คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS

แคสเปอร์สกี้ไทยระบุ ฟิชชิ่งทุก 1 ใน 2 ครั้งพยายามโจมตีการเงิน

ข้อมูลจากผู้ใช้ของแคสเปอร์สกี้ที่ให้ไว้โดยสมัครใจแบบไม่ระบุชื่อ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการโจมตีด้วยฟิชชิ่งที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่มิจฉาชีพ โดยความพยายามโจมตีด้วยฟิชชิ่งที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดที่ตรวจพบระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2565 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ อีเมลอันตรายซึ่งกำหนดเป้าหมายโจมตีไปยังระบบการชำระเงิน (payment system) 32.11% รองลงมาคือร้านค้าออนไลน์ (e-shop) 10.80% และธนาคาร 5.03% กล่าวสรุปได้ว่า ความพยายามโจมตีด้วยฟิชชิ่งทุก 1 ใน 2 ครั้ง หรือคิดเป็น 47.94% เกี่ยวข้องกับการเงิน

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2565 ฟิลิปปินส์ประสบปัญหาฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเงินมากที่สุด (68.95%) อันดับ 2 สิงคโปร์ (55.67%) ตามด้วยไทย (55.63%) มาเลเซีย (50.58%) อินโดนีเซีย (42.81%) และเวียดนาม (36.12%) ขณะที่สัดส่วนการโจมตีด้วยฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเงินทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 48.22%

ตัวเลขที่น่าสังเกตคือ ขณะที่ฟิชชิ่งโจมตีผ่านระบบการชำระเงินมีสัดส่วนสูงสุดสำหรับทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สำหรับประเทศไทย ความพยายามโจมตีด้านการเงินสูงสุดของประเทศคือการฟิชชิ่งผ่านร้านค้าออนไลน์ (28.16%) รองลงมาคือระบบการชำระเงิน (22.22%) และธนาคาร (5.25 %) กล่าวคือ ความพยายามโจมตีด้วยฟิชชิ่งของไทยนั้นเกี่ยวข้องกับการเงินคิดเป็น 55.63% หรือทุกการโจมตี 1 ใน 2 ครั้ง

ตัวเลขสัดส่วนนี้มาจากข้อมูลที่ไม่เปิดเผยชื่อตามการทริกเกอร์คอมโพเนนต์ที่กำหนดในระบบป้องกันฟิชชิ่ง (Anti-Phishing) ของแคสเปอร์สกี้บนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ คอมโพเนนต์จะตรวจจับหน้าเพจทั้งหมดที่มีเนื้อหาฟิชชิ่งที่ผู้ใช้พยายามเปิดโดยคลิกลิ้งก์ในข้อความอีเมลหรือบนเว็บ โดยที่ลิ้งก์ไปยังหน้าเพจเหล่านี้มีอยู่ในฐานข้อมูลแคสเปอร์สกี้

สำหรับประเทศไทย ตัวเลขการตรวจจับความพยายามโจมตีร้านค้าออนไลน์ที่มีสัดส่วนสูงสุดนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก โดยมีจำนวนโดดเด่นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ (29.37%) จำนวนลดลงเล็กน้อยในเดือนมีนาคม (25.31%) แต่เพิ่มขึ้นเป็นระดับสูงสุดใหม่ในเดือนเมษายน (29.79%)

ระบบการชำระเงิน ร้านค้าออนไลน์ และธนาคาร ล้วนเป็นเป้าหมายหลักที่ชัดเจนสำหรับฟิชเชอร์ ซึ่งบ่งชี้ว่าฟิชเชอร์สนใจข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้การเข้าถึงเงินมากที่สุด ข้อความฟิชชิ่งมักจะอยู่ในรูปแบบของการแจ้งเตือนปลอมจากธนาคาร ผู้ให้บริการ ระบบ e-pay และองค์กรต่างๆ ข้อความแจ้งเตือนจะพยายามกระตุ้นให้ผู้รับใส่ข้อมูลหรืออัปเดตข้อมูลส่วนบุคคลของตนอย่างเร่งด่วนด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง ที่มักเกี่ยวข้องกับการสูญเสียข้อมูล ความล้มเหลวของระบบ ฯลฯ

ตัวอย่างภาพหน้าจอของหน้าฟิชชิ่ง

นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า นอกจากการทำธุรกรรมดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว เรายังเห็นการเพิ่มขึ้นของ Super Apps’ ในภูมิภาคอีกด้วย ซูเปอร์แอปส์เป็นแอปพลิเคชันมือถือที่รวมฟังก์ชันการเงินยอดนิยมทั้งหมด รวมทั้ง e-banking, mobile wallets, การซื้อของออนไลน์ ประกันภัย การจองการเดินทาง และการลงทุนต่างๆ การใส่ข้อมูลและเงินดิจิทัลของเราไว้ในที่เดียวสามารถทำให้ผลกระทบของการโจมตีแบบฟิชชิ่งขยายตัวในอัตราที่คาดไม่ถึง

ซูเปอร์แอปส์ (Super Apps) เป็นวิธีการที่ธนาคารแบบดั้งเดิมและผู้ให้บริการใช้เพื่อสร้างความโดดเด่นในอุตสาหกรรมที่มีการใช้งานพลุกพล่าน ขณะที่ธนาคารและผู้ให้บริการพยายามทำงานร่วมกับบุคคลที่สาม และรวบรวมบริการทั้งหมดไว้ในแอปมือถือเครื่องเดียว พื้นที่การโจมตีก็ขยายกว้างขึ้น มีช่องทางให้เจาะเป็นช่องโหว่มากขึ้น

ฟิชชิ่งเป็นกลอุบายที่ยังคงมีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับอาชญากรไซเบอร์ เป็นวิธีที่รู้จักกันดีในการเจาะเข้าไปในเครือข่ายของผู้ใช้และบริษัท โดยเล่นกับอารมณ์ของผู้ใช้

โดยสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้คือแอปหนึ่งแอปที่มีรายละเอียดทางการเงินทั้งหมดของผู้ใช้ แค่ลิ้งก์ฟิชชิ่งธรรมดาอันเดียวที่ขอข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้ อาจทำให้ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในแอปเสียหายได้ ซึ่งความเสียหายจากภัยคุกคามนี้จะขยายผลออกไปได้อีก

นายเซียง เทียง โยว กล่าวเสริมว่า เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาชญากรไซเบอร์ติดตามเส้นทางการเงิน ดังนั้นธนาคาร นักพัฒนาแอป และผู้ให้บริการจึงควรบูรณาการการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ตั้งแต่เริ่มต้นการพัฒนาแอปพลิเคชัน เราคาดว่าแฮกเกอร์จะมุ่งเป้าไปที่ซูเปอร์แอปส์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและผู้ใช้ผ่านการโจมตีทางวิศวกรรมสังคม เราขอกระตุ้นให้บริษัทฟินเทคทุกแห่งปรับใช้แนวทางที่ปลอดภัยโดยการออกแบบในระบบของตน และให้การศึกษาเชิงรุกแก่ผู้ใช้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานี้ที่การโจมตีแบบฟิชชิ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางสาวเบญจมาศ จูฑาพิพัฒน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนว่า การป้องกันนั้นย่อมดีกว่าการรักษาแก้ไข แม้ว่าบริษัทการเงินส่วนใหญ่จะมีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อปกป้องลูกค้าจากการตกเป็นเหยื่อของกิจกรรมที่น่าสงสัย แต่ยังมีขั้นตอนอีกมากมายที่สามารถทำได้ในเชิงรุกมากขึ้นทั้งในระดับบุคคลและระดับธนาคาร

สำหรับองค์กร วิธีการป้องกันที่สำคัญที่สุดคือต้องตระหนักว่าการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ควรเป็นกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น ไม่ใช่แพลตฟอร์มคงที่ ควรจะผสมผสานเทคโนโลยีและความพยายามเข้าด้วยกัน และมีการอัปเกรด อัปเดต และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารและผู้ให้บริการจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้กับทีมรักษาความปลอดภัย (หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย) ที่จะสามารถรับประกันได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานการป้องกันทางไซเบอร์ได้รับการอัปเดต และจะสามารถให้การสนับสนุนในกรณีที่มีการโจมตีทางไซเบอร์

บริษัทต่างๆ สามารถลงทุนกับโซลูชันการรักษาความปลอดภัยเอ็นด์พอยต์ได้ แคสเปอร์สกี้ขอเสนอโปรโมชั่นสำหรับ Kaspersky Endpoint Detection and Response Optimum ในราคาลด 35% เพื่อช่วยให้องค์กรได้เริ่มต้นใช้งานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

ขั้นตอนที่สำคัญเพิ่มเติมที่ควรพิจารณา มีดังนี้

  • พิจารณาแพลตฟอร์มข้อมูลภัยคุกคาม (threat intelligence platform): องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งเพื่อเข้าถึงแนวโน้มและข้อมูลภัยคุกคามด้านความปลอดภัยด้านไอทีล่าสุด ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า Threat intelligence ข้อมูลภัยคุกคามจะให้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อดำเนินการและแสดงภาพสถานะดิจิทัลของธนาคารที่ใหญ่ขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับอาวุโสเกี่ยวกับความเสี่ยงและจุดอ่อนที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถตัดสินใจอย่างชาญฉลาดถึงสิ่งที่ต้องทำเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ปรับปรุงกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่รู้จักได้ดียิ่งขึ้น และอุดช่องว่างใดๆ ของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผู้จำหน่ายบุคคลที่สาม (เธิร์ดปาร์ตี้) ได้รับการอัปเดตด้วย มีรายงานเพิ่มขึ้นว่าการละเมิดระบบรักษาความปลอดภัยของบุคคลที่สามส่งผลต่อธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร รัฐบาล หรือองค์กรเอกชน ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากภัยคุกคามด้านความปลอดภัยเหล่านี้ได้ และสิ่งสำคัญที่เราจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไม่สำคัญว่าผู้ขายบุคคลที่สามจะบอกคุณระบบของตนนั้นปลอดภัยเพียงใด เนื่องจากการโจมตีซัพพลายเชนที่เด่นชัดได้แสดงให้เราเห็นว่าการรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของตนเองนั้นมีความสำคัญมากกว่าการปล่อยให้อยู่ในมือของคู่ค้า
  • การดำเนินการตามมาตรการป้องกันจำเป็นต้องล้ำหน้าไปไกลกว่าการปกป้องระบบของตนเอง ธนาคารต้องใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อเตือนลูกค้าไม่ให้ตกเป็นเหยื่อผู้แอบอ้าง การหลอกลวงและการโจมตีแบบฟิชชิ่ง แม้ว่าจะเกิดขึ้นนอกระบบก็ตาม

คำแนะนำเพื่อช่วยผู้ใช้ทั่วไปในการป้องกันตนเองจากการโจมตีแบบฟิชชิ่ง มีดังนี้

  • ไม่โต้ตอบ: แม้แต่การตอบกลับอย่างการส่งข้อความว่า “ยกเลิกการสมัคร” (UNSUBSCRIBE) หรือ “หยุดส่งข้อความ” (STOP) เพราะอาจเป็นวิธีการระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่ ผู้โจมตีจะเล่นกับความอยากรู้หรือความวิตกกังวลของผู้ใช้เกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ แต่คุณสามารถเลือกที่จะไม่ข้องเกี่ยวได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ลิ้งก์หรือข้อมูลติดต่อในอีเมลหรือข้อความ: แนะนำให้ติดต่อไปที่ช่องทางการติดต่อโดยตรง นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบประกาศเร่งด่วนได้โดยตรงในบัญชีออนไลน์หรือผ่านทางโทรศัพท์สายด่วนอย่างเป็นทางการของหน่วยงานนั้นๆ ได้
  • สังเกตุและระวังข้อผิดพลาดต่างๆ การสะกดคำผิด และอักขระแปลกๆ ในข้อความ: ผู้คุกคามบางคนมีปัญหากับภาษาอังกฤษจริงๆ หรือมีข้อผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นโดยเจตนา เมื่อพยายามที่จะหลบเลี่ยงตัวกรองสแปม (เช่น การใช้ตัวเลขเพื่อแทนที่ตัวอักษรบางตัว เช่น “Bank L0an” แทน “Bank Loan”)
  • ตอบโต้ช้าลงเมื่อได้รับข้อความที่เป็นเรื่องเร่งด่วน: อีเมลและ SMS มักจะถูกอ่านขณะผู้ใช้กำลังเดินทาง หากผู้ใช้ฟุ้งซ่านหรือรีบร้อน ก็จะละเลยความระแวดระวัง จึงควรตั้งสติและดำเนินการอย่างระมัดระวัง
  • ดาวน์โหลดแอปป้องกันมัลแวร์ซึ่งสามารถป้องกันแอปที่เป็นอันตรายได้ เช่น Kaspersky Total Security เพื่อสร้างความปลอดภัย

อ่านรายงานภูมิทัศน์ภัยคุกคามประจำปี 2564 ของแคสเปอร์สกี้ สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ที่นี่ https://kasperskysea.co/premium_report 

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/kaspersky-thai-states-that-every-phishing-attempt-is-one-of-two-attempts-to-attack-finances/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=kaspersky-thai-states-that-every-phishing-attempt-is-one-of-two-attempts-to-attack-finances

2022 ผ่านไปครึ่งทาง เศรษฐีที่รวยที่สุด 10 คน เสียความมั่งคั่งพอๆ กับ GDP ของประเทศประเทศหนึ่ง

ที่ผ่านมา แม้ว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่จากโควิด-19 มากแค่ไหน แต่กลุ่มมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกแทบไม่ได้รับผลกระทบ มิหนำซ้ำยังร่ำรวยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในปี 2020 หรือ 2021 ก็ตาม จากข้อมูลของ Bloomberg Billionaires Index

อย่างไรก็ตาม ปี 2022 ภาพทุกอย่างกลับพลิกผัน หลายคนอาจสังเกตได้ว่า หุ้นหลายตัวร่วงลงอย่างหนัก เช่น Tesla ร่วงลงมาแล้วกว่า 42% หลังปี 2022 ผ่านไปครึ่งทาง เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องของโควิด-19 ภาวะเงินเฟ้อ ไปจนถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ในปีนี้ มหาเศรษฐีที่รวยที่สุด 10 คนแรก สูญเสียความมั่งคั่งรวมๆ แล้วมหาศาล เทียบเท่ากับ GDP ของประเทศทั้งประเทศเลยทีเดียว โดย Mark Zuckerberg และ Elon Musk คือ 2 ใน 3 มหาเศรษฐีที่สูญเสียความมั่งคั่งมากที่สุดในปีนี้

และในบรรดามหาเศรษฐี Top 10 ก็มีเพียงคนนั้นที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น นั่นก็คือ Guatam Adani เจ้าพ่อธุรกิจอุตสาหกรรมและพลังงานจากอินเดีย

Brand Inside จะพาไปดูว่าในปีนี้ ใครคือ 10 มหาเศรษฐีที่รวยที่สุด แล้วแต่ละคนความมั่งคั่งลดลงมากแค่ไหน

ที่มา – Bloomberg Billionaires Index

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post 2022 ผ่านไปครึ่งทาง เศรษฐีที่รวยที่สุด 10 คน เสียความมั่งคั่งพอๆ กับ GDP ของประเทศประเทศหนึ่ง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/billionaires-lost-much-wealth-in-2022/

Apple Watch Extreme Sports จอใหญ่ เรือนโลหะ แบตอึด ลืดเปิดตัวปีนี้!

ข่าวลือ Apple Watch รุ่นขาลุย “Extreme SportsR […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-watch-extreme-sports-version.html

ชำแหละ Xiaomi 12S Ultra เผยส่วนประกอบโมดูลกล้องและเซนเซอร์ IMX989 ขนาด 1 นิ้ว

Xiaomi เพิ่งเปิดตัวมือถือ Xiaomi 12S Series ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งมือถือรุ่นท็อปอย่าง Xiaomi 12s Ultra ถูกจับตามองอย่างมากเพราะเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง Xiaomi และ LEICA แถมยังเป็นมือถือรุ่นแรกที่ได้ใช้เซ็นเซอร์กล้อง IMX989 ขนาดใหญ่เบิ้มถึง 1 นิ้วด้วย ซึ่งล่าสุดได้มีการชำแหละเครื่องมือถือรุ่นดังกล่าวให้ได้เห็นกันแบบชัด ๆ ไปเลยว่ากล้องของ Xiaomi 12s Ultra มีอะไรซ่อนเอาไว้บ้าง

WekiHome ซึ่งเป็นช่องนึงใน YouTube ที่มักจะนำเอามือถือ แทบเล็ต หรือโน้ตบุ๊ครุ่นต่าง ๆ มาชำแหละเครื่องในให้ดูกัน และได้นำเอา Xiaomi 12S Ultra มาชำแหละให้ทุกคนได้ดูกันว่าชิ้นส่วนข้างในมันเป็นยังไงบ้าง รวมถึงส่วนสำคัญอย่างกล้องหลังที่ไปจับมือกันพัฒนากับ LEICA และใช้เซนเซอร์กล้อง IMX989 ว่ามันมีขนาดใหญ่แค่ไหน เมื่อเทียบกับเซนเซอร์กล้องของมือถือรุ่นอื่น

เมื่อถอดฝาหลังออกมาแล้วจะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณด้านบนของเครื่องเกินครึ่ง ถูกอัดกันแน่นไปด้วยกล้องทั้ง 3 ตัว คือกล้อง Telephoto เลนส์ Periscope (กล้องสี่เหลี่ยมด้านล่าง), กล้อง Ultra-Wide 48MP (กล้องด้านขวา) และกล้องหลักที่มีขนาดใหญ่สุด (ด้านซ้าย) ส่วนที่เหลือคือพื้นที่สำหรับวางเมนบอร์ดและอื่น ๆ ไม่มากนัก เพราะพื้นที่ด้านล่างส่วนใหญ่ก็ต้องเอาไว้ใส่แบตเตอรี่ขนาด 4,860 mAh เหมือนกัน

วิธีการแก้ปัญหานี้คือการเอา PCB หรือแผ่นวงจรมาซ้อนกันสองชั้น เพื่อให้พื้นที่พอสำหรับการวางชิ้นส่วนทั้งหมด ส่วน RAM กับ ROM แผ่นระบายความร้อน แผ่นทองแดง และระบบระบายความร้อนด้วยไอน้ำ (Vapor Chamber) จะอยู่ทางด้านล่าง

คราวนี้กลับมาดูที่โมดูลกล้องหลักกันบ้าง จะเห็นว่าทั้งตัวโมดูลนับไปจนถึงตัวเลนส์กล้องหลักมันมีความหนาถึง 11.06 มม. เนื่องจากชิ้นเลนส์ต้องมีขนาดใหญ่มากจนสามารถครอบเซ็นเซอร์ IMX989 ได้ทั้งหมด แถมยังเป็นเลนส์แบบ 8 ชิ้นซะด้วย ก็เลยทำให้หนาขึ้นไปอีก

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเซ็นเซอร์กล้องขนาด 1 นิ้วเนี่ย จริง ๆ ตัวเซนเซอร์มันไม่ได้มีความยาวแนวทแยงเท่ากับ 1 นิ้วเป๊ะ ๆ นะครับ แต่มันจะนับรวมไปถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วย และเมื่อนำเอาเซนเซอร์ IMX989 ไปเปรียบเทียบกับเซนเซอร์รุ่นอื่นแล้วจะเห็นความแตกต่างของขนาดได้ชัดเลย

ภาพเทียบระหว่างเซนเซอร์ Samsung GNV ขนาด 1/1.28 นิ้ว กับ Sony IMX989 ขนาด 1 นิ้ว

แค่นี้ก็น่าจะเห็นกันแล้วว่า Xiaomi 12s Ultra เป็นมือถือที่เน้นเรื่องกล้องแบบสุด ๆ ไปเลย เพราะจากการแงะส่วนประกอบเครื่องทั้งหมดออกมาแบบนี้แล้ว ก็เห็นกันแบบเต็ม ๆ ว่าแค่โมดูลกล้องก็กินพื้นที่ตัวเครื่องไปเกือบจะครึ่งนึงเลยทีเดียวครับ

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/disassembly-video-reveals-size-of-xiaomi-12s-ultras-camera/

ชำแหละ Xiaomi 12S Ultra เผยส่วนประกอบโมดูลกล้องและเซนเซอร์ IMX989 ขนาด 1 นิ้ว

Xiaomi เพิ่งเปิดตัวมือถือ Xiaomi 12S Series ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งมือถือรุ่นท็อปอย่าง Xiaomi 12s Ultra ถูกจับตามองอย่างมากเพราะเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง Xiaomi และ LEICA แถมยังเป็นมือถือรุ่นแรกที่ได้ใช้เซ็นเซอร์กล้อง IMX989 ขนาดใหญ่เบิ้มถึง 1 นิ้วด้วย ซึ่งล่าสุดได้มีการชำแหละเครื่องมือถือรุ่นดังกล่าวให้ได้เห็นกันแบบชัด ๆ ไปเลยว่ากล้องของ Xiaomi 12s Ultra มีอะไรซ่อนเอาไว้บ้าง

WekiHome ซึ่งเป็นช่องนึงใน YouTube ที่มักจะนำเอามือถือ แทบเล็ต หรือโน้ตบุ๊ครุ่นต่าง ๆ มาชำแหละเครื่องในให้ดูกัน และได้นำเอา Xiaomi 12S Ultra มาชำแหละให้ทุกคนได้ดูกันว่าชิ้นส่วนข้างในมันเป็นยังไงบ้าง รวมถึงส่วนสำคัญอย่างกล้องหลังที่ไปจับมือกันพัฒนากับ LEICA และใช้เซนเซอร์กล้อง IMX989 ว่ามันมีขนาดใหญ่แค่ไหน เมื่อเทียบกับเซนเซอร์กล้องของมือถือรุ่นอื่น

เมื่อถอดฝาหลังออกมาแล้วจะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณด้านบนของเครื่องเกินครึ่ง ถูกอัดกันแน่นไปด้วยกล้องทั้ง 3 ตัว คือกล้อง Telephoto เลนส์ Periscope (กล้องสี่เหลี่ยมด้านล่าง), กล้อง Ultra-Wide 48MP (กล้องด้านขวา) และกล้องหลักที่มีขนาดใหญ่สุด (ด้านซ้าย) ส่วนที่เหลือคือพื้นที่สำหรับวางเมนบอร์ดและอื่น ๆ ไม่มากนัก เพราะพื้นที่ด้านล่างส่วนใหญ่ก็ต้องเอาไว้ใส่แบตเตอรี่ขนาด 4,860 mAh เหมือนกัน

วิธีการแก้ปัญหานี้คือการเอา PCB หรือแผ่นวงจรมาซ้อนกันสองชั้น เพื่อให้พื้นที่พอสำหรับการวางชิ้นส่วนทั้งหมด ส่วน RAM กับ ROM แผ่นระบายความร้อน แผ่นทองแดง และระบบระบายความร้อนด้วยไอน้ำ (Vapor Chamber) จะอยู่ทางด้านล่าง

คราวนี้กลับมาดูที่โมดูลกล้องหลักกันบ้าง จะเห็นว่าทั้งตัวโมดูลนับไปจนถึงตัวเลนส์กล้องหลักมันมีความหนาถึง 11.06 มม. เนื่องจากชิ้นเลนส์ต้องมีขนาดใหญ่มากจนสามารถครอบเซ็นเซอร์ IMX989 ได้ทั้งหมด แถมยังเป็นเลนส์แบบ 8 ชิ้นซะด้วย ก็เลยทำให้หนาขึ้นไปอีก

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเซ็นเซอร์กล้องขนาด 1 นิ้วเนี่ย จริง ๆ ตัวเซนเซอร์มันไม่ได้มีความยาวแนวทแยงเท่ากับ 1 นิ้วเป๊ะ ๆ นะครับ แต่มันจะนับรวมไปถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วย และเมื่อนำเอาเซนเซอร์ IMX989 ไปเปรียบเทียบกับเซนเซอร์รุ่นอื่นแล้วจะเห็นความแตกต่างของขนาดได้ชัดเลย

ภาพเทียบระหว่างเซนเซอร์ Samsung GNV ขนาด 1/1.28 นิ้ว กับ Sony IMX989 ขนาด 1 นิ้ว

แค่นี้ก็น่าจะเห็นกันแล้วว่า Xiaomi 12s Ultra เป็นมือถือที่เน้นเรื่องกล้องแบบสุด ๆ ไปเลย เพราะจากการแงะส่วนประกอบเครื่องทั้งหมดออกมาแบบนี้แล้ว ก็เห็นกันแบบเต็ม ๆ ว่าแค่โมดูลกล้องก็กินพื้นที่ตัวเครื่องไปเกือบจะครึ่งนึงเลยทีเดียวครับ

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/disassembly-video-reveals-the-bonkers-size-of-xiaomi-12s-ultras-imx989-camera-module/

สหรัฐฯจี้ FTC ให้ตรวจสอบ TikTok เพิ่มด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ท่าจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสำหรับแอป TikTok ที่ก่อนหน้านี้โดนแฉว่าส่งข้อมูลของผู้ใช้งานกลับไปที่จีน จนทางกรรมาธิการ FCC ก็เขียนจดหมายถึงทั้ง Google และ Apple ให้ถอดแอป TikTok ออกจากสโตร์ของตัวเอง แถมล่าสุดทางวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ยังได้เรียกร้องให้ FTC หรือคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ เข้าตรวจสอบ TikTok ด้านการดำเนินการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเพิ่มเติม

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯได้เขียนจดหมายเรียกร้องให้ Lina Khan ประธานการค้าแห่งสหพันธรัฐ หรือ FTC (Federal Trade Commission) ดำเนินการเกี่ยวกับ TikTok โดยในจดหมายกล่าวว่า “TikTok ได้ปิดบังความจริงเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล การประมวลผลข้อมูล และการกำกับดูแลกิจการมาหลายครั้งแล้ว เราจึงขอแนะนำให้ FTC ดำเนินการในเรื่องนี้ทันที”

การเรียกร้องในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวว่า TikTok ส่งข้อมูลของผู้ใช้งานชาวอเมริกันกลับไปที่จีน ซึ่ง Brendan Carr กรรมาธิการ FCC หรือ กสทช. ของสหรัฐฯ ก็ออกมาเรียกร้องให้ Google และ Apple นำแอป TikTok ออกจากสโตร์ของตัวเองภายในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ และบอกว่าถ้าไม่นำออกก็ให้แจ้งเหตุผลมาด้วย

แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน Shou Zi Chew ซีอีโอของ TikTok ก็ออกมาชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ในจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลของสหรัฐฯได้จริง แต่ก็ต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยหลายขั้นตอนจากทางสหรัฐฯ ก่อน และทางรัฐบาลจีนก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ด้วย และยังอธิบายต่อว่า TikTok กำลังจะนำข้อมูลบนเซิฟเวอร์มาเก็บบนคลาวน์ของ Oracle ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐอเมริกาเร็ว ๆ นี้

และในงานแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Mark Warner วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ กล่าวว่า “เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ TikTok ยืนยันกับฝ่ายนิติบัญญัติว่าข้อมูลของผู้ใช้งานแอป TikTok และการดำเนินการทั้งหมดถูกปกป้องอย่างดีจากจีน” และยังเสริมต่อว่า “คงเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมากถ้าแอปที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารเจ้าใหญ่จะต้องตกไปอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเผด็จการ”

ดูเหมือนเรื่องนี้น่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปกันง่าย ๆ ว่า TikTok จะถูกแบนอีกครั้งหรือเปล่า หลังจากที่เคยถูกแบนไปแล้วรอบหนึ่งในสมัยที่ Donald Trump เป็นประธานาธิปดี และถูกปลดแบนในสมัยของ Joe Biden นี่เอง และหากว่ามีความคืบหน้ายังไง เราจะรีบนำมาเสนอให้ทุกคนกันเรื่อย ๆ แน่นอนครับ

 

ที่มา : theverge

from:https://droidsans.com/senators-call-on-ftc-chair-khan-to-investigate-tiktoks-data-security-practices/

Robinhood เตรียมเปิดตัวบริการใหม่ Robinhood Mart ภายในเดือนสิงหาคมนี้

Robinhood เตรียมเข้าสู่การเป็น Super App หรือแอปที่ให้บริการแบบครบวงจร และเตรียมเปิดตัวบริการใหม่อย่าง Robinhood Mart หรือบริการซื้อสินค้าจากร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมทั้งเปิดให้ร้านค่าต่าง ๆ สามารถซื้อโฆษณาบนหน้าแอปได้แล้ว

ในงานแถลงข่าว Super App Rise and Thrive ทาง Robinhood เปิดเผยออกมาว่าจะมีการขยายการให้บริการทั้ง Robinhood Mart ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งก็คือบริการซื้อสินค้าจากร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ บริการ Robinhood Express หรือบริการส่งของในช่วงไตรมาสที่ 3 และบริการ Ride Hailing หรือบริการเรียกรถรับ – ส่งในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังเล็งที่จะให้แอป Robinhood เป็นแอปแบบ All-in-one Travel Service หรือการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่บริการจองโรงแรมซึ่งเปิดตัวไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเล็งจะขยายการให้บริการทัวร์กับบริการเช่ารถในช่วงไตรมาสที่ 3 และบริการจองเที่ยวบินในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ด้วย

ทั้งนี้ทาง Robinhood ก็ยังเปิดให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจสามารถซื้อโฆษณาผ่านตัวแทนเอเจนซี่ทั้ง 3 บริษัทอย่าง Group M, Dentsu และ Entravision ได้ ซึ่งตัวโฆษณาเหล่านี้จะอยู่ในรูปแบบของแบนเนอร์ที่แทรกอยู่ในหน้าแอป นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะให้ซื้อโฆษณาในรูปแบบของการ Search หาร้านค้าอีกด้วย

เอาเป็นว่าหากใครกำลังใช้บริการต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ ทาง Robinhood ก็อยากจะบอกว่าแอปฯ Robinhood ก็เตรียมจะให้บริการอยู่เหมือนกันนะ และหากใครสนใจก็สามารถติดตามข่าวสารและโปรโมชันต่าง ๆ จากทาง Robinhood ได้เลยครับ

from:https://droidsans.com/robinhood-new-service-will-launch-in-august/

AIS x ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ 8 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ตั้งเป้าปกป้องลูกค้าและประชาชนจากมิจฉาชีพ!

AIS สานพลัง ตำรวจไซเบอร์ เข้าจับกุมมิจฉาชีพ ทลายแก๊งคอล […] More

from:https://www.iphonemod.net/ais-cyber-police-catch-criminals-call-center-gangs.html

LET โชว์ศูนย์ปฏิบัติการโครงการวิจัยและพัฒนาระบบความปลอดภัยสาธารณะ ย้ำภาพ “โมเดิร์น ซิเคียวริตี้”

นายธงชัย ล่ำซำ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายเฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารเยี่ยมชม “ศูนย์ปฏิบัติการโครงการวิจัยและพัฒนาระบบความปลอดภัยสาธารณะ” ณ อาคารสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 

ศูนย์ดังกล่าวเป็นอีกก้าวความสำเร็จของ บริษัท ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด หรือ LET ในเครือล็อกซเล่ย์ กับผลงานด้านรักษาความปลอดภัยเหนือระดับ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โมเดิร์น ซิเคียวริตี้” (Modern Security) 

โดยมี นายยุทธพร จิตตเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บจ.ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี และ ดร.มนตรี เจริญศรี ผอ.ส่วนประจำศูนย์บริการทางวิชาการและเทคนิค และนักวิจัยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับบทบาทการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ ณ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับศูนย์ดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) และ บจ. ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี (LET) ในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านระบบความปลอดภัยสาธารณะที่เชื่อมโยงผ่านเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย

อาทิ การใช้กล้อง CCTV เชื่อมโยงกับ ระบบวิเคราะห์ใบหน้า (Face Recognition) ระบบจดจำป้ายทะเบียน และระบบตรวจนับจำนวนคน (People Counting ) ในเวลาเดียวกัน เพื่อแจ้งเตือนมายังศูนย์ปฏิบัติการฯ กรณีเกิดเหตุต่างๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดได้อย่างทันท่วงที

เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการนำระบบเทคโนโลยี มาเพิ่มศักยภาพด้านรักษาความปลอดภัยอย่างแท้จริง.

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/let-shows-the-public-safety-system-research-and-development-center/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=let-shows-the-public-safety-system-research-and-development-center

AIS ฉลองก้าวสู่ปีที่ 32 ส่งแคมเปญแทนคำขอบคุณลูกค้า “AIS 5G เวลาทองของทุก GEN” จัดหนัก จัดเต็ม ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการ

AIS เดินหน้าขอบคุณลูกค้า ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 32 ของการทำธุรกิจ ยืนยันอยู่กับ AIS ดีที่สุด ทั้งโครงข่ายสื่อสาร 5G ที่มีคลื่นมากสุด เร็ว แรง และดีที่สุด ให้คนไทยได้สัมผัสกับประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือชั้น จัดเต็มคอนเทนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย กับความพิเศษที่มากสุดยิ่งกว่าใคร

พร้อมจัดหนัก จัดเต็ม ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการโทรคมนาคม กับแคมเปญขอบคุณลูกค้าครั้งประวัติศาสตร์ “เวลาทองของทุก GEN” มอบของขวัญพิเศษ จับ แจก ลุ้น ทองคำมูลค่า 5 ล้านบาท สำหรับลูกค้าทุกคน ทุกเจนเนอร์เรชัน ตลอด 5 เดือนเต็ม

สำหรับแคมเปญ “เวลาทองของทุก GEN” เป็นแคมเปญขอบคุณลูกค้าครั้งใหญ่ของ AIS ที่มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า ระบบรายเดือน, ระบบเติมเงิน, ลูกค้า GOMO by AIS และ AIS Fibre ทั้งหมด มาร่วมลุ้นรางวัลทองคำมูลค่า 1ล้านบาท ตลอดช่วงเวลา 5 เดือน ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ถึง พฤศจิกายน 2565 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 5 ล้านบาท

ประเดิมครั้งแรกสำหรับลูกค้ากลุ่มทีนที่มีอายุต่ำกว่า 22 ปี สามารถกดรับสิทธิ์ผ่านแอป myAIS ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 30 กรกฎาคม 2565 หรือทุกวันเสาร์สิ้นเดือนของทุกเดือนจนจบแคมเปญ ชมสดการจับรางวัลผ่านทาง Facebook : AIS และ AIS LINE Official Account ซึ่งในเดือนถัดไปก็จะเป็นให้สิทธิ์กับลูกค้าเจนเนอเรชันต่างๆ ทุกเจน ดังนี้

· ครั้งที่ 2 อายุ ตั้งแต่ 23-35 ปี ลงทะเบียนกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 27 สิงหาคม 2565

· ครั้งที่ 3 อายุ ตั้งแต่ 36-45 ปี ลงทะเบียนกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม – 19 กันยายน 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 24 กันยายน 2565

· ครั้งที่ 4 อายุ ตั้งแต่ 46 ปี ขึ้นไป ลงทะเบียนกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 24 ตุลาคม 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่29 ตุลาคม 2565

· ครั้งที่ 5 พิเศษสำหรับลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ หรือ ย้ายค่ายเบอร์เดิม ทุกเจนเนอเรชัน ลงทะเบียนกดรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2565 โดยจะจับรางวัลและประกาศผลในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565

กลุ่มทีนสามารถกดรับสิทธิ์เพื่อลุ้นรับรางวัลทองคำกับแคมเปญ AIS 5G เวลาทองของทุก GEN ได้แล้ววันนี้ผ่านทางแอป myAIS สามารถติดตามความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.ais.th/AIS5Gluckydraw

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-5g-the-golden-time-of-every-gen/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-5g-the-golden-time-of-every-gen