คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT

Microsoft อัพเดต Windows 10 v2004 ขึ้นไปให้ติดตั้ง WSL ได้ง่ายๆ ด้วยคำสั่งบรรทัดเดียว

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว Microsoft ได้เปิดให้ผู้ใช้ Windows 10 Insider Preview สามารถติดตั้ง WSL (Windows Subsystem for Linux) ได้ง่ายๆ ด้วยคำสั่ง wsl –install ลดความยุ่งยากที่ปกติผู้ใช้ต้องเปิดการตั้งค่าบางอย่างรวมถึงติดตั้งแพคเกจเอง

ล่าสุด Microsoft ได้เปิดให้ผู้ใช้ Windows 10 v2004 หรือสูงกว่า สามารถใช้งานฟีเจอร์แบบเดียวกันนี้ได้อย่างเป็นทางการแล้ว โดยต้องอัพเดต Windows ให้เป็นแพตช์ล่าสุดก่อน หรือถ้าจะเจาะจงแพตช์ มันคืออัพเดตรหัส KB5004296 ที่เพิ่งปล่อยออกมา หากตรวจสอบในเครื่องตนเองแล้วมีแพตช์นี้ติดตั้งอยู่ก็พร้อมใช้งานได้เลย

No Descriptionภาพโดย Microsoft

การใช้คำสั่ง wsl –install ต้องรันจาก Command Prompt ด้วยสิทธิ์แอดมิน และโดยปกติจะติดตั้ง Ubuntu ให้เลย หลังติดตั้งเสร็จผู้ใช้เพียงรีสตาร์ทเครื่องก็พร้อมใช้งานทันที หรือหากต้องการใช้ดิสโทรอื่นก็สั่ง wsl –list –online เพื่อดูว่ามีดิสโทรอะไรให้ใช้บ้าง จากนั้นก็รัน wsl –install -d <DistroName> เพื่อติดตั้งดิสโทรที่ต้องการ

นอกจากนี้ยังสั่งรัน wsl –update เพื่ออัพเดตเคอร์เนลของ WSL ได้เอง หรือหากต้องการถอยกลับก็สั่ง wsl –update rollback ได้ด้วย

สุดท้าย ยังมีคำสั่ง wsl –status เพื่อดูข้อมูลทั่วไปของ WSL เช่นดิสโทรที่ใช้งานอยู่ และเวอร์ชันของเคอร์เนล

ที่มา – Microsoft Developer Blog

from:https://www.blognone.com/node/124002

Halo Infinite เปิดให้คนนอกทดสอบเป็นครั้งแรก ยังมีสถานะเป็น Tech Preview

Halo Infinite คือเกมดังปี 2020 ที่ต้องเลื่อนขายเป็นปลายปี 2021 ด้วยเหตุผลว่าคุณภาพกราฟิกของเกมถูกวิจารณ์อย่างหนัก ส่งผลสะเทือนให้ไมโครซอฟท์ขาดเกมเด่นของค่ายตัวเอง มาวางขายพร้อม Xbox Series X|S

เวลาผ่านมาเกือบครบ 1 ปีเต็ม สตูดิโอ 343 Industries กลับไปทำการบ้านจนพร้อมเปิดให้คนนอกทดสอบ Halo Infinite ในโหมดมัลติเพลเยอร์กันแล้ว (เกมโหมดมัลติเพลเยอร์จะเปิดให้เล่นฟรี) การทดสอบยังติดป้ายสถานะเป็น Tech Preview และเปิดทดสอบแบบจำกัดวงเป็นเวลาเพียง 5 วัน (29 ก.ค. ถึง 2 ส.ค.)

ความเห็นจากสื่อเกมที่มีโอกาสทดสอบค่อนข้างเป็นบวกในแง่คุณภาพของเกม (IGN) แต่ก็พบปัญหาเรื่องโหลดของเซิร์ฟเวอร์อยู่บ้างในช่วงแรก (Kotaku) ซึ่งไมโครซอฟท์ก็ยังมีเวลาอีกพอสมควรในการขัดเกลา ปรับปรุงเกมให้พร้อมวางขายในช่วงปลายปีนี้

ที่มา – Halo

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123996

Windows Server เลิกออกรุ่นใหม่ทุก 6 เดือน กลับมาออกทุก 2-3 ปีเหมือนเดิม

เมื่อปี 2017 ไมโครซอฟท์ปรับวิธีการออกรุ่นของ Windows Server ใหม่เป็น 2 สายขนานกันไป คือรุ่นอัพเดตใหม่ทุก 6 เดือน (Semi-Annual Channel) แบบเดียวกับ Windows 10 และรุ่นซัพพอร์ตระยะยาว (Long-Term Servicing Channel) ที่ออกทุก 2-3 ปี แบบที่เราคุ้นเคยกันอย่าง Windows Server 2019/2022 ที่ซัพพอร์ตนาน 5+5 ปี

ไม่กี่วันมานี้มีคนไปพบว่า ไมโครซอฟท์ปรับแก้เอกสารอย่างเงียบๆ ยกเลิกการออก Windows Server แบบ Semi-Annual Channel โดยไม่อธิบายเหตุผล กลับมาออก Windows Server แบบ LTSC เพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลนับตั้งแต่ Windows Server 2022 ที่จะออกช่วงปลายปีนี้ (รุ่นหน้าก็อาจเจอกันที่ Windows Server 2025 เลย)

ประกาศนี้จะทำให้ Windows Server, version 20H2 เป็นรุ่น SAC ตัวสุดท้าย มีระยะซัพพอร์ตจนถึงเดือนตุลาคม 2022

แผนเดิมของไมโครซอฟท์ที่ประกาศในปี 2017

ที่มา – Microsoft via Neowin

from:https://www.blognone.com/node/123958

LinkedIn มีรายได้แตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี เติบโต 3 เท่าหลังไมโครซอฟท์ซื้อกิจการ

เก็บตกประเด็นจากงานแถลงผลประกอบการไมโครซอฟท์ไตรมาส 2/2021 เรื่องที่น่าสนใจคือซีอีโอ Satya Nadella เปิดเผยว่า LinkedIn กลายเป็นบริษัทที่มีรายได้ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีแล้ว อัตราการเติบโตต่อปีอยู่ที่ 27%

ไมโครซอฟท์ซื้อ LinkedIn ในปี 2016 ด้วยมูลค่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ตอนนั้น LinkedIn มีรายได้ประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หรือมีรายได้เพิ่มประมาณ 3 เท่าในเวลา 5 ปีหลังซื้อกิจการ ส่วนสถิติผู้ใช้งานอยู่ที่ 774 ล้านคน อัตราการใช้งานเพิ่มขึ้น 30%

ปัจจุบัน LinkedIn มีโมเดลหารายได้ 3 แบบผสมกันคือ ค่าสมาชิกแบบพรีเมียม, โฆษณา (Marketing Solutions) และบริการรับสมัครงาน (Talent Solutions) ข้อมูลที่ไมโครซอฟท์เปิดเผยคือ รายได้จากค่าโฆษณาในไตรมาสล่าสุดแตะ 1 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 97% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ไมโครซอฟท์บอกว่าจะพยายามเชื่อม LinkedIn กับบริการด้าน B2B ตัวอื่นๆ ของบริษัท เช่น Office, Microsoft Viva, Dynamics 365

No Description

ที่มา – Microsoft, ภาพจาก LinkedIn

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123947

Microsoft ไตรมาสล่าสุด เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ ภาพรวมโต 21%

ไมโครซอฟท์รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ตามปีการเงินบริษัท 2021 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2021 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 46,152 พันล้านดอลลาร์ กำไรจากการดำเนินงาน 19,095 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 42% และกำไรสุทธิ 16,458 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 47%

ซีอีโอ Satya Nadella กล่าวว่าผลการดำเนินงานที่ออกมา แสดงให้เห็นว่าไมโครซอฟท์ได้มีบทบาทช่วยทุกธุรกิจ เพื่อนำเทคโนโลยีจากทุก Tech Stack มาใช้ในงานต่าง ๆ มากขึ้น เมื่อธุรกิจเติบโต บริษัทก็เติบโตแบบที่เห็นในธุรกิจคลาวด์ บริษัทยังขยายแนวทางนี้ไปยังธุรกิจอื่นอย่าง เกม ความปลอดภัย และ LinkedIn ซึ่งทั้งสามธุรกิจต่างมีรายได้ต่อปีสูงกว่าระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว

ตัวเลขผลการดำเนินงานที่น่าสนใจมีดังนี้

  • กลุ่มธุรกิจ Productivity and Business Processes รายได้เพิ่มขึ้น 25% เป็น 14,691 ล้านดอลลาร์ เฉพาะ Office 365 Commercial เพิ่มขึ้น 25%
  • Microsoft 365 Consumer มีจำนวนผู้สมัครใช้งานเพิ่มขึ้น 51.9 ล้านบัญชี
  • LinkedIn รายได้เพิ่มขึ้น 46% จาก Marketing Solutions ที่โต 97%
  • กลุ่มธุรกิจ Intelligent Cloud รายได้เพิ่มขึ้น 30% เป็น 17,375 ล้านดอลลาร์ เฉพาะ Azure เพิ่มขึ้น 51%
  • กลุ่มธุรกิจ More Personal Computing รายได้เพิ่มขึ้น 9% เป็น 14,086 ล้านดอลลาร์
  • Windows Commercial รายได้เพิ่มขึ้น 20%
  • Surface ยอดขายลดลง 20% ซึ่งไมโครซอฟท์บอกว่าสาเหตุจากปัญหาซัพพลายเชน

ที่มา: ไมโครซอฟท์ และ The Verge

Microsoft

alt="Microsoft Q4 FY 2021"

from:https://www.blognone.com/node/123927

PowerToys ได้รับอัพเดตเพิ่ม Awake ช่วยป้องกันเครื่องเข้าโหมด sleep ชั่วคราว

ไมโครซอฟท์อัพเดตเวอร์ชัน 0.41.x PowerToys ชุดโปรแกรมอรรถประโยชน์บน Windows โดยครั้งนี้ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่าง Awake เข้ามาเพื่อช่วยให้สามารถสั่งไม่ให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมด sleep เป็นการชั่วคราว ทำให้ไม่คอยต้องเข้าไปเปลี่ยนแปลงค่า power plan ภายใต้ settings ของ Windows หากต้องการให้โหมด sleep กลับมาทำงานเป็นปกติ

Awake ยังมาพร้อมตัวเลือกป้องกันการเข้าสู่โหมด sleep ถึงสองแบบ คือเลือกให้เครื่องตื่นตลอดเวลาจนกว่าผู้ใช้จะสั่งปิดการใช้ awake ด้วยตัวเอง หรือจะกำหนดเวลาที่ต้องการให้เครื่องตื่นและกลับมา sleep ตามปกติภายหลังจากนั้นก็ทำได้ และยังสามารถสั่งให้เปิดหน้าทิ้งไว้ตลอดเวลาได้ด้วย

ภาพตัวอย่างฟีเจอร์ Awake จากเว็บ Microsoft Docs

No Description

การปรับปรุงในส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจพอสรุปได้ดังนี้

  • Shortcut guide เปลี่ยนจากกดปุ่ม Windows ค้างไว้ เป็น Windows + ? แทน

PowerToys Run

  • เพิ่มตัวช่วยแปลงหน่วยสามารถสั่งงานได้ผ่านการพิมพ์ %% ขึ้นต้น ตัวอย่างเช่น %% 10 ft in m เพื่อแปลงค่า 10 ฟุตเป็นหน่วยเมตร
  • เพิ่มตัวช่วยค้นหา settings ของ Windows สั่งงานได้ผ่านการพิมพ์ $ ตามด้วยการตั้งค่าที่ต้องการค้นหา เช่น $ Add/Remove Programs
  • เพิ่มคำสั่งเปิดเว็บเบราว์เซอร์อย่างรวดเร็วผ่านการพิมพ์ //
  • ปรับปรุงเครื่องคิดเลขให้ใช้เครื่องหมาย % เพื่อคำนวณ modulo ได้

ท่านใดสนใจเข้าไปดาวน์โหลดตัวติดตั้ง PowerToys (ยังเป็นเวอร์ชันทดลอง) ได้จากหน้า Release ของโปรเจ็กต์บน GitHub ครับ

ที่มา – หน้า GitHub ของ PowerToys via MSPoweruser

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123923

หลุดภาพมือถือจอคู่ Surface Duo 2 ดีไซน์คล้ายเดิม เพิ่มเติมคือกล้องหลัง 3 ตัว

Surface Duo สมาร์ทโฟนจอคู่ระบบ Android รุ่นแรกจากค่าย Microsoft เปิดตัวไปตั้งแต่ตุลาคมปี 2019 และกว่าจะได้วางขายจริงก็ปาเข้าไปหลังจากนั้นอีกเกือบปี ซึ่งก็ได้เสียงตอบรับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ด้วยสเปคที่ล้าหลังไปนิด แถมกล้องก็ยังมีคุณภาพในระดับธรรมดา ๆ เท่านั้น…แต่ล่าสุดได้มีภาพหลุดตัวเครื่องของมือถือจอคู่ภาคต่ออย่าง Surface Duo 2 โผล่ออกมาแล้ว โดยคราวนี้เหมือนจะมากับกล้องหลัง 3 ตัวซะด้วย

เคยมีข่าวออกมารอบนึงแล้วว่าทาง Microsoft จะปรับปรุงคุณภาพกล้องของมือถือรุ่นใหม่ Surface Duo 2 ให้ดีกว่าเดิม เนื่องจากทั้งผู้ใช้งานและนักรีวิวหลายสำนักต่างก็ไม่ค่อยพอใจกับคุณภาพกล้องใน Surface Duo รุ่นแรกซักเท่าไหร่ และจากภาพหลุดของ Surface Duo 2 ก็พอจะเห็นได้ว่ามือถือรุ่นนี้จะได้รับการพัฒนาเรื่องกล้องให้ดีกว่าเดิมแน่นอน เพราะมันจะมากับกล้องหลังถึง 3 ตัว

หากเทียบกับ Surface Duo รุ่นแรกที่มีกล้องแค่ตัวเดียวอยู่ตรงขอบหน้าจอ ใช้รวมทั้งการถ่ายภาพปกติและเซลฟี่ แต่คราวนี้ Surface Duo 2 จะมีกล้องหลักจำนวน 3 ตัว เพิ่มข้ามาอยู่ที่ตัวเครื่องด้านหลังแล้ว โดยจะวางเป็นแนวตั้งอยู่บนโมดูลสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่นูนออกมาจากตัวเครื่องค่อนข้างมาก

ส่วนดีไซน์อื่น ๆ เท่าที่เห็นจากภาพหลุด Surface Duo 2 ยังคงมีรูปร่างหน้าตาที่ไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ยกเว้นกล้องหลังที่งอกขึ้นมา และตัวเครื่องที่มีสีขาวกับสีดำ แต่ตามข้อมูลบอกว่ามันจะมีหน้าจอขนาดใหญ่กว่ารุ่นแรกนิดหน่อย และจะมีขอบจอที่บางลงด้วย (ส่วนตัวคิดว่าดีไซน์มันแปลก ๆ ที่มีกล้องนูนออกมาแบบนั้น เพราะเวลาพับเครื่องไปด้านหลังแล้วมันจะไม่แนบสนิท)

มีการคาดการณ์ว่า Microsoft อาจเปิดตัว Surface Duo 2 ในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม 2564 ซึ่งยังไม่มีข้อมูลว่ามันจะมากับชิป Snapdragon 888 ด้วยมั้ย หรือจะมากับชิปตกรุ่นเหมือน Surface Duo รุ่นแรกอีกรึเปล่าครับ

 

ที่มา : XDA-Developers,

from:https://droidsans.com/surface-duo-2-design-leaked/

พบมัลแวร์ที่ปลอมเป็นตัวติดตั้งวินโดวส์ 11 กำลังระบาด ติดเชื้อเพียบ!

ตอนนี้นักต้มตุ๋นแห่งโลกไซเบอร์กำลังใช้ประโยชน์จากความตื่นเต้นของวินโดวส์ตัวใหม่จากไมโครซอฟท์ ด้วยการปลอมเป็นตัวติดตั้งวินโดวส์ 11 ที่อัดแน่นไปด้วยมัลแวร์, ตัว Adware, และทูลอันตรายอื่นๆ อีกมากมาย

ขณะที่วินโดวส์ 11 มีแผนที่จะเปิดตัวให้ใช้ทั่วโลกตอนต้นปี 2022 ที่จะถึงนี้ ไมโครซอฟท์ก็เปิดให้ลูกค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการ Insider สามารถโหลดมาทดลองใช้กันก่อนล่วงหน้าได้แล้ว แต่ก็มีผู้ใช้หลายร้อยรายที่หลงไปดาวน์โหลดตัวติดตั้งจากเว็บเถื่อนภายนอก

ซึ่งทางนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Kaspersky ค้นพบว่าคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อติดเชื้อมัลแวร์เป็นจำนวนมาก เป็นที่น่าแปลกใจเนื่องจากทั้งๆ ที่ไมโครซอฟท์ได้ทำเว็บดาวน์โหลดและอธิบายวิธีติดตั้งค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว

แต่ก็ยังมีหลายคนที่หันไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จากเว็บอื่นกัน จนผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky ตรวจจับความพยายามที่จะแพร่เชื้อมัลแวร์โดยใช้กระแสของวินโดวส์ 11 นี้หลายร้อยรายการ โดยมัลแวร์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปตัวดาวน์โหลดที่จะโหลดข้อมูลอันตรายมาเพิ่มเติมหลังติดเชื้อแล้ว

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/fake-windows-11-installers/

เมนูคลิกขวา Windows 11 ออกแบบใหม่ สั้นลง จัดระเบียบครั้งแรกนับจาก Windows XP

ไมโครซอฟท์อธิบายเบื้องหลังการออกแบบเมนูคลิกขวา (context menu) ของ Windows 11 ที่แตกต่างจาก Windows 10 อยู่พอสมควร การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือลดขนาดของเมนูให้สั้นลง จัดกลุ่มคำสั่งแบบเดียวกันไว้ด้วยกัน ย้ายคำสั่งที่ใช้บ่อยๆ เช่น Cut, Copy, Paste, Rename ไปไว้ด้านบนสุดของเมนู

ไมโครซอฟท์บอกว่า เมนูคลิกขวาไม่เคยถูกจัดระเบียบเลยนับตั้งแต่ Windows XP เป็นต้นมา มีหลายคำสั่งที่ไม่ค่อยมีคนใช้งาน และแอพที่ติดตั้งในระบบสามารถเพิ่มคำสั่งเข้ามาได้ไม่จำกัด

การแก้ไขของ Windows 11 จึงจัดกลุ่มคำสั่งของแอพ (app extensions) เข้าด้วยกัน และนำคำสั่งที่ไม่ค่อยมีใครใช้ไปรวมกันในกลุ่ม Show more options ที่จะโหลดเมนูเพิ่มในตอนหลัง ช่วยให้การโหลดเมนูเร็วขึ้น

No Description

เมนูของ Windows 10

No Description

เมนูของ Windows 11

No Description

นอกจากเมนูคลิปขวาแล้ว Windows 11 ยังปรับหน้าตาของ Share Dialog ใหม่ด้วยเล็กน้อย จัดกลุ่มของ Nearby Sharing ใหม่ และเปิดให้แอพต่างๆ เข้ามาเรียกใช้ Share Dialog ของ OS ได้ง่ายขึ้น เว็บแอพที่เป็น PWA ก็สามารถใช้งาน Share Dialog ได้ด้วย

No Description

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/123881

Microsoft เปิดตัว Windows 365 Cloud PC สตรีมระบบ Windows มาใช้บนอุปกรณ์ Android, iOS, Mac และ Linux

ในยุคที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็ว 1Gbps มีให้ใช้ตามบ้านในราคาเดือนละไม่ถึงพันบาทแบบนี้ ไม่แปลกเลยที่บริการสตรีมมิ่งหลาย ๆ อย่างจะเริ่มผุดขึ้นมาให้เลือกใช้เพียบ ทั้งการสตรีมหนัง สตรีมเพลง หรือแม้แต่สตรีมเกมกราฟิกระดับ AAA มาเล่นบนมือถือ และล่าสุดทาง Microsoft ก็ได้เปิดตัวบริการใหม่ Windows 365 ซึ่งเป็น Cloud PC ระบบ Windows 10 และ Windows 11 ที่จะให้ผู้ใช้สามารถทำงานด้วยระบบ Windows บนอุปกรณ์อื่น ๆ ทั้งมือถือ Android หรือคอม Mac ก็ได้ ขอแค่เชื่อมต่อกับเน็ตเอาไว้เป็นพอ

ในช่วงนี้หลาย ๆ คนน่าจะเริ่มรู้จักกับบริการจำพวก Cloud PC กันมากขึ้นแล้ว อย่างเช่นพวกบริการสตรีมเกม PC มาเล่นบนอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างเช่นมือถือ แท็บเล็ต หรือ Smart TV เป็นต้น ให้เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือการเช่า PC จากผู้ให้บริการและทำการสตรีมภาพของ PC นั้นมาที่อุปกรณ์ของเราเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีสเปคแรง ๆ ก็สามารถเล่นได้แบบลื่น ๆ

Windows 365 ก็ถือเป็นบริการที่คล้ายๆ กันนี่แหละ เพียงแต่มันไม่ได้เน้นไปที่การเล่นเกม แต่จะเน้นไปที่ด้านการทำงานจากแอปสำหรับ Windows ด้วยสเปคเริ่มต้น CPU แบบ 1 แกน, RAM 2GB, ความจุ 64GB ไปจนถึงสเปคระดับ Workstation ที่จัด CPU แบบ 8 แกน, RAM 32GB พร้อมความจุ 512GB มาให้เลย (ยังไม่มีข้อมูลของ GPU ว่าจะใช้รุ่นอะไร และมีสเปคแบบไหน)

สเปคของ Cloud PC แต่ละแบบ และประเภทของแอปที่แนะนำให้ใช้

และถึงแม้ว่า Cloud PC ของ Windows 365 จะไม่ได้เน้นสเปคเร็วและแรงเหมือนบริการสตรีมเกม แต่มันมากับจุดเด่นที่ความเร็วเน็ตถึง 10Gbps / 4Gbps สำหรับความเร็วเน็ตตรงนี้จะไม่เกี่ยวกับฝั่งที่เราใช้นะครับ แต่มันเป็นความเร็วเน็ตของทาง Cloud PC ตัวอย่างเช่น เราต้องการดาวน์โหลดแอปขนาดใหญ่ หรือไฟล์งานที่มีขนาด 50GB มาไว้ใน Cloud PC มันก็จะใช้ความเร็วในการดาวน์โหลดได้สูงสุดที่ 10Gbps ทำให้ใช้เวลาแค่ไม่นานก็เสร็จ และจากนั้นเราก็จะสามารถเรียกดูไฟล์ทั้งหมดจากหน้าจออุปกรณ์ของเราเองได้โดยที่ไม่กระทบกับเน็ตของเรา และไม่กินพื้นที่อุปกรณ์ของเราเองอีกด้วย

Windows 365 เป็นบริการที่จะทำให้การทำงานต่าง ๆ ราบลื่นกว่าเดิม และต่อเนื่องกว่าเดิมด้วย สมมุตว่าเรากำลังทำ Presentation ด้วยแอป PowerPoint อยู่บน Windows 365 ของ PC ตั้งโต๊ะที่บ้าน เสร็จแล้วเราก็ยังสามารถเปิด Windows 365 บนมือถือ Android เพื่อทำงานต่อในระหว่างนั่งรถโดยสาร และพอถึงออฟฟิศก็ไปเปิด Windows 365 จาก PC เพื่อทำงานต่อได้ทันที โดยบริการนี้ทาง Microsoft บอกว่าสามารถใช้งานได้ทั้งบน Android, iOS, iPadOS, Mac หรือ Linux ผ่านเบราว์เซอร์ หรือแอป Microsoft Remote Desktop ก็ได้

Microsoft จะเปิดบริการ Windows 365 ให้ใช้กันได้ในวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป และจะมีการประกาศค่าบริการในเร็ว ๆ นี้ด้วยครับ

 

ที่มา : Microsoft, Microsoft (ไทย)

 

from:https://droidsans.com/microsoft-announces-windows-365-cloud-pc/