คลังเก็บป้ายกำกับ: NETWORKING__WIRELESS

7 ลิสต์รายการ เพื่อการทดสอบการเจาะระบบเครือข่ายที่คุณควรรู้

การทดสอบการเจาะระบบเครือข่ายหรือ Network Penetration Testing เป็นการค้นหาช่องโหว่บนระบบเครือข่าย เช่น การสแกนหาพอร์ตที่ถูกเปิดอยู่, แก้ปัญหาระบบและเซอร์วิสที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน, รวมทั้งการทำGrabbing System Banner

ซึ่งการทดสอบดังกล่าวหรือที่เรียกสั้นๆ ว่า Pen-Testing นี้จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบในการปิดพอร์ตที่ไม่ได้ใช้งาน, ซ่อนหรือปรับแต่งแบนเนอร์, การแก้ปัญหาเซอร์วิส, และการสอบเทียบกฎที่ตั้งไว้กับไฟร์วอลล์ ซึ่งคุณควรทดสอบให้ครบถ้วนเพื่อประกันว่าไม่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยหลุดรั่วอยู่

สำหรับวิธีการทดสอบการเจาะเครือข่ายที่ตัวสแกนเครือข่ายยอดนิยมมักใช้กันมีดังต่อไปนี้

1. การค้นหาโฮสต์
การสแกนค้นหาจากร่องรอยต่างๆ หรือ Footprinting ถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระบบเป้าหมาย ซึ่งการทำ DNS Footprint นั้นจะเป็นการวิเคราะห์บันทึกDNS ที่เกี่ยวข้องเช่น A, MX, NS, SRV, PTR, SOA, CNAMEที่โยงไปถึงโดเมนเป้าหมายได้

ซึ่งความหมายของค่าที่สำคัญได้แก่ A –ค่าสำหรับชี้โดเมนเนมไปยังที่อยู่ไอพี, MX – ค่าที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งเมล์, NS – ค่าที่ใช้ระบุเซิร์ฟเวอร์ DNS ที่ดูแลโดเมน, SRV – ค่าที่ไว้แยกเซอร์วิสต่างๆ ที่ให้บริการบนแต่ละเซิร์ฟเวอร์, PTR เป็นค่าที่ไว้ย้อนกลับข้อมูล DNS ทำให้สามารถหาโดเมนที่เกี่ยวกับที่อยู่ไอพีนั้นๆ เป็นต้น

เราสามารถใช้ขั้นตอนนี้ในการตรวจหาโฮสต์ที่เปิดใช้งานอยู่ รวมไปถึงโฮสต์ที่สามารถเข้าถึงได้บนเครือข่ายเป้าหมาย โดยมักใช้ทูลสแกนเครือข่ายอย่างเช่น Advanced IP scanner, NMAP, HPING3, NESSUS

2. การสแกนพอร์ต
การสแกนพอร์ตด้วยทูลอย่างเช่น Nmap, Hping3, Netscan tools, Network monitorจะช่วยให้เราตรวจสอบสถานะเซิร์ฟเวอร์หรือเครื่องโฮสต์ต่างๆ บนเครือข่ายเพื่อหาพอร์ตที่เปิดใช้งาน ซึ่งพอร์ตที่เปิดไว้นี้นับช่องทางที่เปิดให้ผู้โจมตีเข้าสู่เครือข่ายเพื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นประตูหลังที่อันตรายต่างๆ ได้

3. การทำ Banner Grabbing / OS Fingerprinting
การทำ Banner Grabbing หรือทำ OS Fingerprinting ผ่านเครื่องมืออย่าง Telnet, IDServe, NMAPจะช่วยระบุข้อมูลของระบบปฏิบัติการบนเครื่องโฮสต์ได้ ซึ่งข้อมูลเวอร์ชั่นและชนิดระบบปฏิบัติการของเป้าหมายที่ได้นี้จะช่วยในการค้นหาช่องโหว่เพื่อโจมตี หรือเข้าควบคุมเครื่องเหยื่อได้ต่อไป

4. สแกนหาช่องโหว่
การสแกนหาช่องโหว่บนเครือข่ายนั้นสามารถทำได้ผ่านทูลอย่าง GIFLanguard, Nessus, Ratina CS, SAINTเป็นต้น ซึ่งทูลเหล่านี้จะช่วยให้เราค้นหาช่องโหว่บนระบบและระบบปฏิบัติการปลายทางได้ จนไปถึงการค้นหาจุดอ่อนของระบบเครือข่ายเป้าหมายที่ต้องการ

5. วาดแผนภาพเครือข่าย
การวาดภาพแผนผังเครือข่ายขององค์กร จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจกับเส้นทางการเชื่อมต่อทางโลจิกที่เชื่อมไปยังโฮสต์ปลายทางต่างๆ บนเครือข่ายได้ ซึ่งมีโปรแกรมสำหรับวาดแผนผังเครือข่ายหลากหลายตัวให้เลือก เช่น LANmanager, LANstate, Friendly pinger, Network view

6. เตรียมพร็อกซี่
พร็อกซี่หรือ Proxy นั้นถือเป็นตัวกลางระหว่างอุปกรณ์เน็ตเวิร์กสองเครื่อง ซึ่งสามารถใช้นารปกป้องเครือข่ายภายในจากการเข้าถึงของภายนอกได้ การที่มีเซิร์ฟเวอร์พร็อกซี่นั้นจะทำให้สามารถพรางตัวตนระหว่างการท่องเว็บ และคัดกรองคอนเท็นต์ที่ไม่ต้องการอย่างเช่น โฆษณา และอื่นๆ ได้

7. ทำรายงานผลการค้นหาทั้งหมด
เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในการจัดทำเอกสารเรียบเรียงทุกอย่างที่ค้นพบจากการทำเพนเทส ซึ่งเอกสารที่ได้นี้จะช่วยให้คุณค้นหาช่องโหว่ที่อาจพบได้บนเครือข่าย เพื่อสามารถวางแผนรับมือได้อย่างสอดคล้องกัน

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/most-important-network-penetration-testing-checklist/

โฆษณา

รวม 7 เทคนิคในการแก้ไขปัญหา Google Chrome ค้างตลอด

Google Chrome ได้กลายเป็นเว็บบราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกจากหลากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว การใช้งานง่าย และมีไลบรารีของทั้งแอพและเอ็กซ์เทนชั่นให้ใช้ร่วมกันมากมาย แต่หลายคนก็มักเจอปัญหาโครมที่ทำงานไม่เสถียร ค้าง หรือมีปัญหาเวลาท่องเว็บอยู่ด้วยเช่นกัน

ถ้า Google Chrome ของคุณค้างหรือมีปัญหาอยู่ตลอด และพบว่ายากมากในการหาสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรมที่สร้างความรำคาญใจเหล่านี้ ทาง Lifewire.com จึงได้รวบรวมขั้นตอนในการแก้ปัญหาโครมค้างไว้ดังต่อไปนี้

สาเหตุที่ Chrome ค้าง
มีอยู่หลายสาเหตุที่ทำให้เว็บบราวเซอร์อย่าง Chrome ทำงานช้าลง ไปจนถึงค้างไปเลยได้ เช่น

– มีแท็บเปิดทิ้งไว้มากเกินไป ถ้าคุณเจตนาเปิดแท็บจำนวนมากพร้อมกัน ก็มักจะสังเกตได้ว่าบราวเซอร์ของคุณ หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์เองทั้งเครื่องจะเริ่มทำงานช้าลง ไปจนถึงค้างเป็นพักๆ แม้จะไม่ได้ดูแท็บไหนอยู่เป็นพิเศษ ด้วยเหตุที่มีการใช้ทรัพยากรทั้งซีพียูและหน่วยความจำไปในแต่ละแท็บที่เปิดไว้

– การใช้เว็บแอพและเอ็กซ์เทนชั่นที่เป็นปัญหา พวกเว็บแอพและเอ็กซ์เทนชั่นจากภายนอกหรือที่เรียกว่า add-on นั้นสามารถนำมาใช้เพิ่มฟังก์ชั่นการทำงานของโครมได้ แต่ก็มีหลายตัวที่ผลาญซีพียู หน่วยความจำ และทรัพยากรประมวลผลอื่นๆ มากเกินไปจนเครื่องค้าง

– ไวรัสและมัลแวร์อื่น บางครั้งโครมอาจค้างหรือพังเนื่องจากการกระทำของไวรัส หรือมัลแวร์รูปแบบต่างๆ ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณ มีหลายตัวที่พยายามรีไดเร็กต์ผู้ใช้โครมให้ไปยังเว็บเพจที่เป็นอันตรายแทน เป็นต้น

วิธีหยุดยั้งไม่ให้โครมค้างต่อเนื่อง

พฤติกรรมลักษณะนี้ของโครมมักสร้างความกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก และเกิดขึ้นแบบไม่จำกัดระบบปฏิบัติการด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีส่วนใหญ่แล้วมักแก้ไขได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

1. ถ้าไม่รู้สาเหตุจริงๆ ให้รีบูต ก่อนที่จะมองหาวิธีแก้ไขที่ซับซ้อนกว่านั้น ให้ลองวิธีที่ง่ายที่สุดด้วยการปิดบราวเซอร์โดยปิดแท็บที่เปิดอยู่ทั้งหมด แล้วรอประมาณ 2 – 3 นาที ก่อนเปิดใหม่

2. หยุดการทำงานของแท็บที่ไม่ได้ใช้งาน ยังมีข่าวดีที่คุณไม่จำเป็นต้องปิดแท็บทุกแท็บเพื่อแก้ปัญหานี้ เนื่องจากมีเอ็กซ์เทนชั่นที่สามารถหยุดกิจกรรมของแท็บทุกแท็บที่ยังไม่ได้ใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้ เช่น Great Suspender

3. ปิดการใช้งานแอพและเอ็กซ์เทนชั่นบนโครม การมองหาว่าแอดออนตัวไหนที่เป็นต้นเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จึงแนะนำให้ทดลองปิดทีละแอดออนเพื่อจำกัดสาเหตุดู ซึ่งถ้าโครมอาการดีขึ้นหลังจากปิดเอ็กซ์เทนชั่นบางตัวไปแล้ว แสดงว่าตัวนั้นเองที่เป็นต้นเหตุ

4. ตรวจหาไวรัสหรือมัลแวร์ตัวอื่น หลายครั้งที่โครมค้างจากกระทำของไวรัสหรือมัลแวร์ชนิดต่างๆ ที่มีอยู่บนคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว บางตัวอาจพยายามแทรกแซงให้คุณเปิดหน้าเว็บที่เป็นอันตรายด้วย จึงควรตรวจสแกนไวรัสอยู่เสมอ

5. รีเซ็ตโครมให้กลับไปอยู่ภาวะดีฟอลต์ ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาแบบตรงๆ โดยการรีเซ็ตโครมนั้นจะเป็นการกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเสิร์ชเอนจิ้นดีฟอลต์, หน้าโฮมเพจ, การตั้งค่าคอนเทนต์, คุกกี้ต่างๆ เป็นต้น

6. ถอนการติดตั้ง แล้วติดตั้งโครมใหม่ เหมือนเป็นวิธีสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าได้บราวเซอร์โครมใหม่ที่ใหม่กิ๊กกันจริงๆ

7. ปิดการทำงานตัวเร่งการประมวลผลฮาร์ดแวร์ หรือฟีเจอร์ Hardware Acceleration บน Google Chrome ที่ใช้ทรัพยากรของ GPU (การ์ดจอ) บนคอมพิวเตอร์สำหรับงานที่ใช้กราฟิกหนักๆ เช่นการเล่นวิดีโอบนหน้าเว็บ

ที่มา : Lifewire

from:https://www.enterpriseitpro.net/how-to-fix-it-when-chrome-keeps-freezing/

อบรมฟรี ! Software-Defined Cameras นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

ความอัจฉริยะ คือหนึ่งในกุญแจสำคัญขับเคลื่อนความก้าวหน้าระดับอุตสาหกรรมที่หลากหลาย หัวเว่ย Software-Defined Cameras ไม่เพียงรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทั่วไปเท่านั้น แต่หัวเว่ยยังพัฒนาแอพพลิเคชั่นตลอดจนอัลกอริธึ่มต่างๆอย่างต่อเนื่องนำมาสู่ระบบวิเคราะห์อันชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยี AI ในสถานการณ์ความปลอดภัยที่หลากหลาย

โดยหัวเว่ยได้จัดอบรมแบบ Webinar ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 14:00-15:00 น. ทุกท่านสามารถลงทะเบียนเข้ารับการอบรมเรื่องราว Software-Defined Cameras ได้ฟรีที่ – ลงทะเบียนทันที

หัวข้อการอบรม 1 ชั่วโมงนี้ท่านจะได้ทราบข้อมูลใน 3 องค์ประกอบต่างดังนี้

1. การพัฒนาของอุตสาหกรรมกล้องวงจรปิด

อุตสาหกรรมกล้องวงจรปิดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของความอัจฉริยะ และเริ่มวิวัฒนาการจากกล้องที่มีคุณสมบัติเพียงอย่างเดียวสู่กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มีความสามารถหลากหลาย รองรับการใช้งานได้ตามความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มาพร้อมกับ “ระบบสั่งการล้ำยุค” เพื่อช่วยลดภาระงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพต่อราคาที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม

2. เทคโนโลยี Software-Defined Camera คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนต่อธุรกิจ

Software-Defined Camera คืออะไร มีขั้นตอนการประมวลผลจากข้อมูลเพียงที่เดียวสู่การประมวลผลข้อมูลที่มีหลากหลายมิติได้อย่างไร และเทคโนโลยีเอไอเข้ามาช่วยบริหารจัดการแทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างไร

3. ทำไมต้องเลือก หัวเว่ย Software-Defined Cameras

หัวเว่ย Software-Defined Camera ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีล้ำยุค เช่น ผู้ช่วยเอไอ, มุมมองภาพแบบหลากหลายมิติ และการหลอมรวมการทำงานของเครือข่ายที่กว้างขึ้น ตลอดจนรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอัลกอริธึ่มและแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตัวกล้องที่มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับระบบการดูแลความปลอดภัย

สำหรับผู้ลงทะเบียน มีสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกและหูฟังไร้สายจากทางหัวเว่ยอีกด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/software-defined-cameras/

ตัวชี้วัดทางเน็ตเวิร์ก 3 ประการ สำหรับวิเคราะห์ปัญหาด้านประสิทธิภาพ

การตรวจสอบประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์กนั้นจะใช้ข้อมูลโฟลว์ทราฟิก หรือที่เรียกว่า NetFlow ซึ่งเป็นแนวทางในการแยกแยะหาต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาด้านประสิทธิภาพที่เกี่ยวกับทราฟิกบนเครือข่าย ด้วยการวัดค่าลักษณะต่างๆ บนเลเยอร์ตั้งแต่ L2 – L7

ปกติแล้วสาเหตุพื้นฐานของปัญหาด้านประสิทธิภาพเครือข่ายมีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ เวลาเดินทางไปกลับ (Round Trip Time), เวลาตอบสนองจากเซิร์ฟเวอร์, และ Jitter ซึ่งแต่ละอย่างนั้นสามารถส่งผลให้เกิดปัญหาด้านประสิทธิภาพไปจนถึงดาวน์ไทม์ได้

1. ตัวชี้วัด Round Trip Time

Round Trip Time หรือที่เรียกว่า Network Delay นั้น เป็นค่าเวลาที่ใช้ในการส่งข้อมูลแพ็กเก็ตที่วิ่งจากเครื่องไคลเอนต์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ และวิ่งกลับมาอีกทีหนึ่ง เป็นค่าตัวเลขจำนวนเดียวที่แสดงถึงประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์กโดยตรง คำนวณโดยการเฝ้าติดตามเวลาที่ใช้ในการสร้างเซสชั่น TCP

ซึ่งค่าทั่วไปบนเครือข่ายองค์กรในตำแหน่งที่ตั้งเดียวกันนั้นจะน้อยกว่า 1 ms (หรือแม้แต่ประมาณหนึ่งในสิบของไมโครวินาที) ในฐานะที่สื่อสารอยู่บนเน็ตเวิร์กภายใน ทั้งนี้แอพพลิเคชั่นจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำ TCP Handshake เนื่องจากเป็นส่วนของ TCP/IP Stack ที่อยู่บนตัวระบบปฏิบัติการเอง

ถ้าค่านี้จะมีปัญหา จะเกิดจากความผิดปกติของระบบปฏิบัติการเองซึ่งมักไม่เกิดขึ้นในการใช้งานจริง ส่วนค่านี้จะสามารถบอกสาเหตุของดีเลย์บนเครือข่ายต่างๆ ได้ เช่น การทำงานมากเกินไปของอุปกรณ์เครือข่าย การที่ไคลเอนต์เชื่อมต่อจากระยะไกล การใช้แอพบนคลาวด์ การเชื่อมต่อระหว่างอีเธอร์เน็ตเทียบกับ Wi-Fi และคอขวดของประสิทธิภาพจากการใช้พอร์ตที่ความเร็วต่างกัน เป็นต้น

2. ตัวชี้วัด Server response time

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเวลาตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์ ที่แสดงถึงเวลาที่ร้องขอการประมวลผลบนฝั่งเซิร์ฟเวอร์ และแสดงถึงดีเลย์ที่เกิดจากตัวแอพพลิเคชั่นเอง ค่าที่วัดได้นี้เป็นเวลาที่แตกต่างกันระหว่างเวลาที่คาดการณ์ไว้ของแพ็กเก็ต ACK บนเซิร์ฟเวอร์ กับเวลาที่เซิร์ฟเวอร์ตอบสนองจริง

3. เรื่องของ Jitter

ส่วน Jitter คือค่าความหลากหลายของดีเลย์แต่ละแพ็กเก็ต ที่แสดงถึงความผิดปกติของโฟลว์ข้อมูล ยิ่งมีความแตกต่างของดีเลย์แต่ละแพ็กเก็ตมากยิ่งผิดปกติ ซึ่งปกติแล้ว ดีเลย์ระหว่างแพ็กเก็ตจะคงที่ หรือ Jitter เท่ากับศูนย์

ที่มา : Networkcomputing

from:https://www.enterpriseitpro.net/3-net-monitoring-metrics-to-deal-with-performance-degradation/

คอไอทีไม่ควรพลาด ! 4 โซนพิเศษในงาน COMMART – ลุ้นรับ “รถยนต์ไฮเทค” ไปขับฟรี!

COMMART JOY 2019 (คอมมาร์ต จอย 2019) Into Futuristic Life จากจินตนาการสู่ชีวิตล้ำสมัย” วันที่ 4 – 7 ก.ค. 2562 เวลา 10.00 น. – 20.00 น.  ณ EH 98 – 99 ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค บางนา เข้าชมงานฟรี เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา

นางเอื้อมพร ปัญญาใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เออาร์ไอพี ได้กล่าวในงานแถลงข่าวการจัดงาน COMMART JOY 2019 ว่า “เนื่องจากทิศทางตลาดเกมและอีสปอร์ตในไทยมีการเติบโตอย่างมาก มีมูลค่ารวมกันราว 20,000 ล้านบาท เป็นเกมและอีสปอร์ตอย่างละประมาณ 50% โดยที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือตลาดอีสปอร์ตที่ได้รับความสนใจจากเยาวชน มีเกมเมอร์หน้าใหม่เกิดขึ้นมากมายทุกวัน และมีเหล่าผู้ชมที่เป็นแฟนคลับคอยติดตามการแข่งขันอย่างเหนียวแน่นทั้งการรับชมผ่านออนไลน์และเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมในการจัดอีเวนท์อย่างท่วมท้น ทีมงานจึงไม่พลาดที่จะจับกระแสความร้อนแรงนี้มาเป็นธีมหลักในการจัดงาน

งาน COMMART JOY 2019 จัดขึ้นด้วยแนวคิด “Into Futuristic Life จากจินตนาการสู่ชีวิตล้ำสมัย” นำไลฟ์สไตล์สุดสนุกในโลกของเกมและความบันเทิงมาให้สัมผัสจริง จะเป็นงานกลางปีที่มีความแตกต่างจากงานต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากครั้งนี้นอกจากจะมีกลุ่มไอทีช้อปเปอร์เป็นหลักอยู่แล้ว ยังมีการเน้นผู้เข้าชมงานกลุ่มเจน Y ที่เป็นเกมเมอร์เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะได้พบกับแบรนด์ไอทีและผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอทีครบทุกแบรนด์ที่มีจำหน่ายในไทย ตอกย้ำการเป็นมาร์เก็ตเพลสด้านไอทีเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของเรา นอกจากนี้ยังเป็นครั้งสำคัญที่จะได้พบกับโซนสมาร์ทโมบาย โดยผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนค่ายใหญ่ในงาน COMMART JOY 2019 อีกด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์เกมเมอร์รวมถึงคอไอทีทุกแนวทุกสาย เพราะมีทั้งโน้ตบุ๊ก พีซีและโมบายครบครันในงานเดียว”

ด้านนายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอทีและดิจิทัล บมจ.เออาร์ไอพี กล่าวว่า “ช่วงกลางปีเป็นช่วงที่ตลาดไอทีมีความคึกคักไม่แพ้ช่วงต้นปี เนื่องจากสินค้าที่เปิดตัวจากต่างประเทศตอนต้นปีได้นำเข้ามาจำหน่ายเกือบครบทุกรุ่นในไทยแล้ว ประกอบกับมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในไตรมาสที่สองต่อเนื่อง จังหวะในการจัดงานคอมมาร์ตจอย 2019 ซึ่งขยับมาเป็นเดือนกรกฎาคมจึงรองรับพอดีกับสินค้าใหม่ล่าสุด และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคช่วงเปิดภาคเรียนที่ต้องการซื้อหาอุปกรณ์ไอทีมาเพื่อใช้ในการเรียน

ส่วนโซนพิเศษและกิจกรรมในงานพบสีสันใหม่จัดมาให้ All Gen ได้ Enjoy กับงาน COMMART JOY 2019 อาทิ

– E- Sport & Games: าณาจักรอีสปอร์ตและเกมที่แบรนด์ชั้นนำ จัดเต็มไอเท็มใหม่ล่าสุดมาให้ลอง พร้อมเป็นเจ้าของด้วยโปรโมชันสุดร้อนแรง ครบทุกแบรนด์ในงานเดียว

– Entertainment World: โลกแห่งความบันเทิงยุคดิจิทัลและทัพสินค้าเพื่อความสุขไร้ขีดจำกัด ทั้งที่บ้านและการทำงาน

– Extreme Life: สัมผัสชีวิตเอ็กซ์ตรีมสุดล้ำด้วยนวัตกรรมที่เป็นจริงแล้ววันนี้

– COMMART JOY ARCADE: โซนพิเศษที่นำเกมอาเขตแนว Retro กลับมาเล่นให้หายคิดถึง พร้อมร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งสนุกทั้งได้ช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าเจนไหนก็มาเอ็นจอยได้ในโซนนี้

นอกจากนั้นแล้วยังมีไฮไลท์ที่น่าสนใจ อย่างเช่น Enjoy Life with Smart Car ต้องบอกว่าเป็นอีกครั้งที่งาน COMMART แจกรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์สุดไฮเทคให้กับผู้ที่มาช้อปในงาน รวมถึงกิจกรรมอย่างเช่น COMMART Big Bonus ช้อปคอมมาร์ต ลุ้นโชคใหญ่สุดล้ำ รวมถึงกิจกรรม COMMART THUNDER SALE ลดฟ้าผ่า ฉลองหน้าฝน กับสินค้าไอที แกดเจ็ต อุปกรณ์เสริม พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษจากบัตรเครดิตมากมาย

from:https://www.enterpriseitpro.net/commart-joy-new-innovation/

เชิญร่วมงานสัมมนา AI & Big Data ประจำปี 2019 ที่จะเปิดประสบการณ์ของคุณ

งานสัมมนา 2 วัน ที่จะทำให้คุณเข้าใจพลังมหาศาลของ AI และ Big Data ในองค์กรเห็นตัวอย่างจริง ของการทำ AI แบบง่ายๆ ด้วยเทคโนโลยี ที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจคุณ

หัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation คือการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร และองค์ประกอบสำคัญของ AI ก็คือการที่จะต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) แล้วใช้ Machine Learning มาเป็นอัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งความถูกต้องของ AI อยู่ที่การมีข้อมูลที่มากพอ และการใช้อัลกอริทึมอย่าง Deep Learning ที่สามารถจำลองโมเดลของ Neural Networks ที่ใหญ่ขึ้นได้ (โดยต้องมีระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น) ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะสามารถพัฒนาโมเดลที่ซับซ้อนขึ้น แต่หากยังขาดข้อมูลที่ไม่มากพอหรือไม่มีระบบประมวลขนาดใหญ่ ก็ยากที่จะได้ AI ที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และนำมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม

AI คืออะไร จะเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เป็นองค์กรแบบ AI ได้อย่างไร มาหาคำตอบกันได้ในงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการครั้งนี้ ที่มีรูปแบบการสัมมนาที่แตกต่างกับงานทั่วๆไป โดยผู้ร่วมสัมมนาจะได้ฟังการบรรยายในวันแรกที่จะเน้นเรื่องราววิวัฒนาการของ AI ความหมายของ AI ประโยชน์ของ AI และความสัมพันธ์กับ Big Data รวมถึงแนวทางการเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ยุค AI ซึ่งเป็นการบรรยาย กึ่งอบรม พร้อมทั้งมีการสาธิตระบบ AI ต่างๆประกอบ จากนั้นในวันที่สองจะแบ่งเป็น 2 ห้องโดยห้องแรกจะเป็นการบรรยายในหัวข้อต่างๆทั้งด้าน AI และ Big Data และห้องที่สองจะเป็นการบรรยายกึ่งปฎิบัติการในการสร้างระบบ AIต่างๆในองค์กร ที่จะแสดงให้เห็นว่าการทำ AI ในปัจจุบันง่ายมากๆจนใครๆ ก็ทำได้

สุดท้ายผู้เข้าอบรมยังสามารถจะสัมผัสและทดลองกับระบบ AI จริงที่นำมาแสดงในงาน อาทิเช่น Smart Speaker, Smart Home, ChatBotหรือ Smart Vision

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.imcinstitute.com/ai2019

from:https://www.enterpriseitpro.net/seminar-ai-and-bigdata-2019/

ซิสโก้ จัดงานประกวด Cisco Innovation Challenge 2019 ครั้งแรกของไทย

ซิสโก้ ประเทศไทย (Cisco Thailand) สานฝันสร้างโอกาสให้เทคโนโลยีไทยก้าวไกลยิ่งขึ้น กับงานแข่งขันประชันไอเดีย โดยจัดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในชื่อ Cisco Innovation Challenge 2019 พร้อมให้คนไทยหัวใจเทคโนโลยีได้มาประชันไอเดียเด็ดกันเป็นครั้งแรก ภายใต้โจทย์ challenge ของการแก้ปัญหาสังคมหรือองค์กรด้วยเทคโนโลยี IoT และ Cybersecurity

การประกวดนี้เพื่อคัดเลือกมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย กับเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากซิสโก้ (Cisco) ชิงเงินรางวัลที่หนึ่ง มูลค่า 100,000 บาท รางวัลที่สอง มูลค่า 50,000 บาท รางวัลที่สาม มูลค่า 30,000 บาท พร้อมรับประกาศนียบัตร และยังได้รับโอกาสในการเข้าร่วมการแข่งขันความคิดสร้างสรรค์ต่อในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าเรียนคอร์สออนไลน์เรื่อง Introduction to IoT และ Introduction to Cybersecurity ซึ่งเป็นหลักสูตรของ Cisco Networking Academy โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับประกาศนียบัตรรับรองจาก Cisco Systems (Thailand) Limited อีกด้วย

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร พนักงานบริษัท ข้าราชการ นักศึกษามหาวิทยาลัย หรือบุคคลทั่วไป หากมีใจรักในเทคโนโลยี หรือมีไอเดียที่อยากจะเปลี่ยนโลก ซิสโก้ (Cisco) เปิดโอกาสให้คุณได้แสดงตัวตนและไอเดียความคิดแบบไร้ขีดจำกัด เพียงรวมทีม 1-3 คน

ลงทะเบียนสมัครได้ที่ http://go.eventpop.me/CiscoInnovationChallenge2019 และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://ciscothailand.com/cic2019/ หรือโทร 02 263 7000 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2562 นี้เท่านั้น

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-innovation-challenge-2019/