คลังเก็บป้ายกำกับ: NATIONAL_DIGITAL_ID_PLATFORM

[วิเคราะห์] เมื่อแบงก์-ภาครัฐใช้ Digital ID (NDID) เปิดบัญชีโดยไม่ต้องไปสาขา ข้อมูลเราจะปลอดภัยไหม?

ทุกวันนี้อยากเปิดบัญชีเงินฝาก หุ้น ซื้อประกันฯ ลูกค้าต้องไปที่สาขา เซ็นเอกสารในกระดาษเพื่อเป็นหลักฐาน แต่สิ้นปี 2562 นี้คนไทยจะไม่ต้องไปสาขาธนาคาร (ที่ไม่เคยเปิดบัญชี) ก็สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้แล้ว

แบงก์ไทยแห่เชื่อม NDID ข้ามธนาคารเตรียมบริการเปิดบัญชีไม่ต้องไปสาขา

หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเปิดตัว ริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด (NDID) หรือระบบที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถพิสูจน์และระบุตัวตน ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เฟสแรกจะเปิดให้บริการไตรมาส 4 ปี 2562 นี้ โดยเริ่มจากธุรกิจธนาคาร ให้ลูกค้าที่เคยเปิดบัญชีธนาคารและระบุตัวตน (สร้าง Digital ID) ไว้กับธนาคารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นสามารถเปิดบัญชีธนาคารแห่งอื่นได้โดยไม่ต้องไปสาขาแบงก์อีกแห่ง เช่น บริการเปิดบัญชีเงินฝากผ่านมือถือในแบงก์ที่ประชาชนไม่เคยใช้บริการมาก่อน รวมถึงการเปิดบัญชีหุ้น ซื้อประกันชีวิต ฯลฯ

ขณะนี้หลายธนาคารเริ่มเผยรูปแบบบริการใหม่ให้เห็น เช่น ธนาคารกสิกรไทย เตรียมบริการ เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัลบน K PLUS ซึ่งรูปแบบที่ทดสอบอยู่คือ ลูกค้าต้องยืนยันตัวตน ด้วยอุปกรณ์ที่จุดให้บริการยืนยันตัวตน (K CHECK ID) เช่น เครื่องที่ตั้งอยู่ในสาขา บิ๊กซี (200 สาขา) และที่ทำการไปรษณีย์ (20 สาขา) และจะพิสูจน์ตัวตนด้วยเทคโนโลยีสแกนใบหน้าจากการถ่ายภาพผ่าน K PLUS ในเวลา Real-Time

เคแบงก์น่าจับตามองเพราะมีฐานลูกค้าที่ใช้งาน K PLUS 11 ล้านราย น่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ทดลองบริการใหม่ นอกจากนี้ยังมีฐานลูกค้าอีก 18.7 ล้านบัญชีที่พนักงานสาขาต้องคอยสนับสนุนเมื่อลูกค้าต้องการใช้งาน

ส่วนธนาคารธนชาต สิ้นปีนี้คาดว่าจะใช้ NDID มาเจาะฐานลูกค้าที่ต้องการเงินด่วน ขอสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านแอพฯ บนมือถือชื่อ T-FIN โดยลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนตามขั้นตอนของ NDID โดยถ่ายบัตรประชาชนหน้า-หลัง และถ่ายภาพใบหน้า เมื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคลก็สมัครสินเชื่อและทราบผลพร้อมโอนเงินเข้าบัญชีได้เลย เร็วกว่าการขอสินเชื่อแบบเดิมราว 1 สัปดาห์ 

ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ ธนาคารทหารไทย (TMB) จับมือ Show case การเปิดบัญชีเงินฝากด้วย NDID ให้ผู้เข้าร่วมงานแบงก์ชาติดูและ คาดว่าจะเปิดบริการใหม่ที่ใช้ NDID ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้เช่นกัน ฝั่งธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นส่วนหนึ่งที่เข้าทดสอบเรื่อง NDID กับธปท.แล้ว ยังเตรียมเทคโนโลยีใหม่การยืนยันตัวตนด้วยการสแกนเส้นเลือดในฝ่ามือ (Palm Vein) ซึ่งอนาคตลูกค้าแบงก์สามารถสแกนฝ่ามือบนเครื่องมือ ก็สามารถชำระเงินในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ได้เหมือนในต่างประเทศเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ประชาชนเสียค่าธรรมเนียมการใช้ NDID – สาขาแบงก์จะลดลงหรือไม่?

ปัจจุบันทาง NDID และผู้ถือหุ้นทั้งหมดมีการพูดคุยเรื่องค่าธรรมเนียมการขอข้อมูลผ่านระบบ NDID แล้ว โดยผู้ขอข้อมูลต้องเสียค่าธรรมเนียม เช่น ลูกค้าเดินเข้าธนาคาร A (ธนาคารต้นทาง) ต้องการให้ดึงข้อมูลจากธนาคาร B (ธนาคารเจ้าของข้อมูล) ที่มี Digital ID ของลูกค้าอยู่แล้ว ดังนั้นธนาคาร A ต้องยอมจ่ายค่าธรรมเนียมให้ธนาคาร B เลยเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ NDID ยังไม่เร่ิมใช้จริง เพราะภาคเอกชนต้องคำนวนต้นทุนเหล่านี้ทั้งหมด

ทั้งนี้ทางธนาคารซีไอเอ็มบีไทย บอกว่า เมื่อลูกค้าต้องการเรียกข้อมูลจากธนาคารต้นทางเพื่อเปิดบัญชีใหม่ แบงก์ที่ขอข้อมูลก็จะได้ลูกค้าใหม่ไปด้วย ดังนั้นระยะแรกที่เริ่มใช้งานมองว่าทางธนาคารจะเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมให้ลูกค้าในระยะแรกที่เริ่มใช้งาน

ขณะเดียวกันหลายฝ่ายมองว่า เมื่อคนไม่ต้องทำธุรกรรมที่สาขา สาขาของธนาคารจะลดลงหรือไม่ ผู้เขียนมองว่า การปรับลดสาขาของธนาคารต้องดูอีกหลายปัจจัย เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ซึ่งมีหน้าที่ในการตอบสนองภาครัฐ ยังต้องขยายสาขาในหลายพื้นที่ตามพันธกิจที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงิน ส่วนธนาคารพาณิชย์อื่นๆ แม้บางพื้นที่จะปิดสาขาก็มาจากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป เช่น ไม่ใช้บริการสาขาที่ตั้ง Stand alone แต่ใช้บริการบนมือถือ หรือบนห้างสรรพสินค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้ายังต้องการสาขาธนาคารเพื่อสอบถามเชิงลึก และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อติดต่อ Call Center ไม่ได้

เมื่อส่งต่อข้อมูลข้ามแบงก์-เชื่อมภาครัฐจะปลอดภัยหรือไม่?

พื้นฐานของระบบ NDID จะเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภาครัฐอย่าง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (เช็คข้อมูลในบัตรประชาชน) ฝั่งเอกชนที่ตอนนี้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท NDID เช่น สมาคมธนาคารไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย ส่วนบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ต้องรอดูสัดส่วนการถือหุ้นหลังการเพิ่มทุนบริษัท NDID และมีหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการ เช่น ธปท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กรมต่างๆ จากกระทรวงการคลัง ฯลฯ

ดังนั้นระบบ NDID ที่เพิ่มความสะดวกให้ประชาชน ต้องทำให้ปลอดภัยด้วย ปัจจุบันทุกหน่วยงานในเครือข่ายต้องทดสอบการเชื่อมต่อระบบอย่างรัดกุม (ใน Regulatory sandbox ของธปท.) หน่วยงานที่จะมาเชื่อมต่อในระบบนี้ต้องมีมาตรฐานตามเกณฑ์ผู้กำกับ โดยภาครัฐจะให้ใบอนุญาตการพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์เมื่อทดสอบแล้วเสร็จ ปัจจุบันจะมีแค่ NDID เจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย

สิ่งที่ต้องจับตามองคือ ธนาคาร สถาบันการเงินต่างๆ จะใช้วิธีไหนเพื่อให้ลูกค้ายินยอม (Consent) เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และขอบเขตการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจะเป็นอย่างไร เพราะบางแอพพลิเคชั่นจะส่งเงื่อนไขให้ลูกค้าคลิก “ยินยอม” ก่อนจะใช้บริการได้ ซึ่งวิธีนี้จะกลายเป็นการบังคับลูกค้าทางอ้อมให้ต้องส่งต่อข้อมุลส่วนบุคคลทั้งหมดโดยไม่สามารถเลือกได้หรือไม่? โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ NDID อ้างว่าจะทำตามพรบ.ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีรายละเอียดออกมาเร็วๆ นี้

ในอีกทางหนึ่งแม้ภาคเอกชนบางส่วนจะมีการขายข้อมูล แต่ส่วนใหญ่ทางเอกชนต้องการข้อมูลลูกค้าเพื่อพัฒนาการบริการให้ดีขึ้น

สรุป

เมื่อเทคโนโลยีเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนและภาคเอกชนมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้กำกับอย่าง ธปท. และภาครัฐต้องใส่ใจความปลอดภัยทางข้อมูลของประชาชนให้มากขึ้น เช่น การขายข้อมูล ฉ้อฉล การแจ้งข้อมูลไม่ครบ กระบวนการแก้ปัญหา​ ฯลฯ รวมถึงการออกเกณฑ์ที่กำกับดูแลสถาบันการเงินให้มีมาตรฐานแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนไทยมากขึ้น

ที่มา DigitalID, EDTA

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/%e0%b8%babank-thailand-use-case-ndid/

โฆษณา

เปิดตัว NDID คาดใช้จริงช่วงปลายปีนี้ เริ่มเปิดบัญชีใช้ข้อมูลต่างธนาคารยืนยันตัวตน

ในงาน Bangkok FinTech Fair 2019 มีการเปิดตัว National Digital ID ซึ่งจะสร้างความสะดวกในการยืนยันตัวเองได้ เริ่มต้นที่การเปิดบัญชีเงินฝากโดยสามารถยืนยันตัวตนข้ามธนาคารได้ทันที

ในงาน Bangkok FinTech Fair 2019 ซึ่งจัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีการเปิดตัว บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด เพื่อที่จะเป็นตัวกลางของภาครัฐและเอกชนในการเชื่อมต่อข้อมูลในการพิสูจน์และรวมไปถึงการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (National Digital ID) หรือ NDID ซึ่งจะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในอนาคต

สุทธิรา ศรีไพบูลย์ รักษาการประธานบริษัท และตัวแทน บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด ได้กล่าวว่า NDID มีวัตถุประสงค์ที่จะยกระดับการทำธุรกรรมทางดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ และได้รับการรองรับทางกฎหมายในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์บนโลกดิจิทัล

สำหรับ NDID จะสร้างประโยชน์ได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจหรือภาคบริการ และช่วยยกระดับของการทำความรู้จักลูกค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-KYC รวมไปถึง NDID ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่หลากหลายและได้รับความสะดวก เช่น ธนาคาร ลงทุน ประกันภัย สาธารณะสุข โทรคมนาคม และการศึกษา

บริการของ NDID คาดว่าจะใช้บริการได้ภายในไตรมาส 4 ซึ่งบริการที่จะเปิดใช้จะสามารถทำให้ประชาชนสามารถเปิดบัญชีเงินฝากที่ลูกค้าเคยมีบัญชีธนาคารอื่นอยู่แล้ว สามารถยืนยันตัวตนข้ามธนาคารได้ทันที ในอนาคต NDID สามารถยืนยันจากบุคคลธรรมดาไปสู่นิติบุคคล และชาวต่างชาติในระยะต่อไป

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ได้กล่าวว่า โครงการนี้รัฐและเอกชนเข้ามาร่วมมือกันกว่าจะตกผลึกได้ และเชื่อมั่นว่าปลอดภัย ไม่ละเมิด ความเป็นส่วนตัว อยากเชิญให้หน่วยงานรัฐหลายๆ ภาคส่วนมาใช้บริการนี้ด้วยซ้ำ เช่น เรื่องสาธารณสุข หรือ แม้แต่ในด้านความยุติธรรม และมองว่า NDID คือแพลตฟอร์มหลักของประเทศ 

โครงสร้างของ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด เป็นการถือหุ้นมากถึง 60 บริษัท ประกอบไปด้วย ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุนรวม บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทผู้ให้ชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทไปรษณีย์ไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thai-national-digital-id-open-today-at-thailand-fintech-2019/

“กรุงศรี” ก้าวข้ามโลกดิจิทัล เปิดแผนไตรมาส 4 พร้อมออก Tech ใหม่ๆ

ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนถือติดมือ ทำให้หลายแบงก์พัฒนา Mobile Banking มาแข่งขันให้บริการผู้บริโภคให้เร็วที่สุด

Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับ “ฐากร ปิยะพันธ์” ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้าน กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้ง และนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่จะมาเล่าเทรนด์ดิจิทัลของกลุ่มแบงก์ที่เกิดขึ้นในไทยให้ฟังกัน

กรุงศรีตั้งรับเทรนด์ดิจิทัล ยุคนี้ทุกอย่างต้องอยู่บนมือถือ

ฐากร บอกว่า จากคนไทยกว่า 67 ล้านคน มีแอพพลิเคชั่น Mobile Banking อยู่ที่ 36 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นเร็วมากจาก 5 ปีก่อนอยู่ 1.5 ล้านบัญชี ซึ่งยังมีเทรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกค้าต้องการความสะดวกรวดเร็วขึ้นทุกวัน
“ว่าง่ายๆ ต่อไปนี้ธนาคารต้องอยู่บนมือถือ และทุกอย่างไม่ว่าจะ Acquisitions, Marketing, Services จะมุ่งเน้นมาอยู่ที่ Mobile Platform เป็นหลัก ฉะนั้นเราต้องทำให้โครงสร้างพื้นฐาน และตัว Mobile ให้สามารถทำธุรกรรมที่ธนาคาร หรือสาขาทำได้ เรื่องการลงทุนเราก็ต้องเน้นสร้างเทคโนโลยีใช้บนมือถือให้ได้ก่อน End Game แล้วก็หวังว่าเราจะเป็นธนาคารที่ Purely Digital มากขึ้น”

แต่เมื่อดิจิทัลมา ไม่ได้แปลว่าสาขาจะหายไป เพราะยังมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งต้องไปใช้บริการที่สาขาเสมอ ยิ่งเมืองไทยเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สาขาต้องให้บริการของที่ซับซ้อนอยู่ ทำให้สาขาต้องเปลี่ยนบทบาทไป ตอนนี้กรุงศรีฯ ยังต้องขยายในต่างจังหวัด ทำเรื่องรูปแบบของสาขาอยู่ อาจจะมีทั้ง Automate Branch หรือในจุดที่เราไม่คุ้มจะไป เราก็มี Banking agent (ตัวแทนธนาคาร) ให้บริการได้อาจจะผ่านร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือที่ๆ ลูกค้าสะดวก และเข้าถึงได้ง่าย

ภาพจาก Shutterstock

ลูกค้าเตรียมเปิดบัญชี กู้บ้าน ซื้อรถผ่านมือถือ เข้าเฟซบุ๊กก็ช้อปปิ้งได้

ตอนนี้กรุงศรีฯ และหลายธนาคารพาณิชย์ร่วมกันทำเรื่อง E-KYC (การระบุตัวตนลูกค้าผ่านอิเล็กทรอนิกส์) ไตรมาส 4 ปี 2561 นี้ ใครก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา เปิดจากต่างประเทศก็ได้ โดย E-KYC จะพิสูจน์ตัวตนผ่านเทคโนโลยี Facial compareson (สแกนใบหน้า), Biomatric (เช่น สแกนลายนิ้วมือ) ฯลฯ ต่างจากปัจจุบันที่ลูกค้าอย่างเราต้องไปที่สาขาและพิสูจน์ตัวตนกับพนักงานธนาคารเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดง่ายขึ้นเมื่อ National Digital ID Platform ของภาครัฐเกิดขึ้นแล้ว

E-KYC จะกลายเป็น Core หลักของการทำธุรกรรมของธนาคาร ต่อยอดไปถึงบริการอื่นๆ เช่น Digital Lending (การกู้เงิน) ซึ่งปัจจุบันทั้งกรุงศรี และบางธนาคารเปิดให้ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน อย่างบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล (PLoan) ได้แล้ว ซึ่งกรุงศรีฯ เตรียมให้ลูกค้าขอกู้สินเชื่อมีหลักประกันได้ด้วย ไม่ว่าจะสินเชื่อบ้าน หรือการกู้ซื้อรถ เพราะเรามี กรุงศรี ออโต้ อยู่ในเครือด้วย

ต่อไปนี้คนที่เล่น Facebook อยู่แล้วอยากซื้อของ เมื่อเห็นว่ามีโปรโมชั่นของธนาคารกรุงศรีฯ หรือบัตรกรุงศรีฯ อยู่ ลูกค้าสามารถคลิกสมัครขอสินเชื่อ หรือบัตรเครดิต ในเฟซบุ๊กก็จะเด้งแอพพลิเคชั่นขึ้นมาให้กรอกข้อมูล ถ่ายรูปบัตรประชาชน Selfie เพื่อระบุตัวตนแล้ว เมื่อได้รับการอนุมัติบัตรเครดิต หรือสินเชื่อแล้วก็สามารถใช้งานได้ทันที ถ้าอยากได้ตัวบัตรเครดิตจริง ก็จะส่งตามมาให้ที่บ้านทีหลัง เรียกว่าจะสะดวกรวดเร็วขึ้น”

สิ้นปีนี้เราจะเห็นอะไรใหม่ๆ จากกรุงศรีบ้าง ?

นอกจาก 3-4 เรื่องที่บอกไปก่อนหน้านี้ ไตรมาส 4 นี้เราจะมีเทคโนโลยี Robo Advisor เป็นระบบที่ปรึกษาการลงทุนอัตโนมัติ ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการฝากเงินหรือลงทุนที่ได้ผลตอบแทนมากขึ้น ตรงใจลูกค้ามากขึ้น โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องโทรหา RM (เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์) ให้เสียเวลา

ในส่วนระบบเทคโนโลยีหลังบ้าน เราจะเห็นเทคโนโลยี Blockchain มาใช้กับธนาคารมากขึ้น เช่น ใช้ในการโอนเงินข้ามประเทศให้เร็วขึ้น อย่างตอนนี้เราอยู่ระหว่างการทดสอบใน Regulatory SandBox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีทั้งการโอนเงินไปยังประเทศ สปป.ลาว และสิงคโปร์ รวมถึงการร่วมกับ Ripple 

ภาพจาก Shutterstock

ส่วนสำคัญที่เราลืมไม่ได้คือ เทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ Machine Learning เรียกว่าเป็นตัวหลักของยุคนี้ที่ทำให้ธนาคารสามารถใช้ข้อมูลของลูกค้าที่มีอยู่มากมายมาวิเคราะห์สร้างบริการและผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าได้ถูกใจ ถูกที่ ถูกเวลาได้มากขึ้น

“เมื่อมี AI เราปรับใช้ได้หลายอย่าง โดยกรุงศรีเอามาใช้ในการส่งโปรโมชั่น เช่น ลูกค้าใส่ที่อยู่บ้านเป็นอ่อนนุช แต่วันจันทร์-ศุกร์มีรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่สีลม เราก็รู้ได้แล้วว่าลูกค้าอาจจะทำงานแถวนั้น ต่อไปเราก็ส่งข้อความก่อนช่วงพักเที่ยง ส่งโปรโมชั่นให้ลูกค้าเป็นร้านค้าใกล้ๆ ที่ทำงานเขา ก็ทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น”

ภาพจาก Shutterstock

ในภาวะแข่งขันรุนแรง กรุงศรีจะแข่งขันแบงก์อื่น และฟินเทคที่เป็นคู่แข่งนอกธุรกิจอย่างไร ?

จริงๆ แล้วเราต้องแข่งขันกับตัวเองให้ได้ก่อน เราต้องนำเสนอสิ่งดีๆ บริการดีๆ ให้ลูกค้าของเราให้ได้ก่อน ต้องเริ่มจากการดูความโดดเด่นของเราที่จะให้ลูกค้าได้แตกต่างจากที่อื่น เราต้องทำเรื่องนี้ให้มากขึ้น ถึงจะสามารถไปแข่งขันกับคนอื่นว่าจะทำยังไงผู้บริโภคที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าจะสามารถเข้ามาใช้ หรืออยู่บนกรุงศรีได้

“จุดเด่นของเราคือ ความแข็งแกร่งในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ เช่น กรุงศรีคอนซูมเมอร์ มีบัตรเครดิตที่ลูกค้าสนใจมาก ซึ่งกว่า 70% ยังไม่ได้เป็นลูกค้าบัญชีธนาคารกรุงศรี ปัจจุบันเราก็มี U-Choose ให้บริการเรื่องบัตรเครดิตอยู่ ต่อไปก็จะเป็นช่องทางเชื่อมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของแบงก์ เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ เงินฝากแบงก์ การลงทุน ฯลฯ”

ภาพจาก Shutterstock

อนาคตธนาคารใช้ข้อมูลลูกค้าขายเชิง Commercial

จุดแข็งของแบงก์ที่เอาชนะฟินเทคได้ คือ เรื่องความเชื่อมั่นและฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่มหาศาล แต่ปัจจุบันแบงก์ยังดึงมาใช้ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทว่าเมื่อ AI และ Machine Learning เกิดขึ้น และแบงก์เริ่มนำมาใช้ในระบบการทำงาน อนาคตเราน่าจะเห็นแบงก์วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และทำการขายแบบ Commercial

“หลังจากธนาคารทำ Infra For Future เรียบร้อย มีการทำระบบ API เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลอย่างปลอดภัย ต่อไปเราจะเห็นแบงก์ต่างๆ เริ่มแบ่งข้อมูลแต่ละประเภทให้ชัดเจน และเริ่มคิดต่อว่าจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เชิง Commercial  เช่นกฎหมายเปิดช่องให้ได้ไหม จะคิดเงินยังไง ซึ่งเรื่องนี้ฟินเทคสนใจมาก เพราะเขาไม่มีฐานข้อมูลเหมือนแบงก์”

สรุป

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถือว่ามีความคืบหน้าเรื่องดิจิทัลมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สร้างออกมาให้ลูกค้ารายย่อยใช้กัน ในไตรมาส 4 ปีนี้ เราน่าจะเห็นการเปิดบัญชีและการขอสินเชื่อผ่านมือถือ ระบบ Robo Advisory ที่ช่วยแนะนำการลงทุน ฯลฯ ที่สำคัญยังชี้เทรนด์สำคัญว่าแบงก์จะเริ่มใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาบริการลูกค้าได้ดีขึ้น อนาคตอาจจะไปถึงการขายการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและข้อมูลลูกค้าด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/krungsri-ayudhya-bay-digital-innovations/

มีบัตรเครดิตกรุงศรี ต้องโหลด U Choose เพราะทำเองได้หมด ทั้งสมัครบัตร เพิ่ม-เปิด-ปิดวงเงิน ฯลฯ

สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ในไทย เริ่มต้นมานานตั้งแต่มีบัตรเครดิต เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาให้เราสะดวกขึ้น ที่ผ่านมา กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ก็มีแอพลิเคชั่น U choose ให้ลูกค้าบัตรเครดิต ดูข้อมูลส่วนตัวและบริหารจัดการบัตรเครดิตด้วยตัวเอง แต่ยังมีข่าวว่าจะพัฒนาฟีเจอร์อีกเพียบ มีอะไรบ้างนะ

กรุงศรีฯ อัพเกรด U choose เพิ่ม 6 ฟีเจอร์ใช้บัตรเครดิตง่ายขึ้น

ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ บอกว่า ก่อนสิ้นปี 2561 นี้ กรุงศรีฯ เราจะอัพเกรดแอพพลิเคชั่น U choose ให้ลูกค้าบัตรเครดิตกรุงศรี ทุกประเภท ใช้แอพ วางแผนการเงิน ควบคุมความเสี่ยงตัวบัตร และใช้งานได้ง่ายขึ้นยิ่งขึ้น ผ่านฟีเจอร์เจ๋งๆ ได้แก่

  • E-coupon หรือ คูปองอิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าสามารถแลกคะแนนเป็นคูปองส่วนลดต่างๆ ซึ่งจะมีบาร์โค้ดและนำไปใช้ที่ร้านค้าต่างๆผ่านแอพ U choose ได้เลย ไม่ต้องรอนานเหมือนสมัยก่อนที่ต้องโทรหา Call Center และรอคูปองกระดาษมาส่งที่บ้าน ซึ่งตอนนี้เรามีพันธมิตรร้านค้าประมาณ 30-40 เจ้า และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

  • QR Payment ในเดือนส..นี้ ลูกค้าทั้งบัตรเครดิตที่มี Visa Master card เมื่อเปิด U choose ขึ้นมาก็เลือกบัตรเครดิตที่อยากใช้ และแสกนจ่ายเงินผ่าน QR code ของที่ร้านค้าได้เลย

  • ไตรมาส 4 ปีนี้ U choose จะทำให้ลูกค้าจะควบคุมการใช้บัตรเครดิตได้ดีขึ้น (เพิ่ม-ลดวงเงินบัตร) ขอเพิ่มวงเงินบัตรเพิ่ม (ถ้าคุณสมบัติผ่านวงเงินก็ขยับเพิ่มให้เลย) นอกจากนี้สามารถ ล็อกวงเงินว่าจะกดเงิน รูดบัตรได้ที่ประเทศไหนบ้าง ในวงเงินเท่าไร หรือถ้าบัตรเครดิตหายก็ อายัดบัตรได้ทั้งแบบชั่วคราวและถาวร แถมยังขอบัตรใหม่ได้ด้วย ถือว่าช่วยให้ลูกค้าควบคุมความเสี่ยงได้ด้วยตัวเอง

  • และมีโปรโมชั่นพิเศษอีกเพียบ เพราะเราร่วมมือกับ Wongnai เรื่องร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ต่างๆ อนาคตก็จะเชื่อมกับการจองร้านอาหาร ทำให้การใช้จ่ายลูกค้าในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น

  • ที่สำคัญปัญหาการจ่ายบิลจะหมดไป เพราะลูกค้าสามารถคลิกบิลบัตรเครดิตในแอพ U choose ไปจ่ายเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารอื่นๆ ที่มีอยู่ในมือถือได้เลย 

  • ใครที่อยากมีบัญชีธนาคารกรุงศรี อยุธยาก็สามารถคลิกที่ภายในแอพ U choose เพื่อเปิดบัญชีธนาคารได้ด้วยแต่ก็ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน และการส่งเอกสารต่างๆบนช่องทางออนไลน์เช่นกัน

ตอนนี้ U choose จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาด ซึ่งทำให้เราเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ซึ่งถือว่าติดตลาดแล้วเพราะมีคนใช้สม่ำเสมอเดือนละ 1 ล้านราย และต้นเดือนก.ค.นี้ คาดว่าจะมีลูกค้าลงทะเบียนใช้ U choose 2 ล้านราย นับว่ามากกว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้ เราเลยขยับเป้าหมายสิ้นปี 2561 ขึ้นไปอีกว่าจะมีลูกค้าใช้แอพกว่า 2.5 ล้านราย

ภาพจาก shutterstock

ชู Digital Lending ไม่เคยเป็นลูกค้ากรุงศรี สมัครบัตรใหม่ผ่านมือถือได้

เรื่อง Digital Lending แบ่งออกเป็น 2 เฟส ซึ่งตอนนี้ลูกค้าปัจจุบัน สามารถสมัครขอบัตรเครดิตใบอื่นๆ ผ่าน
U choose แอพบนมือถือได้เลย เพราะมีการพิสูจน์ตัวตนที่สาขาธนาคาร และมีข้อมูลส่วนตัวในระบบอยู่แล้ว

แต่ลูกค้าใหม่ เมื่อปีนี้มีข่าวว่า National Digital ID Platform (ระบบการยืนยันตัวตนทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) จะออกมาก็ส่งผลให้คนที่ไม่เคยเป็นลูกค้าเราจะขอสินเชื่อผ่าน U choose ได้ด้วยตัวเอง แต่อาจจะต้องกรอกข้อมูลเยอะหน่อยย เพราะไม่เคยมีข้อมูลในกรุงศรีมาก่อน ส่วนการอนุมัติสินเชื่อก็ไม่ต้องรอคนอย่างเดียวแต่ให้ระบบอนุมัติได้ด้วย (แต่ถ้าเจอข้อผิดปกติก็ต้องส่งให้พนักงานตรวจสอบและอนุมัติเอง)

ภาพจาก shutterstock

ขั้นตอนก็ง่ายๆ เช่น กรอกข้อมูลส่วนตัว ถ่ายรูปเอกสาร (บัตรประชาชน สเตทเมนต์ ฯลฯ) ลูกค้าเซ็นในแอพได้เลย ข้อมูลทั้งหมดจะวิ่งไปตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ตัวตนของลูกค้ากับธนาคารอื่นในระบบที่ลูกค้าเคยไปทำธุรกรรมด้วย จะเห็นว่า ต่อไปนี้การทำธุรกรรมกับธนาคารก็ไม่ต้องใช้กระดาษแล้ว

“ต่อไประบบในแอพจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เช่น ระบบ OCROptical character recognition หรือระบบที่สามารถดึงข้อความจากรูปขึ้นมาได้ อย่างลูกค้าถ่ายรูปบัตรประชาชน ก็ไม่ต้องกรอกข้อมูลพวกชื่อ นามสกุลเพราะระบบดึงขึ้นมากรอกให้เอง ขอสินเชื่อก็ง่ายขึ้นแล้ว”

ภาพจาก Shutterstock

ว่าแต่ธุรกิจกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ครึ่งปีหลัง และทิศทางของปีนี้จะทำอะไรอีกบ้าง

ครึ่งปีแรก กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอยู่ที่ 165,000 ล้านบาท เติบโตที่ 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับภาวะตลาด ยอดใช้จ่ายที่คนใช้มากที่สุดคือ 1.หมวดประกันภัย ลำดับ 2.หมวดซุปเปอร์มาร์เกต 3.น้ำมัน 4.ตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน 5.การท่องเที่ยว

ซึ่งเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2561 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มียอดสินเชื่อ 44,500 ล้านบาท โต 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 140,000 ล้านบาท สิ้นปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 153,000 ล้านบาท ตอนนี้มีฐานลูกค้า 5 ล้านคน ประมาณ 8.5 ล้านบัญชี

“ปัจจุบันหนี้เสียที่เกิดจากบัตรเครดิตอยู่ที่ 1.12% ก็ถือว่าลดลงจากปลายปีก่อน เพราะเราปรับระบบติดตามหนี้ และอื่นๆ”

ส่วนครึ่งปีหลัง เรามองว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะโตกว่าที่คาดไว้มาอยู่ที่ 13-14% จากปีก่อน (จากเดิมมองไว้ที่ 10%) และสิ้นปีเราจะมีลูกค้าสมัครบัตรใหม่ที่ 7-8 แสนใบ มาจากเราจะเปิดตัวบัตรใหม่ และรีแบรนด์ บัตรกรุงศรี ในไตรมาส 4 ที่สำคัญไตรมาสสุดท้ายของปี เป็นช่วงที่โปรโมชั่นช้อปปิ้งจะเยอะที่สุด ไม่ว่าจะผ่อนของ ท่องเที่ยว ฯลฯ

สรุป

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ อัพเกรดแอพ U choose ให้ลูกค้าบัตรเครดิตใช้จ่าย วางแผนการเงินง่ายขึ้น แถมสัญญาว่าปลายปีนี้จะเปิดให้ขอบัตรใหม่ผ่านมือถือได้ท้งลูกค้าปัจจุบัน และคนที่ไม่เคยเป็นลูกค้ามาก่อน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/krungsri-creditcard-uchoose/