คลังเก็บป้ายกำกับ: MAINFRAME

BMC ซื้อกิจการซอฟต์แวร์เมนเฟรมคู่แข่ง Compuware

BMC บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับลูกค้าองค์กร ประกาศเข้าซื้อกิจการ Compuware ผู้พัฒนาโซลูชันซอฟต์แวร์บนเมนเฟรม โดยไม่เปิดเผยมูลค่าของดีล

การควบรวมกิจการของสองบริษัทนี้ BMC ระบุว่าจะทำให้บริษัทมีชุดเทคโนโลยีสำหรับลูกค้าองค์กรในการเปลี่ยนผ่านไปสูง DevOps ที่ครบถ้วนมากขึ้น ทั้งการจัดการเมนเฟรม, ความปลอดภัยไซเบอร์, การพัฒนาแอพพลิเคชั่น, การจัดการข้อมูล และการจัดการสตอเรจ

ที่น่าสนใจคือทั้ง BMC และ Compuware เป็นสองบริษัทซอฟต์แวร์บนเมนเฟรมที่เป็นคู่แข่งมานาน ซึ่งก็มาควบรวมกิจการกันในที่สุด

ที่มา: BMC และ ZDNet

alt="BMC acquires Compuware"

from:https://www.blognone.com/node/114970

Google เข้าซื้อกิจการ Conerstone ผู้เชี่ยวชาญด้านการ Migrate ระบบเมนเฟรม

Google ได้ยกระดับความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเพื่อย้าย Workload จากระบบเมนเฟรมสู่ Cloud ไปอีกขั้นด้วยการเข้าซื้อกิจการของ Conerstone

Credit: ShutterStock.com

Conerstone เป็นบริษัทสัญชาติเนเธอแลนด์ที่ให้บริการช่วยลูกค้าย้าย Legacy Workload สู่ Public Cloud โดยทีมงานใหม่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโซลูชัน mainframe-to-GCP ทั้งนี้ทาง Google เองเล็งเห็นแล้วว่ายังมีองค์กรจำนวนมากที่ยังใช้งานแอปพลิเคชันสำคัญบนเมนเฟรมอยู่ ซึ่งได้สอดคล้องกับที่ก่อนหน้าที่มีการเปิดตัวเมนเฟรม IBM Power Systems ใน Cloud ของตนด้วย

โดยเทคโนโลยีจาก Conerstone จะช่วยจัดการโปรเซสของ Workload แบบเก่าออกเป็นบริการแบบ Cloud-native โดยอัตโนมัติให้สามารถบริหารจัดการได้ในสภาพแวดล้อมแบบ Containerized นอกจากนี้ยังสามารถ Migrate ฐานข้อมูลได้ด้วย

ที่มา :  https://techcrunch.com/2020/02/19/google-cloud-acquires-mainframe-migration-service-cornerstone/

from:https://www.techtalkthai.com/google-cloud-to-acquire-conerstone-mainframe-migration-consultant/

IBM เปิดตัวเมนเฟรม z15 พร้อมระบบเข้ารหัสป้องกันข้อมูลรั่วไหล, รองรับการรัน 2.4 ล้านคอนเทนเนอร์

IBM ประกาศเปิดตัว z15 เป็นสินค้าชิ้นใหม่ในไลน์คอมพิวเตอร์เมนเฟรม IBM Z โดยตัวเครื่องสามารถประมวลผลงาน web transaction ได้สูงสุดถึง 1 ล้านล้านครั้งต่อวัน รองรับการรันฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และรันลินุกซ์คอนเทนเนอร์ได้สูงสุดถึง 2.4 ล้านคอนเทนเนอร์

ตัวเครื่องเมนเฟรมจะอยู่ในตู้แร็คขนาด 19 นิ้ว มีเมนเฟรม 1-4 เครื่องรวมกันเป็น 1 ระบบ ซึ่งตัวเครื่องนี้เล็กกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง z14 ทำให้ผู้ใช้ประหยัดพื้นที่กว่ารุ่นเดิม 50% และประหยัดไฟกว่าเดิม 10% โดยสเปคของตัวเครื่องเมื่อเทียบกับ z14 แล้ว มีจำนวนคอร์ซีพียูมากกว่า 12% และเมมโมรี่มากกว่า 25% ซึ่ง IBM ระบุว่าเมนเฟรมนี้ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องกว่า 4 ปี และมีสิทธิบัตรในกลุ่ม IBM Z กว่า 3,000 รายการ

สำหรับ IBM z15 มีฟีเจอร์ชูโรงคือ Data Privacy Passport โดยข้อมูลที่สร้างจากเครื่องเมนเฟรมจะเข้ารหัสก่อนส่งไปยัง public cloud หรือส่งไปยังบุคคลที่สาม เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นโดยเฉพาะจากพาร์ทเนอร์หรือบุคคลที่สาม ซึ่งจะเหมาะกับยุคปัจจุบันที่มีการส่งข้อมูลไปมาเป็นจำนวนมาก

แม้ว่าเมนเฟรมจะเป็นอุปกรณ์ในยุคเก่า แต่หลังจากที่ IBM ซื้อ Red Hat ทางบริษัทก็ได้พัฒนาให้เมนเฟรมรองรับการใช้งานกับ OpenShift ซึ่ง Ross Marui ผู้จัดการทั่วไปของหน่วยเมนเฟรม IBM ระบุว่า IBM จะนำ OpenShift ให้ใช้งานบนแพลตฟอร์มสำคัญ ๆ ของ IBM ทุกแพลตฟอร์ม

ที่มา – TechCrunch, ZDNet, IBM

No Description
ภาพจาก IBM

from:https://www.blognone.com/node/111899

เปิดตัว IBM z15 ระบบ Mainframe ล่าสุด รองรับ 2.4 ล้าน Container ในระบบเดียว

IBM ได้ออกมาประกาศเปิดตัว IBM z15 แล้วอย่างเป็นทางการเพื่อตอบโจทย์ด้านการจัดการกับข้อมูลปริมาณมหาศาลบน Hybrid Multicloud และมาพร้อมกับความสามารถที่จะช่วยเสริมประเด็นทางด้าน Data Privacy ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทุกๆ ธุรกิจในยามนี้ด้วย

Credit: IBM

IBM z15 นี้ใช้เวลาพัฒนายาวนานถึง 4 ปีโดยมีการนำสิทธิบัตรของ IBM มากกว่า 3,000 รายการมาใช้ภายในระบบนี้ โดยความสามารถที่โดดเด่นของ IBM z15 มีดังนี้

  • รองรับการประมวลผล Web Transaction ได้มากถึง 1 ล้านล้านรายการต่อวัน
  • รองรับ Linux Container มากถึง 2.4 ล้าน Container ภายในระบบเดียว
  • สามารถลด Latency ลงกว่าเดิมได้ถึง 30 เท่าและใช้ CPU Utilization น้อยลงถึง 28 เท่า ด้วยการทำ Compression แล้วค่อยทำ Encryption ให้กับข้อมูล Web Transaction ที่เกิดขึ้นโดยใช้ Integrated Accelerator for z Enterprise Data Compression มาช่วยในการบีบอัดข้อมูล
  • มีจำนวน Core สูงกว่า z14 ถึง 12% และรองรับหน่วยความจำสูงสุดได้มากขึ้นถึง 25%
  • เข้ารหัสข้อมูลในทุกๆ ส่วน โดยนำเทคโนโลยี IBM Data Privacy Passports เข้ามาใช้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมได้ว่าข้อมูลแต่ละชุดจะถูกจัดเก็บและแบ่งปันการใช้งานอย่างไร และสามารถทำการ Revoke การเข้าถึงข้อมูลได้ทันทีที่ต้องการ
  • รองรับการทำ Cloud-Native Development อย่างเต็มตัวสามารถใช้งานกับ Mission-Critical Workload ได้ และยังสามารถย้าย Workload ระหว่าง IBM z15 กับ Cloud ต่างๆ ได้อย่างอิสระ
  • Instant Recovery ความสามารถใหม่ที่จะมาช่วยลด Downtime ที่จะเกิดขึ้นกับระบบต่างๆ ที่ทำงานบน IBM z15 โดยจะเปิดให้การ Shutdown และ Restart บริการใดๆ ที่ทำงานบน IBM z15 นั้นสามารถเกิดขึ้นได้บนทรัพยากรอย่างเต็มพิกัด ทำให้มีความเร็วในการจัดการกับกระบวนการเหล่านี้สูงขึ้นนั่นเอง
  • มีระบบ Key Management ในตัวพร้อมใช้งานได้ทันที
  • รองรับการทำงานร่วมกับ IBM DS8900F ระบบ Enterprise Storage ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวมาได้

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBM z15 ได้ที่ https://www.ibm.com/th-en/marketplace/z15

ที่มา: https://newsroom.ibm.com/2019-09-12-IBM-Unveils-z15-With-Industry-First-Data-Privacy-Capabilities

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-z15-mainframe-is-announced/

เปิดตัว IBM z14 ZR1 ระบบ Mainframe รุ่นใหม่ สำหรับให้องค์กรนำไปใช้สร้าง Cloud โดยเฉพาะ

IBM ออกมาประกาศเปิืดตัว Mainframe รุ่นใหม่ที่เรียกว่า Skinny Mainframe ภายใต้ชื่อรุ่น IBM z14 ZR1 สำหรับใช้ทำ Public Cloud และ Private Cloud โดยเฉพาะ

 

Credit: IBM

 

จุดที่ต่างจาก Mainframe รุ่นอื่นๆ ของ IBM นั้นก็คือการที่ IBM z14 ZR1 เลือกใช้ตู้แร็ค 19 นิ้วตามมาตรฐาน ทำให้สามารถนำไปติดตั้งใช้งานภายใน Data Center ทั่วๆ ไปได้ง่ายขึ้น ในขณะที่จุดต่างระหว่าง Mainframe กับ Hardware ทั่วๆ ไปนั้น ทาง IBM ได้ชูประเด็นเรื่อง Security เป็นหลัก เพื่อให้ IBM z14 ZR1 นี้ถูกนำไปใช้สร้าง Public Cloud หรือ Private Cloud ที่รองรับ Mission Critical Application ซึ่งต้องการความมั่นคงปลอดภัยสูงและการเข้ารหัสข้อมูลให้มากที่สุด

นอกจากนี้ IBM z14 ZR1 นี้ยังรองรับ IBM Cloud Private เพื่อให้เหล่าองค์กรสามารถสร้างระบบ Cloud ด้วยเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกับ IBM Cloud สำหรับใช้งานภายในองค์กรและเชื่อมต่อกับ IBM Cloud ได้โดยง่ายอีกด้วย

IBM z14 ZR1 นี้มาพร้อมกับหน่วยความจำ 8TB ในตัว ถือว่าสูงกว่ารุ่น z13 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้าถึง 10% และรองรับการเข้ารหัส Transaction มากถึง 850 ล้าน Transaction ต่อวัน

สำหรับรายละเอียดของ IBM z14 ZR1 สามารถศึกษาได้ที่ http://www.redbooks.ibm.com/abstracts/sg248550.html?Open ครับ

 

ที่มา: https://venturebeat.com/2018/04/09/ibm-launches-skinny-mainframe-for-the-cloud/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-z14-zr1-mainframe-for-cloud-is-announced/

HPE ปัดฝุ่นเซิร์ฟเวอร์ซีรี่ย์เก่าอย่าง Superdome ด้วยเทคโนโลยีจาก SGI

Hewlett-Packard Enterprise (HPE) ได้อัพเดตเซิร์ฟเวอร์ Superdome ของตนเองโดยใช้เทคโนโลยีของ SGI ที่เพิ่งซื้อกิจการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถนำเซิร์ฟเวอร์รุ่นดึกดำบรรพ์มาใช้กับเทคโนโลยีคลาวด์ยุคใหม่ได้

SGI เคยเป็นบริษัทที่มีฮอลลีวูดเป็นลูกค้าเหนียวแน่นมายาวนาน โดยเฉพาะการมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการประมวลผลภาพยนตร์จูราสิกพาร์คชื่อดัง ก่อนจะตกอับจนเปลี่ยนมือเจ้าของรัวๆ จนในที่สุดมาอยู่ในอ้อมกอดของ HPE จนเป็นที่มาของการเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Superdome แบบใหม่ที่ใช้แทคโนโลยีประมวลผลในหน่วยความจำ NUMAlink จาก SGI

Superdome แบบเดิมนั้นใช้ชิป Itanium เก่าของอินเทลมานาน จนกระทั่งตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ Intel Xeon E7 ที่เป็นชิปรุ่นไฮเอนด์ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ RAS จากทั้ง Itanium และ RISC พร้อมเปลี่ยนชื่อรุ่นใหม่เป็น “Superdome Flex” ด้วยดีไซน์แบบมอดดูลาร์ที่อัพเกรดได้ถึง 32 ซีพียู และยกระดับหน่วยความจำได้ถึง 48 TB เพื่อรองรับโหลดงานที่ใช้หน่วยความจำอย่างหนักเช่น Apache Spark, SAP HANA, Microsoft SQL, และ Oracle Database In-Memory

โดยทีเด็ดของ Superdome Flex ก็คือระบบการเชื่อมต่อแบบ NUMAlink จาก SGI ซึ่งเป็นแฟบริกที่เชื่อมต่อระหว่างซีพียูและหน่วยความจำจำนวนมาก ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีอายุยาวนาน ตั้งแต่สมัย SGI ใช้รันหน่วยประมวลผลแบบ MIPS เลยทีเดียว นอกจากนี้ HPE ยังรีแบรนด์เซิร์ฟเวอร์ของ SGI อย่าง UV 300 และ MC990 X ใหม่ด้วย

ที่มา : https://www.networkworld.com/article/3236789/data-center/hpe-refreshes-its-superdome-servers-with-sgi-technology.html

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8754

10 เหตุผล ที่ระบบเมนเฟรมยังคงใช้งานอยู่ใน ดาต้าเซ็นเตอร์

ยังมีอีกหลายบริษัททั่วโลกนี้ที่ยังพึ่งพาเมนเฟรมในการประมวลผลงานที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ซึ่งหลังจากกระแสคลาวด์คอมพิวติงเข้ามาแย่งตลาดเซิร์ฟเวอร์หรือดาต้าเซ็นเตอร์อย่างหนักนั้น ทำให้คนในวงการไอทีมากมายแอบคิดว่าวันที่รุ่งเรืองที่สุดของคอมพิวเตอร์แบบเมนเฟรมกลายเป็นอดีตไปแล้ว

แต่จากการศึกษาล่าสุดของผู้ให้บริการโซลูชั่นไอทีระดับองค์กรอย่าง BMC กลับชี้ชัดว่า เครื่องเมนเฟรมยังคงครองตลาดได้ไปอีกหลายปี โดยจากการสำรวจผู้บริหารด้านไอทีและธุรกิจต่างๆ มากกว่า 1,000 ราย พบว่าส่วนใหญ่มองภาพเมนเฟรมเป็น “สิ่งที่ยั่งยืน” และโลกทางธุรกิจยังคงต้องพึ่งเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการทั่วไปขององค์กรได้อย่างครอบคลุม

และที่สำคัญที่สุด พบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีความสนใจที่จะทำงานร่วมกับเมนเฟรมมากขึ้น ซึ่งประเด็นสำคัญของรายงานวิจัยของ BMC มีดังต่อไปนี้

1. การมีคุณค่าระยะยาว
BMC พบว่า ผู้บริหารกว่า 91 เปอร์เซ็นต์ ยังไว้ใจและเชื่อมั่นในความยั่งยืน และอายุยืนยาวของระบบเมนเฟรม ขณะที่มี 47 เปอร์เซ็นต์ที่มองว่าเมนเฟรมสามารถเติบโตและรองรับโหลดงานใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากการสำรวจปีที่แล้วที่มีผู้เห็นด้วยที่ 42 เปอร์เซ็นต์

2. ความเร็วการประมวลผลที่ไวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยวัดในหน่วยล้านคำสั่งต่อวินาที หรือ MIPS ซึ่งจากผลสำรวจของ BMC นั้น พบว่า 48 เปอร์เซ็นต์เห็นการอัพเกรดจนได้ MIPS ที่โตมากขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา และกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่สำรวจมองเห็น MIPS ของตัวเองว่าต้องเติบโตขึ้นไปอีกในปีหน้า

3. การลดค่าใช้จ่ายจะกลายเป็นหัวใจหลักของระบบเมนเฟรม
จากผลสำรวจพบว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คนส่วนใหญ่คาดหวังจากเมนเฟรมในปี 2561 คือ “การลดต้นทุน” และ “การใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด” ซึ่งกว่าสองในสามของผู้ที่สำรวจกล่าวว่า เรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายถือเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งในการใช้งานเมนเฟรมในปีหน้า

4. ประเด็นสำคัญถัดมาได้แก่ความปลอดภัยของข้อมูล และความพร้อมในการให้บริการแอพพลิเคชั่น
BMC พบว่า 44 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่สำรวจได้จัดให้เรื่องของความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับต้นๆ ในการใช้งานเมนเฟรม ตามมาติดๆ ด้วยเรื่องของ “ความพร้อมในการให้บริการแอพพลิเคชั่น” และ “การปรับแต่งแอพพลิเคชั่นให้ทันสมัย” ซึ่งทั้งสองหัวข้อได้รับเสียงโหวตคิดเป็น 42 เปอร์เซ็นต์ โดยมีแค่ 18 เปอร์เซ็นต์ที่มองว่าเรื่องของการหาเอาต์ซอร์สเป็นเรื่องที่สำคัญของตน

5. ปริมาณข้อมูล และการเข้าออกของข้อมูลสูงขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับข้อมูลที่จัดการผ่านเมนเฟรมได้เพิ่มปริมาณมากกว่าปีก่อนหน้า สำหรับผู้ที่สำรวจกว่า 51 เปอร์เซ็นต์ โดยมี 34 เปอร์เซ็นต์ที่ปริมาณข้อมูลไม่ได้เปลี่ยนแปลง และมีเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ที่กล่าวว่าข้อมูลที่ประมวลผลมีปริมาณลดลง

6. เรื่องของการโหลดงาน
สำหรับเรื่องโหลดพีคสูงกะทันหันนั้น พบว่า 46 เปอร์เซ็นเตอร์นั้น เคยเจอเหตุการณ์ที่โหลดงานพุ่งสูงอย่างกระทันหันในรอบปีที่ผ่านมา ขณะที่ 42 เปอร์เซ็นต์ไม่เคยเจอเหตุการณ์ดังกล่าว และมีเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ที่กล่าวว่าจำนวนครั้งของโหลดพีคได้ลดลง

7. การลงทุนต่อเนื่อง
หลายองค์กรกำลังลงทุนพัฒนาทักษะของตนเองเพื่อตามเทคโนโลยีของเมนเฟรมให้ทัน โดยมีกว่า 39 เปอร์เซ็นต์กำลังลงทุนด้านการอบรมพนักงาน ขณะที่ 22 เปอร์เซ็นต์แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการดึงโหลดงานบางส่วนออกจากเมนเฟรม

8. ช่วงอายุของคนที่ใช้งานเมนเฟรม
แม้ภายนอกจะมองว่าเมนเฟรมเป็นเรื่องของคนแก่และล้าหลัง แต่กว่า 53 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ทำงานร่วมกับเมนเฟรมกลับมีอายุต่ำกว่า 50 ทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่กว่า 46 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่สำรวจจะอยู่ในช่วงอายุ 30 – 49 ปี

9. เจนวายต่างก็ชื่นชอบเมนเฟรม
สำหรับกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 30 ปีนั้น กว่า 54 เปอร์เซ็นต์มองว่าเมนเฟรมจะได้รับความนิยมในองค์กรเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า

10. ราคายังเป็นปัจจัย
อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมนเฟรมจากผู้ที่สำรวจกว่าครึ่ง พบว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องสะดุดในการเอื้อมถึงเมนเฟรมคือ ราคาซอฟต์แวร์ของ IBM ขณะที่ 44 เปอร์เซ็นต์มองว่าปัญหาใหญ่สุดกลับเป็นราคาของฮาร์ดแวร์ นอกจากนั้นยังมองถึงเรื่องการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่มีทักษะเพียงพอด้วย

ที่มา : http://www.eweek.com/servers/10-reasons-why-mainframes-are-still-at-work-in-enterprise-data-centers

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8624

Splunk จับมือ IBM รองรับการวิเคราะห์ข้อมูลจาก IBM Z ได้แล้ว

Splunk และ IBM ได้ออกมาประกาศความเป็นพันธมิตรร่วนมกัน เพื่อผสานระบบ Mainframe อย่าง IBM Z เข้ากับโซลูชันของ Splunk ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลภายใน Data Center ของ Splunk สามารถตอบโจทย์ IT Operations Analytics (ITOA) ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

Credit: Splunk

 

ในความร่วมมือครั้งนี้ IBM ได้พัฒนาให้ IBM Common Data Provider for z Systems (CDPz) สามารถส่งข้อมูลของ IBM Z ไปยัง Splunk ได้ ไม่ว่าจะเป็น SMF, Logs, Application Data และอื่นๆ ทำให้ Splunk สามารถรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไปทำการจัดระเบียบ, ทำ Correlation และทำ Data Visualization ร่วมกับระบบอื่นๆ ได้จากศูนย์กลาง

ข้อมูลจาก IBM Z นี้อาจเป็นข้อมูลปริมาณมหาศาลกว่าที่ใครๆ คิด เพราะที่ผ่านมา IBM Z นั้นมักอยู่ภายในระบบขนาดใหญ่ที่มี Transaction สำคัญจำนวนมากเกิดขึ้น และในแต่ละวัน IBM Z นี้ต้องรับภาระในการประมวลผล Transaction มากถึง 3,000 ล้านรายการต่อวัน Transaction เหล่านี้เกิดขึ้นจากการจ่ายเงินผ่านบัตรรูปแบบต่างๆ เป็นมูลค่ากว่า 6 ล้านล้านเหรียญหรือราวๆ 210 ล้านล้านบาท เรียกได้ว่า IBM Z เองก็เป็น Data Source แห่งหนึ่งของระบบ Big Data ก็คงไม่ผิดนัก

บทบาทของ Splunk ในที่นี้ก็คงไม่พ้น Big Data Analytics Tool ที่สามารถรวมข้อมูลจาก IBM Z เข้ากับ Data Source แหล่งอื่นๆ ทั้งจาก On-premises และ Cloud มาทำการวิเคราะห์รวมกันเพื่อค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบให้ได้อย่างทันท่วงที หรือทำนายปัญหาล่วงหน้าด้วย Machine Learning และทำการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ได้เร็วที่สุด ลด Downtime ของระบบให้ต่ำที่สุดตามแนวคิดของการทำ ITOA นั่นเอง

 

ทดสอบใช้งาน Software และ Download Free Whitepaper

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการทดสอบ Software ต่างๆ จาก STelligence หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก Whitepaper สามารถโหลดได้จาก URL ดังต่อไปนี้

 

ติดต่อ STelligence ได้ทันที

stelligence_logo

ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านระบบ Data Analytics หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทดสอบระบบ Solution Network Monitoring หรือระบบ Data Center Monitoring, ระบบ Network Operation Center (NOC), ระบบ Security Operation Center (SOC), ระบบ SIEM ได้ทาง

  • ติดต่อบริษัท STelligence ได้ที่ info@stelligence.com
  • ติดต่อคุณธเนศ ฝ่ายขาย โทร 089-444-2443 หรือโทร 02-938-7475
  • สามารถกด Like เพื่อรับข่าวสารข้อมูลอัพเดต และ Use case ที่น่าสนใจมากมาย : http://www.facebook.com/stelligence
  • พูดคุยกับทางทีมงานได้แบบ Real-time ผ่าน Line ID : @stelligence
    stelligence-line-id

ที่มา: https://www.splunk.com/blog/2017/08/22/insane-in-the-mainframe-splunk-and-ibm-partner-to-provide-end-to-end-visibility-for-joint-customers.html

from:https://www.techtalkthai.com/splunk-and-ibm-support-ibm-z-data-to-splunk/

อันตราย ! เมนเฟรมเก่า อาจกลายเป็นประตูชั้นดีให้แฮ็กเกอร์เข้ามาในระบบ

ทาง Trend Micro สำรวจพบว่า มีการใช้เมนเฟรมแบบเก่าในหลายองค์กร เพื่อใช้ประมวลผลข้อมูลระดับ Big Data ตั้งแต่ในสถาบันการเงิน, โทรคมนาคม, ไปจนถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือ ISP, สายการบิน, และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยข้ออ้างที่ว่า ในเมื่อเครื่องเดิมยังไม่เสีย จะทิ้งทำไมให้เปลือง โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงช่องโหว่ความปลอดภัยที่อยู่ในระดับกู่ไม่กลับเลยแม้แต่นิดเดียว

โดย Trend Micro ตรวจพบสถานะออนไลน์ที่เข้าถึงได้จากภายนอกของเมนเฟรมจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องที่เปิดช่องโหว่ไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ ผ่านการใช้เสิร์ชเอนจิ้นสำหรับค้นหาอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะอย่าง Shodan

เมนเฟรมถือเป็นคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงที่เป็นแกนหลักในการประมวลผลสำหรับเอนด์พอยต์ในองค์กรทั้งหลาย ต่างจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ตรงที่ออกแบบมาเพื่อประมวลผลข้อมูลมหาศาลทางธุรกิจเป็นหลัก

มีนักวิจัยที่สาธิตการโจมตีช่องโหว่บนเมนเฟรมมาแล้ว ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเมนเฟรมรุ่นเดอะเหล่านี้อ่อนไหวต่อการโจมตีแบบ DDoS และ Brute Force เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งสามารถใช้ช่องโหว่ที่เข้าถึงข้อมูลหัวใจหลักขององค์กร หรือของลูกค้าองค์กรในการโจมตีแบบหลอกลวงที่แทรกเข้าไปอยู่ในกระบวนการทางธุรกิจ หรือ BPC ได้ ทั้งนี้ Trend Micro แนะนำให้ยกระดับความปลอดภัยด้วยการใช้ VPN, โพลิซีการยืนยันตน, และออดิทด้านความปลอดภัยอย่างแข็งแกร่งสม่ำเสมอ รวมทั้งติดตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากผู้ผลิต

ที่มา : http://blog.trendmicro.com/trendlabs-security-intelligence/online-exposed-mainframes-business-process-compromise

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7371

IBM เปิดตัวเมนเฟรม z14 รุ่นใหม่ สมรรถนะดีพอที่จะเข้ารหัสข้อมูลทุกอย่างตลอดเวลา

IBM เปิดตัวคอมพิวเตอร์เมนเฟรมตระกูล Z รุ่นใหม่ (นับเป็นรุ่น z14 แล้ว) จุดเด่นคือสมรรถนะระดับสูงพอที่จะ “เข้ารหัสทุกสิ่งทุกอย่าง” ในทุกแอพพลิเคชันตลอดเวลา

IBM ระบุว่าโลกปัจจุบันจำเป็นต้องเข้ารหัสข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ แต่การเข้ารหัสมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและความซับซ้อนในการจัดการ ส่งผลให้ IBM z14 พัฒนาเอนจินเข้ารหัสทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นถึง 7 เท่า (เทียบกับ z13) และคุยว่าเหนือกว่าระบบที่เป็น x86 ถึง 18 เท่า

นอกจากประสิทธิภาพเรื่องเข้ารหัสแล้ว IBM z14 ยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ที่ปกป้องกุญแจเข้ารหัสที่ระดับฮาร์ดแวร์ (ผ่านมาตรฐาน FIPS ของรัฐบาลสหรัฐที่ level 4)

No Description

กลุ่มเป้าหมายของ IBM z14 คือองค์กรขนาดใหญ่ที่กลัวปัญหาข้อมูลรั่วไหล (data breach) และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ (compliance) ของหน่วยงานภาครัฐ

นอกจากนี้ การที่ IBM z14 มีประสิทธิภาพด้าน encryption ที่ดี ยังส่งผลให้มันเหมาะกับงานประมวลผล blockchain และ IBM เองก็นำ z14 ไปรันบริการคลาวด์ IBM Blockchain ของตัวเองด้วย

ที่มา – IBM

from:https://www.blognone.com/node/94002