คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT

Windows 10 เรียกไฟล์จากลินุกซ์ WSL ได้โดยตรง เปิดด้วย File Explorer เหมือนไฟล์ปกติ

ไมโครซอฟท์ประกาศฟีเจอร์ใหม่ของ ‎Windows Subsystem for Linux (WSL) บน Windows 10 โดยเราสามารถเข้าถึงไฟล์บนลินุกซ์ได้จาก File Explorer หรือ Command-Line โดยตรง

วิธีการง่ายๆ คือเมื่อเข้าไปในลินุกซ์บน WSL แล้วสามารถสั่ง “explorer.exe .” สิ่งที่ได้มาคือ File Explorer ที่เปิดไดเทคทอรี home ของผู้ใช้คนนั้น จากนั้นเราสามารถจัดการไฟล์ได้เหมือนกับเป็นไฟล์บน Windows ปกติ ทำได้แม้กระทั่งคลิกขวาที่ text file แล้วเปิดด้วย VS Code หรือ editor ตัวอื่นๆ

ส่วนการเรียกใช้งานจากคอมมานด์ไลน์บน Windows (เช่น PowerShell) ก็สามารถเรียกได้จากพาธ \wsl${distro name}\ (distro name คือชื่อดิสโทรของเราบน WSL)

No Description

No Description

No Description

ไมโครซอฟท์อธิบายสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง ว่าเกิดจากการสร้างไฟล์เซิร์ฟเวอร์ตามโปรโตคอล 9P ขึ้นมาบนลินุกซ์ใน WSL แล้วให้ Windows ทำตัวเป็นไคลเอนต์เรียกไฟล์อีกที

ฟีเจอร์นี้จะรวมอยู่ใน Windows 10 v1903 ที่จะออกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/108171

โฆษณา

Microsoft ออกแพตช์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2019 แก้ไขช่องโหว่กว่า 70 รายการ

ถึงรอบนัดชาวแอดมินทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนวันแห่งการแพตช์จาก Microsoft แล้วนะครับซึ่งครั้งนี้มีการแก้ไขช่องโหว่ถึง 70 รายการด้วยกัน โดยมีช่องโหว่ 18 รายการที่ถูกจัดอยู่ในระดับร้ายแรง ดังนั้นแนะนำให้ผู้ใช้งานเข้าไปอัปเดตกันครับ

Credit: alexmillos/ShutterStock

ช่องโหว่ที่น่าสนใจมีดังนี้

  • แก้ไขบั้กบน Exchange Server ซึ่งได้มีนักวิจัยใช้เป็นตัวแปรร่วมกับปัญหาอื่นเพื่อทำให้ผู้ใช้งานเมลกลายเป็นบุคคลอื่นเพื่อเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ โดยนาย Dustin Childs, ผู้จัดการฝ่ายติดต่อสื่อสารของ Trend Micro Zero Day Initiative กล่าวว่า “บั้กนี้ทำให้ผู้ใช้งานธรรมดายกระดับสิทธิ์เป็นผู้ใช้งานคนอื่นได้” นอกจากนี้ช่องโหว่ยังถูกนำไปใช้จริงแล้ว
  • ทีม Google Project Zero ได้แจ้งช่องโหว่หมายเลข CVE-2019-0676 เข้ามาซึ่งเกิดบน IE สาเหตุเพราะวิธีการจัดการ Object ในหน่วยความจำไม่ดีเพียงพอจึงทำให้หากเหยื่อเข้าชมไซต์ที่มีเพจอันตรายคนร้ายจะสามารถทดสอบการมีอยู่ของไฟล์บนฮาร์ดไดร์ฟของเครื่องเหยื่อได้
  • CVE-2019-0630 เป็นช่องโหว่ที่คนร้ายสามารถประดิษฐ์แพ็กเกจอันตรายไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ SMBv2 เพื่อนำไปสู่การเกิด Remote Code Execution
  • CVE-2019-0626 เป็นช่องโหว่ Memory Corruption ในเซิร์ฟเวอร์ DHCP ซึ่งผู้โจมตีสามารถประดิษฐ์แพ็กเกจพิเศษขึ้นเพื่อส่งออกไปใช้งานช่องโหว่ทำให้เกิดการ Execute โค้ดต่อไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแพตช์ทั้งหมดได้จากที่นี่ ในรอบเดียวกันนี้ยังมีการอัปเดตแพตช์ Zero-day บนผลิตภัณฑ์ Adobe ด้วยดังนั้นก็อย่าลืมอัปเดตฝั่งนั้นด้วยนะครับ

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-february-2019-patch-tuesday-includes-fixes-for-70-vulnerabilities/ และ https://www.darkreading.com/endpoint/microsoft-adobe-both-close-more-than-70-security-issues/d/d-id/1333858 และ https://www.securityweek.com/microsoft-patches-internet-explorer-zero-day-reported-google

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-released-february-2019-patch/

ไมโครซอฟท์เตรียมแถลงข่าวที่งาน MWC 2019 คาดเปิดตัว HoloLens 2

Alex Kipman หัวหน้าทีม HoloLens ของไมโครซอฟท์ (ก่อนหน้านี้เขายังเป็นคนสร้าง Kinect ด้วย) โพสต์วิดีโอทีเซอร์ถึงงานแถลงข่าวของไมโครซอฟท์ในงาน MWC 2019 วันที่ 24 กุมภาพันธ์

ข้อมูลในวิดีโอไม่ได้บ่งชี้ว่าเราจะเห็นไมโครซอฟท์เปิดตัวอะไร แต่คาดกันว่าน่าจะเป็น HoloLens รุ่นที่สอง ซึ่งถือเป็นการอัพเกรดใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัว HoloLens ในปี 2016

ที่มา – Fortune

from:https://www.blognone.com/node/108067

รีวิว Surface Laptop แลปท็อปดีไซน์เรียบหรู บางเฉียบ พกพาสะดวก แบตเตอรี่อึด มาพร้อม Windows 10S ที่อัปเดตเป็นเวอร์ชัน Pro ได้


สิ้นสุดการรอคอยเป็นที่เรียบร้อย Microsoft พร้อมวางจำหน่าย Surface Laptop ในประเทศไทยอย่างทางการแล้ว หลังจากเปิดตัวตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของ Surface Laptop คือ ทาง Microsoft ได้ลงมาดูแลการผลิตฮาร์ดแวร์ด้วยตัวเองอย่างจริงจัง หลังจากประสบความสำเร็จกับอุปกรณ์ 2-in-1 อย่าง Surface Pro กับ Surface Book มาก่อนหน้านี้ โดยทาง Microsoft ก็มีความตั้งใจที่จะให้ Surface Laptop ประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน

Microsoft ได้พยายามสร้างผลิตภัณฑ์ออกมาให้ครอบคลุมทุกประเภทการใช้งาน ทั้งคอมพิวเตอร์แบบ All-in-One อย่าง Surface Studio ตามมาด้วย Surface Laptop ที่ถือเป็นอุปกรณ์ประเภทแล็ปท็อปรุ่นแรกของ Microsoft เพราะไม่สามารถถอดแยกหน้าจอแสดงผลออกไปใช้งานในรูปแบบแท็บเล็ตได้แบบเดียวกับ Surface Pro หรือ Surface Book


Surface Laptop มีออกแบบมาอย่างเรียบง่าย แต่สวยงาม ดูดี และใช้วัสดุอลูมิเนียมทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรงทนทาน และมีความบางเพียง 14.5 มิลลิเมตร กับน้ำหนักตัวเครื่องโดยรวม 1.25 กิโลกรัม


ส่วนแผงคีย์บอร์ดมีการหุ้มด้วยผ้าแบบ Alcantara ทำให้ Surface Laptop ดูหรูหรากว่าแล็ปท็อปทั่วไปเป็นอย่างมาก


สำหรับวัสดุผ้า Alcantara ที่ใช้ห่อหุ่มคีย์บอร์ดนั้นผลิตในประเทศอิตาลี ซึ่งมีความทนทานเป็นพิเศษ ให้สัมผัสที่นุ่มนวล รองรับข้อมือผู้ใช้งานที่ต้องพิมพ์งานเป็นเวลานาน ทำให้ไม่เกิดความเมื่อยล้า ส่วนการดูแลรักษาแน่นอนว่าอาจจะสร้างความยุ่งยากกว่าแล็ปท็อปทั่วไป เพราะต้องดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ผ้า Alcantara ที่นำมาใช้ห่อปุ้มคีย์บอร์ดได้มีการเคลือบด้วยโพลียูรีเทน เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าไปในกรณีที่น้ำหกใส่โดยไม่ได้ตั้งใจ และสามารถทำความสะอาดได้เพียงใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดได้ทันที


ส่วนแผงคีย์บอร์ดมาพร้อมปุ่มกดแบบ QWERTY ที่มีแสงไฟพื้นหลังสำหรับทำงานในที่แสงน้อยได้ และมาพร้อมกับ Touchpad ที่ซ่อนปุ่มคลิกซ้าย-ขวาของเม้าส์เอาไว้ พร้อมซ่อนลำโพงเอาไว้ใต้แผงคีย์บอร์ด ส่วนตัวลำโพงใช้ลำโพงของ Omnisonic มาพร้อมระบบเสียง Dolby Audio Premium โดยเสียงที่ได้มีความดังแม้ใช้งานในที่โล่งแจ้ง


ด้วยขนาดและความบาง ต้องแลกมาด้วยจำนวนพอร์ตเชื่อมต่อที่น้อยกว่าแล็ปท็อปทั่วไป แต่ก็มีให้ใช้งานครบ ด้านขวามือมีพอร์ต Surface Connect


ด้านซ้ายมีพอร์ต USB เวอร์ชัน 3.0, Mini Display Port และ ช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร


ด้านใต้มีเพียงจุดกันกระแทก 4 จุด ตามมุมเครื่อง โดยไม่มีช่องแกะเปลี่ยนแบตเตอรี่ ส่วนช่องลมระบายความร้อนอยู่ทางด้านท้ายใต้ของบานพับ


ตรงอะแดปเตอร์มีพอร์ต USB ให้ใช้งาน


ด้านหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ PixelSense ที่มีความละเอียด 2256 x 1504 พิกเซล (201 PPI) ขนาด 13.5 นิ้ว กับอัตราส่วนภาพ 3:2 พร้อมรองรับระบบสัมผัสได้ 10 จุด ส่วนกระจกหน้าจอเป็นแบบ Corning Gorilla Glass 3 ทำให้มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ


ด้านบนจอแสดงผลมีกล้องดิจิตอลไว้ใช้งาน Windows Hello หรือใช้สำหรับวีดีโอคอม โดยมีความละเอียดระดับ HD 720p


Surface Laptop มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 S ตอบสนองการทำงานต่างๆ ได้เหมือนกับ Windows 10 Pro เพียงแต่ไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมจากภายนอกได้ ติดตั้งได้เฉพาะโปรแกรม หรือเกมที่ดาวน์โหลดได้จากแอปพลิเคชั่น Microsoft Store เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานสามารถอัปเกรดเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro ได้ฟรีทุกเครื่อง ทำให้สามารถติดตั้งไฟล์นามสกุล .EXE หรือโปรแกรมต่างๆ ในเวอร์ชั่น PC ได้ตามปกติ โดยมีข้อแม้เดียวว่าเมื่ออัปเกรดเวอร์ชันเป็น Windows 10 Pro ขึ้นไปแล้วจะไม่สามารถถอยกลับลงมาใช้ Windows 10 S ได้อีกต่อไป


นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งานกับปากกา Surface ได้ และมีแอปพลเคชันมารองรับการใช้งานกับปากกาด้วยเช่นกัน


สามารถขีดๆ เขียนๆ สิ่งต่างๆ ผ่านหน้าจอแสดงผลได้ทันที


นอกจากนี้ ด้านหลังของหน้าจอยังมีแม่เหล็กฝังไว้ด้านในจึงนำปากกา Surface มายึดไว้เพื่อพกพาไปใช้งานได้


สำหรับ Surface Laptop ที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย มีให้เลือกถึง 6 รุ่น โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 34,900 บาท ไปจนถึงราคาสูงสุด 101,900 บาท โดยแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างที่ซีพียู กับหน่วยความจำ เริ่มต้นที่ Surface Laptop M ที่ใช้ซีพียู Intel Core M ชิปกราฟิก Intel HD Graphics 615 หน่วยความจำแรมขนาด 4GB ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความจุ 128GB วางจำหน่ายในราคา 34,900 บาท

Surface Laptop i5 ที่ใช้ซีพียู Intel Core i5 ชิปกราฟิก Intel HD Graphics 620 หน่วยความจำแรมขนาด 4GB ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความจุ 128GB วางจำหน่ายในราคา 38,900 บาท

Surface Laptop i5 ที่ใช้ซีพียู Intel Core i5 ชิปกราฟิก Intel HD Graphics 620 หน่วยความจำแรมขนาด 8GB ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความจุ 256GB ราคา 49,900 บาท

Surface Laptop i7 ที่ใช้ซีพียู Intel Core i7 ชิปกราฟิก Intel Iris Plus Graphics 640 หน่วยความจำแรมขนาด 8GB ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความจุ 256GB ราคา 59,900 บาท

Surface Laptop i7 ที่ใช้ซีพียู Intel Core i7 ชิปกราฟิก Intel Iris Plus Graphics 640 หน่วยความจำแรมขนาด 16GB ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความจุ 512GB ราคา 82,900 บาท

Surface Laptop i7 ที่ใช้ซีพียู Intel Core i7 ชิปกราฟิก Intel Iris Plus Graphics 640 หน่วยความจำแรมขนาด 16GB ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความจุ 1TB ราคา 101,900 บาท


Surface Laptop ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม ดูดี วัสดุงานประกอบมีคุณภาพสูงดูแข็งแรงทนทาน และยังมีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 14.5 ชั่วโมง ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเป็นผลทดสอบของรุ่น Intel Core i5 กับหน่วยความจำแรมขนาด 8GB


ด้วยข้อจำกัดของระบบปฏิบัติการ Windows 10 S ที่ไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมจากภายนอกที่บางสาขาอาชีพอาจจำเป็นต้องใช้ ทำให้ Microsoft ตั้งกลุ่มเป้าหมายของ Surface Laptop ไว้ที่บุคลากรทางการศึกษา ตั้งแต่นักเรียนไปจนถึงอาจารย์เป็นหลัก แต่บุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้งานพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นงานด้านเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ท่องโลกอินเตอร์เน็ต โดยเน้นพกพาออกไปใช้งานนอกบ้านอยู่เป็นประจำ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่าได้นี้ได้ทั้งหมด ซึ่งหากต้องการใช้งานให้ครบทุกด้านก็เพียงทำการอัปเดตไปใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้ครบทุกด้าน

from:https://www.flashfly.net/wp/236951

Azure ประกาศ Data Lake Storage Gen2 และ Data Explorer เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งาน

Azure ได้ออกมาประกาศว่า Data Lake Storage Gen2 และ Data Explorer ได้เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งานแล้ว นอกจากนี้ยังได้ออก Data Factory Mapping Data Flow ซึ่งเป็นการสร้างแผนผังการทำงานที่ไม่ต้องเขียนโค้ด

credit : azure.microsoft.com

Azure Data Lake Storage (ADLS)

ADLS ถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงานของระบบ Apache ได้ เช่น Hadoop และ Spark เป็นต้น ดังนั้น Azure จึงได้สร้างส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วนดังนี้

  • Azure Blob File System Driver (ABFS) เข้ามาตอบโจทย์ผ่านรูปแบบของ URI เช่น ‘abfs[s]://file_system@account_name.dfs.core.windows.net/<path>/<path>/<filename>’ นอกจากนี้ตัว File System Semantics ยังถูกสร้างไว้ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ซึ่งไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับทางไคลเอนต์เลยเพื่อการรันตีความถูกต้องของ Transaction 
  • Hierachical namespace (HNS) ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับ Atomic Operation กับไฟล์และโฟลเดอร์ (ถ้าทำก็ต้องทำทั้งหมดหรือไม่ทำเลย เช่น การย้ายไฟล์ทำแค่บางส่วนไม่ได้ เป็นต้น) โดยสามารถลด Overhead การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ใน Blob ลงได้

ในด้านของความมั่นคงปลอดภัย ADLS ก็มีหลายฟีเจอร์ดังนี้

  • เข้ารหัสข้อมูลที่จะส่งและที่วางอยู่ผ่าน TLS 1.2
  • Storage Account Firewall
  • สามารถทำงานร่วมกันกับ Virtual Network
  • สามารถกำหนดการเข้าถึงแบบ Role-based
  • รองรับ POSIX หรือ ACLs Compliant ทำให้สามารถจำกัดการเข้าถึงตามผู้ใช้ กลุ่มผู้ใช้หรือบริการได้

โดย ADLS สามารถทำงานร่วมกับบริการอื่นๆ ของ Azure ได้ เช่น Databricks, HDInsight, Data Factory, SQL Data Warehouse และ Power BI เป็นต้น รวมถึงทำงานการสนับสนุนกับ Cloudera และ Hortonworks ได้ด้วย

Azure Data Explorer (ADX)

credit : azure.microsoft.com

ADX สามารถทำการ Query ข้อมูลกว่า 1 พันล้านรายการภายในเวลาไม่กี่วินาทีโดยที่ไม่ต้องไม่แก้ไขข้อมูลหรือต้องการ Metadata ซึ่ง ADX สามารถเชื่อมต่อกับ Data Lake Storage, Power BI, SQL Data warehouse ได้อย่างลงตัว สำหรับส่วนประกอบสำคัญของ ADX มีดังนี้ (ดูภาพประกอบด้านบน)

  • Data Management (DM) คือตัวจัดการ Raw data และบริหารจัดการความผิดพลาดอื่นๆ ซึ่งมีการทำ indexing และ compression เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้วย
  • Engine Service คือส่วนประมวลผล Raw data ที่วิ่งเข้ามาเพื่อตอบโจทย์การ Query โดยการผสมผสานระหว่าง Auto Scaling และ Data Sharding ทำให้สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อย่างไรก็ตาม Query Language ยังถูกออกแบบมาให้เข้าใจได้ง่ายซึ่งเป็นผลดีต้อผู้ใช้งานเพราะไม่ต้องจำอะไรซับซ้อนด้วย โดยปัจจุบัน ADX ให้บริการแล้วบน 41 Regions ของ Azure

Azure Data Factory Mapping Data Flow

credit : azure.microsoft.com

Azure Data Factory (ADF) เป็นบริการสำหรับทำ Orchestration และ Automation โดยมี Built-in ที่รองรับการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลแบบ Semi-structure และ Unstructured ได้กว่า 80 แบบ ซึ่งด้วยความสามารถของ Mapping Data Flow ใน ADF ผู้ใช้งานจะสามารถออกแบบ สร้างและจัดการกระบวนการทำงานได้อย่างง่ายดาย (ดูภาพประกอบด้านบน) โดยตอนนี้อยู่ในสถานะทดสอบแล้วใน 21 regions สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/individually-great-collectively-unmatched-announcing-updates-to-3-great-azure-data-services/

from:https://www.techtalkthai.com/azure-data-lake-storage-gen2-and-data-explorer-are-general-available/

Microsoft – ร้องขอให้ผู้ใช้ยุติการใช้งาน Internet Explorer รุ่นเก่า แล้วไปใช้เบราว์เซอร์รุ่นใหม่แทน

อะไรที่ทำกันนานๆ จนกลายเป็นความเคยชินไปแล้วนั้นเชื่อได้ว่ามันเลิกได้อยากครับ เช่นการใช้เว็บเบราว์เซอร์ที่มีอายุมาอย่างยาวนานอย่าง Internet Explorer หรือที่เราติดปากเรียกกันว่า IE ซึ่งเวอร์ชันสุดท้ายนั้นก็คือเวอร์ชัน 11 ที่อยู่บน Windows 10 และทาง Microsoft เองก็หยุดพัฒนามานานแล้วโดยหันไปพัฒนา Edge ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์รุ่นใหม่แทน ทว่าจนถึงปัจจุบันนี้นั้นก็ยังพบว่ามีปู้ที่ใช้งาน IE เป็นเบราว์เซอร์หลักกันอยู่จำนวนมากเลยทีเดียวครับ

จริงๆ แล้วทาง Microsoft เองก็เข้าใจดีนะครับว่าทำไมยังมีผู้ใช้ IE เป็นเบราว์เซอร์หลักอยู่มากโดยเฉพาะในองค์การต่างๆ โดยเมื่อไม่นานมานี้ทางคุณ Chris Jackson ซึ่งเป็นนักสถาปนิกด้านความมั่นคงและปลอดภัยทางไซเบอร์อาวุโสของทาง Microsoft ได้ออกมาเผยครับว่าการที่ยังคงมีผู้ใช้ IE เป็นเบราว์เซอร์หลักอยู่โดยเฉพาะในองค์กรต่างๆ นั้นก็เนื่องมาจากว่ามันเป็นการประหยัดงบประมาณเพราะ Web Applications ต่างๆ ที่พวกเขาเคยใช้งานกันมาอย่างยาวนานนั้นต่างก็ถูกออกแบบขึ้นมาภายใต้การมี IE เป็นเบราว์เซอร์หลักทั้งนั้น

แน่นอนครับว่าถึงแม้มันจะช่วยในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทองค์กรต่างๆ ได้นั้น ทว่าในเรื่องอื่นๆ เช่นเทคโนโลยีนั้นกลับกลายเป็นว่าไม่ได้ถูกพัฒนาไปตามยุคสมัยด้วย ตัวอย่างที่คุณ Jackson ยกขึ้นมานั้นก็คือ IE เวอร์ชัน 6 ที่ยังมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน(ดังอาจจะเคยเห็นได้จากบางเว็บไซต์ที่มีการระบุเอาไว้ว่าเว็บไซต์ของพวกเขานั้นควรใช้บน IE 6 ขึ้นไปเป็นต้น) จริงๆ แล้วเจ้า IE 6 นั้นเลิกรองรับมาตรฐานใหม่ๆ ในการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่ในปี 1999 ที่ผ่านมาแล้วครับ

ถึงแม้ว่าทาง Microsoft จะพยายามทำให้ผู้ใช้งานได้พบกับปัญหาในการใช้งาน IE รุ่นเก่าให้น้อยที่สุดอย่างเช่นในปี 2014 ที่ผ่านมานั้นทาง Microsoft ก็ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Enterprise Mode สำหรับ IE เวอร์ชันใหม่ออกมาเพื่อที่จะได้รองรับกับ Web Applications รุ่นเก่าๆ ได้ทว่าในใจจริงนั้นทาง Microsoft ก็อยากให้ผู้พัฒนา Web Applications พัฒนาเว็บให้รองรับกับ IE เวอร์ชันใหม่มากกว่าครับ

ทั้งนี้ทาง Microsoft เองได้ยุติการสนับสนุน IE เวอร์ชัน 8, 9 และ 10 ไปตั้งแต่ในปี 2016 แล้วทว่ายังมีหลายเว็บไซต์มากที่ยังคงพัฒนาภายใต้พื้นฐานของ IE เวอร์ชันเก่านี้อยู่ อย่างไรก็ตามอีกไม่นานนี้ทาง Microsoft จะยุติการสนับสนุน IE เวอร์ 11 ถึงเวลานี้ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่นักพัฒนา Web Applications จะหันมาอัพเดทเว็บของตัวเองกันสักทีครับ

ที่มา : engadget

from:https://notebookspec.com/microsoft-begs-you-to-stop-using-internet-explorer/472320/

เชิญร่วมงานสัมมนา The Challenges of Logistics 4.0: Building Digital Workplace โดย CS LOXINFO

CS LOXINFO ผู้นำด้าน Data Center และ ICT Services จัดงานสัมมนา The Challenges of Logistics 4.0: Building Digital Workplace อัปเดตเทคโนโลยี Digital Workplace และ Hyper-converged Infrastructure เพื่อช่วยให้การทำงานและการประชุมสำหรับธุรกิจ Logistics เป็นเรื่องง่าย พร้อมพบโปรโมชันสุดพิเศษจาก Office 365 ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: The Challenges of Logistics 4.0: Building Digital Workplace
วัน: วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019
เวลา: 8:30 – 13:00 น.
สถานที่: ห้อง Victor 1 ชั้น 2 FYI Center (MRT ศูนย์สิริกิติ์, แผนที่)
ลิงค์ลงทะเบียน: https://seminar.csloxinfo.com/event/37/2/the-challenges-of-logistics-4.0-building-digital-workplace

งานสัมมนานี้ถูกจัดขึ้นสำหรับลูกค้าองค์กรกลุ่ม Logistics เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-263-8000 ต่อ 2033 หรืออีเมล corpmkt@csloxinfo.net

from:https://www.techtalkthai.com/the-challenges-of-logistics-4-0-by-cs-loxinfo/