คลังเก็บป้ายกำกับ: LINE

LINE MELODY MUSIC CHARTS เสิร์ฟชาร์ตเพลงฮอต ยอดดาวน์โหลดฮิต ที่ต้องติดตาม ให้ไม่ตกเทรนด์

LINE เปิดประสบการณ์ใหม่กับ LINE MELODY MUSIC CHARTS ชาร์ตเพลงยอดฮิต รายงานอันดับเพลงยอดนิยมประจำเดือนจากยอดดาวน์โหลด LINE MELODY ที่สะท้อนผลตอบรับและความนิยมในผลงานเพลง รวมถึงศิลปินได้อย่างชัดเจน เติมเต็มความสนุกและอินเทรนด์ พร้อมสื่อความรู้สึกของการสื่อสารในแบบที่พลาดไม่ได้

นอกเหนือจากส่งสติกเกอร์ที่สื่อความหมายได้มากกว่าการพิมพ์แชทปกติแล้วนั้น เสียงเพลงอย่าง LINE MELODY ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้งาน LINE ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึก ณ ตอนนั้น ๆ หรือความชื่นชอบในศิลปินที่คลั่งไคล้ จนทำให้ LINE MELODY กลายเป็นอีกสิ่งที่ช่วย #แทนใจได้ทุกอารมณ์ และยังเป็นบริการที่แสดงให้เห็นถึงความนิยมของตัวศิลปินในตลาดเพลงเมืองไทยได้ชัดเจนอีกทางหนึ่ง

จึงเป็นที่มาของ LINE MELODY MUSIC CHARTS ที่จะรายงานลำดับเพลงฮอต จากยอดดาวน์โหลด LINE MELODY ทุกสิ้นเดือน ให้ผู้ใช้งานได้ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ผลงานศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ โดยมีคลังเพลงฮิตมากกว่า 30,000 เพลง จากกว่า 36 พันธมิตรค่ายเพลง และ Music Distributors ทั้งไทยและต่างประเทศ และยังเดินหน้าอัปเดตผลงานเพลงใหม่จากทุกศิลปินอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้พลาดในทุกกระแสและทุกอารมณ์

อย่ารอจนตกยุค อย่าช้าจนตกเทรนด์ โหลดเพลง LINE MELODY ได้ที่ melody.line.me แล้วร่วมลุ้นไปกับชาร์ตเพลงฮอต ยอดดาวน์โหลดฮิตติดอันดับ พร้อมเชียร์ศิลปินที่ชื่นชอบ และร่วมกิจกรรมรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย กับ LINE MELODY MUSIC CHARTS ได้ทุกสิ้นเดือน

เริ่มเปิดประสบการณ์ความสนุกครั้งแรก 31 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 น. เพียงเพิ่มเพื่อนและรอชม LIVE ได้เลยที่ https://lin.ee/2nzHQKT/ddkh/lmmcharts หรือผ่านช่องทาง Facebook LINE MELODY Thailand, YouTube LINE MELODY Thailand และ LINE TV

แล้วคุณจะรู้ว่าเสียงเพลง #แทนใจได้ทุกอารมณ์ ได้อย่างแท้จริง #LINEMELODY #LMMCHARTS #LINEMELODYMUSICCHARTS

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-melody-music-charts/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-melody-music-charts

LINE เผยทิศทางกลุ่มธุรกิจ LINE for Business มุ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลเพื่อธุรกิจไทย

LINE ประเทศไทย เผยทิศทาง LINE for Business ปี 2021-2022 เดินหน้าเป็นแพลตฟอร์มหลักที่ส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ตอกย้ำการเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลให้คนไทย ทั้งการดำเนินชีวิต และการดำเนินธุรกิจ มุ่งให้ความรู้พร้อมพัฒนาต่อเนื่องเครื่องมือธุรกิจบนแพลตฟอร์ม เพื่อเป็นตัวเร่งสำคัญสำหรับการเติบโตและแข่งขันของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนหลังวิกฤต

LINE

นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ใน 10 ปีที่ผ่านมา LINE ได้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงคนและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ภายใต้ภารกิจ Closing the distanceและพัฒนากลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานการใช้ชีวิตดิจิทัลให้คนไทย ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับบุคคลเท่านั้น 

LINE เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ดิจิทัลได้ด้วยความง่ายและการเข้าถึงของการใช้งานด้วยคนไทยในทุกเพศ ทุกวัย และเมื่อเกิดวิกฤตโควิด 19 ขึ้น เรายิ่งได้เห็นการปรับตัวของคนไทยเข้าสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัวผ่านการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม LINE เพิ่มมากขึ้นในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ LINE ในการเป็นเครื่องมือทรงพลังที่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลเพื่อทุกธุรกิจไทย

LINE ให้บริการลูกค้าธุรกิจ และ SME ภายใต้แบรนด์ LINE for Business ผ่านโซลูชั่นหลักคือ LINE Official Account (LINE OA) ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนฟีเจอร์ ฟังก์ชั่นและเครื่องมือมากมายที่สามารถต่อยอดเพื่อตอบโจทย์แต่ละกลุ่มธุรกิจบนโลกออนไลน์ พร้อมการเปิด API ให้ทุกกลุ่มธุรกิจสามารถเชื่อมต่อ LINE กับบริการของตนเองได้โดยง่าย

ในประเทศไทย กลุ่มธุรกิจที่ LINE ได้เข้าไปมีบทบาทในการขับเคลื่อนสู่ดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัดเป็นกลุ่มแรกๆ คือกลุ่มธุรกิจการเงิน จนปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการใช้งาน Digital Banking มากที่สุดในโลก (อ้างอิง: Digital 2021 Report โดย We are Social & Hootsuite) 

โดย LINE พบยอดเติบโตของการใช้งาน Digital Banking ผ่าน LINE API ตั้งแต่ปี 2562 มาจนถึงต้นปี 2564 ในรายเดือน (Monthly API Message) เพิ่มขึ้นถึง 80% โดยการให้บริการ Digital Banking service แทนที่การให้ข้อมูลของ Banking service เพียงอย่างเดียวเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากขึ้นถึง 2.8 เท่าในช่วงเวลาดังกล่าว

สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของกลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคารในไทยในการใช้ LINE OA จากช่องทางการสื่อสารเป็นการให้บริการ Digital Banking และสร้างความคุ้นชินและเตรียมพร้อมให้ผู้บริโภคทั้งประเทศ สู่การบริการ Digital Banking อย่างเต็มรูปแบบในปัจจุบัน

ในขณะเดียวกัน วิกฤตโควิด-19 ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลากหลายกลุ่มธุรกิจประสบความลำบาก และบางธุรกิจเห็นโอกาส ได้ปรับตัวก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัล หนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจ คือ กลุ่มธุรกิจสินค้าหรูหรา Luxury ในประเทศไทยโดยในช่วงปี 2562 – 2564 ที่ผ่านมา มีแบรนด์สินค้าหรูหันมาเปิดใช้งาน LINE OA เป็นช่องทางในการเข้าถึงฐานลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นโดยรวมถึง 60% 

โดยแบรนด์หรูที่เปิดใช้งาน LINE OA มากที่สุดคือ กลุ่มเครื่องสำอางหรู เป็นสัดส่วน 54% ของสินค้าหรูทั้งหมด  ต่อมาคือแฟชั่นหรูในอัตราส่วน 35% และยานยนต์หรูมีการเปิดใช้งาน LINE OA ที่สัดส่วน 11% ทั้งนี้ ยังพบว่า แบรนด์กลุ่มแฟชั่นหรู แม้จะมีจำนวนผู้ติดตามโดยเฉลี่ยต่ำที่สุดเทียบกับแบรนด์กลุ่มเครื่องสำอางและยานยนต์หรู แต่กลับมียอดการพูดคุย สนทนาแบบหนึ่งต่อหนึ่งผ่าน LINE OA สูงที่สุดสูงถึง 5 พันข้อความในหนึ่งวัน มากกว่าแบรนด์กลุ่มแฟชั่นหรูถึง 60% 

ชี้ให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยน จากการบริการแบบตัวต่อตัว ในห้าง เป็นการบริการ สนทนาออนไลน์แบบตัวต่อตัว หรือ chat commerce แทน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะหลากหลายแบรนด์ดังชั้นนำระดับโลกในโลกตะวันตก สู่บริบทของการทำธุรกิจออนไลน์แบบโลกตะวันออก ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการทำการตลาดของแบรนด์หรูชั้นนำระดับโลกเหล่านี้ 

เดินหน้าผลักดัน SME ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยองค์รวมผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

ด้วยบทบาทการเป็นแพลตฟอร์มช่วยสร้างความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนสู่ธุรกิจดิจิทัลเพื่อเข้าถึงคนไทย ทั้งสำหรับกลุ่มธุรกิจการเงิน และ สินค้าหรูหรา (Luxury) ในช่วงปีที่ผ่านมาแล้ว ในปี 2564-2565 LINE มุ่งที่จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยองค์รวม โดยเน้นความสำคัญในส่วนกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ด้วยส่วนแบ่งใน GDP มากถึง 45% และมีจำนวนมากกว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศ

ผลการสำรวจจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เผยถึง กลุ่มธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดในช่วงวิกฤตโควิด-19 คือ ธุรกิจอาหาร ซึ่งส่งผลต่อ GDP ลดลงถึง 37% รองลงมาคือ ธุรกิจขนส่ง และค้าปลีก ในอัตราส่วนที่ลดลง 21% และ 3.7% ตามลำดับ

ท่ามกลางวิกฤตนี้ LINE พบว่า อัตราการเติบโตของ LINE OA โดยธุรกิจกลุ่มร้านอาหารมีอัตราการเปิดใช้งาน LINE OA เพิ่มขึ้น (YoY) สูงสุดสุงถึง 212% รองลงมาคือธุรกิจกลุ่มค้าปลีกที่ 191% ด้วยเหตุนี้ LINE ประเทศไทยจึงมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มและเครื่องมือเพื่อขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจไทยเหล่านี้โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับการใช้งาน LINE จากแค่เครื่องมือในการสื่อสาร เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ เพื่อที่จะสามารถแข่งขันในโลกยุคหลังโควิดต่อไป  

กลุ่มธุรกิจอาหาร LINE ประเทศไทย ออกแบบ MyRestuarant เครื่องมือช่วยเสริมประสิทธิภาพ LINE OA สำหรับธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยโดยเฉพาะ ในการจัดการหน้าร้าน ไปถึงการจัดการหลังร้าน การวิเคราะห์ข้อมูลจากอาหารที่สั่ง และ การเชื่อมถึงการจัดส่งกับบริการ LINE Man โดยตรง

กลุ่มธุรกิจค้าปลีก LINE ประเทศไทย ออกแบบ MyShop เครื่องมือที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพ LINE OA ด้านการขายของ ที่ใช้งายที่สุดเทียบเคียงกับการใช้ LINE ด้วยระบบหน้าร้านออนไลน์ ระบบจัดการสินค้าคงคลัง รองรับการซื้อสินค้าผ่านการพูดคุย หรือ Chat Commerce แบบเต็มรูปแบบ ระบบการชำระเงินเชื่อมต่อกับ Rabbit LINE Pay ระบบการเชื้อเชิญลูกค้ากับ LINE POINT ระบบการโฆษณากับ LINE ADS PLATFORM ระบบขนส่งสินค้ากับทุกบริษัท โดยเฉพาะ ไปรษณีย์ไทย

โดยในปีที่ผ่านมา มีร้านค้าเปิดใช้งาน MyShop เพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่า มีร้านค้าที่แอคทีฟเพิ่มขึ้นถึง 257% (เปรียบเทียบการเติบโต YoY เดือนเม.ย. ปี 2563 – 2564) และมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GMV) อยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท โดยธุรกิจด้านแฟชั่นและเครื่องสำอางค์เป็นกลุ่มสินค้าที่เปิดร้าน MyShop สูงสุด ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจ SME แฟชั่น LINE ยังมีโครงการ LINE FASHION ANNUALE ที่จัดขึ้นในปีนี้ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยไปสู่เวทีโลก

นอกจากภาคธุรกิจแล้ว กลุ่มองค์กรที่สำคัญที่สุดต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย คือ กลุ่มบริการสาธารณะต่างๆ ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์ม LINE ที่เข้าถึงคนไทยกว่า 49 ล้านคน LINE OA จึงกลายเป็นตัวกลางสำคัญสำหรับกลุ่มบริการสาธารณะ และองค์กรภาครัฐมากมาย ในการอัพเดทข้อมูล ให้ความรู้ และให้บริการให้ด้านต่างๆ แก่ประชาชนคนไทย อาทิ โรงพยาบาล สาธารณูปโภค น้ำ ไฟ การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอ ชุมชนต่างๆ รวมถึงหน่วยงานราชการ

โดยเฉพาะในสถานการวิกฤตโควิด เช่น การนัดหมายโรงพยาบาล การแจ้งและรับชำระค่าไฟค่าน้ำ การรับข้อมูลข่าวสารสำคัญของชุมชน โดยไม่ต้องเดินทางมายังสถานที่ให้บริการ เป็นต้น ซึ่ง LINE เล็งเห็นว่าบริการสาธารณะต่างๆ เหล่านี้ แม้จะไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อภาคเศรษฐกิจ แต่ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อประเทศไทยที่ควรผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนสู่โลกดิจิทัลเพื่อประโยชน์ต่อองค์รวมของประเทศด้วยเช่นกัน

“วิกฤตโควิด 19 ทำให้ภาคธุรกิจปรับตัวมาเป็นดิจิทัลกันแทบทั้งหมด หากแต่ยังมีความท้าทายรออยู่อีกมาก LINE จึงพร้อมที่จะเป็นเครื่องมือหลักในการทำธุรกิจของคนไทย เป็นตัวกลางเชื่อมโยงการทำธุรกิจออฟไลน์สู่โลกออนไลน์ ผลักดันให้ทุกองค์กรธุรกิจสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้งาน เพิ่มประสิทธิภาพต่อยอดสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล เพื่อเป้าหมายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจองค์รวมของไทยให้พร้อมในการแข่งขันกับธุรกิจในตลาดโลก บนบริบทใหม่ที่จะมาถึง”

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-for-business/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-for-business

LINE คัดลอกข้อความบางส่วนในแชทได้ (วิธีใช้)

รู้หรือไม่ว่า LINE สำหรับ iOS เวอร์ชันใหม่ ๆ สามารถเลือ […] More

from:https://www.iphonemod.net/line-ios-copy-text-feature.html

LINE เดินหน้าเสริมความรู้ดิจิทัลเอสเอ็มอีทั่วไทย เพิ่มช่องทางออกอากาศ SME Biz Talk ผ่านอมรินทร์ทีวี ตลอดเดือน ส.ค.นี้

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่รุนแรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน ธุรกิจ SME โดยเฉพาะภาคค้าปลีกและบริการได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายกิจการต้องปิดตัวลงไปในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่าช่วง 4 เดือน แรก ของปี 2564 มียอดจดทะเบียนเลิกกิจการไปแล้ว 3,090 ราย แม้จะเป็นจำนวนการปิดที่ลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปี 2563 แต่ทั้งนี้ การระบาดระลอกล่าสุด ยังดำเนินต่อไป และยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการอยู่รอดของธุรกิจ

LINE ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำ ตอกย้ำบทบาทเพื่อนร่วมทางเคียงข้าง SME ไทย ด้วยหลากหลายโซลูชั่น เครื่องมือดิจิทัลที่พร้อมใช้เป็นรากฐานในการทำธุรกิจออนไลน์ และกิจกรรมมากมายที่ส่งเสริมความรู้ ทักษะให้ SME ไทยในการทำธุรกิจมาโดยตลอด เล็งเห็นว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ความรู้ในเรื่องการทำธุรกิจผ่านออนไลน์ มีความสำคัญต่อ SME ไทยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ 

LINE จึงได้ขยายช่องทางการออกอากาศรายการ SME Biz Talk ซีซั่น 2 รายการออนไลน์ยอดนิยมสำหรับคนทำธุรกิจยุคใหม่ ไปสู่ระบบทีวีดิจิทัลผ่านช่องอมรินทร์ทีวี (ช่อง 34) เพื่อให้ประชาชนและ SME ทั่วไทยได้เข้าถึงความรู้การทำธุรกิจได้ในวงกว้างขึ้น

(วิดีโอโปรโมตรายการ SME Biz Talk ซีซั่น 2 ผ่านช่องอมรินทร์ทีวี: https://youtu.be/lp2pZu0r6GI)

SME Biz Talk รายการออนไลน์ที่จัดทำโดย LINE for Business มุ่งเน้นส่งเสริมความรู้ ทักษะให้ SME ไทย ด้วยหลากหลายเนื้อหาน่าสนใจ ทั้งสาระเทคนิค ข้อแนะนำวิธีการใช้เครื่องมือดิจิทัลสำหรับขับเคลื่อนธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญในวงการการตลาดและดิจิทัล พร้อมบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์จากเหล่าแบรนด์ SME ไทย ในการนำเครื่องมือ เทคโนโลยีมาใช้ต่อยอดธุรกิจได้จริง เพื่อเป็นแนวคิดและกำลังใจ ขับเคลื่อนธุรกิจ SME ทั่วไทยให้เดินหน้าได้ในยุควิกฤต โดยรายการได้ดำเนินมาถึงซีซั่น 2 พร้อมกระแสตอบรับท่วมท้นจากฐานผู้ชมหลักแสนในทุกตอน

รายการ SME Biz Talk ซีซั่น 2 จะออกอากาศผ่านช่องอมรินทร์ทีวีในทุกวันจันทร์ เวลา 10.00 – 10.30 น. และเริ่มออกอากาศตอนแรก ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2564 นี้เป็นต้นไป

นางสาวสกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจ SME, LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “วิกฤตโควิด-19 ทำให้เราได้เห็นถึงศักยภาพของเอสเอ็มอีไทยในการปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล เราเชื่อว่า SME Biz Talk ซีซั่น 2 รายการออนไลน์ที่ได้ขยายช่องทางออกอากาศสู่ช่องอมรินทร์ทีวีในครั้งนี้ จะเป็นอีกแรงสำคัญช่วยให้ SME ทั่วประเทศไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ในการทำธุรกิจออนไลน์ได้ดีขึ้น พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้ SME ไทยในการนำแนวคิด เทคนิคที่ได้ไปประยุกต์ใช้ต่อยอดกับธุรกิจตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเดินหน้าธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปพร้อมๆ กัน”

#SMEBizTalkSS2 #AmarinTV #WELOVEYOU#LINEอาสาช่วยคุณ

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-continues-to-enhance-digital-knowledge-for-smes-across-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-continues-to-enhance-digital-knowledge-for-smes-across-thailand

KBTG ร่วมกับ dtac, LINE BK, ผุดแคมเปญ ใจดี มีวงเงินให้ยืม สินเชื่อดิจิทัลสู้หนี้นอกระบบ

ในช่วงที่ประชาชนประสบปัญหาจากวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมาก จนคนจำนวนไม่น้อยต้องหันไปพึ่งพาสินเชื่อจากแหล่งต่างๆ ที่ไม่ใช่บริการทางการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้มีปัญหาด้านดอกเบี้ยสูงเกินกำหนด และการจ่ายหนี้นอกระบบตามมา

KBTG, LINE BK และ dtac จึงร่วมมือกันผลักดันโครงการ “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” เพื่อเปิดช่องทางให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนขนาดเล็ก (nano loan) ที่สามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที

No Description

ก่อนจะมาเป็นโครงการ “ใจดี มีวงเงินให้ยืม”

แกนหลักของโครงการ “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” คือ LINE BK หรือ บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารกสิกรไทยกับ LINE ทำระบบโซเชียลแบงกิ้งผ่านแอปแชท LINE ที่คนไทยคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

ที่ผ่านมา LINE BK มีบริการธนาคารออนไลน์ 4 อย่างคือ บัญชีเงินฝาก, บัญชีเงินออมดอกพิเศษ, บัตรเดบิต และมีวงเงินให้กู้ยืม ซึ่งที่ผ่านมาก็ปล่อยสินเชื่อไปแล้วจำนวนมาก โครงการนี้ LINE BK จึงมาจับมือกับ dtac เพื่อขยายบริการนี้ไปยังฐานลูกค้าของ dtac จำนวน 19 ล้านรายด้วย

ส่วน KBTG ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีในเครือธนาคารกสิกรไทย เข้ามาช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้สามารถออกบริการใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น จากเดิม 1-2 ปีให้เหลือ 2 เดือน เพื่อตอบโจทย์ของลูกค้าได้ทันท่วงที

ในโครงการ “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” นี้ KBTG มีส่วนสำคัญในการพัฒนา API Gateway, Customer Targeting และ User Journey Design ออกแบบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและเข้าถึงทุกคน

สินเชื่อดิจิทัล สมัครผ่าน LINE อนุมัติไว ถอนเงินได้ 24 ชม.

ในเบื้องต้น แคมเปญใจดี มีวงเงินให้ยืม จะเริ่มเปิดทดสอบกับลูกค้า dtac แบบเฉพาะกลุ่มผ่าน dtac App, SMS และสื่อออนไลน์ก่อน หลังจากทดสอบแล้วก็จะเปิดให้สมัครบริการวงเงินให้ยืม (Credit Line) ของ LINE BK ได้ทันที

ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องมีรายได้ประจำหรือสลิปเงินเดือนก็สมัครได้ ขอเพียงมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท กระบวนการสมัครทำผ่านหน้าแชทของ LINE ได้โดยตรง อนุมัติสินเชื่อเร็ว ถอนเงินได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ผู้กู้มีโอกาสเข้าถึงวงเงินสูงสุด 800,000 บาท (ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยง) โดยที่ผ่านมาวงเงินอนุมัติเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาทต่อราย

กรณีที่ลูกค้า dtac ได้รับอนุมัติเงินกู้ ยังจะได้เงินคืน 200 บาทจาก dtac และรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ 9.99% ต่อปีนาน 2 เดือนจาก LINE BK เพิ่มเติมด้วยโดย แคมเปญจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 – 30 กันยายน 2564

ฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันลูกค้าดีแทค 56% เท่านั้นที่มีแอปพลิเคชั่นธนาคาร สะท้อนให้เห็นว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้เข้าถึงบริการการเงินดิจิทัล จากการสำรวจปัญหาการเงินของลูกค้าดีแทคช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2563-2564 พบว่า ลูกค้าเผชิญภาวะความตึงเครียดด้านการเงิน มีไม่น้อยที่หันไปพึ่งสินเชื่อจากแหล่งต่างๆ ที่ไม่ใช่บริการทางการเงินที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเติมเงินที่มีรายได้ไม่แน่นอน

นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อตอกย้ำแนวคิด “เรื่องเงินง่ายใน LINE คุณ” ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีกฎกติกาผ่อนคลายกว่าการกู้ยืมในระบบปกติ

ความตั้งใจ KBTG คือ Co-innovation เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่

ใจดี มีวงเงินให้ยืม เป็นตัวอย่างของความร่วมมือจาก 3 องค์กร ที่ผลักดันนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคในระยะเวลาอันรวดเร็ว

นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ย้ำว่าโควิดเร่งกระบวนการที่ควรจะเกิดภายใน 1-2 ปีเหลือ 2 เดือน เทรนด์ดิสรัปชั่นในอนาคตจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบไม่รู้จบหรือ Continuos Disruption

KBTG จึงต้องทำ co-innovation เพื่อเข้าถึงกิจกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็วตามกระแสโควิดให้ได้ทุกจุด เพราะลำพัง KBTG คนเดียวไม่สามารถทำได้ ต้องร่วมกันกับพาร์ทเนอร์ที่ใหญ่พอ เพื่อให้บริการใหม่ๆ เข้าถึงคนได้มากที่สุด

พันธกิจหลักของ KBTG คือมอบอำนาจทางการเงินผ่านเทคโนโลยี และมองเห็นว่าทั้ง LINE BK และ dtac มีเป้าประสงค์เดียวกัน เมื่อผสานจุดแข็งของทั้งสามก็จะนำมาซึ่งบริการสินเชื่อดิจิทัลที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับคนไทยในยุค New Normal

“อนาคตคือการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเร็วและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมอื่นคือคำตอบ เพราะยังมีกลุ่มคนอีกมากที่ KBTG ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง” นายเรืองโรจน์กล่าว

นายเรืองโรจน์ประกาศด้วยว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรก เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้ายังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปัญหาของลูกค้าจะไม่มีวันหมดไป การร่วมมือเพื่อสร้าบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอนาคตจะมีบริการการเงินใหม่ๆ ออกมาให้ได้เห็นกันอีกมากอย่างแน่นอน

from:https://www.blognone.com/node/123751

ยืมเงินกับ dtac × LINE BK × KBTG ดอกต่ำ แค่ 100 ละ 2.74 สตางค์ต่อวัน อนุมัติไว ไม่ต้องทำงานประจำ

จากสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้เชื่อว่าหลายคนอาจจะต้องปวดหัวเรื่องการเงินไปตาม ๆ กัน dtac จึงผุดไอเดียแคมเปญ “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” โดยร่วมมือกับ LINE BK และ KBTG ให้ลูกค้าสามารถยืมเงินผ่านแอป LINE ได้ง่าย ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง สมัครง่ายเงื่อนไขและเอกสารน้อย รายได้เพียง 5,000 บาทก็ยื่นได้แล้ว แถมการันตีอนุมัติไวอีกต่างหาก

ลูกค้า dtac น่าจะคุ้นเคยกับบริการ “ใจดี” กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เช่น ใจดีแจกวัน, ใจดีให้ยืมเน็ต, ใจดี ต่อโปรให้นะ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่ง “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” นี้ก็เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่ออกมาเพื่อให้ตอบรับกับสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีรายได้เป็นรายวันหรือสายสัปดาห์ ซึ่งมีความไม่แน่นอนทางการเงินสูง แต่ยังต้องการความช่วยเหลือหยิบยืมเงินใช้ในคราวจำเป็น ทางออกปกติคงจะเป็นการยืมคนรู้จัก ญาติสนิท มิตรสหาย แต่ในสภาวะแบบนี้ ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีให้ยืมได้ การจะบากหน้าไปกู้หนี้ยืมสินจากธนาคาร ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังต้องเสียเวลาเตรียมเอกสารอะไรมากมาย ยิ่งถ้าเราไม่ใช่คนที่เครดิตดี มีงานประจำ เคยมีประวัติกับธนาคารมาก่อน ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มืดแปดด้าน หันหน้าไปทางไหนก็ไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว ลองหยิบมือถือมาดูว่าเครือข่ายที่ใช้เป็น dtac รึเปล่า ถ้าใช่ ก็กดเข้าไปที่ dtac app ลองกดยืมกับ LINE BK ผ่านเครือข่ายสุดใจดีได้เลย

LINE BK – KBTG พาร์ทเนอร์ช่วยปล่อยกู้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดีแทค “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” นี้จะแทบเกิดขึ้นไม่ได้หากดีแทคจะทำคนเดียว เพราะนั่นหมายถึงดีแทคจะต้องเริ่มใหม่จากศูนย์ ในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ของตนเอง โดย LINE BK ปัจจุบันได้ให้บริการ Social Banking หรือธนาคารเสมือนบนแพลตฟอร์ม LINE และยังมีพาร์ทเนอร์ด้านนวัตกรรมการเงินที่แข็งแกร่งอย่าง KBTG อยู่ด้วย จึงเกิดเป็นความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง Social Banking + FinTech Company + Innovative Operator ขึ้นมาอย่างลงตัว ร่วมมือกันแก้ปัญหาทางการเงิน ให้คนไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกต้องเป็นธรรมตามกฎหมาย ลดการก่อหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงกระฉูดและการทวงสุดโหด ให้น้อยลงไป


LINE BK ร่วมกับ KBANK เปิดให้บริการ Social Banking มาตั้งแต่ ต.ค. 2020 (อ่านเพิ่มเติม)

โดยบริการสินเชื่อบุคคลนี้ เป็นบริการที่ทาง LINE BK ร่วมกับ KBank ให้บริการด้วยกันมาตั้งแต่เริ่ม ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ปล่อยสินเชื่อไปแล้วมากกว่า 6 พันล้านบาท1 ชูจุดเด่นที่สามารถสมัครและอนุมัติวงเงินได้ไวภายใน 24 ชม. และปล่อยวงเงินกู้ได้สูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ ซึ่งเบื้องหลังความรวดเร็วและแม่นยำของการปล่อยเงินกู้นี้ ก็เกิดจากระบบการวิเคราะห์หลังบ้านสุดฉลาด ใช้ทั้ง Big Data และ Machine Learning เข้ามาช่วยประมวลผลวัดระดับความเสี่ยงของการอนุมัติวงเงิน โดยดูจากพฤติกรรมการใช้งานแอป และบริการอื่นๆในเครือ รวมถึงข้อมูลทางการเงินจากบัญชี K PLUS ที่ถูกเชื่อมมา และด้วยความร่วมมือกับทางดีแทคซึ่งมีฐานลูกค้าราว 20 ล้านราย ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้โดยละเอียด จะช่วยทำให้การวิเคราะห์และแนะนำสินเชื่อก็จะมีความแม่นยำมากขึ้น คนที่มีความต้องการทางการเงิน ก็จะสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างฉับไวและสะดวกปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม

โดยทางดีแทคได้ให้ข้อมูลว่า บริษัทจะไม่ได้มีการยื่นข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายไปให้ทาง LINE BK หรือ KBTG แต่อย่างใด แต่จะมีการใช้เครื่องมือ Advanced Analytics ของทางดีแทคเอง ทำการประเมินเครดิต (Credit Scoring) จากข้อมูลการใช้งาน และพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละรายที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และนำไปจับคู่กับเงื่อนไขของทาง LINE BK เพื่อทำ Analysis และส่งข้อเสนอวงเงินกู้ให้กับลูกค้าแต่ละรายต่อไป
กล่าวคือ ถ้าเป็นลูกค้าดีแทค และมีประวัติการใช้งานดี ง่ายเงินครบตรงกำหนด ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติวงเงินให้ยืมง่ายกว่าคนทั่วไปที่สมัครผ่านช่องทาง LINE BK ตามปกตินั่นเอง

ยืมเงิน LINE BK ผ่าน dtac ได้เงินคืน 200 บาท

โดยแคมเปญใจดี มีวงเงินให้ยืม ในช่วงแรกจะยังไม่เปิดให้ใครก็ได้สมัคร แต่จะเป็นการทดลองมอบข้อเสนอให้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่มผ่านช่องทาง dtac app หรือ SMS จากดีแทค เท่านั้น โดยมีข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าดีแทค คือ รับเงินคืนหรือสิทธิ์ส่วนลด 200 บาท พร้อมโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษ 9.99% ต่อปี นาน 2 เดือน จาก LINE BK และหลังจากนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ยตามปกติ คือ ตั้งแต่ 18 – 36% ตามผลการประเมินความเสี่ยงจากระบบ โดยแคมเปญจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 – 30 กันยายน 2564


ดอกเบี้ย 9.99% ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.74 สตางค์ต่อวัน

สรุปความน่าสนใจของ dtac × LINE BK × KBTG

  • สมัครง่าย อนุมัติไว ผ่านแอป LINE
  • ไม่จำเป็นต้องมีรายได้ประจำ ขอแค่มีรายได้ขั้นต่ำ 5,000 บาท
  • รับเงินคืนจาก dtac เป็นจำนวน 200 บาท
  • รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ 9.99% ต่อปี* นาน 2 เดือน
  • วงเงินอนุมัติสูงสุดคือ 800,000 บาท แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 30,000 บาท โดยประเมินจากรายได้และปัจจัยอื่น ๆ

ดอกเบี้ย 9.99% ต่อปี คิดเป็น 100 บาทละ 2.74 สตางค์ต่อวัน

มาคิดแจกแจงให้สำหรับใครที่สนใจ แต่ยังไม่แน่ใจว่า ดอกเบี้ยร้อยละ 9.99 ต่อปี มันเยอะขนาดไหน และคุ้มค่าจะลองก่อนที่จะเดินไปหาหนี้นอกระบบ อย่างอาเฮีย อาเสี่ย ในตลาดรึเปล่า

วิธีการคำนวณดอกเบี้ยรายปี

(อัตราดอกเบี้ยต่อปี / 365) × จำนวนเงินที่กู้ = ดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อวัน

ในที่นี้คือ 9.99% หาร 365 วัน หากกู้เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท จะเสียดอกวันละ 2.74 บาท เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบกับดอกเบี้ย Personal Loan ทั่วไป จะขึ้นไปสูงสุดที่ 25% ต่อปี (หมื่นละ 6.94 บาท/วัน) หรือถ้าเป็น Nano Load อาจจะสูงถึง 33% ต่อปีได้ (หมื่นละ 9.04 บาท/วัน) ส่วนการกู้นอกระบบเท่าที่เคยได้ยินมา อาจจะสูงถึงร้อยละ 2 บาท/วัน (หมื่นละ 200 บาท/วัน) ซึ่งคิดเป็นดอกเบี้ยที่สูงกว่าทาง LINE BK ถึง 73 เท่ากันเลยทีเดียว แถมการกู้แบบนี้ยังมีความเสี่ยงในด้านอื่น ๆ ตามมาอีกยาวเป็นหางว่าวกันเลยทีเดียว

ดังนั้นถ้าใครกำลังมีปัญหาทางการเงิน ก่อนจะหน้ามืดไปกู้หนี้นอกระบบ ลองกู้ผ่าน dtac × LINE BK × KBTG ก่อนก็ไม่เสียหาย เพราะยังไงก็รู้ผลเร็ว รู้ผลง่าย ไม่วุ่นวายเตรียมเอกสารอะไรอีกต่างหาก แค่เข้า LINE แล้วหาโลโก้ LINE BK เพื่อกดสมัครเท่านั้นเอง

สำหรับลูกค้าดีแทคที่สนใจทดลองเข้าร่วมแคมเปญ “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ dtac call center 1678 กันได้เลยครับ

 

อ้างอิง 1ไทยรัฐออนไลน์

from:https://droidsans.com/dtac-jai-dee-credit-line/

อัพสกิลความรู้ผ่าน LINE STUDY ROOM คลังความรู้เครื่องมือการตลาดของ LINE สำหรับนักการตลาด เอเจนซี่ยุคใหม่ห้ามพลาด!

ในช่วงโควิด-19 แบบนี้ นักการตลาด แบรนด์และเจ้าของธุรกิจอาจจะคุ้นเคยกับการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหนึ่งในเครื่องมือทำตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น ซึ่ง LINE ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านรูปแบบแชทคอมเมิร์สได้ด้วย

แม้ว่าเอเยนซี่ส่วนใหญ่จะทราบวิธีการซื้อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มของ LINE กันอยู่แล้ว แต่ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบอัลกอริธึ่มเพื่อให้ทันต่อยุคสมัยและพฤติกรรมของลูกค้าอยู่เสมอ ทำให้นักการตลาดเองก็ต้องอัพเกรดความรู้ความเข้าใจในเครื่องมือของ LINE เพื่อให้การเข้าถึงลูกค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ thumbsup จะมาย้ำเตือนให้นักการตลาด เอเจนซี่ยุคใหม่ ที่อาจจะมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือทางการตลาดของ LINE ดีอยู่แล้ว หรือจะเป็นหน้าใหม่ ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับโซลูชั่นต่างๆ บน LINE ดีนัก ได้มาลองศึกษากันได้ที่ LINE STUDY ROOM ศูนย์กลางความรู้สำหรับนักการตลาด เพื่อเรียนรู้ทุกโซลูชั่น เครื่องมือการทำธุรกิจบน LINE ไม่ว่าจะเป็น LINE Official Account ไปจนถึงวิธีการซื้อโฆษณากันแบบเจาะลึก รวมทั้งมีแบบทดสอบวัดระดับความเข้าใจการใช้งานเครื่องมือต่างๆ กันให้ด้วยค่ะ

 

ทำความรู้จัก LINE STUDY ROOM

“LINE Study Room” เป็นศูนย์การเรียนรู้การใช้แพลตฟอร์มและเครื่องมือ LINE ในการทำธุรกิจได้ฟรี โดยเปิดกว้างให้แก่ทุกคนที่สนใจใช้งาน LINE ในการทำธุรกิจ ตั้งแต่บุคคลทั่วไป ผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหญ่ นักการตลาด ไปจนถึงเอเยนซีการตลาด โดยสามารถเรียนรู้ เข้าใจผลิตภัณฑ์และโซลูชันของ LINE for Business ทั้งหมดได้ในฮับแห่งนี้ รูปแบบการเรียนแบ่งเป็น 2 ระดับ

  • ระดับแรกคือ ระดับพื้นฐาน (Basic) เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปไปจนถึงนักการตลาด เอเยนซี เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับบริการและโซลูชันเบื้องต้นบนแพลตฟอร์ม LINE ที่สามารถต่อยอดได้เชิงธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น LINE Official Account, Sponsored Sticker, LINE Points, LINE TV, LINE TODAY, LINE lDOL, LINE Ads Platform และ Smart Channel
  • อีกระดับคือขั้นสูง (Advanced) เหมาะสำหรับนักการตลาด และเอเยนซี เพื่อเรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับโซลูชัน เครื่องมือการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์ม LINE ไม่ว่าจะเป็น LINE Official Account: advanced features, Official Account: API,  LINE TV และ LINE Ads Platform

LINE Study Room สำหรับบุคคลทั่วไป จะมีหลักสูตรทั้งหมด 11 บทเรียน (โดยจะมีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ในอนาคต) โดยจะมีการแบ่งเป็น 2 ระดับ

  1. Basic
  2. Advanced

หากผ่านบททดสอบท้ายบทเรียน ครบตามที่กำหนด ผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตร (Badge/Certificate) ในรูปแบบออนไลน์ เป็นเครื่องยืนยันความรู้ ความเชี่ยวชาญในการใช้งาน LINE สำหรับธุรกิจ

นอกจากนี้ LINE Study Room ยังมีคอร์สพิเศษสำหรับเอเยนซีโดยเฉพาะ เรียกว่า Agency Global Platform หรือ AGP เพื่อเรียนรู้การใช้งานเครื่องมือต่างๆ ของ LINE แบบเจาะลึกโดยละเอียดในฐานะเอเยนซีในการให้บริการลูกค้า หากเอเยนซีใดผ่านบททดสอบ ของหลักสูตรใน Study Room และ คอร์สพิเศษดังกล่าว นอกจากจะได้ประกาศนียบัตรเฉพาะแล้ว ยังมีโอกาสได้รับเลือกเป็น Agency Partner อย่างเป็นทางการบนหน้าเว็บไซต์ LINE for Business อีกด้วย

 

เรียน LINE STUDY ROOM แล้วดีอย่างไร

อย่างที่บอกไปตามข้างต้นว่า หลักสูตรนี้ จะเหมาะกับคน 2 กลุ่มคือ คนที่อยากเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือและคนที่ซื้อโฆษณา ดังนั้น ถ้าเป็นคนทั่วไปที่อยากรู้เกี่ยวกับเครื่องมือการใช้งานของ LINE ก็เข้ามาศึกษาได้เพื่อนำไปใช้ต่อยอด หรือออกแบบแคมเปญร่วมกับทีมการตลาดให้เข้าใจกันง่ายขึ้น

หรือคนที่เป็นนักการตลาดมือใหม่ อาจจะเพิ่งเริ่มต้นเข้ามาเรียนรู้เครื่องมือของทาง LINE เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่มีในมือก็สามารถเข้ามาศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการต่างๆ ก่อนได้

เพราะบริษัทเอเยนซี่ ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ LINE นั้น จำเป็นต้องช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่ลูกค้า การเข้ามาเรียนรู้เพื่อเข้าใจในระบบการทำงานและกระบวนการต่างๆ ของ LINE จะช่วยแนะนำรูปแบบการซื้อโฆษณาได้หลากหลายขึ้น หรือนำไปปรับใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ให้ได้ผลงานที่ดีขึ้น เพื่อให้การสร้างสรรค์แคมเปญหรือสร้างโปรดักส์ขึ้นมาจะได้มีขั้นตอนการทำงานได้มีคุณภาพกว่าเดิม

 การเตรียมตัวก่อนเข้าสอบ

หลักการในการเรียนและสอบของ LINE Study Room นั้น ค่อนข้างที่จะมีระบบให้ความช่วยเหลือนักการตลาดหรือคนที่ต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทาง LINE อยู่แล้ว นั่นคือ อ่านข้อมูลทั้งหมดให้ละเอียดและเข้าใจก่อน ถ้ายังไม่มั่นใจก็อย่าเพิ่งกดสอบ

ผู้เรียนจะมีเวลาในการสอบทุกบทเรียนให้จบใน 30 วัน เนื้อหามีทั้งหมด 11 บทเรียน หากสอบไม่ผ่านระบบจะปิดไม่ให้สอบซ้ำไป 2 วัน จากนั้นค่อยสอบใหม่ได้อีกครั้ง ข้อดีคือผู้เรียนจะเรียนในรูปแบบออนไลน์ได้

ดังนั้น คุณสามารถอ่านเนื้อหาและจดข้อมูลทั้งหมดก่อน เมื่อมั่นใจแล้ว-ค่อยกดสอบ ไม่ว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน จะทราบผลทันที

แนวข้อสอบเป็นอย่างไรบ้าง

สำหรับหัวข้อในการสอบนั้น มีหลากหลาย ตั้งแต่เริ่มต้นการใช้งาน LINE OA (LINE Official Account) การใช้งานและเข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ การตั้งค่า ข้อความตอบกลับ การใช้งาน AI การตั้งค่าการโทร การซื้อโฆษณา LAP (LINE Ads Platform) การเลือกวัตถุประสงค์และการวัดผล ซึ่งจะมีตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงแอดวานซ์เลย

ทั้งนี้ แนวข้อสอบของกลุ่มเอเจนซี่นั้น จะมีการคัดเลือกด่านแรกมาแล้วว่า จะต้องสามารถช่วยให้ธุรกิจที่เข้ามาปรึกษา เติบโตได้ด้วยการใช้งาน LINE OA ซึ่งจะต้องมีการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ซื้อโฆษณา เปิดแพคเกจรายเดือนให้ลูกค้า ทำคอนเทนต์โปรโมชั่นและยิงเนื้อหาต่างๆ และตอบกลับการขายได้ดีขึ้น ซึ่งข้อสอบส่วนใหญ่ จะเป็นการวัดความพร้อมและความเข้าใจในการใช้งานระบบ

 

ตัวอย่างการสอบ

หลังจากที่ผู้เขียน ได้เข้าไปทำการเรียนและร่วมทดสอบแล้วพบว่า คำถามสำหรับการสอบนั้น จะดูความเข้าใจของนักการตลาดว่าหลังจากที่อ่านเนื้อหาทั้งหมดแล้ว มีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรต่างๆ มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราจะยกตัวอย่างแนวคำถามมากระซิบบอกกัน

 

เนื้อหาสำหรับเรียนรู้ของ LAP

สำหรับคนที่เลือกเข้าไปสอบในหลักสูตรเกี่ยวกับการซื้อโฆษณาของ LINE Ads Platform  จะมีให้เลือกแบบความรู้เบื้องต้น Basic กับคนที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว Advanced โดยเนื้อหาที่ผู้เขียนสอบนั้นเป็นแบบความรู้เบื้องต้น จะมีเนื้อหาทั้งหมด 5 เรื่อง คือ ทำความรู้จักเกี่ยวกับ LAP ว่าคืออะไร มีกระบวนการทำงานอย่างไร วิธีการระบุกลุ่มเป้าหมาย วิธีการเลือกรูปแบบโฆษณา วิธีการตั้งค่า วิธีการสร้างแคมเปญ เป็นต้น

การตั้งวัตถุประสงค์ในการทำงาน

 

เนื้อหาเกี่ยวกับการทำโฆษณาบน LAP

เรียนรู้วิธีการตั้งค่าวัตถุประสงค์ของแคมเปญ

เมื่อศึกษาข้อมูลต่างๆ ครบแล้ว ก็เริ่มทำข้อสอบกันได้เลย

ตัวอย่างข้อสอบ

ในการทำข้อสอบแต่ละครั้ง จะมีกำหนดเวลาไว้ที่ 15 นาที (มุมล่างซ้าย) เพราะฉะนั้น ต้องควบคุมเวลาการตอบให้ดีๆ นะคะ

ตัวอย่างข้อสอบข้อสุดท้าย

เมื่อตอบจนครบ 20 ข้อแล้วก็เลือกกดส่งข้อสอบกันได้เลย คุณจะทราบผลทันทีว่าผ่านหรือไม่

สำหรับคนที่สอบไม่ผ่าน จะต้องรออีก 2 วันค่อยมาสอบใหม่

 

ส่วนคนที่สอบผ่านก็สามารถไปเรียนหลักสูตรอื่นๆ และทำข้อสอบได้เลยเช่นกัน

โดยทุกหลักสูตรมีระยะเวลาการเรียน 3 เดือน เมื่อสอบครบทุกคอร์สก็จะได้รับประกาศนียบัตรไปเลยค่ะ

สอบผ่านแล้วทำอย่างไรกันต่อ

ถ้าอยากทราบว่าคุณสอบผ่านไปกี่บทแล้ว ก็สามารถเลือกที่มุมขวาด้านบน ตรงชื่อของคุณ (Profile) จากนั้นดูว่าคุณได้รับ Badge กี่ข้อแล้ว และต้องทำให้ครบอีกกี่ข้อ เพื่อจะจบหลักสูตร เรียกว่าเป็นประวัติข้อมูลการสอบของนักการตลาดแต่ละคน หากสอบและได้ใบประกาศครบก็จะทำให้องค์กรของคุณได้คนที่มีความสามารถอย่างโปรในการซื้อโฆษณาใน LINE อีกหนึ่งคนแล้ว

 

เมื่อสอบผ่านแล้ว คุณจะได้รับ Badge สีดำที่ระบุว่า Basic (สำหรับคนผ่านระดับ Basic) แต่หากผ่านระดับ Advanced ก็จะได้ Badge สีเขียวที่ระบุว่า Advanced ไปเลย และหากสอบผ่านหมดทั้ง 2 ระดับก็จะได้ Certificated ผ่านทางอีเมล์ที่ใช้สมัครอีกด้วย ส่วน Badge สีเทาอ่อนที่ระบุว่า Certified AGP Management จะสำหรับชาวเอเจนซี่ที่สอบผ่านคอร์สพิเศษสำหรับเอเจนซี่โดยเฉพาะที่เรียกว่า AGP นั่นเอง

โดยถ้าเอเจนซี่ไหนสอบผ่านครบก็จะได้รับใบ Certificate ไปพร้อมโอกาสถูกคัดเลือกให้เป็น Agency Partner อย่างเป็นทางการบนหน้าเว็บไซต์ LINE For Business เพื่อยืนยันว่าบริษัทของคุณมีความสามารถในการช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาและตอบสนองการใช้งานเครื่องมือของ LINE ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เรื่องของการเพิ่มทักษะความรู้ในการทำงานนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งการได้รับใบประกาศอย่างเป็นทางการ ยิ่งเป็นการการันตีความสามารถของคุณและทีมงานว่ามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องมือโฆษณาในทุกแพลตฟอร์มเหมาะที่จะให้คำปรึกษาหรือเลือกใช้บริการ ซึ่งการอัพเดทความรู้และทักษะใหม่ๆ นั้นควรเป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญเลยนะคะ

 

 

บทความนี้เป็น Advertorial

from:https://www.thumbsup.in.th/certificate-line-study-room-free?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=certificate-line-study-room-free

4 เรื่องรู้ไว้ ใช้แอปฯ LINE ให้อุ่นใจและปลอดภัย ตั้งแต่ป้องกันโดนแฮ็กไปจนถึงรายงานปัญหา

ผู้ใช้ LINE ทุกคนใช้ LINE ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันจนเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อเรากับโลกและเข้าถึงบริการต่างๆบนแอปพลิเคชัน แต่ก็เชื่อว่าแม้จะใช้อยู่ทุกวัน เราเองอาจมองข้ามวิธีการดูแลรักษาบัญชี  LINE ของเราให้ปลอดภัยจากกลุ่มมิจฉาชีพ หรือแม้แต่การดูแลรักษาข้อมูลบนบัญชีของเราไม่ให้สูญหาย

LINE เลยขอมาแนะนำ เรื่องพื้นฐานให้ผู้ใช้ LINE สามารถนำไปปฏิบัติตามเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันข้อมูลสูญหาย…ที่ไม่ควรมองข้าม

ก่อนอื่นอย่าลืมอัปเดต LINE version ล่าสุด เพื่อรองรับฟังก์ชันการใช้งานใหม่ๆ คลิก

1.       วิธีป้องกันการถูกขโมยบัญชี –

หลายคนคงเคยเจอการถูกขโมยบัญชีหรือบัญชีโดนแฮ็กจากบุคคลนิรนาม  ปัญหาป้องกันเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ไม่ให้ผู้อื่นรู้รหัสผ่าน ตั้งรหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา เจ้าหน้าที่ของ LINE เองก็จะไม่ขอรหัสผ่านคุณทุกกรณี นอกจากนี้ อย่าเผลอคลิกลิงก์แปลกปลอมหรือหลงเชื่อ LINE Official Account ปลอม หากพบพิรุธสามารถกด “รายงาน” ในการตั้งค่าได้เลย และที่สำคัญ ลงชื่อออกเมื่อเข้าใช้งานจากอุปกรณ์อื่นเสร็จ

LINE
  1. สำรองประวัติการแชท

การสำรองประวัติการแชท ก็เป็นสิ่งพื้นฐานที่ผู้ใช้ LINE พึงทำอยู่สม่ำเสมอ เพื่อเก็บข้อมูลแชทต่างๆ ไว้บนแอปพลิเคชันเผื่อไว้ในกรณีที่โทรศัพท์สูญหายหรือเกิดเหตุขัดข้องใดๆ ข้อมูลการแชทก่อนหน้าของเราก็จะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี โดยวิธีก็มีวิธีทั้งสำหรับระบบ iOS และ Android ตามภาพ

  1. ทำอย่างไรเมื่อพบการล็อกอินโดยไม่ทราบที่มา

หลายครั้งเราใช้ LINE ผ่านบนอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่มือถือเครื่องหลัก ทำให้เราอาจลืมล็อกเอาท์ หรืออาจถูกขโมยพาสเวิร์ดไปล็อกอินในอุปกรณ์อื่นๆ หากพบว่ามีการล็อกอินโดยไม่ทราบที่มา เราเองก็สามารถตั้งค่าปิดการอนุญาตให้เข้าสู่ระบบบนเครื่องอื่นได้ทันที อุปกรณ์อื่นที่ล็อกอินอยู่นั้นก็จะล็อกเอาท์ในทันใด

  1. แจ้งทุกปัญหาการใช้งานของ LINE ได้ที่นี่ที่เดียว

contact-cc.line.me คือที่ๆผู้ใช้ LINE จะสามารถติดต่อเพื่อรายงานปัญหาการใช้งาน LINE ในด้านต่างๆ โดยเมื่อเข้าไปแล้ว คุณจะต้องล็อกอินเข้าไปก่อน เพื่อรายงานรายละเอียดปัญหาในขั้นต่อไป กรณีหากบัญชีโดนแฮ็ก สามารถเลือกดำเนินการโดยไม่ต้องล็อกอิน (Continue without logging in) เมื่อรายงานปัญหาเสร็จ จะได้รับเลขที่รับแจ้ง ไว้สำหรับการดำเนินการและติดตามผล

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/4-things-to-know-use-the-line-app-with-peace-of-mind-and-safety/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=4-things-to-know-use-the-line-app-with-peace-of-mind-and-safety

LINE + กสิกรไทย เปิดตัว “LINE POINTS เครดิตการ์ด” รับแต้ม 3% ทุกครั้งที่ใช้ ยิ่งรูดเยอะยิ่งได้แต้มเยอะไม่จำกัดยอด

ทุกวันนี้หลาย ๆ คนเริ่มจะไม่พกเงินสดกันแล้ว เพราะด้วยการซื้อขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ด้วยวิธี Contactless และแบบออนไลน์เริ่มง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และครอบคลุมขึ้นเรื่อย ๆ จะซื้อของออนไลน์ตอนนี้แค่หลักสิบบาทยังใช้บัตรเครดิตได้ ไม่ต้องมานั่งนับเงินให้พอดีเพื่อจ่ายปลายทาง และเพื่อเป็นการตอบโจทย์การใช้จ่ายในยุคนี้ให้ดีขึ้นไปอีก LINE ก็ได้ไปจับมือกับธนาคารกสิกรไทยเปิดตัว LINE POINTS เครดิตการ์ด ที่จะคอยคืน LINE POINTS ให้ทุกครั้งที่ใช้จ่ายผ่านบัตร โดยแต้มดังกล่าวสามารถเอาไปใช้แทนเงินสดตามร้านค้าที่ร่วมรายการได้

LINE POINTS เครดิตการ์ด ดียังไง?

สำหรับ LINE POINTS เครดิตการ์ด ก็จะมีการใช้งานเหมือนกับเครดิตการ์ดทั่วไป ที่เอาไปใช้รูดตามร้านค้าได้ หรือจะใช้ซื้อของออนไลน์ก็ได้ แต่ความพิเศษของมันจะอยู่ตรงสิทธิ์ประโยชน์สุดคุ้มที่จะคืน LINE POINTS เข้ามาที่บัญชี LINE ของผู้ใช้งานที่ผูกเอาไว้ โดยจะได้ LINE POINT สูงถึง 3% ต่อการใช้บัตร 1 ครั้ง และ LINE POINT 1 แต้มมีค่าเท่ากับเงินจำนวน 1 บาท อย่างเช่นรูดซื้อของไป 1,000 บาท ก็จะได้ LINE POINT มาเก็บไว้ 30 แต้ม ไม่จำกัดเพดานการใช้ด้วย คือยิ่งใช้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้แต้มคืนมากเท่านั้น

แถม LINE POINT ที่ได้จากการใช้บัตรดังกล่าวยังมาแบบรวดเร็วภายในเวลา 1 วันเท่านั้น รูดวันนี้ พรุ่งนี้ได้แต้มใช้เลย ไม่ต้องรอนานเหมือนแต้มบัตรเครดิตอื่น ๆ ที่กว่าจะมาได้ก็ต้องรอตัดบิลรอบนี้ก่อน

LINE POINT ได้มาเอาไปใช้อะไรได้บ้าง?

ส่วน LINE POINT ก็สามารถเอาไปใช้กับร้านค้าที่ร่วมรายการ Rabbit LINE Pay ที่มีกว่า 300,000 ร้านทั่วประเทศไทยได้ทันที หรือถ้าไม่อยากซื้อของจะเอาไปใช้กับบริการอื่นก็ได้ เช่น เติมเงินบัตร BTS, ลดค่าอาหาร / ค่าส่ง LINE MAN, ส่วนลดตั๋วหนัง, ส่วนลดจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ, เติมเงินมือถือ, จ่ายค่าเน็ต และอื่น ๆ อีกสารพัด

LINE POINTS เครดิตการ์ด สมัครยังไง?

วิธีสมัครก็ง่ายแสนง่าย ได้ทุกช่องทางของธนาคารกสิกรไทย ไม่ว่าจะไปสมัครที่สาขา จะสมัครผ่านแอป K Plus หรือจะสมัครผ่านแอป LINE ก็ยังได้ แค่เข้าที่เมนู Wallet > Rabbit LINE Pay > กดสมัครบัตร และยืนยันข้อมูล หรือใครที่มี Rabbit LINE Pay อยู่แล้วก็แค่เข้าเมนู Wallet > POINTS Credit Card แล้วกดสมัครพร้อมยืนยันข้อมูลได้เลย (เงื่อนไขการสมัครมีตามที่ธนาคารกำหนดนะครับ) จากนั้นก็รอการอนุมัติและส่งบัตรภายในเวลา 7 วัน และพอได้รับบัตรแล้วก็เอาไปผูกกับ Rabbit LINE Pay แล้วเอาไปรูดใช้ได้ทันที

บัตร LINE POINTS เครดิตการ์ด มีให้เลือกทั้งหมด 3 ลาย คือ

  • Brown in Black : บัตรสีดำ ลายหมีบราวน์ เป็นลายแบบ Limited Edition สำหรับผู้ที่สมัครภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 ผ่านช่องทางสาขา และเว็บไซต์ ของธนาคารเท่านั้น
  • Silver Brown : บัตรสีเงิน ลายหมีบราวน์
  • Silver Mix : บัตรสีเงิน ลายหมีบราวน์, โคนี่ และแซลลี่

เรียกว่าเป็นบัตรเครดิตที่ให้สิทธิ์ประโยชน์แบบคุ้มจริง ๆ สำหรับคนที่รูดบ่อย ๆ เพราะได้แต้มคืนเยอะแถมยังได้ไวรูดวันนี้ได้แต้มพรุ่งนี้ แล้วเอาไปใช้ต่อได้เลย ส่วนใครที่อยากได้บัตรสีดำเท่ ๆ ขรึม ๆ ก็อย่าลืมสมัครภายในวันที่ 30 กันยายนนี้นะครับ

 

ที่มา : อีเมลประชาสัมพันธ์

ข้อมูลเพิ่มเติม : ธนาคารกสิกรไทย

from:https://droidsans.com/line-points-credit-card/