คลังเก็บป้ายกำกับ: MISCELLANEOUS

One Day Trip กับ GoPro Hero9 Black มีอะไรใหม่ให้เล่น!!

หลังจากโกโปร (GoPro) ประกาศเปิดตัวกล้องตระกูล Hero รุ่นใหม่เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา GoPro Hero9 Black ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก GoPro Hero8 Black เพิ่มเซ็นเซอร์ตัวใหม่ สำหรับถ่ายภาพวีดีโอในระดับ 5K และสำหรับถ่ายภาพนิ่งบนความละเอียดกว่า 20 ล้านพิกเซล พร้อมทำงานคู่กับฟังก์ชันกันสั่น Hypersmooth 3.0 หน้าจอดิสเพลย์ด้านหน้าแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งขยายหน้าจอด้านหลังให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้มากกว่าเดิมถึง 30% และเลนส์ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ Max Lens Mod ที่จะช่วยทำให้เก็บภาพได้กว้างกว่าเดิมแบบ Max Superview รวมถึงฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิม ทางทีม APPDISQUS ได้ร่วมกิจกรรม One Day Trip ที่ทาง GoPro ได้จัดขึ้นเพื่อที่จะร่วมทดสอบ GoPro Hero9 Black ครั้งนี้ด้วย

 

 

หลังได้ได้รับการแจกจ่ายเครื่องทดสอบ ก็มาดูที่หน้าตาของเจ้าโกโปรตัวใหม่กันก่อนเลยค่ะ ก็หน้าตาจะคล้ายๆ รุ่นเดิมที่เป็นตัว Hero8 Black แต่ขนาดจะใหญ่กว่าเพราะเพิ่มขนาดของแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เพราะขนาดที่เปลี่ยนไปทำให้เราไม่สามารถใช้ Mod ของรุ่นอื่นๆ อย่างไมค์ ไฟLED หรือหน้าจอ ที่เป็นอุปกรณ์เสริม ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ค่ะ ยกเว้นส่วนที่เป็นขาตั้งยังคงใช้งานร่วมกับรุ่นอื่นๆ ได้ตามปกติ

ด้านหน้ามีจอภาพแล้วนะคะ หน้าจอดิสเพลย์ด้านหน้าแบบเรียลไทม์ และยังเป็นจอสีอีกด้วยหน้าจอแบบใหม่ขนาด 1.4 นิ้ว สามารถแสดงภาพสด และสถานะของโหมดได้ เหมาะกับการทำ Vlog หรือทำ Selfie ทำไลฟ์สด คราวนี้เราก็จะได้เห็นหน้าตัวเองซะที ถึงแม้ขนาดจอจะไม่ใหญ่มากแต่ก็เห็นชัดอยู่ค่ะ 

 

จอด้านหลังที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อน 16% ขนาด 2.27 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้น

เรามาเริ่มทดสอบกันเลยดีกว่า โดยจุดหมายที่เราจะไปกัน ก็คือที่ตลาดน้อยแถวเจริญกรุง โดย..รถสามล้อนั่นเองงงงง..คลาสสิคสุดๆ

ขึ้นสามล้อก็ต้องทดสอบฟังก์ชันกันสั่น Hypersmooth 3.0 ถ่ายภาพวีดีโอในระดับ 5K  ถ่ายภาพได้นิ่งมาก และที่พลาดไม่ได้ก็ต้องฟังก์ชัน TimeWarp 3.0 การถ่ายวีดีโอแบบวาร์ปเร็ว และสามารถเลือกจุดหยุดมาเป็นความเร็วปกติพร้อมบันทึกเสียง ซึ่งฟังก์ชั่น TimeWarp 3.0 ถ่ายวีดีโอได้สูงสุดถึง 4K ซึ่งฟังก์ชันนี้เพื่อนๆ ร่วมทริปหลายคนชอบมาก

gopro2

นำภาพออกมาจากกล้องโกโปรด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น GoPro ยังใช้ในการทำคลิปสั้นๆ โดยเราสามารถเลือกใช้ภาพและวีดีโอที่เราถ่ายมา จะมีฟิลเตอร์ของวีดีโอมาให้เลือก เพิ่มความน่าสนใจให้ตัววีดีโอของเรามากขึ้นไปอีก

goproQuick

นอกจากการถ่ายวีดีโอ เรามาดูภาพถ่ายด้วยกล้อง GoPro Hero9 Black กันค่ะ ถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 20MP เลนส์ 4 ระยะ คือ SuperView, Wide, Linear, Narrow พร้อมโหมด Super Photo + HDR ส่วนภาพที่เราถ่ายมาจะเป็น SuperView ทั้งหมดเลยค่ะ





ภาพจากกล้องหน้า


การใช้งานทั้งวัน ในการถ่ายคลิปวีดีโออย่างต่อเนื่องแบตเตอรี่ก้อนเดียวคงไม่พอค่ะ ถึงแม้ว่าทางโกโปรจะเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้น 30% แต่การใช้งานต่อเนื่องก็ยังเป็นชั่วโมงกว่าอยู่ดีค่ะ ต้องคอยปิดกล้องเพื่อเป็นการเซฟแบตเตอรี่

สรุปการทดสอบการใช้งานในวันนี้ ถึงแม้จะไม่ได้มีเวลามากในการทดสอบกล้องโกโปรในทุกๆ ฟังก์ชั่น ได้ลองฟังก์ชั่นหลักๆ อย่าง Hypersmooth 3.0 , TimeWarp 3.0, การใช้งานจากกล้องหน้าในการถ่ายวีดีโอ แค่นี้ก็รู้สึกสนุกแล้วค่ะ เหมาะสำหรับเอามาทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวมาก 

HERO9 Black ฟีเจอร์

  • เซนเซอร์รับภาพแบบใหม่
  • วิดิโอ: 5K30, 4K60, 2.7K120, 1440p120, 1080p240 และอื่นๆ
  • ภาพนิ่ง: 20MP
  • จอภาพสีด้านหน้าแบบใหม่ขนาด 1.4” ที่สามารถแสดงภาพสด และสถานะของโหมดได้
  • จอภาพด้านหลังขนาด 2.27” ที่ใหญ่ขึ้น ที่สามารถแตะเพื่อขยายได้
  • แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานกว่า HERO8 Black ขึ้นถึง 30%  และเพิ่มขีดความสามารถในการถ่ายในสภาพอากาศเย็น
  • แบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกมาชาร์จได้
  • HyperSmooth 3.0 และ In-camera Horizon Levelling การปรับระดับภาพให้คงเส้นขอบฟ้าในตัวกล้อง
  • TimeWarp 3.0 ที่ปรับความเร็วในการถ่ายได้ทั้งแบบตามเวลาจริงพร้อมบันทึกเสียง หรือ ความเร็วที่ช้าลง
  • การถ่ายทอดสดด้วยความคมชัด 1080p
  • โหมดเว็ปแคมความคมชัด 1080p
  • Power Tools: HindSight, LiveBurst, Scheduled Capture และ Duration Capture
  • SuperPhoto + วิดิโอ HDR Night lapse
  • รูปภาพ RAW
  • เลนส์ดิจิตอล
  • คำสั่งเสียง 14 คำสั่ง ใน 11 ภาษา และ 6 สำเนียง
  • ไมโครโฟน 3 ตัว ที่มีการลดเสียงรบกวนจากลม
  • ระบบเสียง Stereo + RAW
  • ลำโพงที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เสียงในการย้อนดูภาพวิดีโอที่ดียิ่งขึ้น
  • ตัวครอบเลนส์ที่สามารถถอดได้
  • เมาท์ขนาดเล็กพับได้ในตัว
  • บอดี้ที่ทนทาน และ กันน้ำได้ลึกถึง 33ft (10m)
  • สามารถใช้ได้กับ Max Lens Mod, Light Mod, Display Mod และ Media Mod สำหรับ HERO9 Black

ราคาของ GoPro Hero9 Black วางจำหน่ายในราคา 15,999 และราคาของรุ่นอื่นๆ ที่มีการปรับราคาลงมา

 

ข่าว: One Day Trip กับ GoPro Hero9 Black มีอะไรใหม่ให้เล่น!! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/23/one-day-trip-gopro-hero9-black.html

HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอทช์ที่แม่นยำในการเก็บข้อมูลและวัดผลทำอะไรได้บ้าง!

ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันครบ แต่ต้องเป๊ะในการแทร็กข้อมูล HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอทช์ที่มีความแม่นยำในการเก็บข้อมูลและวัดผลจะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างไร? โดยก่อนหน้านี้ทาง Apdisqus ได้รีวิว HUAWEI Watch Fit กันไปแล้ว และนี่เป็นการย้ำถึงฟังก์ชันที่จำเป็นและฟีเจอร์ล้ำ ๆ ของสมาร์ทวอทช์ตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพหรือกิจกรรมต่างๆ ในชีวิต และอีกมากมาย

ลองนึกดูว่าจะดีขนาดไหน ถ้าเรามีสมาร์ทวอทช์ที่สามารถบอกได้ว่าวันนี้ใช้พลังงานในการเดินไปกี่แคลอรีแล้ว ช่วยคอยเตือนเมื่อเครียด หรือดูแลเราให้นอนหลับได้อย่างดีและเพียงพอ แถมยังฉลาดพอที่จะแนะนำวิธีการออกกำลังกายที่เราทำได้อยู่แบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ใช้ดียิ่งขึ้น หัวเว่ยจึงได้พัฒนาสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุด HUAWEI Watch Fit  ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “สมาร์ทวอทช์สำหรับทุกคน” ด้วยราคาที่คุ้มค่า ให้มีความแม่นยำในการเก็บข้อมูลทางสุขภาพและวัดค่าต่างๆ มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เราทราบข้อมูลตนเอง สามารถประเมินสถานการณ์ไปจนถึงการวางแผน-ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่ดียิ่งขึ้นได้ 

วัดระยะทางอย่างแม่นยำ เพื่อการออกกำลังกายแบบมือโปร 

แน่นอนว่าฟีเจอร์พื้นฐานของสมาร์ทวอทช์คงหนีไม่พ้นการวัดระยะทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินในแต่ละวัน จนไปถึงการวิ่งออกกำลังกายสำหรับสายสปอร์ต ซึ่งจะดีขึ้นไปอีกหากนาฬิกาที่ข้อมือสามารถวัดจังหวะการวิ่ง (Cadence) ได้ด้วย และดียิ่งขึ้นไปอีกหากทำได้แบบเรียลไทม์ โดยการวัดทั้งหมดนั้นต้องมีความแม่นยำ ซึ่งสิ่งที่ต้องมองหาก็คือระบบเซ็นเซอร์ที่จับวัดการเคลื่อนที่และ GPS ซึ่ง HUAWEI Watch Fit มีระบบเซ็นเซอร์ GPS ใหม่ ที่ทำงานร่วมกับ AI เมื่อเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน HUAWEI Health ก็จะมีคำแนะนำตามหลักวิทยาศาสตร์ให้แก่ผู้ใช้ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด 

ตัวอย่างการแสดงผลการวัดระยะทางและบอกโลเคชั่นของ HUAWEI Watch Fit รวมถึงการประเมินและวิเคราะห์ค่าต่างๆ 

รวมถึงเพซ จังหวะการวิ่ง ก้าวและแคลอรี่ที่เผาผลาญไป 

เบิร์นไปเท่าไร รู้ได้ทันทีแบบเรียลไทม์

แคลอรี่หรือพลังงานที่เผาผลาญได้ในแต่ละวัน คือสิ่งที่คนใส่สมาร์ทวอทช์ทุกคนอยากรู้ เพื่อจะได้วางแผนการออกกำลังกายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สมาร์ทวอทช์ที่ดีต้องสามารถบอกแคลอรี่ที่เผาผลาญไปแล้วได้แบบเรียลไทม์ และควรสามารถวิเคราะห์ประเภทของการออกกำลังกาย รวมถึงบอกได้ว่าแคลอรี่ที่เผาผาญไปเท่ากับการบริโภคอาหารประเภทใด 

 

จับจังหวะหัวใจ ไม่มีสะดุด ตลอด 24 ชั่วโมง 

คอฟิตเนสหรือสายสุขภาพรู้ดีว่าการวัดอัตราการเต้นของหัวใจมีความสำคัญอย่างมากต่อการออกกำลังกาย เพราะนอกจากจะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพได้แล้ว อัตราการเต้นของหัวใจยังมีผลต่อการเผาผลาญพลังงาน หากจะต้องมองหาฟังก์ชันการวัดอัตราการเต้นของหัวใจในสมาร์ทวอทช์ที่มีประสิทธิภาพ เราควรจะต้องมองหาสมาร์ทวอทช์ที่สามารถวัดผลจับอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง และสามารถแจ้งเตือนเมื่อจับค่าอัตราการเต้นของหัวใจที่มีค่าสูงกว่าปกติได้ในทันที และหากจะให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ความสามารถในการตรวจจับค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SPO2) รวมไปถึงการตรวจสอบระดับความเครียด จะช่วยให้สามารถประเมินผลสุขภาพของตัวเองได้อย่างแม่นยำรอบด้าน โดยใน HUAWEI Watch Fit นอกจากจะมีคุณสมบัติดังกล่าว ยังมีโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้จัดการกับปัญหาต่างๆ เช่น เมื่อวัดผลด้วยอัลกอริธึมและเทคโนโลยี HUAWEI TruRelax™ แล้วทราบว่าผู้ใช้มีความเครียดสูง ก็จะมีแบบฝึกหัดการหายใจให้ทำเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายลง เป็นต้น 

 

ตรวจจับการนอนหลับ เพื่อคุณภาพการพักผ่อนที่ไร้ที่ติ 

นอกจากการตรวจจับจังหวะการออกกำลังกายและอัตราการเต้นของหัวใจ คุณภาพการนอนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราควรติดตามตรวจสอบ เพราะการนอนหลับส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม และแน่นอนว่าความแม่นยำเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก หากนาฬิกาพลาดแล้วจับว่าเราหลับสนิททั้งที่จริง ๆ มีการตื่นกลางดึกบ้าง ข้อมูลที่ได้อาจจะไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปัจจุบัน สมาร์ทวอทช์บางตัวสามารถวัดได้ถึงขนาดที่ว่าเรากำลังนอนหลับอยู่ในขั้นไหน หลับลึก หลับตื้น หรือหลับแบบ REM โดยใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ความสอดคล้องของการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจ นอกจากนั้นยังมีการให้คะแนนการนอนหลับและคำแนะนำเพิ่มเติมด้วย หากใครอยากทราบว่าการนอนมีปัญหาอย่างไร และจะแก้ไขได้อย่างไร ต้องหาสมาร์ทวอทช์ที่ตอบโจทย์มาเป็นเจ้าของได้แล้วตอนนี้

ใครที่กำลังเล็งสมาร์ทวอทช์ ก็อย่าลืมว่านอกจากฟังก์ชันที่ครบ แบตเตอรี่ที่สามารถใช้ได้นาน อินเตอร์เฟซที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ และดีไซน์ที่สวยแล้ว ความสามารถในการเก็บข้อมูลและวัดค่าต่าง ๆ ก็ต้องมีความแม่นยำด้วย เพื่อให้มีข้อมูลไปปรับเปลี่ยนและวางแผนไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอทช์ที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความสนใจในฐานะแก็ดเจ็ตคู่ใจคนที่ต้องการมีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ โดดเด่นในเรื่องความแม่นยำในการเก็บข้อมูลทางสุขภาพและการวัดค่าต่างๆ มีให้เลือกถึง 4 สีตามบุคลิกและอารมณ์ของผู้ใช้ ได้แก่ Sakura Pink, Cantaloupe Orange, Mint Green, และ Graphite Black ในราคา 3,499 บาท ใครที่มองหาสมาร์ทวอทช์ที่จะเป็นเพื่อนคู่ใจตลอด 24 ชั่วโมง ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วที่ หัวเว่ย ออนไลน์ สโตร์ หัวเว่ยแบรนด์ช้อปทุกสาขา และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

ข่าว: HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอทช์ที่แม่นยำในการเก็บข้อมูลและวัดผลทำอะไรได้บ้าง! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/19/huawei-watch-fit-precise-smart-watch-to-capture-data.html

adidas เปิดตัวแอปพลิเคชั่นในไทย ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง Android และ ios [มีลิงก์]

adidas (อาดิดาส) เปิดตัวแอปพลิเคชันในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง Android และ ios เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในการเลือกซื้อสินค้าอาดิดาส พร้อมบริการพิเศษที่จะมาช่วยคัดเลือกอุปกรณ์กีฬาและสินค้าแฟชั่นที่น่าสนใจและเหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคน อีกทั้งยังมีสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่พร้อมให้ทุกคนได้เลือกซื้อกันอีกด้วย แอปพลิเคชันอาดิดาสมาพร้อมกับสโลแกน “To you, for you, with you” ซึ่งได้มีการเปิดตัวให้ใช้งานและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้ไปแล้วในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ กว่า 30 ประเทศ โดยมียอดดาวน์โหลดทั่วโลกรวมกว่า 4 ล้านครั้งนับตั้งแต่มีการเปิดตัวครั้งแรก

ความพิเศษของแอปพลิเคชันนี้คือ ประสบการณ์ในการใช้งานที่ถูกปรับให้มีความน่าสนใจและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละคน ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้าผ่านทางอาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ ได้อย่างง่ายดาย ส่วนในหน้า Newsfeed นั้น มีการปรับให้เหมาะกับผู้ใช้งานเพื่อแนะนำสินค้าต่างๆ รวมถึงบทความถ่ายทอดแรงบันดาลใจ วิดีโอ และข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับกีฬา นักกีฬา ตลอดจนถึงสินค้าที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถค้นหาสินค้าโดยการถ่ายรูปภาพสินค้าของอาดิดาส ชำระเงินในแอปพลิเคชันผ่านทาง Pay Pal ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ หรือติดต่อขอความช่วยเหลือจากฝ่ายบริการลูกค้าได้อีกด้วย

และเพื่อเป็นการฉลองเปิดตัวแอปพลิเคชันอาดิดาสในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ อาดิดาสได้นำหน้ากากผ้าเฟซ คัฟเวอร์ (Face Cover) มาจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านทางแอปพลิเคชันอาดิดาส โดยที่หน้ากากผ้าเฟซ คัฟเวอร์ นั้นถูกผลิตจากอาดิดาส ไพรม์กรีน (adidas Primegreen) หรือวัสดุที่ได้มาจากการรีไซเคิล มีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง มาพร้อมคุณสมบัติที่นุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี และปรับเข้ากับรูปหน้าของผู้สวมใส่พอดีเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ หรือใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย รวมทั้งช่วยป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิดเพื่อปกป้องผู้ที่อยู่รอบตัวเราอีกด้วย

หน้ากากผ้าเฟซ คัฟเวอร์ จะวางจำหน่ายในราคา 200 บาท (1 แพ็ค มี 3 ชิ้น) ในวันที่ 20 กันยายน 2563 ที่
แอปพลิเคชันอาดิดาส, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์
สยามพารากอน, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวสต์เกต, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ และ อาดิดาส ออริจินอลส์ สาขาที่ร่วมรายการ

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นอาดิดาส ได้แล้ววันนี้ทั้งในสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

(iOS) App Store: https://apps.apple.com/th/app/adidas/id1266591536

(Android) Google Play: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.adidas.app

 

ข่าว: adidas เปิดตัวแอปพลิเคชั่นในไทย ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง Android และ ios [มีลิงก์] มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/18/adidas-officially-launched-an-application-in-thailand.html

โซนี่ไทย เปิดจองกล้อง Alpha 7C กล้องฟูลเฟรมที่เล็กที่สุด และเบาที่สุดในโลก

บริษัท โซนี่ไทย จำกัด ดีเดย์เปิดจองกล้องฟูลเฟรม มิเรอร์เลสรุ่น Alpha 7C (อ่านว่า อัลฟ่า เซเว่น ซี)  Alpha 7C กล้องฟูลเฟรมที่เล็กที่สุด ดีไซน์สุดกะทัดรัดและเบาที่สุดในโลก เจาะกลุ่ม Gen Y สร้างสรรค์ไลฟ์ใหม่ของการถ่ายภาพ เสริมประสิทธิภาพในการใช้งานด้วยอุปกรณ์เสริมใหม่ล่าสุด เลนส์ซูม SEL2860 และแฟลช HVL-F28RM เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ ด้วยการเปิดตัวกล้องพ่วงแคมเปญการตลาด Full Frame One Hand #CoolMera พร้อมเปิดให้ผู้สนใจสั่งจองกล้อง Alpha 7C ได้ตั้งแต่วันที 17 กันยายน ศกนี้ เป็นต้นไป ในราคา Body จำหน่ายราคา 61,990 บาท บอดี้พร้อมเลนส์คิท รุ่น SEL2860 จำหน่ายราคา 72,990 บาท

 

กล้อง Alpha 7C รุ่นใหม่ได้ทำการผสมผสานกับคุณภาพของภาพแบบฟูลเฟรมของโซนี่ไว้อย่างหลากหลาย อาทิ ความสามารถของระบบโฟกัส (AF) ขั้นสูง และฟังก์ชั่นการถ่ายวีดีโอ ลงตัวด้วยการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา และขนาดกะทัดรัด ด้วยขนาดเพียง 124.0 มม. x 71.1 มม. x 59.7 มม. และหนักเพียง 509 กรัม ถือได้ว่ามีขนาดมีขนาดเล็กกะทัดรัด และเบาที่สุดในโลก โดยเทียบขนาดได้ใกล้เคียงกับกล้อง APS-C และมีน้ำหนักมากกว่า Alpha 6600 เพียง 1% เท่านั้น

พร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้น รองรับการใช้งานในระบบโฟกัส (AF) ขั้นสูง รวมถึงสามารถบันทึกวีดีโอที่มีความละเอียดของภาพระดับ 4K พร้อมกันนี้ โซนี่ไทยขอแนะนำเลนส์ซูม FE28-60mm. F4-5.6 (รุ่น SEL2860) ที่มีขนาดเล็ก และเบาที่สุดในโลกเช่นกัน ซึ่งเมื่อนำมาใช้ร่วมกับกล้อง Alpha 7C จึงยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการพกพา และความคล่องตัวสูงสุด เต็มประสิทธิภาพของฟูลเฟรม นอกจากนี้ยังมาพร้อมแฟลช HVL-F28RM ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมแสงได้ดั่งใจ โดยแฟลชจะทำงานร่วมกับระบบตรวจจับใบหน้าของกล้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Full Frame Black-illuminated Exmor R™ CMOS แบบฟูลเฟรม 35 มม. ที่มีความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมชิปประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X™ ที่ให้ความไวแสงสูง อีกทั้งยังให้ Dynamic Range กว้างถึง 15 สต็อป มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในตัวกล้องและชัตเตอร์ในตัวแบบ 5 แกน ที่ได้รับการอัพเกรด ทำให้สามารถป้องกันการสั่นไหวได้ถึง 5 สต็อป ช่วยให้ถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง รวมถึงการใช้โครงสร้างแบบ Monocoque ซึ่งมักใช้กับตัวถังรถยนต์ และเครื่องบิน ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมแบตเตอรี่ NP-FZ100 ที่มีความจุสูง สามารถให้พลังงานได้เพียงพอสำหรับการถ่ายภาพในระยะเวลาที่ยาวนานได้อย่างสะดวกสบาย สามารถถ่ายภาพได้มากถึง 740 ภาพ เมื่อใช้งานร่วมกับจอแสดงผล LCD หรือ 680 ภาพ เมื่อใช้งานผ่านช่องมองภาพ


คุณภาพของภาพฟูลเฟรมที่โดดเด่น

กล้อง Alpha 7C ของโซนี่ผสานความละเอียดสูง และสัญญาณรบกวนต่ำเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้คุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมในทุกความไวแสง ทำให้ผู้ใช้ได้คุณภาพของภาพที่น่าอัศจรรย์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน และภาพยนตร์ อาทิ การถ่ายภาพธรรมชาติ การถ่ายภาพบุคคล การถ่ายภาพกีฬา การถ่ายภาพสตรีทและอื่นๆ ด้วยค่า ISO มาตรฐานขยายได้ถึง 51,200 และสามารถขยายได้จาก ISO 50-204,800 สำหรับสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย และมีสัญญาณรบกวนต่ำ นอกจากนี้กล้อง Alpha 7C ยังรองรับการประมวลผลที่ 16-bit RAW และ สามารถ Output ได้ที่ 14-bit RAW


โฟกัสอัตโนมัติขั้นสูง

ด้วยฟังก์ชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้ Real-Time Tracking ที่มีอยู่ในกล้อง Alpha 7C สามารถรักษาโฟกัสที่แม่นยำได้โดยอัตโนมัติ ในขณะที่กดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมี “Tracking On + AF-On” ที่สามารถกำหนดให้เปิดใช้งานได้พร้อมกัน เมื่อกดปุ่ม AF-ON และยังสามารถจับวัตถุที่ต้องการได้เพียงแค่สัมผัสบนจอภาพ เมื่อเปิดใช้งาน Touch Tracking ผ่านเมนู โดยสามารถใช้ได้ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ ฟังก์ชั่น AF ของกล้อง Alpha 7C ยังมี Real-time Eye AF สำหรับทั้งมนุษย์ และสัตว์เพื่อให้ได้โฟกัสที่รวดเร็ว และแม่นยำ เมื่อใช้ Real-time Tracking ระบบจะตรวจจับดวงตา และใบหน้าของวัตถุ และล็อควัตถุแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ โดยระบบระบบออโต้โฟกัส (AF) ทำงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทั้งยังมีจุดโฟกัส Phase Detection จำนวน 693 จุด ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 93% ของเซ็นเซอร์ภาพ และมี Contrast Detection จำนวน 425 จุด เพื่อให้แน่ใจว่าโฟกัสเชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์

ยิ่งไปกว่านั้น กล้อง Alpha 7C ยังสามารถบันทึกภาพได้ต่อเนื่องถึง 10fps เมื่อใช้ช่องมองภาพ และ 8fps ในโหมด Live View พร้อมระบบ AF/AE โดยใช้หน่วยชัตเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ และระบบประมวลผลภาพอันชาญฉลาด กล้อง Alpha 7C สามารถบันทึกภาพไฟล์ JPEG (Fine L) ได้มากถึง 223 ภาพ และสามารถบันทึกภาพไฟล์ RAW ที่บีบอัดได้ 115 ภาพ หรือ บันทึกภาพไฟล์ RAW แบบที่ไม่มีการบีบอัดได้ 45 ภาพ สำหรับในการถ่ายภาพต่อเนื่อง และสามารถให้ระบบออโต้โฟกัส (AF) ที่แม่นยำ และเชื่อถือได้ในสภาพแสงน้อยถึง EV-4 ซึ่งจะช่วยให้จับภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว

เพิ่มขีดความสามารถของวิดีโอ

ความสามารถของกล้อง Alpha 7C รองรับการอ่านข้อมูลแบบฟูลเฟรมโดยไม่ต้องใช้ Pixel Binning ทำให้สามารถจับภาพได้มากกว่าสองเท่าของข้อมูลที่ต้องการสำหรับวิดีโอ 4K (QFHD : 3840×2160) ทั้งยังรองรับโปรไฟล์ HDR (HLG), S-Log / S-Gamut, Slow & Quick Motion รวมถึงรองรับการบันทึกแบบ Full HD ความเร็วสูงที่ 120 fps และคุณสมบัติวิดีโอขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อใช้ในการบันทึกภาพวิดีโอคุณภาพสูง

นอกจากนี้ กล้อง Alpha 7C ยังมี Real-time Eye AF สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดยระบบโฟกัสจะล็อคติดตามดวงตาโดยอัตโนมัติอย่างแม่นยำ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่า AF Transition Speed  และ AF Subject Shift Sensitivity ได้ตามความต้องการ รวมถึงยังมีฟังก์ชั่น Touch Tracking สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย


กล้อง Alpha 7C ยังมาพร้อมจอแสดงผล LCD ที่สามารถเปิดจากด้านข้าง และพับหมุนเอียงได้รอบทิศทาง ทำให้ง่ายต่อการบันทึกภาพไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบเซลฟี่ มุมมองเหนือศีรษะ หรือในระดับพื้นดิน ฯลฯ อีกทั้งยังมาพร้อมปุ่ม MOVIE ที่อยู่บริเวณตำแหน่งด้านบนของกล้อง ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในขณะที่บันทึกภาพในโหมดเซลฟี่ โดยกล้อง Alpha 7C ไม่เพียงแต่บันทึกวิดีโอคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังสามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบอินเตอร์เฟซออดิโอแบบดิจิตอลใน Multi Interface(MI) ของกล้อง ทำให้สามารถเชื่อมต่อ ECM-B1M Shotgun Microphone หรือ XLR-K3M XLR Adaptor Kit เพื่อป้อนสัญญาณเสียงดิจิตอลโดยตรงไปยัง MI เพื่อการบันทึกเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายเคเบิลหรือแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมช่องเสียบหูฟัง และไมโครโฟนเพื่อใช้ในการตรวจสอบเสียงที่บันทึกไว้ได้อย่างแม่นยำ

ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่เชื่อถือได้

 

กล้อง Alpha 7C ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก ด้วยจอแสดงผล LCD แบบทัชสกรีน ขนาดใหญ่ถึง 3 นิ้ว ที่มีความไวต่อการสัมผัส โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 921,000 จุด ให้การมองเห็นที่ดีที่สุดแม้ในสภาพแวดล้อมกลางแจ้งที่มีแสงจ้า และรองรับระบบโฟกัสแบบสัมผัส นอกจากนี้ยังมีโหมดมุมมองคุณภาพสูงสำหรับรายละเอียดที่ละเอียดและเป็นธรรมชาติด้วยช่องมองภาพ XGA OLED Tru-Finder™ EVF ขนาด 2.35 เมกะไบต์ ยิ่งไปกว่านั้นกล้อง Alpha 7C ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นที่ทำให้การใช้งานง่ายขึ้นในระหว่างและหลังการถ่ายภาพ เช่น การปรับแต่งปุ่ม Fn และอื่นๆ ในขณะที่ตัวกล้องยังทนต่อฝุ่นละอองและความชื้น เพื่อรองรับความต้องการในการถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

ยิ่งไปกว่านั้นยังลดขั้นตอนการทำงานให้ง่ายขึ้นด้วยฟังก์ชั่นการสื่อสารไร้สายที่รองรับ Wi-Fi ที่จะช่วยให้สามารถถ่ายโอนรูปภาพและภาพยนตร์ไปยังสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้โดยตรง ทั้งนี้เพื่อให้คุณสามารถแชร์ดูหรือบันทึกได้อย่างสะดวกสบาย นอกเหนือจากย่านความถี่ 2.4 GHz แบบเดิมแล้ว ยังรองรับมาตรฐาน 11ac ยังช่วยให้ถ่ายโอนผ่าน 5GHz (IEEE 802.11a / b / g / n / ac) โดยผู้ใช้สามารถเลือกการถ่ายโอนงานที่เสถียรและความเร็วสูงโดยมีสัญญาณรบกวนต่ำ นอกจากนี้ยังมีขั้วต่อ USB Type-C® ที่รองรับการถ่ายโอนข้อมูลด้วยเทคโนโลยี SuperSpeed USB 5Gbps (USB 3.2) รวมถึงสามารถโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูงสุดไปยังเครื่อง PC และยังรองรับการชาร์จไฟผ่านพาวเวอร์แบงค์ได้อย่างง่ายดาย

อุปกรณ์ใหม่เสริมประสิทธิภาพการใช้งานกล้อง A7C

เลนส์ซูมฟูลเฟรม FE 28-60 มม. F4-5.6 ที่มีขนาดเล็ก และเบาที่สุดในโลก คุณภาพจัดเต็ม
FE 28-60mm F4-5.6 เลนส์รุ่นใหม่ล่าสุดที่จัดได้ว่าเป็นเลนส์ซูมฟูลเฟรมที่เล็ก และเบาที่สุดในโลก ได้รับการออกแบบมาด้วยชิ้นเลนส์คุณภาพสูง เพื่อให้ดึงประสิทธิภาพฟูลเฟรมออกมาได้สูงสุด  สามารถถ่ายทอดภาพ  ฟูลเฟรมที่มีความละเอียดสูงตลอดทั้งภาพ ด้วยการจัดเรียงชิ้นเลนส์ Aspherical จำนวน 3 ชิ้นได้อย่างเหมาะสม     จึงช่วยลดความผิดปกติตลอดช่วงการซูมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เกิดความคมชัดสูงจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่ง โดยระยะโฟกัสต่ำสุดอยู่ที่ 0.99 ฟุต(0.3 ม.)(มุมกว้าง) ถึง 1.48 ฟุต(0.45ม.)(เทเลโฟโต้) ทำให้สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการถ่ายวิดีโอด้วย Gimbal หรือ Grip

ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 66.6 มม. x 45 มม. น้ำหนักเพียง 167 กรัม ผสานการออกแบบดีที่สุด ทำให้ FE 28-60mm F4-5.6 มีขนาดเล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบา สามารถใช้พกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่การถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพบุคคล เป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบพกพาทุกประเภทในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย และเมื่อใช้งานคู่กับกล้อง Alpha 7C จะทำให้ได้ประสิทธิภาพของฟูลเฟรมเหนือชั้นมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบกล้องและเลนส์ฟูลเฟรมที่เล็กและเบาที่สุดในโลก แม้จะมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบา FE 28-60mm F4-5.6 ยังมีระบบป้องกันฝุ่นและความชื้นได้เป็นอย่างดีและรองรับฟิลเตอร์ขนาด 40.5 มม. ได้หลายแบบ

เลนส์ FE 28-60mm F4-5.6 ยังมีระบบโฟกัส (AF) ความเร็วสูง ที่มาพร้อมกับ Real-time Tracking และ Real-time Eye AF ที่ให้ความแม่นยำสูงอีกด้วย นอกเหนือจากความสามารถของระบบโฟกัส (AF) ขั้นสูงของโซนี่แล้ว FE 28-60mm F4-5.6 ยังมีการออกแบบโฟกัสภายในซึ่งทำให้ความยาวของเลนส์ไม่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของโฟกัส และการถ่ายภาพระยะใกล้ ทำให้ผู้ใช้สามารถจับภาพที่หลากหลายได้อย่างง่ายดายจากการถ่ายภาพเคลื่อนไหวปกติ หรือแม้แต่การถ่าย Vlog ได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย

แฟลชรุ่น HVL-F28RM ขนาดกะทัดรัด พร้อมระบบควบคุมความเข้มของแสงที่เชื่อมโยงกับการตรวจจับใบหน้าของกล้องHVL-F28RM เป็นแฟลชขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับกล้องมิเรอร์เลสของโซนี่ ด้วยขนาดกะทัดรัดทำให้สามารถควบคุมการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเสียงเบาลง 12% และน้ำหนักเบาขึ้น 7% เมื่อเทียบกับแฟลชรุ่น HVL-F32M แต่มาพร้อมคุณสมบัติที่ตอบสนองความต้องการใช้งานของทั้งช่างภาพมือสมัครเล่น และมืออาชีพได้เป็นอย่างดี

HVL-F28RM สามารถให้ระดับแสงที่สม่ำเสมอ ด้วยการกระจายแสงที่ดีที่สุด และต่อเนื่อง เชื่อมต่อควบคุมการใช้งานแบบไร้สายด้วยคลื่นวิทยุที่เสถียร อีกทั้งยังสามารถทำงานเชื่อมโยงกับกับกล้องในการตรวจจับใบหน้า เมื่อใช้คู่กับกล้องรุ่นที่มีคุณสมบัติรองรับการใช้งาน มีการปรับสมดุลย์ของแสงที่ตกกระทบวัตุถุ และแสงจากสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำโดยอัตโนมัติ จึงให้สีสันที่เป็นธรรมชาติเหมือนจริง นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมแฟลชได้โดยตรงจากกล้องที่รองรับ อีกทั้งยังสามารถทำการปรับแต่งการตั้งค่าแฟลชในขณะที่มองผ่านช่องมองภาพ

ยิ่งไปกว่านั้น Metal Shoe Foot ผลิตจากโลหะพร้อมกรอบด้านข้างที่ทนทาน ทำหน้าที่ปกป้องขั้วสัมผัสไฟฟ้า เพิ่มความแข็งแรงจากการสั่นสะเทือน และการกระแทกจากทุกด้าน โดย Multi Interface foot ที่ถูกสร้างขึ้นจากโลหะสามารถให้ความแข็งแกร่งที่มากกว่า อีกทั้งยังสามารถกันฝุ่น และความชื้น สามารถใช้งานร่วมกับกล้อง Alpha 7C, Alpha 7S III, Alpha 7R IV และ Alpha 9 II  ได้

HVL-F28RM ยังถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย มีปุ่มปรับระดับแสง +/- ปุ่มจับคู่ ปุ่มทดสอบ และก้านล็อค นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่ามุมแฟลชได้ตามต้องการจาก 0, 20, 40, 60, 80, และ 120 องศา เพื่อให้วางตำแหน่งได้ง่าย แฟลชรุ่นใหม่นี้ยังมี Radio Trigger แบบไร้สายในตัว สำหรับรับสัญญาณโดยตรงจากเครื่องส่ง FA-WRC1M ที่ติดบนกล้อง โดย HVL-F28RM สามารถควบคุมแฟลชหรือชุดรับสัญญาณได้สูงสุด 15 ชุด ใน 5 กลุ่ม ที่ระยะทางสูงสุด 114 ฟุต(35 เมตร) เพื่อความคล่องตัวในการควบคุมแสงที่ไม่ธรรมดา HVL-F28RM ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อัลคาไลน์ AA(LR6) หรือ NiMH สองก้อน แบตเตอรี่อัลคาไลน์คู่ใหม่ สามารถให้พลังงานกระพริบต่อเนื่องได้ถึง 110 แฟลชเลยทีเดียว โดย HVL-F28RM จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม ศกนี้

เปิดสั่งจองกล้อง Alpha 7C พร้อมรับสิทธิพิเศษ 

โซนี่ไทยพร้อมเปิดให้ผู้สนใจสามารถสั่งจองกล้อง Alpha 7C ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ศกนี้ เป็นต้นไป ก่อนเริ่มวางจำหน่ายกลางเดือนตุลาคม ศกนี้ โดยกล้อง Alpha 7C จะวางจำหน่ายด้วยกัน 2 สี คือสีเงิน และสีดำ โดยมีราคาดังนี้

Alpha 7C Body จำหน่ายราคา 61,990 บาท
Alpha 7C พร้อมเลนส์คิท รุ่น SEL2860 จำหน่ายราคา 72,990 บาท
สิทธิพิเศษสำหร้บสำหรับลูกค้าที่สั่งจองกล้อง Alpha 7C จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษในการแลกซื้อเลนส์รุ่นที่ร่วมรายการสูงสุด 5,000 บาท ดังนี้

ส่วนลด 4,000 บาทสำหรับแลกซื้อเลนส์รุ่น SEL20F18G, SEL85F18, SEL35F18F
ส่วนลด 5,000 บาท สำหรับแลกซื้อเลนส์ SEL24F14GM
ส่วนลด 30% สำหรับซื้ออุปกรณ์ Shooting Grip Bluetooth รุ่น GP-VPT2BT
พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อกล้อง Alpha 7C และลงทะเบียน My Sony นอกจากจะได้รับการขยายระยะเวลาประกันเพิ่มเป็น 15 เดือนแล้ว ยังได้รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อแบตเตอรี่ รุ่น NP-FZ100 ผ่านทาง Sony Store Online อีกด้วย
กิจกรรม Alpha 7C “See Your Style” เพื่อสัมผัสประสบการณ์ และประสิทธิภาพกล้อง Alpha 7C ก่อนใคร ที่โชว์รูมโซนี่สโตร์ พารากอน

โซนี่เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้สนใจทดสอบประสิทธิภาพกล้อง Alpha 7C ก่อนวางขายจริง ในกิจกรรม Alpha 7C “See Your Style” ในระหว่างวันที่ 19, 20, 26 และ 27 กันยายน 2563 ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ สยามพารากอน โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับฟังข้อมูลที่น่าสนใจ และร่วมทดสอบประสิทธิภาพของกล้อง Alpha 7C พร้อมทั้งสอบถามข้อสงสัยหรือวิธีการใช้งานกับทางทีม Sony Product Specialist ได้โดยตรง ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่ 15 ถึง 23 กันยายน ศกนี้ ผ่านทางลิงค์ https://www.smap.ap.sony.com/survey/se/15795BB24F8F1E15

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม http://www.sony.co.th และทดลองสัมผัสประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านผู้แทนจำหน่ายกล้องชั้นนำที่เลือกสรร หรือเยี่ยมชม http://www.sony.co.th

ข่าว: โซนี่ไทย เปิดจองกล้อง Alpha 7C กล้องฟูลเฟรมที่เล็กที่สุด และเบาที่สุดในโลก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/18/sony-thai-open-to-reserve-the-alpha-7c-camera.html

Belkin จัดเต็มอุปกรณ์เสริมสำหรับสาวก Apple รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว

Belkin จัดเต็มอุปกรณ์เสริมมาตรฐานระดับโลก สำหรับ Apple Watch Series 6/ Apple Watch SE และ iPad Air (4th generation) รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว เอาใจสาวก Apple และกำลังมีแผนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ซึ่งอุปกรณ์เสริมที่เบลคินแนะนำสามารถใช้งานร่วมกับ Apple Watch Series 6 / Apple Watch SE และ iPad Air (4th generation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานระดับโลกทั้งในส่วนของวัสดุอุปกรณ์และความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อมการรับประกันการใช้งานนานถึง ปี

สำหรับ Apple Watch Series 6 / Apple Watch SE

BOOST CHARGE™ 3-in-1 Wireless Charger for iPhone + Apple Watch + AirPods

ที่รองชาร์จแบบไร้สาย Belkin BOOST↑CHARGE™ 3-in-1 Wireless Charger for iPhone + Apple Watch + AirPods มาพร้อมพลังในการชาร์จแบบไร้สายที่ออกแบบมาเป็นแท่นแบบ 3-in-1 พร้อมโมดูลไร้สายระบบ Qi รุ่นที่ ซึ่ง Qi คือมาตรฐานเทคโนโลยีไร้สายที่ใช้การชาร์จแบบเหนี่ยวนำ ซึ่งได้รับการรับรองและการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้พลังงานได้สูงสุดถึง 7.5 วัตต์ ทั้งนี้ที่รองชาร์จแบบไร้สายรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อชาร์จ iPhone, Apple Watch, AirPods หรือ AirPods Pro ได้รวดเร็วกว่าเดิมสูงสุดถึง 25% ด้วยแผ่นรองชาร์จแบบไร้สายขนาด 7.5 วัตต์ ขณะเดียวกันโมดูลการชาร์จแบบแม่เหล็กก็จะให้พลังงานกับ Apple Watch ไปพร้อมๆ กัน โดยสามารถชาร์จผ่านเคสส่วนใหญ่ที่มีความหนาไม่เกิน มม. ได้ ทั้งนี้ที่รองชาร์จอุปกรณ์ทั้ง ชิ้นนี้สามารถชาร์จได้จากปลั๊กไฟเพียงตัวเดียว สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin BOOST↑CHARGE™ 3-in-1 Wireless Charger for iPhone + Apple Watch + AirPods พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 4,290 บาท

สำหรับ iPad Air (4th generation)

BOOST↑CHARGE USB-C to USB-C Cable + Strap

สายชาร์จ Belkin BOOST↑CHARGE USB-C เป็น USB-C พร้อมสายรัด เป็นสายชาร์จที่ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมี่ยมเข้ากับความแข็งแรงทนทานขั้นสูง มาพร้อมสายรัดเพื่อจัดระเบียบการจัดเก็บให้เรียบร้อย ใช้งานได้กับอุปกรณ์แบบ USB-PD เพื่อส่งต่อการชาร์จที่รวดเร็วสำหรับ iPad Air (4th generation) รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้งาน USB-C ได้ โดยสามารถชาร์จ iPad ที่มีช่องต่อ USB-C ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเชื่อมต่อกับที่ชาร์จที่ใช้งานแบบ PD ได้ และยังสามารถซิงค์และถ่ายโอนข้อมูลระหว่าง iPad ที่มีช่องต่อ USB-C กับ Mac ที่มีช่องต่อ USB-C ได้เช่นเดียวกัน สายชาร์จมีความยาวสายอยู่ที่ 1.2 เมตร หรือประมาณ 4 ฟุต และสายรัดแบบหนังที่มีมาให้พร้อมเพื่อการจัดระเบียบสายให้เรียบร้อย เหมาะสำหรับการพกพา นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อให้ใช้งานได้อย่างทนทานยิ่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin BOOST↑CHARGE USB-C to USB-C พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 790 บาท

BOOSTCHARGE 18W USB-C Wall Charger

ที่ชาร์จเสียบผนัง Belkin BOOSTCHARGE 18W USB-C ให้กระแสไฟขนาด 18 วัตต์ ไปยังพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จ iPhone และ iPad รุ่นที่ใช้ USB-C โดยการชาร์จแบบเร็วของพอร์ต USB-C ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น โดยรุ่นที่ใช้งาน USB จะมีเทคโนโลยี Power Delivery ให้แบตเตอรี่เต็ม 50% เมื่อใช้สาย USB-C พร้อมหัวต่อ Lightning ที่มีมาให้กับความยาวถึง 1.2 เมตร หรือประมาณ 4 ฟุต ซึ่งยาวกว่าสายมาตรฐานทั่วไปถึง 33% ทั้งนี้ยังผ่านการรับรอง MFI เพื่อการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ iOS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย พร้อมรับประกันสินค้ายาวนานกว่า 2 ปี สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin BOOSTCHARGE 18W USB-C พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 1,290 บาท

BOOSTCHARGE 30W USB-C Wall Charger

ที่ชาร์จเสียบผนัง Belkin BOOSTCHARGE 30W USB-C  ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมหัวต่อทั้งแบบ USB-C และ USB-A สามารถชาร์จอุปกรณ์ iOS ด้วยพอร์ต USB-C 18 วัตต์ พร้อมด้วยพอร์ต USB-A 12W โดยการชาร์จแบบเร็วของพอร์ต USB-C ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น เมื่อชาร์จ iPhone หรือ iPad รุ่นที่ใช้งาน USB ที่มีเทคโนโลยี Power Delivery มีแบตเตอรี่เต็ม 50% เมื่อใช้สาย USB-C พร้อมหัวต่อ Lightning ที่มีมาให้ ทั้งนี้พอร์ต USB-A ให้กระแสไฟ 12 วัตต์ เพื่อชาร์จแบบเร็วทั้ง iPhone และ iPad รุ่นเก่าได้พร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังผ่านการรับรอง MFI เพื่อการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ iOS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย พร้อมรับประกันสินค้ายาวนานกว่า 2 ปี สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่  Belkin BOOSTCHARGE 30W USB-C  พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 1,490 บาท

หัวชาร์จ Belkin BOOSTCHARGE™ 30W USB-C GaN Wall Charger สัมผัสประสบการณ์การชาร์จอีกระดับด้วยเทคโนโลยี GaN ขั้นสูง ให้การชาร์จที่รวดเร็วถึง 30W สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้พอร์ต USB-C มีขนาดกะทัดรัดและสะดวกสบาย ขาปลั๊กไฟแบบพับได้ทำให้มีขนาดเล็กและพกพาสะดวก สินค้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ในราคา 1,190 บาท สามารถดูข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ https://www.belkin.com/us/p/P-WCH001/ 

BOOSTCHARGEDual USB-C GaN Wall Charger 68W

หัวชาร์จ Belkin BOOSTCHARGEDual USB-C GaN Wall Charger 68W ชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์ต่างๆ จากพอร์ต USB-C ที่มีมาให้ 2 พอร์ต โดยการแชร์พลังงานอัจฉริยะจะให้การชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่หนึ่งอุปกรณ์ หรือสองอุปกรณ์ก็ได้ โดยจะทำการตรวจจับเมื่อแต่ละพอร์ตถูกใช้งานและกำหนดพลังงานที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งสามารถใช้งานพอร์ตเดียวเพื่อชาร์จอุปกรณ์ USB-C หนึ่งเครื่องโดยรับการชาร์จสูงสุด 60W หรือการชาร์จแลปท็อป 50W ด้วยพอร์ตหนึ่ง ไปพร้อมกับสมาร์ทโฟนหรือ iPad ที่รองรับ USB-C สูงสุด 18W กับอีกพอร์ตหนึ่งก็ได้เช่นกัน สินค้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆนี้ ในราคา 2,490 บาท สามารถดูข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ https://www.belkin.com/us/p/P-WCH003/ 

USB-C to HDMI Adapter 

อะแดปเตอร์ Belkin USB-C เป็น HDMI มอบประสบการณ์อันราบรื่นและง่ายดายในการเชื่อมต่อ iPad Air (4th generation) ที่รองรับ USB-C เข้ากับ HDTV หรือจอภาพที่รองรับ HDMI โดยรองรับการแสดงผลความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60Hz (4096 x 2160) จึงสามารถถ่ายทอดความคมชัดและเสียงอันน่าทึ่งเพื่อที่สุดของประสบการณ์การรับชมในแบบ 4K อะแดปเตอร์นี้เหมาะสำหรับวิดีโอที่มีช่วงไดนามิกสูง (HDR) อีกทั้งยังรองรับ HDCP 2.2 เพื่อให้สามารถสตรีมคอนเทนต์ที่มีการป้องกันจาก iTunes และ Netflix ได้โดยต้องมีพอร์ต USB-C ที่รองรับวิดีโอ สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin USB-C to HDMI Adapter  พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 3,190 บาท

อะแดปเตอร์ USB-C เป็น VGA จาก Belkin มีความสามารถในการเชื่อมต่อ iPad Air (4th generation) หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ USB-C เข้ากับหน้าจอ ทีวี หรือโปรเจ็กเตอร์เครื่องเก่าที่มีหัวต่อ VGA ได้อย่างราบรื่น ด้วยการออกแบบและทดสอบอย่างละเอียดจาก Belkin อะแดปเตอร์ชิ้นนี้จึงสามารถที่จะเพิ่มคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่มีพอร์ต USB-C มาไว้ในที่บ้านหรือที่ทำงานได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่เดิม สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin USB-C to VGA Adapter พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 1,090 บาท

USB-C to Gigabit Ethernet Adapter

อะแดปเตอร์ Ethernet USB-C เป็น Gigabit จาก Belkin ทำให้สามารถใช้สายแลนเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้น ในขณะที่การเชื่อมต่อแบบไร้สายอาจทำงานได้ไม่ราบรื่นและไม่เสถียร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ iPad Air (4th generation) หรือ MacBook ที่มีพอร์ต USB-C หรือ MacBook Pro ที่มีพอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C) โดยสามารถรองรับ 10/100/1000BASE-T อีกทั้งอะแดปเตอร์รุ่นนี้ยังได้รับการออกแบบและทดสอบตามมาตรฐานที่เข้มงวดจาก Belkin ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพ สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin USB-C to Gigabit Ethernet Adapter พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 1,090 บาท

USB-C to Gigabit Ethernet Adapter

อะแดปเตอร์ Ethernet + Power พร้อมหัวต่อ Lightning จาก Belkin เป็นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบที่สุด หากต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบมีสายที่รวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้สำหรับ iPad Air (4th generation) อะแดปเตอร์รุ่นนี้มาพร้อมทั้งพอร์ต Power over Ethernet และพอร์ต Lightning เพื่อให้คุณสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างปลอดภัยพร้อมๆ กับชาร์จอุปกรณ์ iOS ไปในตัวได้อย่างต่อเนื่อง ความสามารถของ Power over Ethernet ยังให้การเชื่อมต่อที่สะดวกง่ายดายในอีกรูปแบบและชาร์จไปในตัวพร้อมกันด้วยสายเพียงเส้นเดียว นอกจากนี้เมื่อดาวน์โหลดแอพ Belkin Connect จะสามารถอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ ในอนาคตเพื่อให้การใช้งานอะแดปเตอร์ Ethernet + Power มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดได้อีกด้วย สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin Ethernet + Power Adapter with Lightning Connector พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 3,590 บาท

ข่าว: Belkin จัดเต็มอุปกรณ์เสริมสำหรับสาวก Apple รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว  มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/18/belkin-accessories-for-the-latest-apple-followers-just-released.html

สรุปราคา โปรโมชั่น และช่องทางจำหน่าย realme7 Pro หลังงานเปิดตัว!!

สรุปราคาและโปรโมชั่นหลังงานเปิดตัวกับ realme7 Pro สมาร์ทโฟนที่ชาร์จเร็วที่สุดในตอนนี้ นวัตกรรมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge พร้อมกล้องหลัง เลนส์ Sony ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ประสิทธิภาพทรงพลังด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 720G อีกทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ผ่านการทดสอบคุณภาพโดย TüV Rheinland (ทูฟไรน์แลนด์: หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยทางเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมระดับโลก) วางจำหน่ายในราคาเพียง 10,990 บาท เปิดให้ Pre – order แล้วตั้งแต่วันนี้ – 24 กันยายนนี้เท่านั้น และวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 25 กันยายนนี้ 

ก่อนหน้านี้ทาง Appdisqus เคยได้ทำบทความแกะกล่อง realme7 Pro  สมาร์ทโฟนแห่งความทรงพลังในทุกด้าน ที่สุดการของนวัตกรรมชาร์จเร็วเต็ม 100% ในเวลาเพียง 34 นาที พร้อมเป็นรุ่นแรกที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพระดับสากลโดย TüVRheinland ชาร์จเร็วที่สุดในกลุ่มราคาเดียวกันด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการชาร์จเร็ว realme 7 Pro มาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 13% ในเวลาเพียง 3 นาที และชาร์จเต็ม 100% ในเวลาเพียง 34 นาที ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ชาร์จเร็วที่สุดในระดับราคาเดียวกัน

นอกจากนี้ realme 7 Pro ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh แบบ Dual 3C Cells ที่แบ่งอัตราส่วนแบตเตอรี่เป็น 2250 mAh และชาร์จโดยตรงด้วยกระแส10V 6.5A ภายใต้ระบบควบคุมขั้นตอนการชาร์จเร็วด้วย MCU  (Microcontroller Unit)  สำหรับกระบวนการปล่อยไฟของการชาร์จเร็ว SuperDart Charge ใช้วงจรอัดประจุเพื่อลดแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่สองเซลล์ลงครึ่งหนึ่งเพื่อควบคุมความเร็วในการชาร์จและอุณหภูมิ ซึ่งกระบวนการชาร์จทั้งหมดจะถูกควบคุมภายใต้อุณหภูมิ 40 องศา เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนสูงเกินไปและการแปลงพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 98%

หน้าจอ Super AMOLED คมชัดทุกมุมมอง ทรงพลังด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 720G

อีกขั้นของการดีไซน์สุดล้ำสมัยจากแรงบันดาลใจของแสงสะท้อนธรรมชาติรอบตัว ผ่านแสงเงาบนฝาหลังของสมาร์ทโฟน     ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีเทคโนโลยี AG มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 90.8% มาพร้อมกับสีสันสวยงามให้เลือก 2 สี ได้แก่ Mirror Blue และ Mirror Sliver  ประสิทธิภาพทรงพลังในระดับรุ่น “Pro” ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G ขนาด 8nm ความเร็วที่ 2.3Hz พร้อม RAM 8GB + ROM128GB ที่สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยการ์ด microSD ได้สูงสุดถึง 256GB ตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มที่

ราคา โปรโมชั่น และช่องทางจำหน่าย 

realme 7 Pro ความจุ 8 + 128GB วางจำหน่ายในราคาเพียง 10,990 บาท ในวันที่ 25 กันยายนนี้ พร้อมรับของแถม realme Pro Jet Black Bag  เปิดให้ Pre – order แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 กันยายนนี้เท่านั้น พร้อมรับเพิ่ม  VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี รวมมูลค่า 5,890 บาท

 

 

สำหรับช่องทางออนไลน์ จำหน่ายผ่านทาง Lazada, Shopee ,This Shop และ JD Central และวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 25 กันยายนนี้ ในราคาเพียง 10,990 บาท พร้อมรับของแถมrealme Pro Jet Black Bag   เปิดให้ Pre – order แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 กันยายนนี้เท่านั้น พร้อมรับเพิ่ม  VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี รวมมูลค่า 5,890 บาท

ช่องทางการสั่งซื้อ
Lazada : https://bit.ly/32jCO7h
Shopee :  http://bit.ly/rm7proshpth
This Shop: https://bit.ly/2FleyIV
JD Central : https://bit.ly/2FN4SqH

พิเศษสุดสำหรับลูกค้า AIS, truemoveH และ dtac เป็นเจ้าของ realme 7 Pro ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,990 บาท วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 25 กันยายนนี้ พร้อมรับฟรี realme 7 Pro Jet Black Bag เปิดให้ Pre – order แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 กันยายนนี้เท่านั้น พร้อมรับเพิ่ม  VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี รวมมูลค่า 5,890 บาท

สำหรับช่องทาง BaNANA, BKK, KINGKONG, Cyborg Kong, TG Fone, Jaymart, IT CITY ,CSC และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 25 กันยายนนี้ ในราคา 10,990 บาท พร้อมรับของแถม realme Pro Jet Black Bag และเปิดให้ Pre – order แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 กันยายนนี้เท่านั้น พร้อมรับเพิ่ม  VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี รวมมูลค่า 5,890 บาท 

นอกจากนี้ ยังสามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 12 เดือน

ห้ามพลาดกับ realme 7 Pro สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/realmeTH , เว็บไซต์ https://www.realme.com/th   และ realme Brand Shop ทุกสาขา

ข่าว: สรุปราคา โปรโมชั่น และช่องทางจำหน่าย realme7 Pro หลังงานเปิดตัว!! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/17/summary-of-prices-and-promotions-realme7-pro.html

แนะนำศูนย์บริการของ LG สำหรับติดต่อ ส่งซ่อม เคลมทั่วประเทศไทย

แนะนำศูนย์บริการของ LG สำหรับติดต่อ ส่งซ่อม เคลมทั่วประเทศไทย บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด  75/81 อาคารริชมอนด์ ชั้น 1 ซ.สุขุมวิท 26 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

ศูนย์บริการข้อมูล: 0-2878-5757

Email: supportlgeth@lge.com

Website : http://www.lg.com/th

Facebook : LG Lift’s Good

ศูนย์บริการทั้ง 9 สาขา

LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขาเชียงใหม่

เลขที่ 89/47-7 ถ.บำรุงศรี ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่

เชียงใหม่ 50200

พิกัด 7.921760, 98.396243

เปิดบริการ 8.00 AM-6.00 PM

ปิดให้การ Sat – Sun


LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขาธนบุรี

เลขที่ 640 รัชดา-ท่าพระ ซอย 7 ถนนรัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี

กรุงเทพมหานคร 10600

พิกัด 13.707227, 100.481230

เปิดบริการ 8.00 AM-6.00 PM

ปิดให้บริการ Sun


LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขานครราชสีมา

เลขที่ 1195/24 ถนน มิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา

นครราชสีมา 30000

พิกัด 14.960115, 102.059837

เปิดบริการ 8.00 AM-6.00 PM

ปิดให้บริการ Sat – Sun


LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขาพัทยา

เลขที่ 392/85 หมู่ที่6 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง

ชลบุรี 20150

พิกัด 12.943600, 100.904623

เปิดให้บริการ 8.00 AM-6.00 PM

ปิดให้บริการ Sat – Sun


LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขาภูเก็ต

เลขที่ 66/49 หมู่ 2 ถ.เทพกษัตรีย์ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 ตำบลรัษฏา อำเภอเมือง

ภูเก็ต 83000

พิกัด 7.921760, 98.396243

เปิดให้บริการ 8.00 AM-6.00 PM

ปิดให้บริการ Sat – Sun


LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขารามอินทรา

เลขที่ 110-111 ศูนย์การค้า CDC อาคารJ2 ชั้น1 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ

กรุงเทพมหานคร 10240

พิกัด 13.802284, 100.618961

เปิดให้บริการ 9.00 AM-6.20 PM

ปิดให้บริการ Sun


LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขาสุขุมวิท

เลขที่ 75/2 อาคารริชมอนด์ ชั้น1 ถ.สุขุมวิท26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 แขวงคลองตั เขตคลองเตย

กรุงเทพมหานคร 10110

พิกัด 13.723195, 100.569854

เปิดให้บริการ 8.00 AM-6.00 PM

ปิดให้บริการ Sat – Sun


LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขาหาดใหญ่

เลขที่ 291,291/1 ถ.นิพัทธ์ สงเคราะห์1 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่

สงขลา 90110

พิกัด 7.024477, 100.469910

เปิดให้บริการ 8.00 AM-6.00 PM

ปิดให้บริการร Sat – Sun


LG Service Center : ศูนย์บริการแอลจี สาขาอุดรธานี

เลขที่ 224/4 ถ.ข้างอำเภอ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000 ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง

อุดรธานี 41000

พิกัด 17.397786, 102.787422

เปิดให้บริการ 8.00 AM-6.00 PM

ปิดให้บริการ Sat – Sun

ข่าว: แนะนำศูนย์บริการของ LG สำหรับติดต่อ ส่งซ่อม เคลมทั่วประเทศไทย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/17/service-center-lg-thailand.html

GoPro เปิดตัว Hero9 Black เพิ่มเซ็นเซอร์ตัวใหม่ สำหรับถ่ายภาพวีดีโอในระดับ 5K

Gopro ประกาศเปิดตัวกล้องตระกูล HERO รุ่นใหม่ HERO9 Black ขนาดของหน้าจอด้านหลังที่ใหญ่ขึ้นและแบตเตอรี่ที่คงทนมากขึ้นกว่า 30% เริ่มด้วยเซ็นเซอร์ตัวใหม่ที่จะทำให้คุณได้ถ่ายวีดีโอด้วยความละเอียดในระดับ 5K และถ่ายภาพนิ่งที่ความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล ระบบกันสั่น Hypersmooth 3.0 รุ่นใหม่ล่าสุดที่จะช่วยเพิ่มระดับความนิ่งของวีดีโอมากยิ่งขึ้นในทุกเฟรมเรต พร้อมทำงานควบคู่ไปกับฟังก์ชัน In-camera horizon levelling รักษาระดับวีดีโอของคุณไม่ให้เอนเอียง สุดพิเศษกับหน้าจอด้านหน้าที่คุณจะได้ถ่ายภาพเซลฟี่แบบเทคเดียวจบ!

 

ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมสุดพิเศษที่จะทำให้เสมือนมีสองกล้องในหนึ่งเดียว ด้วย Max Lens Mod  ที่เสริมความเป็น Max มาอยู่ในหมวด HERO ด้วยฟังก์ชั่นกันสั่น Max Hypersmooth และ Max Superview ที่จะทำให้คุณเก็บภาพและวีดีโอในมุมที่กว้างกว่าเดิมได้ในเฟรมเดียว

GoPro HERO9 Black  เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก โดยมาในรูปแบบ Travel Case กระเป๋าใส่กล้องคุณภาพสูงที่สามารถใส่อุปกรณ์เสริมและ Mounts ได้จบในใบเดียว ซึ่งความพิเศษของ Travel Case นี้ โกโปรคำนึงถึงการช่วยลดทรัพยากรทางธรรมชาติ จึงผลิตกระเป๋าออกมาโดยไม่ใช้พลาสติกแม้แต่ชิ้นเดียว ลดการใช้พลาสติก ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ในบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงลดการใช้พลาสติกจากธุรกิจทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งการลดปริมาณพลาสติก นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับ Travel case เราตั้งเป้าว่าจะลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์กล้องทุกรุ่นภายในปี 2021 นี้

HERO9 Black ฟีเจอร์

  • เซนเซอร์รับภาพแบบใหม่
  • วิดิโอ: 5K30, 4K60, 2.7K120, 1440p120, 1080p240 และอื่นๆ
  • ภาพนิ่ง: 20MP
  • จอภาพสีด้านหน้าแบบใหม่ขนาด 1.4” ที่สามารถแสดงภาพสด และสถานะของโหมดได้
  • จอภาพด้านหลังขนาด 2.27” ที่ใหญ่ขึ้น ที่สามารถแตะเพื่อขยายได้
  • แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานกว่า HERO8 Black ขึ้นถึง 30%  และเพิ่มขีดความสามารถในการถ่ายในสภาพอากาศเย็น
  • แบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกมาชาร์จได้
  • HyperSmooth 3.0 และ In-camera Horizon Levelling การปรับระดับภาพให้คงเส้นขอบฟ้าในตัวกล้อง
  • TimeWarp 3.0 ที่ปรับความเร็วในการถ่ายได้ทั้งแบบตามเวลาจริงพร้อมบันทึกเสียง หรือ ความเร็วที่ช้าลง
  • การถ่ายทอดสดด้วยความคมชัด 1080p
  • โหมดเว็ปแคมความคมชัด 1080p
  • Power Tools: HindSight, LiveBurst, Scheduled Capture และ Duration Capture
  • SuperPhoto + วิดิโอ HDR Night lapse
  • รูปภาพ RAW
  • เลนส์ดิจิตอล
  • คำสั่งเสียง 14 คำสั่ง ใน 11 ภาษา และ 6 สำเนียง
  • ไมโครโฟน 3 ตัว ที่มีการลดเสียงรบกวนจากลม
  • ระบบเสียง Stereo + RAW
  • ลำโพงที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เสียงในการย้อนดูภาพวิดีโอที่ดียิ่งขึ้น
  • ตัวครอบเลนส์ที่สามารถถอดได้
  • เมาท์ขนาดเล็กพับได้ในตัว
  • บอดี้ที่ทนทาน และ กันน้ำได้ลึกถึง 33ft (10m)
  • สามารถใช้ได้กับ Max Lens Mod, Light Mod, Display Mod และ Media Mod สำหรับ HERO9 Black

Max Lens Mod ใหม่หมดจด 

ใน HERO9 Black ที่มาพร้อมกับ Max Lens Mod ตัวใหม่นี้ มีฟังก์ชั่น Max HyperSmooth ซึ่งมีโหมดลดการสั่นไหวที่สมบูรณ์แบบที่สุดและมีการบิดเบือนของภาพต่ำ ซึ่งสามารถใช้กับวีดิโอที่มีความละเอียดถึง 2.7K60 นอกจากนี้ Max Lens Mod ยังมีฟังก์ชั่นล็อกเส้นขอบฟ้ามาให้คุณอีกด้วย ถึงแม้ว่ากล้องจะถูกหมุนไปรอบ 360° ฟังก์ชั่นนี้จะช่วยทำให้การถ่ายภาพออกมาอย่างมืออาชีพ

ประเภทของ Mods ที่สามารถใช้กับ HERO9 Black ได้มีดังนี้

Media Mod ซึ่งสามารถถอดฟองน้ำกันลมออกมาได้
Display Mod และ Light Mod

Max Lens Mod คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงไตรมาส 4 โดยอุปกรณ์เสริมของ GoPro ต่างๆ รวมถึง Light Mod มีพร้อมวางจำหน่าย ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

 ข้อมูลการวางจำหน่ายในประเทศไทย

GoPro และอุปกรณ์เสริมต่างๆ สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ช่องทาง Facebook : GoProThailand https://www.facebook.com/GoProThailand/

GoPro Million Dollar Challenge – ถึงเวลาของ HERO9 Black 

เป็นปีที่สามติดต่อกัน สำหรับ GoPro Million Dollar Challenge ที่ทางโกโปร (GoPro) ได้เชิญชวนผู้ใช้งานทุกท่าน มาร่วมกิจกรรมในการสร้างสรรค์วิดีโอ โดยในครั้งนี้เราขอเชิญชวนผู้ใช้ HERO9 Black ทุกท่าน มาร่วมกิจกรรมถ่ายวิดีโอ และส่งไฟล์วิดีโอคลิปแบบ RAW ไปที่ GoPro.com/Awards เพื่อนำมารวมในวิดีโอไฮไลท์ที่รวบรวมทุกคลิปโดดเด่นจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วโลก โดยผู้ชนะทุกท่านที่คลิปได้รับการคัดเลือก จะได้รับส่วนแบ่งเป็นสัดส่วนเท่าๆ กัน จากเงินรางวัลรวมทั้งหมด 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หมดเขตส่งคลิปวีดีโอในวันที่ 4 ธันวาคม 2563

ข่าว: GoPro เปิดตัว Hero9 Black เพิ่มเซ็นเซอร์ตัวใหม่ สำหรับถ่ายภาพวีดีโอในระดับ 5K มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/17/gopro-launches-hero9-black-adds-a-new-sensor-for-shooting-video-in-5k.html

วิธีแก้ปัญหากล้อง Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S เปิดดูไม่ได้ด้วยการอัพเดต Custom Firmware

ช่วงนี้หลายๆ บ้านที่ใช้งาน Xiaomi Dafang หรือ Xiaofang 1S น่าจะเริ่มค่อยๆ ประสบปัญหากล้องวงจรปิดของตัวเองเริ่มทยอยใช้งานไม่ได้ไปทีละตัวสองตัว (เคยเห็นหนักสุดใน Xiaomi Community Thailand ที่มีแจ้งว่าใช้ไม่ได้กว่า 20 ตัวเลยทีเดียว) เพื่อนๆ หลายๆ คนที่กำลังประสบปัญหานี้อาจจะกำลังคิดว่าหรือเราต้องโยนน้อง Dafang และ Xiaofang 1S ของเราลงถังขยะแล้วนะ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เพราะว่าวันนี้ APPDISQUS มีวิธีการปลุกชีพ Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S ให้กลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง โดยการลงคัสตอมเฟิร์มแวร์และใช้งานผ่านเซิร์ฟเวอร์ RTSP เช่น VLC กันแทน

Xiaomi Dafang Xiaofang 1S Custom Firmware UI
ภาพแสดง UI ของ Custom Firmware สำหรับ Dafang และ Xiaofang 1S

วิธีการนั้นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่เพื่อนๆ ต้องอ่านขั้นตอนให้ละเอียดก่อนการลงมือทำเพื่อให้มั่นใจว่าจะลงมืออัพเกรดเฟิร์มแวร์ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด โดยเราจะพยายามอธิบายให้ละเอียดมากที่สุดเพื่อให้เพื่อนๆ ทำตามกันได้โดยง่าย แต่หากติดปัญหาตรงไหนสามารถสอบถามกันเข้ามาทางเพจ AppDisqus บน Facebook กันได้เลยนะครับ (แล้วอย่าลืมกดติดตามเรากันไว้ด้วยล่ะ จะได้ไม่พลาดสิ่งดีๆ แบบนี้)

เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มจากหน้าตาของกล้อง Dafang และ Xiaofang 1S ที่รองรับการก่อนดีกว่า

กล้อง Xiaomi ที่รองรับ Custom Firmware และวิธีการนี้

  • Xiaomi Dafang

Xiaomi Dafang Custom Firmware

  • Xiaomi Xiaofang 1S เฉพาะรุ่นที่มีรหัส T20 (รุ่นเก่า) เท่านั้น รุ่นใหม่ที่เป็นรหัส T20L จะไม่สามารถใช้งาน Custom Firmware นี้ได้

Xiaomi Xiaofang 1S Custom Firmware

หลังจากตรวจสอบมั่นใจแล้วว่ากล้องที่เพื่อนๆ มีอยู่นั้นเป็นกล้องที่รองรับ Custom Firmware และการอัพเดตด้วยวิธีการนี้ ต่อไปก็ถึงขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนการอัพเดตกัน

สิ่งที่ต้องใช้ในการอัพเดต Custom Firwware สำหรับ Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S (T20)

  1. การ์ด MicroSD ขนาดยิ่งเล็กยิ่งดี แนะนำที่ 1GB แต่หากไม่มีเอา 8GB หรือลองเอาที่มีอยู่มาทดลองก็ได้ (แต่ข้อมูลในการ์ดใบนั้นๆ จะหายทั้งหมด)
  2. เครื่องคอมพิวเตอร์ จะเป็น PC หรือ Mac ก็ได้ (เครื่องที่ผมใช้ในตอนนี้เป็น Mac ดังนั้นรูปที่แคปไปจะมาจากหน้าจอของ Mac นะครับ แต่วิธีการจะแทบไม่ต่างกัน
  3. ตัวกล้อง Xiaomi Dafang หรือ Xiaofang 1S (T20) ที่เราต้องการอัพเกรด
  4. CFW-Binary ของกล้องตัวที่เราใช้อยู่และต้องการเอามาอัพเกรด โดยสามารถโหลดเวอร์ช่นล่าสุดได้ตามลิงก์ ดาวน์โหลด CFW-Binary ของ Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S T20 ได้เลย โดยจะอยู่ในหัวข้อที่ 1 เลือกโหลดตัวที่เป็นของรุ่นที่ต้องการอัพเดตได้เลยครับ
  5. Custom Firmware ที่จะต้องเอามาลง โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากลิงก์ ดาวน์โหลด Custom Firmware (Xiaomi-Dafang-Hack-Master) ของ Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S T20 โดยทั้งสองรุ่นจะใช้เป็นไฟล์ดาวน์โหลดเดียวกัน

เอาล่ะ เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม อุปกรณ์พร้อม และเฟิร์มแวร์ก็ดาวน์โหลดมาพร้อม เราจะทำได้!

วิธีอัพเดต Custom Firmware สำหรับ Dafang และ Xiaofang 1S เพื่อใช้งาน RTSP

  • สำหรับ Windows ให้ฟอร์แมต SD Card ที่จะนำมาใช้งานเป็นแบบ FAT32 เท่านั้น สำหรับ Mac ให้ฟอร์แมตเป็น MS-DOT(FAT) ด้วยเครื่องมือ Disk Utilities (ฟอร์แมตอื่นๆ เช่น NTFS หรือ EXFAT จะใช้ไม่ได้โดยเด็ดขาด)
disk-utilities-format
การฟอร์แมต FAT32 (MS-DOT FAT) ใน MacOS
  • กอปปี้ไฟล์ CFW-Binary ที่ดาวน์โหลดมาเตรียมไว้ไปใส่ใน SD Card ที่ทำการฟอร์แมตแล้ว โดยใส่ไว้หน้าบนสุด ห้ามไว้ในโฟลเดอร์ใดๆ จากนั้นให้เปลี่ยนชื่อมันเป็น “demo.bin”
rename file to demo.bin
เปลี่ยนชื่อไฟล์จาก cfw-1.x.bin ไปเป็น demo.bin หลังจากกอปใส่ SD Card แล้ว
  • ถอดสายพาวเวอร์ออกจากตัวกล้องของเราเพื่อตัดไฟและปิดกล้องให้สนิท จากนั้นให้เสียบ MicroSD Card เข้าไปในตัวกล้อง
  • กดปุ่มเซ็ตอัพบนตัวกล้องค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้น จากนั้นให้เสียบสายไฟกลับเข้าไปโดยที่มือยังคงกดปุ่มเซ็ตอัพเอาไว้อยู่ กดค้างเอาไว้แบบนั้นไปอีก 10 วินาที
  • รอจนกว่าเฟิร์มแวร์จะอัพเดตสมบูรณ์ โดยอาจใช้เวลาประมาณ 3 นาที หากเป็น Xiaomi Dafang ให้สังเกตว่าฐานกล้องจะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง พอถึงตอนนั้นก็ถอดสายพาวเวอร์ออกจากตัวกล้องได้เลย เพราะเราจะปิดกล้องลงอีกรอบ
  • ถอด MicroSD Card ออกจากกล้อง แล้วเสียบสายพาวเวอร์กลับเข้าไปเพื่อทำการเปิดกล้องอีกครั้ง หากการแฟลช CFW Binary สำเร็จ คุณจะเห็นไฟสีฟ้าติดค้างอยู่ประมาณ 5 วินาที ก่อนที่ฐานเครื่องจะเริ่มเคลื่อนไหว (หากเป็น Dafang)

ในขั้นตอนนี้….

  • หากไม่เห็นไฟสีฟ้าติดค้างประมาณ 5 วินาที ให้ลองเปลี่ยน MicroSD Card ดูแล้วเริ่มใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1

แต่หากสำเร็จ เราไปกันต่อที่ขั้นตอนการติดตั้งเฟิร์มแวร์ใหม่…

  • unzip ไฟล์ Xiaomi-Dafang-Hack-Master ที่ดาวน์โหลดมา จากนั้นให้กอปปี้ทุกอย่างที่อยู่ในโฟลเดอร์ “firmware_mod” ไปใส่ไว้ชั้นแรกสุด (root) ของ MicroSD Card ตัวที่เราถอดมาจากกล้องในขั้นตอนก่อนหน้า โดยไฟล์จะเรียงดังนี้
Dafang Custom Firmware File Organization
ภาพแสดงไฟล์ที่ต้องกอปปี้ไปวางไว้ในชั้นบนสุดของ SD Card โดย “E” แทนชื่อไดรฟ์ของ SD Card ที่ใช้
  • เปิดเข้าไปในโฟลเดอร์ config บน SD Card ของเรา จากนั้นให้หาไฟล์ wpa_supplicant.conf.dist แล้วเปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น wpa_supplicant.conf (ลบ .dist ออก) ตรวจสอบให้มั่นใจว่าไฟล์ได้รับการเปลี่ยนชื่อให้เหลือเพียง wpa_supplicant.conf แล้วเท่านั้น และไม่มี .dist ผสมอยู่โดยเด็ดขาด หากมี ไฟล์นี้จะใช้งานไม่ได้ในทันที
install-dafang-hack-how-to
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เช็คให้ดีว่าเราได้ลบนามสกุลไฟล์ .dist ออกไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อแต่นามสกุล .dist ยังอยู่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่พลาดกันเยอะมาก
  • แก้ไขไฟล์ wpa_supplicant.conf ด้วยโปรแกรม Note บน Windows หรือ TexEditor บน Mac โดยใส่ชื่อและรหัสผ่าน WiFi ที่เราต้องการให้กล้องของเราเชื่อมต่อด้วยลงไป ดังในรูปด้านล่าง ข้อควรระวังคือเราต้องปิด Rich Text บนโปรแกรม Note หรือ TextEditor ของเราก่อน เพื่อป้องกันโปรแกรมใส่ค่าแปลกๆ ลงไปในไฟล์
how-to-install-dafang-custom-firmware
เปลี่ยนค่าตามคอมเมนต์ให้เป็นชื่อและพาสเวิร์ด WiFi ของเรา
  • เสร็จแล้วให้เซฟไฟล์ wpa_supplicant.conf ที่แก้ไขแล้ว จากนั้นให้เอา SD Card ใส่กลับเข้าไปในกล้อง แล้วทำการรีสตาร์ทกล้องใหม่อีกครั้งด้วยการถอดสายพาวเวอร์ออกแล้วเสียบใหม่ รอสักพักกล้องจะกลับมาทำงานและเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับระบบ WiFi ของเรา
  • คุณจะสามารถเข้าใช้งานและตั้งค่ากล่องได้ด้วยการเข้าผ่าน https://dafang หรือผ่าน IP Address ของกล้องของคุณ โดยรหัสเข้าใช้งานครั้งแรกนั้นคือ

ชื่อผู้ใช้งาน: root

รหัสผ่าน: ismart12

  • คุณสามารถเปลี่ยน ลบ หรือเพิ่มผู้ใช้งานและรหัสผ่านได้ในจากเมนูการตั้งค่าหลังจากล็อกอินเข้าไปแล้ว

วิธีการรับชมกล้องวงจรปิดของเราที่ลง Custom Firmware แล้ว

เนื่องจากเราทำการลง Custom Firmware ไปแล้ว ดังนั้นเราจะไม่สามารถใช้แอพ Mi Home ในการรับชมวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของเราได้อีกต่อไปแล้วนะครับ ซึ่งหลายๆ คนที่ค้นหาวิธีการอัพเกรด Custom Firmware ก็คงไม่อยากกลับไป FW ปกติกันอยู่แล้วล่ะ รวมถึงบางคนเองก็โดนบล็อคการใช้งานจากแอพ Mi Home ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราเลยต้องมาเปลี่ยนวิธีการรับชมกันสักเล็กน้อยครับ

โดยวิธีการรับชมภาพจากกล้องวงจรปิดของเราจะมีอยู่ 2 วิธีหลักๆ ดังนี้

  • เข้าชมผ่าน https://dafang หรือผ่าน IP Address ของกล้องเรา โดยวิธีนี้ เราจะสามารถรับชมภาพจากกล้องของเราแบบสดได้ แต่จะหน่วงๆ ไม่ลื่นสักเท่าไหร่นัก นอกจากนี้เรายังสามารถปรับบังคับการหมุนของกล้องได้ตามปกติเหมือนตอนใช้แอพ Mi Home อีกด้วย
หน้า UI ของ Xiaomi Dafang Hack Web UI
หน้า Web UI ของ Xiaomi Dafang / Xiaofang 1S Hack ที่แสดงให้เห็นปุ่มบังคับการหมุนและการอัดวิดีโอ
  • เข้าชมผ่าน rtsp ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่แนะนำ เพราะจะได้วิดีโอที่ลื่นไหลเหมือนตอนดูบน Mi Home จริง โดยเราจะต้องใช้ลิงก์ที่ได้จาก Web UI ของ Dafang ไปป้อนใส่ในโปรแกรมที่สามารถเล่นไฟล์ rtsp ได้ (พวกโปรแกรมดูกล้องวงจรปิดทั้งหลาย) ยกตัวอย่างโปรแกรมที่นิยมกันก็คือ VLC เพราะเป็นฟรีแวร์ นั่นเอง โดยเราสามารถเข้าไปเปิดการใช้งาน rtsp และเอาลิงก์วิดีโอของเราได้จากใน Web UI เลยครับ
enable-rtsp-dafang-hack
สามารถเปิดใช้งาน RTSP ได้จากการตั้งค่าใน Web UI เพื่อนำเอาลิงก์ RTSP ไปใช้ดูผ่านแอพกล้องวงจรปิด

เอาล่ะ เพียงเท่านี้กล้อง Dafang และ Xiaofang 1S (T20) ที่ใช้งานไม่ได้ของเพื่อนๆ ก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งและใช้งานเป็นกล้องวงจรปิดได้ตามปกติแล้ว โดยหากใครต้องการทำให้มันดูจากนอกบ้านได้ก็อย่าลืมไปเปิดการใช้งานพวก DDNS ที่มีให้บริการฟรีทั้งเน็ต True และ AIS เพื่อฟอร์เวิร์ดพอร์ตของกล้องเราให้รับรองการรับชมจากนอกเครือข่ายเน็ตเวิร์คของเราได้ หรือหากใครไม่ทราบวิธี ติดตาม APPDISQUS ไว้ ในครั้งหน้าเราจะมาพร้อมกับวิธีทำให้กับเพื่อนๆ ได้อ่านและทำตามกันอย่างแน่นอน

พบกันใหม่ในบทความหน้านะครับ =)

ข่าว: วิธีแก้ปัญหากล้อง Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S เปิดดูไม่ได้ด้วยการอัพเดต Custom Firmware มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/16/how-to-upgrade-cfw-xiaomi-dafang-xiaofang-1s-hack.html

เฟี้ยวเงาะ! ชุดโต๊ะคอมพ์แมงป่องสายวายร้าย จะทำงานหรือเล่นเกม ก็เท่ห์โครต

ทิ้งโต๊ะและเก้าอี้ทำงานแบบเดิมๆ เฟี้ยงออกนอกหน้าต่างไปเลย เมื่อมาเจอชุดโต๊ะคอมพ์แมงป่อง มันจะเท่ห์ขนาดไหนถ้ามันมาตั้งอยู่กลางบ้านเรา…เฟี้ยวมากบอกเลย โดยก่อนหน้านี้เคยเสนอข่าว เตียงเกมมิ่งสำหรับสายสบายชิวๆ สบายๆ เหมาะกับ Work from home มั่กๆ ตื่นปุ๊ปพร้อมทำงานได้ทันที แต่เจ้าโต๊ะคอมพ์แมงป่อง Scorpion Computer Cockpit จะแตกต่างไปออกไป ด้วยตัวโต๊ะและเก้าอี้ที่ออกแบบมาให้รองรับสรีระในการนั่งทำงานที่ดูสบาย และรูปทรงที่ดึงดูดสายตา

โต๊ะคอมพ์ Scorpion Computer Cockpit ของบริษัท Cluvens จากจีน ที่ไม่ใช่แค่การดีไซน์ที่แปลกตา แต่ยังปรับท่านั่ง ท่านอนเอียง นอนราบได้ด้วยทั้งส่วนที่เป็นเก้าอี้นั่ง และที่วางขา รวมถึงการปรับในส่วนของจอภาพให้เอียงตามแนวของที่นั่งได้ด้วย รวมถึงในส่วนของที่นั่งบุนวมหนานุ่มเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มความสบายของผู้ใช้งาน

ตัวถาดวางแป้นพิมพ์ เลื่อนไปไว้ด้านข้างได้เพื่อสะดวกในการนั่ง

ขนาดของชุดโต๊ะแมงป่องความยาว 165 เซนติเมตร (65 นิ้ว) กว้าง 108 เซนติเมตร (47.25 นิ้ว) และความสูง 208 เซนติเมตร (82 นิ้ว) สำหรับความทนทานของ Scorpion Computer Cockpit นั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ใช้ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 124 กิโลกรัม (276 ปอนด์)

ราคาหน้าเว็ปไซด์ของ Cluvens ตั้งราคาไว้ที่ 3,299 ดอลล่าร์ หรือราคาไทยประมาณ 103,024 บาท แต่ถ้าเข้าไปดูในอาลีบาบา ราคาจะอยู่ที่ 1,999 บาท หรือราคาไทยอยู่ที่ 62,436 บาท

ข่าว: เฟี้ยวเงาะ! ชุดโต๊ะคอมพ์แมงป่องสายวายร้าย จะทำงานหรือเล่นเกม ก็เท่ห์โครต มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/15/scorpion-computer-cockpit.html