คลังเก็บป้ายกำกับ: MISCELLANEOUS

เตรียมส่ง Arcane ซีรีส์แอนิเมชันจาก League of Legends ลง NETFLIX

NETFLIX และ Riot Games เตรียมส่ง Arcane ซีรีส์แอนิเมชันจากแฟรนไชส์เกมระดับโลก League of Legends ผ่านทุกหน้าจอทั่วโลกทาง NETFLIX ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2021 ปัจจุบัน Riot Games ได้มุ่งมั่นที่จะขยายฐานของกลุ่มแฟนทั่วโลกทั้งในและนอกเกมอยู่เสมอ โดยตอนนี้มียอดรับชมวิดีโอกว่า 14,000 ล้านครั้งทั่วโลก

ขณะที่การแข่งขันอีสปอร์ต League of Legends 2020 World Championship นั้นก็ได้สร้างสถิติใหม่ในหลายๆ ด้านอีกด้วย โดยรวมแล้ว มีผู้รับชมเนื้อหาต่างๆ กว่า 1,000 ล้าน ชั่วโมงทั่วโลก จึงทำให้ League of Legends กลายเป็นอีสปอร์ตที่มีการรับชมสูงที่สุดในโลก และในรอบชิงชนะเลิศก็มียอดเฉลี่ยผู้รับต่อหนึ่งนาที (Average Minute Audience – AMA) อยู่ที่ 23.04 ล้าน และยังมีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุด (Peak Concurrent Users – PCU) 45 ล้านคนอีกด้วย

สำหรับ Arcane นั้นถือเป็นซีรีส์บนหน้าจอโทรทัศน์เรื่องแรกของ Riot Games ซึ่งสร้างขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Riot Games และพาร์ทเนอร์อย่าง Fortiche Productions โดยมีพื้นฐานเนื้อเรื่องมาจาก IP ยอดนิยมทั่วโลกอย่าง League of Legends ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ Piltover และดินแดนใต้พิภพ Zaun รวมถึงเรื่องราวความเป็นมาของแชมเปียนทั้ง 2 ตัวละครและพลังอำนาจที่ทำให้เส้นทางของทั้งสองแยกออกจากกัน Dominique Bazay ผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชันออริจินัลของ Netflix กล่าวว่า “League of Legends ได้สร้างแรงบันดาลใจและเป็นที่ชื่นชอบในหมู่แฟนๆ ทั่วโลก เราจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ Arcane ได้กลายเป็นซีรีส์แอนิเมชันเรื่องแรกที่จะได้ฉายทางโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและท้าทายจนทำให้ผู้ชมทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเบาะเลยทีเดียว”

Shauna Spenley ประธานแผนกสื่อบันเทิงทั่วโลกของ Riot Games กล่าวว่า “Arcane ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปรียบเสมือนจดหมายรักของเราที่ส่งไปยังแฟนๆ และผู้เล่นทุกคนที่เคยเรียกร้องให้เรามอบประสบการณ์ผ่านทางภาพยนตร์ที่จะพาทุกคนเข้าสู่โลกและตัวละครแชมเปียนจาก League of Legends สำหรับ Netflix นั้นถือเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีเป้าหมายในการถ่ายทอดคอนเทนต์พิเศษและมีคุณภาพที่ดีอยู่แล้ว จึงทำให้พวกเขาเป็นพาร์ทเนอร์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับเราในการถ่ายทอดเรื่องราวใน Arcane แก่ผู้เล่นทุกคนในโลกใบนี้”

 

 

ข่าว: เตรียมส่ง Arcane ซีรีส์แอนิเมชันจาก League of Legends ลง NETFLIX มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/arcane-the-league-of-legends-animated-series-is-coming-to-netflix/

ดิสนีย์สร้าง Lightsaber ของจริง เพื่อเล่นในโซน Star Wars: Galactic Starcruiser

แฟนๆ ของ Star Wars น่าจะตื่นเต้นหลังทางดิสนีย์ได้ปล่อยทีเซอร์ คลิปสั้น 14 วินาที เผยให้เห็นดาบ Lightsaber ของจริง ที่เมื่อกดปุ่มแล้วจะมีแท่นเรืองแสงงอกออกมาจากด้ามดาบเหมือนอย่างในหนังเป๊ะๆ  ที่ได้รับการพัฒนาโดย Walt Disney Imagineering Research and Development สำหรับใช้ในโซนใหม่ Star Wars: Galactic Starcruiser ที่จะเปิดใหม่ในสวนสนุกดิสนีย์ที่ฟลอริด้า ที่มีกำหนดเปิดในปี 2022

โดยเครื่องเล่นดังกล่าวจะเป็นการเล่นแบบเรียลไทม์แนวผจญภัย โดยใช้ Lightsaber ในการต่อสู้แบบสมจริงเหมือนในหนัง ไม่ว่าจะเป็นการปัดกระสุนไปจนถึงฟันสตอร์มทรูเปอร์ให้ตัวขาดครึ่ง ซึ่งทางดิสนีย์ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลสักเท่าไหร่ ปล่อยให้เป็นการคาดเดาของแฟนๆ กันเอง สำหรับแฟนๆ ของภาพยนตร์ชุด Star Wars แค่เห็นก็ใจสั่นอยากได้สัมผัส Lightsaber ของจริงลิขสิทธิ์แท้จากดิสนีย์สักครั้ง

Opening in 2022, Star Wars: Galactic Starcruiser at Walt Disney World Resort in Lake Buena Vista, Fla., will invite guests aboard the Halcyon starcruiser, known throughout the galaxy for its impeccable service and exotic destinations. One onboard activity will invite guests to wield a lightsaber while facing off against a training remote. (© Disney © & TM Lucasfilm)

 

ทางดิสนีย์ไม่ได้บอกว่าเราสามารถซื้อเจ้า Lightsaber หลังจากได้ลองเล่นใน Galactic Starcruiser หรือไม่ ซึ่งมีการประมาณราคาเอาไว้ที่ 200 เหรียญ หรือประมาณ 6,600 บาท หรืออาจจะแพงกว่านั้นอย่างน้อยก็ต้องรอให้ได้จับของจริงกันก่อนว่ามันสมจริงแค่ไหน ก็ต้องหลังจากเปิดตัวสวนสนุกในโซนนี้ซะก่อน แต่ก่อนที่เราจะลุ้นเรื่องที่โซน Star Wars จะแล้วเสร็จตอนไหน ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้โควิดหายไปจากโลกไวๆ เพราะสวนสนุกทั่วโลกรอเราอยู่

 

ข่าว: ดิสนีย์สร้าง Lightsaber ของจริง เพื่อเล่นในโซน Star Wars: Galactic Starcruiser มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/disney-built-a-real-lightsaber-to-play-in-the-star-wars-zone-galactic-starcruiser/

MSI ทำยอดขายจอมอนิเตอร์เกมทะลุ 3 ล้านเครื่องใน 3 ปี

MSI  ทำยอดขายจอมอนิเตอร์เกมทะลุ 3 ล้านเครื่องใน 3 ปี  MSI ผู้ผลิตอุปกรณ์เกมมิ่งฮาร์ดแวร์ชั้นนำของโลก เผยความสำเร็จหลังบรรลุเป้าหมายสำคัญ ด้วยการทำยอดขายหน้าจอทะลุ 3 ล้านเครื่อง แม้ว่าบริษัทได้เริ่มเข้าสู่ตลาดเครื่อง PC ฮาร์ดแวร์ เพื่อมอบประสบการณ์ด้านภาพระดับสูงสุด และได้รับความไว้วางใจจากเหล่าเกมเมอร์มาเป็นเวลาหลายปี แต่ว่าบริษัทได้ก้าวเข้าสู่โลกเทคโนโลยีจอแสดงผลอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัวหน้าจอเกมมิ่งตัวแรกเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาเท่านั้น 

เส้นทางความสำเร็จของ MSI: การค้นหาที่ยิ่งใหญ่เพื่อความเป็นเลิศ

การมอบประสบการณ์การเล่นเกมระดับสุดยอด ถือเป็นเป้าหมายหลักสำคัญในการขับเคลื่อน MSI ให้พยายามไขว่คว้าและไล่ล่าความสมบูรณ์แบบอย่างไม่สิ้นสุด โดย MSI เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวเกมมิ่งมอนิเตอร์ MSI Optix G27C ในเดือนพฤศจิกายนปี 2016

จากนั้นมา MSI ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้แก่วงการหน้าจอเกมมิ่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวเกมมิ่งมอนิเตอร์รุ่นแรกสุดของโลกที่ใช้ ‘Gaming OSD APP’ และ SteelSeries GameSense – Optix MPG27CQ/MPG27C ในเดือนมกราคม 2018 และต่อมาในปี 2019 เดือนมกราคม ได้เปิดตัวเกมมิ่งมอนิเตอร์ระบบ AI รุ่นแรกสุดของโลกที่มี Smart RGB และ Smart Camera – Optix MPG341CQR และได้รางวัลจาก Samsung: แบรนด์เกมมิ่งมอนิเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุด ในเดือนพฤษภาคม อีกทั้งยังสามารถบรรลุยอดขายหน้าจอถึง 1 ล้านเครื่องในเดือนพฤศจิกายน 2019 หลังจากนั้น ในเดือนมกราคม 2020 MSI ยังได้รับรางวัลนวัตกรรม CES 2020: เกมมิ่งมอนิเตอร์รุ่นแรกสุดของโลกที่มีระบบ HMI พร้อมแผงไฟ OLED แถวที่สอง รวมถึงมีการเปิดตัว เกมมิ่งมอนิเตอร์ IPS และจอเกมมิ่ง 360Hz G-Sync สำหรับการแข่ง Esports และการเปิดตัวเกมมิ่งมอนิเตอร์ระบบ AI จอโค้ง 1000R รุ่นแรกสุดของโลก – MSI ARTYMIS Series เมื่อเดือนตุลาคม 2020 และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทสามารถบรรลุยอดขายหน้าจอถึง 3 ล้านเครื่อง

นายแอนดี เซียง ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ไมโคร สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MSI) เปิดเผยว่า “นับแต่นั้นมา MSI ก็เดินหน้ายึดถือคำมั่นสัญญาต่อคุณภาพ เพื่อส่งมอบคุณค่า ให้แก่เหล่าเกมเมอร์มาอย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา MSI ได้ศึกษาความชอบของเหล่าเกมเมอร์ และมุ่งมั่นออกแบบจอแสดงผลที่ดีที่สุดในตลาด และในวันนี้ ความทุ่มเทของ MSI ก็ได้รับการยอมรับ โดย MSI มีอัตราการเติบโตเปรียบเทียบกับปีก่อน สูงถึง 114% ซึ่งอัตราดังกล่าวได้สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างมาก และยังสูงที่สุดในกลุ่มแบรนด์เกมมิ่งมอนิเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดห้าลำดับแรก*” (*ที่มา: Trendforce)

  “MSI จึงมีความภูมิใจที่จะประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในครั้งนี้ จากการสร้างยอดขายของหน้าจอเกมมิ่งมอนิเตอร์ได้ถึง 3 ล้านเครื่องภายในเวลาเพียง 3 ปี! ในฐานะที่เราเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในด้านเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผล ความสำเร็จนี้จึงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับบริษัท ที่ได้ทุ่มเทเวลาและความพยายามอย่างมากในการทำความเข้าใจสิ่งที่เหล่าเกมเมอร์ต้องการจากเกมมิ่งมอนิเตอร์”

ผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสสุดพิเศษ: จอมอนิเตอร์ MSI Optix รุ่น Limited Edition

  ในโอกาสครั้งประวัติศาสตร์นี้ MSI ขอขอบคุณวิศวกรและทีมงานทุกคน หุ้นส่วนทุกราย และแน่นอนที่สุดเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ความสำเร็จนี้เกิดขึ้น และเพื่อยกระดับโอกาสการเฉลิมฉลองนี้ไปอีกขั้น MSI จึงจัดทำจอเกมมิ่งมอนิเตอร์ MSI Optix MAG274QRF-QD รุ่นพิเศษที่มีมีรูปลักษณ์สีแดงล้วนและจะเป็นจอมอนิเตอร์ลำดับที่ #3,000,001 ถึง 3,000,015 ของ MSI โดยหน้าจอเกมมิ่งมอนิเตอร์ Optix MAG274QRF-QD รุ่น Limited Edition นี้จะยังคงมีรายละเอียดของสเปคและฟีเจอร์แบบเดียวกับที่นิยมในหมู่เกมเมอร์ เพียงแต่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สีแดงเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสนี้เท่านั้น! 

สำหรับหน้าจอ MSI Optix MAG274 QRF-QD เป็นหน้าจอที่ออกแบบมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ ตัวจอมาพร้อมพาแนล IPS สามารถรับส่งภาพได้เร็วกว่า IPS ทั่วไปถึง 4 เท่าแต่ยังคงคุณภาพของภาพได้เหมือนเดิม ให้มุมมองกว้าง 178 องศา ขณะที่ความละเอียดคมชัดระดับ WQHD (2560 x 1440) รองรับ NVIDIA G-Sync Compatible ทำให้ภาพลื่นไหลกว่าที่เคย สามารถเลือกตั้งค่าหน้าจอผ่านปุ่มบนหน้าจอหรือผ่านโปรแกรม MSI Gaming OSD App ได้ ที่สำคัญยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ Night Vision ที่จะสร้างความได้เปรียบในเกมการเล่นในที่มืด และมีระบบ Quantum Dot ทำให้ขอบเขตสีกว้าง สีของภาพจึงสวยงามไม่ผิดเพี้ยนที่ Adobe 99% และ DCI-P3 97% ช่วยให้ผู้เล่นได้สัมผัสสุดยอดประสบการณ์การเล่นเกมตามคุณภาพที่นักพัฒนาเกมต้องการ

“แน่นอนว่า การบรรลุยอดขาย 3 ล้านเครื่องถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญ แต่ก็ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ MSI ในการเสริมเทคโนโลยีจอแสดงผลที่ดีที่สุดให้กับเกมเมอร์ทุกคนบนโลก ซึ่งทางทีม MSI ให้คำมั่นที่จะรับฟังความคิดเห็นของเหล่าเกมเมอร์ทุกคนเพื่อพิสูจน์ยืนยันว่า MSI จะออกแบบจอแสดงผลที่ล้ำหน้าและมีคุณภาพระดับสูงสุดเช่นเดียวกันในปีต่อ ๆ ไป และทั้งหมดนี้คือก้าวต่อไปของ MSI!” นายแอนดี กล่าวทิ้งท้าย 

ข่าว: MSI ทำยอดขายจอมอนิเตอร์เกมทะลุ 3 ล้านเครื่องใน 3 ปี มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/msi-has-surpassed-3-million-gaming-monitor-sales-in-3-years/

พาชม V-Avenue.Com แหล่งรวมศูนย์การค้าเสมือนจริงแห่งแรกของโลก ที่เกิดขี้นที่ประเทศไทย แหล่งรวมศูนย์การค้าชั้นนำและ SME บนโลกเสมือนจริง ผ่านประสบการณ์ 5G Virtual Reality

V-Avenue.Com เป็นโครงการจาก AIS 5G  “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย” ฝ่าวิกฤตโควิด โดยการใช้เทคโนโลยี 5G ช่วยหนุนเศรษฐกิจ

 

โดย AIS ผนึกพันธมิตร เช่นบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ซิตี้มอลล์ กรุ๊ป จำกัด (ดิ เอ็มโพเรียม), บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด(มหาชน)  และกลุ่มแบรนด์ไลฟ์สไตล์รีเทลชั้นนำ Loft ,Jung Saem Mool ,ALAND เปิด V-Avenue.Co แหล่งรวมศูนย์การค้าชั้นนำและ SME บนโลกเสมือนจริง แห่งแรกของโลก

 

สำหรับ V-Avenue.Co ได้รวบรวมแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำเอาไว้ในที่เดียว ประกอบด้วย

 

  1.  AIS Virtual Store ฉีกกฎ AIS SHOP แบบเดิมๆ เติมเต็มประสบการดิจิทัลไลฟ์ ในรูปแบบ Virtual รวบรวมสมาร์ทโฟน 5G, แก็ดเจ็ต IoT สุดล้ำ จากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Samsung, Apple, Huawei, Oppo, Vivo, Xiaomi, Realme, Oneplus พร้อมแบรนด์สมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำระดับโลกอีกมากมาย มาจำหน่ายในราคาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
  2.  The Emporium และ The Mall Lifestore Ngamwongwan สัมผัสมิติใหม่แห่งการช้อปปิ้งที่แตกต่างและล้ำกว่าที่เคย ยกกระบวนสินค้าไลฟ์สไตล์สุดเก๋ พร้อมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกร่วมสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าหลักไม่ว่าจะเป็น BEAUTY HALL, WOMEN & MEN FASHION, POWER MALL, SPORTS MALL, WATCH GALLERIA, BETREND และ GOURMET MARKET
  3.  Asian Lifestyle ศูนย์รวมสินค้าไลฟ์สไตล์รีเทลชั้นนำ 3 แบรนด์ดังระดับโลก ALAND ร้านแฟชั่นมัลติแบรนด์ดังจากเกาหลีที่รวมสินค้าสุดยอดดีไซเนอร์จากเกาหลีมาไว้ในที่เดียว, Jung Saem Mool (จอง แซม มุล) แบรนด์เมคอัพมืออาชีพสัญชาติเกาหลี ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาวไทย และ Loft ร้านสเปเชี่ยลตี้สโตร์แบรนด์ดัง จากญี่ปุ่น มาร่วมสร้างประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ คัดสรรสินค้าพิเศษ และสินค้าลิมิเต็ดเอ็ดดิชั่นให้ได้เลือกช้อป
  4. TV Direct คัดสรรสินค้านวัตกรรมจากทั่วโลก เพื่อให้ชีวิตดีๆ มีได้ทุกวัน ภายใต้โซนต่างๆ เช่น Your Health อาหารเสริมสุขภาพดี และอุปกรณ์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น Your Home เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในบ้าน สินค้านวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่ง่ายขึ้น, Your Beauty สินค้าความงามสำหรับทุกเพศทุกวัย เพื่อความดูดีในแบบของคุณ และ Your Yummy เมนูอร่อยขึ้นชื่อ ของดีประจำจังหวัด ที่เราคัดแล้วว่าเด็ด เสริฟความอร่อยจากทั่วไทย รวมไว้ที่เดียว
  5. Community Hub พื้นที่เปิดให้ SME ผู้ค้ารายย่อย กว่า 210 ร้านค้า ที่มีสินค้า อาหาร แฟชั่นเฟอร์นิเจอร์ สินค้าไลฟ์สไตล์ และอีกมากมายมาให้เลือกช้อป






 

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า

“เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ภาคอุตสาหกรรมค้าปลีกชั้นนำที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน อย่างบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ซิตี้มอลล์ กรุ๊ป จำกัด (ดิ เอ็มโพเรียม), บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด(มหาชน)  และกลุ่มแบรนด์ไลฟ์สไตล์รีเทลชั้นนำ Loft ,Jung Saem Mool ,ALAND ร่วมปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมค้าปลีก และยกระดับบริการออนไลน์ของประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น กับเวอร์ชวลพรีเมียมช็อปปิ้งแพลตฟอร์ม V-Avenue.Co powered by AIS 5G แหล่งรวมศูนย์การค้าเสมือนจริงแห่งแรกของโลก นำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่าง Virtual Reality (VR) มาผสานกับโครงข่ายที่ทันสมัยที่สุดและดีที่สุด อย่าง AIS 5G ให้ลูกค้าสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าได้อย่างอิสระเสมือนอยู่ในห้างและถนนแห่งการช้อปปิ้งจริง ผ่านเว็บไซต์ V-Avenue.Co ที่อำนวยความสะดวก รวดเร็วให้กับลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ก็สามารถช้อปปิ้ง สินค้าภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำได้อย่างสะดวกเพียงปลายนิ้วสัมผัส สอดรับพฤติกรรมนักช้อปแห่งยุคนิวนอร์มัล ได้คลิกซื้ออย่างปลอดภัย ไม่ต้องเดินทาง”

นายปรัธนา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในอนาคตเราวางแผนสร้างและพัฒนาฟีเจอร์ ให้ตอบโจทย์การ
ช้อปปิ้งออนไลน์มากยิ่งขึ้น เช่น พนักงานขาย LIVE สด พูดคุยแนะนำลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าได้ หรือการเปิดพื้นที่ลานหน้าห้าง V Avenue ให้ผู้ประกอบการทุกขนาด เข้ามาใช้แพลตฟอร์มสร้างอีเวนต์ในรูปแบบ Virtual Expo จัดแสดงสินค้า จัดแสดงคอนเสิร์ต หรือจัดแสดงแฟชั่นโชว์ เพื่อต่อยอดเป็น Business Model ใหม่แห่งวงการ Market Place ซึ่ง AIS 5G พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยี เพื่อขยายขีดความสามารถและยกระดับศักยภาพธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทยให้ก้าวไปอีกขั้น โดยหลังเปิดห้าง จะทำการตลาดอัดแน่นทุกช่องทาง ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมร่วมกับพันธมิตรจัดโปรโมชั่นพิเศษ มอบสิทธิพิเศษส่วนลดจัดเต็มเอาใจนักช้อปต่อเนื่องตลอดทั้งปี”

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เดอะมอลล์ กรุ๊ป เดินหน้าโรดแมพ DIGITAL COMMERCE RETAIL เต็มรูปแบบ ด้วยการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ยุคดิจิตอล 5.0 พัฒนาช่องทางการตลาดแบบบูรณาการ OMNICHANNEL ผสานจุดเด่นของ Offline Retail ในฐานะผู้นำศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าระดับเวิลด์คลาส ควบคู่ไปกับการพัฒนา Digital Online Platform ในการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ การร่วมมือกับเอไอเอส ผู้นำเครือข่ายเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของไทย เปิดตัว V-Avenue.Co powered by AIS 5G แหล่งรวมศูนย์การค้าเสมือนจริงแห่งแรกของโลกในครั้งนี้     เราได้ยกห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเรามาไว้ที่นี่ จัดเต็มสินค้าครบครัน ทั้ง ไลฟ์สไตล์แฟชั่น อุปกรณ์กีฬา สินค้าใช้ในบ้าน และเครื่องสำอาง ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับเอไอเอสในโอกาสนี้ จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะถือเป็นการเติมเต็มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า ที่อำนวยความสะดวก รวดเร็วให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าสนุกกับการช้อปมากขึ้น เสมือนได้เดินช้อปปิ้งที่ ดิ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และกูร์เมต์มาร์เก็ต ที่ได้รับการยอมรับในฐานะซูเปอร์มาร์เก็ตที่ดีที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชียอาคเนย์ เพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยเมื่อคลิกเลือกซื้อสินค้า หรือคลิก see more products ระบบจะลิงก์ไปยังเว็บไซต์ http://www.monline.com (สำหรับกูร์เมต์ มาร์เก็ต ระบบจะลิงก์ไปที่ M Card Shop) ซึ่งลูกค้าจะสามารถเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่มากขึ้น จากห้างสรรพสินค้าทุกแห่งในเครือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และเข้าถึงคอนเทนต์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ในแบบ SHOPPER-TAINMENT ที่จะทำให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์การช้อปที่แตกต่างและดีที่สุด

นอกจากนี้ เรายังมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอส รับส่วนลดสูงสุด 400 บาท สำหรับซื้อสินค้าที่ M ONLINE อีกด้วย”

นายชัยโรจน์ ศรีเดชะรินทร์กุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสินค้า Asian Lifestyle ที่รวมสินค้าไลฟ์สไตล์รีเทลชั้นนำ 3 แบรนด์ดังระดับโลก ได้แก่ Loft , ALAND และ Jung Saem Mool กล่าวว่า  ความร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสำคัญในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้บริโภค เป็นการตอกย้ำความเป็น innovative lifestyle อย่างแท้จริง  เรามีความชำนาญในการนำเสนอแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีความแตกต่างโดดเด่นไม่เหมือนใคร ในการเปิดตัว V-Avenue.Co powered by AIS 5G ในครั้งนี้ เพื่อเติมเสน่ห์ของรูปแบบการใช้ชีวิตแนวใหม่ให้สมบูรณ์ เราจึงคัดเลือก 3 แบรนด์ดังที่มีความโดดเด่นและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากที่อื่นมาไว้ที่นี่ ได้แก่ Loft ร้านสเปเชี่ยลตี้สโตร์ที่มีสินค้าตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทุกกลุ่มมาให้เลือกช้อปด้วยสินค้าหลากหลายและมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ อยู่เสมอ , ALAND มัลติแบรนด์สโตร์ที่รวบรวมแฟชั่นไอเท็มเด็ดแบรนด์ดังจากเกาหลีมาไว้ในที่เดียวให้หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่เลือกช้อปได้จุใจ และ Jung Saem Mool เครื่องสำอางเบอร์หนึ่งจากเกาหลีที่สาวๆ ต้องมีติดกระเป๋าต้นฉบับสกินแคร์ผิวฉ่ำวาวที่ฮอตฮิต การสร้างประสบกาณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ในครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคสนุกสนานเพลิดเพลิน สามารถช้อปปิ้งได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วคลิ๊ก และสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD กล่าวว่า “ทีวี ไดเร็ค วางนโยบายขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Harmonized Channel ใช้ทุกศักยภาพ ได้แก่ ทีวีโฮมช้อปปิ้ง คอลเซ็นเตอร์ ร้านค้าปลีก TVD Shop และอีคอมเมิร์ซ เพื่อผลักดันการเพิ่มยอดขายจากช่องทางออนไลน์อย่างเต็มตัว ความร่วมมือกับ พันธมิตร AIS ผู้ให้บริการเครือข่ายและบริการดิจิทัล อันดับ 1 ของไทย นำเทคโนโลยี 5G, VR และฟีเจอร์ใหม่ๆ มาใช้งาน เชื่อว่าจะสอดรับกับพฤติกรรมคนซื้อของออนไลน์มากขึ้น ให้สามารถซื้อขายกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าเดิมของ TVD ที่มีอยู่กว่า 10.1 ล้านราย และรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ที่จะช่วยสร้างยอดขายช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น ทั้งนี้มั่นใจว่าการร่วมเปิดตัว V-Avenue.Co powered by AIS 5G จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ทั้งลูกค้าของเราและ AIS ด้วยการนำ Virtual Technology มาผสานเข้ากับการสร้างสรรค์ Immersive Content ที่มีความสมจริงเพื่อพัฒนา TVD Digital Mall ให้เป็นออนไลน์ช้อปปิ้งมอลล์ที่ตอบสนองการเลือกซื้อสินค้าด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง”

คลิกช้อปสินค้าไอทีและไลฟ์สไตล์ทั้งหมดได้ที่ V-Avenue.Co ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถรับชมได้แบบ 360 องศา ทั้งในรูปแบบ 2D, 3D หรือดื่มด่ำประสบการณ์การช้อปที่สมจริงยิ่งขึ้น ด้วยการรับชมผ่านแว่น VR ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2564 เป็นต้นไป


V-Avenue.Com เป็นหนึ่งโครงการจาก AIS 5G เดินหน้า “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย” ฝ่าวิกฤตโควิด ชู 5G ช่วยภาคสาธารณสุข พร้อมหนุนเศรษฐกิจภาครีเทล และ SME ค้าปลีกต้องรอด! ต่อจากโครงการอีกมากจาก AIS

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงทวีความรุนแรง ทุกภาคส่วนต่างต้องผนึกกำลังกันเพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกันให้ได้ ทั้งในแง่ของการสนับสนุนภาคสาธารณสุข ที่เป็นด่านหน้าสำคัญในการรักษาพยาบาล และ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ยังคงต้องเดินหน้าควบคู่กันไปให้ได้อย่างเหมาะสม”

“ในฐานะ Digital Life Service Provider เราได้ประกาศความตั้งใจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การแพร่ระบาดครั้งแรก จนถึงปัจจุบัน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนี้ ภายใต้โครงการ “AIS 5G สู้ภัยโควิด เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย” โดยใช้ศักยภาพของเทคโนโลยี 5G,4G, Fibre Broadband, Super Wifi สนับสนุนภาคสาธารณสุข ซึ่งมุ่งเน้นขยายการรองรับผู้ติดเชื้อผ่านโรงพยาบาลสนาม ที่ล่าสุด AIS ได้เข้าไปร่วมขยายเครือข่ายสื่อสารแล้วกว่า 62 แห่ง มากกว่า 12,770 เตียง, ร่วมนำดิจิทัลเซอร์วิสมาประยุกต์ใช้ อาทิ AI CT Scan ปอด, Telemedicine, สนับสนุน Free Data ในการใช้ Application หมอชนะ, เคียงข้าง อสม.ผ่าน Application อสม.ออนไลน์”

นายปรัธนา ย้ำว่า “เรามองเห็นความสำคัญของการร่วมขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อได้ท่ามกลางความท้าทายนี้อย่างยิ่ง ดังนั้นด้วย New Normal ของการใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เราจึงเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยี 5G และ Virtual Reality (VR) จะเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามามีบทบาทกับอุตสาหกรรมหลัก และชีวิตผู้คนในหลายแง่มุมมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่า เทคโนโลยี VRและ AR จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจโลกเติบโตถึงราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (45 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 และจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานทั่วโลกกว่า 23 ล้านตำแหน่ง ดังนั้น  ในฐานะผู้ให้บริการ Digital Life Service Provider ที่ปัจจุบันได้พัฒนาเครือข่าย 5G ที่ครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยปริมาณคลื่นมากที่สุดและเร็วที่สุด จึงพร้อมนำศักยภาพของเทคโนโลยี 5G และ VR มาต่อยอดสร้างประสบการณ์และประโยชน์ในอุตสาหกรรมค้าปลีก เพื่อช่วยสร้างประสบการณ์การเข้าถึงสินค้าและบริการ เชื่อมต่อห้างสรรพสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อและเหนือระดับไปอีกขั้น พร้อมมอบสิทธิพิเศษจัดเต็มให้ฐานลูกค้าเอไอเอสกว่า 41.4 ล้านเลขหมาย และคนไทย ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกหนึ่งพลังที่ช่วยกระตุ้นและพลิกฟื้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในสถานการณ์นี้”

 

ข่าว: พาชม V-Avenue.Com แหล่งรวมศูนย์การค้าเสมือนจริงแห่งแรกของโลก ที่เกิดขี้นที่ประเทศไทย แหล่งรวมศูนย์การค้าชั้นนำและ SME บนโลกเสมือนจริง ผ่านประสบการณ์ 5G Virtual Reality มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/v-avenue-com-5g-virtual-reality-preview/

LG ลดราคาสูงสุด 40% ในแคมเปญ Shopee 5.5 Lowest Price Festival

LG ชวนช้อปสนั่นท้าอุณหภูมิความร้อนเตรียมตัวให้พร้อมแม้ต้อง Work From Home กับดีลเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดปังในราคาสุดเปรี้ยง ลดสูงสุดถึง 40% ในแคมเปญ Shopee 5.5 Lowest Price Festival เป็นเจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดไฮเทคได้ง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋าด้วยส่วนลดสองเด้ง!มือไวใจเร็ว กด CF ให้ทันช่วง Flash Sale กับสินค้าราคาสุดพิเศษ และส่วนลดออนท็อปสูงสุดอีก 1,000 บาท

 

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ แอลจี (LG)  เปิดโปรแรงแซงทุกองศาร้อน ผนึก ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ชวนคนไทยเป็นเจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเทคได้ในราคาสบายกระเป๋า ช่วยบรรเทาความกังวลด้านค่าใช้จ่าย และทำให้การ Work From Home เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น กับส่วนลดพิเศษเทพกว่าครั้งไหนๆ ในแคมเปญ Shopee 5.5 Lowest Price Festival มหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ให้เหล่านักช้อปคลายร้อนแบบไม่ต้องออกจากบ้าน เริ่มแล้ววันนี้ ถึงวันที่ 5 พฤษภาคม!!

แอลจี ต่อยอดความสำเร็จทางด้านยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ได้จับมือร่วมกับ ช้อปปี้ ในการสรรค์สร้างแคมเปญพิเศษขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยได้รับผลตอบรับที่ดีและมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ล่าสุด    ผุดแคมเปญเด็ด สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทยในการสรรหาและเลือกซื้อของใช้ผ่านช่องทางออนไลน์ ลดการออกไปนอกบ้านมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในราคาสุดพิเศษพร้อมส่วนลดที่ให้            ความคุ้มค่ายิ่งกว่าครั้งไหนๆ ใน Shopee 5.5 Lowest Price Festival ให้เหล่านักช้อปได้ช้อปแบบสะใจกับส่วนลด สูงสุดกว่า 40% และดีลลดต่อที่สองกับโค้ดส่วนลดเพิ่มอีกกว่า 1,000 บาท

พบกับ เครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยมในราคาคุ้มแบบสุดยอด ไม่ว่าจะเป็น 

  • ร้อนนัก…ต้องดับร้อน ด้วยเครื่องปรับอากาศ รุ่น IT10R ขนาด 9,000 BTU, รุ่น IT13R ขนาด 12,000 BTU ลดสูงสุด 40%
  • ผ้าสะอาด ด้วยผู้ช่วยมือดีกับเครื่องซักผ้า LG ทั้ง แบบฝาหน้ารุ่น FM1207N6W ความจุซัก 7 กิโลกรัม และแบบฝาบน รุ่น T2516VS2M ความจุซัก 16 กิโลกรัม ลดสูงสุด 35%
  • ตุนเสบียงได้แบบหน่ำใจ ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน กับตู้เย็นรุ่น GN-B422SQCL ขนาด 14.2 คิว และ รุ่น GN-B222SQBB ขนาด 7.4 คิว ลดสูงสุด 20%
  • อัพเดทข่าวสารและบาลานซ์ความบันเทิงเมื่อต้อง Work From Home ด้วยทีวี รุ่น 55NANO79TND ขนาด 55 นิ้ว และรุ่น 65UN7300 ขนาด 65 นิ้ว ลดสูงสุด 20%

ลดราคาที่ว่าแรงแล้ว แอลจียังให้เหล่านักช้อปฟินไม่หยุด ช้อปไม่สะดุดกับโปรผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน พ่วงดีล    ออนท็อปกับโค้ดส่วนลดเพิ่มอีกสูงสุด 1,000 บาท ปลดล็อกให้ช้อปแบบสบายใจ ด้วยโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ และสิทธิปประโยชน์ความคุ้มค่าอีกคับคั่งเมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay พร้อมกิจกรรมพิเศษแจกไม่อั้นจัดให้จุกๆ แบบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ลุ้นรับโค้ดส่วนลดมูลค่า 555 บาท ใน 5.5 Shopee Live Marathon ในวันที่ 4 พ.ค. เวลา 20.20 น. เกาะจอรอช้อปต่อในวันที่ 5 พฤษภาคม พบกับสินค้าราคาพิเศษช่วง Flash Sale ตลอดทั้งวัน

 

ข่าว: LG ลดราคาสูงสุด 40% ในแคมเปญ Shopee 5.5 Lowest Price Festival มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/lg-is-discounted-up-to-40-in-the-shopee-5-5-lowest-price-festival-campaign/

MAHAJAK จัดโปรฯ SURPRISE SALE ราคาพิเศษ สินค้าลำโพง JBL, HARMAN KARDON

บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดโปรโมชั่น SURPRISE SALE ราคาสุดพิเศษ!! สินค้าลำโพงขายดีรุ่นใหม่ ทั้ง JBL และ HARMAN KARDON ลดราคา 15% (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) พร้อมรับฟรี!!  JBL T450  (มูลค่า 1,490 บาท)  1 ใบเสร็จ ต่อ 1 สิทธิ์

โดยรายละเอียดสินค้าที่ร่วมรายการมีดังนี้ 

JBL CHARGE4  เหลือเพียง      5,600.- (ราคาปกติ 6,590 บาท)
JBL PULSE4         เหลือเพียง      7,640.- (ราคาปกติ 8,990 บาท)
JBL XTREME3             เหลือเพียง     10,115.- (ราคาปกติ 11,900 บาท)
JBL BOOMBOX2 เหลือเพียง     15,215.- (ราคาปกติ 17,900 บาท)
HARMAN KARDON AURA STUDIO3 เหลือเพียง     10,115.- (ราคาปกติ 11,900 บาท)
HARMAN KARDON SOUNDSTICK4 เหลือเพียง     10,965.- (ราคาปกติ 12,900 บาท)

ระยะเวลาโปรโมชั่น ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 2564 – 10 พ.ค. 2564 นี้เท่านั้น
สามารถซื้อสินค้าได้ที่  https://www.mahajak.com/surprise-promotion.html

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  • ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 2564  – 10 พ.ค. 2564
  • ลูกค้าลงทะเบียนรับสินค้าของแถม หูฟัง T450 มูลค่า 1,490 บาท ผ่าน Line: @Mahajakplus 
  • ทางบริษัทฯ จะจัดส่งของแถมให้ทางไปรษณีย์ภายใน 30 วันทำการ หลังได้รับการยืนยันในการลงทะเบียน (1 ใบเสร็จต่อ 1 สิทธิ์) 
  • สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกิน วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 25 เม.ย. 2564 – 10 พ.ค. 2564)
  • สินค้าของแถมไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
  • สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสีได้
  • ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด
Tel: 02-256-0020 Ext: 382 หรือ www.mahajak.com

ข่าว: MAHAJAK จัดโปรฯ SURPRISE SALE ราคาพิเศษ สินค้าลำโพง JBL, HARMAN KARDON มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/mahajak-surprise-sale/

Vivo V21 5G สมาร์ตโฟนสำหรับสายเซลฟี คาดเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้

 Vivo V21 5G สมาร์ตโฟนสำหรับสายเซลฟี พร้อมเผยดีไซน์ให้เห็นก่อนใคร คาดเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้ สมาร์ตโฟน Vivo V21 5G คาดว่าจะมาพร้อมกับ กล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับระบบ OIS (Optical Image Stabilization) เอาใจคนชอบถ่ายเซลฟีให้ภาพนิ่งและมีมิติกว่าที่เคย และรองรับการถ่ายภาพในพื้นที่แสงน้อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืนได้ดียิ่งขึ้นทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง พร้อมใช้งานการเชื่อมต่อเครือข่ายสัญญาณ 5G ทุกคลื่นความถี่ในประเทศไทย ทั้งแบบ SA และ NSA 

หลังจากที่ Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนตระกูล Y Series ไปแล้วหลากหลายรุ่นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้ง Y31, Y72 5G และ Y20sG ล่าสุด มาถึงคิวของตระกูล V Series อีกหนึ่งไลน์อัปสมาร์ตโฟนจาก Vivo ที่จ่อเปิดตัวให้ได้เป็นเจ้าของกันเร็วๆ นี้

ซึ่งคาดว่าจะเป็นรุ่น V21 5G พร้อมมีภาพหลุดเผยให้เห็นดีไซน์ภายนอกของตัวเครื่อง ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 เลนส์ และ LED แฟลช จัดเรียงตัวกันอย่างสวยงามในกรอบสี่เหลี่ยมหน้าตาคุ้นเคย และสีสันตัวเครื่องแบบ Gradient ผสมผสานกับดีไซน์แบบ 3 มิติซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสมาร์ตโฟน Vivo ต้องมารอติดตามกันต่อไปว่า ทาง Vivo ประเทศไทย จะเปิดตัวสมาร์ตโฟน V21 5G รุ่นใหม่นี้อย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้หรือไม่

ข่าว: Vivo V21 5G สมาร์ตโฟนสำหรับสายเซลฟี คาดเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/vivo-v21-5g-smartphone-for-selfie-line-expected-to-launch-in-thailand-soon/

AIS 5G สานต่อภารกิจสู้ภัย COVID-19 ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร สนับสนุนเครือข่ายสื่อสาร พร้อมซิมและโทรศัพท์เคลื่อนที่

AIS 5G สานต่อภารกิจ “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย” สนับสนุนเครือข่ายสื่อสาร      พร้อมซิมและโทรศัพท์เคลื่อนที่ สู้ภัย COVID-19 ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร

23 เมษายน 2564: AIS ยังคงเดินหน้าสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในขณะนี้ โดยการนำเทคโนโลยี AIS 5G” ยกระดับการทำงานในทุกส่วนของภาคสาธารณสุข โดยสนับสนุนเครือข่ายสื่อสาร พร้อมซิมและโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับ “กรุงเทพมหานคร” เพื่อใช้งานในโรงพยาบาลสนามทั้ง 5 แห่ง

 

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าตัวเลขผู้ป่วยจะลดลง AIS ก็ยังคงสานต่อภารกิจ เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย อย่างต่อเนื่อง โดยการทำงานของเรายังคงมุ่มเน้นไปที่การนำเทคโนโลยี AIS 5G ในมิติต่างๆ เข้าสนับสนุนการทำงานของภาคสาธารณสุข ถึงวันนี้เราได้ดำเนินการติดตั้งระบบสื่อสารมาแล้วกว่า 31 โรงพยาบาลสนามในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ เพราะเราเชื่อว่าการสื่อสารที่ดีคือหัวใจสำคัญในการก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้”

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร AIS  ได้เข้าไปสนับสนุนการทำงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การระบาดในระลอก 2 มาจนถึงการระบาดระลอก 3 ในการ “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย” ทั้งระบบเครือข่ายสื่อสารสัญญาณ AIS 4G 5G, AIS Fiber พร้อมสัญญาณ Free WIFI รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารและไอที เครื่องคอมพิวเตอร์ และปรินท์เตอร์ ภายในโรงพยาบาลสนามต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน, โรงพยาบาลสนามเอรวัณ – 1 สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน เขตบางบอน, โรงพยาบาลสนามเอรวัณ – 2 ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก, โรงพยาบาลราชพิพัฒน์, โรงพยาบาลสนาม บริเวณอาคารหอพักแพทย์ โรงยาบาลกลาง, และ ศูนย์เอราวัณ ของสำนักการแพทย์

ล่าสุดได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ​กรุงเทพมหานคร ในการรับมอบอุปกรณ์สื่อสาร ไอที พร้อมซิม เครื่องโทรศัพท์มือถือจำนวน 50 เครื่อง พร้อมซิมพรีเพด และแพ็กเกจโทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมงให้กับศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) เพื่อเสริมขีดความสามารถการทำงานของทีมงาน และบุคลากรในการประสานงานไปยังโรงพยาบาลสนามต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร

ข่าว: AIS 5G สานต่อภารกิจสู้ภัย COVID-19 ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร สนับสนุนเครือข่ายสื่อสาร พร้อมซิมและโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/ais-5g-continuing-the-mission-of-fighting-covid-19/

Intel เชื่อว่าปัญหาชิปขาดแคลนจะยังส่งผลไปอีกนาน

ปัญหาชิปขาดแคลนนั้นเกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง Volkswagen, General Motors, Ford และแบรนด์อื่น ๆ ต่างไม่สามารถซื้อชิปเพื่อมาผลิตรถยนต์ได้ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ธุรกิจรถยนต์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ธุรกิจอื่น ๆ อย่างสมาร์ตโฟนก็ได้รับผลกระทบทั้งหมด

Pat Gelsinger, CEO ของ Intel กล่าวว่าปัจจุบันผู้ผลิตชิปหลายรายกำลังประสบปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับการผลิตชิป ซึ่งการจะแก้ปัญหาตรงนี้นั้น โรงงานจะต้องลงทุนเพิ่มในส่วนนี้เป็นอย่างมาก โดยปัญหาการขาดแคลนชิปน่าจะส่งผลไปอีกหลายปี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Pat Gelsinger ได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่าปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลกในนั้นจะส่งผลไปอีกหลายปี ในการให้สัมภาษณ์เมื่อกลางเดือนนี้เขากล่าวว่าเขาเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าปัญหาการขาดแคลนชิปจะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Pat Gelsinger ระะบุว่า Intel สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ บริษัทได้จัดตั้งแผนกโรงหล่อชิปขึ้นเองเพื่อรับผิดชอบในเรื่องของการหล่อชิป อีกทั้งยังมีการติดต่อกับนักออกแบบชิปสำหรับรถยนต์และวางแผนที่จะเริ่มผลิตชิปสำหรับรถยนต์ภายใน 6 ถึง 9 เดือนที่จะถึงนี้ด้วย

ข่าว: Intel เชื่อว่าปัญหาชิปขาดแคลนจะยังส่งผลไปอีกนาน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/intel-believe-chip-shortage-could-effect-several-years/

AIS 5G สู้ภัย COVID-19 แถลงนโยบายช่วยเหลือระลอก 3 “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย” ดึงศักยภาพเทคโนโลยี 5G สอดประสานภาคสาธารณสุขไทย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 มาจนถึงการระบาดระลอกใหม่ในช่วงเวลานี้ ภาคธุรกิจแขนงต่างๆ และประชาชนต่างได้รับผลกระทบอย่างมากต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้การทำงานของ AIS ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและผู้ให้บริการดิจิทัล ไม่ได้มองเพียงแค่การเติบโตทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการ “เชื่อมต่อ” ทุกสรรพกำลังทั้งภาคธุรกิจ พาร์ทเนอร์ และร่วมสนับสนุนภาคสาธารณสุขไทย ให้สามารถ “ช่วยเหลือ” กับวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ “เพื่อคนไทย” ผ่านการนำศักยภาพขององค์กรที่มีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น เน็ตเวิร์ค นวัตกรรม บุคลากร ให้เดินหน้าเข้าสู่ทุกพื้นที่การช่วยเหลือและทุกสนามการแข่งขัน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะที่ 3  แน่นอนว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบไปยังทุกภาคส่วน ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศยังน่ากังวล ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ที่พอมีกำลังจะต้องร่วมไม้ร่วมมือ ระดมสรรพกำลังสนับสนุนการรับมือวิกฤตการณ์ครั้งนี้ พร้อมๆกับสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรที่เล็กกว่า รวมถึงประชาชนให้สามารถรับมือและเดินหน้าต่อได้ ด้วยแนวคิด “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย”

“ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของภาวะการระบาด AIS มีปณิธานแรงกล้าที่จะนำความแข็งแกร่งของการเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเข้ามาร่วมฟื้นฟูประเทศ เคียงข้างทุกภาคส่วน ผ่าน โครงการ AIS 5G สู้ภัย COVID-19 โดยเป็นภาคเอกชนกลุ่มแรกที่นำขุมพลังของ 5G เข้าสนับสนุนการทำงานของภาคสาธารณสุข ทั้งการขยายเครือข่าย 5G ,นวัตกรรมหุ่นยนต์ Robot for Care ที่สร้างวิถีใหม่ของ Social Distancing พร้อมเสริมศักยภาพ ช่วยแบ่งเบาภาระและช่วยลดความเสี่ยงของทีมแพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ หรือแม้แต่การนำร่องกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชต์ “Digital Yacht Quarantine” ด้วย NB-IoT และสายรัดข้อมืออัจฉริยะ พร้อมการอยู่เคียงข้างชาว  อสม. ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดและสามารถช่วยให้ระบบสาธารณสุขของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านแอปพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์

“จนกระทั่งภาวการณ์ระบาดช่วงแรกเริ่มลดลง AIS จึงเดินหน้าการร่วมฟื้นฟูประเทศ ด้วยการนำเทคโนโลยี 5G ที่มีคุณภาพดีที่สุดจากปริมาณคลื่นความถี่มากที่สุด พร้อมขีดความสามารถของบุคลากร เข้าไปทำงานนำร่องกับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในเขต EEC เพื่อยกระดับ และเตรียมพร้อมการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งในโลกยุค COVID  รวมถึงการส่งต่อ Digital Lifestyle ที่ช่วยให้คนไทยพร้อมรับชีวิตวิถีใหม่ในทุกแง่มุมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลจาก AIS”

“ผมมองว่า COVID-19 ระลอกแรก สอนให้เรารู้จัก เตรียมพร้อมกับทุกสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเตรียมพร้อมฝึกฝนขีดความสามารถใหม่ๆ, สร้างรูปแบบการทำงานในโลกปรกติใหม่ มีมุมมองแบบ Pro Active ส่งผลให้เราสามารถต่อสู้กับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว  ทั้งในแง่การให้บริการลูกค้า และส่งมอบความช่วยเหลือ เคียงข้างคนไทย ดังกรณีวิกฤตCOVID-19 ระลอก 2 ปลายปี 63 ที่ AIS เป็นผู้ให้บริการสื่อสารรายแรกที่สามารถลงพื้นที่ติดตั้งเครือข่ายสื่อสารสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลสนามแห่งแรก ณ จ.สมุทรสาครได้สำเร็จ รวมถึงความช่วยเหลือต่างๆ ที่สอนให้เราเข้าใจว่า เทคโนโลยีสื่อสารและดิจิทัลเซอร์วิส คือ หัวใจสำคัญต่อการทำงานของทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ ทำให้แม้วันนี้เราจะต้องเจอกับการระบาดครั้งใหญ่อีกครั้ง ชาว AIS ก็สามารถส่งต่อความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที เพราะผ่านกระบวนการทรานส์ฟอร์มทักษะ ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill รับมือกับโลกยุค COVID ได้อย่างเต็มที่”

ดังนั้นท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 ของ COVID-19 “AIS 5G สู้ภัย COVID-19”  จึงพร้อมจัดทัพทั้งองคาพยพอีกครั้งในการสนับสนุนการทำงานของภาคสาธารณสุขที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการ การรับมือกับ COVID-19 แบบเต็มสรรพกำลัง เพื่อฟื้นฟูประเทศ ผ่านการทำงานด้วยเทคโนโลยีสื่อสารและดิจิทัลเซอร์วิส ใน 4 มิติ ดังนี้

  • โรงพยาบาลสนาม ติดตั้งเครือข่าย AIS 5G ,4G, Free Wifi ในโรงพยาบาลสนามหลักกว่า 31 แห่ง มากกว่า 10,000 เตียง ทั่วประเทศ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น เชื่อมต่อระบบ CCTV เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วย, การส่งต่อข้อมูลการแพทย์ ตลอดจนให้ผู้ป่วยที่กักตัวสามารถสื่อสาร ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวให้คลายความกังวล มีกำลังใจในการฟื้นฟูสุขภาพ
  • การแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine เทคโนโลยีที่ช่วยลดภาระการทำงานของแพทย์และพยาบาล ในการติดต่อสื่อสาร กับผู้ป่วย ที่ช่วยลดการสัมผัส และลดความแออัด โดยเบื้องต้นได้ร่วมกับแอพพลิเคชั่น “Me -More” ให้บริการในโรงพยาบาลสนามในเครือกรุงเทพมหานคร
  • 5G AI อัจฉริยะ เดินหน้าร่วมมือกับราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลเครือข่าย คือ โรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โดยการนำ AI CT Scan ปอด เข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยจะช่วยวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เชิงปริมาณจากการตรวจวินิจฉัยทางเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ปอดของผู้ป่วย เพื่อวิเคราะห์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) กับแพลตฟอร์มที่ได้รับการเทรนจากข้อมูลของผู้ป่วยจริงในประเทศจีน ซึ่งเป็นการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และ สามารถวิเคราะห์ผลได้ภายในเวลาเพียง 25 วินาทีต่อ 1 เคส ความแม่นยำสูงสุดในการวินิจฉัยสูงถึง 96% นับว่ามีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง โดยนวัตกรรมนี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับความปลอดภัย ลดปริมาณการตรวจสารคัดหลั่ง ลดจำนวนชุดตรวจ COVID-19 ช่วยลดการใช้ PPE และแบ่งเบาภาระให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และช่วยให้บุคลากรหลายๆ ท่านสามารถกระจายตัวไปดูแลเคสผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ที่สำคัญ เป็นการสร้างความเท่าเทียมในการได้รับโอกาสทางสาธารณสุข ผ่าน 5G ได้อย่างชัดเจน
  • อสม. AIS ยังคงเสริมขีดความสามารถของ อสม. อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมี อสม.มากกว่า 5 แสนรายที่ใช้งาน แอพพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ ช่วยในการรายงาน การคัดกรอง เฝ้าระวัง รวมถึงติดตามผลในกลุ่มเสี่ยง รวมถึงสำรวจสุขภาพจิตจากความเครียดที่มาจากผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางของกลับบ้านของคนเมือง ยิ่งจะทำให้การทำงานของ อสม.ต้องยิ่งมีความเข้มข้นขึ้นมากกว่าเดิม

นายสมชัย กล่าวในช่วงท้ายว่า “AIS ในฐานะองค์กรขนาดใหญ่ เรามีมาตรการรัดกุมขั้นสูงสุดในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อในการให้บริการลูกค้าและดูแลสังคมไปพร้อมๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้วันนี้พนักงานส่วนใหญ่จะทำงานแบบ WFH แต่สำหรับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลเครือข่ายและลูกค้า ก็พร้อมอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลูกค้าและคนไทย โดยผมขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศ องค์กรใดที่มีกำลังก็สนับสนุนองค์กรเล็ก หรือ ผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้มีพลังที่จะเดินหน้าต่อ โดยเชื่อมั่นว่า บทเรียนจากสถานการณ์ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา หากเรานำมาใช้เพื่อ ‘เตรียมพร้อม ต่อสู้ ปรับตัว’ ตามบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม หรือ รูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน จะทำให้เราสามารถรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนแน่นอน”

ข่าว: AIS 5G สู้ภัย COVID-19 แถลงนโยบายช่วยเหลือระลอก 3 “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย” ดึงศักยภาพเทคโนโลยี 5G สอดประสานภาคสาธารณสุขไทย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/ais-5g-covid-19-wave-3/