คลังเก็บป้ายกำกับ: LINE

LINE BK เปิดบริการ โอน-ออม-ยืม-จ่าย ได้ใน LINE ผ่านบัญชี KBank

หลังจากเปิดตัวบริษัทร่วมทุนระหว่าง LINE Corp และ KBank ไปเมื่อปลายปี 2019 ในชื่อ KASIKORN LINE มาถึงวันนี้ได้เวลาเปิดตัวบริการ โอน-ออม-ยืม-จ่าย ผ่านแอพแชทอย่าง LINE โดยตรง เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งาน LINE ที่มีกว่า 47 ล้านราย ขอเพียงมีบัญชีกับ KBank ก็ใช้งานได้ครบทุกอย่าง

บริการที่ LINE BK ทำได้มีอะไรบ้าง

LINE BK ถือเป็นบริการทางการเงินจาก LINE ซึ่งจะทยอยเปิดตัวในประเทศอื่นๆ ที่ LINE ให้บริการอยู่ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรก (โดยอาจเปิดในชื่อ LINE BANK) ซึ่งสามารถใช้บริการธุรกรรมทางการเงินได้ผ่านแอพ LINE ได้ทันที ไม่ต้องดาวน์โหลดแอพอื่นๆ เพิ่มเติม บริการประกอบด้วย

  • เปิดบัญชีได้ทันที ไม่มีขั้นต่ำ และสามารถเชื่อมกับแอพ K PLUS ของ KBank ได้ทันที
  • ถอนเงินได้ที่ตู้ ATM ของ KBank
  • ทำให้สามารถโอนเงินให้ผู้อื่นที่มีบัญชี LINE ระหว่างกันได้ทันที

Microlending ยืมเงินได้ผ่าน LINE BK

หนึ่งในบริการที่น่าสนใจ คือ ยืมเงิน ที่สามารถกดยืมเงินได้ผ่านทาง LINE ใช้หลักการพิจารณารายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนในบัญชี KBank ในการอนุมัติวงเงินยืม ผ่อนชำระนานสูงสุด 60 เดือน

สำหรับวงเงินให้ยืมพร้อมใช้ สามารถแบ่งจ่ายเป็นงวด หรือจ่ายเป็นรายครั้งตามสะดวก จ่ายต่ำสุดเดือนละ 2% หรือ 200 บาท มีการคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน ลดต้นลดดอกหรือจะคืนทีเดียวหมดเลยก็ได้ ทั้งหมดไม่มีค่าธรรมเนียม

LINE BK ยังจัดโปรโมชั่นช่วงแรกสมัครและได้รับอนุมัติภายในวันที่ 15 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 ยืมเงินคิดดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือน

มีบริการบัตรเดบิต บัตรเดบิตออนไลน์ และบัตรเดบิตคู่วงเงิน

สามารถเปิดบริการบัตรเดบิต ผ่านบัญชี LINE BK ได้ทันที มีบริการแจ้งเตือนการใช้งานผ่าน LINE นอกจากนี้ยังมีบัตรเดบิตออนไลน์ที่เปิดใช้ได้ทันที ถ้ามีการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านบัตรเดบิต รับเงินคืน 0.5%

เงินออมรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.5%

เงินออมกำหนดระยะเวลา 6 เดือน รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี หรือ 12 เดือน รับดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี กำหนดเป้าได้ตั้งแต่ 100 บาทถึง 500,000 บาท (เงินฝากส่วนที่เกินจาก 500,000 บาท จะไม่ได้รับดอกเบี้ย) สามารถมีบัญชีเงินออมดอกพิเศษได้สูงสุด 3 บัญชีต่อคน

กรณีออมเงินไม่ได้ตามเป้าหมาย จะได้รับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปกติ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/line-bk-kbank/

ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงควรลองใช้งาน LINE BK

ทีมงาน Thumbsup ได้เข้าร่วมฟังการเปิดตัวเล็กๆ ของ LINE BK ที่มีการเล่นคำจากคำว่า LINE Bank มาเป็น BK ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Social Bank เต็มรูปแบบรายแรกในไทย ซึ่งหลายฟีเจอร์ที่กำลังจะเปิดตัวให้ใช้งานจริงนั้น บอกได้เลยว่าธุรกิจธนาคารมีหนาวแน่นอน

คุณธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจมากมายในการเปิดบริการทางการเงินอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็น บริการทางการเงินในครั้งนี้ เราจะสามารถใช้งาน 4 บริการหลักได้แล้ว คือ เปิดบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินออมตามดอกเบี้ยพิเศษ เปิดบัตรเดบิต และมีวงเงินให้ยืม

จากปัญหาการเข้าถึงบริการทางการเงินแบบออนไลน์ของคนไทยนั้นยังมีน้อย กลุ่มที่เป็น Under Bank ยังมีมากถึง 45% ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสาขาของธนาคารได้ เมื่อเทียบกับขีดความสามารถในการเข้าถึงช่องทางออนไลน์ของคนไทยเก่งขึ้นกว่าเดิม แต่ธนาคารกลับมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในช่องทางออนไลน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้  จากตัวเลขการใช้งานไลน์ที่มีกว่า 47 ล้านบัญชีนั้น ถือว่าเป็นโอกาสใหญ่ท่ีจะดึงคนเหล่านี้เข้าถึงบัญชีธนาคารแบบออนไลน์

ด้วยนิยามของ LINE BK ที่ใช้คำว่า Banking In Your Hand หรือ เรื่องเงินง่ายในLINE คุณ จะช่วยให้ผู้ที่มีบัญชีไลน์จะเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานได้

การเปิดบัญชีของ LINE BK นั้น สามารถทำได้ผ่านหน้าแชทโดยตรงไม่ต้องโหลดแอปใหม่ให้วุ่นวาย เพียงแค่คุณเพิ่ม LINE BK เป็นเพื่อนของคุณผ่านทาง LINE Chat หรือกดที่ Wallet ในแท็บที่ 5 บนไลน์

จากนั้นเราสามารถเลือกผูกบัญชี Kbank เพื่อใช้งาน LINE BK ได้เลย ระบบจะแจ้งเตือนการใช้งานทั้งจากทางแอปของ Kbank เองว่ามีเงินหมุนเวียนเข้าออก หรือภายในบัญชีของทาง LINE BK ว่ามีการใช้จ่ายอะไรบ้าง ทำให้ทราบถึงข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

เมื่อได้บัญชีมาแล้ว เราจะรับบัตรแข็งหรือไม่ก็ยังได้ ก็สามารถฝากถอนใช้จ่ายได้ตามปกติหรือแม้แต่การกดเงินแบบไม่ใช้บัตรก็สามารถสั่งงานผ่าน LINE BK ได้ด้วย หรือจะโอนเงินก็ทำภายในไลน์ได้โดยไม่ต้องสลับแอปออกไปมาให้วุ่นวาย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเรียกเก็บเงิน แชร์สลิปการโอนเงิน หารจ่ายบิล ได้ทั้งหมดแบบไม่ต้องภายในไลน์

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือสามารถขอวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่คุณอาจจำเป็นต้องการวงเงินแบบด่วนๆ หรือไม่สามารถทำเรื่องกู้เงินจากธนาคารได้ ก็จะมีอนุมัติวงเงินให้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากยื่นเรื่องต่างๆ พร้อมส่งข้อมูลเรียบร้อย

โดยการกู้เงินนั้นจะใช้การประเมินความเสี่ยงแบบรายบุคคลที่เรียกว่า LINE Credit Scoring ข้อมูลหลายส่วนมารวมกัน ประกอบด้วย ข้อมูลจากเครดิตบูโร ข้อมูลจากบัญชีเดินสะพัดในธนาคาร และข้อมูลจากการใช้บริการต่างๆ ของไลน์

โดยแต่ละคนจะมีอัตราดอกเบี้ยและวงเงินกู้ผันแปรไปตามแต่ละบุคคล สูงสุด 8 แสนบาทและไม่มีค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพิ่มเติม และจะมีอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระให้เลือก 2 แบบ คือ วงเงินให้ยืมพร้อมใช้ ดอกเบี้ย 20-25% ต่อปี หรือ วงเงินให้ยืมผ่อนชำระ ดอกเบี้ย 18-25% ต่อปี และยังเลือกระยะเวลาผ่อนชำระได้อีก

การที่มี LINE BK ออกมาช่วยแบบนี้ หากคนรุ่นใหม่บริการจัดการทางการเงินแบบชนเดือนก็อาจจะไม่สิ้นใจช่วงกลางเดือนแล้ว

 

from:https://www.thumbsup.in.th/line-bk-social-bank?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-bk-social-bank

LINE BK ธนาคารในแชทเปิดให้บริการแล้ว โอนเงินและแจ้งเตือนได้สะดวกปลอดภัยกว่า เชื่อมต่อบัญชี K PLUS ได้เลย

LINE BK บริการ Social Banking อย่างเต็มรูปแบบเปิดตัวให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับการใช้งานธนาคารออนไลน์มากมายไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน หรือทวงเงินผ่านระบบแชท ระบบแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกบัญชีแบบ real-time ทำให้การจ่ายเงินออนไลน์ โดยเฉพาะผ่านแอปแชทนี้สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม

ตอนนี้ LINE BK ก็ได้เปิดตัวให้ได้ลองใช้งานกันอย่างเป็นทางการแล้วในแอปพลิเคชัน LINE Messenger ซึ่งเป็นบริการที่เปิดจากความร่วมมือระหว่าง KBank และ LINE เพื่อที่จะสร้างประสบการณ์ในการใช้จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ที่สะดวกสบายง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านหน้าแชทโดยตรง การ Request เงินจากเพื่อนในไลน์ หรือการหารบิลจ่ายในกลุ่มแชทก็สามารถทำได้

ทาง LINE BK ก็มีบริการเปิดบัตรเดบิตเพิ่มเติมได้อีกด้วย ซึ่งจากการเชื่อมต่อ LINE BK ครั้งแรกตัวแอปจะทำการสร้างบัญชีกสิกรใหม่ให้เราเพิ่มอีก 1 บัญชีทำให้เราสามารถเปิดบริการบัตรเดบิตใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิตออนไลน์ สำหรับใช้จ่ายซื้อของในอินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย หรือถ้าใครอยากได้บัตรแข็ง ทาง LINE ก็ได้เปิดตัวบัตรเดบิตลายพิเศษเป็นตัวละครไลน์สุดน่ารัก อีกทั้งยังมาพร้อมกับ Cashback 0.5% สำหรับทุกการใช้จ่าย ซึ่ง 1 บัญชีสามารถเปิดบัตรเดบิตได้สูงสุดถึง 5 ใบเลยทีเดียว

นอกจากบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานที่กล่าวไปข้างต้น LINE BK ก็ยังมีการให้บริการสินเชื่อออนไลน์ ที่จะให้ผู้ใช้งานสามารถกู้เงินทางไลน์ผ่านการคำนวนความเสี่ยงเป็นรายบุคคล ซึ่งมีวงเงินกู้สูงสุดอยู่ที่ 8 แสนบาท แถมยังไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีกด้วย

ด้วยความร่วมมือระหว่างไลน์ และ KBank ทำให้การสมัครและเปิดบริการใน LINE BK นั้นง่ายดายมาก เพียงยืนยันตนในแอปพลิเคชัน แล้วเชื่อมต่อเข้ากับบัญชี K PLUS เราก็จะสามารถเริ่มใช้งาน LINE BK ได้โดยตรงจากในแอปพลิเคชันเลย

ใครที่อยากลองใช้งานก็สามารถเข้าไปดูที่แถบ LINE BK ที่เพิ่มมาในเมนู Wallet บริเวณขวาสุดของแอปไลน์ได้เลยครับ…ซึ่งจากตอนนี้ที่ทางทีมงาน Droidsans ได้ลอง ๆ ว่ามีฟีเจอร์อะไรบ้าง แต่ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาอัปเดตให้ฟังภายหลังครับ

 

from:https://droidsans.com/line-bk-social-banking-soft-launch/

LINE BK บริการ Social Banking บนแอป LINE เปิดให้บริการแล้ว มาพร้อมฟีเจอร์โอนเงินผ่านระบบแชท เชื่อมต่อได้กับบัญชี KBank

LINE BK บริการ Social Banking อย่างเต็มรูปแบบเปิดตัวให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับการใช้งานธนาคารออนไลน์มากมายไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน หรือทวงเงินผ่านระบบแชท ระบบแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกบัญชีแบบ real-time ทำให้การจ่ายเงินออนไลน์สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย

ตอนนี้ LINE BK ก็ได้เปิดตัวให้ได้ลองใช้งานกันอย่างเป็นทางการแล้วในแอปพลิเคชัน LINE messenger ซึ่งเป็นบริการที่เปิดจากความร่วมมือระหว่าง KBank และ LINE เพื่อที่จะสร้างประสบการณ์ในการใช้จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ที่สะดวกสบายง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านหน้าแชทโดยตรง การ Request เงินจากเพื่อนในไลน์ หรือการหารบิลจ่ายในกลุ่มแชทก็สามารถทำได้

ทาง LINE BK ก็มีบริการเปิดบัตรเดบิตเพิ่มเติมได้อีกด้วย ซึ่งจากการเชื่อมต่อ LINE BK ครั้งแรกตัวแอปจะทำการสร้างบัญชีกสิกรใหม่ให้เราเพิ่มอีก 1 บัญชีทำให้เราสามารถเปิดบริการบัตรเดบิตใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิตออนไลน์ สำหรับใช้จ่ายซื้อของในอินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย หรือถ้าใครอยากได้บัตรแข็ง ทาง LINE ก็ได้เปิดตัวบัตรเดบิตลายพิเศษเป็นตัวละครไลน์สุดน่ารัก อีกทั้งยังมาพร้อมกับ Cashback 0.5% สำหรับทุกการใช้จ่าย ซึ่ง 1 บัญชีสามารถเปิดบัตรเดบิตได้สูงสุดถึง 5 ใบเลยทีเดียว

นอกจากบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานที่กล่าวไปข้างต้น LINE BK ก็ยังมีการให้บริการสินเชื่อออนไลน์ ที่จะให้ผู้ใช้งานสามารถกู้เงินทางไลน์ผ่านการคำนวนความเสี่ยงเป็นรายบุคคล ซึ่งมีวงเงินกู้สูงสุดอยู่ที่ 8 แสนบาท แถมยังไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีกด้วย

ด้วยความร่วมมือระหว่างไลน์ และ Kbank ทำให้การสมัครและเปิดบริการใน LINE BK นั้นง่ายดายมาก เพียงยืนยันตนในแอปพลิเคชัน แล้วเชื่อมต่อเข้ากับบัญชี KPlus เราก็จะสามารถเริ่มใช้งาน LINE BK ได้โดยตรงจากในแอปพลิเคชันเลย ใคร

ใครที่อยากลองใช้งานก็สามารถเข้าไปดูที่แถบ LINE BK ที่เพิ่มมาในเมนู Wallet บริเวณขวาสุดของแอปไลน์ได้เลยครับ…ซึ่งจากตอนนี้ที่ทางทีมงาน Droidsans ได้ลอง ๆ ว่ามีฟีเจอร์อะไรบ้าง แต่ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาอัปเดตให้ฟังภายหลังครับ

 

from:https://droidsans.com/line-bk-transfer-loan-money-through-line/

LINE BK เปิดตัวแล้ว โอนเงินได้จากหน้าแชท ถ้ามีบัญชี KBank นำมาใช้ได้เลย

LINE BK บริการการเงินที่ร่วมทุนระหว่าง LINE และธนาคารกสิกรไทย ตั้งแต่ปลายปี 2018 เปิดตัวแล้ว

ชื่อ LINE BK มาจากคำว่า LINE Bank แต่เนื่องจากว่าไม่ได้เป็นธนาคารจริงๆ (บริการทั้งหมดอยู่บนไลเซนส์ธนาคารของธนาคารกสิกรไทย) จึงใช้คำว่า LINE BK

จุดเด่นของ LINE BK คือการผสานแพลตฟอร์มแชทของ LINE ที่มีผู้ใช้ 47 ล้านคน กับฐานลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่มี 16 ล้านคน ทำให้เราสามารถทำธุรกรรมการเงิน เช่น เปิดบัญชี โอนเงิน ได้จากหน้าแชทโดยตรง แต่ LINE BK ก็ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านการใช้งานออฟไลน์ เพราะสามารถถอนเงินได้ตู้ ATM ของธนาคารกสิกรไทย และใช้เครือข่ายสาขา-ตู้ ATM ของธนาคารกสิกรได้ด้วย

No Description

การใช้งาน LINE BK สามารถทำได้ทั้งนำบัญชีธนาคารกสิกรไทยที่มีอยู่แล้วมาใช้ได้ทันที หรือจะเปิดบัญชีใหม่ผ่านออนไลน์ก็ได้ (จำเป็นต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนที่จุดยืนยันตัวตนของ KBank)

จุดเด่นที่สุดของ LINE BK ย่อมเป็นการโอนเงินจากหน้าแชท โดยไม่ต้องสลับไปใช้แอพธนาคารออนไลน์ ถือเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้มากขึ้น พร้อมยังมีฟีเจอร์อื่นๆ เช่น แชร์สลิปการโอน, เรียกเก็บเงิน (request money), หารจ่ายบิล (split bill) รวมถึงแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวบัญชีจาก notification ของ LINE เป็นต้น

No Description

No Description

LINE BK ยังมีบริการบัตรเดบิตให้ด้วย (เปิดบัตรเดบิตให้ทันทีตอนเริ่มใช้งาน) เลือกได้ทั้งบัตรเดบิตแบบดิจิทัล และออกบัตรจริงๆ (ที่เป็นลายการ์ตูนจาก LINE Friends สร้างแรงดึงดูดด้วยพลังคาแรกเตอร์) โดยมีโปรโมชั่นจูงใจคือ 0.5% cashback สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์

No Description

นอกจากบริการโอนเงินพื้นฐาน LINE BK ยังมีบริการกู้เงิน/สินเชื่อ Credit Line ที่เป็น microlending

บริการกู้เงินของ LINE BK จะใช้ระบบประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคล โดยมีอัตราดอกเบี้ยและวงเงินกู้แปรผันไปตามแต่ละบุคคล (วงเงินสูงสุด 8 แสนบาทตามกฏของแบงค์ชาติ) และไม่มีค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพิ่มเติม

การประเมินความเสี่ยงระบบ LINE Credit Scoring ที่ใช้ข้อมูลหลายส่วนมาผสมกัน เช่น ข้อมูลแบบดั้งเดิม (เครดิตบูโร), ข้อมูลในระบบของธนาคารกสิกรไทย (ถ้ามี) และข้อมูลการใช้งานบริการทั้งหมดในเครือ LINE

เมื่อสมัครและกรอกข้อมูลแล้ว ระบบจะดึงข้อมูลจากเครดิตบูโร และนำมาประมวลผลกับข้อมูลอื่นๆ (ในกรณีที่ไม่ได้ใช้บัญชีกสิกร ก็ต้องอัพโหลดไฟล์จาก statement ของธนาคารอื่นแทน) เพื่อประเมินความเสี่ยงและอนุมัติ โดยใช้ระยะเวลาตรวจสอบไม่นานเป็นหลักไม่กี่นาที (เร็วกว่านั้นถ้าดึงข้อมูลจากกสิกรโดยตรง เพราะไม่เสียเวลาตรวจ statement ที่ใช้คนตรวจ)

No Description

from:https://www.blognone.com/node/119040

[Guest Post] LINE ประกาศเดินหน้าเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคตสำหรับธุรกิจ เผยเทรนด์สำคัญพร้อมโซลูชันใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่โลกดิจิทัล

  • จาก New Normal สู่ Never Normal ในวันที่โลกธุรกิจไม่เหมือนเดิม LINE นำเสนอนิยามใหม่ของการเติบโตในโลกธุรกิจในงาน LINE THAILAND BUSINESS 2020 ฟอรัมธุรกิจแห่งปีจาก LINE ประเทศไทย
  • ชี้สถานการณ์ไทยถึงคราวผลัดเปลี่ยนจาก Globalization สู่ Decentralization ด้วย 3 เทรนด์ใหม่ New Human ผู้บริโภคกับพฤติกรรมใหม่ New Rule บรรทัดฐานใหม่ในการเก็บข้อมูล และ New Power อิทธิพลและพลังของเอเชียเหนือทั่วโลก
  • พร้อมนำเสนอโซลูชันใหม่ สอดรับ 3 เทรนด์สู่การเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มแห่งอนาคตสำหรับธุรกิจทุกประเภท

LINE ประเทศไทย จัดงาน “LINE THAILAND BUSINESS 2020” ฟอรัมธุรกิจแห่งปีนำโดยทีมผู้บริหาร LINE ประเทศไทย พิสูจน์การเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มแห่งอนาคตสำหรับธุรกิจทุกประเภท ด้วยการสร้างนิยามใหม่ของการเติบโตในโลกธุรกิจที่ไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมให้แก่แบรนด์ เอเจนซี่ และนักการตลาดชั้นนำ ร่วมด้วยบริษัทวิจัยการตลาดระดับโลกอย่างนีลเส็น ประเทศไทย (Nielsen Thailand)  เผยข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงวิกฤตภัยโควิด-19 พร้อมนำเสนอโซลูชันใหม่ๆ จาก LINE สอดรับกับกระแสโลกที่ก้าวออกจากยุค Globalization สู่ Decentralization ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ

นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “ในอดีต เราเห็นตัวอย่างของเทรนด์ใหญ่ระดับโลก (Megatrends) มากมายที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น การเชื่อมต่อความเร็วสูง 5G การใช้จ่ายเงินดิจิทัล สงครามทางการค้าระหว่างประเทศ และล่าสุดกับการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ทุกธุรกิจ
คอยเรียนรู้และเร่งปรับตัว ดำเนินรอยตาม Global อยู่เสมอ แต่ด้วยวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมธุรกิจทั่วโลกครั้งใหญ่ไปโดยสิ้นเชิง ทุกภาคส่วนต่างเร่งรับมือกับโจทย์ใหญ่ คือการก้าวขึ้นสู่โลกออนไลน์อย่างรวดเร็วโดยไม่ได้มีสูตรสำเร็จในการใช้ดิจิทัลรับมือวิกฤตครั้งนี้มาก่อน เราจึงมองว่าการทำธุรกิจแบบ Decentralization ที่ให้ความสำคัญกับภาคส่วนย่อยมากขึ้น สามารถสอดรับการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันนี้ได้เป็นอย่างดี ควบคู่กับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในปัจจุบัน ทำให้แต่ละภาคธุรกิจต้องนิยามการเติบโตในธุรกิจใหม่ เพื่อความอยู่รอดและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอีกครั้งหลังวิกฤตครั้งใหญ่นี้”

โดยในงาน LINE THAILAND BUSINESS 2020 ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่นีลเส็น ประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลและแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไประหว่างช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยสรุปออกมาเป็น 4 ประเด็นสำคัญได้แก่   Basket – ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าในปริมาณน้อยลง Homebody – ผู้บริโภคนิยมหันมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่บ้าน Rational – ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าโดยคำนึงถึงเหตุผลมากขึ้น และ Affordability – ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าโดยคำนึงปัจจัยด้านราคามากขึ้น

 

ผู้บริโภคกับพฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง

จากข้อมูลเชิงสถิติบนแพลตฟอร์ม LINE ในปัจจุบัน ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมใหม่ๆ ของผู้บริโภคมากมายหลายด้าน และมีจำนวนผู้บริโภคที่นิยมชื่นชอบพฤติกรรมเหล่านี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ๆ ในสังคมไทย โดยเราเรียกเทรนด์นี้ว่า “New Human” หรือผู้บริโภคกับพฤติกรรมใหม่ ตัวอย่างเทรนด์นี้ที่เห็นได้ชัดคือกระแสซีรีส์วายพลิกจากความชอบเฉพาะกลุ่มสู่พฤติกรรมกระแสหลักของผู้ชมชาวไทยก่อนจุดติดเป็นกระแสซีรีส์วายฟีเวอร์ทั่วเอเชีย สร้างกลุ่มแฟนตัวจริงหรือ Fandom ที่พร้อมสนับสนุนนักแสดงซีรีส์วายในดวงใจ ก่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ Y-Economy ด้วยการใช้ศิลปิน นักแสดงเป็นกลไกนำไปสู่ความจงรักภักดีต่อแบรนด์และการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากข้อมูลผลสำรวจโดย LINE ประเทศไทยยังพบว่าร้อยละ 80 ของผู้ชมซีรีส์วายชาวไทยคือเกือบ 20 ล้านคนนิยมดูซีรีส์วายผ่านช่องทาง LINE TV เป็นหลัก

 

บรรทัดฐานใหม่ในการเก็บข้อมูลไม่พึ่งพาคนกลาง

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา จนเกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการเก็บข้อมูลหรือ “New Rule” ที่อาจส่งผลต่อทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในฝั่งแพลตฟอร์มและฝั่งแบรนด์ การเก็บข้อมูลโดยตรงจากลูกค้า (First-party data) จึงเป็นทางออกที่ทุกกลุ่มธุรกิจควรให้ความสำคัญ และควรเริ่มเตรียมตัว ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ วิธีดำเนินธุรกิจให้สอดคล้อง รองรับมาตรการเหล่านี้ให้ทันท่วงที ซึ่ง LINE เล็งเห็นความสำคัญของ First-party data และเปิดให้แบรนด์สามารถเก็บข้อมูลโดยตรงจากลูกค้า ผู้ใช้งานด้วยโซลูชันและเครื่องมือบนแพลตฟอร์ม LINE มานานเกือบ 3 ปีผ่าน LINE Business Connect for CRM (BCRM) ที่ช่วยบริการจัดการฐานข้อมูลลูกค้าบน LINE Official Account และ Mission Stickers สติกเกอร์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับเมื่อทำภารกิจตามที่แบรนด์กำหนด เช่น การเพิ่มเพื่อนบน LINE การตอบแบบสอบถาม เป็นต้น ซึ่งทั้งสองเครื่องมือ สามารถช่วยให้แบรนด์ได้รับข้อมูลโดยตรงจากลูกค้าได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส ในจำนวนมหาศาลภายในเวลาอันรวดเร็วถึงนับล้านโปรไฟล์ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ โดยในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา LINE มีฐานข้อมูลสะสมที่ได้รับโดยตรงจากผู้ใช้งานมากกว่า 300 ล้านโปรไฟล์รวมจากทุกแบรนด์ที่ใช้บริการ ในงานนี้ LINE ยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญของการเก็บและใช้ประโยชน์ของดาต้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการประกาศเปิดตัวโซลูชันใหม่ล่าสุด MyCustomer ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ผ่าน LINE OA ให้กับแบรนด์ได้ดีและลึกยิ่งขึ้น ยกระดับระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าแบบครบวงจรหรือ CRM (Customer relationship management) บน LINE ในแบบเดิมๆ สู่การเป็น CDP – Customer Data Platform หรือแพลตฟอร์มสำหรับจัดการข้อมูลลูกค้าแบบใหม่ ซึ่งมีแผนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการปีหน้า

 

อิทธิพลและพลังของเอเชียเหนือทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอเชียได้ก้าวเข้ามาเป็นขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก เฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ใน 3 ไตรมาสแรกมีมูลค่ารวมกว่า 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ1 มากกว่าทวีปอเมริกาเหนือกว่า 3 เท่า ส่งให้เอเชียกลายเป็น “New Power” ที่อิทธิพลและพลังเหนือภูมิภาคอื่นทั่วโลก โดยหากวัดเฉพาะผู้บริโภคของไทย ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านการช้อปปิ้งผ่านโซเชียลมีเดียมาตั้งแต่ปี 25592 โดยเฉพาะ Chat Commerce ซึ่งมีผลสำรวจเผยว่า เป็นช่องทางการซื้อขายรูปแบบ E-Commerce ที่ดีที่สุดสำหรับเอสเอ็มอีไทย หากวัดจากผลตอบแทนจากการลงทุนหรือ ROI – Return on Investmentจึงอาจกล่าวได้ว่า Chat Commerce คือช่องทางที่ดีที่สุดสำหรับการขายสินค้าแบบ E-Commerce  ที่เหมาะและตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้อย่างลงตัว LINE จึงได้เปิดให้บริการ MyShop เครื่องมือที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพ LINE OA ด้านการขายของ ด้วยระบบหน้าร้านออนไลน์ ระบบจัดการสต๊อกสินค้า เป็นต้น ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (Gross Merchandise Value) ของ MyShop  มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 17 เท่านับตั้งแต่เปิดให้บริการมา

จากความสำเร็จนี้ LINE ได้เดินหน้าแนะนำเครื่องมือและโซลูชันใหม่ๆ เพื่อการเติบโตของทุกธุรกิจไทยภายใต้ความเปลี่ยนแปลงสู่ยุค Decentralization ออกมาอีกมากมาย ซึ่งล้วนเป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคไทย และภาคธุรกิจไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น MyRestaurant โซลูชันสำหรับจัดการบริการต่างๆ ด้านธุรกิจอาหารบน LINE OA ภายใต้ความร่วมมือจาก LINE MAN Wongnai ช่วยดูแลธุรกิจอาหารตั้งแต่บนโลกออนไลน์ถึงหน้าร้านและบริการจัดส่งอย่างครบวงจร Event Stickers สติกเกอร์รูปแบบใหม่ที่แบรนด์สามารถกำหนดยอดดาวน์โหลดได้เองเพื่อควบคุมงบประมาณได้ตามต้องการ เป็นการขยายฐานให้กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเข้าถึงโซลูชันนี้ในการทำธุรกิจได้มากขึ้น
เช่น การแจกสติกเกอร์ให้กับผู้ร่วมงานอีเวนท์ตามจำนวนที่กำหนด การแจกสติกเกอร์สำหรับลูกค้าที่ได้ซื้อสินค้าที่กำหนดไว้ในจำนวนจำกัดเท่านั้น เป็นต้น ซึ่งพร้อมเปิดให้แบรนด์สามารถใช้งานโซลูชันนี้ได้แล้ววันนี้! และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัว LINE OA Store แหล่งรวมเครื่องมือและโซลูชันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ LINE OA ในด้านต่างๆ ทั้งที่พัฒนาจาก LINE เอง และจากองค์กรนักพัฒนาภายนอก รวมไว้ในที่เดียว ซึ่งนอกจากจะมีช่องทางหลักให้ธุรกิจสามารถเลือกใช้เครื่องมือ โซลูชันได้ตามจุดประสงค์ ความต้องการแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมศักยภาพของนักพัฒนาไทย ให้มีตลาดในการนำเสนอผลงานทางด้านเทคโนโลยีสำหรับภาคธุรกิจได้อย่างจริงจัง โดยมีแผนเปิดให้ใช้งานภายในสิ้นปีนี้เช่นเดียวกับ MyRestaurant

“ธุรกิจไทยยังมีความท้าทายข้างหน้ารออยู่ในโลกหลังโควิด-19 โดย LINE พร้อมที่จะนำเสนอโซลูชันใหม่ๆ เพื่อพลิกนิยามของการเติบโตทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ให้แก่ทั้งแบรนด์ นักการตลาด และเอสเอ็มอี ตลอดจนยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ให้สะดวกสบายขึ้นไปอีกขั้น กระแสตอบกลับต่อเหตุการณ์ครั้งใหญ่ของโลกแบบเฉพาะตัวอันแตกต่างไป
ตามแต่ละท้องที่หรือ Decentralization ได้สร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจไทยโดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ตามอีกต่อไป โดย LINE พร้อมยืนเคียงข้างธุรกิจไทยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน” นายนรสิทธิ์ กล่าวสรุป

 

1ที่มาจากผลสำรวจของ eMarketer
2ที่มาจากผลสำรวจของ PWC Total Retail Survey
3ที่มาจากผลสำรวจของ ETDA EC Report 2019
 

from:https://www.techtalkthai.com/line-thailand-business-2020-2/

LINE เดินหน้าแพลตฟอร์มแห่งอนาคตสำหรับทุกธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่โลกดิจิทัล

ความจำเป็นในการก้าวสู่โลกดิจิทัลของหลากธุรกิจมีมากขึ้น จุดนี้เอง LINE ประเทศไทย จึงพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งอนาคตสำหรับทุกธุรกิจ เพื่อเป็นส่วนช่วยให้องค์กรไทยก้าวสู่โลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

line
นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย

ฝ่าฟันวิกฤต และพร้อมเติบโตด้วยดิจิทัล

นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้หลายธุรกิจเริ่มใช้ดิจิทัลยกระดับการทำตลาดมาส่วนหนึ่งแล้ว แต่การระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ทุกอย่างต้องไปดิจิทัลเร็วขึ้น เพื่อผ่านพ้นวิกฤตนี้ และพร้อมสร้างโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคตได้

“เรามองว่าการทำธุรกิจแบบ Decentralization ที่ให้ความสำคัญกับภาคส่วนย่อยมากขึ้น สามารถสอดรับการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันนี้ได้เป็นอย่างดี ควบคู่กับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในปัจจุบัน ทำให้แต่ละภาคธุรกิจต้องนิยามการเติบโตในธุรกิจใหม่เพื่อความอยู่รอดและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอีกครั้งหลังวิกฤต”

line

สำหรับทิศทางการใช้ดิจิทัลมายกระดับธุรกิจแบบ Decentralization ประกอบด้วย

  • New Human หรือเข้าใจพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค เช่นการรับชมซีรีส์วายจนเป็นกระแส และสร้าง Y-Economy ขึ้นมาได้ โดย LINE มีแพลตฟอร์ม LINE TV ที่มีผู้ชมซีรีส์วายกว่า 20 ล้านคน
  • New Rule หรือการใช้บรรทัดฐนใหม่ในการทำธุรกิจ เช่นการเก็บข้อมูลที่องค์กรต่างๆ ควรเก็บข้อมูลจากลูกค้าโดยไม่ผ่านคนกลาง หรือ First-party Data ซึ่ง LINE มีแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ช่วยเหลือองค์กรในการเก็บข้อมูล
  • New Power หรือการมองกลุ่มผู้ซื้อใหม่ โดยครั้งนี้ต้องเล็งเห็นพื้นที่เอเชีย เช่นประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านการซื้อสินค้าผ่าน Chat Commerce ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่ง LINE มีบริการ MyShop ช่วยเรื่องนี้

นอกจากนี้ LINE ยังมีเครื่องมืออื่นๆ เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์ Decentralization อาทิ MyRestaurant เพื่อช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหาร, Event Stickers สติกเกอร์รูปแบบใหม่ที่กำหนดยอดดาวน์โหลดได้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย และ LINE OA Store แหล่งรวมเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ LINE OA

line

“ธุรกิจไทยยังมีความท้าทายข้างหน้ารออยู่ในโลกหลัง COVID-19 โดย LINE พร้อมที่จะนำเสนอโซลูชันใหม่ๆ เพื่อพลิกนิยามของการเติบโตทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ให้แก่ทั้งแบรนด์ นักการตลาด และเอสเอ็มอี ตลอดจนยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ให้สะดวกสบายขึ้นไปอีกขั้น”

สรุป

การนำดิจิทัลมายกระดับธุรกิจทำได้หลายรูปแบบ และ LINE คือหนึ่งในผู้พัฒนาแพลตฟอร์มที่รวบรวมเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยเหลือให้องค์กรไทยเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้นผ่านดิจิทัล ส่วนในอนาคต LINE จะมีเครื่องมืออะไรออกมาอีก ต้องรอติดตามกัน

*MyRestaurant โซลูชันสำหรับจัดการบริการต่างๆ ด้านธุรกิจอาหารบน LINE OA อยู่ภายใต้ความร่วมมือจาก LINE MAN Wongnai บริษัทแม่ของ Brand Inside

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/line-thailand-business/

[Guest Post] LINE ประเทศไทย จัดเสวนา CEO Talk ชูจุดแข็ง “เอเชีย” สู่ศูนย์กลางการขับเคลื่อนการเติบโตของโลกหลังวิกฤติ พร้อมแนะธุรกิจไทยเร่งคว้าโอกาสด้วยเทคโนโลยี

LINE ประเทศไทย จัดเวทีพูดคุยฝ่าวิกฤต วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ที่เอเชียจะเป็นภูมิภาคขับเคลื่อนการเติบโตของโลก ภายใต้หัวข้อ “Rising Asia: A New World Order” โดยมีประธานกรรมการบริษัท McKinsey & Company (Asia) มร. โอลิเวอร์ ทอนบี เปิดเผยมุมมองและแนวทางการเติบโตของเอเชีย ที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของประชากร และการตอบรับเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ ดร. พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย ร่วมวิเคราะห์ถึงทางรอดของธุรกิจไทยที่จะเดินหน้าต่อได้ด้วยกลุยทธ์ดิจิทัลที่ชัดเจนและความร่วมมือภาคเอกชน 

 

มร. โอลิเวอร์ ทอนบี ประธานกรรมการบริษัท McKinsey & Company’s Chairman (เอเชีย) กล่าวในงาน LINE THAILAND BUSINESS 2020: Exclusive CEO Talk ว่า “สถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจจากการระบาดของ โควิด-19 ทั่วโลก เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายสำหรับทุกประเทศก็จริง แต่ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ สถานการณ์โควิด-19 กลายเป็นตัวเร่งการพัฒนาต่างๆ ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ตลอดจนการปรับตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Contactless Payment) หรือแม้แต่เรื่องการศึกษาที่เราพูดถึง E-Learning กันมานาน แต่ไม่เกิดขึ้นจริงหรือเป็นที่นิยม ก็เกิดขึ้นในช่วงนี้ที่ทุกคนต้องมาเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า องค์กรที่มีการเตรียมตัวหรือปรับตัวมาสู่ดิจิทัลแล้ว ได้เปรียบมากกว่าองค์กรที่ยังไม่ได้ปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างมาก

จากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและการรับเอาเทคโนโลยีมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ ภูมิภาคเอเชียยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องแม้มีสถานการณ์วิกฤตด้านต่างๆเข้ามาเป็นอุปสรรค การลงทุนต่างๆจะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น เพราะการบริโภคกว่าครึ่งในโลกเป็นการบริโภคจากเอเชีย เทรนด์จากที่เคยเป็น Globalization จะกลายเป็น Regionalization แทน” มร.โอลิเวอร์ ให้คำแนะนำสำหรับองค์กรธุรกิจเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่องค์กรธุรกิจต้องมี คือ (1) ความรวดเร็ว ทั้งเรื่องความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป และการตัดสินใจปรับเปลี่ยนการทำงานหรือการดำเนินธุรกิจขององค์กร (2) ความร่วมมือทางธุรกิจ การมองหาพันธมิตรในการเดินหน้าธุรกิจใหม่ร่วมกัน เพื่อเติมเต็มความถนัดของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีสตาร์ทอัพเกิดขึ้นมากมายที่องค์กรใหญ่ไม่ควรมองข้าม และ (3) ต้องไม่ย่อท้อพร้อมที่จะปรับตัวเสมอ ที่ขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่เราไม่รู้เลยว่าอะไรเจอเกิดขึ้น ดังนั้นจึงต้องพร้อมรับ และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว 

 

ในขณะที่ ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย ได้ร่วมให้มุมมองเกี่ยวกับประเทศไทยว่า   “ประเทศไทยมีการจัดการกับสถานการณ์ระบาดของ    โควิด-19 ได้ดีหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้ประเทศเราประหยัดต้นทุนต่างๆ ไปมากมาย โดยเฉพาะเรื่องค่ารักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีการพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เมื่อเกิดสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ทั่วโลก เศรษฐกิจจึงได้รับผลกระทบมาก แต่ยังมีหลายธุรกิจที่ยังคงดำเนินต่อและเติบโตได้ โดยจะเห็นว่าบริษัทที่เติบโตได้ต่อเหล่านั้น มีจุดแข็งคือ การเตรียมพร้อมในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น 2 ปัจจัยสำคัญ ที่ทุกองค์กรต้องพิจารณาคือ (1) การมีกลยุทธ์ด้านดิจิทัลที่ชัดเจน จะเห็นว่าธุรกิจที่ไปต่อได้โดยไม่สะดุด ล้วนแต่เป็นองค์กรที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลพร้อมอยู่แล้ว (2) การมีพันธมิตรในการช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเฉพาะพันธมิตรที่สนับสนุนกลยุทธ์ดิจิทัลของบริษัท ซึ่งมีความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เต็มไปด้วยเครื่องมือดิจิทัลที่จะเข้าถึงลูกค้าของบริษัทได้อย่างตรงจุด”

ดร.พิเชษฐ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ถือเป็นโอกาสดี ที่จะทบทวนว่าอะไรคือจุดแข็งของประเทศ และนำเทคโนโลยีเข้าไปเสริม โดยเฉพาะธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้ อาทิ ธุรกิจด้านสุขภาพ ธุรกิจอาหาร เกษตรกรรม การขนส่ง เป็นต้น โดย LINE ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีของเอเชียที่เข้าใจธุรกิจและพฤติกรรมของผู้ใช้งานในเอเชีย รวมถึงประเทศไทยได้ดีที่สุด และพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรในการเติบโต  นำไปสู่การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นทางรอดได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

งาน CEO Talk หัวข้อ “Rising Asia: A New World Order” เป็นส่วนหนึ่งของงาน  “LINE THAILAND BUSINESS 2020” ที่ชวนผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม เปิดมุมมองใหม่แห่งโอกาสทางธุรกิจหลังโควิด-19 เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวให้ทันความท้าทายของระเบียบโลกใหม่ ด้วยการขับเคลื่อนทุกธุรกิจไทยให้เติบโตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จัดขึ้น ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok โดยมีซีอีโอจากองค์กรระดับแถวหน้าของไทยร่วมงานกว่า 20 องค์กร

from:https://www.techtalkthai.com/line-thailand-business-2020/

LINE THAILAND BUSINESS 2020 กับแนวทางที่จะช่วยนักการตลาดให้วางแผนกลยุทธ์ได้ดีขึ้น

คุณนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย

ปัจจุบัน LINE มีบัญชีผู้ใช้งานกว่า 47 ล้านบัญชี แบ่งเป็นการใช้งานผ่านเดสก์ท็อป 7 ล้านราย ที่เหลือเป็นการแชทผ่านสมาร์ทโฟน ผู้ใช้งานเหล่านี้นอกจากการแชทเพื่อสื่อสารแล้ว ยังใช้บริการอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น อ่าน LINE TODAY กว่า 5 ล้านราย เช็ค TIMELINE 19 ล้านราย และใช้งาน LINE TV 18 ล้านราย นั่นจึงเป็นโอกาสของนักการตลาดในการทำความรู้จักลูกค้าให้ดีขึ้น

คุณนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ในอดีต เราเห็นตัวอย่างของเทรนด์ใหญ่ระดับโลก (Megatrends) มากมายที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ทุกธุรกิจคอยเรียนรู้และเร่งปรับตัว ดำเนินรอยตาม Global อยู่เสมอ

แต่ด้วยวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมธุรกิจทั่วโลกครั้งใหญ่ไปโดยสิ้นเชิง ทุกภาคส่วนต่างเร่งรับมือกับโจทย์ใหญ่ คือการก้าวขึ้นสู่โลกออนไลน์อย่างรวดเร็วโดยไม่ได้มีสูตรสำเร็จในการใช้ดิจิทัลรับมือวิกฤตครั้งนี้มาก่อน

เราจึงมองว่าการทำธุรกิจแบบ Decentralization ที่ให้ความสำคัญกับภาคส่วนย่อยมากขึ้น สามารถสอดรับการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันนี้ได้เป็นอย่างดี ควบคู่กับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในปัจจุบัน ทำให้แต่ละภาคธุรกิจต้องนิยามการเติบโตในธุรกิจใหม่เพื่อความอยู่รอดและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอีกครั้งหลังวิกฤตครั้งใหญ่นี้

ผู้บริโภคกับพฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง

จากข้อมูลเชิงสถิติบนแพลตฟอร์ม LINE ในปัจจุบัน ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมใหม่ๆ ของผู้บริโภคและมีจำนวนผู้บริโภคที่นิยมชื่นชอบพฤติกรรมเหล่านี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ๆ ในสังคมไทย

โดยเราเรียกเทรนด์นี้ว่า “New Human” หรือผู้บริโภคกับพฤติกรรมใหม่ ตัวอย่างเทรนด์นี้ที่เห็นได้ชัดคือกระแสซีรีส์วายพลิกจากความชอบเฉพาะกลุ่มสู่พฤติกรรมกระแสหลักของผู้ชมชาวไทยก่อนจุดติดเป็นกระแสซีรีส์วายฟีเวอร์ทั่วเอเชีย สร้างกลุ่มแฟนตัวจริงหรือ Fandom ที่พร้อมสนับสนุนนักแสดงซีรีส์วายในดวงใจ

ก่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ Y-Economy ด้วยการใช้ศิลปิน นักแสดงเป็นกลไกนำไปสู่ความจงรักภักดีต่อแบรนด์และการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากข้อมูลผลสำรวจโดย LINE ประเทศไทยยังพบว่าร้อยละ 80 ของผู้ชมซีรีส์วายชาวไทยคือเกือบ 20 ล้านคนนิยมดูซีรีส์วายผ่านช่องทาง LINE TV เป็นหลัก

ฐานแฟนคลับกลุ่มซีรี่ย์วายนั้น มีความน่าสนใจคือเป็นกลุ่มคนที่พร้อมสนับสนุนไอดอลของตนเอง ทั้งในรูปแบบของการซื้อสื่อ OOH ตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้น แบรนด์ที่ทำโฆษณากับคนกลุ่มนี้จะถูกมองว่าเป็นแบรนด์ที่มีความทันสมัยและพร้อมสนับสนุน

แต่ในขณะเดียวกัน ก็จำเป็นต้องนำเสนอให้แยกออกจากเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ เช่นการใช้ศิลปิน นักแสดงในการนำเสนอสินค้าที่พิเศษไปเลย ไม่ใช่มองแค่การวาง Tie In ในซีรี่ย์ เพราะการจดจำแบรนด์ก็จะน้อยลงเช่นกัน

บรรทัดฐานใหม่ในการเก็บข้อมูลไม่พึ่งพาคนกลาง

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา จนเกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการเก็บข้อมูลหรือ “New Rule” ที่อาจส่งผลต่อทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในฝั่งแพลตฟอร์มและฝั่งแบรนด์

การเก็บข้อมูลโดยตรงจากลูกค้า (First-party data) จึงเป็นทางออกที่ทุกกลุ่มธุรกิจควรให้ความสำคัญ และควรเริ่มเตรียมตัว ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ วิธีดำเนินธุรกิจให้สอดคล้อง รองรับมาตรการเหล่านี้ให้ทันท่วงที ซึ่ง LINE เล็งเห็นความสำคัญของ First-party data และเปิดให้แบรนด์สามารถเก็บข้อมูลโดยตรงจากลูกค้า

ผู้ใช้งานด้วยโซลูชันและเครื่องมือบนแพลตฟอร์ม LINE มานานเกือบ 3 ปีผ่าน LINE Business Connect for CRM (BCRM) ที่ช่วยบริการจัดการฐานข้อมูลลูกค้าบน LINE Official Account และ Mission Stickers สติกเกอร์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับเมื่อทำภารกิจตามที่แบรนด์กำหนด

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา LINE มีฐานข้อมูลสะสมที่ได้รับโดยตรงจากผู้ใช้งานมากกว่า 300 ล้านโปรไฟล์รวมจากทุกแบรนด์ที่ใช้บริการ LINE ยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญของการเก็บและใช้ประโยชน์ของดาต้าอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการประกาศเปิดตัวโซลูชันใหม่ล่าสุด MyCustomer ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ผ่าน LINE OA ให้กับแบรนด์ได้ดีและลึกยิ่งขึ้น ยกระดับระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าแบบครบวงจรหรือ CRM (Customer relationship management) บน LINE ในแบบเดิมๆ

สู่การเป็น CDP (Customer Data Platform) หรือแพลตฟอร์มสำหรับจัดการข้อมูลลูกค้าแบบใหม่ ซึ่งมีแผนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการปีหน้า แต่แบรนด์ที่สนใจก็จำเป็นต้องมี LINE OA ร่วมกันก่อน เพื่อนำข้อมูลของ LINE ไปประกอบหลังบ้าน ร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อให้ทำความรู้จักลูกค้าให้ดีขึ้น

อิทธิพลและพลังของเอเชียเหนือทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอเชียได้ก้าวเข้ามาเป็นขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก เฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ใน 3 ไตรมาสแรกมีมูลค่ารวมกว่า 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าทวีปอเมริกาเหนือกว่า 3 เท่า ส่งให้เอเชียกลายเป็น “New Power” ที่อิทธิพลและพลังเหนือภูมิภาคอื่นทั่วโลก

หากวัดเฉพาะผู้บริโภคของไทย ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านการช้อปปิ้งผ่านโซเชียลมีเดียมาตั้งแต่ปี 2559 โดยเฉพาะ Chat Commerce ซึ่งมีผลสำรวจเผยว่า เป็นช่องทางการซื้อขายรูปแบบ E-Commerce ที่ดีที่สุดสำหรับเอสเอ็มอีไทย

หากวัดจากผลตอบแทนจากการลงทุนหรือ ROI – Return on Investmentจึงอาจกล่าวได้ว่า Chat Commerce คือช่องทางที่ดีที่สุดสำหรับการขายสินค้าแบบ E-Commerce  ที่เหมาะและตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้อย่างลงตัว

LINE จึงได้เปิดให้บริการ MyShop เครื่องมือที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพ LINE OA ด้านการขายของ ด้วยระบบหน้าร้านออนไลน์ ระบบจัดการสต๊อกสินค้า เป็นต้น ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (Gross Merchandise Value) ของ MyShop มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 17 เท่านับตั้งแต่เปิดให้บริการมา

from:https://www.thumbsup.in.th/line-thailand-business-2020?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-thailand-business-2020

ฉลองครบรอบ 30 ปี AIS Points 1 คะแนน แลกล้านความสุข รับของรางวัลได้ง่าย ๆ ตลอดทั้งเดือนตุลาคม

ฉลองครบรอบ 30 ปีกับ AIS ด้วยแคมเปญ AIS Points 1 คะแนน แลกล้านความสุข แจกของรางวัลเอาใจลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น สติกเกอร์ LINE สำหรับสายแชท, ของหวานและเครื่องดื่มเอาใจนักกิน, ส่วนลดและ Voucher เพื่อขาช็อป รวมทั้งอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมายก่ายกองตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีอะไรเจ๋ง ๆ เด็ด ๆ บ้าง เราได้รวบรวมเอาไว้ให้หมดแล้ว เข้ามาดูกันได้เลยจะได้ไม่พลาดของดี

รายการของรางวัล AIS Points 1 คะแนน แลกล้านความสุข

สัปดาห์ที่ 2

สัปดาห์ที่ 3

สัปดาห์ที่ 4

สัปดาห์ที่ 5

มีเงื่อนไขการใช้งานเล็กน้อย คือ จำกัด 1 หมายเลข เลือกเก็บคูปองต่อวันได้เพียง 1 สิทธิ์ จากทั้งหมด 3 สิทธิ์ (ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ซึ่งแต่ละสิทธิ์ก็จะมีจำนวนจำกัดด้วย หากได้คูปองมาแล้วสามารถเก็บไว้ใช้ภายหลังได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยสามารถเก็บคูปองได้จากแอป myAIS ทั้ง iOS และ Android แต่อย่าลืมอัปเดตแอปเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดกันก่อนนะครับ

 

ดูเพิ่มเติม : AIS

from:https://droidsans.com/ais-30th-anniversary-redeem-1-point-for-tons-of-happiness/