คลังเก็บป้ายกำกับ: MOBILE

รีวิว vivo X70 Pro 5G มือถือกล้องเทพ ปฏิวัติวงการถ่ายภาพด้วยมือถือ กับเลนส์ ZEISS T*

หลังจากที่เรารีวิว vivo X60 Pro 5G ที่เป็นมือถือกล้อง ZEISS รุ่นแรกของ vivo ไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา คราวนี้ vivo กลับมาพร้อมรุ่นต่อยอด vivo X70 Pro 5G

คราวนี้ vivo X70 Pro 5G มาร้อมเลนส์ ZEISS ขั้นเทพที่อัพเกรดไปอีกระดับ ด้วยการเคลือบกล้องแบบ ZEISS T* ให้ภาพสีสด เต็มรายละเอียด ถ่ายภาพกลางคืนได้แบบไม่มีแสงสะท้อน พร้อมสโลแกน “Photography Redefined” ที่จะมาปฏิวัติวงการการถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือเลยทีเดียว

ยังไม่จบแค่นั้น แม้ vivo X70 Pro 5G จะเน้นกล้องขั้นเทพ แต่ประสิทธิภาพด้านอื่นก็มาครบครัน เช่นจอ AMOLED 120Hz ขนาด 6.56 นิ้ว และชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 1200 รองรับ 5G แบบเต็มที่ มีทั้งรุ่นแรม 8GB และ 12GB หน่วยความจำภายในเป็นแบบ UFS 3.1 ความจุ 128GB, 256GB และ 512GB โดยรุ่นที่รีวิวนี้เป็นรุ่นแรม 12GB ความจุ 256GB สีดำ Cosmic Black ราคาจะอยู่ที่ 27,999 บาท

No Description

สเปกเบื้องต้น

  • หน้าจอ AMOLED 6.56 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz รองรับ HDR10+
  • ชิป MediaTek Dimensity 1200
  • แรม 12 GB
  • หน่วยความจำภายใน UFS 3.1 ความจุ 256GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว กล้องหลัก 50MP f/1.75, กล้องอัลตร้าไวด์ 12MP f/2.2, กล้องเทเลโฟโต้ 12MP f/2.0 ซูม 2x และกล้อง Periscope 8MP f/3.4 ซูมออปติคัล 5x
  • กล้องหน้า 32MP f/2.45
  • รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2
  • เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือใต้จอ
  • แบตเตอรี่ 4450 mAh รองรับชาร์จไว 44W
  • รัน Android 11 ครอบด้วย Funtouch OS

แกะกล่อง

ในกล่องจะแถมเคสพลาสติก TPU มาให้ พร้อมอุปกรณ์เสริมที่มักจะไม่ค่อยได้เห็นกันแล้วในยุคนี้ ได้แก่ ที่ชาร์จ สายชาร์จ USB Type A to Type C และหูฟังมีสายแบบ Type-C ถือว่าให้อุปกรณ์มาครบครัน

No Description

อีกสิ่งที่ชอบมากของดีไซน์รุ่นนี้ คือฝาหลังที่เป็นสีดำด้าน Cosmic Black วัสดุ fluorite AG จับแล้วให้ความรู้สึกเท็กซ์เจอร์แตกต่างจากฝาหลังทั่วไป สิ่งที่ดีสุดๆ คือไม่มีรอยนิ้วมือติดฝาหลังเลย สามารถใช้งานแบบไม่ใส่เคสได้สบายๆ ไม่ต้องมาคอยเช็ดรอยกันอีกแล้ว แถมน่าจะทนต่อรอยขีดข่วนมากกว่า และเท่มากๆ

No DescriptionNo Description

การใช้งาน

ประสิทธิภาพชิป Mediatek Dimensity 1200 ใช้งานได้ลื่นไหลแบบไม่รู้สึกถึงอาการช้า ค้าง หรือติดขัดเลย แรมให้มาแบบจัดเต็ม 8GB และ 12GB แถมยังมีระบบ Extended Ram ที่นำพื้นที่หน่วยความจำมาเสริมเป็นแรมเพิ่ม สามารถปิด-เปิดได้ในการตั้งค่าเช่นเคย

No Description

UI ของ Funtouch OS ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก แฟนๆ vivo คงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว จะดู YouTube เล่นเน็ตผ่าน Chrome หรือสตรีมมิ่ง Netflix ก็ทำได้แบบสบายๆ หน้าจอ AMOLED แบบ 120Hz ทำให้การใช้งานลื่นไหลไม่รู้สึกติดขัด สีสด และมีความสว่างมากพอที่จะใช้งานกลางแจ้งได้แบบไม่ต้องเพ่งมาก

No Description

ตัวเครื่องบางและเบามา ขอบจอเป็นกระจกโค้งเล็กน้อยแต่จับถนัดมือ โมดูลกล้องยื่นออกมาเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอุปสรรคใช้งาน น้ำหนักที่เบาราว 185 กรัม ทำให้ถือเล่นได้นานโดยไม่เมื่อยมือ รวมถึงเก็บใส่กระเป๋าและหยิบออกมาได้สะดวก แม้จะเป็นกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่มีพื้นที่ค่อนข้างน้อยก็ตาม

No DescriptionNo Description

กล้องถ่ายรูปที่ว้าวกว่าที่คิด

มาถึงจุดที่เด่นที่สุดของ X70 Pro 5G คือกล้องถ่ายภาพกันบ้าง คราวนี้ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX766V คู่กับเลนส์ ZEISS ที่พัฒนาไปอีกระดับ คือเคลือบเลนส์ด้วยเทคโนโลยี ZEISS T* ครบทุกเลนส์

ซึ่ง ZEISS T* เป็นเทคโนโลยีเคลือบเลนส์แบบพิเศษของ ZEISS ทำให้ทำให้ภาพที่ถ่ายออกให้ค่าสีแม่นยำ และสีสันสดใสยิ่งขึ้น รวมถึงลด Ghosting หรือแสงสะท้อนในเลนส์ เมื่อถ่ายภาพหรือวิดีโอตอนกลางคืน

ฟีเจอร์ Gimbal Stabilization ก็กลับมาในเวอร์ชั่น 3.0 ช่วยให้ภาพและวิดีโอที่ถ่ายมีความนิ่งขึ้น ช่วยลดการสั่นเวลาถ่ายภาพกลางคืนที่ต้องเปิดหน้าชัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลา 1-2 วินาทีได้ ส่วนสีสันจะสดใสจริงแค่ไหน ลองไปดูตัวอย่างภาพถ่ายด้านล่างได้เลย

No Descriptionตัวอย่างภาพกล้องหลัก สังเกตสีแดงบนรถแท็กซี่ที่สดใสมาก
No Descriptionตัวอย่างภาพถ่ายกล้องอัลตร้าไวด์
No Descriptionตัวอย่างภาพถ่ายกล้องอัลตร้าไวด์
No Descriptionตัวอย่างภาพกล้องหลัก
No Descriptionตัวอย่างภาพกล้องหลัก
No Descriptionตัวอย่างภาพกล้องหลัก
No Descriptionตัวอย่างภาพกล้องหลัก
No Descriptionตัวอย่างภาพกล้องหลัก
No Descriptionตัวอย่างภาพถ่ายกล้องอัลตร้าไวด์
No Descriptionตัวอย่างภาพถ่ายกล้องอัลตร้าไวด์

เลนส์ซูมขั้นเทพ ให้มาทั้งเทเลโฟโต้และ Periscope

นอกจากกล้องหลักและกล้องอัลตร้าไวด์แล้ว vivo X70 Pro 5G ยังใส่เลนส์ซูมให้มาอีก 2 เลนส์ คือเลนส์เทเลโฟโต้ ที่ใช้สำหรับการซูมแบบออปติคัลในระดับ 2x และเลนส์ Periscope หรือเลนส์ซูมแบบใช้การสะท้อนของกระจกเลนส์ ที่ทำให้ซูมแบบออปติคัลได้ถึง 5x แบบไม่ภาพไม่แตก รายละเอียดคมชัด เหมือนเดินเข้าไปถ่ายใกล้ๆ ด้วยกล้องหลัก

No Descriptionตัวอย่างภาพกล้องหลัก
No Descriptionตัวอย่างภาพ ซูม 2x
No Descriptionตัวอย่างภาพ ซูม 5x

No Descriptionตัวอย่างภาพกล้องหลัก
No Descriptionตัวอย่างภาพ ซูม 2x
No Descriptionตัวอย่างภาพ ซูม 5x

ถ่ายภาพบุคคล

โหมดถ่ายภาพบุคคลของกล้องยังทำได้ดีเช่นเคย เบลอฉากหลัง แยกตัวแบบได้อย่างชัดเจน แถมยังให้สีสันที่ครบครัน สดใสขึ้น ด้วยการเคลือบกล้อง ZEISS T*

No DescriptionNo Descriptionตัวอย่างภาพในโหมดถ่ายภาพบุคคล กล้องหลังหลัก

ถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืนทำได้ ถึงจะใช้โหมดอัตโนมัติ ก็ยังเก็บแสงในภาพได้มากกว่ากล้องมือถือทั่วไป และยิ่งดีขึ้นไปอีกขั้นเมื่อเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน สังเกตโทนสีจะเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่มีแสง Ghosting หรือแสงสะท้อนมารบกวนเมื่อถ่ายภาพที่มีดวงไฟเยอะ แถมให้ภาพที่ชัดเจน สีสันสดใส

โหมด Real-Time Extreme Night Vision ที่เพิ่มเข้ามาใน vivo X70 Pro ก็เป็นอีกฟีเจอร์ที่ล้ำมาก เพราะตัวแอปกล้องจะแสดงตัวอย่างภาพให้เราเห็นตั้งแต่ก่อนถ่าย ทำให้เรารู้สภาพแสงจริงในรูปตั้งแต่ก่อนกดถ่าย

No Descriptionกล้องหลังหลัก โหมดอัตโนมัติ
No Descriptionกล้องหลังหลัก แบบเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน
No Descriptionกล้องหลังหลัก โหมดอัตโนมัติ
No Descriptionกล้องหลังหลัก แบบเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน
No Descriptionกล้องหลังหลัก โหมดอัตโนมัติ
No Descriptionกล้องหลังหลัก แบบเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน
No Descriptionกล้องหลังหลัก แบบเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน
No Descriptionกล้องหลังหลัก แบบเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน

กล้องหน้า

กล้องหน้าเป็นเลนส์ 32MP โหมดบิวตี้สามาถเลือกเปิดปิดได้ (ตั้งค่าเปิดอัตโนมัติมาจากโรงงาน) ภาพที่ได้ชัดเจนสมมาตรฐาน vivo ถ่ายเซลฟี่เล่นได้ทั้งวันแบบเพลินๆ

No DescriptionNo Description

สรุป

vivo X70 Pro 5G เป็นมือถือกล้องเทพที่ว้าวกว่าที่คิด เลนส์ ZEISS ที่ดีมากๆ ในรุ่นก่อนนี้ ยิ่งทำได้ดีขึ้นไปอีกในรุ่นนี้ โดยเฉพาะการเก็บสีสันที่สดใสสมจริงจากการเคลือบเลนส์แบบ ZEISS T* รวมถึงการถ่ายภาพกลางคืนก็ทำได้ง่าย สะดวก ด้วย Gimbal Stabilizer 3.0

ชิป Mediatek Dimensity 1200 ประสิทธิภาพใช้งานได้หายห่วง พร้อมรองรับ 5G เต็มที่ แรมจัดเต็มมาให้ถึง 12GB และพื้นที่ความจำภายในอีก 256GB ก็ถือว่าใช้งานได้อย่างครบครัน ใครที่กำลังมองหามือถือฝั่ง Android กล้องเทพๆ บอกเลยว่า vivo X70 Pro 5G เป็นอีกรุ่นที่ห้ามพลาด

No DescriptionNo DescriptionNo Description

from:https://www.blognone.com/node/125380

รายละเอียดชิป Google Tensor ใช้คอร์ใหญ่ Cortex-X1 ถึง 2 คอร์, ทำ HDR วิดีโอได้ทุกเฟรม

Google Tensor ออกแบบโดยทีม Google Silicon ที่พัฒนาชิปในมือถือรุ่นก่อนหน้านี้ ได้แก่ Pixel Visual Core ของ Pixel 2/3 และชิปความปลอดภัย Titan M แต่เป็นคนละทีมกับที่พัฒนาชิป TPU สำหรับคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์

แกนหลักของชิป Google Tensor อิงตามพิมพ์เขียวของ Arm เป็นหลักทั้งตัวซีพียู (Cortex) และจีพียู (Mali) ฝั่งซีพียูมีทั้งหมด 8 คอร์สูตร 2+2+4 ได้แก่

  • คอร์ใหญ่ Cortex-X1 @ 2.8GHz จำนวน 2 คอร์
  • คอร์กลาง Cortex-A76 @ 2.25GHz จำนวน 2 คอร์
  • คอร์เล็ก Cortex-A55 @ 1.8GHz จำนวน 4 คอร์

ส่วนจีพียูเป็น Mali-G78 ของ Arm เวอร์ชัน MP20 (20 คอร์) แรงกว่าใน Exynos 2100 ที่เป็นเวอร์ชัน MP14 (14 คอร์)

No Description

จุดต่างที่สำคัญจากชิปตัวอื่นๆ ในท้องตลาด (เช่น Exynos 2100 ของซัมซุง หรือ Snapdragon 888 ที่ใช้สูตร 1+3+4 คอร์) คือกูเกิลเลือกใช้คอร์ใหญ่ Cortex-X1 ถึง 2 คอร์ (ซัมซุงใช้คอร์เดียว) ในขณะที่คอร์กลาง กูเกิลกลับเลือกใช้ Cortex-A76 ของปี 2018 ที่ตกรุ่นไปแล้วแทน (ซัมซุงใช้ Cortex-A78 ของปี 2020 จำนวน 3 คอร์) อย่างไรก็ตาม A76 ที่กูเกิลใช้เป็นเวอร์ชัน 5nm ที่ลดขนาดการผลิตลงจาก 7nm ที่ผลิตในยุคแรกๆ

คำอธิบายของกูเกิลคือเลือกใช้คอร์ใหญ่ X1 สองตัวด้วยเหตุผลเรื่องการตอบสนอง (responsiveness) เมื่อมีโหลดงานระดับกลาง (medium workload) หลายอย่างพร้อมกัน

Phil Carmack หัวหน้าทีม Google Silicon อธิบายว่าการใช้คอร์ใหญ่ 1 คอร์จะช่วยให้ตัวเลขเบนช์มาร์คแบบเธร็ดเดี่ยวออกมาดีที่สุด (ทำงานโหลดหนักๆ งานเดียว) แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของกูเกิล

Carmack ยกตัวอย่างงานระดับกลางที่เจอในชีวิตจริงคือ การเปิดแอพกล้อง ที่ต้องมี live view โชว์ภาพสดๆ, ต้องประมวลผลสัญญาณภาพที่เข้ามาจากเซ็นเซอร์, ต้องเรนเดอร์ภาพขึ้นจอ, ต้องประมวลผล ML ของภาพสำหรับ Google Lens ฯลฯ สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีโหลดงานหลายประเภท (heterogeneous) ในชิปหลายตัว ทั้ง CPU, GPU, ISP, ML

งานลักษณะนี้เดิมทีเราใช้คอร์กลาง (A76) ทำงานเต็มสมรรถนะ แต่พอกูเกิลเลือกใช้สถาปัตยกรรมคอร์ใหญ่คู่ ก็สามารถใช้ X1 รันแบบสบายๆ ได้แทน ส่วนเหตุผลที่ใช้ A76 เป็นคอร์กลาง แทน A77/A78 ที่ใหม่กว่า เป็นเรื่องว่า A76 มีขนาดเล็กและกินไฟน้อยกว่าที่คล็อคระดับเดียวกัน ข้อเสียของการใช้ A76 คือประสิทธิภาพมัลติเธร็ดอาจด้อยกว่า A77/A78 แต่ก็ขึ้นกับประเภทงานด้วย

Carmack บอกว่าตัวเลขประสิทธิภาพไม่ใช่สิ่งที่กูเกิลสนใจมากนัก (แต่ก็มีตัวเลขคือซีพียูแรงขึ้น 80%, จีพียูแรงขึ้น 370% จาก Pixel รุ่นก่อน) สิ่งที่กูเกิลสนใจคือประสิทธิภาพต่อวัตต์ และการรันงาน AI บนเครื่องได้ดีกว่าเดิมมาก

No Description

ทีมงานกูเกิลบอกว่าวิธีคิดหลักของกูเกิลคือใช้ AI กับทุกสิ่ง แม้เมนูอาหารของพนักงานก็ใช้ AI วิเคราะห์จากสิ่งที่พนักงานกิน กูเกิลมีงาน AI ที่อยากทำได้บนมือถือมานาน แต่ติดข้อจำกัดเรื่องชิปมือถือในตลาดรันไม่ไหว พอมีชิป Tensor แล้วจึงเป็นการปลดล็อคขีดจำกัดเหล่านี้หลายเรื่อง

กรณีที่กูเกิลยกมาคือ ภาพถ่ายของ Pixel มีอัลกอริทึม HDR+ ช่วยปรับภาพให้สวยงาม แต่อัลกอริทึมนี้ทำงานกับวิดีโอไม่ไหว ทำให้คุณภาพของวิดีโอจาก Pixel เข้าขั้นแย่

แต่ใน Pixel 6 ชิป Tensor เปิดทางให้กูเกิลสามารถรันอัลกอริทึม HDR (ชื่อสำหรับวิดีโอคือ HDR Net) กับวิดีโอทุกเฟรมที่ถ่ายในระดับ 4K 60FPS ได้สบาย ทำให้คุณภาพของวิดีโอดีขึ้นมาก

เว็บไซต์ Ars Technica ที่มีโอกาสได้ลองใช้ Pixel 6 ระหว่างการสัมภาษณ์ บอกว่าสามารถถ่าย 4K 60FPS นานต่อเนื่อง 20 นาทีโดยเครื่องไม่ร้อน แต่คุณภาพของวิดีโอต้องรอดูในการรีวิวเครื่องจริงอีกที

นอกจากนี้ Tensor ยังเปิดให้มีฟีเจอร์ต่างๆ ตามที่ Pixel 6 โฆษณาไว้ เช่น Magic Eraser ลบคนออกจากภาพ, Face Unblur ปรับหน้าคนไม่ให้เบลอ โดยดึงภาพจากกล้องอื่นมารวมกัน, ฟีเจอร์แปลภาษาแบบสดๆ โดยทำงานแบบออฟไลน์

ที่มา – Ars Technica,

from:https://www.blognone.com/node/125371

Pixel 6 การันตีอัพเดตแพตช์นาน 5 ปี แต่ยังการันตีอัพเกรด OS ให้ 3 ปีเท่าเดิม

รายละเอียดเพิ่มเติมของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro เรื่องการอัพเดต ข้อมูลจากหน้าซัพพอร์ตของกูเกิลคือ

  • การันตีอัพเกรดเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ 3 ปี (จนถึงตุลาคม 2024)
  • การันตีอัพเดตความปลอดภัย 5 ปี (จนถึงตุลาคม 2026)

ข้อมูลเรื่องการันตีอัพเดตแพตช์ 5 ปีตรงกับข่าวหลุดก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก (ของเดิม 3 ปี) แต่การที่ OS ยังอัพเกรดให้แค่ 3 ปีเท่ากับ Pixel รุ่นก่อนๆ ก็น่าจะทำให้แฟนๆ ที่คาดหวังว่าจะได้อัพเกรด OS นานกว่านี้คงต้องผิดหวังกันพอสมควร

ที่มา – Google Support via Android Police

No Description

from:https://www.blognone.com/node/125367

Pixel Pass แผนจ่าย Pixel 6 เดือนละ 45 ดอลลาร์ ได้ YouTube Premium, Google One ด้วย

กูเกิลเปิดตัวแผนเหมาจ่ายรายเดือน Pixel Pass ตรงตามข่าวหลุด โดยเป็นการจ่ายรายเดือนเป็นเวลา 2 ปี ได้มือถือ Pixel 6 และบริการพรีเมียมอื่นๆ ของกูเกิลตลอดระยะเวลาโปรแกรม

  • YouTube Premium
  • YouTube Music Premium
  • Google One แบบพื้นที่ 200GB
  • Google Play Pass เล่นเกมและใช้แอพจาก Google Play บางตัวแบบไม่มีโฆษณา
  • Preferred Care ประกันอุบัติเหตุและการซ่อมมือถือ

ราคาของ Pixel Pass อยู่ที่ 45 ดอลลาร์ต่อเดือน (Pixel 6) และ 55 ดอลลาร์ต่อเดือน (Pixel 6 Pro) หากต้องการใช้เครือข่าย Google Fi เพิ่มด้วย จ่ายเพิ่มอีก 5 ดอลลาร์

กูเกิลคำนวณมาให้ว่า Pixel Pass จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย 294 ดอลลาร์ตลอดระยะเวลา 2 ปี และถ้าใช้ Google Fi เพิ่มด้วยจะประหยัด 414 ดอลลาร์ หากต้องการยกเลิกกลางทางก็สามารถทำได้ แค่จ่ายค่ามือถือส่วนที่เหลือเท่านั้น

แน่นอนว่าบริการดีๆ แบบนี้มีเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ที่มา – Google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/125365

เปิดตัว Pixel 6 / Pixel 6 Pro พร้อมฟีเจอร์ที่ฉลาดกว่าเดิม ราคาเริ่ม 599 เหรียญและ 899 เหรียญ

หลังจากหลุดมาจนแทบไม่เหลืออะไรตามสไตล์ Google ล่าสุดก็เปิดตัวแล้วกับ Pixel 6 และ Pixel 6 ซึ่ง Google เปิดมาด้วยราคาก่อนเลยที่ราคาเริ่ม 599 เหรียญและ 899 เหรียญ ซึ่งรุ่นธรรมดาถูกกว่ารุ่น Pixel 5 ลงมา 100 เหรียญ

หน้าจอของ Pixel 6 เป็น OLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080×2400) สัดส่วน 20:9 รีเฟรชเรท 90Hz ส่วน Pixel 6 Pro เป็น LTPO OLED ขนาด QHD+ (1440×3120) สัดส่วน 19.5:9 รีเฟรชเรท 120Hz ทั้งคู่ครอบด้วย Corning Gorilla Glass Victus

alt="Pixel6"

แรมของ Pixel 6 เป็น LPDDR5 ขนาด 8GB ชิปความจำ UFS 3.1 ขนาด 128GB/256GB ส่วนรุ่น Pro เป็น 12GB ชิปความจำเหมือนกันแต่มีขนาด 512GB เพิ่มเข้ามา

กล้องหลัง Google เรียกว่า Camera Bar เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.3 นิ้ว ซึ่ง Google บอกว่าเก็บแสงได้มากกว่าเซ็นเซอร์บน Pixel 5 ถึง 150% ซูมแบบดิจิทัลได้ 7x

กล้องหลัก 2 ตัวของ 2 รุ่นเหมือนกันคือกล้องไวด์กว้าง 85 องศาขนาด 50 ล้านพิกเซล f/1.85 และเลนส์อัลตร้าไวด์กว้าง 114 องศา f/2.2

ส่วนกล้องรุ่น Pro มีเพิ่มเลนส์เทเล ขนาด 48 ล้านพิกเซล f/3.5 ใช้เซ็นเซอร์แยกขนาด 1/2 นิ้ว ซูมออพติคับได้ 4x และซูมดิจิทัลได้ 20x

ส่วนกล้องหน้ารุ่น Pixel 6 เป็นกล้องไวด์กว้าง 84 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2 Fixed Focus ขณะที่รุ่น Pro ความละเอียด 11.1 ล้านพิกเซล f/2.2 ความกว้างเลนส์ 94 องศา

No Description

ฟีเจอร์กล้องใหม่ก็ตามที่หลุดมาแล้วคือ Magic Eraser ที่ใช้ Machine Learning แนะนำองค์ประกอบในภาพที่ต้องการลบ หรือสามารถเลือกให้ลบเองก็ได้

No Description

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Face Unblur เวลาเราถ่ายภาพเคลื่อนไหวแล้วหน้าเบลอ Pixel 6 จะใช้ Machine Learning พร้อมภาพที่ถ่ายจากทั้ง 2 กล้อง มาช่วยสร้างภาพใหม่ที่หน้าของแบบไม่เบลอ

อีกหนึ่งฟีเจอร์ Google เรียกว่า Motion Mode สำหรับถ่ายภาพเหมือนกับการเปิด Long Exposure บนกล้อง โดยใช้ภาพที่ถ่ายมาหลายเฟรมรวมกัน แล้วใช้ Machine Learning เจ้าเก่ามาประมวลผลว่าวัตถุอะไรในภาพที่ควรจะเคลื่อนไหว ก่อนจะใส่เอ็ฟเฟคแบบ Long Exposure เข้าไปให้

No Description

No Description

ลูกเล่นสุดท้ายคือ Real Tone ที่ Google บอกว่าที่ผ่านมากล้องถูกออกแบบมาให้ถ่ายคนผิวขาวเป็นหลัก ซึ่ง bias นี้ลามมาถึงอัลกอริทึมปรับสีในแอปกล้อง ซึ่ง Real Tone จะช่วยให้ภาพของคนกลุ่มผิวที่ไม่ใช่ผิวขาว ออกมามีผิวสีเหมือนจริงมากที่สุด

No Description

ชิปเซ็ตแน่นอนว่าเป็น Google Tensor ที่มาพร้อมฟีเจอร์เกี่ยวกับ Machine Learning ใหม่ๆ ที่ประมวลผลภายในเครื่องและประหยัดพลังงานกว่าเดิม เช่น การใช้เสียงสั่งเวลาพิมพ์แชท ที่ Google บอกว่าฉลาดและรวดเร็วกว่าเดิม

นอกจากนี้ฟีเจอร์ Live Translate ที่เคยมีอยู่บนแอป Google Translate ก็ถูกนำมาไว้บน Pixel 6 โดยดีฟอลต์ ทั้งการแปลคำพูดแบบสด และแปลข้อความเมื่อพิมพ์ลงบน GBoard แบบเรียลไทม์

No Description

คุณสมบัติอื่นๆ ของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro คือรองรับ 2 ซิม (นาโนและ eSim), Wi-Fi6E, รองรับ 5G, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ กันน้ำกันฝุ่น IP68

Pixel 6 มี 3 สีคือ Stormy Black, Kinda Coral และ Sorta Seafoam ส่วน Pixel 6 Pro มีสี Stormy Black, Cloud White และ Sorta Sunny เปิดให้่พรีออเดอร์แล้วในสหรัฐ, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ไอร์แลนด์, ญี่ปุ่นและไต้หวัน

ที่มา – Google Blog

alt="Pixel6"ต้องเลียนแบบแอปเปิลกันหมดจริงๆ เหรอ

from:https://www.blognone.com/node/125360

[ลือ] กูเกิลสั่งผลิต Pixel 6 จำนวน 7 ล้านเครื่อง เพิ่มจากยอดขายปีที่แล้วเกินเท่าตัว

ข่าวลือรอบสุดท้ายก่อนเปิดตัว Pixel 6 คืนนี้ Nikkei Asia อ้างแหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมการผลิตว่ากูเกิลสั่งผลิต Pixel 6 และ Pixel 6 Pro รวมกันถึง 7 ล้านเครื่อง ถือว่ามากกว่ายอดขายมือถือตระกูล Pixel ทุกรุ่นในปี 2020 กว่าเท่าตัว

นอกจากนี้ Nikkei ยังได้ตัวเลขว่ากูเกิลสั่งผลิต Pixel 5a ถึง 5 ล้านเครื่องด้วย เท่ากับว่าปีนี้กูเกิลสั่งผลิต Pixel รวมกันประมาณ 12 ล้านเครื่อง เทียบกับตัวเลขของปี 2020 ที่ราว 3-4 ล้านเครื่องเท่านั้น ถือเป็นท่าทีที่ดุดันของกูเกิล ที่ก่อนหน้านี้ดูไม่จริงจังกับตลาดมือถือสักเท่าไรนัก

ตัวเลขนี้ยังห่างไกลกับยอดผลิต iPhone 13 ที่ประมาณ 80 ล้านเครื่องต่อปี แต่ระดับกูเกิลมาตั้งยอดผลิตที่ท้าทายแบบนี้ ก็คงมั่นใจว่า Pixel 6 น่าจะกอบโกยยอดขายได้มากกว่าเดิมมาก

ตามข่าวบอกว่ากูเกิลตั้งใจวางตัวเองเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android สัญชาติอเมริกันเพียงรายเดียวในตอนนี้ และจะเน้นที่ตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ที่กำลังกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวจากมือถือจีน โดยตั้งเป้าแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากแอปเปิล ซัมซุง และเสียวหมี่

ที่มา – Nikkei

from:https://www.blognone.com/node/125357

Realme เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นแรก Realme Pad ในไทย ราคาเริ่มต้น 8,990 บาท

Realme ประเทศไทย เปิดตัวแท็บเล็ต Realme Pad ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกของบริษัทด้วย

สเปกคือหน้าจอ 10.4″ WUXGA+ (2000×1200), หน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80, จีพียู Mali G52, ลำโพง 4 ตัวพร้อม Dolby Atmos, แบตเตอรี่ 7,100 mAh พร้อมชาร์จเร็ว 18 วัตต์

Realme Pad แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อยคือ

  • แรม 4GB+64GB ราคา 8,990 บาท ช่วง Flash Sale เหลือ 6,990 บาท ถึง 23 ต.ค.
  • แรม 6GB+128GB Wi-Fi ราคา 10,990 บาท
  • แรม 6GB+128GB LTE ราคา 11,990 บาท

No Description

นอกจาก Realme Pad แล้ว ยังมีสินค้าอื่นเปิดตัวเพิ่มเติมคือ

  • Realme C25Y มือถือจอ 6.5″, กล้อง 50MP, ชิป Unisoc T618, แบตเตอรี่ 5,000 mAh, แรม 4GB+128GB ราคาเปิดตัว 5,999 บาท ช่วง Flash Sale ราคา 5,499 บาท
  • Realme Band 2 สายรัดข้อมือฟิตเนส หน้าจอ 1.4″ กันน้ำ IP68 แบตเตอรี่ 204 mAh ใช้ได้นาน 12 วัน ราคาเปิดตัว 1,499 บาท ช่วง Flash Sale ราคา 999 บาท

No Description

No Description

ที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์ Realme Thailand

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125331

โฆษณา Pixel 6 ที่ออสเตรเลียออนแอร์ก่อนกำหนด ตั้งราคา 999 AUD เท่ากับ Pixel 5

ใกล้งานเปิดตัว Pixel 6 คืนวันพรุ่งนี้ก็มีรายละเอียดหลุดออกมาเรื่อยๆ ตามสไตล์กูเกิลที่เก็บอะไรไม่ค่อยมิด รอบนี้เป็นโฆษณาของ Pixel 6 ที่ประเทศออสเตรเลียที่ฉายทางทีวีก่อนกำหนด 2 วัน ข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจคือราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) เท่ากับราคาเปิดตัวของ Pixel 5 ในออสเตรเลียด้วย (ซึ่ง Pixel 5 ไม่ได้ใช้ชิปรุ่นเรือธง)

ข้อมูลอื่นในโฆษณาเป็นเรื่องที่เรารู้กันอยู่แล้ว เช่น ชิป Tensor ที่กูเกิลออกแบบเอง, ฟีเจอร์ Magic Eraser ลบคนออกจากรูปถ่าย, การชาร์จเร็วจาก 0-50% ภายในครึ่งชั่วโมง และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ระดับฮาร์ดแวร์

เว็บไซต์ 9to5google ชี้ว่าปีที่แล้ว กูเกิลขาย Pixel 5 รุ่นเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์ออสเตรเลียเท่ากัน ส่วนราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐคือ 699 ดอลลาร์ ต้องรอดูกันว่าราคาของ Pixel 6 เป็นดอลลาร์สหรัฐจะเปิดมา 699 เท่ากันด้วยหรือไม่

No Description

ที่มา – 9to5google

from:https://www.blognone.com/node/125324

Pixel 6 จะการันตีอัพเดตแพตช์นาน 5 ปี, ราคาหลุดเริ่มต้นที่ 649 ยูโร

ข้อมูลหลุดเพิ่มเติมของ Pixel 6 ที่มาจากเว็บไซต์ Carphone Warehouse นอกจากประเด็นเรื่องกล้อง 50MP และฟีเจอร์ Magic Eraser ลบคนออกจากรูปภาพ ยังมีข้อความตัวเล็กๆ ระบุว่า Pixel 6 การันตีการอัพเดตแพตช์ความปลอดภัยนาน 5 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลข 3 ปีของ Pixel ในปัจจุบัน (ในเอกสารไม่ได้พูดถึงการอัพเกรด OS แต่อย่างใด)

ตัวเลขนี้จะทำให้ Pixel 6 เป็นมือถือ Android ที่อัพเดตนานที่สุด (แชมป์ปัจจุบันคือซัมซุง การันตีอัพเดตแพตช์ 4 ปี) แม้อาจยังไม่นานเท่ากับ iPhone ที่แอปเปิลยังอัพเดตให้ประมาณ 7 ปี (iPhone 6S)

เว็บไซต์ Ars Technica วิเคราะห์ว่าเหตุผลหลักๆ มาจากชิป Tensor ที่กูเกิลออกแบบคัสตอมเอง ทำให้สามารถซัพพอร์ตซีพียูได้นานกว่าชิป Qualcomm ซึ่งมีปัญหาเรื่องระยะเวลาซัพพอร์ตมายาวนาน นอกจากนี้ Android 12 ยังแก้ปัญหาเรื่องเคอร์เนลของ Android ที่มีหลายเวอร์ชันแยกย่อย มาใช้เคอร์เนลกลาง GKI เพียงตัวเดียว ก็ช่วยให้การซัพพอร์ตทำได้ง่ายขึ้นมาก

นอกจากนี้ยังมีราคาหลุดของ Pixel 6 ในยุโรปคือ รุ่นปกติ 649 ยูโร และรุ่น Pro 899 ยูโร ซึ่งคาดว่าจะแปลงกลับเป็นดอลลาร์ที่ 749 และ 1,039 ดอลลาร์ตามลำดับ

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/125242

Niantic ได้ประกาศกิจกรรม Pokemon GO Halloween ประจำปี 2021

แม้จะออกมากว่า 5 ปีแล้วแต่ Pokemon GO ยังอัปเดทให้ต่อเรื่องล่าสุดค่าย Niantic ได้ประกาศกิจกรรม Pokemon GO Halloween Mischief ซึ่งจะเริ่มในวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม  ถึงวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2021 นี้

โดยอีเวนต์ Pokemon GO Halloween ประจำปี 2021 นี้มีหลายเฟสที่เน้นไปที่โปเกมอน การจับในตำนาน เช่น ฮัลโลวีนคัพ, กิจกรรมวิจัยตัวโปเกมอน, และปรับแต่วเสื้อผ้าตัวโปเกมอน รวมทั้งเสื้อผ้าของตัวอวาตาร์และบันเดิลใหม่ และ Shiny Spinarak จะปรากฏตัวเป็นครั้งแรกใน Pokemon GO เป็นงานใหญ่ในปีนี้และคุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดว่ามีอะไรบ้างในบล็อก Pokemon GO อย่างเป็นทางการ โดยเกม Pokemon GO เปิดให้เล่นฟรีบนอุปกรณ์ iOS และ Android ตั้งแต่ปี 2016

ข่าว: Niantic ได้ประกาศกิจกรรม Pokemon GO Halloween ประจำปี 2021 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/niantic-announces-the-pokemon-go-halloween-event/