คลังเก็บป้ายกำกับ: NETFLIX

Netflix ประกาศรายการโชว์ใหม่ Space Force อิงจากแผนกองทัพอวกาศของทรัมป์

Netflix นอกจากจะพยายามลุยสร้างหนังและซีรีส์แบบออริจินัลแล้ว ยังลุยเรื่องรายการโชว์ด้วย ล่าสุดประกาศสร้าง Space Force ที่อ้างอิงจากแผนประกาศจัดคั้งกองทัพที่หก หรือกองทัพอวกาศพร้อมกับการตั้งเป้าว่าจะนำสหรัฐฯสู่ผู้นำการสำรวจอวกาศ

Space Force พูดถึงกลุ่มคนที่ไปทำหน้าที่เป็นหนึ่งในกองทัพ Space Force แสดงนำโดย Steve Carell และเขียนบทโดย Greg Daniels สองคนนี้สร้างชื่อในรายการโชว์ตลก The Office ที่โด่งดังของ NBCUniversal มาแล้ว อาจส่งผลให้แฟนคลับตามมาดูผลงานของเขาทั้งสองใน Netflix ได้

อย่างไรก็ตาม Netflix ก็ต้องสู้กับความท้าทายมากมาย ยกตัวอย่างที่ผ่านมาคือ ลงทุนมากเพื่อให้ซีรีส์ Friends ยังอยู่ต่อไป และยังต้องลงทุนสร้างเนื้อหาใหม่ๆ อยู่เรื่อย ล่าสุดก็ประกาศขึ้นราคาสมาชิกในสหรัฐแล้ว และยังจะมีคู่แข่งที่พร้อมจะท้าชนมากมาย เช่น Disney, NBC เป็นต้น

No Description

ที่มา – Polygon

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107601

Advertisements

Huawei Mate 20 Pro และ P20 Pro รองรับการรับชมวิดีโอ Netflix แบบ HDR แล้ว

อัปเดตข่าวดีกันหน่อยสำหรับผู้ที่ใช้มือถือรุ่นเรืองธงของ Huawei อย่าง Mate 20 Pro และ P20 Pro ที่ปกติก็ได้ผ่านการรับรอง Widevine L1 สามารถสตรีมวิดีโอจากบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Amazon , YouTube และอื่นๆ ในความละเอียด HD ได้อยู่แล้ว ล่าสุดคงต้องเฮกันดังๆ เพราะทั้งสองรุ่นผ่านการรับรองการสตรีมแบบ HDR เพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้ที่ชอบดูหนัง ดูซีรีย์ ของ Netflix ผ่านทางมือถือเป็นประจำ คงจะหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อยหากภาพไม่คมชัดสมจริง แล้วยิ่งมือถือที่ใช้เป็นระดับเรือธงด้วยแล้วล่ะก็คงแอบเซ็งเบาๆ ว่าทำไมมือถือระดับเรือธง หน้าจอรองรับมาตรฐาน HDR แล้วยังดูซีรีย์แบบ HDR ไม่ได้ ตอนนี้ก็คงจะเพลิดเพลินกับหนังใหม่ๆ ที่ถ่ายทำแบบ HDR กันได้เต็มที่

ล่าสุดทาง Huawei ได้อัปเดตว่ามือถือทั้งสองรุ่นนี้ผ่านการรับรอง Widevine  L1 อย่างเป็นทางการแล้ว (ดูเหมือนบางประเทศที่วางขายตอนแรกๆ ก็ติดปัญหา Windvine L3 เหมือนตอน Mate 20X วางขายในบ้านเรา) รองรับการสตรีมวิดีโอแบบ HD หรือ HDR ได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนผู้ใช้ Huawei P20 Pro จะได้รับการอัพเดทเวอร์ชั่นล่าสุดให้เป็น Android 9 Pie + EMUI 9.0 อีกด้วย

 

ที่มา gizmochina

from:https://droidsans.com/huawei-mate-20-pro-and-p20-pro-now-supports-netflix-hd-and-hdr-content/

Netflix เตรียมอัพราคาขึ้นอีก 18% ผลมาจากต้นทุนผลิตคอนเทนต์มากขึ้น

Netflix มีแผนกำลังปรับราคาค่าสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 18% แต่มีผลใน 40 ประเทศในละตินอเมริกา เหตุผลที่ปรับราคาในครั้งนี้มาจากการแบกรับต้นทุนในการทำคอนเทนต์ที่มากขึ้น

ภาพจาก Shutterstock

Netflix ประกาศปรับราคาค่าสมาชิกอีกครั้ง มีการปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ขึ้น 18% โดยที่แพ็คเกจ Basic ปรับเพิ่มเป็น 8.99 เหรียญสหรัฐ จาก 7.99 เหรียญสหรัฐ แพ็คเกจ Standard ปรับเพิ่มเป็น 12.99 เหรียญสหรัฐ จาก 10.99 เหรียญสหรัฐ และแพ็คเกจ Premium ปรับเพิ่มเป็น 15.99 เหรียญสหรัฐ (ราว 480 บาท) จาก 13.99 เหรียญสหรัฐ

ค่าสมาชิกใหม่นี้จะมีผลบังคับสำหรับสมาชิกใหม่ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในอีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้านี้ และยังไม่ได้ปรับใช้กับทุกประเทศ มีเพียงแค่ 40 ประเทศในละตินอเมริกาที่เริ่มปรับก่อนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เหตุผลที่ทำการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้ ทาง Netflix ได้บอกว่า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงราคาเป็นครั้งคราว เนื่องจากมีการลงทุนด้านความบันเทิง และเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา

อีกทั้งยังมีการลงทุนด้านคอนเทนต์ที่เป็น Original Content มากขึ้น ได้มีประกาศการลงทุนไป 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีรายงานว่า Netflix กำลังจะเป็นหนี้ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการผลิต Original Content

ทั้งนี้ Netflix เองก็เจอสารพัดคู่แข่งรอบด้านที่ลงมาเล่นในตลาดสตรีมมิ่ง ทำให้ต้องมีการลงทุนด้านคอนเทนต์ และต้องปรับราคาค่าสมาชิก

ต้องดูกันต่อไปว่าประเทศไทยจะมีการปรับราคาขึ้นในอนาคตหรือไม่

Source

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/netflix-prices-increase/

Netflix ปรับราคาค่าบริการทุกแพ็คเกจ เพิ่มขึ้น 13-18% มีผลทันทีสำหรับสมาชิกใหม่

Netflix ประกาศปรับราคาค่าบริการรายเดือนทุกแพ็คเกจ เพิ่มขึ้น 13-18% นับเป็นการปรับราคาครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อ 12 ปีที่แล้ว

อัตราค่าบริการใหม่

  • แพ็คเกจ Basic เพิ่มขึ้นเป็น 9 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน หรือราว 285 บาท (เพิ่มขึ้นจาก 8 ดอลล่าร์สหรัฐ)
  • แพ็คเกจ HD “Standard” เพิ่มขึ้นเป็น 13 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน หรือราว 412 บาท (เพิ่มขึ้นจาก 11 ดอลล่าร์สหรัฐ)
  • แพ็คเกจ 4K “Premium” เพิ่มขึ้นเป็น 16 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน หรือราว 507 บาท (เพิ่มขึ้นจาก 14 ดอลล่าร์สหรัฐ)

อัตราค่าบริการใหม่ มีผลทันทีสำหรับสมาชิกใหม่ ส่วนลูกค้าปัจจุบันจะเริ่มมีผลในอีก 3 เดือนข้างหน้า

การปรับราคาในปี 2016 ทำให้ฐานลูกค้าหายไปพอสมควร แต่ Netflix ก็ไม่มีทางเลือกอื่น และในปี 2017 ก็มีการปรับราคาอีกครั้ง อย่างเช่นแพ็คเกจ HD “Standard” มีการขึ้นราคาจาก 10 เป็น 11 ดอลล่าร์สหรัฐ และปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 13 ดอลล่าร์สหรัฐ

Netflix ต้องเพิ่มค่าบริการอย่างระมัดระวัง เพราะการขึ้นราคามีความเสี่ยงที่จะสูญเสียฐานสมาชิก แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องหาทางเพิ่มรายได้ เพื่อนำไปผลิตคอนเท้นต์ออกมาสู้กับคู่แข่งที่กำลังจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะ Apple ที่มีแผนเปิดให้บริการวีดีโอสตริ่มมิ่งของตัวเองภายในปี 2019 อีกทั้งผู้ผลิตคอนเท้นต์รายใหญ่อย่าง Disney ก็จะเปิดให้บริการ Disney+ ซึ่งจะกลายเป็นคู่แข่งอีกรายของ Netflix

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/239459

Netflix ขึ้นราคาในสหรัฐฯ จาก 8, 11, 14 ดอลลาร์เป็น 9, 13, 16 ดอลลาร์

Netflix ประกาศขึ้นราคาค่าสมาชิกในสหรัฐฯ จากเดิมที่แพ็กเกจพื้นฐาน, มาตรฐาน, และพรีเมียม อยู่ที่ 8, 11, 14 ดอลลาร์ตามลำดับ มาเป็น 9, 13, 16 ดอลลาร์ตามลำดับ โดยแพ็กเกจมาตรฐานขึ้นไป 2 ดอลลาร์หรือถึง 18% นับเป็นการขึ้นราคาแรงที่สุดนับแต่เปิดบริการสตรีมมิ่งมา

ผู้ใช้เดิมจะได้ราคาเดิมต่อไปอีก 3 เดือน ขณะที่ผู้ใช้ใหม่จะได้ราคาใหม่นับแต่วันนี้ไป โดยกระทบถึงผู้ใช้ในประเทศที่คิดค่าบริการเป็นดอลลาร์อีก 40 ประเทศ ในแถบละตินอเมริกา ยกเว้นเฉพาะเม็กซิโกและบราซิล ยังไม่มีข้อมูลว่าผู้ใช้ประเทศอื่นที่คิดค่าบริการสกุลเงินอื่นๆ จะได้รับผลกระทบเมื่อใด แต่ที่ผ่านมา Netflix มีนโยบายตั้งราคาเกือบเท่ากันทั่วโลก จนไม่สามารถแข่งขันได้ในบางประเทศ และต้องยอมออกแพ็กเกจเล็กพิเศษ

แม้ว่าผลประกอบการของ Netflix ยังมีกำไร แต่ในแง่กระแสเงินสดแล้วบริษัทใช้เงินสดลงทุนไปจำนวนมหาศาล ในปี 2018 ทำเงินสดติดลบประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ รวมเป็นหนี้ถึง 14,000 ล้านดอลลาร์ โดยรอบล่าสุดเพิ่งออกพันธบัตรไป 2,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทพยายามสร้างรายได้ให้มากขึ้น นับแต่[การยกเลิกรับจ่ายเงินผ่าน App Storeล๖https://www.blognone.com/node/107252๗ จนมาถึงการขึ้นราคา

ที่มา – MarketWatch

alt="Netflix"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107569

NBC เตรียมเปิดตัวสตรีมมิ่งฟรีมีโฆษณาในปี 2020 ท้าชน Disney, Netflix

NBC ประกาศจะเปิดตัวสตรีมมิ่งดูฟรีมีโฆษณาในปี 2020 เป็นอีกแพลตฟอร์มแยกออกมาไมม่เกี่ยวกับแพลตฟอร๋มอื่นที่มีอยู่ โดยลูกค้าที่เป็นสมาชิก NBC TV ในสหรัฐฯ อยู่แล้วสามารถดูฟรีได้ และจะให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ Comcast Cable และ Sky ในต่างประเทศด้วย

เว็บไซต์ CNBC ยังรายงานาด้วยว่า ตัวสตรีมมิ่งมีแบบจ่ายเงินเหมือนกันถ้าคนไม่อยากดูโฆษณารบกวน โดยราคาจะอยู่ที่ 12.99 ดอลลาร์ ช่วยให้คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเคเบิลทีวีสามารถเข้ามาดูสตรีมมิ่งใหม่ของ NBC ได้ด้วย คอนเทนต์ NBC ซึ่งที่เด่นๆ ก็คือหนังค่าย Universal รายการทีวี รายการกีฬาในเครือร่วม 1,500 ชั่วโมง ในการประกาศเปิดตัวทา NBC ยังบอกด้วยว่าจะเดินหน้าซื้อลิขสิทธิ์เนื้อหาจากสตูดิโออื่นๆ

เรียกได้ว่าปีนี้เดือดจริงๆ สำหรับวงการสตรีมมิ่ง Warner Bros, AT&T และ Disney ก็กำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งแบบสแตนด์อโลนในปีนี้ และยังมี IMDb ที่เข้ามาเล่นในตลาดนี้ด้วย เป็นความท้าทายของ Netflix ที่เป็นผู้นำตลาดอย่างมาก

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ที่มา – CNBC

from:https://www.blognone.com/node/107553

สมาชิก Netflix ทุ่มเทเวลาดูวิดีโอ นานกว่าโซเชียลกับเพื่อนเท่าตัว

ตามติดสถิติน่าทึ่งล่าสุดเกี่ยวกับการชม Netflix นั่นคือการสำรวจพบว่า Netflix สามารถดึงเวลาส่วนใหญ่ของสมาชิกไปได้มากกว่าการท่องโซเชียลหรือการติดต่อกับเพื่อนฝูง ไม่ต้องพูดถึงการอ่าน หรือการพักผ่อนและใช้ความคิดกับตัวเอง รวมถึงการเล่นกีฬาที่ทิ้งห่างระยะเวลาการชม Netflix แบบไม่เห็นฝุ่น

การสำรวจล่าสุดนี้เป็นของเว็บไซต์ Cordcutting.com ซึ่งเปรียบเทียบข้อมูลกิจกรรมส่วนตัวของชาวอเมริกันในแต่ละวันที่สำนัก U.S. Bureau of Labor Statistics ทำการศึกษา ผลการสำรวจย้ำว่าสมาชิก Netflix ใช้เวลามากขึ้นในการรับชมอย่างต่อเนื่อง โดยระยะเวลาชม Netflix นั้นมากกว่าที่แรงงานอเมริกันออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง หรือการทำกิจกรรมอื่นในทุกวัน

ค่าเฉลี่ยการดูเหนือกว่าเฟสบุคแล้ว

จากการคำนวณของ Cordcutting.com สมาชิก Netflix จะใช้เวลาดู Netflix ราว 1 ชั่วโมง 11 นาทีในแต่ละวัน (71 นาที) ตัวเลขนี้คำนวณจากสถิติเดือนธันวาคม 2017 ที่ Netflix รายงานว่าสมาชิก Netflix ทั่วโลกดูวิดีโอรวม 140 ล้านชั่วโมงต่อวัน ในขณะนั้น Netflix มีสมาชิก 117.58 ล้านคน เมื่อนำ 140 ล้านชั่วโมงมาหารด้วยจำนวนสมาชิก 117.58 ล้านคน จึงได้ผลเฉลี่ยคือ 71 นาที

สถิตินี้แสดงว่า Netflix มีอิทธิพลกับสมาชิก Netflix สูงมาก เพราะตัวเลขการชม Netflix ราว 71 นาทีต่อวันนั้นสูงกว่าการสำรวจของสำนักสถิติแรงงานอเมริกัน ที่พบว่าชาวอเมริกันใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียง 39 นาทีในการ “ สังสรรค์และสื่อสาร” ในแต่ละวัน นั่นหมายความว่าสมาชิก Netflix ใช้เวลาดูวิดีโอนานกว่าการคุยกับเพื่อนเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม Cordcutting.com ย้ำว่าแม้การเปรียบเทียบนี้จะยึดข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกัน คือข้อมูลของสำนัก BLS ที่เน้นสำรวจในสังคมอเมริกัน (ไม่ว่ากลุ่มตัวอย่างจะเป็นสมาชิก Netflix หรือไม่ก็ตาม) และข้อมูลจากสมาชิกของ Netflix ทั่วโลก แต่เชื่อว่าลักษณะการใช้เวลานี้จะคล้ายกัน เนื่องจากมีโอกาสสูงที่ชาวโลกจะสนุกไปกับแคตตาล็อกยิ่งใหญ่ของ Netflix ซึ่งทำให้ไลฟ์สไตล์ของชาวดิจิทัลไม่แอคทีฟเท่าที่ควร

จุดที่น่าสนใจคือ Cordcutting.com ย้ำว่า Netflix มีพลังมากกว่า ”การอ่าน”, “การพักผ่อนและการคิด” รวมถึง “การเล่นกีฬา ออกกำลังกาย และการพักผ่อนหย่อนใจ” จุดนี้ข้อมูลระบุว่าโดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันใช้เวลาออกกำลังกายเพียง 17 นาทีต่อวันเท่านั้น เชื่อว่าสมาชิก Netflix ในไทยก็จะมีสัดส่วนเฉลี่ยน้อยนิดไม่ต่างกัน

ที่มา: : Cordcutting

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/01/netflix-subscribers-stat/