คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT

Microsoft เปิดเผยความซับซ้อนของแฮ็กเกอร์ที่โจมตี SolarWinds

Microsoft เป็นอีกหนึ่งทีมงานที่ได้รับผลกระทบจากการที่ SolarWinds Orion ถูกแทรกแซง โดยหลังจากศึกษามาระยะหนึ่งทีมงานได้พบกับความจริงว่าทำไม คนร้ายระดับพระกาฬนี้จึงสามารถซ่อนตัวได้อย่างยาวนาน

credit : microsoft

Microsoft และ FireEye ได้ตรวจพบมัลแวร์ที่ชื่อ Sunburst หรือ Solorigate ซึ่งเป็น DLL ตัวหนึ่งที่ถูก Inject เข้ามาใน SolarWinds Orion เพื่อเป็น Backdoor หลังจากนั้นก็จะมีการโหลดเครื่องมืออื่นๆต่อไป อย่างไรก็ดี Microsoft ได้เปิดเผยเทคนิคต่างๆ ที่คนร้ายดำเนินการไว้ดังนี้

1.) หลังจากแฝงตัวในซอฟต์แวร์ Orion ซึ่งกระจายออกสู่ผู้ใช้งานในเดือนมีนาคม คนร้ายใช้เวลาคัดเลือกเป้าหมายที่สนใจนานนับเดือน และเมื่อเข้าไปปฏิบัติการที่ลูกค้าได้แล้วยังกลับมาลบมัลแวร์ใน Orion ออกไปในเดือนมิถุนายน

2.) ในแต่ละโฮสต์ที่คนร้ายเข้าแทรกแซงนั้น มีการ Customize Cobalt Strike DLL ไม่เหมือนกันเลย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

3.) ก่อนที่จะพิมพ์อะไร จะปิด Log ก่อนด้วย AUDITPOL แล้วค่อยพิมพ์คำสั่ง

4.) สร้าง Firewall Rule เพื่อจำกัดให้มีแพ็กเก็ตขาออกน้อยที่สุดในแต่ละโปรโตคอล และลบ Rule ออกหลังจากทำการ Reconnaissance เครือข่ายเหยื่อสำเร็จ

5.) เปลี่ยนชื่อเครื่องมือ และไบนารี รวมถึงใส่ไว้ในโฟลเดอร์ที่ดูเหมือนไฟล์หรือโปรแกรมที่อยู่บนเครื่องอยู่แล้ว

6.) ก่อนเริ่มทำการสิ่งใดจะคอยปิดบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยบนเครื่องเสียก่อน

7.) เชื่อว่ามีการแก้ไขค่า Timestamp และมีการลบบางอย่างออก

8.) แยกการ Execute ของ Cobalt Strike Loader ออกจากโปรเซสของ SolarWinds Binary ให้มากที่สุด เพราะกรณีที่ Loader ถูกพบก็ยังเหลือไบนารีที่ถูกแทรกแซงได้ของ SolarWinds ไว้ทำงานต่อได้

ผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายงานเต็มๆจาก Microsoft ได้ที่ https://www.microsoft.com/security/blog/2021/01/20/deep-dive-into-the-solorigate-second-stage-activation-from-sunburst-to-teardrop-and-raindrop/ 

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/microsoft-shares-how-solarwinds-hackers-evaded-detection/ และ https://www.zdnet.com/article/microsoft-this-is-how-the-sneaky-solarwinds-hackers-hid-their-onward-attacks-for-so-long/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-discloses-about-sophisticate-operation-in-solarwinds-incident/

Edge 88 สามารถช่วยสร้างรหัสผ่านและตรวจการรั่วไหลของรหัสผ่านได้

Microsoft ได้เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของรหัสผ่านใน Edge 88

credit : microsoft

Password Generator – หากผู้ใช้คลิกช่องรหัสผ่าน Edge จะแนะนำรหัสผ่านที่สร้างขึ้นมาให้ได้ นอกจากนี้ยังเก็บรหัสผ่านอย่างอัตโนมัติไว้ให้ และสามารถซิงค์โครไนซ์ข้ามกับอุปกรณ์อื่นได้

Password Monitor – สามารถแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อเกิดเหตุพบ Password Breach ในเหตุการณ์ Breach ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ที่ผู้ใช้มีบัญชี

อย่างไรก็ดีฟีเจอร์นี้มีอยู่ใน Chrome และ Firefox มาสักพักใหญ่แล้ว ซึ่ง Edge จาก Microsoft ที่ไส้ในคือ Chromium เช่นกัน

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/microsoft-edge-gets-a-password-generator-leaked-credentials-monitor/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-edge-88-password-gen-and-brech-detect-function/

Microsoft Edge 88 ออกแล้ว ซิงก์ History/Tabs ได้แล้ว, สั่งให้แท็บหลับ ลดแรมลง 30%

ไมโครซอฟท์ออก Edge 88 Stable (ตามหลัง Chrome 88 Stable) โดยมีฟีเจอร์ใหม่ชุดใหญ่ดังนี้

ซิงก์ History และ Recent Tabs ข้ามเครื่องได้แล้ว

No Description

Sleeping Tabs แท็บที่ไม่ได้ใช้นานๆ จะหลับไป ลดแรมลงได้ 30%

No Description

รองรับธีมแบบเนทีฟบน Windows โดยมีธีมจากเกม Xbox จำนวนมากให้เลือกบน Edge Store และถ้าไม่พอก็ยังใช้ธีมจาก Chrome Web Store ได้ด้วย

Sidebar Search ลากคำที่สนใจแล้วคลิกขวาเลือก “Search in Sidebar” แทนการเปิดหน้าแท็บใหม่

No Description

หน้า New Tab แสดงรายการอีเมลล่าสุดของ Outlook ได้ (ต้องล็อกอิน Edge และ Outlook ด้วยบัญชีเดียวกัน)

No Description

เพิ่มฟีเจอร์ช่วยตั้งรหัสผ่านแบบสุ่ม

No Description

ตัวช่วยตรวจสอบว่ามีรหัสผ่านหลุดหรือไม่ และช่วยเปลี่ยนรหัสผ่านให้

No Description

ปรับหน้าจอจัดการคุกกี้ใหม่ มีปุ่ม Remvoe all third party cookies เข้ามา

No Description

เลือกตั้งค่า Secure DNS แยกเองได้

No Description

ฟีเจอร์อื่นๆ คือรองรับ Automatic Profile Switching บน macOS แล้ว

ที่มา – Microsoft (1), Microsoft (2)

from:https://www.blognone.com/node/120752

[Guest Post] Surface Pro 7+ for Business สร้างมาเพื่อทีม เพื่อการเรียนรู้ เพื่อคุณในอีกระดับแห่งยุคดิจิทัลใหม่นี้

เผยโฉม Surface Pro 7+ ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface for Business ที่เหนือชั้นทั้งรูปลักษณ์ และความคล่องตัว เชื่อมต่อทุกการทำงานได้อย่างปลอดภัย สำหรับองค์กรธุรกิจและภาคการศึกษาเพื่อการปรับใช้งานได้ในทุกสถานการณ์และ Surface Hub 2S 85” พร้อมจัดส่งไปยังลูกค้าภาคธุรกิจและการศึกษาในเดือนมีนาคมนี้

 

 

ไมโครซอฟท์ เปิดตัว Surface Pro 7+ สำหรับลูกค้าธุรกิจและภาคการศึกษาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการทำงานแบบนอกสถานที่และแบบไฮบริดให้ราบรื่นที่สุด โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่านตัวแทนจำหน่ายลูกค้าภาคธุรกิจของไมโครซอฟท์ประเทศไทย ได้แก่ Add in Business และ Ciphermed ขณะที่ Surface Hub 2S 85 นิ้ว จะพร้อมจัดส่งลูกค้าในประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 ผ่านตัวแทนจำหน่าย Surface Hub คือ CipherMED  และ ESCO เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าองค์กรได้เชื่อมต่อการทำงานระหว่างดิจิทัลและออฟไลน์ในยุคไฮบริดได้อย่างลงตัวที่สุด

Surface Pro 7+ ราคาเริ่มต้นที่ 30,900 บาท โดยจะมีสีดำและแพลทตินัมวางจำหน่ายในประเทศไทย มาพร้อมทางเลือกแบบ LTE Advanced สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อให้พนักงานยังสามารถเชื่อมต่อได้แม้สัญญาณ WiFi ที่บ้านมีจำกัด หรืออยู่ในสถานที่ห่างไกล ส่วน Surface Hub 2S 85 นิ้ว รุ่นล่าสุด อุปกรณ์ที่ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการทำงานร่วมกัน ตอบโจทย์การทำงานยุคดิจิทัลที่พร้อมเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นพื้นที่การประชุมเพื่อเชื่อมต่อความคิดได้ทันที โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 927,900 บาท

“Surface เป็นมากกว่าอุปกรณ์ เพราะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนกลยุทธ์สำหรับธุรกิจ เรามุ่งมั่นที่จะออกแบบเทคโนโลยีที่ส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และการเชื่อมต่อการทำงาน เพื่อนำพาผู้คนไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด ปีที่แล้วเราได้มีการพูดคุยกับลูกค้า พร้อมรับฟังเส้นทางการทำงานของพวกเขาที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบทุกอย่างไปสู่การทำงานนอกสถานที่ โดยการพูดคุยที่เกิดขึ้น ควบคู่กับงานวิจัยเชิงลึก ที่จัดทำโดยกลุ่ม Applied Science ช่วยให้เราเข้าใจถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของลูกค้าได้เป็นอย่างดี” นางสาวชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าว “และนี่เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการพัฒนา Surface ของเรา เพื่อให้ลูกค้าภาคธุรกิจของเรามั่นใจได้ว่าเราได้รับฟังเสียงของพวกเขา และนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราโดยตรง”

ไมโครซอฟท์ค้นพบการเรียนรู้ที่สำคัญจากการพูดคุยกับลูกค้าและงานวิจัย 4 ประการ ดังนี้

  1. อนาคตของการทำงานและการเรียนรู้จะเป็นแบบผสมผสานและต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น: มุมมองเกี่ยวกับการทำงานจากที่ไหนก็ได้เปลี่ยนไป โดย 82% ของผู้จัดการกล่าวว่าพวกเขาจะมีนโยบายสำหรับการทำงานที่บ้านที่ยืดหยุ่นขึ้นหลังเกิดโรคระบาด และพนักงาน 71% ต้องการทำงานจากที่บ้านต่ออย่างน้อยเป็นบางเวลา หลายคนแบ่งพื้นที่บางส่วนในบ้านมาเป็นพื้นที่ทำงาน ขณะที่บางคนย้ายไปทำงานตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
  2. การเชื่อมต่อมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจในยุคนี้: การที่คนหลายคนในครัวเรือนมีการเชื่อมต่อจากที่บ้าน ทำให้การใช้งานเครือข่ายนั้นหนาแน่น จึงทำให้คนในบ้านหันมาใช้ hot spot จากโทรศัพท์มือถือบ่อยขึ้นในการประชุม เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่สามารถรองรับได้ไหว
  3. การพูดคุยผ่านกล้อง คือนิยามใหม่ของการเห็นหน้ากันไมโครซอฟท์ได้เรียนรู้จากงานวิจัยว่าตอนนี้ผู้คนรู้สึกเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันมากขึ้น และเมื่อพูดคุยกันผ่านวิดีโอคอลพบว่า พวกเขามีมุมมองที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน ที่เหมือนมีค่ามากขึ้นด้วยซ้ำ รวมถึงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานทางไกลร่วมกับทุกคนในห้องประชุมเดียวกันอีกด้วย
  4. ระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรจากออฟไลน์สู่คลาวด์เพราะต้องให้ความสำคัญมากกว่าเดิมหลายองค์กรต้องการความมั่นคงและปลอดภัยของข้อมูลและกระบวนการทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานระยะไกลและแบบไฮบริดได้ ดังนั้นอุปกรณ์ที่ใช้จึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนด้านความปลอดภัยเพื่อให้สามารถครอบคลุมดูแลได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ประสิทธิภาพงานตามที่ต้องการ เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ

 

Surface Pro 7+ for Business

Surface Pro นับเป็นอุปกรณ์ Surface ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดในลูกค้าระดับองค์กรและภาคการศึกษา ไมโครซอฟท์ขอบคุณสำหรับแรงบัลดาลใจ และผลตอบรับจากการใช้งาน Surface จากลูกค้าเสมอมา เพื่อสานต่อผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Surface Pro ไมโครซอฟท์ขอแนะนำ LTE Advanced อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับ Surface Pro 7+ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ลูกค้าเรียกร้องมากที่สุด ที่จะช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ว่าจะทำงานที่บ้าน หรือสถานที่ที่มีแบนด์วิดท์ WiFi จำกัด

 

Surface Pro 7+ มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 11 รุ่นล่าสุด ทำให้ดีไวซ์มีประสิทธิภาพที่เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 2.1 เท่า และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นสูงสุด 15 ชั่วโมง นอกจากนั้น  Surface Pro 7+ ยังมอบความคล่องตัวให้คนที่ต้องการทำงานทุกที่ทุกเวลาได้ตามต้องการ ด้วยการเชื่อมต่อกับหน้าจอ ดอคกิ้ง สเตชั่นแบบครบวงจร หรืออุปกรณ์ชาร์จต่างๆ ด้วยพอร์ตที่หลากหลาย อาทิ USB-A และUSB-C™ และไมโครซอฟท์ยังช่วยตอบโจทย์และเติมเต็มทุกด้านของชีวิตทั้งการทำงานและความบันเทิง โดยดีไวซ์รุ่นนี้มีพร้อมทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ที่ให้ความละเอียดของวิดีโอสูงถึง 1080p Full HD ควบคู่กับเสียงที่คมชัดจากลำโพง Dolby® Atmos และไมโครโฟนคู่ Studio Mics

Surface Pro 7+ มาพร้อมตัวเครื่องที่มีน้ำหนักเบา ด้วยวัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 23% และทำจากวัสดุเส้นใยธรรมชาติ 99% โดย 64% เป็นวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว การพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของไมโครซอฟท์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของเรา

 

Surface Hub 2S 85 นิ้ว พร้อมจัดส่งเดือนมีนาคมนี้

 

 

หลายองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ และอุปกรณ์สำหรับการทำงานร่วมกันแบบไฮบริดอย่าง Surface Hub ทั้งนี้ Surface Hub 2S 85 นิ้ว จะพร้อมจัดส่งไปยังลูกค้ากลุ่มองค์กรธุรกิจและภาคการศึกษาในประเทศไทยเริ่มต้นเดือนมีนาคมนี้

Surface Hub 2S 85 นิ้ว จะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากการกำหนดค่า Windows 10 Pro และการตั้งค่าองค์กร ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้แอปพลิเคชันที่สำคัญทางธุรกิจทั้งหมดได้ผ่านหน้าจอมัลติทัชระดับ 4K ความละเอียดสูง PixelSense™ Display ขนาด 85 นิ้ว ที่สามารถขีดเขียนได้จริงแบบดิจิทัลบนหน้าจอ นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงและวิดีโอที่ได้การรับรองคุณภาพจาก Microsoft Teams รองรับการทำงานที่เหนือไปอีกขั้น พร้อมชุดเซ็นเซอร์ออนบอร์ดอีกด้วย

 

ออกแบบมาพร้อม ความปลอดภัย ความสามารถในการปรับใช้ และเปิดให้จัดการได้ตามต้องการ

เป็นครั้งแรกที่ Surface Pro 7+ จะมาพร้อมกับคุณสมบัติ Windows Enhanced Hardware Security ที่เปิดใช้งานนอกรอบได้ ดีไวซ์รุ่นนี้สามารถจัดการและอัปเดตผ่านระบบคลาวด์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดเครื่อง โดยจะดูแลแบบครบวงจรการใช้งานของเครื่องโดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพนักงานไอทีมาสัมผัสเครื่องเลย ผู้ใช้งานสามารถอุ่นใจในเรื่องของความปลอดภัยได้โดยไม่กระทบกับประสบการณ์การใช้งานของทั้งคนทำงาน และนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งนับเป็นความสำเร็จของไมโครซอฟท์ในการนำเฟิร์มแวร์  UEFI (BIOS รุ่นใหม่) และแพลตฟอร์ม Windows มาผนวกเข้าด้วยกัน รวมถึงได้แบ่งปันการใช้งาน Microsoft UEFI เป็นแบบเปิดบน GitHub ในชื่อ Project Mu อีกด้วย

นอกจากนี้ Surface ยังนำเอาความสามารถในการปรับใช้ของไมโครซอฟท์ตัวล่าสุด อย่าง Windows Autopilot เข้ามาช่วยในการจัดส่งของจากโรงงานไปยังบ้านโดยตรง มาพร้อมกับความปลอดภัย แอปพลิเคชันและการตั้งค่าที่พร้อมใช้งาน โดย Windows Autopilot ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการดีไวซ์ได้ด้วยตัวเองผ่านทางออนไลน์ เชื่อมต่อและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และช่วยลดเวลาในเริ่มใช้งานดีไวซ์ใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาของฝ่ายไอที

ไมโครซอฟท์ตระหนักถึงความสำคัญของลูกค้าในการควบคุมและจัดการข้อมูลของตัวเอง ทำให้ Surface Pro 7+ ยังคงมี SSD แบบถอดได้สำหรับการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวขององค์กรและภาคการศึกษา ฟีเจอร์นี้มาควบคู่กับการป้องกัน Microsoft BitLocker ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บรักษาข้อมูลที่ละเอียดอ่อนได้ง่าย หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ของตัวเอง

 

ตัวแทนจัดจำหน่ายและราคา

Surface Pro 7+ สำหรับลูกค้าธุรกิจและภาคการศึกษา จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564  ผ่านตัวแทนจำหน่ายลูกค้าภาคธุรกิจของไมโครซอฟท์ ได้แก่ Add in Business และ Ciphermed ขณะที่ Surface Hub 2S 85 นิ้ว จะสามารถจัดส่งลูกค้าในประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 ผ่านตัวแทนจำหน่าย Surface Hub คือ CipherMED  และ ESCO

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Surface for Business ได้ที่นี่ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ http://news.microsoft.com/th-th

 

ราคาของรุ่นล่าสุดที่พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย มีดังต่อไปนี้

(*ราคาเฉลี่ยจากการคำนวนจากเหรียญสหรัฐ)

ผลิตภัณฑ์

ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (บาท)*

Surface Pro 7+

 

Surface Pro 7+ i3/8/128 Platinum

30,900

 Surface Pro 7+ i5/8/128 Platinum

33,900

Surface Pro 7+ i5/8/256 Black and Platinum

43,900

Surface Pro 7+ i7/16/256 Black and Platinum

52,900

Surface Pro 7+ i7/16/512 Black and Platinum

67,900

Surface Pro 7+ i7/16/1TB Platinum

81,900

Surface Pro 7+ i7/32/1TB Platinum

95,900

Surface Pro 7+ i5/8/128 LTE Platinum

39,900

Surface Pro 7+ i5/8/256 LTE Platinum

48,900

Surface Pro 7+ i5/16/256 LTE Platinum

55,900

Surface Pro 7+ Accessories

 

Surface USB-C Travel Hub

3,900

Surface Dock 2

9,900

Surface Arc Mouse Black and Light Grey

2,900

Surface Mobile Mouse Black and Platinum

1,200

Surface Pen Charcoal and Silver

3,900

Surface Pro Type Cover Black

4,900

Surface Pro Signature Type Cover Black

5,900

Surface Hub 2S 85”

927,900

 

 

ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์ 

บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @Microsoft) เป็นผู้ขับเคลื่อนการปฎิรูปด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ในโลกแห่งอัจฉริยภาพของเทคโนโลยีคลาวด์ที่ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วทุกมุมโลกได้บรรลุผลสำเร็จที่ดียิ่งกว่า 

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2536  มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทย 70 ล้านคน ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์   ไมโครซอฟท์ ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมผ่านการใช้เทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร  ไมโครซอฟท์ให้บริการซอฟต์แวร์ บริการ และดีไวซ์ ที่สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ  มีความสะดวกทันสมัย  และช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ไมโครซอฟท์ ไม่หยุดนิ่งในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร อย่างต่อเนื่องในการนำพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทยhttps://news.microsoft.com/th-th/ และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-microsoft-surface-pro-7-for-business/

Microsoft ประเทศไทย เปิดราคา Surface Pro 7+ สำหรับธุรกิจ เริ่มต้น 30,900 บาท

ในงานแถลงข่าวออนไลน์วันนี้ Microsoft เปิดตัว Surface Pro 7+ สำหรับธุรกิจ โดยเน้นเสริมด้านการทำงานนอกสถานที่ และการทำงานแบบไฮบริด

Surface Pro 7+ หน้าจอ 12.3 นิ้ว ความละเอียด 2736 x 1824 พิกเซล (อัตราส่วน 3:2) มาพร้อมซีพียู Intel Core 11th Gen รุ่น Core i3, i5, i7 แรมตั้งแต่ 8GB ถึง 32GB และ SSD แบบถอดเปลี่ยนได้ ตั้งแต่ 128GB ถึง 1TB น้ำหนักเบาสุด 770 กรัม (รุ่น Core i3, i5 Wi-Fi) สูงสุด 796 กรัม (Core i5, LTE)

แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 15 ชั่โมง มีพอร์ตทั้ง USB-A และ USB-C รองรับ Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.0 กล้องหน้า 5MP กล้องหลัง 8MP ความละเอียดสูงสุด 1080p ไมโครโฟนคู่ ลำโพงรองรับ Dolby Atmos และมีรูหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

No DescriptionNo Description

Surface Pro 7+ มีทั้งรุ่น Wi-Fi และ LTE (4G) ชิปโมเด็ม Snapdragon X20 ตัวเครื่องรวมถึงอุปกรณ์เสริม จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย Add in Business และ Ciphermed เฉพาะลูกค้าธุรกิจ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป ในราคาดังนี้

No Description

ที่มา – Microsoft Surface for Business Virtual Briefing, จดหมายประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/120715

ล้านนึงยังมีทอน ไมโครซอฟท์วางขาย Surface Hub 2S รุ่น 85″ ในไทย 9.3 แสนบาท

ไมโครซอฟท์ประเทศไทยประกาศวางขาย Surface Hub 2S รุ่นจอใหญ่ 85″ ในราคา 927,900 บาท (รุ่น 50″ ขายราคา 308,160 บาท) ของเริ่มส่งมอบ 1 มีนาคม 2564 ผ่านตัวแทนจำหน่าย Surface Hub ในไทยคือ CipherMED และ ESCO

ปัจจุบันไมโครซอฟท์มี Surface Hub วางขายอยู่สองรุ่น โดย Surface Hub 2S รุ่น 85″ ถือเป็นสินค้ารุ่นใหญ่ที่สุดของไมโครซอฟท์ในตอนนี้

No Description

from:https://www.blognone.com/node/120714

Microsoft Teams เตรียมเพิ่ม Meeting Recap สรุปการประชุมให้พร้อมไฟล์เสียง, ทรานสคริปต์

ในงาน Microsoft Ignite ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวฟีเจอร์สรุปการประชุมบน Microsoft Teams ล่าสุด ทาง Microsoft เผยว่าจะเพิ่มฟีเจอร์ Meeting Recap ภายในปลายเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

Meeting Recap คือการจัดเก็บไฟล์ประชุม, แชท, พรีเซนเทชั่นและไฟล์ที่แชร์กันระหว่างประชุมมาให้หลังจบการประชุม สามารถเข้าถึงได้ผ่านแท็บ Chat เป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่หน้าจอประชุมตลอดเวลา หรือสมาธิหลุดไประหว่างเรียนออนไลน์

No Description
ภาพจาก Microsoft

นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่ม History menu เข้ามาด้วย เพื่อย้อนดูกิจกรรมต่างๆ ที่ผู้ใช้งานทำบน Microsoft Teams เพื่อที่ผู้ใช้จะได้ไม่ต้องกด back บ่อยๆ ซึ่งจะเปิดใช้งานภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้เช่นกัน

ที่มา – Windows Latest

from:https://www.blognone.com/node/120708

ถนนทุกสายมุ่งสู่ ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ Microsoft ลงทุน 2 พันล้านเหรียญใน Cruise ของ GM

Microsoft ร่วมลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐใน Cruise ซึ่งเป็นหน่วยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับของ GM ทำให้ปัจจุบัน Cruise มีมูลค่าราว 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

นอกจากนี้ Cruise และ GM จะใช้ระบบคลาวด์คอมพิวเตอร์ Azure ของ Microsoft ในการพัฒนาระบบและบริการต่างๆ อีกด้วย

เช่นเดียวกันกับบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ต่างลงทุนในรถยนต์ไร้คนขับ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Apple เตรียมบรรลุข้อตกลงกับ Hyundai Motor ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลี

รวมถึง Alphabet Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ก็ได้พัฒนา ‘Waymo One‘ โครงการรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งเปิดบริการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามคู่แข่งสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ก็คือ Tesla ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ที่มา

CNN

BBC

from:https://www.thumbsup.in.th/microsoft-invest-cruise?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=microsoft-invest-cruise

Microsoft เปิดตัวบริการใหม่ Microsoft List สำหรับจัดการงานภายในองค์กร

ย้อนกลับไปที่งานประชุมนักพัฒนา Microsoft ปี 2020 บริษัท […] More

from:https://www.iphonemod.net/microsoft-released-microsoft-list-app-for-ios.html

10 เมาส์ไร้สายหลักร้อย คุณภาพดีน่าใช้ให้ชีวิตสะดวกขึ้น!

ยุคนี้เมาส์ไร้สายน่าจะเป็นตัวเลือกของผู้ใช้โน๊ตบุ๊คหลาย ๆ คนเพราะไม่ต้องม้วนสายให้ยุ่งยากและไม่พันกับสายหูฟังในกระเป๋าของเราได้ด้วย ซึ่งน่าจะเป็นของใช้คู่โน๊ตบุ๊คของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน ในตอนนี้ราคาของเมาส์กลุ่มนี้ราคาไม่แพงมากและหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลาย ๆ ที่อีกด้วย

นอกจากนี้ถ้ามีเมาส์ดีก็จะทำให้ทำงานได้สะดวกกว่าใช้ทัชแพดและใช้เงินไม่มาก สามารถเอาเงินส่วนต่างไปซื้ออุปกรณ์เสริมชิ้นอื่น ๆ มาใช้งานกับเครื่องของเราได้มากขึ้นด้วย สำหรับคนที่สนใจเรื่องนี้อยู่สามารถเลือกดูและอ่านวิธีเลือกในบทความนี้ได้เลย

เมาส์ไร้สาย
มีเม้าส์ดีไซน์สวยสักตัว โต๊ะก็ดูมินิมอลขึ้น

เลือกเมาส์ไร้สายอย่างไรดี?

ไม่มีใครปฏิเสธว่าเมาส์เป็นอุปกรณ์สำคัญประจำคอมพิวเตอร์แน่ ๆ แม้โน๊ตบุ๊คจะมีทัชแพด แต่ถ้ามีเมาส์ก็ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้น ปัจจุบันเมาส์กลุ่มนี้เชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ (Reciever) และ Bluetooth ซึ่งรุ่นใหม่ ๆ จะมีราคาเข้าถึงได้ง่ายและประสิทธิภาพดีเปิดตัวออกมาเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีพร้อมฟีเจอร์ใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น Xiaomi ก็มี Xiaomi XiaoAI Smart Mouse ที่มีฟีเจอร์สั่ง AI ของตัวเองอย่าง XiaoAI ด้วยเสียงได้เป็นต้น

MLA02 e1611043933876
Apple Magic Mouse ดีไซน์เรียบ ๆ แต่ฟีเจอร์ดีนะ

 

แต่เมาส์ก็เป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง ดังนั้นถ้าเรารู้วิธีการเลือกอย่างถูกต้องและเข้ากับมือของเราก็จะทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่เมื่อยมือและลดโอกาสเสี่ยงเกิดอาการมือชาได้ด้วย เพียงแค่สังเกตและปรับวิธีจับเมาส์ของตัวเองสักนิด ก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้มากแล้ว

ท่าจับเมาส์สามท่า

ท่าจับเมาส์ถ้าแบ่งตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic) จะแบ่งได้สามท่าหลัก ๆ โดยแยกเป็นท่าจับด้วยอุ้งมือ (Palm grip), จับแบบกรงเล็บสัตว์ (Claw grip) และจับด้วยปลายนิ้ว (Fingertip grip) ซึ่งแต่ละท่านั้นจะมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกัน

byrP4ivg7BcTu3qhFxNDQY 1200 80

  • ท่าจับด้วยปลายนิ้ว (Fingertip grip) เป็นการจับด้วยปลายนิ้วมือของเราเท่านั้น แต่อุ้งมือและส่วนอื่นของนิ้วจะลอยอยู่ ข้อดีคือขยับเมาส์ได้เร็วและแม่นยำขึ้น ซึ่งคนเล่นเกม FPS หลายคนอาจจะติดท่านี้ แต่ข้อเสียคือตัวอุ้งมือกับปลายนิ้วของเราอาจเสี่ยงเกิดอาการเส้นเอ็นและมือชาได้ จึงไม่ควรจับแบบนี้เป็นประจำ
  • ท่าจับด้วยอุ้งมือ (Palm grip) จะวางมือลงไปทั้งอุ้งมือและทั้งนิ้วจะนาบไปบนตัวเมาส์ ซึ่งหลายคนอาจจะติดท่านี้ มีข้อดีคือทำให้ส่วนท่อนแขนใกล้ข้อมือไม่เมื่อยง่ายแต่เกมเมอร์และคนที่ขยับเมาส์เร็วจะไม่ชอบเท่าไหร่ แลกกับข้อดีคือช่วยลดโอกาสเกิดอาการมือชาเนื่องจากเส้นเอ็นมือเกิดการเกร็งและลดอาการข้อมืออักเสบได้
  • ท่าจับแบบกรงเล็บสัตว์ (Claw grip) เป็นท่าผสมระหว่างการจับด้วยปลายนิ้วและอุ้งมือ คือส่วนอุ้งมือจะชิดกับเมาส์แต่ปลายนิ้วจะโก่งขึ้น ทำให้คุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและเป็นท่าที่ดีต่อสรีระของมือเราที่สุดเช่นกัน ซึ่งการจับท่านี้ให้เอาส้นมือหรืออุ้งมือแตะตรงท้ายเมาส์แล้วงอนิ้วให้พอดีกับปุ่มคลิกซ้ายและขวาเท่านั้น

content2

นอกจากเรื่องของท่าจับแล้ว หลักการง่าย ๆ ช่วยให้เราเลือกเมาส์ตัวใหม่ได้ดีขึ้นก็สำคัญเช่นกัน โดยมีข้อควรใส่ใจดังนี้

  1. แบบ Bluetooth จะไม่เปลืองช่อง USB เพื่อต่อตัวส่งสัญญาณ แต่ถ้าเครื่องของเรามีช่อง USB 2.0 เผื่อเอาไว้แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้นัก
  2. ค่า DPI สูงอาจจะทำให้เราลากเคอร์เซอร์ได้เร็วแต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป เนื่องจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนมีความละเอียดไม่เท่ากันอยู่แล้วถ้ามากเกินจำเป็นก็ทำให้เคอร์เซอร์เลื่อนเร็วจนคุมได้ยากแทน ดังนั้นรุ่นที่มี DPI สูงจะเหมาะกับคนมีโน๊ตบุ๊คหรือพีซีหน้าจอความละเอียดสูงหรือต่อหลายหน้าจอมากกว่า
  3. เลือกรุ่นที่เซนเซอร์ดี ซึ่งแบรนด์ชั้นนำหลาย ๆ แบรนด์จะใช้เซนเซอร์คุณภาพดีอยู่แล้ว ช่วยให้ลากเคอร์เซอร์บนหน้าจอได้อย่างแม่นยำ และบางรุ่นก็สามารถใช้บนพื้นกระจกโดยไม่มีแผ่นรองเมาส์ได้ด้วย
  4. หารุ่นมีท้ายของเมาส์โก่งขึ้นเพื่อเข้ากับสรีระของมือ ช่วยให้จับได้เต็มอุ้งมือยิ่งขึ้น

เมาส์ไร้สาย 10 รุ่น ราคาหลักร้อยน่าใช้

สำหรับเมาส์ไร้สายคุณภาพดีที่น่าเลือกซื้อจากแบรนด์ชั้นนำเช่น Anitech, Logitech และ Xiaomi นั้นจะมีตัวเลือกราคาไม่เกิน 1,000 บาท ให้เลือกซื้อมาใช้งานกันหลายรุ่นตามงบประมาณของผู้ใช้ และสามารถหาซื้อได้ตามร้านไอทีชั้นนำทั่วไปอีกด้วย ซึ่งรุ่นน่าใช้ที่ผู้เขียนเลือกมานั้นจะแบ่งเป็นสองแบบ คือ เมาส์เท่านั้นกับแบบขายพร้อมคีย์บอร์ด ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ

เมาส์อย่างเดียว
เมาส์พร้อมคีย์บอร์ด
เลือกตามรุ่น
  1. Anitech Wireless W217 (190 บาท)
  2. Logitech M185 Wireless (360 บาท)
  3. Logitech M171 Wireless (340 บาท)
  4. MICROSOFT WIRELESS MOBILE 1850 MCS-U7Z-00015 (480 บาท)
  5. DELL OPTICAL WIRELESS WM126 (530 บาท)
  6. Xiaomi Mi Wireless Silent Edition (490 บาท)
  7. Xiaomi Mi Portable Mouse (690 บาท)
  8. MD-TECH K7 & M199 (490 บาท)
  9. LOGITECH MK220 WIRELESS (620 บาท)
  10. LOGITECH MK240 (WHITE) WIRELESS NANO (790 บาท)

เมาส์อย่างเดียว

สำหรับคนมีคีย์บอร์ดหรือต้องการใช้งานกับโน๊ตบุ๊ค การซื้อเมาส์ไร้สายเพียงตัวเดียวจะมีราคาถูกกว่าและมีตัวเลือกให้เลือกเยอะกว่ามาก ซึ่งแบรนด์ชั้นนำน่าเลือกซื้อที่ผู้เขียนเคยแนะนำและเลือกซื้อมาใช้เองจะมี Anitech, Logitech, Microsoft, DELL รวมถึง Xiaomi ด้วยเช่นกัน

1. Anitech Wireless W217 (190 บาท)

w217 2 e1611053567469

Anitech เป็นแบรนด์สินค้าไอทีราคาไม่แพงแต่มีคุณภาพอีกยี่ห้อที่ผู้เขียนเคยใช้เมาส์และคีย์บอร์ดมาก่อน จัดว่าเป็นแบรนด์ไว้ใจได้อีกยี่ห้อหากต้องการหาเมาส์ไร้สายดี ๆ เอาไว้ใช้งาน โดย Anitech Wireless W217 นั้นมีการรับประกัน 2 ปี วงเงิน 50,000 บาท มากับเมาส์รุ่นนี้อีกด้วย

W217 มีค่า DPI 1,000 DPI จัดว่าไม่ช้าหรือเร็วเกิน เชื่อมต่อด้วยตัวรับสัญญาณแบบ USB คลื่น 2.4GHz มีระยะใช้งาน 10 เมตร มีปุ่มกดสามปุ่มคือปุ่มคลิกซ้ายขวาและกดที่ปุ่มลูกล้อเมาส์ ใช้วัสดุจากพลาสติก ABS แต่ละปุ่มสามารถกดได้ราว 300,000 ครั้ง ใช้ถ่าน AA 1 ก้อน เป็นรุ่นราคาไม่แพงและใช้งานได้ดีอีกรุ่นหนึ่ง ทำงานกับระบบปฏิบัติการ Windows 7 ขึ้นไปและ macOS ได้

สเปคของ Anitech Wireless W217

  • รับส่งสัญญาณ : ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz ระยะ 10 เมตร
  • ปุ่มกด : 3 ปุ่ม กดได้ 300,000 ครั้ง
  • วัสดุ : พลาสติก ABS
  • DPI : 1,000 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows 7, 8, 10, Apple macOS
  • แบตเตอรี่ : ถ่าน AA x 1 ก้อน
  • ราคา : 190 บาท (JIB)
  • ประกัน : 2 ปี วงเงิน 50,000 บาท
2. Logitech M185 Wireless (360 บาท)

wireless mouse m185 e1611054382976

ชื่อของ Logitech กับอุปกรณ์เสริมอย่างเมาส์หรือคีย์บอร์ดจัดว่าไว้ใจได้และใช้งานได้หลายปี รวมทั้งรุ่น M185 รุ่นนี้ใช้ถ่าย AA เพียงก้อนเดียวก็สามารถใช้งานได้นาน 1 ปีอีกด้วย ทำให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดง่าย ๆ นอกจากนี้ดีไซน์ตัวเมาส์ยังพกพาได้ง่ายและเข้ากับสรีระมือได้เป็นอย่างดี

M185 จะมีสามปุ่มคือปุ่มคลิกซ้ายและขวากับกดที่ปุ่มลูกล้อเมาส์ ตัวเซนเซอร์มีค่า DPI 1,000 DPI และใช้เซนเซอร์แบบออปติคัลของ Logitech สามารถลากเคอร์เซอร์บนหน้าจอได้อย่างแม่นยำและใช้งานได้หลายพื้นผิว เชื่อมต่อด้วยตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4 GHz มีระยะห่าง 10 เมตร ใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows 7, 8, 10, macOS และ Chrome OS ได้ วัสดุเป็นพลาสติกพร้อมประกันตัวเมาส์อีก 3 ปี

สเปคของ Logitech M185 Wireless

  • รับส่งสัญญาณ : ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz ระยะ 10 เมตร
  • ปุ่มกด : 3 ปุ่ม 
  • วัสดุ : พลาสติก 
  • DPI : 1,000 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows 7, 8, 10, Apple macOS, Google Chrome OS
  • แบตเตอรี่ : ถ่าน AA x 1 ก้อน ใช้งานได้นาน 1 ปี
  • ราคา : 360 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกันตัวเมาส์ 3 ปี
3. Logitech M171 Wireless (340 บาท)

m170 reliable wireless connectivity

Logitech M171 Wireless เป็นอีกรุ่นแนะนำโดยท้ายเมาส์จะเรียบไม่โด่งเท่ากับรุ่น M185 เหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบตัวเมาส์ไม่โค้งสูงมากนัก วัสดุเป็นพลาสติกและใช้งานได้นาน 1 ปีเช่นเดียวกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหาแบตเตอรี่มาเปลี่ยนให้เสียเวลา

เมาส์ใช้เซนเซอร์ออปติคัลของ Logitech ทำให้ลากเคอร์เซอร์ได้อย่างแม่นยำและใช้งานได้หลายพื้นผิว มีค่า DPI 1,000 DPI เชื่อมต่อผ่านทางตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz และมีระยะ 10 เมตรเช่นกัน ใช้พลังงานจากถ่าน AA 1 ก้อน ใช้งานร่วมกับ Windows 7, 8, 10, Chrome OS, Linux เวอร์ชั่น 2.6 เป็นต้นไป มีระยะเวลารับประกันตัวเมาส์ 1 ปี

สเปคของ Logitech M185 Wireless

  • รับส่งสัญญาณ : ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz ระยะ 10 เมตร
  • ปุ่มกด : 3 ปุ่ม 
  • วัสดุ : พลาสติก 
  • DPI : 1,000 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows 7, 8, 10, Linux เวอร์ชั่น 2.6 ขึ้นไป, Google Chrome OS
  • แบตเตอรี่ : ถ่าน AA x 1 ก้อน ใช้งานได้นาน 1 ปี
  • ราคา : 340 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกันตัวเมาส์ 1 ปี
4. MICROSOFT WIRELESS MOBILE 1850 MCS-U7Z-00015 (480 บาท)

29d969cd 831c 47be a584 e95947f7db02

ไมโครซอฟท์แม้จะโดดเด่นเรื่อง Windows และ Microsoft Office แต่ก็มีอุปกรณ์เสริมเช่นเมาส์ไร้สายดีไซน์เรียบง่าย สวยให้เลือกซื้อเช่นกัน โดย Microsoft Wireless Mobile 1850 เป็นเมาส์อีกรุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องใช้งานได้ดีและมีอายุการใช้งานนานพร้อมรับประกัน 3 ปีอีกด้วย

ตัวเมาส์มี 3 ปุ่มเช่นกัน เชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz เช่นเดียวกับ Logitech แต่จุดสังเกตคือระยะใช้งานเพียง 5 เมตรเท่านั้น ทำให้เอาตัวเมาส์ไปไกลจากพีซีมากไม่ได้ แต่ไม่มีปัญหาเรื่องการใช้งานตามปกติอย่างแน่นอน มีค่า DPI 1,000 DPI เซนเซอร์เป็น LED ออปติคัล ใช้แบตเตอรี่ AA 1 ก้อน ใช้งานได้ 6 เดือนเท่ากับเมาส์ไร้สายยี่ห้ออื่น รองรับการทำงานกับ Windows, macOS และ Android 5.0 ขึ้นไป

สเปคของ Microsoft Wireless Mobile 1850

  • รับส่งสัญญาณ : ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz ระยะ 5 เมตร
  • ปุ่มกด : 3 ปุ่ม 
  • วัสดุ : พลาสติก 
  • DPI : 1,000 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows ทุกเวอร์ชั่น, macOS, Android 5.0 ขึ้นไป
  • แบตเตอรี่ : ถ่าน AA x 1 ก้อน ใช้งานได้นาน 6 เดือน
  • ราคา : 480 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกันตัวเมาส์ 3 ปี
5. DELL OPTICAL WIRELESS WM126 (530 บาท)

714DLyidIBL. AC SL1500  e1611056466723

DELL Optical Wireless WM126 เป็นเมาส์ไร้สายบอดี้พลาสติกผิวเป็นเนื้อสาก ทำให้ไม่หนึบมือหรือจับแล้วเกิดอาการหนืดเหมือนเมาส์บางยี่ห้อ ดีไซน์เน้นเรียบง่ายและมีท้ายโค้งเล็กน้อยจึงเข้ากับสรีระมือได้ดีไม่เมื่อยง่ายเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ๆ

เมาส์มีสามปุ่มเช่นเดียวกับยี่ห้ออื่นและเชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz มีค่า DPI 1,000 DPI เซนเซอร์เป็นแบบออปติคัล ทำให้ใช้งานได้หลายพื้นผิวแม้ไม่มีแผ่นรองเมาส์ ใช้ถ่าน AA เพียงก้อนเดียวใช้งานต่อเนื่องได้ 1 ปี ใช้งานกับ Windows, macOS ได้ทุกเวอร์ชั่น รับประกันตัวเมาส์ 1 ปี

สเปคของ DELL Optical Wireless WM126

  • รับส่งสัญญาณ : ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz 
  • ปุ่มกด : 3 ปุ่ม 
  • วัสดุ : พลาสติก 
  • DPI : 1,000 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows ทุกเวอร์ชั่น, macOS
  • แบตเตอรี่ : ถ่าน AA x 1 ก้อน ใช้งานได้นาน 1 ปี
  • ราคา : 530 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกันตัวเมาส์ 1 ปี
6. Xiaomi Mi Wireless Silent Edition (490 บาท)

363929 01 wireless mouse xiaomi e1611057042442

ขึ้นชื่อว่า Xiaomi ก็มักมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้ผู้ใช้ได้เล่น โดย Mi Wireless Silent Edition มีดีไซน์เรียบง่ายและท้ายโค้งขึ้นเข้ากับสรีระมือเลือกได้ระหว่างสีขาวและดำ มีฟีเจอร์ Dual Mode สลับการใช้งานได้ระหว่างพีซีสองเครื่อง ส่วนด้านข้างเมาส์มีปุ่ม Back, Forward เอาไว้ใช้กับเบราเซอร์และโปรแกรมต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ตัวเมาส์มีสามปุ่มเช่นกัน โดยปุ่มคลิกซ้ายขวาจะมีเสียงเบา ปุ่มตรงกลางเมาส์เพื่อสลับระหว่างพีซีสองเครื่องและปุ่ม Back, Forward ฝั่งซ้าย ตัวเมาส์เป็นพลาสติก ABS กับวัสดุอลูมิเนียม รับส่งสัญญาณได้สองคลื่นคือเป็น Bluetooth 4.0 หรือตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4 GHz ระยะใช้งาน 10 เมตร มีค่า DPI 1,200 DPI แต่ใช้แบตเตอรี่ AAA จำนวน 2 ก้อน รองรับการทำงานกับ Windows 8, 10, macOS, Android 6 ขึ้นไป 

สเปคของ Mi Wireless Silent Edition

  • รับส่งสัญญาณ : ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz, Bluetooth 4.0 ระยะ 10 เมตร
  • ปุ่มกด : 6 ปุ่ม (คลิกซ้ายขวา, ปุ่มล้อเลื่อนเมาส์, ปุ่มสลับเครื่อง, ปุ่ม Back, ปุ่ม Forward)
  • วัสดุ : พลาสติกและอลูมิเนียม 
  • DPI : 1,200 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows ทุกเวอร์ชั่น, macOS, Android 6 ขึ้นไป
  • แบตเตอรี่ : ถ่าน AAA x 2 ก้อน ใช้งานได้นาน 1 ปี
  • ราคา : 490 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกันตัวเมาส์ 1 ปี
7. Xiaomi Mi Portable Mouse (690 บาท)

7c4a1e59790e9522d622779f5f94790a

Xiaomi Mi Portable Mouse เป็นอีกรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Dual Mode และสามารถสลับไปมาระหว่างพีซีสองเครื่องได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องย้ายตัวเชื่อมสัญญาณอีกด้วย ดีไซน์จะเน้นเรียบหรูและตัวเมาส์จะเป็นทรงแบนไม่มีความโค้ง เหมาะกับการจับด้วยอุ้งมือเป็นอย่างมาก มีตัวเลือกเป็นสีทองและสีเงิน

ตัวเมาส์จะมี 4 ปุ่ม นอกจากปุ่มคลิกซ้ายขวาและปุ่มลูกล้อ คือปุ่มสลับระหว่างอุปกรณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเมาส์เหนือสวิตช์เปิดเมาส์ รองรับการเชื่อมต่อผ่านทางตัวส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4 GHz และ Bluetooth 4.0 มีระยะใช้งานไกลสุด 10 เมตร มีค่า DPI 1,200 DPI ด้วยกัน วัสดุเป็นอลูมิเนียมและพลาสติก ABS เซนเซอร์สามารถใช้บนพื้นกระจกได้ด้วย แต่จุดสังเกตคือใช้ถ่าน AAA จำนวน 3 ก้อน ใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows 7, 8, 19, Android, macOS รับประกัน 3 ปี

สเปคของ Xiaomi Mi Portable Mouse

  • รับส่งสัญญาณ : ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz, Bluetooth 4.0 ระยะ 10 เมตร
  • ปุ่มกด : 4 ปุ่ม (คลิกซ้ายขวา, ปุ่มล้อเลื่อนเมาส์, ปุ่มสลับเครื่องใต้เมาส์)
  • วัสดุ : พลาสติกและอลูมิเนียม 
  • DPI : 1,200 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows ทุกเวอร์ชั่น, macOS, Android 
  • แบตเตอรี่ : ถ่าน AAA x 3 ก้อน ใช้งานได้นาน 1 ปี
  • ราคา : 690 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกันตัวเมาส์ 1 ปี
รุ่น/สเปค รับส่งสัญญาณ ปุ่มกด วัสดุ DPI ระบบปฏิบัติการ แบตเตอรี่ ราคา/ประกัน
Anitech W217 USB คลื่น 2.4 GHz

ระยะใช้งาน 10 เมตร

3 พลาสติก 1,000 Windows 7, 8, 10, Apple macOS AA 1 ก้อน  190 บาท

ประกัน 2 ปี

วงเงิน 50,000 บาท

Logitech M185 USB คลื่น 2.4 GHz

ระยะใช้งาน 10 เมตร

3 พลาสติก 1,000 Windows 7, 8, 10

Apple macOS

AA 1 ก้อน
ใช้ได้ 1 ปี
360 บาท

ประกัน 3 ปี

Logitech M171 USB คลื่น 2.4 GHz

ระยะใช้งาน 10 เมตร

3 พลาสติก 1,000 Windows 7, 8, 10

Linux เวอร์ชั่น 2.6 ขึ้นไป

Google Chrome OS

AA 1 ก้อน
ใช้ได้ 1 ปี
340 บาท

ประกัน 1 ปี

Microsoft 1850 USB คลื่น 2.4 GHz

ระยะใช้งาน 5 เมตร

3 พลาสติก 1,000 Windows
ทุกเวอร์ชั่น

macOS

Android 5.0 ขึ้นไป

AA 1 ก้อน
ใช้ได้ 6 เดือน
480 บาท

ประกัน 1 ปี

DELL WM126 USB คลื่น 2.4 GHz

ระยะใช้งาน 5 เมตร

3 พลาสติก 1,000 Windows
ทุกเวอร์ชั่น

macOS

AA 1 ก้อน
ใช้ได้ 1 ปี
530 บาท

ประกัน 1 ปี

Mi Wireless Silent Edition USB คลื่น 2.4 GHz และ Bluetooth 4.0

ระยะใช้งาน 10 เมตร

6 พลาสติกและอลูมิเนียม 1,200 Windows ทุกเวอร์ชั่น

macOS

Android 6
ขึ้นไป

AAA 2 ก้อน
ใช้ได้ 1 ปี
490 บาท

ประกัน 1 ปี

Mi Portable Mouse USB คลื่น 2.4 GHz และ Bluetooth 4.0

ระยะใช้งาน 10 เมตร

4 พลาสติกและอลูมิเนียม 1,200 Windows
ทุกเวอร์ชั่น

macOS

Android 

AAA 3 ก้อน
ใช้ได้ 1 ปี
690 บาท

ประกัน 1 ปี

เมาส์พร้อมคีย์บอร์ด

เมาส์ไร้สายพร้อมคีย์บอร์ดจะเป็นตัวเลือกตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลาย ทั้งที่มีโน๊ตบุ๊คแต่ต้องการคีย์บอร์ดแบบเต็ม 104 ปุ่มความกว้างปกติเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นพร้อมกับเมาส์ โดยเซ็ตเมาส์คีย์บอร์ดจะใช้การเชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz เป็นหลัก

8. MD-TECH K7 & M199 (490 บาท)

20180716145824 20330 11963954 e1611059064258

MD-TECH เซ็ตเมาส์คีย์บอร์ดไร้สายรุ่น K7 และ M199 เป็นหนึ่งในรุ่นแนะนำของผู้เขียน ด้วยสินค้าที่แข็งแรงและใช้งานต่อเนื่องได้หลายปีโดยไม่มีปัญหาจุกจิก ตัวคีย์บอร์ดจะเป็นแบบ 104 ปุ่ม มีปุ่ม Fn สำหรับกดร่วมกับปุ่ม F1-F12 เชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB  

เมาส์เป็นทรงหลังโค้ง บอดี้พลาสติก ABS ใช้ตัวรับสัญญาณ USB ร่วมกับคีย์บอร์ด สามารถปรับ DPI ได้ 3 ระดับคือ 800, 1,200, 1,600 DPI ใช้ตัวส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz มีระยะห่าง 10 เมตร ใช้แบตเตอรี่ AAA ใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows ได้

สเปคของ MD-TECH K7 & M199

  • รับส่งสัญญาณ : เมาส์ใช้ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz, คีย์บอร์ดใช้พอร์ต USB
  • ปุ่มกด : 4 ปุ่ม (คลิกซ้ายขวา, ปุ่มล้อเลื่อนเมาส์, ปุ่มเปลี่ยน DPI)
  • วัสดุ : พลาสติก
  • DPI : 800, 1,200, 1,600 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows ทุกเวอร์ชั่น
  • แบตเตอรี่ : ถ่าน AAA 
  • ราคา : 490 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกัน 1 ปี
9. LOGITECH MK220 WIRELESS (620 บาท)

mk220 gallery e1611060654186

Logitech MK220 Wireless เป็นเซ็ตคอมโบเมาส์ไร้สายและคีย์บอร์ดไร้สายในเซ็ตเดียวกัน โดยเชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB 2.4GHz ทั้งคู่ มีระยะใช้งานได้ยาวสุด 10 เมตร ตัวคีย์บอร์ดออกแบบให้มีตัวบอดี้สั้นลงเล็กน้อยโดยเบียดปุ่มลูกศรมาไว้ใต้ปุ่ม Shift ฝั่งขวามือแทน จึงประหยัดพื้นที่บนโต๊ะขึ้น

เมาส์เป็นแบบ 3 ปุ่ม วัสดุเป็นพลาสติก มีค่า DPI 1,000 DPI เช่นกัน และใช้แบตเตอรี่แบบ AA 2 ก้อน แต่ใช้งานได้ 5 เดือนเท่านั้น ส่วนคีย์บอร์ดใช้ถ่าน AAA 2 ก้อนเหมือนกันแต่ใช้ได้ 24 เดือน ใช้เซนเซอร์แบบออปติคัลและเป็นปุ่มแบบเสียงไม่ดังช่วยลดเสียงรบกวน รองรับการใช้งานกับ Windows XP ขึ้นไป

สเปคของ Logitech MK220 Wireless

  • รับส่งสัญญาณ : เมาส์กับคีย์บอร์ดใช้ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz ระยะห่าง 10 เมตร
  • ปุ่มกด : 3 ปุ่ม (คลิกซ้ายขวา, ปุ่มล้อเลื่อนเมาส์) คีย์บอร์ดมีขนาดสั้นลง มี 104 ปุ่ม
  • วัสดุ : พลาสติก
  • DPI : 1,000 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows ทุกเวอร์ชั่น
  • แบตเตอรี่ : เมาส์ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน ใช้ได้ 5 เดือน, คีย์บอร์ดใช้ AAA 2 ก้อน 24 เดือน
  • ราคา : 620 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกัน 1 ปี
10. LOGITECH MK240 (WHITE) WIRELESS NANO (790 บาท)

mk240 nano wireless keyboard and mouse combo e1611061390924

Logitech MK240 เป็นเซ็ตเมาส์ไร้สายกับคีย์บอร์ดขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการพกติดตัวไปใช้งานกับแท็บเล็ตหรือโน๊ตบุ๊คก็ได้เช่นกัน ดีไซน์เป็นแบบตัดฝั่งปุ่ม Numpad ทิ้งทั้งหมด ย้ายเอาปุ่มลูกศรมาอยู่ใต้ปุ่ม Shift ขวามือ รับส่งสัญญาณผ่านทางตัว USB คลื่น 2.4GHz มีระยะใช้งานห่างสุด 10 เมตร ใช้ตัวรับสัญญาณร่วมกัน ส่วนตัวคีย์บอร์ดมีคุณสมบัติกันน้ำหกใส่อีกด้วย  

วัสดุของอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นเป็นพลาสติกทั้งคู่ เมาส์เป็นแบบ 3 ปุ่ม มีค่า DPI 1,000 DPI คีย์บอร์ดใช้แบตเตอรี่ AAA 2 ก้อน อยู่ได้ 36 เดือน ส่วนเมาส์เป็น AAA 2 ก้อน ใช้ได้ 12 เดือน รองรับการใช้งานร่วมกับ Windows, Chrome OS

สเปคของ Logitech MK240 

  • รับส่งสัญญาณ : เมาส์กับคีย์บอร์ดใช้ตัวรับส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz ระยะห่าง 10 เมตร
  • ปุ่มกด : 3 ปุ่ม (คลิกซ้ายขวา, ปุ่มล้อเลื่อนเมาส์) คีย์บอร์ดสั้นแบบตัดปุ่ม Numpad 
  • วัสดุ : พลาสติก, คีย์บอร์ดกันน้ำหกใส่
  • DPI : 1,000 DPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows ทุกเวอร์ชั่น, Chrome OS
  • แบตเตอรี่ : เมาส์ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน ใช้ได้ 12 เดือน, คีย์บอร์ดใช้ AAA 2 ก้อน 36 เดือน
  • ราคา : 790 บาท (JIB)
  • ประกัน : ประกัน 1 ปี
รุ่น/สเปค รับส่งสัญญาณ ปุ่มกด วัสดุ DPI ระบบปฏิบัติการ แบตเตอรี่ ราคา/ประกัน
MD-TECH K7 & M199 ตัวรับสัญญาณ USB คลื่น 2.4 GHz ระยะ 10 เมตร

พอร์ต USB

4 พลาสติก 800, 1,200, 1,600 DPI Windows
ทุกรุ่น
ถ่าน AAA 490 บาท

ประกัน 1 ปี

Logitech MK220 Wireless ตัวรับสัญญาณ USB คลื่น 2.4 GHz ระยะ 10 เมตร 3

คีย์บอร์ด 104 ปุ่ม

พลาสติก 1,000 Windows
ทุกรุ่น
เมาส์ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน ใช้ได้ 5 เดือน

คีย์บอร์ดใช้ AAA 2 ก้อน 24 เดือน

620 บาท

ประกัน 1 ปี

Logitech MK240  ตัวรับสัญญาณ USB คลื่น 2.4 GHz ระยะ 10 เมตร 3

คีย์บอร์ดแบบตัดปุ่ม Numpad

พลาสติก 1,000 Windows ทุกเวอร์ชั่น, Chrome OS เมาส์ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน ใช้ได้ 12 เดือน

คีย์บอร์ดใช้ AAA 2 ก้อน 36 เดือน

790 บาท

ประกัน 1 ปี

โดยสรุปแล้ว เมาส์ไร้สายแบบราคาไม่แพงเป็นอีกตัวเลือกน่านำไปใช้กับโน๊ตบุ๊คหรือพีซีที่บ้านเนื่องจากราคาไม่แพงและแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ร่วมปี หรือจะเลือกเป็นแพ็คคู่ทั้งเมาส์และคีย์บอร์ดก็น่าสนใจเช่นกัน เหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นความบันเทิงและไม่เน้นการเล่นเกมมากนัก ทำให้โต๊ะทำงานของเราสวยงามและสายไฟไม่รกอีกด้วย

แต่ก่อนจะเลือกซื้อเมาส์ไร้สายหรือชุดเมาส์คีย์บอร์ดทุกครั้ง ก็ขอแนะนำให้ไปดูของจริงหน้าร้านก่อนว่าเมาส์ไร้สายรุ่นนั้น ๆ ดีไซน์เข้ากับการจับและใช้งานของเราหรือไม่ จะได้ตอบโจทย์การใช้งานของเราที่สุดนั่นเอง

from:https://notebookspec.com/web/570806-10-affordable-wireless-mouse