คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT_AZURE

Windows Virtual Desktop บริการ VDI บน Azure ที่ไมโครซอฟท์ทำเอง เปิดให้ลองใช้แล้ว

ปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows Virtual Desktop ของตัวเองบน Azure แต่ยังทดสอบในวงจำกัด วันนี้ Windows Virtual Desktop ได้ฤกษ์เปิดรุ่นพรีวิวให้คนทั่วไปทดสอบกัน

จุดเด่นของ Windows Virtual Desktop คือเป็นบริการ virtual desktop infrastructure (VDI) ที่ไมโครซอฟท์ทำเอง ปรับแต่งประสิทธิภาพมาสำหรับการรัน Office 365 ProPlus แถมยังรองรับ Windows 7 ไปจนถึงปี 2023 แบบไม่ต้องเสียเงินค่าต่ออายุแพตช์ความปลอดภัยในช่วง 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย

ไมโครซอฟท์ยังประกาศพาร์ทเนอร์ที่สามารถเข้ามาเชื่อมต่อกับ Windows Virtual Desktop ได้คือ Citrix และ Samsund DeX รวมถึงประกาศว่าจะเปิดให้พาร์ทเนอร์อื่นๆ เข้ามาขายโซลูชันผ่าน Azure Marketplace ด้วย

วิธีคิดเงินของ Windows Virtual Desktop คือเสียค่า VM และสตอเรจของ Azure เหมือนเช่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ตามปกติ และเสียค่าไลเซนส์ Windows/Office ต่างหาก หรือหากถ้ามีไลเซนส์แบบเหมาจ่ายอยู่แล้วก็ไม่ต้องเสียตรงนี้เพิ่ม

ที่มา – Microsoft

No Description

from:https://www.blognone.com/node/108799

โฆษณา

Microsoft Azure เปิดศูนย์ข้อมูลในทวีปแอฟริกาเป็นรายแรก ตัดหน้า AWS

ในยุคที่ผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่แข่งกันตั้งศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ภูมิภาคที่ดูเหมือนถูกลืมคือแอฟริกา แม้เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตสูงมากก็ตาม

ล่าสุดไมโครซอฟท์ประกาศตัวว่าเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกที่เข้าไปยังแอฟริกาแล้ว โดยตั้งศูนย์ข้อมูลในแอฟริกาใต้ 2 เมืองพร้อมกันคือ Cape Town และ Johannesburg (แยกเป็น 2 region คือ South Africa East/West) รวมถึงขยายลิงก์เชื่อมโยงไปยังประเทศอียิปต์ เคนยา ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ และแองโกลา

ประกาศของไมโครซอฟท์รอบนี้ เป็นการตัดหน้า AWS ที่เคยประกาศเมื่อเดือนตุลาคม 2018 ไว้ว่าจะตั้งศูนย์ข้อมูลที่ Cape Town แต่ยังทำไม่เสร็จ

ที่มา – Microsoft

ศูนย์ข้อมูลของ Microsoft Azure

No Description

ศูนย์ข้อมูลของ AWS (สีเขียวยังเป็น Coming Soon)

No Description

ศูนย์ข้อมูลของ Google Cloud Platform

No Description

from:https://www.blognone.com/node/108508

Microsoft จับมือ VMware เตรียมเป็นพันธมิตรให้บริการ Cloud ร่วมกัน

Microsoft และ VMware ที่เป็นคู่แข่งในตลาด Hypervisor และ Data Center Software มาโดยตลอด ได้เริ่มเป็นพันธมิตรกันในบริการ Cloud เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรร่วมกันแล้ว

Credit: ShutterStock.com

ความร่วมมือนี้จะนำมาซึ่งการนำเทคโนโลยีของ VMware ไปเปิดให้บริการบน Microsoft Azure ซึ่งเป็นบริการ Cloud ของ Microsoft ทำให้ Microsoft นั้นสามารถตอบสนองต่อความต้องการของเหล่าลูกค้าองค์กรได้อย่างดียิ่งขึ้น ด้วยการผสานโซลูชันร่วมกันระหว่าง VMware และ Microsoft บน Cloud ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีผู้ให้บริการ Public Cloud รายใหญ่ๆ ที่ได้นำโซลูชันของ VMware ไปให้บริการเพียงแค่ AWS และ IBM เท่านั้น ส่วน Partner รายอื่นๆ ของ VMware เองก็มักจะเป็นการให้บริการภายใน Data Center ที่ระดับ Cloud แบบ Local ในแต่ละประเทศเป็นหลัก การมาของ Microsoft กับ VMware ในครั้งนี้จึงถือว่าน่าจับตามองไม่น้อย

ก่อนหน้านี้เองเมื่อช่วงปลายปี 2017 Microsoft ก็เคยออกมาเผยถึงแผนการให้บริการโซลูชันของ VMware บน Microsoft Azure แล้วแบบไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก VMware ซึ่งก็ถือว่าสร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยในวงการ จน VMware ต้องเคยออกมาแถลงว่าการให้บริการในครั้งนั้นของ Microsoft จะไม่ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคใดๆ จาก VMware

หลังจากนี้คงต้องจับตามองกันให้ดีว่า Microsoft และ VMware จะจับมือกันสร้างตลาดที่ใหญ่โตได้แค่ไหน กับคู่ที่แข่งกันมาโดยตลอดในยุคสมัยแห่ง Virtualization อย่างคู่นี้

ที่มา: https://www.theinformation.com/articles/microsoft-and-vmware-working-on-cloud-partnership

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-and-vmware-will-provide-cloud-services-together/

เผย Microsoft มี Partner ใหม่เพิ่มเดือนละ 7,500 ราย ชี้พฤติกรรมการซื้อ Software ขององค์กรจะเปลี่ยนไป

Microsoft ได้ออกมาเปิดเผยถึงยอดของ Partner ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนว่ามีจำนวนมากถึง 7,500 รายต่อเดือน และ Partner เหล่านี้เองที่สร้างรายได้ให้กับ Microsoft ในส่วนของตลาดธุรกิจกว่า 95%

Credit: Microsoft

Microsoft นั้นมี Partner หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่กลุ่มที่นำโซลูชันและผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ไปช่วยทำตลาด, กลุ่มที่นำบริการ Software-as-a-Service (SaaS) ของตนเองไปให้บริการบน Microsoft Azure และกลุ่มที่นำบริการของตนเองไปวางจำหน่ายบน Microsoft Azure Marketplace ซึ่งทั้งหมดนี้เองก็ทำให้บน Microsoft Azure Marketplace มี Application มากกว่า 8,000 รายการสำหรับตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มธุรกิจและองค์กรวางจำหน่ายอยู่

ทาง Microsoft ได้อ้างอิงถึงการทำนายของ Forrester Research ว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า เหล่าธุรกิจองค์กรจะใช้บริการ Cloud จาก Marketplace มากขึ้น เติบโตจาก 29% ขึ้นไปเป็น 75% ในอนาคต ซึ่งนี่ก็แปลว่าต่อไปภาคธุรกิจองค์กรเองจะเริ่มมีการค้นหา Software จาก Marketplace มาทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อกันมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อและใช้งาน Software ในภาคธุรกิจที่ Microsoft ให้ความสำคัญ ทำให้ทุกวันนี้ Microsoft พยายามผลักดันให้ Partner ในกลุ่ม ISV, MSP และ SI ได้ปรับตัวเข้าหาตลาดนี้ด้วยในช่วงนี้

ทั้งนี้ Microsoft เองก็ได้มีความพยายามในการปรับปรุงระบบ Marketplace ของตนเองให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้าน User Experience หรือ UX ที่จะมีการนำ Natural Language Processing (NLP) และ Recommendation Systems เข้ามาช่วยเสริมความสามารถ รวมถึงจะทำให้เหล่าผู้ขายโซลูชันบน Marketplace สามารถปรับแต่งเงื่อนไขหรือรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมต่อการขายในเชิง Business to Business (B2B) ได้ดีขึ้นไปด้วย

ในขณะเดียวกัน Microsoft เองก็ได้จับมือกับ Accenture เพื่อผลักดันตลาดมากยิ่งขึ้น โดยภายใต้ Avenade ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของทั้งสองนั้นจะมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีของ Microsoft มากกว่า 45,000 คน นับเป็นธุรกิจที่มีทรัพยากรบุคคลด้านนี้สูงที่สุดหากไม่นับ Microsoft เอง

Gartner ได้ทำนายเอาไว้ว่าตลาดของ Business Application ในปี 2019 นี้จะมีมูลค่าสูงถึง 133,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 4.2 ล้านล้านบาท ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าแนวโน้มดังกล่าวนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่

ที่มา: https://www.cbronline.com/news/microsoft-marketplace-partners

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-have-7500-new-partners-each-month/

Azure SQL ทำฐานข้อมูลลูกค้าหาย, บริษัทกู้คืนไฟล์สำรองย้อนหลังห้านาทีให้แล้ว

ช่วงวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) ลูกค้า Azure SQL จำนวนหนึ่งที่ใช้บริการ Key Vault สำหรับการเข้ารหัสข้อมูล (Transparent Data Encryption – TDE) พบว่าฐานข้อมูลหายไปเสียเฉยๆ

ไมโครซอฟท์ส่งข้อความแจ้งเรื่องนี้กับลูกค้าโดยตรง โดยทาง The Register ได้เห็นข้อความของลูกค้ารายหนึ่ง ระบุว่าทางบริษัทได้กู้ฐานข้อมูลคืนมาให้ แต่อาจมีข้อมูลหายไปในห้วงเวลา 5 นาทีก่อนที่ฐานข้อมูลจะถูกลบไป โดยขอให้ลูกค้าตรวจสอบว่าฐานข้อมูลที่กู้ขึ้นมาได้ใช้งานได้หรือไม่ หากใช้งานได้ก็ให้เปลี่ยนชื่อให้เป็นชื่อเดิมและใช้งานต่อไป

ข้อความยังระบุว่าไมโครซอฟท์จะชดเชยด้วยการให้ใช้ฐานข้อมูลที่กู้ขึ้นมาฟรี 2 เดือน และใช้ฐานข้อมูลดั้งเดิมฟรี 3 เดือน พร้อมกับจะปรับปรุงกระบวนการทำงานไม่ให้ผิดพลาดซ้ำ

ทางโฆษกไมโครซอฟท์ตอบคำถามทาง The Register เพียงกว้างๆ ว่ามีลูกค้าบางกลุ่มเข้าถึงทรัพยากรบางส่วนไม่ได้จริง และบริษัทกู้คืนให้ลูกค้าส่วนใหญ่แล้ว

ที่มา – The Register

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107869

4 เหตุผล ทำไมถึงควรใช้ Microsoft Azure

โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุค Multicloud ที่ซึ่งแต่ละองค์กรต่างเลือกใช้บริการ Cloud ที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงธุรกิจมากที่สุดจากหลายๆ ผู้ให้บริการไม่ว่าจะเป็น AWS, Microsoft Azure, Google Cloud หรือ Local Cloud Providers สำหรับบทความนี้ Ingram Micro เป็นผู้จัดจำหน่ายโซลูชัน IT ระดับ Enterprise Class ชั้นนำของไทยได้ออกมาแนะนำ 4 เหตุผล ทำไมถึงควรใช้ Microsoft Azure

1. บริหารจัดการด้วยตนเองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

Azure มีบริการให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่บริการพื้นฐาน เช่น การสร้าง Virtual Machine (VM) และโหลดซอฟต์แวร์หรือตั้ง SQL Database ใหม่ขึ้นมา ไปจนถึงบริการที่มีความซับซ้อน เช่น การสร้าง Continuous Integration (CI) และ Continuous Delivery (CD) Workflow หรือการทำงานร่วมกับ Containers โดยมีจุดเด่นที่สามารถสร้างและปรับจูนระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Database หรือ Web App ได้ง่าย รวดเร็ว และทำได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ให้บริการแต่อย่างใด ลดภาระของผู้ดูแลระบบ และช่วยให้นักพัฒนาสามารถส่งมอบบริการสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น

2. SLA สูงสุดระดับ 99.999%

Azure เป็นระบบ Cloud อัจฉริยะที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ Self-healing กล่าวคือ Azure มี Data Center กระจายอยู่ทั่วโลกและมีเซิร์ฟเวอร์ให้บริการเป็นหมื่น ถ้าเซิร์ฟเวอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเกิดปัญหา อีกเครื่องหนึ่งจะเข้ามาทำงานแทนทันที หรือแม้แต่ Data Center ประสบเหตุภัยพิบัติ อีก Data Center หนึ่งก็สามารถเข้ามารับภาระงานแทนได้เช่นกัน ที่สำคัญคือมี SLA สูงสุดถึงระดับ 99.999% ทำให้มั่นใจว่าธุรกิจของลูกค้าสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่องถึงขีดสุด

ตัวอย่าง SLA ของ Azure Services ยอดนิยม

3. ขจัดปัญหาการดูแลอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และขยายระบบในอนาคตได้อย่างอิสระ

แม้ว่าการใช้ระบบ Cloud จะให้ความรู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อีกต่อไป แต่ก็ถือเป็นข้อดี เนื่องจากเราไม่จำเป็นกังวลเรื่องการซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใหม่และคอยดูแลอุปกรณ์เหล่านั้นให้สามารถทำงานได้ตามปกติ การใช้ Cloud ยังช่วยลดภาระในการตั้งค่าระบบเครือข่ายและติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ให้พร้อมใช้งานอีกด้วย หน้าที่ทั้งหมดนี้ รวมไปถึงการดูแลให้เซิร์ฟเวอร์เย็นและปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาถูกจัดการโดยทีมวิศวกรของ Azure

นอกจากนี้ เราสามารถขยายระบบที่ใช้งานและเพิ่มทรัพยากรที่ใช้ได้เกือบไร้ขีดจำกัดเพียงแค่คลิกเมาส์ไม่กี่ครั้งเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับระบบแบบ On-premises เว้นแต่จะมีการลงทุนเตรียมอุปกรณ์และทีมงานไว้ล่วงหน้าตั้งแต่แรก ที่สำคัญคือสามารถขยายระบบไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้ทันที โดยที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยให้การขยายธุรกิจหรือเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย ทลายข้อจำกัดของการใช้ Local Cloud ในประเทศ

4. บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยอันแสนครบครันอย่างที่ Local Cloud ทำไม่ได้

ตั้งแต่เปิดให้บริการ Azure Cloud มา Microsoft คอยเฝ้าระวังและติดตามการใช้งานของผู้ใช้กว่าหลายล้านคนทั่วโลก และเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นจากผู้ไม่ประสงค์ดี ทำให้ Microsoft ทราบถึงรูปแบบการโจมตีทั้งแบบที่พบเห็นบ่อยในปัจจุบันและแบบเฉพาะเจาะจง ผนวกกับการมีเครื่องมือเฝ้าระวังอัจฉริยะ อัลกอริธึม Machine Learning และ AI มาสนับสนุน ส่งผลให้ Microsoft สามารถตรวจจับและหยุดยั้งการโจมตีระบบ Cloud ได้แบบเรียลไทม์

Azure ยังให้บริการโปรแกรม Azure IP Advantage สำหรับคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของลูกค้าที่ใช้บริการ Azure Cloud อีกด้วย ลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และบริการที่ใช้บนระบบ Cloud รวมไปถึงการขโมยสิทธิบัตร ช่วยให้มั่นใจว่าลูกค้าผู้ใช้บริการจะเป็นเจ้าของนวัตกรรมอย่างแท้จริง

Azure Cloud ผ่านมาตรฐานการรับประกันคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยสำคัญระดับสากลหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น CSA STAR, ISO/IEC 27001:2013, ISO/IEC 27017:2015, ISO/IEC 27018:2014, ISO 20000-1:2011, ISO 22301:2012 และ ISO 9001:2015

สนใจใช้ Microsoft Azure ติดต่อ Ingram Micro ประเทศไทย

Ingram Micro เป็นผู้จัดจำหน่ายโซลูชัน IT ระดับ Enterprise Class ที่มีประสบการณ์ในการให้บริการโซลูชันของ Microsoft Azure มาตั้งแต่ปี 2016 พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ การออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบ Cloud แบบ 7/24 เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำ Microsoft Azure ไปปรับใช้กับธุรกิจขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด การันตีคุณภาพการให้บริการด้วยทีมวิศวกรและทีมฝ่ายขายที่ผ่านการอบรมจากเจ้าของผลิตภัณฑ์โดยตรง

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Microsoft Azure ได้ที่ Ingram Cloud Team อีเมล TH-MSCSP@ingrammicro.com หรือโทร 02-012-2222

from:https://www.techtalkthai.com/4-reasons-why-organizations-should-use-microsoft-azure/

Microsoft ซื้อ Citus Data บริษัทพัฒนาเครื่องมือโอเพ่นซอร์สเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฐานข้อมูล PostgreSQL

Microsoft ประกาศเข้าซื้อ Citus Data บริษัทพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยให้ฐานข้อมูล PostgreSQL ทำงานเร็วขึ้นและสเกลได้มากขึ้น

Citus Data ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้วในช่วงที่ทั้งคลาวด์และ Big Data ยังเป็นเรื่องใหม่ และฐานข้อมูลแบบ relational ยังถูกออกแบบให้ scale up ได้อย่างเดียว จึงทำให้เกิดฐานข้อมูล NoSQL ขึ้นมากมาย แต่ Citus Data มีไอเดียทำให้ฐานข้อมูล relational มีความยืดหยุ่นและสเกลได้มากขึ้น ซึ่ง Citus Data เลือกใช้ฐานข้อมูล PostgreSQL มาพัฒนาต่อยอด แทนที่การพัฒนาฐานข้อมูลขึ้นมาเอง

ผลงานของ Citus Data คือ Citus ส่วนขยายของ PostgreSQL แบบโอเพ่นซอร์สที่แปลงให้เป็นฐานข้อมูลแบบกระจาย และ Citus Cloud บริการฐานข้อมูลบนคลาวด์ที่สเกลเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบ

หลังจากเข้าร่วมกับ Microsoft แล้ว Citus Data จะยังคงพัฒนาการโครงการเดิมและซัพพอร์ตลูกค้าต่อไป และเป้าหมายที่จะทำงานร่วมกับ Microsoft คือจะเร่งพัฒนา Azure และ PostgreSQL เพื่อให้ผู้ใช้ภาคองค์กรรันเวิร์คโหลดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ที่มา – Microsoft, Citus Data, TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107746