คลังเก็บป้ายกำกับ: LG

LG เปิดตัว Direct View LED จอขนาดยักษ์จับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ใหญ่สุด 325 นิ้ว

LG เปิดตัว Direct View LED (DVLED) เป็นจอขนาดยักษ์สำหรับลูกค้าที่ต้องการจอ (หรือทีวี) ขนาดเท่าบ้านไว้สำหรับความบันเทิงในครอบครัวลักษณะเดียวกับ The Wall ของ Samsung โดยจอจาก LG นี้เน้นจับกลุ่มตลาดไฮเอนด์โดยเฉพาะ

DVLED ของ LG ใช้หลอด LED หลายล้านหลอดเพื่อทำให้เกิดเป็นภาพ มีตัวเลือกหลักคือ 2K Full HD, Dual 2K Ultra Stretch, 4K Ultra HD, Dual 4K Ultra Stretch และ 8K Ultra HD ซึ่งตัวจอสามารถเลือกได้ตั้งแต่ 108 ไปจนถึง 325 นิ้ว พร้อมระบบควบคุมจอ LG Controller ที่รัน WebOS ให้ใช้งาน

ตอนนี้ LG เริ่มรับออร์เดอร์ DVLED สำหรับผู้สนใจแล้ว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 7 หมื่นดอลลาร์ไปจนถึง 1.7 ล้านดอลลาร์ ขึ้นกับขนาด, ความละเอียด และพิกเซลของจอ

ที่มา – LG, Gizmodo, Engadget

No Description
ภาพจาก LG

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/124745

LG เปิดตัว “Real Folding Window” สำหรับมือถือจอพับ รอยย่นน้อยลง แข็งแรงเหมือนกระจก

LG ประกาศประสบความสำเร็จในการพัฒนา “Real Folding Window” วัสดุปิดทับหน้าจอชนิดใหม่สำหรับอุปกรณ์ประเภทจอพับ ชูจุดเด่นยืดหยุ่นเหมือนพลาสติก แข็งแรงเหมือนกระจก แต่ไม่มีปัญหาเรื่องการแตกร้าว สามารถทนทานต่อการพับได้มากถึง 200,000 ครั้ง ลดการเกิดรอยย่น และต้นทุนถูกลงกว่าเดิม เตรียมเข้าสู่กระบวนการผลิตจำนวนมากในปี 2565 และจะเริ่มจำหน่ายอย่างเต็มรูปแบบในปี 2566

LG ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคเกี่ยวกับ Real Folding Window มากเท่าไหร่นัก บอกเพียงแค่ว่า เป็นวัสดุชนิดใหม่ที่ “เคลือบ” อยู่บนแผ่นฟิล์ม PET ทั้งหน้าและหลังอีกทีหนึ่งด้วยความบางระดับไมโครเมตร รองรับการนำไปใช้งานกับอุปกรณ์จอพับทั้งแบบพับเข้าและพับออก

ยิ่งไปกว่านั้น LG ยังมีแผนที่จะนำเอาเฉพาะ “กระบวนการเคลือบ” เพียงอย่างเดียว (ไม่มีแผ่นฟิล์ม PET เป็นแกนกลาง) ไปใช้งานกับอุปกรณ์ประเภทจอม้วนหรืออื่น ๆ ที่ต้องการความบางเป็นพิเศษในอนาคตอีกด้วยครับ

 

ที่มา : LG

from:https://droidsans.com/lg-introduces-real-folding-window/

Apple อาจให้ LG เป็นผู้ผลิตโมดูลกล้อง Periscope สำหรับ iPhone รุ่นใหม่แทน Samsung เพราะปัญหาด้านสิทธิบัตร

มีรายงานเกี่ยวกับแผนการพัฒนากล้องปริทรรศน์ (periscope) สำหรับ iPhone ออกมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว และเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตร “กล้องพับ (folded camera)” ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม แต่ล่าสุด Apple กำลังเผชิญกับปัญหาบางอย่าง เมื่อบริษัทฯ ไม่สามารถใช้บริการจาก Samsung ให้เป็นผู้ผลิตรายหลักได้อย่างที่ควรจะเป็น เพราะติดปัญหาเรื่องสิทธิบัตร จึงอาตต้องหันไปพึ่งพา LG แทนอย่างเลี่ยงไม่ได้

Samsung ถือครองสิทธิบัตรกล้องปริทรรศน์ Apple ไม่สามารถนำไปใช้งานได้

Samsung ได้เข้าซื้อกิจการ Corephotonics 2562 ทำให้บริษัทฯ ได้ครอบครองสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับกล้องปริทรรศน์ในสมาร์ทโฟนจำนวนหลายฉบับไปโดยปริยาย ซึ่งมีลักษณะการทำงานแบบเดียวกับ สิทธิบัตร “กล้องพับ” ด้วยเหตุนี้ Apple จึงไม่สามารถนำมาใช้งานได้


สิทธิบัตร “กล้องพับ” ของ Apple แบบปริซึมคู่ มีระยะซูมออปติคัล 3 เท่า

ให้ LG เป็นผู้รับผิดชอบหลัก แล้วขอซื้อชิ้นส่วนจาก Samsung แทน

ทางออกสำหรับ Apple คงหนีไม่พ้นการมอบหมายให้ LG เป็นผู้รับผิดชอบหลักแทน แล้วไปขอซื้อเฉพาะชิ้นส่วนที่เรียกว่า “แอกทูเอเตอร์ (actuator)” จาก Samsung โดยชิ้นส่วนนี้มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ ที่ครอบทับกระบอกเลนส์และชิ้นส่วนอื่น ๆ ตลอดจนถึงเซนเซอร์ภาพ คอยทำหน้าที่ควบคุมกลไกภายในให้ชิ้นเลนส์ขยับไปยังตำแหน่งที่ควรจะเป็นขณะโฟกัส


แอกทูเอเตอร์ มีหน้าตาเป็นแบบนี้

แอกทูเอเตอร์ของ Samsung นั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะเป็นชนิด “บอลไกด์” ทำงานโดยอาศัยการเคลื่อนที่ของลูกบอลขนาดจิ๋วผ่านรางสไลด์ ซึ่งมีระดับการควบคุมที่ละเอียดสุด ๆ จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำไปใช้งานกับกล้องปริทรรศน์ที่ต้องการความแม่นยำสูง (ตามทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่เพิ่มขึ้น) แตกต่างจาก iPhone ในปัจจุบันที่ใช้กลไกแบบสปริงที่ผลิตโดย Alps และ Mitsubishi


แอกทูเอเตอร์ : ประเภทบอลไกด์ (ซ้าย) / ประเภทสปริง (ขวา)

ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่ Apple ต้องขบคิดต่อไปอีก

เรื่องชวนปวดหัวยังไม่จบลงง่าย ๆ เพียงเท่านี้ เพราะเจ้าแอกทูเอเตอร์ของ Samsung นั่นพ่วงมากับโมดูลกันสั่นของ JAHWA เสียอีก (ทั้งคู่ร่วมมือกันพัฒนา) ทาง JAHWA จึงเป็นกังวลว่า อาจไม่สามารถส่งมอบชิ้นส่วนนี้ให้กับ Apple ได้

Apple คงต้องมองหาผู้ผลิตรายอื่นสำหรับจัดหาโมดูลกันสั่น และยังมีปัญหาที่ต้องคิดในขั้นถัดไปคือ จะนำมารวมเข้ากับแอกทูเอเตอร์ของ Samsung ให้มีขนาดเล็กเหมือนต้นฉบับได้หรือไม่ ? (เพราะแบบที่มาเป็นชิ้นเดียวสำเร็จรูปจะประหยัดพื้นที่กว่า)

Apple ยังมีเวลาจนถึงปีหน้า

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ของสื่อต่างประเทศ “กล้องพับ” นี้จะถูกนำไปใช้งานกับ iPhone 14 ที่จะออกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 ดังนั้น Apple จึงยังมีเวลาเหลืออีกนานให้คิดหาวิธีแก้ไขในเรื่องนี้กันต่อไปครับ ผลลัพธ์สุดท้ายจะลงเอยอย่างไร ช่างน่าติดตามจริง ๆ 🤔

 

ที่มา : TheElec | Alps

from:https://droidsans.com/apple-iphone-14-periscope-camera-lg-samsung/

Corning เตรียมนำ “เลนส์เหลว” ไปใช้งานในวงการแพทย์และภาคอุตสาหกรรม – ส่วนสมาร์ทโฟนยังต้องรอลุ้น

เมื่อปีกลาย Corning และ LG ได้จับมือพัฒนาเทคโนโลยี “เลนส์เหลว” ขึ้นมา โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้ ทั้งคู่ได้ยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้รวมกัน 16 ฉบับ (ไม่นับสิทธิบัตรอื่น ๆ ก่อนหน้านี้อีกกว่า 100 ฉบับ ที่ LG เป็นผู้ถือครองเป็นส่วนใหญ่) ซึ่งมีการคาดการณ์จะว่า เลนส์เหลวจะถูกนำไปใช้งานกับสมาร์ทโฟน แต่จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุดต่อสื่อต่างประเทศ Corning บอกว่า “จะนำไปใช้ในภาคการแพทย์และอุตสาหกรรมต่าง ๆ”

Corning บอกกับ TheElec ว่า บริษัทฯ จะมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการนำเลนส์เหลวไปประยุกต์ใช้งาน โดยพิจารณาจากความสำเร็จในภาคการแพทย์และอุตสาหกรรม ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่จะถูกนำไปใช้งานกับอุปกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟนในอนาคตจึงไม่ได้เป็นศูนย์เสียทีเดียว (แม้จะไม่มีการเอ่ยถึงในครั้งนี้เลยก็ตาม)


ภาพจาก Optics Mag

เมื่อเปรียบเทียบเลนส์เหลวกับเลนส์ปกติแล้ว ฝ่ายแรกมีข้อดีที่เหนือกว่าหลายข้อ ยกตัวอย่างเช่น น้ำหนักเบากว่า บางกว่า ทนทานมากกว่า โฟกัสไวกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า เป็นต้น เพราะมีชิ้นส่วนน้อย และใช้แรงดันไฟฟ้าในการควบคุมของเหลวที่อยู่ภายในเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้หักเหแสงได้สอดคล้องกับทางยาวโฟกัสหรือระยะโฟกัสที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องอาศัยมอเตอร์ในการขับเคลื่อนชิ้นเลนส์แบบเลนส์กลไกทั่วไป จึงไม่เสี่ยงต่อความเสียหายที่เกิดจากการกระแทกจากภายนอก

อย่างไรก็ตาม เลนส์เหลวยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง สำหรับกรณีที่มีการขนส่งทางอากาศอาจส่งผลให้ของเหลวภายในเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติไป (น่าจะเป็นเพราะอุณหภูมิ) ซึ่งคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า Corning และ LG จะหาทางจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างไรครับ

จนถึงตอนนี้ Xiaomi เป็นเพียงรายเดียวที่นำเลนส์เหลวไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนของตัวเองใน Mi MIX FOLD ส่วน HUAWEI มีข่าวลือก่อนใครเพื่อนมาตั้งแต่ปี 2561 แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เพิ่มเติม

 

ที่มา : TheElec (1, 2)

from:https://droidsans.com/corning-lg-liquid-lens-medical-industrial/

TV อาจมีราคาถูกลงภายในช่วงสิ้นปีนี้ เพราะต้นทุน LCD เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว

อุปกรณ์ในกลุ่มทีวีและมอนิเตอร์มีราคาแพงขึ้นกว่าปกติมาได้ราว 1 ปีแล้ว เนื่องจากโดนผลกระทบหลายทาง ทั้งวิกฤตชิปขาดตลาด และการที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ LG ได้ลดกำลังการผลิตลงพาเนล LCD ลง ซึ่งสวนทางกับความต้องการที่มากขึ้นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตาม Omdia ได้รายงานว่า ราคาทีวีมีแนวโน้มกลับมาสู่สภาวะปกติหลังจากแผงราคา LCD เริ่มต่ำลงในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 เป็นต้นไป เร็วกว่าที่เคยประเมินเอาไว้ตอนแรกนิดหน่อย


ราคาทีวีพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ มาตั้งแต่ปีกลาย ตามรายงานของ DSCC

Samsung และ LG มีความตั้งใจจะยุติสายการผลิตพาเนล LCD ตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2563 จากความนิยมที่เริ่มเสื่อมถอยตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา แต่เพราะตลาดทีวีกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงโควิด-19 ขณะที่ผู้คนทำงานหรือเรียนออนไลน์จากที่บ้าน ประกอบกับในระหว่างที่สองยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ได้เริ่มลดกำลังการผลิตลงนั้น ทำให้อำนาจต่อรองทางธุรกิจกับผู้ผลิตจากฝั่งจีนลดน้อยลง สุดท้ายทั้งคู่ต้องปรับแผนเสียใหม่ เลื่อนออกไปเป็น 2565 แทน เพื่อตรึงราคาเอาไว้ (เพราะ Samsung และ LG เป็นทั้งผู้ผลิตแผงหน้าจอ LCD และทีวีใหญ่)

นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องต้นทุนพาเนล LCD ที่ลดลงแล้ว สื่อต่างประเทศยังวิเคราะห์ว่า การแข่งขันกันเองระหว่างผู้ผลิตจากเกาหลีใต้และจีนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทีวีจะมีราคาถูกลงอย่างที่ควรจะเป็นตามปกติอีกด้วยครับ

 

ที่มา : IT Home | DSCC

from:https://droidsans.com/lcd-tv-price-come-down-q3-2021/

LG เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตจอ OLED เป็น 2 เท่า สำหรับสินค้าใหม่ ๆ ของ Apple ในอนาคต

LG Display ซัพพลายเออร์ที่ผลิตจอให้ Apple รองมาจาก Sams […] More

from:https://www.iphonemod.net/lg-double-oled-display-for-apple-products.html

แอลจีพร้อมให้คนไทยสัมผัสนวัตกรรมหน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM Gen 2

หลังประสบความสำเร็จในการเปิดตัวหน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM ครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยผลตอบรับที่ดีและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สานต่อนวัตกรรมการฟอกอากาศครั้งใหม่ 

เปิดตัวหน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM Gen 2 (LG PuriCareTM Wearable Air Purifier Gen 2) ที่ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี VoiceONTM ที่มาพร้อมไมโครโฟนเพื่อขยายเสียงพูดให้คมชัดขณะสวมใส่หน้ากากฟอกอากาศ 

สร้างความชัดเจนให้กับทุกการสื่อสาร หายใจสะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบพัดลมคู่ (DUAL fans) ระบายอากาศด้วยความเร็วของพัดลมที่ปรับให้เหมาะสมกับกิจกรรมและอัตราการหายใจของผู้สวมใส่อย่างอัตโนมัติ พร้อมขนาดที่เล็กลง น้ำหนักเบาเพียง 94 กรัม และดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อให้แนบชิดสนิทไปกับทุกสรีระใบหน้า 

เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกการเคลื่อนไหว โดยยังคงฟอกอากาศได้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยแผ่นกรองอากาศ HEPA H13 Class ดักจับอนุภาคในอากาศที่เป็นอันตราย รวมถึงฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

LG PuriCareTM Gen 2

หน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM Gen2 มาพร้อมเทคโนโลยี VoiceONTM ไมโครโฟนเพื่อช่วยขยายเสียงพูดให้คมชัด

ขณะสวมใส่หน้ากากฟอกอากาศ สร้างความชัดเจนให้กับทุกการสื่อสาร

หน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM Gen 2 เป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ฟอกอากาศแบบสวมใส่อันล้ำสมัยล่าสุดภายใต้กลุ่มแอลจี เพียวริแคร์ โดยได้รับการรับรองประสิทธิภาพจาก บริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (TUV Rheinland) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านการตรวจสอบและการทดสอบ โดดเด่นด้วยแผ่นกรองอากาศ HEPA H13 Class ทำให้หน้ากากฟอกอากาศ แอลจี เพียวริแคร์ ฟอกอากาศได้อย่างสะอาดหมดจด พร้อมดักจับอนุภาคขนาดเล็กในอากาศที่เป็นอันตราย 

รวมถึงฝุ่น PM2.5 และเขม่าควันที่ปะปนอยู่ในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผสานกับการทำงานของกรอบครอบจมูกที่ทำจากแผ่นซิลิโคนซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพิ่มความกระชับและช่วยป้องกันมลภาวะในอากาศไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปในหน้ากาก 

มาพร้อมกับแผ่นกรองด้านใน (inner cover) ที่ช่วยป้องกันละอองฝอยต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้บริโภคจะได้สูดอากาศที่สะอาดและปลอดภัยทั้งลมหายใจเข้าและลมหายใจออก และยังคงมอบความสบายสำหรับการสวมใส่ตลอดวัน และสามารถเลือกซื้อสายคาดศีรษะ (cover band) เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความกระชับได้อีกด้วย

หน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM Gen 2 ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาขึ้น

และแนบชิดสนิทไปกับทุกสรีระใบหน้า ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทุกการเคลื่อนไหว

หน้ากากฟอกอากาศรุ่นใหม่จากแอลจีมาพร้อมสายชาร์จ USB ความเร็วสูงในตัวที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่หน้ากากฟอกอากาศจนเต็ม ให้พร้อมใช้งานได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เพื่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมง และอำนวยความสะดวกต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุค IoT ผ่านการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน LG Puricare Wearable Air Purifier ผ่านบลูทูธ เพื่อควบคุมเปิด-ปิดผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา 

ควบคุมการไหลเวียนของอากาศภายในหน้ากากฟอกอากาศ ควบคุมระดับเสียงของไมโครโฟนภายในหน้ากากตามความต้องการ และฟังก์ชั่นการจัดการแผ่นกรองอากาศ เพื่อให้แน่ใจว่าหน้ากากฟอกอากาศจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวจะพร้อมให้บริการในช่วงปลายปีนี้

หน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM Gen 2 ได้รับการพัฒนาให้ผู้สวมใส่หายใจได้สะดวกขึ้น ด้วยระบบพัดลมคู่ (DUAL fans)

ที่ช่วยระบายอากาศด้วยความเร็วของพัดลมที่จะปรับให้เหมาะสมกับกิจกรรมและอัตราการหายใจแบบอัตโนมัติ

นอกจากนี้ แอลจียังส่งนวัตกรรมเพื่อการทำงานควบคู่กันด้วยกล่องฆ่าเชื้อ UV แอลจีรุ่นใหม่ อุปกรณ์เสริมเพื่อทำความสะอาดหน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM Gen 2 โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี UVnano ที่สามารถขจัดแบคทีเรียบนพื้นผิวของหน้ากากฟอกอากาศได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาเพียง 30 นาที 

และยังสามารถตรวจสอบการทำงานและประวัติการใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน LG ThinQ™ ผ่าน Wi-Fi กล่องฆ่าเชื้อ UV รุ่นใหม่ยังสามารถใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ขนาดเล็กอื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ และแว่นตาได้อีกด้วย

หน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCareTM Gen 2 จะวางจำหน่ายใน 2 สี ได้แก่ สีขาว (creamy white) และสีดำ (ocean black) ในราคา 6,490 บาท โดยรุ่นสีขาวพร้อมจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป ส่วนรุ่นสีดำ และกล่องฆ่าเชื้อ UV แอลจีรุ่นใหม่ จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนกันยายน พ.ศ.2564 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมติดตามกิจกรรมต่างๆ จากแอลจีได้ทาง

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/lg-puricare-gen-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=lg-puricare-gen-2

จาก TV ไร้ปลั๊ก สู่ Smartphone พับจอได้ จับกระแสการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ LG และ Samsung

ด้วยขีดจำกัดทางเทคโนโลยี หรือถึงทำให้ดีขึ้น ผู้บริโภคก็ใช้งานไม่คุ้ม แบรนด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์จึงผลิตสินค้าให้มีมากกว่าหน้าที่ของมัน เช่น TV มีขาตั้งพร้อมหน้าจอสัมผัสของ LG และ Smartphone พับได้ของ Samsung

lg samsung

LG Standby Me TV ที่อยู่ที่ไหนก็ได้

เริ่มต้นที่ LG กันก่อน เพราะบริษัทเปิดตัว LG Standby Me โทรทัศน์รูปแบบใหม่ที่มาพร้อมขาตั้ง และหน้าจอขนาด 27 นิ้วแบบสัมผัส แถมเอาไปวางไว้ที่ไหนก็ได้ในบ้านผ่านการมีแบตเตอรี่ในตัว ถือเป็นการยกระดับโทรทัศน์จากที่ใช้รับชมผ่านการวางไว้อยู่กับที่ กลายเป็นจอภาพอัจฉริยะที่วางอยู่ที่ใดก็ได้

แนวคิดการออกแบบ LG Standby Me ทาง LG ระบุว่า ปัจจุบันผู้บริโภคต่างรับชมสื่อบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต และแล็ปท็อป ซึ่งทั้งหมดนี้มีหน้าจอที่ค่อนข้างเล็ก และมันน่าจะดีกว่าถ้ามีหน้าจอขนาดใหญ่ที่พร้อมมอบความบันเทิงให้กับพวกเขา

สำหรับ LG Standby Me จำหน่ายในเกาหลีใต้เท่านั้น ราคา 1.29 ล้านวอน หรือราว 37,000 บาท ขายเฉพาะช่องทางออนไลน์ ปัจจุบันขายหมดแล้ว และสินค้าจะพร้อมจำหน่ายอีกครั้งในเดือน ก.ย. ซึ่งปัจจุบันมีผู้ซื้อรอคิวกว่า 1,400 คน แสดงให้เห็นถึงความนิยมของโทรทัศน์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

Samsung กับการต่อยอด Smartphone พับได้

ในเวลาห่างกันไม่นาน Samsung เปิดตัว Smartphone พับได้อีกครั้ง โดยคราวนี้เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นคือ Galaxy Z Fold3 กับ Galaxy Flip3 ถือเป็นการเพิ่มความแตกต่างให้กับ Smartphone ในตลาดด้วยด้วยการใช้งานแบบใหม่ แทนที่จะเป็นคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น หน้าจอใหญ่, กล้องชัด หรือซีพียูเร็วแรง

เพราะต้องยอมรับโดยดีว่า นวัตกรรมที่ใส่ลงมาใน Smartphone ในตอนนี้ก็ตอบโจทย์การใช้งานได้แทบจะทุกแง่มุม และถึงจะใส่เข้าไปอีก ก็ไม่รู้ใส่เข้าไปอีกทำไม ดังนั้นการเข้ามาแข่งขันด้วยรูปแบบการใช้งานใหม่ ๆ น่าจะตอบโจทย์ และจูงใจ รวมถึงเพิ่มความแตกต่างใหักับ Smartphone ในตอนนี้ได้ง่ายกว่า

แม้ราคาของ Galaxy Fold3 กับ Galaxy Filp3 จะค่อนข้างสูง หรือเริ่มต้น 34,900 บาท ถึงสูงสุด 61,900 บาท แต่ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่า หากผู้บริโภคยินดีที่จะใช้งาน Smartphone รูปแบบใหม่ แบรนด์คู่แข่งที่เปิดตัว Smartphone รุ่นต้นแบบออกมาแล้วบ้าง น่าจะกดราคาลงมาให้เอื้อมถึงง่ายขึ้น

samsung galaxy z

แก้จุดอ่อน พร้อมเพิ่มความแตกต่าง

อ้างอิงจากบทความของ New York Times ที่รายงานว่า Smartphone จอพับได้ออกแบบมาตอบโจทย์ความชื่นชอบหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ไม่อยากพกโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่จนเกินไป ทั้งยังเพิ่มความแตกต่าง และยกระดับการใช้งาน Smartphone ขึ้นไปอีกขั้น

นอกจากนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ แบรนด์ผู้ผลิตต่างพัฒนาให้เป็นมากกว่าแค่หน้าที่ของมัน เช่นตู้เย็นที่มีจออัจฉริยะเพื่อใช้ดูของในตู้เย็น และให้ความบันเทิงระหว่างทำอาหาร รวมถึงโทรทัศน์แบบเหลี่ยม ๆ ที่ออกแบบให้เป็นกรอบรูปแสดงงานศิลปะได้

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าหลังจากนี้จะได้เห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่เป็นมากกว่าแค่หน้าที่ของมันมากกว่าเดิม เพราะความต้องการของผู้บริโภคไม่หยุดนิ่ง ประกอบกับนวัตกรรมที่ใส่เข้ามาก็แทบจะถึงทางตัน ดังนั้นการแข่งขันจึงไหลมาที่การออกแบบ

สรุป

ตั้งแต่โทรทัศน์ไร้ปลั๊กที่เคลื่อนไปที่ไหนก็ได้ จนถึง Smartphone พับได้ ทั้งหมดนี้น่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคได้ไม่น้อย แต่ปัญหาจริง ๆ ของสิ่งใหม่เหล่านี้คือ ราคา เพราะยังค่อนข้างสูง ยิ่งเทียบกับคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกันจะพบว่าต่างกันหลายเท่า ซึ่งก็ต้องรอดูกันว่า สินค้าเหล่านี้จะปรับราคาลดลงได้เมื่อไร

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post จาก TV ไร้ปลั๊ก สู่ Smartphone พับจอได้ จับกระแสการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ LG และ Samsung first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/touch-screen-tv-fold-smartphone/

Samsung ยืนหนึ่งตลาด TV โลก – Xiaomi พลาดท่าเสียแชมป์ให้ TCL ในจีน

Avi Cloud (AVC) ได้ออกมาเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจของตลาด TV ทั่วโลก ประจำครึ่งแรกของปี 2021 ที่ผ่านมา พบว่า Smart TV มียอดส่งออกเกือบ ๆ 100 ล้านเครื่อง ตลาดในภาพรวมโตขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แชมป์ยังคงเป็น Samsung เหมือนเดิม ส่วน TCL มาแรง เกาะอันดับสาม และโค่น Xiaomi ครองบัลลังก์ในจีนได้สำเร็จ

Samsung ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ที่นอกจากจะเป็นเต้ยของวงการสมาร์ทโฟนแล้ว พวกเขายังถือเป็นนัมเบอร์วันในตลาด TV ทั่วโลกอีกด้วย ส่งออกไปทั้งหมดกว่า 20.8 ล้านเครื่อง ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง LG อยู่พอสมควร โดยในครึ่งแรกของปีนี้ TCL ถือว่ามาแรงสุด ๆ เพราะนอกจากจะก้าวขึ้นมาติด Top 3 แล้ว ตลาดในจีน พวกเขายังแซง Xiaomi ขึ้นมาครองบัลลังก์อันดับหนึ่งได้อีกด้วย

นับเป็นปีที่ 15 ติดต่อกันแล้ว ที่ Samsung ครองแชมป์ชูถ้วยเป็นอันดับหนึ่งส่งออก Smart TV มากที่สุดในโลก ยอดดีขึ้นกว่าเดิม 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2020 ที่ผ่านมา

ล่าสุด Samsung TV รองรับการสั่งงาน Google Assistant ด้วยภาษาไทยได้แล้ว 

โดยแนวโน้มตลาดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ AVC เผยว่า ผู้บริโภคให้ความนิยมกับ OLED TV กันมากขึ้น เพราะมียอดส่งออกถึง 2.7 ล้านเครื่อง มากกว่าเดิมถึง 133.3% เลยทีเดียว

 

ที่มา: gizmochina

from:https://droidsans.com/samsung-no-1-global-tv-xiaomi-dethroned-by-tcl-china/

เปิดตัว LG Standby Me ทีวีพร้อมขาตั้งและล้อในตัว ใช้งานแบบไม่ต้องเสียบปลั๊กได้นานสุด 3 ชม. – ราคราว 3 หมื่นบาท

LG Electronics ประกาศเปิดตัว “LG Standby Me” ทีวีพร้อมขาตั้งและล้อ มีแบตเตอรี่ในตัว สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กนานสุด 3 ชั่วโมง ระบบปฏิบัติการที่ใช้คือ WebOS รองรับแอปดัง ๆ มากมาย เช่น Netflix, TikTok, YouTube และอื่น ๆ แถมยังเป็นหน้าจอแบบทัชสกรีนรองรับการสัมผัสอีกต่างหาก สำหรับทีวีรุ่นนี้จะมีค่าตัวอยู่ที่ 1,090,000 วอน หรือประมาณ 31,900 บาท


จะเดินไปไหนก็เลื่อนทีวีตามไปด้วยเลย ปลั๊กก็ไม่ต้องเสียบเพราะมีแบตในตัว

บริษัทฯ บอกว่า LG Standby Me เปรียบเสมือนเป็นทีวีส่วนตัวที่สามารถเลื่อนตามเราไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น ห้องนั่งเล่นเล่น ห้องทำงาน ห้องครัว หรือห้องทำงาน พาเนลแสดงผลจะมีขนาดอยู่ที่ 27 นิ้ว ความละเอียด Full HD แบ็กไลต์ LED ไม่ได้บอกชนิดของพาเนล แต่น่าจะเป็น IPS LCD นอกจากนี้ยังปรับระดับได้ทั้ง สูง-ต่ำ, ก้ม-เงย, ซ้าย-ขวา รวมถึงหมุน 180 องศาเพื่อใช้งานในแนวตั้งได้ด้วย


หมุนมาเป็นแนวตั้งได้ เล่น TikTok ได้สบาย

LG Standby Me มี NFC ในตัวอยู่ที่บริเวณด้านหลัง สามารถนำสมาร์ทโฟนมาแตะเพื่อใช้งานในโหมดสะท้อนหน้าจอได้ทันที แต่ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ Android เท่านั้นนะครับ ส่วน iOS อด… (┬┬﹏┬┬)

แม้ LG Standby Me จะโดดเด่นด้านการใช้งานลักษณะที่เน้นความคล่องตัว แต่ด้านหลังก็มีใส่พอร์ต HDMI กับ USB มาให้อย่างละ 1 ช่องนะ ใครจะเอาไปต่อ Nintendo Switch หรือ PlayStation 5 เพื่อเล่นเกมก็ทำได้ตามสะดวก


ทำอาหารไปด้วย ดูสูตรอาหารไปด้วย เพลิน ~

LG Standby Me พึ่งวางจำหน่ายในเกาหลีใต้ได้ไม่นาน ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า บริษัทฯ จะนำเจ้าทีวีรุ่นนี้ออกวางขายในประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้รึเปล่านะครับ

 

ดูเพิ่มเติม : LG

from:https://droidsans.com/lg-standby-me-price/