คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT_AZURE

Microsoft เซ็นสัญญากับร้านขายยา Walgreens Boots Alliance เพื่อนำระบบคลาวด์มาใช้ในธุรกิจ

Microsoft ประกาศเซ็นสัญญากับ Walgreens Boots Alliance (WBA) เพื่อนำระบบคลาวด์มาใช้ในการบริหารจัดการร้านขายยา ซึ่งทางบริษัทมีแบรนด์ Walgreens เป็นเชนร้านขายยาขนาดใหญ่อันดับสองในสหรัฐฯ และบริษัทนี้ยังมีร้านขายยาภายใต้แบรนด์อื่นอีกมาก เช่น Boots, Duane Reade และ Alliance Healthcare รวมถึงแบรนด์สินค้าด้านสุขภาพและความงามอีกมาก

ภายใต้สัญญานี้ WBA ได้วางแผนไมเกรตระบบไอทีของบริษัทขึ้นคลาวด์ Microsoft Azure ฃรวมถึงนำระบบ Microsoft 365 ซึ่งมีทั้ง Windows 10 และ Office ให้พนักงานได้ใช้งาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของ Walgreens เร็วขึ้นกว่าเดิม และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของบริษัท

ทาง WBA มีแผนการเชื่อมต่อร้านขายยาเข้ากับข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งทาง WBA จะกระตุ้นให้ผู้ใช้รักษาสุขภาพเพื่อลดอัตราการเข้าโรงพยาบาล ซึ่งแก่นของโมเดลนี้คือความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ด้วยการใช้งานระบบคลาวด์ที่มีความน่าเชื่อถือของ Microsoft

เหตุผลหนึ่งที่ WBA ได้เซ็นสัญญาและวางแผนปรับปรุงระบบไอทีกับ Microsoft นั้นก็เพื่อเป็นการรับมือกับ Amazon ซึ่งตอนนี้มีข่าวว่ากำลังจะเข้าสู่ตลาดการค้าปลีกยานั่นเอง

ที่มา – The Verge, Microsoft

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107567

Advertisements

ไมโครซอฟท์จับมือร้านค้ารายใหญ่ทำดิจิทัลโซลูชั่น มีแววเป็นคู่แข่ง Amazon Go

ไมโครซอฟท์เผยได้ร่วมมือกับ Kroger ร้านค้าปลีกรายใหญ่ ทำดิจิทัลโซลชั่นสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะ โดยใช้พลังจาก Microsoft Azure เตียมเปิดทดลองใช้งานในร้านค้าที่ Monroe ใน Ohio และ Redmond ใน Washington

ตัวอย่างเทคโนโลยีที่จะได้เห็นคือ ใช้ EDGE™ Shelf แทนการใช้ป้ายกระดาษบอกราคาและโปรโมชั่น โดยหน้าจกที่ชั้นวางจะให้ข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งข้อมูลโภชนาการอาหารด้วย ทำงานเชื่อมต่อกับแอพ Scan, Bag, Go® ของ Kroger เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้ ตัว EDGE™ Shelf ยังอาจเพิ่มรายได้โฆษณาให้ร้านค้าได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย สามารถบอกสถานะสินค้าหมดได้เรียลไทม์ผ่านแอพ ทำให้ง่ายต่อการค้นหาสินค้า เช่นถ้าสินค้าหมด ลูกค้าจะได้รู้

เทคโนโลยียังช่วยลดเวลาการทำงานเวลาต้องตรวจสอบสต็อกสินค้า Microsoft Azure สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ ดูว่าสินค้าชั่นไหนหมด พนักงานจะได้เติมสินค้าได้เร็ว

No Description

ที่มา – ไมโครซอฟท์

from:https://www.blognone.com/node/107418

ต่ออายุ Microsoft Windows Server และ SQL Server 2008 ง่ายๆ เพียงแค่ย้ายขึ้น Azure หรือ Azure Stack

สำหรับหลายๆ องค์กรที่กำลังร้อนใจกันอยู่ เนื่องจาก Microsoft Windows Server 2008/2008 R2 และ Microsoft SQL Server 2008/2008 R2 นั้นกำลังจะเข้าสู่ช่วง End of Support (EOS) ภายในปี 2019 – 2020 ที่จะถึงนี้แล้ว การแก้ไขระบบเพื่อให้ใช้งานกับ Windows Server หรือ SQL Server รุ่นใหม่กว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทาง Microsoft จึงได้เสนอทางออกใหม่ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบเหล่านั้นต่อไปง่ายๆ เพียงแค่ย้ายมาใช้ Microsoft Azure หรือ Microsoft Azure Stack แทนเท่านั้น

Microsoft SQL Server 2008/2008 R2 เข้าสู่ EOS ในปี 2019 ส่วน Microsoft Windows Server 2008/2008 R2 เข้าสู่ EOS ในปี 2020

การเข้าสู่สถานะ EOS นี้ หมายถึงการที่ทาง Microsoft จะไม่มีการออกอัปเดตทั้ง Security และ Feature ใหม่ๆ รวมถึงไม่มีทีมงานสนับสนุนและไม่มีการเผยแพร่เนื้อหาการแก้ไขปัญหาใดๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้อีกต่อไป โดยกำหนดการของทาง Microsoft ในการประกาศ EOS ให้กับผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีดังนี้

  • Microsoft SQL Server 2008/2008 R2 จะมีระยะ Extended Support จนถึงเพียงแค่วันที่ 9 กรกฎาคม 2019 เท่านั้น
  • Microsoft Windows Server 2008/2008 R2 จะมีระยะ Extended Support จนถึงวันที่ 14 มกราคม 2019

ถึงแม้การใช้งานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต่อไปโดยไม่มีการอัปเดตหรือดูแลรักษาใดๆ ต่อนั้นจะสามารถทำได้ในทางปฏิบัติ แต่ก็ไม่เป็นที่แนะนำ เพราะในระยะยาวแล้วจะเกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจในหลากหลายแง่มุม ทั้งในแง่ของการเกิดโอกาสที่จะถูกโจมตีระบบผ่านช่องโหว่ที่ถูกค้นพบใหม่ๆ และทำให้ข้อมูลสูญหาย การไม่ตอบโจทย์ต่อการทำ Compliance ต่างๆ อีกทั้งการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการอื่นๆ นั้นก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

แน่นอนว่าทาง Microsoft เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจสำหรับเหล่าลูกค้าที่ยังคงใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ เพราะผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คือผลิตภัณฑ์เรือธงของ Microsoft ในอดีตที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายในภาคธุรกิจทั่วโลก ทาง Microsoft จึงได้เพิ่มทางเลือกเพื่อให้ผู้ใช้งานยังคงใช้งานระบบดังกล่าวต่อไปได้และยังคงได้รับการสนับสนุนจากทาง Microsoft ต่อไป ดังนี้

1. ย้ายระบบขึ้น Microsoft Azure VM หรือ Microsoft Azure Stack พร้อมรับ Extended Security Update ฟรี 3 ปี

ทางเลือกแรกนั้นคือการย้าย Microsoft SQL Server 2008/2008 R2 หรือ Microsoft Windows Server 2008/2008 R2 ขึ้นไปยัง Microsoft Azure VM หรือ Microsoft Azure Stack โดยใช้ Technology Stack เดิมที่ใช้งานได้เลย ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบใดๆ ภายในระบบ เพื่อรับ Extended Security Update ต่ออีก 3 ปีฟรีๆ จาก Microsoft

ทางเลือกนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่ยังไม่พร้อมจะแก้ไข Application แต่มีแนวทางที่จะมุ่งไปใช้บริการ Cloud อยู่แล้ว โดยสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้งาน Public Cloud ก็สามารถใช้ Microsoft Azure VM ได้เลย ส่วนสำหรับองค์กรที่มีข้อจำกัดหรือข้อกำหนดว่าจะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลเอาไว้ภายใน Data Center ของตนเองหรือภายในประเทศไทย ก็อาจพิจารณาใช้ Microsoft Azure Stack เพื่อสร้าง Private Cloud ไว้ใช้งานภายในองค์กรเอง และรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวไปฟรีๆ สำหรับ SQL Server 2008/2008 R2 และ Windows Server 2008/2008 R2 ทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อให้มีเวลาในการเตรียมความพร้อมการแก้ไขอัปเกรด Application ให้รองรับ SQL Server 2017 และ Windows Server 2019 ต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีการใช้งาน Software Assurance (SA) บนผลิตภัณฑ์ทั้งสองนั้น ก็จะได้รับส่วนลดเพิ่มในการใช้บริการ VM บน Microsoft Azure ด้วย ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมนั้นถูกลงกว่าการใช้บริการจากผู้ให้บริการ Cloud รายอื่นๆ ถึง 5 เท่า

ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นทดลองใช้งาน Microsoft Azure ได้ฟรีๆ ที่ https://azure.microsoft.com/th-th/free/

2. ย้ายฐานข้อมูลขึ้น Azure SQL Database Managed Instance (MI) และไม่ต้องอัปเกรดอีกต่อไป

Microsoft SQL Database Managed Instance นี้ก็คือบริการ Platform-as-a-Service (PaaS) จาก Microsoft ที่มีการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยปรับปรุงทั้งประสิทธิภาพการทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมเสริมความทนทานของระบบให้สูงถึง 99.99% ตาม Service Level Agreement (SLA) และยังมีการปกป้องระบบฐานข้อมูลให้มีความมั่นคงด้วย Advanced Threat Protection (ATP) หลากหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็น Data Discovery, Data Classification, Vulnerability Assessment และการทำ Advanced Threat Detection

สำหรับ SQL Server 2008/2008 R2 นี้ก็สามารถทำการแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ด้วยการย้ายฐานข้อมูลไปอยู่บน Microsoft Azure SQL Database Managed Instance ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลแบบ Versionless ซึ่งหมายถึงการที่จะไม่ต้องมีการอัปเกรดใดๆ อีกในอนาคต เพียงแค่ย้ายฐานข้อมูลขึ้นไปและทำการเชื่อมต่อฐานข้อมูลนั้นๆ ไปยัง Application Server ก็ใช้งานต่อได้ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Microsoft SQL Database Managed Instance ได้ที่ https://docs.microsoft.com/en-us/azure/sql-database/sql-database-managed-instance

3. อัปเกรดระบบเป็น Microsoft SQL Server 2017 หรือ Windows Server 2019 และใช้งานต่อได้ทั้งบน Cloud และ On-Premises

สำหรับแนวทางสุดท้ายนี้ก็ถือเป็นแนวทางมาตรฐานสำหรับทุกๆ การ EOS ก็คือการอัปเกรดระบบที่มีอยู่เดิมให้กลายเป็นระบบที่ยังมีการอัปเดตและการสนับสนุนอยู่ ซึ่งทาง Microsoft ก็แนะนำให้อัปเกรดระบบไปเป็น Microsoft SQL Server 2017 หรือ Windows Server 2019 แทนนั่นเอง

สำหรับ Microsoft SQL Server 2017 นี้ก็มีความสามารถใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ทั้งการเพิ่มความเร็วในการเขียนอ่านข้อมูลด้วยเทคโนโลยีแบบ In-Memory, การเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับ Microsoft PowerBI ได้บนทั้ง Desktop และ Mobile, การเข้ารหัสข้อมูล, การทำงานร่วมกันอย่างทนทาน และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นการอัปเกรดระบบเองนั้นก็อาจทำให้องค์กรสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้จากประสิทธิภาพ, ความทนทาน และความง่ายดายในการใช้งานที่เพิ่มขึ้นมานี้

ติดต่อ Microsoft ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อทางทีมงาน Microsoft ได้โดยตรงที่ Call Center: 1800 012 705 หรือทักแชตมาได้ที่ SME Facebook chat: https://aka.ms/ContactMicrosoftTH

from:https://www.techtalkthai.com/upgrade-microsoft-windows-server-and-sql-server-2008-to-azure/

เลือกข้างแล้ว, ไมโครซอฟท์ประกาศปิด Azure Container Service ต้นปี 2020

กระแสการพัฒนาแอปพลิเคชั่นในรูปแบบคอนเทนเนอร์เริ่มมาหลายปี และการจัดการแอปทั้งระบบในช่วงหลังก็เริ่มชัดเจนว่า Kubernetes เป็นผู้ชนะในตลาดนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ก็ประกาศแผนปิดบริการ Azure Container Service (ACS) ที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2016

คำแนะนำจากไมโครซอฟท์สำหรับผู้ใช้บริการ ACS หากใช้สำหรับ Kubernetes ก็ควรย้ายไปใช้งาน Azure Kubernetes Service (AKS) ได้เลย ดำราพจัดการคลัสเตอร์ได้ง่ายกว่า พร้อมกับมีฟีเจอร์การมอนิเตอร์และการบำรุงรักษามาในตัว

ส่วนผู้ที่ใช้ ACS สำหรับ Docker Swarm หรือ Mesosphere DC/OS ไมโครซอฟท์แนะนำให้ไปใช้ solution template แทน

ที่มา – Azure

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106948

Microsoft เปิดตัวบริการ Azure Dedicated HSM จัดเก็บกุญแจเข้ารหัสได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

Microsoft ได้ออกมาประกาศเปิดตัวบริการใหม่ Microsoft Azure Dedicated Hardware Security Module (HSM) สำหรับจัดเก็บข้อมูล Cryptographic Key อย่างมั่นคงปลอดภัยบน Azure

 

Credit: Gemalto SafeNet

 

บริการนี้เปิดตัวขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ด้าน Security และ Compliance โดยเฉพาะ รวมถึง FIPS 140-2 Level 3 ด้วย โดย Azure Dedicated HSM นี้ใช้อุปกรณ์ SafeNet Luna Network HSM 7 จาก Gemalto ในการให้บริการ และการใช้งานจะเป็นแบบ Single-Tenant คืออุปกรณ์หนึ่งๆ จะมีองค์กรเดียวเท่านั้นมีเข้ามาใช้งาน

ปัจจุบันบริการนี้เปิดให้ใช้งานได้แล้วที่ East US, West US, South Central US, East US 2, Southeast Asia, East Asia, West Europe และ North Europe โดยมีแผนจะขยายพื้นที่บริการเพิ่มเติมอีกในอนาคต

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ที่ https://docs.microsoft.com/en-us/azure/dedicated-hsm ครับ

 

ที่มา: https://azure.microsoft.com/en-us/blog/announcing-azure-dedicated-hardware-security-module-availability/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-azure-dedicated-hsm-is-announced/

Microsoft ซื้อ FSLogix สตาร์อัพพัฒนา VDI นำมาเสริมระบบ Windows Virtual Desktop

Microsoft ประกาศเข้าซื้อบริษัท FSLogix สตาร์ทอัพจากจอร์เจียที่พัฒนาเทคโนโลยี virtual desktop infrastructure หรือ VDI เพื่อมาเติมเต็มระบบ Windows Virtual Desktop ซึ่งเป็นบริการภายใต้ Microsoft 365 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

บริษัท FSLogix จะเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเรื่องการทำ virtual desktop ซึ่งช่วยลดทรัพยากรในการทำ virtualization ให้กับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ระดับโลก ซึ่งโซลูชั่นของ FSLogix นั้นช่วยให้ประสบการณ์ผู้ใช้ดีขึ้น และลดการซัพพอร์ตจากฝ่ายไอทีได้ ซึ่ง FSLogix ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2013 และระดมทุนไปแล้วกว่า 10 ล้านดอลลาร์

Microsoft นั้นมีระบบ Windows Virtual Desktop ที่รันบน Azure อย่างเดียวโดยไม่ต้องติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรอยู่แล้ว มีให้บริการทั้ง Windows 10, Windows 7 Extended Security Updates ซึ่งการซื้อ FSLogix นั้นจะนำเทคโนโลยีของบริษัทมาใช้เพื่อพัฒนา Windows Virtual Desktop ซึ่งจะช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพดีขึ้น และลูกค้าจะได้ประสบการณ์ใช้งานระบบที่ดีขึ้นด้วย

ที่มา – Microsoft Blogs

No Description
ภาพจากข่าวเก่า

from:https://www.blognone.com/node/106617

ไมโครซอฟท์สาธิตการประยุกต์ใช้ Azure Stack ติดรถยนต์, ช่วยพาพลังประมวลผลและ AI สู่ถิ่นทุรกันดาร

เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่เพิ่งผ่านมาไมโครซอฟท์ได้โพสต์วิดีโอตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Azure Stack บริการคลาวด์เวอร์ชันติดตั้งใช้งานภายในองค์กร ในรูปแบบที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยการนำเซิร์ฟเวอร์ Azure Stack มาติดตั้งไว้ในท้ายรถ SUV เพื่อนำเทคโนโลยีและบริการประมวลผลของ Azure สู่พื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร ช่วยทลายข้อจำกัดของการใช้คลาวด์แบบเดิมที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจึงจะสามารถประมวลผลข้อมูลได้

No Description

สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ไมโครซอฟท์ยกมาเป็นตัวอย่างการใช้งาน Azure Stack ติดรถยนต์ ก็อย่างเช่นงานประมวลผลสภาพแวดล้อมด้วย AI และ Cognitive Services ซึ่งจะช่วยนำภาพที่ได้จากการบันทึกเก็บและเป็นข้อมูลโดยกล้องติดรถ, กล้อง 360 องศา รวมถึงกล้องติดโดรน มาวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลืองานด้านต่างๆ เช่นการตรวจสอบเส้นทางเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในงานบรรเทาสาธารณภัย ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการตรวจสภาพสายส่งหรือกังหันลมในกิจการด้านพลังงาน

รับชมวิดีโอสาธิตการใช้งาน Azure Stack บนรถยนต์ได้ที่ท้ายข่าวครับ

ที่มา – MSPoweruser

from:https://www.blognone.com/node/106494