คลังเก็บป้ายกำกับ: LINE

เปรียบเทียบฟีเจอร์ LINE, Telegram และ Facebook Messenger แอปแชทตัวไหนน่าใช้สุด?

ปัจจุบันแอปพลิเคชันสำหรับการแชท (Chat) หรือแอปสำหรับการรับส่งข้อความแบบ Instant Massaging กลายเป็นแอปสามัญประจำเครื่องที่ขาดไม่ได้พอ ๆ กับมือถือเลยก็ว่าได้ เพราะมีความสะดวกในการติดต่อกับผู้อื่น ทั้งในเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องงาน บวกกับความยืดหยุ่นในการโต้ตอบที่มากกว่าการติดต่อรูปแบบอื่น ๆ ทำให้บรรดาแอปแชทต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทกับเราแทบทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน

แน่นอนว่าทั่วทั้งโลกมีแอปแชทให้เลือกใช้กันหลากหลายเจ้านับไม่ถ้วน แต่จะมีเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้นที่ครองตลาดประเทศใดประเทศหนึ่งเอาไว้ได้ เพราะถ้าแอปไหนมีคนใช้อยู่เยอะ คนก็มักจะต้องใช้ตาม ๆ กันเพื่อให้สามารถติดต่อกับผู้อื่นได้ง่าย ประเทศไทยเองก็มีอยู่ 3 เจ้าหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ LINE, Facebook Messenger และ Telegram ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละแอปเปรียบเทียบให้ได้ชมกันว่าแอปใดในปี 2021 ถือได้ว่าเป็นแอปแชทที่ฟีเจอร์ครบครัน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้หลายด้านที่สุด หรือใช้งานสะดวกที่สุด ณ เวลานี้

ภาพรวมของแอปพลิเคชัน LINE

หากพูดถึงหนึ่งในแอปสามัญประจำเครื่องของคนไทย แน่นอนว่าตำแหน่งแอปแชทยอดนิยมที่สุด ณ ขณะนี้ คงหนีไม่พ้น LINE หรือ ไลน์ ปัจจุบัน LINE ครองแชมป์แอปแชทอันดับ 1 ที่คนไทยใช้งานต่อเนื่องมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ใช้รวมกันมากกว่า 50 ล้านบัญชีแล้ว (ข้อมูลจาก Thairath เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 64)

อย่างที่ทราบกันดีว่า LINE เป็นแอปที่โดดเด่นมากในเรื่องของ สติกเกอร์ และธีม ที่สามารถหาซื้อได้จากร้านค้าในตัว ปัจจุบันมีสติกเกอร์ไลน์ให้เลือกซื้อจำนวนกว่า 6 ล้านชุด รวมถึงธีมและอีโมจิต่าง ๆ ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเด่นสำคัญอย่างมากของ LINE ที่ครองใจคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ LINE ยังเด่นในเรื่องของฟิลเตอร์วิดีโอคอลที่มีให้เลือกเยอะ ทั้งในรูปแบบสีสัน ตัวการ์ตูน หรือกระทั่งมินิเกมที่สามารถเล่นได้ ให้เลือกปรับแต่งกันได้ตามใจชอบ

เริ่มมีกระแสไม่เห็นด้วยกับการใช้ LINE เป็นแอปแชทหลัก

อย่างไรก็ตาม โลกออนไลน์เริ่มมีประเด็นถกเถียงพูดถึงแอป LINE ว่าเป็นแอปแชทที่ค่อนข้างมีปัญหาในการใช้งานหลายด้าน ซึ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับแอปเจ้าอื่นในตลาด จะพบว่า LINE ยังมีฟีเจอร์ที่เป็นข้อจำกัดอยู่ค่อนข้างข้างเยอะในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น

  • login เข้าใช้บนอุปกรณ์ที่ทำพร้อมกันหลายเครื่องไม่ได้ ได้เฉพาะมือถือ 1 เครื่อง กับบน PC / iPad ได้อีก 1 เครื่อง
  • ไม่เก็บประวัติข้อความแชทไว้แบบออนไลน์ ผู้ใช้ต้อง backup ข้อมูลด้วยตัวเองผ่าน cloud ส่วนตัว เช่น Google Drive หรือ iCloud เท่านั้น
  • กินพื้นที่เครื่องสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากตัวแอปเก็บประวัติแชทและ Cache จำนวนมาก ไว้ในเครื่องแบบออฟไลน์ทั้งหมด
  • ย้ายข้อมูล ข้ามแพลตฟอร์มไม่ได้ เช่นหากย้ายบัญชีจาก iOS ไป login บน Android จะไม่สามารถนำประวัติการแชทเดิมกลับมาด้วยได้
  • ไฟล์ต่าง ๆ มีวันหมดอายุ เช่น รูปภาพ วิดีโอ เอกสาร และอื่น ๆ หากไม่ทำการ backup จะหมดอายุภายใน 15 วัน

หลายคนให้ความเห็นว่าปัญหาของ LINE เหล่านี้สร้างภาระและลดความยืดหยุ่นในการใช้งานพอสมควร ซึ่งเป็นเวลากว่าหลายปีที่ทาง LINE ไม่มีท่าทีจะแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟีเจอร์เหล่านี้ขึ้นมา ในขณะที่แอปอื่น ๆ แก้ปัญหาเหล่านี้กันได้จนเป็นเรื่องปกติแล้ว หรือแม้ระยะหลัง LINE จะมีเครื่องมือใหม่ ๆ ที่พัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้เพิ่มขึ้น เช่น LINE Keep สำหรับเก็บไฟล์ หรือแชทกลุ่มแบบ OpenChat ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น (เก็บไฟล์ได้นานขึ้นถึง 6 เดือน) แต่ก็ยังคงไม่ตอบโจทย์การทำงานโดยรวม คนไทยส่วนหนึ่งจึงพยายามรณรงค์ให้มีการย้ายไปใช้แอปอื่นเป็นแอปแชทคุยงานแทน LINE กันมากขึ้น

 

 

ภาพรวมของแอป Facebook Messenger

สำหรับ Facebook Messenger ปัจจุบันถือเป็นแอปแชทที่ได้รับความนิยมสูงมากในหมู่คนไทยไม่แพ้ LINE ด้วยจำนวนยอดดาวน์โหลดสูงที่สุดในบรรดาแอปแชททั้งหมด บวกกับอยู่บน ecosystem เดียวกับ Facebook ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักที่คนไทยใช้กันมากที่สุด แถมข้อจำกัดไม่เยอะเหมือน LINE ทำให้ Messenger ก็ยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน แม้จะเปิดให้บริการมานานกว่าใครตั้งแต่ปี 2011

Messenger เองก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอปแชทที่มีฟีเจอร์ค่อนข้างครบ มีฟิลเตอร์ที่โดดเด่นไม่แพ้ LINE แถมยังมีคลังสติกเกอร์น่ารัก ๆ ให้ใช้งานกันแบบฟรี ๆ สามารถสร้างสติกเกอร์ตัวละครของตัวเองขึ้นมาได้ด้วย นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกในการติดต่อกับร้านค้าเพจธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่บน Facebook ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งถือเป็นจุดขายเดียวที่แอปอื่นยากจะเอาชนะได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีข้อถกเถียงเรื่องความน่าใช้หรือถูกเปรียบเทียบฟีเจอร์กับแอปอื่นโดยตรง แต่ Messenger ยังคงเป็นแอปที่ไม่ตอบโจทย์การทำงานบางอย่าง หรือยังมีข้อจำกัดในตัวเองอยู่ เช่น การมีภาพลักษณ์ด้านการเป็นแอปสำหรับเล่นโซเชียลมากเกินไป เพราะผูกไว้กับบัญชีส่วนตัว ซึ่งอาจถูกตามส่องชีวิตส่วนตัวได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับการติดต่อด้านการทำงาน รวมถึงข้อจำกัดด้านการส่งไฟล์ เช่น การส่งไฟล์บีบอัดประเภท zip / rar ยังถูกจำกัดไว้เป็นรูปแบบไฟล์ที่ไม่ปลอดภัย ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งานที่อาศัยการโยนไฟล์ข้ามแพลตฟอร์มไปมาตลอดเวลา

นอกจากนี้ Facebook มักจะถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ชอบแอบขโมยข้อมูลผู้ใช้ ไม่ว่าจะฝั่ง Messenger หรือ WhatsApp ที่ต่างก็เป็นแอปแชทของ Facebook มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งพบว่าเมื่อคุยอะไรลงไปในแชท มักจะเด้งโฆษณาที่เกี่ยวข้องแนะนำขึ้นมาอยู่บ่อย ๆ ทาง Facebook ก็เคยออกมายืนยันว่าไม่ได้มีการเก็บข้อมูลส่วนดังกล่าวของผู้ใช้ แต่ในแง่ของความน่าเชื่อถือแล้ว Facebook ยังสร้างความมั่นใจต่อผู้ใช้งานได้ไม่ดีพอ ด้วยภาพลักษณ์ความเป็นบริษัทโฆษณา ทำให้ผู้ใช้มีความกังวลในด้าน Privacy ตามมาอยู่เสมอ

ภาพรวมของแอป Telegram

ฝั่ง Telegram ซึ่งเป็นแอปสัญชาติรัสเซีย เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2013 และกำลังเข้ามาตีตลาดไทยมากขึ้นในระยะ 1-2 ปีมานี้ Telegram ชูจุดเด่นอย่างมากในเรื่อง Privacy & Security ของผู้ใช้ ที่มีการ Encrypt ข้อความการสนทนาแบบ End-to-End Encryption ซึ่งยากต่อการแอบดักข้อมูลระหว่างทาง ทำให้นี่เป็นจุดขายสำคัญที่ส่งผลให้ Telegram เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ความร้อนแรงของกระแสม็อบในปีที่แล้ว

คนเริ่มอพยพจากแอปอื่นมาใช้ Telegram มากขึ้น

จากกระแสจุดติดของ Telegram ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้นที่เริ่มได้รับความนิยม ทั่วโลกเองก็เริ่มให้ความสนใจอพยพจากแอปอื่นมาใช้ Telegram กันเยอะมากทีเดียว เมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าว Network ของ Facebook ล่มเป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมง ผู้ก่อตั้งถึงกับออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาได้ผู้ใช้ใหม่เข้ามาเพิ่มอีกเกือบ 70 ล้านคนภายในวันนั้นวันเดียว ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่คนยังหันมาให้ความสนใจใช้แอปนี้กันมากขึ้น ในขณะที่ตลาดแพลตฟอร์ม Instant Messaging ซึ่งมีตัวเลือกอยู่เยอะ ค่อนข้างจะอิ่มตัวขึ้นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ Telegram ยังมีข้อดีหลายอย่างที่ทำได้เหนือคู่แข่ง ด้วยความที่มีฟังก์ชันพื้นฐานครบเทียบเท่า และมีฟีเจอร์เพิ่มเติมให้เลือกใช้งานได้มากกว่า ทำให้เป็นแอปที่สามารถใช้งานได้เกือบทุกด้าน แถม Telegram ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการใช้งานที่ง่าย หน้าตาเรียบหรู การโหลดข้อมูลหน้าแชทที่รวดเร็ว ใช้งานได้กับทุกแพลตฟอร์ม และเก็บข้อมูลการแชทให้ทั้งหมด ฟีเจอร์หลายอย่างที่ยังไม่มีบนทั้ง 2 แอปที่กล่าวไป และค่อนข้างเป็นประโยชน์ อย่างเช่น ความสามารถตั้งเวลากดส่งข้อความ การแก้ไขข้อความที่ส่งไปแล้ว การตรวจสอบอุปกรณ์ที่กำลัง login อยู่ปัจจุบันจากในตัวแอปได้ รวมทั้งการตั้งค่าเพื่อปิดกั้นเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมายที่มีให้เลือกใช้ ซึ่งถือว่าสร้างความแตกต่างจาก LINE กับ Messenger มากพอสมควร

อย่างไรก็ตาม แม้ Telegram จะเปิดตัวมานาน แต่ยังถือเป็นแอปน้องใหม่ที่ในไทยที่คนยังไม่ค่อยคุ้นเคย สิ่งที่ Telegram ยังขาด และเป็นสิ่งที่ค่อนข้างดึงดูดใจคนไทยหรือคนเอเชียเป็นอย่างมาก นั่นก็คือเรื่องของสติกเกอร์และธีม ที่ปัจจุบันยังมีแต่เวอร์ชันฟรีให้ใช้ ซึ่งอาจจะยังไม่หลากหลายเท่ากับ LINE หรือ Messenger ที่เป็นร้านค้าครีเอเตอร์ขนาดใหญ่ รวมถึงยังไม่มีฟิลเตอร์สำหรับใช้งานระหว่างวิดีโอคอลที่ค่อนข้างดึงดูดใจกลุ่มวัยรุ่น ดังนั้นหากมอง Telegram เป็นแอปแชทสำหรับคุยเล่นสนุกสนานกับคนรู้จัก อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ได้ดีเท่ากับ 2 แอปเจ้าตลาด ซึ่งคนจะยังจำภาพปัจจุบันของ Telegram ว่าเป็นแอปสำหรับคุยงานมากกว่า

ดังนั้นจากจุดเด่นและจุดด้อยของทั้ง 3 แอปที่กล่าวมา หากนำมาทำเป็นตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์สำคัญของแต่ละแอป สามารถสรุปได้ดังนี้ครับ

ตารางสรุปเปรียบเทียบฟีเจอร์หลักด้านการแชทระหว่าง

Telegram, LINE และ Facebook Messenger

ฟีเจอร์การส่งข้อความ

ฟีเจอร์ (Features) Telegram LINE FB Messenger
ส่งข้อความแบบไม่แจ้งเตือน
ส่งข้อความแบบตั้งเวลาส่ง
ส่งข้อความผ่านแชทลับ (ตั้งเวลาลบได้)
ส่งข้อความเสียง
ส่งสติกเกอร์
ส่งรููปภาพเคลื่อนไหว (GIF)
ยกเลิกส่งข้อความ (unsend)
(ภายใน 24 ชม. เท่านั้น)
แก้ไขข้อความที่ส่งไปแล้ว
ค้นหาข้อความในแชท
แสดงความรู้สึกบนข้อความ
มีห้องแชทสำหรับเก็บข้อความไว้ส่วนตัว
ส่งคลิปวิดีโอความยาวเกิน 5 นาที

(ส่งในรูปแบบไฟล์เท่านั้น)

ส่งรูปภาพขนาดต้นฉบับได้

(สัดส่วนภาพเดิม แต่ขนาดไฟล์ลดลง)

ฟีเจอร์การ Login / ใช้งานบน Platform

ฟีเจอร์ (Features) Telegram LINE FB Messenger
Login บนมือถือพร้อมกันได้หลายเครื่อง
Login บน PC / tablet พร้อมกันได้หลายเครื่อง
รองรับการใช้งานบน browser

(Chrome Extension เท่านั้น)

วิดีโอคอลบน browser
Login บนแอปพร้อมกันได้มากกว่า 1 บัญชี
ย้ายข้อมูลข้าม platform

 

ฟีเจอร์อื่น ๆ

ฟีเจอร์ (Features) Telegram LINE FB Messenger
การเพิ่มเพื่อนด้วย ID
การเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติด้วยเบอร์มือถือ  ✓  ✓  ✓
การวิดีโอคอลแบบกลุ่ม
ใช้ฟิลเตอร์ขณะวิดีโอคอล
การแสดงสถานะ ออนไลน์ / ออฟไลน์
แสดงเครื่องหมายว่าคนรับอ่านข้อความแล้ว
แสดงจำนวนผู้อ่านแล้วในแชทกลุ่ม  ✓  ✓  ✓
(ระบุตัวตนผู้ที่อ่านไว้ด้วย)
ใช้รูปภาพเป็นพื้นหลังแชท

(รูปเดียวใช้ร่วมกันทุกแชท)

(ตั้งของแต่ละแชทเองได้)

การจัดกลุ่มแยกหมวดห้องแชท (Folder)

(ตั้งโฟลเดอร์แยกได้เองอิสระ)

(แยกกลุ่มตามประเภทให้)

เปลี่ยนชื่อผู้ติดต่อ
เชิญคนเข้ากลุ่มด้วยลิงก์
มีร้านค้าซื้อขายสติกเกอร์ / ธีม
ล็อกแอปด้วย passcode / fingerprint
ไฟล์ไม่มีวันหมดอายุ
ส่งไฟล์ได้ทุกประเภท  ✓

(ไม่อนุญาตไฟล์ประเภทบีบอัด)

ไม่ต้อง backup ข้อความเอง
ปรับแต่งได้ตามใจชอบ  ✗
(ต้องซื้อธีม)
ตรวจสอบอุปกรณ์ที่กำลัง login อยู่จากในแอปได้
บล็อกเนื้อหา sensitive ได้

สรุปการเปรียบเทียบฟีเจอร์ของทั้ง 3 แอป

อย่างที่กล่าวกันมาตั้งแต่ต้นว่าทั้ง Telegram, LINE และ Facebook Messenger ต่างมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจตอบโจทย์ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ แต่หากพูดในเชิงเปรียบเทียบด้วยฟีเจอร์ภาพรวมที่ทั้ง 3 แอปควรจะมีครบในปัจจุบัน ก็ต้องยอมรับว่า Telegram เป็นแอปที่มีฟีเจอร์ครบและตอบโจทย์ผู้ใช้งานโดยรวมมากที่สุด ด้วยจำนวนลูกเล่นสำคัญสำหรับใช้ในการแชทที่ครอบคลุม มีความปลอดภัยสูง ทำงานเร็ว ใช้งานสะดวกและมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน

ดังนั้นจากความเห็นของทีมงาน Droidsans มองว่า Telegram น่าจะเป็นแอปแชทที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากที่สุด ณ เวลานี้ จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยหันมาใช้ Telegram กันมากขึ้น หรือใครยังไม่เคยใช้ ก็อยากให้เปิดใจมาทดลองใช้ดู แล้วจะพบความแตกต่างและความสะดวกที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนครับ

from:https://droidsans.com/why-telegram-is-a-better-chat-app-than-line-or-facebook-messenger-social-and-feature-comparison/

LINE ส่งโซลูชั่นใหม่ MyCustomer ใช้ DATA พัฒนาธุรกิจ พิชิตใจลูกค้า

ทุกวันนี้ ดาต้าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งเมื่อกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนไทยล้วนก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ ดาต้าจึงเปรียบเสมือนขุมทรัพย์สำหรับโลกแห่งการทำธุรกิจยุคใหม่ ใครมีข้อมูลมากกว่าและดีกว่าก็อาจมีชัยไปกว่าครึ่ง จากผลการวิจัยของ Deloitte 2020 พบว่าบริษัทหรือองค์กรที่มีการทำ Digital Transformation พร้อมมีการวิเคราะห์​ดาต้า มักเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ และมีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายได้ถึง 25%

ทว่า ข้อมูลหรือดาต้าล้วนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลาตามพฤติกรรมผู้บริโภค ยิ่งองค์กรที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือมีไลน์สินค้ามากมาย ดาต้าที่ควรต้องจัดหาจัดใช้มาเพื่อวิเคราะห์ ยิ่งต้องมีมากและอัพเดทตลอดเวลาเช่นกัน ในขณะที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ที่แม้จะยังไม่บังคับใช้อย่างเป็นทางการในไทย แต่ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ภาคธุรกิจควรต้องหันมาใส่ใจ ให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลโดยตรงจากลูกค้า หรือที่เรียกว่า First Party Data มากยิ่งขึ้น

การรู้จักนำดาต้าเทคโนโลยีมาใช้จัดหา จัดเก็บและวิเคราะห์ First Party Data ดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่กลุ่มธุรกิจองค์กรใหญ่จะมองข้ามหรือรอช้าไม่ได้อีกต่อไป บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับเครื่องมือใหม่จาก LINE อย่าง MyCustomer ที่พัฒนามาเพื่อเสริมประสิทธิภาพของ LINE Official Account หรือ LINE OA สำหรับกลุ่มธุรกิจองค์กรใหญ่ที่เน้นการบริหารจัดการ First Party Data โดยเฉพาะ 

ทำให้แบรนด์รู้จัก เข้าใจ และนำข้อมูลของลูกค้าที่ได้ ไปวิเคราะห์ ต่อยอด สร้างสรรค์การสื่อสาร แคมเปญการตลาดที่แม่นยำ โดนใจลูกค้า เป็นการเชื่อมโยงดาต้าเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าได้อย่างกลมกลืน ด้วย 3 สิทธิประโยชน์ ช่วยให้แบรนด์รู้จักลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

วิดีโอแนะนำเครื่องมือใหม่ MyCustomer: https://youtu.be/1-Ey25bg914 , https://youtu.be/-3nuRtXQyM4

LINE

เก็บข้อมูลโดยตรงจากลูกค้า (First Party Data Collection)

การเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามหรือแบบสำรวจ Survey ช่วยให้แบรนด์สามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้าได้โดยตรง เพื่อนำไปวิเคราะห์ พัฒนาสู่การสื่อสาร การทำการตลาดเฉพาะบุคคล ซึ่งระบบได้ออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน แบรนด์สามารถตั้งคำถามและจัดการแบบสอบถามเองได้ตามต้องการโดยไม่จำกัด พร้อมจุดเด่นของแบบสอบถามใน MyCustomer ที่ลูกค้าสามารถกลับเข้ามาอัพเดทปรับเปลี่ยนข้อมูลความชอบ ความสนใจของตนเองได้ตลอดเวลา ทำให้แบรนด์ได้ดาต้าที่อัพเดท เรียลไทม์ และแม่นยำ

นอกจากนี้ แบรนด์ยังสามารถสร้างสติกเกอร์เซตเพื่อตอบแทนให้กลุ่มลูกค้าที่มาตอบแบบสอบถามด้วยการทำ Mission Sticker Survey กระตุ้นความน่าสนใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลดาต้าจากลูกค้าได้อีกด้วย โดยจากผลสำรวจภายใน พบว่ามีผู้ใช้งานดาวน์โหลด Mission Sticker มากกว่า 850,000 ครั้งต่อหนึ่งแคมเปญ ส่งผลให้ต้นทุนของแบรนด์ในการได้ดาต้าโดยตรงจากลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 2.4 บาท ชี้ให้เห็นว่า Mission Sticker Survey เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจในการตอบคำถามของลูกค้า ทำให้แบรนด์ได้ข้อมูลที่ “ใช่” กลับมาด้วยต้นทุนที่คุ้มค้า

จำแนกกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน (Segmentation based on OA User Behaviors)  

เมื่อได้ข้อมูลพฤติกรรม ความชอบ ความสนใจจากลูกค้าที่มีหลากหลายมากมายแตกต่างกันไปแล้ว MyCustomer ยังมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ในการช่วยแบรนด์จำแนก แบ่งกลุ่มลูกค้าที่อยู่บน LINE OA ว่าลูกค้าแต่ละกลุ่ม มีความชอบ สนใจเนื้อหาประเภทไหนได้อย่างชัดเจน เพื่อให้แบรนด์สามารถนำไปต่อยอดออกแบบการสื่อสาร ส่งข้อความไปหาลูกค้าแต่ละคน แต่ละกลุ่มได้อย่างตรงใจ มีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างฟีเจอร์ที่ช่วยจำแนก แบ่งกลุ่มลูกค้า ได้แก่

  • ฟีเจอร์ Segment ที่แบรนด์สามารถเลือกเงื่อนไขหรือตัวแปร มาให้ระบบช่วยจำแนก แบ่งกลุ่มลูกค้าให้ ไม่ว่าจะเป็น การเลือกเอากลุ่มลูกค้าที่เคยเห็น หรือเคยคลิกข้อความที่แบรนด์ยิง Broadcast ไปหา หรือเลือกเอากลุ่มลูกค้าที่เคยตอบแบบสอบถาม (สามารถระบุข้อคำถามได้) มาให้ระบบทำการจำแนก แบ่งกลุ่มให้ตามคำตอบที่ได้ ทำให้แบรนด์ทราบถึงพฤติกรรมความสนใจของลูกค้าที่มีแตกต่างกันไปได้อย่างเป็นระบบ โดยมีการแสดงข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างจำนวนกลุ่มลูกค้าที่ถูกจำแนกไว้กับจำนวนเพื่อนทั้งหมดได้อย่างชัดเจน
  • ฟีเจอร์ Action Tag คือการที่แบรนด์นำเอาเครื่องมือการติดตามผลที่เรียกว่า ‘Action Tag’ ไปติดตั้งในฟีเจอร์หรือ Automation ต่างๆ เพื่อติดตามผลพฤติกรรมของลูกค้าที่เกิดขึ้นกับฟีเจอร์หรือเครื่องมือนั้นๆ โดยระบบจะจำแนก แบ่งกลุ่มลูกค้าให้ตามผลพฤติกรรมดังกล่าว ตัวอย่างเช่น หากแบรนด์นำ Action Tag ไปติดตั้งในฟีเจอร์ ‘ริชเมนู’ ระบบจะช่วยจำแนก แบ่งกลุ่มลูกค้าให้ตามพฤติกรรมการคลิกบนริชเมนูนั้นๆ โดยอัตโนมัติว่ามีลูกค้ากลุ่มไหนคลิกเนื้อหา A ลูกค้ากลุ่มไหนคลิกเนื้อหา B เป็นต้น หรือหากนำ Action Tag ไปติดตั้งในฟีเจอร์ ‘ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ’ ระบบสามารถช่วยจำแนก แบ่งกลุ่มลูกค้าให้ตามบทสนทนาที่ลูกค้าโต้ตอบกับบอทได้ด้วยเช่นกัน 

ยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบตัวต่อตัว (Personalized Experience)

ลูกค้าแต่ละคนมีความชอบและพฤติกรรมต่างกัน แบรนด์จึงต้องมีเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนสำคัญและได้รับการปฏิบัติแบบเอ็กซ์คลูซีฟ MyCustomer ไม่เพียงช่วยให้แบรนด์เข้าใจลูกค้า แต่ยังนำข้อมูลเหล่านั้นมาต่อยอด ด้วยฟีเจอร์เสริม ที่ทำให้การสื่อสารกับลูกค้าเป็นไปแบบเฉพาะเจาะจงตรงกับความชอบ และความต้องการของลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น เช่น ฟีเจอร์ Segmented Rich Menu ให้แบรนด์สามารถเปลี่ยนรูปแบบหน้าตาของเมนูบนริชเมนูให้เป็นไปตามความต้องการและตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่มที่ถูกจำแนกไว้ ทำให้ลูกค้ารู้สึกและรับรู้ถึงความใส่ใจจากแบรนด์เป็นพิเศษ เช่น สำหรับแบรนด์ค้าปลีก ลูกค้าที่สนใจ Gadget จะเห็นริชเมนูที่นำเสนอโปรโมชั่น Gadget ลูกค้าที่สนใจบิวตี้ จะเห็นริชเมนูที่นำเสนอโปรโมชั่นสินค้าบิวตี้ เป็นต้น 

ฟีเจอร์ Targeting Messages ทั้งแบบ Personalized Image ข้อความในแบบรูปภาพที่สามารถใส่ชื่อและภาพโปรไฟล์ของลูกค้าไปบนภาพของแคมเปญหรือสินค้านั้นๆ เพื่อสื่อสารกับลูกค้าแต่ละคนโดยตรงตามความชื่นชอบ สื่อถึงความใส่ใจลูกค้าขึ้นไปอีกขั้น เสมือนเป็นการส่งบัตรเชิญแขกวีไอพีคนสำคัญให้เข้ามาดูสินค้าชิ้นโปรด สำหรับองค์กรที่มีนักพัฒนาหรือผู้เชี่ยวชาญ ยังสามารถออกแบบข้อความเป็น Flex Message ส่งหาลูกค้าแต่ละคน แต่ละกลุ่ม ด้วยรูปร่างหน้าตาของข้อความที่ออกแบบเองได้ตามต้องการอีกด้วย

เมื่อธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้นบนโลกออนไลน์ ขณะที่ลูกค้าต่างก็มีความต้องการที่หลากหลายและแตกต่างกันสุดขั้ว แบรนด์จึงจำเป็นต้องมุ่งสู่ดิจิทัล เรียนรู้การนำดาต้าเทคโนโลยีมาช่วยให้เข้าใจและรู้จักตัวตนของลูกค้าได้ลึกและละเอียดมากยิ่งขึ้น MyCustomer เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการตลาดด้านดาต้า ที่จะช่วยต่อยอด LINE OA  ให้แบรนด์สามารถจัดการบริหารข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ทั้งยอดขายและได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MyCustomer ได้ที่นี่: https://lin.ee/bAEpRlj/wcvn

ธุรกิจองค์กรที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่https://lineforbusiness.com/th/contact

#MyCustomer #DataSolution #LINEOA

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-sends-new-solution-mycustomer/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-sends-new-solution-mycustomer

LINE POINTS เป็นมากกว่าแค่แต้มสะสม “ได้ง่าย ใช้สนุก” เสิร์ฟทุกไลฟ์สไตล์ ได้พอยท์ง่าย ๆ ผ่านบริการ LINE

หลายคนอาจเคยได้ยินถึง LINE POINTS ผ่านๆ หูมาบ้าง แล้วเคยสงสัยไหมว่ามันคืออะไร เกี่ยวกับเรายังไง? บอกได้เลยว่า LINE POINTS คือความคุ้มค่าง่ายๆ ที่จะทำให้การใช้แอปฯ LINE  สนุกยิ่งกว่าที่เคย

LINE Points

LINE POINTS คือบริการ “แต้มสะสม” ที่มีมูลค่าสำหรับผู้ใช้ LINE ทุกคน โดยมีมูลค่า พอยท์ เท่ากับเงินสด บาท ถือเป็นแต้มสุดคุ้มคืนกำไรให้ผู้ใช้ LINE ที่สามารถสะสมกันได้ง่ายๆ จากการใช้บริการต่างๆ ของ LINE และ นำไปใช้กันแบบสนุกๆ แทนเงินสดสำหรับซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ได้หลากหลายช่องทางบนแพลตฟอร์ม LINE ไม่ว่าจะเป็น LINE STICKERS, LINE MELODY หรือส่วนลดใน LINE SHOPPING ฯลฯ ให้การใช้แอปฯ LINE นอกจากจะทำให้ชีวิตง่ายและสะดวกขึ้นแล้วยังคุ้มค่าขึ้นไปอีก

ก่อนอื่น เราสามารถเช็คจำนวน LINE POINTS ที่มีอยู่ ได้ทางแท็บ Wallet จำนวนพอยท์ จะปรากฏอยู่มุมขวาบน หรือเข้าไปที่ไอคอนบริการ LINE POINTS เพื่อเข้าไป “เช็ค สะสมและใช้” สามารถดูรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้เลย

LINE POINTS “สะสมง่ายๆ” ด้วยวิธีใดบ้าง? (How to Earn)

วิธีที่ 1 ชอปปิงบน LINE SHOPPING และจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือ Rabbit LINE Pay ก็รับ LINE POINTS ได้ทันทีตามจำนวนที่กำหนด แถมในแต่ละเดือนก็จะมีแคมเปญโปรโมชันสนุกๆ มากมายให้นักช้อปได้เพลิดเพลิน

หรือวิธีง่ายสุดๆกว่านั้น วิธีที่ 2 ใช้ “LINE POINTS เครดิตการ์ด” ทุกยอดการใช้จ่าย จะได้รับคืน LINE POINT 3% แบบไม่มีขั้นต่ำ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือถ้าใช้ “LINE POINTS เครดิตการ์ด” ชอปปิงบน LINE SHOPPING ล่ะก็ รับไปเลยพอยท์ ON TOP อีก 4% รวมกันเป็น 7% เลยทีเดียว

ข้อมูลเพิ่มเติมการสมัคร บัตรเครดิต LINE POINTS คลิกที่นี่

วิธีที่ 3 ทำภารกิจบนแอปฯ LINE ด้วยการเข้าไปที่หน้า Wallet แล้วเลือกไอคอน LINE POINTS จะพบภารกิจรับพอยท์ อาทิ เพิ่ม LINE Official Account เป็นเพื่อน, รับชมวีดีโอจาก LINE TV, อ่านข่าวจาก LINE TODAY หรือชอปปิงผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการ

LINE POINTS “ใช้สนุก” แทนเงินสดกันต่อบนแอปฯ LINE ได้อย่างไรบ้าง? (How to Burn)

วิธีที่ 1 ใช้เป็นส่วนลดเงินสดเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือ Rabbit LINE Pay ที่LINE SHOPPING แบบไม่มีขั้นต่ำ (1 พอยท์ = 1 บาท) ได้ทุกหมวดสินค้า ไม่ว่าจะเป็นหมวดบิวตี้ แฟชั่น อาหาร ไอทีแก็ดเจ็ท บ้านและสวน หมวดท่องเที่ยว และที่สำคัญยังมีการแจก LINE POINTS BACK เพิ่มอีกด้วย! ได้ทั้ง Earn ได้ทั้ง Burn เรียกได้ว่าเป็นช่องทางที่มีโอกาสได้รับ POINTS มากที่สุด และสามารถใช้ POINTS ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดเลยทีเดียว

วิธีที่ 2  ใช้แทนเงินสด เมื่อใช้จ่ายผ่าน Rabbit LINE Pay ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือหน้าร้านมากกว่า 300,000 ร้านค้า สามารถนำไปใช้จ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS, ค่าน้ำค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์, ค่าตั๋วหนังจากเครือ Major Cineplex และ SF Cinema, ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าบัตรเครดิต ค่าบริการต่างๆ รวมถึงค่าอาหารจาก LINE MAN ด้วยเช่นกัน

วิธีที่ 3 ใช้ซื้อ LINE STICKERS หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ LINE Coins ในการแลกซื้อLINE STICKER แต่จริง ๆ แล้วเราสามารถนำ LINE POINTS ที่มีอยู่มาแลกเป็น LINE Coins ได้โดย 1 POINT มีค่าประมาณ 2 Coins หมายความว่าถ้าเรา มี 30 LINE POINTS  ก็จะสามารถนำไปแลกซื้อสติ้กเกอร์ได้อย่างน้อย ชุดอย่างแน่นอน! ไม่เพียงเท่านั้น ธีมน่ารัก ๆ ใน LINE THEMES ก็สามารถใช้ LINE POINTS แลกมาใช้ได้เช่นกัน

วิธีที่ ใช้ซื้อ LINE MELODY บริการเสียงเรียกเข้าและเสียงรอสาย Service น้องใหม่จาก LINE ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน สามารถนำ POINTS ที่มีมาแลกซื้อได้ โดยค่าบริการจะอยู่ที่เพลงละ 100 LINE COINS หรือประมาณ 60 LINE POINTS นั่นเอง ทีนี้เราก็จะมีทั้งเสียงเรียกเข้าและเสียงรอสายที่เพื่อน ๆ ชื่นชอบไปใช้กันอย่างจุใจ

สะสมก็ง่าย ใช้ก็สนุกแบบนี้  เห็นอย่างนี้แล้วยิ่งเอนจอยกับการใช้แอปฯ LINE  ในทุกๆ วันมากยิ่งขึ้นไปอีก

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-points-is-more-than-just-easy-fun-reward-points/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-points-is-more-than-just-easy-fun-reward-points

LINE ประเทศไทย จับมือ ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค ประเทศไทย ยกขบวนเพลงฮิตจากศิลปินสากลชั้นนำชุดใหญ่บน LINE MELODY เป็นครั้งแรก

จากความนิยมการใช้งาน LINE MELODY ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง LINE ประเทศไทย ไม่รอช้า เดินหน้าเติมเต็มความสนุกทางดนตรี ด้วยการเพิ่มพันธมิตรค่ายเพลงและคลังเพลง ให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ล่าสุด จับมือกับยูนิเวอร์ซัล มิวสิค ประเทศไทย ค่ายเพลงสากลอันดับ 1 ของโลก ให้บริการเมโลดี้เพลงสากลเป็นครั้งแรก

ความร่วมมือในครั้งนี้ LINE MELODY ได้ยกขบวนศิลปินเจ้าของเพลงฮอตสุดฮิตชั้นนำหลากหลายแนวมากกว่า 20 ศิลปิน อาทิ Justin Bieber, Ariana Grande, Billie Eilish, Imagine Dragons, Jeremy Zucker, Katy Perry, Keshi, Lady Gaga, LANY, Maroon 5, Nicki Minaj, Olivia Rodrigo, Post Malone, Rihanna, Shawn Mendes, Taylor Swift, The Weeknd และอีกมากมาย ที่พร้อมทยอยตบเท้าเข้ามาบนลิสต์ดาวน์โหลดของ LINE MELODY นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมร่วมสนุกและแคมเปญกับศิลปินต่างๆ จากยูนิเวอร์ซัล มิวสิค อีกมากมายในเร็วๆ นี้

ดาวน์โหลด LINE MELODY เพลงสากลยอดฮิตจากศิลปินที่ชื่นชอบจากยูนิเวอร์ซัล มิวสิค ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ lin.ee/bvxuWeP/ddkh/umg โดยเมโลดี้ที่ดาวน์โหลดจะถูกเก็บไว้ที่บัญชี LINE ของผู้ใช้อย่างถาวร และสามารถตั้งค่าเป็นได้ทั้งเสียงรอสายและเรียกเข้าโดยไม่มีค่าบริการรายเดือนเพิ่ม

แล้วคุณจะรู้ว่าเสียงเพลง #แทนใจได้ทุกอารมณ์ ได้อย่างแท้จริง #LINEMELODY #LINEMELODYxUniversalMusicTH 

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-thailand-x-universal-music-on-line-melody/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-thailand-x-universal-music-on-line-melody

LINE เปิดตัว “อิโมจิแอนิเมชัน” อิโมจิดุ๊กดิ๊ก ครั้งแรกในไทย เพิ่มอรรถรส ให้การแชทสนุกได้มากกว่าเดิม

LINE ประเทศไทย ปล่อยความสนุกรูปแบบใหม่ในการแชท “อิโมจิแอนิเมชัน” (Animated Emoji) อิโมจิดุ๊กดิ๊ก ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ทุกการแชทสนุกยิ่งขึ้น เติมเต็มความสุขให้ผู้ใช้งานได้มากยิ่งกว่าเดิม

อิโมจิแอนิเมชัน ชุดไอคอนอิโมจิรูปแบบใหม่เคลื่อนไหวได้ ที่สามารถแทรกเพิ่มเติมในประโยคแชทได้ทันที เพื่อแสดงถึงอารมณ์ ความรู้สึก และความคิดในการสื่อสารได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งยังสร้างชีวิตชีวาให้กับข้อความแชทต่างๆ โดยอิโมจิแอนิเมชันนี้มีให้เลือกซื้อเพื่อใช้งานมากกว่า 10 ชุดจากเหล่าคาแรคเตอร์ยอดนิยมระดับสากล นำทัพโดย BROWN & FRIENDS, Hello Kitty, Snoopy และ Mickey Mouse 

ตามด้วยคาแรคเตอร์สุดฮิตของไทยอย่าง Jay the Rabbit, ปังปอนด์, บิสกิต, นมเย็นและหัวเกรียน และออนนี่ แบร์ เสริมทัพด้วยคาแรคเตอร์ชั้นนำจากไต้หวัน ได้แก่ French Bulldog PIGU และ Lazy Rabbit & Mr.Chu โดยจำหน่ายในราคาชุดละ 60 บาท ในแต่ละชุดประกอบด้วยอิโมจิแบบเคลื่อนไหวจำนวน 40 ไอคอน

ผู้ใช้งาน LINE สามารถใช้งานอิโมจิแอนิเมชันได้บน LINE สำหรับ iOS เวอร์ชัน 11.15.0 ขึ้นไป หรือ LINE สำหรับ Android เวอร์ชัน 11.15.2 ขึ้นไป หรือ LINE Desktop เวอร์ชัน 7.4 ขึ้นไป เท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 9 กันยายน 2564) โดยผู้ใช้งาน LINE ในเวอร์ชันที่ต่ำกว่าที่กำหนด เมื่อส่งหรือได้รับอิโมจิแอนิเมชันจะแสดงผลเป็นอิโมจิแบบภาพนิ่ง

เพิ่มอรรถรสให้กับทุกการแชทของคุณด้วยอิโมจิแอนิเมชันได้แล้ววันนี้ ดาวน์โหลดเลยที่ Sticker Shop บนแอปพลิเคชัน LINE เว็บไซต์ LINE STORE (store.line.me) และร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจาก LINE STICKERS (Verified Reseller)

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-launches-animated-emoji-an-animated-emoji-first-time-in-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-launches-animated-emoji-an-animated-emoji-first-time-in-thailand

LINE เปิดตัว “อิโมจิแอนิเมชัน” อิโมจิดุ๊กดิ๊ก ครั้งแรกในไทย (Animated Emoji)

LINE ประเทศไทย ปล่อยความสนุกรูปแบบใหม่ในการแชท “อิโมจิแอนิเมชัน” (Animated Emoji) อิโมจิดุ๊กดิ๊ก ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ทุกการแชทสนุกยิ่งขึ้น เติมเต็มความสุขให้ผู้ใช้งานได้มากยิ่งกว่าเดิม

อิโมจิแอนิเมชัน ชุดไอคอนอิโมจิรูปแบบใหม่เคลื่อนไหวได้ ที่สามารถแทรกเพิ่มเติมในประโยคแชทได้ทันที เพื่อแสดงถึงอารมณ์ ความรู้สึก และความคิดในการสื่อสารได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งยังสร้างชีวิตชีวาให้กับข้อความแชทต่างๆ โดยอิโมจิแอนิเมชันนี้มีให้เลือกซื้อเพื่อใช้งานมากกว่า 10 ชุดจากเหล่าคาแรคเตอร์ยอดนิยมระดับสากล นำทัพโดย BROWN & FRIENDS, Hello Kitty, Snoopy และ Mickey Mouse ตามด้วยคาแรคเตอร์สุดฮิตของไทยอย่าง Jay the Rabbit, ปังปอนด์, บิสกิต, นมเย็นและหัวเกรียน และออนนี่ แบร์ เสริมทัพด้วยคาแรคเตอร์ชั้นนำจากไต้หวัน ได้แก่ French Bulldog PIGU และ Lazy Rabbit & Mr.Chu โดยจำหน่ายในราคาชุดละ 60 บาท ในแต่ละชุดประกอบด้วยอิโมจิแบบเคลื่อนไหวจำนวน 40 ไอคอน

ผู้ใช้งาน LINE สามารถใช้งานอิโมจิแอนิเมชันได้บน LINE สำหรับ iOS เวอร์ชัน 11.15.0 ขึ้นไป หรือ LINE สำหรับ Android เวอร์ชัน 11.15.2 ขึ้นไป หรือ LINE Desktop เวอร์ชัน 7.4 ขึ้นไป เท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 9 กันยายน 2564) โดยผู้ใช้งาน LINE ในเวอร์ชันที่ต่ำกว่าที่กำหนด เมื่อส่งหรือได้รับอิโมจิแอนิเมชันจะแสดงผลเป็นอิโมจิแบบภาพนิ่ง

เพิ่มอรรถรสให้กับทุกการแชทของคุณด้วยอิโมจิแอนิเมชันได้แล้ววันนี้ ดาวน์โหลดเลยที่ Sticker Shop บนแอปพลิเคชัน LINE เว็บไซต์ LINE STORE (store.line.me) และร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจาก LINE STICKERS (Verified Reseller)

ที่มา – อีเมลข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.9tana.com/node/line-animated-emoji/

LINE ชวนคนไทย สร้างสติกเกอร์เองได้ง่ายๆ ไม่เหมือนใคร ด้วยกรอบรูป BROWN & FRIENDS ชุดพิเศษผ่านแอปฯ LINE Sticker Maker

LINE ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 10 ปีอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมสุดพิเศษ ครั้งแรกกับการมอบกรอบรูป BROWN & FRIENDS ชุดพิเศษ (BROWN & FRIENDS Deco Frame) ด้วยคาแรคเตอร์ยอดนิยม บราวน์ โคนี่ และผองเพื่อน ให้ดาวน์โหลดฟรีสำหรับทำสติกเกอร์ผ่านแอปพลิเคชัน LINE Sticker Maker 

โดยสติกเกอร์เหล่านี้ สามารถทำเพื่อใช้เองหรือจำหน่ายก็ได้ กิจกรรมนี้เหมาะกับการเป็นก้าวแรกของผู้ที่สนใจสร้างสติกเกอร์แบบง่ายๆ ในแบบของตนเอง

สามารถดาวน์โหลดกรอบรูป BROWN & FRIENDS ชุดพิเศษฟรีได้แล้ว ที่แอปพลิเคชัน LINE Sticker Maker ถึง 6 ตุลาคม 2564 นี้ เวลา 21.59 น. โดยต้องตั้งค่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เป็นภาษาไทยเท่านั้น

กรอบรูป BROWN & FRIENDS ชุดพิเศษนี้ ประกอบด้วยกรอบสำเร็จรูปจำนวน 8 แบบที่สามารถนำรูปถ่ายของตนเองมาใส่ในกรอบ เพื่อทำเป็นสติกเกอร์ผ่านแอปฯ LINE Sticker Maker โดยต้องสร้างเป็นคอลเลคชันอย่างน้อย 8 สติกเกอร์ต่อ 1 ชุดสติกเกอร์ หลังจากส่งเข้าระบบ จะได้รับอนุมัติภายใน 2 วันทำการ จึงสามารถนำมาใช้งาน หรือจำหน่ายใน Sticker Shop และ LINE STORE (store.line.me) ต่อไป

ขั้นตอนง่ายๆ ในการสร้างสติกเกอร์ด้วยกรอบรูป BROWN & FRIENDS ชุดพิเศษ

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน LINE Sticker Maker
  • แตะเครื่องหมาย + ที่อยู่บนหน้าจอ
  • เลือก + เพิ่มรูปสติกเกอร์
  • เลือก “ใช้รูปจากอัลบั้ม” และเลือกรูปที่ต้องการ
  • เลือก “กรอบรูป” ที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอ
  • เลือก + ที่มุมซ้ายล่างของหน้าจอ
  • เลือก กรอบรูป BROWN & FRIENDS ชุดพิเศษ ที่ชอบได้เลย
  • และอย่าลืมเลือก “ไม่ร่วมแคมเปญ” ในหัวข้อ “ร่วมแคมเปญสติกเกอร์” ก่อนยื่นคำขอจำหน่าย

ผู้ใช้งาน LINE สามารถดาวน์โหลดกรอบรูป BROWN & FRIENDS ชุดพิเศษ เพื่อสร้างเป็นสติกเกอร์ในแบบของตนเองได้แล้วที่แอปพลิเคชัน LINE Sticker Maker (ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน LINE Sticker Maker ได้ที่ https://creator.line.me/en/stickermaker/) ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2564 เวลา 21.59 น. เท่านั้น

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-invites-thai-people-to-create-their-own-stickers-easily-and-uniquely/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-invites-thai-people-to-create-their-own-stickers-easily-and-uniquely

LINE เปิด “Help Desk Center” ช่องทางช่วยเหลือเฉพาะกิจ สำหรับแนะนำและสอบถามการใช้งาน LINE ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

LINE ประเทศไทย เดินหน้าอาสาสนับสนุนและช่วยเหลือคนไทย ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสู้ฝ่าวิกฤต ต่อยอดแคมเปญ ‘WE LOVE YOU’ เปิดช่องทางช่วยเหลือเฉพาะกิจ ‘Help Desk Center’ บน LINE OpenChat มุ่งเป็นคอมมิวนิตี้ศูนย์กลางในการสอบถาม พูดคุย แลกเปลี่ยน พร้อมให้คำปรึกษา คำแนะนำ ไขข้อข้องใจการใช้งาน LINE ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 และเศรษฐกิจ หวังคนไทยทุกภาคส่วนสามารถใช้ LINE เป็นเครื่องมือช่วยเหลือกันได้ในยามยาก

ชาญวุฒิ ลือชัยสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “แคมเปญ ‘WE LOVE YOU’ ได้เริ่มดำเนินการในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในการเผยแพร่องค์ความรู้และกิจกรรมมากมายเพื่อช่วยเหลือคนไทยใน 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) กลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการ (2) กลุ่มผู้ใช้งานไลน์ (3) กลุ่มโรงพยาบาลและหน่วยงานด้านสาธารณสุข และ (4) กลุ่มสถาบันการศึกษา รวมไปถึง (5) กลุ่มอาสาสมัครต่างๆ ให้สามารถปรับตัวสู่โลกดิจิทัล รู้จักประยุกต์ใช้บริการ/ฟังก์ชันต่างๆ บน LINE เพื่อดำเนินชีวิต ธุรกิจ และช่วยเหลือสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ดูรายละเอียดคอนเทนต์ความรู้และกิจกรรมมากมายจากแคมเปญ WE LOVE YOU ได้ที่นี่: https://lin.ee/IjS8xtx/wcvn/PR/weloveyou )

LINE ได้เล็งเห็นถึง ปัญหาของผู้ใช้งานไลน์ที่ยังได้รับข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและฟีเจอร์การใช้งานบนแพลตฟอร์ม LINE ไม่เพียงพอ หรืออาจมีข้อสงสัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์เร่งด่วนที่หลายหน่วยงาน แม้กระทั่งคนไทยหลายคนเองต้องเร่งศึกษา เตรียมความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว LINE จึงรวบรวมทีมงานอาสาที่เกี่ยวข้อง สร้าง ‘Help Desk Center – ช่องทางช่วยเหลือเฉพาะกิจ’ นี้ขึ้นบนคอมมิวนิตี้แห่งใหญ่อย่าง LINE OpenChat เป็นการเร่งด่วนและเฉพาะกิจตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2564 เพื่อเป็นศูนย์รวมการสอบถาม พูดคุย แลกเปลี่ยนแนะนำรายละเอียดการใช้ฟีเจอร์ เครื่องมือ บริการต่างๆ บน LINE เพื่อให้ผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่ในภาคส่วนไหน ได้รับข้อมูลการใช้งาน LINE ที่ถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือ ขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ต่อไปได้อย่างทันท่วงที”

LINE

ผู้ที่สนใจ ต้องการสอบถามและขอคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ LINE เพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน สามารถเข้าสู่ ‘HELP DESK CENTER – ช่องทางช่วยเหลือเฉพาะกิจ’ ผ่านลิงก์ https://lin.ee/pHVtBX2/wcvn/PR/ โดยมีการจัดกลุ่มอาสาสนับสนุนให้คำปรึกษาตามหัวข้อห้องแชทย่อยไว้ดังนี้

  1. แนะนำการใช้ LINE Chat เบื้องต้น – สอบถามข้อข้องใจ ร่วมพูดคุย แนะนำการใช้งาน LINE Chat ช่วยให้ชีวิตประจำวันคุณง่ายขึ้นในช่วงล็อกดาวน์
  2. ปรึกษาทำธุรกิจ ขายของผ่าน LINE – ไขข้อข้องใจ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการขายของ ทำธุรกิจด้วยหลากหลายโซลูชันและเครื่องมือบน LINE ร่วมพูดคุย พร้อมแบ่งปันประสบการณ์อย่างเป็นกันเอง
  3. LINE สำหรับหน่วยงานแพทย์ – พูดคุย ให้คำปรึกษาถึงการใช้งาน LINE ต่อยอดสู่ Telemedicineหรือช่องทางให้บริการทางการแพทย์บนโลกออนไลน์
  4. LINE เพื่อการศึกษาออนไลน์ – พูดคุย ให้คำปรึกษาถึงการใช้งาน LINE พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ต่อยอดสู่การเป็นห้องเรียนออนไลน์ที่สร้างสรรค์ ในยามที่ครูต้องห่างนักเรียน
  5. พูดคุย ต่อยอดไอเดียกับนักพัฒนา – พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดีย ไขข้อข้องใจการพัฒนาระบบหรือโซลูชันต่างๆ บนแพลตฟอร์ม LINE สนทนา ให้คำปรึกษาระหว่างนักพัฒนาด้วยกัน

#WELOVEYOU #LINEอาสาพร้อมสู้ไปกับคุณ #LINEThailand

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-extends-we-love-you-campaign-to-open-help-desk-center/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-extends-we-love-you-campaign-to-open-help-desk-center

LINE เปลี่ยนรูปแบบการบริจาคในยุคดิจิทัล ด้วยฟีเจอร์ MyShop ช่วยระดมทุนให้กับมูลนิธิ และหน่วยงานจิตอาสาต่าง ๆ

LINE ประเทศไทย แนะนำฟีเจอร์ MyShop ที่สามารถนำมาปรับใช้ และพัฒนาเพื่อตอบรับการใช้งานกลุ่มหน่วยงานจิตอาสาและมูลนิธิ ช่วยให้การบริจาคสมทบทุนเข้าถึงหน่วยงานโดยตรงได้ทันที สะดวก ปลอดภัย ลดการสัมผัสและการเดินทาง อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการบริจาคสามารถร่วมสนับสนุนกิจกรรมการกุศลต่างๆ ด้วยระบบที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว และเข้าถึงได้ทั้งทางลิงค์ URL, LINE OA และ LINE SHOPPING

เมื่อกล่าวถึง LINE Official Account (OA) และฟีเจอร์ MyShop หลายๆ คนคงคุ้นชินกับเครื่องมือทางการตลาดสำคัญ สำหรับแบรนด์ ธุรกิจร้านค้ารายย่อย ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า รองรับกระบวนการซื้อขายสินค้าแบบครบวงจร ด้วยฟีเจอร์มากมายตั้งแต่เปิดหน้าร้านออนไลน์ โปรโมทสินค้าผ่านหน้าแชท ไปจนถึงการปิดการขาย ล่าสุด ฟีเจอร์ MyShop ได้ถูกนำไปปรับใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับ หน่วยงานการกุศล หรือกลุ่มจิตอาสาต่างๆ  ให้เป็นช่องทางรับเงินบริจาคแบบเร่งด่วนภายใต้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 อาทิ กลุ่มเส้น-ด้าย ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถบริจาคผ่านรูปแบบการเลือกซื้อสินค้า อาหาร หรือบริการรถรับ-ส่งผู้ติดเชื้อ เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงาน เป็นต้น 

MyShop บน LINE Official Account ช่วยอำนวยความสะดวกให้การระดมเงินบริจาคได้อย่างไร

1.      ศูนย์รวมข้อมูลสำคัญอย่างเป็นทางการและน่าเชื่อถือ

เมื่อผู้ใช้งานเกิดข้อสงสัยเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหรือมูลนิธิ การสร้างบัญชีทางการกับ LINE OA ก็ยังเป็นหนึ่งช่องทางที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้ใช้งานได้เลือกใช้ในการรับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

2.      ช่องทางการติดต่อกับหน่วยงานโดยตรงแบบเรียลไทม์ ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ

รองรับการสื่อสารแบบโต้ตอบระหว่างหน่วยงานกับผู้บริจาค ทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังป้องกันปัญหาการปลอมแปลงบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพ เพราะ LINE OA มีเครื่องหมาย Verified หรือตราสัญลักษณ์ยืนยันข้างชื่อบัญชี เพื่อยืนยันว่าบัญชีดังกล่าวคือบัญชีจากหน่วยงานและมูลนิธิจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือกับหน่วยงาน

3.      ฟังก์ชันรองรับการชำระเงิน

MyShop บน LINE OA ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบในการเป็น Payment Gateway ที่รองรับการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับทั้งผู้สนใจช่วยเหลือและมูลนิธิ ให้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด และยังช่วยให้การช่วยเหลือหน่วยงานเป็นไปได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ หมดปัญหาการออกไปนอกเคหะสถานและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

4.      ระดมทุนเพื่อการกุศลได้ง่ายผ่านหลายช่องทาง

สามารถสร้างเป็นลิงก์ URL สำหรับการประชาสัมพันธ์หรือการส่งต่อทางโซเชียลมีเดียต่างๆ  สะดวกกับผู้ที่สนใจให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ผู้บริจาคสามารถเข้าถึงช่องทางรับบริจาคได้ทั้งทาง LINE OA และ LINE SHOPPING อีกด้วย

ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การทำงานของกลุ่มจิตอาสาและเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างต้องแข่งกับเวลาในการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยให้ทันท่วงที MyShop บน LINE OA พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับหน่วยงานจิตอาสาและมูลนิธิ สามารถประยุกต์ใช้งานในการสื่อสารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในอนาคตให้รอดพ้นได้อย่างปลอดภัย และยังขับเคลื่อนประเทศไทยให้กลับมาสู่สภาวะปกติได้อีกครั้ง

ศึกษาการใช้งานและรายละเอียดเกี่ยวกับ LINE Official Account และ MyShop เพิ่มเติมได้ ที่นี่

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-is-transforming-donations-in-the-digital-age-with-the-myshop-feature/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-is-transforming-donations-in-the-digital-age-with-the-myshop-feature

LINE ประกาศผู้ใช้ครบ 50 ล้านราย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านแอปฯ ที่ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ให้กับคนไทย

LINE ประเทศไทย ประกาศผู้ใช้งานครบ 50 ล้านราย ครองอันดับหนึ่งแอปพลิเคชันที่คนไทยไว้วางใจใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงโควิด–19 ที่ผ่านมา ตอกย้ำการเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการใช้ชีวิตรอบด้านในยุคดิจิทัล พร้อมเผยการเติบโตรอบด้านทั้งด้านฟีเจอร์การสื่อสาร บริการเพื่อไลฟ์สไตล์และธุรกิจต่างๆ ที่ต่างเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการเปลี่ยนผ่านเป็น “พลเมืองดิจิทัล” (Digital Citizens) ของคนไทยที่สามารถใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยยกระดับการใช้ชีวิตรอบด้านตามแนวคิด Life on LINE ได้อย่างเป็นรูปธรรม

LINE

พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย “การที่ LINE ประเทศไทย มีผู้ใช้งานครบ 50 ล้านรายนั้น เป็นการเติบโตที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่ LINE ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและสังคมของเมืองไทย กล่าวคือคนไทยสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของ LINE เพื่อช่วยในการใช้ชีวิต ติดต่อสื่อสารและทำธุรกิจบนโลกดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย เห็นได้จากการเติบโตรอบด้านของ LINE 

ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Life on LINE ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนี้ ให้สามารถรองรับทุกความต้องการ โดยเฉพาะช่วงเวลาล็อกดาวน์ตลอด 1 ปีกว่าที่ผ่านมา LINE เป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่คนไทยใช้มากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว (จากผลสำรวจโดย MarketBuzzz) ทำให้คนไทยได้ใกล้กันมากขึ้นจากด้วยบริการต่างๆ ของ LINE แม้ต้องรักษาระยะห่างกันก็ตาม ซึ่งตรงกับพันธกิจ Closing The Distance ของแบรนด์เรา สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์ม ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการเปลี่ยนผ่านเป็น  ‘พลเมืองดิจิทัล’ ของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ผู้ใช้ครบ 50 ล้านรายของ LINE ประเทศไทยนั้นประกอบไปด้วยการเติบโตของบริการต่างๆ ที่เป็นตัวบ่งชี้การเป็น พลเมืองดิจิทัล ของคนไทย ที่ LINE ช่วยให้ชีวิตบนโลกออนไลน์เป็นเรื่องง่าย

  • LINE OpenChat “สังคมการพูดคุย” ที่ทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบในเรื่องเดียวกันมากขึ้น โดยช่วงปีที่ผ่านมา มีผู้ร่วมคอมมูนิตี้แห่งนี้เพิ่มขึ้นมากถึง 38% และ กรุ๊ปต่างๆ เพิ่มขึ้นถึง 92% (ระหว่างเดือน ก.ค. 63 กับ ก.ค. 64) ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ของกรุ๊ปที่เปิดใหม่ถูกตั้งขึ้นเพื่ออัปเดตสถานการณ์เกี่ยวกับโควิด-19 และเพื่อใช้ติดตามอาการหลังฉีดวัคซีนโดยโรงพยาบาล รวมถึงใช้เพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียนในช่วงเรียนออนไลน์
  • บัญชีทางการ LINE Official Account ที่เปิดใหม่ โดยในจำนวนบัญชีใหม่นั้น มากกว่า 50%  เป็นกลุ่มธุรกิจ SMEs รวมถึงแบรนด์แฟชั่นลักชัวรีระดับโลกมากมายที่เข้ามาเปิดใช้งาน ขณะที่ภาครัฐและเอกชนต่างๆ ก็ใช้บัญชีทางการเพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโควิด-19 รวมถึงเพื่อให้บริการ ‘Telemedicine’ ในหลายโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน
  • ร้านค้าบน LINE SHOPPING ที่มี Active Social Seller มากกว่า 200,000 ร้านค้าในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่เป็นร้านค้าธุรกิจขนาดเล็ก ตอกย้ำจุดยืนในการส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจประเภทนี้ด้วยโซลูชัน MyShop ที่ทรงประสิทธิภาพ 
  • LINE MAN ที่มีผู้ใช้เพิ่มเป็น 5.9 ล้านราย ให้บริการใน 67 จังหวัด โดยตั้งเป้าขยายครบ 77 จังหวัดภายในสิ้นปีนี้
  • LINE BK ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 2 ล้านคนภายใน 4 เดือนหลังจากการเปิดให้บริการ เพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าแหล่งเงินทุนผ่านวงเงินให้ยืมนาโน (Nano Credit Line) หรือ สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ LINE ประเทศไทยยังเดินหน้าผลักดันและสนับสนุนคนไทยให้สามารถสร้างโอกาสและอนาคตท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด -19 ผ่านแคมเปญ ‘WE LOVE YOU’ ที่รวบรวมหลากหลายบริการ ฟีเจอร์ ฟังก์ชันต่างๆ ใน LINE Ecosystem ช่วยคนไทยฝ่าวิกฤติ ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวันการประกอบธุรกิจต่าง ๆ การศึกษาและบริการทางการแพทย์

“ทั้งหมดนี้ ล้วนตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเป็น Life Infrastructure เพื่อการใช้ชีวิตของคนไทยในยุคนี้ ได้เป็นอย่างดี โดย LINE จะยังมุ่งเน้นพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนไทยในหลากหลายมิติและสร้างการเติบโตไปพร้อมๆ กันกับเหล่าพันธมิตรทางธุรกิจได้ในอนาคต” พิเชษฐ กล่าว

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-announces-50-million-users/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-announces-50-million-users