คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS

Battlefield 6 จะเป็นสงครามในยุคปัจจบัน จะมาพร้อมกับแผนที่ขนาดใหญ่รองรับ 128 คน !!

สำหรับผู้อ่านท่านใดหรือจะเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์แพนด้าก็ตามที่ได้ติดตามช่อง Youtube Zolkorn อยู่เป็นประจำก็น่าจะพอทราบว่าเกมที่เราได้เห็นบังซอลเล่นบ่อยๆ ตอนเทสหรือเล่นตอนรีวิว Hardware ใหม่ๆ นั้นก็น่าจะเป็นเกมในตระกูล Battlefield นี่ล่ะครับ ส่วนเหตุผลว่าทำไมเราได้เห็นเกมนี้บ่อยจังก็น่าจะเป็นเพราะเกม Battlefield ภาคหลังๆนี่ใช้ทรัพยากรเครื่องได้ค่อนข้างโหด ไม่ว่าจะเป็น CPU RAM หรือ VGA และที่สำคัญที่สุดก็คือเกมนี้เป็นเกมโปรดของพี่ Zolkorn ด้วยนั่นเอง

เรามาเข้าเนื้อหากันดีกว่า สำหรับข้อมูลที่หลุดออกมาเบื้องต้นนี้ ระบุว่าเกม Battlefield ภาคต่อไป (โดยยังไม่ได้ยืนยัน 100% ว่าจะชื่อ “Battlefield 6” แต่ในข่าวนี้จะขอเรียก Battlefield 6 ไปก่อน ซึ่งตามข้อมูลของ Tom Henderson ระบุบไว้มันอาจจะออกมาเป็นชื่อ “Battlefield” อย่างเดียวก็เป็นได้ ) นั้นจะมีการรีบูตจักรวาลเกม Battlefield ที่มีเนื้อเรื่องในสงครามยุคปัจจุบัน (Battlefield 2-3-4 ,Bad company 1-2) โดยในส่วนของ Campaign นั้นจะเน้นเป็นเนื้อเรื่องที่เซ็ตติ้งขึ้นมาเองโดยจะพยายามไม่อิงประวัติศาสตร์มากนัก ซึ่งแนวทางการรีบูตนี้ทาง Activision เองก็ได้ประสบความสำเร็จกับเกมตระกูล Call of Duty มาแล้ว

โดยในภาคนี้ทาง EA จะทุ่มเทกับโหมด Battle Royale มากขึ้น (ซึ่งโหมด FireStrom ใน BF5 ดูเหมือนจะไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าที่ควร) และที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นโหมด Multiplayer ซึ่งก็น่าจะเป็นตัวชูโรงของ Battlefield ทุกภาคที่ผ่านมานั้นก็จะมีการขยายสเกลให้กว่าเดิมเท่าตัวคือจะรองรับผู้เล่น 128 คนภายในแผนที่เดียว ซึ่งก็นับว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ และถ้านำมานับรวมกันกับกราฟฟิคของเกม โดยเฉพาะเรื่องของแสง-เงาซึ่งรังสรรค์โดย Frostbite Engine นั้นก็ยังคงเป็นจุดแข็งของตัวเกมมาตลอด โดยทาง EA ได้เคยเปิดเผยว่าเกม Battlefield 6 นี้จะต้องมีองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งของเกมสร้างมาเพื่อการแข่งขันแบบอีสปอร์ต (ซึ่งถ้าจะให้ผมเดาในตอนนี้ก็น่าจะเป็นโหมด Battle Royale หรือจะเป็นโหมดดวลกันในพื้นที่ขนาดเล็กๆ )
ส่วนวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้นทางระบุไว่เพียงว่าจะช่วงวันหยุดในปี 2021 นี้


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/M8MfHiyJKzU/

Apple Watch เตรียมเพิ่มระบบฟีเจอร์ ECG ในอัปเดต watchOS 7.3

อีกหนึ่งข่าวดีที่คนใช้ App Watch คงดีใจกันไม่น้อยกับการอัปเดตฟีแจอร์ใหม่ในชื่อ ECG โดยจะสามารถใข้งานได้บน App Watch Series 4,5 และ 6 ผ่านอัปเดตอย่าง iOS 14.4 และ WatchOS 7.3 โดยความสามารถของ ECG นั้นจะสามารถบันทึกจังหวะการเต้นของหัวใจผู้ใช้งานได้นั้นเอง ซึ่งมันจะช่วยแจ้งเตื่อนคุณเมื่อจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปรกติ

เรียกได้ว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างมาก สำหรับด้านสุขภาพ ช่วยป้องคุณจากอาการเส้นโลหิตในสมองแตก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับสองของโลก  ส่วนการอัปเดต ECG นั้นคาดว่าจะมีการอัปเดตเข้ามาในเร็วๆนี้ ใครที่กำลังใข้งาน Apple Watch ก็อย่าลืมเตรียมโหลดมาใข้งานกันได้ บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มีประโยชน์กับผู้ใช้อย่างมากเลยล่ะครับ

Source macrumors.com

ข่าว: Apple Watch เตรียมเพิ่มระบบฟีเจอร์ ECG ในอัปเดต watchOS 7.3 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/23/apple-watchos-7-3-rc.html

Indian Motorcycle แต่งตั้งผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายในประเทศไทย วางราคาเริ่ม 7.99 แสนบาท

Indian Motorcycle บุกตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วยการแต่งตั้งกลุ่มเอ็มเอฟ เป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่าย เตรียมนำจักรยานยนต์มาจำหน่ายถึง 8 รุ่น ราคา 7.99 แสนบาท-2.45 ล้านบาท

Indian motorcycle

Indian Motorcycle แข่งเดือดตลาดบิ๊กไบค์

สุทิวัส ชัยศิริวิเชียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเอฟ โมชั่น จำกัด เล่าให้ฟังว่า Indian Motorcycle ก่อตั้งเมื่อปี 1901 และเป็นผู้ผลิตจักรยานยนต์รายแรกในสหรัฐอเมริกา ทำให้จักรยานยนต์แบรนด์นี้เป็นที่น่าสนใจ จึงนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

สำหรับโชว๋รูม และศูนย์บริการของ Indian Motorcycle ในประเทศไทยมีแห่งเดียว ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 2 ให้บริการมาตรฐานเดียวกับที่สหรัฐอเมริกา และที่นั่นยังจำหน่ายเครื่องแต่งกาย, อุปกรณ์ความปลอดภัย และอุปกรณ์ตกแต่งเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า Indian Motorcycle

เบื้องต้น Indian Motorcycle จะจำหน่ายจักรยานยนต์ทั้งหมด 8 รุ่น ราคา 7.99 แสนบาท-2.45 ล้านบาท เช่นรุ่น Indian Scout Bobber ABS, Springfield Dark Horse และ Roadmaster Icon โดยจักรยานยนต์ทุกรุ่นนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา

ส่วนแผนหลังจากนี้กลุ่มเอ็มเอฟจะขยายเครือข่าย Indian Motorcycle ให้กระจายไปทั่วประเทศภายในสองปี ด้านคู่แข่งของ Indian Motorcycle ในประเทศไทยมี Harley-Davidson เป็นคู่แข่งโดยตรง และยังมีแบรนด์อื่นๆ เช่น Triumph และ Ducati เป็นคู่แข่งที่น่าสนใจ เพราะทั้งหมดนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยก่อนแล้ว

สรุป

ถือเป็นการเข้ามาบุกตลาดไทยของแบรนด์มอเตอร์ไซค์เก่าแก่อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าตลาดประเทศไทยน่าสนใจ และน่าจะมีกำลังซื้อ ไมเช่นนั้น Indian Motorcycle ที่มีภาพลักษณ์ค่อนข้างพรีเมียม คงไม่เข้ามาทำตลาด ดังนั้นคงต้องดูกันว่า ภายใต้วิกฤต COVID-19 ทางตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยจะทำตลาดได้เต็มที่หรือไม่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Indian Motorcycle แต่งตั้งผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายในประเทศไทย วางราคาเริ่ม 7.99 แสนบาท first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/indian-motorcycle-thailand/

ส่องตู้แช่เครื่องดื่มชูกำลัง ปี 2021: เทรนด์ผสมวิตามิน มีสมุนไพร ไปไกลกว่าการใส่คาเฟอีน

หนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่ม ในหมู่ผู้ใช้แรงงาน หรืออาชีพที่ต้องใช้พลังในการทำงาน คงหนีไม่พ้น “เครื่องดื่มชูกำลัง” ที่มีส่วนผสมหลักๆ คือคาเฟอีน ที่ทำหน้าที่ให้พลังงาน สร้างความรู้สึกสดชื่น เพิ่มเรี่ยวแรงให้กับผู้ดื่ม

หากลองสังเกตที่ตู้แช่เครื่องดื่มตามร้านสะดวกซื้อต่างๆ จะพบว่ามีเครื่องดื่มชูกำลังวางขายนับ 10 ยี่ห้อ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มชูกำลังแล้ว ส่วนผสมหลักๆ จึงกลายเป็นคาเฟอีน ที่ตามกฎหมายกำหนดให้ใส่คาเฟอีนได้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อขวด เหมือนๆ กันไปหมด รวมถึงราคายังอยู่ในช่วง 10 บาท เท่าๆ กันด้วย

เครื่องดื่มชูกำลัง ลูกค้าหลักคือกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เครื่องชูกำลังที่เราคุ้นเคยกันมีราคาเท่าๆ กัน อยู่ในช่วง 10 บาท นั่นเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายหลักที่ดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ใช้แรงงานที่อาจมีรายได้น้อย จึงทำให้มีความอ่อนไหวกับราคาสูง ราคาที่ต่างกันเพียง 1-2 บาท ก็อาจทำให้คนกลุ่มนี้หันไปเลือกเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้ออื่นๆ เพราะถึงอย่างไรแล้ว ทุกๆ ยี่ห้อก็เป็นเครื่องดื่มชูกำลังเหมือนกันหมด สามารถดื่มทดแทนกันได้ และได้สรรพคุณเหมือนเดิม

โดยเครื่องดื่มชูกำลังในยุคนี้มีผู้เล่นรายใหญ่ๆ ในตลาดอยู่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น แต่ทำตลาดโดยการใช้หลายแบรนด์ ตอบสนองผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ซึ่งเครื่องดื่มชูกำลังมีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ในปี 2560 โดยผู้ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในเครื่องดื่มชูกำลังคือ โอสถสภา ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง M-150 ลิโพวิตัน-ดี ฉลามขาว และโสมอินซัม ที่สามารถครองส่วนแบ่งไปได้ 50%

ผู้ที่มีส่วนแบ่งรองลงมา คือ คาราบาวกรุ๊ป ส่วนแบ่ง 29.4% โดยมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชูกำลังคือ คาราบาวแดง และสุดท้าย คือ ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม ส่วนแบ่ง 17.5% โดยมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชูกำลังคือ กระทิงแดง และเรดดี้ (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงศรี)

แต่อย่างไรก็ตามหากลองดูที่ตู้แช่เครื่องดื่มชูกำลังดีๆ จะพบว่าความจริงแล้วเครื่องดื่มชูกำลังในยุคนี้กำลังเล่นเกมสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองอยู่เช่นเดียวกัน เครื่องดื่มชูกำลังจึงไม่ใช่เครื่องดื่มที่เหมือนๆ กันไปหมดทุกยี่ห้ออีกต่อไป

เครื่องดื่มชูกำลัง ปี 2021 นอกจากคาเฟอีน มีใส่อะไรอีกบ้าง

เครื่องดื่มชูกำลังในยุคปี 2021 ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มชูกำลังที่ผสมคาเฟอีนที่ให้พลังงานแก่ร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หลายๆ ยี่ห้อยังสร้างความแตกต่างด้วยการใส่ส่วนผสมอื่นๆ เข้าไปด้วย

ที่เราเห็นได้ชัดเจนเป็นอย่างแรก คือ วิตามิน เครื่องดื่มชูกำลังสูตรพื้นฐานของทุกๆ ยี่ห้อ มีการใส่วิตามินเข้าไปเป็นส่วนผสมด้วย ได้แก่

    • คาราบาวแดง ผสมวิตามิน บี12
    • M-150 ผสมวิตามิน บี3 บี5 บี6 และบี12
    • กระทิงแดง ผสมวิตามิน บี6 และบี12

สำหรับราคาของเครื่องดื่มชูกำลังสูตรพื้นฐานมีราคาที่ 10 บาท เท่าๆ กันในทุกแบรนด์

นอกจากวิตามินแบบต่างๆ ที่เครื่องดื่มชูกำลังในสูตรพื้นฐานใส่เข้าไปนอกจากคาเฟอีนที่ให้พลังงานแล้ว ยังมีเครื่องดื่มชูกำลังในสูตรอื่นๆ ที่แตกต่างจากเครื่องดื่มชูกำลังที่เราคุ้นเคยกันมานานด้วย โดยเป็นการสร้างจุดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองด้วยการผสม “สมุนไพร” ชนิดต่างๆ เข้าไปด้วย ซึ่งการผสมสมุนไพรนี้เอง กลายเป็นจุดเด่นของเครื่องดื่มชูกำลังในยุคปัจจุบัน

    • M-150 สูตรผสมกระชายดำ และน้ำผึ้ง
    • โสม OT (โสมเกาหลีตังกุยจับ) ผสมแอล-คาร์นิทีน และซิงค์
    • โสมเกาหลีตังกุยจับ GSD ผสมโสมสกัด และน้ำผึ้ง
    • โสมอินซัมพลัส เห็ดหลินจือและโสมเกาหลีสกัด

สำหรับราคาของเครื่องดื่มชูกำลังสูตรผสมสมุนไพรชนิดต่างๆ ก็มีราคาที่ 10 บาทเท่ากันในทุกแบรนด์ และยังมีราคาเท่ากับเครื่องดื่มชูกำลังสูตรพื้นฐานอีกด้วย

เครื่องดื่มชูกำลังที่จับกลุ่มลูกค้าคนทำงาน

นอกเหนือจากเครื่องดื่มชูกำลังทั้งสองแบบข้างต้นแล้ว ยังมีเครื่องดื่มชูกำลังบางยี่ห้อ ที่เลือกทำราคาที่แพงกว่า อยู่ที่ 15 บาท ต่อขวด นั่นคือเครื่องดื่มเรดดี้นั่นเอง ที่แม้จะเป็นเครื่องดื่มชูกำลังเช่นเดียวกัน แต่ก็มีภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากเครื่องดื่มชูกำลังอื่นๆ นั่น

เพราะในความจริงแล้วตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย ผูกติดอยู่กับลูกค้ากลุ่มหลักที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเครื่องดื่มชูกำลังทุกๆ ยี่ห้อจึงต้องขายในราคาเท่ากันที่ 10 บาท เนื่องจากความแตกต่างของผลิตภัณฑ์มีน้อย หากขายในราคาที่ต่างกันก็จะทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าที่มีราคาถูกกว่านั่นเอง

ส่วนในต่างประเทศเครื่องดื่มชูกำลังไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มคนอื่นๆ ที่ดื่ม ทั้งคนทำงาน พนักงานออฟฟิศ และคนในวัยเรียน ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในต่างประเทศจึงกว้างกว่าในประเทศไทย

อย่างไรก็ตามการที่เราเห็นเครื่องดื่มชูกำลัง ที่ไม่ได้ชูความเป็นเครื่องดื่มชูกำลังให้เห็นชัดๆ โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลังที่ผสมสมุนไพร เป็นการตอกย้ำถึงภาพกระแสการรักสุขภาพที่กำลังมาแรงในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงแต่เครื่องดื่มชูกำลังเท่านั้นที่มีการใส่ความเป็นเครื่องดื่มที่รักสุขภาพ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ อีกเช่นเดียวกันที่จับกับกระแสรักสุขภาพนี้ ทั้งน้ำดื่มผสมวิตามิน และเครื่องดื่มประเภท Functional Drink

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ส่องตู้แช่เครื่องดื่มชูกำลัง ปี 2021: เทรนด์ผสมวิตามิน มีสมุนไพร ไปไกลกว่าการใส่คาเฟอีน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/energy-drink-market-in-thailand/

Honor เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นแรกหลังออกจากอ้อมกอดของ Huawei

Honor เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด Honor V40 5G นับเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ Honor หลังจาก Huawei ประกาศขายธุรกิจ Honor เพื่อลดภาระจากการแบนของรัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump โดยตอนนี้ Honor V40 5G จะวางจำหน่ายในจีนก่อน ก่อนจะวางจำหน่ายทั่วโลกในชื่อรุ่นว่า Honor View ในภายหลัง

สเปก Honor V40 5G

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.72 นิ้ว รีเฟรชเรตหน้าจอสูงถึง 120Hz ความละเอียด 2676 x 1236 พิกเซล
  • ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 1000+
  • กล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว มี Laser Focus ช่วยให้โฟกัสได้แม่นยำขึ้นกว่าเดิม
  • แบตเตอรีความจุ 4,000 mAh รองรับชาร์จไว รองรับชาร์จไวแบบมีสายสูงถึง 66W ชาร์จแบตเตอรีจาก 0 เต็ม 100% ภายในระยะเวลา 35 นาที และรองรับชาร์จไร้สายไวสูงถึง 50W
  • มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี Night Black, Titanium Silver และ Rose Gold

กล้องหลังทั้งสามตัวของ Honor V40 5G ประกอบไปด้วย กล้องตัวหลัก ความละเอียด 50MP เซนเซอร์ RYYB ขนาดใหญ่ 1/1.56”, กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP และกล้องมาโครความละเอียด 2MP ส่วนกล้องหน้าเป็นแบบคู่

ด้านซอฟต์แวร์นั้น Honor V40 5G ใช้ Magic UI 4.0 และเนื่องจากเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศจีนจึงไม่มี Google Services แน่ ๆ หากวางจำหน่ายทั่วโลกจะใช้ชื่อว่า Honor View 40 แต่ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนว่ารุ่นที่วางจำหน่ายทั่วโลกนั้นจะมี Google Services มาให้ด้วยหรือไม่

ราคา

  • รุ่น 8/128 GB ราคา 3,599 หยวน หรือ ราว ๆ 16,650 บาท
  • รุ่น 8/256 GB ราคา 3,999 หยวน หรือ ราว ๆ 18,500 บาท

ข่าว: Honor เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นแรกหลังออกจากอ้อมกอดของ Huawei มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/23/first-honor-phone-without-huawei.html

เปิดตัว HONOR V40 5G มาพร้อมหน้าจอ OLED 10-bit 120Hz, ชิป Dimensity 1000+, กล้องหลัง 50MP เซนเซอร์ RYYB

หลังจากที่ HONOR ได้แยกตัวออกมาจากอดีตบริษัทแม่อย่าง HUAWEI ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ผ่านมาเพียงไม่นาน ตอนนี้บริษัทก็ได้เปิดตัว HONOR V40 5G (หรือในอีกชื่อหนึ่ง View 40 5G) สมาร์ทโฟนระดับเรือธงออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาพร้อมกับหน้าจอ OLED 10-bit ขนาด 6.72 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 1000+ กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 50MP

จอภาพ OLED ขนาด 6.72 นิ้ว ของ HONOR V40 5G มีขอบโค้งลงทั้ง 2 ข้าง แสดงผลสีได้มากถึง 1 พันล้านสี อีกทั้งยังมีอัตรารีเฟรชและอัตราตอบสนองการสัมผัสที่รวดเร็วสุด ๆ ที่ 120Hz และ 300Hz ตามลำดับ

บริเวณมุมซ้ายบนจะมีกล้องเซลฟี่แบบเจาะรูจำนวน 2 ตัว หนึ่งในนั้นจะทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์วัดอุณหภูมิในตัวได้ ทำให้ HONOR V40 5G สามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิสีของจอภาพไปตามสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวได้ รองรับตั้งแต่ 2500K – 7500K เลย

ในส่วนของด้านหลังจะเห็นได้ถึงดีไซน์สุดพรีเมี่ยมและโมดูลกล้องหลังขนาดใหญ่ ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 50MP บนเซนเซอร์ RYYB ขนาด 1/1.56 นิ้ว มีขนาดพิกเซลเท่ากับ 1.0μm แต่สามารถใช้เทคนิครวมพิกเซล 4 จุด เป็น 2.0μm ได้ สำหรับถ่ายในสภาวะแสงน้อย เสริมด้วยกล้องอัลตร้าไวด์ 8MP และกล้องมาโคร 2MP ส่วนวงกลมสีดำข้าง ๆ แฟลช LED ไม่ใช่กล้องตัวที่ 4 แต่อย่างใด หากแต่เป็นเซนเซอร์อินฟราเรดที่ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยโฟกัส

HONOR เลือกใช้ชิป Dimensity 1000+ จาก MediaTek เป็นขุมพลังสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ประสานกับเทคโนโลยี GPU Turbo X และ Hunter Boost ที่จะทำให้สามารถเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด อีกทั้งยังมีลำโพงคู่สเตอรีโอเสียงกระหึ่ม ช่วยเพิ่มอรรถรสได้เป็นอย่างดี

แบตเตอรี่ของ HONOR V40 5G มีความจุเท่ากับ 4000mAh รองรับชาร์จเร็ว 66W ชาร์จจาก 0 – 100% ได้ในเวลาเพียงแค่ 35 นาที ส่วนการชาร์จแบบไร้สายก็รองรับการชาร์จเร็วที่ 50W ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจเช่นเดียวกัน

สเปค HONOE V50 5G

  • จอภาพ : OLED 10-bit ขนาด 6.72 นิ้ว, อัตรารีเฟรช 120Hz, อัตราตอบสนอง 300Hz
  • ชิป : MediaTek Dimensity 1000+
  • หน่วยความจำ : RAM 8GB + 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง : 3 ตัว + แฟลช LED + Laser AF
    – Main 50MP, RYYB ขนาด 1/1.56 นิ้ว, PDAF
    – Ultra-wide 8MP
    – Macro 2MP
  • กล้องหน้า : Wide 16MP
  • เสียง : ลำโพงสเตอรีโอ
  • เครือข่าย : GSM / HSPA / LTE / 5G
  • การเชื่อมต่อ : *ยังไม่มีข้อมูล
  • เซนเซอร์ : Fingerprint, accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : 4000mAh, รองรับชาร์จไว (มีสาย) 66W, รองรับชาร์จไว (ไร้สาย 50W)
  • ระบบปฏิบัติการ : Magic UI 4.0 บนพื้นฐานของ Android 10
  • สี : Night Black, Titanium Silver, Rose Gold

HONOR V40 5G ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Magic UI 4.0 บนพื้นฐานของ Android 10 แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีข้อมูลว่า มาพร้อมกับ Google Mobile Services (GMS) หรือไม่ ? (ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่แยกตัวออกมาจาก HUAWEI)

สำหรับค่าตัวของ HONOR V40 5G นั้นมีราคาอยู่ที่ 3,599 หยวน (≈ 16,900 บาท) สำหรับรุ่น RAM 8GB + 128GB และ 3,999 หยวน (≈ 18,4900 บาท) สำหรับรุ่น RAM 8GB + 256GB มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีดำ Night Black, สีเงิน Titanium Silver และ สีทอง Rose Gold วางขายในจีนก่อนเป็นที่แรง

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติม : HONOR V40 5G 

from:https://droidsans.com/honor-v40-5g-with-dimensity-1000-plus-50mp-ryyb-camera/

Credit Suisse วิเคราะห์ปัจจัยที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า มองหุ้นใน Emerging Markets ได้ประโยชน์เต็มๆ

บทวิเคราะห์ล่าสุดจากเครดิตสวิสมองถึงปัจจัยที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าไปอีกสักพักใหญ่ และไม่มีท่าทีที่จะหยุดอ่อนค่า ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเป็นประโยชน์กับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีไทยรวมอยู่ด้วย รวมถึงหุ้นที่มีรายได้หลักจากประเทศเหล่านี้

US dollar เงินดอลลาร์สหรัฐ
ภาพจาก Shutterstock

บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก Credit Suisse วิเคราะห์ถึงเหตุผลถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะมีการอ่อนค่าลงในปี 2021 นี้ ซึ่งเป็นผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อมกับประเทศที่อยู่ใน Emerging Markets รวมถึงประเทศไทยด้วย สาเหตุสำคัญมาจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน ที่คาดว่าจะมีขนาดใหญ่มากถึง 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ Credit Suisse วิเคราะห์ไว้ได้แก่

  1. นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐที่ยังผ่อนคลายอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการการซื้อพันธบัตรรัฐบาลทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปีนั้นต่ำ รวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ ทำให้สภาพคล่องในตลาดการเงินสูง และธนาคารกลางสหรัฐจะยังไม่มีนโยบายทางการเงินที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
  2. ดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐยังขาดดุล
  3. หนี้ในต่างประเทศของสหรัฐเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
  4. Credit Suisse มองถึงการใช้เงินยูโรเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศนั้นเพิ่มมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนของดอลลาร์ลดลง
  5. ช่องว่างระหว่างการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐกับยุโรปห่างกันไม่มากแล้ว
  6. นอกจากนี้ Credit Suisse ยังมองว่าสหรัฐจะยังไม่ใช้นโยบายในการหยุดให้ดอลลาร์อ่อนค่าในเร็วๆ นี้ด้วย ขณะเดียวกันธนาคารกลางยุโรปเองก็ไม่อยากที่จะให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าในตอนนี้ด้วย ซึ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจมากกว่าด้วยซ้ำ รวมไปถึงเป็นเรื่องยากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะลดอัตราดอกเบี้ย

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ Credit Suisse มองว่าหุ้นในทวีปยุโรปที่จะได้รับผลดีจากค่าเงินยูโรแข็งค่าคือกลุ่มสาธารณูปโภค โทรคมนาคม ขนส่ง หรือกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะได้ประโยชน์ และยังรวมไปถึงหุ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้จากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

ในบทวิเคราะห์ได้ยกคำพูดของ John Connelly รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ที่ได้กล่าวไว้เมื่อปี 1971 ถึงเรื่องค่าเงินดอลลาร์สหรัฐว่า “เงินดอลลาร์คือค่าเงินของสหรัฐ แต่นั่นคือปัญหาของประเทศอื่น (ที่จะจัดการปัญหาค่าเงินแข็งค่าหรืออ่อนค่า)”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Credit Suisse วิเคราะห์ปัจจัยที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า มองหุ้นใน Emerging Markets ได้ประโยชน์เต็มๆ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/usd-still-weaker-this-year-and-gems-equities-benefit-cs-says-22-jan-2021/

เปิดตัว realme C20 มือถือรุ่นเล็ก ใช้งานทั่วไปสบายๆ จอ 6.5″ ชิป Helio G35 และแบต 5000 mAh

เปิดตัวมาแบบเงียบๆ ที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามสำหรับ realme C20 มือถือรุ่นเล็กที่อัดสเปคมาให้แบบคุ้มๆ ใช้งานทั่วไปเหลือๆ โดยมีราคาค่าตัวสุดน่ารักเพียงแค่ 2.49 ล้านดองเวียดนาม หรือราวๆ 3,000 บาทเท่านั้น

realme C20 มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ มีติ่งหยดน้ำตรงกลางสำหรับวางกล้องเซลฟี่ที่ให้มาที่ความละเอียด 5MP และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Helio G35 จาก MediaTek พ่วงกับ RAM ขนาด 2GB และหน่วยความจำ 32GB สามารถใส่ microSD card เพิ่มได้

กล้องหลังมีมาแค่ 1 ตัว ความละเอียด 8MP + ไฟแฟลช LED แบตเตอรี่ใส่มาให้แบบจุกๆ ที่ 5,000 มิลลิแอมป์ แต่น่าเสียดายที่พอร์ตชาร์จยังคงเป็นแบบ microUSB อยู่ นอกจากนี้ realme C20 ยังคงไม่ตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ออกอีกด้วย

realme C20 วางขายแล้ววันนี้ที่ประเทศเวียดนาม มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ น้ำเงิน และดำ ในราคา 2.49 ล้านดองเวียดนาม หรือประมาณ 3,000 บาทเท่านั้น ส่วนจะเข้ามาขายในไทยไหม อันนี้ก็ต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวจาก realme Thailand นะครับ

 

ที่มา: gsmarena

from:https://droidsans.com/realme-c20-launched/

Apple แนะนำแอปที่เหมาะสำหรับ Mac รุ่นชิป M1

แนะนำแอปต่าง ๆ ที่เหมาะสำหรับ Mac รุ่นชิป M1 เป็นเหล่าแ […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-recommend-apps-for-mac-m1.html

LG กำลังพิจารณาขายธุรกิจสมาร์ตโฟนให้กับกลุ่มบริษัทในเวียดนาม

ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ LG ยืนยันกับแหล่งข่าวต่างประเทศว่าตอนนี้กำลังพิจารณาเรื่องทิศทางของธุรกิจสมาร์ตโฟนอยู่จริง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เพราะมีหลายทางเลือกให้ตัดสิน แต่ล่าสุดมีข่าวว่า LG อาจขายธุรกิจสมาร์ตโฟนให้กับกลุ่มบริษัทในเวียดนาม

BusinessKorea กล่าวว่า Vingroup Co ของเวียดนามได้ยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจที่สุดในการซื้อธุรกิจสมาร์ตโฟนของ LG โดยคิดเป็น 14% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทที่จดทะเบียนในเวียดนาม มีผลงานธุรกิจที่หลากหลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ การจัดจำหน่ายรถยนต์ สมาร์ทโฟนและการพัฒนาที่ดิน ซึ่ง Vingroup Co ก็ผลิตสมาร์ตโฟนให้ LG อยู่แล้วภายใต้สัญญา ODM อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับสามในเวียดนามรองจาก Oppo และ Samsung อีกด้วย

ธุรกิจในเครือ Vingroup Co

อ้างอิงจากข่าวบอกว่า Vingroup Co สนใจที่จะเข้าซื้อธุรกิจสมาร์ตโฟนของ LG ในสหรัฐอเมริกาและการเข้าซื้อกิจการจะผลักดันให้ Vingroup Co เป็นที่รู้จักในตลาดระดับโลก มีรายงานว่า LG สนใจที่จะขายธุรกิจสมาร์ทโฟนแบบทีละส่วนก่อน เนื่องจากการขายทั้งหมดทีเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ยาก

 

ข่าว: LG กำลังพิจารณาขายธุรกิจสมาร์ตโฟนให้กับกลุ่มบริษัทในเวียดนาม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/22/lg-in-talk-to-sell-smartphone-business-to-vietnam-company.html