คลังเก็บป้ายกำกับ: Networking

[Guest Post] Aruba เจาะลึก Wi-Fi 6E – ทำไมธุรกิจดิจิทัลจึงต้องหันมาใช้ Wi-Fi 6E

บทความโดยคุณ Steve Wood, Vice President, APJ แห่ง Aruba บริษัทในเครือ Hewlett Packard Enterprise

Wi-Fi ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน โดยจากสถิติล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่า 59.5% หรือเกินกว่าครึ่งของประชากรโลกนั้นได้มีการใช้งาน Internet อยู่แล้ว และวิกฤตโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ก็ได้ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นของ Wi-Fi ที่ทำให้ธุรกิจในแต่ละวันยังคงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เมื่อองค์กรมีการใช้งานระบบ Videoconference ที่ต้องการใช้แบนด์วิดธ์มากขึ้น มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเร่งปรับตัวสู่การใช้งาน Cloud ระบบเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ต้องแบกรับภาระที่มากขึ้น ซึ่งความต้องการในการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลานี้ก็ส่งผลให้ระบบเครือข่ายไร้สายต้องรองรับการเชื่อมต่อที่มากยิ่งขึ้นรวมถึงต้องการช่องสัญญาณรับส่งข้อมูลที่มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ระบบเครือข่าย Wi-Fi ที่ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องทุกวันนี้ก็เริ่มเผชิญกับข้อจำกัดด้านช่องความถี่สัญญาณที่มีให้ใช้งานได้แล้ว

ประเด็นนี้เองที่ทำให้ Wi-Fi 6E ได้รับความสำคัญ ด้วยการคาดการณ์ว่าจะมีการใช้งานอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มากกว่า 338 ล้านชุดในปี 2021 แต่เทคโนโลยีดังกล่าวนี้แตกต่างจากเทคโนโลยี Wi-Fi ก่อนหน้าอย่างไร? และเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการทำ Digital Transformation ที่ Edge ได้อย่างไร?

รองรับการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

ประเด็นแรกที่เป็นพื้นฐานเลยนั้นก็คือ Wi-Fi 6E นี้ถูกออกแบบโดย Wi-Fi Alliance เพื่อให้ Wi-Fi 6 สามารถใช้งานได้ในย่านความถี่ 6GHz โดยการตัดสินใจของ U.S. Federal Communications Commission ที่เปิดให้ย่านความถี่ 6GHz สามารถใช้งานได้เมื่อเดือนเมษายน 2020 ก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นให้ประเทศอื่นทั่วโลกได้ดำเนินการตาม โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เกาหลีใต้นั้นเป็นประเทศแรกที่เป็นให้ใช้งานย่านความถี่ 6GHz ได้เมื่อปีที่ผ่านมา ในขณะที่ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่นและไต้หวันนั้นก็เริ่มมีแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน

ทำไมประเด็นนี้จึงสำคัญ? ตัวอักษร ‘E’ ใน Wi-Fi 6E นี้ย่อมาจากคำว่า ‘Extended’ ซึ่งเดิมทีเทคโนโลยี Wi-Fi 6 ที่เราคุ้นเคยนั้นจะใช้ย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz เท่านั้น ในขณะที่ Wi-Fi 6E จะเพิ่มย่านความถี่ที่ใช้งานได้มากกว่าเดิมเกินกว่า 2 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งด้วยย่านความถี่ที่จะถูกแย่งกันใช้งานน้อยลง, มีช่องสัญญาณที่กว้างขึ้น และรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายได้มากขึ้นนี้ ก็ส่งผลให้ Wi-Fi 6E สามารถสนับสนุนการใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ และรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ จากหลากหลายอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี

เปิดโอกาสสำหรับการใช้งานรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่

หนึ่งในกรณีการใช้งานที่เห็นได้ชัดเจนของ Wi-Fi 6E นี้ก็คือ Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) ที่ต้องการความเร็วในระดับ Multi-Gigabit โดยทั้งสองเทคโนโลยีนี้ต่างก็เป็นที่รู้กันดีถึงความสามารถในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี หากอ้างอิงจากรายงานของ Grand View Research จะพบว่าการใช้งาน AR นั้นมีการเติบโตมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว (ด้วยมูลค่าตลาดโดยประมาณที่สูงถึง 340,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2028

นอกจาก AR และ VR แล้ว การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมเองก็ยังได้รับประโยชน์จาก Wi-Fi 6E ด้วยเช่นกัน โดยในภาคการศึกษา Wi-Fi 6E จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือและไร้รอยต่อสำหรับโลกในยุค Digital Transformation ที่ทำให้เกิดห้องเรียนแบบดิจิทัลและโรงเรียนอัจฉริยะ อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีการเชื่อมต่ออย่างหนาแน่นอย่างเช่นหอประชุม, ห้องเรียน และหอพัก เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านการเรียนที่เข้มข้นและช่วยให้การบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับภาคสาธารณสุข Wi-Fi 6E สามารถช่วยให้แอปพลิเคชันที่มีความสำคัญสูงทำงานได้ดียิ่งขึ้นและให้บริการด้านการรักษาผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องกังวลถึงประเด็นด้าน Latency หรือความเร็วในการเชื่อมต่อเครือข่าย ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่จะต้องเดินทางภายในอาคารอยู่ตลอดเวลาและมีการเชื่อมต่อใช้งานจากอุปกรณ์หลายร้อยชิ้นพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ภาคสาธารณสุขยังจำเป็นต้องอัปเกรดไปสู่การใช้ Wi-Fi 6E เพื่อรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันและบริการใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลปริมาณมหาศาล อย่างเช่นระบบรักษาทางไกลที่เป็นที่นิยมท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด เป็นต้น

เตรียมองค์กรของคุณให้พร้อมสำหรับ Wi-Fi 6E

เมื่อโลกเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการมาของ Wi-Fi 6E ผู้นำทางธุรกิจก็ต้องพิจารณาว่าระบบเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนี้จะช่วยสนับสนุนการทำ Digital Transformation ได้อย่างไร และนี่ก็คือกลยุทธ์ 6 ประการที่จะช่วยให้ใช้งาน Wi-Fi 6E ได้อย่างเต็มศักยภาพ และรองรับการลงทุนใน Wi-Fi ระยะยาวได้เป็นอย่างดี:

  • ใช้ย่านความถี่ทั้งสามให้เต็มที่ การรองรับการใช้งานย่านความถี่ 4GHz, 5GHz และ 6GHz ได้อย่างครอบคลุมจะช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปได้อย่างเต็มที่และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน อีกทั้งการแบ่งเฉพาะย่านความถี่ 6GHz สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6E นั้นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้การใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการแบนด์วิดธ์สูงและ Latency ต่ำสามารถใช้งานได้บนย่านความถี่ 6GHz โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานที่ยังคงเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน Wi-Fi 4, 5 และ 6 แต่อย่างใด
  • รักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับเครือข่าย เมื่ออาชญากรไซเบอร์ยังคงมุ่งโจมตีจุดอ่อนด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้ Cloud อย่างแพร่หลาย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ โดยการใช้งาน Wi-Fi 6E จะทำให้การใช้งาน WPA3 ซึ่งเป็นการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระดับสูงสุดบน Wi-Fi กลายเป็นสิ่งจำเป็น และทำให้การเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi 6E กลายเป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยไปโดยปริยาย โดยองค์กรควรพิจารณาโซลูชันที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Wi-Fi 6E ทั้งในส่วนของ WPA3 และ Enhanced Open เพื่อการเข้ารหัสและการยืนยันตัวตนที่มั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและ AIOps เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน AIOps ได้เข้ามาเสริมระบบ Network Monitoring แบบดั้งเดิมด้วยการระบุถึงปัญหาของระบบเครือข่าย, ความมั่นคงปลอดภัย และประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติด้วยการใช้ AI และ Machine Learning ทำให้องค์กรสามารถแก้ไขปัญหาที่จะส่งผลต่อธุรกิจหรือประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้ในเชิงรุก
  • ประเมินว่าจะนำ Wi-Fi 6E มาใช้งานในระบบเดิมได้อย่างไร เฉกเช่นเดียวกับเทคโนโลยีใหม่ใดๆ การประเมินว่า Wi-Fi 6E จะถูกนำมาใช้งานในองค์กรได้อย่างไรบ้างก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม หรือทำการอัปเกรดระบบทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว ประเด็นหนึ่งที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษก็คือความเร็วที่เชื่อมต่อระหว่าง Access Point และ Switch เนื่องจาก Wi-Fi 6E นั้นจะมีประสิทธิภาพในระดับ Multi Gigabit อย่างแท้จริง ทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง Access Point และ Access Switch นั้นต้องมีความเร็วที่สูงกว่า 1Gbps
  • ให้ความสำคัญกับ Certification และ Standard ในการเลือกผู้พัฒนาเทคโนโลยีนั้นจะต้องให้ความสำคัญกับทั้งนวัตกรรมที่เคยพัฒนามาในอดีตและการยึดมั่นตามมาตรฐานระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม เช่น Wi-Fi Alliance ที่ได้มีการพัฒนาชุดของมาตรฐานที่มุ่งเน้นถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายใหม่ๆ เป็นต้น
  • วางแผนเริ่มต้นใช้งาน การเริ่มต้นทดลองใช้งานนั้นเป็นการทดสอบระบบโครงสร้างพื้นฐานในเชิงรุกที่ดี เพื่อให้เห็นถึงปัญหาและการเตรียมตัวที่จำเป็นก่อนการติดตั้งใช้งานทั่วทั้งองค์กร โดยการวางแผนเริ่มต้นทดลองใช้งานอย่างระมัดระวังจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ และส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้อยที่สุดในระหว่างเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี

มองสู่อนาคต

เมื่อปัญหาความหนาแน่นในการใช้ Wi-Fi เกิดมากขึ้น ประสบการณ์ของผู้ใช้งานก็ย่อมได้รับผลกระทบ โดยท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานี้ เราก็ยังคงต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นจากที่บ้าน, ที่โรงเรียน, ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในพื้นที่สาธารณะก็ตาม Wi-Fi 6E จึงเป็นเทคโนโลยีที่จะเปิดโอกาสใหม่ให้กับองค์กรที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่การนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าผู้ใช้งานรายนั้นๆ จะเชื่อมต่อจากช่องทางใดก็ตาม

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-aruba-wi-fi-6e-by-steve-wood/

7 ความสามารถของ Aruba EdgeConnect ที่ทำให้ระบบเครือข่ายมีประสิทธิภาพเหนือกว่าโซลูชัน SD-WAN ทั่วไป

โซลูชัน SD-WAN นั้นได้กลายเป็นโซลูชันมาตรฐานที่ธุรกิจองค์กรแทบทุกแห่งต้องใช้งานไปแล้ว แต่โซลูชัน SD-WAN จากผู้ผลิตแต่ละรายเองนั้นก็มีความสามารถที่แตกต่างกันไป

Aruba Networks ในฐานะของผู้นำด้านระบบ SD-WAN จากการเข้าซื้อกิจการของ Silver Peak เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ก็ได้นำเสนอโซลูชันระบบ SD-WAN ที่มีความโดดเด่นภายใต้ชื่อ Aruba EdgeConnect ที่จะช่วยให้การเชื่อมต่อ WAN นั้นไม่เพียงแต่มีความมั่นคงทนทาน แต่ยังมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าโซลูชัน SD-WAN อื่นๆ ด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลายอีกด้วย

ในบทความนี้เราจะสรุปถึงความสามารถของ Aruba EdgeConnect ที่โดดเด่นเหนือกว่าโซลูชัน SD-WAN ทั่วไปในเชิงของประสิทธิภาพให้ทุกท่านได้นำไปศึกษากัน ดังนี้ครับ

4 ความสามารถพื้นฐานของทุกระบบ SD-WAN

ถึงแม้ทุกวันนี้จะมีผู้พัฒนาโซลูชัน SD-WAN ที่หลากหลาย แต่ความสามารถหลักๆ ที่ทุกๆ โซลูชันมีเหมือนกันนั้นก็มีด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่

1. การรองรับการเชื่อมต่อด้วยลิงค์ที่หลากหลาย

ความสามารถแรกของระบบ SD-WAN โดยทั่วไปนั้นคือการเชื่อมต่อใช้ลิงค์ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Broadband Internet, MPLS, 4G/5G/LTE หรืออื่นๆ และนำลิงค์เหล่านี้มาผสานรวมกันเพื่อให้การเชื่อมต่อเครือข่ายมีประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทาน รวมถึงมีเส้นทางสำรองเมื่อลิงค์ใดๆ ที่ใช้งานอยู่มีปัญหา

2. การบังคับเส้นทางการรับส่งข้อมูลสำหรับแอปพลิเคชัน

โดยทั่วไปแล้วระบบ SD-WAN จะทำการตรวจสอบติดตามประสิทธิภาพและคุณภาพในการเชื่อมต่อเครือข่ายสำรับแต่ละแอปพลิเคชัน และเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด หรือเปิดให้ผู้ดูแลระบบทำการกำหนดระดับคุณภาพของการเชื่อมต่อสำหรับแต่ละแอปพลิเคชันให้แตกต่างกันได้

3. การบริหารจัดการแบบอัตโนมัติจากศูนย์กลาง

ทุกระบบ SD-WAN จะทำการลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการลงด้วยความสามารถในการบริหารจัดการระบบจากศูนย์กลางได้ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตั้งใช้งานและดูแลรักษาระบบ SD-WAN ที่กระจายอยู่หลายสาขาของธุรกิจได้อย่างสะดวก

4. การติดตั้งใช้งานได้แบบ Zero-Touch Provisioning (ZTP)

เพื่อให้การติดตั้งใช้งานแรกเริ่มเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ระบบ SD-WAN จึงมักมาพร้อมกับความสามารถ Zero-Touch Provisioning (ZTP) เพื่อให้การติดตั้ง SD-WAN Gateway ที่แต่ละสาขาขององค์กรนั้นมีความง่ายดายมากที่สุด เพียงแค่ติดตั้งอุปกรณ์และเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและเครือข่ายเท่านั้น จากนั้นอุปกรณ์ก็จะทำการเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการจากศูนย์กลางและเริ่มทำงานได้ทันที

อย่างไรก็ดี Aruba Networks ในฐานะของผู้นำด้านเทคโนโลยี SD-WAN ก็ได้มีการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้การใช้งาน SD-WAN เป็นไปได้อย่างคุ้มค่า เชื่อมต่อเครือข่ายใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด ด้วยการเพิ่มความสามารถที่หลากหลายให้กับ Aruba EdgeConnect นั่นเอง

7 ความสามารถที่ทำให้ Aruba EdgeConnect มีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบ SD-WAN ทั่วไป

อันที่จริงแล้ว Aruba EdgeConnnect มีความสามารถที่เหนือกว่า SD-WAN ทั่วไปทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ, ความมั่นคงปลอดภัย และการบริหารจัดการ แต่หากเจาะลึกเฉพาะประเด็นด้านประสิทธิภาพแล้ว ความสามารถดังต่อไปนี้คือสิ่งที่ทำให้ Aruba EdgeConnect มีความโดดเด่นเหนือกว่าโซลูชัน SD-WAN อื่นๆ

1. Path Conditioning

ระบบ Internet โดยทั่วไปนั้นถึงแม้จะมีความเร็วที่สูง แต่ก็มักมีความเสถียรที่น้อยกว่า Private Link อย่างเช่น MPLS ดังนั้น Aruba EdgeConnect จึงได้นำเสนอความสามารถ Path Conditioning ที่จะช่วยปรับให้การเชื่อมต่อ Internet ทั่วไปนั้นมีความเสถียรมากขึ้นเทียบเคียงได้กับการใช้ Private Link ด้วย 2 แนวทาง ดังนี้

  • Forward Error Correction (FEC) ทำการส่ง FEC Packet เพิ่มเติมเข้าไปในการส่งข้อมูล เพื่อใช้เป็นตัวเทียบสำหรับการแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดหรือสร้าง Packet ที่สูญหายระหว่างทางขึ้นมาใหม่ได้โดยไม่ต้องทำ TCP Re-transmission ที่มักใช้เวลานาน
  • Packet Order Correction (POC) ทำการจัดเรียงลำดับของ Packet ให้ถูกต้องจากการที่แต่ละ Packet ถูกส่งกระจายผ่านคนละเส้นทางไปยังปลายทาง ทำให้ปลายทางได้รับข้อมูลที่มีลำดับถูกต้อง

2. Tunnel Bonding

ความสามารถ Tunnel Bonding นี้จะนำ Physical WAN ตั้งแต่ 2 ลิงค์ขึ้นไปมาทำงานร่วมกัน เพื่อผสานรวมทั้งประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทาน พร้อมปรับแต่งคุณสมบัติในการรับส่งข้อมูลผ่าน Tunnel เหล่านี้ให้แตกต่างกันออกไป ทำให้การรับส่งข้อมูลผ่าน Tunnel เหล่านี้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกปรับแต่งได้ว่าในการรับส่งข้อมูลของแต่ละแอปพลิเคชันจะมุ่งเน้นไปที่วัตถุประสงค์ใดเป็นหลัก เช่น การเน้นที่ความมั่นคงทนทาน, คุณภาพ, ปริมาณ Throughput หรือประสิทธิภาพโดยรวมในการใช้งาน และสามารถเลือกใช้ Tunnel ที่เหมาะสมต่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ตามต้องการ

3. Dynamic Path Control

ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถกำหนดค่าให้ Aruba EdgeConnect ทำการเลือกเส้นทางในการรับส่งข้อมูลผ่าน WAN ตามความต้องการที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละแอปพลิเคชันได้ เช่น ระบบ Video Conference หรือ ERP นั้นอาจถูกบังคับให้เชื่อมต่อผ่าน MPLS เท่านั้น และทำการ Load Balancing ระหว่าง MPLS และ Internet สำหรับการเชื่อมต่อที่เหลือได้ เป็นต้น

แนวทางดังกล่าวนี้จะทำให้องค์กรสามารถใช้งาน WAN ทั้งหมดที่มีอยู่ได้แบบ Active-Active อย่างคุ้มค่า ในขณะที่ยังคงควบคุมคุณภาพสำหรับแอปพลิเคชันสำคัญในองค์กรได้เป็นอย่างดี

4. First-packet IQ Application Classification

Aruba EdgeConnect สามารถทำการจำแนกแต่ละแอปพลิเคชันออกจากกันได้โดยอัตโนมัติ และนำข้อมูลดังกล่าวนี้ไปใช้ในการกำหนด Policy เพื่อให้การรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่ต้องการได้ เช่น

  • การส่งข้อมูลของแอปพลิเคชันภายในองค์กรไปยังช่องทางที่เชื่อมต่อกับ Data Center ขององค์กรโดยตรง
  • การส่งข้อมูลของ Microsoft O365 และบริการ UCaaS ไปยังผู้ให้บริการ Cloud โดยตรง
  • การส่งข้อมูลที่ถูกร้องขอโดยผู้ใช้งาน เช่น Salesforce, Facebook, YouTube, Box หรือ Web Browsing ไปยังระบบ Point-of-Presence (POP) ของผู้ให้บริการ Secure Web Gateway หรือ SASE เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงปลอดภัย

5. Cloud Intelligence

Aruba EdgeConnect จะมีการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่อัปเดตแบบ Real-Time ซึ่งระบุถึงปลาทางของบริการ Software-as-a-Service หรือ Cloud ชั้นนำรายต่างๆ ที่มักถูกอัปเดตหรือเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การรับส่งข้อมูลใดๆ นั้นสามารถเลือกปลายทางที่เหมาะสมที่สุดได้อยู่เสมอ

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นภาพได้ชัดเจนคือบริการ Cloud ชั้นนำอย่างเช่น Office 365, Salesforce, Workday, Box, Dropbox หรืออื่นๆ ที่มักมี IP Address จำนวนหลายร้อยหรือหลายพันชุดในระบบ และมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มลดอยู่ตลอด ดังนั้นการมีฐานข้อมูลเหล่านี้ที่อัปเดตอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยให้ Aruba EdgeConnect มีข้อมูลแผนที่ของ Internet ปัจจุบัน และช่วยให้การเลือกเส้นทางหรือปลายทางที่ดีที่สุดนั้นเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ

6. Microsoft O365 REST API Integration

Aruba EdgeConnect ได้เร่งความเร็วในการเชื่อมต่อไปยัง Microsoft Office 365 ให้เหนือกว่าใครๆ ได้ด้วยการเชื่อมต่อ REST API เข้ากับ Microsoft Office 365 และทำให้ได้รับข้อมูลของ Office 365 Entry Point ที่อยู่ตำแหน่งใกล้เคียงกับผู้ใช้งานที่สุดอยู่เสมอจากข้อมูลที่ถูกร้องขอผ่าน API นี้

แนวทางนี้สามารถช่วยลด Round Trip Time (RTT) ที่เกิดขึ้นในการเชื่อมต่อไปยัง Office 365 ของผู้ใช้งานแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ทีมพัฒนของ Aruba เองก็มีการอัปเดตและทดสอบการทำงานร่วมกับ Microsoft Office 365 อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งานได้นั่นเอง

7. Intelligent Internet Breakout

สำหรับสาขาที่อาจมี WAN Link จำนวนไม่มากนักและไม่สามารถสร้าง Bonded Tunnel ได้หลากหลาย Aruba EdgeConnect ก็จะทำการตรวจสอบประสิทธิภาพของ WAN เหล่านี้ด้วยการติดตามค่า Packet Loss, Jitter, Latency และ Mean Opinion Score (MOS) อย่างต่อเนื่อง และเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการส่งข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน ทำให้แม้แต่ในสาขาที่มีขนาดเล็กก็สามารถมีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีคุณภาพและไว้วางใจได้

สนใจโซลูชัน SD-WAN ติดต่อทีมงาน SiS ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Aruba EdgeConnect สามารถติดต่อทีมงาน SiS Distribution ()Thailand) PCL.

โทร. 02-020-3074

Email: HPEAruba@sisthai.com

Line ID: @sisaruba

from:https://www.techtalkthai.com/7-features-of-aruba-edgeconnect-for-high-performance-sd-wan/

[Video] ถึงเวลาสำหรับการเริ่มต้นใหม่……กับความปลอดภัยจาก Aruba Dynamic Segmentation

สามารถตอบโจทย์ความหลากหลายของอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานเชื่อมต่อระบบเครือข่ายได้ ทั้งแบบมีสาย และ ไร้สาย

เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการได้อย่างยืดหยุ่น
ให้ #ArubaDynamicSegmentation มอบประสบการณ์ด้านความปลอดภัยสำหรับเครือข่ายที่เหนือกว่า

#HPE #Aruba #HPEAruba #ITGreen #ArubaNetwork #ArubaTH #DynamicSegmentation #ออกแบบเครือข่าย #ปลอดภัย

from:https://www.techtalkthai.com/video-aruba-dynamic-segmentation/

Wi-Fi 7 ใกล้เข้ามาแล้ว!

แม้ผลิตภัณฑ์หลายค่ายเพิ่งจะออกมารองรับ Wi-Fi 6 หรือ Wi-Fi 6E กันไปไม่นานล่าสุดมีข่าวของ Wi-Fi 7 ออกมาแล้วว่าอาจจะเร็วกว่า Wi-Fi 6 ถึง 3 เท่า

Credit: Wi-Fi Alliance

Wi-Fi Alliance เพิ่งจะออก FCC Certificate ให้แก่ Wi-Fi 6E ที่รองรับความถี่ย่าน 6 GHz ไปเมื่อเดือนก่อนนี้เอง แต่ข่าวของ Wi-Fi 7 หรือ 802.11be ออกมาแล้ว โดยคาดว่าน่าจะมีความเร็วสูงสุดอย่างน้อย 30 GBps หรือ 3 เท่าของ Wi-Fi 6 และ 6E ซึ่งอยู่ที่ 9.6 GBps กล่าวคือ 10 เท่าของ Wi-Fi 5

โดย Wi-Fi Alliance ตั้งความหวังไว้ว่ามาตรฐานใหม่จะสามารถลด Latency และดีเลย์ได้อีก ตอบโจทย์แอปพลิเคชันเช่น AR/VR การถ่ายทอดวีดีโอระดับ 4k และ 8k ไปจนถึงรถยนต์อัตโนมัติ เกม และอื่นๆที่จำเป็นต้องไวและเปราะบางผิดพลาดได้น้อย ซึ่งมีข่าวลือว่า Wi-Fi 7 อาจมีออกมาปีหน้า แต่ทั้งนี้อุปกรณ์ที่จะรองรับก็คงต้องช้ากว่านั้นพักใหญ่ถึงจะออกสู่ตลาด

ที่มา : https://www.reviewgeek.com/107977/wi-fi-7-is-already-coming-heres-what-we-know/

from:https://www.techtalkthai.com/wifi-7-is-coming-soon-may-be-2023/

CISA แจกเอกสารแนะนำด้านความมั่งคงปลอดภัยในการใช้งาน IPv6

CISA ได้ออกเอกสารเพื่อให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับประเด็นด้าน Security ของ IPv6

ความมุ่งหวังของเอกสารฉบับนี้มีขึ้นเพื่อให้คำแนะนำแก่หน่วยงานรัฐบาล ซึ่งต่อเนื่องกันมาหลายฉบับ ความน่าสนใจคือเอกสารจะเท้าความถึงประโยชน์ว่า IPv6 แก้ปัญหาอะไรให้ IPv4 บ้าง แต่ก็ยังมีข้อกังวลในด้าน Security อยู่และ CISA จะชี้ให้เห็นถึงประเด็นเหล่านั้น ถือว่าเป็นเอกสารสรุปย่อที่น่าอ่านด้วยความยาวเพียง 10 หน้า ที่ประยุกต์ใช้ได้ สำหรับใครที่สนใจเรื่อง IPv6 ดาวน์โหลดได้ที่ https://www.cisa.gov/sites/default/files/publications/CISA%20IPv6%20Considerations%20for%20TIC%203.0.pdf

ที่มา : https://www.securityweek.com/cisa-releases-final-ipv6-security-guidance-federal-agencies

from:https://www.techtalkthai.com/cisa-guidance-for-ipv6-security/

Cisco ขยายความสามารถให้ Catalyst 9000 สู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรม

ระบบ OT ในภาคอุตสาหกรรมถือเป็นจุดที่มีความอ่อนไหวเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรต้องการจะเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าสู่โลกดิจิทัล ด้วยเหตุนี้เอง Cisco จึงได้ทำให้ Switch Catalyst 9000 ของตนสามารถทำงานในภาคอุตสาหกรรม แต่นำเสนอความสามารถและความปลอดภัยในระดับเดียวกับองค์กร

credit : Cisco

Catalyst Industrial Ethernet 9300 รองรับการทำ Stack ได้ถึง 8 ตัว โดยด้าน Security มี Cyber Vision Sensor และ Cisco Endpoint Analytics ที่ให้เรื่อง Visibility มองเห็นการเชื่อมต่อของ ICS และ Endpoint ให้สามารถบังคับใช้ Security Policy และสร้าง Network Segmentation นอกจากนี้ยังเป็น Switch รุ่นในอุตสาหกรรมตัวแรกที่มีความสามารถ Programmable Unified Access Data Plane ถึงแม้ Industrial Ethernet 9300 จะมีความสามารถของ IT ระดับองค์กร แต่ทักษะการปฏิบัติงานก็ไม่เปลี่ยนแปลงคือ Cisco IOS-XE, Cisco DNA Center และ Cisco Identity Services Engine (ISE)

Catalyst Industrial Ethernet 9300 มีความแข็งแกร่งเพราะถูกออกแบบมาให้สามารถตอบโจทย์การนำไปใช้บนระบบ OT อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานไฟฟ้า Oil&Gas ระบบขนส่งที่มีการใช้งาน IoT มหาศาล

ที่มา : https://blogs.cisco.com/internet-of-things/cisco-brings-more-enterprise-grade-capabilities-to-the-industrial-edge

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-expands-catalyst-9000-to-industrial/

[Video] Aruba CX 10000 พร้อม Pensando นวัตกรรมใหม่แห่งโลก Data Center Networking

หากองค์กรกำลังเผชิญเจอปัญหาการใช้งานค่อนข้างมาก – ปริมาณ Traffic สูง – ความซับซ้อนเยอะ จากการเปลี่ยนแปลงของแอพพลิเคชั่น มี Data Center Solution ตัวไหนจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้บ้าง 

วันนี้ทาง Yip In Tsoi และ Aruba Thailand มีคำตอบครับ กับ Aruba CX 10000 พร้อม Pensando

ผสมผสานกันระหว่างประสิทธิภาพ การเพิ่มขยาย และการทำงานแบบอัตโนมัติได้ สำหรับบริการด้านเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยแบบกระจายตัวชั้นสูง ซึ่งการควบคุมนโยบายแบบรวมศูนย์อย่างในอดีตที่เคยต้องมีการรับส่งข้อมูลปริมาณมากภายในเครือข่ายไม่สามารถทำได้ในราคาที่คุ้มค่า ด้วยการให้บริการด้านเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยที่ส่วนปลายสุดของการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ซึ่งแอปพลิเคชันถูกติดตั้งและใช้งานอยู่โดยตรง

 

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมติดต่อ @yipintsoi บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

เบอร์โทรศัพท์ : 02 353 8600 ต่อ 3210
e-mail: yitmkt@yipintsoi.com

 

#YipInTsoi #Aruba #DataCenterNetwork #ArubaCXSwitching #ArubaCX10000

from:https://www.techtalkthai.com/video-aruba-cx-10000-with-pensando-for-data-center-networking/

แนะนำ Aruba Instant On 1960 Switch Series: ตอบโจทย์ระบบเครือข่ายของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ด้วยการบริหารจัดการผ่าน Cloud

การใช้อุปกรณ์เครือข่ายแบบ Cloud Networking กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากความง่ายดายในการใช้งาน และความสามารถในการตอบโจทย์การทำ Social Distancing ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

เพื่อตอบโจทย์ให้กับเหล่าผู้ดูแลระบบเครือข่ายทั่วโลก Aruba Networks ในฐานะของผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบเครือข่ายสำหรับธุรกิจองค์กร จึงได้ทำการเปิดตัว Aruba Intant On 1960 Switch Series ที่เป็น Cloud Managed Switch สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งได้เสริมความสามารถในการทำ Stacking ขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Aruba Intant On 1930 Switch Series ทำให้กลายเป็น Switch อีกรุ่นที่น่าสนใจมากๆ สำหรับการนำไปใช้งานในภาคธุรกิจ

รู้จัก Aruba Instant On 1960 Switch Series: Cloud Managed Switch สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่มาพร้อมหลากหลายความสามารถ

Aruba Instant On 1960 Switch Series นี้ถือเป็น Cloud Managed Switch ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากด้วยความสามารถที่เทียบเคียงได้กับ Enterprise Switch ในระดับ Entry ที่รองรับพอร์ต 1/10GbE แต่สามารถบริหารจัดการผ่าน Cloud ได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เรียกได้ว่าเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าได้เป็นอย่างดีทั้งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีสาขาจำนวนมาก

สำหรับความสามารถที่โดดเด่นของ Aruba Instant On 1960 Switch Series มีดังต่อไปนี้

บริหารจัดการได้อย่างง่ายดายผ่าน Cloud

ถือเป็นความสามารถพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ในตระกูล Aruba Instant On ที่จะต้องรองรับการบริหารจัดการผ่าน Cloud ได้ในตัวโดยไม่ต้องมีการซื้อ License หรือจ่ายค่า Subscription แต่อย่างใด ทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถประเมินค่าใช้จ่ายและตัดสินใจเลือกใช้งานได้อย่างง่ายดาย

ด้วยเหตุนี้ ผู้ดูแลระบบจึงสามารถบริหารจัดการ Aruba Instant On 1960 Switch Series ได้ผ่านทาง Mobile Application และ Cloud-based Web Portal ได้จากทุกที่ทุกเวลา ในขณะที่การติดตั้งครั้งแรกนั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายผ่าน Mobile Application เช่นกัน

ลดความซับซ้อนในการวาง Network Topology ด้วย Cloud-Managed Stacking

เพื่อให้การออกแบบและบริหารจัดการระบบเครือข่ายมีความซับซ้อนน้อยลง ทาง Aruba จึงได้ทำการออกแบบ Aruba Instant On 1960 Switch Series ให้มีความสามารถในการทำ Cloud-Managed Stacking เพื่อนำ Aruba Instant On 1960 Switch Series จำนวนสูงสุด 4 ชุดที่เชื่อมต่อกันผ่าน Ethernet ในแบบ Ring หรือ Chain มาทำการ Stack ร่วมกันได้

Switch ที่ทำ Stack ร่วมกันนี้จะถูกบริหารจัดการเสมือนเป็น Switch ชุดเดียวร่วมกัน ไม่ว่าในการติดตั้งจริง Switch เหล่านี้จะถูกเชื่อมต่อผ่าน Cable หรือ Fiber ที่ระยะห่างเพียงไม่กี่เมตรหรือหลายกิโลเมตรก็ตาม โดยผู้ดูแลระบบสามารถทำการกำหนดค่าในการทำ Stacking นี้ได้ผ่าน Cloud และบริหารจัดการ Switch ภายใน Stack เดียวกันร่วมกันได้ทั้งหมด

รองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายด้วย PoE

Aruba Instant On 1960 Switch Series นี้จะมีทั้งรุ่น non-PoE และรุ่น PoE ให้เลือกใช้งานได้ โดยสำหรับรุ่น PoE นั้นจะรองรับการจ่ายไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 600W ต่อ Switch ทำให้สามารถรองรับการจ่ายพลังงานไปยังอุปกรณ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Access Point, IP Phone, กล้องวงจรปิด, ระบบล็อคประตู หรืออุปกรณ์ IoT อื่นๆ ก็ตาม โดยรองรับทั้งมาตรฐาน IEEE 802.3af, 802.3at และ 802.3bt

สำหรับการใช้งานจริงนั้นก็เป็นไปได้อย่างง่ายดายด้วยความสามารถ Auto-PoE Power Configuration, PoE Power Allocation และ PoE Scheduling ทำให้สามารถติดตั้งใช้งานอุปกรณ์ใหม่ๆ ได้อย่างสะดวก และสามารถตั้งเวลาเปิดปิดอุปกรณ์นั้นได้จาก Switch โดยตรง

มั่นคงปลอดภัยด้วยความสามารถด้าน Security ในตัว

เช่นเดียวกับ Switch รุ่นอื่นๆ ของ Aruba ที่จะต้องมาพร้อมกับความสามารถด้าน Security ภายใน Aruba Instant On 1960 Switch Series รุ่นนี้ก็ยังมาพร้อมกับความสามารถในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายมาในตัว เช่น RADIUS, Automatic VLAN Assignment, RADIUS Accounting, Port Access Control, Port Security, DHCP Snooping, IP Source Guard, ARP Attack Prevention, DoS Protection และ Global Storm Control

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้กับการบริหารจัดการอุปกรณ์ผ่าน Cloud ทาง Aruba ก็ได้เสริม TPM-based Security เข้ามาในอุปกรณ์ด้วย เพื่อช่วยปกป้องกุญแจเข้ารหัสข้อมูลที่ต้องใช้ในการเข้ารหัสการเชื่อมต่อไปยัง Cloud Portal เอาไว้อีกด้วย

เลือกใช้งานได้ 5 รุ่น ตอบทุกโจทย์ความต้องการในระบบเครือข่าย

ในการเปิดตัว Aruba Instant On 1960 Switch Series นี้มีอุปกรณ์ในซีรีส์ด้วยกันถึง 5 รุ่นให้เลือกใช้ ได้แก่

  • Aruba Instant On 1960 12XGT 4SFP+ Switch (JL805A) รุ่น Aggregate Switch ที่มาพร้อม 12x 100/1000/10GBASE-T + 4x SFP+ 10GbE สำหรับใช้เชื่อมต่อไปยัง Access Switch ด้วยความเร็วระดับ 1/10GbE
  • Aruba Instant On 1960 24G 2XGT 2SFP+ Switch (JL806A) รุ่น Access Switch ที่มาพร้อม 24x 10/100/1000 Mbps + 2x SFP+ 10GbE + 2x 10GBase-T
  • Aruba Instant On 1960 24G 20p Class4 4p Class6 PoE 2XGT 2SFP+ 370W Switch (JL807A) รุ่น PoE Access Switch ที่มาพร้อม 24x 10/100/1000 Mbps (รองรับ Class 4 PoE ได้สูงสุด 20 ช่อง และ Class 6 PoE ได้สูงสุด 4 ช่อง) + 2x SFP+ 10GbE + 2x 10GBase-T
  • Aruba Instant On 1960 48G 2XGT 2SFP+ Switch (JL808A) รุ่น Access Switch ที่มาพร้อม 48x 10/100/1000 Mbps + 2x SFP+ 10GbE + 2x 10GBase-T
  • Aruba Instant On 1960 48G 40p Class4 8p Class6 PoE 2XGT 2SFP+ 600W Switch (JL809A) รุ่น PoE Access Switch ที่มาพร้อม 48x 10/100/1000 Mbps (รองรับ Class 4 PoE ได้สูงสุด 40 ช่อง และ Class 6 PoE ได้สูงสุด 8 ช่อง) + 2x SFP+ 10GbE + 2x 10GBase-T

ดาวน์โหลด Datasheet ภาษาไทย

สำหรับผู้ที่สนใจ Aruba Instant On 1960 Switch Series สามารถดาวน์โหลด Datasheet ภาษาไทยได้ที่ https://go.techtalkthai.com/2022/01/thai-datasheet-aruba-instant-on-1960-switch-series/

สนใจ Aruba Instant On ติดต่อ SiS ได้ทันที

สนใจสินค้า หรือ ติดต่อสอบถาม
รายละเอียดเพิ่มเติม — https://www.aruba-thai-partner.com/AIOActivity/SIS/

ติดต่อสอบถาม
โทร : 02-020-3074
Email: HPEAruba@sisthai.com
Line ID: @sisaruba

สั่งซื้อผ่าน Official Store
Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/aruba-instant-on
Shopee : https://shopee.co.th/shop/550223498/

#SiSdistribution #SiSthai #SiScloud #SecurityBySiS#ArubaInstantOn #AIO #SiS #ArubaAP #WiFi #forSME #SME

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-instant-on-1960-switch-series-cloud-networking-switch-for-smb-and-branches-by-sis/

[Video] Aruba CX 10000 กับการพลิกโฉม Data Center Network ในยุค Digital Transformation

การพลิกโฉม Data Center Network ในยุค Digital Transformation องค์กรจะต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร ต้องเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงอะไรมากน้อยเพียงไหน และเทคโนโลยีใด ที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรเพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถรับมือกับการขยายตัวทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ทาง Yip In Tsoi และ Aruba Thailand มีคำตอบครับ กับAruba CX 10000 พร้อม Pensando วิวัฒนาการขั้นถัดไปของสถาปัตยกรรมระบบสวิตช์ หรือ Distributed Services Switch ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้บริการ Software-Defined แบบ Stateful ประมวลผลข้อมูลได้ในที่เดียว ช่วยลดอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ในระบบตอบโจทย์องค์กรด้านไอทียุคใหม่

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมติดต่อ @yipintsoi บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

เบอร์โทรศัพท์ : 02 353 8600 ต่อ 3210
e-mail: yitmkt@yipintsoi.com

 

#YipInTsoi #Aruba #DataCenterNetwork #ArubaCXSwitching #ArubaCX10000

from:https://www.techtalkthai.com/video-aruba-cx-10000-next-generation-data-center-networking-for-digital-transformation/

Juniper Networks เผยความสามารถการจัดการ SD-WAN ด้วย AI ผ่าน Mist Cloud และ Marvis ได้ พร้อมเปิดตัว SD-WAN Gateway ใหม่

หลังจากที่ Juniper Networks ได้เข้าซื้อกิจการของ 128 Technology ผู้พัฒนาโซลูชัน SD-WAN เมื่อปลายปี 2020 ล่าสุด Juniper Networks ได้ออกมาเผยถึงความสามารถในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายทั้งแบบมีสาย, ไร้สาย และ SD-WAN ร่วมกันได้แล้วผ่าน Mist Cloud และ Marvis

ในขณะเดียวกัน Juniper Networks เองก็ยังเปิดตัว SD-WAN Gateway ใหม่สองรุ่นได้แก่ SSR 120 และ SSR 130 สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นๆ ภายในผลิตภัณฑ์ตระกูล Mist ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการ Register อุปกรณ์เข้ากับ Mist Cloud และนำ Routing/Security Policy บน Cloud ไปทำการตั้งค่าบนอุปกรณ์โดยอัตโนมัติทันที

SD-WAN Gateway ทั้งสองนี้จะรองรับความสามารถในการบริหารจัดการ WAN ได้อย่างหลากหลาย รวมถึงการรองรับ 4G LTE ได้

นอกจากนี้ Juniper Networks ยังได้ทำการเปิดตัว Add-on ด้าน Security เช่นการทำ URL Filtering, IDS/IPS และอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะมีการเปิดตัวความสามารถใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถเสริม Security ให้กับระบบเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SD-WAN ของ Juniper Networks สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.juniper.net/us/en/solutions/sd-wan.html

ที่มา: https://www.sdxcentral.com/articles/news/juniper-takes-on-cisco-aruba-with-fully-mist-ified-sd-wan/2022/01/

from:https://www.techtalkthai.com/juniper-networks-announces-new-features-and-appliances-for-sd-wan-solution/