คลังเก็บป้ายกำกับ: LOGISTICS

ผลสำรวจนักช้อปในอเมริกา ซื้อของเว็บอื่นล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์ เพราะกลัวส่งไม่ทัน แต่ถ้า Amazon ไม่กี่วันก็พอ

Rakuten Intelligence บริษัทสำรวจวิจัยตลาดอิสระของ Rakuten อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ญี่ปุ่น เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ในอเมริกาช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมา พบว่าการจัดส่งได้รวดเร็วและตรงเวลา กลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้นสำหรับผู้ซื้อ

ข้อมูลพบว่าเว็บไซต์ค้าปลีกดั้งเดิมอย่าง Walmart หรือ Target ทราฟิกจะเพิ่มสูงสุดในวันที่ 10 ธันวาคม หรือประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนวันคริสต์มาส ขณะที่ Amazon ทราฟิกสูงในวันที่ 18 ธันวาคม เนื่องจากผู้ซื้อเชื่อว่าสั่งของ Amazon ไม่กี่วัน ก็ยังได้สินค้าทันเทศกาลวันหยุด แต่ถ้าเป็นค้าปลีกรายอื่นต้องเผื่อเวลามากกว่านั้น

Amazon มีบริการเสริม โดยสมาชิกแบบ Prime จะฟรีค่าส่งและได้สินค้าภายใน 2 วัน และหากอยู่บางเมืองสามารถใช้บริการ Prime Now ที่ส่งสินค้าในไม่กี่ชั่วโมงได้ด้วย ปัจจุบัน Amazon มีศูนย์เติมสินค้า (fulfillment) อยู่ 110 แห่งทั่วอเมริกา

ถึงแม้กระบวนการจัดส่งสินค้าจะเป็นจุดแข็งที่ Amazon พัฒนามานาน แต่ค้าปลีกเดิมก็ยังมีข้อได้เปรียบอยู่ เพราะการมีร้านค้ากระจายทั่วประเทศจำนวนมาก ทำให้ร้านเหล่านี้ให้ข้อเสนอสั่งออนไลน์ แล้วมารับสินค้าที่ร้านได้ ซึ่ง Walmart ก็มีบริการอย่างแค่จอดรถแล้วพนักงานจะเดินมาส่งสินค้าให้ถึงที่ด้วย อย่างร้าน Best Buy ก็บอกว่ามากกว่า 40% ของยอดขายออนไลน์ เป็นการนัดรับสินค้าภายในร้าน

ที่มา: The New York Times

alt="Amazon"

from:https://www.blognone.com/node/107221

Advertisements

Cainiao บริษัทขนส่งเครือ Alibaba เผยสถิติส่งสินค้า 100 ล้านออเดอร์แรก ทำได้ใน 2.6 วัน

สถิติต่อเนื่องจากเทศกาลลดราคา 11.11 ยังคงมีมาต่อเนื่อง โดยคราวนี้เป็นของ Cainiao บริษัทขนส่งสินค้าที่ Alibaba เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เปิดเผยว่าสามารถจัดส่งสินค้าที่มาจากวันที่ 11 เดือน 11 จำนวน 100 ล้านคำสั่งซื้อแรกได้ ภายในเวลา 2.6 วัน ซึ่งเร็วกว่าสถิติปี 2017 ที่ใช้เวลา 2.8 วัน (เร็วกว่า 5 ชั่วโมง)

ทั้งนี้จำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดในเทศกาลลดราคาที่ Cainiao ต้องจัดการส่งสินค้ามีทั้งหมด 1.04 พันล้านคำสั่งซื้อ

Wan Lin ประธานของ Cainiao กล่าวว่า อีคอมเมิร์ซในจีนมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดมาก เมื่อปี 2013 เทศกาลลดราคาของ Alibaba 11.11 มีคำสั่งซื้อรวม 152 ล้านคำสั่ง แต่ปัจจุบันอีคอมเมิร์ซในจีนภาพรวมมีคำสั่งซื้อเฉลี่ยถึงวันละ 150 ล้านคำสั่ง จึงเชื่อว่าตัวเลข 1 พันล้านของปีนี้ ก็จะเป็นตัวเลขเฉลี่ยบริษัทขนส่งสินค้าต้องจัดส่งต่อวันภายใน 10 ปีข้างหน้า

Cainiao ยังคงย้ำเป้าหมายสูงสุดของบริษัทในระยะยาว คือต้องสามารถจัดส่งสินค้าทุกประเภทภายในจีนได้ภายใน 24 ชั่วโมง และภายใน 72 ชั่วโมงทั่วโลก

ที่มา: Alibaba

alt="Cainiao"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106419

Alibaba เปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ ใช้หุ่นยนต์มากที่สุด รองรับ 11.11 ที่จะมาถึง

Cainiao Network บริษัทจัดการโลจิสติกส์ที่ Alibaba เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด (ร่วมกับบริษัทขนส่งหลายแห่ง) เปิดตัวศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ ตั้งอยู่ในมณฑลเจียงซู โดยบอกว่าเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ใช้หุ่นยนต์ดำเนินงานขนาดใหญ่ที่สุดในจีน มีหุ่นยนต์อัตโนมัติราว 700 ตัว

Ben Wang ประธานของ Cainiao ระบุว่าในเทศกาลวันช้อปปิ้งคนโสด 11 เดือน 11 ที่จะมาถึง ประเมินว่าจำนวนคำสั่งซื้อที่ต้องจัดส่งจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าที่มากและรวดเร็ว ศูนย์กระจายสินค้านี้มีประสิทธิภาพรองรับคำสั่งซื้อได้มากกว่าแบบดั้งเดิม 50%

หุ่นยนต์ในศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ จะเคลื่อนที่เพื่อรอรับสินค้าตามคำสั่งซื้อ แล้วคนมีหน้าเติมสินค้าตามที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีระบบวิดีโอดูภาพรวมเพื่อตรวจหาปัญหาการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์และแจ้งเตือนให้คนเข้าไปดูหากจำเป็น (ดูคลิปได้ท้ายข่าว)

ถึงแม้จะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติมากขึ้น แต่ Wang ก็บอกว่าไม่มีความคิดที่จะทำศูนย์กระจายสินค้า แบบไม่ต้องใช้คนเลย เพียงแต่ใช้คนน้อยลงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ทั้งนี้ Alibaba คาดว่าเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 นี้ จะทำสถิติใหม่อีกครั้ง รวมทั้งเตรียมแผนรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั่วโลกผ่าน AliExpress และ Tmall World ด้วย โดยเตรียมเที่ยวบินเช่าเหมาลำ 51 เที่ยวบิน และเรือขนส่งสินค้ากว่าพันคอนเทนเนอร์

ที่มา: Alizila และ TechNode

alt="Cainiao"

from:https://www.blognone.com/node/106234

JD.com ต่อยอดโครงสร้าง Logistics เตรียมเปิดให้บริการรับส่งพัสดุในจีน

JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่อันดับ 2 ของจีน ประกาศเพิ่มบริการตัวใหม่ ซึ่งต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทมีการลงทุนเองมานาน นั่นคือบริการรับขนส่งพัสดุสินค้าทั่วประเทศจีน โดยในเบื้องต้นให้บริการรับพัสดุเฉพาะใน ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว แต่สามารถจัดส่งไปยังปลายทางในจีนได้ทั้งหมด

สิ่งที่ JD.com แตกต่างจากคู่แข่ง คือการลงทุนในซัพพลายเชนของอีคอมเมิร์ซเองทั้งหมด ตั้งแต่คลังสินค้า รถบรรทุก และรถเล็กจัดส่งสินค้า ซึ่ง Zhenhui Wang ซีอีโอ JD.com กล่าวว่าบริษัทจึงสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดเป็นบริการขนส่งสินค้าทั่วไปได้ด้วย ตามกลยุทธ์พัฒนาให้ JD.com เป็นแพลตฟอร์ม Retail-as-a-Service ที่คนทั่วไปสามารถร่วมใช้โครงสร้างพื้นฐานได้

ปัจจุบัน JD.com มีสวนโลจิสติกส์ในจีน 15 แห่ง, คลังสินค้ากว่า 500 แห่ง, จุดรับส่งสินค้าเกือบ 7,000 จุด และยานพาหนะขนส่งสินค้ากว่า 2.5 แสนคัน

เพื่อให้เห็นภาพ กรณีของ Alibaba นั้นมีบริษัทขนส่งชื่อ Cainiao Network แต่ไม่ใช่เจ้าของ 100% ขณะเดียวกันก็ถือหุ้นบริษัทขนส่งอื่นที่ใช้บริการ อาทิ ZTO และ SF Express คล้ายกับ Amazon ที่มีรถบรรทุกและเครื่องบินขนส่งสินค้าเอง แต่ก็ยังใช้บริการขนส่งรายอื่นด้วย

JD.com บอกว่า จุดขายของบริการขนส่งสินค้านั้น สามารถกำหนดวันจัดส่งได้, สามารถเลือกส่งภายในวันเดียวกันได้ และเนื่องจากมีการขนส่งสินค้าราคาแพงอยู่แล้ว จึงสามารถรองรับการจัดส่งพัสดุมูลค่าสูงได้ด้วย

ที่มา: JD.com และ WSJ

alt="JD.com"

from:https://www.blognone.com/node/105970

Unilever ประกาศเป็นพาร์ทเนอร์กับ JD.com ในการกระจายสินค้าในประเทศจีน

Unilever ได้ประกาศลงนามในข้อตกลงการเป็นพาร์ทเนอร์ในส่วนของโลจิสติกส์กับ JD.com เบอร์ 2 ตลาดอีคอมเมิร์ซในจีน ในการกระจายสินค้าเข้าสู่ประเทศจีนมากขึ้น

จากข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ได้เห็นแบรนด์ในเครือของ Unilever เช่น Lipton, Vaseline, Clear, Lux และ OMO ใช้เครือข่ายของ JD.com ในการกระจายสินค้าจากคลังสินค้า เข้าสู่ร้านค้าปลีกต่างๆ

ซึ่งก่อนหน้าที่จะตกลงปลงใจกับทาง JD.com นั้น Unilever ได้ทำงานร่วมกับบริษัทโลจิสติกส์เจ้าอื่นอย่าง DHL ในการกระจายสินค้าในประเทศจีนโดยเฉพาะ

แต่การทำตลาดใปนระทเศจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดที่มีความท้าทาย และหินมากๆ จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในประเทศ รู้จักคนในประเทศ

นอกจากทาง Unilever จะได้คู่ค้าสำคัญที่จะช่วยในการทำตลาดในประเทศได้ง่ายขึ้นแล้วนั้น ทางฝั่งของ JD.com ก็เป็นการนำร่องกลยุทธ์ Retail as A Service (RaaS) หรือเป็นการขยายบริการด้านเทคโนโลยี และ Infrastructure ที่ตนเองถนัดให้แก่บริษัทอื่นๆ นอกเหนือจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตัวเอง

ดีลนี้จะช่วยทำให้ Unilever ได้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ทางด้านธุรกิจออนไลน์ของ JD.com มาสู่การขายช่องทางออฟไลน์ และที่สำคัญคือ JD.com เป็นเหมือนไกด์ที่จะช่วยแชร์เทคนิคการทำตลาดระดับโลคอลให้แก่ Unilever ได้ เพราะตลาดประเทศจีนจำเป็นต้องใช้การตลาดแบบโลคอลจริงๆ ต้องมีคนที่เข้าใจตลาดจริงๆ

อย่างเมื่อปีก่อนก็มีดีลทำนองเดียวกันนี้ระหว่าง JD.com กับ Danone ประเทศฝรั่งเศส และได้ทำงานร่วมกับ Oldenburger บริษัทนมจากประเทศเยอรมนี ในการจัดการคลังสินค้า การขนส่ง และการจัดการด้านซอฟต์แวร์ต่างๆ

Rohit Jawa รองประธานอาวุโส Unilever North Asia ได้บอกว่า หลังจากที่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ JD ในฐานะพาร์ทเนอร์ ทำให้เข้าใจในเรื่องเครือข่ายด้านระบบโลจิสติกส์ของที่นี่ การร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยให้สินค้าของ Unilever เข้าถึงแหล่งชุมชนที่เข้าถึงได้ยากในประเทศจีนได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น

Source

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/unilever-partnership-jdcom-logistics/

เจ้าสัวธนินท์เผย “CP พร้อมทำนาแทนชาวนา ช่วยเหลือร้านโชว์ห่วย” เน้น Logistics มากขึ้น

เจ้าสัวธนินท์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไทยในขณะที่เดินทางไปที่ประเทศจีนถึงเรื่องเกษตรกรรม ค้าปลีก รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนกลุ่ม CP ที่จะเน้นเรื่อง Logistics มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ของกลุ่ม CP อีกด้วย

ภาพโดย Stefen Chow/Fortune Global Forum (CC BY-NC-ND 2.0)

ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศไทย โดยขณะนี้เจ้าสัวธนินท์กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศจีน ซึ่งประเด็นการให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำนา แนวความคิดเรื่องการลดพื้นที่ปลูกข้าว การช่วยเหลือร้านโชว์ห่วย รวมไปถึงเรื่องของการปรับตัวของกลุ่ม CP เอง

เรื่องการเกษตร

การเกษตรเป็นเรื่องสำคัญในช่วงที่ผ่านมาเพราะว่าถึงแม้ว่า GDP ไทยจะเติบโตในช่วงที่ผ่านมาสูงถึง 4.6% แต่รายได้ของเกษตรกรนั้นแทบไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยในช่วงที่ผ่านมา โดยเจ้าสัวธนินท์ได้ให้แนวความคิดเกี่ยวกับการทำนาไว้ 2 เรื่อง

  1. ประเทศไทยควรลดพื้นที่ปลูกข้าว เจ้าสัวธนินท์มองว่าขณะนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวมากเกินไป คือ 105 ล้านไร่ ควรที่จะลดพื้นที่เหล่านี้ลงแล้วนำมาปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่เช่น ภาคกลางควรจะปลูกผลไม้เหตุผลที่สำคัญอีกประการคือประเทศอื่นๆ เริ่มหันมาปลูกข้าวเยอะขึ้น เช่น จีน อินเดีย รวมไปถึงพม่า ซึ่งเคยปลูกข้าวได้มาก ก็หันกลับมาปลูกข้าวอีกรอบ 
  2. การทำนาที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง โดยขณะนี้ CP กำลังทดลองการทำนาวิธีนี้ที่จังหวัดกำแพงเพชร วิธีการคือต้องขุดคันนาให้สูงประมาณ 1.5 เมตร ปรับดินด้านล่างของพื้นที่นาให้เป็นดินเหนียวเพื่อป้องกันน้ำซึมออกจากนา แล้วค่อยลงดินปกติ ประมาณ 50-60 เซ็นติเมตร สำหรับการฆ่าแมลงที่มากินข้าวในนาคือจะใช้วิธีปล่อยน้ำให้ท่วมมิดข้าว ซึ่งต้นข้าวทนน้ำได้นานถึง 8 ชั่วโมง ส่วนแมลงนั้นทนน้ำได้เพียงแค่ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วค่อยระบายน้ำออกมา ซึ่งปกติแล้วแมลงจะมาแค่ 2 ช่วงคือ ช่วงต้นอ่อนกับช่วงออกดอก

นอกจากนี้เจ้าสัวธนินท์มองว่าถ้าหากชาวนาปัจจุบันไม่พร้อมที่จะทำนา กลุ่ม CP ก็พร้อมที่จะเช่าที่นาทำนาแทน โดยให้ผลตอบแทนมากกว่าเดิมอีก 10%

ภาพ pixabay.com

พร้อมช่วยโชว์ห่วย

ปัจจุบันร้านโชว์ห่วยในประเทศไทยมีมากถึง 6 แสนร้าน ส่วน 7-Eleven ปัจจุบันมีประมาณ 11,000 สาขา สำหรับมุมมองของเจ้าสัวธนินท์มองว่าสำหรับ 7-Eleven เปิดได้อย่างมากไม่เกิน 20,000 ร้าน แต่ปัญหาใหญ่คือถ้าร้านโชว์ห่วยมีมากเกินไปก็จะแย่งกันจนไม่มีใครได้กำไร

สำหรับวิธีแก้ไขร้านโชว์ห่วยคือควรจะมีของสดขาย ซึ่ง CP พร้อมที่จะช่วยเหลือตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอบรม การลงตู้แช่ของสด จัดการเรื่องการขนส่งสินค้ามาที่ร้าน จัดหน้าร้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ CP ยังมีแผนที่จะเปิดร้านอาหาร-ภัตตาคาร เพิ่มอีก 50,000 จุด โดยเป็นแฟรนไชส์ เน้นการซื้อสินค้าจากร้านโชว์ห่วยเหล่านี้ อาหารที่ผลิตจากร้านเหล่านี้จะมีความหลากหลาย พร้อมทั้งมีบริการส่งตามบ้าน ในรัศมี 1 กิโลเมตร รวมไปถึงในอนาคต 7-Eleven มีแผนที่จะส่งสินค้าด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังปรับตัวอยู่

ภาพจาก Shutterstock

เน้นเรื่อง Logistics มากขึ้น

สำหรับแผนการปรับตัวของกลุ่ม CP เองจะเน้นที่เรื่อง Logistics มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันกลุ่ม CP มีรถขนส่งเมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย อาหารสัตว์ และรวมไปถึงรถขนส่งของ 7-Eleven อยู่ประมาณ 18,000 คัน แต่จะปรับแผนใหม่จะนำมารวมเป็นหน่วยเดียว โดยบริหารองค์ความรู้เรื่อง Logistics ใหม่

นอกจากนี้เจ้าสัวยังมีมุมมองถึงเรื่องการขนส่งว่าถ้าหากถนนเส้นหนึ่งมีฟาร์ม และโรงงานแปรรูปอาหาร ก็จะส่งสินค้าในเส้นทางให้แก่ร้านโชว์ห่วย รวมไปถึงภัตตาคาร เพื่อที่ต้นทุนการขนส่งจะได้ต่ำลงและมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

ที่มาหนังสือพิมพ์มติชน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/cp-president-dhanin-talk-about-agriculture-retail-and-logistics/

TradeLens แพลตฟอร์ม Blockchain สำหรับการขนส่งทางเรือ พัฒนาโดย IBM/Maersk เปิดตัวแล้ว

เมื่อต้นปีนี้ IBM ประกาศร่วมมือกับ Maersk บริษัทขนส่งทางเรือรายใหญ่ของโลก นำ blockchain เข้ามาใช้งาน วันนี้แพลตฟอร์ม blockchain สำหรับติดตามการขนส่งทางเรือเปิดให้บริการแล้ว ในชื่อว่า TradeLens

TradeLens พัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยี IBM Blockchain แต่ปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการของวงการขนส่ง หัวใจหลักของมันคือ smart contracts ที่เปิดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเรือ หน่วยงานด้านภาษี ท่าเรือ ฯลฯ ร่วมกันจัดการข้อมูลเอกสารได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยี IoT กับเซ็นเซอร์เข้ามาผนวกเพื่อให้ติดตามสินค้าได้อัตโนมัติด้วย

No Description

Maersk ระบุว่าหลังทดสอบรันระบบมานาน 12 เดือน TradeLens มีการขนส่งผ่านเข้าระบบไป 154 ล้านครั้ง ช่วยลดระยะเวลารอขนถ่ายสินค้าลงได้ 40% และลดกระบวนการติดตามพัสดุ จากเดิมที่ต้องใช้คน 5 คนกับกระบวนการ 10 ขั้นตอน เหลือเพียงระบบ TradeLens เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องใช้คนเลย

ตอนนี้ TradeLens มีท่าเรือทั่วโลกร่วมใช้งานแล้ว 20 ราย มีบริษัทขนส่งทางเรือนอกจาก Maersk เข้าร่วม 2 รายคือ Pacific International Lines (PIL) และ Hamburg Süd รวมถึงมีหน่วยงานศุลกากรในเนเธอร์แลนด์ ซาอุดิอาระเบีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เปรู ร่วมทดสอบ ทางทีมงานยังร่วมมือกับกลุ่ม Open Shipping เพื่อพัฒนามาตรฐานเปิดสำหรับการขนส่งทางเรือที่ทุกฝ่ายสามารถเข้าร่วมได้

ที่มา – Maersk

from:https://www.blognone.com/node/104474