คลังเก็บป้ายกำกับ: MOBILE_BANKING

K PLUS เพิ่มฟีเจอร์โอนเงินไปต่างประเทศ ปลายทางรับเงินเต็มไม่ถูกหักค่าธรรมเนียม

from:https://www.blognone.com/node/109785

โฆษณา

รีวิวแอป TMRW (ทูมอโร่ว) ธนาคารดิจิทัลแนวใหม่ ที่ฉีกทุกกรอบของแอปธนาคาร

เร็วๆนี้ มีข่าวว่าประเทศไทยขึ้นแท่นอันดับ 1 สัดส่วนผู้ใช้ Mobile Banking ซึ่งหมายความว่าคนไทยน่าจะคุ้นชินกับการใช้งาน Mobile Banking กันไม่น้อย ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ชอบไม่ชอบก็อาจจะต่างกันออกไป แต่วันนี้ธนาคาร UOB เค้ามีแอปใหม่แนวคิดใหม่ “TMRW” (อ่านว่า ทูมอโร่ว) ที่บอกว่าจะเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งาน Digital Banking ที่เคยใช้มาทั้งหมด ออกแบบมาเพื่อกลุ่มมิลเลนเนียลอย่างพวกเราโดยเฉพาะ ซึ่งแอปนี้จะเป็นอย่างไรนั้น วันนี้เดี๋ยวเราจะมาเล่าให้ฟังกันครับ

TMRW แตกต่าง แต่เข้าใจ กับ 5 ฟีเจอร์เด่น

ช่วงนี้ถ้าใครได้สัญจรไปมาในเมืองน่าจะพอได้เห็นโฆษณาของทาง TMRW กันไปบ้างแล้ว โดย TMRW ได้ชูจุดเด่นในเรื่องของการออกแบบตัวบริการมาสำหรับคนที่เกิดมาในยุคดิจิตอลกันโดยเฉพาะ โดยไม่ยึดติดกับแอปรูปแบบเดิม ปรับดีไซน์ UI/UX ให้คนที่ลองใช้งานครั้งแรกก็รู้สึกคุ้นชิน เพราะอยู่ในรูปแบบฟีดคล้ายโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่ทุกคนใช้งานกันทุกวันอยู่แล้ว มีสีสันที่สดใสต่างจากแอปธนาคารทั่วไปที่มีการคุมโทนด้วยกันทั้งหมด แต่หน้าตาการใช้งานนี้เป็นเพียงแค่จุดเด่นน้ำจิ้มเท่านั้น แต่ความเด็ดของ TMRW จะอยู่ที่ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของบริการซึ่งทำมาได้ตอบโจทย์ผู้ใช้แบบสุด ๆ โดยแบ่งจุดเด่นออกเป็นทั้งหมด 5 ข้อดังนี้

  1. เปิดใช้งานได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องไปธนาคาร
  2. ปรับเมนูให้เหมาะกับแต่ละคน พร้อมแจ้งเตือนเรื่องที่สำคัญ
  3. ทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุกกับ Gamification
  4. ปรับเปลี่ยนเลือกรับ Cashback บัตรได้ตามต้องการ
  5. ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้สะดวกผ่านการแชท

สมัคร-เปิดใช้งานได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องไปธนาคาร

ปกติจะเปิดบัญชีสักทีนึง แค่คิดว่าจะต้องเดินไปธนาคาร เลือกเวลาที่ไม่กระทบกับชีวิตประจำวัน ไปก่อนที่ธนาคารจะปิด ก็ดูเป็นเรื่องที่วุ่นวาย พาลจะไม่อยากยุ่งอะไรกับการทำธุรกรรมอีกเลย แต่เราจะสามารถลืมเรื่องนี้ไปได้เมื่อใช้งาน TMRW เพราะเกือบทุกอย่างจบได้ในแอป อยากจะสมัครใช้บริการพร้อมเปิดบัญชี แค่ไปตามสถานีรถไฟฟ้า หรือแหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญต่างๆ ที่มีตู้ของ TMRW อยู่ร่วม 200 จุดทั่วกรุงเทพ เพื่อยืนยันตัวตนแค่ไม่นาน ก็พร้อมจะเริ่มใช้งาน TMRW กันได้เลยทันที

วิธีการลงทะเบียน

เราสามารถเริ่มใช้บริการธนาคารดิจิทัลของ TMRW ได้เพียงแค่โหลดแอปมาได้ทั้ง Android และ iOS

เมื่อเข้าแอปมาจะมีให้เลือกสมัครใช้บริการสองแบบคือเปิดบัญชีออมทรัพย์อย่างเดียว หรือสมัครเครดิตตามไปด้วย ซึ่งถ้าใครอยากจะใช้งาน TMRW ได้เต็มที่ แนะนำให้ทำบัตรเครดิตไปด้วยนะครับ เพราะมี Cashback จากการใช้จ่ายให้สูงถึง 3% กันเลย ซึ่งมันไม่หมดแค่นั้นเพราะปรับเลือกรายการได้เองตามใจชอบอีกด้วย เดี๋ยวจะมาเล่ารายละเอียดให้ฟังเพิ่มเติมด้านล่างต่อไปนะ

หลักฐานการสมัครที่ต้องการ ไม่ได้จำเป็นจะต้องนำส่งอะไรให้วุ่นวาย เพราะทุกอย่างทำให้จบได้ในแอปเลยล่ะ ขอหลักๆแค่ 3 อย่างเท่านั้นคือ

  1. บัตรประชาชน
  2. รูปเซลฟี่
  3. หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งาน
  4. เอกสารแสดงรายได้ (กรณีสมัครบัตรเครดิต)




ไม่ต้องไปยื่นเอกสารใดๆ แค่มีสมาร์ทโฟนก็พร้อมใส่รายละเอียดทั้งหมดแล้ว กรอกข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย และไปยืนยันตัวตนที่ตู้ก็เสร็จละ

หลังลงทะเบียนเรียบร้อย ก็จะมีหน้าสำหรับค้นหาตู้ Kiosk สำหรับยืนยันตัวตนให้ โดยจะมีการค้นหาตำแหน่งของเราและเลือกตู้ที่ใกล้ที่สุดมาแสดงให้ทันทีได้เลย

ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดที่มีคนมาใช้บริการในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก็จะมีตู้ของ TMRW มาตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า ใส่ไฟ LED เพิ่มจุดเด่นเข้าไปได้อีก การยืนยันตัวตนก็แค่เอาบัตรประชาชนไปเสียบ และแสกนนิ้วลงไปที่เครื่องก็เรียบร้อย

ทั้งหมดข้างบนเสร็จได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชม.เลย สมัครตอนนี้มี e-coupon ของ au bon pain ให้เอาไปใช้ฟรีๆถึง 200 บาทเลยนะ

เมื่อทำการลงทะเบียนเรียบร้อย เราจะมีบัญชีกับทาง UOB ทันที ซึ่งทางธนาคารจะทำการส่งบัตรเดบิต (และบัตรเครดิต กรณีที่สมัครไว้ด้วย) มาให้ถึงที่บ้าน โดยจะส่งเป็นไปรษณีย์แบบธรรมดา รอประมาณ 1-2 สัปดาห์นะครับ

บัตรเดบิตและเครดิตของ TMRW สวยงามโดดเด่นดีมาก โดยเฉพาะบัตรเครดิตที่สีจัดจ้าน เคลือบด้านให้ดูหรูหรา สะท้อนแสงเบาๆ ตามทิศทางแสงที่ตกกระทบ

โปรโมชั่นดึงดูการใช้บัตรเครดิตแสดงผลมาล่อตาล่อใจผู้ใช้ได้ดีมาก ><

การเข้าใช้งานแอพ TMRW ผ่านมือถือเครื่องอื่น

TMRW อนุญาตให้ลงทะเบียนใช้งานแอปได้ครั้งละ 1 เครื่อง เพื่อความปลอดภัย ซึ่งหากต้องการล็อคอินเข้าใช้งานในเครื่องใหม่ไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Android หลังจากกรอก User / Password เข้าใช้งานแล้ว ระบบจะให้ทำการยืนยันตัวตนอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยด้วยหมายเลขบัตรเดบิตหรือเครดิตของ TMRW หรือ UOB ที่เปิดการใช้งานแล้ว พร้อมรหัส PIN บัตร เช่น รหัสเอทีเอ็มของบัตรเดบิต แนะนำว่าถ้าใครมีมือถือหลายเครื่องให้ลงทะเบียนจากเครื่องหลักไปเลยนะ ไม่งั้นจะย้ายเครื่องไม่ได้ไปอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หรือจนกว่าที่บัตรจะมาส่งจ้า

Tips : สำหรับ Android จะไม่สามารถแคปหน้าจอได้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่ใน iOS สามารถทำได้นะ (เค้าแจ้งมาว่างี้) ทำให้ไม่สามารถแคปหน้าจอตอนย้ายเครื่องใช้งานมาให้ดูได้อ่ะ ^^”

: กรณีกดลบแอปไปโดยไม่ตั้งใจ เมื่อติดตั้งแอปใหม่ ระบบจะให้ทำการยืนยันตัวตนอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยด้วยหมายเลขบัตรเดบิตหรือเครดิต ที่เปิดการใช้งานแล้ว พร้อมหรือ PIN บัตรเครดิต เช่นกัน

 

ปรับเมนูให้เหมาะกับแต่ละคน พร้อมแจ้งเตือนเรื่องที่สำคัญ

เมื่อเข้ามาใช้งานเป็นครั้งแรก ต้องบอกว่าประสบการณ์ไม่เหมือนกับแอปธนาคารอื่น ๆ ที่มีในท้องตลาด โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดเรียง UI/UX ที่เปลี่ยนจากไอคอนกดทั่วไปในแอปอื่น มาเป็นการเรียงเมนูต่างๆเป็นฟีดการ์ด ไร้ซึ่งเมนูต่างๆให้เลือกกดอย่างยุ่งยาก โดยความสามารถในการโอนถอนก็จะอยู่ในการ์ดของบัญชีเรานั่นเอง

Insight บอกข้อมูลที่น่าสนใจในรูปแบบฟีด

ไม่ต้องวุ่นวายกับการงมหาฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เพราะ TMRW เค้าทำการเลือกมาแสดงผลในฟีดให้แล้ว ถ้าเราเคยชำระค่าน้ำค่าไฟ หรือใช้บริการอะไรที่จ่ายรายเดือน เค้าก็จะมีขึ้นมาแสดงให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ แจ้งเตือนให้เราทราบเมื่อถึงรอบในคราวถัดไป จะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับจ่ายเงินล่าช้าอีกต่อไป

ยิ่งใช้ไปนานๆเข้า ตัว Insight จะยิ่งรู้จักเรามากขึ้น และมีสรุปการใช้จ่าย การออมของเราให้ด้วยนะ

เราสามารถจดโน๊ตต่างๆของรายการที่เกิดขึ้นได้ ใครโอนเข้ามาสามารถกดดู Statement และจดบันทึก และแก้ไขรายละเอียดได้เลย

สามารถกดค้นหารายการต่างๆได้ด้วย อันนี้ชอบมาก เสียดายนิดหน่อยที่ไม่สามารถค้นหาจากจำนวนเงินได้

สามารถโอนถอนจ่ายทุกบริการได้แบบไม่มีค่าธรรมเนียมเลย

การแจ้งเตือน

สบายใจหายห่วง ถ้าเมื่อไหร่มีเงินออก ตัวแอปจะทำการแจ้งเตือนให้เราทราบทันทีผ่าน SMS หรือ email ที่เราตั้งค่าเอาไว้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีจะยังไม่มีการแจ้งเตือนเมื่อมีเงินเข้ามานะ

Tips เราสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน TMRW ได้โดยเข้าไปที่การแจ้งเตือน และเลือกฟันเฟืองเพื่อเข้าไปตั้งค่าว่าเราต้องการจะรับการแจ้งเตือนอะไรบ้าง

ทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุกกับ City of TMRW

พวกเรามักจะสนุกกับการเล่นเกมเสมอ และทาง TMRW ก็รู้เรื่องนี้ดี เลยจับเอาเรื่องของการออมเงินมาแปลงให้กลายเป็นเกม โดยเราจะสามารถสร้างบ้านเมืองของเราเองได้ผ่านการออม ยิ่งออมมากก็จะยิ่งได้รับประสบการณ์และเลเวลอัพ ปลดล็อคทำเควสต่างๆได้ด้วยนะ



สิทธิประโยชน์ของการออมกับ City of TMRW ที่ดีกว่า : ดอกเบี้ยที่สูงสุด เงื่อนไขน้อย ถอนได้ตลอด



ยิ่งออมมาก LV ก็เพิ่มมาก สร้างเมืองได้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

 

TMRW ไม่ได้ต้องการให้เราตะบี้ตะบันออมเงินเข้าไปนะ เพราะจะมี Objective ในการออมเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จำกัดจำนวนเงินในการโอนแต่ละครั้งเอาไว้สูงสุดวันละ 3,000 บาทเท่านั้น รวมถึงเวลาก็จำกัดให้ไม่สามารถกดฝากรัวๆได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างนิสัยการออมของเรา ให้เข้ามาฝากเงินเรื่อย ๆ จนก่อเกิดเป็นนิสัยนั่นเอง

ปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นเลือกประเภท cashback ได้ตามต้องการ

สำหรับคนที่สมัครบัตรเครดิต TMRW ไป เตรียมพบกับความพิเศษในเรื่องของโปรโมชั่น ที่สามารถเลือกรับ cashback สูงสุด 3% โดยเลือกหมวดของไลฟสไตล์ที่เราใช้จ่ายบ่อยๆ และปรับเปลี่ยนหมวดที่จะได้รับ cash back เงินคืน ได้เองตามความต้องการ โดยมีเงื่อนไขเล็กน้อยคือใช้งานให้ได้ครบตามเงื่อนไขที่ตัวแอปกำหนด ซึ่งในที่นี้เพียงแค่จ่ายบิล 2 ยอด และ โอนเงินออก 2 ครั้ง ก็พร้อมจะเลือกประเภทของการจับจ่ายในเดือนถัดไปให้ได้รับ cashback สูง 3% แล้ว เท่านี้ไม่ว่าเราจะไปทานร้านอาหารไหน ช้อปปิ้งที่ห้างใด ก็เหมือนมีส่วนลดให้ทันที 3% นั่นเอง คุ้มสุดๆไปเลย

 

อธิบายเงื่อนไข cashback เพิ่มเติมกันอีกสักหน่อย

  1. ได้เครดิตเงินคืน 1% ทันทีทุกการใช้งาน โดยสามารถรับได้สูงสุด 2,000 บาท (หรือใช้จ่ายไม่เกิน 200,000 บาท)
  2. เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวด ช้อป กิน เที่ยว ในเดือนแรกจะได้รับเครดิตเงินคืน 2% โดยรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100บาท (หรือใช้จ่ายไม่เกิน 5,000 บาท) ต่อหมวด ต่อเดือน โดยยอดรวมไม่เกินยอดใหญ่ที่จำกัดไว้ตามข้อ 1 ที่จำนวน 2,000 บาทต่อเดือน
  3. ในเดือนต่อ ๆ ไป สามารถรับ cashback เพิ่มเป็น 3% จากข้อเสนอ โดยเราต้องปลดล็อคการได้เครดิตเงินคืนเพิ่ม ด้วยการจ่ายบิล และโอนเงิน อย่างละ 2 ครั้งผ่านบัญชี TMRW และคุณสามารถเลือกหมวดการใช้จ่ายเพื่อให้ได้เงินคืนเพิ่มเป็น 3% ด้วยตัวเองถึง 3 หมวด

ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้สะดวกผ่านรูปแบบแชท

ทุกวันนี้หลายคนน่าจะมีอาการเบื่อกับการโทรศัพท์เข้าไปคุยกับ Call Center เพราะไม่อยากต้องมานั่งเสียเวลากดเลือกเมนูอะไรมากมาย เสียค่าโทรศัพท์กับการถือสายรอหลายนาที มันก็คงจะดีกว่าถ้าจะสามารถแชทเลือกเมนูที่ต้องการ ถามตอบได้ตรงประเด็นอย่างรวดเร็ว ซึ่งใน TMRW ก็จับความต้องการตรงนี้และพัฒนา TIA แชทบอทที่สามารถตอบคำถามที่เราต้องการได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดีคำศัพท์ต่าง ๆ จะยังจำกัดอยู่เล็กน้อยเนื่องจากแต่แรกเริ่มเลยจะไม่ได้ทำมาสำหรับภาษาไทยนั่นเอง แต่ก็ไม่ต้องห่วงไปว่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเราสามารถจะขอให้น้อง TIA ส่งเราไปแชทกับพนักงานที่เป็นคนต่อได้เช่นกัน

ทั้งหมดนี้ก็คือแอป TMRW ธนาคารดิจิทัลโฉมใหม่จากธนาคาร UOB ฉีกภาพ Mobile Banking เดิม ๆ ที่เราเคยใช้งานกัน ทั้งหน้าตา และฟีเจอร์หลัก รวมถึงใส่เกมเข้ามาเพื่อช่วยสร้างนิสัยการออม และการติดต่อกับพนักงานด้วยการแชท เหล่านี้เราจะไม่ได้เห็นจากธนาคารอื่นๆ แต่เห็นจาก UOB เป็นที่แรก ใครที่เป็นสายชอบลองของใหม่ หรือคนที่กำลังหาทางออกสำหรับการเงินของตัวเอง TMRW นี่พลาดไม่ได้เลยครับ ลองโหลด ลงทะเบียน และเริ่มใช้กันได้เลย 🙂

from:https://droidsans.com/review-uob-tmrw/

แนะนำฟีเจอร์เด่น TMB Touch แอปแบงก์กิ้งธนาคารทีเอ็มบี ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

ปัจจุบันธนาคารต่างๆ มีแอปพลิเคชันมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ากันหมดแล้ว เรียกได้ว่าหมดยุคการเดินทางไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร นอกจากนี้ธนาคารแต่ละแห่งก็มีฟีเจอร์เด่นแตกต่างกันไป และสำหรับธนาคารทีเอ็มบีหรือ TMB ที่ออกแอป TMB Touch ก็เป็นธนาคารแรกๆ ที่ออกนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกดเงินไม่ใช้บัตร, สแกน QR Code เพื่อล็อกอิน Internet Banking เป็นต้น Blognone เคยรีวิวไว้ สามารถอ่านย้อนหลังได้ ที่นี่

ในบทความนี้ จะพาไปทำความรู้จักฟีเจอร์เด่นอีกหลายตัว ของ TMB Touch ให้มากขึ้น ว่าช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นได้อย่างไรบ้าง

No Description

สไลด์ขวาตรงหน้าบัญชี เจอปุ่มลับทำธุรกรรมทันที ไม่ต้องกดหลายรอบ

เมื่อเข้าไปที่หน้าหลักของ TMB Touch จะเจอหน้ารวมบัญชีของเรา และถ้าอยากจะทำธุรกรรมอะไรในบัญชีนั้น ก็สามารถสไลด์ขวา ก็จะเจอปุ่มธุรกรรมที่ใช้งานบ่อย เช่น โอนเงิน จ่ายบิล ถอนเงิน เติมเงิน กดทำธุรกรรมได้ทันที ไม่ต้องออกจากเมนูเพื่อไปทำธุรกรรมใหม่

No Description

ปฏิทินธุรกรรม สำหรับคนชอบชอป สะดวกเมื่อซื้อสินค้าร้านเดิมบ่อยๆ

ถือเป็นฟีเจอร์ที่ผู้หญิงน่าจะชอบ เพราะใน TMB Touch มีฟีเจอร์ไทม์แมชชีนธุรกรรม เป็นการหยิบรายการการทำธุรกรรมของเรามาบันทึกเอาไว้ในปฏิทินนี้ทั้งหมด รวมถึงยังสามารถตั้งเตือนให้เราทำธุรกรรมได้ตามวันที่เราต้องการได้อีกด้วย สามารถโอนซ้ำได้ มีประโยชน์เวลาต้องต้องซื้อของซ้ำร้านเดิมๆ ไม่ต้องจำเบอร์บัญชี และเรายังสามารถใส่ข้อความเพิ่มเติมในสลิปเพื่อสื่อสารถึงคนรับเงินได้ด้วย ทำให้ TMB Touch เปรียบเสมือนคลาวด์ส่วนตัวให้ลูกค้า นอกจากนี้ยังสามารถเรียกดูธุรกรรมย้อนหลังได้ตลอดเวลา ย้อนหลังไปได้สูงสุด 2 ปี

No Description

ไม่ว่าจะทำธุรกรรมใดก็สามารถสะสมแต้มใน TMB WOW ได้ด้วย

ธนาคารทีเอ็มบีมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรือธงคือ TMB All Free เป็นบัญชีที่ให้ลูกค้าใช้ทั้งในและต่างประเทศ สามารถรูดต่างประเทศไม่มีชาร์จเพิ่ม ค่า FX Rate 2.5% ซึ่งถ้าลูกค้าที่มี TMB All Free กับติดตั้งแอป TMB Touch จะสามารถสะสมแต้ม TMB WOW เพื่อนำไปแลกของรางวัลส่วนลด และสิทธิประโยชน์อื่นๆ

No Description

นอกจากที่กล่าวมาข้างบนแล้ว ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อายัดบัตรได้จากในแอป, สมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อได้จากในแอป ในกรณีที่เป็นลูกค้าธนาคารทีเอ็มบีอยู่แล้ว การสมัครขั้นตอนนี้ก็จะง่ายขึ้น

No Description

ปัจจุบัน TMB Touch มีอายุครบ 4 ปี พัฒนามาแล้ว 24 เวอร์ชัน แต่ธนาคารทีเอ็มบีก็ยังคงพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ต่อไป และฟีเจอร์ใหม่ที่ลูกค้าจะได้เห็นภายในปี 2019 นี้ คือ เห็นยอดเงินทันทีโดยไม่ต้องล็อกอิน และการตั้งการโอนเงินล่วงหน้าสูงสุด 99 ปี เป็นต้น

สหชัย ลิ้มอำไพ เจ้าหน้าที่บริหาร บริหารช่องทางบริการดิจิทัล กล่าวถึง การพัฒนาช่องทางบริการ TMB TOUCH ว่า ตอนนี้ความเร็วปกติของแอปทั่วไปอยู่ที่ 5 วินาที แต่ TMB ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องทำให้ได้ภายใน 2 วินาที รวมถึงเพิ่มความสามารถในการรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาในอนาคตถึง 3 เท่า

นอกจากนี้ TMB ยังได้รางวัล “TAB Digital Inclusive Awards” จากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นับเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของพวกเราทีมงาน เพราะรางวัลนี้ จะถูกมอบให้แบงก์กิ้งแอปพลิเคชันที่พัฒนามาให้ใช้งานได้ง่ายกับลูกค้า รวมถึงผู้พิการทางสายตา ถือเป็นการตอกย้ำว่าเราได้มาถูกทางแล้ว ที่จะทำให้ลูกค้าของทีเอ็มบีทุกคนได้รับความสะดวกสบายจากสิ่งที่เราได้พัฒนาขึ้นอย่างแท้จริง

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108512

ล่มต่อ ไม่รอแล้วนะ !! พบผู้ใช้งาน บัวหลวง เอ็ม แบงกิ้ง ธ.กรุงเทพ และ Next ธ.กรุงไทย ใช้งานไม่ได้

หลังจากเช้าวันนี้ SCB Easy แอป ไม่สามารถล๊อกอินเข้าใช้งานได้ (ข่าว) ล่าสุดแอปธนาคารไทย ที่มีปัญหาเพิ่มเข้ามา คือ บัวหลวง เอ็ม แบงกิ้ง ของธนาคารกรุงเทพ และ NEXT ของธนาคารกรุงไทย

โดยทั้ง สามธนาคารชั้นนำของไทย ทราบถึงปัญหาดังกล่าว และกำลังเร่งแก้ไขครับ

ที่มา – KTB Care, PANTIP

from:https://www.blognone.com/node/108376

คนไทยขึ้นแท่นแชมป์โลก สัดส่วนผู้ใช้บริการ Mobile Banking สูงสุด 74% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ

ตั้งแต่ Mobile Banking นั้นเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ได้ราวๆ 10 ปีแล้ว และสำหรับประเทศไทยเองนั้น สถาบันทางการเงินเล็ก – ใหญ่ก็ทยอยกันนำเสนอทั้งแอพพลิเคชั่นและนวัตกรรมการให้บริการทางการเงินแก่ผู้บริโภคชาวไทยกันมาเป็นเวลาหลายปีแล้วด้วยกัน แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องบอกว่าการส่งเสริมโดยภาครัฐและธนาคารรายใหญ่ในช่วง 2 – 3 ปีให้หลังมานี้ ส่งผลโดยตรงอย่างมากต่อการเข้าถึงบริการทางการเงินออนไลน์ของคนไทย วันนี้ DroidSans จะพาไปอัพเดทกันว่าเราอยู่ในจุดไหนกันแล้ว สังคมไร้เงินสดนี่มันเป็นไปได้จริงๆหรือไม่

*ขอขอบคุณ infographic และข้อมูลสถิติภาพรวมจาก datareportal.com

ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของโลก | สัดส่วนผู้ใช้ Mobile Banking จากผู้ใช้งาน Internet ทั้งหมดในประเทศ

เรียกว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจริงๆ ตั้งแต่นโยบายภาครัฐ ภาคเอกชนรายใหญ่ รายย่อย และสถาบันการเงิน ที่ล้วนแต่ขยับตัวกันค่อนข้างไวใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี (อันที่จริงน่าจะแค่ราวๆ 2 – 3 ปีให้หลังมานี้เองด้วยซ้ำ) ในการนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเงิน และตัวแปรสำคัญอย่างบรรดาแอพพลิเคชั่น Mobile Banking ให้ดึงดูดใจผู้บริโภคมากพอที่จะเปิดใจเริ่มใช้บริการเหล่านี้แทนการเดินเข้า – ออกธนาคารในหลายๆธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งปัจจุบัน ณ วันสิ้นเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมานี้เรามีสัดส่วนผู้ใช้บริการ Mobile Banking มากถึง 74% ต่อจำนวนประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ทำให้เราเป็นแชมป์โลกแซงหน้ากลุ่มผู้นำเดิมอย่างสวีเดน (71%) และ เกาหลีใต้ (66%) เป็นที่เรียบร้อย น่าสนใจจริงๆว่าสถิตินี้จะยังไปต่อได้อีกหรือไม่เพราะอันที่จริงประเทศไทยของเรานั้น เพิ่งจะเริ่มมาจริงจังกับกระแสสังคมไร้เงินสดได้ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง

ตามรายงานชุดนี้หากคำนวณจากจำนวนประชากรชาวไทยที่เข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตทั้งหมดกว่า 57 ล้านคน อาจทำให้สัดส่วนของผู้ใช้บริการ Mobile Banking นั้นเข้าใกล้ตัวเลข 40 ล้านบัญชีไปแล้ว แต่ดัชนีชาวเน็ตที่นำมาใช้คำนวณนี้มีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ค่อนข้างสูงเพราะหากเทียบจากดัชนีอื่นๆด้วยแล้ว ประชากรชาวเน็ตไทย (Thai Population with Internet Access) จะต่างกันออกไป ประกอบกับรายงานล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวนผู้ใช้งาน Mobile Banking จะไปถึงจุด 30 – 40 ล้านบัญชีได้ในอีก 1 – 3 ปีข้างหน้าตามการประเมินล่าสุด อย่างไรก็ดีสัดส่วนราว 74% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยที่มีการใช้บริการ Mobile Banking กันแล้วนั้น นับว่าเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงความเป็นจริงอยู่มากหากพิจารณาดัชนีฐานผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้:

  • 57 ล้านคน คิดเป็นจำนวนคนใช้งาน Mobile Banking 42.18 ล้านราย | สำรวจโดย Internet World Stats
  • 36.62 ล้านคน คิดเป็นจำนวนคนใช้งาน Mobile Banking 27.09 ล้านราย | สำรวจโดย International Telecommunication Union
  • 36.62 ล้านคน คิดเป็นจำนวนคนใช้งาน Mobile Banking 27.09 ล้านราย | สำรวจโดย World Bank
  • 43.8 ล้านคน คิดเป็นจำนวนคนใช้งาน Mobile Banking 32.4 ล้านราย | สำรวจโดย กสทช.

Wallets ก็ไม่เบา | เทียบเท่าจีน เกาะกลุ่มแชมป์โลกตลอดกาลอย่างเกาหลีใต้และเดนมาร์ก

สำหรับการใช้จ่ายค่าสินค้าและบริการด้วยสมาร์ทโฟนทดแทนการใช้เงินสดนั้นก็ดูมีแนวโน้มที่สดใสรอเราอยู่จริงๆ ทั้งจากการใช้งานกันจริงๆที่สะดวกขึ้นเรื่อยๆ (ถึงแม้จะยังไม่สุดเพราะยังมีความสมบุกสมบันกันอยู่บ้างโดยเฉพาะเวลาใช้จ่ายด้วยระบบ QR หรือ PromptPay กับลุงป้าน้าอา หรือร้านค้ารายย่อยที่กำลังเริ่มปรับตัวค่อยๆเรียนรู้กันอยู่ ไหนจะตัวแอพพลิเคชั่นหรือนวัตกรรมการให้บริการเอง ที่ก็ยังค่อยๆทยอยกันใช้งานง่ายและสเถียรมากขึ้น ตามๆกันมานะ  😆 ) และตัวเลขสถิติเองที่ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ใช้บริการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านสมาร์ทโฟนมากถึง 47% ต่อจำนวนประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต เทียบเท่าชาติมหาอำนาจใหม่ทางการเงินอย่างจีน (48%) หรืออินเดีย (47%) และยังเข้าใกล้แชมป์โลกในด้านนวัตกรรมการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนที่ครองแชมป์กันมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วอย่างเกาหลีใต้ (55%) และเดนมาร์ก (53%) อีกด้วย

Mobile Payment ไทย | มาแรงจนแซงเทรนด์บัตรเครดิตไปไกล

ถ้าเปรียบเทียบตัวเลขทางสถิติล่าสุดจากเครดิตบูโรของไทย ปัจจุบันไทยมีสัดส่วนผู้ถือครองบัตรเครดิตอยู่ที่ 10% ของประชากรทั้งประเทศ คิดเป็นประมาณไม่เกิน 6.9 ล้านคน ในขณะที่ผู้ใช้บริการ Mobile Payment นั้นแซงไปไกลอยู่ในระดับ 20 ล้านไปแล้ว ถือว่าน่าสนใจมากโดยเฉพาะหากเทียบกับบรรดาชาติพัฒนาแล้วหลายๆชาติ สัดส่วนการถือครองบัตรเครดิตนั้น ยังเยอะกว่า Mobile Payment อยู่พอสมควรเพราะความสะดวกจากการใช้บัตรในชีวิตประจำวันจริงๆนั้นสูงกว่าบ้านเรามาก เช่นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือ ออสเตรเลีย บัตรฯสามารถใช้จับจ่ายใช้สอยได้ในแทบจะทุกๆรายการแม้แต่ร้านค้ารายย่อย หรือเพียงแค่จะซื้อกาแฟแก้วเดียวถ้วน แถมไม่ต้องรูดหรือรอเซ็นต์ให้ลำบากในยอดที่ไม่แพง แค่แตะเท่านั้นเอง อันที่จริงก็ใช้สมาร์ทโฟนด้วยนะ แต่ก็เป็นการใช้ NFC ของสมาร์ทโฟนเพื่อแตะเสมือนใช้บัตรทั้งหลายนั่นแหละ

ปัจจัยหลักอย่างหนึ่งของ Mobile Payment ในไทยก็อาจจะเป็นไปได้ว่า พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของเรานั้นมาคู่กันกับการถือครองอุปกรณ์สมาร์ทโฟนที่ทุกวันนี้ แทบจะบอกได้เลยเข้าถึงได้สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะทางการเงินจริงๆ เพราะสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงนั้นมีให้เลือกใช้สอยกันได้อย่างง่ายได้ และที่สำคัญก็คือทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะอย่างไร หรือวัยไหนก็ล้วนอยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออนไลน์ (นึกภาพญาติผู้ใหญ่ของเราพยายามหัดใช้สมาร์ทโฟนให้คล่องเพื่อจะได้หัดเล่นเฟสบุ้ค แชทกับพี่น้องลูกหลาน หัดส่งข้อความสวัสดีเช้าวันอาทิตย์พร้อมรูปดอกไม้  😀 ) ผูกกับการที่รัฐและภาคเอกชนพยายามส่งเสริมการให้บริการธุรกรรมออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน ด้วยโปรโมชั่นที่เห็นกันอยู่จำนวนมากเช่นการยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งหลายหากทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking เอาง่ายๆเลยก็คือ Mobile Payment และรวมไปถึงบริการอื่นๆนั้น ดึงดูดให้คนไทยหันมาใช้บริการกันก็เพียงแค่ปลายนิ้วแตะก็ว่าได้

ก็ในเมื่อสมาร์ทโฟนก็อยู่ในมือ บริการพวกนี้ถูกกว่าไปธนาคาร ประหยัดเวลาด้วย จ่ายเงินก็สะดวกกว่าบริการบัตรเครดิตไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องหนี้บัตร วงเงินบัตร ไหนจะร้านค้ารายย่อยมากมายยอดไม่ถึงใช้บัตรก็ไม่ได้อีก แต่ QR / PromptPay นี่จ่ายได้นะเดี๋ยวนี้ สะดวกจะตาย แถมหัดใช้ง่ายนิดเดียว!

จากธนาคารพาณิชย์ สู่ผู้พัฒนา App ยอดฮิตของคนไทย

ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ สถาบันการเงินยังกลายมาเป็นผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นยอดฮิตได้อีกด้วยโดยมี K PLUS จากธนาคารกสิกรไทย และ SCB Easy จากธนาคารไทยพาณิชย์ นำมาเป็น 2 ใน 10 อันดับแอพพลิเคชั่นยอดฮิตของคนไทยทัดเทียมกับโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คระดับโลกอย่าง Facebook, Messenger, Instagram, LINE, Twitter หรือแม้กระทั่งแอพฟังเพลงยอดฮิตอย่าง JOOX งานนี้ถ้าไม่นับแอพที่เราชอบไปเสียตังค์กันโดยตรงอยู่แล้วอย่าง Lazada และ Shopee ล่ะก็ แอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ซึ่งรวมไปถึงแอพธนาคารทั้ง 2 เจ้าเองด้วยนั้นล้วนเป็นการให้บริการแบบฟรีคอนเท้นท์ ไม่หนำซ้ำอย่างบริการจากธนาคารชั้นนำกลุ่มนี้ล้วนแล้วแต่เสียส่วนต่างของค่าธรรมเนียมเดิมจำนวมมหาศาลจากการนำเสนอและส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้ Mobile Banking ที่ฟรีและสะดวกมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะครอบคลุมธุรกรรมหลักทั้งหมดในชีวิตประจำวันของเราได้หมดแล้วแถมยังเริ่มรวมไปถึงการอนุมัติบัตรเครดิต บริการสินเชื่อ และการลงทุนแล้วด้วย อันที่จริงมันก็ไม่ได้ฟรีไปหมดซะทุกอย่างขนาดนั้น เพียงแต่เราอาจจะแลกไปด้วยสถิติและพฤติกรรมทางการเงินของเราที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าค่าธรรมเนียมที่ธนาคารเคยได้เสียอีก หากสนใจเรื่องนี้ลองตามไปอ่านบทความเรื่อง “ทุนนิยมบนการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล” ดูกันได้นะ

ล่าสุดยักษ์เพิ่งตื่นอย่าง ธนาคารกรุงไทยเองก็เพิ่งจะประกาศอัพเดทครั้งใหญ่กับแอพพลิเคชั่น Krungthai NEXT พร้อมลั่นจะขึ้นมาแย่งชิงพื้นที่ความเป็นที่สุดของบริการ Mobile Banking ของไทยได้ตั้งแต่ปีนี้เลยจากฐานผู้ใช้จำนวนมากที่มีอยู่ในมืออยู่แล้วด้วย และจากอัพเดท (ก.พ. 62) ที่ทาง DroidSans ได้มานั้นตัวเลขสถิติคร่าวๆของบัญชีผู้ใช้งาน Mobile Banking จากธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั้งหลายยังคงโตขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:

  • อันดับ 1 K PLUS | ~10 ล้านราย
  • อันดับ 2 SCB Easy | ~10 ล้านราย
  • อันดับ 3 Krungthai NEXT | ~4 ล้านราย
  • อันดับ 4 Krungsri Mobile Application | ~2.5 ล้านราย
  • อันดับ 5 TMB Touch | ~2.5 ล้านราย

อ้างอิง: DataReportal | บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัดกสทช. | ธนาคารแห่งประเทศไทย

from:https://droidsans.com/thailand-mobile-banking-2019-to-cashless-society/

กรุงไทยฉลองยอดดาวน์โหลดแอปกรุงไทย NEXT ทะยานสู่ 4 ล้านยูสเซอร์ ภายใน 3 เดือน!

 

เปิดตัวนวัตกรรมการเงิน ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดสำหรับแอป กรุงไทย NEXT ถอนเงินไม่ใช้บัตร – เปิดบัญชีออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ – ซื้อประกัน – กู้และจ่ายสินเชื่อ – สมาร์ท AI – ตรวจสอบเครดิตบูโร – เงินเข้าออกไลน์บอกฟรี! ให้คนไทย “ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่” เต็มขั้น

ผลักดันธนาคารสู่ NEXT to Invisible Banking ที่ติดตัวและเคลื่อนที่ไปกับลูกค้าในการทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ยกระดับอุตสาหกรรม Mobile Banking สู่โครงสร้างระดับมหภาคอย่างแท้จริง

KTB

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า “หลังจากเปิดตัวแอป กรุงไทย NEXT ที่ให้บริการผู้ใช้ด้วยฟีเจอร์หลัก คือ โอนเงิน ที่ใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งโอนข้ามเขตและโอนต่างธนาคาร พร้อมยกระดับความปลอดภัยมั่นใจทุกครั้งที่โอน เติมเงิน ผู้ใช้สามารถเติมเงินค่าโทรศัพท์เอไอเอส, ทรู, ดีแทค, My By CAT, Easy Pass และ M-PASS จ่ายเงิน ที่มีเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินครอบคลุมที่สุดในประเทศ มีผู้นิยมใช้บริการอย่างรวดเร็วและแพร่หลาย

ภายใน 3 เดือนพบว่ามียอดดาวน์โหลดแอป กรุงไทย NEXT ถึง 4 ล้านยูสเซอร์ และเพื่อให้ กรุงไทย NEXT ก้าวขึ้นสู่อีกขั้นแห่งนวัตกรรมการเงินที่ครบวงจรพร้อมเป็นแอปที่หนึ่งในใจคนไทยตัวจริง ล่าสุดเปิดตัว 7 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ ถอนเงินไม่ใช้บัตร – เปิดบัญชีออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ – ซื้อประกัน – กู้และจ่ายสินเชื่อ – สมาร์ท AI – ตรวจสอบเครดิตบูโร – เงินเข้าออกไลน์บอกฟรี

7 ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยให้การทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการครบวงจร สะดวกมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วยฟีเจอร์ ถอนเงินไม่ใช้บัตร ถอนเงินสดได้ทันทีไม่ต้องใช้บัตรเอทีเอ็ม เพียงทำรายการถอนเงินผ่านแอปเพื่อสร้างรหัสถอนเงิน (Withdrawal Code) แล้วนำไปถอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยได้อย่างสะดวกสบาย เปิดบัญชีออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ เปิดบัญชีออมทรัพย์โดยไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำและไม่เสียค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี หากไม่มีความเคลื่อนไหว ซื้อประกัน สามารถซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) และประกันการเดินทางให้ตัวเองหรือเพื่อนร่วมทริปได้สูงสุดถึง 5 คน และมีผลคุ้มครองทันที

นับเป็นมิติใหม่ของการซื้อประกันที่สะดวก ง่าย รวดเร็วในยุคไทยแลนด์ 4.0  กู้และจ่ายสินเชื่อ สามารถกู้และจ่ายสินเชื่อธนวัฏผ่านแอปแบบครบวงจร ตั้งแต่สมัครสินเชื่อ (e-Application) ส่งเอกสารประกอบสินเชื่อ (e-Document) ให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลเครดิต (e-NCB Consent) โดยเฉพาะการทำสัญญาสินเชื่อแบบ e-Contract โดยไม่ต้องเตรียมสำเนาเอกสาร นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการธนาคารไทยที่สามารถให้บริการกู้และจ่ายสินเชื่อผ่าน Mobile Application ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง (สามารถใช้งานได้ 25 มีนาคม เป็นต้นไป)

นอกจากนี้ยังมี สมาร์ท AI เป็นแอปอัจฉริยะ คล้ายผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจ นำ AI มาช่วยวิเคราะห์ประมวลผล เลือกแสดงรายการหรือโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะผู้ใช้งานแต่ละราย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ตรงจุดด้วยรายการแนะนำโอนเติมจ่ายอัจฉริยะ (Smart Transaction) และโปรโมชั่นรู้ใจคุณ (Smart Promotion) บริการตรวจข้อมูลเครดิตบูโร ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านแอป กรุงไทย NEXT ด้วยตนเอง ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง

และ เงินเข้าออกไลน์บอกฟรี บริการล่าสุดใน Krungthai Connext ไม่ว่าจะทำธุรกรรมโอนเติมจ่าย รู้ได้ทันทีด้วยบริการแจ้งเตือน  ผ่าน LINE ฟรี เพียงแค่แอด LINE Official Account:@Krungthaiconnext และกรอกข้อมูลส่วนตัว (สามารถใช้งานได้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป)

นายผยง กล่าวเสริมว่า ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอีกขั้นของการโอนเติมจ่ายผนวกกับฟีเจอร์ใหม่ ทำให้กรุงไทย NEXT เป็นฮับของธุรกรรมการเงินที่ครบวงจรและครอบคลุมที่สุดในประเทศ  ยังให้ความสำคัญกับการทำให้ผู้ใช้บริการรับรู้คุณสมบัติและใช้ฟีเจอร์ต่างๆ อย่างเข้าใจ และกระจายการใช้งานสู่วงกว้าง

ดังนั้น ธนาคารจึงใช้กลยุทธ์การสื่อสารทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่และในต่างจังหวัด ด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง โดยเริ่มจัดกิจกรรมพาดาราชื่อดังพบปะประชาชนในเทศกาลสำคัญๆ ทั่วประเทศในปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็น งานเดือนยี่เป็งจังหวัดเชียงใหม่ งานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์จังหวัดนครปฐม งานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า-แข่งเรือยาวประจำปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี  งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด จังหวัดขอนแก่น

และล่าสุดได้จับมือพรีเซ็นเตอร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” นำขบวนรถมังกรทอง กรุงไทย NEXT ร่วมขบวนแห่แห่งศรัทธา ในงาน 103 ปี ตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสววรค์  พร้อมมอบโปรแรงมังกรสะดุ้ง! เมื่อจ่ายผ่านกรุงไทย NEXT ให้คนไทยช็อปง่าย จ่ายสะดวก ไร้สะดุดรับปีหมูทองคำ เมื่อสแกนชำระเงินผ่าน QR Code เป๋าตุง กรุงไทย ด้วยแอป กรุงไทยNEXT ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการภายในงาน ระหว่างวันที่ 29 ม.ค. – 9 ก.พ. 62 และธนาคารมีแผนเดินสายในงานประเพณีและเทศกาลต่างๆ ตลอดปีอีกด้วย

“เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ กรุงไทย NEXT ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่ และยกระดับมาตรฐานธุรกรรมการเงินที่สะดวก รวดเร็ว ง่าย และปลอดภัย ในปีนี้ธนาคาร ยังคงมุ่งมั่นสร้างการรับรู้และแนะนำการใช้แอป กรุงไทย NEXT ด้วยการเดินสายโร้ดโชว์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคและพบปะประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ด้วยกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นการใช้งานแอปในกลุ่มลูกค้าทุกพื้นที่ในต่างจังหวัด โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้งาน 10 ล้านคนภายในปี 2562 อย่างแน่นอน” นายผยง ศรีวณิช กล่าวสรุป

 

from:http://mobileocta.com/top-downloads-of-krung-thai-next-apps-soar-to-4-million-users-within-3-months/

Krungthai NEXT ประกาศยอดผู้ใช้ล่าสุด 4 ล้านยูสเซอร์ พร้อมปล่อย 7 ฟีเจอร์ใหม่ เล็งยอดผู้ใช้เทียบชั้น K PLUS – SCB Easy ในปีนี้

หลังจากธนาคารกรุงไทยปล่อยอัพเดทปรับโฉมแอป Mobile Banking ใหม่ไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ประกาศตัวเลขผู้ใช้งานล่าสุดขยับขึ้นมา 4 ล้านรายเป็นที่เรียบร้อย พร้อมปล่อย 7 ฟีเจอร์ใหม่ให้แอป Krungthai NEXT คาดหวังสิ้นปีนี้จะมียอดผู้ใช้ขึ้นสูงถึง 10 ล้านราย  ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับทาง K PLUS และ SCB Easy ที่ยืนเป็นเบอร์ 1 และ 2 อยู่อีกด้วย

7 ฟีเจอร์ใหม่ใน Krungthai NEXT (อัพเดท ก.พ. 2562)

สำหรับ 7 ฟีเจอร์ใหม่นี้ทั้งเติมความสามารถที่หลายคนรอคอยในแอป Krungthai NEXT และเพิ่มส่วนที่จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากขึ้นเข้าไปอีก ได้แก่

  1. ถอนเงินไม่ใช้บัตร  ถอนเงินสดได้ทันทีไม่ต้องใช้บัตร ATM ที่ตู้ธนาคารกรุงไทย
  2. เปิดบัญชีออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ เปิดบัญชีออมทรัพย์โดยไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำและไม่เสียค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี หากไม่มีความเคลื่อนไหว
  3. ซื้อประกัน อุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) และประกันการเดินทางให้ตัวเองหรือเพื่อนร่วมทริปได้สูงสุดถึง 5 คน และมีผลคุ้มครองทันที
  4. กู้และจ่ายสินเชื่อ ผ่านแอปแบบครบวงจร ตั้งแต่สมัครสินเชื่อ ส่งเอกสาร จนถึงเงินเข้าบัญชี สามารถใช้งานได้ 25 มีนาคม เป็นต้นไป
  5. สมาร์ท AI ช่วยวิเคราะห์ประมวลผล เลือกแสดงรายการหรือโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะผู้ใช้งานแต่ละราย
  6. บริการตรวจข้อมูลเครดิตบูโร ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านแอป กรุงไทย NEXT ด้วยตนเอง ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง
  7. เงินเข้าออกไลน์บอกฟรี เพียงแค่แอด LINE Official Account: @Krungthaiconnext และกรอกข้อมูลส่วนตัว โดยจะเริ่มใช้งานได้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป

ธนาคารกรุงไทย เลือกใช้ณเดชน์เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมต Krungthai NEXT ถูกใจและเข้าถึงเหล่าผู้ใช้หลักแบบที่สุด

แม้ว่าหลายคนอาจจะคุ้นชินกับการใช้งาน K PLUS หรือ SCB Easy กันอยู่ แต่ต้องบอกว่าธนาคารกรุงไทยนั้นเป็นธนาคารที่ฐานลูกค้าที่แน่นหนา หน่วยงานราชการต่างๆใช้งานเป็นหลัก ก่อนหน้านี้อาจจะเลือกไม่ใช้งานกันเพราะแอป KTB netbank ที่เป็นเวอร์ชั่นก่อนหน้ายังไม่ตอบโจทย์นัก แต่หลังจากอัพเดทเป็น Krungthai NEXT แล้ว ประสบการณ์ใช้งานดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา จากที่เงินเดือนเข้าบัญชีแล้วก็จะรีบโอนออกเพื่อไปทำธุรกรรมในแอปธนาคารอื่นแทน ก็ไม่ต้องทำแบบนั้นอีกต่อไป ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Krungthai NEXT โตขึ้นแบบก้าวกระโดดขึ้นเลยนั่นเอง

จากการประกาศของธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้ จึงพอสรุปตัวเลขของผู้ใช้งานแอป Mobile Banking แบบคร่าวๆได้ดังนี้

อันดับ 1 K PLUS 10 ล้านราย (สิ้นปี 2561)

อันดับ 2 SCB Easy 8.5 ล้านราย (สิ้นปี 2561)

อันดับ 3 Krungthai NEXT 4 ล้านราย (ก.พ. 2562)

โดยทางธนาคารกรุงศรี ที่เคยรั้งอันดับ 3 ล่าสุดประกาศจำนวนผู้ใช้ที่ 2.5 ล้านราย (ก.พ. 2562) จึงทำให้ Krungthai NEXT แซงขึ้นไปได้แบบสบายๆ ส่วน TMB Touch ยังไม่มีตัวเลขอัพเดทล่าสุด แต่คาดว่าจะใกล้เคียงกับทางกรุงศรีฯ ไว้จะติดตามหาตัวเลขมาอัพเดทให้ทราบต่อไปครับ

 

ที่มา ข่าวประสัมพันธ์ ธนาคารกรุงไทย และตัวเลขจำนวนผู้ใช้งาน K PLUS – SCB Easy จากการไปร่วมงานเปิดตัวต่างๆ ส่วนของ KMA จากทางประชาชาติ

from:https://droidsans.com/krungthai-next-4m-users-7-new-features/