คลังเก็บป้ายกำกับ: Networking

Aruba Webinar: Preventing outage before it happen with Aruba UXI 9 ก.ค. 2020 10.00

HPE Aruba และ Calabura ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, IT Admin และทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Preventing outage before it happen with Aruba UXI” ความต้องการระบบเครือข่าย และวิวัฒนาการแบบ New-Normal ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น.. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Preventing outage before it happen with Aruba UXI
ผู้บรรยาย: คุณอนุสิทธิ์ รัชดาเลิศณรงค์ HPE Aruba และ Calabura
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน
ภาษา: ไทย

1.ติดตั้งและดูแลได้ง่าย เร็ว
2.หลีกเลี่ยงและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะกระทบธุรกิจ
3.รองรับการสร้างระบบอัตโนมัติให้กับธุรกิจ เช่น การใช้งานกับอุปกรณ์ IoT เช่นBluetooth, Zigbee หรือ WiFi

มอบความมั่นใจในการใช้งานแอพพลิเคชั่นให้กับผู้ใช้งานทางไกล
และ แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเซ็นเซอร์ที่มีการทดสอบระบบอย่างและส่งผลไปยังส่วนกลางอย่างต่อเนื่องด้วยแดชบอร์ดที่ผ่าน
ระบบคลาวด์ ซึ่งแสดงข้อมูลเชิงลึกของเครือข่ายที่เข้าใจได้ง่าย ช่วยชี้ให้เห็นปัญหาก่อนที่ผู้ใช้งานจะรู้

มาทำความรู้จัก Aruba UXI ด้วยกัน โดยการเข้าร่วมรับฟัง Webinar ซึ่งนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน HPE Aruba และ carabura ที่พร้อมจะตอบทุกคำถามและข้อสงสัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! ที่
https://arubanetworks.zoom.us/webinar/register/8115922041614/WN_NJynvqK4RSq0wCaJP41ZUA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-webinar-preventing-outage-before-it-happen-with-aruba-uxi/

[Guest Post] AirEngine 6760 X1 Series เร็ว แรง ไร้จุดอับสัญญาณ ทุกการเชื่อมต่อ

แอคเซสพอยต์ความเร็วสูง Wi-Fi 6 สำหรับใช้ภายในอาคารรุ่นใหม่ล่าสุด AirEngine 6760-X1 และAirEngine 6760-X1E มาตรฐาน IEEE 802.11ax ตอบโจทย์ความต้องการของยุคดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น การันตีคุณภาพสัญญาณที่ครอบคลุมทุกพื้นที่แบบไร้จุดอับ เหมาะสำหรับติดตั้งในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากและมีความซับซ้อนของพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน สนามกีฬา รวมถึงทางเดินในอาคาร

คุณสมบัติเด่น:

Smart Antenna:เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของหัวเว่ยซึ่งช่วยรักษาความเสถียรของสัญญาณได้ตลอดเวลา รวมถึงในขณะที่ผู้ใช้งานเคลื่อนที่ พร้อมลดสัญญาณรบกวนโดยอัตโนมัติ และให้ระยะการครอบคลุมที่กว้างกว่า

  • IoT Slot แบบ Built-in: รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ อาทิเช่น BLE 5.0, ZigBee, RFID และ Thread
  • Triple Radio (Dual 5GHz ): รองรับการใช้งาน 3 คลื่นความถี่ ได้แก่ 2.4GHz (4×4) + 5GHz (4×4) + 5GHz (4×4) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้น
  • Right to Use RTU: สามารถอัพเกรดจากความเร็ว 8.35Gbps ที่ 10 spatial stream ให้เป็นความเร็วสูงสุดถึง 10.75Gbps ที่ 12 spatial stream โดยการอัพเกรดความสามารถด้วย RTU license
  • บริหารจัดการได้ทุกรูปแบบ: สามารถเลือกการทำงานได้ในโหมดสแตนด์อโลน หรือจะเป็นการทำงานร่วมกับ Controller รวมถึง การทำงานร่วมกับระบบบริหารจัดการผ่าน Cloud ได้ด้วย
  • ความเร็วระดับ 10 Gbps: เพิ่มความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อด้วยความเร็ว 10 Gbps โดยรองรับได้ทั้งสาย UTP และสายไฟเบอร์ออพติค

ข้อมูลเพิ่มเติม: e.huawei.com/th,ช่องทางติดต่อ: www.Facebook.com/HuaweiEnterpriseThailand

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-airengine-6760-x1-series/

Aruba Webinar: Introduction to Aruba Edge Service Platform 10 ก.ค. 2020 10.00น.

HPE Aruba และ Rafa ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, IT Admin และทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Introduction to Aruba Edge Service Platform” สำหรับระบบเครือข่ายองค์กรที่มีความหลากหลายและซับซ้อนในด้านอุปกรณ์ระบบเครือข่ายเอง และอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายใหม่ๆ เช่น BYOD และ IOT ทำอย่างไรจึงจะทำให้ระบบสามารถทำงานได้ตามความต้องการขององค์กร มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา ในวันวันศุกร์ที่ 10 กรกฏาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Introduction to Aruba Edge Service Platform
ผู้บรรยาย: คุณอนุสิทธิ์ รัชดาเลิศณรงค์ HPE Aruba และ Rafa
วันเวลา: วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน
ภาษา: ไทย

เคล็ดลับคือ การทำให้ระบบทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด และการใช้ AI เข้ามาปรับปรุงคุณภาพของระบบเครือข่าย เป็นที่มาของ Aruba Edge Service Platform (ESP) ทั้งยังสามารถเพิ่มหรือลดความสามารถได้อย่างยืดหยุ่นแบบ Cloud Native อีกด้วย

1. ความต้องการ และ ความท้าทายในการสร้างระบบเครือข่ายระดับองค์กร
2. ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน BYOD และ IoT หากไม่มีการจัดการที่ดี
3. แนะนำ Aruba Edge Service Platform
4. แนะนำองประกอบสำคัญของ Aruba ESP
5. รวมเครือข่ายให้เป็นหนึ่งด้วย Unified Infrastructure
6. ปิดช่องโหว่ระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Zero Trust Security
7. เพิ่มประสิทธิเครือข่ายให้สูงสุดด้วย AIOps

มาทำความรู้จัก Aruba ESP ด้วยกัน โดยการเข้าร่วมรับฟัง Webinar ซึ่งนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน HPE Aruba และ Rafa ที่พร้อมจะตอบทุกคำถามและข้อสงสัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! https://arubanetworks.zoom.us/webinar/register/1915922039368/WN_jYjaVRPbT9ajezYOTYM9og โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-webinar-introduction-to-aruba-edge-service-platform/

บริหารจัดการเครือข่ายระหว่างสาขาได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ด้วย CAT SD-WAN

ในปัจจุบัน SD-WAN นั้น ได้กลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่หลายๆองค์กร เริ่มพิจารณามองหา หรือเริ่มใช้งานกันแล้ว โดยเฉพาะภาคกลุ่มธุรกิจ ที่มีสำนักงาน หรือสาขามากกว่าหนึ่ง SD-WAN จะทำให้คุณมั่นใจถึงเสถียรภาพขององค์กรว่าเครือข่ายจะไม่สะดุดไร้รอยต่อการใช้งาน ด้วย SD-WAN สามารถใช้งานกับองค์กรที่มีการขยายและปรับลดขนาดองค์กรอย่างรวดเร็ว และถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเข้าถึง Application ที่สำคัญทางธุรกิจให้ปลอดภัยและมีเสถียรภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับเทคโนโลยี CAT SD-WAN เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดำเนินธุรกิจของคุณ ให้เติบโตมั่นคง

ปัญหาของระบบ WAN แบบเดิม

เดิมที กลุ่มองค์กรธุรกิจเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังภายนอกองค์กรหรือสาขาต่างๆ เป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อถึงยุคของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี แนวโน้มของการใช้งานก็เปลี่ยนไป มีการใช้งาน Bandwidth ที่เพิ่มมากขึ้นและต้องมีเสถียรภาพ เข้าถึงบริการและข้อมูลต่างๆ บน Cloud ได้ตลอดการทำงาน หรือมีการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายระหว่างสาขากันมากขึ้น ส่งผลให้ระบบ WAN มีความซับซ้อนในการจัดการกว่าแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็น การติดตามการทำงาน การติดตามเหตุเสียของเครือข่าย การตรวจสอบคุณภาพเครือข่าย การจัดการทำ Link Load Balancing การกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยของเครือข่าย การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเครือข่าย สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กทั่วๆไป อาจจะพอที่จะบริหารจัดการเครือข่ายที่มีอยู่ได้ แต่สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีหลายสาขานั้น การเชื่อมโยงข้อมูลให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ สาขา เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เอง SD-WAN จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความต้องการผู้ใช้งาน

SD-WAN คืออะไร?

SD-WAN มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า Software-Defined Wide-Area Network ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเทคโนโลยีต่างๆ ในอดีตที่ซับซ้อนมาบูรณาการรวมกันเป็นระบบเดียว ซึ่งการจัดการระบบทั้งหมดจะถูกจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Software โดยอัตโนมัติ โดย SD-WAN นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนของ Hardware ที่จะต้องมีการติดตั้งใช้งานที่สำนักงานใหญ่ และตามสาขาต่างๆขององค์กร กับส่วนของ Software ที่อยู่บน Cloud สำหรับทำหน้าที่บริหารจัดการควบคุมระบบ โดย SD-WAN มีความสามารถต่างๆดังนี้

  • Zero Touch Provisioning สามารถติดตั้งได้ง่ายดายและรวดเร็ว โดยอุปกรณ์ SD-WAN จะดึงการตั้งค่าจากบน Cloud ที่ถูกกำหนดค่าไว้ล่วงหน้า มาใช้งานโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตั้งอุปกรณ์
    SD-WAN หลายๆสาขาได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว และง่ายดาย
  • Centralized Management บริหารจัดการระบบทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง ติดตามการใช้งานระบบเครือข่ายในแต่ละสาขาได้ กำหนดนโยบายการเข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการต่างๆ รวมถึงการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
  • Multi WAN เชื่อมต่อระบบ WAN ได้หลากหลายและทำ Load Balance ร่วมกันได้แบบ Active/Active รองรับทั้ง MPLS, Internet Broadband และ 3G/4G LTE
  • Cost Saving ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ด้วย SD-WAN สามารถเลือกใช้งาน WAN Link ได้หลายรูปแบบให้เหมาะสมต่อการใช้งานในแต่ละประเภท ซึ่งผู้ใช้งานสามารถ ออก Internet ที่สาขาได้โดยตรงและยังคงมีความปลอดภัยในการใช้งานอยู่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายการใช้งาน Internet  สำหรับไปออก ที่สำนักงานใหญ่ อีกทั้งสามารถลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของบุคลากรในการดูแลระบบแต่ละสาขาได้อีกด้วย
  • Data Analytics มีระบบวิเคราะห์ข้อมูลการใช้เครือข่ายในแต่ละสาขา ทำให้สามารถวางแผนการใช้งานของระบบ WAN ในแต่ละสาขาได้อย่างเหมาะสม และปรับแต่งนโยบายการควบคุมการใช้งานเครือข่ายให้รัดกุมและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

เมื่อนำความสามารถเหล่านี้ ของ SD-WAN มาใช้งานร่วมกับเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพของ CAT และมีให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Private network, Corporate Internet, Internet Broadband หรือ 3G/4G อีกทั้งเรามีทีมงานคุณภาพ ที่คอยดูแลการติดตั้ง และการบริการหลังการขาย ทำให้ CAT สามารถให้บริการลูกค้าได้จบครบวงจรในที่เดียว

ในมุมของผู้ดูแลระบบนั้น ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการระบบได้อย่างง่ายดาย ด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบรวมศูนย์กลาง สามารถติดตามเหตุเสีย และคุณภาพของสัญญาณเครือข่ายได้ทุกสาขาในหน้าจอเดียว ส่วนในมุมของผู้ใช้งานนั้น จะพบว่าการใช้งานมีเสถียรภาพ และทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น

เรียกได้ว่าการใช้ CAT SD-WAN นี้ สามารถช่วยให้ทั้งผู้ดูแลระบบ IT ทำงานได้ง่ายขึ้น และผู้ใช้งานทุกคนเอง ก็ได้รับประสบการณ์การเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดีขึ้นในเวลาเดียวกันนั่นเอง

สนใจเริ่มต้นใช้งาน SD-WAN ติดต่อ CAT ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน CAT SD-WAN สามารถติดต่อทีมงาน CAT ได้ทันทีที่

  • ติดต่อ CAT Contact Center 1322 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • ต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลโดยละเอียด (คลิ๊กส่งข้อความให้ CAT ติดต่อกลับ)
    • ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook: catdatacomofficial

from:https://www.techtalkthai.com/sd-wan-by-cat-telecom/

6 ทักษะฮอตฮิตด้านเน็ตเวิร์กที่ควรมีเอาไว้ เพราะจะทำให้รายได้สูงขึ้น

ไม่ว่าจะอยากเอาดีกับทักษะเฉพาะด้านอันไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญอยู่เสมอก็คือการพึงระลึกว่ ทักษะใดๆ ที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมนั้น จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเน็ตเวิร์กที่แข็งแกร่งรองรับไว้ก่อนเสมอ

และสำหรับการเป็นแอดมินเน็ตเวิร์กในปี 2020 นี้ ย่อมจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะที่ก้าวล้ำไปกว่า “ทักษะที่ใช้ในหน้าที่หลัก” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเราท์ติ้ง, สวิชชิ่ง, WiFi, การเข้าถึงจากระยะไกล, และการรักษาความปลอดภัยให้อุปกรณ์ระดับพื้นฐาน

แต่ผู้ที่มีพื้นฐานเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว ก็อาจจะเริ่มสงสัยว่าควรเอาดีกับทักษะเฉพาะด้านอันไหนกันแน่ ที่ไม่เพียงแค่สนุกและน่าสนใจสำหรับตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมากด้วยเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมากด้วย ซึ่งตอนนี้มีทักษะอยู่ 6 ด้านที่เหล่าองค์กรทั้งหลายไขว่คว้ากันอยู่ดังนี้

ด้านความปลอดภัยเครือข่าย (Network security)

ขณะที่ผู้ที่ทำงานด้านไอทีจำนวนมากพยายามฝึกทักษะด้านความปลอดภัยทางไอทีที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดนั้น ตัวคุณเองอาจเลือกเชี่ยวชาญเฉพาะด้านย่อยๆ ในกลุ่มของความปลอดภัยทางไอทีแทน

เนื่องจากโลกของความปลอดภัยด้านไอทีนั้นมีความก้าวหน้าและขยายการครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นการยากที่จะเชี่ยวชาญไปหมดทุกอย่าง บางทีทางเลือกที่ดีกว่าอาจจะเป็นการให้ความสำคัญกับเครื่องมือหรือกระบวนการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ใช้ปกป้องเครือข่าย เป็นต้น

ด้านออโตเสชั่น การผสานการทำงาน และสื่อสารการทำงานระหว่างกันบนเน็ตเวิร์ก (Network automation, integration, and interoperation)

ข่วงก่อนหน้านี้ไม่นาน แอดมินเครือข่ายมักไม่จำเป็นต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรมมากมายนัก เนื่องจากทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้านเน็ตเวิร์กมักถูกผูกขาดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดยธรรมชาติ

แอดมินมักตั้งค่าระบบได้จำกัดแค่เท่าที่ผู้ผลิตเปิดทางให้เท่านั้น แต่ในทศวรรษล่าสุดนี้ ลูกค้าเริ่มมองหาทางเลือกอื่นที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ที่ให้ความยึดหยุ่นกับอุปกรณ์เครือข่ายทั้งด้านการประสานการทำงาน ออโตเมชั่น และในแง่ของการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ด้วยกันเอง

การสื่อสารแบบยูนิฟายด์ (Unified communications)

ความก้าวหน้าทางด้านการสื่อสารแบบยูนิฟายด์หรือ UC ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโยกระบบ UC จากในบริษัทขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ ไปจนถึงความก้าวหน้าของการสตรีมมิ่งวิดีโอและทูลคอลลาบอเรต

รวมไปถึงการผสานระบบสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าหรือ CX ที่มี AI อยู่เบื้องหลัง ทำให้ผู้ที่ทำงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ UC รวมทั้งมีพื้นฐานด้านเครือข่ายระดับองค์กรที่แข็งแกร่ง

ด้านการมองเห็นเครือข่าย (Network visibility)

แอดมินส่วนใหญ่มักมีพื้นฐานในด้านการตรวจสอบเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ SNMP, Syslog, และ NetFlow/IPFIX ที่ช่วยให้แอดมินประสานทุกอย่างจนได้มุมมองพื้นฐานของเครือข่ายที่ไม่ได้มีระบบศูนย์กลางตรวจสอบควบคุม แต่ก็มักสร้างช่องโหว่จนทำให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยได้

ด้านการเชื่อมต่อผ่าน WAN และระบบคลาวด์ (WAN/Cloud connectivity)

เนื่องจากการใช้อุปกรณ์ IoT เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน ที่จะสร้างการเชื่อมต่อบนเครือข่ายของบริษัทเพิ่มขึ้นในช่วงอีก 10 ปีข้างหน้า ทำให้ทางแอดมินและสถาปนิกเครือข่ายจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาด้านการสื่อสารข้อมูลบนเครือข่ายที่ไม่ได้รวมอยู่ในศูนย์กลางอีกต่อไป

สำคัญสุดคือความรู้พื้นฐาน

ไม่่ว่าคุณจะเชี่ยวชาญไปในด้านไหนก็ตาม แต่เหนืออื่นใดเลยคือ คุณจำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านเน็ตเวิร์กให้แน่นเปี๊ยะ ซึ่งเมื่อทราบพื้นฐาน ทราบถึงโครงสร้างต่างๆ มีแบ็กกราวด์ที่ดี นั่นแหล่ะจะทำให้คุณสำเร็จในทักษะอื่นๆ ได้ไม่ยาก

ที่มา : Networkcomputing

from:https://www.enterpriseitpro.net/6-hot-network-specializations-to-pursue-2/

รู้จักกับ Aruba Network Analytics Engine เปลี่ยนการดูแลระบบเครือข่ายให้กลายเป็น Data-Driven

ภายในระบบปฏิบัติการ AOS-CX ภายใน Aruba CX Switch นั้น ยังได้มีการเสริมอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจก็คือ Aruba Network Analytics Engine ที่ได้ผสานรวมระบบฐานข้อมูลสำหรับจัดเก็บข้อมูลด้านการตั้งค่าและสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่าย เข้ากับ Agent ที่จะคอยติดตามตรวจสอบค้นหาความผิดปกติต่างๆ และหน้า Dashboard เพื่อแสดงผลการตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่ายได้อย่างชาญฉลาด

Aruba Network Analytics Engine หรือ NAE นี้ เป็นความสามารถที่มีอยู่บน Aruba CX Switch รุ่น 6000 และ 8000 โดย NAE จะมี Agent ที่ทำการดึงข้อมูลจาก Database ด้วยกันสองชุด ได้แก่ Configuration and State Database ที่คอยติดตามการตั้งค่า, สถานะของ Protocol และตัวเลขเชิงสถิติภายในระบบเครือข่าย กับ Time Series Database ที่เก็บข้อมูลประวัติความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบ เพื่อช่วยให้สามารถทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

การตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ NAE สามารถตรวจพบปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่ายพร้อมระบุสาเหตุได้อย่างแม่นยำ ทำให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยระบบยังมี Dashboard เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบการทำงานและความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความผิดปกติของ Hardware, การตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเช่น Transceiver, การตรวจสอบความผิดปกติของ Routing Protocol, การตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัย, การตรวจจับ Application ที่ใช้งาน ไปจนถึงการค้นหาและแก้ไขปัญหาด้านประสิทธิภาพในระบบเครือข่าย

NAE นี้สามารถทำงานร่วมกับ Aruba NetEdit เพื่อแสดงผลการทำงานของส่วนต่างๆ ภายใน Aruba CX Switch บน Aruba NetEdit ได้โดยตรง และยังสามารถลงลึกเพื่อตรวจสอบต้นตอของปัญหาต่างๆ ได้ทันที ทำให้การดูแลรักษาระบบเครือข่ายนั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ติดต่อทีมงาน Bizcon ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของระบบ Wireless LAN, LAN และ Security สำหรับองค์กรจาก Aruba หรือต้องการทดสอบเทคโนโลยี AI สำหรับช่วยเหลือในการดูแลรักษาระบบเครือข่าย สามารถติดต่อทีมงาน Bizcon ได้ทันทีที่ Email: BizconMarketing@bizcon.co.th หรือโทร 082-0103588, 098-5523307

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-network-analytics-engine-by-bizcon/

ส่งมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดี ด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi 6 จาก Ruckus

การมาของ Wi-Fi 6 ถือเป็นก้าวใหญ่ของเทคโนโลยีด้านระบบเครือข่ายไร้สายสำหรับธุรกิจองค์กร เพราะไม่เพียงแต่ Wi-Fi 6 นี้จะมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ Wi-Fi 6 ยังได้กลายเป็นพื้นฐานในการต่อยอดทางด้านเทคโนโลยีครั้งใหญ่เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นการพลิกประสบการณ์การเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายเลยก็ว่าได้ และในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับเบื้องต้นของ Wi-Fi 6 และ CommScope Ruckus R750 อุปกรณ์ Access Point ที่รองรับ Wi-Fi 6 จาก Ruckus กันครับ

Wi-Fi 6 จะสร้างประสบการณ์การใช้งานในรูปแบบใหม่ได้อย่างไรบ้าง?

Wi-Fi 6 หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า 802.11ax นี้เป็นเทคโนโลยีที่จะทำให้การเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายไร้สายมีความเร็วสูงได้ถึง 10Gbps อีกทั้งยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเชิงการสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้งานทั่วๆ ไป ไปจนถึงการตอบโจทย์การเชื่อมต่ออุปกรณ์ Internet of Things หรือ IoT ที่มักจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากผู้ใช้งานทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยรวมแล้วจุดเด่นของ Wi-Fi 6 ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนประสบการณ์ของการเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi นั้นมีดังนี้

  1. Bandwidth ที่สูงขึ้นกว่ามาตรฐานก่อนหน้าถึง 4 เท่า ทำให้สามารถรองรับการใช้งานเชื่อมต่อที่มีความหนาแน่นมากขึ้นกว่าเดิมได้ และรองรับการให้บริการด้วย Service-Level Agreement ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้
  2. มีความสามารถใหม่ๆ เพื่อรองรับอุปกรณ์ IoT โดยเฉพาะ เช่น Target Wake Time ที่จะช่วยประหยัดพลังงานให้กับอุปกรณ์ IoT รวมถึงบริการ Wi-Fi เดียวก็ยังสามารถรองรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลายด้วย
  3. รองรับการเรียกใช้ Traffic จากผู้ใช้งานหลายคนได้พร้อมกันมากขึ้นด้วย MU-MIMO ช่วยแบ่งเบาภาระของ LTE/5G ในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นลงได้
  4. สามารถทำงานร่วมกับ Ethernet ความเร็วตั้งแต่ 1/2.5/5GbE ได้ และหากอ้างอิงจากคำแนะนำตามมาตรฐาน TSB-162-A ก็มีคำแนะนำให้ใช้สาย LAN แบบ Category 6A จำนวน 2 เส้นเพื่อให้บริการ Access Point แต่ละชุดให้มีประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทานที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ มาตรฐาน ISO/IEC 11801-6 เองก็ยังได้มีการแนะนำการจัดสรรย่านความถี่และประสิทธิภาพของระบบ Wi-Fi สำหรับการใช้งานในอาคารอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางการออกแบบ Wi-Fi 6 ที่ได้มาตรฐานด้วย

จะเห็นได้ว่า Wi-Fi 6 นี้จะเป็นตัวเร่งให้ Wi-Fi นั้นกลายเป็นช่องทางการเชื่อมต่อใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น รองรับแนวโน้มที่ผู้ใช้งานแต่ละคนจะมีอุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่อเครือข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ที่มีพฤติกรรมหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นภาพของระบบเครือข่ายในอนาคตนั้นก็จะสามารถรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลายได้ดีมากยิ่งขึ้น และทำให้การใช้งาน Wi-Fi นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบทั่วไป แต่เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีความชาญฉลาดและให้บริการได้เหมาะสมต่อความต้องการในการใช้งานอย่างแท้จริงนั่นเอง

CommScope Ruckus R750 802.11ax Access Point ตอบทุกโจทย์ความต้องการ Wi-Fi 6 สำหรับธุรกิจองค์กร

Credit: Commscope Ruckus

สำหรับองค์กรที่ต้องการอัปเกรดระบบ Wi-Fi ไปสู่การใช้งาน Wi-Fi 6 อย่างเต็มตัว CommScope Ruckus เองก็พร้อมแล้วกับโซลูชัน Wi-Fi 6 ด้วย CommScope Ruckus R750 ซึ่งเป็น Access Point ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 สำหรับใช้งานภายในอาคารเพื่อรองรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นสูง รวมถึงยังมีความมั่นคงปลอดภัยด้วยการรองรับ WPA3

ในเชิงประสิทธิภาพ Ruckus R750 ที่มาพร้อมกับการทำงานแบบ Dual-Band, Dual-Concurrent นี้รองรับการเชื่อมต่อได้สูงสุดถึง 8 Spatial Stream โดยรองรับ 4×4:4 ทั้งสำหรับย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz และด้วยการใช้ OFDMA และ MU-MIMO ก็ทำให้สามารถบริหารจัดการการเชื่อมต่อเครือข่ายจากผู้ใช้งานได้มากถึง 1,024 Connection เลยทีเดียว

สำหรับการรองรับอุปกรณ์ IoT นั้น นอกเหนือจากการที่ Wi-Fi 6 จะมีความสามารถต่างๆ มากมายที่ตอบโจทย์เหล่านี้ได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ใน Ruckus R750 นี้ก็ยังมาพร้อมกับการรองรับ BLE และ Zigbee ได้ในตัว ทำให้การออกแบบระบบเครือข่ายไร้สายสำหรับ IoT นั้นมีความยืดหยุ่นสูงยิ่งขึ้น และประหยัดการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายสำหรับ IoT เฉพาะลงไปได้

ในแง่การบริหารจัดการ Ruckus R750 นี้สามารถบริหารจัดการได้ด้วยแนวทางที่หลากหลาย ทั้งการใช้ SmartZone, ZoneDirector, Unleashed และการทำงานแบบ Standalone ดังนั้นธุรกิจองค์กรจึงสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณได้ทันที

ครอบคลุมพื้นที่ได้ครบถ้วนยิ่งกว่า ด้วย BeamFlex+

อีกหนึ่งเทคโนโลยีเด่นของ Ruckus ที่มาช่วยให้ Wi-Fi 6 มีประสิทธิภาพมากขึ้นนี้ก็คือ BeamFlex+ ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Adaptive Antenna พร้อมการทำ Polarization Diversity ซึ่งจะช่วยให้เสาสัญญาณของ Ruckus R750 สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับและส่งสัญญาณได้มากกว่า 4,000 แบบในแต่ละย่านสัญญาณ ส่งผลให้ครอบคลุมพื้นที่ในการให้บริการได้มากขึ้น

แนวทางนี้เองที่ทำให้ Ruckus ได้ถูกเลือกนำไปใช้งานในการติดตั้งของหลายธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการความครอบคลุมของสัญญาณภายในอาคาร โดยเมื่อออกแบบระบบเครือข่ายไร้สายด้วย Ruckus ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการแล้ว หลายครั้งก็จะพบว่า Ruckus นั้นสามารถออกแบบระบบได้โดยใช้จำนวน Access Point ที่น้อยกว่าโดยทั่วไป ก็เป็นผลมาจากการใช้ BeamFlex+ นั่นเอง

Credit: Commscope Ruckus

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโซลูชันของ Ruckus ได้ที่ https://www.commscope.com/ruckus/

สนใจ Ruckus ติดต่อทีมงาน CommScope ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ Ruckus สามารถติดต่อทีมงาน CommScope ได้ทันทีที่ Email Pongwut.assaneewuttikorn@Commscope.com หรือโทร 08-66097719

from:https://www.techtalkthai.com/enhanced-wireless-lan-experience-with-wi-fi-6-from-commscope-ruckus/

รวมคลิปวิดีโอ Fortinet Webinar Series EP #1 – 10 (ภาษาไทย)

สำหรับผู้ที่พลาดไม่ได้เข้าร่วม Fortinet Webinar Series ตั้งแต่ EP #1 จนถึง EP #10 ที่จัดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา หรือต้องการฟังบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถติดตามบันทึกวิดีโอย้อนหลังทั้งหมด (ภาษาไทย) ได้ที่นี่

EP #1: Work from Home ให้ปลอดภัยจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์

ใน Webinar นี้ ท่านจะได้รับฟังข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

  • ทำอย่างไรที่จะจัดการ 3 จุดเสี่ยง ได้แก่ Endpoint Protection, Access Control และ Cloud Access ให้มั่นคงปลอดภัยที่สุด
  • เราจะรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity) ได้ด้วยการวางแผนนโยบายการทำงานจากที่บ้านผ่าน VPN ได้อย่างไร

ผู้บรรยาย: คุณวีร์ หิรัญพานิช System Engineer จาก Fortinet Thailand

EP #2: Preparing for Cybersecurity Act

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้พบกับเนื้อหาสรุปถึงกฎหมายด้าน Cybersecurity ของประเทศไทย และการนำเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Fortinet มาประยุกต์ในการตอบรับต่อกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งจะมาร่วมกันเล่าถึงแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมายและเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผู้บรรยาย: ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ Senior Manager Systems Engineering จาก Fortinet Thailand

EP #3: Preparing for Personal Data Protection Act

เนื้อหาที่น่าสนใจใน EP #3 จะครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะตอบโจทย์รับการคุกคามทางโซเบอร์ส่วนต่างๆ และการควบคุมข้อมูลให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

  • การป้องกันข้อมูลรั่วไหล (Data Loss Prevention)
  • การควบคุมการเข้าใช้งานในเครือข่ายและทรัพยากร (Access Control)
  • การควบคุมให้ข้อมูลถูกต้องอยู่เสมอ (Data Integrity)

ผู้บรรยาย: ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ Senior Manager Systems Engineering จาก Fortinet Thailand

EP #4: Proactive Advanced Endpoint Protection, Visibility and Control for Critical Assets

EP #4 นี้ท่านจะพบกับแนวทางการปกป้องอุปกรณ์ Endpoint ในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ด้วยคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่ การบริหารจัดการความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทางได้อย่างเรียลไทม์ ครอบคลุมการเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรจากภายนอกองค์กรอย่างไรให้ปลอดภัย และการตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบอัตโนมัติ ท่านจะได้รับฟัง!

  • ประโยชน์ของการรวมจุดทางปลายทางและความปลอดภัยของเครือข่าย
  • ความแตกต่างของอุปกรณ์ปลายทางและความปลอดภัยเครือข่ายที่แตกต่างกัน
  • แนวปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเลือกและใช้งานความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทาง

ผู้บรรยาย: คุณศรัณย์ ศรีแย้ม Systems Engineer จาก Fortinet Thailand

EP #5: Constructing Secure SD-WAN Architecture by Fortinet

โดยเนื้อหาที่น่าสนใจใน EP #5 จะนำเสนอโดยทีมวิศวกรจาก Fortinet Thailand ที่จะมาเจาะลึกถึงองค์ประกอบต่างๆ ในการสร้าง SD-WAN Architecture พร้อมคำแนะนำในสิ่งที่ต้องพิจารณาในการติดตั้ง ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลไปยังสำนักงานสาขา

ผู้บรรยาย: คุณวิทูร กันทา Systems Engineer จาก Fortinet Thailand

EP #6: Multi Cloud Security for Public, Private and SaaS

เนื้อหาที่น่าสนใจใน EP #6 นี้ จะเน้นการป้องกันภัยคุกคามอย่างไรให้มองเห็นได้ครอบคลุม กว้างไกล ในแต่ละสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน รวมถึงการสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยที่หลอมรวมโซลูชันการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างต่อเนื่องทุกแพลตฟอร์ม Cloud ที่องค์กรใช้ ง่ายในการบริหารจัดการและทำงานแบบอัตโนมัติ

ผู้บรรยาย: คุณสุมิตร อ่อนแพง Systems Engineer จาก Fortinet Thailand

EP #7: Fortinet’s Management and Analytics

EP #7 จะแสดงถึงสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบองค์รวม ที่ใช้ศักยภาพของการทำ Analytics และ log management เพื่อตอบโจทย์การมองเห็นภัยคุกคามได้ครอบคลุม เพื่อช่วยให้การตัดสินได้ทันท่วงที

  • การตรวจจับภัยคุกคามระดับสูง (Advanced Treat Detection)
  • การตรวจประเมินและดำเนินการให้สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับ (Audit and Compliance)
  • การตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างรวดเร็ว (Rapid Response)

ผู้บรรยาย: คุณโสภณ ธนรติกุล Systems Engineer จาก Fortinet Thailand

EP #8: เตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยไซเบอร์ขั้นสูงที่พุ่งเป้ามาที่อีเมลองค์กรได้อย่างไร

EP #8 นี้ท่านจะได้พบกับโซลูชันความปลอดภัยสำหรับอีเมลขั้นสูงเพื่อรับมือกับการโจมตีแบบขั้นสูงและรายละเอียดดังต่อนี้

  • Click Protect ที่ระบุหาเว็บไซต์ที่ถูกหลอกใช้เป็นอาวุธในการโจมตีหลังจากที่ส่งอีเมลไปแล้ว
  • Content Disarm & Reconstruction ที่ช่วยกำจัดโค้ดที่ฝังไว้เพื่อให้ส่งไฟล์ได้อย่างมั่นคงปลอดภัย
  • การระบุหาการโจมตีรูปแบบใหม่ทั้งในแบบมัลแวร์ เอกสารแนบ และเว็บไซต์
  • การวิเคราะห์การเลียนแบบเพื่อตรวจจับการปลอมแปลงและตัวบ่งชี้อื่นๆ ของการฉ้อโกงทางอีเมล

ผู้บรรยาย: วีร์ หิรัญพานิช Channel Systems Engineer จาก Fortinet Thailand

EP #9: Protect the Heart of Your Business

EP #9 จะเกี่ยวกับความคล่องตัวของ Modern Web Application Firewall ที่สามารถช่วยให้ทำงาน ได้อย่างมั่นใจ เช่น

  • ปกป้องเว็บแอปพลิเคชันให้มั่นคงปลอดภัยโดยที่ไม่ต้องชะลอกระบวนการทำงาน
  • ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการ
  • ลดการตรวจจับที่ผิดพลาด

ผู้บรรยาย: คุณชนาธิป อิ่มทองคำ Systems Engineer จาก Fortinet Thailand

EP #10: Build the Advanced SOC

EP #10 นี้ท่านจะได้พบกับโซลูชันการป้องกันของ Fortinet ที่ใช้ AI ในหลากหลายรูปแบบและหลากหลายช่องทางในระบบเครือข่าย เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่เอื้อต่อกันได้อย่างครอบคลุม, การนำข้อมูล Global Threat Intelligence จากศูนย์วิเคราะห์ภัยคุกคามทั่วโลกของ FortiGuard Labs มาใช้เพื่อควบคุมความมั่นคงปลอดภัยให้ทั่วทั้งองค์กร, การทำ Centralized Advanced Threat Detection รวมถึง Advanced Analytics เพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (SOC) ที่ชาญฉลาด ช่วยให้องค์กรสามารถป้องกันแบบเชิงรุกต่อภัยคุกคามที่ล้าหน้านี้ได้อย่างทันท่วงที

ผู้บรรยาย: คุณภีมะ เอกโพธิ์ Systems Engineer จาก Fortinet Thailand

กด Subscribe เพื่อติดตาม YouTube Channel ของ Fortinet Thailand User Group ได้ที่: https://www.youtube.com/channel/UC-oRoZgu8MPKwQeKx9w1SpA?sub_confirmation=1

from:https://www.techtalkthai.com/fortinet-webinar-series-ep-1-to-10-videos/

Aruba Webinar: Optimized Your Campus Network with Aruba Central

HPE Aruba และ Add in ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, IT Admin และทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “ Optimized Your Campus Network with Aruba Central ” ระบบเครือข่ายแบบ Campus Network ประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลากหลายตั้งแต่ Access Switch, Distribution Switch, Core Switch, Wireless Access Point, Controller, Data Center Switch อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เช่น Firewall, Authentication Server และ อุปกรณ์อื่นๆ การควบคุมอุปกรณ์ระบบเครือข่ายต่างๆ ให้สามารถทำงานได้ตามความต้องการขององค์กร และ สามารถรองรับอุปกรณ์ลูกข่ายต่างๆ ที่จะเชื่อมต่อเข้ามาทั้ง PC, Smart Phone, Tablet และ อุปกรณ์ IOT จำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการเครือข่ายที่ดี มาดูว่าระบบที่ว่าเป็นอย่างไร ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Optimized Your Campus Network with Aruba Central
ผู้บรรยาย: คุณอนุสิทธิ์ รัชดาเลิศณรงค์ HPE Aruba และ Add In
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน
ภาษา: ไทย

1. ความต้องการเบื้องต้นของระบบเครือข่ายระดับองค์กร
2. ทำอย่างไรจึงจะสามารถรองรับอุปกรณ์ลูกข่ายได้อย่างหลากหลาย และ ปลอดภัย
3. การทำงานร่วมกับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอื่นๆ เช่น Authentication Server, Firewall
4. แนะนำระบบบริหารจัดการแบบ Cloud Native : Aruba Central ESP
5. ปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย AIOps

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! ที่ https://arubanetworks.zoom.us/webinar/register/5015922037788/WN_gvdWQVM6QSqwCI4u86MNMQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-webinar-optimized-your-campus-network-with-aruba-central/

IDC ยก Splunk เป็นอันดับหนึ่งซอฟต์แวร์ด้าน IT Operation Management ประจำปี 2019

IDC ได้จัดทำรายงาน ‘Worldwide IT Operations Management Software Market Shares, 2019’ ซึ่งยกให้ Splunk คือผู้นำตลาดทั้งแต่แง่ของการเติบโตรายได้และสัดส่วนตลาด

Credit: Splunk

ในปี 2019 IDC ชี้ว่าในตลาดของซอฟต์แวร์ IT Operations Management ผลิตภัณฑ์จาก Splunk มีสัดส่วนถึง 13% นอกจากนี้มีการเติบโตทางรายได้จากปี 2018 ถึง 32.3% ซึ่งค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 16.4% และมีมูลค่ารวมทั้งตลาดราว 11,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ สำหรับ Splunk แรกๆ หลายคนอาจรู้จักกันในเรื่องของ SIEM แต่ปัจจุบันได้วางตัวเองในคอนเซปต์ว่า ‘Data-to-Everything Platform’ ที่เป็นการรับข้อมูลทุกอย่างมาประมวลผลเพื่อแก้ไขปัญหา วิเคราะห์แนวโน้มต่างๆ รวมถึงตอบโจทย์ Infrastructure ขององค์กรได้ทุกสภาพแวดล้อมทั้ง Hybrid-cloud, On-premise หรือ Multi-cloud ก็ตาม

ที่มา :  https://www.splunk.com/en_us/blog/it/splunk-ranked-1-in-market-share-for-idc-s-worldwide-it-operations-management-software-market-shares-2019.html

from:https://www.techtalkthai.com/idc-worldwide-report-2019-gives-splunk-as-leader-in-itom-software/