คลังเก็บป้ายกำกับ: Mobile_App

แอพ Wunderlist ประกาศปิดตัว 6 พ.ค. 2020 ให้ย้ายไปใช้ Microsoft To Do แทน

ไมโครซอฟท์ประกาศปิดแอพจดบันทึก Wunderlist ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2020

ไมโครซอฟท์ซื้อ Wunderlist มาในปี 2015 แล้วนำทีมมาพัฒนาแอพใหม่ Microsoft To Do ที่ออกในปี 2017 และเมื่อไม่นานนี้ ไมโครซอฟท์ก็ประกาศว่า To Do สามารถใช้ทดแทน Wunderlist ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ก่อนหน้านี้เรารู้อยู่แล้วว่า Wunderlist จะถูกปลดเกษียณ ทีมงาน Wunderlist ระบุว่าหยุดเพิ่มฟีเจอร์มาให้สักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่หลังวันที่ 6 พฤษภาคม 2020 จะไม่สามารถซิงก์ข้อมูลได้อีกต่อไป และแนะนำให้ย้ายข้อมูลไปยัง To Do แทน หากล็อกอินด้วยบัญชี Microsoft Account อยู่แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แค่ดาวน์โหลดแอพ To Do ข้อมูลทั้งหมดจาก Wunderlist จะกลับมาทันที

ที่มา – Wunderlist, Engadget

No Description

from:https://www.blognone.com/node/113572

ไมโครซอฟท์เปิดตัวระบบดีไซน์ Fluent บน Android/iOS, เปิดให้นักพัฒนาอื่นใช้งานด้วย

ไมโครซอฟท์เปิดตัวระบบการดีไซน์ของตัวเองชื่อ Fluent Design System มาตั้งแต่ปี 2017 โดยเน้นใช้งานบน Windows 10 เป็นหลัก แต่หลังไมโครซอฟท์ถอนตัวจากตลาดมือถือ หันมาเน้นทำแอพอย่างเดียว ก็ประกาศว่าจะขยาย Fluent มายังอุปกรณ์พกพาด้วย

สัปดาห์นี้ไมโครซอฟท์เปิดตัว Fluent Design อย่างเป็นทางการ โดยนำมาใช้กับแอพมือถือของไมโครซอฟท์ทุกตัว ที่เริ่มใช้แล้วในตอนนี้คือ Outlook, OneDrive, Word, Excel, PowerPoint และประกาศว่าจะใช้กับ Teams, Yammer, Planner ในเร็วๆ นี้ด้วย

Fluent บนมือถือใช้หน้าตาคล้ายกันทั้งบน Android และ iOS แต่ปรับรายละเอียดบางจุดให้เข้ากับหน้าตาของแพลตฟอร์ม ภาพรวมของมันคือใช้แถบสีขนาดใหญ่ที่ด้านบนของจอ (เลือกสีตามแบรนด์ของแอพ เช่น PowerPoint สีแดง, Excel สีเขียว, Outlook สีน้ำเงิน) มีปุ่มสั่งงานอยู่ด้านล่าง และใช้ไอคอนบุคคลเป็นวงกลม

No Description

No Description

นอกจากนี้ แอพที่ใช้ Fluent ยังรองรับ Dark Mode ด้วย โดยแปลงแถบสีและพื้นหลังสีขาวเป็นสีดำ แอพทุกตัวใช้ระบบสีแบบนี้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ทำให้แก้ไขหรืออัพเดตระบบดีไซน์ได้ง่ายในอนาคต ไมโครซอฟท์ใช้คำว่าเป็นการนำแอพมือถือไปสู่ยุค post-OS world ที่ไม่อิงกับระบบปฏิบัติการตัวใด

No Description

ไมโครซอฟท์อธิบายเบื้องหลังของ Fluent บนอุปกรณ์พกพาว่าเกิดจากการทำวิจัยกับผู้ใช้ทั่วโลก เพื่อหาแนวทางการออกแบบที่เหมาะกับผู้ใช้ยุคมือถือให้มากที่สุด นำแนวคิดของ microtask หรือการทำงานสั้นๆ ไม่เกิน 20-30 วินาทีให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อเพิ่ม productivity ในภาพรวม

ไมโครซอฟท์ยังเชิญชวนให้นักพัฒนาแอพรายอื่นๆ หันมาใช้ประโยชน์จาก Fluent Design System บนมือถือ โดยเปิด design toolkit ให้ใช้งานฟรีๆ รองรับทั้ง Windows, iOS, Android, Web

ที่มา – Microsoft Design

from:https://www.blognone.com/node/113565

[Sensor Tower] ผู้พัฒนาแอปยอดนิยม 1% สูงสุด ครองส่วนแบ่งดาวน์โหลดรวมถึง 80%

Sensor Tower บริษัทวิจัยตลาดแอปมือถือ เปิดเผยข้อมูลล่าสุดของตลาดแอปในไตรมาส 3 ปี 2019 พบว่า กลุ่มนักพัฒนาที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในระดับ 1% บน มีตัวเลขดาวน์โหลดรวมคิดเป็น 80% ของการดาวน์โหลดทั้งหมด หรือ 2.96 หมื่นล้านครั้งในไตรมาส 3/2019 เท่ากับว่า 20% ของการดาวน์โหลดที่เหลือ (6 พันล้านครั้ง) เป็นของนักพัฒนาอีก 99%

จำนวนผู้พัฒนาแอปรวมทั้ง App Store และ Google Play มีจำนวน 792,000 ราย ตัวเลข 1% ก็คือ 7,920 ราย ส่วน 99% ที่เหลือคิดเป็น 784,080 รายนั้น เฉลี่ยออกมาได้รายละ 7,650 ดาวน์โหลด

อัตราส่วนนี้ยิ่งแตกต่างกันมากขึ้น เมื่อดูเฉพาะหมวดเกม ที่ผู้พัฒนา 1% ครองตัวเลขดาวน์โหลดไว้ 82% และยิ่งแตกต่างมากขึ้นเมื่อพิจารณาเรื่องรายได้และการทำเงิน โดยภาพรวมของแอป 1% บนทำเงินได้ 93% ส่วนแอปเกม 1% ทำเงินได้ 95% ของรายได้รวมทั้งหมด

ที่มา: Sensor Tower

alt="Sensor Tower"

from:https://www.blognone.com/node/113307

รีวิวโค้ดบนรถเมล์ GitHub เปิดตัวแอพมือถือ GitHub Mobile ทั้งบน Android/iOS

GitHub เปิดตัวแอพมือถือ GitHub for mobile ทั้งบน Android และ iOS ให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถจัดการโค้ด คอมเมนต์โค้ด รีวิวโค้ดได้สะดวก จากที่ไหนก็ได้ในโลก ทำงานได้แม้นั่งรถเมล์อยู่

ตัวแอพ GitHub เขียนขึ้นแบบเนทีฟ ทำงานได้กับหลายขนาดหน้าจอ ที่สำคัญรองรับ Dark Mode ของระบบปฏิบัติการด้วย

ตอนนี้ GitHub for Mobile เปิดทดสอบรุ่นเบต้าบน iOS แล้ว ส่วน Android กำลังตามมา

ที่มา – GitHub

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/113136

Microsoft เปิดตัว Office สำหรับ iOS/Android รวมการทำงาน 3 โปรแกรมไว้ในแอปเดียว

ไมโครซอฟท์เปิดตัวแอป Office สำหรับสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยผู้ใช้งานสามารถเปิดไฟล์เอกสารได้ทุกโปรแกรมจบในแอปนี้แอปเดียว ไม่ต้องใช้แอปแยก Word, Excel, Powerpoint แบบที่ผ่านมา

นอกจากอ่านไฟล์เอกสารแล้ว แอป Office ยังสามารถแก้ไขเอกสารเบื้องต้น รวมทั้งเซ็นชื่อใน PDF ได้เลยผ่านสมาร์ทโฟน จากนั้นสามารถแชร์เอกสารต่อไปให้คนอื่นได้ด้วย และยังมีฟีเจอร์สำหรับสร้างไฟล์ Word หรือตาราง Excel จากภาพถ่ายได้ เป็นต้น

สถานะของแอป Office ตอนนี้เป็นรุ่นพรีวิวสำหรับผู้ใช้ Google Play และอยู่บน Tesflight สำหรับผู้ใช้ iOS โดยยังไม่มีกำหนดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปว่าจะได้ใช้งานเมื่อใด

ที่มา: Engadget

alt="Office"

from:https://www.blognone.com/node/112939

พบแอป Mercedes-Benz แสดงข้อมูลรถของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง ตอนนี้แก้ไขแล้ว

มีผู้ใช้รถยนต์ Mercedes-Benz รายงานว่า แอป Mercedes-Benz สำหรับใช้งานเพื่อระบุตำแหน่งรถยนต์, ปลดล็อก และสตาร์ทรถยนต์กำลังมีปัญหาเรื่องข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล เพราะเขาสามารถเห็นข้อมูลบัญชีของคนอื่น และรายงานข้อมูลรถยนต์ของคนอื่นด้วย

TechCrunch ได้สอบถามผู้ใช้รถยนต์และแอปของ Mercedes-Benz สองคน และได้รับทราบว่าตัวแอปมีการดึงข้อมูลจากบัญชีอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองมา ทำให้สามารถเห็นชื่อเจ้าของรถคนอื่น, กิจกรรมล่าสุด, เบอร์โทรศัพท์ และอื่น ๆ ซึ่งหากมองในทางกลับกัน ไม่แน่ว่าข้อมูลส่วนตัวของตนเองก็อาจจะหลุดไปสู่คนอื่นได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี มีบางคนทดลองกดปุ่มสั่งล็อค/ปลดล็อค หรือสตาร์ทเครื่องยนต์ พบว่าไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ผลกระทบค่อนข้างจำกัด

Donna Boland โฆษกของ Daimler บริษัทแม่ของ Mercedes-Benz ระบุว่า มีช่วงสั้น ๆ ในวันศุกร์ที่มีการแสดงข้อมูลลูกค้าในแอป Mercedes me ผิดพลาด ข้อมูลที่แสดงนั้นเป็นข้อมูลแคช ไม่ใช่การเข้าถึงบัญชีแบบเรียลไทม์ ไม่มีการแสดงข้อมูลการเงิน รวมถึงไม่สามารถสั่งการอะไรรถยนต์ได้ และไม่สามารถดูตำแหน่งปัจจุบันของรถยนต์ที่อยู่ในบัญชีนั้น ๆ ได้

Boland ยืนยันว่า หลังจากรับทราบปัญหาแล้ว บริษัทก็ได้สั่งหยุดให้บริการแอปเพื่อจัดการแก้ปัญหา

ปัจจุบัน การที่บริษัทรถยนต์ทำแอปออกมาเพื่อเสริมประสบการณ์ใช้งานรถยนต์นั้นไม่ใช่เรื่องที่แปลก แต่แอปเหล่านี้ควรจะรักษาความปลอดภัยอย่างดีพอ เพราะตัวแอปสามารถเชื่อมต่อไปยังรถยนต์และสั่งการได้หลายรูปแบบ รวมถึงมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไว้ด้วย

ที่มา – TechCrunch

No Description
ภาพจาก Mercedes-Benz

No Description
รายงานหน้าจอข้อมูลหลุดของแอป Mercedes-Benz

from:https://www.blognone.com/node/112632

พบแอป Mercedes-Benz แสดงข้อมูลรถของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง ตอนนี้แก้ไขแล้ว

มีผู้ใช้รถยนต์ Mercedes-Benz รายงานว่า แอป Mercedes-Benz สำหรับใช้งานเพื่อระบุตำแหน่งรถยนต์, ปลดล็อก และสตาร์ทรถยนต์กำลังมีปัญหาเรื่องข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล เพราะเขาสามารถเห็นข้อมูลบัญชีของคนอื่น และรายงานข้อมูลรถยนต์ของคนอื่นด้วย

TechCrunch ได้สอบถามผู้ใช้รถยนต์และแอปของ Mercedes-Benz สองคน และได้รับทราบว่าตัวแอปมีการดึงข้อมูลจากบัญชีอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองมา ทำให้สามารถเห็นชื่อเจ้าของรถคนอื่น, กิจกรรมล่าสุด, เบอร์โทรศัพท์ และอื่น ๆ ซึ่งหากมองในทางกลับกัน ไม่แน่ว่าข้อมูลส่วนตัวของตนเองก็อาจจะหลุดไปสู่คนอื่นได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี มีบางคนทดลองกดปุ่มสั่งล็อค/ปลดล็อค หรือสตาร์ทเครื่องยนต์ พบว่าไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ผลกระทบค่อนข้างจำกัด

Donna Boland โฆษกของ Daimler บริษัทแม่ของ Mercedes-Benz ระบุว่า มีช่วงสั้น ๆ ในวันศุกร์ที่มีการแสดงข้อมูลลูกค้าในแอป Mercedes me ผิดพลาด ข้อมูลที่แสดงนั้นเป็นข้อมูลแคช ไม่ใช่การเข้าถึงบัญชีแบบเรียลไทม์ ไม่มีการแสดงข้อมูลการเงิน รวมถึงไม่สามารถสั่งการอะไรรถยนต์ได้ และไม่สามารถดูตำแหน่งปัจจุบันของรถยนต์ที่อยู่ในบัญชีนั้น ๆ ได้

Boland ยืนยันว่า หลังจากรับทราบปัญหาแล้ว บริษัทก็ได้สั่งหยุดให้บริการแอปเพื่อจัดการแก้ปัญหา

ปัจจุบัน การที่บริษัทรถยนต์ทำแอปออกมาเพื่อเสริมประสบการณ์ใช้งานรถยนต์นั้นไม่ใช่เรื่องที่แปลก แต่แอปเหล่านี้ควรจะรักษาความปลอดภัยอย่างดีพอ เพราะตัวแอปสามารถเชื่อมต่อไปยังรถยนต์และสั่งการได้หลายรูปแบบ รวมถึงมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไว้ด้วย

ที่มา – TechCrunch

No Description
ภาพจาก Mercedes-Benz

No Description
รายงานหน้าจอข้อมูลหลุดของแอป Mercedes-Benz

from:https://migrate.blognone.com/node/112632