คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS

ดูบอลสด บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี : UCL รอบ 16 นัดที่ 2 + ลิงก์ดูฟรี

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง ฤดูกาล 2019/20 บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี นัดที่ 2 หลังจากนัดแรกบาเยิร์นเอาชนะมาได้ด้วยสกอร์ 3-0 ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดได้ คืนวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม เวลา 02.00 น. ดูฟรีๆ ผ่านทาง Youtube Live

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดสอง โกล ถ่ายทอดสดให้ชมกันฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ลิงก์ดูบอลสด บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี

from:https://www.9tana.com/node/ucl-2020-bayern-chelsea/

กลุ่ม CP ซื้อกิจการ Chilindo เว็บประมูลสินค้า มูลค่ากว่า 558 ล้านบาท ตั้งเป้าบุกต่างประเทศ

กลุ่ม CP ซื้อกิจการ Chilindo เว็บประมูลสินค้า มูลค่ากว่า 558 ล้านบาท เพื่อที่จะเสริมแกร่งด้าน E-commerce ขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าที่จะนำแพลตฟอร์มนี้ขยายไปในต่างประเทศด้วย

ศุภชัย เจียรวนนท์
ศุภชัย เจียรวนนท์ – ภาพจาก CP Group

Ascend Commerce ซึ่งเป็นบริษัทลูกในกลุ่ม CP ได้เข้าซื้อกิจการ Chilindo เว็บประมูลสินค้าของไทย โดยมูลค่าในการเข้าซื้อกิจการนั้นอยู่ที่ 18 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 558 ล้านบาท โดยเป้าหมายของกลุ่ม CP คือต้องการยกระดับเว็บไซต์แห่งนี้ให้กลายเป็นแพลตฟอร์ม E-commerce สัญชาติไทยและวางแผนที่จะนำ Chilindo บุกตลาดต่างประเทศด้วย

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ได้กล่าวว่า “การที่ CP ลงทุนในแพลตฟอร์ม Chilindo นั้น ถือเป็นการนำร่องเพื่อสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยที่จะมาช่วยยกระดับอีคอมเมิร์ซไทยก้าวสู่ตลาดในระดับสากล ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยล้วนเป็นแพลตฟอร์มของธุรกิจข้ามชาติเป็นส่วนใหญ่”

สำหรับ Chilindo เป็นเว็บไซต์ประมูลสินค้าออนไลน์ โดยใช้รูปแบบของการเล่นเกมการประมูล และจะได้ซื้อสินค้าก็ต่อเมื่อชนะประมูลในราคาที่ตนเองต้องการ ซึ่งราคาประมูลขั้นต่ำที่ 1 บาท จึงทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้แพลตฟอร์มนี้แตกต่างจากการเข้าใช้งานแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นๆ โดย Chilindo มีความโดดเด่นในด้านราคา เน้นการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ผู้บริโภค “ยอมรับได้” ไม่ใช่ราคาที่ร้านค้าเป็นผู้กำหนดไว้

ปัจจุบัน Ascend Commerce นั้นมีเว็บไซต์ WeMall ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ Weloveshopping แหล่งรวมสินค้าหลากหลาย ทั้งนี้เมื่อรวมการซื้อกิจการของ Chilindo นั้นกลุ่ม CP จะมีฐานธุรกิจ E-commerce ที่แข็งแกร่งมากขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/cp-group-buy-auction-website-chilindo-and-plan-to-expand-outside-th-8-aug-2020/

CEO บอกเอง Huawei Mate 40 จะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้ใช้ชิป Kirin

CEO ขอว Huawei Business, Richard Yu กล่าวในงาน China Information Technology Summit 2020 บอกว่า Huawei Mate 40 เรือธงรุ่นใหม่ของบริษัทจะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Kirin แต่ก็จะเป็นรุ่นสุดท้ายด้วยเช่นกันเนื่องจากปัญหาสงครามการค้า

ชิปเซ็ต Kirin 1000 ของ Huawei นั้นคาดว่าจะเปิดตัวในงาน IFA ก่อนที่จะเปิดตัวอีกครั้งกับ Huawei Mate 40 โดย Kirin 1000 นั้นเป็นชิปประมวลผลผลิตขึ้นที่สถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตร แกนเป็น Cortex-A78 CPU แต่น่าเสียดายที่ Huawei Mate 40 จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นสุดท้ายที่ได้ใช้ชิป Kirin

เนื่องจากสงครามการค้าทำให้ TSMC ไม่สามารถผลิตชิปประมวลผลให้กับ Huawei ได้ โดย Kirin ล็อตสุดท้ายจะถูกส่งให้ Huawei กลางเดือนกันยายนนี้ คาดว่า Huawei จะสามารถสั่งชิปประมวลผลให้ Huawei Mate 40 ได้ราว 15 ล้านชิ้น ซึ่งน่าจะเพียงพอแต่หากสต็อกหมดลงก็ต้องหาผู้ผลิตชิปให้ใหม่อีก

ข่าว: CEO บอกเอง Huawei Mate 40 จะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้ใช้ชิป Kirin มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/08/08/huawei-mate-40-the-latest-phone-with-kirin.html

OnePlus เผยรายละเอียด Android 11 มาพร้อม Always On Display, Dark mode แบบใหม่ และปรับปรุงดีไซน์เพียบ

ก่อนจะมีข่าวดีในสัปดาห์หน้า OnePlus ได้เผยรายละเอียดของ Android 11 บน Oxygen OS ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทออกมาให้ชมกันเป็นที่เรียบร้อย พร้อมรายละเอียดยางส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในเวอร์ชันใหม่นี้ด้วย

ไม่กี่วันมานี้มีภาพหลุด Android 11 ครอบด้วย Oxygen OS รุ่นใหม่บนโซเชียลของประเทศจีน Weibo โดยสิ่งที่เห็นได้จากมีทั้งหมด 3 การเปลี่นนแปลงหลัก ๆ ใน OxygenOS รุ่นใหม่ ได้แก่

  1. รองรับ Always On Display หรือ AOD
  2. ปรับปรุงดีไซน์ของ Dark mode ใหม่ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
  3. ปรับปรุงดีไซน์ของซอฟต์แวร์ใหม่แบบ Major UI




นอกจากนี้เอง Pete Lau ก็ได้ออกมาทวีตเกี่ยวกับ Oxygen OS 11 ด้วย แต่ก็เป็นการใบ้ที่ไม่ค่อยใบ้อะไรสักเท่าไหร่นัก เอาเป็นว่าเรามารอชมพร้อมกันในวันที่ 10 เดือนสิงหาคมนี้กันดีกว่าครับ

ข่าว: OnePlus เผยรายละเอียด Android 11 มาพร้อม Always On Display, Dark mode แบบใหม่ และปรับปรุงดีไซน์เพียบ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/08/08/oneplus-android-11-teaser.html

6 กิจวัตรวันหยุด บุคคลผู้ประสบความสำเร็จทั่วโลกนิยมทำ ได้ทั้งพักผ่อนและพัฒนาตัวเอง

วันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่คนทำงานนับวันรอหลังจากที่ต้องผ่านการทำงานอย่างหนักหน่วง การใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์จึงต้องใช้เวลาทุกวินาทีอย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ถ้าเป็นคนธรรมดาคงจะใช้เวลาว่างในวันหยุดไปกับการเล่นเกม อ่านหนังสือ ดูหนังเพื่อผ่อนคลายความเครียด แต่คนที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจหลายๆ คน เช่น Bill Gates, Tim Cook, Jack Dorsey และ Jeff Bezos มีวิธีใช้เวลาในวันหยุดแตกต่างจากคนทั่วๆ ไป

ภาพจาก shutterstock

6 วิธี ใช้เวลาว่างในวันหยุด แบบคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ มากกว่า 7 ชั่วโมง

การนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญกับร่างกายของคน ถ้านอนหลับไม่เพียงพอในแต่ละวัน ก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายคน ทั้ง Tim Cook, Bill Gates, Jack Dorsey และ Jeff Bezos ใช้เวลานอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เฉลี่ย 7 ชั่วโมง 29 นาทีต่อวัน

แต่บางครั้งด้วยหน้าที่การงานที่ต้องทำในแต่ละวันทำให้เราไม่สามารถนอนหลับได้ครบ 7 ชั่วโมงต่อวัน เหมือนนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จบางคน ในช่วงวันหยุดเราจึงควรใช้เวลาไปกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ หากไม่มีอะไรทำ สามารถนอนหลับ 12 ชั่วโมง ในวันเสาร์-อาทิตย์ก็ได้ เพื่อชดเชยการนอนที่น้อยเกินไปในวันธรรมดา

อยู่กับคนรัก คนในครอบครัว

คนรักครอบครัวบางคนอาจมีความรู้สึกว่าในวันธรรมดาตัวเองไม่ได้ใช้เวลาไปกับคนรัก หรือคนในครอบครัวอย่างคุ้มค่า ช่วงเวลาเสาร์-อาทิตย์จึงเป็นเหมือนช่วงเวลาที่จะได้เติมพลัง และใช้เวลากับคนรักอย่างแท้จริง

Mark Cuban เคยเล่าการใช้ชีวิตในวันหยุดของเขาว่า เขาจะใช้เวลากับภรรยาออกกำลังกายในช่วงเช้าของวันเสาร์ หลังจากนั้นเขาจะพยายามใช้เวลาที่เหลืออยู่ทั้งวันไปกับคนในครอบครัว

แต่ปัญหาของมนุษย์เงินเดือนหลายคนคือ ไม่สามารถตัดเรื่องงานออกไปได้ทั้งหมด แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ก็ตาม โดยเฉพาะในช่วงที่มีงานค้าง ทางแก้ง่ายๆ คือ หากจำเป็นต้องทำงานจริงๆ ควรทำงานให้เสร็จภายในวันเสาร์ตอนเช้า ภาระงานจะได้ไม่ผูกพัน จนกินเวลาทั้งหมดในวันหยุด

เตรียมพร้อม เตรียมตัวรับมือกับสัปดาห์ถัดไป

คนที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจหลายๆ คน มักใช้เวลาไปกับการเตรียมตัวรับมือกับสัปดาห์ถัดไป โดยอาจใช้เวลาสั้นๆ เพียง 10 นาที ในวันอาทิตย์ เพื่อดูว่าในสัปดาห์ถัดไปมีภาระงาน มีนัดหมายอะไรที่ต้องทำบ้าง รวมถึงจดโน๊ตสั้นๆ ถึงสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมไว้ เมื่อวันจันทร์มาถึงเราก็จะมีความพร้อมที่จะเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ในทันที

เหมือนอย่าง Jack Dorsey CEO ของ Twitter ใช้เวลาในวันอาทิตย์เพื่อ เตรียมความพร้อม ทบทวนฟีดแบค และกลยุทธ์ที่จะต้องทำในสัปดาห์ถัดๆ ไป

ภาพจาก Unsplash โดย Ev

ใช้เวลาทำในสิ่งที่ชอบ และมีความสุขไปกับมัน

แม้จะดูเหมือนว่านักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ไปกับการเตรียมความพร้อมในสัปดาห์ถัดไป แต่ในความจริงแล้ว นักธุรกิจเหล่านี้ก็ใช้เวลาวันหยุดไปกับการพักผ่อน และทำสิ่งที่รักด้วยเช่นเดียวกัน เช่น การทานอาหารเช้าแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบทานให้เสร็จเหมือนวันธรรมดา นั่งอ่านหนังสือที่โซฟาตัวโปรด ทำสมาธิ หรือออกกำลังกาย

Richard Branson นักธุรกิจเจ้าของกิจการ Virgin ใช้เวลาในวันเสาร์เย็นไปกับการจัดงานปาร์ตี้กับคนรู้จัก ส่วนในวันอาทิตย์เขาจะใช้เวลาทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย เช่น แข่งเรือ กระโดดหน้าผา และโต้คลื่น

ส่วน Bill Gates มีกิจกรรมที่เป็นงานอดิเรกในวันหยุดที่ชอบทำ คือการเล่นเกมไพ่บริดจ์ แม้จะดูเป็นเกมที่โบราณ แต่เขาก็ชอบเล่น รวมถึงดูลูกๆ เล่นกีฬาขี่ม้า ก็เป็นกิจกรรมที่ Bill Gates ชอบทำในวันหยุดเช่นกัน

งานบ้าน แบ่งทยอยๆ ทำ

งานบ้านเป็นงานที่ใครหลายๆ คนส่ายหน้า เพราะเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อ และเปลืองแรงมากที่สุด แต่ทางที่ดีควรแบ่งเวลาในแต่ละวันมาทำงานบ้านบ้างสักนิด อย่าปล่อยให้งานบ้านเยอะก่อนแล้วค่อยทำ เพราะต้องใช้เวลานานกว่างานจะเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของเข้าบ้าน ซักผ้า หรือแม้แต่การทำความสะอาด

ลองเปลี่ยนนิสัย แบ่งเวลา 15 นาทีก่อนนอนในแต่ละวัน เพื่อทำงานบ้านเล็กๆ น้อยให้เสร็จก่อน แล้ววันเสาร์อาทิตย์ ค่อยใช้เวลาที่นานขึ้นจัดการกับงานบ้านที่ต้องใช้เวลานาน ไม่สามารถทำให้เสร็จได้ด้วยเวลาน้อยๆ

ภาพจาก Unsplash โดย Matteo Di Iorio

พักบ้าง ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง

การใช้เวลาทบทวนว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาเจอกับสถานการณ์อะไรบ้าง จะเป็นผลดีต่อสุขภาพจิตและร่างกาย และจะช่วยทำให้คุณสามารถทำงานบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ได้ง่ายขึ้น บุคคลที่ประสบความสำเร็จนิยมใช้เวลาในวันหยุดไปกับการทำสมาธิ และทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ได้เจอมา เช่น อะไรมีความสำคัญกับชีวิตบ้าง จะจัดลำดับความสำคัญอย่างไร อะไรเป็นสิ่งที่รบกวนการทำงาน แล้วจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่มารบกวนนั้นได้อย่างไร หรืองานอะไรที่เรายังทำได้ไม่ดี และเราต้องพัฒนาทักษะใหม่ๆ อะไรบ้าง เพื่อทำงานให้ดียิ่งขึ้น

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Harvard พบว่าคนที่ใช้เวลาเพียง 15 นาทีต่อวัน เพื่อทบทวนสิ่งที่ได้รู้ในแต่ละวัน จะมีประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าคนที่ไม่ได้ทำ 23% นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าการทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวันจะช่วยทำให้ชีวิตมีความสุข มีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าเดิม และช่วยลดความเสี่ยงที่จะ Burn Out หรือหมดไฟ

ที่มา – cnbc

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/six-thing-to-do-in-weekend-and-day-off-by-successful-people/

เตรียมพบกับครั้งแรกของการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ ที่จะมอบความสะดวกสบายในทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ!

หลังจากที่ได้มีการโพสภาพ OPPO Watch จากทาง Official page ของออปโป้ไทย ก็เป็นที่ยืนยันแล้วว่าออปโป้ เตรียมตัวนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาตีตลาด IoT ในประเทศไทยอีกครั้ง 

โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วในประเทศจีน พร้อม กระแสตอบรับอย่างล้นหลามกับนวัตกรรมรูปแบบใหม่ ซึ่ง OPPO Watch จะมาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์พร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆอีกมากมาย รอติดตามไปพร้อมกัน เร็วๆนี้

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai

#OPPOWatch #เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ

from:https://www.mobileocta.com/oppo-watch-coming-soon/

โซนี่ไทย เขย่าวงการทีวี เปิดตัวทีวีบราเวีย 8K ครั้งแรกในไทย พร้อมทีวีบราเวีย 4K ระดับเรือธงรุ่นล่าสุด X9500H

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าสร้างปรากฎการณ์บันเทิงสุดพิเศษในการรับชมทีวีครั้งใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีคุณภาพสุดล้ำ ด้วยการเปิดตัว BRAVIA 8K LED TV ขนาด 85 นิ้ว ในรุ่น Z8H ออกมาเขย่าตลาดทีวีครึ่งปีหลัง โดยมาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัยสุดบางเฉียบ ทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นล่าสุดเพื่อเพิ่มคุณภาพความคมชัดของภาพและเสียงอย่างสมบูรณ์แบบ

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัว BRAVIA 4K LED TV รุ่น X9500H ที่มาพร้อมคุณภาพระดับ 4K พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และฟังก์ชั่นบันเทิงครบครัน และทีวี บราเวียReady for PlayStation®5 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการเล่นเกมให้สามารถใช้งานร่วมกับทีวีได้อย่างสนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ในการรับชมภาพยนตร์ เล่นเกม และความบันเทิงในบ้านอย่างเต็มอรรถรสยิ่งกว่าเดิม

ทั้งนี้ โซนี่จะเปิดให้ผู้สนใจด้สั่งจองทีวีบราเวีย 8K เครื่องแรก ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 18 สิงหาคม ศกนี้ พร้อมรับของสมนาคุณพิเศษสุดคุ้ม 

Sony

ผลิตภัณฑ์ทีวีบราเวียรุ่นใหม่จากโซนี่ ประกอบด้วย

§      BRAVIA 8K LED TV รุ่น Z8H

นับเป็นสุดยอด BRAVIA LED TV ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากโซนี่ ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้รับอรรถรสความบันเทิงในการรับชมทีวีสุดพิเศษทั้งภาพและเสียงอย่างน่าประทับใจ ด้วยความละเอียดของภาพระดับ 8K และมีขนาดใหญ่ถึง 85 นิ้ว พร้อมกับชิปประมวลผลภาพตัวใหม่ล่าสุด Picture Processor X1™ Ultimate ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลภาพที่สวยงามสมจริง คอนทราสต์ และคมชัดยิ่งกว่าเดิม

รวมถึงเทคโนโลยี Full Array LED ที่จะช่วยเพิ่มระดับความสว่างบนหน้าจอทีวีมากขึ้น พร้อมกับควบคุมระดับความดำของภาพให้เข้มกว่าการรับชมจากทีวี LED ทั่วไปอีกด้วย ผสานกับเทคโนโลยีทรงพลังอย่าง TRILUMINOS™ Display ซึ่งจะทำให้ผู้ชมตื่นตะลึงไปกับการไล่เฉดสีของวิดีโอให้มองเห็นสีต่างๆ ได้อย่างละเอียดคมชัดมากขึ้น ทั้งยังสามารถรับชมภาพได้อย่างเพลิดเพลินแม้จะในสภาพแวดล้อมที่มึดด้วย Backlit Remote

ยิ่งกว่านั้น BRAVIA Z8H ยังมาพร้อมการออกแบบอันโดดเด่นด้วยดีไซน์กรอบบางเฉียบในแบบมินิมัล และ Immersive Edge ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดวางทีวีขนาดใหญ่ในบ้านได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นแม้ในพื้นที่จำกัดพร้อมด้วยขาตั้งทีวีแยกส่วนสองตำแหน่งที่ออกแบบมาให้ติดตั้งแบบกว้างและแคบได้ตามต้องการ 

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Ambient Optimization ซึ่งจะช่วยปรับแต่งคุณภาพของภาพและเสียงให้เหมาะกับสภาวะแวดล้อมของห้องผู้ใช้งานผ่านการตรวจจับจากตำแหน่งการดูทีวีของผู้ใช้งาน รวมถึงมี Frame Tweeter ที่ได้รับการปรับปรุงคุณภาพให้มีพลังเสียงที่ดียิ่งกว่าเดิม และ Sound-from-Picture Reality ที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งจะช่วยให้ลำโพงปรับตำแหน่งเสียงให้ตรงกับภาพบนจอทีวีเพื่อให้พลังเสียงออกมาสมจริงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ขณะเดียวกัน ยังมี Hands-Free Capabilities รวมถึงขุมพลังจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในเวอร์ชั่น 9 Pie ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดมากมายผ่าน Google Home ทั้งยังรองรับการใช้งาน AirPlay 2 และ HomeKit จาก Apple แถมยังรองรับการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงรองรับการถ่ายทอดสัญญาณภาพ Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมทั้งมีช่องต่อแบบ HDMI 2.1 และสามารถแสดงผลในระดับ 4K ที่ 120fps

BRAVIA Z8H Pre-Booking

โซนี่ไทยพร้อมเปิดให้ผู้สนใจได้สั่งจองทีวี บราเวีย 8K รุ่น Z8H ขนาด 85 นิ้ว ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 18 สิงหาคม ศกนี้ ในราคาจำหน่าย 329,990 บาท พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษ หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด WH-1000XM4 มูลค่า 13,990 บาท และซาวด์บาร์รุ่นใหม่ HT-G700 มูลค่า 19,990 บาท รวมมูลค่าของสมนาคุณ 33,980 บาท พร้อมขยายระยะเวลารับประกันทีวีเพิ่มเป็น 3 ปี ก่อนวางจำหน่ายจริงหลังวันที่ 18 ส.ค. ศกนี้

§      BRAVIA 4K LED TV ซีรี่ส์ X9500H

เป็นทีวีระดับพรีเมี่ยมที่จะนำเสนอภาพและเสียงที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ 4K LED TV โดยมาพร้อมหน่วยประมวลผลภาพ Picture Processor X1™ Ultimate ที่พัฒนาขึ้นใหม่ที่จะช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพที่รับชมยิ่งขึ้น ทั้งยังมีเทคโนโลยี Full Array LED ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับความสว่างบนหน้าจอทีวีได้มากขึ้น พร้อมควบคุมระดับความดำของภาพได้ลึกกว่าการรับชมจากทีวี LED ทั่วไปอีกด้วย รวมถึง X-Wide Angle ที่จะทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับคอนทราสต์ของภาพโดดเด่นและสีสันสดใสในทุกมุมมองไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ในตำแหน่งใด

นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Flush Surface โดยการซ่อนกรอบภาพจนทำให้ทีวีดูบางเฉียบมากขึ้น และยังมาพร้อมกับระบบเสียง Acoustic Multi-Audio ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมระบบ bi-amp system และลำโพง X-Balanced Speaker ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคมชัดของเสียง ขณะเดียวกัน ยังมี Ambien Optimization ที่สามารถปรับแต่งภาพและเสียงให้เหมาะกับสภาวะแวดล้อมต่างๆ ของห้องได้เอง

รวมไปถึงเทคโนโลยีแสดงผล TRILUMINOS™ ที่จะสร้างความแตกต่างของการแสดงผลในเฉดสีที่หลากหลายเพื่อให้ภาพสวยเป็นธรรมชาติสมจริงกว่าจอทีวีทั่วไป และ Hands-free Capabilities ซึ่งทำงานร่วมกับ Google Assistant ในตัวทีวี ทำให้สามารถค้นหาหรือสตรีมภาพยนตร์ เพลง และรูปภาพสุดโปรดมาแสดงบนจอทีวีได้ง่ายดายด้วยคำสั่งเสียงของผู้ใช้งาน

พร้อมขุมพลังจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในเวอร์ชั่น 9 Pie ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดมากมายผ่าน Google Home ทั้งยังรองรับการใช้งาน AirPlay 2 และ Home Kit จาก Apple รวมถึงรองรับสัญญาณภาพ Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atmos โดยจะวางจำหน่ายด้วยกัน 2 ขนาดคือ ขนาด 65 นิ้ว และขนาด 55 นิ้ว พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน เป็นต้นไป

Google Assistance

Google Assistant เพิ่มความสะดวกในการสั่งงานได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานทีวีด้วยคำสั่งเสียง, ค้นหาข้อมูลที่ต้องการจากอินเตอร์เน็ตให้แสดงผลบนทีวี รวมถึงควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ Smart Device ที่เชื่อมต่อในเครือข่ายเดียวกับทีวีได้ด้วย ให้ทีวีเป็นศูนย์กลางความบันเทิงภายในบ้านอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันนี้ ทีวี   บราเวียสามารถรองรับการใช้งาน Google Assistance ได้หลากหลายรุ่นด้วยกัน รวมถึงทีวีบราเวียรุ่นล่าสุดอย่าง Z8H และ X9500 Series ด้วยเช่นกัน

§      Ready for PlayStation®5

โซนี่ยังได้เตรียมความพร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ และความสะดวกสบายให้กับคอเกมทั้งหลายในการเล่นเกมจากเครื่องเล่นเพลย์สเตชั่น 5 โดยจับมือกับ โซนี่ อินเตอร์แอ็คทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ พัฒนาทีวีบราเวียรุ่นใหม่ให้รองรับ และสามารถเล่นเกมจากเครื่อง เพลย์สเตชั่น 5 ที่มีความละเอียดสูงได้อย่างลื่นไหล สำหรับทีวีบราเวียรุ่นใหม่ ที่มี Ready for PlayStation®5 ในปัจจุบันคือ ทีวีบราเวีย 8K รุ่น Z8H และทีวีบราเวีย 4K ซีรี่ส์ X9000 (วางจำหน่ายในไทยเดือนกันยายน ศกนี้) 

นอกจากนี้ Ready for PlayStation®5 ยังเสริมกับ BRAVIA Game Mode ช่วยให้ผู้ใช้เล่นเกมจากเครื่อง PS5 ได้อัตโนมัติได้อย่างลื่นไหล และด้วย BRAVIA Game Mode ยังช่วยให้ผู้ใช่สามารถใช้งานคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense™ ในการเปิดใช้งานทีวี และ PS5 พร้อมกัน หรือยังสามารถใช้รีโมทคอนโทรลของทีวีในการสั่งงาน PS5 ได้ด้วยเช่นกัน

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ โซนี่ เซ็นเตอร์ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

from:https://www.mobileocta.com/sony-thai-shakes-up-the-tv-industry-launch-of-bravia-8k-tv-for-the-first-time-in-thailand/

Xiaomi เตรียมเผยโฉม Mi 10 Ultra มาพร้อม SD 865+, จอ 120Hz, กล้องซูม 100x และชาร์จไว 100W

Xiaomi กำลังจะจัดงานฉลองครบรอบ 10 ปี ของแบรนด์ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ โดยในงานดังกล่าวจะมีการเปิดตัวทั้งมือถือ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย โดยล่าสุด CEO อย่างนาย Lei Jun ก็ได้ออกมาเผยเอง ว่าเราจะได้เห็นมือถือเรือธงรุ่นใหม่ Mi 10 Ultra ที่อัดสเปคมาให้แบบแน่นเอี้ยด ทั้งชิปตัวแรง, กล้องเทพ, จอสวย และระบบชาร์จสุดไวอีกด้วย

Xiaomi Mi 10 Ultra หรือ Mi 10 Pro Plus ที่กำลังจะได้ฤกษ์เผยโฉมในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ข้อมูลบางส่วนจาก Lei Jun บอกว่าจะดีไซน์ที่แตกต่างกัน 2 แบบ คือรุ่นที่ใช้ฝาหลังเป็นเซรามิค จะแบ่งรุ่นย่อยตามหน่วยความจำออกเป็น 8GB/256GB กับ 12GB/256GB และรุ่นที่ฝาหลังเป็นวัสดุแบบใสโชว์แผงวงจรเท่ๆ จะแบ่งออกเป็น 12GB/256GB กับ 16GB/512GB 

สเปคอื่นๆ ก็จะมีทั้งชิป Snapdragon 865+ ที่ถูกโมจนความเร็วขึ้นไปอยู่ที่ 3.09GHz, GPU แน่นอนว่าต้องใช้ Adreno 650 ที่ติดมากับชิป แต่จะพิเศษกว่าที่จะใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Game Turbo ที่ Xiaomi จับมือกับ Qualcomm พัฒนาขึ้นมาเพื่อประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่สูงขึ้น, หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz, แบตเตอรี่ 4500 mAh และระบบชาร์จมีสาย (โคตร) ไว 100 – 120W แถมยังมีระบบชาร์จไวไร้สาย 55W อีกต่างหาก

นอกจากนี้ยังมีภาพตัวเครื่องด้านหลังของ Mi 10 Ultra เผยโฉมออกมาแล้วด้วย จะเห็นว่ามีกล้องทั้งหมด 4 ตัว โดยกล้องตัวบนสุดเป็นกล้องซูมที่ใช้เลนส์แบบ Periscope ที่มีข่าวหลุดออกมาว่าจะมีพลังซูมสูงสุดถึง 100x (ดีไซน์ตัวเครื่องด้านหน้าในตอนนี้ยังไม่มีออกมา)

สำหรับข้อมูลฟีเจอร์อื่นๆ สเปคเต็มๆ รวมถึงราคาของ Mi 10 Ultra ก็ต้องมารอลุ้นกันอีกทีในงานครบรอบ 10 ปี Xiaomi ซึ่งจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว แฟนๆ Xiaomi เตรียมลุ้นกันได้เลยว่ามือถือระดับท็อปรุ่นนี้จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์กันบ้างครับ

 

ที่มา : Gizchina,

from:https://droidsans.com/xiaomi-announcing-mi-10-ultra/

Sony เปิดราคาทีวี 85″ ความละเอียดระดับ 8K เครื่องแรกของโซนี่(ไทย) ราคา 329,990 บาท

ใครที่เล็งอยากเปลี่ยนทีวีใหม่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ หรือหาของประดับห้องนั่งเล่นที่หรูหราพรีเมียม คุณน่าจะจะได้เจอเพอร์เฟกต์แมทช์แล้วกับ Sony Smart 8K Android TV Z8H ที่ใช้เทคโนโลยีจอ Full Array LED, รองรับสัญญาณภาพแบบ HDR, ระบบเสียงที่แค่ออกจากจอก็ดีงาม พร้อมขอบสุดบางดีไซน์สุดแจ่ม กับราคาที่เอาไว้คุยได้ว่านวัตกรรมต้องแลกมาด้วยค่าตัวที่เหมาะสม 329,990 บาท 😂

สำหรับ Sony Z8H นี้จะเป็น Android TV ที่หน้าจอใหญ่ 85 นิ้ว ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นรุ่นแรก และด้วยขนาดที่อลังการก็ต้องมาพร้อมกับความละเอียดระดับ 8K ที่เลือกใช้เทคโนโลยี Full Array LED ที่สามารถปรับหรี่แสงเฉพาะจุดได้ ส่วนไหนบนหน้าจอที่สว่างก็สว่างแค่จุดนั้น ส่วนไหนมือก็จะไม่มีแสงลอดออกมาจนคอนทราสดูไม่สมจริง นอกจากนี้ยังมีการอัพความละเอียดขึ้นเฉพาะจุดได้ด้วยเทคโนโลยี Object-based Super Resolution ได้อีก

ภาพ 8K มีจำนวนพิกเซลมากกว่า 4K ถึง 4 เท่า รายละเอียดความคมชัดจึงมากกว่า และ X-Reality Pro ก็สามารถเพิ่มความละเอียดเฉพาะส่วนเพื่อความสมจริงของเนื้อหาที่มากขึ้นด้วย

ด้วย Full Array LED จะทำให้ภาพยามค่ำคืนสว่างสมจริงมากขึ้น สามารถดึงความสว่างขึ้นเป็นจุดได้

ระบบเสียงบน Sony Z8H ก็มีการฝังลำโพงเอาไว้หลังจอหลายตัว มีทั้งซับวูฟเฟอร์ ให้เสียงเบสแน่นๆบริเวณด้านล่างของเครื่อง และทวีตเตอร์ที่อยู่บริเวณขอบซ้ายขวา ซึ่งลักษณะการวางลำโพงแบบนี้ทำให้เกิดฟีเจอร์ Acoustic Multi-Audio สามารถได้ยินเสียงจากตำแหน่งที่ถูกต้องในฉาก เสียงสามารถเคลื่อนที่ได้ตามการเคลื่อนไหว รถวิ่งจากซ้ายไปขวา เสียงก็จะไปตามได้อย่างสมจริง และยังรองรับระบบเสียง Dolby Atmos, S-Force Front Surround และยังปรับเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของห้อง ตรวจพบได้ว่าการให้เสียงแบบไหนดีที่สุด หากมีการสะท้อนของเสียงที่ไม่เท่ากันก็จะเลือกวิธีการให้เสียงให้เหมาะสมได้ทันที

มีลำโพง 4 ตำแหน่งให้เสียงสมจริงแบบ Acoutic Multi-Audio

หากตรวจจับได้ว่าด้านข้างมีผ้าม่านทำให้สะท้อนเสียงได้ไม่เท่ากันก็จะมีการปรับวิธีการให้เสียงอัตโนมัติ

ส่วนดีไซน์จะมีการเลือกใช้เป็นกรอบอลูมิเนียมแคบ ไม่รบกวนสายตา มีขาตั้งแยกส่วนสองตำแหน่ง ไม่ได้ยกสูงขึ้นมาจากพื้นเหมือนรุ่นอื่นๆ พร้อมออกแบบด้านหลังเครื่องให้สามารถยึดสายเคเบิลต่าง ๆ ซ่อนให้เรียบร้อย

และยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย

  • ปรับความมืด-สว่าง ได้อัตโนมัติ ตามสภาพแสงในห้อง
  • สมาร์ทรีโมท มีปุ่มลัดเข้าแอป และสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant
  • เป็นทีวีที่ Netflix แนะนำ (Netflix Recommended TV) ว่าให้ประสบการณ์ใช้งานได้ตามมาตรฐาน
  • Netflix Calibrated Mode โหมดปรับแต่งภาพและสีเพื่อใช้กับ Netflix โดยเฉพาะ
  • ทำงานร่วมกับ Apple AirPlay และ Apple HomeKit ได้
  • ทำงานร่วมกับ Chromecast built-in
  • ปรับเทียบสีด้วยซอฟท์แวร์ CalMAN ทำให้สีจอมีความเที่ยงตรงสูงกว่า
  • พร้อมรองรับ PS5 ที่ความละเอียด 4K @120fps

สามารถเข้าไปดูฟีเจอร์เพิ่มเติมของเจ้า Sony Z8H ตัวนี้ประกอบการตัดสินใจกันได้ที่เว็บของ Sony | Z8H Series เลยนะครับ มีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจอยู่อีก เผื่อจะโดนใจได้ควักบัตรออกมารูดเอาไปประดับบ้านกัน หรือตัวนี้ก็น่าจะมีให้ลองทดสอบดูที่ Sony Store 6 สาขา ได้แก่ สาขาสยามพารากอน สาขาเอ็มโพเรียม สาขาเดอะมอลล์บางกะปี สาขาเดอะมอลล์บางแค และสาขาพระรามเก้า โดยถ้าสั่งจองตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 18 สิงหาคม นี้ ก็มีของแถมให้เป็น หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน WH-1000XM4 มูลค่า 13,990 บาท และซาวด์บาร์ HT-G700 มูลค่า 19,990 บาท พร้อมขยายระยะเวลารับประกันทีวีเพิ่มเป็น 3 ปี ส่วนถ้าใครจองไม่ทันก็ซื้อเลยได้ทันทีหลังวันที่ 18 สิงหาคมนี้ครับ

from:https://droidsans.com/sony-announced-z8h-android-tv/

รีวิว : Sony WH-1000XM4 หูฟังไฮเรสออดิโอไร้สายแบบครอบหูพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน คุณภาพเสียงดีเยี่ยม และฟีเจอร์ AI สุดฉลาด

Sony ได้เปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ Sony WH-1000XM4 ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ดีที่สุดในตลาดหูฟังรุ่นหนึ่งในตอนนี้ อัพเดตในรุ่น WH-1000XM3s ตัวที่แล้วที่ได้รับคำชมมากมายในด้านคุณภาพเสียง ระบบ Active Noise Cancalling และฟีเจอร์ด้านการใช้งานที่ล้ำสมัย

Sony WH-1000XM4 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มองผ่านๆ อาจจะดูว่าดีไซน์ไม่เปลี่ยนไปเท่าใดนัก แต่จริงๆ แล้วรุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบให้มีความสวยงามขึ้น พกพาสะดวกยิ่งขึ้น และเพิ่มฟังค์ชั่นการใช้งานที่มีประโยชน์มากมายกว่าเดิมหลายอย่างทีเดียว

วันนี้ทีมงาน MobileOcta มีโอกาสได้ รีวิว Sony WH-1000XM4 หูฟังเรือธงรุ่นล่าสุดจากค่ายอารยธรรมโซนี่ เราจะไปดูกันครับว่าจากที่พวกเราได้ทดสอบและใช้งานมาสักระยะหนึ่ง หูฟังรุ่นนี้จะมีอะไรที่่น่าสนใจกันบ้าง

อุปกรณ์ในกล่อง

Sony WH-1000XM4

แกะกล่องออกมาจะเจอกับกล่องใส่หูฟัง และเอกสารคู่มือต่างๆ 

และเมื่อเปิดกล่องใส่หูฟัง จะเจอกับหูฟัง Sony WH-1000XM4 พับอยู่ด้านในพร้อมกับสาย 3.5 มม. แจ็คสำหรับใช้บนเครื่องบิน และสายชาร์จ USB-C

Design ดีไซน์การออกแบบ

Sony WH-1000XM4 ถูกออกแบบมาในรูปแบบของหูฟังแบบครอบหู หรือ over-ear headphones ที่ในรุ่นใหม่จะมาพร้อมงานประกอบที่แตกต่างจากรุ่นเดิมพอสมควรครับ อย่างแรกเป็นในด้านของวัสดุที่ใช้จะถูกเปลี่ยนใหม่หมด ทั้งบริเวณที่ครอบหู และส่วนที่สไลด์ ที่ให้ความรู้สึกมี texture มากขึ้นกว่ารุ่น XM3s ที่เน้นความเรียบเนียน ดีไซน์โดยรวมถือว่าเป็นหูฟังที่ดูพรีเมี่ยม และมีสไตล์มากเช่นเคย

WH-1000XM4 ยังใช้ไดร์เวอร์เสียงขนาด 40 มิลลิเมตรเหมือนเดิมกับรุ่นที่แล้ว และมีสีให้เลือกคือสีดำ และสีเงิน Platinum Silver

ส่วนที่ครอบหูของรุ่นนี้ถูกออกแบบให้มีขนาดบางลง แต่นุ่มขึ้น และมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเดิม ทำให้ในรุ่นใหม่นี้ให้ความรู้สึกสบายเวลาสวมใส่มากขึ้น รวมถึงมีน้ำหนักเบาขึ้นด้วย ช่วยให้ใส่ฟังเพลงได้นาน 

แต่น่าเสียดายที่หูฟังรุ่นนี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้สามารถกันน้ำกันฝุ่นในรูปแบบของ IP Rating ดังนั้นเราไม่แนะนำให้ใส่หูฟังรุ่นนี้ขณะออกกำลังกายครับ เพราะอาจทำให้เหงื่อ หรือน้ำเข้าหูฟังจนเสียหายได้

บนตัวหูฟังมีปุ่ม power, พอร์ตชาร์จแบบ USB-C, พอร์ต 3.5 มม. , ก็ยังคงให้มาอย่างครบถ้วน เช่นเดียวกันกับปุ่ม Noise Cancelling ที่เปลี่ยนชื่อเป็น “Custom” แทน จากเดิมที่ใช้ชื่อว่า “Ambient/NC” ซึ่งแม้ชื่อจะเปลี่ยนไป แต่ฟังค์ชั่นการทำงานยังถือว่าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือใช้สำหรับสลับโหมดการทำงานระหว่าง noise-cancelling และ ambient sound นั่นเอง

นอกจากนี้ปุ่ม Custom เมื่อกดค้าง จะเป็นการเปิดโหมด NC Optimiser ซึ่งเราจะต้องเข้าไปตั้งค่าที่หน้าแอปพลิเคชันก่อนเพื่อเปิดใช้งาน

Feature ฟีเจอร์ ลูกเล่นการใช้งาน

Sony WH-1000XM4 มีการเพิ่มระบบประมวลผลเสียงใหม่เข้ามา คือจากเดิมที่ใช้ DSEE HX เปลี่ยนมาเป็น DSEE Extreme ที่นอกจากระบบนี้จะช่วยปรับคุณภาพเสียงเพลงที่เราฟังให้ใกล้เคียงกับคุณภาพเสียง hi-res มากที่สุดแล้ว ยังมีระบบปรับปรุงเสียงด้วย AI ที่เรียกว่า Edge-AI ที่พัฒนาโดย Sony Music Studios Tokyo ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพเสียงแบบ real-time ด้วย AI เพื่อแก้ไขคุณภาพเสียงเพลงให้ตรงตามแบบฉบับ original ให้มากที่สุด ตรงนี้เด็ดมาก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ขาดหายไปของหูฟัง Sony WH-1000XM4 ก็คือการรองรับ aptX หรือ aptX HD ซึ่งทาง Sony จะใช้ระบบ LDAC Technology ของตัวเองแทนในการสตรีมเสียงเพลงคุณภาพสูงแบบไร้สายจากอุปกรณ์ที่รองรับระบบเสียง hi-res อย่างเช่นสมาร์ทโฟน Android บางรุ่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 ขึ้นไป รวมถึงรองรับการฟังเพลงที่ encoded มาในรูปแบบของ Sony 360 Reality Audio ที่ให้คุณภาพเสียงแบบสมจริงรอบทิศทาง

ก่อนหน้านี้บนหูฟัง XM3s รุ่นก่อนที่มาพร้อมระบบ Quick Attention ที่ใช้ฝ่ามือครอบหูฟังด้านขวาเวลาที่เราจะสนทนา แต่ใน WH-1000XM4 รุ่นใหม่นี้ถูกยกระบบให้เหนือชั้นยิ่งไปอีกด้วยฟีเจอร์ “Speak to Chat” คือหูฟังจะจดจำเสียงของผู้ใช้ และเมื่อเราพูด หูฟังจะหยุดเล่นทันที และเปิดโหมด Ambient Sound เพื่อให้ได้ยินเสียงรอบข้างอัตโนมัติ ตรงนี้ฉลาดมาก และค่อนข้างทำงานได้แม่นยำทีเดียว

นอกจากนี้ฟีเจอร์ใหม่บน Sony WH-1000XM4 รุ่นปี 2020 ก็คือ “Wearing Detection” โดยหูฟังจะใช้เซ็นเซอร์ proximity และ acceleration บนหูฟังแต่ละข้าง เพื่อตรวจจับการใส่หรือถอดหูฟัง โดยหากเรากำลังฟังเพลงอยู่ แล้วถอดหูฟังออก ระบบจะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติ และเมื่อใส่หูฟัง ระบบก็จะเล่นเพลงต่อทันที อันนี้ค่อนข้างสะดวกทีเดียวครับ

ต่อมาเป็นฟีเจอร์ที่่ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบทีเดียว คือ “Adaptive Sound Control” โดยหูฟังจะเรียนรู้ตำแหน่งของผู้ใช้ผ่านทาง GPS บนสมาร์ทโฟน และปรับคุณภาพเสียงของระบบ noise-cancelling และ ambient sound ให้เหมาะสมกับแต่ละสถานที่ เช่น หากเราอยู่ที่บ้าน ระบบจะปรับเสียงให้แบบหนึ่ง หรือขณะเดินทางริมถนน ระบบจะปรับเสียงให้อีกแบบหนึ่งโดยใช้ตำแหน่งของผู้ใช้จริงอย่างฉลาด

และหนึ่งในข้อสังเกตของ WH-1000XM3s รุ่นเดิม คือรองรับการเชื่อมต่อเพียงอุปกรณ์เดียว แต่บน WH-1000XM4 รุ่นใหม่นี้ ได้แก้ปัญหาการเชื่อมต่อนี้เรียบร้อยแล้ว คือ สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ โดยเมื่ออุปกรณ์แรกมีสัญญาณขาดหายไป ระบบจะหันไปจับสัญญาณจากอุปกรณ์ที่ 2 โดยอัตโนมัติครับ

ด้านการคุยโทรศัพท์ Sony ใช้เทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงสนทนาให้คมชัดมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงทางด้านแบตเตอรี่ รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของหูฟัง Sony เช่นเคย คือรองรับการฟังเพลงผ่าน Bluetooth แบบเปิดโหมด noise-cancelling ได้ประมาณ 30 ชั่วโมงต่อเนื่อง และถ้าปิดโหมด ANC จะใช้งานได้นานขึ้นอีกเป็น 38 ชั่วโมง โดยการชาร์จเพียง 10 นาที จะสามารถฟังเพลงได้นานขึ้นอีก 5 ชั่วโมง

ด้านระบบตัดเสียงรบกวนรุ่นนี้ถือว่าเป็นหูฟังที่มีระบบ noise cancallation ที่ดีที่สุดในตลาดแล้วครับ โดยใช้ชิปตัดเสียง HD Noise Cancelling Processor QN1 ที่ทำงานด้วย algorithm ใหม่ พร้อมกับเพิ่มชิปรุ่นใหม่อย่าง Bluetooth System on Chip (SoC) ที่ถือว่าเป็นหูฟัง Sony รุ่นแรกที่มีระบบนี้ โดยการทำงานของชิปทั้งสอง จะตรวจจับคุณภาพเสียง และเสียงรบกวนพร้อมกันแบบ real-time ทำให้สามารถตัดเสียงรบกวนได้ในระดับต้นๆ ของตลาด ให้คุณ enjoy กับบทเพลงโปรดของคุณแบบไร้การรบกวนได้อย่างเต็มอรรถรส

คุณภาพเสียง

ด้านคุณภาพเสียง Sony WH-1000XM4 ยังคงเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเสียงเพลงแน่นอน เพราะระบบ DAC และลำโพงแบบอะนาล็อกทำงานสอดประสานได้อย่างลงตัวเช่นเคย หากคุณชื่นชอบคุณภาพเสียงของ XM3s รุ่นก่อน ในรุ่นใหม่นี้คุณจะไม่ผิดหวังครับ 

เสียงที่ได้มีเวทีเสียงที่ค่อนข้างกว้างมาก ให้รายละเอียดที่ชัดเจนในทุกย่านเสียง โดยเฉพาะเสียงโทนต่ำ หรือเสียงเบส ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Sony อยู่แล้ว มีเสียงที่ทุ้มลึก ฟังกระชับ เหมาะกับการฟังเพลงหลากหลายแนว เสียงสูงหวานใส เสียงร้องชัดเจน และแน่นอนว่าเราสามารถเปิดสมาร์ทโฟนเพื่อปรับ EQ ในแบบที่เราชอบเองได้

ราคา และวันวางจำหน่าย

Sony WH-1000XM4 เปิดตัวแล้วในประเทศไทย โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 สีครับ คือสีดำ และสีเงิน เปิดตัวที่ราคา 13,990 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 นี้เป็นต้นไป ใครที่สนใจสามารถไปทดสอบพลังเสียง และคุณภาพของระบบกันเสียงรบกวนขั้นเทพกันได้ที่ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์  และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ

สรุป

สรุปนะครับ หูฟัง Sony WH-1000XM4 สามารถเรียกตัวเองได้เต็มปากว่าเป็นหูฟังระดับเรือธงแน่นอน โดยเฉพาะจุดเด่นในด้านการตัดเสียงรบกวน Noise Cancellation ที่ทำได้ดีอยู่ในระดับต้นๆ ของตลาดหูฟัง งานออกแบบดีไซน์ดูพรีเมี่ยม แถมในรุ่นใหม่ดูจะมีน้ำหนักเบา และวัสดุงานประกอบที่ดูดี ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้กับผู้ใช้ให้ดูทันสมัยได้

คุณภาพเสียงยังคงจัดเต็มตามสไตล์ Sony ครับ ใครชอบหูฟังเบสแน่นๆ ตึ้บๆ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ชัดเจน แถมยังเหมาะกับการฟังเพลงได้หลากหลายแนว พร้อมกับยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยเสริมศักยภาพของหูฟังรุ่นนี้ให้คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าถ้าใครได้ลองฟังหูฟังตัวนี้ จะตกหลุมรักแบบผมได้ไม่ยากแน่นอน

ข้อดี

– ดีไซน์ทันสมัย ดูพรีเมี่ยม

– น้ำหนักเบา สวมใส่นุ่มสบาย

– แบตใช้ได้นาน 30 ชั่วโมง

– ระบบตัดเสียงรบกวนดีที่สุดในตลาด

– คุณภาพเสียงกินขาด

– ฟีเจอร์ใหม่ น่าใช้งาน

ข้อสังเกต

– ไม่กันน้ำ

– ไม่รองรับ aptX

from:https://www.mobileocta.com/review-sony-wh-1000xm4/