คลังเก็บป้ายกำกับ: Mobile_App

แอพ Gojek Thailand เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว, แอพ GET เดิมใช้ได้ถึง 16 ก.ย.

ต่อจากข่าว Gojek รวมแบรนด์และแอปในภูมิภาคเป็นชื่อเดียว เลิกใช้แบรนด์ GET ตอนนี้แอพ Gojek ขึ้นสโตร์ในประเทศไทยให้ดาวน์โหลดและใช้งานแล้ว ทั้งบน iOS และ Android แต่จะเปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการ วันที่ 16 กันยายน 2563

Gojek Thailand บอกว่าแอพตัวใหม่จะมีอินเทอร์เฟซที่ดีกว่าเดิม รองรับบริการทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ บริการส่งอาหาร (GoFood) บริการเรียกรถจักรยานยนต์ (GoRide) บริการขนส่งพัสดุ (GoSend) และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (GoPay)

ส่วนแอพ Get ตัวเดิมจะใช้งานได้ถึงวันที่ 16 กันยายนเช่นกัน

No Description

Disclaimer: บริษัทแม่ของ Blognone คือ LINE MAN Wongnai เป็นคู่แข่งของ GET/Gojek

from:https://www.blognone.com/node/118284

อินเดียแบนแอพจีนระลอกสาม 118 ตัว PUBG, AoV, Alipay, Baidu โดนกันถ้วนหน้า

ต่อจากข่าวรัฐบาลอินเดียแบนแอพจีนระลอกแรก 59 ตัว และระลอกสอง 47 ตัว วันนี้อินเดียประกาศแบนแอพระลอกสาม ชุดใหญ่ 118 ตัว

ในจำนวนนี้มีแอพดังๆ อย่าง PUBG Mobile, Baidu, Alipay, VOOV, Youku, Taobao, Arena of Valor (AoV) และแอพตระกูล APUS รวมถึงแอพสายเบราว์เซอร์ ฟังเพลง แกลเลอรี และเกมจีนอีกจำนวนมาก (รายชื่อทั้งหมดอ่านได้จากที่มา)

การแบนแอพจีน 3 ระลอก มีแอพโดนแบนไปแล้ว 224 ตัว โดยใช้อำนาจตามมาตรา 69 ของกฎหมาย Information Technology Act ของอินเดีย

ที่มา – รัฐบาลอินเดีย, Medianama

from:https://www.blognone.com/node/118252

แอพสมาร์ทวอทช์ Amazfit เปลี่ยนชื่อเป็น Zepp เตรียมรองรับอุปกรณ์อื่นๆ ในอนาคต

Amazfit แบรนด์สมาร์ทวอทช์จากจีนในเครือ Huami บริษัทลูกของ Xiaomi อีกที เปลี่ยนชื่อแอพทั้งบน Google Play และ App Store จากเดิมชื่อ Amazfit เป็น Zepp แล้ว โดย Zepp เป็นชื่อบริษัทสร้างเซ็นเซอร์วัดค่าต่างๆ ในการเล่นกีฬาที่ Huami ซื้อกิจการมาในปี 2018

การรีแบรนด์ครั้งนี้ Huami ระบุว่าเป็นไปเพื่อการพัฒนาแอพนี้เพื่อเตรียมรองรับอุปกรณ์เพิ่มเติมหลายชนิดในอนาคต และเพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพระดับมืออาชีพที่ใช้งานง่ายให้กับผู้ใช้ และใน change log ของแอพ ก็ระบุว่าตอนนี้แอพรองรับนาฬิกา Zepp E ของบริษัท Zepp เพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ส่วน Amazfit จะมีอุปกรณ์อะไรวางจำหน่ายอีก คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – Android Authority

No Description

from:https://www.blognone.com/node/118105

Facebook Gaming ยอมตัดฟีเจอร์เล่นเกมในแอพ เพื่อให้แอปเปิลอนุมัติขึ้น App Store

Facebook สามารถนำแอพ Facebook Gaming เวอร์ชัน iOS ขึ้น App Store ได้สำเร็จ หลังจากต้องยอมตัดฟีเจอร์ instant games ออก เพราะผิดกฎของแอปเปิล

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่า Facebook Gaming ไม่สามารถขึ้น App Store ได้เพราะแอปเปิลไม่ยอมให้มี “เกมในแอพ” ซึ่งเป็นข้อห้ามเดียวกับที่เพิ่งเป็นข่าวกรณีห้ามเกมสตรีมมิ่ง xCloud และ Stadia

ทีมงาน Facebook Gaming ออกมาแฉเรื่องนี้ (ผ่านทวิตเตอร์) ว่าโดนแอปเปิลปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า จุดประสงค์หลักของ Facebook Gaming คือการเล่นเกม ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะ 95% ของผู้ใช้เวอร์ชัน Android เอาไว้ดูสตรีมเกมต่างหาก แต่แอปเปิลไม่สนใจ และหลังแอปเปิลประกาศในงาน WWDC ว่าปรับกระบวนการรีวิวแอพใหม่ ทาง Facebook ยื่นอุทธรณ์เรื่องนี้ไปอีกครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ

Facebook จึงบอกว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมถอดฟีเจอร์เล่นเกมง่ายๆ ออก เพื่อให้แฟนๆ บน iOS สามารถใช้งาน Facebook Gaming รับชมการสตรีมเกมได้ และแนะนำว่าหากต้องการได้ประสบการณ์เต็มรูปแบบ ก็ไปใช้ Android ดีกว่า

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117864

กูเกิลเปิดฟีเจอร์แบ็คอัพข้อมูลในสมาร์ทโฟนผ่าน Google One ให้ทุกคนใช้ฟรี, iOS ใช้ได้ด้วย

กูเกิลเปิดตัวบริการแบ็คอัพข้อมูลทั้งหมดจากสมาร์ทโฟนภายใต้แบรนด์ Google One ให้กับผู้มีบัญชี Google Account ทุกคน ใช้ได้ทั้งสมาร์ทโฟน Android และ iOS

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว กูเกิลเปิดตัว Google One ที่มีบริการแบ็คอัพข้อมูลเฉพาะบน Android แต่จำกัดเฉพาะลูกค้าที่จ่ายพรีเมียมซื้อพื้นที่สตอเรจเท่านั้น

วันนี้กูเกิลประกาศว่าลูกค้า Google Account ทั้งหมดสามารถใช้แอพ Google One แบ็คอัพข้อมูลในสมาร์ทโฟนได้แล้ว โดยจะคิดพื้นที่สตอเรจจากโควต้าฟรี 15GB ที่ทุกคนมีอยู่แล้ว (ถ้าไม่พอใช้สามารถซื้อเพิ่มในราคาเริ่มต้นเดือนละ 70 บาท ได้พื้นที่ 100GB)

No Description

ฟีเจอร์แบ็คอัพเปิดให้ใช้งานแล้วใน Google One เวอร์ชัน Android ส่วนแอพ Google One เวอร์ชัน iOS จะเปิดให้ดาวน์โหลดในเร็วๆ นี้

แอพ Google One เวอร์ชันฟรียังเพิ่มฟีเจอร์ Free up space ช่วยลบข้อมูลที่ไม่ใช้งาน เพื่อประหยัดเนื้อที่สตอเรจ (ทั้งบนคลาวด์และบนมืถือ) ลักษณะเดียวกับที่ Google Photos มีในตอนนี้ แต่ครอบคลุมพื้นที่ใน Gmail และ Google Drive ที่แชร์โควต้ากันด้วย

No Description

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/117706

Microsoft Launcher ออกเวอร์ชัน 6.0 ยกเครื่องใหม่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ, ใช้งานแนวนอนได้แล้ว

ไมโครซอฟท์ประกาศออกอัพเดต Microsoft Launcher เวอร์ชัน 6.0 แอพปรับแต่งโฮมสกรีนบน Android ซึ่งนำเสนอฟีเจอร์อำนวยความสะดวกให้กับการใช้งานร่วมกับพีซีและบริการต่างๆ ของไมโครซอฟท์ (ตัวอย่างเช่น Continue on PC, การซิงก์กับแอพ Sticky Notes จนไปถึงการตั้งเปลี่ยน Wallpaper เป็นภาพถ่ายประจำวันของ Bing)

โดยในเวอร์ชันนี้ไมโครซอฟท์ได้ยกเครื่องแอพ ด้วยการพัฒนา codebase ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อเป็นฐานให้กับการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างโหมดใช้งานแนวนอน (Landscape mode) และเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของตัว launcher ให้โหลดได้เร็วขึ้น, ลดการใช้หน่วยความจำลง, ประหยัดแบตและสามารถแสดงผลอนิเมชั่นได้อย่างลื่นไหล

alt="ภาพตัวอย่างการใช้งาน Landscape mode"

นอกจากนั้น MS Launcher ยังมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของหน้าฟีดที่ถูกปรับให้มีพื้นที่แสดงผลภาพพื้นหลังมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

alt="ภาพตัวอย่างดีไซน์ใหม่ของ MS Launcher ทั้งธีมสว่างและธีมมืด"

MS Launcher เวอร์ชัน 6.0 ใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่รัน Android 7.0 ขึ้นไป และได้เริ่มทยอยปล่อยอัพเดตให้กับผู้ใช้งานทั่วไป (ที่ไม่ได้ใช้รุ่นทดสอบ) มาตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. ลองเข้าไปลองเช็กอัพเดตได้ที่ Google Play ครับ

ที่มา – Windows Blog via Windows Central

from:https://www.blognone.com/node/117670

รัฐบาลอินเดียแบนแอพจีนระลอกสองอีก 47 ตัว, ระลอกสามอาจมี PUBG Mobile ด้วย

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เราเห็นข่าวรัฐบาลอินเดียสั่งแบนแอพสัญชาติจีน 59 ตัว ซึ่งรวมถึงแอพยอดนิยมอย่าง Tik Tok, Bigo Live, WeChat, Meitu, UC Browser และแอพบางตัวของ Xiaomi

วันนี้ รัฐบาลอินเดียประกาศแบนระลอกสองเพิ่มอีก 47 ตัว ตัวอย่างแอพกลุ่มนี้คือ Tik Tok Lite, Bigo Lite เป็นต้น

แต่เท่านี้ยังไม่หมด เพราะมีข่าวว่ารัฐบาลอินเดียกำลังจับตาจะแบนแอพระลอกสาม โดยแอพในรายชื่อมีทั้งหมด 275 ตัว แอพเด่นคือ PUBG Mobile ของ Tencent, AliExpress และแอพอื่นจาก Meitu, Sina, Netease, Xiaomi รวมไปถึงเกมของค่าย Supercell จากฟินแลนด์ ที่ปัจจุบัน Tencent เป็นเจ้าของอีกด้วย

ที่มา – xda, Economic Times

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117669

Facebook ทดสอบ Page หน้าตาใหม่บนมือถือ รูปโปรไฟล์ใหญ่ขึ้น ปุ่มไลค์หายไป

Facebook ทดสอบหน้าตาใหม่ของเพจบนแอปมือถือ ดันรูปโปรไฟล์มาไว้ตรงกลางและมีขนาดใหญ่ขึ้น ปุ่มกดไลค์เพจหายไป ไม่แสดงจำนวนคนกดไลค์ แต่ยังคงแสดงจำนวนผู้ที่ติดตามเพจ แท็บเมนูย่อยต่างๆ ในเพจก็หายไปด้วย เปิดทดสอบกับเจ้าของเพจไม่กี่ราย

การออกแบบหน้าตาเพจใหม่เพื่อลดความซับซ้อน ให้เรียบง่ายและสะอาดตามากขึ้น ช่วยให้คนที่เข้ามาดูเห็นข้อมูลสำคัญๆ ไปเลยอย่างเช่น เจ้าของเพจเป็นใคร มีคนติดตามเท่าไร

นอกจากนี้ เจ้าของเพจยังเห็นโปรไฟล์เพจของตัวเองด้วยหน้าตาใหม่เช่นกัน มีปุ่มเพิ่ม Stories และปุ่มดูการเข้าถึงเพจได้ที่ด้านล่างติดกับรูปโปรไฟล์ตัวเอง ลดความซับซ้อนของหน้าจอ Edit Access ที่เจ้าของเพจสามารถตั้งค่าเปิดปิดการเข้าถึงของบุคคลอื่นได้ง่ายเพียงเลื่อนนิ้วซ้าย-ขวา เพิ่มข้อมูล Insights มากขึ้น และได้รับการแจ้งเตือนจากเพจน้อยลง

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117611

กรณีศึกษาในต่างประเทศ แอพ Contact Tracing ไม่แจ้งเตือนอย่างที่ควรจะเป็น

แม้หลายประเทศจะพยายามใช้แอปจำพวก contact tracing ที่ใช้ Bluetooth ของมือถือ เพื่อติดตามและประเมินความเสี่ยงในการติด COVID-19 ของผู้ใช้ เช่น แอป StopCovid ของฝรั่งเศส ที่มีผู้ดาวน์โหลดกว่า 2 ล้านครั้ง และแอป Covidsafe ของออสเตรเลีย ที่มีผู้ดาวน์โหลดกว่า 6 ล้านครั้ง แต่ปัจจุบัน ทั้งสองแอปมียอดการแจ้งเตือนรวมกัน แค่ 14 ครั้งจาก StopCovid เท่านั้น ส่วน Covidsafe ของออสเตรเลียยังไม่มีการแจ้งเตือนสักครั้ง แม้ยังมีเคส COVID-19 ในรัฐวิคตอเรียอยู่

เว็บไซต์ MIT Technology Review ติดตามเรื่องนี้ และพบว่ามีหลายสาเหตุที่อาจทำให้แอปเหล่านี้ไม่เวิร์คเท่าที่ควร เช่นเหตุผลทางคณิตศาสตร์ ที่ศาสตราจารย์ Jon Crowcroft แห่งมหาวิทยาลัย Cambridge ให้ข้อมูลว่า ตามหลักสถิติแล้ว ถ้ามีคน 1% ติดโควิด และในจำนวนนั้น มี 1% ที่ใช้แอป อัตราที่แอปจะตรวจเจอคนติดโควิด และส่งแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้อื่น ก็ยังมีแค่ 1 ใน 10,000 เท่านั้น

No Descriptionรูปจาก: University of Washington

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุทางด้านเทคนิคต่างๆ เมื่อหลายประเทศ เลือกไม่ใช้โมเดลของ Google และ Apple ที่จะเก็บข้อมูลไว้บนมือถือของผู้ใช้เอง แต่สร้างแอปที่จะส่งข้อมูลไปเก็บไว้ยังเซิฟเวอร์ส่วนกลาง จนพบปัญหาว่า iOS ไม่ยอมให้แอป Third-Party เปิดใช้งาน Bluetooth เป็นเบื้องหลัง เพื่อทำการ handshake ตรวจสอบการอยู่ใกล้กันของผู้ใช้ได้ แอป Covidsafe ของออสเตรเลียจึงทำงานได้เพียง 1 ครั้ง จากการเปิดใช้งาน 4 ครั้งบนมือถือบางเครื่อง

ส่วนแอปของฝรั่งเศส ก็มีบั๊กที่แอปจะกินแบตของผู้ใช้มากเกินไป จนมีคนทยอยลบแอปออกไปเยอะ และนอกจานี้ แอปแต่ละเจ้า ยังตั้งเกณฑ์ระยะเวลาการอยู่ใกล้กันของผู้ใช้ไว้นานจนเกินไป จากการพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการเตือนที่ผิดพลาด แต่กลับกลายเป็นว่าไม่มีการเตือนเกิดขึ้นเลยแทน

No Descriptionแอป Covidsafe ของออสเตรเลีย บน Play Store

เป็นเรื่องยากที่จะสร้างแอป contact tracing ที่แยกออกจากระบบของ Apple หรือ Google โดยสิ้นเชิง และ MIT Technology Review ก็แนะนำว่าหลายๆ ประเทศอาจจะต้องลดการรวมศูนย์ข้อมูลไปยังส่วนกลางที่ทำให้เกิดปัญหาทางเทคนิคลง

หรืออีกทางเลือกก็คือใช้โค้ดของแอปที่พิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้ผล เช่นแอป Corona-Warn ของเยอรมันที่มีผู้ใช้กว่า 15 ล้านคน และเป็น open-source มาปรับใช้ แทนที่จะสร้างแอปใหม่ และควรให้ความรู้กับประชาชนว่าแอป contact tracing เป็นเพียงอุปกรณ์หนึ่งในการติดตามเท่านั้น ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ไขปัญหา COVID-19 ได้ทันที

ที่มา – MIT Technology Review

from:https://www.blognone.com/node/117460

Facebook แก้ปัญหา SDK ที่ทำให้แอพบน iOS แครช, เหตุการณ์ไม่ได้เกิดเป็นครั้งแรก

จากข่าว แอป iOS จำนวนมากเปิดไม่ติด คาดเกิดจาก Facebook SDK

ตอนนี้ Facebook แก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว โดยให้คำอธิบายสั้นๆ ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโค้ด ทำให้แอพบางตัวที่เรียกใช้ SDK แครช ซึ่ง Facebook ค้นพบปัญหานี้อย่างรวดเร็วและแก้ไขเรียบร้อยแล้ว พร้อมขอโทษที่ทำให้เกิดความไม่สะดวกขึ้น

เว็บไซต์ The Verge รายงานว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะเคยมีการล่มลักษณะเดียวกันในวันที่ 6 พฤษภาคม 2020 มาแล้ว ทำให้เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้นักพัฒนาแอพ “ถอด” Facebook SDK ที่นิยมใช้เพื่อเก็บข้อมูลในแง่การตลาดผ่าน Facebook เพื่อไม่ให้แอพต้องพึ่งพา Facebook มากเกินไป

ที่มา – Facebook, Facebook, The Verge

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117407