คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS

มีอะไรใหม่ใน Samsung Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+

       ครั้งแรกของกาแลคซี่ โน้ต ที่มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ

·       S Pen ปากกาอัจฉริยะเจเนเรชั่นล่าสุด ให้คุณเปลี่ยนลายมือภาษาไทยให้กลายเป็นตัวอักษรได้ทันทีบน Samsung Notes รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานผ่านทิศทางการเคลื่อนไหวของปากกา

·       มาพร้อมกล้องอัจฉริยะ ให้ภาพถ่ายและวิดีโอสวยงาม สมบูรณ์แบบราวกับมืออาชีพ

·       มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าที่เคยกับ Super-Fast Charging เพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS ได้อย่างง่ายดายผ่าน Samsung DeX

ซัมซุงเปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” (Samsung Galaxy Note 10) สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมในตระกูล “กาแลคซี่ โน้ต” ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันหรูหราทันสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และการทำงานอันแสนทรงพลัง เพื่อให้ทุกนาทีของผู้ใช้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่า “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไป ให้พวกเขามีอิสระในการทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างสรรค์ผลงานได้ดีขึ้นและสะดวกกว่าที่เคย นั่นหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หากย้อนไปถึงจุดยืนของกาแลคซี่ โน้ตรุ่นแรกนั้น มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ดีที่สุด และในวันนี้กาแลคซี่ โน้ต 10 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าโน้ตแฟน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะครั้งนี้เราได้พัฒนาขีดความสามารถของการใช้งาน เพื่อมอบสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้มองหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”

ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

·        มีให้เลือก 2 ขนาด: เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน

หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่

·        ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge): กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ 

·        หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด: หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL[1] ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ[2]

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด

·        เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ: ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes พร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย

·        วิวัฒนาการของ S Pen: เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

·        Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล[3]: Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PC หรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox

·        เชื่อมต่อกับ Windows: กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์ 

กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์

กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น

·        เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม: กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย 

·        ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush[4] ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร

·        บันทึกวิดีโอหน้าจอ: สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Penเพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้

·        AR Doodle และ 3D Scanner: เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต10  รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วยAR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner[5] เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุ[6]และเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้ 

·        โหมดถ่ายภาพกลางคืน: เมื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ 

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา 

·        Super Fast Charging: ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน[7] รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย[8]

·        Wireless PowerShare[9]: ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ 

·        เกมมิ่ง: เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้

·        Hyper-fast Speed:  ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE

ต่อยอดสู่อีโค่ซิสเต็มของกาแลคซี่ 

กาแลคซี่ โน้ต 10 เป็นหัวใจของกาแลคซี่ อีโค่ซิสเต็ม ชุดผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยม ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คล่องตัวและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อย่าง กาแลคซี่ วอทช์ แอคทีฟ 2 และแท็บเล็ต กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและบรรลุเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา

บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น  

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่www.samsung.com/th/note10

from:https://www.flashfly.net/wp/262318

โฆษณา

OPPO ทำข้อตกลงจดสิทธิบัตรร่วมกับ Intel และ Ericsson พร้อมพัฒนาธุรกิจในระดับโลก

 

OPPO ได้ลงนามข้อตกลงการโอนสิทธิบัตรร่วมกับ Intel ในการโอนสิทธิบัตร 58 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมทั้งซื้อสิทธิในการใช้สิทธิบัตรของ Ericsson อีกกว่า 500 ฉบับ โดยครอบคลุมประเทศและรัฐในสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีนและอินเดีย

ซึ่งสิทธิบัตรด้านการสื่อสารที่มีการป้องกันความปลอดภัยของ Intel และ Ericsson จะเพิ่มความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของ OPPO ให้ธุรกิจเติบโตในตลาดโลกได้

 

ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก OPPO ได้ทุ่มทุนในเทคโนโลยีการสื่อสารล้ำสมัยอย่าง 5G โดยในปี 2562 OPPO ได้สิทธิบัตร 5G มากว่า 20 ประเทศและรัฐทั่วโลก ซึ่งในฐานะการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนา 5G

OPPO จึงได้ยื่นจดสิทธิบัตรกว่า 2,200 ฉบับ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G พร้อมเสนอบทความทางวิชาการกว่า 2,600 บทความให้แก่ 3GPP หรือ หน่วยงานตามข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนารายละเอียดด้านมาตรฐานทางเทคนิค

อีกทั้งในเดือนกรกฎาคม ปี 2562 OPPO ได้เปิดเผยสิทธิบัตรกว่า 600 ฉบับให้แก่ ETSi หรือ องค์กรกำหนดมาตรฐานโทรคมนาคมของยุโรป เพื่อเป็นการย้ำความเข้มแข็งด้านสิทธิบัตร 5G ของ OPPO

OPPO ตระหนักถึงทรัพย์สินทางปัญญา และให้ความสำคัญในการรวบรวมและการถือสิทธิบัตร โดยในเดือนกรกฎาคม ปี 2562 OPPO ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรกว่า 37,000 ฉบับทั่วโลก โดยกว่า 31,000 ฉบับ (เฉลี่ยประมาณ 85%) เป็นสิทธิบัตรด้านการประดิษฐ์ ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วกว่า 11,000 ฉบับ

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OPPO ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CtyuWo

 

from:http://mobileocta.com/oppo-has-entered-into-a-patent-agreement-with-intel-and-ericsson-to-develop-a-global-business/

Redmi กล้อง 64 ล้านพิกเซลจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และ Mi Mix 4 จะมาพร้อมกล้อง 108 ล้านพิกเซล !!

 

หลังจากที่ realme ประกาศความร่วมมือกับ Samsung อย่างเป็นทางการในการนำเซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL มาใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้นั้น

ล่าสุด Redmi แบรนด์ย่อยของ Xiaomi ดูเหมือนจะไม่ยอมน้อยหน้า รีบปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องความละเอียด 64 ล้านพิกเซลที่ใช้เซ็นเซอร์เดียวกันในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ด้วยเหมือนกัน

 

นอกจาก Redmi จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนกล้อง 64 ล้านพิกเซลแล้ว ยังอ้างอีกว่า Redmi จะเป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนแรกๆ ของโลกที่ใช้เซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL โดยจะเปิดตัวที่อินเดียก่อน และคาดว่าจะใช้ชื่อรุ่น Redmi Note 8

สำหรับกล้องของสมาร์ทโฟนที่ใช้เซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL จะมาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1 / 1.7 นิ้ว โดยมีขนาดพิกเซล 1.6μm (เมื่อรวมกันจาก 4 เป็น 1) รวมทั้งปรับปรุงการสร้างสีใหม่ ISOCELL Plus, Smart ISO และมีฟีเจอร์ Hybrid 3D HDR ที่ให้ช่วงไดนามิกที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข่าวใหญ่ที่ Ice universe หรือ @UniverseIce โพสต์ผ่านบัญชี Twitter ส่วนตัวว่า Xiaomi จะเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายแรกของโลกที่ใช้กล้องเซ็นเซอร์ 108MP ISOCELL ของ Samsung โดยใช้เทคโนโลยี Pixel Binning หรือเทคนิครวมพิกเซล (27×4) ทำให้ภาพถ่ายมีความเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล

ทั้งนี้ @UniverseIce ระบุว่า สมาร์ทโฟนดังกล่าวอาจจะเป็น Mi Mix 4 ตามที่ก่อนหน้านี้ทาง Xiaomi ออกมาประกาศว่า Mi Mix 4 จะมาพร้อมกล้องที่ดีกว่ากล้อง 64 ล้านพิกเซล ก็ต้องรอดูกันว่ากล้องความละเอียด 108 ล้านพิกเซลจะชัดแค่ไหนกัน

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/redmi-with-64mp-camera-coming-in-q4-mi-mix-4-to-get-a-108mp-sensor/

ซั­­มซุงเปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ หรือ New Work Tribe

 

  • ครั้งแรกของกาแลคซี่ โน้ต ที่มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • S Pen ปากกาอัจฉริยะเจเนเรชั่นล่าสุด ให้คุณเปลี่ยนลายมือภาษาไทยให้กลายเป็นตัวอักษรได้ทันทีบน Samsung Notes รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actionsให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานผ่านทิศทางการเคลื่อนไหวของปากกา
  • มาพร้อมกล้องอัจฉริยะ ให้ภาพถ่ายและวิดีโอสวยงาม สมบูรณ์แบบราวกับมืออาชีพ
  • มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าที่เคยกับ Super-Fast Charging เพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS ได้อย่างง่ายดายผ่าน Samsung DeX

 

ซัมซุงเปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” (Samsung Galaxy Note 10) สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมในตระกูล “กาแลคซี่ โน้ต” ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันหรูหราทันสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และการทำงานอันแสนทรงพลัง เพื่อให้ทุกนาทีของผู้ใช้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่า “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไป ให้พวกเขามีอิสระในการทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างสรรค์ผลงานได้ดีขึ้นและสะดวกกว่าที่เคย นั่นหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม

samsung galaxy note10

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หากย้อนไปถึงจุดยืนของกาแลคซี่ โน้ตรุ่นแรกนั้น มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ดีที่สุด และในวันนี้กาแลคซี่ โน้ต 10 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าโน้ตแฟน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่

เพราะครั้งนี้เราได้พัฒนาขีดความสามารถของการใช้งาน เพื่อมอบสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้มองหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”

ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

  • มีให้เลือก 2 ขนาด: เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน

หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่

Samsung Galaxy Note10

Samsung Galaxy Note10+

  • ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge): กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
  • หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด: หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL[1] ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ[2]

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด

 

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด

  • เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ: ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes พร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย
  • วิวัฒนาการของ S Pen: เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

  • Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล[3]: Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PCหรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox
  • เชื่อมต่อกับ Windows: กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์

กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์

 

กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น

  • เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม: กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
  • ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush[4] ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
  • บันทึกวิดีโอหน้าจอ: สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้

  • AR Doodle และ 3D Scanner: เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10  รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner[5] เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุ[6]และเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้
  • โหมดถ่ายภาพกลางคืน: เมื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน

 

ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา

  • Super Fast Charging: ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน[7] รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย[8]
  • Wireless PowerShare[9]: ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้

  • เกมมิ่ง: เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
  • Hyper-fast Speed:  ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE

ต่อยอดสู่อีโค่ซิสเต็มของกาแลคซี่ 

 

กาแลคซี่ โน้ต 10 เป็นหัวใจของกาแลคซี่ อีโค่ซิสเต็ม ชุดผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยม ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คล่องตัวและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อย่าง กาแลคซี่ วอทช์ แอคทีฟ 2 และแท็บเล็ต กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและบรรลุเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา

บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ

นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

 

from:http://mobileocta.com/samsung-launches-powerful-galaxy-note-10-smartphone-break-down-all-the-same-limits/

Samsung เผยเหตุผลว่าทำไมถึงตัดช่องหูฟังออกจาก Galaxy Note10 / Note10+ (หลังแซว Apple มานาน)

Why Samsung Drop Headphonejack From Note 10 ReasonSamsung เปิดตัว​ Galaxy Note10 / Note10+ ใหม่และก็เป็นไปตามคาด โดย Samsung ได้ตัดช่องหูฟังออกจากรุ่นนี้ พร้อมเผยเหตุผลว่าทำไม ทำไม Galaxy Note10 / Note10+ ไม่มีช่องหูฟัง ก่อนหน้านี้เราเคยรายงานไปแล้วว่า Samsung อาจตัดช่องหูฟังออกจาก Galaxy Note10 / Note10+ โดย The Verge ได้รับข้อมูลจากตัวแทนของ Samsung ในประเด็นนี้ เปิดตัว Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ อย่างเป็นทางการ [ดูรายละเอียด ที่นี่] ตัวแทนของ Samsung เผยว่าการตัดช่องหูฟังออกจาก Galaxy Note10 / Note10+ จะช่วยให้ตัวเครื่องมีพื้นที่ภายในเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มแบตเตอรี่จากเดิมได้มากถึง 100mAh หรือราว ๆ 2-3%, เพิ่มประสิทธิภาพให้ Haptic Feedback […]

from:https://www.iphonemod.net/why-samsung-drop-headphonejack-from-note-10-reason.html

เปิดตัว Galaxy Note 10+ | Galaxy Note 10 มาพร้อมกับฟีเจอร์ S Pen สุดล้ำที่เปลี่ยนปากกาให้กลายเป็นไม้กายสิทธิ์

ในที่สุดก็เปิดตัวสักทีสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงซีรีส์ Galaxy Note 10 ของทาง Samsung หลังจากมีข่าวลือหลุดออกมาอย่างรัวๆ เลยก่อนวันเปิดตัวทั้งเรื่องฟีเจอร์หรือดีไซน์ ว่าแต่จะพอเปิดตัวแล้ว ข่าวหลุดพวกนั้นจะจริงแท้แค่ไหน มาดูพร้อมกันได้เลยครับ บอกใบ้ให้นิดนึงนะว่าฟีเจอร์ S Pen ใหม่ ขอบอกเลยว่าเด็ด!

รอบนี้ Galaxy Note 10 จะมีให้เลือกซื้อด้วยกันทั้งหมด 2 ขนาดได้แก่ขนาด 6.3 นิ้ว (Note 10) และ 6.8 นิ้ว (Note 10+)

หน้าจอยังคงเป็นแบบ Dynamic AMOLED เฉกเช่นเดียวกับที่เราเห็นกันใน Galaxy S10 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาครับ ความพิเศษรอบนี้ก็คือทาง Samsung จะมีซอฟต์แวร์ตัดแสงสีฟ้าเข้ามาช่วย แม้ว่าเราจะยังไม่ได้เปิดโหมด Eye Comfort ก็ตาม อีกทั้งสีก็ยังไม่เพี้ยนอีกด้วยนะ

มาถึงพระเอกหลักของเราให้งานกันบ้างสำหรับปากกา S Pen ที่รอบนี้ความสามารถพิเศษของมันคือสามารถแปลงลายมือของเราเป็นไฟล์ Word หรือ PDF ได้แบบ Real Time แล้ว! แถมยังรองรับภาษาไทยด้วยนะ ค่อนข้างแม่นยำเลย


นอกจากนี้.. S Pen ยังสามารถควบคุมการทำงานของกล้องได้แล้ว! ไม่ว่าจะเป็นการสลับกล้องหน้ากล้องหลัง ซูมเข้าออก เปลี่ยนโหมดโน้นนี้ ทำง่ายๆ ด้วยการร่ายปากกาไปมา ราวกับปากกาเป็นไม้กายสิทธิ์แบบที่เราเห็นกันในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Harry Potter เลย

โดยในปัจจุบันทาง Samsung กำลังร่วมพัฒนากับ YouTube อยู่ เพื่อให้สามารถควบคุมการดูคลิปวิดีโอต่างๆ ได้ด้วย S Pen

ไม่ต้องห่วงเรื่อง S Pen แบตหมดเลย เพราะรอบนี้ชาร์จครั้งเดียว อยู่ได้ยาวๆ หลายชั่วโมงเลย

ส่วนกล้องก็มาทั้งหมด 3 ตัว ครบทุกเซนเซอร์เลยไม่ว่าจะเป็นเลนส์หลัก, เลนส์ Ultra Wide และเลนส์ Telephoto นอกจากนี้ Note 10+ ยังจะมาพร้อมกับเซนเซอร์ Depth Vision เอามาไว้วัดความตื้นลึกอีกด้วย


 

รอบนี้เราสามารถใส่ Bokeh Effects เข้าไว้ในคลิปวิดีโอแล้วนะ! โดยจะเอฟเฟ็กมีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน

มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ Zoom in On Sound ช่วยให้เราสามารถโฟกัสวัตถุได้ พร้อมกับทำให้เสียงชัดขึ้นด้วยฟีเจอร์ดังกล่าว

และฟีเจอร์ SuperSteady รอบนี้ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีกว่าที่ผ่านมาพอสมควรเลย โดยรอบนี้จะใช้ซอฟต์แวร์และ AI เข้ามาช่วย

AR Doodle ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้เราวาดอะไรก็ได้ใส่หน้าคนหรือวัตถุต่างๆ โดยต่อให้วัตถุหรือคนดังกล่าวหนีไปไหน ทันทีที่พวกเขากลับเข้ามาในเฟรม Effects ที่วาดไว้ จะกลับมาอัตโนมัติเลย


และการที่มาพร้อมกับเซนเซอร์ Depth Vision (ToF) ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้แอป 3D Scanner App มาสแกนวัตถุได้แล้ว ขยับได้เสมือนมีชีวิตชีวาจริงๆ เลย

สำหรับสายเกมมิ่ง Galaxy Note 10 ได้ผนึกจับมือร่วมกันกับ DISCORD เรียบร้อยแล้ว เวลาเล่นเกมสามารถพูดคุยแชทได้เลย ไม่ต้องเปิดแอปอื่นเพิ่ม จะว่าจะแซวใคร สามารถทำได้ง่ายแล้วนะ GGEZ กันสบายเลย ฮ่าๆ

ชิปเซ็ตรอบนี้จะใส่มาเป็นชิปตัวใหม่ล่าสุดของทางบริษัทอย่าง Exynos 9825 โดยประสิทธิภาพของ CPU จะแรงขึ้น 33% และ GPU แรงขึ้น 42% เมื่อเทียบกับ Galaxy Note 9

สำหรับการใช้งาน Samsung ออกมาเคลมเลยนะว่าสามารถใช้ได้สบายๆ ทั้งวันเลย และถึงแม้ว่าแบตจะหมด ก็สามารถชาร์จกลับคืนได้ด้วยเทคโนโลยีการชาร์จไว 25W โดย Note 10+ จะรองรับการชาร์จไวได้สูงสุดถึง 45W เลยทีเดียว! เสียบปลั๊กไป 30 นาที ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานทั้งวันแล้ว




นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสรุปการเปิดตัวสั้นๆ ของ Galaxy Watch Active 2 และแทบเล็ต Galaxy Tab S6 อยู่ โดยจะประกาศราคาและวันวางจำหน่ายไว้เรียบร้อย


อันนี้ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เลย Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Book S ราคาเริ่มต้น $999 วางจำหน่ายพร้อมกันเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ครับ

ความพิเศษของมันก็คือ.. เราไม่ต้องพกสายชาร์จอะไรให้ยุ่งยากแล้ว! เพียงแค่มีพอร์ต Type C ก็สามารถชาร์จได้ทุกที่ทุกเวลา

ไหนๆ ก็พูดถึงคอมกันแล้ว มาพูดถึงฟีเจอร์ Samsung DeX กันบ้างดีกว่า รอบนี้สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆ แล้วเพียงแค่เสียบพอร์ต USB Type C เข้าไป


 

โดย Samsung ได้จับมือกับ Microsoft พัฒนาโปรแกรม Link to Windows รอบนี้เราสามารถตอบแชทที่อยู่ในโทรศัพท์ผ่านคอมพิวเตอร์เราได้แล้ว รวมทั้งการถ่ายโอนรูปภาพ หรือ screen mirror โทรศัพท์เข้าคอมเลยก็ยังทำได้

สเปค Galaxy Note 10+ และ Galaxy Note 10 

Galaxy Note 10+ Galaxy Note 10
 
หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ รองรับการแสดงผล HDR10+ Dynamic AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับการแสดงผล HDR10+
CPU  Exynos 9825 Exynos 9825
GPU Mali-G77 Mali-G77
RAM  12GB 8GB
ความจุ 256GB UFS 3.0 รองรับ MicroSD 256GB UFS 3.0

กล้องหลัง 

เลนส์ tele 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

Depth Vision

เลนส์ tele 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2

กล้องหน้า 10MP (f/2.2) + Night Vision 10MP (f/2.2) + Night Vision
ระบบเสียง  ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง
เซนเซอร์ fingerprint (บนหน้าจอ), accelerometer, barometer, compass, brightness sensor, proximity detection, gyroscope fingerprint (บนหน้าจอ), accelerometer, barometer, compass, brightness sensor, proximity detection, gyroscope
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0
แบตเตอรี่ 4,300 mAh รองรับชาร์จไว 45W 3,500 mAh รองรับชาร์จไว 25W
ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย OneUI Android 9 Pie ครอบทับด้วย OneUI
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 IP68

 

มาดูกันเรื่องราคาเปิดตัวกันบ้างดีกว่า Note 10 จะเคาะราคาเริ่มต้นที่ $949 (ประมาณ 29,000 บาท) และ Note 10+ เปิดราคามา $1099 (ประมาณ 33,800 บาท)

ก็ต้องรอลุ้นกันครับว่าเข้าไทยจะเปิดราคามาเท่าไหน ทันทีที่เราทราบข้อมูลในส่วนนี้ จะรีบนำมาบอกเพื่อนๆ ชาวดรอยด์แซนส์กันเลยครับ ตอนนี้ทีมงานขอตัวลาไปนอนก่อนนะ.. คร่อกกก~~zz

from:https://droidsans.com/galaxy-note-10-note-10-plus-launched/

เปิดตัวแล้ว!! Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ มาพร้อมชิปรุ่นใหม่ อัพเกรด S Pen และกล้องที่ดีที่สุด

สิ้นสุดการรอคอย Samsung เปิดตัวพรีเมี่ยมสมาร์ทโฟน Galaxy Note 10 series อย่างทางการแล้ว โดยผลิตออกมาให้เลือก 2 รุ่น ในขนาดที่แตกต่างกัน เริ่มต้นที่ Galaxy Note 10 มีขนาดใกล้เคียงกับ Galaxy S10 สำหรับคนที่เน้นพกพาสะดวก และ Galaxy Note 10+ มีขนาดพอๆ กับ Galaxy S10+ หรือ Galaxy Note 9 เอาใจคนที่เน้นจอใหญ่วาดเขียนได้เต็มพื้นที่

การออกแบบ

ถึงจะมีขนาดแตกต่างกัน แต่ Galaxy Note 10 series ได้รับการออกแบบมาเหมือนกัน โดยจุดที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อน คือ ไม่มีช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร มาให้อีกต่อไปแล้ว ทำให้ภายในมีพื้นที่ว่างมากขึ้น สำหรับการเพิ่มความจุแบตเตอรี่ได้อีก 100mAh และยังมีพื้นที่พอให้ติดตั้งระบบ Hipstic Feedback หรือตอบสนองการสัมผัสด้วยระบบสั่น

ส่วนขอบด้านข้างมีการตัดปุ่ม Bixby ทิ้งไป แล้วยังปุ่มเพาเวอร์ ไปไว้ฝั่งเดียวกับปุ่มปรับระดับเสียง และมีการติดตั้งกล้องหน้าไว้ในจอแสดงผลเหมือนกับเรือธง Galaxy S10 แต่ย้ายมาไว้ตรงกึ่งกลาง เพื่อให้ได้ภาพถ่ายเซลฟี่ที่มีความสมดุลมากขึ้น

จอแสดงผล

Galaxy Note 10 มาพร้อมจอแสดงผล FHD+ ขนาด 6.3 นิ้ว ขณะที่ Galaxy Note 10+ ได้รับจอแสดงผล WQHD+ ขนาด 6.8 นิ้ว โดยใช้จอภาพ Dynamic AMOLED ให้ความสว่างสูงสุด 1200 nits กรองแสงสีฟ้าได้ถึง 99% บนดีไซน์ไร้กรอบ Cenematic Infinity-O Display

ใต้จอแสดงผลยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้สแกนได้ง่ายกว่าเดิม

ประสิทธิภาพ

Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ Exynos 9825 ผลิตด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ทำงานเร็วกว่ารุ่นก่อน 18%

Galaxy Note 10 ได้รับความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 256GB ส่วน Galaxy Note 10+ ได้รับความจำ RAM 12GB จับคู่กับ ROM 256GB และ 512GB

แบตเตอรี่

Galaxy Note 10 มีความจุ 3,500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบมีสาย 25 วัตต์ ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ในเวลาเพียง 65 นาที หรือ ชาร์จเร็วแบบไร้สาย 12 วัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 107 นาที

สำหรับ Galaxy Note 10+ ได้รับความจุ 4,300 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบมีสาย 45 วัตต์ หรือ ชาร์จเร็วแบบไร้สาย 15 วัตต์ โดยมีระยะเวลาในการชาร์จจนเต็มเท่ากับรุ่นน้อง

กล้อง

Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องมุมกว้างพิเศษ 123 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงปรับได้ระหว่าง F1.5 / F2.4 กล้องเทเลโฟโต้ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.1 ออปติคอลซูม 2 เท่า อย่างไรก็ตาม Galaxy Note 10+ จะได้เซ็นเซอร์ Time of Flight มาช่วยจับระยะชัดลึกให้แม่นยำมากขึ้น

สำหรับกล้องเซลฟี่ของทั้ง 2 รุ่น มีความละเอียดเท่ากัน 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 มาพร้อมโหมด Scene Optimizer ช่วยระบุฉากหรือวัตถุเพื่อปรับค่ากล้องให้อัตโนมัติ รองรับ 30 รูปแบบ, Shot Suggestions ผู้ช่วยอัจฉริยะ คอยให้คำแนะนำองค์ประกอบของการถ่ายภาพ ให้ได้ภาพที่สวยงามที่สุดเหมือนเป็นช่างภาพมืออาชีพ, Night Mode หรือโหมดถ่ายภาพในเวลากลางคือ และโหมดถ่ายภาพ IG

วิดีโอ

Galaxy Note 10 series ถ่ายวีดีโอได้อย่างคมชัด ด้วยฟีเจอร์กันสั่น Super Steady และสามารถใช้พร้อมกับ Optical Zoom ได้ มีฟีเจอร์ Audio Zoom ช่วยเก็บเสียงจากสิ่งที่กำลังซูมให้ดังมากขึ้น ด้วยความช่วยเหลือจากไมโครโฟน ที่ติดตั้งมาให้ถึง 3 ตัว

Galaxy Note 10 series ยังรองรับฟีเจอร์ Live Focus ในการถ่ายวีดีโอได้ด้วย ช่วยละลายฉากหลัง และดูดสีฉากหลังได้

สามารถตัดต่อวีดีโออย่างมืออาชีพด้วยแอพพลิเคชั่น Adobe Premiere Rush โดยเจ้าของสมาร์ทโฟน Galaxy Note 10 series จะได้รับส่วนลดในการซื้อแอพ 20%

S Pen

ปากกา S Pen ถือเป็นอีกไฮไลท์ของ Galaxy Note series โดยปากกาเวอร์ชั่นใหม่ที่มาพร้อม Galaxy Note 10 และ Note 10+ ติดตั้งเซ็นเซอร์ Gyro แบบ 6 แกน จึงรองรับคำสั่งด้วยท่าทางได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวปากกาไปในทิศทางไหน จะหมุนซ้ายหรือหมุนขวา ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตวัด S Pen เพื่อเปลี่ยนเพลง หรือสลับการใช้งานกล้องได้

S Pen ใหม่ยังสามารถแปลงลายมือเป็นตัวอักษรดิจิตอล แบบยาวๆ ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมแชร์เป็นไฟล์ Doc ได้เลย หรือจะจับภาพหน้าจอ แล้วย่อขนาด พร้อมเขียนทับลงไปได้

  • ฟีเจอร์ Screen off memo สามารถเปลี่ยนสีได้
  • AR Noodel สามารถใช้ S Pen วาด AR ตอนเปิดกล้อง เลือกวาดทั่วไป หรือเฉพาะใบหน้า
  • Live Message เขียนบนวิดีโอได้ 15 วินาที หรือกดบันทึกหน้าจอและเปิดกล้องหน้าไปด้วย รองรับความละเอียด Full HD และสามารถปิดหรือเปิดไมดครโฟนได้
  • S Pen มีเสียงปากกาจริงถึง 6 แบบ

Samsung Dex

Samsung Dex สำหรับ Galaxy Note 10 series สนับสนุนการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ในขณะที่ยังสามารถใช้ฟีเจอร์การโทรได้ปกติ รองรับเม้าส์และคีย์บอร์ดที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อยู่ สามารถโอนถ่ายไฟล์ลงคอมพิวเตอร์ได้ทันที และสามารถถ่ายโอนไฟล์จากคอมพิวเตอร์ลงในสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน โดยรองรับคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบน Windows 10 หรือ 7 รวมถึง Mac 10.13 – 10.14

หรือจะเชื่อมต่อ Dex ในรูปแบบไร้สายก็ทำได้เช่นกัน ด้วย Link to Windows สำหรับซิงค์ข้อมูลผ่านคลาว์แบบชั่วคราว สามารถส่งภาพถ่ายไปยังคอมพิวเตอร์ได้ทันที และถ้าอยู่ในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน ก็สามารถสะท้อนหรือมิลเลอร์หน้าจอได้เลย

เกม

Samsung ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ผลิตเกมต่างๆ อย่างเกม Harry Potter: Wizards Unite สามารถใช้ S Pen ร่ายคาถาแทนไม้กายสิทธิ์ได้ สามารถเล่นเกม Candy Crush บนอากาศได้ด้วย AR และยังเป็นพาร์ทเนอร์กับเกม Call of Duty: Mobile

Samsung พร้อมเปิดรับจองสมาร์ทโฟน Galaxy Note 10 series ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป โดย Galaxy Note 10 มีให้เลือก 3 สี คือ Aura Glow, Aura Black, Aura Pink และ Galaxy Note 10+ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black, Aura White

from:https://www.flashfly.net/wp/262280