คลังเก็บป้ายกำกับ: NETWORKING__WIRELESS

ซิสโก้ซื้อ Fluidmesh Networks เพื่อเสริมทัพธุรกิจด้าน IoT ระดับอุตสาหกรรม

ซิสโก้ได้ประกาศแพลนที่จะซื้อกิจการของ Fluidmesh Networks ผู้ผลิตระบบสำรองการทำงานของดารสื่อสารไร้สายสำหรับระบบ Internet of Things เชิงอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันยังไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขของดีลนี้

เทคโนโลยีของ Fluidmesh มีเป้าหมายเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายระหว่างสื่อสารขณะที่วัตถุอย่างรถไฟหรือรถใต้ดินเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งเทคโนโลยีไร้สายของบริษัทนี้ถูกนำมาใช้ทั้งในด้านการรถไฟ การท่าเรือ และการขนส่งมวลชน ในบริเวณที่ความแรงของสัญญาณมักจะมีปัญหา

ทั้งนี้ ทางซิสโก้ระบุว่า Fluidmesh จะเข้ามาร่วมกับธุรกิจ IoT ของตนเอง เพื่อขยายขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์ไวร์เลสระดับอุตสาหกรรมของซิสโก้ สำหรับลูกค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ

รวมทั้งพาร์ทเนอร์ และผู้ใช้ปลายทางด้วย ยักษ์ใหญ่ด้านเน็ตเวิร์กยังจะใช้ประโยชน์จากทีมงานฝ่ายขายและความสัมพันธ์กับผู้วางระบบที่เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมนี้ของ Fluidmesh ในการส่งเสริมธุรกิจด้าน IoT ระดับอุตสาหกรรมของซิสโก้ด้วย

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-to-acquire-fluidmesh-networks-to-bolster-industrial-iot-business/

งาน Nutanix .NEXT จะจัดแบบเวอร์ช่วลแทน เนื่องจากปัญหาไวรัสโคโรน่า

งานประชุมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของ Nutanix อย่าง .NEXT จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเป็นแบบดิจิตอลแทนด้วยเหตุผลของปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ที่มีความกังวลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ COVID-19

และเพื่อปกป้องสุขภาพความเป็นอยู่ของทั้งพนักงาน ลูกค้า พาร์ทเนอร์ และสังคมโดยรวม ทาง Nutanix จึงตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบของการประชุม .NEXT 2020 ของตัวเองมาจัดภายใต้สภาพแวดล้อมแบบดิจิตอลแทน

ตามประกาศของ Nutenix นั้น ก่อนหน้านี้ งาน Nutanix .NEXT 2020 กำหนดจะจัดขึ้นในชิคาโก้ช่วงวันที่ 29 มิถุนายนถึง 2 กรกฎาคม แต่ล่าสุดจะจัดให้รับชมผ่านระบบดิจิตอลโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแทนในช่วงวันจัดงานเดียวกัน

ทางสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในซานโจเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวเพิ่มว่า งาน .NEXT 2020 ที่จะแปลงสภาพเป็นอีเวนต์แบบเวอร์ช่วลที่จัดต่อเนื่องหลายวันนี้จะมีทั้งการสตรีมมิ่งคีย์โน้ต เซสชั่นที่น่าสนใจต่างๆ การถามตอบแบบถ่ายทอดสด เป็นต้น

from:https://www.enterpriseitpro.net/nutanix-next-becomes-virtual-event-due-to-coronavirus/

5 ผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์กที่ให้ใช้ฟรี สำหรับช่วยธุรกิจอยู่รอดในยุค WFH

การระบาดของไวรัสโคโรน่า COVID-19 ได้ทำให้สำนักงานทั้งหลายต้องปิดทำการลงเกือบทั่วประเทศ และบีบบังคับให้ทุกคนต้องทำงานจากบ้านแทนเพื่อเป็นหนึ่งในวิธีชะลอการแพร่กระจายของไวรัส

แต่ว่ามีบ้านของหลายคที่ไม่ได้มีศักยภาพในการทำงานจากระยะไกลในระยะยาวได้ และขณะเดียวกัน บริการออนไลน์ก็ถูกแย่งทราฟิกด้วยบริการสั่งสินค้าส่งถึงบ้านและจากองค์กรทางการแพทย์ทั้งหลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้เน็ตเวิร์กของพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้เตรียมพร้อมรองรับไว้อย่างเพียงพอ จึงเป็นโอกาสที่เหล่าผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านไอทีจะเข้ามาช่วยชีวิต

โดยมีทั้งแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไร้สาย โซลูชั่นบริหารจัดการประสิทธิภาพการทำงานแอพพลิเคชั่นรวมทั้งผู้ให้บริการเพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจหลายเจ้า ที่เริ่มเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของตัวเองได้ฟรีในช่วงที่ผู้ใช้ปลายทางกำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจนแทบกลายเป็นมาตรฐานใหม่

ดังนั้น ทางเว็บ CRN.com จึงได้รวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการด้านเครือข่ายที่ผู้จำหน่ายเปิดให้ใช้ หรือขยายเวลาทดลองใช้ฟรีให้ รวมไปถึงการขยายการใช้งานไปถึงส่วนที่เคยต้องเสียเงิน และการบริการคอนเทนต์เพิ่มเติมเพื่อการศึกษาที่น่าสนใจไว้ดังนี้

AppDynamics APM Software (การสนับสนุนทางด้านเทคนิค)
ซอฟต์แวร์ตรวจสอบประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่นภายใต้เครือของซิสโก้นั้น ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพของบริการตัวเองท่ามกลางตัวเลขพนักงานที่ทำงานระยะไกลที่เติบโตมากอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน จึงได้จัดให้ใช้ซอฟต์แวร์ผ่านไลเซนส์แบบ SaaS ฟรีสำหรับลูกค้าที่ตรงตามเงื่อนไข ยาวไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ รวมทั้งยังให้การซัพพอร์ตแบบตัวต่อตัวฟรีถึง 30 นาทีกับทั้งลูกค้าเก่าเดิมและลูกค้าใหม่ด้วย

Cisco Collaboration (โซลูชั่นขวามปลอดภัย)
ตอนนี้ซิสโก้กำลังแจกทูลคอลลาบอเรต และโซลูชั่นความปลอดภัยแบบฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อรับกับกระแสการทำงานจากบ้านที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน โดยเริ่มจากการเพิ่มฟีเจอร์ให้กับโซลูชั่นประสานงานและประชุมทางไกลแบบฟรีอย่าง Webex

Extreme Networks’ Cloud Training
ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครือข่ายไร้สายอย่าง Extreme Networks แสดงเจตจำนงที่จะช่วยเหลือทั้งพาร์ทเนอร์และลูกค้าปลายทางให้สามารถสร้างและรันออฟฟิศจากที่บ้านได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย โดยเปิดให้ซื้อโซลูชั่นได้ล่วงหน้าแบบเลื่อนการชำระเงินไปยังวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

Igloo Software
Igloo Software เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบริการ Software-as-a-Service ที่ตอบโจทย์ทุกอย่างของลูกค้าในการทำให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าถึงและทำงานได้ทันที

NGINX Plus
NGINX เป็นซอฟต์แวร์ด้านการส่งข้อมูลแอพลิเคชั่นของทาง F5 Network สำหรับช่วยให้แอพพลิเคชั่นทั้งที่ผ่านเว็บ และบนโมบายล์จัดการกับทราฟิกที่พุ่งขึ้นสูงกระทันหันอันเป็นผลกระทบจากการระบาดของไวรัสได้

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/5-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/

5 ผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์กที่ให้ใช้ฟรี สำหรับช่วยธุรกิจอยู่รอดในยุค WFH

การระบาดของไวรัสโคโรน่า COVID-19 ได้ทำให้สำนักงานทั้งหลายต้องปิดทำการลงเกือบทั่วประเทศ และบีบบังคับให้ทุกคนต้องทำงานจากบ้านแทนเพื่อเป็นหนึ่งในวิธีชะลอการแพร่กระจายของไวรัส

แต่ว่ามีบ้านของหลายคที่ไม่ได้มีศักยภาพในการทำงานจากระยะไกลในระยะยาวได้ และขณะเดียวกัน บริการออนไลน์ก็ถูกแย่งทราฟิกด้วยบริการสั่งสินค้าส่งถึงบ้านและจากองค์กรทางการแพทย์ทั้งหลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้เน็ตเวิร์กของพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้เตรียมพร้อมรองรับไว้อย่างเพียงพอ จึงเป็นโอกาสที่เหล่าผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านไอทีจะเข้ามาช่วยชีวิต

โดยมีทั้งแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไร้สาย โซลูชั่นบริหารจัดการประสิทธิภาพการทำงานแอพพลิเคชั่นรวมทั้งผู้ให้บริการเพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจหลายเจ้า ที่เริ่มเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของตัวเองได้ฟรีในช่วงที่ผู้ใช้ปลายทางกำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจนแทบกลายเป็นมาตรฐานใหม่

ดังนั้น ทางเว็บ CRN.com จึงได้รวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการด้านเครือข่ายที่ผู้จำหน่ายเปิดให้ใช้ หรือขยายเวลาทดลองใช้ฟรีให้ รวมไปถึงการขยายการใช้งานไปถึงส่วนที่เคยต้องเสียเงิน และการบริการคอนเทนต์เพิ่มเติมเพื่อการศึกษาที่น่าสนใจไว้ดังนี้

AppDynamics APM Software (การสนับสนุนทางด้านเทคนิค)
ซอฟต์แวร์ตรวจสอบประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่นภายใต้เครือของซิสโก้นั้น ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพของบริการตัวเองท่ามกลางตัวเลขพนักงานที่ทำงานระยะไกลที่เติบโตมากอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน จึงได้จัดให้ใช้ซอฟต์แวร์ผ่านไลเซนส์แบบ SaaS ฟรีสำหรับลูกค้าที่ตรงตามเงื่อนไข ยาวไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ รวมทั้งยังให้การซัพพอร์ตแบบตัวต่อตัวฟรีถึง 30 นาทีกับทั้งลูกค้าเก่าเดิมและลูกค้าใหม่ด้วย

Cisco Collaboration (โซลูชั่นขวามปลอดภัย)
ตอนนี้ซิสโก้กำลังแจกทูลคอลลาบอเรต และโซลูชั่นความปลอดภัยแบบฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อรับกับกระแสการทำงานจากบ้านที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน โดยเริ่มจากการเพิ่มฟีเจอร์ให้กับโซลูชั่นประสานงานและประชุมทางไกลแบบฟรีอย่าง Webex

Extreme Networks’ Cloud Training
ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครือข่ายไร้สายอย่าง Extreme Networks แสดงเจตจำนงที่จะช่วยเหลือทั้งพาร์ทเนอร์และลูกค้าปลายทางให้สามารถสร้างและรันออฟฟิศจากที่บ้านได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย โดยเปิดให้ซื้อโซลูชั่นได้ล่วงหน้าแบบเลื่อนการชำระเงินไปยังวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

Igloo Software
Igloo Software เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบริการ Software-as-a-Service ที่ตอบโจทย์ทุกอย่างของลูกค้าในการทำให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าถึงและทำงานได้ทันที

NGINX Plus
NGINX เป็นซอฟต์แวร์ด้านการส่งข้อมูลแอพลิเคชั่นของทาง F5 Network สำหรับช่วยให้แอพพลิเคชั่นทั้งที่ผ่านเว็บ และบนโมบายล์จัดการกับทราฟิกที่พุ่งขึ้นสูงกระทันหันอันเป็นผลกระทบจากการระบาดของไวรัสได้

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/5-free-networking-products/

เตรียมความพร้อมเรื่องสายสัญญาณ ก่อนอัพเกรดสู่ Wi-Fi 6

ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงมาตรฐาน Wi-Fi 6 ใหม่ที่กำลังเข้ามาให้ได้ใช้ รวมถึงประโยชน์ต่างๆ ด้านประสิทธิภาพที่เราจะได้รับ คราวนี้เราจะมาพูดถึงการเตรียมพร้อมด้านสายเคเบิลในกรณีที่คุณตัดสินใจจะอัพเกรดมาใช้ Wi-Fi 6 กันจริงๆ

เมื่อเดือนกันยายน 2019 ทาง Wi-Fi Alliance ได้เปิดตัวการรับรองมาตรฐานใหม่ Wi-Fi CERTIFIED 6 สำหรับอุปกรณ์ Wi-Fi ที่รองรับเทคโนโลยีตามมาตรฐานใหม่ IEEE 802.11ax Enhancements for High Efficiency Wireless (HEW) LAN ซึ่งมีกำหนดที่จะบังคับใช้ภายในกลางปีนี้ แต่จากที่เรามักจะเห็นกันในอดีตเกี่ยวกับการออกเทคโนโลยี Wi-Fi รุ่นใหม่นั้น อุปกรณ์ทั้งหลายก็มักจะเปิดตัวในตลาดล่วงหน้าก่อนที่มาตรฐานจะออกมาให้ใช้งานจริง ซึ่งพอถึงตอนนั้นจะมีการใช้งานเทคโนโลยีใหม่นี้อย่างแพร่หลายไปแล้ว

ทั้ง Netgear, Arris, และ Asus ก็เพิ่งเปิดตัวแอคเซสพอยต์แบบ Wi-Fi 6 ของตัวเอง หรือแม้กระทั่ง Comcast ก็ประกาศเปิดตัวเกตเวย์รุ่นแบบ Wi-Fi 6 สำหรับใช้ตามบ้านด้วย ขณะที่สมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุดอย่าง iPhone 11 และ Galaxy S10 ก็ยังออกมารองรับ Wi-Fi 6 ทางด้านผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั้ง Lenovo, HP, และ Dell ก็ประกาศว่าแล็ปท็อปรุ่นใหม่จะมีระบบ Wi-Fi 6 ฝังมาให้

นอกจากนั้นแล้ว พอถึงวันที่มีการเปิดตัวมาตรฐาน Wi-Fi 6E ก็จะปลดล็อกฟีเจอร์ของ Wi-Fi 6 ได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานแบบไร้สายได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกมากมาย

และเมื่อผลิตภัณฑ์ Wi-Fi 6 มีพร้อมให้ใช้งานได้แล้ว ทำให้องค์กรธุรกิจทั้งหลายๆ ก็มีความคิดที่จะยกเครื่องระบบใหม่ เพื่อจะเก็บเกี่ยวประสิทธิภาพจาก Wi-Fi นั่นเอง ซึ่งเรามาลองดูกันว่าถ้าเราจะโยกไประบบ Wi-Fi 6 เราจะต้องอัพเกรดระบบที่มีอยู่อย่างไรบ้าง

เทคโนโลยี Wi-Fi กำลังพัฒนามากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
เพียงแค่ Wi-Fi 5 (802.11ac) ก็ช่วยให้เราสามารถทำความเร็วแบบไร้สายได้มากกว่า 1 Gb/s ซึ่งถือเป็นตัวการสำคัญที่ผลักดันให้ทาง IEEE เปิดตัว 2.5GBASE-T และ 5GBAST-T ที่ทำให้ระบบสายเคเบิลที่เป็น Category 5e และ Category 6 สามารถรองรับได้อย่างเต็มศักยภาพ

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง แทบจะทุกคนเลย ต่างหันมาใช้เครือข่ายไร้สายกันมากขึ้น ความเร็วระดับแค่นี้ย่อมไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำให้ทุกคนหันมาใช้ Wi-Fi 6 ที่มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลมากถึง 10 กิกะบิตผ่านสตรีมที่แบ่งการรับส่งข้อมูล 8 สตรีมที่แต่ละสตรีมส่งได้ถึง 1.2 Gb/s (เมื่อเทียบกับสมัย Wi-Fi 5 ที่ทำได้แค่ 866 Mb/s ต่อสตรีม)

นอกจากนี้ Wi-Fi 6 ยังสามารถทำงานได้ทั้งบนย่านความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz เมื่อเทียบกับใน Wi-Fi 5 ที่ใช้ได้แค่ย่าน 5 GHz สำหรับย่านความถี่สูงอย่าง 5 GHz นั้น จะให้ความเร็วที่เร็วกว่า แต่จะนิยมใช้ในกรณีที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้น ส่วนย่านความถี่แบบ 2.4 GHz มีข้อดีกว่าตรงที่ สามารถวิ่งทะลุผ่านวัตถุที่มีความหนาหรือกำแพง และครอบคลุมระยะทางได้ไกลกว่าด้วย (ไกลกว่าเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับ 5 GHz)

ยิ่งในปัจจุบันยังมีสัญญาณรบกวนย่านความถี่ 2.4 GHz น้อยกว่าเดิมเนื่องจากอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ย่านความถี่เดียวกันนี้ อย่างเช่น โทรศัพท์ไร้สาย ก็เริ่มลดความนิยมในการใช้งานลงไปมาก การที่ Wi-Fi 6 สามารถใช้งานทั้งสองย่านความถี่ดังกล่าวได้พร้อมกันก็จะยิ่งเพิ่มปริมาณข้อมูลที่สามารถส่งต่อในเวลาเดียวกันมากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตามการที่มีอุปกรณ์จำนวนมาก ต่างหันมาใช้ประโยชน์จากสัญญาณ Wi-Fi กันมากขึ้น ถึงแม้จะอัพขึ้นเป็น Wi-Fi 6 ก็ย่อมได้รับผลกระทบจากความแออัดในการใช้งานอยู่ดี จึงเป็นที่มาของ Wi-Fi 6E ที่มาพร้อมกับความสามารถในการทำงานบนย่านความถี่ 6 GHz ด้วย ทำให้ Wi-Fi 6E เข้ามาขยายขีดความสามารถของ Wi-Fi 6 ด้วยการเพิ่มช่องสัญญาณที่ 80 MHz มากถึง 14 ช่อง และเพิ่มช่องสัญญาณที่ 160 MHz ได้อีก 7 ช่องบนย่านความถี่ 6 GHz แบบที่ไม่ซ้อนทับกัน

โดยนอกจากมันจะถูกออกแบบมาเพื่อการประยุกต์ใช้ในงานอย่างเช่นวิดีโอความละเอียดสูงและเวอร์ช่วลเรียลลิตี้แล้ว Wi-Fi 6E ยังถูกออกแบบให้รองรับผู้ใช้จำนวนมากขึ้นเพื่อลดความแออัดได้ด้วย รวมถึงย่านความถี่ใหม่นี้ไม่ต้องไปแบ่งการใช้ทรัพยากรกับอุปกรณ์รุ่นเก่าๆ (ส่วนใหญ่จะรองรับเป็น Wi-Fi 5) นั่นหมายความว่า จะมีแค่อุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6E เท่านั้น ที่จะใช้งานย่านความถี่แบบ 6 GHz ได้

คำถามต่อมาก็คือว่า “เมื่อไหร่ Wi-Fi 6E ถึงจะพร้อมให้ทุกคนใช้งานได้?” อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการอนุมัติออกเป็นกฎหมายที่อนุญาตการใช้ย่านความถี่ 6 GHz ของทางคณะกรรมการสื่อสารของรัฐในสหรัฐอเมริกา ซึ่งแม้ว่าเราจะรู้ดีว่าหน่วยงานรัฐมักไม่สามารถเร่งความเร็วในการอนุญาตตามขั้นตอนได้อยู่แล้ว แต่พึงระลึกไว้ว่า เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติเมื่อใด อุปกรณ์แบบ Wi-Fi 6E ก็จะเข้ามาเปิดตัวในตลาดแทบจะในทันที – ดังนั้นคุณก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์และมาตรฐานของสายสัญญาณที่จะรองรับมาตรฐานดังกล่าวในทันทีด้วยเช่นกัน

ที่มา : https://www.flukenetworks.com/blog/cabling-chronicles/so-you-want-upgrade-wi-fi-6

สามารติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ที่เพจ Fluke Network

from:https://www.enterpriseitpro.net/you-want-upgrade-wi-fi-6/

(คลิป VDO) ตามไปดู การสร้างออฟฟิศอัจฉริยะ ด้วย Aruba Solutions

โลกของดิจิตอลกำลังมีบทบาทอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจในทุกวันนี้ ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และความเป็นอัจฉริยะ กลายเป็นส่วนสำคัญในการทำงานยุคใหม่ ตัวอย่างเช่น สถานที่ทำงานอันทันสมัยด้วยระบบดิจิตอล หรือ Digital Modern Workplace เป็นการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ให้เชื่อมต่อกันได้ทั่วทั้งอาคาร ทีนี้ เราจะมาลองดูตัวอย่างที่น่าสนใจของระบบที่พัฒนาขึ้นมาจริงๆ

ระบบการต้อนรับผู้มาติดต่อ
ที่สำนักงานของ Aruba นั้น เมื่อมีผู้มาติดต่อ (ลูกค้า, พาร์ทเนอร์, ฯลฯ) เพียงแค่เขาทำการลงทะเบียนจากหน้าฝ่ายต้อนรับ จากนั้นเทคโนโลยีของ Aruba จะสร้างระบบการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายที่มีการเข้ารหัสความปลอดภัยให้กับผู้มาติดต่อโดยอัตโนมัติ และสามารถเข้าสู่การใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที ทางด้าน Aruba เอง เมื่อผูู้มาติดต่อเชื่อมต่อเข้ามาในโลกออนไลน์ เจ้าหน้าที่ก็จะทราบทันทีว่ามีคนมาพบเป็นต้น

 

ระบบจองห้องประชุม
ระบบจองห้องประชุมของบริษัทในปัจจุบันมีเป็นจำนวนมาก โดยแต่ละห้องจะมีอุปกรณ์แท็บเล็ตติดตั้งไว้เพื่อใช้ในการจอง หรือจะใช้ระบบการจองผ่านทางอุปกรณ์โมบายล์ได้ทันที ในกรณีที่เราใช้งานห้องประชุมจนใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดการประชุม จะมีการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ห้องประชุมทราบโดยอัตโนมัติผ่านทางหลอดไฟ โดยไฟจะกระพริบเตือนให้ทราบ เป็นต้น

ระบบติดตามสิ่งของและติดตามคน
ด้วยซอฟต์แวร์ของ Aruba จะช่วยให้คุณหาได้กระทั่งสิ่งของที่ต้องการใช้ และตามหาบุคคลก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าสิ่งของหรือบุคคลจะอยู่ที่ไหนในสำนักงานก็ตาม หรือเราจะจับแมทช์สิ่งของต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และทำงานได้อย่างเรียลไทม์เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับ Smart Solutions ในการช่วงสร้างประสบการณ์ Digital Modern Workplace อย่างในคลิป VDO ข้างต้น สามารถติดต่อเราได้ที่อีเมล์ aruba.th@hpe.com หรือ itghpe@itgreen.co.th หรือ Line ID : @itgreen

from:https://www.enterpriseitpro.net/aruba-digital-modern-workplace/

ดาวน์โหลดฟรี : แผนภาพการทดสอบระบบในหลากหลายแบบ

ถ้าออฟฟิศของคุณ (หรือ โฮม ออฟฟิศ) ต้องมีการปรับปรุงระบบเน็ทเวิร์ค เรามีตัวช่วยแล้ว!!

แม้การติดตั้งระบบสายสัญญาณแบบตีเกลียว หรือสายแลนนั้นเป็นเรื่องไม่ซับซ้อแต่การทดสอบระบบกับไม่เป็นเช่นนั้น โปสเตอร์นี้จะช่วยคุณรู้จักกับการทดสอบระบบในหลากหลายแบบ

ตามไปดาวน์โหลดได้เลย https://bit.ly/2WKiVDV

from:https://www.enterpriseitpro.net/twisted-pair-cabling-measurements/