คลังเก็บป้ายกำกับ: LG

LG ประกาศไลเซนส์ webOS ไปให้ผู้ผลิตทีวีรายอื่นใช้งาน

LG ประกาศโครงการไลเซนส์ webOS ซอฟต์แวร์สมาร์ทททีวีของตัวเองไปให้กับผู้ผลิตทีวีเจ้าอื่นใข้งาน โดยสมาร์ททีวียี่ห้ออื่นที่ใช้ webOS จะมาพร้อมกับโลโก้ powered by webOS TV

LG บอกด้วยว่าผู้ผลิตทีวีที่ใช้ webOS จะมาแอปสตรีมมิ่งที่เป็นพาร์ทเนอร์ทั้ง Netflix, YouTube, Amazon Prime Video แม้แต่ช่องกีฬา DAZN (น่าจะขึ้นอยู่กับภูมิภาคด้วย) รวมถึงทีวีบางรุ่นก็จะมีรีโมท Magic Motion คล้าย ๆ กับของ LG เช่นกัน

ที่มา – The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121352

6 เช็คลิสต์สำคัญก่อนซื้อทีวีสำหรับเล่นเกมในปี 2021

ปี 2021 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งในวงการทีวีและวงการเกม ด้วยนวัตกรรมทีวีจากผู้ผลิตทั่วโลกที่เตรียมสร้างปรากฏการณ์พร้อมพลิกโฉมประสบการณ์ในการเล่นเกมให้ถึงใจกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่แสดงภาพและสีสันคมชัดสมจริงยิ่งขึ้น หรือประสิทธิภาพในการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่พัฒนาจากยุคก่อนแบบก้าวกระโดด

ทีวีจึงเป็นอีกตัวเลือกสำคัญที่เสริมความเต็มอรรถรสในการเล่นเกม และยังสามารถใช้งานได้หลากหลายสำหรับทุกคนในบ้านอีกด้วย แอลจีจึงขอแนะนำ 6 ข้อสำคัญที่ควรรู้ก่อนซื้อทีวีสำหรับเล่นเกมในปีนี้ ให้สามารถปลดล็อกศักยภาพของเหล่าเกมเมอร์ได้ดีที่สุด

1.   ให้ความสำคัญกับความล่าช้าของอินพุต อัตราการตอบสนอง และอัตราการรีเฟรชภาพ

LG

ประสิทธิภาพในการเล่นภาพเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่เกมเมอร์ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะไม่ว่าจะเล่นเกมประเภทใด การแสดงภาพที่ไหลลื่น ไม่หน่วง และไม่สะดุดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเพลิดเพลิน รวมถึงการตัดสินชัยชนะในเสี้ยววินาทีสำคัญ ทีวีที่จะใช้สำหรับเล่นเกมจึงควรมีความล่าช้าของอินพุตต่ำ (Low input lag) อัตราการตอบสนองต่ำสุดที่ 1ms และควรมีอัตราการรีเฟรชภาพอย่างน้อย 120Hz ขึ้นไป และจะยิ่งดีหากมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเสริมการแสดงภาพเคลื่อนไหว NVIDIA® G-SYNC®

2.   จะให้ถึงใจต้องความละเอียดแบบ 4K

ความละเอียดแบบ 4K จะเป็นมาตรฐานใหม่ทั้งในตลาดทีวี ภาพยนตร์ และตลาดเกม ในช่วงปีที่ผ่านมา เราจึงเห็นการรองรับ 4K ในเกมใหม่ ๆ อย่างแพร่หลายมากขึ้นทั้งในเกมคอนโซลและเกมพีซี ซึ่งการเลือกซื้อทีวี 4K นั้นจะแสดงภาพคมชัดได้อย่างเต็มศักยภาพ ผู้เล่นจึงเพลิดเพลินกับภาพกราฟฟิกที่ตระการตาได้ยิ่งกว่าจอแบบ Full HD อย่างเห็นได้ชัด 

3.   แค่มี HDR ก็สร้างความแตกต่างได้

นอกจากภาพชัดตระการตาแบบ 4K แล้ว อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สามารถสร้างความแตกต่างในการแสดงภาพอย่างเห็นได้ชัดคือ เทคโนโลยี HDR (High Dynamic Range) ซึ่งช่วยยกระดับการแสดงสีสัน คอนทราสต์ และความสว่างของภาพได้อย่างล้ำลึก ทำให้ภาพมีความโดดเด่นสมจริง มองเห็นรายละเอียดของภาพกราฟฟิกในส่วนมืดและส่วนสว่างได้ชัดเจน จึงแสดงศักยภาพของเกมได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเกมจากค่ายต่าง ๆ ในปัจจุบันก็รองรับ HDR มากขึ้นกว่าที่เคย ทั้ง Xbox และ PlayStation 5

4.   ช่องต่อ HDMI 2.1 เป็นสิ่งจำเป็น

ช่องต่อ HDMI 2.1 ส่งผลโดยตรงต่อการถ่ายทอดความละเอียด และประสิทธิภาพในการแสดงผลจากอุปกรณ์เกมไปยังทีวี โดยสามารถส่งต่อสัญญาณภาพที่ความละเอียดสูงสุดได้ถึง 8K และที่สำคัญสำหรับเกมเมอร์ คือการรองรับ VRR (Variable Refresh Rate) ซึ่งช่วยปรับอัตราการรีเฟรชภาพให้เหมาะสมกับเกมที่เล่นมากที่สุด ช่วยป้องกันภาพขาดและเสริมความลื่นไหลของการแสดงภาพ อีกทั้งยังช่วยให้แสดงภาพเคลื่อนไหวพร้อมเทคโนโลยี HDR ได้อย่างเต็มรูปแบบมากกว่าการเชื่อมต่อแบบอื่น ๆ

5.   ขนาดของจอขึ้นอยู่กับประเภทเกมที่เล่น

สำหรับเกมคอนโซลที่รองรับ 4K การใช้ทีวีไซส์ใหญ่กว่า 40 นิ้วขึ้นไป จะช่วยให้ผู้เล่นสัมผัสความละเอียดที่คมกริบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และแสดงศักยภาพของเกมออกมาได้อย่างเต็มที่มากกว่าจอมอนิเตอร์ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ระยะห่างระหว่างผู้เล่นและหน้าจอ ซึ่งหากต้องนั่งใกล้หน้าจอมากอย่างเวลาเล่นเกมพีซี ควรเลือกจอที่มีขนาดเล็กลงตั้งแต่ 32-40 นิ้ว เพื่อให้ผู้เล่นมองเห็นรายละเอียดได้ทั่วทั้งหน้าจอขณะเล่น

6.   จอ OLED คือที่สุดสำหรับ 4K และ HDR

เทคโนโลยีหน้าจอ OLED คือหน้าจอที่มาพร้อมเม็ดพิกเซลซึ่งเปล่งแสงได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องมีไฟ backlight นอกจากจะโดดเด่นด้านการแสดงภาพที่สวยตระการตาและคอนทราสต์ดำสนิทแบบเหนือชั้น ช่วยให้ผู้เล่นเห็นรายละเอียดในเกมได้ชัดเจนยิ่งกว่าแล้ว จอ OLED ยังเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ยกระดับประสบการณ์ในการเล่นเกมได้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการประมวลผลที่รวดเร็ว ด้วยการทำงานอย่างอิสระของแต่ละเม็ดพิกเซล จึงลดการหน่วงหรือภาพเบลอที่มักปรากฎในจอ LED และมีอัตราการรีเฟรชภาพที่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังมีมุมมองการรับชมที่กว้างและประหยัดพลังงานกว่าจอ LED ทั่วไปอีกด้วย

จอ OLED 4K TV ซีรี่ส์ CX ขนาด 48 นิ้ว ตอบครบทุกโจทย์ของเกมเมอร์ตัวจริงด้วยอัตราการตอบสนองเพียง 1ms และอัตรารีเฟรชภาพ 120Hz พร้อมโหมด Low input lag และรองรับทั้ง NVIDIA® G-SYNC®  VRR (Variable Refresh Rate) จึงเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วทันใจในทุกจังหวะสำคัญ พร้อมช่องต่อ HDMI 2.1 เสริมอรรถรสรอบด้านด้วยเทคโนโลยี Dolby Atmos และ Dolby Vision IQ สมบูรณ์แบบทั้งเล่นเกมและชมภาพยนตร์ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของแอลจี ในราคา 49,990 บาท

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lg.com/th/tv/lg-OLED48CXPTA หรือสอบถามข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757

from:https://www.mobileocta.com/6-essential-checklists-before-buying-a-gaming-tv-in-2021/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=6-essential-checklists-before-buying-a-gaming-tv-in-2021

แอลจีเปิดตัว Sound Bar ใหม่ ทรงพลังด้วยเสียงระดับ Hi-Res พร้อมรองรับ DTS:X และ Dolby Atmos

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง Sound Bar ใหม่ ยกระดับการรับชมความบันเทิงด้วยคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมจาก LG Sound Bar ใหม่ถึง 4 รุ่น (SN9YG, SN8YG, SN7Y, SN6Y) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเสียงความละเอียดสูงจากเมอริเดียน ออดิโอ เสริมความทรงพลังรอบทิศทางด้วย Dolby Atmos และ DTS:X ที่มาในไลน์อัพถึง 3 รุ่น (SN9YG, SN8YG, SN7Y)

พร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด AI Room Calibration ช่วยปรับแต่งเสียงอัตโนมัติเพื่อส่งค่าเสียงที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมห้องที่สุด (SN9YG, SN8YG) เสริมการใช้งานที่สะดวกสบายด้วยการรองรับคำสั่งเสียงผ่านอุปกรณ์ Google Assistant (Works with Google Assistant) และ HDMI eARC (Enhanced Audio Return Channel) ให้เพลิดเพลินกับมิติเสียงที่ลึกล้ำเต็มคุณภาพจากต้นฉบับได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาในดีไซน์บางเฉียบเรียบหรู ลงตัวได้กับทีวีทุกประเภทและทุกสไตล์การตกแต่ง

LG

LG Sound Bar ใหม่ นำโดยรุ่นเรือธง SN9YG การันตีคุณภาพเสียงระดับสูงด้วยรางวัลจาก CES 2020 Innovation Award มาพร้อมเสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้าที่ 520 วัตต์ แบบ 5.1.2 แชนแนล โดดเด่นด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงที่แอลจีพัฒนาขึ้นร่วมกับเมอริเดียน ออดิโอเช่นเคย รองรับระบบเสียงความละเอียดสูงระดับ Hi-Res พร้อมเนรมิตเสียงกระหึ่มโอบล้อมรอบทิศทางด้วยเทคโนโลยี Dolby Atmos และ DTS:X ทำงานร่วมกับระบบ Sound Up converting ที่ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงสูงสุด 192kHz/24bits ช่วยให้การถ่ายทอดคุณภาพเสียงจากคอนเทนต์ 4K ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบครบทุกรายละเอียด

และไฮไลท์ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อม LG Sound Bar รุ่น SN9YG, SN8YG และ SN7Y คือเทคโนโลยี AI Room Calibration ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเสียงอื่น ๆ เช่น Dolby Atmos และ DTS:X ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของห้องโดยใช้ AI และปรับแต่งค่าเสียงให้เหมาะสมกับขนาดและสภาพของห้องที่วาง Sound Bar ได้อัตโนมัติ จึงสามารถจำลองเสียงได้จากหลายทิศทาง มอบมิติเสียงทรงพลังรอบด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ LG Sound Bar ใหม่ ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อที่สะดวกสบายและสามารถเสริมประสิทธิภาพการถ่ายทอดเสียงได้ดียิ่งขึ้น โดยมีช่องต่อ HDMI eARC (Enhanced Audio Return Channel) ให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับทีวีเพื่อรับชมคอมเทนต์ด้วยเสียงคุณภาพสูงผ่าน LG Sound Bar ซึ่งจะช่วยปลดล็อกสัญญาณเสียงในระดับ Dolby Atmos และ DTS:X ให้ได้คุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบตามต้นฉบับโดยไม่โดนบีบอัดหรือลดทอนคุณภาพ พร้อมเสริมความหลากหลายในการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi, Bluetooth, USB และสายออปติคอล และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการรองรับคำสั่งเสียงผ่านอุปกรณ์ Google Assistant (Works with Google Assistant)

LG Sound Bar รุ่น SN9YG
LG Sound Bar รุ่น SN8YG
LG Sound Bar รุ่น SN7Y
LG Sound Bar รุ่น SN6Y

LG Sound Bar รุ่น SN9YG ราคา 19,990 บาท รุ่น SN8YG ราคา 13,990 บาท รุ่น SN7Y ราคา 11,990 บาท และ รุ่น SN6Y ราคา 9,490 บาท สามารถหาซื้อได้แล้ว ณ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่เพาเวอร์บาย และโฮมโปร ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lg.com/th/soundbar หรือสอบถามข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 พร้อมสามารถติดตามกิจกรรมต่าง ๆ จากแอลจีได้ทาง

from:https://www.mobileocta.com/lg-launches-new-sound-bar/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=lg-launches-new-sound-bar

ข้อมูลล่าสุดเผย LG กำลังเจรจาขายกิจการสมาร์ทโฟนให้กับบริษัทจากเวียดนาม

หลังจากที่มีข่าวออกมารอบนึงแล้วว่า LG อาจถอนตัวจากวงการสมาร์ทโฟน หลังการแข่งขันในตลาดรุนแรงและขาดทุนมาตลอด 5 ปี ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังไม่มีข้อสรุปว่าสุดท้ายแล้วทาง LG จะเอายังไงต่อไประหว่าง การขายธุรกิจสมาร์ทโฟน, ถอนตัวจากตลาดสมาร์ทโฟน หรือลดขนาดของแผนกสมาร์ทโฟนลง แต่ล่าสุดมีรายงานว่า LG Electronics อาจจะตัดสินใจขายธุรกิจสมาร์ทโฟนให้กับบริษัท Vingroup ของประเทศเวียดนามไปดูแลต่อ

สำหรับข้อมูลล่าสุด ดูเหมือนว่าทาง LG Electronics น่าจะตัดสินใจเลือกในการขายธุรกิจสมาร์ทโฟนก็เป็นได้ เพราะมีรายงานบอกว่า LG กำลังเจรจากับบริษัท Vingroup Co ของเวียดนามเรื่องการซื้อธุรกิจสมาร์ทโฟนอยู่ โดย Vingroup ได้ยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจกว่าบรรดาบริษัทต่าง ๆ ที่เข้ามาเจรจาด้วยนั่นเอง

Vingroup เป็นบริษัทขนาดใหญ่ของประเทศเวียดนามที่เรียกได้ว่ามีธุรกิจแบบครบเครื่อง เพราะมีการลงทุนในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม, อสังหาริมทรัพย์, ศูนย์การค้า, การก่อสร้าง, รถยนต์, สมาร์ทโฟน ฯลฯ

นอกจากนี้เมื่อช่วงสิ้นปี 2020 Vingroup ยังมีขนาดมูลค่ากิจการในตลาดสูงถึง 16.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ คำนวณออกมาเป็น 14% ของมูลค่าตามราคาตลาดโดยรวมของหลักทรัพย์ที่บริษัทจดทะเบียนในเวียดนาม โดยมีการคาดการณ์กันว่า Vingroup ต้องการที่จะเป็นที่รู้จักในระดับโลก ก็เลยต้องการลงทุนซื้อกิจการสมาร์ทโฟนของ LG Electronics ของสหรัฐอเมริกา โดยทาง LG Electronics ตั้งใจจะขายธุรกิจฝั่งสมาร์ทโฟนไปทีละส่วน ๆ ไม่ขายแบบรวดเดียวหมดเนื่องจากมีความยุ่งยากเกินไป

ซึ่งเราก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ ว่าท้ายที่สุดแล้วธุรกิจสมาร์ทโฟนของ LG จะไปในทิศทางไหนกันแน่ และสุดท้ายจะขายให้กับ Vingroup อย่างที่เป็นข่าวจริงหรือเปล่า

 

ที่มา : GSMArena

from:https://droidsans.com/lg-talks-with-vingroup-to-sell-smartphone-business/

LG Rollable อาจแท้ง หลังอนาคตแผนกมือถือของ LG ยังคลุมเครือ

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากๆ ภายในงาน CES 2021 ที่ผ่านมา คงจะหนีไม่พ้นมือถือจอม้วนอย่าง LG Rollable ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ฤกษ์เปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ แต่ว่า…ตอนนี้อนาคตของแผนกสมาร์ทโฟน LG ถือว่าร่อแร่มากๆ จนถึงขนาดที่ว่าเจ้า LG Rollable อาจแท้ง ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันกับเขาก็ได้

โดยสำนักข่าวเกาหลีใต้ The Korea Herald ได้ออกมารายงานว่า จริงๆ แล้ว LG ยังไม่ได้วางแผน Timeline การเปิดตัวของมือถือสุดล้ำอย่าง LG Rollable ตามข่าวลือก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย บอกเพียงแต่ว่าตอนนี้พวกเขาพร้อมเปิดประตูให้กับทุกความเป็นไปได้ ซึ่งบอกตามตรงว่าตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ LG Rollable อาจจะถูกยุบโปรเจกต์ทิ้งกลางคัน

อนาคตแผนกสมาร์ทโฟนของ LG ตอนนี้บอกเลยว่าเข้าขั้นแย่สุดๆ เพราะพวกเขาประสบกับการขาดทุนมาตลอดนับตั้งแต่ปี 2015 นับตัวเลขเป็นเม็ดเงินได้กว่า 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จนถึงขนาดที่ว่าตอนนี้ทาง CEO ของ LG เอง ได้เตรียมที่จะยุติบทบาทในวงการมือถือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปิดฉากตำนานมือถือ LG

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าสุดท้าย แผนกมือถือของ LG ยังคงดำเนินต่อไป อนาคตของ LG Rollable ก็อาจจะไม่สดใสอยู่ดี เพราะคนในหลายฝ่ายมองว่ามือถือรุ่นนี้อาจทำยอดขายได้ไม่ดีนัก เนื่องจากในอดีต LG Wing ก็ประสบปัญหาขายไม่ค่อยออก ทำยอดไปได้ไม่ถึง 1 แสนเครื่อง แม้ว่าจะได้รางวัล CES Innovation Award ก็ตาม

 

ที่มา: GSMArena

from:https://droidsans.com/lg-rollable-might-not-live-to-see-the-light/

ลือ LG เตรียมขายโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนให้ Vingroup บริษัทยักษ์ใหญ่ของเวียดนาม

ต่อจากข่าว LG เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจสมาร์ทโฟนครั้งใหญ่ สื่อเกาหลีใต้สองรายคือ The Korea Times และ BusinessKorea รายงานข่าวตรงกันว่า LG กำลังเจรจากับ Vingroup กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของเวียดนาม ในการขายโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนให้

Vingroup เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เริ่มต้นมาจากการขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากนั้นสยายปีกไปยังธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น อสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ค้าปลีก รถยนต์ รวมถึงทำสมาร์ทโฟนของตัวเองในแบรนด์ Vinsmart ด้วย

ตามข่าวของ The Korea Times บอกว่ารัฐบาลเวียดนามต้องการขยายมายังธุรกิจไฮเทคอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม Vingroup สนใจซื้อแค่โรงงานผลิตสมาร์ทโฟนของ LG ในเวียดนาม บราซิล และจีน ส่วน LG จะยังคงธุรกิจด้านวิจัยและพัฒนามือถือของตัวเองต่อไป

ตัวแทนของ LG ให้สัมภาษณ์กับ The Korea Times ว่ายังเปิดรับข้อเสนอจากทุกฝ่าย

No Description

โทรศัพท์แบรนด์ Vinsmart ของ Vingroup

ที่มา – The Korea Times

from:https://www.blognone.com/node/120765

LG อาจถอนตัวจากวงการสมาร์ทโฟน หลังการแข่งขันในตลาดรุนแรงและขาดทุนมาตลอด 5 ปี

ในช่วงปีที่ผ่านมาเราได้เห็น LG พยายามจะกลับเข้ามาในตลาดมือถือด้วยการเปิดตัวทั้ง LG Velvet และมือถือจอหมุนสุดอินดี้อย่าง LG Wing แต่ล่าสุดมีข่าวว่า LG อาจจะกำลังตัดสินใจถอนตัวออกจากตลาดสมาร์ทโฟนภายในปีนี้ หลังพยายามต่อสู้มาอย่างหนัก แต่ก็ยังคงขาดทุนมาตลอดเป็นเวลากว่า 5 ปี แล้ว

แหล่งข่าวรายงานว่า CEO คนสำคัญของ LG อย่างนาย Kwon Bong-seok ได้ส่งบันทึกข้อความภายในถึงพนักงานบริษัท ระบุว่าปัจจุบันตลาดธุรกิจสมาร์ทโฟนทั่วโลกมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทางบริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจในทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมานั้น ทางแผนกสมาร์ทโฟนของ LG ได้ประสบปัญหาขาดทุนสะสมเป็นจำนวนเงินกว่า 5 ล้านล้านวอน หรือ 4.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทางเลือกที่ LG กำลังพิจาราณาอยู่นั้น ก็คือ 1. การขายธุรกิจสมาร์ทโฟน 2. ถอนตัวจากตลาดสมาร์ทโฟน หรือ 3. ลดขนาดของแผนกสมาร์ทโฟนลง

โดยยืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงานออกแน่นอน แต่ก็มีการย้ายพนักงานกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ไปทำหน้าที่ในแผนกอื่น ๆ แทน

นอกจากนี้ทางบริษัทก็ยังได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมว่า LG เตรียมจะถอนตัวจากวงการสมาร์ทโฟน ซึ่งความจริงก็คือตอนนี้ทางฝ่ายผู้บริหารกำลังตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนในทุก ๆ ทางเลือกอยู่ แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าสุดท้ายจะทำอย่างไรต่อไป

อย่างไรก็ตาม เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าทางบริษัท LG จะตัดสินใจในทางเลือกรูปแบบไหนเพื่อให้ได้แนวทางเหมาะสมที่สุดกับธุรกิจสมาร์ทโฟน เพราะ LG ได้บอกเอาไว้ว่ามือถือจอม้วนอย่าง LG Rollable ที่เผยโฉมในงาน CES 2021 ที่ผ่านมา จะมีการเปิดตัวและวางจำหน่ายจริง ๆ ภายในปี 2021…ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมือถือรุ่นดังกล่าวจะกลายเป็นมือถือรุ่นสุดท้ายจาก LG หรือเปล่าครับ

 

ที่มา : The Verge, CNET

from:https://droidsans.com/lg-might-quit-smartphone-business/

เผย LG เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจสมาร์ทโฟนครั้งใหญ่ ย้ายพนักงาน 60% ไปอยู่ฝ่ายอื่น

The Korea Herald รายงานว่า Kwon Bong-seok ซีอีโอ LG ได้ส่งบันทึกไปยังพนักงานเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟน ระบุว่าการแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์มือถือทั่วโลกมีความรุนแรงมากขึ้น LG จึงจำเป็นต้องตัดสินใจให้ถี่ถ้วนเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสม โดยทางเลือกนั้น มีทั้งการขายกลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟน หรือเลิกทำ หรือปรับขนาดส่วนธุรกิจนี้ โดยเขายืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงานจากการตัดสินใจในทุกทางเลือก

รายงานข่าวบอกว่าทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดคือปรับโครงสร้างลดขนาดส่วนธุรกิจสมาร์ทโฟน โดยพนักงานส่วนนี้ 60% จะย้ายไปอยู่ส่วนอื่นของ LG ซึ่งน่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการออกมาเร็ว ๆ นี้

LG เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนแนวใหม่ที่ยืดหดหน้าจอได้ในงาน CES ที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะช่วยยืนยันว่าบริษัทไม่น่าจะถอนตัวจากธุรกิจในระยะสั้น อย่างไรก็ตามธุรกิจสมาร์ทโฟนของ LG นั้น มีผลการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี ขาดทุนสะสมแล้วราว 5 ล้านล้านวอน จึงมีแนวทางปรับโครงสร้างธุรกิจมาตลอด เมื่อปลายปีที่แล้วก็มีข่าวว่าจะมาเน้นการพัฒนารุ่นเรือธงให้มากขึ้น และเอาท์ซอร์สรุ่นกลาง-ล่าง ตั้งแต่การวิจัย พัฒนา จนถึงการผลิตทั้งหมด

ที่มา: The Korea Herald

LG Smartphone

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120716

สรุปเปิดตัวทีวี LG ทั้งหมดในงาน CES 2021 ขนขบวนทีวีมากมายทั้ง OLED และ QNED mini LED

ในงาน CES 2021 ที่ครั้งนี้จัดขึ้นผ่านทาง Live สดทาง LG ก็ได้ขนขบวนเอาเทคโนโลยีเจ๋ง ๆ มาเปิดตัวมากมายซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นไลน์อัปทีวีใหม่ ๆ มากมายที่จะวางขายในปี 2021 นี้ไม่ว่าจะเป็น OLED หรือ QNED mini LED ซึ่งถือว่าซีรีส์ทีวีตัวแรกที่หยิบเอาเทคโนโลยี mini LED มาใช้เพื่อช่วยให้ทีวี LED มีคุณภาพการแสดงผลที่ดีขึ้น

LG OLED TV ที่จะเปิดตัวในปี 2021

ในไลฟ์ CES 2021 ทาง LG ก็ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับไลน์อัปทีวี OLED ที่จะเปิดตัวในปี 2021 มาพอสมควรซึ่งสรุปได้ว่าจะเปิดตัวมาด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่นได้แก่ LG Z1, G1,C1,B1 และ A1

ในทั้งหมดจะมีตัว LG G1 ที่จะเปิดตัวมาพร้อมกับเทคโนโล OLED แบบใหม่ที่ใช้ชื่อว่า OLED evo ซึ่งทาง LG เคลมว่าพาเนลใหม่ตัวนี้จะมาพร้อมกับระดับความสว่างที่สูงขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่ทีวี OLED ทำได้ยากที่สุด โดยจะมาเปิดตัวมาให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาดด้วยกันได้แก่ 55 นิ้ว 65 นิ้ว และใหญ่สุดที่ 77 นิ้ว

LG C1 ที่ดูเหมือนจะเป็นรุ่นต่อจาก LG CX ของเมื่อปี 2020 มาในขนาดตั้งแต่ 48 นิ้วไปจนถึง 83 นิ้วเลยทีเดียว ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ที่มาพร้อมไซส์ใหญ่ขนาดนี้ แต่รุ่น C1 จะไม่ได้มาพร้อมกับเทคโนโลยี OLED evo ทำให้ดูเหมือนจะเป็นฟีเจอร์พิเศษที่ถูกนำไปใช้ในรุ่น G1 ที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้น

ถัดมาในรุ่นของ Z1 ที่คาดว่าจะเป็นรุ่นความละเอียด 8K ที่มาให้เลือก 2 ขนาดด้วยกันได้แก่ 77 นิ้ว และ 88นิ้ว ส่วนทางด้านของรุ่น A1 และ B1 ก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรมากนอกจากว่าจะมีขนาด 55 นิ้ว และ 65 นิ้วที่จะทำมาวางขาย

เทคโนโลยีประมวลผลภาพ Alpha9 Gen 4

ในรุ่น Z1, G1 และ C1 ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยีประมวลผลภาพรุ่นใหม่ Alpha9 Gen 4 ที่ทาง LG ได้เคลมว่าตัวชิปจะทำการประมวลผลภาพผ่านอัลโกริทึม Deep Learning ในการ upscale ภาพที่แสดงผลอยู่บนจอให้มีความคมชัด รายละเอียดดีขึ้น มาพร้อมฟีเจอร์ที่เรียกว่า AI Picture Pro ที่ทำให้ตัวทีวีสามารถตรวจจับสิ่งของต่าง ๆ บนภาพไม่ว่าจะเป็นหน้าคน หรือตัวคนได้ แถมยังสามารถแยกแยะ Foreground และ Background ของตัวภาพแล้วปรับภาพให้เหมาะสมได้อีกด้วย

ฟีเจอร์ด้านเสียงที่ได้รับการอัปเกรด

ทีวีที่ได้รับเทคโนโลยี Alpha9 Gen 4 นอกจากจะได้การประมวลผลภาพที่ดีขึ้น ยังได้รับระบบเสียงที่ได้รับการพัฒนาใหม่อย่าง AI Sound Pro ที่ช่วยให้ลำโพงสามารถขับเสียงเซอร์ราวด์ 5.1.2 รอบทิศแถมยังรองรับฟีเจอร์ Dolby Atmos ในตัวอีกด้วย

นอกจากฟีเจอร์เรื่องคุณภาพเสียง LG Alpha Gen 4 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Auto Volume Leveling ที่จะช่วยปรับระดับเสียงโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้งานเปลี่ยนช่องต่าง ๆ เพื่อให้ระดับเสียงคงที่ไม่ต้องคอยเพิ่มลดระดับ Volume เอง

หน้าตา UI และ Software ที่ดีขึ้น

สำหรับทีวี LG รุ่นปี 2021 ทั้งหมดก็จะได้รับการอัปเดต webOS 6.0 พร้อมหน้า Home แบบใหม่ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ ๆ มากมาย อีกทั้งตัว Magic Remote ก็ได้ถูกดีไซน์ใหม่ทั้งรูปร่างที่จับถือง่ายขึ้น และปุ่ม Hotkey ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าแอปสตรีมมิ่งยอดนิยมได้ภายในคลิ๊กเดียว ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Prime Video, Disney Plus และ LG Channel 

ตัวรีโมตยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ NFC เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถแรกที่ Remote เพื่อเชื่อมต่อกับมือถือได้อย่างง่าย ๆ และรวดเร็วเพื่อเปิดใช้งาน Screen Mirroring เพื่อให้จอมือถือโผล่ขึ้นไปบนทีวี หรือจะ Reverse Mirroring เพื่อเอาคอนเท้นที่เล่นอยู่บนทีวีมาดูต่อบนโทรศัพท์ของเราก็ทำได้เช่นกัน

รองรับฟีเจอร์ HDMI 2.1

ในรุ่น Z1, G1 และ C1 ก็ยังมาพร้อมกับช่องเสียบ HDMI 2.1 ทำให้สามารถใช้ฟีเจอร์อย่างการเล่นเกมภาพ 4K/120FPS หรือ 8K/60FPS ได้ แถมทีวีทั้ง 3 เครื่องยังรองรับฟีเจอร์ NVIDIA GSYNC และ AMD FreeSync เพื่อลดความหน่วงการแสดงผลเป็น 1ms เพื่อที่สุดของอรรถรสในการเล่นเกมนั่นเอง ทำให้ทีวี LG ทั้งสามรุ่นนี้เป็นรุ่นที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่เลงจะซื้อ PS5 มาเล่น

สุดท้ายในส่วนรุ่นของ G1, C1, B1 และ A1 ก็จะได้รับอุปกรณ์เสริมใหม่ที่ชื่อ Gallery Stand ที่มาในลักษณะหน้าตาเหมือนกับขาตั้งรูปเอาไว้สำหรับวางทีวีแทนการแขวนผนังเหมือนรุ่นก่อน ๆ ดูแล้วก็โออ่าไปอีกแบบนะครับ

ทีวี LG QNED mini LED

นอกจากไลน์อัปทีวี OLED แล้วทาง LG ก็ได้เปิดตัวทีวีซีรีส์ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี mini LED ของตัวเองเป็นครั้งแรก มาในชื่อ LG QNED mini LED มาพร้อม LED จำนานมากถึง 30,000 ตัวพร้อมทั้ง Dimming Zones ถึง 2,500 โซน ทำให้จอ QNED mini LED เป็นจอภาพที่มี Contrast Ratio สูงกว่าทีวี LED ทั่วไปนั่นเอง

ทีวี QNED mini LED ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Quantum dot หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า Quantum NanoCell Emitting Diode ที่ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับตัวจอ พร้อมทั้งทำให้สีสวยสดมมากขึ้น ทำให้ LG QNED mini LED เป็นทีวีที่สามารถหยิบมาสู้กับทาง OLED ได้ในราคาที่จับต้องได้มากขึ้นนั่นเอง

โดย LG QNED Mini LED จะเปิดตัวทีวีออกมาด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่น 4 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ QNED 58, QNED 90, QNED 95 และ QNED 99 ส่วนจะเปิดตัวเมื่อไหร่ และราคาเท่าไหร่นั้นก็ต้องอดใจรอข่าวอัปเดตกันต่อไปครับ

Source: GSMArena, AndroidAuthority 

from:https://droidsans.com/lg-announced-new-oled-andqned-tv-line-up-in-ces-2021-live-conference/

Samsung และ Google ครองแชมป์อัป Security Patch ไวและบ่อยสุด ส่วน OnePlus ทำผลงานน่าผิดหวัง

เว็บไซต์ Android Police ร่วมกับสื่อไอทีนอกชื่อดังมากมาย ได้จับมือร่วมกันทำสถิติเผยให้เห็นว่าสมาร์ทโฟน Android ค่ายไหนปล่อยอัปเดตแพทช์รักษาความปลอดภัย (Security Patch) ตรงเวลาและบ่อยที่สุด รวมถึงนับวันดีเลย์ให้ด้วยว่าเจ้าไหนเลื่อนออกไปเยอะที่สุด ผลสรุปคือ Google และ Samsung ยืนหนึ่ง ส่วน OnePlus จากแต่ก่อนได้ฉายาน้องๆ Google ตอนนี้กลับมีผลงานที่แทบจะแย่ที่สุดในกลุ่มเพื่อน

แพทช์รักษาความปลอดภัย (Security Patch) สำคัญยังไง

แม้ว่าเพื่อนๆ จะไม่เคยเอาสมาร์ทโฟนสุดที่รักของตัวเองไปดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอป APKs อะไรแปลกๆ แต่นั้นก็ไม่ได้แปลว่ามือถือของเราจะไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงของการถูกขโมยข้อมูลหรือถูกแฮคนะครับ เพราะระบบ Android เองก็ไม่ได้ปลอดภัยอะไรนัก 100% เหล่าบรรดาแฮคเกอร์หมวกดำต่างเจาะเข้าระบบและเจอกับช่องโหว่อยู่เป็นประจำ ทำให้ Google จำเป็นต้องปล่อยแพทช์รักษาความปลอดภัยหรือเจ้า Security Patch กันเป็นประจำทุกๆ เดือน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้สมาร์ทโฟนของเรานั้นถูกแฮคหรือโดนขโมยข้อมูลนั่นเอง

Google และ Samsung กวาดคะแนน 10 เต็ม 10 – Sony น่าพอใจ – OnePlus ต่ำกว่ามาตรฐาน

ไม่แปลกใจเลยที่ Google จะได้คะแนน Perfect Ten คว้า 10 เต็ม 10 ไปแบบไม่มีการโดนหักคะแนนใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากมือถือตระกูล Pixel จัดเป็นสมาร์ทโฟน Android แบบเลือดบริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีเลือด Muggle มาผสมเลย แต่ที่น่าว้าวที่สุดก็คือ Samsung ก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน ได้คะแนนเท่ากับ Google เป๊ะๆ ถือว่ามีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดมากๆ จากแต่ก่อนยังดูถูกแคลนเรื่องการปล่อยอัปเดตอะไรแบบนี้อยู่เลย

ขณะที่ Sony และ LG ก็เป็นอีกสองแบรนด์ที่มีปล่อยอัปเดต Security Patch ไวและตรงเวลาไม่แพ้กันกับสองเจ้าที่กล่าวไปข้างต้น จะมีแค่ Xperia 1 เท่านั้นที่เหมือนจะทำผลงานออกมาได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ข้ามการอัปเดตไปหลายเดือนพอสมควร

แต่ที่น่าห่วงแบบสุดๆ ก็คือ OnePlus นี่แหละ ที่แต่ก่อนพวกเขาถือว่ามีการปล่อยอัปเดตแพทช์รักษาความปลอดภัยต่างๆ ได้ไวไม่แพ้กับ Google แต่พอเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2020 – 2021 ก็พบว่าตอนนี้เหมือนว่าพวกเขามี Performance ที่ตกลงอย่างเห็นได้ชัด โดยทั้ง OnePlus 7 Pro, OnePlus 7T Pro และ OnePlus 8T ต่างได้รับอัปเดตที่ช้าแบบช้ามากๆ จะมีแต่ OnePlus 8 Pro เท่านั้นที่ได้รับ Security Patch แบบค่อนข้างตรงเวลา (แต่ก็ยังถือว่าดีเลย์เยอะอยู่)

ซึ่งถ้ามานั่งนับวันดีเลย์แบบจริงๆ จะเห็นว่า OnePlus 8T นั้นโดนเลื่อนแบบเกือบสองเดือนเลยทีเดียว ถ้าไม่นับ ASUS ที่ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความไวในการปล่อยอัปเดต ก็มี OnePlus นี่แหละ ที่อย่างน้อยๆ ต้องมีดีเลย์เกือบๆ 1 เดือนตลอดเวลาอัปแพทช์รักษาความปลอดภัย หรือจะพูดง่ายๆ ก็แบบ คนอื่นเขาไปเดือน 2 – 3 กันหมดแล้ว แต่พี่ OnePlus ของเราเพิ่งจะอยู่ที่เดือน 1 เท่านั้น

ณ วันที่ 13 มกราคม 2021 แพทช์รักษาความปลอดภัยของ OnePlus 8 Pro ยังอยู่ที่เดือนธันวาคมปีที่แล้วอยู่เลย

 

ขอบคุณข้อมูล: Android Police

Thumbnail: MKBHD

from:https://droidsans.com/android-ranking-security-patch-update/