คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT

Microsoft Edge เปิดเว็บรวมส่วนขยาย (Addon) แล้ว ส่วนขยายชุดแรก 162 ตัว

Microsoft Edge ยุค Chromium มีกำหนดออกรุ่นเสถียรให้ใช้งาน 15 มกราคม 2020 ทำให้ตอนนี้ไมโครซอฟท์เตรียมความพร้อม ด้วยการเปิดเว็บรวมส่วนขยาย (Addon) สำหรับ Edge ตัวใหม่ไว้รอแล้ว

ก่อนหน้านี้ เว็บรวมส่วนขยายของ Edge เปิดให้บริการมาสักระยะ แต่ยังระบุว่าเป็นส่วนขยายสำหรับผู้ทดสอบกลุ่ม Insider ตอนนี้เปลี่ยนสถานะเป็นเว็บไซต์สำหรับคนทั่วไปใช้งานแล้ว แต่ยังขึ้นสถานะ Beta อยู่

ปัจจุบัน Edge มีส่วนขยายให้ใช้งานจำนวน 162 ตัว ครอบคลุมส่วนขยายยอดนิยมอย่าง 1Password, AdBlock, AdBlock Plus, Evernote, Grammarly, IDM, LassPass, Pocket, Tampermonkey, uBlock Origin เป็นต้น การที่ Edge ใช้เอนจิน Chromium ทำให้สามารถใช้งานส่วนขยายของ Chrome ได้ทันที จึงเปิดโอกาสให้มีส่วนขยายเพิ่มเติมอีกมากในอนาคต

ผู้ที่ลองใช้ Edge แบบ Beta/Dev/Canary สามารถทดสอบใช้งาน Addon กันได้แล้วที่ Microsoft Edge Addons

ที่มา – MSpoweruser

No Description

from:https://www.blognone.com/node/113703

Surface Laptop 3 และ Surface Pro 7 วางจำหน่ายในไทยแล้ว เริ่มต้นที่ 29,990 บาท

 

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่าย Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์ ได้แก่ Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store พร้อมด้วยช่องทางจำหน่ายสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจจาก Add in Business และ Ciphermed

 

Surface

Surface รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่คล่องตัวสำหรับยุคโมบายอย่างแท้จริง จึงเป็นไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานได้รอบด้าน ยืดหยุ่น และเป็นตัวคุณมากยิ่งขึ้น

“เราได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีตลอดช่วงการเปิดสั่งจองล่วงหน้าที่ผ่านมา ในนามของไมโครซอฟท์ประเทศไทยดิฉันต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูง และในวันนี้ Surface รุ่นใหม่พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว ซึ่งดีไวซ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface นี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนทำงานยุคนี้ มีให้เลือกตามลักษณะการใช้งานเฉพาะตัว ทำงานได้หลายรูปแบบ พร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงาม พรีเมี่ยมขึ้น และตอบสนองการทำงานได้อย่างรวดเร็ว

และแน่นอนว่ามากับศักยภาพที่เหนือกว่าเดิม เน้นการทำงานแบบมัลติทาสก์ ช่วยให้คุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกที่ ทุกเวลาได้อย่างปลอดภัยบนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์” นางสาวชนิกานต์ โปรณานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

นางสาวสุมล อนันตธนะสาร​ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ Surface ไมโครซอฟท์ เอเชีย แปซิฟิก​ กล่าวเสริมว่า“ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วให้พร้อมรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล การเสริมให้พนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัว ยืดหยุ่น เพื่อนำศักยภาพที่ดีที่สุดของพวกเขาออกมา

จึงจำเป็นต้องมาพร้อมกับดีไวซ์ที่เหมาะสมกับวิถีการทำงานของแต่ละคนให้มากที่สุดและต้องมากับระบบความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้ เราเชื่อว่าด้วยดีไวซ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface ที่ทำงานบนแพลตฟอร์มวินโดวส์ของเราเอง จะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัวในทุกสถานการณ์ พร้อมด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าเดิม”

Surface Laptop 3: ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบของขุมพลังและความสง่างาม

Surface Laptop 3 รุ่นล่าสุดนี้ ยังคงคอนเซปต์การออกแบบที่บางเฉียบ เรียบหรู และบางเบา แต่เร็วกว่าดีไวซ์รุ่นก่อนๆ ถึงสองเท่าตัว และมาพร้อมกับความสามารถในการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่เร็วยิ่งขึ้นและกราฟิกที่ดียิ่งขึ้น

Surface Laptop 3 มีหน้าจอสองขนาด คือ 13.5 และ 15 นิ้ว โดยรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้วใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ Surface Laptop 3 เร็วและมีประสิทธิภาพสูงกว่าทุกรุ่นในอดีต

ขณะที่ Surface Laptop 3 รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมอบจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นให้กับดีไวซ์ในตระกูล Surface Laptop พร้อมการออกแบบด้วยโลหะล้วนที่สง่างาม พร้อมศักยภาพการแสดงภาพกราฟิกระดับสูงจากโปรเซสเซอร์ของ AMD

เสริมสไตล์ของคุณด้วยสีสันที่สุดหรูอย่างสีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Surface Laptop 3 ยังบางเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 1,288 และ 1,265 กรัมสำหรับรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้ว ในสีดำด้านและสีแพลทตินัมตามลำดับ

ขณะที่รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมีน้ำหนักเพียง 1,542 กรัม นอกจากนี้ Surface Laptop 3 ยังมีคีย์บอร์ดที่ทนทานพร้อมให้เลือกถึง 2 แบบ ทั้งแบบ Alcantara ที่นุ่มสบาย และโลหะชนิดใหม่

ด้วยความเป็นผู้นำในด้านการพิมพ์ที่สะดวกสบายและแบตเตอรีที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน1 ทำให้ Surface Laptop 3 เป็นแล็ปท็อปคู่ใจที่ช่วยให้วันของคุณผ่านไปได้อย่างราบรื่น และด้วยฟีเจอร์ Fast Charging ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรีได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง2 นอกจากนี้ แทร็กแพดในดีไซน์ใหม่ยังมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่า 20% เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

Surface Laptop 3 ถูกสร้างมาเพื่อคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Instant On, พอร์ต USB-C และ USB-A และชุดไมค์สตูดิโอสองตัวที่รับสัญญาณเสียงระยะไกลได้สำหรับโหมดการโทรใน Microsoft Teams และการแปลงเสียงเป็นตัวหนังสือใน Office ในขณะที่คุณสามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยฮาร์ดไดร์ฟที่ถอดออกได้ เพื่อเก็บรักษาข้อมูลของคุณโดยเฉพาะ3

Surface Pro 7: รับมือได้รอบด้านดังเดิม เพิ่มเติมคือประสิทธิภาพที่สูงกว่า

ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งด้านในและนอก Surface Pro 7 ยังมีศักยภาพที่สูงกว่าที่เคยเป็นมาโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ดีไวซ์เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 2.3 เท่า ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่านี้ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานและสนุกสนานในรูปแบบของพวกเขาจากที่ไหนก็ได้

Surface Pro 7 มีให้เลือกถึง 2 สี คือ
สีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Signature Type Cover, Arc Mouse และปากการุ่นใหม่ที่ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ยังพร้อมช่วยเติมเต็มประสบการณ์การใช้งาน Surface Pro 7 ของคุณให้มีสีสันยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง Fast Charging แบตเตอรีที่อยู่ได้ทั้งวัน4 และ Instant On ทำให้ Surface Pro 7 สามารถมอบประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ความคล่องตัวของการเป็นทั้งแล็ปท็อปและแท็บเล็ตในตัว พร้อมหน้าจอความละเอียดสูง PixelSense™ Display ขนาด 12.3 นิ้ว แม้ว่าตัวเครื่องจะบางเฉียบและมีน้ำหนักเพียง 775 กรัม

Surface Pro 7 ยังให้ทางเลือกในการเชื่อมต่อกับหน้าจอ ดอคกิ้ง สเตชั่น หรืออุปกรณ์ชาร์จต่างๆ ด้วยพอร์ตที่หลากหลาย อาทิ USB-A, USB-C™ และ Surface Connect

เอกลักษณ์เฉพาะของดีไวซ์ตระกูล Surface ที่เป็นทั้งแล็ปท็อปและแท็บเล็ตในตัวนี้มาพร้อมกับขาตั้ง (kickstand) ที่มาพร้อมกับเครื่องและ Surface Signature Type Cover5 ที่สามารถแยกจากเครื่องได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถจดไอเดียต่างๆ ได้ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับไอเดียให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ไม่ว่าคุณจะใช้ Surface Pro 7 สำหรับการทำงานหรือพักผ่อน ดีไวซ์รุ่นนี้เป็นเพื่อนข้างกายที่สมบูรณ์แบบในชีวิตประจำวัน คุณสามารถพักผ่อนจากการทำงานด้วยการดูภาพยนตร์ที่มีความคมชัดระดับ HD หรือฟังเพลงโปรดของคุณบน Spotify6 ขณะดื่มด่ำไปกับประสบการณ์เสียงคมชัดจาก Dolby® Audio™ Premium

สถานที่จัดจำหน่ายและราคา

Surface Pro, Surface Laptop 3 และอุปกรณ์เสริมของ Surface พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ ได้แก่ Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store, และ Shopee-Microsoft Authorized Store สำหรับลูกค้าทั่วไป และ Add in Business และ Ciphermed สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ


1ใช้แบตเตอรี่ได้นานสูงสุด 11.5 ชั่วโมง สำหรับการใช้งานอุปกรณ์ Surface ตามปกติ ดำเนินการทดสอบโดยไมโครซอฟท์ เดือนกันยายน 2565 โดยใช้ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์รุ่นก่อนการผลิต ทั้งรุ่นหน้าจอขนาด 13.5 นิ้ว ที่มี Intel® Core™ i5 256GB และ RAM ขนาด 8 GB กับรุ่นหน้าจอขนาด 15 นิ้วที่มี AMD Ryzen™ 5 3580U สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ พร้อมภาพกราฟิก Vega 9 Graphics รุ่น Microsoft Surface® Edition devices อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบและปัจจัยอื่นๆ อ่านเพิ่มเติมได้ที่  surface.com

2การทดสอบจัดขึ้นที่บริษัทไมโครซอฟท์ในเดือนกันยายน 2019 โดยใช้ดีไวซ์ก่อนการผลิตและซอฟท์แวร์ และทดสอบด้วย Surflink 60W PSU ภายใต้สภาวะควบคุม ดีไวซ์ต่างๆ ถูกเปิดขึ้นบนจอที่ใช้การตั้งค่าแสงสว่างที่เป็นการตั้งค่าหลัก เวลาชาร์จขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน และถูกวัดที่อุณหภูมิออฟฟิศทั่วไปที่ 23 องศาเซลเซียส

3 ผู้ใช้ไม่สามารถนำฮาร์ดไดรฟออกเองได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและปฏิบัติตามคำแนะนำของไมโครซอฟท์เท่านั้น

4 แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานถึง 10.5 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานปกติสำหรับ Surface การทดสอบจัดขึ้นที่ไมโครซอฟท์ในเดือนกันยายน 2019 โดยใช้ซอฟท์แวร์ก่อนการผลิตและดีไวซ์ก่อนการผลิตที่ใช้ ชิพ Intel® Core™ i5, 256GB, 8 GB RAM  แบตเตอรี่จะอยู่ได้นานเท่าใดขึ้นอยู่กับการตั้งค่า การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ surface.com.

5 จำหน่ายแยกจากดีไวซ์

6 ต้องมีบัญชี Spotify account

 

from:http://mobileocta.com/surface-laptop-3-and-surface-pro-7-are-on-sale-in-thailand/

แอพ Remote Desktop บน iOS ได้รับอัพเดตฟีเจอร์ครั้งใหญ่, ก๊อบปี้ไฟล์ข้ามอุปกรณ์ได้แล้ว

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดตใหม่ให้กับแอพ Microsoft Remote Desktop บนอุปกรณ์ iOS เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาหลายอย่าง

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอย่างแรกคือการยกเครื่องดีไซน์ของทั้งหน้าจอ connection center หลักที่ใช้จัดการ/เลือกพีซีที่ต้องการเชื่อมต่อ รวมถึง UI ที่ใช้ในการสลับหน้าจอไปยังพีซีเครื่องอื่นอย่างรวดเร็วระหว่างใช้งานรีโมท

No Description

อย่างที่สองคือการเพิ่มฟีเจอร์ redirection ซึ่งจะเปิดให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้พีซีที่รีโมทเลือกฟัง/ใช้ภาพ จากไมโครโฟน, กล้องบนอุปกรณ์ iOS ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือจะเลือกเปิดการเข้าถึงสตอเรจของตัวอุปกรณ์ iOS บนพีซี เพื่อก๊อบปี้ไฟล์ข้ามอุปกรณ์ก็สามารถทำได้แล้วบนแอพเวอร์ชันนี้

สำหรับความสามารถอื่นๆ ที่เพิ่มมามีดังนี้

  • รองรับการรีโมทเข้าบริการ Windows Virtual Desktop
  • ปรับปรุงเลย์เอาต์ของปุ่มเสริมบนคีย์บอร์ดที่แสดงผลบนหน้าจอ
  • ปรับปรุงการใช้งานเมื่อต่อกับคีย์บอร์ดภายนอก
  • เพิ่มการรองรับเมาส์ SwiftPoint
  • เพิ่มการรองรับ iPhone และ iPad รุ่นใหม่
  • รองรับทั้งธีมมืดและธีมสว่าง
  • สามารถควบคุมไม่ให้อุปกรณ์ล็อคหน้าจอขณะรีโมทเข้าใช้งานแอพหรือพีซี
  • ซ่อนแถบ connection bar ได้โดยแตะค้างที่โลโก้ Remote Desktop

No Description

อัพเดตของแอพ Microsoft Remote Desktop ข้างต้น สามารถใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชัน 13 หรือใหม่กว่า เข้าไปดาวน์โหลดได้แล้วที่ App Store ครับ

ที่มา – MSPoweruser

from:https://www.blognone.com/node/113688

Visual Studio 2019 ยกเครื่องฟีเจอร์ค้นหา เขียนใหม่ด้วย C# เร็วกว่าเดิมเกินเท่าตัว

ไมโครซอฟท์ประกาศยกเครื่องระบบค้นหา (Find in Files) ของ Visual Studio ใหม่ เขียนใหม่ทั้งหมดเป็น C# เพื่อลดการเรียก interop call ที่ไม่จำเป็น ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นหลายเท่า ใช้หน่วยความจำน้อยลง

จากการทดสอบของไมโครซอฟท์เองที่ระดับ 1 แสนไฟล์ ฟีเจอร์ค้นหาเดิมใช้เวลามากกว่า 4 นาที ในขณะที่ฟีเจอร์ค้นหาตัวใหม่ใช้เวลาเพียง 26 วินาที (เกิน 8 เท่า) ไมโครซอฟท์บอกว่าความแตกต่างจะยิ่งเห็นผลชัดหากค้นหาด้วย regular expression แต่การค้นหาคำทั่วๆ ไปก็เร็วขึ้นเท่าตัวแล้ว

Find in Files ตัวใหม่ยังมีฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง

  • Current Directory จำกัดการค้นหาเฉพาะในไดเรคทอรีเดียวกับไฟล์นั้นเท่านั้น
  • ค้นหาเฉพาะไดเรคทอรีที่ระบุชื่อได้มากกว่า 1 ไดเรคทอรี เช่น “.\Code;.\Shared Code” ก็จะค้นเฉพาะสองไดเรคทอรีนี้เท่านั้น (Code กับ Shared Code)
  • ระบุให้ค้นหาไฟล์อื่นนอก solution หรือไฟล์ที่อ้างถึงแต่อยู่นอก solution ได้ด้วย (เช่น windows.h ที่เป็นไฟล์ header)
  • Multiple Searches เก็บผลการค้นหาเดิมไว้ก่อน แล้วค้นหาอีกรอบเพื่อมาเปรียบเทียบกันได้

ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้แล้วใน Visual Studio 2019 version 16.5 Preview 1

No Description

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/113685

ไมโครซอฟท์เผยไอคอนตามแนวทาง Fluent Design กว่า 100 แบบ เตรียมใช้ในเร็วๆ นี้

บล็อก Microsoft Design เผยภาพไอคอนชุดใหม่ของไมโครซอฟท์กว่า 100 ตัวที่จะใช้กับแอพในตระกูล Windows/Office ในเร็วๆ นี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางออกแบบ Fluent Design System ที่เปิดตัวไปแล้ว

ไอคอนหลายตัวเราก็เห็นกันมาก่อนแล้ว เช่น Microsoft Edge แบบใหม่ หรือไอคอนใหม่ของชุด Office สิ่งที่น่าสนใจคงเป็นภาพรวมที่แสดงให้เห็นระบบการออกแบบของไมโครซอฟท์ ที่มีเรื่องชุดสี แสงเงา รูปทรง วัสดุที่ใช้เป็นพื้นผิว ฯลฯ อย่างเป็นระบบ ดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น

ทีมออกแบบของไมโครซอฟท์ระบุว่าต้องสร้างสมดุลระหว่างการออกแบบที่เป็นระบบ และความคุ้นเคยของผู้ใช้งาน จึงพยายามสร้างระบบการออกแบบที่สม่ำเสมอแต่ก็ยืดหยุ่น พลิกแพลงได้หลากหลายสถานการณ์

ที่มา – Microsoft

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113681

ข้อมูลเพิ่มเติม Xbox Series X: เสียงเงียบพอๆ กับ Xbox One X, คอนโทรลเลอร์ขนาดเล็กลงเล็กน้อย

Gamespot มีบทสัมภาษณ์ Phil Spencer หัวหน้าทีม Xbox ของไมโครซอฟท์ ถึงรายละเอียดของคอนโซล Xbox Series X ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวานนี้

ข้อมูลที่น่าสนใจจากบทสัมภาษณ์

  • ดีไซน์ของ Xbox Series X ตั้งใจให้ “หายไปจากสายตา” และออกแบบให้เงียบที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเสียงพัดลมดังพอๆ กับ Xbox One X ในปัจจุบัน แม้สมรรถนะสูงกว่ากันมาก
  • หลายคนตั้งคำถามว่าเราจะได้เห็น Xbox Series S ด้วยหรือไม่ ซึ่ง Spencer ไม่ตอบเรื่องนี้ตรงๆ แต่บอกว่าการใช้คำว่า Series X ทำให้ไมโครซอฟท์มีอิสระในการไปทำอย่างอื่น (it gives us freedom to do other things)
  • คอนโทรลเลอร์ Xbox Wireless ตัวใหม่โค้งมนกว่าเดิม เพิ่มปุ่ม Share มาตามเสียงเรียกร้องของแฟนๆ ซึ่ง Spencer ก็ยอมรับว่าไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นผู้คิดค้นปุ่ม Share เป็นรายแรก
  • ขนาดของคอนโทรลเลอร์เล็กลงกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย ทำให้เหมาะกับขนาดมือของมนุษย์ 98% ในโลก (ตัวเดิม 95%)
  • ไมโครซอฟท์ใส่ใจกับ latency ของอินพุตมาก ใช้โปรโตคอลไร้สายเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อลด latency และมีฟีเจอร์ dynamic latency input ทำให้อินพุตสามารถซิงก์กับการเรนเดอร์เกมได้โดยตรง
  • SSD เป็น NVMe และแรมการ์ดจอเป็น GDDR6 ทำให้สลับเกมไปมาได้เร็วขึ้น สามารถ resume สถานะของหลายเกมสลับไปสลับมาได้ จากคอนโซลรุ่นก่อนที่ resume ได้แค่เกมเดียว

ที่มา – Gamespot

from:https://www.blognone.com/node/113679

Windows 7 จะไม่ได้รับการสนับสนุนหลังวันที่ 14 มกราคม 2020 แนะนำให้อัพเกรดมาใช้ Windows 10

Microsoft ประกาศหยุดสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 7 ในวันที่ 14 มกราคม 2020 หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในปี 2009 และไม่แนะนำให้เจ้าของอุปกรณ์ใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นเก่าอีกต่อไป แต่ควรอัพเกรดมาใช้ Windows 10 แทน เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากไวรัสและมัลแวร์

หลังจากวันที่ 14 มกราคม 2020 ระบบปฏิบัติการ Windows 7 จะไม่ได้รับการอัพเดทซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ ไม่มีการอัพเดทซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย และจะไม่ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจาก Microsoft

สัดส่วนผู้ใช้งานในปัจจุบันของประเทศจีน พบว่า Windows 7 มีผู้ใช้งานมากที่สุด 58.5% รองลงมาคือ Windows 10 มีสัดส่วน 21.68% และ Windows XP มีสัดส่วน 6.73%

ที่มา – IT Home
https://www.flashfly.net/wp/277778

from:https://www.flashfly.net/wp/277778