คลังเก็บป้ายกำกับ: Lifestyle

ชมตัวอย่างล่าสุดของเซนต์เซย่า เทพบุตรแห่งดวงดาว ก่อนฉายให้ชมทาง Netflix วันที่ 19 กรกฎาคมนี้

Netflix พร้อมฉายซีรีส์แอนิเมชั่น เซนต์เซย่า เทพบุตรแห่งดวงดาว (SAINT SEIYA: Knights of the Zodiac) เริ่มตอนแรกในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ (มีทั้งหมด 6 ตอน) และได้ปล่อยตัวอย่างล่าสุดออกมาให้ชมกันแล้ว

ในอดีตกาล เหล่าเซนต์อุทิศตัวเพื่อปกป้องอาธีน่า เทพีแห่งสติปัญญาและสงคราม ตัดมาในยุคปัจจุบัน เซย์ย่าผู้กำพร้าและเซนต์รุ่นใหม่กำลังจุติเพื่อช่วยอาธีน่าต่อสู้ปีศาจร้ายที่มุ่งหมายจะทำลายล้างมนุษยชาติ

ที่มา – Netflix

from:https://www.flashfly.net/wp/260150

โฆษณา

ผู้ผลิตในจีน สร้างละครที่มีมุมมองแนวตั้ง เหมาะสำหรับดูบนสมาร์ทโฟน และอาจเป็นอนาคตของการชมวีดีโอบนมือถือ

บริษัทจีนเริ่มสร้างละครและคอนเท้นต์วีดีโอออกมาเป็นแนวตั้งมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent ที่เริ่มป้อนละครแนวตั้งออกมาในปี 2018 ตามมาด้วย iQiyi ผู้ให้บริการวีดีโอสตรีมมิ่ง ที่มี Baidu เป็นจ้าของ ก็ทำซิทคอม และรายการตลกออกมาสำหรับรับชมในแนวตั้ง และยังมีคอนเท้นต์วีดีโอแนวตั้งถูกสร้างออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จากผู้ผลิตรายอื่น

วีดีโอแนวตั้ง ช่วยให้เจ้าของสมาร์ทโฟนรับชมคอนเท้นต์ได้สะดวกขึ้น เพราะสามารถถืออุปกรณ์ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว โดยไม่ต้องพลิกหมุนอุปกรณ์ให้เป็นแนวนอน

ผู้ผลิตวีดีโอในแนวตั้งมีหลักเกณฑ์ในการสร้างคอนเท้นต์อยู่ 3 อย่างด้วยกัน คือ 1. ต้องสร้างแต่ละตอนให้สั้นและกระชับที่สุด วิธีการนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมอยากดูตอนต่อไปมากยิ่งขึ้น 2. เนื้อหาควรเป็นแนวตลกขบขัน ซึ่งเหมาะกับการทำละครหรือวีดีโอออกมาให้เป็นตอนสั้นๆ ด้วย และ 3. เทคนิคการตัดต่อภาพ ต้องเหมาะกับจอแสดงผลแนวตั้ง เนื่องจากพื้นที่มีจำกัดกว่าละครหรือวีดีโอแนวนอน

นอกจาก ผู้ผลิตในจีนแล้ว Instagram ก็เคยเปิดตัว IGTV ในปีที่แล้ว และพยายามผลักดันให้ผู้สร้างคอนเท้นต์นำเสนอวีดีโอสำหรับรับชมบนมือถือ Netflix ก็ทำตัวอย่างภาพยนตร์ในแนวตั้งออกมาในระยะเวลา 30 วินาที Spotify ได้เปิดตัวมิวสิควีดีโอในแนวตั้ง และ Snap ก็มีวีดีโอสำหรับมือถือมากมาย ด้วยคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม

ที่มา – TNW
https://www.flashfly.net/wp/260129

from:https://www.flashfly.net/wp/260129

Elon Musk เปิดตัวโครงการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับสมอง วางแผนทดลองกับมนุษย์ในปี 2020

จากรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สู่การผลิตจรวด ล่าสุด Elon Musk ได้เปิดตัวเทคโนโลยีสุดล้ำอีกครั้ง ด้วยการเชื่อมต่อสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์ ภายใต้บริษัทใหม่ Neuralink โดยหวังว่าเทคโนโลยีใหม่นี้ จะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทางสมองหรือไขสันหลังตั้งแต่กำเนิด และสามารถควบคุม 3D Digital Avatar ได้

การเชื่อมต่อสายกับมนุษย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ Bin He หัวหน้าวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่ Carnegie Mellon University กล่าวว่า ทุกวันนี้ผู้ป่วยโรคลมชักบางคนมีสายจำนวนมากเสียบไว้ เพื่อตรวจสอบการทำงานของสมอง และเชื่อว่าการต่อสายเข้ากับสมองมนุษย์ จะไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงหรือทำให้การทำงานของสมองแย่ลง การเชื่อมต่อสายเข้าสมองโดยตรง สามารถอ่านการทำงานของสมอง และกระตุ้นได้ง่ายกว่าการเชื่อมต่อบนผิวหนัง เทคโนโลยีใหม่ของ Neuralink แสดงให้เห็นถึงการสื่อสารกับเซลล์ประสาทในสมองมนเชิงลึกได้มากขึ้น

Neuralink ได้ดำเนินโครงการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับสมองมาพักใหญ่แล้ว ก่อนประกาศต่อสาธารณะ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยใช้วิธีร้อยเส้นประสาทเทียมที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ใน 4 ของเส้นผมเข้ากับสมองและฝังชิปขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนัง วิธีการนี้จึงไม่มีสายโผล่ออกมาจากศีรษะ แต่ชิปที่ฝังไว้จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่แบบไร้สายที่แนบไว้กับหลังใบหู เพื่อใช้เป็นตัวกลางในการรับ-ส่งสัญญาณระหว่างสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์

เมื่อการเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ประสบผลสำเร็จ จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทางสมองหรือไขสันหลังตั้งแต่กำเนิด สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ดีขึ้นอย่างมาก จนเหมือนกับคนปกติ และยังสามารถนำไปใช้ควบคุม 3D Avatar หรือร่างอวตารในโลกดิจิตอลได้ด้วย

Neuralink เริ่มทำการทดลองกับลิงแล้ว และพบว่ามีลิงตัวหนึ่งที่สามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ด้วยสมองของเขา และคาดว่าจะเริ่มทดลองกับมนุษย์ภายในปี 2020

ที่มา – CNET
https://www.flashfly.net/wp/260015

from:https://www.flashfly.net/wp/260015

เผยรูปภาพ Emoji ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จากผลสำรวจของ Adobe

Adobe นำเสนอรายงาน Emoji Trend Report 2019 สำรวจรูปภาพ Emoji ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องในโอกาสวัน World Emoji Day ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กรกฎาคม ของทุกปี

ผลสำรวจจาก Adobe พบว่ารูปภาพ Emoji ใบหน้าที่กำลังหัวเราะทั้งน้ำตา ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นรูปภาพหัวใจ และอันดับที่ 3 ได้แก่ รูปภาพส่งจูบ

ขณะที่รูปภาพ Emoji ที่มักจะส่งคู่กันได้แก่ Emoji ใบหน้าที่มีดวงตาเป็นหัวใจกับรูปภาพส่งจูบ ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็น ใบหน้าที่กำลังหัวเราะทั้งน้ำตา กับหัวเราะแบบขำกลิ้ง และอันดับที่ 3 เป็นรูปภาพหัวใจกับส่งจูบ

62% จากผู้ที่ตอบแบบสอบถาม บอกว่าใช้ Emoji เพื่อทำให้การสนทนาสนุกขึ้น

42% จากผู้ที่ตอบแบบสอบถาม บอกว่า Emoji ช่วยให้การสื่อสารดีขึ้น เพราะสามารถสื่อความรู้สึกได้

31% จากผู้ที่ตอบแบบสอบถาม บอกว่าใช้ Emoji เพื่อเชื่อมโยงความรู้สึกกับผู้คนได้มากขึ้น และใช้เพราะสามารถส่งได้รวดเร็วกว่าการพิมพ์เป็นข้อความ

30% จากผู้ที่ตอบแบบสอบถาม บอกว่า Emoji สามารถสื่อสารได้ชัดเจนมากกว่าข้อความ

ผลสำรวจจาก Adobe ยังพบว่า ผู้หญิงนิยมใช้ Emoji รูปใบหน้าที่กำลังหัวเราะทั้งน้ำตา รูปหัวใจ และรูปส่งจูบตามลำดับ ขณะที่ผู้ชายนิยมใช้ Emoji รูปใบหน้าที่กำลังหัวเราะทั้งน้ำตา รูปหัวเราะจนเห็นฟัน และ รูปน้ำตาไหลข้างเดียว ตามลำดับ

ทั้งนี้ Adobe ได้ทำการสำรวจกับผู้ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,000 คน และสามารถ อ่านรายงานอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่

ที่มา – MacRumors
https://www.flashfly.net/wp/259995

from:https://www.flashfly.net/wp/259995

Sony α7R IV กล้อง Mirrorless Full Frame รุ่นแรกของโลก ที่มีความละเอียด 61 ล้านพิกเซล เริ่มต้นราว 108,200 บาท

Sony เปิดตัวกล้อง Mirrorless Full Frame รุ่นแรกของโลก ที่มีความละเอียด 61 ล้านพิกเซล มีชื่อรุ่นว่า α7R IV สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 10 เฟรมต่อวินาที และให้ช่วงไดนามิกถึง 15 สต็อป

Sony อ้างว่า α7R IV ถือเป็นมาตรฐานใหม่ในเรื่องของคุณภาพในการถ่ายรูปและความสามารถในการใช้งาน ด้วยเซ็นเซอร์รับภาพ BSI CMOS ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ สำหรับกล้อง alpha ของ Sony ตั้งแต่ปี 2015 มาพร้อมโหมด Sensor Shift Multi Shot สร้างภาพถ่ายในความละเอียดสูงถึง 240 ล้านพิกเซล จากการนำภาพถ่าย 16 ภาพนำมาเรียงต่อกัน หรือจะถ่ายภาพในโหมด APS-C ที่ความละเอียด 26 ล้านพิกเซล ก็ยังให้ความสูงสุดเท่าที่เซ็นเซอร์ APS-C ในปัจจุบันนี้จะทำได้

กล้อง Sony α7R IV จะมาพร้อมระบบออโต้โฟกัส PDAF ถึง 567 จุด ครอบคลุมพื้นที่รูปภาพ 74% ในโหมด Full Frame และจับโฟกัสถึง 325 จุด ในโหมด APS-C ส่วนการจับโฟกัส AF ในแนวตั้งครอบคลุมพื้นที่รูปภาพมากกว่า 100% และเกือบ 100% ในแนวนอน ขณะเดียวกันยังสนับสนุน Real-Time Tracking AF, Real-Time Eye AF และ Animal Eye-AF

Sony α7R IV สามารถถ่ายวีดีโอในระดับ 4K โดยเป็นการ Oversampled จาก 6K และยังเป็นกล้องตัวแรกของ Sony ที่รองรับ Real-Time Eye AF ในการถ่ายวีดีโอ ส่วนการบันทึกเสียงก็ทำได้ยอดเยี่ยมด้วยไมโครโฟน ECM-B1M ที่มาพร้อมตัวแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิตอล (วางจำหน่ายแยกต่างหาก)

Sony α7R IV ยังให้ช่องเสียบการ์ด UHS-II SD มา 2 ช่อง พร้อมผนึกป้องกันอากาศภายนอก รองรับพอร์ต USB Type-C สนับสนุนการเชื่อมต่อ Wi-Fi มีช่องมองภาพ EVF ความละเอียดสูง 5.ฃ76 ล้านจุด และระบบกันสั่น IBIS แบบ 5 แกน กันสั่นได้ 5.5 สต็อป

กล้อง Sony α7R IV เปิดรับจองแล้ววันนี้ ก่อนจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้ ราคาเริ่มต้น 3,500 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 108,200 บาท

ที่มา – PetaPixel
https://www.flashfly.net/wp/259930

from:https://www.flashfly.net/wp/259930

โรงแรม Haneda Excel Hotel Tokyu ติดตั้งห้องจำลองของนักบิน ไว้ในห้องพัก

การได้เข้าพักในโรงแรม หลายคนอาจมีจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือการนอนหลับพักผ่อน แต่บางคนอาจอยากมีกิจกรรมทำมากกว่านั้น เรากำลังพูดถึงกิจกรรมการฝึกบิน ที่ทางโรงแรม Haneda Excel Hotel Tokyu ในญี่ปุ่น เตรียมไว้ให้ในห้องพักสุดพิเศษ

โรงแรม Haneda Excel Hotel Tokyu ตั้งอยู่ติดกับสนามบิน Haneda International Airport ของโตเกียว และเชื่อมต่อถึงกันเพื่อความสะดวกของนักเดินทาง จึงเป็นที่มาของไอเดียสร้างห้องจำลองของนักบินไว้ในห้องพัก

ห้องจำลองนักบินในโรงแรม Haneda Excel Hotel Tokyu ไม่ใช่เป็นเพียงของตกแต่งเท่านั้น แต่สามารถฝึกบินได้จริงด้วย โดยจำลองห้องนักบินของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 และถ้าต้องการฝึกบินอย่างจริงจัง สามารถจ้างครูมาสอนพิเศษได้ในราคา 30,000 เยน หรือราว 8,590 บาท สำหรับการฝึกสอนในเวลา 90 นาที ส่วนค่าห้องพักอยู่ที่คืนละ 25,000 เยน หรือราว 7,250 บาท

ที่มา – The Verge
https://www.flashfly.net/wp/259672

from:https://www.flashfly.net/wp/259672

Apple Park สำนักงานใหญ่ของ Apple เป็นหนึ่งในอาคารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าราว 1.28 แสนล้านบาท

Apple Park สำนักงานใหญ่ของ Apple ที่มีความโดดเด่นด้วยอาคารรูปทรงวงแหวน ตั้งอยู่ในเมืองคูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย มีมูลค่าสูงถึง 4.17 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1.28 แสนล้านบาท จากการประเมินของ David Ginsborg เจ้าหน้าที่เขตซานตาคลาร่า

David Ginsborg ยังบอกว่าการประเมินมูลค่าของ Apple Park เป็นสิ่งที่ท้าทายเพราะทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาเอง โดยเฉพาะอาคารวงแหวนที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต ล้อมรอบด้วยกระจกสูง กระเบื้องที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และรายล้อมไปด้วยต้นสนจากทะเลทรายโมฮาวี แต่ท้ายที่สุดเขาก็สามารถใส่ตัวเลขลงไปได้

มูลค่า 4.17 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ของ Apple Park ถูกคำนวณรวมกับสินทรัพย์ทั้งหมดในพื้นที่ ทั้งคอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ และ อุปกรณ์บำรุงรักษา ส่วนตัวอาคาร Apple Park มีมูลค่า 3.6 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1.11 แสนล้านบาท

และด้วยมูลค่า 4.17 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ก็ทำให้ Apple Park เป็นหนึ่งในอาคารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ระดับเดียวกับอาคาร One World Trade Center ขณะที่ตึก Abraj Al Bait Towers มีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ Great Mosque of Mecca ในประเทศซาอุดีอาระเบีย มีมูลค่าถึง 1 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ในแต่ละปี Apple ต้องจ่ายภาษีทรัพย์สินของ Apple Park เป็นมูลค่ามากกว่า 40 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซี่งคำนวณจาก 1% ของราคาสิ่งปลูกสร้าง โดยภาษีที่ Apple จ่ายไป จะถูกนำไปใช้กับโรงเรียนระดับชั้นประถมในพื้นที่ 25% และ 15% ถูกนำไปสนับสนุนงานของสถานนีดับเพลิง ขณะที่เมืองคูเปอร์ติโนจะได้ 5% เพื่อนำไปใช้จ่ายตามต้องการ

ก่อนที่ Apple Park จะได้รับการอนุญาตให้ก่อสร้างได้ Apple ต้องจ่ายเงินให้กับกองทุนที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง เป็นเงิน 5.85 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และต้องจ่ายเงิน 75 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการจราจรในเมืองคูเปอร์ติโน

Apple Park ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2017 และเริ่มย้ายพนักงานให้เข้าไปทำงานได้ในข่วงปลายปีนั้น โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 175 เอเคอร์ รองรับพนักงานมากกว่า 12,000 คน ส่วนอาคารหลักรูปทรงวงแหวนมีพื้นที่ 2.8 ล้านตารางฟุต

ในบริเวณเดียวกัน Apple ยังได้สร้างอาคาร Steve Jobs Theter ซึ่งเป็นหอประชุมขนาด 1,000 ที่นั่ง มีโครงสร้างเป็นกระบอกแก้วสูง 20 ฟุต กว้าง 165 ฟิต และได้ตั้งชื่อตามอดีตผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Apple ผู้ล่วงลับ และยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการ Apple Park

ที่มา – 9to5Mac
https://www.flashfly.net/wp/259604

from:https://www.flashfly.net/wp/259604