คลังเก็บป้ายกำกับ: MOBILE_AND_GADGET

รีวิว Vivo Y20sG รุ่นเล็กมาแรง Helio G80 ราคาแค่ 5,999 บาท

จู่ๆ ก็มา แล้วก็น่าสนใจมาก สมาร์ทโฟนในราคา 5,999 บาท Vivo Y20sG แต่ให้หน่วยประมวลผลค่อนข้างแรงสำหรับการเล่นเกม Helio G80 สเปคดี แรม 6GB แรม 128GB แบตเตอรี่ 5000mAh ชาร์จไว 18W และกล้องถ่ายภาพสวยเกินเบอร์ ^^ ผมจะพามารู้จักกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันดีกว่า

Vivo Y20sG ชื่อรุ่นอาจจะแปลกตา แต่ว่านับเป็นไอเท็มลับในระดับราคาราวห้าพันเลยครับ สเปคค่อนข้างดี และกล้องถ่ายภาพคุณภาพเยี่ยมด้วย

ให้หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ Halo Fullview Display 6.51 นิ้ว ขอบจอบาง งานดี สีจอสวย ความละเอียด HD+ แต่คุณภาพของหน้าจอไม่เหมือนเครื่องราคาประหยัดเลย

เจาะรูวางกล้องหน้าด้านบนขอบจอ ขนาดความละเอียด 8 ล้านพิกเซล อย่าได้ดูถูกจากขนาดพิกเซลไป คุณภาพของภาพถ่ายทดสอบมาแล้วก็ขอการันตีระดับคุณภาพที่เกินราคาอย่างแน่นอนครับ ^^ และตัวเครื่องสวยงามมาก มีความบางและรองรับการสแกนลายนิ้วมือที่ขอบข้างเครื่อง เป็นที่สแกนลายนิ้วมือและเป็นปุ่มพาวเวอร์ในตัว สแกนได้ไวมีคุณภาพ




มีเข้าไทยสองสีคือ Obsidian Black และ Purist Blue ซึ่งเป็นสีประกายแวววาว ด้วยการเคลือบผิวเหมือนกระจก ซึ่งสีที่เห็นในรีวิวนี้คือสี Purist Blue ครับ จะสะท้อนกับสีรอบตัวได้สวยงามครับ ^^

 

 

ด้านหล้งเป็นกล้องหลังสามตัว AI Triple Camera 13MP + 2 ล้านพิกเซลสำหรับการถ่ายภาพบุคคล และ 2MP สำหรับมาโคร อย่างที่บอกครับ อย่าได้ไปประเมินจากความละเอียดของพิกเซลภาพ เพราะกล้องรุ่นนี้ถ่ายภาพออกมาสวย โดยเฉพาะภาพบุคคล จับภาพมาได้คม แสงสวยถูกใจผมมากทีเดียวครับ

รองรับสองซิมการ์ดแบบ Dual Standby มีสามสล็อตสำหรับใส่สองซิมและ Micro SD Card ต่างหากไม่ต้องแย่งกัน

แบตเตอรี่ภายในขนาดใหญ่ 5000 mAh พร้อมชาร์จไว 18W จากที่ทดสอบสามารถชาร์จไฟได้ 50% ในเวลาประมาณ 45นาทีครับ อุปกรณ์ภายในกล้องมีเคสใส มีที่ชาร์จ 18W พร้อมสาย Micro USB แต่จะไม่มีหูฟังแถมมาให้นะครับ




ตัวเครื่องของ Vivo Y20sG มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าดูดีกว่าราคามาก สิ่งเดียวที่จะบ่งบอกว่ามันสมกับราคาจำหน่ายก็คือพอร์ทชาร์จที่ยังใช้ Micro USB เท่านั้นครับ ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรกับตรงนี้ ผมว่า Vivo Y20sG ตัวเครื่องภายนอกของมัน สวยดูดีมากทีเดียวครับ

การใช้งานภายใน Vivo Y20sG

หน่วยประมวลผล Helio G80 แรงนะครับ เป็นหน่วยประมวลผลสาย Gaming Processor ระดับใช้งานเล่นเกมได้จริงจัง หน่วยความจำภายในขนาด 128GB RAM 6GB ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง

ภายในรันระบบ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11 เวอร์ชั่นใหม่เช่นกันทั้งคู่ ระบบลื่นไหลมี Multi-turbo เพิ่มความไวของทั้งระบบด้วยการจัดสรรทรัพยากรเครื่องด้วย AI เวลาใช้งานสมาร์ทโฟน Vivo จะรับรู้ความนิ่งของระบบได้เลยครับ ไม่ค่อยมีปัญหา ใช้งานไม่ค้างไม่เออเร่อ




การปรับแต่งของระบบมีไม่ต่างจากรุ่นใหญ่ ปรับได้หมดตั้งแต่ธีม ฟอนท์ วอลล์เปเปอร์ รวมถึงการเอฟเฟ็กต์ Dynamic การสแกนใบหน้าและระบบชาร์จไฟ ก็สามารถทำได้หมด สวยงามครับ



iManager ระบบดูแลความปลอดภัยและจัดการไฟล์ขยะให้กับเครื่อง โดยออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานได้ด้วยการคลิ๊กครั้งเดียว


ระบบดูแลรักษาดวงตาในเวลาใช้งานกลางคืนโดยการลดแสงสีฟ้า หรือการโหมดมืดในการปรับหน้าเมนูและรายการต่างๆ ให้กลายเป็นสีดำ เราสามารถตั้งค่าไว้ล่วงหน้า เพื่อการปรับสภาพดวงตาให้เราได้ก่อนเรานอนครับ ^^


ระบบช่วยเหลือสำหรับผู้เล่น Ultra game mode+ ช่วยเหลือทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้ตอบสนองได้ดีมากที่สุดเมื่อเราเปิดเข้าเกม





และรองรับการเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นซ้อนขึ้นมาแชตบนหน้าจอเกม ยังช่วยตั้งค่าระบบให้สอดรับกับการเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องไม่มีใครรบกวน ด้วยการปิดกั้นการแจ้งเตือน




 

ทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมบน Vivo Y29sG เล่น COD ได้ลื่นครับ เล่นได้เต็มที่ เข้าออกเกมใช้เวลาเล็กน้อยในการเรียกใช้หน่วยความจำ เมื่อเข้าเกมแล้วก็เล่นได้อย่างเต็ม 100% ครับ


ทดลองการแบ่งหน้าจอทำงานสองแอพ เล่นเกมไปด้วยเปิดแอพอื่นไปด้วย ก็ยังทำงานได้ไหวนะครับ รุ่นนี้มีคุณสัมบัติการแบ่งหน้าจอทำงานสองแอพพร้อมกันได้ครับ

หน้าจอใหญ่ ขอบจอบาง ภาพบนหน้าจอสวยครับ น่าจะเป็นจอคุณภาพสูง ดูดีครับ ลองไปทดสอบด้วยตาตัวเองได้ที่ช้อปนะ มีวางจำหน่ายแล้ว ^^


แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวตลอดวันในการทำงานปกติ เปิดหน้าจอใช้งานต่อเนื่องจะใช้แบตชั่วโมงละประมาณ 14% รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 และสามารถใช้งาน WiFi ทั้ง 2.4 และ 5.0 GHz ได้ครับ ครบเลย จับสัญญาณ GPS ได้ไวแม้ไม่ได้ใช้เน็ตช่วย จากที่ทดสอบไม่ได้ลดทอนคุณภาพอะไรลงไปเลยครับในการเชื่อมต่อ




กล้องถ่ายภาพ

Vivo Y20sG ความละเอียดขนาดพิกเซลอาจจะไม่สูง แต่คุณภาพเกินพอครับ โดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคล โหมดถ่ายภาพรองรับการซูมภาพสูงสุดที่ 4x แต่ทดสอบการซูมในระดับ 2x ภาพไม่เสียรายละเอียด




โหมดมาโคร โฟกัสวัตถุได้ใกล้ 4 เซนติเมตร ไว้ถ่ายภาพระยะใกล้ๆ เอารายละเอียดได้ชัดๆ ครับ ทำได้ดีเช่นกัน

ถ่ายภาพบุคคลสวยงาม จับภาพคนได้คม ฉลาด ถ่ายกลาง Foreground และ Background เยอะๆ ยังแยกแยะได้ฉลาดมากครับ ย้ำอีกครั้งว่านี้คือสมาร์ทโฟนราคา 5.999 บาทเท่านั้น ^^



เลือกเอฟเฟ็กแสงบุคคลได้มากมาย การปรับภาพพื้นหลังบุคคลให้เป็นขาวดำ หรือปรับเอฟเฟ็กต์แสงของภาพให้เป็นไปตามอารมณ์ได้มากมาย




ถ่ายแล้วยังสามารถนำมาแก้ไขได้ภายหลังด้วยนะครับ เลือกจุดโฟกัสใหม่ หรือเลือกระดับความชัดลึกชัดตื้นใหม่ได้เสมอ ด้วยการที่กล้องมันแยกแยะคนได้แม่น การเลือกโฟกัสในภายหลังจึงได้ทำได้ดีด้วยเช่นกัน


การปรับแต่งภาพหลังถ่ายของ Vivo Funtouch 11 ทำได้เยอะมาก ใส่เอฟเฟ็กต์แสงสวยๆ หรือจะลบวัตถุที่ไม่ต้องการบนภาพก็ยังได้ครับ ^^ ลบกรวยสีส้มที่แยงซีนนางแบบออกไปด้วยการแต่งหลังถ่ายภาพของ Vivo


ถึงตัว Vivo Y20sG จะไม่มีโหมดถ่ายภาพกลางคืนโดยตรง แต่ด้วย AI ในการช่วยปรับภาพและจัดแสงสี เราก็สามารถพอจะถ่ายแสงไฟตอนกลางคืนได้ด้วยมือเปล่าเช่นเดียวกันนะครับ ^^




กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ถ่ายเซลฟี่หน้าได้คม พร้อมกับทำโปเก้หน้าชัดหลังเบลอได้ดีด้วยกล้องหน้าตัวเดียว คุณภาพไม่ได้สนความละเอียดภาพระดับ 8 ล้านเลยครับ ปรับแต่งหน้าสวย และตัดฉากหลังแบบคมๆ ^^ เซลฟี่ในที่ร่มก็เอาอยู่ครับ




สรุปท้ายรีวิว

ราคาดี สเปคดีมากครับ Vivo Y20sG ให้หน่วยประมวลผลที่ค่อนข้างแรงเลยทีเดียวสำหรับการเล่นเกม Helio G80 หน้าจอขนาดใหญ่ แบตเตอรี่อึดและชาร์จไว กล้องถ่ายภาพคุณภาพดี รองรับที่สแกนนิ้วและเครื่องบาง สีสันสวยงาม เปิดราคาจำหน่ายแค่ 5,999 บาทเท่านั้นเอง การใช้งานคุ้มค่ามากครับเพราะคุณสมบัติทำมาได้ดีทุกด้านเลย

แต่ช่องทางการขายของรุ่นนี้ จะมีจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายดังต่อไปนี้เท่านั้นนะครับ BaNANA , Jaymart , TG FONE , CSC , IT City, Big C , Maxling, STAMP , Boonchai , แม่วังสื่อสาร ทุกสาขาทั่วประเทศ

ของดี แบรนด์ดี เครื่องสวย แนะนำครับ ^^

ข่าว: รีวิว Vivo Y20sG รุ่นเล็กมาแรง Helio G80 ราคาแค่ 5,999 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/04/06/review-vivo-y20sg.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-vivo-y20sg

รีวิว Samsung Galaxy A72 รุ่นใหญ่กล้องเยี่ยม ออพติคัลซูม 3x กันน้ำ จอใหญ่ลำโพงคู่ สเปคแรงเล่นเกมได้มันส์

Samsung Galaxy A72 รุ่นพี่ซีรี่ส์ใหญ่สุดของสามสมาร์ทโฟนที่ Samsung เปิดตัวมาล่าสุดครับ มาในหน้าจอขนาดที่ใหญ่ 6.7 นิ้วแบบ Super AMOLED สีสดสวยตามมาตรฐานของงานผลิต Samsung แบตเยอะ สเปคดี กล้องคุณภาพสูง ใช้การออกแบบใหม่บางและสวยด้วยสีสันใหม่ สเปคเหมาะเอามาใช้ในด้านบันเทิงเป็นพิเศษครับ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างอยู่ใน Galaxy A72 รุ่นนี้ครับ

Galaxy A72 เปิดตัวมาพร้อมกับ Galaxy A52 และ Galaxy A52 5G เป็นรุ่นที่ที่ได้หน้าจอขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว FHD+ แบบ Infinity-O เจาะรูวางกล้องหน้าขนาดเล็ก เจาะรูวางความละเอียดกล้องรุ่นนี้สูงหมดทุกตัว รวมทั้งกล้องหน้าให้มาที่ 32 ล้านพิกเซล

หน้าจอรองรับการสแกนลายนิ้วโดยตรง ความสว่างสูง 800 nits และให้รีเฟรชเรทมาที่ 90Hz จอคุณภาพดีครับ เป็นจอ sAMOLED + ที่ภาพบนจอจะเหมือนชิดกับกระจกจอ เวลาเห็นด้วยตาจะรู้สึกว่าภาพมันลอยอยู่บนกระจกจอเลย

ตัวเครื่องใช้มาตรฐานงานประกอบที่มีคุณสมบัติกันน้ำ IP67 มาให้ ตกลงไปในน้ำสะอาดลึก 1 เมตร ไม่นานเกิน 30 นาที น้ำไม่เข้าเครื่อง เอาขึ้นมาเช็ดให้แห้งใช้งานต่อได้ เป็นมาตรฐานงานประกอบที่สูงกว่ารุ่นอื่นในเรทราคาเดียวกันชัดเจน

ฝาด้านหลังคือความน่ารักน่าใช้ของ Galaxy A Series ในปี 2021 นี้เลยครับ เขาออกแบบมาได้ดีมาก ผมเชื่อว่าที่สนใจ Galaxy A กันก็เพราะสีสันและทรงเครื่องในแบบใหม่นี้กันแน่นอน เรียบๆ สัมผัสผิวจะละมุนมือ สีสันโทนเนื้อนม ดูทันสมัย เครื่องตัวจริงสวยมากครับ มีสี่สีให้เลือก Awesome Violet , Awesome Black, Awesome White และ Awesome Blue




รองรับการใช้งานสองซิมการ์ดแบบไฮปริด ช่องซิมที่สองสลับใส่ Micro SD Card เพิ่มเติมได้ (รองรับสูงสุดที่ 1TB) เครื่องมีความบาง บางแค่ 8.4 มิลลิเมตร และหนัก 204 กรัม แม้ภายในจะใส่แบตเตอรี่ขนา 5,000 mAh เข้ามาให้ครับ

ด้านหลังจะเห็นกล้องสี่ตัวสำหรับรุ่นนี้ ตามที่ผมบอกกล้องแต่ละตัวมีความละเอียดสูงครับ กล้องหลัก 64 ล้านพิกเซลมาพร้อมกันสั่น OIS เลนส์ที่สองเป็น Ultra Wide มุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล และเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และสุดท้ายคือเลนส์ Telephoto 8 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์ที่มีกันสั่น OIS มาในตัวอีกหนึ่งเลนส์ครับ มันช่วยการจับภาพบุคคลและทำให้ A72 รองรับการซูมแบบ Optical หรือการซูมด้วยเลนส์ภาพไม่เสียความละเอียดในระดับสามเท่า และรองรับการซูมแบบ Digital สูงสุดถึง 30X เป็นหนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของรุ่นนี้ครับ

แบตเตอรี่ให้มาใหญ่ ก็ใส่ระบบชาร์จไว 25W Fast Charging มาให้ด้วยครับ ชาร์จได้ผ่านพอร์ท USB Type-C ใต้เครื่อง และลำโพงของ Galaxy A72 เป็นลำโพงคู่ที่รองรับ Dolby Atmos ด้วย ระบบเสียงก็สุดยอดตัวนึงของสมาร์ทโฟนเลยครับ จะเล่นเกมหรือรับชมภาพยนตร์ได้สนุกขึ้นโดยไม่ต้องต่อลำโพงภายนอก เสียงดังชัดเจน มีมิติ รุ่นนี้จึงมาครบทั้งภาพทั้งเสียงครับ น่าสนใจในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับตลาดกลาง Samsung ทำราคามาได้ดีอีกด้วย เปิดตัวมาที่ 13,999 บาท สำหรับรุ่นแรม 8GB รอม 128GB

หน้าจอขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ภาพสวยๆ sAMOLED รีเฟรชเรท 90Hz และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานๆ 5,000 mAh และลำโพงคู่สเตอริโอ ผมว่าใช้ดูหนังเล่นเกมกันฟินละครับ ^^

การใช้งานภายใน Galaxy A72

หน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ตของ Qualcomm เป็นตัวระดับ Mid-High End Snapdragon 720G รองรับการใช้งานต่างตั้งแต่ระดับปานกลางถึงบน แรมให้มาเยอะ 8GB เล่นเกมได้เต็มที่ ใช้งานได้แบบจริงจังครับ และรอม 128G

ใช้ระบบ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.1 รุ่นใหม่สุด จึงรองรับฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ ร่วมกับอุปกรณ์อื่นของ Samsung ได้เต็มฟังก์ชั่นครับ ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง, นาฬิกา, หรือ Smart Tag ติดตามของหาย ถ้าต้องการต่อยอดใช้งานสิ่งเหล่านั้นของ Samsugn ก็จะเข้ากันได้หมดเพราะเป็นระบบล่าสุดนั้นเองครับ

ตัวไอคอนและเมนูต่างๆ ของ One UI 3.1 บน Galaxy A72 มีความนุ่มนวล เข้ากันกับสีฝาหลังของตัวเครื่อง ลดความฉูดฉาด เบาสบายตาไม่อึดอัด





และสิ่งที่ Samsung ได้ประกาศบนเวทีในงานเปิดตัวของสมาร์ทโฟนรุ่นนี่ คือสิ่งที่น่ายินดีและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อย่างมากมายเลยครับ การการันตีว่าจะอัพเดทระบบให้อย่างน้อยสองเจนเนอเรชั่น และดูแลด้านความปลอดภัยให้นานถึงสามปี! ใช้งานกันยาวๆ ไปเลย

ระบบของ Samsung มีบริการของตัวเองเตรียมให้ผู้ใช้เยอะครับ มีธีมสโตร์ให้ดาวน์โหลดธีม ฟอนท์ วอลเปเปอร์ มี Galaxy Store สำหรับการดาวน์โหลดแอพและฟังก์ชั่นเสริมต่างๆ ที่ Samsung พัฒนาและให้บริการด้วยตัวเอง รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น Galaxy Gift เป็นต้นครับ





การใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ผมแนะนำว่า ควรสร้างไอดี Samsung Account เอาไว้นะครับ ฟังก์ชั่นหลายๆ อย่างของเครื่องจำเป็นต้องใช้ เอาไว้ช่วยจดจำรหัสผ่าน ช่วยในการรับสิทธิพิเศษต่างๆ ของเครื่อง และยังเอาไว้ติดตามเครื่องหายได้ด้วยครับ ซึ่งเป็นระบบติดตามเครื่องหายตัวใหม่ มันทำงานได้แบบออฟไลน์ ใช้แค่สัญญาณ BLE หรือ Bluetooth Low Energy โดยเราจะต้องเข้าไปเปิดการอนุญาต เพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Samsung SmartThing Find ให้เครื่องของเราค้นหาเครื่องคนอื่นได้ และให้เครื่องคนอื่นช่วยค้นหาเครื่องเรา ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในระบบครับ



การปรับแต่งหน้าจอทำได้อิสระ ตั้งต่าโทนสี ตั้งค่าระดับ Refresf Rate เลือกได้ระหว่าง 60Hz และ 90Hz ผมแนะนำเปิดไว้ที่ 90Hz ตลอดได้เลยนะครับ แบตไม่หมดไวให้รู้สึกต้องคอยระวังการใช้งาน การจัดสรรพลังงานรุ่นนี้ทำได้ดีครับ ใช้งานได้เช้าถึงค่ำสบายๆ แบบไม่ต้องมาคอยประหยัดสักเท่าไหร่



การตั้งค่าหน้าจอให้ลดแสงสีฟ้า หรือเปิดโทนมืดได้อัตโนมัติในตอนกลางคืน


เรากำหนดระบบปุ่มลัดต่างๆ ได้ตั้งแต่ปุ่มเปิดปิดเครื่อง รองรับการทำงานแบบมัลติวินโดว์แบ่งหน้าจอทำงาน หรือเป็นป๊อบอัพซ่อนกันเพื่อใช้งานได้พร้อมกัน




ในระบบของ Samsung เขายังมีการใส่ฟังก์ชั่นที่ใช้งานร่วมกันกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้เพื่อการทำงานข้ามอุปกรณ์ตามยุคสมัยใหม่ เช่นระบบการทำงานต่อเนื่องกันระหว่างอุปกรณ์ Samsung ของเราที่ล็อคอิน Samsung Account เดียวกัน เช่นการจัดบันทึกหรือเปิดหน้าเบราว์เซอร์ เราสามารถทำงานต่อเนื่องกันข้ามอุปกรณ์ รวมถึงการรับสายและโทรออก โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์เดียวกันแบบข้ามอุปกรณ์

OneUI 3.1 มีการใส่ Android AUTO ฝังเข้ามาในตัวระบบไว้เลยด้วยนะครับ เอาไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Font รถทื่รองรับ Android AUTO และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Windows เชื่อมต่อข้อมูลและหน้าจอสมาร์ทโฟน เพื่อไปใช้งานบนอุปกรร์ Windows ได้โดยไม่ต้องเสียบสายใดๆ ครับ




 

ประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่เอาใช้เล่นได้แบบจริงจังครับ สเปคเครื่องแรงเพียงพอ หน้าจอใหญ่ดีด้วย รีเฟรชเรท 90 Hz ภาพสวย ลำโพงคู่มีมิติเสียง สามารถเปิดใช้งาน Dolby Atmos จากตัวลำโพงเพื่อการเล่นเกมได้เลย



มีโหมดสำหรับการเล่นเกม ระบบ Super AI Game Booster Plus ของทาง Samsungเพิ่มประสิทธิภาพและความไหลลื่นของเกมมากขึ้นไปอีก ด้วยการจัดสรรทรัพยากรเครื่องให้ดีที่สุดเพื่อความพร้อมในการนเล่นเกมแบบจริงจัง





ออกแบบมาเพื่อป้องกันการรบกวนที่อาจจะเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ และสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมที่มีโหมดอัตโนมัติ ในระบบจะมีโหมดประหยัดพลังงานโดยการปิดหน้าจอแต่ยังเปิดเกมให้มันเล่นอัตโนมัติต่อไปได้ เพื่อประหยัดพลังงานและป้องกันไม่ให้คนอื่นมาเห็นว่าเราแอบเล่นเกมครับ ^^

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลักความละเอียดสูงครับ 64 ล้านพิกเซลมีกันสั่น OIS ช่วยเพิ่มความง่ายในการถ่ายภาพให้คมชัด เลนส์ที่สองเป็น Ultra Wide 12 ล้านพิกเซลสำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษ และเลนส์  Telephoto 8 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์ที่มีกันสั่น OIS อีกหนึ่งตัว ทั้งสามตัวช่วยถ่ายภาพได้ตั้งแต่มุมกว้าง ไปจนถึงซูมแบบ Optical 3x และการซูมแบบ Digital สูงสุดถึง 30X

จากที่ทดสอบ ภาพซูมระดับ 3x เหมือนเดินเข้าไปถ่ายมากกว่าการซูมครับ ภาพคมเอามาใช้ได้เลย ซูมภาพดิจิทัลระดับ 10x ยังพอไหวครับ ระบบซูมภาพของรุ่นนี้ถือว่าดีมากๆ







 

การถ่ายภาพบุคคลของ A72 ก็ทำได้ดีมากครับ สีผิวไม่โดดไม่หลอกตาแม้ถ่ายในที่แสงน้อยอย่างในอาคาร ถ่ายย้อนแสงก็มี HDR เทำงานอัตโนมัติ ในโหมดภาพบุคคลละลายหลังทำได้ดีเช่นกัน ถ่ายง่ายครับ โฟกัสแม่น จับระยะและวัดแสงได้ฉลาด ^^ และระยะการซูม 3x ด้วยออพติคัล ก็สามารถนำมาใช้ในการถ่ายภาพบุคคลได้ด้วยนะครับ คุณภาพดีมากเพียงพอ




เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพระยะใกล้ได้ประมาณ 3 เซนติเมตร ความละเอียดได้ คุณภาพกล้องได้ กล้องหลังดีทุกเลนส์ครับสำหรับ A72

สีภาพออกมากำลังสวยเลย ไม่สดจนเลอะและไม่ซีดเกินไป ใช้ถ่ายท่องเที่ยวได้สีธรรมชาติดีครับ






กล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ล้าน แน่นอนว่ามากับโหมดบิวตี้ที่ปรับแต่งหน้าเนียนได้หลายระดับ ยังคงประคองสีภาพไม่หลอกตา ซอฟท์แวร์กล้องหน้าพัฒนากันมาไกลมากในยุคนี้ครับ ถ่ายคนออกมายังไงก็สวย และสามารถทำภาพแบบละลายหลังด้วยกล้องหน้าได้ด้วยครับ



ยังมีความสามารถอื่นๆ ในด้านการถ่ายภาพของ Galaxy A72 ซึ่งเราได้น้องณัชชาไปทดสอบการใช้งานมาให้ในวันเปิดตัวแล้ว ในคลิปวีดีโอด้านล่างครับ

สรุปท้ายรีวิว

สมาร์ทโฟนที่เหมาะมากสำหรับสายความบันเทิง ทั้งการเล่นเกมและรับชมภาพยนตร์ ระบบเสถียร ฟังก์ชั่นเยอะ การทำงานมีคุณภาพตามมาตฐานแบรนด์ใหญ่อย่าง Samsung ครับ ตัวเครื่องสวยงามมาตรฐานการผลิตเกรดดี มีคุณสมบัติกันน้ำ และการการันตีการอัพเดทให้ต่อเนื่อง ดูแลความปลอดภัยให้ยาวนาน 3 ปี

ชิปเซ็ต Snapdragon 720G จอภาพขนาดใหญ่ sAMOLED 90Hz เล่นเกมส์ได้ไหลลื่น กล้องหลังสี่ตัวให้คุณภาพสูงทุกตัว ลำโพงคู่ Dolby Atmos แบตเตอรี่ความจุสูง 5,000 mAh พร้อมชาร์จไว 25W  ครบเครื่องและราคาดีครับ 13,999 บาท ของดีตลาดกลางจาก Samsung ในราคาจับต้องได้ไม่ยาก

 

ข่าว: รีวิว Samsung Galaxy A72 รุ่นใหญ่กล้องเยี่ยม ออพติคัลซูม 3x กันน้ำ จอใหญ่ลำโพงคู่ สเปคแรงเล่นเกมได้มันส์ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/04/04/review-samsung-galaxy-a72.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-samsung-galaxy-a72

รีวิว realme C25 สเปคดี Helio G70 แบต 6000 mAh กล้องเยี่ยม 48 ล้าน โปรโมชั่นลดแรง เริ่มแค่ 2,490 บาท

realme C25 รุ่นราคาไม่แพงอีกหนึ่ง ที่มีราคาโปรโมชั่นออกมาดีทีเดียวครับ สเปคโอเคด้วยเอาไว้เล่นเกมได้สบายๆ ใช้ชิปเซ็ต Helio G70 แบต 6000 mAh เปิดราคาเต็มมาที่ 5,499 บาท ราคาปกติก็ไม่แพงแล้ว แต่มากับโปรโมชั่นร่วมกับเครือข่าย เริ่มแค่ 2,490 บาทเท่านั้นเองครับ

realme C25 เป็นรุ่นที่เปิดตัวมาคู่กันกับรุ่นน้อง realme C21 แต่สเปคดีกว่า ผมแนะนำว่าถ้าใครมีทุนสักหน่อยแล้วอยากเล่นเกมให้เต็มที่ ก็มาที่ตัว C25 จะใช้งานได้เต็มไม้เต็มมือครับ หน่วยประมวลผล Helio G70 ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงพอตัว ใช้งานทุกอย่างในระบบ Android ได้ไหลลื่นรวมทั้งการเล่นเกม เป็นชิปเซ็ตที่ถือว่าดีสุดแล้วในระดับราคาตลาดนี้ครับ

หน้าจอใหญ่ 6.5 นิ้ว 20:9 ความละเอียด HD+ แบบ Mini-drop Fullscreen อัตราส่วนจอต่อตัวเครื่อง 88.7% วางกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเอาไว้ด้านบน รองรับการสแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งาน


ดีไซน์ Geometric Art Design หรือลวดลายทรงเรขาคณิต ใช้พื้นผิวขัดที่ตัดกัน แกะสลักเรเดียมด้วยความแม่นยำเป็นเส้นโค้ง และเส้นแทยง และตราโลโก้ realme ตัวใหญ่ จับสัมผัสติดมือแต่ไม่เกิดคราบมัน พื้นผิวดูมีความพิเศษมากกว่าฝาหลังเกลี้ยงๆ โดยทั่วไป เข้าไทยมาด้วยกัน 2 สี คือ Water Blue และ Water Grey ที่เห็นในรีวิวนี้ครับ

รุ่นนี้รองรับการสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง สแกนได้ไวปกติดีครับ โมดูลกล้องได้รับการออกแบบให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ให้กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล รองรับ PDAF โฟกัสได้รวดเร็วและขอบอกเลยว่ากล้องดีกว่าที่คิดกันแน่นอนครับ ^^ ภาพใสเชียว




กล้องที่สองเป็น Macro Lens ถ่ายภาพมาโคร และเลนส์ B&W ช่วยสำหรับการถ่ายบุคคล ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โหมดถ่ายภาพมีให้ใช้ไม่น้อยครับ ถ่ายภาพคนละลายหลัง ถ่ายภาพกลางคือ ถ่ายภาพมาโครพิเศษ ฟิลเตอร์ต่างๆ และการเร่งสี ตัวอย่างภาพที่ผมไปลองไปใช้งาน อยู่ด้านล่างบทความรีวิวนี้นะครับ กล้องดีกว่าที่คิดครับรุ่นนี้

ขนาดเครื่องโดยรวมเต็มมือ ภายในใส่แบตเตอรี่มาเยอะมาก ขนาด 6000 mAh พร้อมรองรับชาร์จไว 18W  ทดสอบชาร์จจากตัวชาร์จที่ให้มาภายในกล่อง แบตจาก 10% จนเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แบตเตอรี่อึด ใช้ได้นานมากครับ ผมสามาารถใช้ข้ามวันเลยสำหรับ ถ้าเปิดหน้าจอต่อเนื่องแบตเตอรี่ลดชั่วโมงละราวๆ 10% เท่านั้นครับ

ใช้พอร์ทชาร์จ USB Type C มีรูหูฟัง 3.5มม. รองรับสองซิมการ์ดและเพิ่ม microSD card ได้ในสล็อตที่สาม อุปกรณ์ภายในกล่องมีเคสใสแถมมาให้ ที่ชาร์จ 18W และสายชาร์จ แต่จะไม่มีชุดหูฟังแถมมาในกล่องนะครับ


สิ่งที่เป็นการการันตีคุณภาพความทนทานและมาตรฐานงานประกอบภายใน ที่เรามองไม่เห็นได้ด้วยตา แต่สมาร์ทโฟนของ realme ทุกเครื่องได้ผ่านการทดสอบคุณภาพโดย “TÜV Rheinland Smartphone High Reliability Rheinland” เป็นการรับรองคุณภาพระดับโลกที่จะประกอบไปด้วยการทดสอบ 23 รูปแบบ เช่นการตกหล่น การสึกหรอ และการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง  มาตรฐานคุณภาพที่ realme ทำงานร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญของ TÜV Rheinland เพื่อกำหนดคุณภาพที่อัปเกรดมาตรฐานให้สำหรับสมาร์ทโฟน ก็น่าจะเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ได้แหละครับ reame C25 ราคาประหยัดแต่ว่าความทนทานในระยะยาว ไม่มีย้อมแมวขายให้เสียกันง่ายๆ แน่นอนครับ




การใช้งานภายใน

ชิปเซ็ต MediaTek Helio G70 ถือว่าเป็นตัวเลือกชิปเซ็ตที่ดีที่สุดในราคาตลาดนี้เลยนะครับ สามารถรองรับการใช้งานแอพลิเคชั่นและการเล่นเกมในระดับจริงจังได้แล้ว รุ่นที่ผมได้มาลองใช้งานเป็นรุ่นแรมขนาด 4GB ระบบ Android 11 ครอบทับด้วย realmeUI 2.0 ตัวระบบใหม่แกะกล่อง ออกแบบมาให้มีการปรับแต่งได้มากขึ้น




ปรับได้ทั้งตัวไอคอนที่สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้เองจากในสโตร์ ปรับเลือกฟอนท์ ภาพพื้นหลังและธีม ถูกทำให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น รวมอยู้ในหน้าเดียวกันหมดครับ




แอพพลิเคชั่นพิเศษจาก realme ถูกติดตั้งเอาไว้ให้ช่วยผู้ใช้ในการจัดการระบบเครื่อง ทำความสะอาดและสแกนความปลอดภัยของระบบ มีแอพพลิเคชั่น realme Link สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ AIoT ทั้งหมดของ realme ในแอพพลิเคชั่นเดียว ถูกฝังมาอยู่ในระบบไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมครับ



realme มีทีม realme Lab ที่คอยพัฒนาแอพพลิเคชั่นพิเศษมาให้ใช้งานกันอยู่ภายใน เช่นตัวล่าสุดน่าสนใจครับ Sleep Capsules   เมื่อเปิดโหมด sleep capsule ตัวสมาร์ทโฟนจะล็อกการใช้งานเมื่อถึงระยะเวลาที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้า และเราจะใช้ได้เฉพาะแอปที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ห้ามใช้งานอย่างอื่น เรียกว่าเป็นฟังก์ชั่นหักดิบ ^^ หยุดตัวเองไม่ได้ก็ให้เครื่องช่วยหยุดให้ โดยจะมีจำนวนจำกัดในการยกเลิกด้วยนะครับ จะได้เห็นคนทะเลาะกับเครื่องก็ฟังก์ชั่นนี้แหละ 555




โหมดถนอมสายตาในเวลาเราต้องการลดแสงสีฟ้าเพื่อลดภาระดวงตา เราจะลดสีหรือจะเปลี่ยนหน้าจอของเราให้กลายเป็นขาวดำไปเลยก็ได้นะครับ เอาไว้อ่านหนังสือกลางคืนดีที่สุด

โหมดมืดใหม่ เราสามารถกำหนดลักษณะของโหมดมืดหรือโหมดกลางคนได้ละเอียดมากขึ้น ไม่ใช่ปรับเมนูต่างๆ เป็นสีดำเท่านั้น แต่เรากำหนดลักษณะที่เหมาะสมกับความต้องการของเราได้หลายระดับครับ




โดยส่วนใหญ่แล้ว การใช้งานอยู่ในระดับใช้ได้ครับ ไม่ได้ช้าแลคเหมือนเครื่องรุ่นเล็ก ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มตลาดกลาง ตอบสนองได้ไวแบตเตอรี่อึดมากจริง จอใหญ่ดีและลำโพงเสียงดีด้วยครับ เสียงดังและใส ให้ลำโพงมาค่อนข้างดี สเปคโดยรวมใช้ในการเล่นเกมได้ เกมกราฟิกสวยๆ ส่วนใหญ่ก็ยังเล่นได้สบายในระดับลื่นๆ ลองทดสอบกับเกมกินสเปคสุดๆ Genshin Impact ผลคือมีสะอึกครับ ไม่ลื่น 100% แบบเครื่องรุ่นใหญ่ เกมนี้โหดครับ แต่เกมอื่นส่วนใหญ่ก็เล่นได้เต็มที่เต็มอารมณ์ เกมฮิต MOBA, FPS, เล่นได้หมดครับ

Game Space พื้นที่สำหรับคนเล่นเกม รวมไอคอนเกมและเปิดปิดระบบป้องกันการรบกวนขณะเล่น ตัวเครื่องจะรีดศัพยากรเครื่องเพื่อให้พร้อมใช้งานกับเกมได้เต็มประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติทันที




 

รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ทั้ง 2.4 และ 5.0 การจับตำแหน่งต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตช่วยสักหน่อยครับ ก็จะใช้นำทางและเช็คพิกัดได้



กล้องถ่ายภาพ realme C25

รุ่นนี้กล้องดีครับ ภาพออกมาใส แสงสวยสว่างๆ โฟกัสได้ไว ผมถือว่าเกินคาดครับ

กล้องหลักมี AI สามารถถ่ายถาพความละเอียดสูงสุด 48 ล้าน รองรับการซูมภาพระดับ 10x ทำงานคู่กันกับกล้องอีกสองตัว Macro Lens ถ่ายภาพมาโคร และเลนส์ B&W ช่วยสำหรับการถ่ายบุคคล ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ภาพถ่ายวิวแสงกลางวันแสงใสๆ สวยครับ โหมดซูมภาพถ้าเอาภาพไม่แตก ก็ซูมได้ 2x เกินกว่านั้นภาพจะลดความคมครับ



 

โหมดถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดหลังเบลอ ในที่แสงเพียงพอจะจับภาพหน้าบุคคลแม่นครับ ตัดคนจากฉากหลังได้ดีเลย เกรดราคาระดับนี้สำหรับเจ้ารุ่นนี้กล้องดีกว่าที่คิดไว้ครับ




 

โหมด Super Macro สำหรับการเก็บรายละเอียดระยะใกล้ๆ

 

มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน สำหรับการถ่ายเล่นกับแสงไฟโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ภาพก็ออกมาโอเคนะครับ ปกติเรทราคานี้โหมดกลางคืนไม่ค่อยรอด




กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม Ai Beauty ปรับแต่งใบหน้าได้ละเอียดทุกอวัยวะเลยครับของ realme ูู ทำภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยกล้องตัวเดียว ปรับโปเก้ระยะชัดลึกชัดตื้นได้ รองรับ HDR ถ่ายเซลฟี่ย้อนแสง


ลองดูตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้ากันครับ ความละเอียดไม่ได้สูงแต่ภาพก็ออกมาโอเคเลยนะ ชอบเซลฟี่ไม่ต้องห่วงไปครับ ^^




กล้องดีถ่ายง่ายดีครับ ได้แสงกลางวันภาพสวย ถ่ายคนถ่ายวิวเอาอยู่หมดครับ ภาพจะออกแนวใสๆ สว่างๆ ดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับถ่ายท่องเที่ยวและวัยรุ่นโดยเฉพาะเลย ^^















สรุปท้ายรีวิว

ราคาไม่แพง แบตเตอรี่อึดมาก Helio G70 มีความแรงพอตัว ใช้งานได้เกินราคาครับ เล่นเกมได้ ทำงานต่างๆ ได้เร็ว ซอฟท์แวร์ทำมาได้ดีใช้งานไม่เคยมีปัญหา ตัวเครื่องได้รับการทดสอบผ่านมาตรฐาน TÜV Rheinland Smartphone High Reliability Rheinland อุ่นใจได้ในความทนทานและอายุการใช้งาน

realme C25 มีราคาโปรโมชั่นออกมา เริ่มแค่ 2,490 บาท จากราคาเต็ม 5,499 บาท เมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจจากทางเครือข่ายผู้ให้บริการ นี่คือจุขายหลักของ realme  C Series ที่ทำราคาได้ดีเสมอมา และมักผูกกับผู้ให้บริการเพื่อจำหน่ายในราคาที่พิเศษมากๆ ครับ

 

ข่าว: รีวิว realme C25 สเปคดี Helio G70 แบต 6000 mAh กล้องเยี่ยม 48 ล้าน โปรโมชั่นลดแรง เริ่มแค่ 2,490 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/04/02/review-realme-c25.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-realme-c25

รีวิว Samsung Galaxy A52 5G ดีครบรอบด้าน จอสวย sAMOLED 120Hz กล้อง 64 ล้านคุณภาพสูงทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ

ปีนี้ซัมซุงมาดีครับ เปิดตัว Galaxy A Series สเปคเข้าตาทุกรุ่น ราคาก็ดีมาก น่าใช้เลยละโดยเฉพาะเมื่อเป็นของแบรนด์ Samsung เอง สำหรับรุ่นนี้ Galaxy A52 5G น่าจะเป็นรุ่นที่ครบเครื่องที่สุดที่เปิดตัวมาครับ เพราะว่านี่เป็นสมาร์ทโฟนที่มาในยุคสมัยของ 5G เพียงรุ่นเดียว

ซัมซุง Galaxy A52 5G ให้หน้าจอแสดงผลที่สวยงาม Super AMOLED+ รีเฟรชเรทสูง 120Hz พร้อมรองรับใส่ซิม 5G ใช้งานได้เลย อย่าจำสับสนกับ Galaxy A52 รุ่นธรรมดาที่ราคาจะถูกกว่า แต่ว่าหน้าจอจะให้มาเป็น Super AMOLED+ รีเฟรชเรทแค่ 90Hz และไม่สามารถใช้งาน 5G ได้นะครับ ซึ่งในรีวิวนี้เราจะอิงกับตัว 5G เป็นหลัก แต่ยังไงแล้วนอกจากเรื่องของหน้าจอและการรองรับ 5G ความสามารถที่เหลือก็อาจนำมาใช้เป็นข้อมูลร่วมกันของเครื่องทั้งสองรุ่นได้ เพราะสเปคด้านอื่นๆ ทั้งตัว 5G และตัวธรรมดา จะเหมือนกันทั้งหมดเลย

 

การออกแบบตัวเครื่อง Samsung Galaxy A52 5G

Galaxy A52 5G มาในรูปร่างที่โดดเด่นในงานดีไซด์ใหม่ของ Samsung สีนุ่ม ละมุนตา จับสัมผัสรู้สึกดี ไม่เกิดคราบมันคราบรอยนิ้วมือได้ง่าย และสีสันใหม่สวยทุกสี ม่วง Awesome Violet/ ฟ้า Awesome Blue/ ดำ Awesome Black/ ขาว Awesome White โดยเฉพาะสี Awesome Violet และ ฟ้า Awesome Blue สองสีที่เห็นในรีวิวนี้ครับ ไม่ค่อยได้เห็นกันมากนักกับสีม่วงและสีฟ้าแบบพาสเทล ซึ่งผมจะบอกว่ามันดูเป็นงานเกาหลีมากๆ 555 สีสันวัยรุ่นแบบหรูๆ นวลๆ  ดูนมๆ เห็นแล้วรู้สึกถึงหน้าใสๆ และบุคลิกของนางเอกที่ผมชอบ ^^


ใช้การออกแบบฝาหลังที่เป็นเนื้อเดียวกันตลาดจนถึงเลนส์กล้อง งานผลิตได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 อยู่ในน้ำสะอาดได้ลึก 1 เมตร นาน 30นาที ตัวเครื่องไม่เป็นอะไร ขอบเครื่องบาง น้ำหนักเครื่องเบา ขอบโค้ง ถือง่าย ใช้นานไม่เมื่อย ขอบสีโหละชุบสีเดียวกับตัวเครื่อง มีรูหูฟัง 3.5มม. ใช้พอร์ทชาร์จแบบ USB Type C และลำโพงคู่สเตอริโอ ใช้งานกับระบบเสียง Dolby Atmos


กล้องหลังสี่ตัวคุณภาพดีมากครับ  ความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซลมีระบบกันสั่น OIS เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล และ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สุดท้ายคือเลนส์วัดลึกสำหรับถ่ายบุคคล Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ไม่มีตัวไหนความละเอียดต่ำเลยสักตัว และใส่ฟีเจอร์เรื่องของกล้องมาเยอะครับในรุ่นนี้

ใช้หน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว FullHD+ แบบ Super AMOLED+ สีสด รีเฟรชเรทสูง 120 Hz แสงสว่างสูง รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง เจาะรูวางกล้องหน้าไว้เล็กๆ ความละเอียดสูงครับ 32 ล้านพิกเซล กล้องหน้าจากที่ทดสอบมา มีคุณภาพดีมากอีกเช่นกัน




ตัวเครื่องบางๆ แต่แบตเตอรี่ภายในให้มาเยอะ 4,500 mAh พร้อมรองรับชาร์จไว 25W ยังมีช่องเสียบหูฟัง และรองรับ 2 ซิมการ์ด เชื่อมต่อ 5G ได้ทั้งสองสล็อตซิม รองรับหมดเลยทั้ง GSM/CDMA/LTE/5G/Sub-6/mmWave สลับใส่ Micro SD card ในช่องสล็อตที่สองได้สูงสุด 1TB คุณภาพตัวเครื่องภายนอกดีมากเลย สวย บาง กันน้ำด้วย จอระดับสูง ลำโพงคู่ รองรับ 5G ครบเครื่อง ^^

อุปกรณ์ภายในกล่องจากตัวที่ได้มารีวิว มีที่ชาร์จ 25W Fast charge และสาย USB type-C และเคสใสซิลิโคนให้มาในกล่องครับ แต่ไม่พบชูดหูฟังแถมมาให้

การใช้งานภายใน Galaxy A52 5G

สเปคแรงครับ Snapdragon 750G รองรับทั้งการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมแบบจริงจัง แรมขนาด 8GB มากเพียงพอต่อการใช้งานแบบเต็มไม้เต็มมือ หน่วยความจะให้มา 128GB  รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย OneUI 3.1 ใหม่ล่าสุด ที่ Samsung พัฒนามาเพื่อการใช้งานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างดีมากๆ ครับ ผมจะเล่าให้ฟังในรีวิวนี้กันหลายๆ ฟังก์ชั่น



การใช้งานต่างๆ ลื่นไหลครับ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจจากการประกาศบนเวทีการเปิดตัวของสมาร์ทโฟนรุ่นระดับกลางตัวนี้จาก Samsung คือการการันตีการอัพเดทระบบให้อย่างน้อยสองเจนเนอเรชั่น และดูและอัพเดทด้านความปลอดภัยให้นานถึงสามปี เยี่ยม!

อุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ที่ทำงานกับ Android มานานจนเป็นชั้นครู ภายในระบบก็จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานอยู่เยอะครับ และรองรับการทำงานกับอุปกรณ์เสริมของแบรนด์ฌขาเองได้อย่างเข้ากัน

ระบบปุ่มลัดต่างๆ ที่เรากำหนดได้ตั้งแต่ปุ่มเปิดปิดเครื่อง การทำงานแบบมัลติวินโดว์ แบ่งหน้าจอทำงาน หรือเป็นป๊อบอัพซ่อนกันเพื่อใช้งานสองแอพได่พร้อมกัน




การปรับแต่งทำได้ละเอียด Samsung มีบริการสโตร์แอพและเกมของตัวเองให้บริการผู้ใช้ มีธีมสโตร์ให้ดาวน์โหลดมาสลับสับเปลี่ยน การใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ควรเสียเวลาสร้างไอดีและล็อคอิน Samsung Account เอาไว้ จะคุ้มค่ามากนะครับ เพราะฟังก์ชั่นหลายอย่างของเครื่อง ถ้าเรามี Samsung Account ล็อคอินไว้ ทำได้แบบฟลูฟังก์ชั่นของเครื่องเลย

Samsung Account เอาไว้ใช้ล็อคอินแอพและบริการต่างๆ ของทาง Samsung เพื่อรับสิทธิพิเศษ เช่น Galaxy Store, Galaxt Gift เป็นต้น รับของสมนาคุณของแถมของแจกกันได้ตลอดการใช้งานครับ




ยังมีฟังก์ชั่นที่ใช้งานร่วมกันกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกในระบบ OneUI 3.1 เช่นระบบการทำงานต่อเนื่องกันระหว่างอุปกรณ์ Samsung เช่นการจัดบันทึก หรือเปิดหน้าเบราว์เซอร์ เราสามารถไปทำงานต่อในอุปกรณ์อื่นที่ล็อคอิน Samsung Account เดียวกันได้เลย

รวมถึงการรับสายและโทรออก ที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์เดียวกันแบบข้ามอุปกรณ์ได้ครับ ซิมใส่อยู่เครื่องโน้น แต่มารับสายหรือโทรออกจากเครื่องนี้ได้ นี้ความความสามารถของ Samsung Account ที่เชื่อมต่อเป็นวงจรเดียวกัน





OneUI 3.1 มีการใส่การเชื่อมต่อ Android AUTO สำหรับการเชื่อมต่อฟอนท์รถที่รองรับ Android AUTO ของ Google ไว้ในระบบเลย และรองรับการเชื่อมต่อกับ PC ที่สามารถเรียกใช้งานข้อมูลต่างๆ ของสมาร์ทโฟนบนหน้าจอคอมพ์หรือโน๊ตบุ๊คที่เชื่อมต่อกันได้แบบไร้สาย เรียกใช้งานแอพจากบนสมาร์ทโฟนเรา แต่ทำงานบนอุปกรณ์ Windows ได้ครับ

อย่างที่ผมกำลังพิมพ์รีวิวอยู่ตอนนี้ ก็สามารถเรียกดู Tiktok จากสมาร์ทโฟนให้ทำงานบนหน้าจอคอมพ์ของผมไปพร้อมกันได ^^

ฟังก์ชั่นใหม่ที่สุดยอดตัวหนึ่งของ Samsung OneUI 3.1 แต่คนอาจจะรู้น้อยไปนิดครับ มันคือระบบการติดตามของหายที่ทำงานได้แบบออฟไลน์ โดยการใช้สัญญาณ BLE หรือ Bluetooth Low Energy การเชื่อมต่อที่ใช้พลังงานน้อยนิดเพื่อแสกนหาตำแหน่งซึ่งกันและกันได้ แม้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับสัญญาณเน็ตก็ตาม มันจะให้เราเปิดการอนุญาตเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Samsung SmartThing Find เราค้นหาเขา เขาค้นหาเรา ใช้พลังงานเบาๆ เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันครับ



ประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับ 120Hz ลื่นๆ เล่นเกมได้แบบจริงจัง มีโหมดสำหรับการเล่นเกม ที่จะช่วยปกป้องการรบกวนที่อาจจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญได้ และมีโหมดประหยัดพลังงานโดยการปิดหน้าจอเวลาเราต้องการเปิดให้เกมเล่นของมันเองอัตโนมัติในบางเกมไว้ครับ




หน้าจอสวยๆ ลำโพงคู่มิติเสียงดีๆ เปิดใช้งาน Dolby Atmos จากตัวลำโพงโทรศัพท์ได้โดยตรง พร้อมใช้งานในทุกด้านความบันเทิง



จะเอามาเล่นเกม หรือดูหนังรับชมคลิป ภาพหน้าจอ Super AMOLED+ สวยงามเต็มตาด้วยขอบจอบางๆ ของ Galaxy A52 5G แน่นอนครับ


ตัวเครื่องน้ำหนักเบา จอใหญ่แต่ตัวเล็ก แบตเตอรี่เยอะใช้งานได้เต็มวัน พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณ 5G ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานกว้าง และสัญญาณรวดเร็ว รองรับการชาร์จไว 25W ผมว่ามันครบมากนะครับเจ้ารุ่นนี้ Samsung Galaxy A52 5G ยอดเยี่ยมลงตัว น่าใช้ครับ

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS สำหรับช่วยในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยและการถ่ายวีดีโอ ทำงานคู่กันกับเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล กล้อง Macro ให้ความละเอียดมา 5 ล้านพิกเซล สูงกว่าทั่วไปที่มักให้มา 2 ล้านพิกเซล จ่อถ่ายภาพวัตถุได้ใกล้ 3 เซนติเมตร รองรับการซูมภาพดิจิทัล 10x

มี AI คอยจับซีนที่กำลังถ่ายเพื่อช่วยปรับแต่งสีสันและแนวภาพให้เหมาะสมสวยงาม




เราไม่ต้องไปเข้าใจสเปคหรอกครับ เอาว่ากล้องถ่ายภาพของ Samsung ของ Galaxy A Series ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ที่ทำผลงานได้ดีทุกรุ่น เทียบกับคู่แข่งในระดับตลาดราคาเดียวกัน ไม่มีด้อยหรือยอมให้แน่นอนครับในด้านคุณภาพของกล้องถ่ายภาพ

รองรับการซูมภาพระดับ 10X จากที่ทดสอบ ซูมระดับ 4X ภาพยังหวังความสวยงามได้อยู่ครับ สภาพแสงดีภาพออกมาคมสวยมทุกภาพเลย เซนเซอร์และซอฟท์แวร์ทำมาดีมากครับ




เลนส์สุดท้ายคือเลนส์ช่วยวัดลึกสำหรับถ่ายบุคคล Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ เมื่อจับบุคคลได้แม่นยำ ก็สามารถเล่นกับฉากหลังได้มากขึ้น เจ้ากล้องรุ่นนี้รองรับการถ่ายคนหรือโหมด Live Focus ที่สามารถถ่ายไปก่อนแล้วกลับมาปรับระยะชัดลึกชัดตื้น เลือกจุดโฟกัสใหม่


และยังเลือกลวดลายของโปเก้ด้านหลังให้เป็นรูปทรงแปลกๆ น่ารักๆ ได้ด้วยนะครับ ^^ โปเก้กลมๆ ก็จะกลายเป็นรูปร่างที่เราต้องการ น่ารักมากครับ




หรือจะปรับโปเก้ด้านหลังให้แปลกใหม่ด้วยการระเบิดซูม โปเก้หมุน หรือจะตัดสีฉากหลังทิ้งไปเลยก็ทำได้ และนำมาปรับเปลี่ยนในภายหลังได้ตลอดเวลาครับ



มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน สำหรับช่วยให้เก็บภาพในที่แสงน้อยได้ เช่นไฟอาคารตอนกลางคืนหรือในที่อาคารเป็นต้นครับ


โหมดเอกลักษณ์ของ Samsung จากรุ่นใหญ่ใส่เข้ามาให้ด้วย นั้นคือ Single Take มันคือโหมดแรนด้อมครับ เราแค่แพนกล้องไปรอบตัวประมาณ 15 วินาที ตัว AI จะคอยจับตรวจและเลือกโหมดที่เหมาะสมในแต่ละมุมช้อตเองว่า ควรใช้ฟังก์ชั่นหรือฟิลเตอร์อะไรที่เข้ากับเหตุการณ์ที่มันตรวจพบ ถ่ายทีเดียว ได้พร้อมมาเป็นสิบโหมด ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ

มีโหมด FUN โหมดใหม่ที่ใส่ความสนุกจากเอฟเฟ็กต์และ AR ต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบจาก Snapchat เอามาใส่ให้ใช้งานกันโดยตรงจากกล้องของ Samsung Galaxy รุ่นนี้ด้วย ซึ่งเราสามารถใช้งานโหมด Fun ได้ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้าของเครื่องด้วยนะครับ





เพื่อนๆ สามารถดูผลลัพท์จากการทดสอบกล้องถ่ายภาพและการถ่ายวีดีโอ ของ Galaxy A52 5G ได้ในคลิปวีดีโอที่น้องนัชชา Appdisqus ได้ไปทดสอบมาเองจากในงานเปิดตัวด้านล่างนี้ได้เลยครับ

กล้องถ่ายภาพด้านหน้า ความละเอียดสูงใช้ได้ครับ 32 ล้านพิกเซล มีโหมดการถ่ายภาพเซลฟี่แบบละลายหลังได้ด้วยกล้องตัวเดียว พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่ในโหมดมุมกว้างเพื่อเก็บรายละเอียดด้านหลังมากขึ้น หรือใช้ในการถ่ายเซลฟี่เป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ ครับ และยังมีโหมด Single Take ให้ใช้ในกล้องหน้าด้วย เรียกว่าความสามารถของกล้องหน้า น้อยกว่ากล้องหลังไม่เท่าไร่เลยครับ อะไรใช้ในกล้องหลังได้ กล้องหน้าก็ทำได้คล้ายๆ กัน

มีระบบ Plam Selfie ซึ่งใช้บ่อยมาก ยกฝ่ามือขึ้นเพื่อให้กล้องนับถอยหลังเพื่อถ่ายภาพ ไม่ต้องไปเอื้อมให้ตัวเสียทรงขณะถ่ายครับ ^^


คุณภาพกล้องหน้าดีมากเช่นกันครับ จับภาพใบหน้าได้แม่นยำ มี AI ปรับแต่ใบหน้าสวยงามได้เนียนตา เลือกใช้งานได้หลายระดับตามความชอบ โหมดหนัาชัดหลังเบลอกล้องหน้าทำได้ดีครับ ภาพแสงสวย ตัดคมได้คนอาจจะมีหลุดบ้างแต่น้อย คุณภาพของภาพหวังผลสีมนุษย์ที่ดูเป็นธรรมชาติได้เลย

 






กล้องรุ่นนี้ยอดเยี่ยมครับ ในเรทราคานี้ถ้าอยากได้กล้องคุณภาพดีๆ ถ่ายง่าย หวังผลลัพท์โชว์ได้ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้า เจ้า Galaxy A52 5G มาตรฐานงานผ่านแน่นอนครับ

ตัวอย่างภาพถ่าย















สรุปท้ายรีวิว

Samsung Galaxy A Series ยิ่งทำยิ่งดีครับ ราคาดี สเปคดี งานออกแบบมีเอกลักษณ์และมีความแตกต่างกับแบรนด์อื่นๆ ดูมีความเป็นเกาหลีมากๆ ดูนวลๆ เป็นวัยรุ่นหรูๆ เครื่องบาง ขอบจอบาง หน้าจอใหญ่แต่เครื่องเล็ก ภาพสวยสีสด รีเฟรชเรทสูง 120Hz ลำโพงคู่เสียงดี กล้องถ่ายภาพคุณภาพสูง ฟังก์ชั่นเยอะ สเปคการใช้งานลื่นไหล ใช้งานได้เต็มที่ในทุกด้าน แบตเตอรี่อึดชาร์จไว และรองรับสัญญาณ 5G แถมรองรับการอ้พเดทเครื่องอย่างนอยสองเจนเนอเรชั่น และดูแลความปลอดภัยไปให้ 3 ปี ครบเครื่องขนาดนี้ ครบทุกด้านที่ต้องการแล้วครับ

ราคาเปิดจำหน่าย 13,499 ในรุ่นตลาด 5G ไม่แพงครับ และเป็นมือถือจากแบรนด์ Samsung มีศูนย์บริการในไทยเยอะ ครบเครื่องและคุ้มค่าครับ

ข่าว: รีวิว Samsung Galaxy A52 5G ดีครบรอบด้าน จอสวย sAMOLED 120Hz กล้อง 64 ล้านคุณภาพสูงทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/28/review-samsung-galaxy-a52-5g.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-samsung-galaxy-a52-5g

รีวิว realme C21 จอใหญ่ 6.5 นิ้ว แบตเยอะ 5000 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อม Helio G35 ราคาเริ่มต้นแค่ 1,190 บาท

realme C21 คือสมาร์ทโฟนเน้นราคาเบา เมื่อแบรนด์ที่ปกติก็ขายไม่แพงกันอยู่แล้วมาทำเครื่องราคาประหยัด สมาร์ทโฟนหน้าจอ  6.5 นิ้ว แบต 5,000 mAh กล้องหลังสามเลนส์ และชิปเซ็ต Helio G35 ใส่เอามาให้ไว้เล่นเกมกันได้ด้วย ราคาจำหน่ายเต็ม 4,299 บาท แต่ใครที่ซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจกับเครือข่าย จะเหลือราคาเพีบง 1,190 บาทเท่านั้นเองครับ

realme C21 สมาร์ทโฟนหน้าจอ 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขอบจอด้านบนวางกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดพื้นที่ของขอบจอเล็กครับ คิดเป็นพื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องต่อหน้าจอ 89.5% สัดส่วน 20:9 จอเต็มตาดีครับ

การออกแบบตัวเครื่องด้านหลังได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงเรขาคณิตของนาฬิกาทราย เป็นพื้นผิวลวดลายที่ตัดกันโดยใช้เทคนิค bold cross-hatch สลักเรเดียมแม่นยำสูงแกะสลักออกมาเป็นเส้นโค้งกว่า 450 เส้นที่ด้านหลัง และขัดพื้นผิวอีก 300 นาทีเพื่อสร้างเอฟเฟกต์แสงสะท้อน สามารถป้องกันรอยนิ้วมือ ไม่เกิดคราบมันใดๆ ครับ มีเข้ามาจำหน่าย 2 สี คือ สีฟ้า Cross Bule และสีดำ Cross Black ที่เห็นในรีวิวนี้




 

สีฟ้า Cross Bule และสีดำ Cross Black


สิ่งที่เป็นการการันตีได้ว่าสมาร์ทโฟนของ realme ทุกเครื่อง มั่นใจในมาตรฐานการผลิตและการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราได้แน่ๆ ก็คือการที่ realme ได้ส่งผลิตภัณฑ์ตัวเองไปทดสอบคุณภาพ “TÜV Rheinland Smartphone High Reliability Rheinland” มาทั้งหมดครับ ซึ่งการรับรองคุณภาพนี้จะประกอบไปด้วยการทดสอบ 23 รูปแบบ เช่นการตกหล่น การสึกหรอ และการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง 7 สถานการณ์ ทดสอบอุณภูมิสูง-ต่ำ ความชื้นสูง-ต่ำ ความผันผวนของแรงดันไฟฟ้า ไฟฟ้าสถิต ความกดอากาศ การทดสอบความน่าเชื่อถือของส่วนประกอบต่างๆ ภายใต้สมมติฐานที่สมาร์ทโฟนจะมีวงจรชีวิตประมาณ 3 ปี โดยรวมแล้วการทดสอบคุณภาพของ TUV Smartphone High Reliability คือการกำหนดมาตรฐานคุณภาพ สำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นมาตรฐานระดับสูงสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นเมื่อออกไปสู่ผู้ใช้ในตลาดโลกนั้นเองครับ

ช่องที่วางคู่กันกับโลโก้ realme ด้านหลัง คือลำโพงตัวเครื่องที่ย้ายมาอยู่บริเวณนี้ เพื่อเวลาที่เราถือเครื่องใช้ในแนวนอนมือจะไม่บังลำโพง เสียงดังชัดเจนดีครับไม่มีปัญหา เปิดสุดเสียงไม่แตก

โมดูลกล้องออกแบบเป็นรูปเหลี่ยมเช่นกัน กล้องหลัง AI 3 เลนส์ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รองรับการโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และการซูม 4 เท่า เลนส์ที่สองเป็นเลนส์สำหรับช่วยโฟกัสบุคคล B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สามารถช่วยจับภาพถ่ายภาพบุคคลด้วยเลนส์แบบขาวดำ ทำภาพสไตล์ Retro เพิ่มความคมชัดระหว่างโทนสว่างและโทนมืดได้สวยงามมากขึ้น สุดท้ายคือเลนส์ Macro ความละเอียด 2ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้ 4 เซนติเมตร

realme C21 มาพร้อมเซ็นเซอร์แสกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง ซึ่งสำคัญมากครับ ในวันที่เราทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร การจ่ายค่าสินค้า การใช้สิทธิแห่งรัฐ อย่างเป๋าตังค์ คนละครึ่ง หรือแม้แต่การซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ทุกวันนี้เราใช้สมาร์ทโฟนกันแทบทั้งนั้นในชีวิต ถ้าต้องมานั่งกดรหัสผ่านทุกครั้ง นอกจากจะช้าแล้วยังมีสิทธิ์กดผิดพลาด หรือถูกแอบมองรหัสได้ง่ายๆ เลยครับ รุ่นนี้ก็รองรับทั้งการสแกนใบหน้าเข้าใช้งาน และการสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง สแกนได้ไวครับ แม่นยำ วางนิ้วก็เข้าใช้งานได้เลยทันที

รองรับ 2 ซิมการ์ด 4G LTE ให้ถาดซิมมาแบบ 3 ช่อง รองรับ 2 SIM และ microSD Card แยกต่างหาก (รองรับ microSD สูงสุด 256GB)

แบตเตอรี่ภายในขนาดใหญ่ 5000 mAh เราสามารถใช้ตัว realme C21 ทำ OTG reverse charge ชาร์จแบตจากตัวสมาร์ทโฟนไปให้อุปกรณ์อื่นๆ ได้ ผ่านพอร์ท Micro USB ด้านล่างตัวเครื่องนะครับ อุปกรณ์ภายในกล่อง มีที่ชาร์จและสายชาร์จ Micro USB มาให้เท่านั้น ไม่มีเคสหรือชุดหูฟังแถมมาให้ครับ


การใช้งานภายใน realme C21

รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย realme UI การปรับแต่งหน้า UI มีภาพวอลล์เปเปอร์สวยๆ ให้เลือกใช้งานมากกว่า 11 แบบที่อิงจากสีสันของธรรมชาติ หรือถือไม่ชอบก็สามารถดาวน์โหลดธีมมาใช้งานได้จากในธีมสโตล์ได้ครับ ปรับเปลี่ยนสไตล์ไอคอนได้ด้วยเช่นกัน





ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G35 เทคโนโลยีการผลิต 12nm เป็นหน่วยประมวลผลรุ่นเล็กที่เล่นเกมได้ Helio G35 เล่นเกมอย่างเกม MOBA หรือ MMORPG ภาพกราฟิกระดับกลางๆ ได้ครับ ถ้าเกม Open World กราฟิกสูงจะมีกระตุก

เกม MOBA ฮิตอย่าง ROV รับประกันว่าเล่นได้ลื่นสบายๆ

realme C21 มีสเปคแยกจำหน่ายสองขนาด RAM และ ROM นะครับ มีรุ่น RAM 3 + ROM 32GB และ RAM 4 + ROM 64GB ซึ่งตัวที่ผมนำมาทดสอบเป็นตัว RAM 4 ครับ หน่วยความจำ 64GB หน้าจอใหญ่ เล่นเกมได้ เอาไว้รับชมคลิปวีดีโอหรือชมภาพยนตร์ก็สบายตาครับ

ผู้ใหญ่ใช้งานได้ เด็กก็ใช้สบาย ราคาไม่แพงด้วย ใครมองหาเอามาใช้เรียนออนไลน์ หรือใช้กับแอพสิทธิ์แห่งรัฐต่างๆ หรือแอพวิธีชีวิตแบบ New Normal อย่างแอพเป๋าตังค์ ไทยชนะ หมอชนะ เอาแค่นี้มาใช้ก็พอเหลือๆ ครับ

หน้าจอแสดงผลของ realme C21 สามารถปรับลดแสงสีฟ้าได้เพื่อการถนอมดวงตา เราสามารถตั้งเวลาในการเปิดปิดโหมดถนอมสายตาไว้ล่วงหน้าได้ในแต่ละวัน รวมถึงโหมดกลางคืนที่จะเปลี่ยนเป็นหน้าเมนูต่างๆ ให้เป็นสีดำเพื่อความสบายตาก็ได้เช่นกันครับ โดยในโหมดถนอมสายตาของ realme UI เราระบุได้ว่าให้ลดแสงสีฟ้า ลดสีสันลง หรือจะเปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นจอแบบขาวดำเลยก็ได้ครับ




“โหมดโฟกัส” สำหรับคนที่ต้องการมีเวลาส่วนตัวในการทำงาน การเรียน หรือการพักผ่อน เราสามารถกำหนดเวลาในโหมดโฟกัส เพื่อหลีกหนีโลกรอบตัวที่จะคอยติดต่อเข้ามารบกวนเราตลอดเวลา โดยจะสามารถสร้างบรรยากาศธรรมชาติจำลองขึ้นมาให้เราด้วยเสียง เพื่อให้เราผ่อนคลายไปได้ครับ





“โหมดก่อนเข้านอน” เป็นโหมดใหม่ของ Android ที่มีไว้ให้เราเตรียมตัวก่อนถึงเวลานอน โดยตัวสมาร์ทโฟนจะเปิดโหมดห้ามรบกวน ปิดกั้นการติดต่อสื่อสารในยามกลางคืน และลดสีแสงของหน้าจอลงให้อยู่ในโหมดสีเทา เพื่อเป็นการลดภาระดวงตาซะก่อน แล้วจะได้นอนหลับง่ายเมื่อถึงเวลานั้นเองครับ


มีใส่ฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกให้ผู้ใช้ไว้เยอะนะครับ เช่น Gesture การสไลด์นิ้ว รูดสามนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อการเซฟภาพ หรือการเลื่อนสามนิ้วขึ้นด้านบนเพื่อการแบ่งหน้าจอทำงานสองแอพพร้อมกัน


เราลองเล่นเกมไปพร้อมกับดู Youtube บน realme C21 ก็ได้นะครับ ยังทำงานได้ไหว ^^ เล่นเกมแบ่งจอยังเล่นได้สบายๆ อยู่

Game Space โหมดที่ออกแบบมาเพื่อคนเล่นเกม เป็นศูนย์รวมการเรียกใช้งานแอพเกมในที่เดียว เคลียทรัพยากรเครื่องให้พร้อมสำหรับการเล่นเกมให้ลื่นไหลที่สุด และเปิดฟังก์ชั่นปิดกั้นการติดต่อที่อาจจะเข้ามารบกวนการเล่นของเราไปได้ด้วยในตัวครับ




ผลทดสอบต่างๆ 

การจับสัญญาณ GPS ใช้เวลาเล็กน้อย ควรเปิดสัญญาณเน็ตช่วยในการระบุตำแหน่ง และรุ่นนี้ไม่รองรับสัญญาณ Wi-Fi 5.0G นะครับ รองรับแต่ 2.4 Ghz




กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลัง 3 ตัว มี AI กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โฟกัสอัตโนมัติ PDAF โฟกัสได้เร็ว ทำงานร่วมกับเลนส์ที่สองซึ่งเป็นเลนส์สำหรับช่วยโฟกัสบุคคล B&W ค 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพบุคคลได้สวยกว่าที่คาดไว้ครับ รองรับการซูมภาพได้ตั้งแต่ 1x สูงสุดที่ 4x


 

ถ่ายภาพบุคคลจับโฟกัสอัติโนมัติได้แม่น ตรวจจับใบหน้าและทำการละลายฉากหลังภาพออกมาสวยกว่าที่คิดครับ จะมีบางภาพที่หลุดโฟกัสไปบ้างแต่เน้นถ่ายเผื่อๆ ไว้ก่อนช่วยได้ ส่วนใหญ่ภาพก็จะออกมาเนียนตาใช้ได้เลย


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง






เลนส์ที่สามคือ Macro ความละเอียด 2ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพซุปเปอร์มาโครระยะใกล้ 4 เซนติเมตร

กล้อง realme C21 มีโหมดกลางคืนมาให้ด้วยนะครับ ถ่ายภาพเล่นกับแสงไฟในยามกลางคืนได้เช่นกัน ^^




 

กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีโหมดถ่ายภาพบุคคลแบบเซลฟี่ละลายหลังได้เหมือนกล้องหลังครับ มีออโต้โฟกัสจับใบหน้า และบิวตี้ปรับระดับหน้าเนียนได้ด้วย AI



ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า






สรุปท้ายรีวิว

ราคาประหยัด สำหรับผู้เริ่มต้น สำหรับผู้ใหญ่ สำหรับเด็กวัยเรียน เอามาใช้รับกับสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีสมาร์ทโฟนเพื่อทำธุรกรรมในยุคโควิด จ่ายเงิน รับสิทธิ์ ใช้แอพธนาคาร หรือแอพเป๋าตังค์ แอพไทยชนะ หมอชนะ เป็นต้น

หน้าจอใหญ่ แบตเตอรี่เยอะใช้งานได้ตลอดวัน ประสิทธิภาพเล่นเกมได้ ตัวเครื่องมีเอกลักษณ์ในการออกแบบ กล้องถ่ายภาพใช้งานได้ดีสำหรับถ่ายภาพลงโซเชี่ยล

realme C21 ราคาเปิดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 1,190 บาท สำหรับซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจจากทางเครือข่ายตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมเป็นต้นไป โดยสามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 29 มีนาคม ผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคาเต็ม 4,299 บาทครับ


ข่าว: รีวิว realme C21 จอใหญ่ 6.5 นิ้ว แบตเยอะ 5000 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อม Helio G35 ราคาเริ่มต้นแค่ 1,190 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/25/review-realme-c21.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-realme-c21

รีวิวหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4i ตัดเสียงเงียบ เบสหนักสะใจ ในราคาโครตคุ้ม

HUAWEI FreeBuds 4i หูฟังไร้สายตัวแรกของปี 64 จากทางหัวเว่ย ที่มีกำหนดเปิดตัวในไทยในวันที่ 24 มีนาคม นี้ ขึ้นชื่อว่าหัวเว่ยต้องมาพร้อมกับความคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน  เพราะเปิดราคามาแค่ 2,799 บาท เรียกว่าตายทั้งตลาดกันเลยทีเดียว ทาง Appdisqus หยิบมารีวิวกับหูฟัง TWS คุณภาพดีในดีไซน์ทรงรีสุดชิคกับคุณภาพเสียงคมชัด มี ANC (Active Noise Canelling ) ตัดเสียงรบกวนได้เงียบ สีที่เราจะมารีวิวคือสีดำ Carbon Black

แกะกล่อง

มาแกะกล่องเจ้าตัวหูฟัง FreeBuds 4i กันก่อนดีกว่า

 

  • ตัวหูฟัง Huawei FreeBuds 4i
  • สายชาร์จ USB Type C สีขาว
  • จุกยางซีลิโคน ear tips สำหรับเปลี่ยน ไซส์ S และ L สีเดียวกับตัวเครื่อง (ไซส์ M อยู่ที่ตัวหูฟัง)
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน

ดีไซน์ของ Huawei FreeBuds 4i มาในรูปทรงรี น้ำหนักเบาบาง ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากความงามของหินบนหาดทรายสีดำทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ผิวเป็นเงางาม ผิวแบบนี้แน่นอนว่าเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายมาก 

 

มาในขนาดกะทัดรัดหยิบจับก็ถนัดมือ น้ำหนักเบา

ตัวหูฟังมีความโค้งมนทั้งตัว ตัวก้านจะสั้นกว่ารุ่นเดิม FreeBuds 3i  ใส่กระชับไม่เลื่อนหลุดง่าย


 

คุณภาพเสียง

ตัวนี้ใช้ไดนามิกไดร์เวอร์ขนาด 10 มิลลิเมตร เบสแน่นหนักสะใจ คุณภาพเสียงโดยรวมค่อนข้างดี  มิติเสียงค่อนข้างกว้าง ส่วนตัวคิดว่าการจูนเสียงเน้นไปทางเบสที่หนัก ทำให้ฟังสนุกในบางแนวเพลง แต่ก็ถือว่าดีค่ะในระดับที่รับได้

 ไดอะแฟรมคุณภาพสูง ถูกใจคอเพลงเมนสตรีมด้วยฟังก์ชันการจูนเสียงที่ออกแบบมาให้เข้ากับเพลงป๊อปโดยเฉพาะ เพลงสไตล์ป๊อปคนตรีก็จะนัวๆ เสียงร้องคมชัดดีค่ะ

แนวป๊อปแดนซ์ ซินท์ป๊อป เพลงที่มีการใช้เสียงสังเคราะห์จัด จะมีความแหลมก้องมากไปนิดนึง ในขณะที่เสียงเบสมีความดีดหนัก ตรงนี้ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการฟังเพลงแนวนี้ให้มากขึ้นไปอีก

ตัวหูฟังเบสหนักแบบนี้ ก็ต้องสายเฮฟวี่เมทัลจัดหนักกันไปเลย

เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 เวอร์ชั่นล่าสุด ชมภาพยนตร์หรือรับชม Youtube เสียงตรงปากไม่รู้สึกถึงความดีเลย์ของเสียง

 

 

Active Noise Cancellation ที่ตัดเสียงรบกวนได้เงียบดี ทำให้การฟังเพลงและการสนทนามีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมไมค์คู่ที่ใส่เทคโนโลยี Beamforming ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI Noise Reduction ซึ่งช่วยให้ไมโครโฟนรับเสียงและแยกแยะเสียงได้แม่นยำยิ่งขึ้นและคมชัด ได้รับการออกแบบมาให้สามารถลดเสียงรบกวนจากลมที่มาปะทะกับไมโครโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ยินชัดทุกบทเพลงและบทสนทนาไม่ว่าจะอยู่ระหว่างเดินทาง นั่งทำงานในคาเฟ่ หรือว่าวิ่งออกกำลังกาย

การควบคุมใช้งาน


เราสามารถตั้งค่าทางลัดการใช้งานได้ เช่นการแตะ 2 ครั้ง เบื้องต้นจะเป็นการเล่น / หยุดเพลงชั่วคราว เราสามารถจะตั้งค่าให้หูฟังซ้ายหรือขวา เป็นการกำหนดการเล่นเพลงถัดไปสำหรับหูฟังข้างขวา หรือแตะ 2 ครั้งเพื่อกลับไปฟังเพลงก่อนหน้าก็ได้เช่นกันค่ะ



การแตะค้าง ก็สามารถตั้งค่าได้เช่นกัน เช่นกำหนดการแตะค้างให้เข้าสู่โหมด ANC ตัดเสียงรบกวนสลับกับ Awareness Mode เพื่อเป็นการเปิดรับเสียงจากภายนอกเขามา โดยที่ไม่ต้องถอดหูฟัง

แบตเตอรี่สุดอึดที่ติดตั้งมาในตัว 55 mAh ผนึกกำลังกับเคสชาร์จอีก 215 mAh ฟังยาวต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมงเมื่อปิดการใช้งานโหมด ANC และใช้ได้นานสูงสุด 22 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ แถมอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานถึง 200 วัน 

กันน้ำกันฝุ่น IP54 ระดับน้ำกระเซ็น ตัวนี้สามารถใส่ออกกำลังกายได้ ใส่ได้นานๆ ไม่รู้สึกเจ็บหู

สรุปเลยแล้วกัน

ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าและราคาของหูฟังในตลาด TWS หัวเว่ยถือว่าทำราคาได้ดีเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้ ที่มีทั้ง ANC ตัดเสียงรบกวนและ Awareness Mode ที่สามารถรับเสียงจากภายนอกโดยที่ไม่ต้องถอดหูฟัง คุณภาพเสียงถือว่าดีเลยทีเดียว ตัวนี้ทำได้ดีในย่านเสียงกลางและต่ำ เบสหนัก ใครที่ชอบความทุ้มของเบสต้องไม่พลาด กับ Huawei FreeBuds 4i วางจำหน่าย 3 สี สีแดง ดำ และขาว ในราคาเพียง 2,799 บาท เท่านั้น

 

ข่าว: รีวิวหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4i ตัดเสียงเงียบ เบสหนักสะใจ ในราคาโครตคุ้ม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/24/review-huawei-freebuds-4i.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-huawei-freebuds-4i

รีวิว Redmi Note 10 Pro ถูกเกิน! กล้องหลัก 108 ล้าน จอเทพ AMOLED 120Hz ลำโพงคู่ ชาร์จไว 33W ขายไม่ถึงเก้าพัน!

Xiaomi เปิดตัว Redmi Note 10 Pro สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ ที่มากับราคาน่าประทับใจมาก 8,499 บาท แต่ให้สเปคเกินราคาขายไปไกล กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล กับหน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรทสูง 120Hz สเปคแรง Snapdragon 732G แบตเตอรี่ใหญ่พร้อมชาร์จไว 33W ลำโพงสเตอริโอคู่ งานออกแบบระดับเครื่องพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะดูจากมุมไหน ก็ไม่น่าจะมีราคาขายที่ถูกขนาดนี้ได้เลยครับ แต่สำหรับ Redmi จาก Xiaomi ให้เราได้ และใครที่่สนใจ จริงๆก็ไม่ต้องอ่านรีวิวให้จบก็ได้ครับ ถ้าจะเอาความคุ้มค่า แล้วถูกใจกับแบรนด์ Redmi จาก Xiaomi อยู่แล้ว ก็ตรงไปสั่งจองได้เลย ยังไงก็ไม่ขาดทุน ^^

Redmi Note 10 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาคู่กันกับ Redmi Note 10 รุ่นธรรมดาด้วยนะครับ อย่าจำชื่อสับสนกัน สำหรับรุ่น Pro จะเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 เมษายนเป็นต้นไปในราคาเริ่มต้น 8,499 บาท และรุ่นธรรมดา Redmi Note 10 วางจำหน่ายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม ในราคาเริ่มต้นเพียง 4,999 บาท ซึ่งวันนี้เราจะเน้นไปที่  Pro เป็นหลักนะครับ

 

หน้าจอ AMOLED รีเพรชเรท 120Hz

Redmi Note 10 Pro เป็นเครื่องที่แต่ละอย่างเกินตัวมากครับ เริ่มตั้งแต่หน้าจอแสดงผลของมัน มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้วแบบ DotDisplay เจาะรูวางหล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลไว้เล็กนิดเดียว สัดส่วนหน้าจอ 20:9 และเป็นหน้าจอรองรับรีเฟรชเรทระดับ 120Hz อีกด้วย ใช้งานกันมัน ลื่นตาทั้งเกมและแอพต่างๆ ในภาพที่การเคลื่อนไหวสมูธกว่าจอทั่วไป 2 เท่า เลือกใช้กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5 ทนทานแบบไม่มีลดงบประมาณ

มีเข้ามาจำหน่าย 3 สี  Glacier Blue, Gradient Bronze และสีเทากระจก Onyx Gray ที่เห็นในรีวิวนี้ครับ

ตัวเครื่องบางและสวยงาม แบตเตอรี่ใหญ่ 5,020mAh แต่ขนาดตัวเครื่องแค่ 8.1 มิล หนัก 193 กรัม ด้านหลังเครื่องโค้ง ยกโมดูกล้องด้านหลังขึ้นมาเด่นชัด การวางกล้องไม่ธรรมดา ดูเหมือนเครื่องระดับมีราคาเลยครับ เพราะกล้องด้านหลังคุณภาพสูงมาก เป็นกล้องความละเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล พร้อมกับเลนส์มุมกว้าง  8 ล้านพิกเซล กล้องเทเลโฟโต้ 5ล้านพิกเซล และสุดท้ายกล้อง Depth sensor ไว้ถ่ายภาพบุคคล ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

มีรูหูฟัง 3.5 มม. ด้านบนมี IR Infared สำหรับใช้งานเป็นรีโมท ให้ที่สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่องซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษลักษณะผิวโค้ง ทัชง่ายกดง่าย สแกนได้ไวมากๆ แค่วางนิ้วก็เข้าใช้งานได้อย่างเร็วเลย




รองรับสองซิมการ์ด พร้อมช่องใส่ Micro SD card แยกต่างหากเป็นสามสล็อต ให้ลำโพงคู่ที่ด้านล่างสเตอริโอ เต็มอิ่มครับ ไม่เจอจุดอ่อนอะไรเลยในด้านฮาร์ดแวร์ตัวเครื่อง นี่มันเกินราคาแปดพันกว่าบาทไปไกลมากครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้ทั้งเคสซิลิโคน ที่ชาร์จไว 33W Turbo Charge และสาย USB Type-C สิ่งเดียวที่อาจจะขาดไป อย่างเดียวจริงๆ สำหรับเครื่องรุ่นนี้ คือมันไม่มีชุดหูฟังแถมมาให้ภายในกล่อง แต่ใครสน! เล่นให้เครื่องมาขนาดนี้ ยอมหาหูฟังเอาทีหลังก็ได้ 555


การใช้งานภายใน Redmi Note 10 Pro ใช้ Qualcomm Snapdragon 732G 

Snapdragon 732G มีประสิทธิภาพสูงพอสำหรับการเล่นเกมในระดับรีเฟรชเรท 120Hz ได้ลื่นไหลแล้วครับ รวมถึงการใช้งานทุกอย่างของระบบ Android ครับ เป็นหน่วยประมวลผลระดับท็อปของ Mid-End ในกลุ่มสมาร์ทโฟน 4G ขยับขึ้นไปอีกก็จะเป็นชิปเซ็ตในยุค 5G ให้แรมสองขนาดเป็นตัวเลือกจำหน่ายในไทย คือแรม 6GB และ 8GB หน่วยความจำเท่ากัน 128GB รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย MIUI Global 12




ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็นแรมขนาด 6GB การเข้าออกแอพไม่ช้า ใช้งานไม่หน่วงให้รู้สึกหงุดหงิดอะไรครับ แต่ถ้าเป็นตัวแรม 8GB น่าจะได้ความคล่องตัว และความรวดเร็วในระหว่างสลับแอพใช้งานเร็วกว่านี้ไปได้อีกสักหน่อยครับ ไม่สำคัญจนเห็นความต่างมากสักเท่าไหร่

ระบบภายในให้ฟังก์ชั่นช่วยเหลือการใช้งานมาหลายตัว สำหรับการดูแลด้านความปลอดภัย จัดการไฟล์ขยะ


การปรับแต่งหน้าจอแสดงผล สามารเลือกระดับ Refresh Rate ได้ระหว่าง 60 กับ 120Hz แต่ผมแนะนำว่าเปิดไปเลยครับ 120Hz ไม่ต้องกลัวแบตหมดไว เพราะแบตเตอรี่ค่อนข้างใหญ่ ใช้งานได้นานถึงกลับบ้านแน่นอนครับ

มีโหมดการอ่านสำหรับถนอมสายตา โหมดมืดเพื่อใช้งานในตอนกลางคืน เราตั้งเวลาเปิดปิดอัตโนมัติพวกโหมดเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าได้ ให้มันเปิดทำงานเองตอนกลางคืน


สำหรับคนชอบดู VR สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบของ MIUI เขามีฟังก์ชั่นการเสริมความคมชัดให้กับโหมด VR ไว้ด้วยนะครับ เวลารับชมวีดีโอ VR ภาพจะสด คม และเวียนหัวน้อยลงครับ ^^

ความสามารถในการเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้ ด้วยชุดคำสั่งลัดต่างๆ ที่เรากำหนดได้เอง โดยการกำหนดปุ่มคำสั่งผสมระหว่างสามปุ่มหลักของระบบ กับปุ่มบนตัวเครื่อง เพื่อเรียกใช้งานคำสั่งด่วนที่เรากำหนดไว้ได้เป็นต้น




“หน้าจอเปิดตลอด” ไว้สำหรับแสดงเวลา ข้อมูลการแจ้งเตือน โดยสามารถเลือกใช้จากอนิเมชั่นและกราฟิกสวยๆ ที่เครื่องมีเตรียมไว้ให้




สำหรับผู้ที่ชอบการเล่นเกม จะมีโหมด Game Turbo ที่ออกแบบมาเพื่อผู้เล่นเกมในระดับมือโปรได้เลยครับ เป็นศูนย์กลางของการเริ่มต้นเล่นเกม ตัวระบบจะรีดประสิทธิภาพเครื่องเพื่อให้พร้อมสำหรับการเล่นเกมได้ดีที่สุด พร้อมเปิดการป้องกันที่อาจจะเป็นอุปสรรคในการเล่น เช่นการติดต่อเข้ามา การแจ้งเตือนจากแอพต่างๆ หรือการปิดกั้นส่วนสัมผัสบริเวณมุมจอ ที่มือเราอาจจะไปโดนโดยบังเอิญเป็นต้น



ปรับสีสันของภาพในแต่ละเกมไว้ล่วงหน้า ว่าต้องการให้ภาพของเกมเห็นรายละเอียดและความแตกต่างของสีมากน้อยสักเท่าไหร่ เราถึงจะเห็นได้ถนัด ปรับตั้งความไวสัมผัสและการตอบสนองได้ตามใจตัวเอง ปรับได้เยอะมากครับสำหรับโหมดเกมของ MIUI

สามารถเปิดหน้าต่าง POP UP ซ้อนขึ้นมาในหน้าเกมได้ด้วย  มีฟังก์ชั่นเท่ๆ อย่างเปลี่ยนเสียงของเราเป็นเสียงอื่นในการแชตภายในเกมครับ


หน้าจอใหญ่ ภาพสีสด รีเฟรชเรทดี ใช้เล่นเกมหรือดูหนังก็สวยครับ พร้อมลำโพงคู่เสียงดังชัดเจน ยิ่งใช้ยิ่งรู้สึกลืมราคาขายมันไปทุกทีครับ




ในโหมดปกติของหน้า MIUI เราก็สามารถเปิดแอพซ้อนแอพขึ้นมาทำงานพร้อมกันเป็น POP UP ได้เช่นกันนะครับ สำหรับใครที่ต้องการใช้งานสองแอพพลิเคชั่น

แบตเตอรี่อึดครับ ใช้งานได้นาน เปิดทำงานเต็มที่ในวันปกติของผมจะอยู่ได้ถึงค่ำเลย ชาร์จไฟค่อนข้างไว ได้แบต 50% ในเวลา 30 นาทีเท่านั้นเอง

จับสัญญาณ GPS ได้ไวแม้ไม่ใช่เน็ตช่วย การเชื่อมต่อต่างๆ ไม่มีปัญหาครับ






Redmi Note 10 Pro ครั้งแรกของซีรี่ส์กับกล้องความละเอียด 108 ล้าน

กล้องหลัง 4 ตัว มี AI คอยช่วยแต่งภาพให้ ความละเอียดกล้องหลักสูงมาก 108 ล้านพิกเซล ทำงานกับกล้องมุมกว้าง ultra-wide angle 8 และ telemacro 5 ล้านพิกเซล ทั้งซูมภาพ ทั้งภาพมุมกว้าง และโหมดมาโคร รองรับหมดครับ


โหมดถ่ายภาพเยอะมากครับ ทั้งสำหรับมือใหม่และมือโปร เล่นได้เยอะเลยกล้องรุ่นนี้



ซูมภาพได้สูงสุด 10X จากที่ทดสอบมา ภาพถ่ายในระยะซูม 2X ยังคมไม่เสียรายละเอียดครับ เกินกว่าระยะ 5X ภาพจะเริ่มดูไม่สวยแล้ว




ภาพความละเอียดสูง เอาไว้ถ่ายเพื่อนำมาซูมเอารายละเอียดหรือนำไปใช้พิมพ์ภาพขนาดใหญ่ได้ครับ




ถ่ายคนสนุกรุ่นนี้ มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอจากกล้อง depth sensor 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพบุคคลได้หลากหลายฟังก์ชั่นมาก เราสามารถเบลอฉากหลังให้กลายเป็นโปเก้แปลกๆ ได้หลายรูปแบบ โปเก้หมุน โปเก้แบบเส้นสปีด หรือแบบระเบิดซูม จำลองได้หมดครับ



 

 

กล้องของ Redmi Note 10 Pro มีฟังก์ชั่นเล่นกับวีดีโอหลายตัวที่น่าสนใจด้วย เช่นโหมดสโลว์โมชั่น โหมดไฮเปอร์แลป และโหมดที่แปลกตาที่สุด คือ “โคลน” การแยกร่างแบบให้กลายเป็นหลายคน ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ทำให้นางแบบเราคุยกับตัวเองได้ ^^ หรือโหมด “หยุดเฟรม” ที่ดูสวยงามและก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์นำไปทำต่อกันได้ดีทีเดียวครับ




ลองดูตัวอย่างวีดีโอโหมดเล่นกับบุคคลของ  Redmi Note 10 Pro ในคลิปด้านล่างนี้กันดีกว่า ว่ามันทำอะไรได้บ้าง

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล พร้อมบิวตี้โหมด และทำหน้าชัดหลังเบลอที่ปรับระยะชัดลึกชัดตื้นได้หลังการถ่ายเช่นเดียวกับกล้องหลังครับ คุณภาพพอใช้ได้ มีฟิลเตอร์ปรับสีสัน และแสงเอฟเฟ็กต์ให้เลือกเล่นด้วย ^^




ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า






มีโหมดกล้องคู่ ที่ใช้กล้องหน้าและกล้องหลังร่วมกัน ถ่ายสองด้านพร้อมกันในรูปแบบวีดีโอ มีการจัดเฟรมให้เลือกใช้สองแบบ แบบแบ่งครึ่งหรือเป็น Pop Up เล็กๆ ซ่อนทับกัน




ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง










กล้องถ่ายภาพของ Reami Note 10 Pro เน้นถ่ายสนุกครับ คุณภาพของภาพที่ได้จากกล้องอยู่ในระดับใช้ได้ครับ แสงสว่างเพียงพอภาพคม สีสวย ที่สำคัญมีฟังก์ชั่นเยอะมาก ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ และมีความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล ยังมีความสามารถด้านกล้องอีกเพียบเลยครับที่มีอยู่ในกล้องรุ่นนี้ที่ผมยังไม่ได้พูดถึง เพราะมันเยอะและยิบย่อยมากๆ ^^

สรุปท้ายรีวิว

สมาร์ทโฟนระดับกลาง ที่ได้เทคโนโลยีมาเกินตัว หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz ลำโพงสเตอริโอ สเปคเครื่องก็แรง Snapdragon 732G แบตเตอรี่ใหญ่ 5,020 mAh รองรับชาร์จไว 33W กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล ครบไปหมดครับ ตัวเครื่องก็สวย

สิ่งที่สำคัญที่สุดของ Redmi Note 10 Pro คือราคาที่ถูกมากเมื่อดูจากสเปค

  • ความจุ RAM 8GB + ROM 128 GB ราคา 8,999 บาท (วางจำหน่าย ที่ Mi Stores, ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์)
  • ความจุ RAM 6GB + ROM 128 GB ราคา 8,499 บาท (วางจำหน่ายเฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ)

ด้วยราคาขายที่ไม่ถึงเก้าพันแต่ได้มาในระดับนี้ ถ้าใครไม่ได้สนใจสมาร์ทโฟนที่ต้องรองรับ 5G ผมก็ฟันธง ซื้อได้เลย เริ่มวางจำหน่ายวันที่ เมษายน เป็นต้นไปนะครับ

ข่าว: รีวิว Redmi Note 10 Pro ถูกเกิน! กล้องหลัก 108 ล้าน จอเทพ AMOLED 120Hz ลำโพงคู่ ชาร์จไว 33W ขายไม่ถึงเก้าพัน! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/24/review-redmi-note-10-pro-xiaomi.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-redmi-note-10-pro-xiaomi

รีวิว Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย คู่หูออกกำลังกาย 100+ โหมด บุกทะเลทราย ฝ่าธารน้ำแข็ง ใช้ต่อเนื่องนาน 12 วัน เอาอยู่!

ชีวิตที่โลดโผน ไลฟ์สไตล์ Extreme ลุยทะเลทรายร้อน บุกป่าฝนชื้น ดำทะเลลึก 100 เมตร หรือฝ่าธารน้ำแข็งหนาวเหน็บ ภูมิอากาศสุดหฤโหดเหล่านั้น ผมไม่เคยไป! แต่ที่ว่ามันคือคุณสมบัติของนาฬิการุ่นใหม่ Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดจากกลุ่มอุปกรณ์กลางแจ้ง เป็นรุ่นอัพเกรดต่อยอดมาจาก Amazfit T-Rex ตัวนิยมรุ่นเดิม ที่ได้รับรางวัลจากงาน CES 2020 มีการพัฒนาทั้งด้านการใช้งานและความทนทาน

สิ่งใหม่ที่ Amazfit เพิ่มเข้ามาในรุ่นล่าสุด Amazfit T-Rex Pro ในด้านความทนทาน คือตัวอุปกรณ์ได้ผ่านการทดสอบทางทหารทั้งสิ้น 15 รายการ เป็นความทนทานที่มากกว่า Amazfit T-Rex ที่ผ่านการทดสอบทั้งหมด 12 รายการ ทำให้ตัวนาฬิการุ่นใหม่มีความทนทานในการใช้งานสูงมาก ตัวเรือนกันกระแทก และรองรับทุกสภาพภูมิอากาศ ทนทานอากาศร้อนได้ถึง 70 องศา ต้านทานความเย็นได้ถึง -40 องศา ป้องกันน้ำระดับ 10ATM จะเอาไปใส่เล่นกระดานโต้คลื่น แล่นเรือใบ หรือดำลึกไปใต้ทะเล 100 เมตร ก็กันได้หมด ทนการกัดกร่อนของเกลือได้นาน 96 ชั่วโมง และป้องกันความชื้นได้นาน 240 ชั่วโมง แม้ผมไม่อาจนำไปรีวิวในสภาพอากาศเหล่านี้มาให้ได้ แต่มาตรฐาน MIL-STD-810G เขาตีตรา เพื่อการันตีมาให้มั่นใจในมาตรฐานความทน

Amazfit T-Rex Pro เป็นนาฬิกาสายลุย ที่เป็นสมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สำหรับช่วยผู้ออกกำลังกายในตัว หน้าจอใหญ่ครับ 1.3 นิ้ว เป็นจอทัชสกรีน AMOLED ความละเอียดชัดเจน 360×360 พร้อมโหมด Always-on Display เปิดหน้าจอแสดงเวลาได้ตลอดทั้งวัน จอภาพใหญ่และชัดเจนครับ ใช้งานกลางแจ้งได้ หน้าจอสีสวยดีทีเดียว

ใช้วัสดุกระจก Corning Gorilla 3 tempered glass  เคลือบ Coating anti-fingerprint ลดการมัวจากรอยนิ้วมือเอาไว้ รุ่นที่ผมได้มาเป็นสี Meteorite Black สีดำทั้งตัวเรื่อนและสายนาฬิกา ลักษณะรูปทรงบึกบึนแนวผู้ชาย รูปทรงหนา มีขอบปกป้องจอและตัวเรือน


ตัวสายผลิตจากวัสดุ TPU ผสมซิลิโคน งานผลิตทำมาเรียบร้อยดีไม่มีระคายผิว โปร่งเบา และแห้งไว ไม่ดูดซับเก็บน้ำหรือมีร่องให้เหงื่อติดค้าง ลักษณะคล้ายสายนาฬิกาขนาด 22 มม. โดยทั่วไป

ตัวเรือนรวมสายหนักแค่ 60 กรัมเท่านั้นครับ เบามาก วัสดุส่วนใหญ่เป็น High-strength polymer โพลีเมอร์ความแข็งแรงสูงผสมผงโลหะ เน้นใช้ เน้นลุย ไม่ใช่สายหรูเน้นถนอม ทนไม้ทนมือ วัสดุแกร่งใช้ได้ ผิววัสดุทนทานดี ชนหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่เจอรอยบนตัวเรือนเกิดขึ้นมาครับ

มีปุ่มควบคุมรอบตัวสี่ปุ่ม ออกแบบมาให้ควบคุมการใช้งานผ่านปุ่มได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องทัชสกรีน เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่อาศัยการทัชสกรีนไม่ได้ เช่นใต้น้ำหรือกำลังใส่ถุงมือ

ปุ่ม UP และ DOWN เพื่อเลื่อนหน้าจอรายการและเมนู ปุ่ม Select สำหรับการเลือกและใช้เป็นปุ่มเปิดหน้าจอและเปิดปิดเครื่องเมื่อกดค้างไว้ 2 วินาที สุดท้ายปุ่ม Back สำหรับย้อนกลับ เราสามารถกำหนดค่าปุ่มลัดเอาไว้ได้นะครับ เช่นการกดปุ่ม Select เพื่อเปิดหน้ารายการกิจกรรมออกกำลังกายในทันที เป็นต้น

ใช้ที่ชาร์จแบบแม่เหล็กสองขั้ว แท่นชาร์จอันเล็กๆ แปะลงไปง่าย ทดสอบใช้กับที่หัวชาร์จแบตกำลังไฟ 2A ของสมาร์ทโฟน สามารถชาร์จแบตขนาด 390mAh จากประมาณ 20% ให้เต็ม 100% ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ




ในเรื่องของแบตเตอรี่ ตามสเปคเคลมไว้ว่าสามารถใช้งานหนักเต็มที่ อยู่ได้ประมาณ 9 วัน และใช้แบบทั่วไปจะอยู่ได้นานถึง 18 วัน ถ้ามีการเปิดตรวจจับการออกกำลังกายและจับตำแหน่ง GPS ติดตามแบบเรียลไทม์ต่อเนื่อง แบตจะใช้ได้ 40 ชั่วโมง

จากการทดลองใช้งานมาในแบบของผมเอง เน้นใช้เป็นสมาร์ทวอทช์เพื่อแจ้งเตือนต่างๆ จากสมาร์ทโฟน เตือนการนั่งการเดิน และการนอน มันอยู่ได้นานประมาณ 12 วันครับ ดีครับไม่ต้องชาร์จกันบ่อยๆ

ตัวมันออกแบบมาให้ใช้ชีวิตแบบเคลื่อนไหว เพราะนอกจากจะทนทานได้ทุกสภาพอากาศแล้ว ยังใส่ระบบ GPS ดาวเทียมนำทางมาทั้ง 4 ระบบ GPS, GLONASS, BeiDou, Galileo ตรวจจับตำแหน่งได้ด้วยตัวเอง พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับครบ เซนเซอร์จับชีพจร PPG (Photoplethysmogram), วัดความเร็วและการเคลื่อนที่ Acceleration sensor 3 แกน ,วัดการหมุน Gyroscope 3 แกน, เซนเซอร์วัดคลื่นแม่เหล็ก Geomagnetic, เซนเซอร์วัดแสง Ambient light , และ Barometric altimeter ใช้วัดความสูงของบรรยากาศ

เจ้าตัวนี้มันมีต้นทุนข้อมูลที่ตรวจจับได้เยอะ และไปกับเราได้ทุกที่ด้วยความทนทานในระดับสูงครับ เป็นนาฬิกาที่แสดงผลบอกเวลาได้ตลอดเวลาด้วยฟังก์ชั่น Alway On Display มีเซนเซอร์ครบครันพร้อมป้องกันรอบด้าน ที่เหลือคือความสามารถของซอฟทแวร์และอัลกิริทึมสำหรับนำมาวิเคราะห์


Amazfit T-Rex Pro สามารถเชื่อมต่อใช้งานได้กับแอพพลิเคชั่น Zepp App บนสมาร์ทโฟนในระบบ Android และ iOS ( Android 5.0 หรือ iOS 10.0 ขึ้นไป) เชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.0 BLE ภายในแอพใช้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ การตั้งค่า การอัพเดทซอฟท์แวร์ และการเก็บสถิติต่างๆ ของตัวเรา




เปลี่ยนหน้าตา Watch Face เลือกใช้งานได้ฟรีภายในแอพพลิเคชั่น Zepp




เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้ว ก็พร้อมเป็นผู้ช่วยในการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ทั้งหมดครับ รองรับข้อความภาษาไทยสมบูรณ์ สามารถเข้าไปกำหนดค่าแอพที่เราต้องการให้ไปแจ้งเตือนบนตัวนาฬิกาในแอพได้เลย สามารถแจ้งเตือนการโทรเข้าได้ด้วยนะครับ แต่เป็นเพียงแค่แจ้งเตือนเท่านั้นไม่สามารถรับสายสนทนาได้จากตัวนาฬิกา เพราะว่าไม่มีไมค์และลำโพงในตัว

 

ใช้เป็นรีโมทควบคุมการเล่นเพลงในระยะไกล และใช้กดค้นหาสมาร์ทโฟนให้ส่งเสียงบอกตำแหน่งได้เช่นกัน ความสามารถช่วยเหลือผู้ใช้มีเยอะครับ ตั้งเวลา นาฬิกาปลุก เปิดเซนเซอร์วัดร่างกายต่างๆ เป็นต้น


ในด้านการออกกำลังกายและการเล่นกีฬามากกว่า 100 โหมด กีฬายอดนิยมส่วนใหญ่รองรับทั้งหมดใน Amazfit T-Rex Pro เช่น

การเคลื่อนไหวและกิจกรรม

วิ่งและเดิน- วิ่งกลางแจ้ง เดินลู่วิ่ง วิ่งเทรล เดินในร่ม, ขี่จักรยานกลางแจ้ง, ขี่จักรยานในร่ม, ปั่นจักรยานเสือภูเขา, BMX, ว่ายน้ำ ว่ายน้ำสระว่ายน้ำ, กีฬา ในร่ม HIIT,  บริหารกล้ามเนื้อ “ศูนย์, เครื่องพาย, แอโรบิกผสม, ฝึกความแข็งแรง, ยืดกล้ามเนื้อ, ปีนบันได, พิลาทิส, การฝึกความยืดหยุ่น, ยิมนาสติก, โยคะ, แอโรบิค, กิจกรรม ล่าสัตว์, ปีนเขา, ตกปลา, เดินป่า, สเก็ตบอร์ด, โรลเลอร์สเก็ต, ปีนหน้าผา, ขี่ม้า, เต้นรำ บัลเล่ต์, ระบำหน้าท้อง, สแควร์แดนซ์, สตรีทแดนซ์, เต้นรำบอลรูม, เต้นรำ, ซุมบ้า, เต้นรำละติน, เต้นรำแจ๊ส การต่อสู้ฟันดาบ , คาราเต้, ชกมวย, ยูโด, มวยปล้ำ, ไทชิ, มวยไทย, เทควันโด, ศิลปะการต่อสู้คิกบ็อกซิ่ง, ลอดห่วง, จานร่อน, ปาเป้า, ว่าวบิน, ชักเย่อ,  ปีนบันได, กระโดดเชือก, ขับรถ

กีฬา

คริกเก็ต , กีฬาเบสบอล, โบว์ลิ่ง, สควอช, รักบี้, บาสเกตบอล, ซอฟท์บอล, เกตบอล, วอลเลย์บอล, ปิงปอง, ฮ็อกกี้, แฮนด์บอล, แบดมินตัน, ฟุตบอล, ฟุตบอลชายหาด, วอลเลย์บอลชายหาด, แล่นเรือใบ, kitesurfing, พายเรือ, สโนว์บอร์ด, สกีดาวน์ฮิล, สเก็ตกลางแจ้ง, สกี, อินไลน์สเก็ตสกีในร่ม, สกีครอสคันทรี, ยิงธนู, ขี่ม้า,

พวกนี้คือยกตัวอย่างมาประมาณหนึ่งที่นิยมใช้งานกันเท่านั้นนะครับ ยังมีอีกมากมายที่เชื่อว่าครบหมดทุกกิจกรรมกีฬาและการออกกำลัง เมื่อเราเปิดโหมดการออกกำลังที่ต้องการใช้งาน ตัวนาฬิกาจะเปิดฟังก์ชั่นการติดตามและเซนเซอร์ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องใช้ทั้งหมดขึ้นมาอัตโนมัติครับ และเมื่อเราเริ่มออกกำลังกาย เช่นการปั่นจักรยาน ตัวนาฬิกาก็จะเริ่มบันทึกเส้นทาง ระยะทาง เวลา ชีพจรหัวใจ บันทึกเอาไว้ได้แม่นยำเพราะว่าตัวมันมีเซนเซอร์ครบรวมทั้ง GPS ในตัว เก็บบันทึกและแสดงให้เราเห็นทันทีที่สิ้นสุดกิจกรรม แล้วเมื่อซิงก์กับสมาร์ทโฟน ข้อมูลสุขภาพของเราก็จะเข้าไปจัดเก็บไว้ในโปรไฟล์ไอดีของเราเองอัตโนมัติครับ







การดูแลสุขภาพของตัวนาฬิกา จะตรวจวัดจัดเก็บอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหากอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่าหรือสูงถึงโซนที่อันตราย นำไปวิเคราะห์ระดับความเครียด รวมถึงหาระดับออกซิเจนในเลือดได้ครับ

Amazfit T-Rex Pro สามารถตรวจจับคุณภาพการนอน แยกระดับการนอนได้ระดับ หลับตื้น หลับลึก หรือระดับ REM ตรวจพบเมื่อคุณฝัน และตรวจจับได้อัตโนมัติแม้แต่การงีบหลับตอนกลางวัน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบปัญหาการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจในระหว่างการนอนหลับควบคู่กันไปอีกด้วย


กิจกรรมทั้งหมดของชีวิต จะถูกบันทึก และจะนำมาประเมินสุขภาพออกมาเป็นคะแนน PAI เพื่อความเข้าใจง่ายๆ เพราะจากการวิจัยพบว่าการประเมินสุขภาพ PAI  ช่วยให้เรามองภาพรวมได้ง่ายต่อการพัฒนาร่างกายและสุขภาพ เป็นวิธีการกระตุ้นให้บรรลุเป้าหมายส่วนบุคคลได้ดีที่สุด




สรุปท้ายรีวิว Amazfit T-Rex Pro

Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย สายทนทานตัวเรือนกันกระแทก ทนทานอากาศ 70 องศา ถึงติดลบ -40 องศา ป้องกันน้ำ 10ATM ใส่ดำน้ำทะเลได้ ทนการกัดกร่อนของเกลือและป้องกันความชื้น ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810G ใส่ใช้งานได้เต็มที่ไม่ต้องถอดในทุกสภาพอากาศและทุกกิจกรรมชีวิต

งานออกแบบดุดัน ใส่สบาย ไม่กักเก็บความชื้น และน้ำหนักเบา ปุ่มควบคุม 4 ปุ่มสั่งทำงานได้ทุกโอกาสแม้ใส่ถุงมือหรือดำน้ำ ไม่ต้องอาศัยการทัชสกรีน มี GPS ตรวจจับตำแหน่งในตัว 4 ระบบ GPS, GLONASS, BeiDou, Galileo พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android รองรับโหมดออกกำลังกายและกีฬา 100+ โหมด

ครบเครื่องครับ และราคาจำหน่ายไม่แพงด้วย เปิดราคามาที่ 5,599 บาท บนหน้าร้านค้า Zepp Official Store บน Shopee : https://bit.ly/38mdikt

 

 

ข่าว: รีวิว Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย คู่หูออกกำลังกาย 100+ โหมด บุกทะเลทราย ฝ่าธารน้ำแข็ง ใช้ต่อเนื่องนาน 12 วัน เอาอยู่! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/24/review-amazfit-t-rex-pro.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-amazfit-t-rex-pro

รีวิว Vivo Y72 5G สเปคดีกล้องชัด แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh พร้อมเชื่อมต่อ 5G ในราคาแค่ 9,999 บาท!

Vivo Y72 5G สมาร์ทโฟนในกลุ่มตลาดวัยรุ่น มาพร้อมตัวเลือกที่รองรับ 5G แล้วครับ เปิดตัวประกาศราคาไทยต่ำกว่าหมื่นมาหนึ่งบาท 9,999 บาท ตัวเครื่องสวย สเปคดี แบตเตอรี่เยอะใช้งานได้ยาวนาน เจาะกลุ่มหนุ่มสาวในวัยเรียนและวัยเริ่มทำงาน ด้วยราคาเครื่อง 5G ที่เข้าถึงได้ไม่ยากครับ

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ก็เป็นด้านความบันเทิงเป็นหลักครับ สเปคมันแรงเล่นเกมได้ หน้าจอใหญ่มาก ภาพสีสันสวย แบตเตอรี่เยอะ ใส่มาให้ 5000 mAh ไม่ต้องห่วงเลยเรื่องไม่พอใช้ระหว่างวัน พร้อมระบบชาร์จไว 18W ทำให้ใช้เวลาชาร์จแบตก้อนใหญ่ๆ ของมันไม่นานไปกว่าแบตปกติ

และก็กล้องถ่ายภาพคมชัดทำมาได้ดีมากทีเดียวครับสำหรับซอฟท์แวร์กล้องของ Vivo ทำมาดีต่อเนื่องกันหลายรุ่นแล้ว และที่สำคัญที่สุด นี่คือสมาร์ทโฟน Vivo Y Series ที่รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ 5G เป็นที่เรียบร้อย รองรับทั้งสัญญาณ 5G แบบ Dual Mode NSA และ SA เพื่อให้ใช้งานการเชื่อมต่อยุคใหม่ Non Stand Alone คือการใช้เทคโนโลยี 4G ผสม 5G ในการให้บริการปัจจุบัน แต่กำลังค่อยๆ ขยับสู่ 5G SA หรือ Stand Alone ที่ใช้เทคโนโลยี 5G ทั้งระบบ บางค่ายเริ่มให้บริการไปแล้ว และสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้รองรับทั้งหมดเลยครับ

ตัวเครื่องภายนอก

หน้าจอ Halo Fullview Display ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดคมชัดดี FullHD+ 2408×1080  ความอิ่มตัวของสีสูงภาพสวย ให้อัตราส่วนเหมาะกับการรับชมคลิปหรือภาพยนตร์ ด้วยหน้าจอแบบ 20 : 9

ขอบจอบางเพียง 2.75 มม. เท่านั้นเองครับ ด้านหน้าจึงเป็นหน้าจอแทบทั้งหมด เราจะเห้นพื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องเป็นจอไปแล้วถึง 90.6% ด้านบนเป็นกล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

และลำโพงเสียงดังมากครับ!!! ดังแบบเกินลำโพงปกติไปไกล ใช้ลำโพงเดี่ยว Super Linear มันมีระบบ Speaker Boost 3.0 เอาไว้เพิ่มพลังเสียงของตัวลำโพงให้มากขึ้นกว่าปกติไปเป็น 200% ระดับดังสุดสูงถึง 92 dB และยังคงคุมคุณภาพเสียงเอาไว้ได้ ให้เสียงดังสุดๆ สำหรับการเปิดหนัง ฟังเพลง เสียงดังดีกว่าลำโพงบลูทูธบางตัวซะอีกครับ

มีการเข้ามาจำหน่ายสองสีครับ คือ Graphite Black สีดำ เคลือบผิวนวัตกรรมใหม่ไอออนเงินดูลึกลับ และอีกหนึ่งสีคือที่เห็นในรีวิวนี้ ชื่อสีว่า Dream Glow เป็นเฉดสีผสมผสานและน่าจะเป็นสีเด่นของรุ่นครับ ไล่ระดับสีเหมือนปีกแมลง เหมือนอัญมณี สะท้อนแสงแล้งสวยมาก เป็นเครื่องที่เห็นด้วยตาตัวเองแล้วจะสวยสะดุดตาแน่นอนครับ




 

ตัวเครื่องฝาหลังโค้ง 3D งานผลิตและการเคลือบสีดูพรีเมี่ยมงานดี ใช้ที่สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง เป็นทั้งที่สแกนลายนิ้วมือและปุ่มพาวเวอรฺ์ สแกนได้ไวมากครับ ที่น่าสังเกตคือ Vivo A72 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่องแต่กลับทำออกมาได้บางมาก บางแค่ 8.5 mm เพราะปุ่มพาวเวอร์ที่ใช้สแกนนิ้วไม่ได้มีขนาดใหญ่กว่าปุ่มพาวเวอร์ของเครื่องทั่วไป แถมยังสแกนได้อย่างแม่นยำและว่องไว ยอดเยี่ยมครับ

Vivo V72 5G จากที่ทดสอบใช้งานมา จุดเด่นของรุ่นนอกจากเรื่องของหน้าจอและลำโพงที่เสียงดังมากแล้ว ยังรวมถึงคุณภาพกล้องของมันด้วยนะครับ ในรุ่นนี้มีกล้องหลังมาให้สามตัว กล้องหลักความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล + Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (มุม 120 องศา) + Super Macro 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพระยะใกล้ 4 ซม. คุณภาพกล้องดีงามมากเลยครับ โดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคล เพราะว่าทาง Vivo มีการใส่ฟังก์ชั่นของเครื่องรุ่นใหญ่มาให้ นั้นคือระบบ Eye Autofocus การจับโฟกัสดวงตาอัตโนมัติ ยกกล้องขึ้นเจอหน้าคนก็โฟกัสจับดวงตา หน้าคนคมกริบครับเวลาถ่าย

การออกแบบโมดูลกล้องหลังยังกับเครื่องเรือธง ล้อมรอบกล้องไว้ด้วยฐานขอบโลหะ บริเวณนี้สวยงามมากครับ ตัวเครื่องมีขนาดบาง จับถือง่าย ไม่เกะกะ  น้ำหนักตัวเครื่อง 193 กรัม รองรับสองซิมการ์ดแบบ Hybrid รองรับ 5G ทั้งสองสล็อตซิม ใส่ซิมแล้วพร้อมใช้งาน 5G ได้ทันที


เห็นตัวบางๆ แต่ให้แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W อุปกรณ์ในกล่องก็มีครบทั้งที่ชาร์จ 18W ชุดหูฟัง เคสใสซิลิโคน และสาย USB Type C

รองรับ 4G และ 5G เกาะสัญญาณเน็ตได้กว้าง เสถียรและว่องไว 

การที่อุปกรณ์ของเรารองรับสัญญาณ 5G สำคัญนะครับ เพราะทุกวันนี้สัญญาณ 3G และ 4G เมืองไทยคงไม่พัฒนาต่อแล้ว ผู้ให้บริการเน้นลงทุนการขยายสัญญาณ 5G เป็นหลัก และกำลังเป็นไปอย่างรวดเร็วมากด้วย ในเวลาแค่เพียงไม่ถึงปีประเทศเราก็มีสัญญาณ 5G ครอบคลุมไปทั่วประเทศ และมันจะเดินหน้าไปต่อแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งคุณภาพสัญญาณและคอนเทนต์ ก็จะทำออกมารองรับมาตรฐานระดับ 5G เป็นหลัก


ความคมชัดของวีดีโอสูงขึ้น ภาพถ่ายมีขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้น ทุกๆ อย่างที่เราใช้งานกำลังเติบโตให้มีคุณภาพเข้าสู่ยุคสมัยที่คมชัดสูงขึ้น ต้องการการใช้อัตราการเชื่อมต่อข้อมูลที่เร็วขึ้น ถ้ายังต้องเกาะอยู่กับสัญญาณได้แค่ 3G กับ 4G ไม่รองรับ 5G ที่เป็นสัญญาณหลักในปัจจุบันนี้แล้ว ในบางพื้นที่มีปัญหาในการใช้งานแน่นอนครับ


การเรียนออนไลน์ การประชุมออนไลน์ ล้วนต้องการสัญญาณเน็ตที่ว่องไว และมีการตอบสนองที่เร็วเพียงพอต่อการถ่ายทอดภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ให้ตรงกันมากที่สุด การรองรับ 5G จะช่วยได้เยอะครับ ทั้งในเรื่องการตอบสนอง เพราะค่า Ping เฉลี่ยมันต่ำ และเดียวนี้แม้แต่การสนทนาเสียงเราก็ยังหันมาพูดคุยสายกันผ่านแอพพลิเคชั่นที่ใช้สัญญาณเน็ต ถ้าเน็ตที่สมาร์ทโฟนของเรากำลังเชื่อมต่ออยู่มีการตอบสนองที่ดี ก็จะคุยกันได้รู้เรื่อง ไม่แลค ไม่หน่วงช้า จนเหมือนคุยกันคนละจังหวะ

และโดยเฉพาะแอปพลิเคชั่นทางการเงิน และวิถีชีวิตแบบ New Normal การเรียกใช้แอปเหล่านี้จำเป็นต้องเรียกใช้งานได้อย่างสม่ำเสมอ และควรว่องไวที่สุด เพราะบรรยากาศการรอหน้าแอพโหลดเพื่อจ่ายตังค์ เป็นอะไรที่น่าอึดอัดที่สุด – –  ยิ่งถ้าไปเจอจุดอับสัญญาณ เปิดแอพชำระเงินหรือแอพธนาคารไม่ได้ น่าหงุดหงิดมากครับ

การเล่นเกมเองก็ต้องอาศัยความเร็วอินเตอร์เน็ตและค่าการตอบสนองที่ว่องไวด้วยเช่นกันนะครับ เพราะส่วนใหญ่เราก็เล่นเกมออนไลน์กันทั้งนั้น และเล่นกันหลายคนด้วย จังหวะแลคจังหวะหน่วงหลายครั้งที่พบเจอกันไม่ใช่เป็นที่สเปคเครื่องที่กำลังเล่น แต่เป็นเพราะสัญญาณอินเตอร์เน็ต

ทุกการใช้งานล้วนต้องการอินเตอร์เน็ต ถ้าเครื่องเรามีตัวเลือกในการเกาะสัญญาณได้ครอบคลุมมากกว่า มันก็จะไปจับสัญญาณที่แรงกว่า ไม่ว่าจะเป็น 4G LTE หรือ 5G NSA, SA มันเลือกจับได้เองถ้ามันรองรับครับ ไม่จำกัดแค่ต้องอาศัยสัญญาณเก่า 3G/4G ที่นับวันกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ 5G มากขึ้นเรื่อยๆ

ก็แนะนำว่าให้มองหาเครื่องที่รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณไว้ได้กว้างๆ จะดีกว่ามากครับ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตเลย

การใช้งานภายใน

Vivo V72 5G ใช้ระบบภายในเป็น Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 ประมวลผลด้วยชิปเซ็ตซีรีส์ Dimensity 700 หน่วยประมวลผลมาแรง ราคาดี ประสิทธิภาพดี และรุ่นนี้เป็นชิปเซ็ตระดับค่อนข้างสูงผลิตมาในเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร มีโมเด็ม 5G ที่รองรับคลื่นสัญญาณ Dual-Mode ทั้งแบบ SAและ NSA ทำให้ Y72 สามารถเชื่อมต่อ 5G ได้นั้นเองครับ

ให้แรมมาเยอะ 8GB และหน่วยความจำภายใน 128 GB สเปคไม่เลวครับ เล่นเกมได้สบายๆ ใช้งานทั่วไปก็เบาๆ การตอบสนองไม่แลคไม่ช้า แรมเยอะหน่วยประมวลผลเร็ว ซอฟท์แวร์ก็ทำมาดี




 

ด้านความสวยงาม มีธีมสโตร์สำหรับดาวน์โหลดธีม ภาพพื้นหลัง นำมาปรับแต่งได้เอง ปรับเอฟเฟ็กต์อนิเมชั่น Dynamic Effects ต่างๆได้ เช่นเลือกรูปแบบภาพเคลื่อนไหวของการจดจำใบหน้า หน้าเอฟเฟ็กต์การชาร์จ และแจ้งเตือนโดยแสงไฟรอบขอบหน้าจอ เลือกเปิดใช้งานเอาแบบที่ชอบได้เลย








การปรับการแสดงผล ระบุโทนสีของจอได้ตามความต้องการ มีโหมดถนอมสายตามาให้ครบ ทั้งลดแสงสีฟ้าและโหมดกลางคืนหรือ “โหมดมืด” เปลี่ยนหน้าเมนูและการใช้งานทั้งหมดให้กลายเป็นสีดำ ตั้งเวลาให้เปิดปิดการทำงานเองอัตโนมัติได้ทุกวันในยามค่ำคืน


มีการใส่ระบบ Multi-Turbo ที่เป็นตัวช่วยเร่งประสิทธิภาพของชุดประมวลผลทั้งหมด ช่วยจัดสรรและวิเคราะห์การใช้งาน ดูแลทั้ง CPU, GPU และ  RAM รวมถึงความเสถียรของการรับสัญญาณไร้สาย เร่งความเร็วในการเปิดปิดแอพและเกม นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้สมาร์ทโฟนของ Vivo เวลาใช้งานแล้วรู้สึกระบบเบาครับ ทำงานอะไรได้ไวแม้จะเป็นการทำงานเล็กๆ อย่างเช่นการเซฟภาพหน้าจอ เครื่อง Vivo จะตอบสนองดีมาก และจากที่รีวิวเครื่อง Vivo มา ผมจำไม่ได้เลยว่าเคยเจอปัญหาแฮงค์หรือ Error ในการทำงานให้ผมได้เห็น Vivo ระบบดีครับ


ระบบช่วยเหลือผู้ใช้ต่างๆ  มีการใส่ iManager ระบบดูแลความปลอดภัยและจัดการไฟล์ขยะ กดคลิ๊กเดียวจะจัดการทรัพยากรเครื่องให้เหมาะสม เคลียระบบให้หมดครับ



เรียกใช้งานฟังก์ชั่นหรือแอพพลิเคชั่นด่วนด้วยการวาด Gesture เช่นการสไลด์สามนิ้วเพื่อการเซฟภาพหน้าจอ หรือการสไลด์สามนิ้วขึ้นเพื่อแบ่งหน้าจอใช้งานสองแอพได้พร้อมกัน การวาดสัญลักษณ์บนหน้าจอขณะหน้าจอปิด





 

โหมดช่วยเหลือผู้เล่นเกม Ultra game mode  เรียกใช้งานเกมพร้อมปรับทรัพยากรเครื่องให้เหมาะสมกับการเล่นเกมโดยทันที มีโหมดห้ามรบกวนขณะเล่นเกม เพื่อป้องกันการแจ้งเตือนต่างๆ ที่อาจจะเข้ามาขัดจังหวะสำคัญขณะเล่น และสามารถ เปิดหน้าต่าง Picture in Picture หน้าต่างซ้อนขึ้นมาเพื่อใช้งานแอพที่สอง

ประสิทธิภาพการเล่นเกมหวังผลได้เลย เล่นได้เต็มที่ ไม่แลคไม่ช้าให้น่าหงุดหงิดครับ




 

มีระบบเพิ่มความสะดวกและความสนุกในขณะเล่นเกมมากขึ้น ด้วยระบบการสั่นแบบ 4 มิติ เพิ่มความสนุกในการเล่นเกม ตอบสนองการสั่นแบบเรียลไทม์กับแอคชั่นภายในเกมที่รองรับ และโหมด E-sports  สำหรับการเล่นเกมอย่างจริงจัง ระดับงานแข่งเกม เพราะจะปิดป้องกันการแจ้งเตือนข้อมูลทั้งหมดระหว่างการเล่นเกม พร้อมคอยปรับอัตราเฟรมเรตแบบเรียลไทม์ ส่งทุกทรัพยากรทั้งหมดของเครื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกม ให้เล่นเกมได้บน Y72 5G แบบะเต็มอารมณ์ที่สุด



กล้องถ่ายภาพ

กล้องมีความฉลาดครับ มี AI คอยปรับจูนและแต่งโหมดภาพที่ดี กล้องหลังมีความละเอียดสูง กล้องหลักมีโหมดถ่ายภาพขนาด 64 ล้านพิกเซลใหญ่พอจะเอาไปพิมพ์งานโฆษณาคลุมตึกได้เลยครับ ทำงานร่วมกับ Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้สวยงามทั้งระยะมุมกว้าง ระยะ 1x และ 2x ภาพคมหมดเลย (ซูมดิจิทัลได้ 10x) และกล้อง Super Macro 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพระยะใกล้ 4 ซม. เอาไว้ถ่ายภาพระยะใกล้ เพื่อเก็บรายละเอียด





ระบบโฟกัสจากรุ่นใหญ่ Eye Autofocus จับหน้าคนพบก็โฟกัสดวงตาทันที ถ่ายภาพบุคคลสวยงามมากครับ หน้าชัดหลังเบลอถ่ายก่อนไปเลือกจุดโฟกัสหรือระยะชัดลึกภายหลังได้ มี HDR และโหมดบิวตี้ช่วยเหลือเข้าไปด้วย ปรับแต่งได้เยอะ หลากหลายระดับ ยังไงก็พอใจกันแน่นอนครับ ยิ่งใช้ยิ่งรู้ว่ามีครบเล่นกับฟิลเตอร์สีสันได้มากมายในโหมดการถ่ายคน ตัดสีพื้นหลัง หรือเพิ่มแสงรุ่น ระบบมีการจัดการให้คมกริบเพราะมันตรวจพบบุคคลในภาพได้ชัดเจน




ตัดฉากหลังให้กลายเป็นสีขาวดำ เติมสีสันเอฟเฟ็กต์สีเข้าไปให้ภาพดูโดดเด่นแตกต่างได้ด้วยตัวแอพกล้องมันเอง

 


โหมดกล้องความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล เอาไว้ถ่ายเพื่อเอามาซูมรายละเอียดหรือนำไปพิมพ์ภาพขนาดใหญ่



ระบบกล้องของ Vivo ไม่ใช่เก่งแค่ตอนถ่าย แต่การปรับแต่งหลังถ่ายก็ยอดเยี่ยมมาก น่าจะเป็นหน้าเมนูกล้องที่มีลูกเล่นเยอะที่สุดแล้วสำหรับแบรนด์นี้ อยู่ที่เขาจะเลือกใส่อะไรมาเราใช้เท่านั้น

ภาพหน้าชัดหลังละลายสำหรับการถ่ายภาพบุคคล เราสามารถถ่ายก่อนแล้วค่อยมาเลือกจุดโฟกัสหรือระยะชัดลึกภายหลังได้ มีการปรับแต่งภาพปรับความคมชัด ปรับแสง ปรับสี ใส่เอฟเฟ็กต์แสง ทั้งหมดทำได้ในแอพกล้องของมันเองเลยครับ


หรือจะนำรูปภาพที่เราเก็บๆ ไว้ มาแก้ไขในแอพกล้องของมันก็ทำได้นะ มีเครื่องมือหลายอย่างที่ใช้งานได้ เช่นเพิ่มความละเอียด ลบเงาภาพ เปลี่ยนพื้นหลัง แยกบุคคลออกจากพื้นหลังได้แม่นมากๆ ครับ





 

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล รองรับ HDR เซลฟี่ได้ทุกที่แม้จะย้อนแสงหรือใส่หมวก หน้าไม่มืดครับ HDR ช่วยกระจายแสงเพิ่มรายละเอียดให้ได้ คุณภาพกล้องหน้าก็ดีงานเช่นกัน พร้อมมีสไตล์โทนสีให้เลือกใช้งาน และปรับระดับบิวตี้ใบหน้าและอวัยวะได้ทุกส่วยบนใบหน้าเลยครับ ^^ และมีโหมดถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยกล้องตัวเดียว


 

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า ภาพออกมาสวยครับ เฉลี่ยแสงดี และมีฟิลเตอร์สีสันให้เลือกใช้งานหลายแบบ หลายแนวสี ที่ถูกใจสาวๆ ^^ เซลฟี่กลางคืนหน้าไม่มืดไม่มีนอยส์








 

มีฟิลเตอร์สำหรับสีสันสวยๆ ไว้ใช้งานในยามกลางคืนโดยเฉพาะสีโทนสีเท่ๆ ดำและทอง น้ำแข็งสีฟ้า ส้มเขียว ไซเบอร์พังค์




 

ตัวอย่างภาพถ่าย















 

สรุปท้ายรีวิว

ออกแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ราคาเหมาะสมซื้อหาไม่ยากสำหรับวัยรุ่นวัยทำงาน ได้สมาร์ทโฟนรองรับ 5G ที่ราคาดี หน้าจอสวย ลำโพงชัดเจน แบตเตอรี่อึด กล้องคุณภาพดี และประสิทธิภาพการใช้งานแรงมากพอต่อทุกกิจกรรมที่ต้องการจะใช้ทุกประการ

Vivo กำหนดสเปคออกมาได้ยอดเยี่ยมครับ และรักษามาตรฐานการออกแบบเครื่องภายนอกไว้ได้ ตัวเครื่องสวย และบางเบา มีการใส่ใจเลือกใช้ที่สแกนลายนิ้วมืดด้านข้างที่มีขนาดไม่หนาไม่ใหญ่ การวางชุดกล้องบนฐานโลหะ และงานเคลือบสีของด้านหลังตัวเครื่อง สวยงามครับ

Vivo Y72 5G เปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 64 – 30 มี.ค. 64 ณ Vivo Brand Shop ทุกสาขา ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Vivo Official Online Store ผู้ที่ลงทะเบียนจองรับของแถมพิเศษ Bluetooth body weight scale มูลค่า 1,099 บาท และ Power Bank 10000mAh มูลค่า 799 บาท 

ข่าว: รีวิว Vivo Y72 5G สเปคดีกล้องชัด แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh พร้อมเชื่อมต่อ 5G ในราคาแค่ 9,999 บาท! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/22/review-vivo-y72-5g.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-vivo-y72-5g

รีวิว OPPO Enco X หูฟังแฟล็กชิพไร้สาย TWS ตัดเสียงเงียบ จูนเสียงโดย Dynaudio

เปิดตัวมาพร้อมเรือธงของออปโป้อย่าง OPPO Find X3 กับหูฟัง OPPO Enco X ที่ได้รับการออกแบบร่วมกันระหว่าง OPPO และ Dynaudio ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก หูฟัง In- ear TWS ที่รองรับการตัดเสียงรบกวน ANC ได้ Daniel Emonts ผู้เชี่ยวชาญการปรับแต่งเสียงอะคูสติกแบรนด์ Dynaudio ประเทศเดนมาร์กกับประสบการณ์กว่า 30ปี เพื่อให้ได้เสียงที่สมจริงและเป็นธรรมชาติที่สุด คัดสรรวัสดุที่แตกต่างกันกว่า 30 ชนิด และชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์ประกอบรวมเข้าด้วยกันมากถึง 152 ชิ้น พร้อมผ่านการปรับแต่งโครงสร้างอย่างละเอียดกว่า 120 ครั้ง ในห้องปฏิบัติการอะคูสติกที่ใหญ่ที่สุดของDynaudio เราจะมารีวิวหูฟัง Enco X หลังจากลองใช้กันว่ามันมีดีอะไร??

แกะกล่อง OPPO Enco X

เรามาแกะกล่องกันเลยดีกว่า กล่องเป็นแบบ 2 ชั้น กล่องในกล่อง..(= =) ทำไปทำไมนิ.. กล่องด้านนอกจะเป็นสีขาวเป็นของตัวหูฟัง Enco X ด้านในเป็นกล่องดำสกรีนตัวอักษร X ตรงกลางประกายสีรุ้งเด่นๆ มาดูกันว่ามีอะไรมาให้ในกล่องบ้าง

  •  เคสและตัวหูฟัง OPPO Enco X
  • จุกซิลิโคนหูฟัง 2 ขนาด ไซส์ S และ L
  • สายชาร์ต USB Type C แบบสั้น
  • คู่มือการใช้งาน 7 ภาษา แต่ไม่มีภาษไทย (ร้องไห้)

การออกแบบ Coaxial Dual-Driver

หูฟังไร้สาย OPPO Enco X เป็นการต่อยอดนวัตกรรมที่ได้พัฒนาต่อจากรุ่นเดิม ซึ่งมาพร้อมกับการออกแบบสไตล์ Coaxial Dual-Driver ที่สามารถพบได้แค่เพียงอุปกรณ์เครื่องเสียงชั้นนำเท่านั้น
ในส่วนของลำโพงด้านหน้าจะใช้ตัวขับเสียงแบบสมดุล (Balanced Membrane Driver) ที่ทำจากแม่เหล็ก ทำหน้าที่ส่งคลื่นความถี่สูง ส่วนลำโพงด้านหลังมีตัวขับเสียงแบบไดนามิก (Dynamic Driver) ประกอบด้วยกันทั้งหมด 3 ชั้น เพื่อจัดการกับคลื่นความถี่กลางและคลื่นความถี่ต่ำ โดยมีลำโพงคู่วางบนแกนขนานกัน เพื่อช่วยรองรับเสียงที่ส่งออกไปให้มีคุณภาพสูงและเป็นธรรมชาติ

เคสของตัวหูฟัง Enco X สวยเลยทีเดียว เรียบหรู ผิววัสดุเป็นมันวาวข้อเสียคือเป็นรอยขีดข่วนและนิ้วมือได้ง่าย เคสมีขนาดเล็กพอดีมือบางและเบา

 

ขอบข้างทำด้วยวัสดุเมทัลลิกสีเงินสกรีนโลโก้ OPPO ด้านบน

ด้านข้างมีปุ่มไว้สำหรับแพร์อุปกรณ์ ด้านล่างเป็นช่องเสียบชาร์จพอร์ต USB Type C

ด้านหลังบานพับสกรีนโลโก้ Dynaudio อย่างชัดเจน



 

ด้านหน้าเป็นไฟบอกสถานะ 3 สี

  • สีเขียว แสดงสถานะแบตเตอรี่เต็มพร้อมใช้
  • สีขาว แสดงสถานะการเชื่อมต่อ
  • สีเหลือง แสดงสถานะการชาร์จ
  • สีแดง แบตฯ หมด

ตัวหูฟังน้ำหนักเพียง 4.8 กรัมเท่านั้น  รูปทรงแบบลูกอ๊อดหัวโตก้านสั้น 555 เห็นหัวใหญ่ๆ แต่ใส่กระชับเข้ากับสรีระหูเราได้อย่าพอดิบพอดี ใช้วัสดุที่ทำจากซิลิโคนที่มีความแข็งระดับ 2 เพิ่มความมั่นใจถึงความคงทนและและความสบายตลอดการใช้งาน

การเชื่อมต่อ

รองรับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วบนสมารทโฟน OPPO รุ่นใหม่ เพียงเปิดเคสชาร์จและกดเชื่อมต่อที่จะปรากฎขึ้นบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของคุณ ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณอื่นๆ ให้กดค้างไว้ที่ปุ่มด้านขวาของเคสชาร์จ จนไฟแสดงสถานะด้านหน้าเป็นสีขาวกระพริบ

ในส่วนของ LHDC และ Dolby Atmos จะให้ประสิทธิภาพที่ดีมากกว่าเมื่อใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟน OPPO เชื่อมต่ออย่างรวดเร็วผ่านบลูทูธ 5.2 ช่วยให้การเชื่อมต่อราบรื่นไม่สะดุด  การออกแบบการรับสัญญาณของหูฟัง OPPO Enco X ได้มีการปรับให้เหมาะสม โดยสายความถี่วิทยุจะมี BPF (bandpass filter) ในตัว เพื่อกรองสัญญาณรบกวนจาก 4G, 5G และสัญญาณรบกวนอื่นๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันสัญญาณรบกวนของบลูทูธได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันเสาอากาศ LDS ( laser direct structuring) จะมาช่วยให้การเชื่อมต่อบลูทูธดีขึ้น

การใช้งานทั่วไป

หูฟัง OPPO Enco X มีความไวต่อการสัมผัส ใช้งานโดยการแตะสัมผัสที่ตัวหูฟัง นอกจากนี้เราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้  ฟังก์ชั่นของหูฟังเอียร์บัดเพื่อตั้งค่าระบบควบคุมการใช้งานต่างๆ เองได้ด้วย อย่างถ้าเราอยากจะให้การเคาะหูฟัง 2 ครั้งด้านซ้ายเป็นการหยุดเพลง ด้านขวาเป็นการเลื่อนเพลงถัดไปก็สามารถทำได้เช่นกัน


• แตะสองครั้ง: การแตะสองครั้งที่หูฟังข้างใดข้างหนึ่งเพื่อข้ามไปยังเพลงถัดไป หรือรับสาย/วางสาย สามารถสลับระหว่างเพลงและรับสายได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องถอดหูฟังให้ยุ่งยาก
• ควบคุมแบบสไลด์: เลื่อนขึ้นหรือลงที่ด้านใดด้านหนึ่งของหูฟังเพื่อปรับระดับเสียง
• กดค้างไว้ 1 วินาทีเพื่อสลับระหว่างโหมดลดเสียง เป็นการสลับฟังก์ชั่น Max Noice Cancellation กับโหมด Transparency
• แตะสามครั้ง: การควบคุมนี้สามารถเปิดใช้งาน Google Voice Assistant, Siri ของ Apple และ Amazon Alexa สามารถเข้าถึงการบริการแบบอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง




โดยค่าเริ่มต้นของการตั้งค่านี้จะถูกปิดใช้งาน แต่สามารถเปิดใช้งานได้ผ่านแอป

และรองรับการใช้งานทั้งแบบหูข้างเดียวหรือหูทั้งสองข้างในระยะ 10 เมตร สามารถฟังเพลงหรือรับสายได้โดยไม่ต้องอยู่ติดกับโทรศัพท์ ยังสามารถปรับแต่งการควบคุมด้วยการแตะสองครั้งผ่าน HeyMelody
ที่โหลดผ่าน Google Play Store โดยฟังก์ชั่นที่ใช้ได้ ได้แก่ เล่น/หยุดชั่วคราว เพลงก่อนหน้า/เพลง
ถัดไป และ การควบคุมด้วยการแตะสองครั้งสามารถปิดได้หากต้องการ

OPPO Enco X ใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกันกับหูฟังที่เคยได้รับรางวัลอย่างหูฟัง OPPO PM-1 พร้อมปรับขนาดให้เล็กกระชับแต่คงคุณภาพจัดเต็ม จากการออกแบบครั้งนี้ได้พัฒนาช่วงระดับความถี่สูงให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ได้เสียงที่คมชัด สมจริง และยังมาพร้อมกับระบบการตัดเสียงรบกวนด้วยไมโครโฟนทั้งหมด 3 ตัว เป็นเหมือนตัวกรองเสียงที่คอยตัดสลับแบบอัตโนมัติ มีการตรวจจับลม เพิ่มคมชัดในทุกการสนทนา
ที่ด้านหน้าไดรเวอร์เมมเบรนบาลานซ์แม่เหล็กจะจัดการความถี่สูงและที่ด้านหลังไดรเวอร์ไดนามิกคอมโพสิตสามชั้น จะจัดการความถี่กลางและความถี่ต่ำ ลำโพงคู่ที่วางอยู่บนแกนขนานให้เอาต์พุตเสียงที่เป็นธรรมชาติและมีความละเอียดสูง ได้พัฒนาระบบการเพิ่มประสิทธิภาพของไดมามิกเอนจิ้น DBEE 1.0 ด้าน MP3 หลังจากนั้น 13 ปีต่อมา OPPO ก็ได้สร้าง “DBEE 3.0 Acoustic System” ด้วยวัสดุ โครงสร้าง และเทคโนโลยีแบบใหม
การปรับแต่งเสียงในหูฟัง OPPO Enco X โดย Daniel Emonts ผู้สร้าง audio series ระดับแฟล็กชิพของ
Dynaudio พร้อมกับดีไซน์เนอร์ออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว และ ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอะคูสติกและ Hi-Fi ซึ่งประสบการณ์ด้านเสียงในระดับมืออาชีพกว่า 30 ปี ทำให้เกิดเสียงที่สมดุลในหูฟัง พร้อมมอบประสบการณ์เสียงระดับเฟิสคลาส โดยกระบวนการปรับแต่ง เน้นไปที่การกระจายความสมดุลของคลื่นความถี่ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และมีการเน้น รายละเอียดของแต่ละระดับเสียง ที่แม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ เพื่อสร้างหูฟังระดับแฟล็กชิพ OPPO Enco X ที่มาพร้อมเสียงที่มีคุณภาพสูง สมจริงและเป็นธรรมชาติ
ชิปตัดเสียงรบกวน dual-core digital Bluetooth noise cancellation ระดับไฮเอนด์ การใช้ไมโครโฟนแบบ dual-fed ที่มีอัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวนสูง จึงทำให้หูฟังสามารถตัดเสียงรบกวนได้แบบ hybrid active โดยโหมด Multiple สามารถให้ผู้ใช้ได้เลือกระดับความแรงในการลดเสียงรบกวนได้ โดยแต่ละโหมดได้รับการปรับให้เหมาะสมในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ตั้งแต่นอกบ้านไปจนถึงภายในบ้าน เรียกว่าตัดเสียงได้เงียบจริง

โหมด Transparency ที่ช่วยให้เราเข้าถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ดียิ่งขึ้น สามารถสนทนาต่อได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง เหมาะกับการใช้งานใสสถานีขนส่งสาธารณะ ทำให้เราไม่พลาดประกาศต่างๆ ระหว่างที่กำลังฟังเพลงโปรดอยู่ โดยการกดค้างที่หูฟังด้านใดด้านหนึ่ง

โหมด max noise cancellation เมื่อต้องการตัดเสียงรบกวนสูงสุดในระหว่างการเดินทางที่มีเสียงดัง เพื่อความเพลิดเพลินกับเสียงแบบสูงสุด เช่น บนรถประจำทาง รถไฟใต้ดินหรือเครื่องบิน

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่หูฟังขนาด 44mAh และตัวเคสชาร์จขนาด 535 mAh  เล่นเพลงได้นานถึง 25 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งนั่นคือสองสัปดาห์หากใช้เป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อวัน เหมาะสำหรับการเดินทางไม่ต้องกังวลเรื่องแบตจะหมดระหว่างวันูฟัง Enco X รองรับการชาร์จแบบไร้สาย คุณสามารถชาร์จเคสชาร์จได้ง่ายๆ ด้วยที่ชาร์จแบบไร้สายแบบใดก็ได้ที่รองรับโปรโตคอล Qi Wireless Charging


• เคสชาร์จยังรองรับ wireless reverse charging กับสมารทโฟนที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ได้ ทำให้คุณสามารถฟังเพลงได้อย่างต่อเนื่องแม้ขณะชาร์จ


• เคสชาร์จ สามารถชาร์จแบบมีสายด้วย USB Type-C
• เมื่อใช้เคสชาร์จ จะเล่นเพลงได้ถึง 25 ชั่วโมง หรือ โทรได้ถึง 15 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้ใช้เคสชาร์จสามารถเล่นเพลงได้ 5.5 ชั่วโมง หรือ โทรได้ 3.5 ชั่วโมง
• เมื่อเปิดใช้งาน max noise cancellation หูฟังจะสามารถใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมงโดยไม่ต้องใช้เคสชาร์จ หรือ 20 ชั่วโมงเมื่อใช้เคสชาร์จ

การตรวจจับการสวมใส่และการกันน้ำ

เมื่อเราใส่หูฟังจะตรวจพบว่ากำลังสวมใส่อยู่ ซึ่งหูฟังจะเริ่มเล่นเพลงและตัดเสียงรบกวนโดยอัตโนมัติ เพลงจะหยุดโดยอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังเพียงตัวเดียวออก หูฟังที่เหลืออยู่จะเข้าสู่โหมด Transparency โดยอัตโนมัติ เมื่อใส่หูฟังอีกครั้ง หูฟังก็จะกลับมาเล่นเพลงต่อจากที่หยุดไว้

 

ตัวหูฟัง OPPO Enco X ได้รับการรับรอง IP54 ป้องกันทุกสภาพอากาศทั้งสภาพแวดล้อมในร่มและกลางแจ้ง ในระดับ IP54 ของการป้องกันฝุ่นและกันน้ำหูฟังจะได้รับการปกป้องจากสภาพอากาศ ไม่ว่าจะอยู่ในโรงยิมหรือกลางแจ้ง สามารถป้องกันน้ำที่กระเซ็นเข้ามาในทุกทิศทาง ใส่ออกกำลังกาย ฟังเพลงกลางสายฝนได้สบายๆ แต่เฉพาะหูฟังเท่านั้นที่กันฝุ่นและกันน้ำที่ระดับ IP54 ซึ่งไม่เกี่ยวกับตัวเคสชาร์จนะ

ทดสอบการใช้งานด้านเสียงเพลง

เคลมมาว่าตัวหูฟัง OPPO Enco X ได้รับการปรับจูนเสียงมากจาก Dynaudio นั่นก็แสดงว่าพลังเสียงย่อมไม่ธรรมดา ด้วยความที่เจ้าตัว Enco X ตัดเสียงรบกวนได้เงียบดีนั่นทำให้เรารู้สึกว่าการฟังเพลงมีความเป็นส่วนตัว และเสียงเพลงชัดเจนมากกว่าเดิม เรามาทดลองฟังเพลงหลายๆ แนวดูดีกว่าว่าเจ้าตัว Enco X จะเหมาะกับการฟังเพลงสไตล์ไหน มาเริ่มกันที่แนวบัลลาดที่น่าจะถูกทางกับแนวทางการจูนเสียงของ Dynaudio

เราจะทดสอบเสียงจากแอปสตรีมมิ่งทั่วไปที่นิยมฟังกัน อย่าง Apple Music , Spotify และ Youtube Music กันนะคะ



ต้องบอกว่าเป็นหูฟังที่เสียงละมุนมาก เหมาะกับเพลงแนวบัลลาดที่เพราะซึ้งด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว เสียงใส เสียงดี เสียงกีตาร์คมชัดละมุนเป็นธรรมชาติ มิติเสียงกว้างชวนให้ล่องลอยไปกับอารมณ์เพลง ปรบมือให้เลย



มาลองแนวดีดเด้งขึ้นมาบ้างก็เพราะชีวิตมันมีหลายอารมณ์ กับแนวซินท์ป๊อบที่ฮิตในช่วงนี้ เพลงแดนซ์ที่เน้นการใช้เสียงสังเคราะห์ บีทหนักๆ และลูกเล่นของการบันทึกเสียง ก็ทำได้ดีมากค่ะ เบสตุ๊บกำลังดี เสียงบีทเล็กบีทน้อยเก็บหมดจริงๆ


สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงร็อคที่ไม่ถึงขั้นเฮฟวี่เมททัลอันนี้ต้องบอกว่าเฮ้ย!!..โครตดี เห็นตัวแค่นี้แต่เบสหนักไม่ใช่เล่น เสียงเบสเสียงกลองเป็นพระเอกแซงกีตาร์ที่ค่อนข้างจะดร๊อปไปนิดพอๆกับเสียงร้อง ลองกับเพลงแนวโพรเกรสซีฟร็อคที่มีการใช้เครื่องดนตรีหลากหลาย โอ้โห..ฟินเวอร์

สรุปเลยแล้วกัน

แล้วก็ฟังได้ทุกแนวเพลง คุณภาพเสียงดีเยี่ยม เก็บเสียงได้ดีช่วยให้การฟังเพลงเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีโหมด Transparency ช่วยให้ฟังเสียงภายนอกได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง ไมค์โครโฟน 3 ตัว สนทนาได้ชัดเจน ขนาดของหูฟังก็กำลังดีใส่นานๆ ได้ไม่เจ็บหู เอาจริงๆ นี่คือใส่นอนไม่รู้สึกเจ็บหรืออึดอัดจนลืมไปว่าใส่หูฟังอยู่ และใช้ได้ทั้งระบบ Android และ IOS

OPPO Enco X หูฟังแฟล็กชิพที่เปิดตัวมาพร้อมสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ OPPO Find X3 Pro 5G ตัว Enco X วางจำหน่าย มี 2 สีคือสีขาวและสีน้ำเงินในราคา 5,999 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมเป็นต้นไป ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

 

 

ข่าว: รีวิว OPPO Enco X หูฟังแฟล็กชิพไร้สาย TWS ตัดเสียงเงียบ จูนเสียงโดย Dynaudio มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/21/review-oppo-enco-x.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-oppo-enco-x