คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS

พาตะลุยญี่ปุ่นเจาะลึกด้วย Vivo V15 กล้อง AI เลนส์มุมกว้าง และโหมดถ่ายกลางคืน สุดฟิน

หลังจากที่ทีมงาน @flashfly ได้ทำการรีวิว Vivo V15 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มไปก่อนหน้า นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่จัดเต็มแล้ว Vivo V15 ยังมีจุดเด่นที่กล้องดิจิตอล ทั้งกล้องเซลฟี่แบบป๊อปอัพ และกล้องหลัง 3 ตัว โดยกล้องหน้ามีความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 โดดเด่นด้วยระบบสไลด์กล้องอัตโนมัติ Elevating Front Camera ซ่อนกล้องเซลฟี่ไว้ด้านบน ทำให้จอแสดงผลไม่ต้องถูกเจาะรูหรือทำรอยบาก 

และที่สำคัญคือเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ซึ่งทาง Vivo ได้นำมาใช้ให้เกิดฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย พบได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง วันนี้ทีมงาน @flashfly จะมาทำการเจาะลึกกันว่าเจ้า AI ในกล้องของ Vivo V15 นั้นสุดยอดขนาดไหน โดยครั้งนี้ได้ฉากสวยๆที่ประเทศญี่ปุ่นมาประกอบบทความอีกด้วย

AI Face Beauty  

เรื่องแรกที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ AI Face Beauty ซึ่ง Vivo V15 นั้นก็เอาใจคนรักการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย AI Face Beauty ที่นำเทคโนโลยี AI มาช่วยปรับแต่งใบหน้าให้ดูดียิ่งขึ้นอย่างธรรมชาติ ไม่เพียงแค่เพิ่มความขาวกระจ่างใสของสีผิว แต่ยังสามารถปรับแต่งโครงสร้างใบหน้าให้ผอมเพรียว รวมถึงปรับอวัยวะทุกส่วนบนใบหน้าได้อีกด้วย ไล่ลงมาตั้งแต่หน้าผาก ด้วยตา แก้ม จมูก ริมฝีปาก และ คาง โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอศัลยกรรมกันอีกต่อไป

AI Portrait Lighting โหมดจัดแสงถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหน้า 

ยกระดับการถ่ายภาพใบหน้าบุคคลให้ดูเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ AI Portrait Lighting ช่วยจัดแสงเหมือนถ่ายอยู่ในสตูดิโอมีให้เลือกทั้งหมด 6 แบบดังต่อไปนี้ Natural Light ให้แสงอย่างเป็นธรรมชาติ, Studio Light จัดแสงเหมือนอยู่ในสตูดิโอ,Stereo Light Stereo Light ช่วยเพิ่มความคมชัดของแสง, Loop Light ช่วยเพิ่มความคมชัดของแสง, Rainbow Light เป็นการจัดแสงแบบแดดพระอาทิตย์ตอนกลางวันจากมุมซ้านบนของภาพ และ Monochrome Light จัดแสงที่ทำให้เฉพาะฉากหลังให้เป็นสีขาวดำสุดคลาสสิค ตัดกับภาพบุคคลที่เป็นสีอยู่ด้านหน้า

กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera

สำหรับกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera ประกอบด้วยกล้องหลัก 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.78 จับโฟกัสด้วยเทคโนโลยี Dual Pixel กล้องรอง AI Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 120 องศา รูรับแสง F2.2 กล้องตัวที่สามเป็น Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.4 และไม่ลืมที่จะติดตั้ง AI มาช่วยเพิ่มความฉลาดในการถ่ายภาพด้วยฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้

AI Portrait Lighting โหมดจัดแสงถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลัง

ฟีเจอร์ AI Portrait Lighting หรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอของกล้องด้านหลังนั้นก็มีให้เลือกใช้เหมือนแบบเดียวกับกล้องหน้า แต่จะมีให้เลือกใช้งาน 5 แบบน้อยกว่ากล้องหน้าเล็กน้อยมีดังต่อไปนี้ Studio Light จัดแสงเหมือนอยู่ในสตูดิโอ, Stereo Light ช่วยเพิ่มความคมชัดของแสง, Loop Light แสงแบบมีเงามาตกกระทบ Rainbow Light เป็นการจัดแสงแบบแดดพระอาทิตย์ตอนกลางวันจากมุมซ้านบนของภาพ และ Monochrome Light จัดแสงที่ทำให้เฉพาะฉากหลังให้เป็นสีขาวดำสุดคลาสสิค ตัดกับภาพบุคคลที่เป็นสีอยู่ด้านหน้า

โหมดนี้ยังเหมาะกับการถ่ายภาพท่องเที่ยวทั่วไปอีกด้วย ทำให้ได้ภาพถ่ายหน้าชัดหลังเบลอสวยงามได้ไม่แพ้กล้องโปรราคาแพงๆ

AI Body Shaping

นอกจากฟีเจอร์ Face Beauty ที่เพิ่มความสวยงามเฉพาะใบหน้า Vivo V15 ยังมี AI Body Shaping ที่สามารถเสริมความงามได้ทั้งตัว และเลือกปรับได้อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นศีรษะ ไหล่ เอว สะโพก ต้นขา และ น่อง ที่สำคัญก็คือ ระบบกล้องจะปรับแต่งเฉพาะรูปร่างของนางแบบหรือนายแบบเท่านั้น จึงไม่มีผลกระทบกับฉากหลัง แถมยังแสดงให้เห็นแบบเรียลไทม์อีกด้วย

นอกจากนี้ Vivo V15 ยังสนับสนุนฟีเจอร์ AI Portrait Framing ช่วยแนะนำการจัดองค์ประกอบโดยรวมเพื่อให้ภาพถ่ายออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด เหมือนมีตากล้องมืออาชีพมาสอนเทคนิคการถ่ายภาพ พร้อมด้วยฟีเจอร์ AI Scene Recognition ช่วยปรับค่ากล้องให้อัตโนมัติ ตามวัตถุหรือฉากหลังที่ระบุได้ 

AI Super Wide-Angle

Vivo V15 มาพร้อมเลนส์กล้อง AI Super Wide-Angle สำหรับถ่ายภาพในมุมกว้างพิเศษโดยเฉพาะ โดยตัวเลนส์ให้มุมมองกว้าง 120 องศาความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2  เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ หรือตัวอาคารที่มีความกว้างเกินกว่าเลนส์ปกติจะเก็บรายละเอียดไว้ได้ทั้งหมด และยังเหมาะสำหรับการถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเก็บภาพบุคคลพร้อมฉากหลังสวยๆ ได้ครบองค์ประกอบ รวมไปถึงถ่ายภาพเพื่อนๆ ครบทั้งแก๊ง

AI Super Night Mode

กล้องสมาร์ทโฟนในปัจจุบันสามารถถ่ายภาพในเวลากลางวันได้อย่างดีจนเกือบจะไร้ที่ติแล้ว แต่มีสมาร์ทโฟนไม่กี่รุ่นที่ถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือในเวลากลางคืนได้อย่างยอดเยี่ยม และเพื่อให้ Vivo V15 ถ่ายภาพในเวลากลางคืนออกมาสวยงามไม่แพ้ตอนกลางวัน จึงมาพร้อม AI Super Night Mode ที่ช่วยให้ Vivo V15 ถ่ายภาพได้แม้อยู่ในที่มืดสนิท ด้วยการเพิ่มความสว่างให้กับรูปภาพอย่างเป็นธรรมชาติ จึงทำให้รายละเอียดไม่ดูหยาบเหมือนถูกปรับด้วยซอฟต์แวร์ อีกทั้งยังมีจุดรบกวนน้อยมาก เพียงเปิดโหมดกลางคืนและถือเครื่องนิ่งไว้ราวๆ 3-4 วินาทีก็จะได้ภาพถ่ายตอนกลางคืนที่สวยงามมากๆ ถ้าเครื่องใครไม่พบโหมดนี้แนะนำให้ทำการอัพเดทซอฟท์แวร์ตัวเครื่องให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อน 

Vivo V15 ยังมากับสเปกที่น่าสนใจ โดยใช้จอแสดงผล Ultra FullView Display ไร้กรอบ ไร้รอยบาก ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.53 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้สูงถึง 90.95% ทำงานบนพื้นฐาน Android 9.0 Pie สวมทับด้วย Funtouch OS 9

ประมวลผลด้วยชิป MediaTek Helio P70 ความจำ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB สนับสนุนการ์ด MicroSD สูงสุด 256GB ความจุแบตเตอรี่ 4000mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging ทั้งหมดนี้มาในราคาสุดคุ้ม เพียง 10,999 บาท ถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นสุดคุ้มอีกรุ่นที่ไม่อยากให้พลาดกัน

from:https://www.flashfly.net/wp/248668

โฆษณา

จัดอันดับผู้ผลิต Premium Smartphone 2018 | Apple iPhone ยังแชมป์ ส่วน Google Pixel และ OnePlus มาแรงในแบบของตัวเอง

จากการประเมินยอดขายสมาร์ทโฟนกลุ่มพรีเมียมรอบปีที่ผ่านมา โดย Counterpoint Research มีรายงานว่า Google Pixel เข้าสู่อันดับสมาร์ทโฟนพรีเมียมชั้นนำเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ ถึงแม้จะยังอยู่เฉพาะในบางตลาดเท่านั้นก็ตาม โดยทำได้ถึงอันดับที่ 3 ของอเมริกา ส่วน OnePlus ต้องเรียกว่ามาแรงแบบฉุดรั้งไว้ไม่อยู่จริงๆ ก้าวขึ้นสู่อันดับ 5 ของโลกสำหรับแบรนด์พรีเมียมเป็นที่เรียบร้อย แถมยอดขายโต 209% ส่วนแชมป์ยังเป็น Apple ตามมาด้วย Samsung และ Huawei แบบไม่ผิดคาดนัก

Apple x Samsung x Huawei ยังนำ ส่วน Google กับ OnePlus คือดีงามในที่ของตัวเอง

สำหรับผู้นำยังคงเป็นเจ้าเก่า เจ้าเดิม อย่าง Apple ตามมาด้วย Samsung ในแทบทุกตลาด โดยหากจัดอันดับโลกนั้น Apple กินส่วนแบ่งการตลาดพรีเมี่ยมสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 51% ส่วน Samsung และ Huawei อยู่ที่ 22% และ 10% ตามลำดับ โดยฝั่ง Apple กับ Samsung นั้นมีสัดส่วนที่ลดลงเล็กน้อย ผลพวงจากการที่คู่แข่งเบอร์รองๆแทบทุกราย สามารถเข็นนวัตกรรมในระดับทัดเทียมกันออกมาพร้อมกับราคาที่ย่อมเยาว์กว่า ในขณะที่ Huawei ก็ทำยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ Segment ราคา ไม่ใช่แค่กลุ่มพรีเมียมเสียด้วยซ้ำ และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือสัดส่วนยอดขายเรือธงของ OPPO เพิ่มขึ้นมากจาก 1% กลายมาเป็น 6% ขึ้นแท่นอันดับ 4 ของโลกไปเลย จากที่ช่วงปีหลัง ๆ มานี้หันมาโฟกัสรุ่นพรีเมียมกับเขามากขึ้นชนิดจัดหนัก จัดเต็ม

ในขณะที่ทางฝั่งของ Google นั้น ถึงแม้จะยังทำตลาดไม่ทั่วถึงนักทั้งในแง่ปริมาณการผลิตและจำนวนประเทศที่เข้าไปขาย (เช่นสาวกบ้านเราที่เฝ้ารอๆๆ และยังคงต้องรอกันต่อไป T-T) แต่ในตลาดที่ Google ให้ความสำคัญเป็นพิเศษอย่าง อเมริกาเหนือ (NAM) และ ยุโรปตะวันตก (WE) นั้นเรียกได้ว่าเริ่มเข้าสู่ยุคทองของพวกเขาแล้วจากส่วนแบ่งยอดขาย ขึ้นแท่นอันดับ 3 และอันดับ 5 ตามลำดับ เบียดชื่อชั้นอย่าง LG ที่เคยอยู่ในอันดับกลุ่มนี้ลงได้เรียบร้อย ฝากผลงานยอดขายโตปีต่อปีอยู่ที่ 40%

เช่นเดียวกับ OnePlus ผู้เคลมฉายา Flagship Killer ที่หลังจากปี 2017 เป็นต้นมา ความพยายามขยายตลาดให้ครอบคลุมเกือบทุกทวีปทั่วโลกดูจะเห็นผลอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ มีอัตราการเติบโตของยอดขายปีต่อปี สูงถึง 209% (ใช่แล้วเราพิมพ์ไม่ผิด 2 เท่ากว่าในปีเดียว!) ปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนพรีเมียมอันดับ 5 ของโลกเป็นที่เรียบร้อย สเปคจัดเต็มในราคาที่จ่ายไปนั้นดูจะเป็นกลยุทธ์ที่เข้าเป้าสุดๆ โดยเฉพาะกับประเทศที่หลงรักในความคุ้มค่าอย่าง India ขึ้นแท่นอันดับ 2 เป็นรองเพียง Samsung เท่านั้น

ที่เหลือแบ่งๆกัน บางรายกำลังมา ส่วนบางรายนั้นกำลังช้ำใจ…

สำหรับแบรนด์ที่ทำผลงานได้ดีทั้ง Segment รวม และ Premium Segment อย่าง OPPO, Vivo, และ Xiaomi นั้นติดอันดับ Top 5 กับเขาด้วยในบ้านตัวเองอย่างจีน (CHINA) ซึ่งมีปริมาณและกำลังซื้อมากจนส่วนหนึ่งส่งผลให้ OPPO ติดอันดับ 5 ของโลกในตลาดพรีเมี่ยมนี้ไปเลยด้วยเพราะถ้าสังเกตุจากตารางข้างบน ไม่มีชื่อ OPPO ปรากฏอยู่ในตลาดประเทศอื่นเลยสำหรับ 5 อันดับแรก แปลว่าผลงานอันดับ 3 ในจีนนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ นอกจากนั้น Nokia by HMD Global เป็นครั้งแรกเหมือนกัน ที่กลับมามีชื่อเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำกับเขาอีกครั้ง โดยล่าสุดนอกจากติดอันดับ 10 ของโลกในทุก Segment แล้วยังสามารถไต่ขึ้นอันดับ Top 5 ได้แล้วสำหรับ Premium Segment ในประเทศกลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA)

ถัดมาเป็นกลุ่มอาการทรงตัวแบบออกไปทางเป๋ๆ มีเป๋มากกับเป๋น้อย… เริ่มที่ Motorola นับตั้งแต่ Lenovo ซื้อมาปั้นกันใหม่นั้น เกาะกลุ่ม Top 5 ได้อยู่บ้างสำหรับตลาดพรีเมียมของบางทวีป ส่วน LG กับ Sony ควงคู่กันหายไปจาก Top 5 ของตลาดยุโรปเป็นที่เรียบร้อย (WE) ในรายของ LG จะหนักกว่าเพื่อนหน่อยตรงที่โดนคู่แข่งเบอร์แรงทั้ง Google และ OnePlus เบียดแย่งอันดับไปจากทั้ง อเมริกาเหนือ (NAM) ยุโรปตะวันตกและตะวันออก (WE & CEE) ส่วนอดีตแชมป์อเมริกาเหนือและ Top 5 ของโลกโดยเฉพาะในระดับเรือธงอย่าง HTC นั้นไม่มีข้อมูล… เราคิดถึงนายนะ

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Sony ยังคงรั้งอันดับ 3 เอาไว้ได้แบบเหนียวแน่นสำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก (APAC Excl China) เป็นรองเพียง Apple กับ Samsung เท่านั้น อาจเป็นเพราะความนิยมที่ยังมีอยู่พอสมควรกับประเทศเจ้าบ้านอย่างญี่ปุ่น รวมไปถึงไต้หวันและออสเตรเลีย อันที่จริงเรือธง Sony Xperia ผลิตที่ประเทศไทยนะ การกลับมาทำตลาดอีกครั้งหนึ่งคงไม่ใช่เรื่องยากนักอย่างที่ Sony ประเทศไทยเคยเกริ่นเอาไว้ว่าพักทำตลาดเท่านั้นยังไม่ได้ยอมแพ้ หวังว่าจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน…

จุดเริ่มต้นความสำเร็จ…? เจ้าบ้าน Android กับ ผู้สร้างแบรนด์ Flagship Killer

ถึงแม้จะมาช้าและมาแพง แต่ Google Pixel นั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างโดดเด่นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การใช้งานที่ชูว่า นี่คือ Android จาก Google แท้ๆ ในฐานะเจ้าของบ้าน การผสมผสานทุกบริการของ Google ได้อย่างลงตัว และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Pixel ตั้งแต่รุ่น Original ในปี 2016 มานั้น สร้างแรงกระตุ้นให้คู่แข่งอย่างมากในด้าน Computational Photography มันคือประสบการณ์รูปถ่ายมือถือที่ยอดเยี่ยมชนิดที่ทุกวันนี้ยังคงคอนเซ็ปกล้องเดียวก็เปรี้ยวได้เอาไว้ ยังไม่ใส่กล้อง 2 กล้อง 3 มาสักที อย่างไรก็ตามยอดขายที่โตกว่า 40% ในปีล่าสุดนั้นถูกวิเคราะห์ว่า Google เลือกใช้เวลากับ Pixel Original และ Pixel 2 เพื่อสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็งในตัวมันเอง ก่อนที่จะทุ่มงบการตลาดแบบเอาเป็นเอาตายให้กับ Pixel 3 Series ช่วงท้ายปี 2018 นี่เอง ซึ่งนับว่ากลยุทธ์นี้เริ่มทำผลงานแล้ว

สำหรับอีกฝั่งของโลกอย่าง OnePlus นั้น มีกลยุทธ์ที่สุดไปอีกทางมาตั้งแต่รุ่นแรก OnePlus 1 (1+1) เปิดตัวในปี 2014 ชูแบรนด์ของตัวเองว่า “Flagship Killer” หรือ “นักฆ่าเรือธง” แบบที่เราชอบเรียกกันนั่นแหละ โดย OnePlus ใช้วิธีการอัดสเปคให้เท่ากันหรือมากกว่าพรีเมียมแบรนด์อื่นในทุกๆปี แต่มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่าเรือธงแบรนด์อื่นราวๆ 50% (ทุกวันนี้แพงขึ้นเยอะนะ แต่ก็ยังถูกกว่าชาวบ้านเขาอยู่ 30 – 40% ในสเปคจัดเต็มเช่นเดิม) นอกจากนั้นแล้ว OnePlus ยังขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เน้นฟังเสียงสาวกอย่างจริงจัง เช่น CEO (Pete Lau) ที่ชอบตั้งคำถามและตอบโต้บน Social Network เพื่อหาคำตอบให้กับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการเสมอๆ แล้วมันไปฆ่าเรือธงยังไงน่ะหรอ อันนี้ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องโดยตรงรึเปล่า แต่น่าจะต้องลองไปถามชื่อคุ้นหูอย่าง HTC, LG หรือ Sony ดูว่ามีความเห็นอย่างไรกันบ้าง… #htcไม่ถูกใจสิ่งนี้

อ้างอิง: 9to5Google | Counterpoint Technology Market Research

from:https://droidsans.com/google-oneplus-outperform-premium-smartphone-market/

เชียงใหม่ออก Pollution Souvenir กระป๋องเก็บอากาศ PM2.5 เพื่อเรียกร้องแก้ปัญหาฝุ่น

เมื่ออากาศที่จ.เชียงใหม่ยังคงเป็นพิษ จึงมีไอเดียออก Pollution Souvenir กระป๋องเก็บอากาศเป็นที่ระลึก เพื่อเป็นการเรียกร้องให้ภาครัฐ หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

ในช่วงปีนี้ประเทศไทยได้ประสบปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 อย่างหนักหน่วงจริงๆ เมื่อต้นปีก็มีปัญหาใหญ่ในกรุงเทพฯ และอีกพื้นที่หลายจังหวัด ส่วนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ก็เป็นพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ค่าอากาศถึงเข้าข้นวิกฤตเลยทีเดียว

เชียงใหม่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลักของภาคเหนือ เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญของประเทศอย่างมาก และเมื่อเกิดปัญหาเรื่องฝุ่นละอองกลับไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

ถ้าใครที่เคยไปประเทศสวตเซอร์แลนด์ หรือเคยเห็นข่าวจะพอทราบว่าที่นั่นได้จำหน่ายกระป๋องที่บรรจุอากาศบริสุทธิ์ เพื่อเป็นที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว

ที่เชียงใหม่ก็เช่นกันได้ผลิต Pollution Souvenir เป็นกระป๋องที่บรรจุอากาศที่ประกอบด้วยฝุ่น PM2.5 พร้อมกับฉลากที่ระบุระดับของมลพิษที่รวบรวมในแต่ละวัน

Pollution Souvenir จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคำขอโทษแก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการขอความช่วยเหลือจากทางภาครัฐให้แก้ปัญหานี้ เพราะได้กลายเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกไปแล้ว

โปรเจ็คต์นี้เป็นผลงานของ J Walter Thompson Bangkok หรือ JWT เป็นการรณรงค์เพื่อให้คนไทย และชาวเชียงใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวได้อากาศบริสุทธ์กลับมาอีกครั้ง

ทาง JWT บอกว่าต้องการให้ Pollution Souvenir เป็นเหมือนข้อความ SOS หรือข้อความฉุกเฉิน เพื่อเรียกร้องให้คนสนใจแก้ปัญหา สร้างความตระหนักในระดับสากล

จากปัญหาเรื่องฝุ่นที่เกิดขึ้น ทางผู้ประกอบการที่เชียงใหม่ได้บอกว่า ปัญหานี้แย่ลองกว่าปีก่อนๆ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ร้านอาหาร เกสต์เฮาส์ โรงแรมต่างๆ ได้ถูกนักท่องเที่ยวยกเลิกจำนวนมาก มีการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางในช่วงวัดหยุด สูญเสียรายได้อย่างมาก

อีกทั้งยังส่งถึงปัญหาด้านสุขภาพด้วย ฝุ่น PM2.5 ทำให้บางคนมีเลือดออกทางจมูก มีการหายใจติดขัด

Source 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/pollution-souvenir-canned-air-chiang-mai-calls-attention-smog-problem/

เอปสัน สนันสนุนกิจกรรมนักศึกษาแพทย์ศิริราช

 

นางสาววิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนมอบมัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ระบบแท็งค์ EcoTank L1455 จำนวน 3 เครื่อง พร้อมชุดหมึกจำนวน 6 ชุด ให้แก่สโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

เพื่อใช้ในโครงการแข่งขันตอบปัญหาจุลชีววิทยา ปรสิตวิทยา และวิทยาภูมิคุ้มกันทางการแพทย์นานาชาติ (SIMPIC)  ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นโดยนักศึกษาแพทย์ศิริราชเป็นประจำทุกปี และได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาแพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้

from:http://mobileocta.com/epson-sananun-siriraj-medical-student-activity/

มาไทยแน่ OPPO F11 Pro Marvel’s Avengers Limited Edition สาวก Marvel มีลุ้น!!

 

หลังจากที่ลุ้นกันมาสักพักว่า OPPO F11 Pro จะผลิตสมาร์ทโฟนรุ่น Limited Edition ออกมาหรือไม่ ล่าสุดทางเพจหลัก OPPO ได้โพสภาพเงาตัวละครปริศนาจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Avengers: Endgame มีวี่แววว่าข่าวลือการร่วมมือระหว่าง OPPO  และภาพยนต์ยอดฮิต Avengers: Endgame ว่าจะมีการจำหน่ายสมาร์ทโฟนคอลเลคชั่นพิเศษนี้น่าจะเป็นความจริง ภายใต้ชื่อ OPPO F11 Pro Marvel’s Avengers Limited Edition

OPPO F11 Pro Marvel’s Avengers Limited Edition

โดยรูปลักษณ์คร่าวๆของ OPPO F11 Pro Marvel’s Avengers Limited Edition นี้ได้ยินมาว่ามีการนำเอาสัญลักษณ์ของ ตัว “A” สีแดง มาใช้ในการออกแบบฝาหลังด้วย ซึ่งตัดกับสีฟ้าอมเขียวของตัวเครื่องได้อย่างสวยงาม และอาจจะมาพร้อมกับแพ็คเกจแบบพิเศษ น่าสะสมมากๆซึ่งบอกเลยว่าแฟนคลับ Marvel ต้องไม่พลาดแน่นอน

ส่วนสเปคภายใน คาดว่าน่าจะเป็นสเปคเดียวกันกับ OPPO F11 Pro รุ่นทั่วไปนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ Panoramic Screen ที่กว้างถึง 6.5 นิ้ว, กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล, รองรับ VOOC Flash Charge 3.0 แต่ในเรื่องของความจุนั้น แว่วๆมาว่าจะให้ความจุเพิ่มเป็น 128GB เลยทีเดียว

โดยรายละเอียดอื่นๆนั้นยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการจากทาง official ซึ่งเราก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าทาง OPPO นั้นจะมีประกาศวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่กันแน่

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OPPO ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CtyuWo

 

from:http://mobileocta.com/oppo-f11-pro-marvels-avengers-limited-edition/

Vivo ประกาศรายชื่อสมาร์ทโฟนที่จะได้อัปเดต Funtouch OS 9 ภายในเดือนกรกฎาคม 2019

 

Vivo ประกาศแผน Roadmap รายชื่อสมาร์ทโฟนที่จะได้อัปเดต Funtouch OS 9 ซึ่งเป็นยูสเซอร์อินเทอร์เฟส (UI) ที่ครอบทับบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie โดย UI ล่าสุดนี้เปิดตัวมาพร้อม Vivo X27 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับสมาร์ทโฟน Vivo ที่จะได้อัปเดต Funtouch OS 9 มีทั้งหมด 13 รุ่นด้วยกัน ซึ่งจะปล่อยให้อัปเดตได้หมดภายในเดือนกรกฏาคมนี้ในรูปแบบของการอัปเดตเบต้า

โดยสมาร์ทโฟน Vivo ชุดแรกที่จะอัปเดตเบต้าก่อนในเดือนเมษายนมี 5 รุ่นด้วยกันคือ X21i, Z1, Z1i, X23 และ X23 Symphony Edition ส่วนชุดที่สองประกอบด้วย X21, X21 UD, X21s, NEX A, NEX S, NEX Dual Display และ Z3i ซึ่งจะได้รับเบต้าในเดือนมิถุนายน และในเดือนกรกฎาคม Vivo จะปล่อยอัปเดตสำหรับรุ่น Z3

อย่างไรก็ตาม แผน Roadmap การอัปเดต Funtouch OS 9 ของสมาร์ทโฟน Vivo นี้เป็นแผนการอัปเดตในประเทศจีนเท่านั้น ส่วนการอัปเดตของสมาร์ทโฟน Vivo ในตลาดโลกอาจแตกต่างกันไป

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

 

from:http://mobileocta.com/vivo-reveals-its-funtouch-os-9-update-roadmap/

ชมคลิปทดสอบความทนทานของ Huawei P30 Pro ที่ดูเหมือนจะทนทานกว่าเดิม

Huawei P30 Pro อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนเรือธงที่เน้นคุณภาพของกล้อง และแน่นอนว่าหลังจากวางขาย ต้องมีคลิปทดสอบปล่อยออกมา และหนึ่งในนั้นคือช่อง JerryRigEverything ที่นำมือถือมาทดสอบความทนทานแบบโหดๆ ทั้งความทนทานของรอยขีดข่วน และการหักงอ

โดยคลิปล่าสุดคือการทดสอบ Huawei P30 Pro ที่มีด้านหลังและด้านข้างทำจากกระจก และแน่นอนเนื่องจากการทดสอบรอยขีดข่วน ที่ทำออกมาได้ดีและเป็นรอยยากขึ้น ส่วนการทดสอบการหักงดของตัวเครื่อง Huawei P30 Pro มีการทนทานมากกว่า P20Pro รุ่น Top ที่ออกวางขายเมื่อปีที่แล้ว

ซึ่งคาดว่า ที่มันทนขึ้นเพราะกระจกโค้งที่ด้านหลังและด้านหน้า อาจช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกรอบบอดี้มากขึ้น และไม่ทำให้โทรศัพท์งอได้ง่าย อย่างไรก็ตามกระจกโค้งจะทำให้โทรศัพท์มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายเมื่อตกหล่นได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ข่าว: ชมคลิปทดสอบความทนทานของ Huawei P30 Pro ที่ดูเหมือนจะทนทานกว่าเดิม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/04/20/huawei-p30-pro-survives-a-torture-test.html