คลังเก็บป้ายกำกับ: LINUX

Supercomputer 500 อันดับแรกเลือกใช้ linux ทั้งหมด

Supercomputer 500 อันดับแรกหรือเครื่องที่แรงที่สุดในโลก 500 เครื่อง ต่างก็เลือกใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการทั้งหมด

Credit: ShutterStock.com

อันที่จริงแล้ว Linux ครองสถิตินี้มา 2 ปีเต็มแล้ว และคงไม่เปลี่ยนง่ายๆ โดยถ้าพูดถึงสถิติของ Top500 ก็คือการจัดอับดับเครื่องคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์ที่แรงที่สุด 500 อันดับ โดยจากสถิติตั้งแต่ปี 1998 จะเห็นว่าตลาดของ Linux OS ค่อยๆ โตขึ้นจนกระทั่งเมื่อปี 2017 ก็ครอบงำเครื่องเหล่านั้นไปทั้งหมด ใครจะรู้ว่า OS ที่กำเนิดขึ้นในปี 1991 จากนักศึกษาวัย 21 ปีที่ชื่อ Linus Torvalds จะมีอิทธิพลถึงขนาดนี้ แต่ด้วยคอนเซปต์ของโอเพ่นซอร์ส เป็นกลาง และต่อยอดได้ ทำให้บริษัทใหญ่ๆ ต่างนำไปต่อยอดจนโด่งดัง

โดยยังมีสถิติอื่นๆ เกี่ยวกับ Linux เช่น 90% ของเครื่องบน Public Cloud เป็น Linux ไปจนถึงตลาด 60% ของ IoT และ Embedded System รวมถึง 80% ของ Smartphone ก็นับได้ว่าเป็น Linux ทั้งนั้น อย่างไรก็ดีปัจจุบันในตลาด Top500 ของ Supercomputer มีการใช้งาน ARM แล้วเช่น Fugaku จาก Fujisu และ Riken ซึ่งน่าจับมองต่อไปว่า ARM อาจผงาดขึ้นมาตลาดนี้ได้หรือไม่ในอนาคต

ที่มา :  https://www.networkworld.com/article/3568616/linux-runs-on-500-of-the-top-500-supercomputers.html

from:https://www.techtalkthai.com/linux-takes-all-top500-supercomputer-market/

โปรแกรมแก้ไขไฟล์ Nano ออกเวอร์ชั่น 5.0 มี scrollbar แล้ว, รองรับ Markdown

คนใช้ลินุกซ์ในกลุ่ม Ubuntu น่าจะพบว่าเอกสารการใช้งานส่วนมากไม่ได้แนะนำให้แก้ไขไฟล์ด้วย vi เช่นเดียวกับลินุกซ์อื่นๆ แต่อาศัย nano ที่ใช้งานค่อนข้างง่ายกว่าแทน วันนี้ทางโครงการก็ออก GNU nano 5.0

ฟีเจอร์สำคัญคือผู้ใช้จะสามารถเปิดออปชั่น --indicator หากไฟล์ยาวเกินหน้าจอตัวโปรแกรมก็จะแสดง scrollbar ขึ้นด้านข้างแสดงว่าหน้าจอตอนนี้อยู่ตรงส่วนใดของไฟล์ นับเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของโปรแกรมแก้ไขไฟล์แบบ GUI จำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ชุดใหญ่ เช่น รองรับ syntax ไฟล์ Markdown, bookmark (เรียกในโปรแกรมว่า tagged) ตำแหน่งไฟล์ไว้ได้, เพิ่มสีที่รองรับในระบบเป็นต้น

ที่มา – GNU nano

No Description

ภาพหน้าจอ GNU nano โดย Legiøń

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117720

พบ bootloader GRUB2 มีช่องโหว่ แฮกเกอร์ฝังโค้ดโค้ดค้างในเครื่องได้

บริษัทความปลอดภัย Eclypsium รายงานถึงช่องโหว่ของ GRUB2 ที่เป็น bootloader ยอดนิยมในลินุกซ์ ที่เปิดทางให้แฮกเกอร์สามารถฝังโค้ดข้ามการบูตได้ กลายเป็นมัลแวร์ที่ฝังตัวถาวรอยู่ในเครื่อง

กระบวนการบูตเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ จะตรวจสอบความถูกต้องของระบบปฎิบัติการที่กำลังโหลดขึ้นมา โดย UEFI จะตรวจสอบความถูกต้องของ bootloader จากนั้นตัว bootloader จึงตรวจสอบความถูกต้องของระบบปฎิบัติการ หากกระบวนการมีขั้นตอนใดมีช่องโหว่ก็จะเปิดทางให้คอมพิวเตอร์บูตขึ้นมาโดยมีมัลแวร์รันอยู่ทันทีได้

No Description

ภาพกระบวนการตรวจสอบโค้ดก่อนบูตจาก Eclypsium

ช่องโหว่ของ GRUB2 รอบนี้เป็นช่องโหว่จากการอ่านไฟล์คอนฟิก grub.cfg ที่ใช้ตัวสร้าง parser ภาษาเฉพาะอย่าง flex/bison ปรากฎว่าเมื่ออ่านแล้วพบความผิดพลาด เช่น โทเค็นยาวเกินไป จะเรียกมาโคร YY_FATAL_ERROR ที่แม้ชื่อจะระบุว่า fatal แต่ที่จริงแล้วกลับเพียงแค่พิมพ์ข้อความแสดงความผิดพลาดแล้วทำงานต่อ ไม่ยอมหยุดการทำงานโปรแกรม

ทาง Eclypsium ระบุว่าช่องโหว่นี้มีคะแนนร้ายแรงตาม CVSSv3.1 อยู่ที่ 8.2 คะแนน (CVSS:3.1/AV:L/AC:L/PR:H/UI:N/S:C/C:H/I:H/A:H) ถือว่าร้ายแรงสูง ตอนนี้ทาง UEFI Forum ได้ออกไฟล์ยกเลิกการรับรอง (revocation list) เพื่อไม่ให้ GRUB2 ที่มีช่องโหว่รันได้ และผู้ผลิตลินุกซ์รายใหญ่ๆ ก็ออกอัพเดตให้ GRUB2 กันแล้ว เช่น Canonical และ Red Hat

ที่มา – Microsoft, Eclypsium

from:https://www.blognone.com/node/117702

ว้าวว! นี่คือ 10 สุดยอด “ดิสโทรลีนุกซ์” ที่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2020

ลีนุกซ์ถือเป็นหนึ่งในสามผู้นำหลักของระบบปฏิบัติการบนเครื่องพีซีร่วมกับวินโดวส์และแมค โดยลีนุกซ์ถูกมองว่าเป็นโอเอสที่ค่อนข้างพิเศษกว่าอีกสองตัวโดยเฉพาะในแง่ของความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับแต่ง

โดยมีหลายกลุ่มนำไปปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อประยุกต์ใช้หลากหลายวัตถุประสงค์ เนื่องจากส่วนแกนหลักของลีนุกซ์ที่เราเรียกกันว่า Core หรือ Kernel รวมไปถึงลีนุกซ์ที่ถูกปรับแต่งทั้งหลายส่วนใหญ่มักโหลดมาใช้ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

จุดนี้เองถือเป็นจุดขายสำคัญสำหรับโอเอสเจ้านี้เมื่อเทียบกับวินโดวส์และแมค ไม่ว่าคุณต้องการโอเอสสำหรับใช้งานบนเดสก์ท็อป แล็ปท็อป เซิร์ฟเวอร์ ใช้เล่นเกม ตัดต่อวิดีโอ หรือการใช้งานจำเพาะอื่นๆ ก็ล้วนมีดิสโทรหลายแบบรองรับทั้งสิ้น

ตัวอย่างเช่น Kali Linux ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในการสืบสวนทางดิจิตอลและทดสอบการเจาะระบบโดยเฉพาะ เป็นต้น ดังนั้นเราจึงมาดูกันว่า สำหรับปีนี้ มีลีนุกซ์ดิสโทรไหนบ้างที่ได้รับการชื่นชมว่าดีที่สุด เป็น 10 สุดยอดดิสโทร

1. Ubuntu เป็นที่ชื่นชอบด้วยความเป็นมิตรกับผู้ใช้ การอัพเดทเป็นประจำทุก 6 เดือน มีการซัพพอร์ตที่ไว้วางใจได้ แถมยังมีดิสโทรย่อยๆ ที่หลากหลายอย่างเช่น Lubuntu ที่เน้นประหยัดทรัพยากร เป็นต้น

2. CentOS ได้รับความนิยมมากเพราะเหมือนถอดแบบมาจาก Red Hat Linux เวอร์ชั่นระดับองค์กรที่ต้องจ่ายเงินมาเลย เน้นให้ความสำคัญกับด้านความปลอดภัยและเสถียรภาพ

3. Debian เป็นลีนุกซ์ที่อยู่เบื้องหลังการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยกว่า 96% ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ เว็บไซต์ หรือโฮสต์บนคลาวด์ต่างใช้ Debian ทำงานอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น

4. Linux Mint เรียกได้ว่าเป็นดิสโทรสามัญประจำบ้านของผู้ใช้ปัจจุบัน โดยมีชุดซอฟต์แวร์ที่คุณต้องการเวลาหนีออกมาจากแมคหรือวินโดวส์เตรียมไว้อย่างครบครัน เช่น LibreOffice

5. Arch Linux ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ เปิดให้ปรับแต่งอินเทอร์เฟซผ่านเทอร์มินัลในการดาวน์โหลดและติดตั้งแพ็กเกจ เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากติดตั้งทุกแพ็กเกจให้เปลืองพื้นที่

6. Tails เน้นให้ความสำคัญกับการรักษาความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก โดยคัดกรองข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนและตำแหน่งที่ตั้งออกไปทั้งหมด เราท์ทราฟิกจากอินเทอร์เน็ตไปยังเครือข่าย Tor ที่เน้นการใช้งานแบบไร้ตัวตน

7. Fedora เป็นลีนุกซ์ที่พัฒนาจากเคอร์เนลเริ่มแรกทั้งหมด ไม่ได้ปรับมาจากดิสโทรตัวอื่น มีชุมชนนักพัฒนาอยู่เบื้องหลังที่แอคทีฟมาก คอยแก้ปัญหาให้ผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว

8. Elementary OS ออกแบบมาสวยงามเทียบเคียงกับ macOS ด้วยตัวเดสก์ท็อปที่รู้จักกันในชื่อ Pantheon ที่คอมไพล์ด้วย Gnome

9. Kali Linux เป็นลีนุกซ์สำหรับทดสอบการเจาะระบบโดยเฉพาะ มีทูลเจาะระบบบิ้วท์อินมาด้วยมากมาย เหมาะกับแฮ็กเกอร์สายขาวเป็นอย่างมาก

10. MX Linux เป็นลีนุกซ์ขนาดปานกลางหรือ “Midweight” สำหรับพีซีรุ่นที่ไม่ได้สูงมากนัก ใช้เวลาในการติดตั้งน้อยมาก มาพร้อมแพกเกจสำเร็จรูปสำหรับใช้งานทั่วไป เช่น Firefox, VLC, LibreOffice, GIMP เป็นต้น

ที่มา : GBhackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/top-10-best-linux-distributions/

Debian 9 “stretch” ออกเวอร์ชันสุดท้าย 9.13 ก่อนเข้าสถานะ LTS

ปัจจุบันโครงการ Debian มีนโยบายออกรุ่นใหญ่ (stable) ทุก 2 ปี หลังจากตกรุ่นแล้วจะเข้าสถานะ oldstable (ยังออกรุ่นย่อยที่อัพเดตแพตช์ความปลอดภัย) นาน 1 ปี แล้วจะเข้าสถานะ LTS ต่ออีก 2 ปีก่อนหมดอายุซัพพอร์ต

ล่าสุดโครงการ Debian ออก Debian 9.13 “stretch” ซึ่งเป็นเวอร์ชันย่อยสุดท้ายของ Debian 9 ที่เป็น oldstable

หลังจากนี้ Debian 9 จะเข้าสถานะ LTS (แทน Debian 8 ที่เพิ่งหมดอายุไป) โดยไม่ออกเวอร์ชันย่อยใหม่อีกแล้ว แต่อาจยังได้แพตช์ความปลอดภัยของบางแพ็กเกจ ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2020

ทาง Debian แนะนำให้ผู้ที่อยากได้แพตช์สม่ำเสมอ อัพเกรดเป็น Debian 10 “Buster” ที่ออกเมื่อกลางปี 2019 ส่วนรุ่นเสถียรตัวถัดไป Debian 10 “Bullseye” จะออกช่วงกลางปี 2021

ที่มา – Debian

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117562

ไมโครซอฟท์เปิดตัวบริการตรวจจับมัลแวร์รูทคิต และสืบสวนบนระบบลีนุกซ์ฟรี

ทางไมโครซอฟท์ได้ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ที่จะให้บริการฟรี โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยระบุหลักฐานจากการสืบสวนการเจาะระบบบนแพลตฟอร์มลีนุกซ์ โดยเฉพาะการค้นหา Rootkit และมัลแวร์ที่บุกรุกที่ตรวจพบได้ยาก

บริการผ่านคลาวด์นี้ใช้ชื่อว่า Project Freta มีลักษณะเป็นกลไกสืบสวนบนหน่วยความจำบน Snapshot ที่ช่วยตรวจสอบหน่วยความจำแบบแรมที่ลบตัวเองได้บน Snapshot ของเวอร์ช่วลแมชชีน ที่สามารถตรวจหาซอฟต์แวร์อันตรายได้ รวมไปถึง Kernel Rootkit และมัลแวร์ที่ใช้เทคนิคซ่อนตัวเองแบบต่างๆ เช่น แบบที่ซ่อนโปรเซส

สำหรับโปรเจ็กต์นี้ตั้งชื่อตามชื่อถนน Freta ในกรุงวอร์ซอว์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของมารึ คูรี่ นักฟิสิกส์ชื่อดังระดับโลกลูกครึ่งฝรั่งเศส-โปแลนด์ซึ่งเป็นผู้คิดค้นการฉายภาพเอ็กซ์เรย์ทางการแพทย์เพื่อนำมาใช้ระหว่างการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งนี้ไมโครซอฟท์ตั้งใจให้ Project Freta ตรวจสอบหลักฐานบนเวอร์ช่วลแมชชีนได้แบบอัตโนมัติ ที่เปิดให้ทุกองค์กรสามารถสแกนแรมหามัลแวร์ได้ง่ายแค่กดปุ่มเดียว โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติม

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-launches-free-linux-forensics/

เคอร์เนลลินุกซ์ร่วมวง เลิกใช้คำว่า master/slave และ blacklist/whitelist

Linus Torvalds เห็นชอบให้โค้ดและเอกสารของเคอร์เนลลินุกซ์ เลิกใช้คำที่อ่อนไหวอย่าง master/slave และ blacklist/whitelist

ข้อเสนอนี้มาจาก Dan Williams หนึ่งในผู้ดูแลเคอร์เนลลินุกซ์ โดยเสนอให้เลิกใช้คำเดิม ส่วนจะแทนด้วยคำใหม่ว่าอะไรนั้นไม่ได้กำหนดตายตัว ขึ้นกับบริบทของการใช้งานและการตัดสินใจของนักพัฒนาแต่ละคน

master/slave เสนอใช้คำว่า

  • primary/secondary
  • main/replica or subordinate
  • initiator/target
  • requester/responder
  • controller/device
  • host/worker or proxy
  • leader/follower
  • director/performer

blacklist/whitelist เสนอใช้คำว่า

  • denylist/allowlist
  • blocklist/passlist

รูปแบบคำเหล่านี้เป็นแค่ “สไตล์การเขียนที่แนะนำ” เท่านั้น และกรณีที่เป็นโค้ดเดิมที่มีอยู่ก่อน อาจยังคงคำเดิมไว้เพื่อความเข้ากันได้

โครงการเคอร์เนลลินุกซ์ ถือเป็นโครงการโอเพนซอร์สล่าสุดที่ประกาศปรับนโยบายเรื่องคำที่อ่อนไหวเรื่องเชื้อชาติ ตามหลังหลายโครงการที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เช่น GitHub, OpenZFS, Chrome

No Description

ที่มา – LKML, ZDNet

from:https://www.blognone.com/node/117434

Linux Torvalds อนุมัติการใช้ศัพท์ใหม่แทน Blacklist และ Slave สนับสนุนแคมเปญต้านการเหยียดผิว

Linux Torvalds ได้เซ็นอนุมัติการเลือกใช้คำศัพท์ใหม่แทนคำว่า Blacklist และ Slave ในขั้นตอนการพัฒนาหรือเอกสารประกอบ ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายบริษัทเทคโนโลยี ออกนโยบายลักษณะนี้มาแล้ว

สำหรับคำศัพท์ที่อาจจะใช้แทน master/slave มีทางเลือกดังนี้

  • primary/secondary
  • main/replica or subordinate
  • initiator/target
  • requester/responder
  • controller/device
  • host/worker or proxy
  • leader/follower
  • director/performer

ศัพท์แทน blacklist/whitelist คือ

  • denylist/allowlist
  • blocklist/passlist

ปัจจุบันทางทีมงาน Linux กำลังขอความเห็นจากนักพัฒนาอยู่ โดยการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นกับซอร์สโค้ดใหม่ๆ ที่ออกมาหลังจากนี้ รวมไปถึงเอกสารประกอบ ส่วนคำศัพท์เดิมจะยังมีอยู่แค่ในโค้ดเวอร์ชันเก่าๆ เท่านั้น จะเห็นได้ว่าแคมเปญ ‘Black Lives Matter’ ได้ส่งแรงไปถึงบริษัทใหญ่ๆ ด้านเทคโนโลยีมากมายเช่น Twitter, GitHub, Microsoft, LinkedIn, Ansible, Splunk, Android, Go, MySQL, PHPUnit, Curl, OpenZFS, Rust, JP Morgan และล่าสุดก็คือ Linux นั่นเอง

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/linux-team-approves-new-terminology-bans-terms-like-blacklist-and-slave/

from:https://www.techtalkthai.com/linux-torvalds-approve-replace-new-word-for-blacklist-and-slave/

Debian 8 “jessie” หมดระยะซัพพอร์ตแล้ว

Debian 8 “jessie” ที่ออกครั้งแรกในปี 2015 หมดระยะซัพพอร์ตแล้วในวันที่ 30 มิถุนายน 2020 โดยจะไม่ได้แพตช์ความปลอดภัยอีก

หลังจากนี้ Debian 9 “stretch” จะเข้าสถานะซัพพอร์ตระยะยาว (LTS) แทน มีระยะซัพพอร์ตนาน 5 ปีเท่ากัน หมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2022

เวอร์ชันปัจจุบันของ Debian คือ Debian 10 “Buster” ที่ออกในปี 2019 และจะซัพพอร์ตไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2024 ส่วนเวอร์ชันหน้าคือ Debian 11 “Bullseye” มีกำหนดออกปี 2021 ตามนโยบายออกรุ่นใหญ่ทุกสองปี

ที่มา – Debian

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117416

Flutter รองรับลินุกซ์แล้ว กูเกิลจับมือ Canonical ให้แจกจ่ายแอพผ่าน Snap Store

กูเกิลประกาศความร่วมมือกับ Canonical พัฒนาให้ Flutter รองรับการสร้างแอพบนลินุกซ์

หลังจากตีตลาดแอพมือถือมาได้พอสมควร ก้าวต่อไปของ Flutter คือการเขียนเว็บและแอพเดสก์ท็อป โดยเริ่มจาก macOS เป็นแพลตฟอร์มเดสก์ท็อปตัวแรก

ทีมงาน Flutter อธิบายกระบวนการซัพพอร์ตแอพเดสก์ท็อป ว่าเริ่มจากปรับเอนจินให้รองรับเมาส์และคีย์บอร์ด รวมถึงการขยายขนาดหน้าต่าง (ซึ่งบนมือถือไม่จำเป็นต้องทำ) จากนั้นจึงเก็บรายละเอียด ปรับคอมโพเนนต์บางตัวให้ UI เหมาะกับเดสก์ท็อป และเชื่อมกับฟีเจอร์หรือสไตล์เฉพาะของ OS

No Description

สิ่งที่กูเกิลร่วมมือกับ Canonical คือพัฒนาการแจกจ่ายแอพ Flutter บนลินุกซ์ในแพ็กเกจแบบ Snap ที่ริเริ่มโดย Canonical (แต่สามารถใช้กับดิสโทรอื่นนอกจาก Ubuntu ได้ด้วย) ส่วนตัว Flutter SDK for Linux ก็ออกแพ็กเกจแบบ Snap ที่ดาวน์โหลดได้จาก Snap Store เช่นกัน

ตอนนี้ Flutter for Linux ยังมีสถานะเป็นรุ่นอัลฟ่า โดยกูเกิลจับมือกับผู้พัฒนาแอพสมุดที่อยู่ Flock ที่เขียนด้วย Flutter อยู่แล้ว โชว์การพอร์ตแอพมารันบนลินุกซ์ได้ทันที

No Description

ที่มา – Flutter

from:https://www.blognone.com/node/117374