คลังเก็บป้ายกำกับ: Networking

[Guest Post] ไมโครซอฟท์ตอบสนองเทรนด์การใช้ดาต้าในองค์กรไทย ยกระดับการใช้งาน Microsoft Azure เร็วกว่า เสถียรกว่า คุ้มค่ากว่า บนบริการ Azure ExpressRoute

กรุงเทพฯ มีนาคม 2563 – ไมโครซอฟท์ พร้อมนำลูกค้าบริการคลาวด์ในเมืองไทยไปสัมผัสกับการเชื่อมต่อที่เหนือกว่าบนแพลตฟอร์มคลาวด์ Microsoft Azure ด้วยบริการ Azure ExpressRoute ที่เปิดให้ผู้ใช้งานในภาคธุรกิจสามารถทำการเชื่อมต่อกับบริการต่าง ๆ ของ Azure ได้โดยตรงบนในรูปแบบการเชื่อมต่อส่วนตัวเฉพาะองค์กร ตอบโจทย์ของภาคธุรกิจในโลกยุคคลาวด์และ AI ได้เหนือกว่า ในราคาที่คุ้มค่ากว่า

บริการ Azure ExpressRoute จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบคลาวด์ของไมโครซอฟท์ได้โดยตรงกับศูนย์ข้อมูลในสิงคโปร์และฮ่องกง โดยไม่ต้องผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสาธารณะ ทั้งยังรับรองความมั่นคงของการเชื่อมต่อด้วยอัตราการใช้งานเครือข่ายตามมาตรฐาน SLA 99.9% การเชื่อมต่อแบบสายตรงนี้ ทำให้การรับส่งข้อมูลมีโอกาสได้รับผลกระทบจากความหน่วงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วไป จึงทำให้แอปพลิเคชันและบริการในคลาวด์ขององค์กรสามารถตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น บนการเชื่อมต่อที่รองรับแบนด์วิธสูงสุดถึง 100Gbps ทั้งยังมอบความเสถียรและความเป็นส่วนตัวที่เหนือกว่าการเชื่อมต่อปกติ โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลเพื่อวางโครงสร้างเครือข่ายขององค์กรใหม่

ด้วยการสนับสนุนเต็มที่จากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยกว่า 3,500 คนทั่วโลกของไมโครซอฟท์ พร้อมด้วยทีมงานจากเครือข่ายพันธมิตรของไมโครซอฟท์ในประเทศไทย ลูกค้าที่เลือกใช้งานบริการ Azure ExpressRoute จึงมั่นใจได้ในความมั่นคงของระบบ โดยแพลตฟอร์มคลาวด์ของไมโครซอฟท์เอง นับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ผ่านการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ มากที่สุดในโลก นอกจากนี้ Azure ExpressRoute ยังรองรับการใช้งานในรูปแบบไฮบริดคลาวด์อย่างเต็มที่ ให้องค์กรได้พัฒนาแอปพลิเคชันและบริการมากมายมาให้บริการกับลูกค้า โดยที่ไม่ต้องถ่ายโอนข้อมูลผ่านพื้นที่เสี่ยงในการเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ตสาธารณะ ส่วนระบบการเชื่อมต่อสำรองที่มาพร้อมกับบริการนี้ ยังช่วยให้การเชื่อมต่อผ่าน Azure ExpressRoute มีความเสถียรสูงในทุกสถานการณ์ บริการและข้อมูลในคลาวด์ขององค์กรจึงพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

ชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Azure ExpressRoute เป็นบริการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ในการเสริมศักยภาพให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้มากกว่าที่เคยด้วยเทคโนโลยี และอุ่นใจด้วยมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล บริการ ExpressRoute นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนการทำงานในทุกมิติให้ก้าวต่อไปด้วยศักยภาพของเทคโนโลยี และเราก็หวังว่าจะได้เห็นเรื่องราวความสำเร็จอีกมากมายจากลูกค้าบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของเราจากบริการเชื่อมต่อสายตรงนี้

ผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ Azure ExpressRoute ได้ที่

https://azure.microsoft.com/en-us/services/expressroute/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากพันธมิตรผู้ให้บริการ Azure ExpressRoute อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ดังนี้:

ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์

บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @Microsoft) ผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วโลกให้บรรลุผลสำเร็จทีดียิ่งกว่า

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทย 70 ล้านคน ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ ไมโครซอฟท์ ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมผ่านการใช้เทคโนโลยี เทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร ไมโครซอฟท์ให้บริการซอฟต์แวร์ บริการ และดีไวซ์ ที่สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ มีความสะดวกทันสมัย และช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไมโครซอฟท์ ไม่หยุดนิ่งในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร อย่างต่อเนื่องในการนำพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมหรือติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทย (http://news.microsoft.com/th-th/) และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH

from:https://www.techtalkthai.com/better-together-for-datacenter-usage-with-azure-expressroute/

เชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Cisco Live Virtual Event APJC

Cisco ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเครือข่ายและ Data Center ชั้นนำของโลก เตรียมจัดงานสัมมนาออนไลน์ Cisco Live Virtual Event APJC ประจำปี 2020 ในวันที่ 1 – 2 เมษายนนี้ ผู้ที่สนใจอัปเดตโซลูชันล่าสุดของ Cisco ไม่ว่าจะเป็น Networking, Cybersecurity, Data Center, Collaboration หรือ Service Provider สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าฟังบรรยายได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

ชื่องาน: Cisco Live Virtual Event APJC
วัน: วันพุธที่ 1 และพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2020
เวลา: 8:00 – 17:15 น. ตามเวลาประเทศไทย
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
กำหนดการ: https://www.cisco.com/c/m/en_sg/ciscolive/index.html

งานสัมมนานี้จะเป็นการอัปเดตภาพรวมเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดของทาง Cisco ซึ่งครอบคลุมทั้งทางด้าน Networking, Cybersecurity, Data Center, Collaboration และ Service Provider โดยเซสชันส่วนใหญ่จะบรรยายเชิงเทคนิคและมีการสาธิตการใช้งานให้ได้รับชม ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อจองวันเวลาและรับฟังบรรยายออนไลน์ที่ cisco.com/sg/ciscolive

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-live-virtual-event-apjc-2020/

Work from Home อย่างมั่นคงปลอดภัยด้วยโซลูชันจาก Fortinet

อิสระในการทำงานจากที่ไหนก็ได้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ Digital Workplace โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เชื้อ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เพื่อสนับสนุนการทำงานจากภายนอกออฟฟิสอย่างมั่นคงปลอดภัย Fortinet จึงได้ออก Solution Brief เรื่อง “Secure Remote Access for Your Workplace at Scale” เพื่อแนะนำการใช้เทคโนโลยี VPN บน FortiGate NGFW พร้อมตัวอย่าง Use Cases สำหรับการนำไปประยุกต์ใช้งานให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร

Solution Brief ฉบับนี้จะบรรยายถึงการนำโซลูชันต่างๆ ของ Fortinet ได้แก่ FortiGate NGFW ที่รองรับการเชื่อมต่อ SSL & IPsec VPN จากระยะไกล, FortiClient สำหรับปกป้องอุปกรณ์ปลายทาง, FortiAuthenticator สำหรับการพิสูจน์ตัวตนแบบ Multi-factor Authentication และอื่นๆ มาผสานการทำงานร่วมกัน เพื่อให้พนักงาน Teleworker ทั่วไป, Power User และ Super User สามารถเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรจากภายนอกออฟฟิสได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัย เพิ่มความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจแม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ไม่พึงประสงค์อย่าง COVID-19 หรือฝุ่น PM 2.5

ยกระดับการทำงานจากนอกออฟฟิสให้มั่นคงปลอดภัยด้วย FortiGate NGFW

ภายใต้สถานการณ์ที่เชื้อ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ หลายองค์กรเริ่มวางนโยบายและติดตั้งระบบ VPN สำหรับให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ แน่นอนว่า FortiGate NGFW เองก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ SSL และ IPsec VPN ที่พร้อมให้เปิดใช้งานได้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม และสามารถติดตั้ง FortiClient VPN บนอุปกรณ์ของพนักงาน ทั้ง Windows, Mac หรือ Linux เพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที ตารางด้านล่างแสดงจำนวนผู้ใช้ VPN บน FortiGate แต่ละรุ่น

นอกเหนือจากการเข้ารหัสข้อมูลที่รับส่งไปยังพนักงานผ่าน VPN แล้ว Fortinet ยังให้บริการโซลูชันหลากหลายเพื่อยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการทำงานจากภายนอกออฟฟิสได้อีกด้วย ดังนี้

  • Multi-factor Authentication: เพิ่มการพิสูจน์ตัวตนแบบ 2-Factor Authentication สำหรับพนักงานที่ทำงานจากภายนอกออฟฟิสโดยใช้ FortiToken และ FortiAuthenticator
  • Data Loss Prevention: ป้องกันข้อมูลสำคัญไม่ให้รั่วไหลสู่ภายนอกขณะใช้ VPN ผ่านฟีเจอร์ DLP บน FortiGate และ FortiWi-Fi
  • Advanced Threat Protection: ยกระดับการป้องกันมัลแวร์ที่แอบแฝงมากับไฟล์ก่อนส่งไปยังเป้าหมายด้วย FortiSandbox
  • Wireless Connectivity: บริการ Remote AP สำหรับให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายเพื่อ VPN กลับมาได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยใช้ FortiAP
  • Telephony: FortiFone เป็นโซลูชัน VoIP Telephony ความมั่นคงปลอดภัยสูง สามารถติดตามการใช้งานได้ผ่านทาง FortiGate NGFW รองรับทั้งการใช้งานในรูปของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และ Soft Client

3 Use Cases การทำงานจากนอกออฟฟิสอย่างมั่นคงปลอดภัยโดยใช้โซลูชันจาก Fortinet

จำไว้เสมอว่า ผู้บริหารและพนักงานแต่ละคนอาจมีสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรขณะทำงานจากภายนอกสถานที่ไม่เท่ากัน เพื่อความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด ควรแบ่งระดับการเข้าถึงเฉพาะเท่าที่จำเป็นต้องใช้งานจริงๆ Fortinet แนะนำโซลูชันสำหรับการเข้าถึงระบบจากระยะไกลโดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับให้องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ได้แก่ Basic Teleworker, Power User และ Super User

1. Basic Teleworker

Basic Teleworker หรือพนักงานทั่วไปที่อนุญาตให้ทำงานจากภายนอกออฟฟิสได้ จะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงอีเมล อินเทอร์เน็ต ระบบประชุมทางไกล แชร์ไฟล์ และระบบที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เช่น Finance หรือ HR ผ่าน VPN รวมไปถึงสามารถเข้าถึง SaaS Applications บน Cloud อย่าง Office 365 ได้

ในกรณีนี้ Basic Telework จะเชื่อมต่อกลับเข้ามายังระบบขององค์กรโดยใช้ FortiClient ที่ให้บริการซอฟต์แวร์ VPN Client และทำการยืนยันตัวตนแบบ 2-Factor Authentication ด้วย FortiToken ในขณะการเข้าถึง SaaS Applictions จะถูกควบคุมโดย FortiCASB เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยและลดปัญหา Shadow IT

2. Power User

Power User คือพนักงานที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรขณะทำงานจากภายนอกออฟฟิสสูงกว่าปกติ และต้องทำงานนอกเหนือเวลางาน เช่น ผู้ดูแลระบบ หรือ IT Support เป็นต้น

สำหรับ Power User การใช้ FortiAP ทำหน้าที่เป็น Remote AP สำหรับเชื่อมต่ออย่างมั่นคงปลอดภัยกลับมายังระบบเครือข่ายขององค์กรจะช่วยเพิ่มความสะดวกแก่พนักงานเป็นอย่างมาก เพราะเสมือนพนักงานคนนั้นกำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิสขององค์กร และยังมีฟีเจอร์ Split Tunneling สำหรับออกอินเทอร์เน็ตโดยตรงได้อีกด้วย จุดเด่นของ FortiAP คือรองรับการตั้งค่าแบบ Zero-touch Provisioning และสามารถบริหารจัดการได้ผ่านทาง FortiGate NGFW ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้งานภายนอกสถานที่ ในกรณีที่ต้องใช้โทรศัพท์ออฟฟิส ก็สามารถเชื่อมต่อ FortiFone หรือ IP Phone อื่นๆ กับ FortiAP เพื่อให้พร้อมใช้งานได้ทันที

3. Super User

Super User คือพนักงานหรือผู้บริหารที่มีสิทธิ์ระดับสูงในการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญในขณะที่ทำงานจากภายนอกออฟฟิสได้ ผู้ใช้เหล่านี้มักต้องใช้งานข้อมูลที่เป็นความลับหรือมีความสำคัญสูงสำหรับองค์กรอยู่เสมอ ตัวอย่างผู้ใช้ได้แก่ ผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์ระดับสูง, IT Support, พาร์ทเนอร์รายหลักที่อยู่ในแผนความต่อเนื่องเชิงธุรกิจ และผู้บริหารขององค์กร

สำหรับ Super User เหล่านี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามก็ต้องทำให้พวกเขาพร้อมทำงานเสมือนนั่งอยู่ในองค์กร โซลูชันสำหรับให้บริการผู้ใช้เหล่านี้อาจคล้ายคลึงกับ Basic Teleworker หรือ Power User แต่จำเป็นต้องวางมาตรการควบคุมให้รัดกุมกว่านั้นเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญไม่ให้รั่วไหล่สู่ภายนอก ดังนั้น นอกจากการใช้ FortiAP ในการเชื่อมต่อกลับมายังระบบเครือข่ายขององค์กรแล้ว ควรเปิดใช้งานฟีเจอร์ DLP บน FortiGate NGFW ด้วย ในกรณีที่ต้องใช้โทรศัพท์ออฟฟิส ก็สามารถเลือกใช้ FortiFone ในรูปแบบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เชื่อมต่อกับ FortiAP หรือ Soft Client บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถบริหารจัดการได้ง่ายผ่าน FortiGate NGFW หรือ FortiManager Centralized Management Platform

จุดเด่นสำคัญของ Fortinet คือ ทุกโซลูชันของ Fortinet สามารถบริหารจัดการและติดตามการใช้งานได้จากศูนย์กลางผ่านทาง Fortinet Security Fabric ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นโซลูชันที่ใช้งานภายในองค์กรหรือโซลูชันสำหรับทำงานจากภายนอกสถานที่ ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการทุกอย่างได้ผ่านทางหน้าจอเดียวโดยใช้ FortiManager รวมไปถึงสามารถเก็บ Log แล้วนำไปวิเคราะห์โดยใช้ FortiAnalyzer และ FortiSIEM เพื่อตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามเชิงรุกได้ ยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไปอีกขั้น

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Work from Home อย่างมั่นคงปลอดภัยของ Fortinet ในรายละเอียดเชิงลึก สามารถรับชม Video Webinar เรื่อง “Secure Remote Workforce with Fortinet” โดยคุณ Vee Hirunpanich, Systems Engineer จาก Fortinet Thailand ได้ด้านล่าง

ดาวน์โหลด Solution Brief เรื่อง “Secure Remote Access for Your Workplace at Scale” มาศึกษาฟรีได้ที่นี่ [PDF]

from:https://www.techtalkthai.com/secure-remote-access-for-your-workplace-by-fortinet/

รวมโซลูชัน Work from Home จาก AIS สำหรับธุรกิจองค์กร ครบถ้วนทั้ง VPN, VDI, Conference, 4G, Internet ตอบทุกโจทย์ความต้องการ

เพื่อตอบรับต่อนโยบาย Work from Home ที่หลายธุรกิจต้องเริ่มนำมาใช้รับมือกับภัยโรคระบาด ทาง AIS Business ได้จัดโซลูชันและโปรโมชันเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรที่ต้องฝ่าวิกฤตนี้อย่างเร่งด่วนกว่า 15 รายการในราคาพิเศษ เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของธุรกิจไทยในยามนี้ โดยมีทั้งโซลูชันทางด้าน VPN, VDI, Conference, 4G, Internet และอื่นๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งทาง TechTalkThai เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ ธุรกิจองค์กร จึงขอนำโซลูชันและโปรโมชันทั้งหมดมาเสนอให้เป็นทางเลือกกันดังนี้ครับ

Credit: AIS

1. โซลูชันสำหรับปรับปรุง IT Infrastructure ของสาขาหลักให้สามารถเชื่อมต่อจากภายนอกได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

สำหรับธุรกิจองค์กรที่ยังคงมี Business Application หรือข้อมูลสำคัญจัดเก็บเอาไว้ภายใน Data Center ของตนเอง ก็สามารถเลือกใช้โซลูชันดังต่อไปนี้เพื่อให้พนักงานที่ทำงานจากที่บ้าน สามารถเชื่อมต่อเข้ามาที่องค์กรเพื่อทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่สะดุดติดขัด

  • Virtual Desktop Infrastructure (VDI) โซลูชั่นที่เปิดให้พนักงานออฟฟิศสามารถรีโมทเข้าถึงแอปพลิเคชันและ Intranet ขององค์กรได้จากทุกที่ทุกเวลา โดยการสร้าง Virtual Desktop บนแพลทฟอร์มMicrosoft Azure ที่มีความปลอดภัย และให้ประสบการณ์การใช้งานเสมือนนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ เริ่มต้นที่ 999 บาท/Account/เดือน (ไม่รวมค่าติดตั้ง) ลงทะเบียนความสนใจได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563
  • VPN Link โซลูชั่นที่เปิดให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อเข้าสำนักงานจากภายนอกเพื่อรับส่งข้อมูล หรือใช้งานแอปพลิเคชันบนระบบภายในได้อย่างปลอดภัย เสมือนอยู่บนเครือข่ายส่วนตัว ด้วยราคาพิเศษ 2,400 บาท/เดือน ใช้ได้ 20 user และเพิ่มเพียง 100 บาท/เดือน สำหรับ user ที่ 21 ขึ้นไป สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563
  • Corporate Internet Bandwidth on Demand โซลูชั่นที่เปิดให้สามารถปรับสปีดการใช้งานอินเทอร์เน็ตองค์กร หรือเครือข่ายส่วนตัวขององค์กร (DDC MPLS) ได้ตามความต้องการ ในราคาพิเศษเฉพาะช่วงนี้ สำหรับ Bandwidth ที่เพิ่มขึ้น เพียง 30 บาท/Mbps/เดือน (ประหยัดถึง 60%) สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563

2. โซลูชันสำหรับตั้งสำนักงานสำรอง หรือสร้าง Home Office อย่างเร่งด่วน

สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีแผนจะใช้นโยบาย Work from Home แต่ที่บ้านหรือสถานที่ทำงานสำรองยังไม่พร้อมต่อการทำงาน ก็สามารถเลือกใช้โซลูชันต่อไปนี้ในการปรับปรุงบ้านหรือออฟฟิศสำรองให้พร้อมทำงานได้ทันที

  • Unified Communication (UC) โซลูชั่นที่ช่วยให้พนักงาน สามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ทั้งโทรศัพท์พื้นฐาน (Fixed) และโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยแอปพลิเคชันได้อย่างไร้รอยต่อ รองรับการรับสาย โอนสาย แชท แชร์ไฟล์ได้อย่างปลอดภัย ในค่าบริการพิเศษ 100 บาท/เบอร์/เดือน (ปกติ 240 บาท) โดยไม่คิดค่าโทรศัพท์ระหว่างกันในเบอร์กลุ่มของบริษัท รวมทั้งยังสามารถเพิ่มบริการพิเศษเสียงตอบรับอัตโนมัติ เพียง 100 บาท/เดือน/บริษัท ทำกลุ่มรับสาย Hunting Group เพียง 100 บาท/เดือน/กลุ่ม หรือฟีเจอร์ประชุมทางไกล Conference เพียง 2,500 บาท/เดือน/บริษัท สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563
  • 4G Wi-Fi Phone โซลูชันสำหรับสำนักงานขนาดเล็กที่ต้องการใช้งาน Internet และโทรศัพท์ตั้งโต๊ะ โดยติดตั้งอุปกรณ์เดียวเชื่อมต่อ 4G แบบไม่ต้องใช้สาย สามารถใช้โทรศัพท์ตั้งโต๊ะด้วยเบอร์สำนักงาน 1 เบอร์พร้อมค่าโทรฟรี 200 บาท/เดือน และใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ด้วยความเร็วสูงสุด 10 Mbps รองรับได้ถึง 10 อุปกรณ์ ในราคาพิเศษ 1,350 บาท/อุปกรณ์/เดือน สัญญาใช้บริการ 6 เดือน (จากปกติ 24 เดือน) สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563
  • Cisco Webex Room Kit Mini โซลูชันสำหรับสื่อสารด้วยระบบ Video Conference ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ประกอบด้วย Codec กล้อง ไมโครโฟน และลำโพงไว้ภายในอุปกรณ์เดียวกัน รองรับการแสดงผลได้ถึงระดับ 4K พร้อมโปรแกรม Conference Cisco Webex จำนวน 2 Licenses ติดตั้งฟรีในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องการใช้งานอุปกรณ์และโปรแกรม Cisco Webex ทั้งหมดในราคาชุดละ 139,900 บาท สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563
  • Conference Camera ชุดอุปกรณ์สำหรับการสื่อสารผ่านการประชุมทางไกล ด้วย Camera ที่มาพร้อม เว็บแคม ลำโพง และรีโมทสำหรับการประชุมกลุ่มย่อย 1-4 คน บริการจัดส่งฟรี ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเพื่อการติดตั้งร่วมกับ Microsoft Office 365 Team ในราคาชุดละ 9,499 บาท สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563
  • Conference Room Set ชุดอุปกรณ์ประชุมทางไกลครบชุด พร้อม Microsoft Office 365 Team ประกอบด้วย Polycom Camera Set ที่รองรับ 4K และ digital zoom 5x พร้อม touch smart control พร้อมLicense Office 365 – Business Essential ที่มีบริการ Microsoft Teams แบบฟีเจอร์ครบ ทั้งการจัดการ calendar นัดหมายประชุม และ OneDrive 1 TB ต่อผู้ใช้ และ SharePoint 1 TB ต่อองค์กร รวมบริการติดตั้งให้พร้อมใช้งาน พร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องการใช้งานอุปกรณ์และ Microsoft Teams ในราคาเริ่มต้นชุดละ 229,900 บาท สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563

3. โซลูชันสำหรับการสื่อสารและการทำงานของพนักงานจากที่บ้าน

ในกรณีที่บ้านของพนักงานหรือออฟฟิศสำรองนั้นยังขาดแคลน Internet ที่ดีพอสำหรับการทำงาน AIS Business ก็มีโซลูชัน 4G ที่จะทำให้สามารถเริ่มต้นทำงานได้อย่างรวดเร็ว และ AIS Fibre สำหรับกรณีที่ต้องการความเร็วในการเชื่อมต่อ Internet เป็นหลัก

  • แพ็กเกจ On-top สำหรับโทรศัพท์มือถือ เพิ่มเติมจากแพ็กปกติ เพื่อให้ใช้งาน Office 365 และ Zoom Video Conferencing บนมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา
    • Unlimited Work Anywhere ใช้งานเน็ตบน Microsoft Office 365 และแอป Zoom Video Conferencing ไม่อั้น เพียง 99 บาทต่อเดือน สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 และสามารถใช้งานแพ็กได้ต่อเนื่อง 3 เดือน นับจากวันที่สมัคร (ทั้งนี้ ค่าบริการของแพ็กเกจนี้ ไม่รวมค่าไลเซนส์ในการใช้งาน Office 365 และ Zoom Video Conferencing)
    • Unlimited Next G Max Speed 50 GB เพียง 499 บาท/เดือน รับเน็ตความเร็วสูง 50 GB ต่อเดือน เพื่อเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างอิสระ พร้อมใช้งาน Office 365 และแอป Zoom Video Conferencing ไม่อั้น สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 และสามารถใช้งานแพ็กได้ต่อเนื่อง 3 เดือน นับจากวันที่สมัคร (ทั้งนี้ ค่าบริการของแพ็กเกจนี้ ไม่รวมค่าไลเซนส์ในการใช้งาน Office 365 และ Zoom Video Conferencing)
  • 4G Fixed Wireless Access เพื่อให้บ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศความเร็วสูง ผ่านเครือข่าย 4G
    • 4G Home Broadband ราคาลดพิเศษ เหมาจ่ายครั้งเดียวเพียง 2,990 บาท/ปี (จากปกติ 4,990 บาท) รับสิทธิ์ใช้เน็ตไม่จำกัด ความเร็วสูงสุด 50 GB ในเดือนแรก และเน็ตต่อเนื่องไม่อั้นที่ความเร็ว 4 Mbps นาน 1 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมใช้งาน Office 365 และแอป Zoom Video Conferencing ไม่อั้น นาน 3 เดือน สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 และสามารถใช้งานแพ็กได้ต่อเนื่อง นาน 1 ปี นับจากวันที่สมัคร (ทั้งนี้ ค่าบริการของแพ็กเกจนี้ ไม่รวมค่าไลเซนส์ในการใช้งาน Office 365 และ Zoom Video Conferencing)
  • AIS Fibre SpeedBOOST โปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน เอไอเอส ไฟเบอร์ ที่ใช้แพ็กเกจ 699 บาทขึ้นไป สามารถสมัครใช้แพ็กเสริม Speed Boost ในราคาเพียง 99 บาทต่อเดือน เพื่อเพิ่มสปีดเป็น 1 Gbps / 200 Mbps พร้อมฟีเจอร์ Speed Toggle สลับความเร็วดาวน์โหลด/อัปโหลดได้ด้วยตัวเอง ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ แพ็กเกจต่ำกว่า 699 บาท สมัครแพ็กเสริม Speed Boost 59 บาทต่อเดือน เพิ่มสปีดเป็น 300 Mbps / 300 Mbps สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 และสามารถใช้งานแพ็กได้ต่อเนื่อง นาน 1 ปี นับจากวันที่สมัคร
  • Office Anywhere ชุดแอปพลิเคชันพื้นฐานสำหรับการทำงานนอกสถานที่ของพนักงาน ตั้งแต่บันทึกเวลาและสถานที่เข้างาน (ตำแหน่ง GPS บนแผนที่) ยื่นขอลาป่วย, ลาพักร้อนให้หัวหน้างานอนุมัติ ทำ MEMO ออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเข้าบริษัท และยืม/จอง อุปกรณ์สำนักงานกลับบ้านในช่วง Working from Home สมัครภายในวันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 รับส่วนลดทันที 50% ระยะเวลา 3 เดือนนับจากวันที่สมัคร

4. โซลูชันสำหรับการโทรต่างประเทศ

โดยส่วนมากแล้วหลายธุรกิจที่ต้องมีการโทรศัพท์ติดต่อสื่อสารไปยังต่างประเทศมักมีการซื้อแพ็คเกจการโทรต่างประเทศในราคาประหยัดติดออฟฟิศเอาไว้ AIS Business จัดโซลูชันนี้มาเพื่อให้การโทรไปต่างประเทศในราคาประหยัดนี้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ตอบรับต่อการทำงานจากที่บ้านอย่างเต็มที่

  • IDD Packages เพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร สำหรับพนักงานที่ต้องโทรติดต่อหมายเลขปลายทางต่างประเทศ โดยเลือกกด Prefix 003 เพื่อคุณภาพเสียงชัดและประหยัดกว่า ในแพ็กเกจราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 99 บาท/เดือน โทรไปต่างประเทศได้ 60 นาที หรือ กด Prefix + เพื่อคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมสำหรับลูกค้าองค์กร ในแพ็กเกจราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 199 บาท/เดือน โทรไปต่างประเทศได้ 40 นาที ประหยัดได้ถึง 87% เริ่มสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. – 30 มิถุนายน 2563

5. ใช้ฟรี Office 365 – E1 นาน 6 เดือน

สำหรับธุรกิจองค์กรที่ยังไม่มี License ของ Microsoft Office 365 เอาไว้ใช้งาน ทาง AIS ได้จับมือกับ Microsoft เพื่อให้ทุกธุรกิจใดๆ ก็ตามสามารถใช้งาน Office 365 – E1 ได้ฟรีนานถึง 6 เดือนสำหรับทุกธุรกิจที่มีการจดทะเบียนในนามนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของ AIS มาก่อนหรือไม่ก็ตาม พร้อมมีทีมงานช่วยติดตั้ง Microsoft Teams เพื่อให้ทำงานได้จากที่บ้านอย่างสะดวกทันที

สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลและสมัครใช้บริการต่างๆ กับทาง AIS Business ได้ทันที

สำหรับธุรกิจองค์กรที่สนใจสมัครใช้บริการ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ AIS Business ที่ดูแลองค์กรของท่าน หรือศึกษารายละเอียดของบริการต่างๆ และสมัครหรือแจ้งความต้องการผ่านเว็บ ได้ที่ https://business.ais.co.th/workingfromhome

from:https://www.techtalkthai.com/ais-enterprise-work-from-home-solution-and-promotion/

Juniper Networks ออกบริการใหม่สำหรับทำ Location Analytics

หลังจากเข้าซื้อกิจการ Mist Systems ผู้ให้บริการด้าน Cloud-managed Wireless วันนี้ Juniper เองได้เริ่มทยอยเปิดตัวโซลูชันใหม่ๆ ออกสู่ตลาด โดยวันนี้เองก็มีโซลูชันใหม่อย่าง Mist Premium Analytics ออกมา

Mist Premium Analytics เป็นบริการใหม่ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพภายในเครือข่าย ตั้งแต่ประสิทธิภาพของ WAN จากสาขา หรือรูปแบบการใช้งาน WLAN ทั้งนี้ยังสามารถ Customize Report ได้ตามความต้องการ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะตอบโจทย์ทั้งในด้านของ IT ให้เข้าใจปัญหา ส่วน Business ก็สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดทางการตลาดได้ อย่างไรก็ตาม Premium Analytics จะสามารถวิเคราะห์และทำรายงานของข้อมูลย้อนหลังได้ 1 ปีและแสดงผลผ่านทาง Dashboard

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/juniper-rolls-out-new-mist-service-for-network-location-analytics/

from:https://www.techtalkthai.com/juniper-launches-mist-premium-analytics/

Netflix ลดคุณภาพวิดีโอเหลือ SD ในยุโรป เปิดทางให้การทำงานนอกสถานที่และเรียนออนไลน์

Netflix ประกาศลดคุณภาพวิดีโอสตรีมมิ่ง จาก HD ไปสู่ SD ในภูมิภาคยุโรปเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่ดลดปริมาณการบริโภคทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการที่ผู้คนอยู่บ้านมากขึ้น เปิดทางให้การทำงานจากภายนอกสถานที่ การเรียนและสื่อบันเทิงออนไลน์ต่างๆ มีพื้นที่ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น

หลังจากที่หลายประเทศในแถบยุโรปประกาศปิดประเทศ บังคับใช้เคอร์ฟิว และขอความร่วมมือให้ประชาชนแยกตัวห่างทางสังคม (Social Isolation) ในช่วงที่เชื้อ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก ทำให้คณะกรรมการสหภาพยุโรปเป็นกังวลว่า ประชาชนที่อยู่แต่ในบ้านจะดูวิดีโอสตรีมมิ่งมากขึ้น จนทำให้เกิดการบริโภคแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตมหาศาล Thierry Breton คณะกรรมการจากรมการค้าภายในจึงตัดสินใจเรียกตัวผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเพื่อขอความร่วมมือในการปรับลดคุณภาพของวิดีโอลงจาก HD ไปสู่ SD แทน เพื่อลดแบนด์วิดท์ที่จำเป็นต้องใช้งาน

ด้วยเหตุนี้ Netflix จึงตัดสินใจลดปริมาณ Bit Rate ของวิดีโอสตรีมมิ่งในภูมิภาคยุโรปเป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลลดปริมาณทราฟฟิกของ Netflix บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตลงได้ราว 25%

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/technology/netflix-reduces-video-quality-in-europe-by-25-percent-to-lower-load/

from:https://www.techtalkthai.com/netflix-reduces-quality-of-video-streaming-from-hd-to-sd/

Aruba Webinar : หมดปัญหาปวดหัวในการดูแลสาขา ด้วยโซลูชัน Aruba SD-Branch

HPE Aruba และ G-Able ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, IT Admin และทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “หมดปัญหาปวดหัวในการดูแลสาขา ด้วยโซลูชัน Aruba SD-Branch” ที่จะช่วยให้การขยายสาขาเป็นเรื่องง่ายๆ ที่สามารถทำได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว ในวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2020 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: หมดปัญหาปวดหัวในการดูแลสาขา ด้วยโซลูชันAruba SD-Branch

ผู้บรรยาย: คุณคุณสุรชัย ชัยยารังกิจรัตน์, System Engineer Manager, HPE Aruba และทีมงานจาก G-Able Co., Ltd.

วันเวลา: วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2020 เวลา 10.00 – 11.00 น.

ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference

จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน

ภาษา: ไทย

ก้าวไปอีกขั้นที่เหนือกว่า SD-WAN ทั่วไปกับโซลูชั่น Aruba SD Branch ที่หลายองค์กร อยากขยายศักยภาพการบริการ หรือให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ง่ายด้วยการเพิ่ม สาขา หรือ สำนักงานย่อยๆ เรามีระบบจัดการเครือข่าย สาขาที่ สะดวก ประหยัด และ ปลอดภัย

Aruba SD-Branch เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขา ส่งมอบประสบการณ์การใช้งานเคือยข่ายในสาขาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถขยายการให้บริการเครือข่ายออกไปอย่างสะดวกรวดเร็ว และมีการเชื่อมต่อแบบบูรณาการ พร้อมทั้งมีความปลอดภัยที่ดีที่สุดเหนือคู่แข่ง ทำให้องค์กรธุรกิจค้าปลีก โรงแรม และโรงพยาบาล สามารถบริหารจัดการ SD-WAN, WLAN, LAN และกำหนดให้ใช้ policy เดียวกันได้ ผ่านเครือข่าย cloud ไปยังพันกว่าสาขา

มาทำความรู้จัก Aruba SD-Branch ด้วยกัน โดยการเข้าร่วมรับฟัง Webinar ซึ่งนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน HPE Aruba และ G-Able ที่พร้อมจะตอบทุกคำถามและข้อสงสัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! ที่ https://arubanetworks.zoom.us/webinar/register/WN_FX19OvIYTmSCQdK2Do1PCg โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-webinar-no-more-branch-management-problem-with-sd-branch/