คลังเก็บป้ายกำกับ: MOBILE

ยังไม่ทันครบปีเลย กูเกิลประกาศหยุดขาย Pixel 4 แล้ว

กูเกิลประกาศหยุดขาย Pixel 4 และ Pixel 4 XL หลังวางขายมาได้เพียง 9 เดือนเท่านั้น (เริ่มขายครั้งแรกเดือนตุลาคม 2019)

ตอนนี้ Pixel 4 และ 4 XL ไม่มีขายบนหน้าเว็บ Google Store แล้ว แต่อาจยังมีสต๊อกบนร้านค้าบางแห่งอยู่ และถึงแม้เลิกขายแล้ว ก็จะได้ซัพพอร์ตเป็นระยะเวลานาน 3 ปีตามปกติเหมือน Pixel รุ่นอื่นๆ

ปกติแล้ว กูเกิลจะวางขาย Pixel นานประมาณ 18 เดือน หรือวางขายต่ออีก 6 เดือนหลังเปิดตัว Pixel รุ่นใหม่แล้ว การหยุดขาย Pixel 4 ในตอนนี้จึงแปลว่ากูเกิลไม่มีมือถือเรือธงวางขาย อย่างน้อยก็จนกว่า Pixel 5 ที่น่าจะเปิดตัวในเดือนตุลาคม

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/117854

ซัมซุงประกาศ เรือธงหลัง Galaxy S10 การันตีอัพเดต Android เวอร์ชันใหญ่ 3 รุ่น

เก็บตกข้อมูลจากงานแถลงข่าวของซัมซุงเมื่อวานนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือซัมซุงประกาศขยายระยะเวลาอัพเดต OS เวอร์ชันใหญ่ จากของเดิม 2 ปี มาเป็น “3 รุ่นใหญ่” (generations)

อย่างไรก็ตาม มีสมาร์ทโฟนเฉพาะบางรุ่นเท่านั้นที่ได้ระยะเวลาอัพเดต OS นาน 3 รุ่น ได้แก่ตระกูลเรือธงทั้ง S, Note และ Z ส่วนมือถือซีรีส์ A ไม่การันตี 3 รุ่น แต่จะได้อัพเดตเท่ากับ “อายุของฮาร์ดแวร์” (until hardware allows) แทน

นโยบายใหม่จะมีผลนับจาก Galaxy S10 เป็นต้นไป ซึ่งหมายถึง Galaxy Note 10, S20, Note 20 รวมถึงกลุ่มฝาพับคือ Galaxy Fold, Galaxy Z Flip, Galaxy Z Fold 2 ด้วย

ตัวอย่างจาก Galaxy S10 ที่มาพร้อม Android 9 ก็จะได้อัพเดต OS เป็น Android 10, 11, 12

ที่มา – xda, The Verge

No Description

ภาพจากซัมซุง

from:https://www.blognone.com/node/117852

Samsung One UI 3 แบบครอบทับ Android 11 ใกล้เข้าสู่ช่วงพรีเบต้าแล้ว

Samsung เตรียมทดสอบ One UI 3 แบบรันครอบทับ Android 11 ในรอบพรีเบต้า กับนักพัฒนาและพาร์ทเนอร์ในเกาหลีใต้และอเมริกาที่ผ่านข้อกำหนดของ Samsung แล้ว ซึ่งในรอบพรีเบต้านี้ จะเปิดให้นักพัฒนาที่ต้องการทดสอบความเข้ากันได้ของแอปจากผู้ให้บริการเครือข่ายบางเจ้า บนมือถือตระกูล Galaxy S20 เท่านั้น (S20, S20+, S20 Ultra LTE/5G)

ตอนนี้ ตัวซอฟต์แวร์พรีเบต้ายังไม่พร้อมให้ทดสอบอย่างเป็นทางการ แต่ Samsung กำลังเชิญนักพัฒนาที่เกี่ยวข้อง มาเป็นพาร์ทเนอร์ในการทดสอบอยู่ และนักพัฒนาที่เข้าร่วมเหล่านี้จะได้รับซอฟต์แวร์พรีเบต้าสำหรับทดสอบ เมื่อพร้อม และจะมีรอบเบต้าสำหรับคนทั่วไปให้ทดสอบในภายหลัง เมื่อซอฟต์แวร์ค่อนข้างสเถียรแล้ว โดยประเทศที่ผู้ใช้จะสามารถเข้าร่วมโปรแกรมเบต้าของ One UI ได้ ประกอบด้วยประเทศจีน เยอรมัน อินเดีย โปแลนด์ เกาหลีใต้ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา

No Description

Samsung กำลังเร่งพัฒนานโยบายด้านการซัพพอร์ตและอัพเดตมือถือให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง โดยเทียบ Google Pixel ได้แล้ว ในด้านแพทช์ความปลอดภัย และในรุ่น Note 20 ยังการันตีอัพเดตเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ขั้นต่ำถึงสามปี เท่ากับ Pixel อีกด้วย

ที่มา – Android Police

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117844

เปิดราคา Note 20, Note 20 Ultra เริ่ม 29,990 และ 38,990 บาท, Galaxy Buds Live 6,990 บาท

ซัมซุงประเทศไทยประกาศราคาของ Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra แล้ว โดยแต่ละรุ่นแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยคือรุ่น LTE และ 5G ดังนี้

Galaxy Note 20 Ultra มี 2 สีคือ Mystic Bronze และ Mystic Black

  • LTE 8GB/256GB ราคา 38,990 บาท
  • LTE 8GB/512GB ราคา 42,990 บาท
  • 5G 12GB/256GB) ราคา 42,900 บาท
  • 5G 12GB/512GB) ราคา 46,900 บาท

Galaxy Note 20 มี 3 สีคือ Mystic Bronze, Mystic Grey และ Mystic Green

  • LTE 8GB/256GB ราคา 29,900 บาท
  • 5G 8GB/256GB ราคา 33,900 บาท

เปิดให้พรีออเดอร์แล้ววันนี้ถึง 18 สิงหาคม พร้อมเลือกรับสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • เป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 15,900 บาท (Note 20) เมื่อสมัครแพ็คเกจที่กำหนดผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย หริอ
  • รับโค้ดแลกฟรีหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่ล่าสุด Galaxy Buds Live มูลค่า 6,990 บาท เมื่อจอง Galaxy Note20 Ultra หรือ Galaxy Buds+ มูลค่า 4,990 บาท เมื่อจอง Galaxy Note20 ผ่าน Samsung Experience Store, samsung.com และร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือ
  • เลือกอัพเกรดความจุเป็น 512GB เมื่อซื้อ Galaxy Note 20 Ultra หรือ อัพเกรดเป็นรุ่น 5G เมื่อซื้อ Galaxy Note20 ผ่านช่องทาง samsung.com และร้านค้าออนไลน์ที่ร่วมรายการ

from:https://www.blognone.com/node/117839

Google ฝรั่งเศสเผลอระบุวันพรีออเดอร์ Pixel 4a (5G) และ Pixel 5 วันที่ 8 ตุลาคม

ในบล็อกโพสต์เปิดตัว Pixel 4a ของ Google ฝรั่งเศส ทีมงาน Google ได้เผลอระบุว่า Pixel 4a (5G) และ Pixel 5 จะเปิดให้พรีออเดอร์วันที่ 8 ตุลาคมนี้ ก่อนจะลบไป แต่ยังสามารถเข้าถึงได้จากเว็บแคช

อันที่จริงช่วงเวลานั้นเป็นกรอบการเปิดตัวมือถือ Pixel อยู่แล้ว ทำให้วันที่ 8 ตุลาคมก็อาจจะเป็นวันเปิดตัว Pixel 5 ก็เป็นได้

ที่มา – Google Blog (cache) via Android Central

from:https://www.blognone.com/node/117835

เปิดตัว Note 20 และ Note 20 Ultra ปรับปรุงฟีเจอร์เล็กน้อยจาก Note 10 มีรุ่นรองรับ 5G

เปิดตัวแล้วกับเรือธงท้ายปีที่หลุดออกมาแทบจะหมดแล้วกับ Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra ที่มี 2 ขนาด 2 สเปคย่อยเหมือนเดิม

การเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ของ Note 20 จะค่อนข้างเป็นไมเนอร์เชนจ์ คืออัพสเปคและเพิ่มฟีเจอร์ขึ้นมาจาก Note 10 อย่างความหน่วง (latency) ของ S Pen ที่ลดลงจาก 42ms เหลือ 26ms (Note 20) และ 9ms (Note 20 Ultra) ไปจนถึง Air Gesture ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา 3 ท่าทางเพื่อกลับหน้าโฮม, กลับไปหน้าก่อนหน้า และถ่ายสกรีนช็อตแบบพร้อมเขียนด้วยปากกาทับ

No Description

นอกจากนี้ฟีเจอร์ Note ก็มีอัพเดตใหม่อย่างรองรับการแก้ไข PDF ในตัว, รองรับการอัดเสียงพร้อมจดโน้ต, AI Neat Note แปลงโน้ตที่เขียนเอียงๆ ปรับมาเป็นแนวนอน ไปจนถึงแปลงโน้ตไปเป็น Powerpoint ขณะที่ Samsung Dex บน Note 20 ก็รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Miracast แล้วด้วย

ส่วนสเปค Galaxy Note 20 Ultra หน้าจอ 6.9 นิ้ว OLED ความละเอียด 1440p สัดส่วน 21:9 รีเฟรชเรท 120Hz ชิปเซ็ต Snapdargon 865+ หรือ Exynos 990 แรม 12GB ความจุ 256GB / 512GB สแกนนิ้วมือใต้จอ

กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักเลนส์ไวด์ 108 ล้านพิกเซล, อัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซลและเทเล 13 ล้านพิกเซล เสริมด้วยเซ็นเซอร์ Laser AF ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 8K และซูมได้สูงสุด 50 เท่า กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล ซิมคู่ รองรับ eSim รองรับ 5G กันน้ำ IP68 แบตเตอรี่ 4,500mAH ชาร์จเร็ว 45W รัน Android 10 รองรับ Xbox Game Pass Ultimate มีสี Mystic Bronze และ Mystic Grey ราคา 1,299 เหรียญสำหรับ 128GB และ 1,449 เหรียญสำหรับ 256GB

No Description

ขณะที่ Galaxy Note 20 หน้าจอ 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080p รีเฟรชเรท 60Hz ชิปเซ็ต Snapdragon 865+ หรือ Exynos 990 แรม 8GB ความจุ 128GB

กล้องหลัง 3 ตัวเหมือนกันแต่กล้องหลักเลนส์ไวด์เหลือแค่ 12 ล้านพิกเซล อัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซลและเทเล 64 ล้านพิกเซล ซูมได้ 30x กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล ซิมคู่รองรับ eSim รองรับ 5G กันน้ำ กันน้ำ IP68 แบตเตอรี่ 4,300mAh ชาร์จเร็ว 45W รัน Android 10 รองรับ Xbox Game Pass Ultimate มีสี Mystic Bronze, Mystic Green และ Mystic Grey ราคา 999 เหรียญ

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117825

เปิดตัว Galaxy Z Fold 2 ขยายจอด้านหน้าเต็มพื้นที่, เปลี่ยนมาใช้กล้องหน้าเจาะรู

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Z Fold 2 มือถือจอพับได้แนวนอน ภาคต่อของ Galaxy Fold ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว (โดยเพิ่มตัว Z มาในชื่อให้เข้าชุดกับ Galaxy Z Flip รุ่นเมื่อต้นปีนี้)

Galaxy Z Fold 2 ยังคงแนวทางมือถือจอพับที่กางออกเป็นแท็บเล็ตได้ แต่ปรับปรุงจุดอ่อนจากรุ่นก่อน ได้แก่ จอภาพด้านหน้าเครื่องขยายเป็นขนาดใหญ่เต็มพื้นที่แล้ว, เปลี่ยนมาใช้กล้องหน้าแบบเจาะรู punch-hole (ภาษาซัมซุงเรียก Infinity-O) และยกเครื่องกล้องหลังมาใช้ระบบเลนส์ปูด 3 ตัวแบบเดียวกับ S20/Note 20 Ultra

No Description

No Description

สเปกของ Galaxy Z Fold 2 เท่าที่เปิดเผยยังมีเพียงเล็กน้อย

  • หน้าจอด้านหน้าขนาด 6.2″ (รุ่นแรก 4.6″)
  • หน้าจอด้านใน กางออกแล้วมีขนาด 7.6″ (รุ่นแรก 7.3″)
  • มีให้เลือก 2 สีคือ Mystic Black และ Mystic Bronze
  • จะมี Galaxy Z Fold 2 รุ่นพิเศษ Thom Browne Edition

ยังไม่มีข้อมูลของหน่วยประมวลผล แรม สตอเรจ และกล้อง รวมถึงยังไม่ประกาศวันวางขายและราคา

No Description

No Description

ที่มา – Samsung

from:https://www.blognone.com/node/117823

ศึกรุ่นกลางข้ามค่าย เทียบ Google Pixel 4a,OnePlus Nord และ iPhone SE

ด้วยภาวะเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด ตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ราคาไม่แพงแต่ได้สมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะตั้งแต่ iPhone เปิดตัวรุ่นเล็กหลังจากหลายไปหลายปีอย่าง iPhone SE ก่อนจะตามมาด้วย OnePlus Nord หลังจาก OnePlus แพงขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กจาก Google (ที่ลีลาเยอะมากกว่าจะเปิดตัวออกมาได้) อย่าง Pixel 4a ก็เปิดตัวสักที หลังจากรุ่นเล็กก่อนหน้าอย่าง Pixel 3a ได้รับคำชมอย่างล้นหลามว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง

หลายๆ คนอาจมีข้อสงสัย ว่าควรจะเลือกซื้อมือถือรุ่นกลางจากแบรนด์ไหนดี จะซื้อ iPhone SE เลยดีไหม จะรอ OnePlus Nord วางขายไหนไทย หรือจะหาวิธีซื้อเครื่องหิ้ว Google 4a ดี วันนี้ผู้เขียนจึงเตรียมนำสเปกของทั้งสามรุ่นนี้ ในระดับความจุ 128GB เท่ากันกับ Pixel 4a มาเปรียบเทียบให้เห็น ว่ามีจุดเด่นจุดด้อยในด้านใดบ้าง (จริงๆ ก็มีสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ดูคุ้มค่าอีกหลายรุ่น แต่ขอหยิบมาเฉพาะตัวเด่นๆ ช่วงนี้ก่อน)

No Description

ในด้านประสิทธิภาพ iPhone SE กินขาด แต่ OnePlus Nord มีจุดเด่นที่ 5G

ชิป A13 Bionic ที่แม้เป็นชิปของ iPhone 11 ที่วางจำหน่ายเมื่อปีที่แล้ว แต่ประสิทธิภาพจากหลากหลายการทดสอบ ก็ยังเอาชนะทั้ง Snapdragon 765G ใน OnePlus Nord และ Snapdragon 730 ใน Pixel 4a ได้แน่นอน และแม้ iPhone SE จะมีแรมน้อยที่สุดในสามรุ่นนี้คือ 3GB (Pixel 4a มี 6GB และ OnePlus Nord 8GB) แต่ด้วยประสิทธิภาพของ iOS ที่จัดการแรมได้ดีกว่า ทำให้ไม่น่าจะเสียเปรียบนัก แถม CPU และ GPU ที่เร็วกว่าบนชิป A13 ก็น่าจะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานและเล่นเกม ดีกว่าพอสมควร

OnePlus Nord ชนะเรื่องการรองรับสัญญาณ 5G แบบ Sub-6Ghz (ไม่รองรับ mmWave) ในขณะที่ iPhone SE และ Pixel 4a ยังไม่รองรับ 5G เลย (Pixel 4a จะมีรุ่นที่รองรับ 5G ตามมาภายหลัง ในราคาที่แพงกว่า)

อีกประเด็นคือแม้ iPhone SE จะมีขนาดหน้าจอเป็นแบบ LCD ที่เล็กกว่า แต่แบตเตอรี่ที่มีขนาดเพียง 1,821 mAh ก็ค่อนข้างน่าหวั่นใจ เมื่อนำไปเทียบกับ 4,115 mAh ใน OnePlus Nord และ 3,140 mAh ใน Pixel 4a

เรื่องหน้าจอ OnePlus Nord ดีที่สุด

OnePlus Nord เป็นมือถือรุ่นเดียวในการเปรียบเทียบนี้ ที่มีหน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว แบบ 90Hz ที่ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล ส่วน iPhone SE เป็นหน้าจอ LCD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 750 x 1334 พิกเซล และ Pixel 4a เป็นหน้าจอ OLED ขนาด 5.81 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 ที่แม้ได้รับคำชมในรีวิว แต่หน้าจอ Fluid AMOLED ของ OnePlus Nord ก็มีความละเอียดสูงกว่า และมี refresh rate ที่ 90Hz

OnePlus Nord มีจำนวนกล้องมากที่สุด แต่เรื่องภาพนิ่ง Pixel 4a ยังเป็นผู้ชนะ

ในด้านกล้อง OnePlus Nord ดูเหมือนจะเป็นผู้ชนะในแง่จำนวน เพราะเป็นรุ่นเดียวที่ให้กล้องหลังมา 4 กล้อง คือกล้องหลัก 48MP กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP กล้องมาโคร 2MP และ depth sensor 5MP พร้อมกล้องหน้าคู่ 32MP แบบไวด์ และ 5MP แบบอัลตร้าไวด์ ในขณะที่ iPhone SE และ Pixel 4a ยังเป็นกล้องเดี่ยวอยู่

แต่กล้องเดี่ยว 12.2 พิกเซล ของ Pixel 4a ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากรีวิวของเว็บไซต์ต่างๆ เป็นเสียงเดียวกันว่าคุณภาพทั้งสี การเก็บรายละเอียด และการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ทำได้ดีมาก เทียบได้กับเรือธงของ Google รุ่นก่อน อย่าง Pixel 4ซึ่ง เป็นผลมาจากซอฟต์แวร์ประมวลผลของ Pixel 4a ที่ล้ำหน้ากว่าค่ายอื่นๆ แต่ก็คงต้องรอผลทดสอบมากกว่านี้ ว่าดีกว่า OnePlus Nord และ iPhone SE จริงหรือไม่ และมากแค่ไหน

ส่วน iPhone SE แม้จะมีเพียงกล้องเดี่ยว 12MP แต่ในการทดสอบของเว็บไซต์ Android Authority ก็ได้รับคะแนนโหวตชนะ OnePlus Nord ไป และ iPhone SE ยังได้รับคำชมเรื่องการถ่ายวิดีโอตามสไตล์ของกล้อง iPhone ที่ถ่ายได้ทั้ง 4K ที่ 60fps และ 1080p ถึง 240fps ส่วน Pixel 4a ถ่ายได้แค่ 4K 30fps กับ 1080p สูงสุด 120fps ส่วน OnePlus Nord ถ่าย 4K ได้ถึง 60fps และ 1080p สูงสุด 60fps

สุดท้ายแล้วคงขึ้นอยู่กับการใช้งาน ที่หากผู้ใช้จำเป็นต้องใช้กล้องอัลตร้าไวด์หรือมาโคร OnePlus Nord คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่หากไม่จำเป็น คงต้องพิจารณาอีกครั้ง หากเน้นถ่ายภาพนิ่ง Pixel 4a น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และถ้าชอบถ่ายวิดีโอ iPhone SE ก็น่าจะตอบโจทย์ที่สุด

การซัพพอร์ตของระบบปฏิบัติการ: iPhone SE ยาวนานที่สุด

เรื่องระบบปฏิบัติการ เป็นอีกประเด็นตัดสินใจของผู้ใช้ ที่การตัดสินใจ อาจมาจากความเคยชิน และความชอบในระบบปฏิบัติการนั้นเป็นหลัก แต่ข้อแตกต่างกันในด้านรายละเอียดการซัพพอร์ตของสามรุ่นนี้ ก็แตกต่างกันพอสมควร

iOS หายห่วงเรื่องซัพพอร์ต เพราะมือถือ iPhone แทบทุกรุ่น จะได้รับการซัพพอร์ตอย่างน้อย 5 ปี รวมถึง iPhone SE ที่เลือกใช้ชิปรุ่นใหม่ก็น่าจะได้รับซัพพอร์ตไปนานไม่แพ้กัน แถม iOS 14 ที่กำลังจะออกนี้ ก็เพิ่มฟีเจอร์มากมายที่เริ่มคล้ายคลึง Android เข้ามา ทั้ง Widgets, การแบ่งหมวดแอป และอื่นๆ ทำให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น สำหรับการย้ายค่ายมาจากฝั่ง Android

ส่วน Google Pixel 4a จะได้รับการซัพพอร์ตอย่างน้อย 3 ปีเป็นอย่างต่ำเท่ากันกับ OnePlus Nord แต่ Pixel 4a จะได้เปรียบในด้านการเป็นระบบปฏิบัติการ Pure Android หรือ Android แท้ๆ ส่งตรงจาก Google เอง ซึ่งได้อัพเดตเวอร์ชั่นไวกว่า ในขณะที่ OnePlus Nord เป็น Android 10 ครอบทับด้วย Oxegen OS ที่ถึงจะค่อนข้างคลีน แต่ก็สู้ Pixel ไม่ได้อยู่ดี

Pixel 4a คุ้มราคาที่สุด แต่หาซื้อยากในบ้านเรา

ในรุ่นความจุ 128GB Pixel 4a ที่มีรุ่นเดียว ราคาเดียว และสีเดียว เป็นผู้ชนะไปในด้านราคาที่ถูกที่สุด ที่ 349 ดอลลาร์ (ประมาณ 10,900 บาท) แต่ยังมีประสิทธิภาพที่พอใช้ กล้องที่คุณภาพดีเยี่ยม หน้าจอ OLED มีสแกนลายนิ้วมือด้านหลัง และรูหูฟังอย่างครบครัน แต่ข้อเสียก็คือหาซื้อยากที่สุดในสามรุ่นนี้ และอาจจะมีแต่เพียงเครื่องหิ้วเท่านั้น

ส่วน OnePlus Nord ยังไม่มีข้อมูลการวางจำหน่ายในบ้านเรา แต่เพราะ OnePlus รุ่นอื่นมีวางจำหน่ายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ ทำให้ OnePlus Nord ก็มีโอกาสเช่นกัน รุ่นความจุ 128GB ตั้งราคา 480 เหรียญ (ประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป) เมื่อเข้าบ้านเราแล้ว ก็อาจจะบวกเพิ่มไปอีก

iPhone SE รุ่น 128GB ราคา 449 ดอลลาร์ ซึ่งแพงกว่า Pixel 4a ที่ความจุเท่ากันอยู่ถึง 100 ดอลลาร์ แต่มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเราแล้ว และเป็นรุ่นเดียวที่ซื้อได้ทันทีในปัจจุบัน ด้วยราคา 16,900 บาท

No Description

สรุป

สำหรับผู้ใช้ที่อยู่ในระบบของ Apple อยู่แล้ว และอยากได้มือถือราคาประหยัด โดยไม่ได้สนใจหน้าจอใหญ่ กล้องเทพ หรือเรื่องการรองรับ 5G แต่เน้นที่ประสิทธิภาพภายในล้วนๆ iPhone SE ก็เป็นตัวเลือกที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย

หากเป็นสาวก Android ตัว Google Pixel 4a ก็เป็นอีกรุ่นที่คุ้มราคาที่สุด พร้อมกล้องคุณภาพเยี่ยม ซอฟต์แวร์ Pure Android และการอัพเดตเวอร์ชั่นที่จะได้รับก่อนใคร แม้ Snapdragon 730G จะเป็นชิปที่ไม่ได้ทรงพลังมากนัก แต่ก็คงไม่ส่งผลมากนัก ในการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และยังเป็นอีกตัวเลือกที่ดี แต่ก็เช่นเคยของ Pixel ในบ้านเรา ที่คงต้องอาศัยการซื้อร้านหิ้ว ที่อาจจะบวกราคาเพิ่มไปอีกพอสมควร (อาจจะประมาณ 15,000 บาท)

ส่วนใครที่อยากได้กล้องอัลตร้าไวด์ หน้าจอเทพ การรองรับ 5G และประสิทธิภาพที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับเรือธงในด้านการใช้งานทั่วไป และไม่หวั่นที่จะต้องจ่ายเพิ่มอีกสักหน่อย OnePlus Nord ก็เป็นตัวเลือกที่น่าจะเหมาะสมที่สุด แต่ก็อาจจะต้องรอติดตามข่าวการวางจำหน่ายในบ้านเราต่อไป

from:https://www.blognone.com/node/117815

หลุดเรนเดอร์ Huawei Mate 40 และ Mate 40 Pro โมดูลกล้องขนาดใหญ่ จอขอบโค้ง

Huawei Mate 40 และ Mate 40 Pro มือถือตระกูล Mate ของ Huawei ที่เตรียมวางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ มีภาพเรนเดอร์หลุดมาบนทวิตเตอร์@OnLeaks ที่ร่วมมือกับ @HandsetExpert ปล่อยมาให้ชม โดยในภาพรวม Mate 40 มี ขนาดหน้าจอ 6.4 นิ้ว โมดูลกล้องหลังขนาดใหญ่ 3 กล้อง และกล้องหน้าคู่แบบเจาะรูแบบ pill-shape สแกนลายนิ้วมือใต้จอ ส่วนขอบหน้าจอยังเป็นแบบโค้ง เช่นเดียวกับ P40

No DescriptionHuawei Mate 40
No DescriptionHuawei Mate 40

รุ่น Mate 40 Pro หน้าจอ 6.7 นิ้ว กล้องหน้าคู่เช่นกัน แต่มีกล้องหลัง 4 กล้อง เพิ่มกล้องซูมแบบ Periscope เข้ามา สแกนลายนิ้วมือใต้จอและขอบหน้าจอโค้งเช่นเดียวกัน และมีลักษณะในภาพเรนเดอร์เหมือนเคลือบผิวด้วยวัตถุเซรามิก

No DescriptionHuawei Mate 40 Pro
No DescriptionHuawei Mate 40 Pro

ที่มา – Huawei Central

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117791

สรุปรีวิว Pixel 4a กล้องดี ซอฟต์แวร์เจ๋ง ประสิทธิภาพปานกลาง แต่คุ้มราคา

หลัง Google เปิดตัว Pixel 4a ไปในราคาที่คุ้มสุดคุ้ม 349 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 10,850 บาท) เมื่อวานนี้ ล่าสุด เว็บไซต์สายเทคโนโลยีหลายเจ้า ก็เริ่มปล่อยบทความรีวิวมือถือระดับกลางรุ่นนี้ออกมาแล้ว โดยส่วนใหญ่ชมเป็นเสียงเดียวกันถึงคุณภาพกล้องที่โดดเด่น ซอฟต์แวร์ Pure Android ที่ยังยอดเยี่ยมเหมือนเคย กับราคาแสนคุ้ม ที่ออกมาได้จังหวะพอดีกับสภาพเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว

สื่อแทบทุกเจ้า ชมคุณภาพกล้องหลักเป็นเสียงเดียวกัน The Verge ชมว่าแม้จะเป็นกล้องเดี่ยว ความละเอียดแค่ 12.2MP ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่ซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพที่เยี่ยมยอดของ Pixel ก็ทำให้คุณภาพของภาพที่ออกมา ทั้งรายละเอียด สี การถ่ายภาพในที่แสงน้อย และโหมด Night Sight ยอดเยี่ยมแทบทุกด้าน เทียบได้กับ Pixel 4 รุ่นเรือธงที่ออกมาก่อนหน้านี้

The Verge ยังกล่าวชมด้านอื่นๆ ทั้งซอฟต์แวร์ UI และแบตเตอรี่ ว่าถึงจะเป็นอะไรที่เบสิค แต่ก็ใช้งานได้ดี และคุ้มค่ากับราคานี้ แต่ก็แอบเป็นห่วงว่าประสิทธิภาพของ Snapdragon 730G ที่ดูหน่วงๆ ในบางครั้ง จะทำให้อายุของ Pixel 4a สั้นลงหรือเปล่า และประสิทธิภาพของการถ่ายวิดีโอ ที่ยังไม่ดีเท่าไร กับเสียดายที่ไม่มีระบบชาร์จแบบไร้สาย

No Description

ส่วน Android Authority ทดสอบความสว่างของหน้าจอ OLED ขนาด 5.81 นิ้ว ความละเอียด 2,340 x 1,080 ใต้ Gorilla Glass 3 ของ Pixel 4a ได้สูงสุดถึง 719 nits ซึ่งมากกว่า OnePlus Nord, Pixel 4 และ 3a พอสมควร พร้อมทั้งชมคุณภาพของบาลานซ์สี แถมบอกว่า “เป็นหน้าจอที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในมือถือรุ่นประหยัด” เลยทีเดียว แต่ก็พูดถึงข้อเสียว่าไม่รองรับระบบชาร์จไร้สาย ไม่มีมาตรฐานกันน้ำ IP Rating และมีกล้องหลักตัวเดียว กับมีแค่สีเดียว

ส่วน Engadget พาดหัวรีวิวไว้ว่า Pixel 4a เป็น “มือถือราคา 350 เหรียญ ที่ดีที่สุด” เพราะทั้งคุณภาพกล้องที่โดดเด่น ซอฟต์แวร์ของ Google ที่ยอดเยี่ยม คุณภาพแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้เต็มวัน และยังมีทั้งแสกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง กับรูหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรอยู่ครบ ถือว่าเป็นมือถือที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุดในตอนนี้ แต่ก็พูดถึงข้อเสียเรื่องมีสีเดียว และกล้องหลังกล้องเดียวเช่นเดียวกับ Android Authority ส่วนสื่อเจ้าอื่นๆ ก็ชมในประเด็นเดียวกัน คือคุณภาพของกล้อง ซอฟต์แวร์และราคา

No Description

สรุปแล้ว หากใครต้องการมือถือกล้องดีราคาประหยัด ในช่วงหมื่นต้นๆ Pixel 4a น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ในตอนนี้ เพราะได้ทั้งหน้าจอ OLED กล้องดีๆ และซอฟต์แวร์ Pure Android ของ Google ที่น่าจะได้อัพเดตกันไปยาวๆ และแม้ประสิทธิภาพของ Snapdragon 730G อาจจะไม่ถึงกับท็อปฟอร์มเท่าไร แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ส่วนไม่มี IP Rating ไม่รองรับชาร์จไร้สาย หรือมีสีเดียว อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไรในมือถือระดับราคานี้ แต่ในบ้านเราอาจจะต้องเพิ่มข้อเสียไปอีกข้อ คือหาซื้อได้ยาก และคงมีแต่เครื่องหิ้วอย่างเดียวเช่นเคย

คะแนนจากสื่อเจ้าต่างๆ

from:https://www.blognone.com/node/117790