คลังเก็บป้ายกำกับ: NETWORKING__WIRELESS

“เหริน เจิ้งเฟย” พูดถึงความสามารถของโอเอสหงเหมิง และเทคโนโลยี IoT

มร. เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารหัวเว่ย เผย Hongmeng (หงเหมิง) ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ของบริษัท เหมาะสำหรับอุปกรณ์อัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี IoT เพราะมีความหน่วงเวลา (Latency) ต่ำ

“เป้าหมายของ OS นี้คือ สร้างโลกที่ทุกสิ่งอย่างมีความอัจฉริยะและเชื่อมต่อกันได้ให้เป็นจริง”

มร. เหรินกล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Le Point ของฝรั่งเศส และเสริมด้วยว่า “ระบบปฏิบัติการหงเหมิงมีความล่าช้าต่ำในระดับคงที่ โดยในแต่ละจุดจะมีความหน่วงไม่เกิน 5 มิลลิวินาทีหรือต่ำกว่านั้น และอาจต่ำกว่า 1 มิลลิวินาทีด้วย”

มร. เหริน กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “ยกตัวอย่างเช่นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ การเปลี่ยนเกียร์ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 มิลลิวินาที ถ้าความหน่วงเวลาไม่คงที่ การเข้าเกียร์อาจผิดพลาดและอาจส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานร่วมกันได้”

“เราต้องการสร้างความพึงพอใจให้ผู้คนในสังคม เป้าหมายสูงสุดของเราคือการให้บริการผู้บริโภค ซึ่งก็คือ คนกว่า 6,500 ล้านคน และอาจจะมากกว่านั้นในอนาคตเมื่อ IoT เชื่อมต่อกับทุกสรรพสิ่งได้มากขึ้น ดังนั้น เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับผู้บริโภคและตอบสนองความต้องการของทุกผู้คน” มร. เหริน เจิ้งเฟย กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์

IoT เป็นรากฐานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิ๊กดาต้า และเป็นส่วนสำคัญของ 5G หัวเว่ยซึ่งเป็นผู้นำด้าน 5G ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์และโซลูชัน 5G เชิงพาณิชย์แบบครบวงจรที่ตรงตามมาตรฐานของ 3GPP อีกทั้งยังได้ก่อตั้งศูนย์โอเพ่น แล็บ (Open Lab) ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันของนักพัฒนาแอพในประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ยได้ยืนยันว่าแม้จะมีความท้าทายเกิดขึ้นในช่วงนี้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดส่งอุปกรณ์ 5G

“จะไม่มีปัญหาด้านการจัดส่งอุปกรณ์อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว อุปกรณ์ 5G ของเราถือว่าดีที่สุดในโลกและจะยังไม่มีบริษัทไหนตามเราทันได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จึงไม่มีปัญหาด้านการจัดส่งแน่นอน ฝ่ายผลิตของเรายังทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความท้าทายล่าสุดที่หัวเว่ยกำลังเผชิญจากสหรัฐอเมริกา มร. เหริน ตอบว่า “กงล้อแห่งกาลเวลาย่อมเดินไปข้างหน้าเสมอ ไม่มีใครหยุดมันได้หรอก”

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/hongmeng-os-huawei-ren-zengfei/

โฆษณา

ซิสโก้ยกระดับเทคโนโลยีออพติคัลด้วยการซื้อ Acacia เป็นเงิน 2.6 พันล้านเหรียญฯ

ซิสโก้ ออกมาประกาศว่า กำลังมีแผนที่จะซื้อกิจการของ Acacia Communications ด้วยมูลค่าประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเติมเต็มสายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มระบบออพติคัล ซึ่งถือเป็นดีลที่มีมูลค่ามากที่สุดของซิสโก้ถ้าไม่นับการซื้อ AppDynamics ด้วยมูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์ฯ เมื่อปี 2017

Acadia เป็นผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อใยแก้วนำแสงแบบ Coherent ที่ออกแบบมาสำหรับพัฒนาระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่อในดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และในกลุ่มผู้ให้บริการต่างๆ ซึ่งซิสโกเองคุ้นเคยกับ Acacia ในฐานะลูกค้า “รายสำคัญ” มากว่า 5 ปีแล้ว

ลูกค้ารายอื่นของ Acaciaได้แก่ Nokia Oyj, Huawei , และ ZTEโดยรายได้จากซิสโก้คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่18% อ้างอิงจากข้อมูลวิเคราะห์ซัพพลายเชนของ Bloomberg ทั้งนี้David Goeckelerรองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มธุรกิจเครือข่ายและระบบความปลอดภัยของ Ciscoกล่าวว่า

“ด้วยความต้องการแบนด์วิธในยุคมัลติคลาวด์นี้ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านใยแก้วนำแสงหรือออพติคัลนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง การควบรวมกิจการกับ Acacia จะทำให้เราสามารถสร้างความแข็งแกร่งด้านเน็ตเวิร์กทั้งสวิตชิ่ง เราท์ติ้ง และระบบสายไฟเบอร์ได้เป็นอย่างดี”

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-goes-deeper-into-photonic-optical/

Mist บริษัทลูกของ Juniper เปิดตัวบริการคลาวด์แบบ AI และอุปกรณ์ Wi-Fi 6

Mist บริษัทที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้ร่มเงาของยักษ์ใหญ่ด้านเน็ตเวิร์กอย่าง Juniper  ได้เปิดตัวแอพพลายแอนซ์แบบ AI ที่ทำงานผ่านคลาวด์ และแอคเซสพอยต์แบบ Wi-Fi 6 (Mist AP43) สำหรับสนับสนุนผู้ใช้ให้สามารถติดตั้งเครือข่ายไร้สายแบบหนาแน่นสูงได้อย่างอัจฉริยะ

โดยดาวเด่นของการเปิดตัวใหม่ครั้งนี้คืออุปกรณ์ที่ชื่อว่า Mist Edge ที่ขยายความครอบคลุมบริการคลาวด์ของ Mist ไปถึงสำนักงานสาขา และเปิดให้องค์กรจัดการโครงสร้างพื้นฐาน Wi-Fi แบบกระจายได้จากตำแหน่งศูนย์กลางเดียวกัน

อุปกรณ์ Mist Edge นี้มีจุดเด่นอยู่ที่เอนจิ้นแบบ AI ของบริษัทที่ช่วยจัดการงานต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ เช่น ปรับแต่งความแรงของสัญญาณรวมทั้งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Wi-Fi ซึ่งทาง Mist ได้ให้ตัวอย่างการใช้งานที่น่าสนใจไว้หลายประการไม่ว่าจะเป็น

การโรมมิ่งอย่างต่อเนื่องสำหรับเครือข่ายแบบ Campus ขนาดใหญ่ผ่านการเชื่อมต่อแบบ Tunnel ในสถานที่ตั้งขององค์กรที่มีการเชื่อมต่อระหว่างแอคเซสพอยต์ต้นทางและปลายทาง
การขยายขอบเขตของ Virtual LAN (VLAN) ไปยังสำนักงานสาขาหรือสถานีควบคุมการสื่อสาร เพื่อใช้แทนเทคโนโลยีสื่อสารระยะไกลอย่าง Virtual Private Network (VPN)
ใช้แบ่งทราฟิกแบบไดนามิกสำหรับอุปกรณ์แบบ IoT
มีความสามารถในการแยกท่อส่งข้อมูล (Tunnelling) เพื่อแยกทราฟิกของบุคคลภายนอก กับภายในองค์กรออกจากกัน

ทั้งนี้ Mist ระบุว่ากำลังพัฒนา Mist Edge รุ่นที่เป็นซอฟต์แวร์อย่างเดียวออกมาด้วยในไม่ช้า

จุดแข็งของ Mist คือแพลตฟอร์มไร้สายแบบ AI ที่ทำให้การสื่อสารผ่าน Wi-Fi สามารถพึ่งพาได้ คาดการณ์และวัดค่าได้มากขึ้น นอกจากนี้ Mist ยังได้รับพกย่องทางด้านการส่งมอบแอพพลิเคชั่นผ่านไมโครเซอร์วิสและคอนเทนเนอร์บนคลาวด์ด้วย

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/junipers-mist-adds-wifi-6-and-ai-based-cloud-services/

ลงทะเบียนฟรี : งานสัมมนา Data Protection Thailand Forum : Trust & Security

ลงทะเบียนฟรี : งานสัมมนา Data Protection Thailand Forum : Trust & Security

“ข้อมูล” ถูกขนานนามว่าเป็น New Oil แห่งโลกยุคปัจจุบัน ใครที่สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อยู่หมัดก็จะนำหน้าคนอื่นไปหนึ่งก้าวเสมอ แต่อย่างไรก็ตามด้วยความสำคัญของข้อมูลที่เกิดขึ้น เป็นทำให้ภัยคุกคามที่จ้องเล่นงานข้อมูลนั้นก็มีมากมายเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ในงาน Data Protection Thailand Forum : Trust & Security ซึ่งจัดโดยบริษัท Bay Computing ท่านจะได้ทราบถึงความสำคัญในการป้องกันข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นการจัดการเรื่องของความเสี่ยง, การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์, ทักษะด้านกฏหมายไซเบอร์, เกณฑ์ของบังคับด้านข้อมูลในปัจจุบัน, เทคโนโลยี SSL ในการเข้ารหัส เป็นต้น

และที่สำคัญคุณจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่จะแบ่งปันประสบการณ์และกรณีศึกษาทีเกิดขึ้นในระดับ World wide ที่จะเป็นแนวปฏิบัติสำคัญต่อองค์กรของท่านเอง

กำหนดการ

วัน : พฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม
เวลา : 08.30 – 17.00 น.
โรงแรมเรเนอซองส์ กรุงเทพ ชั้น 2

08.30 – 09.00 ลงทะเบียน
09.00 – 09.20 Data Protection in Regulate World / Bay Computing
09.20 – 10.10 Real World Data Leak / TBC
10.10 – 11.00 Threat Actor and Your Data / TBC
11.00 – 11.30 Coffee Break
11.30 – 12.20 Aruba IntroSpect User and Entity Behavior Analytics (UEBA) / HPE Aruba
12.20 – 13.50 Lunch and Booth visiting session

ภาคบ่าย (แบ่งออกเป็น 2 แทร็กดังนี้)

Track 1 : Regularoty & Solution Track 2 : Challenges & Tools
13.50 – 14.20 Securing Privileged Credentials for Non-human users with CyberArk 13.50 – 14.20 Web application protection need cloud / Imperva
14.20 – 14.50 Case Study-Data Privacy in ASEAN with Cyber Exposer / Tenable 14.20 – 14.50 Automating AI-driven DDoS Defenses and Increasing Threat Visibility / A10 Networks
14.50 – 15.20 Automating Regulatory Compliance / Splunk 14.50 – 15.20 GDPR & Thai PDPA need these tools / Gemalto
15.20 – 15.50 eCop 15.20 – 15.50 The Critical Role Data Access Plays in Support of the Data Protection regulations / Gigamon

 

15.20 – 16.20 Coffee Break
16.20 – 16.40 TBC / Bay Computing
16.40 – 16.50 New Normal in highly regulated world /Bay Computing
16.50 – 17.00 Lucky Draw & Closing

หมายเหตุ : กำหนดการเวลาและหัวข้ออาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม และทีมงานขออนุญาตคัดเลือกผู้มีสิทธิ์ร่วมงาน

ขั้นตอนการลงทะเบียน

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ฟรี ด้วยการกรอกแบบฟอร์ม

*** ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมงาน โดยจะให้สิทธิ์สำหรับยูสเซอร์เท่านั้น และจะติดต่อกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วมผ่านทาง เบอร์มือถือที่ได้ลงทะเบียนไว้ ผู้ที่ไม่ได้รับการตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ เราต้องขออภัยเป็นอย่างสูงและขออนุญาตเรียนเชิญท่านลงทะเบียนงานสัมมนาในครั้งหน้า

from:https://www.enterpriseitpro.net/data-protection-thailand-forum-trust-security/

บทความ 101 : การบริหารจัดการ DHCP Server เรียนรู้ข้อผิดพลาดและวิธีแก้ไข

มีอยู่สองเหตุผลที่ทำให้เกิดความผิดพลาดของ DHCP ได้ อย่างแรกคือการตั้งค่าบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของคุณที่เปิดให้เซิร์ฟเวอร์ DHCP กำหนดเลขที่อยู่ไอพี ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งคือการตั้งค่าบนเซิร์ฟเวอร์ DHCP เอง

ซึ่งความผิดพลาดของ DHCP หมายความว่า เซิร์ฟเวอร์บนเครือข่ายของคุณที่คอยแจกที่อยู่ Internet Protocol (IP) ให้แก่อุปกรณ์ต่างๆ นั้น ไม่สามารถกำหนดที่อยู่ไอพีบนอุปกรณ์ของคุณได้นั่นเอง

แล้วปัญหาของ DHCP นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

จากที่การตั้งค่า DHCP สามารถทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่มได้นั้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงอาจมีหลากหลายรูปแบบ โดยอาการหลักที่เป็นคือการที่คุณไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

ความผิดพลาดของ DHCP เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ DHCP หรือเราท์เตอร์บนเครือข่ายของคุณไม่สามารถปรับแต่งค่าที่อยู่ไอพีบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของคุณให้เชื่อมต่อบนเครือข่ายได้อย่างอัตโนมัติ

ซึ่งปัญหานี้มักส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการเชื่อมต่อบนเครือข่าย โดยเฉพาะเมื่อคุณพยายามเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บบราวเซอร์

ประเด็นที่ทำให้ปัญหา DHCP ค่อนข้างแก้ไขได้ยากก็คือ ความผิดพลาดที่เกิดนั้นอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับ DHCP เสมอไป อย่างไรก็ดี คุณสามารถยืนยันได้ว่าเป็นความผิดพลาดของ DHCP หรือไม่จากการที่เกิดปัญหาการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตในบางรูปแบบ

การแก้ปัญหาเพื่อแก้ไขความผิดพลาดของ DHCP

วิธีที่ง่ายที่สุดในการแก้ปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็คือ การปล่อยให้วินโดวส์แก้ไขการตั้งค่าอินเทอร์เน็ตให้คุณแบบอัตโนมัติ ซึ่งถ้าการตั้งค่า DHCP ของคุณผิด วินโดวส์ก็จะพยายามแก้ไขให้

1. ซึ่งการใช้วิธีดังกล่าวนี้ ให้คลิกขวาบนไอคอน Network Connection บนทาส์กบาร์ของวินโดวส์ แล้วเลือก Troubleshoot Problems

2. ตัวแก้ปัญหาเน็ตเวิร์กที่เปิดขึ้นมานี้จะวิเคราะห์การตั้งค่าใดๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ โดยนำเสนอทางเลือกให้คุณเพื่อแก้ไขตามคำแนะนำต่างๆ ถ้าการตั้งค่า DHCP ของคุณเป็นต้นเหตุของปัญหา วิธีนี้ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยเช่นกัน ให้เลือก Apply this fix เพื่อให้วินโดวส์แก้ไขตามที่แนะนำมา


3. ถ้าการแก้ไขแบบอัตโนมัตินั้นได้ผล คุณควรเห็นการเชื่อมต่อกับเครือข่ายกลับสู่สภาวะปกติ ลองเปิดเว็บบราวเซอร์แล้วเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตดู แต่ถ้ายังเชื่อมต่อไม่ได้ ก็จำเป็นต้องแก้ไขการตั้งค่า DHCP ด้วยตัวคุณเองแทน

 

การแก้ไขการตั้งค่า DHCP ด้วยตัวเอง

ถ้าตัวแก้ปัญหาอัตโนมัติไม่สามารถแก้ไขการตั้งค่า DHCP ของคุณได้ คุณก็สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองดังนี้
1. ไปที่เมนู Start แล้วคลิกที่ไอคอนรูปฟันเฟือง Settings ซึ่งจะเปิดหน้าต่างการตั้งค่า Windows Settings ขึ้นมา จากนั้นให้ไปที่ Network & Internet จากหน้า Windows Settings นี้


2. หน้าต่าง Network Status จะเปิดขึ้นมา ให้เลื่อนลงมาแล้วเลือก Change adapter options


3. ระบบจะแสดงอแดปเตอร์ที่เชื่อมต่อเน็ตเวิร์กทั้งหมดที่ตั้งค่าบนคอมพิวเตอร์ของคุณขึ้นมา ให้คลิกขวาบนอแดปเตอร์ที่ทำงานอยู่แล้วเลือก Properties


4. ในหน้า Wi-Fi Properties นี้ ให้เลือก Internet Protocol Version 4 แล้วกด Properties


5. ถ้าออปชั่น Obtain an IP address automatically ไม่ได้เลือกไว้ ให้เลือก


6. กด OK และ Close เพื่อบันทึกการตั้งค่าใหม่ จากนั้นจึงรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์

การตั้งค่านี้จะทำให้เซิร์ฟเวอร์ DHCP หรือเราท์เตอร์บนเครือข่ายของคุณสามารถกำหนดเลขที่อยู่ไอพีใหม่ที่ว่างอยู่บนเครือข่ายให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณได้

ถ้าคุณสังเกตว่าการตั้งค่า Obtain and IP address automatically ถูกเลือกไว้ก่อนแล้ว จุดผิดพลาดของ DHCP อาจไม่ได้มาจากการตั้งค่าเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ของคุณ แต่อาจมาจากการตั้งค่าของเราท์เตอร์บนเครือข่ายของคุณแทน

แก้ไขความผิดพลาดของ DHCP ที่การตั้งค่าของเราท์เตอร์

บนเครือข่ายระดับองค์กรทั่วไปนั้น จะมีหน้าที่ของเซิร์ฟเวอร์ DHCP แยกต่างหากที่คอยจัดการที่อยู่ไอพีของอุปกรณ์ต่างๆ บนเครือข่าย ซึ่งการตั้งค่า DHCP ทั้งหมดจะถูกจัดการโดยฝ่ายไอที ดังนั้น ถ้าคุณกำลังมีปัญหาการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ก็ควรติดต่อฝ่ายซัพพอร์ตด้านไอทีของบริษัทคุณแทน

แต่ถ้าเป็นกรณีเครือข่ายที่ใช้ภายในบ้านแล้ว การตั้งค่าของ DHCP บนเราท์เตอร์มักจะเป็นตัวกำหนดที่อยู่ไอพีของอุปกรณ์ที่อยู่บนเครือข่าย ซึ่งถ้าคุณพบความผิดพลาดของ DHCP แล้ว ก็ควรตรวจสอบการตั้งค่าบนเราท์เตอร์

ซึ่งวิธีนี้ คุณจำเป็นต้องเข้าถึงเราท์เตอร์ของบ้านคุณในฐานะแอดมิน

หมายเหตุ:หน้าอินเทอร์เฟซของเราท์เตอร์ชื่อดังส่วนใหญ่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วคุณสามารถค้นหาการตั้งค่าที่อธิบายด้านล่างได้ในเมนูที่ใช้ชื่อคล้ายกัน

1. จากหน้าหลักของอินเทอร์เฟซจัดการเราท์เตอร์ ให้หาหน้าของ Network Settings หรือ Local IP Network

2. ในหน้า Network Settings นี้ คุณจะพบกับการตั้งค่าที่สำคัญอย่างเช่น

• Gateway Address: เป็นเลขที่อยู่ไอพีของเราท์เตอร์เครื่องปัจจุบัน
• DHCP Beginning Address: เป็นเลขที่อยู่ไอพีเริ่มต้นสำหรับอุปกรณ์บนเครือข่ายของคุณ
• DHCP Ending Address: ที่อยู่ไอพีเลขที่สุดท้ายที่จัดให้สำหรับอุปกรณ์บนเครือข่ายของคุณ
• DHCP Lease Time: เป็นช่วงเวลาที่ยังเก็บเลขที่อยู่ไอพีเดิม ก่อนที่จะล้างตั้งใหม่หรือเปลี่ยนแปลง

3. ที่อยู่ไอพีเริ่มต้นและสุดท้ายของ DHCP นั้นควรสอดคล้องกับที่อยู่ไอพีของเกตเวย์เกือบทั้งหมดยกเว้นไบต์สุดท้าย ซึ่งถ้ารูปแบบของเลขไอพีไม่ได้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน (หรืออยู่ในวงเน็ตเวิร์กเดียวกัน) แล้ว การตั้งค่า DHCP ปัจจุบันของเราท์เตอร์ก็อาจถูกทำให้เปลี่ยนแปลง หรือตั้งค่าผิดแต่แรกได้ ให้กดปุ่ม Restore Default Settings ถ้ามี พร้อมกด OK เพื่อยืนยันการเปลี่ยนการตั้งค่า

4. รีสตาร์ทเราท์เตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ บนเครือข่ายที่กำลังมีความผิดพลาดของ DHCP ซึ่งหลังจากรีสตาร์ทแล้ว ให้ทดสอบดูว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยังเป็นไปตามปกติหรือไม่

ปัญหา DHCP นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไปในการแก้ไข แต่การตรวจสอบการตั้งค่า DHCP บนทั้งฝั่งเราท์เตอร์ และฝั่งอุปกรณ์ต่างๆ บนเครือข่ายของคุณนั้นก็จะทำให้การแก้ปัญหานี้ง่ายขึ้นมากด้วยเช่นกัน

ที่มา : Lifewire

from:https://www.enterpriseitpro.net/dhcp-error-what-it-is-and-how-to-fix-it/

ม.อ. ทุ่มงบกว่า 130 ล้านผุดโครงการ Smart City วางซิสโก้เป็นแพลตฟอร์ม

การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของยักษ์ใหญ่ด้านเน็ตเวิร์ก “ซิสโก้” ตามแนวคิดของพวกเขาคือ Connected Cities ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของผู้คนเป็นไปในทางที่ดีและสะดวกสบายมากขึ้น

และในครั้งนี้ซิสโก้เองได้โยกเอาความคิดดังกล่าวไปสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง โดยได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับทาง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นความร่วมมือที่น่าสนใจ โดยซิสโก้ได้เข้าไปมีส่วนสำคัญที่เกรียกว่า Digital Network Architecture for Cities ซึ่งซิสโก้ยังเข้าไปมีส่วนในการช่วยในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยนำเอาระบบ AI , Hyperconverged แพลตฟอร์ม IoT เข้ามาใช้ในการทำงาน เป็นต้น

ด้าน ม.อ. นั้นภารกิจนี้ถือเป็นวาระที่สำคัญไม่ใช่แค่พัฒนาเมืองอัจฉริยะเพื่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่พวกเขากำลังกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของภาคใต้เลยก็เรียกได้ว่าไม่เกินไปนัก มีโครงการหลายๆ อย่างที่กลายเป็นต้นแบบและนำไปใช้ในภาคของประชาชนแล้ว ดังนั้นการลงทุนในการพัฒนา Smart City ของ ม.อ. จึงได้รับการสนับสนุนเป็นเม็ดเงินมหาศาลกว่า 130 ล้านบาท เป็นอย่างน้อย

ทาง Enterprise ITPro ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมที่ ม.อ. เกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่ ม.อ. ได้พัฒนาและทางซิสโก้ที่มีส่วนอย่างยิ่งในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรองรับกับ Smart City ที่เกิดขึ้น โดยโซลูชันของซิสโก้ ไม่ว่าจะเป็น เน็ตเวิร์กหลัก (core network) แพลตฟอร์มไอโอที (IoT) ที่ใช้เทคโนโลยีซิสโก้เป็นฐานหลักโดยระบบที่เราได้เห็นกันจริงๆ อาทิ

ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ
มีระบบรักษาความปลอดภัยให้กับบุคลากรและนักศึกษาภายในวิทยาเขต ผ่านระบบ ไม้กั้น ที่ตรวจสอบ RFID long range ที่ถูกใช้เป็นบัตรของบุคลากร เพื่อตรวจสอบการเข้าออกมหาวิทยาลัย ร่วมกับระบบกล้อง จับป้ายทะเบียน และการติดตาม เฝ้าระวังรถต้องสงสัยแบบ Real-time analytic and warning system ซึ่งเป็นการตอบโจทย์กับพื้นที่เสี่ยงภัยในส่วนของภาคใต้ตอนล่างนี้

ระบบฟาร์มอัจฉริยะ
ระบบฟาร์มอัจฉริยะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ ในครั้งนี้ทาง ม.อ. ได้นำระบบ IoT มาใช้ในการบริหารจัดกาและเพาะเลี้ยง Melon ที่สามารถรองรับการสั่งตัดความหวาน และขนาดของผล ทราบระยะเวลาของการเลี้ยง การตัดผลผลิต และขนส่งให้พอดีกับความอร่อยที่ลูกค้าต้องการ โดยผนวกเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ ปัจจุบันก็มีเกษตรกรท้องถิ่นมาขอดูตัวอย่างงาน

เสาไฟอัจฉริยะ
ตามจุดบางจุด ม.อ. เราได้เห็นเสาไฟอัจฉริยะที่ประกอบด้วยสิ่งจำเป็นสำหรับการเป็นโครงสร้างพื้นฐานบนท้องถนนในอนาคตประกอบด้วย WiFi, Signage, Camera, Weather sensors, Dust sensors, EV Charger และ Emergency button ที่เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้าง Smart City

ระบบการใช้พลังงานอัฉริยะ
ในครั้งนี้เราได้มีโอกาสนั่งรถ EV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Smart City ของ ม.อ. เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการใช้งานสะอาด อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับ ระบบ smart transportation ที่สามารถแสดงตำแหน่งของรถโดยสาร EV ทำให้นักศึกษาสามารถทราบเวลาของรถที่จะมาถึงจุดจอดได้แบบเรียลไทม์ทันที

ระบบการควบคุมอัจฉริยะ
หัวใจสำคัญของ Smart City ของ ม.อ. จะอยู่ที่ศูนย์บัญชาการและควบคุมกลาง Intelligent Operating Centre (IoC) โดยเชื่อมระบบทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อคอยติดตามและสั่งการ ซึ่งความสามารถของศูนย์บัญชาการยังเหนือขั้นไปอีกด้วยการ เชื่อมต่อข้อมูลจากหน่วยงานและฝ่ายต่างๆ เข้าสู่ City Data Platform ทำให้สามารถเชื่อมข้อมูลในระบบเดิม และระบบใหม่เข้าด้วยกัน และรองรับการวิเคราะห์ ประมวลผลสำหรับเมืองในอนาคต ได้แก่ นำไปใช้ในการวางผังเมือง การวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ของเมืองได้ด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวว่า “ทางมหาวิทยาลัยฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ซิสโก้มาเป็นพันธมิตรช่วยผลักดันและร่วมพัฒนาเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานและเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อการพัฒนาต่อยอดการสร้างสมาร์ทโซลูชั่นต่างๆ โดยหนึ่งในวาระเร่งด่วนคือการพัฒนาเมืองอัจฉริยะไปทั่วประเทศทั้งกลุ่มเมืองเดิมที่ต้องปรับปรุงให้น่าอยู่ และอัจฉริยะมากขึ้น

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยของซิสโก้ กล่าวว่า “ซิสโก้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายๆ ประเทศ เรามีความเชื่อมั่นในการนำเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานหรือ Core Network และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ออกแบบเพื่อการใช้งาน AI ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาต่อยอดสมาร์ทโซลูชั่นและแอปพลิเคชันต่างๆ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์มาช่วยในการตอบโจทย์การสร้างสมาร์ทซิตี้อย่างสมบูรณ์”

ที่มา : ทีมข่าว Enterprise ITPro เรียบเรียง

from:https://www.enterpriseitpro.net/psu-cisco-smart-city/

อรูบ้า เปิดตัวโซลูชั่น Wi-Fi รุ่นใหม่ Aruba Instant On

อรูบ้า ประกาศเปิดตัว Aruba Instant On กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทางด้านโซลูชั่นเครือข่ายไร้สายที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กทั้งในปัจจุบันและอนาคต

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Instant On นี้ในเบื้องต้นจะประกอบด้วยอุปกรณ์ access points (APs) สำหรับให้บริการ Wi-Fi ทั้งในอาคารและนอกอาคารโดยถูกออกแบบให้การเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายแบบไร้สายมีความปลอดภัยและความเร็วสูงและลดความยุ่งยากในการติดตั้งและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อมการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ

โดย กลุ่มผลิตภัณฑ์ Instant On ยังมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ :

• Mobile App ที่ใช้งานได้ง่ายสำหรับการเริ่มต้น
• รองรับการบริหารจัดการได้ 2 รูปแบบผ่านทาง Mobile App และ Cloud-based
• มีความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยรองรับโปรโตคอล เช่น WPA2/WPA3 ด้วย
• เทคโนโลยี Smart Mesh สำหรับเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไปยังพื้นที่ที่ไม่สามารถเดินสายได้

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/aruba-instant-on-wi-fi/