คลังเก็บป้ายกำกับ: MUFG

ธนาคารญี่ปุ่นกำลังจะเลิกใช้ Hanko เพื่อลดภาระเอกสารและผลักดันประเทศสู่ยุคดิจิทัล

ใครที่รู้จักประเทศญี่ปุ่นและคุ้นเคยกับวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นมาบ้าง อาจจะรู้จักกับการใช้ “ตราปั๊ม” หรือ Hanko ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนญี่ปุ่นเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรก็ต้องใช้ตราปั๊มนี้

ภาพจาก Shutterstock

Hanko หรือตราปั๊มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นนั้น เป็นวัฒนธรรมที่นำเข้ามาจากจีนในยุค Kamakura (1185-1333) ซึ่งตอนแรกจะใช้ในกลุ่มคนชั้นสูงเช่นโชกุน แต่เริ่มมาแพร่หลายใน ยุค Edo (1603-1868) ซึ่งญี่ปุ่นมีกฎหมายรับรอง Hanko ตั้งแต่ปี 1873 ทำให้ Hanko เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคนญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

Hanko นั้นมีขายที่หลากหลายรูปแบบและราคา ตั้งแต่ทำจากยางที่หาซื้อได้จากร้านร้อยเยน ไปจนถึงทำจากไม้หรือเขาวัวควายที่มีราคาสูงกว่า 20,000 เยน ซึ่งโดยมากคนญี่ปุ่นจะมี Hanko ทั้งหมด 3 แบบ คือ Jitsuin สำหรับสัญญาสำคัญเช่นซื้อบ้าน, Ginkoin สำหรับทำธุรรมทางการเงินกับธนาคาร และ Mitomein สำหรับงานทั่ว ๆ ไป เช่นเซ็นสัญญารับส่งของดิลิเวอรี่ ดังนั้น Hanko จึงถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะต้องใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรม

ในขณะที่จีนซึ่งเป็นต้นตำรับของ Hanko ก็มี QR Code ใช้จ่ายเงินกันอย่างแพร่หลายแล้ว จึงเป็นที่น่าสนใจมากว่าประเทศที่มีเทคโนโลยีทันสมัยอย่างญี่ปุ่นยังมั่นคงในการใช้ตราปั๊มมาอย่างยาวนาน

Alipayในร้านค้าญี่ปุ่น

การใช้ตราปั๊มในญี่ปุ่นซึ่งเป็นสิ่งตกทอดในอดีตที่ปัจจุบัน เริ่มกลายเป็นสิ่งสร้างภาระทางการดูแลเอกสาร และสร้างกำแพงในการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในยุคฟินเทคที่การเงินควรจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย ๆ ยกตัวอย่างเช่น Tomoyuki Shiraishi คนงานก่อสร้างใน Kurashiki อายุ 24 ปีกล่าวถึง Hanko ว่า “มันยุ่งยากไปที่ต้องนำ Hanko และทำเอกสารเพียงแค่จะถอนเงินจากสาขาของธนาคาร”

ตอนนี้ทางธนาคารหลายแห่งของญี่ปุ่นจึงเริ่มหาทางเลิกใช้วิธียืนยันตัวตนด้วย Hanko เพื่อลดต้นทุนงานเอกสาร รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และทำให้คนยุคดิจิทัลเข้าถึงการเงินการธนาคารได้ง่ายขึ้น

เลิกใช้ Hanko เพื่อผลักดันธนาคารสู่ยุคดิจิทัล

Mitsubishi UFJ Financial Group Inc. หรือ MUFG สถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นได้เปิดให้บริการบัญชีแบบไม่ต้องใช้ Hanko หรือสมุดบัญชีแล้ว รวมถึงตอนนี้ MUFG ก็เริ่มปรับปรุงเครือข่ายสาขาเพื่อนำคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตและวิดีโอมาแทนที่พนักงานฝากถอน

Bank of Tokyo Mitsubishi UFJ หน่วยธนาคารของ MUFG สาขา Shinsaibashi

เป้าหมายในการปรับตัวของ MUFG ก็เพื่อให้ลูกค้าปรับตัวเข้ากับดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินบนอุปกรณ์ของตัวเองได้ โดย MUFG ตั้งเป้าปรับรูปแบบสาขากว่า 100 แห่งในประเทศเป็นรูปแบบใหม่ภายในปี 2024 ซึ่ง MUFG ยังวางแผนจะลดจำนวนสาขาที่มีเคาน์เตอร์แบบดั้งเดิมลดลงให้ได้ครึ่งหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน

นอกจาก MUFG แล้ว Resona Holdings Inc. สถาบันการเงินอีกแห่งของญี่ปุ่นก็ประกาศให้ลูกค้าเปิดบัญชีแบบไม่ต้องใช้ Hanko ได้แล้วใน 600 สาขาของธนาคาร

การผลักดันญี่ปุ่นสู่ยุคดิจิทัลนี้ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ซึ่งตอนนี้กำลังร่างกฎหมายเพื่อให้บริการของรัฐใช้ออนไลน์ได้ด้วย

เงินเยนญี่ปุ่น

แต่การจะทดแทนระบบเก่า ๆ ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก โดย Takayuki Ogura ผู้อำนวยการหน่วยธนาคารของ MUFG ระบุว่า MUFG ก็ต้องใช้เวลากว่า 2 ปีในการโน้มน้าวรัฐบาลท้องถิ่นกว่า 450 ชุดในการประมวลผลระบบจ่ายภาษีให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์

แต่ Hanko คงยังไม่หายไปเร็ว ๆ นี้

แม้ธนาคารหรือองค์กรเอกชนญี่ปุ่นต่างก็เล็งเห็นความยุ่งยากในการจัดการเอกสาร แต่ฝั่งราชการของญี่ปุ่นก็ยังคงรักษามาตรฐานการใช้งาน Hanko ไว้อย่างเหนียวแน่น หรือธุรกิจขนาดเล็กก็ยังเรียกใช้ Hanko สำหรับสัญญาหลาย ๆ อย่าง ไปจนถึงการแต่งงานหรือการเป็นเจ้าของบ้านก็ยังต้องใช้ตราปั๊มนี้

Keiichi Fukushima ช่างแกะสลักที่ได้รับใบอนุญาต และเป็นทายาทรุ่นที่สี่ของร้านขาย Hanko ใน Ueno ระบุว่า ทุกวันนี้ผู้ปกครองยังซื้อ Hanko แบบทำมือให้เด็ก ๆ ตอนที่มีอายุที่เหมาะสม และนักท่องเที่ยวก็มักจะซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกด้วย ตอนนี้ธุรกิจการทำ Hanko นี้มีมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และยังมีโอกาสที่ต้องใช้ Hanko อีกมากในชีวิตของคนญี่ปุ่น

Minami Yoshida เสมียนบัญชีวัย 26 ปีจากบริษัทแห่งหนึ่งใน Kawasaki ระบุว่า ก่อนหน้าที่เธอจะจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ได้ เธอต้องปั๊มตรายางลงแบบฟอร์มใบโอนเงินด้วย Hanko ของบริษัท และนำแบบฟอร์มส่งธนาคารเพื่อประมวลผล ซึ่ง Yoshida เห็นว่ามันไร้ประสิทธิภาพมาก ซึ่งเธอไม่ได้อยากจะใช้ Hanko ในหลาย ๆ โอกาสที่มากเกินไป

ภาพจาก Shutterstock

สรุป

ตอนนี้ธนาคารญี่ปุ่นต่างก็พยายามปรับตัวให้ทันยุคดิจิทัล โดยการเลิกใช้ Hanko ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีลดภาระงานด้านเอกสารลง ซึ่งจะทำให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ฟินเทคเข้าถึงการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นได้ดีขึ้น แต่กับงานราชการอาจต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ

ที่มา – Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hanko-will-no-loger-required-by-japanese-bank-to-reduce-paperworks-and-push-japan-to-digital/

โฆษณา

MUFG เครือธนาคารชั้นนำญี่ปุ่น เตรียมลดสาขาเหลือครึ่งหนึ่ง ส่วนตู้ ATM จะแชร์กับรายอื่น

กระแสการทยอยปิดสาขาของธนาคารไม่ได้เกิดขึ้นที่ไทยเท่านั้น เพราะในหลายประเทศก็เป็นเช่นเดียวกัน ล่าสุด MUFG เครือธนาคารชั้นนำของญี่ปุ่น เตรียมลดสาขาเหลือครึ่งหนึ่งภายในปี 2024 รวมถึงเพิ่มสาขาอัตโนมัติมากขึ้น

ธนาคาร ลดสาขา MUFG
Photo: Shutterstock

MUFG เตรียมลดสาขาธนาคารครั้งใหญ่

ท่ามกลางกระแสสังคมไร้เงินสดที่เกิดขึ้นทั่วโลก MUFG เครือธนาคารชั้นนำของญี่ปุ่น ปรับตัวด้วยการวางแผนเตรียมลดสาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 515 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น ให้เหลือครึ่งหนึ่งภายในงบประมาณปี 2024 โดยจะเหลือสาขาอยู่ประมาณ 250 สาขาเท่านั้น

อันที่จริงถ้าไปดูข้อมูลจะพบว่า ลูกค้าของ MUFG เข้ามาสาขาน้อยลงถึง 40% เมื่อเทียบกับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

Nobuyuki Hirano ประธานและซีอีโอของ MUFG บอกว่า แม้จะลดสาขาธนาคารแบบปกติ แต่ทางบริษัทจะเพิ่มสาขาธนาคารอัตโนมัติที่เรียกว่า “MUFG Next” (สาขาลักษณะนี้ลูกค้าจะสามารถทำบริการต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพนักงาน) ให้เพิ่มมากขึ้น โดยอาจจะปรับสาขาเดิมบางแห่งมาเป็น MUFG Next ด้วย

ธนาคาร ลดสาขา MUFG
Photo: Shutterstock

ส่วนตู้ ATM จะขอแชร์กับรายอื่นในตลาด

แน่นอนว่า แผนลดสาขาย่อมกระทบต่อตู้ ATM เพราะตู้ ATM ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่กับสาขาของธนาคาร

ทาง MUFG จึงวางแผนว่า จะใช้วิธีการแชร์ตู้ ATM กับธนาคารรายอื่นในตลาด แต่ปัญหาคือต้องรอดูต่อไปว่า ธนาคารรายใหญ่อีก 2 รายในตลาดญี่ปุ่นจะตอบตกลงหรือไม่

ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ตอนนี้คือ Sumitomo Mitsui Financial Group เห็นด้วยและตอบตกลงในการแชร์ตู้ ATM แล้ว ส่วนอีกรายหนึ่งคือ Mizuho Financial Group ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาข้อตกลง

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mufg-cuts-cost-atms-and-branches/

MUFG เตรียมนำ AI มาใช้พิจารณาคะแนนเครดิตสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เริ่มต้นปีหน้า

Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ หรือ BTMU หน่วยธนาคารภายใต้กลุ่มการเงิน MUFG ได้เปิดให้บริการ AI สำหรับการเข้าถึงข้อมูลเครดิตที่ไม่สามารถหาได้จากรายงานด้านการเงิน โดยทางธนาคารจะลงทุน 100 ล้านเยนใน ExaWizards ผู้พัฒนา AI ในกรุงโตเกียวเพื่อพัฒนาโมเดลดังกล่าวร่วมกับ Japan Digital Design ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ MUFG โดยคาดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถให้บริการได้ในปี 2019

Bank of Tokyo Mitsubishi UFJ หน่วยธนาคารของ MUFG สาขา Shinsaibashi

ปัจจุบัน การขอกู้เงินจากธนาคารจำเป็นต้องใช้เอกสารต่าง ๆ อย่างเช่นสเตทเมนท์ผลกำไรย้อนหลัง 3 ปี เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคุณสมบัติทางการเงินของบริษัท (ยังไม่ถึงขั้นให้คะแนนเครดิต) ซึ่งการหาเอกสารเพื่อให้ธนาคารพิจารณาอาจเป็นเรื่องยากสำหรับสตาร์ทอัพที่เพิ่งดำเนินกิจการเพียงปีหรือสองปี

แต่ระบบ AI ที่ BTMU จะนำมาใช้ เป็นการให้คะแนนเครดิตของบริษัทต่างๆ โดยขึ้นกับ cash flow และปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ยืดหยุ่นต่อการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ รวมถึงกำหนดอัตราดอกเบี้ยด้วย

ระบบ AI นั้นจะใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเช่นเสถียรภาพของลูกค้าและซัพพลายเออร์ของสตาร์ทอัพ รวมถึงประวัติการจ่ายเงินต่างๆ เช่น เงินเดือนหรือค่าเช่าว่าตรงตามกำหนดเวลาหรือไม่ รวมถึงแยกแยะระหว่างรายได้ที่เติบโตขึ้นว่าเป็นการเติบโตจากยอดขายในแต่ละเดือนหรือว่าเป็นกำไรแบบลาภลอย ซึ่งตัวระบบนั้นจะพิจาณาปัจจัยต่างๆ และให้น้ำหนักว่าควรพิจารณาปัจจัยใดมากหรือน้อยเพื่อให้ได้แง่มุมความสามารถในการจ่ายคืนสินเชื่อของสตาร์ทอัพได้อย่างตรงไปตรงมา

ปัจจุบัน ธนาคารขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นต่างก็เริ่มใช้ระบบ AI เพื่อนำมาใช้ทำการพิจารณาสินเชื่อแล้ว โดยกลุ่มการเงินขนาดใหญ่อีกสองบริษัทอย่าง Sumitomo Mitsui หรือ Mizuho ก็เริ่มใช้เทคโนโลยี AI กับธนาคารเพื่อทำการพิจารณาสินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดเล็กแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ปีนี้

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mufg-will-use-ai-for-credit-scoring-small-firm-start-next-year/

MUFG เตรียมให้บริการป้องกันสกุลเงิน Crypto ของลูกค้า หากผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินล้มละลาย

ธนาคาร Mitsubishi UFJ Trust and Banking Corporation หน่วยงานทรัสต์แบงค์ของ Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) เตรียมเพิ่มระบบป้องกันผู้ถือสกุลเงิน Crypto หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างเช่นผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน Crypto ที่กำลังใช้อยู่ถูกแฮก หรือปิดตัวไป

ภาพจาก http://www.mufg.co.id

ปัจจุบัน แม้ว่าสกุลเงิน Crypto จะเป็นสิ่งที่นิยมขึ้นมา แต่ในด้านความเสี่ยงของการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนนั้นยังสูงอยู่ ตั้งแต่เหตุการณ์ในอดีตที่ Mt.Gox ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดต้องล้มละลายไปในปี 2014 ไปจนถึงกรณีล่าสุดอย่างสกุลเงิน NEM ที่หายจาก Coincheck

Mitsubishi UFJ Trust จะเสนอหนทางช่วยปกป้องปัญหาเหล่านี้ให้กับลูกค้า โดยจะเก็บการถือสกุลเงิน Crypto แยกออกมาจากสินทรัพย์ประเภทอื่น ซึ่งจะให้บริการได้ภายในประมาณเดือนเมษายนนี้เมื่อ Financial Services Agency ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของญี่ปุ่นได้ระบุให้สกุลเงิน Crypto เป็นสินทรัพย์ที่สามารถเก็บไว้กับทรัสต์ได้เหมือนกับอสังหาริมทรัพย์หรือหลักทรัพย์ และจะเริ่มให้บริการกับบิตคอยน์ก่อน

ปัจจุบัน สกุลเงิน Crypto มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์ แต่สกุลเงินเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบไร้ศูนย์กลาง จึงไม่มีผู้ควบคุมสกุลเงินเหมือนกับธนาคารกลาง และด้วยการเติบโตของสกุลเงิน จึงต้องเริ่มมีกฎเพื่อปกป้องผู้ถือสินทรัพย์

ภาพ pixabay.com

ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน Crypto มักจะมีการเก็บบันทึกการทำธุรกรรมของผู้ใช้อยู่แล้ว ทั้งการเพิ่มและลดการถือครองสินทรัพย์ โดย Mitsubishi UFJ Trust จะเก็บบันทึกเหมือนกับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน และหากผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินมีปัญหา บันทึกเหล่านี้จะเป็นสิ่งยืนยันการถือครองสินทรัพย์ของผู้ใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้จะปลอดภัยจากการสูญหายของสกุลเงินที่เกิดจากความผันผวนของตัวสกุลเงินเองได้

เว็บไซต์เทรดสกุลเงิน Crypto นั้น ส่วนมากจะมาจากสตาร์ทอัพ ซึ่งไม่ได้มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมากนัก การใช้บริการทรัสต์โดยเฉพาะจากธนาคารที่ให้บริการด้านการบริหารสินทรัพย์มาอย่างยาวนานก็น่าจะช่วยให้ผู้ถือสกุลเงินอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

ญี่ปุ่นนั้นถือเป็นประเทศที่มีการเทรดสกุลเงิน Crypto ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะบิตคอยน์ที่ปัจจุบันมียอดเทรดคิดเป็นประมาณ 40% ของทั้งโลก ปริมาณมหาศาลนี้จึงทำให้แวดวงการเงินญี่ปุ่นสนใจการหาโอกาสที่จะทำเงินจากสกุลเงินเหล่านี้ด้วย และทรัสต์แบงค์ก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น

ที่มา – Nikkei

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mitsubishi-ufj-trust-bank-will-wave-safety-feature-cryptocurrency-holder/

MUFG เครือการเงินจากญี่ปุ่นเตรียมลงทุนเพิ่มในจีน โดยร่วมมือกับธนาคารท้องถิ่น

Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) เครือการเงินที่ใหญ่ที่สุด (โดยทรัพย์สิน) จากประเทศญี่ปุ่นเตรียมหาช่องทางร่วมมือกับธนาคารท้องถิ่นของประเทศจีน และจ้างพนักงานในจีนมากยิ่งขึ้น เพื่อการขยายตลาดในประเทศจีนให้เป็นไปตามกฎหมายที่ค่อนข้างเข้มงวด

Eiichi Yoshikawa ผู้จัดการอาวุโสกล่าวว่า MUFG จะต้องทำตามความต้องการตามกฎหมายและทางบริษัทต้องการพนักงานที่มีความสามารถมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการให้บริการการเงินให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ดังนั้น MUFG ต้องการพาร์ทเนอร์ธนาคารในจีน แต่ Yoshikawa ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพาร์ทเนอร์ว่าได้ตกลงกับบริษัทไหนไว้

ลูกค้าของ MUFG ในจีนนั้น แต่เดิมจะเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก แต่ทุกวันนี้ในจีนจะเริ่มเน้นการบริโภคภายในประเทศมากยิ่งขึ้น ดังนั้นลูกค้าจึงต้องการบริการทางการเงินที่แตกต่างจากเดิม อย่างเช่น บริการเก็บและรับชำระเงิน, ดีลเลอร์ไฟแนนซ์, ซัพพลายเชนไฟแนนซ์ ซึ่งการร่วมมือกับธนาคารท้องถิ่นจีนจะทำให้ MUFG สามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ป้ายธนาคาร Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ ภาพจากเว็บไซต์ MUFG

MUFG นั้นถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ต้องพบกับการเติบโตที่ค่อนข้างช้าในตลาดบ้านเกิด ดังนั้นตลาดต่างประเทศจึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับ MUFG ที่จะหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อการเจริญเติบโตในอนาคต โดยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี Vientinbank, Security Bank Corp และธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่ MUFG เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ และแหล่งข่าวของ Reuters กล่าวว่า MUFG ยังมีแผนที่จะลงทุนใน Bank Danamon Indonesia อีกด้วย

ที่มา – Reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mufg-will-invest-more-and-cooperate-with-partner-in-china/

MUFG เครือการเงินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เตรียมนำระบบอัตโนมัติมาจัดการเอกสารแทนพนักงานธนาคาร

Mitsubishi UFJ Financial Group หรือ MUFG กลุ่มการเงินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นได้วางแผนการนำระบบอัตโนมัติมาใช้กับงานหลักของธนาคารภายในปี 2024 ซึ่งหุ่นยนต์และ AI ที่จะนำมาใช้นี้สามารถทดแทนการทำงานของพนักงานได้ถึง 9,500 คน เพื่อให้พนักงานของธนาคารไปเน้นการให้บริการลูกค้ารายใหญ่

เอทีเอ็มของ Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ ภาพจาก Wikimedia cc-by-3.0

Kanetsugu Mike ซีอีโอของธนาคาร Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ ซึ่งเป็นหน่วยธนาคารของ MUFG กล่าวว่า ระบบอัตโนมัติสามารถทำให้นายธนาคารมอบบริการให้ลูกค้ารายใหญ่ที่มีสินทรัพย์จำนวนมากได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากพวกเขามีโอกาสให้อย่างเช่นการจัดการอสังหาริมทรัพย์ โดยปัจจุบันพนักงานสาขาใช้เวลากว่า 50-60 เปอร์เซ็นในการจัดการเอกสารของลูกค้า การใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์สามารถนำเวลาเหล่านี้คืนมาเพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการให้บริการลูกค้า

ป้ายธนาคาร Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ ภาพจากเว็บไซต์ MUFG

ธนาคารในญี่ปุ่นนั้นยังข้อจำกัดที่ไม่สามารถลดระบบเอกสารที่เป็นกระดาษลงได้ เนื่องจากวิธีการยืนยันตัวตนของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะใช้ตราปั๊มเพิ่มเติมจากลายเซ็น ซึ่งตอนนี้ก็กำลังปรับปรุงกระบวนการใหม่ อย่างเช่นการใช้บัญชีที่ไม่ต้องใช้ตราปั๊ม และนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกทดแทนจากการแข่งขันของบริษัทด้านเทคโนโลยี

ระบบอัตโนมัตินี้ จะเข้ามาจัดการครึ่งหนึ่งของงานที่สาขา หรือคิดเป็น 30 เปอร์เซ็นของงานธนาคารทั้งหมด โดยเมื่อระบบติดตั้งเสร็จจะสามารถทดแทนปริมาณงานได้เทียบเท่ากับพนักงานถึง 9,500 คน ซึ่งการลดงานของพนักงานจะทำให้พนักงานมีเวลาไปเน้นในเรื่องการให้บริการลูกค้ากว่า 1.2 ล้านคนที่มีสินทรัพย์นับร้อยล้านเยน ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานธนาคารเพียง 2,600 คนเท่านั้นที่ดูแลอยู่ โดย Mike กล่าวว่า เราต้องการพนักงานธนาคาร ดังนั้นเราจึงไม่ต้องการเริ่มต้นด้วยการให้งานที่มากจนเกินไป

ส่วนฝั่ง Mizuho Financial Group ซึ่งเป็นกลุ่มการเงินอันดับสองของญี่ปุ่นรองจาก MUFG เมื่อปีที่แล้วก็ได้ตั้งบริษัทร่วมกับ J.Score และ SoftBank Group โดยมีการใช้งาน AI เพื่อคำนวณเครดิตของลูกค้าแล้วเช่นกัน

ที่มา – Reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mufg-will-use-automation-to-collect-document-instead-of-bankers/