คลังเก็บป้ายกำกับ: Mobile_App

Slack โหมดกลางคืนบนมือถือ เริ่มเปิดให้ใช้งานในกลุ่มผู้ใช้เบต้าแล้ว

ใดๆ ในโลกล้วน Dark Mode ล่าสุด Slack แอพคุยงานเวอร์ชันมือถือก็เตรียมจะมีโหมดกลางคืนกับเขาบ้าง ล่าสุดเปิดใช้งานแล้วในกลุ่มผู้ใช้เบต้า ทั้งใน iOS และแอนดรอยด์

หรือถ้าใครไม่ได้เป็นเบต้า ก็สามารถเข้าไปที่เมนูสามจุดด้านขวาบน กดตั้งค่า และเข้าร่วมเบต้า จากนั้นก็กรอกข้อมูลอีเมลที่ใช้งาน รอระบบอนุมัติก็สามารถไปตั้งค่าใช้งานโหมดกลางคืนได้ในเมนูตั้งค่า และ Advanced

alt="Slack IPO"

ที่มา – Mashable

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108564

โฆษณา

สนีคเกอร์ Nike รุ่นผูกเชือกอัตโนมัติ พบปัญหาบนแอนดรอยด์ ทำรองเท้าใช้งานไม่ได้

Adapt BB สนีคเกอร์รุ่นที่ผูกเชือกอัตโนมัติ (self-lacing) รุ่นล่าสุดของ Nike ซึ่งมาพร้อมกับแอป Nike Adapt บน iOS และแอนดรอยด์ เพื่อดูแบตเตอรี่, อัพเดตเฟิร์มแวร์, ปรับความแน่นของเชือกที่ผูกและเลือกสีไฟของรองเท้า ทว่าผู้ใช้ Adapt BB บนแอนดรอยด์กลับพบสารพัดปัญหาจากตัวแอป จนทำให้รองเท้าอัจฉริยะไม่อัจฉริยะเท่าไหร่นัก

ผู้ใช้บางรายระบุในหน้ารีวิวของแอป Nike Adapt ว่าพบปัญหา brick ทำให้รองเท้าใช้งานไม่ได้หลังอัพเดตเฟิร์มแวร์แล้ว error บ้างก็บอกว่าตัวแอปเชื่อมต่อได้เฉพาะรองเท้าข้างซ้ายพอเชื่อมต่อเสร็จก็ขึ้นว่าล้มเลว หรือขึ้นบอกว่ารองเท้าเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นไปแล้วก็มี ขณะที่ผู้ใช้บางรายพยายามจะรีบูทรองเท้า ก็เจอปัญหารองเท้าข้างซ้ายไม่ยอมรีบูท เป็นต้น ทำให้คะแนนรีวิวรวมใน Play Store อยู่ที่ 2.4 และหนักไปทาง 1 ดาวเสียส่วนใหญ่

ด้าน Nike ชี้แจงว่ารับทราบปัญหาแล้ว

ที่มา – Nike Adapt, ArsTechnica

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108305

ไมโครซอฟท์ขยายฟีเจอร์ AR สำหรับองค์กร จาก HoloLens สู่มือถือ Android/iOS ด้วย

เราเห็นไมโครซอฟท์พยายามผลักดันการใช้งาน Mixed Reality กับการใช้งานเฉพาะทาง เช่น การประชุมทางไกล การรีโมทเข้าไปแก้ปัญหาหน้างาน แต่ที่ผ่านมาก็ยังเน้นเฉพาะบนแพลตฟอร์มแว่น HoloLens เป็นหลัก

ล่าสุดไมโครซอฟท์ขยายบริการเหล่านี้มายังอุปกรณ์พกพาด้วย โดยเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของโปรแกรมชุด Dynamics 365 (รวม CRM+ERP เข้าด้วยกัน)

ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์แบ่งออกเป็น 2 ตัวได้แก่

Dynamics 365 Product Visualize ใช้มือถือหรือแท็บเล็ตแสดงให้เห็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์จริงในโลก AR เหมาะสำหรับเซลส์ที่ต้องการให้ลูกค้าเห็นภาพว่าสินค้าจริงนำมาติดตั้งแล้วหน้าตาเป็นอย่างไร แอพตัวนี้จะลง iOS ก่อน

No Description

Dynamics 365 Remote Assist เป็นการนำกล้องสมาร์ทโฟนเข้ามาทำ Remote Assist ช่วยเหลือหน้างานจริง เช่น ควบคุมเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนสูง ฟีเจอร์นี้มีใน HoloLens อยู่ก่อนแล้ว แต่ขยายมาสู่สมาร์ทโฟน Android ด้วย

No Description

ไมโครซอฟท์ไม่ได้ระบุว่าแอพทั้งสองตัว จะมีสลับไปลง iOS/Android ด้วยหรือไม่

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/108265

Google ปรับกฎนักพัฒนาแอปต้องตั้ง Target API ที่ Android Pie ภายในพฤศจิกายนนี้

Google ประกาศข้อกำหนดของ Google Play ประจำปีนี้ โดยกำหนดว่าแอปใหม่ต้องตั้ง Target API ที่เวอร์ชัน 28 (Android 9 Pie) เป็นขั้นต่ำตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ส่วนแอปที่มีอยู่บนสโตร์แล้ว ต้องตั้งเวอร์ชัน 28 เป็น API ขั้นต่ำภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

นอกจากแอปที่ผ่าน Play Store แล้ว Google ยังกำหนดเงื่อนไขการตั้ง API ขั้นต่ำเป็นเวอร์ชัน 26 (Android 8.0) เป็นขั้นต่ำสำหรับแอปที่ไม่ได้ผ่านสโตร์ของ Google อย่างสโตร์ Huawei, OPPO, Vivo, Xiaomi, Baidu, Alibaba, และ Tencent ที่ให้บริการในจีน

ระบบ Play Protect จะเริ่มแจ้งเตือนผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดแอปนอก Play Store และไม่รองรับ API เวอร์ชัน 26 ด้วยตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

ที่มา – Android Dev Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/108255

แอพ Krungthai Next รองรับถอนเงินไม่ต้องใช้บัตร ATM, แจ้งเตือนเงินเข้าออกผ่าน LINE ฟรี

หลายคนอาจได้ใช้กันมาหลายวันแล้ว แต่ธนาคารกรุงไทยเพิ่งแถลงข่าวเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับแอพ Krungthai Next ให้ทัดเทียมกับธนาคารอื่นๆ ดังนี้

  • ถอนเงินจากตู้ ATM ไม่ต้องใช้บัตร โดยใช้รหัสจากแอพไปกดที่ตู้เหมือนกับธนาคารอื่นๆ ที่มีระบบนี้ (รายละเอียด)
  • เปิดบัญชีออมทรัพย์ออนไลน์ได้โดยไม่มีวงเงินขั้นต่ำ และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี
  • ซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันการเดินทางได้จากในแอพ
  • กู้เงินและจ่ายสินเชื่อ สมัครสินเชื่อและส่งเอกสารได้ผ่านแอพ
  • ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรได้ด้วยตัวเอง
  • แจ้งเตือนเงินเข้าออกผ่าน LINE @Krungthaiconnext ฟรี (เริ่ม 14 ก.พ.)

ธนาคารกรุงไทยยังประกาศตัวเลขผู้ใช้งาน Krungthai Next ว่าแตะหลัก 4 ล้านคนแล้ว

ที่มา – KTB

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108011

อุปกรณ์มือถือยังมาแรงส่งผลให้แอพและอีคอมเมิร์ซยังรุ่ง กับสรุปสุดท้ายของ Digital 2019

นี่คือตอนสุดท้ายที่รวมข้อมูลเชิงลึกจากรายงาน Digital 2019 ของ Hootsuite และ We Are Social ไว้แบบสะใจ สำหรับสถิติเชิงลึกของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักของโลกยังคงน่าเรียนรู้เสมอสำหรับนักการตลาดทุกคน ที่ต้องการเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับแคมเปญในอนาคต แถมยังมีสถิติอีคอมเมิร์ซน่าสนใจพ่วงมาในตอนท้ายด้วย

LinkedIn ผู้ใช้เพิ่ม

– LinkedIn มีฐานผู้ชมโฆษณาเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2018

– LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มเดียวที่นับจำนวนผู้ชมโฆษณาตามผู้ใช้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด (ไม่ใช่ผู้ใช้งานรายเดือนเหมือนแพลตฟอร์มอื่น) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดของ LinkedIn แสดงให้เห็นว่านักโฆษณาสามารถเข้าถึงผู้ใช้มากกว่า 600 ล้านคนทั่วโลกบน LinkedIn เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ที่หวังจะติดต่อกับมืออาชีพทั่วโลก

– LinkedIn เติบโตแข็งแกร่งหลายประเทศในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นสูงที่สุดอยู่ในตลาดพม่า ซึ่งทำให้ LinkedIn เพิ่มผู้ใช้ใหม่ได้มากกว่า 80,000 รายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

– นอกจากพม่า LinkedIn ยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในหลายส่วนของแอฟริกา แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าขนาดผู้ชมโดยรวมในหลายประเทศเหล่านี้ยังเล็กอยู่

– LinkedIn ยังเติบโตในตลาดที่พัฒนาแล้วหลายแห่ง เช่นผู้ใช้ LinkedIn เพิ่มขึ้น 14% ในญี่ปุ่น และ 13% ทั้งในเกาหลีใต้และสิงคโปร์

 

YouTube เด่นค้นหาเพลง

– ชาว YouTube นิยม “ดนตรี” มากที่สุด เพราะคำว่า song เป็นคำค้นหาที่มีการเติบโตสูงที่สุดบน YouTube และคำอื่นไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของตาราง Top 20 คือหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเพลง

– ประเทศไทยค้นหาเพลงบน YouTube บ่อยมากจนคำว่า “เพลง” ภาษาไทยปรากฏในอันดับที่ 13 ของตาราง Top 20 คำค้นหายอดนิยมบน YouTube

– นอกจากเพลง เนื้อหาอื่นในตารางคือภาพยนตร์และ TV content หรือรายการโทรทัศน์ รวมถึงเกม Fortnite และ Minecraft ซึ่งเป็น 2 เกมที่ดึงดูดความสนใจมหาศาลบน YouTube ตลอดปี 2018

– มิวสิควิดีโอคิดเป็น 9 ใน 10 วิดีโอที่ถูกดูมากที่สุดตลอดกาลของ YouTube โดย PewDiePie ยังคงเป็น YouTuber อันดับ 1 ที่อาจเสียแชมป์ให้ T-Series ซึ่งเป็นค่ายเพลงและภาพยนตร์อินเดีย ในเวลาอันใกล้

ผู้ใช้อุปกรณ์มือถือโตไม่หยุด

– จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลกเพิ่มขึ้น 100 ล้านคนในปี 2018 สถิติผู้ใช้งานทั่วโลกขณะนี้คือ 5,100 ล้านคน (ข้อมูลเดือนมกราคม 2019) ส่งให้ worldwide mobile penetration ทะลุ 67% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของประชากรโลก

– ตอนนี้สมาร์ทโฟนคิดเป็น 2 ใน 3 ของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์มือถือทั่วโลก สถิติล่าสุดชี้ว่ามีสมาร์ทโฟนเกือบ 5,500 ล้านเครื่องที่เปิดใช้งานอยู่ในปัจจุบันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 450 ล้านเครื่องเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

– โทรศัพท์มือถือกลุ่ม “ฟีเจอร์โฟน” จำนวนราว 2,500 ล้านเครื่องยังคงใช้งานอยู่ทั่วโลกในขณะนี้

– การเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้องกับพีซี, แท็บเล็ต และโมบายเราเตอร์ มีจำนวนรวม 270 ล้านอุปกรณ์

– เกือบครึ่งหนึ่งของการเชื่อมต่อมือถือทั่วโลกปัจจุบันเป็น 4G (LTE) โดยจำนวนการสมัครสมาชิกบริการ LTE เพิ่มขึ้นเกือบ 50% ในปีที่แล้ว

– 3 ใน 4 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตผ่านการเติมเงิน ลดลงเล็กน้อยจาก 76% ในปีที่แล้ว

โมบายแอปใช้งานคึกคัก

– ด้วยสมาร์ทโฟน 5,500 ล้านเครื่องที่มีการใช้งานทั่วโลกในวันนี้ การดาวน์โหลดแอปจึงเพิ่มขึ้น 9% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ยอดดาวน์โหลดรวมเกือบ 2 แสนล้านดาวน์โหลดตลอดทั้งปี 2018

– ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกใช้จ่ายมากกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐผ่านแอปในปี 2018 เฉลี่ยยอดใช้จ่ายมากกว่า 20 เหรียญสหรัฐต่อปี

– mobile game ยังคงครองพื้นที่หลักในร้านแอปสโตร์ โดยครองแชมป์หมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในแง่การดาวน์โหลดและรายได้ ควบแชมป์ทั้งร้าน Google Play และ iOS store ในปี 2018

– การใช้งานแอปพลิเคชันนี้มีส่วนทำให้ปริมาณการใช้ข้อมูลบนมือถือเพิ่มขึ้นอย่างมาก สถิติชี้ว่าชาวโลกใช้ข้อมูลบนมือถือมากกว่า 20 พันล้านกิกะไบต์ต่อเดือน เฉลี่ยแล้ว 1 อุปกรณ์ใช้ข้อมูลมือถือเกือบ 7GB ทุกเดือน

อีคอมเมิร์ซพุ่งฉิว

– การใช้จ่ายอีคอมเมิร์ซเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งปี 2018 อยู่ที่ 1.78 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

– สินค้าแฟชั่นและความงามครองแชมป์การเติบโตแข็งแกร่งที่สุด 17% ในปีที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายทั่วโลกในสินค้าหมวดนี้สูงถึง 5 แสนล้านเหรียญ

– การจองทัวร์ แพคเกจเดินทางออนไลน์ และการจองที่พักถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการใช้จ่ายอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้บริโภคในปี 2018 สถิติพบว่าผู้ใช้ทั่วโลกใช้เงินรวม 750,000 ล้านเหรียญสหรัฐในการท่องเที่ยวออนไลน์ตลอดทั้งปี

– จำนวนผู้ใช้อีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปีที่แล้วโดย Statista รายงานว่ามีผู้คนมากกว่า 2,800 ล้านคนทั่วโลกช็อปออนไลน์ในขณะนี้

– รายได้เฉลี่ยทั่วโลกต่อผู้ใช้ (ARPU) ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซล่าสุดคือ 634 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

– อินเดียถูกมองว่าเป็นตลาดที่มีโอกาสโตสูง เพราะ 74% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอินเดียกล่าวว่าได้ซื้อของออนไลน์ในเดือนที่ผ่านมา แสดงว่ายังมีกลุ่มคนที่ไม่ได้เข้าร่วมอีคอมเมิร์ซในขณะนี้

– ประเทศไทยติดอันดับ 26 ในตารางประเทศที่มี ARPU มากที่สุดเมื่อเทียบกับ GDP per capita ขณะเดียวกัน ไทยสามารถครองอันดับ 3 ในตารางตลาดที่ยอดใช้จ่ายออฟไลน์สูงสุดเมื่อเทียบกับยอดใช้จ่ายร้านค้าปลีก

3 อนาคตธุรกิจ Digital

– ระบบควบคุมด้วยเสียงจะเพิ่มความสำคัญ สอดคล้องกับที่แพลตฟอร์มระดับโลกเช่น Google, Facebook และ Amazon พยายามมองหาอินเทอร์เฟซใช้งานง่ายเพื่อให้บริการผู้ใช้ใหม่

– โซเชียลมีเดียจะปฏิวัติตัวเอง ผลจากการสูญเสียผู้ใช้ต่อเนื่อง จะทำให้โลกเห็นการผนวกรวมหรือการจับมือเพื่อพัฒนาตัวเองยิ่งขึ้น

– การตลาดจะกลายเป็นบริการ เป็นไปตามแนวทางของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จสูงเพราะการดำเนินงานด้านการตลาดแบบงานบริการ แบรนด์เหล่านี้จะใช้งบประมาณด้านการตลาดเพื่อสร้างสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับลูกค้าของตัวเอง สิ่งนี้จะเป็นยาแก้พิษที่ช่วยให้นักการตลาดอยู่รอดในยุคเงินเฟ้อ.

ที่มา: : Report

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/02/mobile-app-ecommerce-digital-2019/

นักวิจัยพบแอปหลายเจ้า แอบใช้เครื่องมือบันทึกหน้าจอและติดตามการใช้งานลูกค้าโดยไม่บอก

ข้อมูลหรือเซสชันการใช้งานของลูกค้าเรียกได้ว่าเป็นขุมทรัพย์สำคัญของบริษัทที่ให้บริการทั้งหลาย ซึ่งก็มีรายงานออกมาเนืองๆ เรื่องพฤติกรรมลักษณะนี้ของผู้ให้บริการที่ไม่มีการแจ้งเตือนผู้ใช้งาน

ล่าสุด App Analyst ได้เปิดเผยว่าแอปใหญ่ๆ หลายตัวบน iOS อาทิ Abercrombie & Fitch, Hotel.com, Expedia, Singapore Airlines, Air Canada เลือกใช้เครื่องมือของ Glassbox บันทึกหน้าจอและติดตามการใช้งานของลูกค้า (session replay) โดยไม่มีการแจ้งเตือน, ขออนุญาตหรือแม้แต่บอกใน Privacy Policy

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่ทุกแอปที่ใช้เครื่องมือของ Glassbox จะปกปิดข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าใน session replay อย่างกรณีของ Air Canada ที่เปิดเผยข้อมูลเลขบัตรเครดิตและเลขพาสปอร์ตของลูกค้า หรือบางแอปอาจจะมีการปกปิดข้อมูล แต่ก็ยังพอสามารถแกะข้อมูลบางส่วนออกมาได้ รวมถึงไม่ได้ปกปิดทุกเซสชันด้วย

No Description

ด้าน Glassbox ก็ระบุว่าไม่ได้มีการบังคับผู้พัฒนาแอปให้ชี้แจงกับผู้ใช้โดยตรงว่ามีการเก็บข้อมูลเซสชันการใช้งานใน Privacy Policy

ถึงแม้การติดตามพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าอาจจะเป็นเรื่องปกติของผู้ให้บริการ แต่ที่น่ากังวลคือการชี้แจงหรือขออนุญาตลูกค้าก่อน รวมไปถึงแนวทางการปกปิดและรักษาข้อมูลสำคัญของลูกค้า ที่ดูเหมือนแอปจำนวนมากเหล่านี้จะไม่ใส่ใจเท่าใดนัก

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/107992