คลังเก็บป้ายกำกับ: MICT

รมว. DES ระบุการพิจารณาข่าวทำให้หวาดกลัวเป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่, การนำเสนอต้องไม่ใช่มุมลบอย่างเดียว

หลังจากที่ประยุทธ์ออกคำสั่งตัดอินเทอร์เน็ตผู้เสนอข่าว ที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวจนกระทบความมั่นคงไป วันนี้ รมว. DES ให้สัมภาษณ์ระบุว่าการตีความว่าข่าวใดที่เข้าข่ายทำให้หวาดกลัวต้องดูที่เจตนา โดยดุลยพินิจเป็นของเจ้าหน้าที่กระทรวง DES กสทช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการเสนอข่าวแม้จะเป็นความจริงแต่ถ้าเป็นการเสนอข่าวที่ไม่ครบถ้วนที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความเชื่อมั่นก็อาจเข้าข่ายดังกล่าวได้

เมื่อเช้าวันนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่าด้วยคำสั่งตาม พรก. ฉุกเฉินฯ โดยระบุว่าข้อ 1 ตามคำสั่งดังกล่าวจะดูจากเจตนาเป็นหลักและผลกระทบที่เกิดขึ้น ครอบคลุมทั้งสื่อมวลชนและบุคคลทั่วไปที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อข่าว แม้จะเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าเป็นการเสนอ “ในมุมที่เป็นลบอย่างเดียว มุมบวกไม่ได้ออกมา ทำให้คนเข้าใจผิด” ก็เข้าข่ายผิดข้อดังกล่าว

ต่อข้อคำถามเรื่องการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการทำงานของรัฐบาล (call-out) นั้น รมว. ตอบว่าน่าจะเป็นการแสดงออกทางการเมือง ไม่เข้าข่ายตามคำสั่งดังกล่าว โดยยกตัวอย่างคลิปวีดิโอของดาราต่างๆ ระบุว่ายังไม่เห็นใครถูกดำเนินคดี

No Description

ภาพจาก Facebook กระทรวง DES

เมื่อถามถึงการเสนอภาพผู้ป่วยผู้เสียชีวิตที่ประสบเหตุริมถนน รมว. ตอบว่าต้องดูที่เจตนา ถ้าเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ได้คิดที่จะ discredit ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าเป็นการ “แกล้งมาถ่ายแล้วเอามาโพสต์” ถือเป็นผิด กระนั้นจะถือว่าทำให้หวาดกลัวหรือไม่ก็ต้องดูเจตนา ไม่อาจจะตอบได้ทันที

ว่าด้วยการเสนอความเห็นทางวิชาการนั้น รมว. กล่าวว่าแม้จะเป็นความเห็นจริง แต่ถ้าเป็นความเห็นคนเดียวแล้วนำมาออกข่าว ทำให้คนไม่กล้ามาฉีด “มีข้อมูลอื่นอีกเยอะ แล้วไม่เอามาพูด” ก็ถือว่าเจตนา discredit เพื่อหวังผลทางการเมือง ควรจะให้ข้อมูลครบถ้วน

เมื่อถูกถามเรื่องดุลยพินิจในการพิจารณานั้น รมว. ตอบว่าโดยหลักการเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่กระทรวง DES กสทช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยก่อนหน้าก็มีการทำงานร่วมกันตามอำนาจใน พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในการปิดกั้น website อยู่แล้ว การออกคำสั่งดังกล่าวเพื่อให้สามารถใช้อำนาจของ กสทช. ทำให้กระบวนการดังกล่าวเร็วขึ้นจากเดิมที่ต้องอาศัยกระบวนการทางศาลซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาจไม่ทันการที่ข้อมูลอาจเผยแพร่อย่างกว้างขวางในไม่กี่ชั่วโมง

เมื่อถูกถามว่าเจตนาว่าจะรบกับสื่อ ประชาชน หรือใครนั้น รมว. กล่าวว่าเจตนาไม่อยากก่อปัญหากับสื่อมวลชน เพราะไม่ใช่ปัญหาหากเสนออย่างมีจริยธรรม โดยเน้นคำว่าอินเทอร์เน็ตในประกาศ “ก็คือสื่อออนไลน์ สื่อเทียม คนที่ไม่ใช่สื่อแต่ทำตัวเสมือน คนเหล่านี้เค้าไม่มีจรรยาบรรณไม่มีมาตรฐานเหมือนพี่ผู้(ประกาศ)ข่าว และก็มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองด้วย บางทีก็เจตนาแอบแฝงทางธุรกิจ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องเข้าไปกำกับดูแล”

ตอนท้ายของการสัมภาษณ์ เมื่อพิธีกรถามถึงการแถลงของ รมว. หลังการประชุมแก้ไขปัญหา Fake news ที่กล่าวว่าจะมีมาตรการทางปกครองและทางภาษีจัดการ “พวกปั่นข่าว Fake news” นั้น จะมีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังของคนที่จะถูกดำเนินการหรือไม่นั้น รมว. กล่าวว่า platform ที่จดทะเบียนอยู่ต่างประเทศไม่ได้เสียภาษีให้ประเทศไทยอยู่แล้ว จะใช้เรื่องนี้เป็นตัวขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาทางภาษี ทั้งนี้ไม่ได้ตอบถึงการดำเนินการตรวจสอบเป็นรายบุคคลโดยชัดแจ้งแต่อย่างใด

ที่มา: รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand (ตั้งแต่เวลา 08:19 – 08:33 น.)

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123971

สุภิญญา อดีตบอร์ดกสทช. จี้กระทรวงดีอีควรผลักดันเน็ตเรียนออนไลน์ให้ทั่วถึง แทนที่จะเซนเซอร์ผู้อื่น

จากประเด็นกระทรวงดิอี ออกโรงขู่ดาราที่โพสต์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในช่วงนี้ ล่าสุด นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตบอร์ดกสทช. โพสต์ทวิตเตอร์ถึงกระทรวงดีอี และ กสทช. ว่า สิ่งที่ควรเน้นเป็นวาระแห่งชาติขณะนี้คือผลักดัน #Broadband for All หาเน็ตและอุปกรณ์ให้เด็กๆเรียนออนไลน์ 100% ไม่ใช่คอยเป็น censorship machine

นางสาวสุภิญญาระบุต่อว่า “เด็กจำนวนมากตกขบวน เรียนไม่ได้ ร้อยละ 72 ของผู้ใช้โทรคมนาคมเป็นแบบเติมเงิน ซึ่งไม่พอที่จะเรียนออนไลน์หลายชั่วโมง ประเทศวิกฤตมากแล้ว ควรช่วยกันอุดรูรั่ว อย่าปล่อยให้ชะตากรรมของเด็กๆถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เด็กส่วนมากเรียนออนไลน์ไม่ได้ เป็นงานของ กสทช และกระทรวงดีอี ต้องจับมือช่วยกันกับภาคเอกชนและกระทรวงศึกษาธิการแก้ปัญหา”

“สิ่งที่ กสทช. และกระทรวงดีอีควรเร่งทำคือ มาตรการเยียวยา ไม่ให้ค่ายมือถือตัดสัญญาณถ้าไม่มีเงินเติมในช่วงนี้ คุยกับเอกชนให้บริการซิมเรียนฟรีร่วมกับกระทรวงศึกษา หรือ ทำบริการบริการไวไฟในพื้นที่ชุมชนที่คนอาศัยแออัดหนาแน่น ช่วยหาอุปกรณ์การเรียน และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้เป็นนโยบายสาธารณะ เป็นภารกิจภาครัฐโดยตรงต้องคิดทำเร่งด่วน โดยเฉพาะกระทรวงดีอี และ กสทช ที่มีภารกิจโดยตรง”

ที่มา – สุภิญญา กลางณรงค์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123834

มติครม. เลื่อนบังคับพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปอีก 1 ปี

วันนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเลื่อนบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 บางหมวดออกไปอีก 1 ปี หลังจากเลื่อนมาหนึ่งปีก่อนหน้านี้

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่าภาคธุรกิจอย่าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, และกลุ่มสมาคมด้านการท่องเที่ยว ได้ขอให้รัฐบาลบรรเทาผลกระทบจากความไม่พร้อมต่อกฎหมายนี้ ทางกระทรวง DE จึงเสนอให้ครม. เลื่อนกฎหมายออกไป

ที่ผ่านมากระทรวง DE ยังอยู่ระหว่างการทำกฎหมายลำดับรองและแนวปฎิบัติของอุตสาหกรรม 7 ด้าน คือ การท่องเที่ยว, สาธารณสุข, การศึกษา, ค้าปลีกและค้าออนไลน์, คมนาคมและขนส่ง, อสังหาริมทรัพย์, และหน่วยงานของรัฐ กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่เรียบร้อย

ที่มา – Facebook: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

No Description

ภาพโดย Pexels

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122519

Change.org กลับมาแล้ว หลังกระทรวงดีอีอาศัยคำสั่งศาลปิดกั้นการเข้าถึงเมื่อปีที่แล้ว

Change.org กลับมาแล้ว หลังถูกปิดกั้นการเข้าถึงจากการที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งศาลสั่งปิดกั้นการเข้าถึง Change.org ทำให้ผู้ใช้งานในไทยไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ได้เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ปี 2020 ล่าสุด Change.org กลับมาเข้าถึงได้แล้ว หลังต่อสู้ทางกฎหมาย ศาลได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการปิดกั้นเว็บไซต์

ที่ผ่านมา Change.org มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ต่อต้านความไม่ชอบธรรม และความเคลื่อนไหวต่างๆ ทางสังคม ทาง Change.org ระบุว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พื้นที่แห่งนี้ค่อยๆ เติบโตขึ้น ตอนนี้มีสมาชิกผู้ใช้งานเกือบ 5 ล้านคนในประเทศ และ 438 ล้านคนทั่วโลกแล้ว

การปิดกั้น Change.org คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพยายามปิดกั้นข้อมูลตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

No Description

ที่มา – Change.org

from:https://www.blognone.com/node/122283

โปรดเกล้าแล้ว นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลคนล่าสุด

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำกปปส. และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลถูกตัดสินจำคุก 7 ปีจนต้องพ้นตำแหน่งไป โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีคนล่าสุด

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐลำดับที่ 10 (นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 3 ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณอยู่ในลำดับที่ 1) และยังเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

นายชัยวุฒิ เป็นข่าวช่วงเดือนที่ผ่านมาจากการแสดงความเห็นต่อเยาวชนที่แสดงความไม่พอใจรัฐบาลว่า “เด็กเหล่านี้เขาไม่มีความรู้ความเข้าใจ เขาโดนล้างสมอง โดนฝังชิบในสมอง ให้ชังชาติ ให้ต่อต้านสังคม แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันยังไง”

ที่มา – ราชกิจจานุเบกษา

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121843

TOT และ CAT ได้ฤกษ์ควบรวมเป็นบริษัทใหม่ National Telecom (NT) 7 มกราคม 2564

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกาศข่าวแผนการควบรวม TOT และ CAT เป็นบริษัทเดียว โดยจะใช้ชื่อว่า บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (National Telecom Public Company Limited ตัวย่อ NT) มีกำหนดจดทะเบียนบริษัท 7 มกราคม 2564

วันนี้นายพุทธิพงษ์ ยังได้พบกับพนักงานและสหภาพแรงงานของทั้งสองบริษัท เพื่อสื่อสารให้เข้าใจเรื่องการควบรวมบริษัทเป็น NT มากขึ้น โดยนายพุทธิพงษ์บอกว่า NT จะเป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติที่มีศักยภาพด้าน 5G และดาวเทียม การควบรวมยังลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนด้วย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/120176

กระทรวงดิจิทัลได้รับคำสั่งศาลปิด Voice TV ทุกช่องทางออนไลน์ สื่ออื่นอยู่ระหว่างการยื่นเรื่อง

นายภุชพงศ์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเปิดเผยว่าศาลอาญามีคำสั่งปิดช่องทางออนไลน์ของ Voice TV ทั้งหมดหลังจากทางกระทรวงนำหลักฐานเสนอศาล โดยระบุว่าพบการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

กระทรวงดิจิทัลได้รับคำสั่งจากกอร.ฉ. ให้ติดตามสื่อออนไลน์ 5 ราย ได้แก่ Voice TV, ประชาไท, The Reporters, The Standard, และเพจเยาวชนปลดแอก นายภุชพงศ์ระบุว่าอีก 4 รายนั้นก็มีการเสนอศาลไปเช่นกันแต่ยังไม่ได้รับคำสั่งศาลกลับมา

ที่มา – ThaiPBS

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119119

กระทรวงดิจิทัลประกาศเอาผิด ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, ไมค์ ระยอง สั่งปิด Royalist Market Place (ตลาดหลวง) อีกรอบ

เมื่อเช้านี้หลังกรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่คำเตือนของกระทรวงดิจิทัลว่าให้ระวังการโพสโซเชียลผิดกฎหมาย ทางกระทรวงเองก็ประกาศรายละเอียดออกมาเพิ่มเติมว่าจะเอาผิดกับกลุ่มผู้โพสต้นทางก่อน โดยระบุชื่อได้แก่ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, ภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ระยอง) พร้อม Voice TV และเพจ Free YOUTH

ทางกระทรวงไม่ได้ระบุว่าจำนวนโพสที่จะเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้เป็นจำนวนกี่โพส แต่ระบุเพียงจำนวนรวม 324,990 เรื่อง เป็นทวิตเตอร์ 75,076 เรื่อง, เฟซบุ๊ก 245,678 เรื่อง, และเว็บบอร์ด 4,236 เรื่อง ในจำนวนนี้รวมถึงการรีทวีตและกดแชร์ไปด้วย

ทางกระทรวงยังระบุว่าได้สั่งปิด Royalist Market Place (ตลาดหลวง) ไปแล้วสองครั้ง หากแพลตฟอร์ม (ซึ่งก็คือเฟซบุ๊ก) ไม่ยอมปิดก็จะดำเนินคดีตามมาตรา 27 ของพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ต่อไป โดย Royalist Marketplace นับเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งระหว่างเฟซบุ๊กและทางกระทรวงเนื่องจากเฟซบุ๊กออกมาเปิดเผยว่าทางกระทรวงขู่จะดำเนินคดีอาญากับตัวแทนเฟซบุ๊กในไทย ทางเฟซบุ๊กจึงต้องยอมปิดเพจ อย่างไรก็ดีหลังปิดเพจไปเพียงวันเดียวเพจ “ตลาดหลวง” ที่เปิดขึ้นมาใหม่ก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ที่มา – Facebook: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

No Description

from:https://www.blognone.com/node/119102

กอร.ฉ. สั่งกสทช./กระทรวงดิจิทัล ตรวจสอบและบล็อคสื่อออนไลน์ รวมถึง Voice TV, The Standard, The Reporters

กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ออกคำสั่งให้กสทช. และกระทรวงดิจิทัลตรวจสอบและระงับการออกรายการของสื่อออนไลน์หลายแห่ง ได้แก่ Voice TV, ประชาไท, The Reporters, The Standard, และเพจเยาวชนปลดแอก

คำสั่งฉบับนี้ลงวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการเผยแพร่ผ่านเพจจุลสารราชดำเนินของสมาคมนักข่าวในเช้าวันนี้ และทางเพจได้ลบเอกสารออกไปภายหลัง อย่างไรก็ดีคุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย นักข่าวของ The Reporters ยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง และทางกอร.ฉ. จะแถลงข่าวในวันนี้

กอร.ฉ. เพิ่งตั้งขึ้นตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยวันที่ตั้งขึ้นนั้น ทั้งกสทช.และกระทรวงดิจิทัลก็จัดประชุมร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการปิดกั้นข้อมูลตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที

ที่มา – @thapanee3miti

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119092

กระทรวงดิจิทัลบล็อค Change.org พยายามบล็อคแม้เป็น HTTPS

วันนี้หลังกระทรวงดิจิทัลประกาศกำชับแนวทางการปิดกั้นข้อมูลตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็มีรายงานว่าเว็บ Change.org ถูกปิดกั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผมทดสอบจาก AIS Fibre และ dtac ก็พบว่าถูกบล็อคทั้งคู่ โดย redirect 302 ไปยังไอพี 125.26.170.3

กระบวนการบล็อคครั้งนี้สามารถบล็อคได้แม้เป็น HTTPS โดยที่ Change.org นั้นใช้บริการ CDN ของ Cloudflare อยู่ ความเป็นไปได้คือการเชื่อมต่อจากเซิร์ฟเวอร์ CDN ของ Cloudflare ไปยังเซิร์ฟเวอร์ต้นทาง (origin) นั้นไม่ได้เป็น HTTPS ทำให้ถูกดักบล็อคการเชื่อมต่อได้ (อีกความเป็นไปได้คือ Cloudflare หรือ Change.org ให้ความร่วมมือในการบล็อคเว็บจากในไทยเอง) เหตุการณ์บล็อคเว็บ HTTPS เคยมีมาแล้วในไทยครั้งหนึ่งคือเว็บ HRW แต่ครั้งนั้นเป็น CDN รายอื่น

เมื่อเข้าเว็บ https://change.org ในตอนนี้จะถูก redirect เข้าเว็บแสดงข้อความบล็อคแบบ HTTPS โดยใบรับรองเข้ารหัสจะระบุชื่อโดเมน illegal.mdes.go.th ข้อมูลในใบรับรองแสดงว่าเพิ่งสร้างใบรับรองเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้

เมื่อวานนี้ Cloudflare ที่เป็นผู้ให้บริการ CDN ของ Change.org เพิ่งเปิดบริการ WARP รุ่นเดสก์ทอปสำหรับคนทั่วไปให้ใช้บริการ VPN ได้ฟรี โดย WARP มีบริการแทบทุกแพลตฟอร์มหลักๆ อยู่แล้ว

No Description

from:https://www.blognone.com/node/119048