คลังเก็บป้ายกำกับ: MONITOR

รีวิว – Lenovo ThinkVision T22i-20 จอทำงานสุดคุ้ม ออปชั่นครบ

ทีมงาน NBS ขอแนะนำจอภาพสายทำงานที่ปรับแต่งได้เยอะ ออปชั่นครบ ในราคาสุดคุ้มอย่าง Lenovo ThinkVision T22i-20 ที่เหมาะสำหรับการ WFH หรือกระทั่งในงานในออฟฟิตก็ลงตัว แต่จะมีอะไรน่าสนใจบ้างตามไปชมกัน

Lenovo ThinkVision T22i-20

Lenovo ThinkVision T22i-20 เป็นหนึ่งในซีรีย์ของ ThinkVision จอภาพสำหรับสายทำงานจาก Lenovo ที่โดดเด่นในการปรับแต่งขาตั้งที่สามารถยกสูงต่ำ หรือกระทั่งหมุนตั้งก็ยังได้ พอร์ตเชื่อมต่อเองก็ครบครัน และตัวพาแนลแบบ IPS ,FullHD ที่ตอบสนองการใช้งานต่อเนื่องยาวนานได้ดี กับขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ลงตัว พร้อมออปชั่นเริ่มอย่าง HUB – USB ที่วางสมาร์ทโฟน และที่สำคัญคือราคาสุดคุ้มค่า

ฟีเจอร์ Lenovo ThinkVision T22i-20

  • 21.5inch FHD In-Plane Switching display with 3-Side
  • NearEdgeless bezel design
  • VGA+DP+HDMI with audio out and 4x USB 3.2 Gen1
  • Up to 150mm lift range ergonomic design

สเปค

Brightness 250 cd/m²
Contrast Ratio 1000 : 1
Connection Type 1 x VGA

1 x HDMI1.4

1 x DP1.2

4 x USB 3.2 Gen1 (with 1 x BC1.2)

1 x Audio Out (3.5mm)

Panel Type In-Plane-Switching
Stand Tilt Angle (-5° / 35°), Swivel Angle (+45° / -45°), Lift Range (150 mm), Pivot (-90° / 90°)
EU Energy Rating A+
Power Requirement 100 – 240 VAC, 50-60Hz
Brand ThinkVision
Antiglare ใช่
Color Coverage 72% NTSC
Color Depth 8-bit
Color Support 16.7 Million
Dimensions without Package 205 x 546 x 489.3 mm, 8.07 x 21.50 x 19.26 inches
Eye Caring ใช่
Head only Dimentions 48.50 x 297.4 x 489.30 mm, 1.91 x 11.71 x 19.26 inches
Height-Adjustable ใช่
Kensington Lock ใช่
Near Edgeless ใช่
Optional Soundbar Support ใช่
Power Consumption 12W Typ, 43W Max, 0.3W sleep/off, 0.3W switch-off
TCO Edge 2
Thin Client Support (Tiny) ใช่
Weight Head Only 3.01kg, 6.66 Ibs
Weight with Package 7.20 kg, 15.87 lbs

Lenovo ThinkVision T22i 20 001

Lenovo ThinkVision T22i 20 006Lenovo ThinkVision T22i 20 002

Lenovo ThinkVision T22i 20 005Lenovo ThinkVision T22i 20 003   

Lenovo ThinkVision T22i-20 มาในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของจอภาพจาก ThinkVision เน้นโทนสีดำสนิท เรียบๆ แต่อุดมไปด้วยฟีเจอร์การรับจอที่หลากหลาย ไร้ขอบ 3 ด้าน ขอบด้านล่างจะมีโลโก้ ThinkVision พร้อมปุ่มปรับแต่งการใช้งานด้านขวา ขนาดไม่ใหญ่ถ้าเทียบกับจอขนาด 21.5 นิ้วทั่วไป

Lenovo ThinkVision T22i 20 007

Lenovo ThinkVision T22i 20 009 Lenovo ThinkVision T22i 20 010

Lenovo ThinkVision T22i 20 011Lenovo ThinkVision T22i 20 008

Lenovo ThinkVision T22i-20 เป็นจอสำหรับสายทำงานที่ปรับระดับการใช้งานได้เยอะมาก ไม่ว่าจะยกสูงต่ำ หมุนเอียงว้ายขวา ก้มเงยได้นิดหน่อย และที่สำคัญคือสามารถหมุนจอตั้งได้ด้วย

Lenovo ThinkVision T22i 20 017

Lenovo ThinkVision T22i 20 015 Lenovo ThinkVision T22i 20 016

Lenovo ThinkVision T22i-20 มองด้านข้างจะเห็นว่าจอสามารถยกสูงต่ำ ปรับมุมก้มเงยได้เยอะ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละท่าน

Lenovo ThinkVision T22i 20 027

Lenovo ThinkVision T22i 20 028  Lenovo ThinkVision T22i 20 030

นอกจากนั้นเอกลักษณ์ของจอ ThinkVision หลายๆรุ่นเลยก็คือ จอภาพที่สามารถหมุนตั้งได้ เหมาะกับการใช้งานด้านเอกสาร หรือ Code Programing mujme’kody[-hv8;k,0eo;o,kd

Lenovo ThinkVision T22i 20 058

ขอบจอภาพจัดว่าบางเลยทีเดียวครับ

Lenovo ThinkVision T22i 20 037

ฐานที่ออกแบบมาใหม่ นอกจากทำให้หมุนซ้ายขวาได้โดยฐานไม่ขยับ และยังเพิ่มร่องสำหรับวางอุปกรณ์เช่นปากกา หรือสมาร์ทโฟนได้ด้วย

Lenovo ThinkVision T22i 20 018

Lenovo ThinkVision T22i 20 019  Lenovo ThinkVision T22i 20 021

Lenovo ThinkVision T22i 20 023Lenovo ThinkVision T22i 20 022

มากับด้านหลังที่โล่ง เรียบ แต่เน้นประโยชน์ใช้งาน พร้อมช่องระบายความร้อนจำนวนมาก วัสดุเป็นพลาสติดเกรทดี แบ่งเป็นสีดำสนิท กับสีดำเทาแยกชั้นชัดเจน สามารถถอดขาตั้งเพื่อติดเป็นขาแบบแขวนได้

 

Lenovo ThinkVision T22i 20 034

พอร์ตเชื่อมต่อด้านหลังมีทั้ง

  • 1 x VGA
  • 1 x HDMI1.4
  • 1 x DP1.2
  • 1 x USB Type B สำหรับต่อสายฮับ

Lenovo ThinkVision T22i 20 033

พอร์ตด้านขางจอ

  • 2 x USB 3.2 Gen1
  • 1 x Audio Out (3.5mm)

Lenovo ThinkVision T22i 20 038

บริเวณฐานจะเปลี่ยนสายรัดเป็นแบบยาง แทนแบบพลาสติกเดิม ทำให้สามารถเก็บสายได้เยอะกว่า และแน่นหนากว่า

Lenovo ThinkVision T22i 20 039

Lenovo ThinkVision T22i-20 กับ Thinkbook 13s Gen 2 ขนาดจอภาพ 13 นิ้ว เหมาะกับสายทำงานใช้ 2 จอคู่กันกำลังกี

Lenovo ThinkVision T22i 20 042

Lenovo ThinkVision T22i 20 043 Lenovo ThinkVision T22i 20 044

Lenovo ThinkVision T22i 20 045 Lenovo ThinkVision T22i 20 046

Lenovo ThinkVision T22i 20 047 Lenovo ThinkVision T22i 20 048

เรื่องของคุณภาพของจอเช่นเดียวกับจอภาพของ ThinkPad เลย ด้วยพาแนลแบบ IPS ให้สีสันสดใสคมชัด แต่ก็ไม่จัดจ้านจนเกินไป ด้วยจอภาพแบบด้าน เหมาะสำหรับทำงานเอกสาร หรือใช้งานต่อเนื่องยาวนานได้โดยไม่เมื่อยล้าสายตา มองด้านข้างสีก็ไม่เพียน สะท้อนแสงน้อย

มุมมองภาพไม่มีผิดเพียงไม่ว่าจะด้านข้างซ้ายขวา บน ล่าง อาจจะมีสีจืดหรือดร๊อปลงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีผลต่อการใช้งานเท่าไร เพราะจอสามารถปรับให้เหมาะกับระดับสายตาได้เยอะ เรื่องคุณภาพของสีก็จัดอยู่ในระดับค่อนข้างดีที่ 72% NTSC ทำให้พอใช้งานด้านกราฟิก หรืองานอื่นๆได้อยู่ แต่จะเหมาะกับงานพวกเอกสารมากกว่า

    Lenovo ThinkVision T22i 20 053

Lenovo ThinkVision T22i-20 เป็นจอที่เหมาะกับหลายท่านซึ่งต้องการจอภาพที่ใช้งานได้สะดวก ปรับแต่งมุมมองได้ตามต้องการ ด้วยขาตั้งที่ปรับแต่งได้เยอะมาก พร้อมกับพาแนลจอภาพที่มองสบายตา ในขนาดจอภาพที่ไม่ใหญ่จนเกินไป บนโต๊ะขนาดไม่ใหญ่ก็เพียงพอสำหรับการจัดวาง นอกจากนั้นยังมี HUB – USB พอร์ตเชื่อมต่อจอภาพที่ครบครัน เหมาะกับการทำงาน WFH หรือจะเป็นจอหลักในออฟฟิตก็ดี

Lenovo ThinkVision T22i-20 มาในราคา 5,200 บาท ถือว่าเป็นจอสำหรับสายทำงานที่คุ้มค่าเลย อีกทั้งยังมีประกัน 3ปี Onsite Service ซ่อมให้ถึงบ้านอีกด้วย

จุดเด่น

  • ขาตั้งปรับแต่งจอภาพได้เยอะมาก
  • พอร์ตเชื่อมต่อจอภาพที่ครบครัน
  • มี USB-HUB ให้มาเลย
  • มีที่วางสมาร์ทโฟน

ข้อสังเกต

  • สีสันจอภาพไม่ค่อยเที่ยงตรงเท่าไรนัก

หรือถ้าอยากได้จอที่ดีขึ้น ตัวเดียวจบขอแนะนำรีวิว Lenovo ThinkVision P24h สายเส้นเดียวก็เสียวได้

from:https://notebookspec.com/web/577583-review-thinkvision-t22i

หน้าจอโน้ตบุ๊กอัตราส่วน 16:10 และ 3:2 แพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ, 16:9 อาจอยู่แค่ในรุ่นประหยัด

โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่ในท้องตลาด เป็นโน้ตบุ๊กที่มีอัตราส่วนหน้าจอ 16:9 ซึ่งเป็นหน้าจอมาตรฐานเดียวกับทีวี ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกกว่า และผลิตได้ง่ายกว่า รวมทั้งเป็นมาตรฐานการแสดงผลของคอนเทนต์ต่างๆ มาอย่างยาวนาน

แต่ก็ยังมี Apple ที่ใช้จอ 16:10 บน Macbook รวมถึงอุปกรณ์ตระกูล Surface ของ Microsoft ที่ใช้อัตราส่วนหน้าจอ 3:2 ซึ่ง สองอัตราส่วนนี้ ให้พื้นที่แนวตั้งกับผู้ใช้มากกว่า เป็นมิตรกับผู้ใช้งานกว่าในการใช้เขียนโค้ด การจัดการสเปรดชีท และการทำงานอื่นๆ ที่ต้องใช้พื้นที่แนวตั้ง ส่วนขอบดำที่มีเพิ่มเข้ามาตอนรับชมคอนเทนต์ 16:9 ก็ไม่มากนัก โดยเฉพาะในจอ 16:10 ที่แทบไม่ต่างจากเดิม ส่วน 3:2 ก็มีขอบดำใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อย

แต่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว รวมถึงในงาน CES ปีนี้ เราได้เห็นจอ 16:10 มากขึ้น ทั้งตระกูล ThinkPad X1 ของ Lenovo, LG Gram รุ่นใหม่ และ Dell XPS 13 ส่วนจอ HP รุ่น Spectre x360 14 ก็ปรับอัตราส่วนเป็น 3:2 เท่า Surface แล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นเรือธงของแบรนด์ชั้นนำ

อย่างไรก็ตามการผลิตหน้าจอ 16:9 ที่เป็นมาตรฐานเดิม ก็ยังมีต้นทุนต่ำกว่า เพราะไม่ต้องไปปรับปรุงไลน์การผลิตมอนิเตอร์อัตราส่วนเดิม เราจึงอาจยังเห็นโน้ตบุ๊กรุ่นที่ราคาถูกลงมา ใช้จอ 16:9 ต่อไปอีกสักพัก แต่ก็น่าสนใจว่าจะนานแค่ไหน ที่แน่ๆ คือผู้ใช้โน้ตบุ๊กทำงาน จะเริ่มมีตัวเลือกหน้าจอมากขึ้นแน่นอน และต่อไปเราอาจได้เห็นมอนิเตอร์พีซีที่มีอัตราส่วน 16:10 หรือ 3:2 แพร่หลายมากขึ้นด้วยเช่นกันก็เป็นได้

ที่มา – ExtremeTech

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120733

4 จอพกพาตัวบาง พกง่ายราคาดีสำหรับคนทำงาน 14-15.6″ เลือกได้

สองจอย่อมดีกว่าจอเดียว แต่จะแบกหน้าจอคอมติดตัวไปใช้กับโน๊ตบุ๊คในร้านกาแฟก็คงไม่เวิร์คแม้จะมีปลั๊กให้ใช้แถมหนักด้วย ดังนั้นจอพกพาขนาดเท่ากับโน๊ตบุ๊คที่ใส่กระเป๋าเป้ติดตัวไปไหนมาไหนได้ นับเป็นอีกทางออกสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์สองหน้าจอไปแล้ว นอกจากนี้การมีหน้าจอเสริมก็ช่วยให้เวลานำเสนองานกับลูกค้าดูมีความเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องหันโน๊ตบุ๊คของเรากลับไปมาอีกด้วย

ปัจจุบันหน้าจอเสริมพกพารุ่นใหม่ ๆ ก็มีคุณภาพดีและหน้าจอคมชัดระดับ Full HD ทำให้แสดงผลภาพได้คมชัดรวมทั้งเชื่อมต่อกับโน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ใช้พอร์ต USB-C ได้ง่าย ๆ และราคาก็ไม่แพงมากทำให้เราสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น และเราจะมาแนะนำหน้าจอเสริมพกพาน่ามีไว้ใช้ให้เลือกกัน

จอพกพา
พี่ไม่พกแค่จอ แต่พกมาทั้งเครื่องเลย

วิธีการเลือกจอหน้าจอแบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

คนชอบติดตามเรื่องคอมพิวเตอร์มาอย่างต่อเนื่องน่าจะมีวิธีและมาตรฐานในการเลือกอุปกรณ์สักชิ้นมาใช้งานในแบบของตัวเอง แต่สำหรับการเลือกหน้าจอนั้นจะมีรายละเอียดปลีกย่อยนอกเหนือจากความละเอียดหน้าจอและ Refresh rate อีกหลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเรื่องของพาเนลหรือแม้แต่พอร์ตเชื่อมต่อและฟีเจอร์เสริมของหน้าจอรุ่นนั้น ๆ อีกด้วย

ดังนั้นหลักการเลือกหน้าจอใหม่สักอันมาใช้งาน ถ้าเราใส่ใจเรื่องรายละเอียดและสเปคอีกสักนิดก็จะทำให้เราเลือกของมีคุณภาพดีกลับไปใช้งานได้ง่าย ๆ โดยวิธีการเลือกแบบง่ายและรวบรัดและจุดควรใส่ใจให้ผู้อ่านได้ใส่ใจกันก่อนเลือก โดยมีรายละเอียดดังนี้

samsung cf791 monitor hero 720x720 1

  • เป้าหมายการเลือกหน้าจอ – เพราะหน้าจอมีหลายประเภทและขนาด ตั้งแต่หน้าจอเกมมิ่งค่ารีเฟรชเรทสูง, หน้าจอทั่วไป, หน้าจอค่าสีเที่ยงตรงสำหรับงานกราฟฟิครวมทั้งหน้าจอพกพาขนาดเล็กที่นำใส่กระเป๋าเป้ของเราได้ ซึ่งถ้าเราตัดสินใจได้ว่าต้องการหน้าจอแบบไหนให้โฟกัสเลือกหน้าจอกลุ่มนั้นเป็นหลัก
  • ความละเอียดหน้าจอ – ปัจจุบันหน้าจอมีความละเอียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่จอ HD ขึ้นไปจนหน้าจอ 8K ก็มีให้เลือกซื้อเช่นกัน เวลาเลือกซื้อยิ่งความละเอียดสูงก็จะทำให้ภาพยิ่งคมชัดขึ้น โดยผู้เขียนแนะนำหน้าจอระดับ Full HD ขึ้นไป จะทำให้ภาพคมชัดขึ้น
  • พาเนลหน้าจอ – เป็นส่วนสำคัญของหน้าจอ มีผลต่อการแสดงผลสีองศาการมองเห็นบนหน้าจอด้วย โดยองศาการมองของพาเนล VA (vertical alignment) กับพาเนล IPS (in-plane switching) จะมีองศาการมองเห็นภาพและสีไม่เพี้ยนกว้างเกือบ 180 องศา ส่วนพาเนล TN (Twisted Nematic) จะมีองศาการมองแคบกว่า ส่วนการแสดงผลสีของ TN ถ้าเป็นรุ่นคุณภาพสูงก็ทำได้ดีไล่เลี่ยกับหน้าจอ IPS บางรุ่นแล้วเช่นกัน
  • ขนาดหน้าจอ – ถ้าเราเลือกหน้าจอใหญ่ก็ยิ่งมีพื้นที่ให้แสดงผลภาพได้กว้าง แต่ก็ต้องคิดถึงเป้าหมายการใช้หน้าจอนั้น ๆ ร่วมกับพื้นที่วางหน้าจอนั้นด้วย ซึ่งถ้าหน้าจอใหญ่เกินไปก็อาจล้นโต๊ะได้เช่นกัน
  • รีเฟรชเรท (Refresh rate) – คือเรื่องการแสดงผลภาพบนหน้าจอ ถ้ายิ่งมีค่าสูงก็จะทำให้ภาพบนหน้าจอมีความต่อเนื่องและนุ่มนวลยิ่งขึ้น ซึ่งหน้าจอโน๊ตบุ๊คและหน้าจอเกมมิ่งหลายรุ่นนั้นจะมีค่ารีเฟรชเรทที่สูงกว่า 60 Hz ช่วยให้ภาพบนหน้าจอไหลลื่นยิ่งขึ้น
  • ความเร็วในการตอบสนองของหน้าจอ (Response time) – เป็นความเร็วในการเปลี่ยนเม็ดสีบนหน้าจอเป็นอีกสีหนึ่ง โดยการวัดแบบ GTG (Gray To Gray) เป็นการวัดจากการเปลี่ยนสีเทาบนหน้าจอเป็นสีอื่นว่าทำได้เร็วแค่ไหน สำหรับหน้าจอทั่วไปมีความเร็ว 5ms (5 มิลลิวินาที) GTG สำหรับหน้าจอเกมมิ่งถ้ามีค่า GTG ต่ำเท่าไหร่ยิ่งดี โดยปัจจุบันมีหน้าจอตอบสนองเร็ว 0.5ms GTG ออกมาวางจำหน่ายบ้างแล้ว

ด้านของการเลือกหน้าจอพกพาสำหรับทำงานนั้น ควรใส่ใจหลัก ๆ คือเรื่องของพาเนลหน้าจอ, ขนาดและความละเอียดเป็นหลัก แต่สำหรับรีเฟรชเรทและความเร็วในการตอบสนองอาจไม่จำเป็นต้องเทียบเท่าหน้าจอเกมมิ่งนัก โดยปกติหน้าจอรีเฟรชเรท 60 Hz และความเร็วในการตอบสนองของหน้าจอ 5ms GTG ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับใช้ทำงานแล้ว

จอพกพา 4 รุ่นแนะนำน่าพกติดกระเป๋า

Screenshot 1 2
มีไว้สักจอก็ช่วยให้การนำเสนองานดูมีระดับได้

สำหรับหน้าจอสำหรับพกพาจากแบรนด์ชั้นนำควบคู่กับโน๊ตบุ๊คเพื่อเสริมการทำงานให้สะดวกยิ่งขึ้นและมีศูนย์บริการในประเทศไทยนั้น มีอยู่ 4 รุ่น น่าเลือกซื้อเอาไว้ใช้งาน และนอกจากต่อกับโน๊ตบุ๊คได้ก็ยังใช้กับเครื่องเล่นเกมอย่าง Nintendo Switch หรือสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน ซึ่งทั้ง 4 รุ่นแนะนำจากผู้เขียนได้แก่

  1. Lenovo ThinkVision M14 (7,400 บาท)
  2. ASUS ZenScreen Go MB16AP (11,900 บาท)
  3. MSI Optix MAG161V (7,400 บาท)
  4. ViewSonic VG1655 (6,900 บาท)
Lenovo ThinkVision M14 (7,400 บาท)

lenovo thinkvision m14 hero

Lenovo ThinkVision M14 เป็นหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ซึ่งทางเว็บไซต์เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ มีจุดเด่นเรื่องตัวหน้าจอบางและพกพาได้ง่าย มีความแข็งแรงไม่แพ้กับโน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad อีกด้วย รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB-C จำนวนสองช่องตรงฐานหน้าจอฝั่งซ้ายและขวา เชื่อมต่อจอกับอุปกรณ์อื่นแบบ DisplayPort 1.2 แบบ Alt Mode รองรับการชาร์จผ่าน USB Power Delivery ทำให้สามารถใช้งานหน้าจอไปพร้อมชาร์จโน๊ตบุ๊คได้ หรือจะต่อหน้าจอเข้ากับโน๊ตบุ๊คโดยตรงก็สามารถใช้งานได้ทันที ในกล่องแถมสาย USB-C to C มาให้อีกหนึ่งเส้น

สเปคของ ThinkVision M14 ขนาด 14 นิ้วรุ่นนี้มีความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS มีขอบเขตสี NTSC 72% มีความเร็วในการตอบสนอง 6ms พร้อม OD มีความสว่างหน้าจอ 300 nits ตัวจอหนาเพียง 4.4 มิลลิเมตร หนักเพียง 570 กรัม

หน้าจอช่วยลดการปล่อยแสงสีฟ้าและไม่สะท้อนแสงมาก ตัวฐานจอแข็งแรงสามารถปรับองศาได้ถึง 90° หรือจะตั้งจอแบบแนวตั้งก็ได้ ทำให้นักบัญชีหรือโปรแกรมเมอร์ที่ต้องดูข้อมูลหรือบรรทัดโค้ดสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีช่องล็อคกุญแจ Kensington Lock เพื่อความปลอดภัยไม่ให้ถูกขโมยได้อีกด้วย

Screenshot 2
พอร์ตของ Lenovo ThinkVision M14 (1) ปุ่มเปิดปิดหน้าจอ (2) ช่อง Kensington Lock (3) USB-C เชื่อมต่อเป็น DisplayPort 1.2 Alt Mode ได้ (4) ปุ่มเพิ่มลดแสง (5) ปุ่มตัดแสงสีฟ้า

สเปคของ Lenovo ThinkVision M14 (7,400 บาท)
  • หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS
  • ขอบเขตสี NTSC 72%
  • ความสว่างหน้าจอ 300 nits
  • ความเร็วในการตอบสนอง 6ms มี OD
  • องศาหน้าจอตั้งได้ตั้งแต่ 0-90 องศา
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C
  • แถมสาย USB-C to C ในกล่อง 1 เส้น รองรับ USB Power Delivery ชาร์จแบตเตอรี่กลับให้โน๊ตบุ๊คได้
  • เทคโนโลยีตัดแสงสีฟ้า
  • น้ำหนัก 570 กรัม
  • ความหนาหน้าจอ 4.4 มิลลิเมตร
  • ราคา 7,400 บาท (สั่งซื้อหน้าเว็บไซต์ Lenovo)
ASUS ZenScreen Go MB16AP (11,900 บาท)

Screenshot 3

ASUS ZenScreen Go MB16AP เป็นจอ LED พกพาขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS ซึ่งทางเว็บไซต์เคยรีวิวรุ่น ZenScreen MB16AC ไปแล้ว ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวโดยละเอียดได้ หน้าจอดีไซน์ให้ขอบสามด้านบางส่วนขอบล่างหน้าจอจะหนาเล็กน้อยเพราะติดตั้งปุ่มสำหรับปรับตั้งค่าหน้าจอและพอร์ต USB-C 1 พอร์ต

ข้อดีของ ASUS ZenScreen คือสามารถปรับโหมดหน้าจอได้เป็นโหมดธรรมดาหรือโหมดเกมมิ่ง ทำให้ใช้เป็นหน้าจอให้เครื่องเล่นเกมได้, ปรับอุณหภูมิสีจอ มี ASUS Flicker-free ช่วยให้แสดงผลโดยไม่มีการกระพริบจอและฟีเจอร์ตัดแสงสีฟ้าช่วยถนอมสายตาผู้ใช้ สามารถหมุนหน้าจอเป็นแนวตั้งอัตโนมัติได้อีกด้วย

สเปคของหน้าจอมีความเร็วในการตอบสนอง 5ms GTG และรีเฟรชเรท 60Hz รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C ได้ มีแบตเตอรี่ในตัวความจุ 7,800 mAh สำหรับใช้กับสมาร์ทโฟนหรือพีซีขนาดเล็กเช่น ASUS Vivostick เพื่อนำเสนองานได้โดย ASUS เคลมว่าสามารถใช้งานได้นานสุด 4 ชั่วโมง ในแพ็คเกจจะแถมเคสสำหรับตั้งหน้าจอกับปากกาจริง ๆ เอาไว้เสียบตรงรูขอบขวาล่างเพื่อตั้งหน้าจอในแนวตั้งหรือนอนก็ได้ มีน้ำหนัก 0.86 กิโลกรัมเท่านั้น ในแพ็คเกจมีสาย USB-C to C, ปากกาใช้เขียนกระดาษได้, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟและหัวแปลง USB-C to A แถมมาให้

จุดเด่นของ ASUS ZenScreen Go คือ เป็นจอพกพาที่ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นนอกจากโน๊ตบุ๊คได้โดยไม่ต้องต่อปลั๊กเพิ่มเติมเพราะมีแบตเตอรี่ในตัวแล้ว คนมีสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ Desktop Mode ได้ก็สามารถพกหน้าจอนี้แล้วเชื่อมต่อมือถือเข้ากับหน้าจอนี้ได้เลย

สเปคของ ASUS ZenScreen Go MB16AP (11,900 บาท)
  • หน้าจอ LED ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS
  • ฟีเจอร์ ASUS Flicker-free แสดงผลแบบไม่กระพริบเพื่อถนอมสายตาผู้ใช้
  • เทคโนโลยีตัดแสงสีฟ้า
  • ระบบหมุนหน้าจอแนวตั้งอัตโนมัติ สามารถตั้งค่าโหมดต่าง ๆ ให้หน้าจอได้
  • ความสว่างหน้าจอ 220 nits
  • ความเร็วในการตอบสนอง 5ms
  • ตั้งหน้าจอแบบเฉียงตามเคสหรือปากกา
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C มีสาย USB-C to C แถมในกล่อง 1 เส้น
  • แถมสาย USB-C, อะแดปเตอร์ USB-C to A, หัวปลั๊กใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้หน้าจอ, ปากกาสำหรับตั้งหน้าจอ 1 ด้าม
  • แบตเตอรี่ 7,800 mAh
  • น้ำหนัก 850 กรัม
  • ความหนาหน้าจอ 8 มิลลิเมตร
  • ราคา 11,900 บาท (JIB)
MSI Optix MAG161V (7,400 บาท)

161v 01

MSI Optix MAG161V เป็นจอพกพาขนาด 15.6 นิ้ว เป็นจอ LED พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) มีพอร์ตเชื่อมต่อทั้ง USB-C x 2 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และ Mini DisplayPort x 1 ช่องให้ใช้งาน พร้อมลำโพง 1 วัตต์ 2 ตัวติดตั้งมาด้วย ส่วนบางสุดของหน้าจอเพียง 5.1 มิลลิเมตรเท่านั้น จัดว่ามีลูกเล่นเยอะรุ่นหนึ่ง

slim pd e1611135609313

สเปคหน้าจอเป็นแบบ Anti-glare ช่วยลดแสดงสะท้อนหน้าจอเวลาใช้งาน ความสว่าง 180 nits เวลาตั้งหน้าจอจะต้องใส่เคส เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C เพื่อใช้งาน หน้าจอมีน้ำหนัก 895 กรัม ในกล่องจะมีสาย USB-C เชื่อมต่อ DisplayPort Alt Mode และรองรับ Thunderbolt 3, Mini-HDMI to HDMI และสาย USB-C สำหรับจ่ายไฟให้หน้าจอแถมมาให้พร้อมกับเคสอีกด้วย

ด้านข้างหน้าจอมีปุ่มสำหรับปรับโหมดหน้าจอติดตั้งเอาไว้เพื่อปรับโหมดให้เข้ากับการใช้งาน ไม่ว่าจะทำงานหรือเล่นเกม จอพกพาจาก MSI ตัวนี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างดีเช่นกัน

หน้าจอนี้มีจุดเด่นเรื่องการติดตั้งพอร์ตและลำโพงเอาไว้ในตัว ทำให้เวลาต่อกับอุปกรณ์ไอทีชิ้นอื่นเช่น Nintendo Switch เพื่อเล่นเกมสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องต่อลำโพงหรืออุปกรณ์เสริมใด ๆ แต่จุดสังเกตคือความสว่างหน้าจอเพียง 180 nits ทำให้เวลาใช้งานต้องปรับแสงสว่างมากขึ้นเพื่อให้มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจน

สเปคของ MSI Optix MAG161V
  • หน้าจอ LED ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS
  • ความสว่างหน้าจอ 180 nits
  • ความเร็วในการตอบสนอง 5ms
  • ตั้งหน้าจอด้วยแผ่นปิดหน้าจอ
  • USB-C เชื่อมต่อ DisplayPort Alt Mode และรองรับ Thunderbolt 3, Mini-HDMI to HDMI และสาย USB-C, ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แถมสาย USB-C, Mini-HDMI to HDMI, สายชาร์จ USB, เคส
  • ลำโพง 1 วัตต์ 2 ตัว
  • น้ำหนัก 895 กรัม
  • ความหนาหน้าจอ 5.1 มิลลิเมตร
  • ราคา 7,400 บาท (JIB)
ViewSonic VG1655 (6,900 บาท)

vg1655 right hires e1611138072943

ViewSonic VG1655 เป็นจอพกพาแบบ Touch screen ขนาด 15.6 นิ้ว แบบ LED พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) น่าใช้งานอีกรุ่นหนึ่ง มีสเปคจัดว่าไล่เลี่ยกับจอพกพาของ MSI แต่ข้อดีคือสามารถตั้งหน้าจอได้ด้วยขาตั้งด้านหลังหน้าจอโดยไม่ต้องพึ่งเคสเลย รวมทั้งมีพอร์ตกับหูฟังติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานและมีราคาถูกสุดในกลุ่ม

ในกล่องจะมีสาย USB-C to C, USB-C to A, Mini-HDMI to HDMI, หัวปลั๊ก 60W และแผ่นปิดหน้าจอพับเป็นขาตั้งหน้าจอได้แถมมาให้ในแพ็คเกจให้ใช้งาน จึงไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มมาใช้งานเพิ่ม มีขาตั้งหน้าจอด้านหลังอลูมิเนียมติดอยู่ด้านหลังสามารถตั้งหน้าจอแนวตั้งได้อีกด้วย

vg1655 front hires pcmag e1611137647377

สเปคจะเป็นจอ Anti-glare ลดแสงสะท้อนตอนใช้งานพร้อมเคลือบแข็ง 3H เอาไว้ แต่จุดสังเกตคือ ถ้าเชื่อมต่อแบบธรรมดาจะมีความเร็วตอบสนอง 14ms GTG ส่วนการเชื่อมต่อแบบ OD จะเหลือ 6.5ms GTG ซึ่งอาจจะตอบสนองช้ากว่าจออื่น ๆ เล็กน้อย แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานอย่างชัดเจนความสว่างหน้าจอ 250 nits ส่วนหนาสุดของหน้าจอหนาถึง 15 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นส่วนของฐานด้านหลังหน้าจอ มีน้ำหนัก 800 กรัม

พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.2 Gen1 Type-C x 2 ช่อง, Mini-HDMI x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และลำโพง 0.8 วัตต์ x 2 ตัว สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์อื่น เช่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้

ส่วนพอร์ต USB 3.2 Gen1 Type-C ทั้งสองช่องยังเป็นแบบ 2-Way Charging คือสามารถใช้จ่ายไฟให้หน้าจอและชาร์จให้อุปกรณ์อื่นเช่นสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งถ้าเราต่อ USB-C หนึ่งช่องเพื่อจ่ายไฟให้หน้าจอชาร์จก็สามารถต่อสาย USB-C to C อีกเส้นเพื่อชาร์จให้อุปกรณ์อื่นรวมถึงโน๊ตบุ๊คที่รองรับ USB Power Delivery ได้อีกด้วย หรือจะเชื่อมต่อ USB-C 3.2 นี้กับหน้าจอโดยไม่ต่อปลั๊กก็ได้เช่นกัน นับเป็นหน้าจอพกพาสเปคดีอีกรุ่นหนึ่ง

สเปคของ ViewSonic VG1655
  • หน้าจอ LED ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS
  • ความสว่างหน้าจอ 250 nits
  • ความเร็วในการตอบสนอง 14ms GTG ถ้าเชื่อมต่อแบบ OD เหลือ 6.5ms GTG
  • มีขาตั้งหน้าจอโลหะติดอยู่หลังหน้าจอ, ใช้เคสเพื่อตั้งหน้าจอได้
  • USB 3.2 Gen1 Type-C แบบ 2-Ways ใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ x 2 ช่อง, Mini-HDMI to HDMI x 1 ช่องและช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แถมสาย USB-C to C, USB-C to A, Mini-HDMI to HDMI, หัวปลั๊ก 60W และแผ่นปิดหน้าจอ
  • ลำโพง 0.8 วัตต์ 2 ตัว
  • น้ำหนัก 800 กรัม
  • ส่วนหนาสุดของหน้าจอ 15 มิลลิเมตร
  • ราคา 6,900 บาท (Banana IT)

บทสรุป – หน้าจอพกพามีไว้จะได้ใช้ไหม

หน้าจอเสริมหรือจอพกพาในตอนแรกอาจรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีก็ได้แค่หน้าจอหลักก็เพียงพอแล้ว แต่การมีจอเสริมจะทำให้เรามีพื้นที่ใช้งานมากขึ้น คิดภาพเหมือนมีโต๊ะสำหรับวางเอกสารทำงานเพิ่มขึ้นก็ทำให้เราเทียบข้อมูลและเอกสารงานได้สะดวกกว่าการสลับหน้าจอไปมาอย่างแน่นอนและเอาไว้ใช้งานเป็นหน้าจอสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ Desktop Mode อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการพกหน้าจอเสริมติดตัวนั้นจะเป็นอุปกรณ์น้ำหนักใกล้เคียงแท็บเล็ตหลาย ๆ รุ่น ดังนั้นถ้าเรามีกระเป๋าโน๊ตบุ๊คดี ๆ สักใบเอาไว้ใช้งานก็จะช่วยให้พกพาอุปกรณ์นี้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตกกระแทกเสียหายได้ ส่วนของตารางเทียบสเปคแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดดังนี้

รุ่น / สเปค Lenovo ThinkVision M14 ASUS ZenScreen GO MB16AP MSI Optix MAG161V ViewSonic VG1655
หน้าจอ 14 นิ้ว
Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พาเนล IPS

ขอบเขตสี NTSC 72%

ฟีเจอร์ตัดแสงสีฟ้า

LED 15.6 นิ้ว
Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พาเนล IPS

ASUS Flicker-Free

ฟีเจอร์ตัดแสงสีฟ้า

LED 15.6 นิ้ว
Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พาเนล IPS

LED 15.6 นิ้ว
Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พาเนล IPS

ความสว่าง 300 nits 220 nits 180 nits 250 nits
ความเร็วตอบสนอง 6ms 5ms 5ms 14ms

ถ้าเชื่อมต่อแบบ OD เหลือ 6.5ms

ขาตั้ง มีในตัว ต้องใช้แผ่นปิดหน้าจอหรือปากกา ใช้แผ่นปิดหน้าจอ มีในตัว
พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C Power Delivery x 2 พอร์ต USB-C x 1 พอร์ต

แบตเตอรี่
7,800 mAh

USB-C เชื่อมต่อ DisplayPort Alt Mode และรองรับ Thunderbolt 3
x 2 พอร์ต

Mini-HDMI to HDMI x 1 พอร์ต

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

USB 3.2 Gen1 Type-C แบบ 2-Ways ใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ x 2

Mini-HDMI to HDMI x 1 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

อุปกรณ์แถมในกล่อง USB-C x 1 เส้น USB-C

อะแดปเตอร์
USB-C to A

ปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่

ปากกา 1 ด้าม

USB-C

Mini-HDMI to HDMI

สายชาร์จ USB

เคส

USB-C to C

USB-C to A

Mini-HDMI to HDMI

หัวปลั๊ก 60W

แผ่นปิดหน้าจอ

ลำโพง ไม่มี ไม่มี ลำโพง 1 วัตต์ 2 ตัว ลำโพง 0.8 วัตต์ 2 ตัว
น้ำหนัก 570 กรัม 850 กรัม 895 กรัม 800 กรัม
ราคา 7,400 บาท (เว็บไซต์ Lenovo) 11,900 บาท
(JIB)
7,400 บาท
(JIB)
6,900 บาท
(Banana IT)

สุดท้ายตัวเลือกว่าเราจะใช้หน้าจอเสริมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ซึ่งถ้าเราต้องทำงานกับโปรแกรมหลาย ๆ โปรแกรม การมีเอาไว้ใช้งานอีกสักหน้าจอหนึ่งก็จะทำให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าชั่งน้ำหนักได้แล้วว่าการลงทุนซื้อหน้าจอเสริมมาใช้งานสักตัวหนึ่งช่วยให้เราทำงานเสร็จเร็วยิ่งขึ้นก็คุ้มที่จะจ่ายเงินเพิ่มหน้าจอเสริมอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/570996-4-sleek-monitor-best-fit-with-laptop

เปิดราคาไทย Samsung Monitor M5 และ M7 จอภาพระบบ Tizen รองรับ HDR10 เริ่มต้น 7,450 บาท

Samsung เปิดตัว Smart Monitor M5 และ M7 จอภาพอัจฉริยะ ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและความบันเทิงในเครื่องเดียว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Tizen ในตัว รองรับการสั่งงาน Bixby ด้วยเสียง ติดตั้งแอป Netflix, HBO, YouTube ได้ รองรับการแสดงผล HDR10 มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 27 นิ้ว และ 32 นิ้ว ราคาเริ่มต้นสบายกระเป๋า เพียง 7,450 บาท

Smart Monitor M5 และ M7 ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “จอภาพที่ทำได้ทุกอย่าง” มอบความยืดหยุ่นในการใช้งานให้แก่ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และความบันเทิงแบบครบวงจร โดยยังคงมีราคาที่จับต้องได้

เนื่องจาก Smart Monitor M5 และ M7 มีระบบปฏิบัติการ Tizen ในตัว จึงมีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ มากมาย อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย เช่น การแคสต์หน้าจอจาก Android, iOS หรือพีซี แบบไร้สาย และถ้าหากว่า จับคู่กับสมาร์ทโฟน Galaxy ในซีรีส์ S และ Note ก็จะสามารถใช้งาน Samsung DeX ได้อีกด้วย ทั้งแบบมีสายและไร้สายเลย

นอกจากนี้ Smart Monitor M5 และ M7 ยังมีความสามารถในการเรียกดู แก้ไข และบันทึกเอกสาร Microsoft Office 365 โดยตรงได้จากมอนิเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับพีซี หรือจะใช้งานแบบ Remote Access เข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ จากพีซีและแล็ปท็อปจากระยะไกลก็ทำได้เช่นกัน เป็นอะไรที่สะดวกมาก ๆ สำหรับใครที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Office 365 อยู่ก่อนแล้ว

Smart Monitor M5 และ M7 มีลำโพง 5W 2 channel ติดตั้งมาให้ภายใน ไม่ต้องซื้อแยกหรือต่อพ่วงให้วุ่นวาย ส่วนการควบคุมก็ทำได้ง่ายสุด ๆ ผ่านรีโมตที่แถมมาในกล่อง ซึ่งจะมีไมโครโฟนในตัว สามารถสั่งงาน Bixby ด้วยเสียงได้ ในส่วนนี้จะมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนที่ใช้งานแอปความบันเทิงบ่อย ๆ เช่น Netflix, HBO และ YouTube

เปรียบเทียบสเปค Samsung Smart Monitor M5 & M7

รุ่น M5 M7
จอภาพ
ขนาด 27 นิ้ว / 32 นิ้ว 32 นิ้ว
สัดส่วน 16:9 16:9
ความละเอียด 1,920 x 1,080 (Full HD) 3,840 x 2,160 (Ultra HD)
มุมมอง 178 องศา (ทั้งแนวตั้งและนอน) 178 องศา (ทั้งแนวตั้งและแนวนอน)
ความสว่าง 250 cd/m2 250 cd/m2
HDR HDR10 HDR10
อินเทอร์เฟซ
HDMI 2.0 x2 x2
USB Type-C x1 (65W)
USB 2.0 x2 x3
Wi-Fi 5
Bluetooth 4.2
ลำโพง 5W x2 5W x2
ระบบปฏิบัติการ Tizen 5.5 Tizen 5.5

.
หลัก ๆ แล้วมอนิเตอร์ทั้ง 2 รุ่นจะคล้ายคลึงกันแทบทุกส่วน มีจุดแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย โดย M5 มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 27 นิ้ว และ 32 นิ้ว บนความละเอียด Full HD (1,920 x 1,080) ในขณะที่ M7 มีเพียงขนาดเดียว คือ 32 นิ้ว บนความละเอียด Ultra HD (3,840 x 2,160) และมีพอร์ต USB 2.0 เพิ่มมาอีก 1 ช่อง รวมทั้ง USB Type-C สำหรับเชื่อมต่อจอภาพพร้อมทั้งจ่ายไฟสูงสุดได้ถึง 65W ในคราวเดียวกัน

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Smart Monitor M5 และ M7 ที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อนก็คือ มุมมองภาพที่กว้าง 178 องศา ทั้งแนวตั้งและแนวนอน หมายความว่า ไม่ว่าเราจะใช้งานเจ้ามอนิเตอร์รุ่นนี้ในมุมไหน ก็จะยังคงได้รับประสบการณ์มุมมองภาพที่ไม่ผิดเพี้ยนเหมือน ๆ กัน แตกต่างจากจอภาพทั่ว ๆ ไปที่มักจะมีมุมมองกว้างครอบคลุมแค่การแสดงผลในแนวนอนเท่านั้น

ราคาและการวางจำหน่าย Samsung Smart Monitor M5 & M7

  • Smart Monitor M5 (27″)ราคา 7,450 บาท
  • Smart Monitor M5 (32″)ราคา 8,550 บาท
  • Smart Monitor M7 (32″)ราคา 12,900 บาท

สำหรับค่าตัวของมอนิเตอร์ทั้ง 2 รุ่น ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ต้องบอกว่า เป็นราคาที่เด็ดมาก ๆ แทบไม่ต่างจากราคาเปิดตัวในต่างประเทศเลย (เอาจริง ๆ ถูกกว่าหลาย ๆ ประเทศอีก) โดยเพื่อน ๆ สามารถหาซื้อ Smart Monitor M5 และ M7 กันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย JIB, Advice, IT City และ BaNANA ครับ

 

ที่มา : อีเมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/samsung-smart-monitor-m5-m7-specs-price/

Asus เปิดตัวเกมมิ่งมอนิเตอร์สี่รุ่น ตระกูล TUF Gaming และ ROG

Asus เปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่งสี่รุ่น เป็น 4K, 120Hz สามรุ่น และ 1440p (WQHD) 240Hz อีกหนึ่งรุ่น โดยมีทั้งตระกูล TUF Gaming และ ROG ดังนี้

รุ่นแรก Asus TUF Gaming VG28UQL1A หน้าจอ 28 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 4K, 144Hz อัตราตอบสนอง 1 ms รองรับ HDR400, variable refresh rate และ Extreme Low Motion Blur Sync (ELMB SYNC) แสดงสีมาตรฐาน sRGB ได้ 125% และ DPI-P3 ที่ 90%

No Description

รุ่นที่สอง Asus ROG Swift PG32UQ หน้าจอ 32 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 4K, 144Hz อัตราตอบสนอง 1 ms รองรับ G-Sync รองรับ HDR600 แสดงสีมาตรฐาน DPI-P3 ที่ 98% และมีฟีเจอร์ Nvidia Reflex Latency Analyzer (RLA) ฟีเจอร์ตรวจวัดอัตราตอบสนองจาก Nvidia มีประโยชน์สำหรับการทดสอบการตอบสนองของหน้าจอ สำหรับเกมเมอร์ที่เล่นเกม FPS แบบมืออาชีพ และต้องการการตอบสนองที่เร็วที่สุด

No Description

รุ่นที่สาม Asus ROG Strix XG43UQ หน้าจอ 43 นิ้ว ความละเอียด 4K, 144 เช่นเดียวกัน รองรับมาตรฐาน HDR1000 แสดงสีมาตรฐาน DCI-P3 ได้ 90% รองรับ Display Stream Compression (DSC) เทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลในสัญญาณภาพเพื่อให้ส่งข้อมูลผ่านสายและพอร์ตได้มากขึ้นและรวดเร็วขึ้นของ VESA และรองรับ ELMB SYNC

No Description

ทั้งสามรุ่น มีพอร์ต HDMI 2.1 สองพอร์ต และ DisplayPort 1.4 หนึ่งพอร์ต ใช้งานได้ทั้งกับ PC และเครื่องคอนโซลเน็กซ์เจ็น

รุ่นสุดท้าย Asus ROG Swift PG279QM หน้าจอ 27 นิ้ว ความละเอียด 1440p (WQHD) รีเฟรชเรต 240Hz อัตราตอบสนองแบบ gray-to-gray 1 ms รองรับมาตรฐาน HDR400 รองรับ G-Sync มี Reflex Latency Analyzer แสดงผลสีมาตรฐาน DCI-P3 ได้ 95% และรองรับระบบไฟ Aura Sync RGB ของ Asus

ทั้งสี่รุ่นเตรียมวางจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ ช่วงไตรมาสที่สองของปี 2021 และยังไม่มีการเปิดเผยราคา

No Description

ที่มา – Notebookcheck, Edgeup ASUS, ASUS ASUS

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120602

เปิดตัว LG UltraFine มอนิเตอร์ OLED รุ่นแรกของค่าย ขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด 4K

มอนิเตอร์รุ่นใหม่จาก LG นี้ มีชื่อเต็ม ๆ ว่า UltraFine OLED Pro ถูกเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงาน CES 2021 เป็นจอภาพในกลุ่มไฮเอนด์ มาพร้อมกับความคมชัดระดับ 4K บนขนาด 32 นิ้ว ไฮไลต์ที่สำคัญคือ เป็นมอนิเตอร์พาแนล OLED รุ่นแรกของค่าย ขอบเขตสีกว้าง ครอบคลุม 99% ของสเปกตรัม DCI-P3 แต่ยังไม่มีการเปิดเผยราคา

UltraFine OLED Pro มีคอนทราสต์เรโชสูงถึง 1,000,000 : 1 แสดงผลได้สมจริงทั้งส่วนมืดและส่วนสว่างของภาพ จำนวนพิกเซลกว่า 8 ล้านจุด รองรับการหรี่แสง (dimming) แยกจากกันได้อย่างอิสระ ทำให้รับประกันได้ว่า จะไม่เกิดเอฟเฟ็กต์เฮโล (halo) เป็นแสงฟุ้ง ๆ ไม่สวยงาม เหมือนอย่างในมอนิเตอร์ LCD ทั่ว ๆ ไป

มอนิเตอร์สุดเทพรุ่นนี้ รองรับการคาลิเบรตสีในระดับฮาร์ดแวร์ ด้วย LG Calibration Studio ส่วนการแสดงผลสีจะเป็นแบบ 10-bit ครอบคลุม 99% ทั้ง DCI-P3 และ Adobe RGB หมายความว่า UltraFine OLED Pro สามารถนำไปใช้งานได้ทั้งกับงานภาพนิ่งและงานวิดีโอในระดับมืออาชีพ

พอร์ตเชื่อมต่อของ UltraFine OLED Pro มีมาให้อย่างครบครัน ประกอบด้วย USB-C ที่รองรับการจ่ายไฟ 90W จำนวน 1 ช่อง, DisplayPort จำนวน 2 ช่อง, HDMI จำนวน 1 ช่อง และ USB จำนวน 3 ช่อง เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปอย่างเหลือเฟือ

สเปค LG 32″ UltraFine OLED Pro 4K (32EP950)

  • พาแนล : OLED
  • ขนาด : 31.5 นิ้ว
  • ความละเอียด : 4K Ultra HD (3840 x 2160 พิกเซล)
  • ขอบเขตสี : 99% ของ DCI-P3, 99% ของ Adobe RGB
  • อัตรารีเฟรช : 60Hz
  • เวลาตอบสนอง : 1 มิลลิวินาที
  • HDR :
    – คอนทราสต์เรโช 1,000,000 : 1
    – Pixel Dimming HDR
    – VESA
    – DisplayHDRTM 400
    – True Black
  • พอร์ต :
    – USB-C (90W Power Delivery + upstream) x1 ช่อง
    – DisplayPort x2 ช่อง
    – HDMI x1 ช่อง
    – USB-A x3 ช่อง
    – USB-B (upstream) x1 ช่อง
    – แจ็กหูฟัง 3.5 มม. x1 ช่อง

แม้ว่า LG จะยังไม่ได้มีการเปิดเผยถึงราคาและวันวางจำหน่ายของ UltraFine OLED Pro แต่หากพิจารณาจากค่าตัวของรุ่นก่อนหน้า ก็พอจะเดาได้ว่า คงมีราคาอยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์ ขึ้นไป ถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับมอนิเตอร์ OLED ที่มีคุณภาพสูงขนาดนี้ และยังอยู่ในช่วงราคาที่น่าลงทุน แถมในตลาดยังมีตัวเลือกเพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นเองครับ

 

ที่มา : LG

from:https://droidsans.com/lg-ultrafine-oled-pro-4k-monitor-ces-2021/

HP เปิดตัวมอนิเตอร์ M-Series สามรุ่น และมอนิเตอร์จ่ายไฟผ่าน USB-C E24u G4 กับ E27u G4

HP เปิดตัวมอนิเตอร์ M-Series มอนิเตอร์ IPS สามรุ่นสามขนาด M24f, M27f, และ M32f ขนาด 23.8, 27 และ 32 นิ้วตามลำดับ ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล อัตราส่วน 16:9 รีเฟรชเรต 75Hz

มาพร้อมเทคโนโลยี Eyesafe ลดแสงสีน้ำเงินโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการแสดงผลสี แสดงสีมาตรฐาน sRGB ได้ 99% ทำจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล 85% บรรจุภัณฑ์ทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% เริ่มว่างจำหน่ายเดือนมีนาคมนี้ ราคาเริ่มต้น 139 ดอลลาร์ (ราว 4,200 บาท)

นอกจากนี้ยังมีมอนิเตอร์รุ่น E24u G4 และ E27u G4 ขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล และ 27 นิ้ว ความละเอียด 2560×1440 พิกเซลตามลำดับ พร้อมระบบ Eye Ease ลดอาการล้าของสายตา ทั้งสองรุ่นมีพอร์ต USB-C ที่สามารถชาร์จโน้ตบุ๊กได้ด้วยกำลังไฟ 65W และยังมี พอร์ต HDMI 1.4, DisplayPort 1.2 และฮับที่มี USB 3.2 Gen1 อีก 4 พอร์ต

HP E24u G4 และ HP E27u G4 เตรียมวางจำหน่ายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในราคา 219 ดอลลาร์ (ราว 6,600 บาท) และ 339 ดอลลาร์ (ราว 10,300 บาท)

ที่มา – HP

No DescriptionHP M-Series

No DescriptionHP E24u G4

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120501

Acer เปิดตัวหน้าจอเกมมิ่ง 3 ตัวทั้งตระกูล Predator และ Nitro

Acer เปิดตัวหน้าจอเกมมิ่งใหม่ 3 ตัว เป็นตระกูล Predator 2 ตัวและ Nitro แบรนด์เกมมิ่งระดับเริ่มต้น 1 ตัว

ตัวแรก Predator XB323QK NV ขนาด 31.5 นิ้ว แพแนล IPS ความละเอียด UHD รีเฟรชเรท 144Hz รองรับสีมาตรฐาน DCI-P3 90% และได้รับรองมาตรฐาน VESA DisplayHDR 400 นอกจากนี้ยังมี Acer Vision Care 4.0 ที่ปรับแสงและอุณหภูมิสีหน้าจอตามสภาพแวดล้อมและแสงแอมเบี้ยนรอบตัว ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland Eyesafe เริ่มขายในสหรัฐเดือนพฤษภาคม ราคา 1,199.99 เหรียญ หรือราว 36,000 บาท

No Description

ถัดมา Predator XB273U NX ขนาด 27 นิ้ว แพแนล IPS ความละเอียด WQHD รีเฟรชเรท (โอเวอร์คล็อกได้สูงสุด) 275Hz เวลาตอบสนอง 0.5ms รองรับสีมาตรฐาน DCI-P3 95% และ G-Sync รวมถึงมีเทคโนโลยี NVIDIA Reflex Latency Analyzer ที่ตรวจจับการคลิ๊กเม้าส์และเวลาตอบสนองของเม็ดพิกเซล วางขายสหรัฐเดือนพฤษภาคมเช่นกัน ราคา 1,099.99 เหรียญหรือราว 33,000 บาท

No Description

รุ่นเล็กสุดที่เปิดตัว Nitro XV282K KV ขนาด 28 นิ้ว ความละเอียด UHD รีเฟรชเรท 144Hz รองรับ FreeSync, มาตรฐานสี P3 90% และ VESA DisplayHDR 400 รวมถึง HDMI 2.1 วางขายสหรัฐเดือนพฤษภาคม ราคา 899.99 เหรียญหรือราว 27,000 บาท

No Description

ที่มา – Acer

from:https://www.blognone.com/node/120464

LG เตรียมเปิดตัว Bendable CSO จอเกมสลับโหมดจากจอแบนเป็นจอโค้งได้

ในงาน CES 2021 นี้ แบรนด์ LG เตรียมเปิดตัว Bendable CSO มอนิเตอร์เกมมิ่งขนาดใหญ่ 48 นิ้ว ที่สามารถสลับโหมดเป็นจอแบนและจอโค้งได้ด้วยการกดปุ่มเดียว รัศมีโค้งสูงสุด 1,000 mm

ซึ่งปีที่แล้ว ในงาน CES 2020 ทาง LG เคยโชว์เดโม่ทีวีใหญ่ขนาด 65 นิ้ว ที่สามารถสลับโหมดจอแบนเป็นจอโค้งได้เหมือนกันhttps://www.engadget.com/2020-01-07-lg-display-is-cramming-curved-and-bendable-screens-into-every-pa.html โดยล่าสุดเป็นการขยายเทคโนโลยีมายังมอนิเตอร์เกมมิ่งด้วย ซึ่งคราวนี้มี thick film exciter หนา 0.6 mm กระตุ้นการสั่นสะเทือนฝังมาในแผง OLED ด้วย ช่วยให้เสียงออกมาจากหน้าจอโดยตรง เพิ่มประสบการณ์การเล่นเกม และดูวิดีโอในหน้าจอที่บางลง

LG ระบุว่า จอ Bendable CSO รองรับรีเฟรชเรตตั้งแต่ 40Hz ถึง 120Hz

No Description

ที่มา – Engadget, LG

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120350

Samsung เปิดตัว Smart Monitor M5 & M7 จอภาพพร้อม Tizen OS ในตัว ดู Netflix เล่น YouTube ได้ ไม่ต้องต่อพีซี

Samsung เปิดตัว Smart Monitor M5 และ M7 จอภาพอัจฉริยะ รวบรวมการทำงาน การเรียนรู้ และความบันเทิงเอาไว้ในที่เดียว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Tizen รองรับการสั่งงาน Bixby ด้วยเสียง ติดตั้งแอป Netflix, HBO, YouTube ได้ แถมยังมีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ อีกมากมาย

Smart Monitor M5 และ M7 ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “จอภาพที่ทำได้ทุกอย่าง” มอบความยืดหยุ่นในการใช้งานให้แก่ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และความบันเทิงแบบครบวงจร โดยมีราคาที่จับต้องได้

เนื่องจาก Smart Monitor M5 และ M7 มีระบบปฏิบัติการ Tizen ในตัว จึงมีคุณสมบัติที่ทันสมัยมากมาย อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย เช่น การแคสต์หน้าจอจาก Android, iOS และพีซี นอกจากนี้ หากจับคู่กับสมาร์ทโฟน Galaxy ในซีรีส์ S และ Note ก็จะสามารถใช้งาน Samsung DeX ได้อีกด้วย

ฟีเจอร์เจ๋ง ๆ ของ Smart Monitor M5 และ M7 อีกอย่างหนึ่งก็คือ ความสามารถในการเรียกดู แก้ไข และบันทึกเอกสาร Microsoft Office 365 ได้โดยตรงจากมอนิเตอร์ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับพีซี หรือจะใช้งานแบบ Remote Access เข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ จากพีซีและแล็ปท็อปจากระยะไกลก็ทำได้เช่นกัน เป็นอะไรที่สะดวกมาก ๆ

Smart Monitor M5 และ M7 มีลำโพง 2 channel ติดตั้งมาให้ภายใน ไม่ต้องซื้อแยกหรือต่อพ่วงให้วุ่นวาย ส่วนการควบคุมก็ทำได้ง่ายสุด ๆ ผ่านรีโมตที่แถมมาในกล่อง ซึ่งจะมีไมโครโฟนในตัว สามารถสั่งงาน Bixby ด้วยเสียงได้ ในส่วนนี้จะมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนที่ใช้งานแอปความบันเทิงบ่อย ๆ เช่น Netflix, HBO และ YouTube

รุ่น M5 M7
จอภาพ
ขนาด 27 นิ้ว / 32 นิ้ว 32 นิ้ว
สัดส่วน 16:9 16:9
ความละเอียด 1,920 x 1,080 (Full HD) 3,840 x 2,160 (Ultra HD)
มุมมอง 178 องศา (ทั้งแนวตั้งและแนวทแยง) 178 องศา (ทั้งแนวตั้งและแนวทแยง)
ความสว่าง 250 cd/m2 250 cd/m2
HDR HDR10 HDR10
อินเทอร์เฟซ
HDMI 2.0 x2 x2
USB Type-C x1 (65W)
USB 2.0 x2 x3
Wi-Fi 5
Bluetooth 4.2
ลำโพง 5W x2 5W x2
ระบบปฏิบัติการ Tizen 5.5 Tizen 5.5

.
หลัก ๆ แล้วมอนิเตอร์ทั้ง 2 รุ่นจะคล้ายคลึงกันแทบทุกส่วน มีจุดแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย โดย M5 มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 27 นิ้ว และ 32 นิ้ว บนความละเอียด Full HD (1,920 x 1,080) ในขณะที่ M7 มีเพียงขนาดเดียว คือ 32 นิ้ว บนความละเอียด Ultra HD (3,840 x 2,160) และมีพอร์ต USB 2.0 เพิ่มมาอีก 1 ช่อง รวมทั้ง USB Type-C สำหรับเชื่อมต่อจอภาพพร้อมทั้งจ่ายไฟสูงสุดได้ถึง 65W ในคราวเดียวกัน

Samsung วางจำหน่าย Smart Monitor M5 และ M7 แล้วตั้งแต่วันนี้ ในเบื้องต้นจำกัดเฉพาะสหรัฐอเมริกา แคนาดา และจีน โดยมีแผนขยายตลาดไปสู่ประเทศอื่น ๆ ภายหลังในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนศกนี้ต่อไป

ราคา Samsung Smart Monitor

  • M5 (27 นิ้ว) – ราคา 230 ดอลลาร์ (≈6,990 บาท)
  • M5 (32 นิ้ว) – ราคา 280 ดอลลาร์ (≈8,490 บาท)
  • M7 (32 นิ้ว) – ราคา 400 ดอลลาร์ (≈12,090 บาท)

 

ที่มา : Samsung

from:https://droidsans.com/samsung-smart-monitor-m5-m7/