คลังเก็บป้ายกำกับ: Market_Research

Apple Watch ยังครองเบอร์หนึ่งตลาดสมาร์ทวอทช์ที่ 47.9% ในไตรมาส 3/2019

บริษัทวิจัยตลาด Strategy Analytics ออกรายงานภาพรวมตลาดสมาร์ทวอทช์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2019 จำนวนส่งมอบเพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 14.2 ล้านชิ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการด้านฟิตเนสและตัววัดสุขภาพ จากฐานผู้ใช้สมาร์ทโฟนเดิม ผลักดันให้ยอดขายสมาร์ทวอทช์เพิ่มขึ้น

ส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ยังเป็นของแอปเปิลต่อไป ที่ 47.9% ตามด้วยซัมซุง 13.4% และ Fitbit ในอันดับ 3 ที่ 11.3%

ในภาพรวมนั้นมีเพียงแอปเปิลและซัมซุงที่ทำส่วนแบ่งยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้น ส่วน Fitbit มีส่วนแบ่งที่ลดลง นักวิเคราะห์ของ Strategy Analytics จึงตั้งข้อสงสัยว่าหลังการขายกิจการให้กูเกิลนั้น Fitbit จะมีอนาคตอย่างไรต่อไป ซึ่งจะเห็นผลที่ส่วนแบ่งการตลาดในอนาคตนั่นเอง

ที่มา: Strategy Analytics

alt="Apple Watch"

alt="Smartwatch Q3/2019"

from:https://www.blognone.com/node/113053

[Canalys] Huawei เป็นสมาร์ทโฟนรายเดียวในจีน ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น

ต่อจากรายงานภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนในไตรมาส 3 ปี 2019 ของ Canalys ก็มีบทวิเคราะห์แยกมาอีกฉบับว่าด้วยตลาดสมาร์ทโฟนในจีนโดยเฉพาะ ภาพรวมส่งมอบสมาร์ทโฟน 97.8 ล้านเครื่อง ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2018

ส่วนที่น่าสนใจคือหัวเหว่ยเป็นผู้ผลิตรายเดียวจากทั้งหมด ที่มียอดส่งมอบเพิ่มขึ้นที่ 41.5 ล้านเครื่อง (+66%) ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 42.4%

อันดับ 2-3-4-5 คือ Vivo, Oppo, Xiaomi และแอปเปิลตามลำดับ โดยทุกรายมียอดส่งมอบลดลงตั้งแต่ 20-33% รวมทั้งผู้ผลิตรายอื่น ๆ ภาพรวมก็มียอดส่งมอบที่ลดลง

นักวิเคราะห์ของ Canalys มองว่าในอนาคตหัวเหว่ยยังได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นต่อไป เนื่องจากส่วนแบ่งการตลาดที่สูงเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดรวม ทำให้มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ที่มากขึ้น อีกทั้งบริษัทยังมีเทคโนโลยี 5G ในมือซึ่งพร้อมสนับสนุนให้สินค้าโดดเด่นจากคู่แข่ง

alt="Canalys China Q3 2019"

ที่มา: Canalys [1], [2]

from:https://www.blognone.com/node/112871

เว็บรับซื้อสมาร์ทโฟนมือสองเผย คะแนน Loyalty ของ iPhone ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 เหลือเพียง 72%

เว็บไซต์ BankMyCell ที่ให้บริการสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ นำเครื่องเก่ามาขายต่อหรืออัพเกรดเป็นเครื่องใหม่ เปิดเผยรายงานที่รวบรวมจากลูกค้ากว่า 38,000 คน ตั้งแต่ตุลาคมปี 2018 โดยโฟกัสไปที่ความผูกพันภักดี (loyalty) ของลูกค้าแอปเปิล พบว่าค่าความผูกพันลดลงถึง 15%

ข้อมูลพบว่ามีลูกค้าถึง 26% ที่นำ iPhone X มาขายเพื่อไปซื้อสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น ขณะที่ผู้ใช้ซัมซุง Galaxy S9 มีเพียง 7.7% เท่านั้นที่ย้ายไป iPhone ส่วน 92.3% ที่เหลือยังเลือกอยู่ในระบบปฏิบัติการ Android

BankMyCell บอกว่าค่าความผูกพันของ iPhone นั้นต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 โดยอยู่ที่ 73% เทียบกับปี 2017 ซึ่ง iPhone มีค่าความผูกพันสูงสุดถึง 92%

ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าข้อสรุปดังกล่าวมาจากข้อมูลจำนวนที่ไม่มาก อีกทั้งตัวเลขนี้ก็ขัดแย้งกับรายงานของ CIRP ที่บอกเมื่อต้นปี 2019 ว่าระดับความผูกพันของ iPhone ยังอยู่ที่ 91% ไม่ได้น้อยอย่างที่ BankMyCell บอก

ที่มา: CNET ผ่าน 9to5Mac

alt="iPhone"

from:https://www.blognone.com/node/110911

ผลการศึกษาพบ สมาร์ทโฟนที่มีการเคลมแจ้งปัญหาเครื่องน้อยที่สุดคือ Huawei และ Apple

บริษัทวิจัย Harris Interactive ของฝรั่งเศส ได้เก็บรวบรวมข้อมูลบริการหลังการขาย จากเชนเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ Darty โดยเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการขอรับการซ่อมแซมสินค้าที่มีปัญหา ซึ่งยังอยู่ในช่วงรับประกัน โดยเป็นข้อมูลเครื่องใช้ไฟฟ้าหมวดต่าง ๆ รวมทั้งสมาร์ทโฟนด้วย

ข้อมูลพบว่าในช่วงระยะรับประกันสินค้า แบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีอัตราการเคลมแจ้งปัญหาต่ำที่สุด อันดับ 1 คือ Honor แบรนด์ลูกของ Huawei ส่วนอันดับ 2 ก็คือ Huawei เอง ตามด้วยอันดับที่ 3 คือ Apple

รายงานยังบอกว่าค่าเฉลี่ยที่คนเปลี่ยนสมาร์ทโฟนไปเป็นเครื่องใหม่อยู่ที่ราว 3 ปี

ที่มา: Phone Arena

alt="iPhone"

alt="Study from Harris Interactive"

from:https://www.blognone.com/node/110205

[Gartner] ยอดขาย iPhone ไตรมาส 4/2018 ลดลงมากที่สุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ Huawei เติบโตสูง

บริษัทวิจัยตลาด Gartner รายงานตลาดสมาร์ทโฟนของไตรมาสที่ 4 ปี 2018 ภาพรวมมียอดขายทั่วโลกรวม 408.4 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2017 โดยการเติบโตส่วนใหญ่มากรุ่นราคาประหยัด (entry-level) และรุ่นราคากลาง ขณะที่สินค้ากลุ่มบน มียอดขายที่ชะลอตัว ทั้งจากลูกเล่นเทคโนโลยีใหม่ที่มีเพิ่มเติมไม่มาก รวมทั้งราคาเครื่องที่เพิ่มสูงขึ้น

ไฮไลท์ตัวเลขของไตรมาสที่ผ่านมาคือแอปเปิล มียอดขาย 64.5 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งการตลาด 15.8% คิดเป็นอันดับ 2 รองจากซัมซุง โดยลดลงถึง 11.8% เป็นตัวเลขที่ลดลงมากที่สุดในรอบ 3 ปี ของแอปเปิล โดยมาจากยอดขายที่ลดลงในเกือบทุกภูมิภาคยกเว้นอเมริกาและเอเชีย (ไม่รวมจีน)

ซัมซุงแม้จะมีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 1 (70.8 ล้านเครื่อง, 17.3%) แต่ก็ลดลง 4.4% ขณะที่ Xiaomi และ Huawei ได้ส่วนแบ่งที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ถูกแบรนด์จากจีนเข้ามาแย่งตลาดมากขึ้น

Huawei มียอดขายในไตรมาส 4/2018 รวม 60.4 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่ง 14.8% อยู่ในอันดับที่ 3 ส่วนอันดับ 4-5 คือ OPPO และ Xiaomi ตามลำดับ

ที่มา: Gartner

alt="Gartner"

from:https://www.blognone.com/node/108263

AirPods เป็นสินค้า Apple ที่ยอดขายเติบโตสูงสุดอันดับที่ 2 แม้ไม่มีรุ่นใหม่ออกมาเลย

บริษัทวิจัย Above Avalon ออกรายงานระบุว่า AirPods กลายเป็นสินค้าของแอปเปิลที่มีการเติบโตของยอดขายสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในช่วง 2 ปีแรก นับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย ที่น่าสนใจกว่านั้นในปีที่ผ่านมาช่วงเทศกาลวันหยุด อัตราการค้นหา AirPods บนกูเกิลก็เพิ่มขึ้นถึง 500% จากปีก่อนหน้า

สำหรับอันดับ 1 ของการเติบโตด้านยอดขายคือ iPad ซึ่งหากจำได้ ความนิยมของ iPad เพิ่มสูงขึ้นมากตั้งแต่แอปเปิลออก iPad 2 มาจนถึง iPad 3

แอปเปิลไม่เคยเปิดเผยยอดขาย AirPods แบบทางการ แต่ Above Avalon ประเมินว่าถึงตอนนี้แอปเปิลขาย AirPods ไปแล้วมากกว่า 25 ล้านชุด และคาดว่าตัวเลขจะแตะ 50 ล้านภายในปีนี้ (2019) ที่น่าสนใจคือ AirPods มีอัตรายอดขายที่เติบโตสูง โดยไม่มีการออกรุ่นอัพเดตเลย สะท้อนความนิยมและความต้องการที่เพิ่มมาเรื่อย ๆ นั่นเอง

ที่มา: 9to5Mac

alt="AirPods"

alt="Graph"

from:https://www.blognone.com/node/108098

[IDC] ผู้ผลิตอุปกรณ์ IT Infrastructure ขายสินค้าให้คลาวด์ได้มากกว่าโครงสร้างเดิมได้เป็นครั้งแรก ในไตรมาส 3/2018

IDC รายงานภาพรวมของตลาดสินค้าโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure) สำหรับคลาวด์ ได้แก่ เซิร์ฟเวอร์, สตอเรจระดับองค์กร และสวิตช์อีเธอร์เน็ต ของไตรมาสที่ 3 ปี 2018 พบว่ามีการเติบโต 47.2% จากช่วงเดียวกันในปี 2017 มีรายได้รวมมากกว่า 16,800 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวรวมทั้งการขายอุปกรณ์สำหรับคลาวด์แบบ Public และ Private หากคิดตัวเลขรวมไปถึงระดับผู้ให้บริการคลาวด์ รายได้รวมจะอยู่ที่ 65,200 ล้านดอลลาร์

คลาวด์แบบ Public เป็นรายได้ส่วนใหญ่ของตลาดอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐาน คิดเป็น 68.8%

ข้อมูลที่น่าสนใจคือในไตรมาส 3/2018 นั้น ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานไอทีขายสินค้าให้กับการใช้งานคลาวด์ ได้มากกว่าการขายเพื่อนำไปใช้ในองค์กรไอทีแบบเดิมได้เป็นไตรมาสแรก โดยรายได้จากคลาวด์คิดเป็น 50.9% ของรายได้ทั้งหมด สะท้อนแนวโน้มที่องค์กรเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบคลาวด์มากขึ้น IDC ประเมินว่าในปี 2022 รายได้จากการนำไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบเดิมจะลดลงเป็น 42.4%

เดลล์มีส่วนแบ่งรายได้อันดับ 1 ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ 14.2% ส่วนอันดับ 2 คือ HPE กับ New H3C และอันดับ 3 คือ Cisco

ที่มา: IDC

alt="IDC"

from:https://www.blognone.com/node/107528