คลังเก็บป้ายกำกับ: MACBOOK_AIR_2018

Review – MacBook Air 2018 : โน้ตบุ๊คบางเบาประสิทธิภาพดี มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่บางเบากว่าเดิม (ฉบับแปล)

เปิดตัวและวางจำหน่ายออกมาได้สักพักแล้วครับกับ MacBook Air 2018 ที่ได้รับการอัพเกรดมาใหม่ ในวันนี้นั้นเพื่อที่จะเป็นข้อมูลให้ท่านที่สนใจอยากได้ Apple MacBook Air 2018 เอาไว้มาใช้ทำงานสักเครื่องหรือต้องการอัพเกรดมาเป็นรุ่น 2018 จากรุ่นเดิม เราจึงขอนำเอารีวิวจากทาง The Verge มาให้คุณๆ ได้ดูกันครับว่ามันจะคุ้มค่ากับราคาหรือไม่ ว่าแล้วก็ไปติดตามกันได้เลยครับ

จุดแรกนั้นที่ต้องคุยกันเลยนั้นก็คือเรื่องของราคาครับ โดยราคาของ Apple MacBook Air 2018 รุ่นที่ถูกที่สุดนั้นจะอยู่ที่ 42,900 บาทครับ ด้วยราคานี้นั้นคุณจะได้รับสิ่งใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลที่ใช้รุ่นใหม่ล่าสุด, หน้าจอรุ่นใหม่, ขอบหน้าจอที่บางลงกว่าเดิม, Touch ID, T2 security chip, trackpad ที่ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมและตัวเครื่องที่เล็กลงกว่าเดิมครับ ซึ่งสิ่งที่เพิ่มใหม่ทั้งหมดทั้งมวลนี้นั้นก็ได้รับมาจากรุ่นพี่ที่ได้มีการอัพเกรดกันไปก่อนหน้านี้แล้วนั่นเองครับ

สำหรับท่านที่ตั้งใจจะซื้อ MacBook อยู่แล้วนั้นสิ่งหนึ่งที่ท่านต้องพิจารณาก่อนเลยครับนั่นก็คือเรื่องของราคาเพราะว่าหากคุณเพิ่มเงินอีก 5,000 บาทแล้วนั้นคุณจะสามารถอัพเกรดไปซื้อ MacBook Pro 2018 ขนาดจอ 13 นิ้วได้แล้วซึ่งแน่นอนครับว่ามันย่อมคุ้มค่ากว่าแน่นอนเนื่องจากสเปคที่คุณจะได้รับเพิ่มขึ้นมานั้นก็ถือว่าดีกว่ากันมากแถมน้ำหนักของตัวเครื่องนั้นก็ต่างกันที่ราวๆ 122.47 g เท่านั้น หรือหากท่านอยากได้เครื่องที่เล็กกว่านี้ละก็ MacBook 2018 ขนาดจอ 12 นิ้วก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะราคานั้นจะเพิ่มจาก MacBook Air 2018 อยู่ที่ราวๆ 5,000 บาทเท่ากันแต่ก็ได้ในส่วนของแหล่งเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นมาเป็น 256 GB ทว่าสเปคนั้นก็ต่ำกว่าอยู่หน่อยครับ

เอาล่ะครับหากคุณคิดว่า MacBook Air 2018 ยังเป็นสิ่งที่คุณต้องการแล้วล่ะก็เราก็มาดูกันเลยทีละส่วนดีกว่าครับว่าเจ้า MacBook Air 2018 นั้นจะเป็นอย่างไรบ้างโดยเริ่มต้นกันที่พอร์ตการเชื่อมต่อที่ MacBook Air 2018 นั้นได้ตัดเอาพอร์ตที่ชาร์จ MagSafe ออกไปแล้วเหมือนรุ่นพี่แล้วเปลี่ยนมาชาร์จผ่านพอร์ต USB Type-C ของตัวเครื่องแทน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมเลยก็คือบน MacBook Air 2018 นั้นจะมีพอร์ตมาให้แค่ 2 พอร์ตคือ USB Type-C ทั้งคู่ดังนั้นหากคุณทำการชาร์จตัวเครื่องไปใช้งานไปด้วยแล้วนั้นคุณจะเหลือพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่ออีกเพียงแค่พอร์ตเดียวเท่านั้นครับ

ที่ชาร์จของ MacBook Air 2018 นั้นมาพร้อมกับสายชาร์จแบบใหม่ที่จะไม่มีการหลุดเกิดขึ้นถ้าคุณเผลอย้ายเครื่องแล้วไม่ได้ดูสายชาร์จให้ดีก่อนซึ่งถือว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียครับเพราะหากพลาดแล้วงานนี้อาจจะมีสะดุดสายกันเข้าให้ได้ล่ะครับ อีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องทำใจไว้เลยก็คือคุณต้องซื้อ dongle adapters มาใช้ด้วยอย่างแน่นอนเพราะความที่ MacBook Air 2018 ไม่มีพอร์ตอื่นใดเพิ่มเข้ามาให้เลยดังนั้นคุณจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมี dongle เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณครับไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ 2, อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับรูปแบบการเชื่อมต่อ USB Type-A รวมไปถึง SD Card เป็นต้นครับ

หมายเหตุ – โชคยังดีครับที่บน MacBook Air 2018 นั้นมีพอร์ตการเชื่อมต่อ 3.5 mm audio jack มาให้คุณอยู่ครับ

ต่อมานั้นเรามาดูกันที่ส่วนของหน้าจอซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายๆ ท่านหันมาสนใจ MacBook กันเนื่องจากว่ามันมีความสวยงามในการแสดงสีสันเป็นอย่างมากครับ และบน MacBook Air 2018 นั้นก็มาพร้อมกับหน้าจอแบบ Retina Display ซึ่งมีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 2560 x 1600 pixels ซึ่งทำให้คุณมีพื้นที่ในการใช้งานบนหน้าจอมากว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดแบบ Full HD ครับ ตัวหน้าจอนั้นยังได้รับการออกแบบมาแบบขอบบางทำให้ตัวเครื่องนั้นเวลาใช้งานดูสวยงามมากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ(แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอขอบบางที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Windows นะครับเรียกว่าไม่แตกต่างกันมากจะดีกว่าครับ)

สิ่งหนึ่งที่ไม่น่าพิสมัยเท่าไรสำหรับตัวหน้าจอของ MacBook Air 2018 นั้นก็คือความสว่างของหน้าจอที่สูงสุดอยู่ที่ 300 nits ตามสเปคเท่านั้น ทว่าในการใช้งานจริงนั้นหากคุณนำไปใช้ในที่ๆ มีแสงจากสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมากคุณมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดความสว่างหน้าจอ 100% ถึงจะยังทำให้คุณได้เห็นสีสันและรายละเอียดของหน้าจอดังเดิมอยู่ แต่ถ้าสิ่งแวดล้อมที่คุณนำเอา MacBook Air 2018 ไปใช้งานนั้นมีความสว่างภายนอกค่อนข้างมากงานนี้ต่อให้ปรับยังไงก็เห็นไม่ชัดเหมือนใช้งานในที่แสงน้อยครับ

หมายเหตุ – หน้าจอของ MacBook Air 2018 นั้นไม่มีรุ่นที่รองรับการสัมผัสมาให้ใช้งานนะครับ ดังนั้นแล้วหากคุณอยากจะใช้งานเพื่อการออกแบบโดยใช้ Pen วาดบนหน้าจอแล้วล่ะก็มองข้าม MacBook Air 2018 ไปได้เลยครับ

 

มาต่อกันที่คีย์บอร์ดครับ สำหรับ MacBook Air 2018 นั้นมาพร้อมกับคีย์บอร์ดดีไซน์ “butterfly” รุ่นล่าสุดของทาง Apple ซึ่งมีระยะของแป้นพิมพ์ค่อนข้างที่จะติดกับตัวปุ่มทางด้านล่างเป็นอย่างมากทำให้เป็นการยากที่ฝุ่นนั้นจะเข้าไปอยู่ที่ใต้แป้นพิมพ์ของคีย์บอร์ด แต่ทว่ามันก็มีข้อเสียอยู่ตรงที่ว่าสำหรับผู้ที่พึ่งจะมาใช้ใหม่(รวมไปถึงเปลี่ยนมาจากรุ่นอื่น) อาจจะต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ ถึงจะชินกับแป้นพิมพ์ของ MacBook Air 2018 และยังมีเรื่องของเสียงรบกวนแค๊กๆ เวลากดแป้นพิมพ์เล็กน้อยอีกด้วยครับ

ถัดมาเป็นเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยและ Touch ID ที่ทำออกมาได้ดีเอามากๆ ความถูกต้องและแม่นยำนั้นสามารถทำให้คุณแทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ากำลังทำการปลดล๊อคตัวเครื่องอยู่ โดยถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถสู้กับ Face ID ได้แต่ทว่ามันก็มีความสะดวกสบายมากพอที่จะทำให้คุณรู้สึกดีเวลาปลดล๊อคตัวเครื่อง หนำซ้ำแล้วนั้น Touch ID ของ MacBook Air 2018 ยังให้ความรู้สึกดีกว่าการใช้งาน Touch ID บน Touch Bar ของ MacBook Pro อีกด้วยครับ

ยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้นนะครับด้วยชิปรักษาความปลอดภัยอย่าง Apple T2 นั้นจะยิ่งทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของผู้ไม่ประสงค์ดีทำได้ยากมากขึ้น นอกจากเจ้า T2 จะช่วยในส่วนของ Touch ID แล้วนั้นมันยังช่วยในเรื่องของการเข้ารหัสไฟล์ในแหล่งเก็บข้อมูลของคุณด้วยอีกต่างหากโดยที่การเข้ารหัสไฟล์บนแหล่งเก็บข้อมูลนั้นก็ไม่ไปแย่งทรัพยากรในส่วนของหน่วยประมวลผลของตัวเครื่องอีกด้วยเรียกได้ว่าตรงจุดนี้นนั้น Apple ทำออกมาได้ดีมากจริงๆ ครับ

หมายเหตุ – เจ้า T2 ยังช่วยในการปิดไมค์โครโฟนของตัวเครื่องขณะที่เครื่องล๊อคให้คุณด้วยเรียกได้ว่าสกัดสั้นได้ดีจริงๆ ครับ

หมายเหตุ 2 – ความสามารถของ T2 ยังเข้ามาช่วยในการประมวลผลในการเข้ารหัสไฟล์วีดีโอและการประมวลผลของเสียงได้อีกทำให้หน่วยประมวลผลไม่ต้องทำงานหนักมาก และที่จะลืมไปไม่ได้เลยนั้นเสียงที่ได้ออกมานั้นทำได้ดีมากๆ ซึ่งต้องขอบคุณ Apple ที่ให้ลำโพงคุณภาพดีติดมากับ MacBook Air 2018 ด้วยครับ

ตามมาติดๆ กับ TrackPad ที่ได้รับกสนอัพเกรดแบบยกเครื่องใหม่ซึ่งสิ่งแรกที่คุณจะเห็นได้เลยนั้นก็คือขนาดของตัว TrackPad นั้นใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ไม่ได้ใหญ่มากจนเกินไปเรียกได้ว่าพอเหมาะกับการใช้งาน(ไม่ใหญ่เท่ารุ่น MacBook Pro) นอกไปจากนั้นแล้วมันยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อย่าง “Force Touch” อีกด้วยต่างหากโดยเวลาที่คุณใช้นิ้วจิ้มลงไปบน TrackPad นั้นคุณจะได้รับแรงตอบกลับเบาๆ เสมือนกับว่าคุณกำลังคลิ๊กเมาส์แบบเชื่อมต่อภายนอกอยู่

สำหรับจุดสุดท้ายนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องขององค์ประกอบโดยรวมของตัวเครื่องที่มาในครั้งนี้นั้น Apple ยังคงความเป็น Apple ได้เช่นเดิมกับงานประกอบของตัวเครื่อง MacBook Air 2018 ที่ดูแล้วสวยงามมีความแข็งแรง แถมถึงแม้ว่าจะมีขนาดหน้าจอเท่ากับ MacBook Air รุ่นเก่าทว่าในส่วนของตัวเครื่องนั้นก็เล็กกว่าแบบที่วางเทียบกันจะเห็นได้อย่างชัดเจนซึ่งจุดนี้คงต้องขอบคุณดีไซน์ใหม่ของตัวเครื่องที่มาพร้อมกับขอบจอแบบบางเอามากๆ(เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) น้ำหนักของตัวเครื่องนั้นก็ลดลงพอสมควรทำให้การพกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมากขึ้นครับ

เอาล่ะครับเราเข้ามาถึงจุดสุดท้ายของการรีวิวของทาง The Verge ในครั้งนี้แล้วกับเรื่องของสเปคและประสิทธิภาพในการทำงานซึ่งตัวเครื่องที่ทาง The Verge นำมารีวิวนั้นจะมีสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • Display: 13.3-inch Retina Display, 2560 x 1600, 300 nits max brightness
  • Security: Touch ID, T2 chip
  • Processor: 8th Gen Intel Core dual-core i5 Y-Series, 1.6GHz
  • Storage: 128GB เพิ่มความจุได้สูงสุดที่ 1.5TB
  • RAM: 8GB เพิ่มได้สูงสุดถึง 16GB โดยเป็นหน่วยความจำแบบ LPDDR3
  • Battery: 50.3Wh สามารถใช้งาน web browsing ได้ต่อเนื่องยาวนาน 12 ชั่วโมง
  • Ports: 2 Thunderbolt 3 USB-C, headphone jack
  • Dimensions: 0.61 x 11.97 x 8.36 inches
  • Weight: 2.75 pounds หรือ 1.25 kg

สำหรับสิ่งหนึ่งที่จะต้องสนใจเป็นพิเศษเลยนั้นก็คือหน่วยประมวลผลของตัวเครื่องนั้นเป็น Core i5 ที่อยู่ในซีรีส์ Y ครับ นั่นหมายความว่าประสิทธิภาพในการประมวลผลของมันนั้นคงไม่สามารถเทียบเท่ากับ Core i5 ในซีรีส์ที่สูงกว่าได้ ดังนั้นหากคุณต้องการที่จะซื้อเครื่องเพื่อใช้สำหรับการประมวลผลหนักอย่างเช่นกันรัน macro ใน excel หลายๆ macro แล้วนั้น MacBook Pro 2018 ขนาดจอ 13 นิ้วดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างมาก แต่ถ้าคุณคิดจะนำมาใช้เพื่อการเข้าเว็บ, พิมพ์เอกสารทั่วไปและการทำงานอื่นๆ ที่ไม่ต้องใช้พลังในการประมวลผลมากนัก MacBook Air 2018 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งครับ

ในส่วนของหน่วยความจำที่เครื่องรุ่นเริ่มต้นมาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 8 GB นั้นถือว่ารองรับการใช้งานได้เป็นอย่างดีครับ แต่ส่วนที่ต้องคำนึงถึงมากหน่อยก็คือแหล่งเก็บข้อมูลที่ให้มาเพียง 128 GB เท่านั้นซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นแบบ SSD แต่ว่าหากพิจารณาสื่อต่างๆ ในปัจจุบันนั้นดูเหมือนว่าขนาดความจุของแหล่งเก็บข้อมูลที่ 128 GB นั้นจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานเท่าไรแล้วครับ เป็นไปได้แล้วคุณควรจะเลือกเพิ่มขนาดแหล่งเก็บข้อมูลให้มีอย่างน้อยก็ 256 GB ขึ้นไปทว่านั่นก็จะทำให้งบประมาณของคุณบานปลายครับ

ท้ายที่สุดแล้วครับกับเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ทาง Apple โฆษณาเอาไว้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมงในการเข้าชมเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ซึ่งจากการใช้งานจริงของทาง The Verge นั้นพบว่าในการเข้าใช้งานทั่วไปไม่ว่าจะเป็นดู YouTube, ตอบเมล ฯลฯ ตัวเครื่อง MacBook Air 2018 นั้นจะสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องที่ราวๆ 7 ชั่วโมงกว่าๆ โดยเวลาในการใช้งานนั้นจะขึ้นอยู่กับความสว่างของหน้าจอที่คุณปรับใช้ด้วยครับ

โดยรวมแล้วนั้น MacBook Air 2018 สามารถที่จะเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการใช้งานที่เข้าถึงทุกคนได้ครับ ด้วยตัวเครื่องที่เล็กและเบารวมทั้งอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่เรียกได้ว่าสามารถใช้งาน 1 วันได้สบายๆ นั้นก็เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับราคา ทว่าหากคุณต้องการเครื่องที่มีพลังในการประมวลผลที่แรงกว่าเพื่อให้เข้ากับงานชั้นสูงกว่าอย่างเช่นคุณตัดต่อวีดีโอหรือภาพเป็นอาชีพแล้วล่ะก็การเพิ่มงบอีก 5,000 บาทเพื่อที่จะหันไปซื้อ MacBook Pro รุ่นขนาดจอ 13 นิ้วดูจะเป็นตัวเลื่อกที่ดีกว่าครับ

ที่มา : theverge

from:https://notebookspec.com/apple-macbook-air-2018-review-the-present-of-computing/470177/

Advertisements

5 เหตุผลที่ MacBook Air 2018 น่าสนใจกว่า MacBook Pro

Apple เปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่าง ตามที่เราเคยนำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่จะสามารถดึงดูดความสนใจไปจาก MacBook Pro ได้หรือไม่?

เว็บไซต์ BusinessInsider ได้ยกตัวอย่างมา 5 ข้อ ที่ช่วยทำให้เรามั่นใจได้กว่า MacBook Air 2018 น่าซื้อกว่า MacBook Pro โดยเหตุผลส่วนใหญ่เป็นการเปรียบเทียบกันระหว่าง MacBook Air 2018 ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 42,900 บาท กับ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ที่มีราคาเรี่มต้น 47,900 บาท

น้ำหนักเบากว่า

MacBook Air รุ่นใหม่ มีน้ำหนัก 2.75 ปอนด์ หรือ 1.25 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่ารุ่นก่อนหน้านั้น และยังเบากว่า MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ที่มีน้ำหนัก 3.02 ปอนด์ หรือ 1.37 กิโลกรัม ถึงแม้จะไม่แตกต่างกันมากมาย แต่น้ำหนักที่เบากว่า ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบ

แบตเตอรี่ให้อายุการใช้งานยาวนานกว่า

ตามสเปกบนเว็บไซต์ทางการของ Apple ระบุว่า MacBook Air รุ่นใหม่ สามารถท่องเว็บผ่านระบบไร้สายนานสูงสุด 12 ชั่วโมง และเล่นภาพยนตร์ iTunes นานสูงสุด 13 ชั่วโมง ขณะที่ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว สามารถท่องเว็บผ่านระบบไร้สายและเล่นภาพยนตร์ iTunes นานสูงสุด 10 ชั่วโมง

บางกว่าในภาพรวม

ความจริงแล้ว MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว มีความบางกว่า MacBook Air รุ่นใหม่ อยู่เล็กน้อย 0.02 นิ้ว ซึ่งเป็นการเปรีบเทียบตรงจุดที่หนาที่สุดของแล็ปท็อปทั้ง 2 รุ่น อย่างไรก็ตาม MacBook Pro มีความบางที่สม่ำเสมอ แต่ MacBook Air มีความลาดเอียง ทำให้ในภาพรวม MacBook Air มีความบางกว่า และจุดที่บางที่สุดคือ 0.16 นิ้ว หรือ 4.1 มิลลิเมตร

รองรับ Touch ID

MacBook Air รุ่นใหม่ มาพร้อม Touch ID ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นที่มีราคา 42,900 บาท ขณะที่รุ่นเริ่มต้นของ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว มีราคา 47,900 บาท แต่ไม่สนับสนุน Touch ID โดยรุ่นที่มี Touch ID จะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 65,900 บาท แต่ก็มาพร้อม Touch Bar ด้วย

ราคาถูกกว่า

อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น MacBook Air รุ่นใหม่ มีราคา 42,900 บาท ขณะที่ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว มีราคาเรี่มต้น 47,900 บาท

MacBook Air รุ่นเริ่มต้น ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i5 รุ่นที่ 8 แบบ Dual‑core ความเร็ว 1.6GHz พร้อม Turbo Boost สูงสุด 3.6GHz กราฟิกเป็น Intel UHD Graphics 617 หน่วยความจำ LPDDR3 ความเร็ว 2133MHz ขนาด 8GB ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ความจุ 128GB จอภาพ Retina ขนาด 13.3 นิ้ว รองรับ Touch ID มาพร้อมแทร็คแพด Force Touch และสนับสนุนพอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต

MacBook Pro รุ่นเริ่มต้น ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i5 รุ่นที่ 7 แบบ Dual-core ความเร็ว 2.3GHz พร้อม Turbo Boost สูงสุด 3.6GHz กราฟิกเป็น Intel Iris Plus Graphics 640 หน่วยความจำ LPDDR3 ความเร็ว 2133MHz ขนาด 8GB ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ความจุ 128GB จอภาพ Retina ขนาด 13.3 นิ้ว และสนับสนุนพอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต

ที่มา – BusinessInsider

from:http://www.flashfly.net/wp/238673

iPad Pro และ MacBook Air ปี 2018 วางขายที่ Studio 7 และ BaNANA แล้ววันนี้

Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 Cover 2423

16 พ.ย. 2561 ทาง Studio 7 และ BaNANA ได้วางจำหน่าย iPad Pro และ MacBook Air รุ่นปี 2018 เป็นที่เรียบร้อยหลังจากเปิดตัวเมื่อ 30 ต.ค. 2018 และเพิ่งเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าที่เว็บ Apple Store ไปเมื่อวันที่  12 พ.ย. ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการวางจำหน่ายสินค้าใหม่ของ Apple ที่ค่อนข้างรวดเร็วมากในรอบนี้

iPad Pro และ MacBook Air ปี 2018 วางขายที่ Studio 7 และ BaNANA แล้ววันนี้

ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รุ่น

หลังจากชมข้อมูลของอุปกรณ์ทั้ง 2 รุ่นกันแล้ววันนี้หากใครต้องการที่จะไปชมเครื่องจริงหรือต้องการซื้อหาเครื่องไปใช้งานแนะนำให้ไปได้ที่ Studio 7 หรือ BaNANA ใกล้บ้าน ไปลองจับสัมผัสกันก่อนได้เลยแล้วค่อยตัดสินใจซื้อหามาใช้งานกันนะครับ

สำหรับราคานั้น iPad Pro (Wi-Fi) เริ่มต้นที่ 28,900 บาท (64GB) และ MacBook Air เริ่มต้น 42,900 บาท (128GB) ทั้งนี้ที่ร้านมีโปรโมชั่นพิเศษ ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน (ตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชันอีกครั้งที่หน้าร้าน)

Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2423

Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2443 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2441 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2442 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2438  Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2406 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2416 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2405 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2389 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2380 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2385 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2378 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2375 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2370 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2361 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2354 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2366 Ipad Pro Macbook Air 2018 Studio7 2369

ซื้อ ผลิตภัณฑ์ Apple ที่ Studio 7 และ BaNANA ดียังไง

  • ฟรีค่าแรง ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ฟรี บริการตรวจเช็คเครื่องของคุณ ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ส่วนลดค่าอะไหล่ 5% สำหรับงานซ่อมบำรุงที่ iCare ทุกสาขา
  • ฟรี คอร์สเรียนมูลค่า 1,000 บาท เรียนรู้การใช้งานผลิตภัณฑ์ให้ สนุกยิ่งขึ้น ที่ Studio 7

พบกับ iPad Pro และ MacBook Air 2018 ให้ได้แล้ววันนี้ ที่ Studio 7 และ BaNANA ทั่วประเทศ

หมายเหตุแนะนำให้เช็คสาขาและโทรสอบถามทางร้านว่ามีสินค้ารุ่นที่เราต้องการหรือไม่ก่อนที่จะเข้าไปเพื่อความแน่นอนครับ ดูได้ที่

from:https://www.iphonemod.net/ipad-pro-macbook-air-2018-available-at-studio-7-and-banana-store.html

iStudio พร้อมวางจำหน่าย iPad Pro รุ่นใหม่ และ MacBook Air รุ่นใหม่ ในประเทศไทยแล้ว

iStudio by SPVi ตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ Apple พร้อมวางจำหน่าย iPad Pro รุ่นใหม่ และ MacBook Air รุ่นใหม่ ในประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป มาพร้อมโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน

ราคา New iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (WiFi only)

  • รุ่น 64 GB ราคา 35,900 บาท
  • รุ่น 256GB ราคา 40,900 บาท
  • รุ่น 512GB ราคา 47,900 บาท
  • รุ่น 1TB ราคา 61,900 บาท

อุปกรณ์เสริมสำหรับ New iPad Pro

  • Apple Pencil รุ่นที่ 2 ราคา 4,490 บาท
  • Smart Keyboard Folio สำหรับรุ่น 12.9 นิ้ว ราคา 7,290 บาท

ราคา New MacBook Air

  • รุ่น 128GB ราคา 42,900 บาท
  • รุ่น 256GB ราคา 49,900 บาท

สำหรับลูกค้า iStudio by SPVi สามารถผ่อนชำระ New iPad Pro และ New MacBook Air แบบ 0% ได้นานสูงสุด 24 เดือน กับธนาคารที่ร่วมรายการ และยังมีส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิก iMember Privilege

ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple กับทางร้าน iStudio by SPVi จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม Class สอนการใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน และมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…

  • Central แจ้งวัฒนะ 4th fl. : 02-1010890-2
  • Seacon Square Ground fl. : 02-7202988-9
  • Central Rama9 4th fl. : 02-1083241, 2-1083243

from:http://www.flashfly.net/wp/234745

iPad Pro 2018, MacBook Air 2018 วางขายแล้วที่ Apple Iconsiam

Ipad Pro And Macbook Air 2018 Available Apple Iconsiam

หลังจากเปิดให้สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ iPad Pro 2018, MacBook Air 2018 วางขายแล้วที่หน้าร้านของ Apple Iconsiam เข้าไปชมกันได้เลย

iPad Pro 2018, MacBook Air 2018 วางขายแล้วที่ Apple Iconsiam

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดให้สั่งซื้อ iPad Pro 2018, MacBook Air 2018 ผ่านช่องทางออนไลน์ และในวันที่ (14 พ.ย. 61) ก็ได้วางขายแล้วที่หน้าร้านของ Apple Iconsiam

Ipad Pro And Macbook Air 2018 Available Apple Iconsiam Img 1 Ipad Pro And Macbook Air 2018 Available Apple Iconsiam Img 2

ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อ  iPad Pro 2018, MacBook Air 2018 ได้ผ่านช่องทางออนไลน์แล้วเลือกไปรับสินค้าที่ Apple Iconsiam ได้ หรือจะเข้าไปเลือกชมของจริงที่ Apple Iconsiam ก็ทำได้เช่นกัน

from:https://www.iphonemod.net/ipad-pro-and-macbook-air-2018-available-apple-iconsiam.html

MacBook Air 13 นิ้ว สเปกแรงสุด กับ MacBook Pro 13 และ 15 นิ้ว รุ่นปรับสเปก ซื้อแบบไหนคุ้มกว่ากัน

Macbook Air 13 Vs Macbook Pro 13 And 15 Spec

เมื่อวาน (12 พ.ย. 61) Apple ได้เปิดขาย MacBook Air ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ วันนี้ทีมงานมีข้อมูลเปรียบเทียบ MacBook Air (2018) 13 นิ้วกับ MacBook Pro 13 และ 15 นิ้ว (2018) รุ่นปรับแต่งสเปกมาให้ชมกันค่ะ

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ MacBook Air (2018) หน้าจอ 13 นิ้วรุ่นปรับสเปคแรงสุด ในราคา 92,900 บาท ที่ปรับสเปก SSD สูงสุด 1.5TB และเพิ่ม RAM เป็น 16GB แนะนำให้ชมข้อมูลเปรียบเทียบในด้านอื่นๆ กับ MacBook Pro (2018) ที่มีราคาใกล้เคียงกัน แต่สเปกที่ได้อาจจะคุ้มและเหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า

เปรียบเทียบ MacBook Air 13 นิ้ว สเปกแรงสุด กับ MacBook Pro 13 และ 15 นิ้ว รุ่นปรับแต่งสเปก

Mac Air Vs Mac Pro 13 15

จากรูปเปรียบเทียบสเปกระหว่าง MacBook Air 13 นิ้ว, MacBook Pro 13 นิ้ว และ MacBook Pro 15 นิ้ว รุ่นปี 2018 ทีมงานได้เลือกปรับสเปกของ MacBook Pro ที่มีราคาใกล้เคียงกับ MacBook Air รุ่นสเปกสูงสุด เพื่อให้คนที่สนใจได้เห็นความต่างของสเปกที่จะได้ในแต่ละรุ่น

ความเห็นจากทีมงาน

จุดที่ต้องพิจารณาหลักๆ ก็คือเรื่องของ CPU เห็นได้ว่า MacBook Pro (2018) 13 นิ้ว ได้หน่วยประมวลผล (CPU) Core i5 Gen 8 ถึง 4 Core (Quad Core) ถึงแม้ว่า CPU ของทั้ง 2 รุ่นจะเป็น Core i5 Gen 8 เหมือนกัน แต่แกนประมวลผล 4 Core ย่อมเร็วกว่า 2 Core (Dual Core)

และถ้าเปรียบเทียบกับ MacBook Pro 15 (2018) นิ้วที่ปรับสเปกใช้ CPU Core i7 Gen 8 ที่มีแกนประมวลผลถึง 6 Core การประมวลผลของ CPU Core i7 ก็ยิ่งเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า ด้วยความเร็วการประมวลผลสูงสุดถึง 4.1GHz

เรื่องที่สองก็คือ หน่วยประมวลผลทางด้านกราฟฟิคที่ MacBook Pro (2018) ทั้ง 2 รุ่นมีประสิทธิภาพสูงกว่า เหมาะกับงานที่ต้องประมวลผลทางด้านกราฟฟิคหนักๆ MacBook Pro ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และ MacBook Pro ทั้ง 2 รุ่นยังมี Touch Bar ที่อำนวยความสะดวกในการทำงานอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การปรับสเปกดังกล่าว ยังมีส่วนที่ต้องตัดสินใจในเรื่องของความจุ SSD ที่ผู้ใช้ต้องเลือกให้เหมาะกับการเก็บข้อมูลของตนเอง ถ้าเก็บงานที่มีไฟล์ขนาดใหญ่และเก็บข้อมูลเยอะ ก็อาจจะต้องเลือก SSD 1-1.5TB แต่สำหรับใครที่เก็บข้อมูลในเครื่องไม่เยอะมาก มีการแบ่งเก็บไว้กับผู้ให้บริการบน Cloud อื่นๆ SSD 512 ก็อาจจะเพียงพอ

สำหรับคนที่กำลังดู MacBook Air (2018) 13 นิ้ว รุ่นสเปก Max สุดในราคา 92,900 บาท ทีมงานแนะนำว่าให้ลองพิจารณาลักษณะงานของตนเองก่อน หากลักษณะงานของคุณต้องใช้การประมวลผลหนักๆ อย่าง งานกราฟิค 3D, งานออกแบบ หรืองานโปรแกรมมิ่ง ที่ต้องการประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงๆ MacBook Pro (2018) อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีและคุ้มค่ามากกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน แนะนำว่าให้เลือกตามความเหมาะสมในการใช้งานนะคะ

from:https://www.iphonemod.net/macbook-air-13-vs-macbook-pro-13-and-15-spec.html

iFixit แกะ MacBook Air 2018 พบว่าแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น

Macbook Air 2018 Teardown By Ifixit

iFixit แกะ MacBook Air 2018 พบว่าแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น แกะซ่อมได้ง่ายกว่า MacBook Pro, MacBook 12 นิ้ว แต่ก็ยังต้องใช้เครื่องมือหลายตัวในการแกะอยู่

iFixit แกะ MacBook Air 2018

iFixit ได้แกะ MacBook Air 2018 โดยไฮไลท์สำคัญที่พบคือ คีย์บอร์ดของ MacBook Air 2018 เป็นรูปแบบเดียวกันกับ MacBook Pro โดยมียางซิลิโคน (เมมเบรน) อยู่ใต้ปุ่มเพื่อป้องกันเศษฝุ่นเข้าไปติดในคีย์บอร์ด

Macbook Air 2018 Teardown By Ifixit Img 1

นอกจากนั้น iFixit ยังพบว่า MacBook Air 2018 ถูกออกแบบมาให้ถอดชิ้นส่วนเพื่อเปลี่ยน, ซ่อมแซมได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นแบตเตอรี่ของตัวเครื่องนั้นไม่ได้ยึดติดกับตัวเครื่องเหมือนรุ่นก่อนหน้า โดยสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายนั่นเอง

Macbook Air 2018 Teardown By Ifixit Img 2 Macbook Air 2018 Teardown By Ifixit Img 3

(มีรายงานเผยว่าการซ่อมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ MacBook Air 2018 นั้นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งแผงคีย์บอร์ด, Track Pad เหมือนรุ่นก่อนหน้า)

MacBook Air 2018 มีคะแนนซ่อมง่าย 3/10 คะแนน

  • ชิ้นส่วนหลายอย่างแยกออกมาเป็นเอกเทศ เช่น Touch ID, พัดลม, ลำโพง
  • iFixit เผยว่า MacBook Air 2018 ยังแกะเครื่องออกมาได้ยาก ต้องทำหลายขั้นตอน และต้องใช้เครื่องมือหลายอย่างจึงยากที่ผู้ใช้ทั่วไปจะแกะซ่อมด้วยตัวเอง
  • คีย์บอร์ดติดกับตัวเคส หากจะซ่อมหรือเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนทั้งหมด
  • ผู้ใช้อัปเกรด RAM เองไม่ได้
  • คะแนนซ่อมง่ายอยู่ที่ 3/10 คะแนน

ที่มา – ifixit

from:https://www.iphonemod.net/macbook-air-2018-teardown-by-ifixit.html