คลังเก็บป้ายกำกับ: LG

จัดอันดับผู้ผลิต Premium Smartphone 2018 | Apple iPhone ยังแชมป์ ส่วน Google Pixel และ OnePlus มาแรงในแบบของตัวเอง

จากการประเมินยอดขายสมาร์ทโฟนกลุ่มพรีเมียมรอบปีที่ผ่านมา โดย Counterpoint Research มีรายงานว่า Google Pixel เข้าสู่อันดับสมาร์ทโฟนพรีเมียมชั้นนำเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ ถึงแม้จะยังอยู่เฉพาะในบางตลาดเท่านั้นก็ตาม โดยทำได้ถึงอันดับที่ 3 ของอเมริกา ส่วน OnePlus ต้องเรียกว่ามาแรงแบบฉุดรั้งไว้ไม่อยู่จริงๆ ก้าวขึ้นสู่อันดับ 5 ของโลกสำหรับแบรนด์พรีเมียมเป็นที่เรียบร้อย แถมยอดขายโต 209% ส่วนแชมป์ยังเป็น Apple ตามมาด้วย Samsung และ Huawei แบบไม่ผิดคาดนัก

Apple x Samsung x Huawei ยังนำ ส่วน Google กับ OnePlus คือดีงามในที่ของตัวเอง

สำหรับผู้นำยังคงเป็นเจ้าเก่า เจ้าเดิม อย่าง Apple ตามมาด้วย Samsung ในแทบทุกตลาด โดยหากจัดอันดับโลกนั้น Apple กินส่วนแบ่งการตลาดพรีเมี่ยมสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 51% ส่วน Samsung และ Huawei อยู่ที่ 22% และ 10% ตามลำดับ โดยฝั่ง Apple กับ Samsung นั้นมีสัดส่วนที่ลดลงเล็กน้อย ผลพวงจากการที่คู่แข่งเบอร์รองๆแทบทุกราย สามารถเข็นนวัตกรรมในระดับทัดเทียมกันออกมาพร้อมกับราคาที่ย่อมเยาว์กว่า ในขณะที่ Huawei ก็ทำยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ Segment ราคา ไม่ใช่แค่กลุ่มพรีเมียมเสียด้วยซ้ำ และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือสัดส่วนยอดขายเรือธงของ OPPO เพิ่มขึ้นมากจาก 1% กลายมาเป็น 6% ขึ้นแท่นอันดับ 4 ของโลกไปเลย จากที่ช่วงปีหลัง ๆ มานี้หันมาโฟกัสรุ่นพรีเมียมกับเขามากขึ้นชนิดจัดหนัก จัดเต็ม

ในขณะที่ทางฝั่งของ Google นั้น ถึงแม้จะยังทำตลาดไม่ทั่วถึงนักทั้งในแง่ปริมาณการผลิตและจำนวนประเทศที่เข้าไปขาย (เช่นสาวกบ้านเราที่เฝ้ารอๆๆ และยังคงต้องรอกันต่อไป T-T) แต่ในตลาดที่ Google ให้ความสำคัญเป็นพิเศษอย่าง อเมริกาเหนือ (NAM) และ ยุโรปตะวันตก (WE) นั้นเรียกได้ว่าเริ่มเข้าสู่ยุคทองของพวกเขาแล้วจากส่วนแบ่งยอดขาย ขึ้นแท่นอันดับ 3 และอันดับ 5 ตามลำดับ เบียดชื่อชั้นอย่าง LG ที่เคยอยู่ในอันดับกลุ่มนี้ลงได้เรียบร้อย ฝากผลงานยอดขายโตปีต่อปีอยู่ที่ 40%

เช่นเดียวกับ OnePlus ผู้เคลมฉายา Flagship Killer ที่หลังจากปี 2017 เป็นต้นมา ความพยายามขยายตลาดให้ครอบคลุมเกือบทุกทวีปทั่วโลกดูจะเห็นผลอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ มีอัตราการเติบโตของยอดขายปีต่อปี สูงถึง 209% (ใช่แล้วเราพิมพ์ไม่ผิด 2 เท่ากว่าในปีเดียว!) ปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนพรีเมียมอันดับ 5 ของโลกเป็นที่เรียบร้อย สเปคจัดเต็มในราคาที่จ่ายไปนั้นดูจะเป็นกลยุทธ์ที่เข้าเป้าสุดๆ โดยเฉพาะกับประเทศที่หลงรักในความคุ้มค่าอย่าง India ขึ้นแท่นอันดับ 2 เป็นรองเพียง Samsung เท่านั้น

ที่เหลือแบ่งๆกัน บางรายกำลังมา ส่วนบางรายนั้นกำลังช้ำใจ…

สำหรับแบรนด์ที่ทำผลงานได้ดีทั้ง Segment รวม และ Premium Segment อย่าง OPPO, Vivo, และ Xiaomi นั้นติดอันดับ Top 5 กับเขาด้วยในบ้านตัวเองอย่างจีน (CHINA) ซึ่งมีปริมาณและกำลังซื้อมากจนส่วนหนึ่งส่งผลให้ OPPO ติดอันดับ 5 ของโลกในตลาดพรีเมี่ยมนี้ไปเลยด้วยเพราะถ้าสังเกตุจากตารางข้างบน ไม่มีชื่อ OPPO ปรากฏอยู่ในตลาดประเทศอื่นเลยสำหรับ 5 อันดับแรก แปลว่าผลงานอันดับ 3 ในจีนนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ นอกจากนั้น Nokia by HMD Global เป็นครั้งแรกเหมือนกัน ที่กลับมามีชื่อเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำกับเขาอีกครั้ง โดยล่าสุดนอกจากติดอันดับ 10 ของโลกในทุก Segment แล้วยังสามารถไต่ขึ้นอันดับ Top 5 ได้แล้วสำหรับ Premium Segment ในประเทศกลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA)

ถัดมาเป็นกลุ่มอาการทรงตัวแบบออกไปทางเป๋ๆ มีเป๋มากกับเป๋น้อย… เริ่มที่ Motorola นับตั้งแต่ Lenovo ซื้อมาปั้นกันใหม่นั้น เกาะกลุ่ม Top 5 ได้อยู่บ้างสำหรับตลาดพรีเมียมของบางทวีป ส่วน LG กับ Sony ควงคู่กันหายไปจาก Top 5 ของตลาดยุโรปเป็นที่เรียบร้อย (WE) ในรายของ LG จะหนักกว่าเพื่อนหน่อยตรงที่โดนคู่แข่งเบอร์แรงทั้ง Google และ OnePlus เบียดแย่งอันดับไปจากทั้ง อเมริกาเหนือ (NAM) ยุโรปตะวันตกและตะวันออก (WE & CEE) ส่วนอดีตแชมป์อเมริกาเหนือและ Top 5 ของโลกโดยเฉพาะในระดับเรือธงอย่าง HTC นั้นไม่มีข้อมูล… เราคิดถึงนายนะ

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Sony ยังคงรั้งอันดับ 3 เอาไว้ได้แบบเหนียวแน่นสำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก (APAC Excl China) เป็นรองเพียง Apple กับ Samsung เท่านั้น อาจเป็นเพราะความนิยมที่ยังมีอยู่พอสมควรกับประเทศเจ้าบ้านอย่างญี่ปุ่น รวมไปถึงไต้หวันและออสเตรเลีย อันที่จริงเรือธง Sony Xperia ผลิตที่ประเทศไทยนะ การกลับมาทำตลาดอีกครั้งหนึ่งคงไม่ใช่เรื่องยากนักอย่างที่ Sony ประเทศไทยเคยเกริ่นเอาไว้ว่าพักทำตลาดเท่านั้นยังไม่ได้ยอมแพ้ หวังว่าจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน…

จุดเริ่มต้นความสำเร็จ…? เจ้าบ้าน Android กับ ผู้สร้างแบรนด์ Flagship Killer

ถึงแม้จะมาช้าและมาแพง แต่ Google Pixel นั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างโดดเด่นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การใช้งานที่ชูว่า นี่คือ Android จาก Google แท้ๆ ในฐานะเจ้าของบ้าน การผสมผสานทุกบริการของ Google ได้อย่างลงตัว และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Pixel ตั้งแต่รุ่น Original ในปี 2016 มานั้น สร้างแรงกระตุ้นให้คู่แข่งอย่างมากในด้าน Computational Photography มันคือประสบการณ์รูปถ่ายมือถือที่ยอดเยี่ยมชนิดที่ทุกวันนี้ยังคงคอนเซ็ปกล้องเดียวก็เปรี้ยวได้เอาไว้ ยังไม่ใส่กล้อง 2 กล้อง 3 มาสักที อย่างไรก็ตามยอดขายที่โตกว่า 40% ในปีล่าสุดนั้นถูกวิเคราะห์ว่า Google เลือกใช้เวลากับ Pixel Original และ Pixel 2 เพื่อสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็งในตัวมันเอง ก่อนที่จะทุ่มงบการตลาดแบบเอาเป็นเอาตายให้กับ Pixel 3 Series ช่วงท้ายปี 2018 นี่เอง ซึ่งนับว่ากลยุทธ์นี้เริ่มทำผลงานแล้ว

สำหรับอีกฝั่งของโลกอย่าง OnePlus นั้น มีกลยุทธ์ที่สุดไปอีกทางมาตั้งแต่รุ่นแรก OnePlus 1 (1+1) เปิดตัวในปี 2014 ชูแบรนด์ของตัวเองว่า “Flagship Killer” หรือ “นักฆ่าเรือธง” แบบที่เราชอบเรียกกันนั่นแหละ โดย OnePlus ใช้วิธีการอัดสเปคให้เท่ากันหรือมากกว่าพรีเมียมแบรนด์อื่นในทุกๆปี แต่มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่าเรือธงแบรนด์อื่นราวๆ 50% (ทุกวันนี้แพงขึ้นเยอะนะ แต่ก็ยังถูกกว่าชาวบ้านเขาอยู่ 30 – 40% ในสเปคจัดเต็มเช่นเดิม) นอกจากนั้นแล้ว OnePlus ยังขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เน้นฟังเสียงสาวกอย่างจริงจัง เช่น CEO (Pete Lau) ที่ชอบตั้งคำถามและตอบโต้บน Social Network เพื่อหาคำตอบให้กับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการเสมอๆ แล้วมันไปฆ่าเรือธงยังไงน่ะหรอ อันนี้ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องโดยตรงรึเปล่า แต่น่าจะต้องลองไปถามชื่อคุ้นหูอย่าง HTC, LG หรือ Sony ดูว่ามีความเห็นอย่างไรกันบ้าง… #htcไม่ถูกใจสิ่งนี้

อ้างอิง: 9to5Google | Counterpoint Technology Market Research

from:https://droidsans.com/google-oneplus-outperform-premium-smartphone-market/

โฆษณา

แอปเปิลนำจอภาพ 4K LG UltraFine Display ออกจาก Apple Online Store

แอปเปิลได้นำจอภาพ LG UltraFine Display ความละเอียด 4K ออกจาก Apple Online Store แล้ว โดยเริ่มต้นในสหรัฐฯ ก่อน และจะตามด้วยประเทศอื่นๆ ต่อไป

หน้าจอ LG UltraFine Display นี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างแอปเปิล และ LG ในปี 2016 เพื่อใช้กับ MacBook Pro รุ่นที่เปิดตัวในตอนนั้นผ่านพอร์ต Thunderbolt 3

หน้าจอ LG 4K มีขนาด 21.5 นิ้วแบบ IPS ความละเอียด 4096×2304 พิกเซล เปิดตัวที่ราคา 699.95 ดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตามหน้าจอความละเอียด 5K ที่เปิดตัวพร้อมกันยังคงอยู่บน Apple Online Store อยู่

ก่อนหน้านี้ไม่นาน LG เปิดตัว 4K UltraFine Display โมเดลใหม่ในราคา 1,300 ดอลลาร์ แต่ไม่ได้ทำร่วมกันกับแอปเปิล และไม่มีทีท่าจะลงขายแทนตัวเดิมบน Apple Online Store ด้วย

ที่มา: MacRumors

alt="Screen Shot 2559-10-28 at 12.00.19"

from:https://www.blognone.com/node/109272

LG บอกฝาพับยังล้ำไม่พอ ชวนไปต่อกันที่ฝาพับแบบโปร่งแสงได้

เทรนด์ของมือถือจอพับได้รับความนิยมกันอย่างเป็นวงกว้างในปีนี้ และตอนนี้ดูเหมือนว่าแต่ละค่ายต่างก็มีมือถือฝาพับของตัวเองค่ายละ 1-2 รุ่น ล่าสุดดูเมือนว่ามือถือฝาพับนั้นยังจะล้ำไม่พอ LG เลยขอจดสิทธิบัตรความล้ำต่อกันด้วยจอโปรงแสงกันไปอีก จะน่าสนใจแค่ไหนตามมาดูกันค่ะ

จริงๆ แล้วเทคโนโลยีจอโปร่งแสงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่มากนักเพราะเมื่อปีที่ผ่านมานั้นเราก็ได้เห็นสิทธิบัตร มือถือโปร่งแสงทั้งสองด้านจาก Sony มาแล้ว ส่วน LG เองก็ได้พยายามทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีที่ว่านี้มาหลายปีแล้ว โดยล่าสุดในงาน CES 2019 ที่ผ่านมาเราก็ได้เห็น LG OLED TV ที่มีความโปร่งแสงถึง 40% และก่อนหน้านี้ในงาน SID 2018 LG ก็ได้นำเสนอจอโปร่งแสง 4K UHD OLED ขนาด 77 นิ้วกันอีกด้วย โดยจากข้อมูลเผยว่า LG ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรมือถือฝาพับจอโปร่งแสงนี้กับ USPTO (United States Patent and Trademark Office) ตั้งแต่ปี 2015 และเพิ่งจะมาเปิดเผยเมื่อไม่กี่วันมานี้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่า LG กำลังตัดสินใจที่จะนำจอโปร่งแสงมาใช้กับมือถือรุ่นใหม่ในอนาคต

จากภาพในสิทธิบัตรจะเห็นได้ว่ามือถือฝาพับดังกล่าวใช้วิธีกางออกมาใช้งานเหมือน Samsung Galaxy Fold ซึ่งเมื่อกางออกสามารถใช้งานในลักษณะ Tablet โดยจอทั้งสองด้านจะแสดงผลที่ต่างกัน ในส่วนของความโปร่งแสงนั้นขึ้นอยู่กับมุมที่เราถืออยู่ ซึ่งเมื่อใช้งานในโหมด Tablet ความโปร่งแสงก็จะน้อยลง แต่เมื่อพับผาก็จะพบว่าสามารถมองทะลุไปถึงด้านในได้

จุดที่น่าสนใจคือหากความโปร่งแสงของหน้าจอสูงกว่า 20% เซ็นเซอร์ด้านหลังเครื่องก็จะทำงานทันทีซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานไม่เพียงแต่จะมองทะลุจอจนเห็นมือตัวเองเท่านั้นยังสามารถใช้งานมือถือจากด้านหลังได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามสิทธิบัติดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการปรึกษาหารือในเรื่องของการใช้งาน ว่าจะทำอย่างไรให้ยุ่งอยากน้อยที่สุด เช่น จะเลือกแสดงจอด้านไหนให้โปร่งแสงเมื่อพับไว้ รวมถึงการพัฒนาในส่วนของฝาพับให้ออกมาดูดีและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาถึงตรงนี้แล้วคาดว่าอีกไม่นานเราคงได้เห็นมือถือผาพับจอโปร่งแสงจาก LG กันแน่ๆ ส่วนสเปคต่างๆ จะเป็นแบบไหน มีกล้องกี่ตัว ใช้ชิปอะไร อดใจรอไม่นานได้รู้กันแน่นอน

ที่มา gizchina , nl.letsgodigital

from:https://droidsans.com/lg-%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%ad-%e0%b8%8a%e0%b8%a7/

LG บอกฝาพับยังล้ำไม่พอ ชวนไปต่อกันที่ฝาพับแบบโปร่งแสงได้

เทรนด์ของมือถือจอพับได้รับความนิยมกันอย่างเป็นวงกว้างในปีนี้ และตอนนี้ดูเหมือนว่าแต่ละค่ายต่างก็มีมือถือฝาพับของตัวเองค่ายละ 1-2 รุ่น ล่าสุดดูเมือนว่ามือถือฝาพับนั้นยังจะล้ำไม่พอ LG เลยขอจดสิทธิบัตรความล้ำต่อกันด้วยจอโปรงแสงกันไปอีก จะน่าสนใจแค่ไหนตามมาดูกันค่ะ

from:https://droidsans.com/lg-foldable-transparent-screen/

LG เปิดขาย Smart TV 2019 รุ่นใหม่แล้ว พร้อมรองรับ AirPlay 2 และ Apple HomeKit กลางปีนี้

Lg Smart Tv 2019 Sale Support Airplay 2 Homekits Mid YearLG ประกาศเปิดขาย Smart TV รุ่นใหม่ปี 2019 ในสัปดาห์นี้ ทั้งรุ่น OLED และ NanoCell พร้อมประกาศว่าทีวีรุ่นปี 2019 จะรองรับ AirPlay 2 และ Apple HomeKit ประมาณกลางปี LG เปิดขาย Smart TV 2019 รุ่นใหม่แล้ว พร้อมรองรับ AirPlay 2 และ Apple HomeKit กลางปีนี้ LG พร้อมเปิดขาย Smart TV รุ่นปี 2019 ในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วยรุ่น OLED และ NanoCell ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่สุด 86 นิ้ว และได้มีการปรับปรุง AI ของภาพใหม่ รวมถึงคุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเปิดขายในประเทศเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาก่อน (รับสินค้าภายในเดือนนี้) และจะเปิดขายในเอเชีย ยุโรป […]

from:https://www.iphonemod.net/lg-smart-tv-2019-sale-support-airplay-2-homekits-mid-year-1.html

เปิดตัว LG V50 ThinQ 5G มากับกล้องหลัง 3 ตัว, หน้า 2 ตัว, รองรับ 5G และอุปกรณ์เสริม 2 จอ

LG เปิดตัว LG V50 พร้อมๆ กับ LG G8 ภายในงาน MWC 2019 ซึ่งปกติแล้วมือถือซีรีส์ V จะเป็นมือถือที่มีสเปคและฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ได้รับการอัพเกรดมาจากซีรีส์ G รอบนี้จัดเต็มด้วยสเปค 5 กล้อง และหน้าจอเสริมพิเศษ ประกบแล้วหน้าตาเหมือน Nintendo DS ยังไงยังงั้น

LG V50 ThinQ 5G (นี่คือชื่ออย่างเป็นทางการ) ยังคงมาพร้อมกับดีไซน์ที่แทบจะไม่แตกต่างจาก LG V40 เลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาด 6.4 นิ้วเท่าเดิม แล้วยังมี Notch เป็นแถบยาวสำหรับวางกล้องเซลฟี่คู่เหมือนเดิมอีก พลิกมาดูด้านหลังมีกล้อง 3 ตัว เรียงเป็นแนวนอน ถัดลงมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ และถัดลงมาอีกหน่อยเป็นโลโก้ V50 ThinQ (ถ้าไม่มีคนอาจจะแยกไม่ออกมาว่า V40 หรือ V50)

LG V50 มีกล้องหลัง 3 ตัว เลนส์หลักความละเอียด 12MP, เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 16MP และเลนส์ซูม 12MP ส่วนกล้องเซลฟี่คู่มีความละเอียด 8MP + 5MP มีกล้องตัวที่ 2 ในการจับความลึกเพื่อการถ่ายเซลฟี่โหมด Portrait ได้เป็นธรรมชาติมากกว่า

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ก็จะคล้ายๆ กับ LG G8 ทั้ง Quad DAC ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ 32-bit, ระบบเสียง DTS:X 3D Surround, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องระบบสแกนเส้นเลือดแบบที่ใช้ใน LG G8 ว่ามีเหมือนกันรึเปล่า

แต่สิ่งที่พิเศษกว่า LG G8 ก็คือ LG V50 จะเป็นมือถือรุ่นแรกของแบรนด์ที่รองรับการใช้งานเครือข่าย 5G อีกด้วย ซึ่งตอนนี้ยังรองรับการใช้งานอยู่แค่บางรัฐในสหรัฐอเมริกา ผ่านทางผู้ให้บริการเครือข่าย Sprint และ Verizon ส่วนหลังจากนี้ก็จะเริ่มทะยอยวางจำหน่ายตามประเทศที่มีการใช้งาน 5G แล้ว อย่างเช่นบ้านเกิดเกาหลีใต้, ออสเตรเลีย และบางประเทศในโซนยุโรปต่อไป

นอกจากนี้ LG V50 ยังรองรับการใช้งานอุปกรณ์เสริมคล้ายๆ กับของ ROG Phone ที่เป็นเคสหน้าจอเสริมเอาเสียบเข้ากับตัวเครื่อง LG V50 ให้กลายเป็นมือถือพับได้ (ไม่ใช่พับจอแบบ Galaxy Fold หรือ Mate X นะ) สไตล์เครื่องเกม Nintendo DS นั่นเอง โดยเจ้าหน้าจอเสริมที่ว่านี้เป็นหน้าจอแบบ OLED มีขนาดอยู่ที่ 6.2 นิ้ว เมื่อเสียบแล้วหน้าจอดังกล่าวจะสามารถใช้งานแยกได้ สำหรับเปิดแอปเพื่อใช้งานอีกจอนึง อย่างเช่นดูหนังจอนึง อีกจอนึงเล่นเกม อะไรประมาณนี้ แต่ข่าวร้ายก็คือมันไม่มีแบตเตอรี่ในตัว ก็เลยต้องดึงพลังงานจากตัว LG V40 มาใช้นั่นเอง

หน้าจอเสริมนี้ นอกจากจะใช้เปิดแอปแยกได้แล้ว มันยังใช้เป็นคอนโทรลเลอร์แบบหน้าจอสัมผัสสำหรับเกมต่างๆ ได้อีกด้วย (คาดว่าน่าจะใช้งานผ่านแอปของ LG อีกทีนึง)

สเปค LG V50 ThinQ 5G

  • หน้าจอ OLED ความละเอียด QHD+ ขนาด 6.4 นิ้ว รองรับการแสดงผลแบบ HDR10 และ Dolby Vision
  • CPU : Snapdragon 855
  • GPU : Adreno 640
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ MicroSD Card 512GB ช่องแยก
  • กล้องหลัง 3 ตัว : เลนส์หลัก 12MP (f/1.5) + เลนส์ซูม 12MP (f/2.4) + เลนส์ Ultra-Wide 16MP (f/1.9)
  • กล้องหน้าคู่ : 8MP (f/1.9) + 5MP (f/2.2)
  • ระบบเสียง : รูหูฟัง 3.5 มม., คุณภาพเสียง 32-bit/192kHZ, DTS:X Surround Sound, ลำโพงสเตอรีโอ Boombox
  • มีวิทยุ FM
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, DLNA, BT 5.0
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านหลัง), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : IP68
  • มาตณฐานกันกระแทก : MIL-STD-810G
  • แบตเตอรี่ : 3500 mAh รองรับชาร์จไว QC 3.0, ชาร์จไร้สาย
  • ระบบ Android 9.0 Pie
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ Astro Black

สำหรับราคาของทั้ง LG V50 และเคสจอเสริมในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลนะครับ ว่าจะอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง แต่ถ้าหากเอาไปเทียบกับ LG V40 ตอนเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว 899 ดอลลาร์ (ประมาณ 28,000 บาท) แต่ LG V50 นั้นรองรับการใช้งาน 5G ด้วย ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีราคาที่แพงขึ้นอีกหน่อยนึงก็ได้

 

ที่มา : Androidauthority

from:https://droidsans.com/lg-v50-thinq-5g-announced/

LG G8 ThinQ และ G8s ThinQ เปิดตัว ปลดล็อกด้วยฝ่ามือ ควบคุมแบบไม่แตะหน้าจอ

LG G8 ThinQ และ G8s ThinQ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ใช้จอ OLED พร้อมรอยแหว่ง กล้องหลังเรียงเป็นแนวนอน ต่างจากรุ่น G7 ThinQ ที่เรียงเป็นแนวตั้ง แต่ทั้งสองรุ่นยังไม่รองรับ 5G เหมือนรุ่น V50 ThinQ

จุดเด่นของ LG G8 ThinQ และ G8s ThinQ มีกล้องหน้าที่เรียกว่า Z Camera ใช้เซ็นเซอร์ ToF (Time of Flight) ที่ LG เคลมว่าสามารถวัดระยะลึกได้เร็วและแม่นยำกว่าเซ็นเซอร์ทั่วไป ใช้สำหรับปลดล็อกด้วยใบหน้า นอกจากนี้ยังมาพร้อม Hand ID การปลดล็อกด้วยฝ่ามือ อาศัยการจดจำลายเส้นมือของผู้ใช้

No Description

อีกหนึ่งฟีเจอร์ คือ Air Motion ควบคุมโทรศัพท์มือถือได้แบบไม่แตะหน้าจอ เพียงใช้มือโบกผ่านหรือบีบเหนือหน้าจอ ใช้ได้ทั้งการรับและวางสาย, สลับแอป, ปรับระดับสียง เป็นต้น

สเปก LG G8 ThinQ มีดังนี้

  • จอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (3120 x 1440 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 FullVision
  • ชิป Snapdragon 855
  • แรม 6GB, สตอเรจ 128GB, รองรับ microSD card ความจุสูงสุด 2TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ เลนส์มุมกว้างพิเศษ (Super Wide) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/1.9ให้มุมมองกว้าง 107 องศา + เลนส์ปกติ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.5 + เลนส์ telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/1.7, พร้อม Z Camera เซ็นเซอร์ ToF (Time of Flight)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie
  • แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh
  • พอร์ท USB Type-C
  • ลำโพง Boombox Speaker, รองรับเสียงสามมิติ DTS:X และ Hi-Fi Quad DAC
  • กันน้ำ มาตรฐาน IP68
  • มี 3 สี ได้แก่ สีแดง (Carmine Red), สีดำ (New Aurora Black), สีน้ำเงิน (New Moroccan Blue)

No Description

สเปก LG G8s ThinQ มีดังนี้

  • จอ OLED ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2248 x 1080 พิกเซล), อัตราส่วน 18.7:9 FullVision
  • ชิป Snapdragon 855
  • แรม 6GB, สตอเรจ 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ เลนส์ปกติ 12 ล้านพิกเซล + เลนส์มุมกว้าง 13 ล้านพิกเซล + เลนส์ telephoto 12 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม Z Camera เซ็นเซอร์ ToF (Time of Flight)
  • แบตเตอรี่ 3550 mAh

ที่มา : LG

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108304