คลังเก็บป้ายกำกับ: LG

LG – UltraFine 5K มอนิเตอร์ขั้นเทพรุ่นใหม่สำหรับปี 2019 ระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ สมราคา 40,000 บาท

สำหรับบ้านเรานั้นหน้าจอ LG ซีรีย์ UltraFine 5K ออกจะหาซื้อยากกันสักหน่อยครับ แต่ถ้าเป็นฝั่งสหรัฐอเมริกาแล้วนั้น UltraFine 5K วางขายอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบน Apple.com ที่มีวางจำหน่ายอยู่(จริงๆ แล้วบ้านเราถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะสั่งได้เหมือนกันครับ) อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ล่าสุดนั้นทาง LG ได้มีการนำเอาหน้าจอซีรีย์ UltraFine 5K มาอัพเดทใหม่เป็นรุ่นประจำปี 2019 นี้ สำหรับเวอร์ชันประจำปี 2019 จะน่าใช้งานมากแค่ไหนนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

สำหรับหน้าขอ UltraFine 5K โมเดลใหม่นั้นจะมีชื่อโมเดลว่า 27MD5KL ครับ ตัวหน้าจอจะมาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ตัวหน้าจอยังคงมีขนาดอยู่ที่ 27 นิ้วเท่าเดิมโดยพาเนลที่ใช้นั้นก็จะเป็น IPS ความละเอียด 5K นั้นจะอยู่ที่ 5120 x 2880 pixels อย่างไรก็ตามครับจุดที่น่าเสียดายไปหน่อยนั้นก็คือสเปคต่างๆ ค่อนข้างที่จะไม่แตกต่างกับรุ่นก่อนหน้าดังต่อไปนี้ครับ

  • รองรับความกว้างของช่วงสี DCI-P3 ที่ 99%
  • response time แบบ gray-to-gray อยู่ที่ 14 ms
  • refresh rate อยู่ที่ 60 Hz
  • ความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 500 nits
  • มุมมองกว้างสุดอยู่ที่ 178 องศา

ส่วนที่เปลี่ยนไปมากที่สุดนั้นก็คือความต้องการพลังงานที่อยู่ที่ 94-watt power delivery (PD) เนื่องจากว่าบนตัวหน้าจอนั้นมาพร้อมกับพอร์ต Thunderbolt 3 ด้วย ทั้งนี้บนเว็บ Apple.com นั้นจะจำหน่ายหน้าจอ LG UltraFine 5K ที่ราคา $1299.95 หรือประมาณ 40,000 บาทครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/lg-refreshes-the-ultrafine-5k-monitor-for-2019/490458/

โฆษณา

Samsung ยังเป็นผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟน โดยมี Huawei และ Apple ติดตามมาอย่างใกล้ชิด

บริษัทวิจัยตลาด Strategy Analytics และ Counterpoint รายงานส่วนแบ่งและยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสที่ 2 ปี 2019 ซึ่งทั้ง 2 แห่งได้ให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกัน Samsung ยังคงรักษาเบอร์หนึ่งเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ตามมาด้วย Huawei และ Apple

ข้อมูลจาก Strategy Analytics พบว่าในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ มียอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลก 341.4 ล้านเครื่อง ลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

Samsung มียอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 1.9% ครองส่วนแบ่งมากที่สุด 22.3% ตามมาด้วย Huawei มียอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 1.7% ครองส่วนแบ่งเป็นอันดับสอง 17.2% ขณะที่ Apple มียอดจัดส่งลดลงเล็กน้อย 0.7% ครองส่วนแบ่งเป็นอันดับสาม 11.1%

ทางด้าน Counterpoint ก็ให้ข้อมูลคล้ายกับ Strategy Analytics โดย 5 อันดับบนของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ยังคงเป็น Samsung, Huawei, Apple, Xiaomi และ OPPO ตามลำดับ ซึ่ง 3 อันดับบนสุดครองส่วนแบ่งร่วมกันในตลาด 45%

ข้อมูลจาก Counterpoint พบว่า LG มียอดขายแย่ที่สุด ลดลง 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่แบรนด์ realme มียอดจัดส่งเติบโตขึ้นถึง 848%

ที่มา – Wccftech
https://www.flashfly.net/wp/261586

from:https://www.flashfly.net/wp/261586

สมาร์ตทีวี LG รุ่นปี 2019 เริ่มสนับสนุนฟีเจอร์ AirPlay 2 และ HomeKit แล้ววันนี้

Lg Ai Thin Q Smart Tv Support Airplay 2 And HomekitLG ประกาศเปิดใช้งานฟีเจอร์ AirPlay 2 และ Apple HomeKit สำหรับสมาร์ตทีวี LG ในรุ่นที่เป็น ThinQ AI ปี 2019 โดยเริ่มทยอยปล่อยให้อัปเดตเฟิร์มแวร์แล้ววันนี้ สมาร์ตทีวี LG รุ่นปี 2019 เริ่มสนับสนุนฟีเจอร์ AirPlay 2 และ HomeKit แล้ววันนี้ LG จะเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้สมาร์ตทีวี LG ปี 2019 อัปเดตเฟิร์มแวร์ที่มาพร้อมฟีเจอร์​ AirPlay 2 และ HomeKit แล้ว สมาร์ตทีวีรุ่นที่รองรับ ได้แก่ LG OLED TVs, NanoCell TVs และ UHD TVs ที่เป็น ThinQ AI และเปิดตัวในปี 2019 เท่านั้น ผู้ใช้สมาร์ตทีวี LG รุ่นดังกล่าวจะสามารถใช้งานฟีเจอร์ AirPlay […]

from:https://www.iphonemod.net/lg-ai-thin-q-smart-tv-support-airplay-2-and-homekit.html

จีนแซงสหรัฐฯ | Fortune Global 500 บริษัทจีนติดอันดับถึง 129 บริษัท ฝั่ง IT ยังนำด้วย Apple, Samsung และ Alphabet (Google)

นิตยสาร Fortune ได้ออกมาประกาศอันดับ 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก Fortune Global 500 ที่น่าสนใจก็คือ ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่บริษัทสัญชาติจีนนั้นสามารถแซงหน้าบริษัทอเมริกันได้เป็นที่เรียบร้อย โดยสหรัฐฯ มีชื่อติดเข้ามา 121 บริษัท น้อยกว่าจีนที่มีชื่อเข้ามาติดโผมากถึง 129 บริษัท และน้องใหม่ที่ติดอันดับเร็วมากๆ คือ Xiaomi เพราะใช้เวลาเพียงแค่ 9 ปีเท่านั้น

ในด้านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโทรศัพท์ ที่หนึ่งก็ยังคงหนีไม่พ้น Apple ที่ภายรวมของบริษัทอยู่ที่อันดับ 11 ของโลก ตามมาด้วย Samsung ที่ตามมาติดๆ ที่อันดับ 15 ขณะที่บริษัทแม่ของ Google อย่าง Alphabet ก็มีชื่อติดอยู่ที่อันดับ 37 และที่น่าสนใจก็คือตอนนี้มีบริษัทหน้าใหม่ (ที่พวกเราน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี) อย่างXiaomiข้ามาติดอันดับเป็นครั้งแรกในอันดับที่ 468

ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ อย่าง Microsoft, Huawei, SONY และอื่นๆ อีกมากมายก็มาตามนัด ไม่พลาดที่จะเข้ามาในการจัดอันดับครั้งนี้แต่อย่างใด ทว่า BBK Electronics ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทอิเลคโทรนิคสัญชาติจีนอย่าง OPPO, vivo และ OnePlus นั้นกลับหลุดโผไป ส่วน Nokia ที่เข้ามาติดนั้นก็เป็นส่วนของกิจการหลักในด้านเน็ตเวิร์ก (ส่วนของมือถือนั้น HMD ได้สิทธิ์ในการผลิตและใช้ชื่อ Nokia เท่านั้น)

Xiaomi ถือเป็นบริษัทที่มีอายุน้อยที่สุดที่เข้ามาติดอันดับในครั้งนี้

Lei Jun ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Xiaomi ก็ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการติดอันดับครั้งแรกของบริษัทเขาในครั้งนี้ว่า พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ 9 ปีในการเข้ามาติดอันดับในการแรงกิ้ง 2019 Fortune Global 500 นี้ และแม้ว่านี้จะเป็นความสำเร็จที่น่ายืนดีอย่างมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากไม่มีเหล่าสาวก Mi คอยสนับสนุนซื้อสินค้า พวกเขาก็คงไม่มีวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น Xiaomi เองก็ยังเป็นบริษัทที่มีอายุน้อยที่สุดที่เข้ามาติดอันดับด้วยในการจัดอันดับครั้งนี้ นอกจากนี้ทางบริษัทเองก็มีแผนที่จะต่อยอดความสำเร็จในครั้งนี้ให้มากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมด้วยการขยายธุรกิจจากประเทศจีนไปยังประเทศอื่นๆ อีกด้วย

สำหรับบริษัทอื่นๆ ในการจัดอันดับครั้งนี้ที่น่าสนใจก็คือ

  • Hon Hai (หรือที่เรารู้จักกันในนาม Foxconn) อยู่ที่อันดับ 23
  • AT&T อยู่อันดับ 25
  • Huawei ขยับขึ้นมาจาก 72 เป็นอับดับที่ 61
  • JD.com อยู่ที่อันดับ 139
  • SK Hynix อยู่ที่อันดับ 335
  • TSMC อยู่ที่อันดับ 363
  • Micron อยู่ที่อันดับ 409

ยอดขายตกแต่ Apple ยังครองบัลลังก์แชมป์ฝั่งตลาดไอที

ซึ่งหากเรามองกันในเรื่องของภาพรวมกำไรอย่างเดียว Apple ถือว่ามีตัวเลขที่ดีเอามากๆ อยู่ถึงอันดับ 2 ของโลกเลย โดยพวกเขาฟันกำไรไปเละเทะ 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว แม้ว่าจะมีรายงานออกมาว่าในไตรมาสที่ผ่านมายอดขาย iPhone ถือว่าทำออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควรก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับครั้งนี้จะวัดเฉพาะ 12 เดือนที่ผ่านมาเท่านั้น ซึ่งการจัดอันดับของนิตยสาร Fortune ก็ถือว่ามีมาอย่างยาวนานเป็นประจำทุกปีตั้งแต่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1990 นั่นเอง

 

ที่มา: gsmarena & livemint

from:https://droidsans.com/china-over-us-in-fortune-global-500-2019/

สมาร์ตทีวี LG เตรียมเปิดใช้งาน AirPlay 2 และ Apple HomeKit สัปดาห์หน้า

Lg Prepare Release Airplay 2 Homekit For Smart Tv 2019ต้นปีที่ผ่านมา LG ได้เปิดขาย LG Smart TV คอลเลกชันปี 2019 ใหม่ที่รองรับ AirPlay 2 และ Apple HomeKit ได้ ล่าสุดทางผู้พัฒนาเผยว่าจะทยอยปล่อยใช้งานทั้งสองฟีเจอร์นี้ประมาณสัปดาห์หน้า สมาร์ตทีวี LG เตรียมเปิดใช้งาน AirPlay 2 และ Apple HomeKit สัปดาห์หน้า LG Australia ที่เป็นฝ่ายสนับสนุน LG ของประเทศออสเตรเลียเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่าจะทยอยปล่อยให้ใช้งานฟีเจอร์ AirPlay 2 และ Apple HomeKit ในสัปดาห์หน้า ผู้ใช้อาจจะได้เริ่มใช้งานในวันจันทร์หน้าเป็นต้นไป โดยทีมงานได้เพิ่มเติมว่าผู้ใช้จะต้องอัปเดตเป็น iOS 12.4 เพื่อใช้งานทั้งสองฟีเจอร์ Homekit is releasing in 1 week. Users require iOS 12.4 update to do Airplay2.LGA […]

from:https://www.iphonemod.net/lg-prepare-release-airplay-2-homekit-for-smart-tv-2019.html

LG G8s ThinQ พร้อมวางขายทั่วโลก มาพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำ Hand ID และ Air Motion ควบคุมมือถือได้ไม่ต้องแตะหน้าจอ

LG ได้ทำการเปิดตัว G8s ThinQ ไปแล้วภายในงาน Mobile World Congress 2019 พร้อมกับโทรศัพท์มือถืออีกสองรุ่นอย่าง G8 และ V50 โดยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางบริษัทก็เพิ่งได้เปิดตัว LG G8s ThinQ ไปที่ประเทศไต้หวัน พร้อมออกมายืนยันว่าพวกเขาพร้อมจะวางขายมือถือรุ่นนี้อย่างเป็นทางการทั่วโลกแล้ว

ข้อแตกต่างหลักๆ ของ LG G8 กับ LG G8s นั้นคือกล้องหลังที่เพิ่มมาเป็น 3 ตัว ส่วนสเปคอื่นๆ นั้นก็มีความคล้ายคลึงกัน

สเปค LG G8s ThinQ 

  • หน้าจอ OLED FullVision ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2,248 x 1080
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 855
  • RAM 6GB
  • หน่วยความจุ 128GB
  • กล้องหลัง
    • เลนส์ Super Wide ความละเอียด 13MP รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ปกติ ความละเอียด 12MP รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12MP รูรับแสง f/2.6
  • กล้องหน้า
    • เลนส์ปกติ ความละเอียด 8MP รูรับแสง f/1.9
    • Z-Camera (เทคโนโลยี ToF)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie
  • การเชื่อมต่อ
    • Wi-Fi 802.11 a, b, g, n, ac
    • Bluetooth 5
    • NFC
    • USB Type-C (USB 3.1 Compatible)
  • สามารถปลดล็อกได้ด้วย Hand ID | Face Unlock | Fingerprint Sensor
  • กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,550 mAh มาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จไว Qualcomm® Quick Charge™ 3.0
  • วางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Mirror Black, Mirror Teal และ Mirror White

ไฮไลท์สำคัญของ LG G8s ThinQ คงหนีไปไม่พ้นฟีเจอร์อย่าง Hand ID ที่จะทำให้เรานั้นสามารถปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ของเรา โดยการชูมือไว้ด้านหน้ากล้องซึ่งจะมีการตรวจสอบเส้นเลือดบนฝ่ามือของเราในการยืนยันตัวตน

นอกจากนี้มีฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Air Motion ที่เราสามารถควบคุมการใช้งานโดยไม่ต้องแตะไปที่หน้าจอเลย ไม่ว่าจะเป็นการปรับเสียง สลับแอป เลื่อนเพลง เพราะบริเวณกล้องหน้านั้นมีเซนเซอร์ 3D ที่สามารถตรวจสอบลักษณะและท่าทางมือของเราแบบละเอียดๆ ได้ พูดไปอาจจะเข้าใจยาก ลองไปดูในคลิปกันดีกันดีกว่า (ประมาณนาทีที่ 7 ครับ)

นอกจากจะวางจำหน่ายที่ประเทศไต้หวันแล้ว เจ้า G8s ThinQ ก็เตรียมที่จะวางจำหน่ายในบางพื้นที่ของตลาดทวีปยุโรป, ละตินอเมริกา, แอฟริกา และตะวันออกกลางภายในเดือนนี้ ส่วนในเรื่องของราคาก็น่าจะทราบได้เร็วๆ นี้แน่นอน

 

ที่มา: Android Central 

from:https://droidsans.com/lg-g8s-thinq-sale-global-markets/

เปิดตัว LG W10, W30 และ W30 Pro สมาร์ทโฟนในตระกูล W Series ใหม่ เริ่มต้นเพียง 4,000 บาท

 

LG ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล W Series ใหม่อย่างเป็นทางการที่ประเทศอินเดีย ประกอบด้วย LG W10, W30 และ W30 Pro โดยมาพร้อมจุดเด่นแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh ในราคาเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท

 

สเปก LG W10

LG W Series

ตัวเครื่องมีขนาด 156×76.2×8.5 มม. และน้ำหนัก 164 กรัม หน้าจอแสดงผลเป็นจอรอยบาก Notch FullVision Display ความละเอียด HD+ 1512 x 720 พิกเซล ขนาด 6.19 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.9:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio P22, หน่วยประมวลผลกราฟิก IMG PowerVR GE8320, RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงาุด 256GB และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie

ติดตั้งกล้องหลังคู่ พร้อมไฟแฟลช LED ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รองรับ AI Face Unlock รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi Dual Band, Bluetooth 4.2, พอร์ต microUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh

ทั้งนี้ LG W10 มีให้เลือก 2 สีคือ Tulip Purple และ Smokey Grey โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 8,999 รูปีอินเดียหรือประมาณ 4,000 บาท และวางจำหน่ายในประเทศอินเดียผ่านเว็บไซต์ Amazon.in ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้

สเปก LG W30

ตัวเครื่องมีขนาด 162.7×78.8×8.5มม. และน้ำหนัก 172 กรัม หน้าจอแสดงผลเป็นจอทรงหยดน้ำ IPS Dot FullVision display ความละเอียด HD+ 1520 x 720 พิกเซล ขนาด 6.29 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio P22, หน่วยประมวลผลกราฟิก IMG PowerVR GE8320, RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงาุด 256GB และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX486 กล้องตัวที่ 2 เลนส์มุมกว้าง 100 องศา ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 3 เลนส์ชัดลึกความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รองรับ AI Face Unlock

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi Dual Band, Bluetooth 4.2, พอร์ต microUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh

ทั้งนี้ LG W30 มีให้เลือก 3 สีคือ Thunder Blue, Platinum Grey และ Aurora Green โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 9,999 รูปีอินเดียหรือประมาณ 4,440 บาท และวางจำหน่ายในประเทศอินเดียผ่านเว็บไซต์ Amazon.in ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้

สเปก LG W30 Pro

ตัวเครื่องมีขนาด 157.7×75.9×8.3 มม. และน้ำหนัก 172.7 กรัม หน้าจอแสดงผลเป็นจอทรงหยดน้ำ FullVision V notch Display ความละเอียด HD+ 1520 x 720 พิกเซล ขนาด 6.217 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.8GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 632, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงาุด 256GB และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 เลนส์มุมกว้าง 100 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 3 เลนส์ชัดลึกความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รองรับ AI Face Unlock

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi Dual Band, Bluetooth 4.2, พอร์ต microUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว

ทั้งนี้ LG W30 Pro มีให้เลือก 3 สีคือ Pine Green, Denim Blue และ Black ส่วนราคาเปิดตัวยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้

ที่มา : Gsmarena

 

from:http://mobileocta.com/lg-w10-w30-and-w30-pro-launches-new-w-series-smartphones/