซ้ายด้านบน

ซึ่งมีข่าวลือว่ากล้องหลักจะมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องอีก 3 ตัวคาดว่าจะประกอบด้วยเลนส์ Ultra Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Depth ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่คาดว่าจะมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ถัดจากเลนส์กล้องลงมาด้านล่างมีโลโก้ realme และฝาหลังมีสีม่วง ส่วนด้านหน้าเครื่องนั้นยังไม่มีภาพเรนเดอร์หลุดออกมาให้เห็น

ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องใส่ซิมการ์ด กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านขวามีปุ่มเปิดปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่มนี้ด้วย

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง และด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟัง 3.5 มม., ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ realme 8s คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียด FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 810 จับคู่กับ RAM 6GB/8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB, แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย realme UI 2.0

ที่มา : 91Mobiles

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/realme-8s-renders-leaked-with-specs-before-launching-soon/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=realme-8s-renders-leaked-with-specs-before-launching-soon

เปิดตัว Motorola Edge 20 Series มาพร้อมจอ OLED, กล้องหลัง 3 ตัว 108MP และชาร์จไว 30W

Motorola ประกาศเปิดตัว Motorola Edge 20 Series สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ตระกูล Edge Series ประกอบด้วย Motorola Edge 20, Edge 20 Pro และ Edge 20 Lite ในราคาเริ่มต้นเพียง 13,690 บาท

Motorola Edge 20 Series

สำหรับ Motorola Edge 20 Series ทั้ง 3 รุ่นคือ Motorola Edge 20, Edge 20 Pro และ Edge 20 Lite มีสเปกที่เหมือนกันคือ มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว, กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และรองรับชาร์จไว 30W ส่วนสเปกอื่นๆ ของแต่ละรุ่น มาดูกันครับ

สเปก Motorola Edge 20

ตัวเครื่องมีขนาด 163 x 76 x 7 มม. และน้ำหนัก 163 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 144Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 778G 5G (6 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 642L, RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, ซูมแบบออปติคอล 3 เท่า, ระบบกันสั่น OIS และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 มีให้เลือก 2 สีคือ Frosted Onyx และ Frosted Pearl โดยมีราคา 499.99 ยูโร หรือประมาณ 19,590 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

สเปก Motorola Edge 20 Pro

ตัวเครื่องมีขนาด 163 x 76 x 8 มม. และน้ำหนัก 185-190 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 144Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM8250-AC Snapdragon 870 5G (7 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 650, RAM 12GB, หน่วยความจำภายใน 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, ซูมแบบออปติคอล 5 เท่า, ระบบกันสั่น OIS และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 Pro มีให้เลือก 3 สีคือ Dark Blue, White และ Indigo Vegan Leather โดยมีราคา 699.99 ยูโร หรือประมาณ 27,490 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

สเปก Motorola Edge 20 Lite

ตัวเครื่องมีขนาด 165.9 x 76 x 8.3 มม. และน้ำหนัก 185 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 90Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek MT6853 Dimensity 720 5G (7 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC3, RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 118 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 Lite มีให้เลือก 2 สีคือ Electric Graphite และ Lagoon Green โดยมีราคา 349.99 ยูโร หรือประมาณ 13,690 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/motorola-edge-20-series-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=motorola-edge-20-series-launched

แหล่งข่าวเผย S Pen Pro เขียนหน้าจอ Galaxy Z Fold 3 ได้โดยไม่เป็นรอย, ชาร์จผ่านพอร์ต USB C, ราคาประมาณ 3,190 บาท

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม Samsung ได้เปิดตัว Galaxy S21 Ultra ที่มีคุณสมบัติรองรับการใช้งานร่วมกับ S Pen และ S Pen Pro แต่สุดท้ายปากกาสไตลัสเวอร์ชัน “โปร” กลับหายเข้ากลีบเมฆอย่างไร้วี่แวว ล่าสุดมีข้อมูลชุดแรกเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมดังกล่าวออกมาแล้ว ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า S Pen Pro จะสามารถใช้ขีดเขียนบน Galaxy Z Fold 3 ได้โดยไม่ทำให้หน้าจอเป็นรอย และจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 70 ปอนด์ หรือราว 3,190 บาท


S Pen และ S Pen Pro

Chun (@chunvn8888) นักปล่อยข่าวหลุด ได้ทวีตภาพ S Pen Pro พร้อมระบุถึงคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ ดังนี้

  • หัวปากกาขนาด 0.7 มม.
  • รองรับแรงกด 4,096 ระดับ
  • ใช้งานกับ Galaxy Z Fold 3 ได้โดยไม่ทำให้หน้าจอเป็นรอย
  • ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB Type-C
  • มีแม่เหล็กในตัวสำหรับดูดติดกับเคสที่รองรับ
  • ราคาประมาณ 70 ปอนด์

สำหรับหน้าตาของ S Pen Pro นั้นคงไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่ เพราะ Samsung เคยเผยโฉมให้เราดูไปแล้ว นอกจากนี้ รายละเอียดใน 2 ข้อแรกเองก็ไม่แตกต่างไปจาก S Pen ปกติ ทั้งขนาดของหัวปากกาและแรงกดที่รองรับ สิ่งที่น่าสนใจนั้นอยู่ตรงที่มีการเอ่ยถึงพอร์ต USB Type-C ดังนั้น S Pen Pro จึงน่าจะรองรับการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธเพื่อการควบคุมระยะไกลฟีเจอร์และอื่น ๆ เหมือนอย่างใน Galaxy Note รุ่นใหม่ ๆ รวมถึงมีปุ่มบริเวณด้ามจับเสริมเข้ามาอีก 2 ปุ่มด้วย ส่วนราคาจะแพงขึ้นจาก S Pen ปกติประมาณ 2 เท่า (ในประเทศไทยขายคู่กับเคสในราคา 1,590 บาท)


Galaxy S21 Ultra 5G Smart Clear View Cover with S Pen

จากเอกสารของคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร ทำให้เราได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า นอกเหนือจาก Galaxy Z Fold 3 และ Galaxy S21 Ultra แล้ว S Pen Pro นั้นสามารถนำไปใช้งานกับอุปกรณ์ Galaxy Note และ Galaxy Tab อื่น ๆ ได้อีกต่างหาก (แต่จะใช้งานฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับบลูทูธได้หรือเปล่า อันนี้ต้องรอติดตามนะครับ)

Galaxy Z Fold 3 มีกำหนดการจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Galaxy Unpacked วันที่ 11 สิงหาคมนี้ พร้อม ๆ กับ Galaxy Z Filp 3 และอาจมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โผล่มาแจมด้วย

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s-pen-pro-detail-price-leak/