คลังเก็บป้ายกำกับ: NETWORK_MANAGEMENT

Arista Networks เพิ่มความสามารถใหม่ให้แพลตฟอร์ม CloudVision

Arista Networks ได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้แก่แพลตฟอร์ม CloudVision เพื่อยกระดับการบริหารจัดการ Workload ได้อย่างอัตโนมัติและง่ายมากขึ้น

Credit: ShutterStock.com

แพลตฟอร์ม CloudVision มีความสามารถที่ช่วยให้เรื่อง Visibility ของ Wire และ Wireless, Orchestration, Provisioning, Telemetry และ Analytics ข้อมูลจาก Data center, Campus และ IoT บน Edge ทั้งนี้ยังสามารถรับข้อมูลจากพาร์ทเนอร์อย่าง VMware และ Microsoft ได้

ประการแรกของการอัปเดตในครั้งนี้คือสิ่ง Arista เรียกว่า ‘CloudVision 2021‘ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นเครือข่ายส่วนที่หนาแน่นและช่วยหาต้นตอของปัญหา โดยมีฟีเจอร์หลักๆ คือ

  • Quality of Experience (QoE) Dashboard – หน้าจอ Dashboard ที่รองรับ QoE ของแอปพลิเคชันได้กว่า 25 แอปเช่น Office365, Google Workspace, Workday, Salesforce และแอประดับองค์กรอื่นๆ รวมถึงพวกโซลูชัน Collaboration อย่าง Zoom และ Microsoft Teams
  • Performance Dashboard – เป็นหน้าจอมอนิเตอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นถึงต้นตอของปัญหาเพราะแสดงข้อมูลเช่น แอปพลิเคชัน สัญญาความถี่คลื่นวิทยุที่ถูกรบกวนกัน รวมถึงสามารถวิเคราะห์ปัญหาฝั่งผู้ใช้ปลายทางได้อย่าง DNS และ DHCP ซึ่งระบบสามารถแนะนำการแก้ปัญหาที่ควรทำได้
  • CloudVision Radio Frequency (RF) Explorer – ผู้ใช้งานสามารถติดตาม จัดการ และแก้ไขปัญหาได้ทันที รวมถึงแสดงปัญหาในอดีตที่เกี่ยวข้องกับสัญญาณวิทยุ

ประการที่สองคือ CloudVision Studios ที่มี Build-in Workflows สำหรับงานที่มักต้องทำอยู่บ่อยๆเช่น การเพิ่ม Capacity ของเครือข่าย หรืองาน Helpdesk ทั่วไป ทั้งนี้ CloudVision Studios จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถ Customize การทำงานให้ตรงใจได้มากขึ้น ไม่ถูกจำกัดด้วยหน้า Wizard แบบเดิมๆ

ที่มา : https://www.networkworld.com/article/3614350/arista-adds-cloud-automation-features.html

from:https://www.techtalkthai.com/arista-networks-updates-new-features-for-its-cloudvision-platform/

Facebook เผย 2 โปรเจ็ควางสายเคเบิ้ลใต้น้ำข้ามหาสมุทรแปซิฟิคตรงสู่อเมริกา

Facebook ได้ประกาศแผนวางสายเคเบิ้ลเพื่อสร้างท่ออินเทอร์เน็ตข้ามมหาสมุทรแปซิฟิคเชื่อมสิงค์โปร์ตรงสู่อเมริกาจำนวน 2 เส้น โดยชื่อโครงการคือ Echo และ Bifrost

Echo เป็นแผนความร่วมมือระหว่าง Facebook, Google และผู้ให้บริการโทรคมนาคมจากอินโดนีเซียที่ชื่อ XL Axiata โดยเชื่อมต่อระหว่างยูเรก้าในแคลิฟอเนียและเกาะกวม ไปยังสิงค์โปร์และอินโดนีเซีย โดยคาดว่าโปรเจ็คนี้จะแล้วเสร็จในปี 2023 ในส่วนของ Bifrost เป็นความร่วมมือของ Facebook และผู้ให้บริการโทรคมนาคมจากอินโดนีเซียอีกรายที่ชื่อ Telkom และ Keppel Corporation จากสิงค์โปร์ ซึ่งจะแล้วเสร็จตามมาในปี 2024

ทั้งนี้คาดว่าเคเบิ้ลใต้น้ำใหม่นี้จะสามารถช่วยรับทราฟฟิคได้กว่า 70% โดยก่อนหน้านี้ยักษ์ใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ตทั้ง Facebook และ Google ได้แสดงความสนใจสร้าง Know-how ในเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อมาแล้วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลที่ดีขึ้นเช่น Facebook ได้ศึกษาเกี่ยวกับการนำอะลูมินัมมาใช้แทนทองแดง ส่วน Google พัฒนาเทคนิคด้านเครือข่ายที่ในการบีบิัดข้อมูลผ่านสายอินเทอร์เน็ตเคเบิ้ล

ที่มา : https://siliconangle.com/2021/03/29/facebook-details-plans-two-new-undersea-internet-cables/

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-annouces-2-undersea-internet-cable-projects-echo-and-bifrost/

เชิญร่วมงานสัมมนา Juniper Global Summit: Experience-First Networking

Juniper Networks ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัตงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Juniper Global Summit ซึ่งจัดในธีม “Experience-First Networking” โดยผู้เชี่ยวชาญและกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการที่จะมาเปิดมุมมองด้านเครือข่ายแห่งอนาคต ในวันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2021 เวลา 10:30 น. เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

ธีมงาน: Experience-First Networking
วัน: วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2021
เวลา: 10:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ช่องทางการบรรยาย: Online Webinar
ลิงค์ลงทะเบียน: https://summit.juniper.net/global

ภายในงานสัมมนานี้ ท่านจะได้พบกับเหล่าผู้บริหารจาก Juniper Networks นำทีมโดย Rami Rahim CEO จาก Juniper Networks และแขกรับเชิญพิเศษอย่าง Mike Toussaint, Senior Director and Analyst จาก Gartner และ Ray Mota, CEO and Principal Analyst จาก ACG Research ที่จะมาแนะนำเทคโนโลยีด้านเครือข่ายแห่งอนาคตอย่าง “Experience-First Networking” ว่าจะเข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์ของทั้งผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นได้อย่างไร

นอกจากนี้ ท่านจะได้พบกับหัวข้อเสวนาเพื่อเปิดมุมมองด้านเครือข่ายแห่งอนาคตโดยกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการ ไม่ว่าจะเป็น Dave Cheriton, Bob Friday, Kireeti Kompella และ Andy Ory ที่จะมาแชร์การประเมินผลกระทบของ AI, Application-centricity บนโลกมัลติคลาวด์, Self-Driving Network™ และความจําเป็นในการมอบ User Expereince อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่ผู้ใช้ในอีกไม่กี่ปีถัดจากนี้

ไฮไลท์เซสชันที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่

  • AI-Driven Enterprise บนระบบคลาวด์สำหรับธุรกิจองค์กร
  • กลยุทธ์ด้าน Connected Security สำหรับการสร้างเครือข่ายที่สามารถรับรู้ถึงภัยคุกคาม
  • Cloud-ready Data Center สำหรับระบบแบบส่วนตัวและสาธารณะ
  • Automated WAN ที่ตอบโจทย์เรื่องการขยายและความคล่องตัวของระบบคลาวด์

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://summit.juniper.net/global

from:https://www.techtalkthai.com/juniper-global-summit-2021-experience-first-networking/

AIOps คืออะไร? และ Aruba AIOps จะเข้ามาช่วยให้ระบบเครือข่ายขององค์กรดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง?

สำหรับเหล่าผู้ดูแลระบบ IT เทรนด์ของ AIOps นั้นถือเป็นเทรนด์มาแรงประจำปี 2021 ในฐานะของเทคโนโลยีที่จะนำ AI เข้ามาช่วยให้การทำงานของผู้ดูแลระบบนั้นง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ AIOps โดยทั่วไป และเจาะลึกกับ Aruba AIOps ที่จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ดูแลระบบเครือข่ายภายในองค์กรโดยเฉพาะกันครับ

AIOps คืออะไร?

AIOps ย่อมาจากคำว่า Artificial Intelligence for IT Operations โดย AIOps นั้นหมายถึงระบบที่นำเทคโนโลยี Big Data, Machine Learning และเทคโนโลยีด้าน Data Analytics อื่นๆ มาใช้เพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานของฝ่าย IT ให้ดีขึ้นทั้งในทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบการทำงาน, การปรับการทำงานให้เป็นแบบอัตโนมัติ ไปจนถึงการช่วยผู้ใช้งานในการแก้ไขปัญหา ซึ่ง AIOps นั้นจะช่วยเปลี่ยนการดูแลรักษาระบบ IT จากเชิงรับอย่างในอดีตให้กลายเป็นเชิงรุกแทน และสามารถปรับการทำงานและการแสดงผลข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทของผู้ดูแลระบบที่แตกต่างกันไปแต่ละคนได้

ระบบ AIOps ที่ดีนั้นจะต้องสามารถรับข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูลมาประมวลผลรวมกัน โดยมีวิธีการรวบรวมข้อมูลและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์แสดงผลข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานและการจัดการปัญหาในรูปแบบที่แตกต่างได้

Gartner เป็นรายแรกๆ ที่ได้ให้นิยามกลางแก่ AIOps เอาไว้ดังข้างต้นนี้ โดยเมื่อธุรกิจผู้พัฒนาเทคโนโลยีรายต่างๆ ได้มีการนำแนวคิดดังกล่าวเข้าไปผสานกับแนวทางในการใช้ AI ภายในระบบของตนเอง ก็ทำให้เริ่มเกิดความแตกต่างในภาพของ AIOps ในผู้ผลิตแต่ละรายอย่างชัดเจน

ปัจจุบันเทคโนโลยี AIOps นั้นเริ่มถูกพัฒนาขึ้นมาและมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น AIOps สำหรับการช่วยดูแลรักษาระบบงานต่างๆ ภายใน Data Center หรือบน Cloud, ระบบ AIOps สำหรับช่วยเหลือดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กร, ระบบ AIOps สำหรับดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในอุปกรณ์ Endpoint, ระบบ AIOps สำหรับงาน DevOps และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเทคโนโลยี AIOps ของผู้ผลิตแต่ละรายนั้นก็จะมีข้อจำกัดด้านแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผลที่แตกต่างกัน และมีผลลัพธ์ในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงยังอาจมีข้อจำกัดด้านการทำงานร่วมกันสำหรับระบบจากหลายผู้ผลิตอยู่ แต่ในอนาคตแนวโน้มของปัญหาเหล่านี้ก็จะค่อยๆ บรรเทาลงไปตามการพัฒนาของเทคโนโลยีและวงการ

ประโยชน์ของ AIOps

AIOps มีประโยชน์ในการใช้งานจริงหลากหลายประการ ดังนี้

  • สามารถช่วยตรวจสอบการทำงานและความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบ IT ได้ตลอด 24×7
  • สามารถทำการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบถึงปัญหาต่างๆ โดยมีข้อมูลแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้นๆ หรือวิเคราะห์ถึงต้นเหตุของปัญหาแล้วนำข้อมูลมานำเสนอได้ทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
  • สำหรับบางกรณี ระบบ AIOps อาจช่วยแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาปัญหาเหล่านั้นให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ภาพรวมของระบบยังคงทำงานต่อไปได้อย่างไม่สะดุดติดขัด และสามารถทำการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้หายขาดในภายหลังได้
  • สามารถตรวจพบปัญหาที่ผู้ดูแลระบบอาจไม่สามารถตรวจพบด้วยตนเองได้ เช่น ปัญหาเชิงประสิทธิภาพของระบบที่ตรวจจับได้ยาก หรือปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับอุปกรณ์ที่ผู้ดูแลระบบอาจสอดส่องไม่ถึง หรือปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยที่มีความซับซ้อนสูง เป็นต้น
  • บางระบบอาจสามารถวิเคราะห์ทำนายแนวโน้มการเกิดปัญหาในอนาคตได้ ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการกับประเด็นเหล่านั้นก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ ได้
  • บางระบบอาจสามารถผสานข้อมูลที่หลากหลายเพื่อทำการตรวจสอบถึงระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานระบบ IT ได้ ทำให้ผู้ดูแลระบบมี KPI ใหม่ในการดูแลรักษาระบบให้มีคุณภาพมากขึ้นในเชิงความพึงพอใจของผู้ใช้งาน แทนที่จะยึดติดกับตัวเลขที่กำหนดขึ้นมาเองอย่างในอดีต

ทั้งนี้ระบบ AIOps สำหรับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไปก็อาจมีคุณประโยชน์นอกเหนือจากที่ระบุมาดังข้างต้นได้

Aruba AIOps: ผสานข้อมูลระบบเครือข่ายเข้ากับเทคโนโลยี AI และ Cloud เปลี่ยนระบบเครือข่ายสู่การดูแลรักษาแบบอัตโนมัติอย่างเต็มตัว

HPE Aruba ในฐานะของผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบเครือข่ายสำหรับธุรกิจองค์กร ได้ทำการพัฒนาโซลูชัน Aruba AIOps ขึ้นมา โดย Aruba AIOps นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Aruba Central ระบบบริหารจัดการเครือข่ายของ Aruba บน Cloud นั่นเอง ซึ่งภายในโซลูชันของ Aruba AIOps จะมีเครื่องมือที่เกี่ยวข้องได้แก่ AI Insights, User-Centric Analytics และ Automated Device Profiling and Insight

AI Insights คือระบบที่จะช่วยทำการตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลของระบบเครือข่ายโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเครือข่าย, การจัดการ RF, การทำ Roaming ไปจนถึงภาพรวมของการใช้ Wireless LAN, LAN และ SD-WAN ทั้งหมด เพื่อนำมาแสดงผลและแจ้งเตือนถึงปัญหาที่ตรวจพบ โดยมีเครื่องมือย่อย เช่น

  • AI Search ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยการใช้ภาษาทั่วไปได้ทันที โดยระบบจะใช้ NLP ในการแปลงความหมายและค้นหาผลลัพธ์ที่ต้องการให้
  • AI Assist เมื่อระบบตรวจพบว่าเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น ระบบจะทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องและวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาให้โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และมีข้อมูลเพื่อให้ผู้ดูแลระบบส่งให้ Aruba TAC เพื่อทำการสนับสนุนแก้ไขปัญหาต่อไปหากปัญหามีความซับซ้อนสูง
  • Impact Analytics Report ระบบ AI จะทำการให้คำแนะนำในการปรับปรุงระบบเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และทำการจำลองผลลัพธ์การปรับปรุงเครือข่าย เพื่อเปรียบเทียบให้ผู้ดูแลระบบเห็นถึงข้อดีของคำแนะนำเหล่านั้นก่อนตัดสินใจปรับเปลี่ยนการตั้งค่าของระบบตามคำแนะนำ

User-Centric Analytics คือระบบที่ใช้วิเคราะห์ประสบการณ์การเชื่อมต่อใช้งานเครือข่ายของผู้ใช้งานและอุปกรณ์ IoT โดยเครื่องมือดังกล่าวนี้คือส่วนหนึ่งของโซลูชัน Aruba User Experience Insight (UXI) ที่มีความสามารถดังนี้

  • Device Connectivity Performance Insight รวบรวมข้อมูลและแสดงผลทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่าย ตั้งแต่การยืนยันตัวตน, การรับ DHCP, การเชื่อมต่อ DNS และอื่นๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
  • End-to-End App Responsiveness Insight ทำการจำลองการเชื่อมต่อใช้งาน Application ทั้งในองค์กรและบน Cloud ผ่านระบบเครือข่ายภายในองค์กรแบบเดียวกับที่ผู้ใช้งานทั่วไปใช้ เพื่อให้ทราบถึงปัญหาทั้งในเชิงการเชื่อมต่อใช้งานและเชิงประสิทธิภาพได้ทันที

Automated Device Profiling and Insight คือระบบสำหรับใช้ตวรจสอบค้นหาอุปกรณ์ IoT ที่ทำการเชื่อมต่อเข้ามายังระบบเครือข่าย และทำการปกป้องอุปกรณ์เหล่านั้นโดยอัตโนมัติ โดยเครื่องมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน Aruba ClearPass Device Insight ที่ใช้ Machine Learning ร่วมกับวิธีการระบุประเภทอุปกรณ์ที่หลากหลายในการทำงาน พร้อมความสามารถดังนี้

  • Full-Spectrum Visibility ตรวจสอบทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างทั่วถึงโดยอัตโนมัติ แม้เป็นอุปกรณ์หรือส่วนของเครือข่ายที่ผู้ดูแลระบบไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนมาก่อน
  • Crowdsourcing นำข้อมูลจากระบบเครือข่ายอื่นๆ ที่ใช้ Aruba มาช่วยจำแนกประเภทของอุปกรณ์ IoT ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วแม่นยำมากยิ่งขึ้น
  • Role-based Access Control กำหนดสิทธิ์ในการเชื่อมต่อเครือข่ายและปกป้องอุปกรณ์ IoT ที่ตรวจพบได้ทันทีโดยอัตโนมัติ พร้อมเปิดสิทธิ์เฉพาะเท่าที่จำเป็นต้องใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการที่อุปกรณ์เหล่านั้นจะถูกโจมตี

Aruba AIOps ช่วยผู้ดูแลระบบ IT และ Network Engineer ได้อย่างไรบ้าง?

การใช้งาน Aruba AIOps สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ให้แก่ผู้ดูแลระบบเครือข่ายได้

  • สามารถวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่าย และช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการวิเคราะห์ทุกข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในระบบเครือข่าย และนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกิดบนระบบ Wireless LAN, LAN หรือ SD-WAN ก็ตาม
  • สามารถทำนายแนวโน้มของการเปิดปัญหาล่วงหน้าได้ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายทำการแก้ไขประเด็นดังกล่าวก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ เช่น การทำงานที่ผิดปกติของอุปกรณ์บางส่วน หรือการตั้งค่าระบบเครือข่ายที่ไม่เหมาะสมจนเริ่มเกิดเป็นปัญหา หรือการแจ้งเตือนเหตุการณ์ผิดปกติบางประการที่ถึงแม้จะยังไม่ส่งผลต่อผู้ใช้งาน แต่ผู้ดูแลระบบก็ควรให้ความสำคัญ
  • สามารถทำการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของระบบเครือข่ายได้ด้วยตนเองโดยอัตโนมัติอยู่ตลอดเวลา ทำให้ระบบเครือข่ายนั้นมีการปรับแต่งการตั้งค่าการทำงานของตนเองให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานจริงอยู่ตลอด จากข้อมูลที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่ายและข้อมูลจากระบบเครือข่ายอื่นๆ ของธุรกิจองค์กรที่มีความคล้ายคลึงกัน

ด้วยความสามารถเหล่านี้ ทำให้ไม่ว่าระบบเครือข่ายจะมีขนาดใหญ่หรือมีความซับซ้อนมากน้อยเพียงใด Aruba AIOps ก็สามารถช่วยให้งานของผู้ดูแลระบบเครือข่ายง่ายดายยิ่งขึ้นได้ อีกทั้ง Aruba AIOps เองก็ยังจะกลายเป็นกำลังสำคัญในอนาคตสำหรับการดูแลรักษาระบบ Edge Networking ต่อไปอีกด้วย

กรณีศึกษา: ธุรกิจค้าปลีกสามารถลดปริมาณ Traffic เครือข่ายที่ไม่จำเป็นกว่า 98% ได้ด้วย Aruba AIOps

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจของการใช้งาน Aruba AIOps จริงในภาคธุรกิจนั้น ก็คือธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่มีสาขาทั่วประเทศในประเทศแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยประสบปัญหาว่าระบบ Wi-Fi นั้นไม่สามารถให้บริการพนักงานและลูกค้าในร้านต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพมาก่อนเลย

เมื่อห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ได้เริ่มใช้งาน Aruba AIOps ระบบ AI ของ Aruba ก็ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่าย และพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่อุปกรณ์ของลูกค้าที่เดินไปมาในพื้นที่ต่างๆ ของห้างนั้น พยายามทำการเชื่อมต่อกับระบบ Wi-Fi ใน Access Point ที่ใกล้เคียงอยู่อย่างต่อเนื่องโดยที่เจ้าของอุปกรณ์นั้นๆ ไม่เจตนา ทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลเพื่อทำการร้องขอเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่ตลอดเวลาในทุกส่วนของระบบเครือข่ายแม้ผู้ใช้งานจะไม่ได้ต้องการใช้งานจริงๆ

Aruba AIOps ได้ทำการแนะนำให้ปรับแต่งการตั้งค่าของระบบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเมื่อห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ได้ปรับแต่งการตั้งค่าตามที่ระบบแนะนำแล้ว ก็พบว่า Traffic ในระบบเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากผู้ใช้งานที่ไม่ได้ต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายนี้หายไปกว่า 98% และทำให้ระบบเครือข่ายกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายโดยพนักงานในร้านค้าต่างๆ และลูกค้าที่ต้องการใช้งานจริงๆ ได้เป็นอย่างดี และทำให้ระบบเครือข่ายโดยรวมสามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 25%

ไม่เพียงแต่ Aruba AIOps จะช่วยให้ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีระบบเครือข่ายที่มีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ Aruba AIOps ยังได้นำองค์ความรู้เดียวกันนี้ไปช่วยปรับปรุงแก้ไขปัญหาให้กับระบบเครือข่ายอื่นๆ ทั่วโลกที่ใช้งาน Aruba AIOps อยู่และประสบกับปัญหาในลักษณะเดียวกันอีกด้วย

สนใจโซลูชัน HPE Aruba ติดต่อ IT Green ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆ ของ HPE Aruba สามารถติดต่อทีมงาน IT Greenได้ทันที

บริษัท ไอทีกรีน จำกัด (มหาชน) หรือ IT Green
email : itghpe@itgreen.co.th
contact : คุณสมเกียรติ / คุณบังอร
tel : 094-540-1388 / 082-4844306
line id : @itgreen

from:https://www.techtalkthai.com/whati-is-aiops-and-introduce-to-aruba-aiops-by-it-green/

Palo Alto Networks เพิ่มความสามารถ AIOps ใหม่ใน Prisma SD-WAN 5.5

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถใหม่ 3 รายการให้แก่ผลิตภัณฑ์ Prisma SD-WAN เวอร์ชัน 5.5

บริษัทเชื่อว่าในอนาคต AIOps จะเข้ามาช่วยทีม IT เพื่อปฏิวัติการทำงานให้เป็นไปได้อย่างอัตโนมัติและง่ายขึ้นเช่น Anomaly Detection, Event Correlation และ Root Cause Analysis ซึ่งเพื่อตอบโจทย์นั้นวันนี้ทาง Palo Alto Networks ได้พัฒนาความสามารถใหม่ 3 รายการดังนี้

1.) Event Correlation and Analysis With Policy Control

ความสามารถใหม่คือผู้ใช้งานสามารถสร้าง Policy เพื่อควบคุมกลไกของ Event Correlation โดยประโยชน์คือในกรณีของการปิดระบบเพื่อซ่อมบำรุงบางอย่างก็สามารถทำ Policy เพื่อละเว้นการแจ้งเตือนไปได้ ทั้งนี้ฟังก์ชัน Event Correlation ออกมาตั้งแต่ปีก่อนโดยเริ่มต้นเพื่อช่วยลดการแจ้งเตือนในเหตุการเดียวกันให้น้อยลง

credit : Palo Alto Networks

2.) Improved Dashboard Views

เพิ่มให้สามารถดูเรื่อง Circuit Analytics และสถานะอินเทอร์เฟสของอุปกรณ์ได้ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถวางแผนเรื่อง Capacity และแก้ไขปัญหาได้

credit : Palo Alto Networks

3.) Telemetry Exporting to Third-party Collectors

ผู้ใช้งานสามารถ Export ข้อมูล Telemetry ของอุปกรณ์ส่งต่อไปยังภายนอกได้เช่น สถานะของแอปพลิเคชันและเครือข่ายเพื่อนำไปจัดทำรายงานได้ลึกมากยิ่งขึ้น

credit : Palo Alto Networks

ที่มา : https://blog.paloaltonetworks.com/2021/03/prisma-sd-wan-aiops/

from:https://www.techtalkthai.com/palo-alto-networks-improves-aiops-features-in-prisma-sd-wan-5-5/

Google Cloud ออก ‘Network Connectivity Center’ จัดการการเชื่อมต่ออย่างยืดหยุ่น

Google Cloud ได้ประกาศเครื่องมือสำหรับใช้บริหารจัดการการเชื่อมต่อระหว่าง Cloud ของตนกับการใช้งานขององค์กรที่ชื่อว่า ‘Network Connectivity Center’ ในวาระเดียวกันนี้ยังมีการยกระดับความสามารถของ Cisco SD-WAN Cloud Hub with Google Cloud ด้วย

เครดิต : Zdnet

Network Connectivity Center

แนวคิดของ Network Connectivity Center คือความพยามช่วยให้องค์กรสามารถจัดการการเชื่อมต่อได้อย่างเป็นสัดส่วน จึงช่วยให้ง่ายต่อการบริหารจัดการทั้ง On-premise, Branch หรือดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ต้ิงการวิ่งเข้ามาใช้งาน Google Cloud 

Cisco SD-WAN Cloud Hub with Google Cloud

Cisco และ Google มีความร่วมมือกันในส่วนของโซลูชัน SD-WAN อยู่แล้ว อย่างไรก็ดีการเปิดตัวของ  Network Connectivity Center จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถบูรณาการโซลูชันของทั้งสองได้ดีขึ้นเช่น Service Directory บน Google Cloud และ SD-WAN Policy รวมถึงผู้ใช้งาน vManage สามารถเลือกได้ว่าจะวิ่งผ่าน Google Infrastructure (Site-to-Cloud) หรือใช้โครงข่ายอื่นๆ (Site-to-Site) เป็นต้น 

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/google-announces-new-network-connectivity-center/ และ https://www.networkworld.com/article/3612187/google-and-cisco-extend-sd-wan-cloud-network-management-integration.html

from:https://www.techtalkthai.com/google-cloud-debuts-network-connectivity-center/

[Guest Post] AIOps คืออะไร สำคัญอย่างไรกับ IT Operations และธุรกิจของคุณ – ตอนที่ 3 Netka AIOps Use Cases

Netka AIOps เป็นตอนพิเศษที่ต่อจาก 2 ตอนที่แล้ว ซึ่งจะอธิบายและยกตัวอย่าง use case จริง ของการนำเทคโนโลยี AIOps มาใช้กับ การปฏิบัติการด้าน IT เพื่อทำให้การปฏิบัติการด้าน IT มีประสิทธิภาพ ช่วยในการวิเคราะห์ปัญหา ช่วยหาสาเหตุ ลดระยะเวลาแก้ไขปัญหา และยังมีคลิปวีดีโอแสดงให้เห็นประโยชน์ของ IT service automation ที่ช่วยทำงานแทนเจ้าหน้าที่ทางด้านเทคนิคได้ทันทีหลังจากเกิด incident

Use Case ที่ 1 Anomaly Detection

Pain point ของผู้ดูแลระบบ IT ปัจจุบันคือการที่เราไม่สามารถตรวจจับหาสิ่งผิดปกติหรือสาเหตุได้ทันท่วงที เนื่องจากต้องเสียเวลากับการตรวจสอบข้อมูลจากอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ แอพพลิเคชั่น และระบบบริหารจัดการต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลมากมายมหาศาล เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องมานั่งวิเคราะห์ เชื่อมโยงหาความสัมพันธ์ เพื่อหาสิ่งผิดปกติและสาเหตุ ส่งผลให้ไม่สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อให้เกิดความเสียหายกับองค์กรและธุรกิจ

 ด้วย Netka AIOps Platform เราสามารถให้แพลตฟอร์มทำเรื่องต่างๆเหล่านี้แทนเราเพื่อหาสิ่งผิดปกติหรือสาเหตุได้ โดยอาศัยเทคโนโลยี Machine Learning ตัวอย่างรูปด้านล่างเป็นการหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบไอทีจากข้อมูล log และ metric มากมายหลายแสน record จากรูปเราจะพบว่าช่วงเวลาตามกรอบสีแดงมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจำนวน 3 metric กับ 1 log กล่าวคือ

  • มีอุปกรณ์ 1 ตัวที่ cpu utilization สูงแตะ 100% ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาอื่นไม่เคยแตะค่าดังกล่าว
  • มี 1 interface ที่ input traffic ตกลงกระทันหัน
  • มี 1 interface ที่ output traffic ตกลงกระทันหัน
  • มี log 1 ชนิดเกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งๆที่ช่วงเวลาอื่นไม่เคยเกิด

การที่แพลตฟอร์มสามารถหาข้อมูล 4 ตัวที่ผิดปกติจากข้อมูลหลายแสน record ทำให้เราสามารถทราบสาเหตุของปัญหาและความผิดปกติได้แบบ near real-time ส่งผลให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้นหลายเท่าจากที่ต้องเสียเวลาหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลมากมายมหาศาล ทั้งนี้แพลตฟอร์มสามารถตรวจหาความผิดปกติจาก log และ metric ได้ทุกประเภทข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น cpu utilization, memory utilization, disk usage, traffic utilization, error rate, discard rate, crc, rtt, packet loss, ค่า Quality of Experience, latency, อุณหภูมิ, ความชื้น, ค่าแรงดันไฟฟ้า, ค่ากระแสไฟฟ้า, ค่ากำลังไฟฟ้า, สถานะรีเลย์คอนแทค, สถานะปิดเปิดประตู และไม่ต้องมีการกำหนด threshold โดยแพลตฟอร์มใช้เทคโนโลยี Machine Learning เพื่อหาความเบี่ยงเบนของ log และ metric ต่างๆ ในช่วงเวลานั้นๆ และนำมาแสดงผลบนแกนเวลาเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เราทราบว่าอะไรผิดปกติในช่วงเวลาต่างๆได้อย่างง่ายๆและรวดเร็ว

         

Use Case ที่ 2 IT service automation

ความฝันของมนุษย์เราคือการที่เรามี AI ที่ชาญฉลาดที่สามารถช่วยทำงานแทนเราได้ Netka AIOps Platform สามารถทำ IT service แบบอัตโนมัติได้ โดยเฉพาะงานที่เกิดซ้ำ (recurring task) ทั้งนี้เพื่อลด incident ลด down time ลด error เพิ่ม SLA ซึ่งเรามีคลิปวีดีโอ 2 คลิปที่แสดงให้เห็นการทำ IT service automation

คลิปที่ 1 ด้านล่างเป็นตัวอย่างเรื่อง Disk เต็ม ซึ่งโดยปกติเมื่อทางผู้ดูแลระบบได้รับแจ้งเหตุแล้ว จะมีการตรวจสอบว่า เกิดจาก disk ตัวใดและ disk เต็มจริงหรือไม่ ซึ่งผู้ดูแลจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและใช้เวลาในการเคลียร์ที่ว่างใน disk เพื่อให้พร้อมใช้งานได้ต่อไป   Netka AIOps เป็นระบบที่สามารถทำการแก้ปัญหา disk เต็มบนเครื่อง server แบบอัตโนมัติหลังจากที่มีการเปิด ticket ที่มีคำว่า “disk full” ระบบจะทำการ remote ไปยัง CI ที่เป็น server และทำการลบไฟล์ใน recycle bin, temporary files, run disk cleanup ตลอดจนลบไฟล์ใน path ที่กำหนดเพิ่มเติมได้ และมีการแจ้งผลการทำงานให้ผู้เกี่ยวข้องทาง email หรือ Line application

 

คลิปที่ 2 ด้านล่างเป็นตัวอย่างการที่ระบบสามารถทำการแก้ปัญหาพอร์ตหรือ interface down ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีคนมาเปิด ticket โดยเราทำการจำลองปัญหาด้วยการสั่ง shutdown interface หนึ่งของอุปกรณ์ตัวหนึ่ง จากนั้นอุปกรณ์ก็ส่ง Syslog ไปยัง NetkaView Network Manager X (NNMX) โดยมี log “Interface xxx, changed state to down” เข้ามาแสดงหน้า Event View ของ NNMX จากนั้น NNMX ทำการติดต่อไปยัง NetkaQuartz Service Desk X (NSDX) เพื่อเปิด ticket พร้อมกับการระบุ CI ของอุปกรณ์ดังกล่าวใน ticket จากนั้น NSDX ก็ทำการ ssh ไปยังอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อทำการแก้ไขปัญหาด้วยคำสั่ง “no shutdown” ที่พอร์ตดังกล่าว ซึ่งพอร์ตสามารถกลับมาเป็น up ได้สำเร็จ โดยกระบวนการทั้งหมดเป็นการทำงานอัตโนมัติไม่มีคนมาเกี่ยวข้อง

 

บทสรุป

นอกจาก use case ที่นำมาอธิบายแล้ว โซลูชั่นของเรายังมีอีกหลายสิบ use case ที่เรามักเจอในงานด้าน IT ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ network, server หรือแอพพลิเคชั่น Netka AIOps, The Innovative IT Operation Management solution สามารถทำให้การปฏิบัติการทางด้าน IT ของท่านเป็นเรื่องง่ายและล้ำสุดๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบบยกกำลังให้กับการทำ digital transformation ในองค์กรของท่าน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIOps และ Netka -AIOps โปรดคลิ๊กที่ 

https://bit.ly/3bxj5Wk   หรือติดต่อที่ email: info@netkasystem.com  

ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/netkasystem และ http://line.me/ti/p/~@netkasystem  [Add Line และ คลิ๊ก Like ที่ FB รับของที่ระลึกทันที โดยแจ้งรหัสโปรโมชั่น #FindFreinds ได้ที่แอดมิน  ]

หรือติดต่อ Distributor ของเรา

  1. DataOne Asia (Thailand)  

โทร 02 686 3000

  1. NextWave (Thailand)
  2. ไหมแพร โทร 090 972 3842  

ผู้เขียน

คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุล  Founder & CEO  บริษัท เน็ตก้า ซิสเต็ม จำกัด  

from:https://www.techtalkthai.com/aiops-for-it-operations-chapter-3-netka-aiops-use-cases/

Fluke Networks Webinar : รวมคำตอบ กับปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายไฟเบอร์

TechTalkthai ขอเรียนเชิญผู้ปฏิบัติงานด้านเน็ตเวิร์ก เทเลคอม หรือไอทีทุกท่านที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสาย Fiber Optic เข้ามาร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “รวมคำตอบ กับปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายไฟเบอร์” โดย Fluke Networks เพื่อไขข้อข้องใจในปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับสาย Fiber โดยเฉพาะ ในวันอังคารที่ 16 มีนาคม 2564 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : รวมคำตอบ กับปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายไฟเบอร์

ผู้บรรยาย : ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Fluke Networks

วันเวลา : วันอังคารที่ 16 มีนาคม 2564 เวลา 14.00 – 15.30 น.

ภาษา : ไทย

สาย Fiber หรือใยแก้วนำแสงเป็นที่ใช้งานกันอย่างแพร่แล้วในปัจจุบัน เนื่องจากให้ประสิทธิภาพที่สามารถตอบสนองความรวดเร็วในการนำส่งข้อมูลในสมัยปัจจุบันได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้ปฏิบัติการด้านเครือข่ายและเทเลคอมต้องประสบปัญหาและข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานสาย Fiber จนมีเกิดคำถามในใจขึ้นมาว่า

  • สีของสาย Patch Cord แต่ละสีหมายหมายความว่าอย่างไร?
  • หัว Fiber Optic แบบต่างๆ
  • มาตรฐานที่ใช้ในการทดสอบ
  • ลิงก์มีการสูญเสียพลังงานมากขนาดไหน?
  • การคำนวณเกณฑ์การสูญเสียรวม (Loss Budget) ได้อย่างไร?
  • วิธีทำความสะอาดสายไฟเบอร์ที่ดีที่สุด
  • จะหาตำแหน่งที่มีการหักหรือโค้งงอบนสายไฟเบอร์ได้อย่างไร
  • มาตรฐานสำหรับการตรวจสอบหน้าสัมผัสของหัว Connector
  • การตั้งค่าอ้างอิงสำหรับการทดสอบค่าการสูญเสียของสายไฟเบอร์
  • การทดสอบด้วยเครื่อง Optical Loss Test Set
  • การทดสอบด้วยเครื่อง OTDR

มาไขข้อข้องใจกันได้ในงานสัมมนาครั้งนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Fluke Networks ทั้งนี้ภายในงานสัมมนาท่านยังสามารถร่วมลุ้นของรางวัลใหญ่คือ Garmin Venu SQ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าฟังได้ตามลิงก์ด้านล่าง

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_MFVetua3Rfu3G7fIJBtCNg โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/fluke-networks-webinar-solve-your-faq-about-fiber-optics/

ARUBA แจกฟรี E-BOOK วางระบบ IT เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ

Aruba แจกฟรี E-Book ภาษาไทยเรื่อง “วางระบบ IT เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ” ซึ่งได้สรุปถึงผลสำรวจแนวโน้มด้านการลงทุนนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านระบบ IT และระบบเครือข่ายหลังจากนี้ให้รองรับต่อการทำงานในรูปแบบใหม่, การเตรียมวางระบบ Edge Computing, การนำ AI มาใช้ในธุรกิจ และการเสริมความมั่นคงปลอดภัยด้วยแนวคิด Zero Trust โดยผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้เพื่อดาวน์โหลด E-Book ได้ทันทีที่ https://go.techtalkthai.com/2021/03/aruba-free-ebook-setting-up-it-for-success/

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-free-e-book-setting-up-success-it/

Allied Telesis Net.Campus Webinar: 3 คอร์สอบรมฟรีด้าน Network Visualization, Network Operations และ WLAN Troubleshooting

Allied Telesis เปิดคอร์สอบรมออนไลน์ Net.Campus Webinar 3 หลักสูตรทางด้าน Network Visualization, Network Operations และ WLAN Troubleshooting ในวันที่ 11, 16 และ 30 มีนาคมนี้ (เซสชันละ 1 ชั่วโมง) ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมอบรมได้ฟรี

พิเศษ!! เข้าอบรมครบทั้ง 3 คอร์ส รับ Starbucks e-Coupon มูลค่า 300 บาท (50 รางวัล)

1. Network Visualization by Vista Manager

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2021 เวลา 11:00 น.

  • Allied Telesis Introduction
  • Vista Manager Key Features
  • Vista Manager Implementation Options
  • Vista Manager Network Live Demo
  • Success Stories

ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_aUxuH1_zStCfM1pUEHt5Ow

2. How to Reduce Operating Costs

วันอังคารที่ 16 มีนาคม 2021 เวลา 11:00 น.

  • Allied Telesis Introduction
  • Challenges of Network Management
  • Allied Telesis Solutions
  • Success Stories and Testimonies

ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_-tHRJerUT1i9JJs04tapnA

3. Wireless Network Troubleshooting

วันอังคารที่ 30 มีนาคม 2021 เวลา 11:00 น.

  • Allied Telesis Introduction
  • Wireless Troubleshooting
  • Q&A

ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_g-ZknzEZT3S-3RreqKQqtg

from:https://www.techtalkthai.com/allied-telesis-net-campus-webinar-march-2021/