คลังเก็บป้ายกำกับ: LENOVO_THINKPAD

รีวิว Lenovo ThinkPad P15v Mobile workstation สเปก i7-10850H, NVIDIA Quadro P620 ตัวเลือกสำหรับงาน 3D และองค์กรใหญ่

Lenovo ThinkPad P15v Mobile Workstation มิตรแท้วิศวกรและงาน 3D ทั้งมวล

 

p15v cover

Lenovo ThinkPad P15v โน๊ตบุ๊คสายทำงานประสิทธิภาพสูงแบบพกพาได้ หรือ Mobile Workstation ซึ่งทาง Notebookspec เคยมีพรีวิวเรื่องสเปกและรายละเอียดตัวเครื่องแบบคร่าว ๆ ออกมาให้อ่านกันก่อนหน้านี้แล้ว โดย ThinkPad P15v รุ่นนี้เป็น Mobile Workstation ในกลุ่มซีรี่ส์ ThinkPad P1 ที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA Quadro T2000 มีกลุ่มเป้าหมายเป็น วิศวกร, นักทำโมเดล 3D ฯลฯ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คสำหรับเรนเดอร์งาน 3D ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร, เครื่องจักร หรือแม้แต่โมเดลตัวละคร 3D ต่าง ๆ แล้วนำโน๊ตบุ๊คใส่กระเป๋าไปพรีเซนต์งานของตัวเองได้ ไม่เหมือนพีซีที่มีขนาดใหญ่และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นหน้าจอและสายไฟต่าง ๆ ให้รกรุงรังมาก

เพราะเป็นโน๊ตบุ๊คสาย Workstation เน้นการทำงาน ไดรเวอร์การ์ดจอก็จะแยกเป็นไดรเวอร์ที่ NVIDIA ปรับแต่งเป็นพิเศษ ซึ่งตอนเลือกดาวน์โหลดไดรเวอร์จะมีให้เลือกเป็น Production Branch/Studio หรือ New Feature Branch แยกเฉพาะ ซึ่งไดรเวอร์กลุ่มนี้จะเรียกว่าไดรเวอร์กลุ่ม NVIDIA Studio ที่มีการปรับแต่งให้เสถียรและเอื้อการทำงานเป็นพิเศษและลดโอกาสการเกิดปัญหาระหว่างทำงานลงไปด้วย และยังได้รับการรับรองจากผู้พัฒนาและจำหน่ายโปรแกรมชั้นนำ (ISV Certifications / Independent Software Vendors Certification) ว่า Lenovo ThinkPad P15v เป็นโน๊ตบุ๊คระดับ Workstation ที่มีคุณภาพอีกด้วย

Lenovo ThinkPad P15v

สำหรับ ISV Certifications ที่รับรอง Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ได้แก่ Adobe, Altair, ANSYS, Autodesk, AVEVA, Bentley, Dassault, Esri, PTC, Siemens, Vectorworks และ Barco ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกทั้งสิ้น

ขึ้นชื่อว่าเป็น Mobile Workstation แล้ว Lenovo ThinkPad P15v เองก็สามารถเลือปรับแต่งสเปกก่อนสั่งซื้อบนหน้าเว็บไซต์ Lenovo ได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนจาก Intel Core รุ่นที่ 10 ไปเป็น Intel Xeon, เพิ่มความจุแรมและ M.2 NVMe SSD และสั่งทำ RAID0 หรือ RAID1, เลือกหน้าจอ Full HD แบบธรรมดาหรือสัมผัสก็ได้ รวมทั้งเพิ่มความละเอียดไปเป็น 4K และเพิ่มฟังก์ชั่นการสแกนหน้าด้วยกล้อง IR Camera ที่ทำงานกับฟังก์ชั่น Windows Hello ก็ได้ เรียกว่าปรับแต่งได้หลากหลายตามสไตล์การใช้งานมาก ๆ แต่ราคาก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แตะหลักแสนบาทได้เลย 

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ จะมีผลทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmark ทั่วไป แต่ส่วนของโปรแกรม 3D ต่าง ๆ เช่น SolidWorks และโปรแกรม 3D อื่น ๆ นั้น ผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างการรีวิวเปรียบเทียบจากทาง NVIDIA มาประกอบการรีวิวนี้แทน

NBS Verdict

IMG 4248

Lenovo ThinkPad T15v เป็นโน๊ตบุ๊คสาย Workstation ที่ได้ดีไซน์, ความแข็งแรงและการออกแบบของสาย ThinkPad จับคู่กับสเปกสำหรับการทำงานของมืออาชีพด้วย Intel Core i7-10850H พร้อม Intel vPro และการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 และถ้าสเปกที่มีขายหน้าร้านผ่านทาง BlueShop ยังไม่แรงพอตอบโจทย์ก็ปรับแต่งแล้วสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo ได้ด้วย รวมทั้งมีพอร์ต Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นหน้าจอหรือต่อพอร์ตเสริมอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งมืออาชีพที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสำหรับทำงานหนักสักเครื่อง ก็จัดเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมาก

นอกจากนี้ซีพียูที่เป็น Intel vPro นอกจากทำงานได้เร็วและเสถียรกว่าซีพียู Intel รุ่นธรรมดาแล้ว ก็ยังมีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยเสริมเข้ามาให้ใช้ทำงานคู่กับ Windows 10 Pro ที่ติดตั้งมา ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม Lenovo ThinkPad P15v ยังมีจุดสังเกตอยู่บ้าง เช่นหน้าจอสเปกเริ่มต้นยังเป็นหน้าจอความละเอียด Full HD เกรดธรรมดา, ถึงมีระบบสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคเครื่องก็ตามแต่ถ้าต้องการกล้อง IR Camera ต้องเพิ่มเงินและสั่งสเปกผ่านทางเว็บไซต์ Lenovo เท่านั้น

จุดเด่นของ Lenovo ThinkPad P15v
  1. สเปกแรงตอบโจทย์คนทำงาน 3D และวิศวกรรมด้านต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เลือกปรับแต่งให้แรงขึ้นได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo 
  2. ซีพียู Intel Core i7-10850H ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องรองรับ Intel vPro ช่วยเสริมความปลอดภัย, ประสิทธิภาพการทำงานดีและเสถียรขึ้น เลือกปรับแต่งใส่ Intel Xeon W-10855M พร้อม Intel vPro ได้ และระบบปฏิบัติการจะอัพเกรดเป็น Windows 10 Pro WS โดยอัตโนมัติ
  3. รองรับ M.2 NVMe SSD ได้ 2 ช่อง ช่องละ 2 TB มีช่องอัพเกรดแรม 2 ช่อง รองรับช่องละ 32GB รวมเป็น 64GB รองรับ ECC RAM ด้วย
  4. ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 มาให้ใช้ทำงาน 3D โดยเฉพาะ
  5. มีพอร์ต Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ ใช้เชื่อมต่อพอร์ตได้หลากหลายแบบ
  6. ติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้ในเครื่องเป็นมาตรฐาน
  7. แบตเตอรี่มีความจุเยอะ สามารถใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมง
  8. รองรับ WWAN (WAN แบบไร้สาย) ช่วยในการเชื่อมต่อและทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น โดยเป็นออปชั่นสั่งเพิ่มเติม
  9. งานประกอบแน่นและแข็งแรงมากตามสไตล์ Lenovo ThinkPad และยังคงเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์ ThinkPad เอาไว้ได้เป็นอย่างดี
  10. ปุ่มคำสั่ง Fn บนคีย์บอร์ด ออกแบบมาเน้นการทำงานธุรกิจโดยเฉพาะ มีปุ่มวงเล็บและเครื่องหมายเท่ากับสำหรับใช้กับโปรแกรมเครื่องคิดเลขโดยเฉพาะติดตั้งมาให้ด้วย
  11. ได้รับ ISV Certifications จากบริษัทชั้นนำมากมาย ช่วยการันตีคุณภาพว่าเหมาะกับการทำงานอย่างแน่นอน
ข้อสังเกตของ Lenovo ThinkPad P15v
  1. ถ้าต้องการฟีเจอร์ไหนเป็นพิเศษ ควรสั่งด้วยตัวเองผ่านหน้าเว็บ Lenovo เช่นกล้อง IR Camera หรือ Smart Card Reader ฯลฯ
  2. หน้าจอรุ่นเริ่มต้นยังเป็นแค่ Full HD เกรดมาตรฐานเท่านั้น ถ้าต้องการใช้หน้าจอ 4K ที่ได้รับการตั้งค่าสีจากโรงงานและรองรับ Dolby Vision HDR ต้องสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์เป็นพิเศษ
  3. ถ้าต้องการใช้ Intel Xeon W-10855M จะเสียค่าอัพเกรดเป็น Windows 10 Pro WS เพิ่มเติม
  4. ไม่มีไฟ Wireless Status เหมือน ThinkPad รุ่นอื่น
สารบัญเนื้อหา

Specification

IMG 4237small

สเปกของ ThinkPad P15v เครื่องที่ได้รับมาทดสอบจะเป็นรุ่นติดตั้งซีพียู Intel Core i7-10850H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz มี Intel vPro ที่เป็นฟีเจอร์พิเศษของซีพียู Intel ที่เสริมฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยของข้อมูลในตัวเครื่อง, รองรับการสั่งงานแบบ Remote manageability เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ได้ดีกว่ารุ่นไม่มีฟังก์ชั่นนี้ติดตั้งมาให้ จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 แรม 4GB GDDR5 สำหรับการทำงาน 3D โดยเฉพาะ ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Pro และแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare ความสว่าง 250nits

ด้านการเชื่อมต่อมีพอร์ต Thunderbolt 3, ช่องปลั๊กเฉพาะของ Lenovo จ่ายไฟ 135 วัตต์, USB 3.2 Type-A x 2 ช่อง มีพอร์ตหนึ่งเป็นแบบ Always on ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์เช่นสมาร์ทโฟนได้ถึงจะปิดเครื่องอยู่, HDMI 2.0 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, SD Card Reader x 1 ช่อง, RJ45 LAN x 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ด้วย Intel AX201 และ Bluetooth 5.0

ด้านของระบบรักษาความปลอดภัยมีตัวอ่านลายนิ้วมือแบบสัมผัส, ช่อง Kensington Lock, dTPM 2.0, ตัวสไลด์ปิดกล้อง Webcam ThinkShutter ติดตั้งมาให้ ช่วยเสริมความปลอดภัย สามารถสั่งอัพเกรดกล้องหน้าให้มีกล้อง IR Camera เพื่อสแกนใบหน้าปลดล็อคใบหน้าได้ด้วย

p15v

คลิกเพื่อชมสเปกของ Lenovo ThinkPad P15v
สเปกของ
Lenovo ThinkPad P15v 
เครื่องทดสอบ สเปกที่อัพเกรดได้สูงสุด
ซีพียู Intel Core i7-10850H
6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz พร้อม Intel vPro 
Intel Xeon W-10855M
แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.8-5.1 GHz พร้อม Intel vPro 
การ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 4GB GDRR5
แรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz 64GB (32+32) DDR4
บัส 2933MHz ECC
SSD M.2 NVMe 2280 512GB M.2 NVMe 2280 2 TB
2 ช่อง
หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare จอทัช 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare

15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K พาเนล IPS anti-glare พร้อมปรับแต่งค่าสีจากดรงงาน รองรับ Dolby Vision HDR

ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro Windows 10 Pro WS

(เฉพาะการอัพเกรดเป็น Intel Xeon W-10855M มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย)

การเชื่อมต่อ Thunderbolt 3 x 1

USB 3.2 Type-A x 2 (Always on x 1)

HDMI 2.0 x 1

SD Card Reader x 1

RJ45 LAN x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

Wi Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax

Bluetooth 5.0

ระบบรักษาความปลอดภัย สแกนลายนิ้วมือ

dTPM 2.0

Kensington Lock

ThinkShutter

สแกนลายนิ้วมือ

dTPM 2.0

Kensington Lock

ThinkShutter

IR Camera สำหรับ Windows Hello

น้ำหนักเครื่อง เฉพาะตัวเครื่อง 2.18 กิโลกรัม

เฉพาะอะแดปเตอร์ 457 กรัม

รวมทั้งหมด 2.64 กิโลกรัม

ราคา ราว 62,000 บาท ราว 110,511 บาท

(ยังไม่รวมโปรแกรมกลุ่ม Adobe Creative Cloud, McAfee LiveSafe, Microsoft Office Professional 2019 และค่าอัพเกรด Windows 10 Pro WS)

IMG 4226

จะเห็นว่าสเปกของ Lenovo ThinkPad P15v สามารถเลือกปรับแต่งไปให้แรงได้ระดับใช้ซีพียู Intel Xeon ได้เลย ซึ่งใครที่ต้องทำงานสเกลใหญ่แล้วต้องการพลังการประมวลผลของซีพียูแบบเน้น ๆ ก็สั่งอัพเกรดได้ตามต้องการ

Hardware / Design

IMG 4280

IMG 4207
IMG 4251
IMG 4271

ดีไซน์ของ Lenovo ThinkPad P15v นั้น เรียกว่าเป็นดีไซน์ที่ยังได้กลิ่นอายของ ThinkPad รุ่นก่อน ๆ ไม่ว่าจะตัวเครื่องที่ดูแข็งแรงและคลาสสิค, ก้านบานพับหน้าจอโลหะ 2 ส่วน มีปุ่ม Power แยกอยู่มุมบนขวามือกับคำว่า “ThinkPad” กับจุดสีแดงเหนือตัว i วางตัวเฉียงอยู่มุมล่างขวามือและมุมบนซ้ายมือที่ฝาหลังของตัวเครื่อง บอดี้เป็นพลาสติกเนื้อแข็งสีดำเนื้อด้านและงานประกอบตัวเครื่องจัดว่าแน่นมากไม่ต่างกับ Lenovo ThinkPad รุ่นอื่น ๆ

ด้านของก้านบานพับตัวเครื่องจะเป็นก้านโลหะแบบสั้น 2 ชุด ต่อเข้ากับขาเหล็กต่อหน้าจอและมีตัวก้านเหล็กอีกชุดยึดเข้ากับฐานตัวเครื่องอีกทีหนึ่ง และด้วยตัวเครื่องมีน้ำหนักร่วม 2 กิโลกรัม ทำให้ใช้นิ้วเดียวดึงบานพับหน้าจอกางออกมาได้เลยและตัวเครื่องไม่เกิดอาการเอียงตามหรือเลื่อนเลยแม้แต่น้อย

IMG 4243

ส่วนตัวเครื่องของ Lenovo ThinkPad P15v นั้น สามารถกางจนราบได้ 180 องศา เหมือนกับ Lenovo IdeaPad หลาย ๆ รุ่น ซึ่งทาง Lenovo ชี้แจงว่าการกางหน้าจอได้ระดับนี้ ทำให้เราและเพื่อน ๆ เห็นภาพและเนื้อหาบนหน้าจอได้พร้อมกัน

IMG 4282

ส่วนหน้าเครื่องนอกจากแป้นคีย์บอร์ดกับปุ่ม TrackPoint ที่ใช้เลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ มีปุ่มสำหรับคลิก 3 ปุ่มและเส้นสีแดงส้มขีดใต้ปุ่มคลิกซ้ายและขวา จะมีลำโพงวางเป็นแถบด้านบนเครื่อง 1 ชุด มีลำโพงด้านใน 2 ตัว ส่วนฝั่งขวาใต้ปุ่มลูกศรจะเป็นจุดสแกนลายนิ้วมือสำหรับสแกนปลดล็อคเครื่อง ตั้งค่าในฟีเจอร์ Windows Hello

IMG 4242
IMG 4238

ด้านฝาหลังของตัวเครื่องก็เป็นแบบบเรียบ ๆ สีดำด้านเช่นกันพร้อมคำว่า ThinkPad วางตัวเฉียงอยู่มุมบนซ้ายมือ ส่วนจุดบนตัว i จะเป็นหลอด LED ที่กระพริบไฟสีแดงไว้แสดงสถานะของตัวเครื่องแยกเป็น 4 แบบด้วยกัน คือ

  1. ไฟแดงติดสว่าง : ตัวเครื่องเปิดใช้งานตามปกติ
  2. กระพริบเร็ว : อยู่ในโหมด Sleep หรือ Hibernate
  3. กระพริบช้า : เข้า Sleep mode
  4. ไฟไม่กะพริบ : ตัวเครื่องถูกสั่ง Shut down แล้วหรืออยู่ในโหมด Hibernate

ซึ่งปกติแล้ว ThinkPad มักทำไฟแดงกระพริบตรงที่วางข้อมือขวา แต่ของ Lenovo ThinkPad P15v ที่อยู่บนฝาหลังเครื่องก็ถือว่าเป็นการเลือกจุดติดตั้งใหม่ที่ดี เพราะก็เป็นอีกจุดที่เห็นสถานะตัวเครื่องได้ชัดเจนเช่นกัน แต่จุดสังเกตคือตัวนี้ไม่มีแถบไฟเขียว Wireless Status ติดเอาไว้ตรงขอบเครื่องเพื่อบอกสถานะการเชื่อมต่อ Wi-Fi เหมือน ThinkPad รุ่นอื่น ๆ

Keyboard / Touchpad

IMG 4230

IMG 4227
IMG 4288

คีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkPad P15v เป็นคีย์บอร์ดแบบ Full size พร้อม Numpad สำหรับพิมพ์ตัวเลขได้ แต่จะมีรายละเอียดการออกแบบที่เอื้อการทำงานด้านธุรกิจมากขึ้น มีไฟแสดงสถานะสีขาวติดเอาไว้ 4 ปุ่ม คือ Cap Lock เอาไว้แสดงสถานะว่าปุ่มนี้ทำงานอยู่หรือเปล่า, Esc ทำงานร่วมกับคำสั่ง FnLock ว่าล็อคการทำงานของปุ่ม Fn อยู่หรือเปล่า, ปุ่ม F4 ที่เป็นปุ่มฟังก์ชั่นปิดไมโครโฟน ถ้าไฟติดแสดงว่าตอนนี้กำลังปิดไมค์อยู่ และ Numpad ว่าตอนนี้ Numpad ทำงานหรือเปล่า

สัมผัสการพิมพ์ของคีย์บอร์ด ThinkPad ก็ยังคงเอกลักษณ์การกดแล้วรู้ว่าเป็นคีย์บอร์ดของ ThinkPad คือ ระยะกดจะลึกกว่าปุ่มคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คทั่วไป, สปริงแข็งกว่าปุ่มคีย์บอร์ดปกติเล็กน้อย ขอบล่างของปุ่มโค้ง ทำให้พิมพ์งานได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเว้นขอบปุ่ม G, H, B ไว้ติดตั้งปุ่ม TrackPoint สำหรับคุมเคอร์เซอร์ของเมาส์ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของคีย์บอร์ด ThinkPad ยิ่งถ้าใครใช้ปุ่ม TrackPoint จนคล่องมือแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เมาส์เลยก็ได้

IMG 4229

IMG 4286
IMG 4228

สำหรับปุ่มฟังก์ชั่น (Fn) ของ Lenovo ThinkPad P15v จะสลับตำแหน่งกับปุ่ม Ctrl ฝั่งซ้ายมือ โดยเอา Fn ไว้ข้างนอกและปุ่ม Ctrl อยู่ด้านใน ซึ่งแตกต่างจากคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คทั่ว ๆ ไปนิดหน่อย ดังนั้นต้องอาศัยการปรับตัวตอนใช้งานใหม่ ๆ อยู่บ้างถึงจะชิน

ส่วนปุ่มฟังก์ชั่นและปุ่มพิเศษต่าง ๆ บนคีย์บอร์ด ThinkPad รุ่นนี้ จัดว่าทำปุ่มมาเน้นเรื่องการทำงานและธุรกิจอย่างจริงจังมาก สังเกตว่าคำสั่ง Fn ที่ปุ่ม F1-F12 ทาง Lenovo จะ Mapping ปุ่มมาเน้นเรื่องการทำงานและธุรกิจโดยเฉพาะ คือ

  • F4 : เปิดหรือปิดไมค์
  • F7 : เรียกคำสั่งตั้งค่าหน้าจอเสริมว่าจะให้ทำงานอย่างไร
  • F8 : สั่งปิดหรือเปิด Wi-Fi 
  • F9 : เปิด Notification Center ของ Windows 10
  • F10-F12 : คำสั่งโทร, วางสายและเรียกรายชื่อติดดาว ทำงานกับโปรแกรม Skype for Business 2016 เท่านั้น

จุดน่าสนใจของแป้นคีย์บอร์ด ThinkPad นี้ คือ ติดตั้งปุ่มวงเล็บและเครื่องหมายเท่ากับสำหรับใช้กับโปรแกรมเครื่องคิดเลขติดตั้งมาให้โดยเฉพาะ เวลาใช้โปรแกรม Calculator แล้วเลือกเปลี่ยนเป็นเครื่องคิดเลขแบบวิทยาศาสตร์, โปรแกรมมิ่งหรือ Graphing แล้ว จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นมาก เหมาะกับวิศวกรที่จะใช้ Lenovo ThinkPad P15v ทำงานแล้วคำนวนค่าต่าง ๆ กับโปรแกรมจำลองโมเดล 3D ได้สะดวกขึ้นมาก ส่วนปุ่ม Print Screen จะย้ายลงมาอยู่ฝั่งขวาล่างข้างปุ่ม Alt แทนปุ่มคลิกขวาบนคีย์บอร์ด

IMG 4217
IMG 4220

ด้านของ Touchpad จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ติดตั้งอยู่ด้านล่างถัดจากปุ่มคลิกเมาส์ของ TrackPoint ซึ่งเป็นดีไซน์ของตัว ThinkPad อยู่แล้ว แต่ถ้าผู้ใช้คนไหนใช้งาน ThinkPad มาเป็นประจำก็น่าจะคุ้นเคยกับ TrackPoint สีแดงที่อยู่กลางคีย์บอร์ดและใช้ Touchpad เป็นส่วนเสริมกรณีจะใช้ Gesture Control ของ Windows 10 เสียมากกว่า และสามารถตอบสนองได้ลื่นไหลเหมือนกับทัชแพดของโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน

เสริมในส่วนของชุดปุ่ม TrackPoint และปุ่มคลิกเมาส์เหนือ Touchpad สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับ ThinkPad มาก่อน โดยปุ่ม TrackPoint สีแดงจะใช้คุมการเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์บนหน้าจอ และตอบสนองได้เร็วทีเดียว ส่วนปุ่มคลิกทั้งสามปุ่มนอกจากคลิกซ้ายขวาแล้ว ปุ่มตรงกลางจะเอาไว้ใช้แทนการกดสไลด์บาร์ด้านข้างเพื่อเลื่อนหน้าเว็บไซต์ขึ้นลงและซ้ายขวาได้ เมื่อใช้ให้เลื่อนเคอร์เซอร์ไปตรงกลางหน้าเว็บไซต์หรือหน้าโปรแกรมนั้น ๆ แล้วกดปุ่มตรงกลางค้างจากนั้นเลื่อน TrackPoint เพื่อเลื่อนหน้าเพจนั้น ๆ ได้เลย เรียกว่าถ้าใครใช้ชุด TrackPoint นี้จนคล่องแล้ว เมาส์ก็อาจจะไม่จำเป็นเสมอไป

Screen / Speaker

IMG 4206

IMG 4231
IMG 4233

หน้าจอของ Lenovo ThinkPad P15v ตามสเปกแล้วมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare ความสว่างสูงสุด 250nits ซึ่งเป็นสเปกหน้าจอรุ่นเริ่มต้น ถ้าเปิดความสว่างสูงสุดถือว่าสว่างกำลังดี ไม่มากไม่น้อยเกินไปจนเจ็บตา สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน รวมทั้งเป็นหน้าจอ anti-glare จึงไม่มีปัญหาเรื่องแสงสะท้อนจากหลอดไฟหรือแสงแดดเลย นอกจากนี้ยังเลือกอัพเกรดเป็นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K พาเนล IPS anti-glare ที่ได้การตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานได้อีกด้วย

ขอบบนกลางหน้าจอติดกล้อง Webcam ความละเอียด HD 720p เอาไว้พร้อมบานเลื่อน ThinkShutter เอาไว้เลื่อนปิดกล้องหน้าเวลาไม่ใช้งาน รักษาความเป็นส่วนตัวและป้องกันการถูกแฮ็คเข้ามาใช้งานกล้อง Webcam ได้อีกด้วย

gamut

brightness 1
9 sector
monitor rating 1

เมื่อทดสอบด้วย Spyder5Elite เพื่อเช็คขอบเขตสีของหน้าจอแล้ว Lenovo ThinkPad P15v จะมีความแม่นยำสีระดับไล่เลี่ยกับหน้าจอโน๊ตบุ๊ครุ่นทั่ว ๆ ไป ได้คะแนน 62% sRGB กับ 47% AdobeRGB เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าถ้าเป็นหน้าจอ 4K รุ่นที่ตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานจะได้คะแนนเยอะกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นหน้าจอ Full HD เช่นรุ่นที่ได้รับมาทดสอบแล้วต้องทำงานเกี่ยวกับสีสัน ขอแนะนำให้ต่อหน้าจอเสริมที่ออกแบบมาเพื่องานสีโดยเฉพาะจะดีกว่า

ด้านความสว่างหน้าจอที่วัดได้ เมื่อตั้งความสว่าง 100% จะอยู่ที่ 222nits ถือว่าใกล้เคียงกับที่ Lenovo เคลมเอาไว้ พอแบ่งเป็นตาราง 9 ช่องแล้ว จะเห็นว่าความสว่างสูงสุดจะอยู่ตรงกลางที่ 0% และส่วนอื่น ๆ ก็สว่างไล่เลี่ยกันหมดที่ 4-8% ด้วยกัน แต่ฝั่งขวามือส่วนกลางและล่างจะค่อนข้างมืดกว่าโซนอื่นที่ 10-13% ดังนั้นเวลาทำงานเกี่ยวกับสีสันอาจจะระวังส่วนนี้สักหน่อยจะดีที่สุด

สำหรับคะแนน Monitor Rating โดยรวมนั้น จะได้คะแนนเฉลี่ยที่ 4 เต็ม 5 คะแนน จัดว่าอยู่ในระดับทั่วไป แต่จะเด่นเรื่องค่า Contrast ที่ทำได้คะแนนเต็ม ส่วนคะแนน Tone Response, Color Uniformity, Color Accuracy ได้ 4 คะแนน

IMG 4212

ลำโพงของ Lenovo ThinkPad P15v จะเป็นแถบลำโพงอันเดียวอยู่เหนือแป้นคีย์บอร์ด ฝังดอกลำโพงเอาไว้ 2 ดอก แตกต่างจากโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันที่ติดลำโพงเอาไว้ใต้ตัวเครื่องเพื่อให้สะท้อนโต๊ะขึ้นมา และไม่มีการปรับจูนเสียงลำโพงด้วยบริษัทรับจูนเสียงชื่อดังเจ้าต่าง ๆ ให้เสียงลำโพงค่อนข้างดังและเนื้อเสียงนั้นจัดว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี มีเสียงแหลมและเบสให้พอฟังเพลงได้สนุกทีเดียว

Connector / Thin & Weight

IMG 4246
IMG 4250

พอร์ตการเชื่อมต่อของ Lenovo ThinkPad P15v จะมีอยู่แค่ฝั่งซ้ายและขวาของตัวเครื่องเท่านั้น เหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน โดยแยกพอร์ตดังนี้

  • ฝั่งซ้าย ไล่จากซ้ายมือ : ไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จไฟ แสดงสองสีคือสีส้มเมื่อแบตเตอรี่ยังไม่เต็มและชาร์จอยู่กับสีขาวเมื่อแบตเต็ม 100%, ช่องเสียบปลั๊กชาร์จโน๊ตบุ๊คและ Thunderbolt 3 ส่วนฝั่งขวาสุดใต้ที่วางข้อมือเป็นช่อง Mock up สำหรับพอร์ต Express Card (ต้องสั่งประกอบจากเว็บไซต์ Lenovo)
  • ฝั่งขวา ไล่จากซ้ายมือ : ช่องหูฟัง 3.5 มม., SD Card Reader, HDMI 2.0, USB 3.2 Gen 1 Type-A x 2 ช่อง เฉพาะช่องขวาจะมีฟีเจอร์ Always on ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่น เช่นสมาร์ทโฟนได้โดยใช้แบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊คแม้จะไม่ได้เปิดเครื่อง, RJ-45 Gigabit Ethernet
  • การเชื่อมต่อไร้สาย : เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ด้วยการ์ด Wi-Fi รุ่น Intel AX201 (Gig+) และรองรับ Bluetooth 5.1 vPro สามารถอัพเกรดไปใช้ WWAN ได้ ซึ่งต้องสั่งประกอบผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo เช่นกัน

IMG 4273
IMG 4274

ส่วนความหนาของตัวเครื่อง เมื่อวัดด้วยเวอร์เนียดิจิตอลแล้ว เมื่อพับหน้าจอจะหนาราว 24.5 มม. ส่วนเฉพาะตัวเครื่องไม่รวมจอหนาราว 16.6 มม.

IMG 4201

IMG 4202
IMG 4204

ส่วนของน้ำหนัก เฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวจะหนัก 2.18 กิโลกรัม ปลั๊กเฉพาะของตัวเครื่อง 135 วัตต์ หนัก 457 กรัม รวมแล้วหนัก 2.64 กิโลกรัม จัดว่าเป็นน้ำหนักระดับทั่ว ๆ ไปของโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วในกลุ่ม Workstation ดังนั้นถ้าต้องการพกโน๊ตบุ๊คไปพรีเซนต์งานต่าง ๆ แนะนำว่าควรใส่กระเป๋าเป้ไปจะดีที่สุด และไม่แนะนำให้ใส่ย่ามหรือกระเป๋าสะพายข้างเนื่องจากตัวเครื่องค่อนข้างหนาพอควร

สำหรับพอร์ตของ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ ถือว่าจัดมาให้ครบครันและเป็น USB 3.2 Type-A มาตรฐาน 3.0 ขึ้นไปทั้งหมดแล้วและมี Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ใช้ สามารถต่อ USB-C Multiport adaptor เพื่อเพิ่มพอร์ตใช้งานเข้าไปได้อีกด้วย 

Inside / Upgrade

IMG 4262

การเปิดฝาเครื่อง Lenovo ThinkPad P15v สามารถใช้ไขควงหัวแฉกบวกไขน็อต 9 ตัวด้านใต้เครื่องได้เลย แต่เพราะ Lenovo ดีไซน์ฝาล่างตัวเครื่องคลุมขึ้นมาสูงจนปิดช่องระบายความร้อนตัวเครื่องไปเลย ทำให้ขอบช่องว่างตัวเครื่องที่ต้องเอาปิ๊กกีตาร์หรือการ์ดแข็งสอดจะถัดลงมาจากที่วางข้อมือเพียง 0.5 มม. เท่านั้น ถ้าใครต้องการเปิดฝาตัวเครื่องมาเพิ่มแรมหรือ SSD แนะนำให้สอดการ์ดเปิดจากช่อง Mock up ของ Express Card จะง่ายที่สุด แล้วค่อย ๆ ไล่ตามขอบไปเรื่อย ๆ

IMG 4263
IMG 4269

 

ด้านในเครื่องจะมีพัดลมระบายความร้อนจะเป็นแบบโบลวเวอร์ 1 ตัว กับฮีตไปป์ 2 เส้น เดินพาดแนวระหว่างการ์ดจอและซีพียูเพื่อดึงเอาความร้อนไประบายที่ครีบระบายความร้อนอีกชุด ติดตั้งเอาไว้ตรงกลางตัวเครื่องพาดมาออกทางใต้คีย์บอร์ดฝั่งซ้ายมือ

ส่วนการอัพเกรดมีช่องติดตั้งแรมกับ SSD แบบ M.2 NVMe อย่างละ 2 ช่อง ส่วนของแรมรองรับความจุมากสุด 64GB DDR4 บัส 2933 SO-DIMM ECC ซึ่งถ้าแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ที่ติดเครื่องมายังน้อยเกินไปไม่ตอบโจทย์ จะเพิ่มอีก 16GB หรือจะถอดใส่ 32+32GB แทนก็ได้

M.2 NVMe SSD จะอยู่มุมล่างขวา รองรับความจุสูงสุด 2TB ต่อช่อง ถ้าติดตั้งเอาไว้ 2 ตัวจะทำ RAID0 หรือ RAID1 ก็ได้ รองรับเฉพาะ M.2 NVMe ขนาด 2280 เท่านั้น สังเกตจากช่องน็อตที่มีให้เพียงระยะเดียวที่เป็นของ 2280 เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครต้องการอัพเกรดเครื่องให้ SSD และ RAM ให้มีความจุมากขึ้น จะอัพเกรดด้วยตัวเองหรือสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo เลยก็ได้เช่นกัน

Performance / Software

cpu z 1

Lenovo ThinkPad P15v เครื่องที่ได้รับมาทดสอบ จะติดตั้ง Intel Core i7-10850H เป็นซีพียูแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-5.1 GHz เป็นซีพียู Intel รุ่นที่ 10 สถาปัตยกรรม Comet Lake รองรับ Intel vPro ที่เป็นฟีเจอร์สำหรับเอื้อการทำงานในรูปแบบองค์กร ช่วยประมวลผลการทำงานต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น, รองรับ Remote manageability รองรับการทำงานในเครือข่ายองค์กรแบบ On-premise หรือ Off-premise ก็ได้ และมีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยติดตั้งมาในซีพียูอีกด้วย ดังนั้นนอกจากประสิทธิภาพของซีพียูจะดีแล้วก็ยังปลอดภัยยิ่งขึ้น

cpu z 2
cpu z 3

แรมในเครื่องทดสอบผลิตโดย Samsung มีความจุ 16GB DDR4 บัส 3200MHz จำนวน 1 แถว อัพเกรดได้มากสุด 2 แถว ความจุ 64GB แบบ 32+32GB สามารถติดตั้ง ECC RAM (Error Correction Code RAM) หรือแรมที่มีระบบตรวจสอบความผิดพลาดระหว่างใช้งานได้ด้วย โดยจะรองรับ ECC RAM บัส 2933 MHz (อ้างอิงจากหน้าสเปกของ Lenovo)

gpu z
gpu z 2

การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA Quadro P620 แรมการ์ดจอ 4GB GDDR5 128-bit รองรับ DirectX 12 ชิป GP107 สถาปัตยกรรม Pascal ขึ้นชื่อว่าเป็นการ์ดจอสาย Quadro แล้ว ก็จะเน้นเรื่องการใช้ทำงาน 3D และงานระดับบมืออาชีพแบบต่าง ๆ มีชุดคำสั่งเฉพาะ, มีความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีกว่าการ์ดจอสาย NVIDIA GEFORCE ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่ม Consumer อย่างชัดเจน ยิ่งถ้าเอาไปใช้กับโปรแกรมเช่น AutoCAD, Solidworks 2018 หรือโปรแกรมสายการแพทย์และการจำลองของ (Visualizing) จะแสดงผลได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

จากคลิปการทดสอบจากทาง NVIDIA จะเห็นว่าการ์จอสาย Quadro นั้นจะเน้นเรื่องการทำงานกับโมเดล 3D และโปรแกรมสายทำงานต่าง ๆ เป็นหลัก ซึ่งแม้การ์ดจอสาย GEFORCE จะทำได้เหมือนกัน แต่เวลาใช้งานจริง ตอน Preview ตัวอย่างโมเดลที่ออกแบบเอาไว้แล้ว NVIDIA Quadro จะทำงานได้ลื่นไหลกว่าอย่างชัดเจน

ยิ่งถ้าเป็นวิศวกร, สถาปนิกที่ทำงานกับโปรแกรม Autodesk ที่ใช้ออกแบบอาคารสถานที่ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำล่ะก็ การ์ดจอ NVIDIA Quadro จะสามารถหมุนโมเดล, ทำงานและเรนเดอร์ให้เสร็จได้ลื่นไหล, เร็วและต่อเนื่องกว่า

ส่วนโปรแกรมสร้างโมเดลชิ้นส่วน 3D อย่าง SolidWorks 2018 จะเห็นว่า NVIDIA Quadro สามารถเรนเดอร์และหมุนโมเดล 3D ได้อย่างลื่นไหลกว่ามาก ซึ่งถ้าเป็นการ์ดจอออนบอร์ดหรือการ์ดจอสาย Consumer อย่าง GEFORCE ที่ไม่ได้ออกแบบและติดตั้งชุดคำสั่งเฉพาะที่เอาไว้ใช้กับโปรแกรม 3D กลุ่มนี้เอาไว้ 

r15 1
r20 1

สำหรับการทดสอบเรนเดอร์ 3D ที่ใกล้เคียงกับการใช้โปรแกรมกลุ่ม Autodesk, SolidWorks 2018 ที่สุดนั้น จะมี CINEBENCH R15 ในส่วนของ OpenGL ที่ทดสอบการเรนเดอร์ฉาก CG 3D ว่าทำงานได้ดีแค่ไหน โดยคะแนนของ OpenGL ทำได้ 166.20 fps และคะแนน CPU ทำได้ 1,353 คะแนน ส่วน CINEBENCH R20 ที่ทดสอบเน้นประสิทธิภาพของ CPU จะทำได้ 2892 pts

ถ้าเทียบกันแล้ว ถือว่าการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 นั้นสามารถทำงานกับโมเดล 3D และ CG ต่าง ๆ ได้อย่างดีและลื่นไหลมาก แม้จะเป็นรองจาก NVIDIA Quadro T1000 ก็ตาม แต่สเปกที่แรงและราคาราว 62,000 บาทนั้น ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว ดังนั้นถ้าใครจะเอาไปทำงานกับโปรแกรม 3D และ CG จะเก็บรุ่นนี้เอาไว้เป็นตัวเลือกก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียว

as ssd 1

SSD M.2 NVMe ในเครื่องทดสอบจะเป็น KIOXIA KXG6AZNV512G (อดีต Toshiba) เป็น 96-Layer TLC NAND (BiCS FLASH) เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 มีอายุการใช้งานก่อนเสียหาย 1.5 ล้านชั่วโมง เมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม AS SSD เพื่อวัดความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลแล้ว จะได้ความเร็ว Sequential Read 2,473.49 MB/s และ Sequential Write 2,507.92 MB/s ซึ่งประสิทธิภาพระดับนี้ ก็สามารถอ่านเขียนไฟล์, เปิดโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

time spy

สำรับการทดสอบ 3DMark Time Spy ที่ดูเรื่องประสิทธิภาพการเล่นเกมผ่าน DirectX 12 จะได้คะแนนรวมไป 1,590 คะแนน ถือว่า NVIDIA Quadro P620 อาจจะพอเล่นเกมออนไลน์เช่น DotA 2 หรือ Valorant ได้บ้าง ไม่ใช่เกม AAA ซึ่งสำหรับการ์ดจอสายทำงานนั้น คะแนนระดับนี้ถือเป็นเรื่องปกติ

pcmark10 1

ส่วนการทดสอบด้วย PCMark 10 ซึ่งใช้จำลองการทำงานต่าง ๆ ทั้งการบีบอัดและคลายไฟล์ Zip, เข้าออกเว็บไซต์, เปิดโปรแกรมทำงานและประชุมออนไลน์ต่าง ๆ รีดคะแนนออกมาได้ 5,013 คะแนน จัดว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว ดังนั้นเรื่องการทำงานต่าง ๆ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ถือว่าผ่านโดยไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

IMG 4290

ส่วนการทดสอบเรนเดอร์วิดีโอความละเอียด 4K 29.97fps ตั้งค่า Quality 100 ความยาว 12 นาที สามารถเรนเดอร์วิดีโอจนเสร็จพร้อมอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ได้ภายใน 10 นาทีเท่านั้น จัดว่าประหยัดเวลาและเร็วมาก ตัวเครื่องสามารถเรนเดอร์ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีปัญหาระหว่างใช้งานเลย

Battery / Heat / Noise

IMG 4270

เมื่อเป็นเครื่องแบบ Workstation แบตเตอรี่ก็จะมีความจุเพิ่มมากขึ้นตาม โดย Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้จะติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ความจุ 5,780mAh (66.58Wh) มาให้ใช้งาน โดยทาง Lenovo เคลมไว้ว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 12.8 ชั่วโมง

Battery Mon

สำหรับการทดสอบตามมาตรฐานของ Notebookspec โดยลดความสว่างหน้าจอลงต่ำสุดและเปิดเสียง 10% แล้วดูคลิปบน YouTube ด้วยเบราเซอร์ Microsoft Edge ที่ติดตั้งมาพร้อม Windows 10 แล้วทดสอบระยะเวลาใช้งานด้วยโปรแกรม BatteryMon แล้ว สามารถใช้งานได้นานสุด 11 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่า Lenovo ThinkPad P15v ที่ติดตั้ง Intel Core i7-10850H มาให้ก็สามารถจัดการแบตเตอรี่ได้ดีพอควรและใกล้เคียงกับที่ทาง Lenovo เคลมประสิทธิภาพเอาไว้ที่หน้าเว็บไซต์อีกด้วย

เรื่องของความร้อนตัวเครือ่ง ถ้าเป็นการใช้งานตามปกติเรียกว่าไม่มีเสียงพัดลมหรือความร้อนมารบกวนระหว่างใช้งานเลย และเมื่อทดสอบเรนเดอร์ไฟล์วิดีโอ 4K 29.97fps ความยาว 12 นาที แล้วตั้งค่า Quality ไว้ 100 แล้ว ตัวเครื่องจะมีเพียงเรื่องเสียงพัดลมโบลวเวอร์

Conclusion / Award

IMG 4236

โดยสรุปแล้ว Lenovo ThinkPad P15v นับเป็นโน๊ตบุ๊ค Workstation ประสิทธิภาพดีที่ยังคงดีไซน์และเอกลักษณ์ของ ThinkPad เอาไว้ได้เป็นค่อนข้างครบเครื่อง ไม่ว่าจะไฟ LED สีแดงตรงจุดตัว i สำหรับบอกสถานะตัวเครื่อง, ชุดปุ่ม TrackPoint ที่ใช้งานแทนเมาส์ได้ คีย์บอร์ดที่สัมผัสการพิมพ์ยังคงเอกลัษณ์ของคีย์บอร์ด ThinkPad เอาไว้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งงานประกอบที่แน่นและแข็งแรงมากเครื่องหนึ่ง ซึ่งถ้าผู้ใช้ที่ใช้ทำงานแบบสมบุกสมบันก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะเสียหายได้ง่าย ๆ

สเปกก็เอื้อกับการทำงาน 3D หนัก ๆ ได้ดี ด้วยซีพียู Intel Core i7-10850H มี Intel vPro จับคู่กับ NVIDIA Quadro P620 อัพเกรดแรมจาก 16GB ไปได้สูงสุด 64GB และ SSD แบบ M.2 NVMe ได้ช่องละ 2TB แล้วทำ RAID0 หรือ RAID1 ได้ และติดตั้ง Windows 10 Pro มาจากโรงงานด้วย ถ้าเป็นบริษัทหรือองค์กรสายงาน 3D ต่าง ๆ ทั้งในเชิงวิศวกรรมและเครื่องกลต่าง ๆ ก็สามารถใช้ประโยชน์จากโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้อย่างเต็มที่แน่นอน

IMG 4207 1

ถึงประสิทธิภาพจะดีมากก็ตามแต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ เรื่องสเปกรายละเอียดส่วนต่าง ๆ เช่นกล้องปลดล็อคด้วยใบหน้า, ตัวอ่าน Smart Card, หน้าจอ 4K ที่ได้รับการตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานและรองรับ Dolby Vision HDR จะต้องสั่งประกอบเป็นพิเศษผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ Lenovo เท่านั้น แต่ถ้าผู้ใช้สายทำงานคนไหนไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ แค่ต้องการสเปกของตัวเครื่องมาต่อกับหน้าจอทำงานที่ตั้งค่าโปรไฟล์สีเอาไว้โดยเฉพาะอยู่แล้ว Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้โน๊ตบุ๊คสาย Workstation เครื่องอื่นเช่นกัน

Award

award new Design

Best Design

รางวัล Best Design ของ Lenovo ThinkPad P15v ยกให้กับการรักษาอัตลักษณ์ของตระกูล ThinkPad เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ดีไซน์ตัวเครื่องได้แข็งแรงแน่นหนาเหมาะกับผู้ใช้ที่อาจจะไม่ได้ระวังตัวเครื่องเป็นพิเศษ ก็ไม่ต้องกังวลกับตัวเครื่องว่าจะเสียหายหรือเปราะบางหรือเปล่า ดังนั้นเรื่องความแข็งแรงจัดว่าไว้ใจได้อย่างแน่นอน

award new Graphic

Best Graphic

รางวัล Best Graphic ของ Lenovo ThinkPad P15v นั้นจะไม่ใช่ในแง่ของการนำไปเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล แต่เป็นประสิทธิภาพการเรนเดอร์งานทั้งไฟล์วิดีโอและงาน 3D ได้ดีด้วย NVIDIA Quadro P620 ที่ติดตั้งมาให้ใช้งาน ซึ่งผลจาก CINEBENCH R15 นั้นเป็นตัวช่วยการันตีว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้รับมือกับงานโมเดล 3D และ 3D CG ได้ดีอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/598994-review-lenovo-thinkpad-p15v

รีวิว Lenovo ThinkPad X1 Nano สเปก Intel EVO ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์พรีเมียม จอ 13″ 2K เบา 962 กรัม ใส่ซิม 5G มี Thunderbolt 4

Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13″ รุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i Gen 11 อีกทัง้จัดว่าเป็นรุ่นที่ได้แพลตฟอร์ม Intel EVO ตัวแรกอีกด้วย เน้นความบางเบาเพื่อการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ โดยเบาสุดๆ เพียง 962 กรัมเท่านั้น  ซึ่งได้ต้นแบบมาจาก Lenovo ThinkPad X1 Series ที่เป็นรุ่นพี่ ที่ได้ประสบการณ์ชั้นเฟิร์สคลาส แตกต่างจากโน๊ตบุ๊ตทั่วไปชัดเจน 

โดยเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่เป็นสายมืออาชีพที่จัดเต็มเครื่องของความทนทาน และความปลอดภัยในการมช้งาน รวมไปถึงแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน โดยเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 ที่ลื่นไหลและออกมาฟีเจอร์มารองรับกับงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ อีกทั้งได้การ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุดอย่าง Intel Iros Xe Garphics รองรับงาน 3 มิติได้ดีเยี่ยมว่าก่อนหน้าทั้งหมดแน่นอน 

Lenovo ThinkPad X1 Nano

โดยตัวเครื่องได้ความบางที่สุดที่ 13.87 มิลลิเมตร  กับหน้าจอขนาด 13″ พาเนล IPS เกรดสูง ทีสัดส่วน 16:10 ที่ความละเอียด 2K (2160 x 1350) พร้อม Dolby Vision พร้อมขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อชาร์จไฟผ่านมาตรฐานพอร์ตอย่าง Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต รวมถึงเป็น Wi-Fi 6 AX อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายด้วยโมดูลซิม 4G / 5G LTE  ก็สามารถเลือกเพิ่มเอาได้ ที่สำคัญระบบปฏิบัติก็เป็น Windows 10 Pro สนนราคาเริ่มต้นที่ 51,900 บาท

VDO Review

NBS Verdict

สรุปรีวิว Lenovo ThinkPad X1 Nano สเปก Intel EVO ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์พรีเมียม จอ 13″ 2K เบา 962 กรัม ใส่ซิม 4G / 5G ถือว่าให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ สมกับเป็นซีรีส์โน๊ตบุ๊คที่มืออาชีพนิยมใช้งานกัน หรือผู้ใช้งานระดับทั่วไปก็สามารถใช้ได้ จากการที่เป็นซีรีส์ ThinkPad ที่ทุกคนมั่นใจ ซึ่งเลือกใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 ที่นอกจากประสิทธิภาพดีเยี่ยมแล้ว การทำงานและกราฟิกทั้ความละเอียดสูง

ยังได้เทคโนโลยีโซลูชั่นความปลอดภัย ThinkShield ในตัว ที่รวมถึงคุณสมบัติด้านนวัตกรรม AI และคุณสมบัติความปลอดภัยแบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Trusted Platform Module (dTPM) แบบแยกเฉพาะ ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม  

Lenovo ThinkPad X1 Nano

อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็น่าประทับใจ นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด สมกับเป็น ThinkPad เลยก็ว่าได้ ติดตั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4x และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนับสนุนการใช้งานพื้นฐานได้เป็นอย่างดีรวมถึง ผลทดสอบต่างๆ ออกมาได้อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว ทำให้ Lenovo ThinkPad เครื่องนี้ทำงานได้อย่างลื่นไหล ทั้งในด้านการทำงานทั่วไป และงานที่เน้นการประมวลผล ยิ่งถ้าโปรแกรมนั้นรองรับ AI ยิ่งทำได้ดียิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือได้พอร์ตชาร์จไฟและเชื่อมต่อเป็น Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ตด้วย ทำให้เชื่อมต่อได้หลากหลายทั้งชาร์จไฟผ่านทาง USB-PD / ต่อหน้าจอภายนอกความละเอียดสูง 4K / 8K / โอนถ่ายข้อมูลได้สูงสุด 40Gb/s นอกจากนี้ตัวเครื่องยังแข็งแกร่งทนทานระดับกองทัพ คีย์บอร์ดแม่นยำพิมพ์สนุก คีย์บอร์ดระบายน้ำได้ TrackPoint ใช้งานสะดวก ใช้งานต่อเนื่องได้ระดับ 10 ชั่วโมง 

Lenovo ThinkPad X1 Nano

พอร์ตเชื่อมต่อครบครันระดับนึง มี Fingerprint รวมไปถึงมี Windows Pro และซอฟต์แวร์ติดเครื่องคุณภาพใช้งานได้จริง ส่งผลให้เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานทั่วๆ ไปหรือผู้ที่เน้นใช้งานจริงจัง รวมไปเน้นพกพา เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ที่บางๆ เบาๆ ได้ความทนทานและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ThinkPad ยุคใหม่ พร้อมปลอดภัยแบบจัดเต็ม อย่างที่มืออาชีพควรมี

Lenovo ThinkPad X1 Nano

จุดเด่น Lenovo ThinkPad X1 Nano

  • หน้าจอแสดงผล 13″ ความละเอียด 2K พาเนล IPS คุณภาพสูง sRGB 90%
  • ตัวเครื่องมีความบางเบา เพียง 962 กิโลกรัม และบางสุดที่ 13.87 มิลลิเมตร
  • การเลือกใช้วัสดุมาประกอบสร้างตัวเครื่องและงานประกอบทำได้ดีน่าประทับใจมาก
  • ตัวเครื่องมีความทนทานระดับ Military Grade (MIL-STD-810H) 
  • ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่นพอตัว การันตีด้วยแพลตฟอร์ม Intel EVO
  • มีฟีเจอร์ ThinkShutter  ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องเว็บแคม เพื่อความปลอดภัย
  • AccuType Keyboard สัมผัสในการพิมพ์ดีเยี่ยม พร้อมติดตั้งระบบไฟ Backlit มาให้
  • คีย์บอร์ดมีความทนทานด้วยฟีเจอร์ Spill Resistant ระบายน้ำได้ หากน้ำหกใส่
  • มี TrackPoint ตามมาตรฐาน ThinkPad ใช้งานได้สะดวกสำหรับคนที่ชอบ
  • ลำโพงคุณภาพสูง 4 ตัว ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก
  • ได้ไมค์โฟน 4 ตัวช่วยจัดเสียงรบกวน พร้อมเว็บแคมความละเอียด 5 ล้านพิกเซล 
  • ระบบ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือมีความปลอดภัยในการเข้าใช้งาน
  • อแดปเตอร์ที่ติดตั้งมาให้มีขนาดเล็กพกพาง่าย และเป็น USB-C
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง รองรับ Rapid Charge ที่ชาร์จแบตได้รวดเร็ว
  • มีรุ่นที่รองรับการใช้งาน 4G / 5G LTE ด้วยการติดตั้งโมดูลเพิ่ม
  • มี Windows Pro แท้ และซอฟต์แวร์ติดเครื่องใช้งานได้จริง
  • ได้ความปลอดภัยและประสบการณ์ใช้งานโดยรวมแบบมืออาชีพ
  • มีตัวเลือกประกันเป็นแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต Lenovo ThinkPad X1 Nano

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยกว่าที่เคลมไว้
  • แรมเป็นแบบฝังบอร์ด ไม่สามารถอัพเกรดภายหลังได้
  • เมื่อความร้อนขึ้นสูงจะมีผลต่อการใช้งาน คือมีอาการหน่วง 
  • พอร์ตเชื่อมต่อมีอยู่จำกัด เพราะตัวเครื่องบางเบามากๆ 

Specification

Lenovo ThinkPad X1 Nano ที่ได้รับมารีวิวนี้เป็นสเปกขายจริง รุ่นราคา 51,900 บาท มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 รุ่นพิเศษ ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.80 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.00 GHz  การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงงาน 3 มิติ ซึ่งนับว่าเป็นการ์ดจอออนชิปที่เทียบเคียงการ์ดจอแยกได้เลย รองรับการต่อหน้าจอภายนอก 4K / 8K ด้วย 

ทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรมขนาด 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz แบบ Dual Channel แน่นอนลักษณะเป็นออนบอร์ด ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานพื้นฐาน เล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง หรืองานมืออาชีพสำหรับภาพธุรกิจ เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 13″ ที่ได้ความละเอียด 2K (2160 x 1350) พาเนล IPS คุณภาพสูง สีสันสดใส มุมมองกว้าง พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับลำโพง 4 ตัว ระบบเสียง Dolby Atmos ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็จำกัดด้วย Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอ์รต รวมไปถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 4G / 5G ด้วยการใส่ Nano Sim รวมถึง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ด้วย รองรับการทำงานทุกที่ทุกเวลา รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกัน 1 ปี ส่งศูนย์เคลมปกติ

Lenovo ThinkPad X1 Nano ราคา 51,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1130G7 (4C/8T : 1.80 – 4.00GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13″ IPS 16:10 2K (2160 x 1350) 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 1 Year Courier or Carry-in

Hardware / Design

ถ้าสังเกตดูแล้ว Lenovo ThinkPad X1 Nano จะมีการต่อยอดการผลิตจากไลน์ของ ThinkPad X1 Series รุ่นก่อนๆ ด้วยที่เป็นซีรี่ส์หลักทำให้ดีไซน์ค่อนข้างคล้ายกันกับ ThinkPad รุ่นอื่นๆ จากการที่ได้ขอบหน้าจอที่บางเล็กในมิติตัวเครื่องใกล้เคียงเดิม พร้อมได้พื้นที่แสดงผลเป็น 13″ กับขนาดหน้าจอใหม่ของทาง ThinkPad เพื่อเป็นการเปิดรับกับขนาดหน้าที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่าเดิม

แต่ก็ยังคงรูปแบบความแกร่งด้วยการใช้เป็นสีดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่อง วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุโลหะแม็กนีเซียมคุณภาพสูง ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายลักษณะเป็นซอฟต์ทัชตลอดทั้งตัวเครื่อง แต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน และได้ความหรูหราสัมผัสคล้ายยางนุ่มๆ ซึ่งปกติแล้วเราจะได้ความรู้สึกหรือประสบการณ์นี้จะอยู่ใน ThinkPad ระดับสูงเท่านั้น

Lenovo ThinkPad X1 Nano

โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ  ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad โดยเหมาะสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการฮาร์ดแวร์ที่สเถียรสูง เชื่อถือได้ และมีความคงทนแข็งแรง ทำให้นับได้ว่า Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นโน๊ตบุ๊คที่แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คแนวทึกทนแต่ก็มีความสดใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งก็ยังมาพร้อมกับความบางเบาอย่างที่สุด 

ที่ความบางที่ 13.87 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 962 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ถือว่าน้อยมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดจอ 13″ ที่สัดส่วน 16:10 ให้พื้นที่มากกว่า 16:9 เรียกได้ว่าความบางและน้ำหนักนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คที่เหมาะสมในการพกพาไปไหนมาไหนบ่อยๆ เลย ที่มีสเปกประสิทธิภาพสูงเน้นความสเถียรภาพ เหมาะกับมืออาชีพ ซึ่งสามารถรับสายโทรออกและตัดการเชื่อมต่อจากการประชุมทางโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ปุ่มฟังก์ชัน F9-F11 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 18

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานฟีเจอร์ในองค์กรโดยเฉพาะ สำหรับการออกแบบบานพับขาจอที่แข็งแรงและมีความแตกต่างที่ทำให้ตัวเครื่องสามารถกางหน้าจอ 180  องศาได้อย่างแข็งแรงไม่เกิดปัญหาเวลาใช้งาน จากบานพับสุดแกร่งแบบ 2 แกนขนาดใหญ่

รวมถึงมีความทนทาน จากได้รับมาตรฐาน Military Grade (MIL-STD-810H) กำหนดทางทหารถึง 12 ระดับ และผ่านการตรวจสอบคุณภาพมากกว่า 200 รายการ อาทิ ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำงานได้ตามประสบการณ์ตรงที่ Lenovo ทำได้ดีมาโดยตลอด

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 40

ส่วนอื่นๆ ที่ยังเป็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของ ThinkPad ก็ยังคงมีอยู่ อย่างโลโก้ ThinkPad บริเวณมุมบนซ้ายฝาหลัง และมุมขวาล่างด้านในตัวเครื่อง โดยมีไฟ LED สีแดงคอยบอกสถาณะการทำงานอยู่ สำหรับปุ่ม Power จะถูกติดตั้งเอาไว้ที่ขอบตัวเครื่องด้านขวา ซึ่งตัวปุ่มจะเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องแสดงสถานะการเปิดปิดเครื่องได้มีไฟ LED สีขาว

ที่สำคัญที่สุดคือเราได้เห็นสติ๊กเกอร์ Intel EVO ที่ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกของ Lenovo ThinkPad เลยก็ว่าได้ ส่วนด้านใต้ตัวเครื่องก็จะเป็นช่องดูดลมเย็น พร้อมยางจำนวน 4 จุดที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้น ได้ปรับเปลี่ยนหลายๆ จุดให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ตามยุคตามสมัยในเรื่องของความเพียวบางและเบา แต่ก็ยังไม่ทิ้ง DNA ของ ThinkPad ที่มีประวัติชื่อชั้นมาอย่างยาวนานไปเสียทั้งหมด

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 44
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 43
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 17
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 54
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 57
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 62
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 76
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 77
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 50

Keyboard / Touchpad

แน่นอนว่าคีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkPad X1 Nano เครื่องนี้จะเป็น AccuType Keyboard ที่เป็นข้อเด่นที่คีย์บอร์ดที่ออกแบบมาให้มีรูปทรงโค้งปากยิ้มด้านใต้ตัวเครื่องเติมลงมาเล็กน้อยเพื่อลดโอกาสพิมพ์ผิดพลาดได้ ซึ่งเมื่อใช้งานจริงแล้วก็ถือว่าทำได้ดี โอกาสพิมพ์ผิดพลาดลดลงมาก ได้ส่วนของปลายโค้งที่ทำให้พิมพ์ถูกต้องขึ้น คีย์บอร์ดยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Spill resistant กันพวกฝุ่นละอองเข้าไป กันน้ำหกได้ ในระดับหนึ่ง รวมไปถึงบริเวณใต้ชุดคีย์บอร์ดด้านขวายังมีการติดตั้งตัวสแกนลายนิ้วมือ ที่ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello อีกด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Nano

นอกจากนี้ ThinkPad รุ่นนี้ก็มีความตั้งใจในการติดตั้ง TrackPoint (Point Stick) มาให้ด้วยบริเวณกลางตัวคีย์บอร์ด ซึ่งก็สามารถใช้งานควบคู่ไปกับ TrackPad ขนาดใหญ่ที่มีปุ่มกดถึง 3 ปุ่มได้เป็นอย่างดี พร้อมซ้ายคลิกซ้ายขวาแบบปกติเอาไว้ ก็สามารถใช้งานหลายนิ้วมือผ่านชุดคำสั่งแบบ Multi-Gesture บน Windows 10 ได้ดี ยิ่งถ้าใช้งาน TrackPoint และ TrackPad ควบคู่กันไปด้วยจะยิ่งใช้งานได้ไวมากขึ้น ตรงนี้นับว่าเป็น DNA ของ ThinkPad จริงๆ ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นล่าสุดก็ยังติดตั้งมาอยู่

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 33

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 31
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 32
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 30

Screen / Speaker

ด้านหน้าจอแสดงผล Lenovo ThinkPad X1 Nano นั้นเลือกใช้หน้าจอที่มีขนาดจอขนาดใหญ่ถึง 13″ มาพร้อมความละเอียด 2K ที่ 2160 x 1350 พิกเซล แบบ 16:10 แบบด้านลดแสงสะท้อน ใช้พาเนลจอแบบ IPS ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพาเนลเกรดสูง ที่เหมาะสมกับงานมืออาชีพ เพราะให้สีสันตรงสุดๆ ระดับที่ใกล้เคียงกับ sRGB 100% มาพร้อมกับมุมมองที่เกือบ 180 องศา แบบว่ามองมุมไหนสีสันก็ไม่เพี้ยนเลย เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง และการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น

Lenovo ThinkPad X1 Nano

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เรียกได้ว่าได้ความปลอดภัยสมกับเป็น ThikPad Series ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ พร้อมไมโครโฟนแบบ 4 ตัว ติดตั้งที่ขอบหน้าจอด้านบน พร้อมทำงาน Noise Cancelling 360 องศาอีกด้วย 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 21
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 25
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 23

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90% และ AdobeRGB 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 450 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับสูงทำให้ใช้งานที่กลางแจ้งได้อีก ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว

s1 2
s2 2
s3 2

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องแถวกลางเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 450 cd/m2 แต่สำหรับช่องมุมซ้ายล่างเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงแค่ระดับ 12% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ตัวลำโพงเป็นแบบ 4 ตัว ประกอบด้วยทวีตเตอร์แบบยิงขึ้นด้านบน 2 ตัวและวูฟเฟอร์แบบยิงลง 2 ตัว มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ให้ที่เสียงที่ดีมาก พร้อมซอฟต์แวร์ปรับแต่ง ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด รองรับการใช้งานได้หลากหลายแบบสบายๆ ให้ประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปมากๆ 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 43
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 49
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 48

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง Lenovo ThinkPad X1 Nano นั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนาทีเดียวจากการที่ฝาหลังเป็นโลหะทำให้ค่อนข้างแข็ง แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เอาจริงๆ คือใครๆ ก็ทำได้ขอแค่มีไขควงสี่แฉก  ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว เราต้องใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากหลังมาหน้า ควรทำอย่างใจเย็นระวังแตกหัก ซึ่งในส่วนของขอบเครื่องฝาด้านหน้าจะเป็นสลักยึดเอาไว้ตรงนี้ต้องใช้แรงดึไปด้านหลัง

Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 1

โดยเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ อย่างชัดเจนตามรูปเลย การวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีสมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ เรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 1 เส้น วางพาดชิปประมวลผล ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 1 ตัว โดยลมร้อนเป่าออกทางด้านข้างตัวเครื่อง นอกจากนั้นเราจะเห็นถึงแรม 16GB DDR4 ที่ออนบอร์ดบอร์ดมา ทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ภายหลังโดยจะเห็นถึง SSD M.2 NVMe PCIe ที่หากต้องอัพเกรดก็ต้องถอดของเดิมออกด้วย 

Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 2
Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 3
Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 6

Connector / Thin And Weight

Lenovo ThinkPad X1 Nano มีความบางเบากว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ส่งผลโดยตรงให้พอร์ตเชื่อมต่อที่มีนั้นมีอยู่อย่างจำกัด โดยมีเพียงพอร์ตเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต ซึ่งเป็นพอร์ตที่ดีที่สุด หนึ่งในมาตรฐาน Intel EVO ที่มาพร้อมกับการสนันสนุนในเรื่องของการจ่ายไฟที่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้พลังงานเต็มที่อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงเชื่อมต่อหน้าจอภายนอกระดับ 4K / 8K ได้อย่างลื่นไหล แน่นอนถ่ายโอนข้อมูลได้ความเร็วสูงสุดที่ 40 Gb/s ด้วย รองรับการเชื่อมต่อ Think Docking เพื่อขยายการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 65

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังคงติดตั้งช่องเชื่อมต่อเสียงภายนอกขนาดมาตรฐานที่ 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งรองรับการใช้งานไมค์และหูฟังในช่องๆ เดียว นอกจากนี้ยังมี micro-SD Card Reader ที่ขอบตัวเครื่องด้านหลัง พร้อมเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano Sim ในตัวกรณีที่ติดตั้งโมดูล Global Mobile Broadband WWAN LTE 5G CAT20 / LTE 4G CAT9 อีกทั้งในบันเดิลก็ยังให้สายแปลง USB-C to LAN และ USB-C to VGA มาด้วย แต่อย่างไรก็ตามคนใช้งานอย่างเราๆ ก็ควรหา USB-C Hub อื่นๆ มาใช้งานร่วมด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 73

สำหรับน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 962 กิโลกรัม ที่ถือว่าเบาทีเดียว กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ครบเครื่องขนาดนี้ทั้งดีไซน์และความทนทาน เมื่อพกพากับอแดปเตอร์ขนาด 65Watt ที่มีขนาดเล็ก ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุดรุ่นหนึ่ง จากการที่รองรับการใช้งานไร้สายเป็น Intel WiFi 6 AX201 และ Bluetooth 5.0 เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้เหมาะสุดๆ กับการใช้งานในออฟฟิศหรือร้านกาแฟ หรือที่ไหนก็ได้ที่เราจะกางจอออกมาทำงาน

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 10
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 11
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 12

Performance / Software

Lenovo ThinkPad X1 Nano เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Core i Gen 11 รุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i5-11350G7 รุ่นพิเศษ ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 1.80 – 4.00 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 7W – 15W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i5 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร  อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin

c1 2.   c2 2

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB LPDDR4X แบบฝังเมนบอร์ดทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ เป็นมาตรฐาน 4266MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

g1 2.   g2 2

 

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง อย่างไรก็ตามในการใช้งานจริงๆ จะแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับระบบระบายความร้อนด้วย เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที 

cine15 1.   cine20 2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH R15 / R20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ssd 2

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับความเร็วสูง ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับ SSD SATA 3 แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2426 MB/s และเขียนที่ 1807 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับบนอย่างแท้จริง

pc10 2

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,352 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง i5-1130G7 ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ด้วยชิปประมวลผลที่มีการ์ดจอออนบอร์ดตัวแรงอย่าง Iris Xe Graphics พร้อม AI เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

3dmark

ทดสอบกันต่อในส่วนของ 3D Mark ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพ 3 มิติ ก็มีคะแนนที่น่าสนใจด้วย 1187 สำหรับ GPU และ 3637 สำหรับ CPU พร้อมทดสอบเล่นเกมจริงๆ เพื่อดูเฟรมเรมในการเล่นเกม โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล 

game test 2

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 33 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 15 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 58 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 13 รวมไปถึงเกมกินสเปกอย่าง PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลพอตัว เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนที่มีการ์ดจอแยกเยอะเลย

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ Fingerprint ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีความจุ 3500 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รองรับเทคโนโลยี Rapid Charge เพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จไฟให้กลับมาถึง 80% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 

Batt X1 Nano

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 30 – 40 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 99 องศาเซลเซียส สำหรับชิปประมวลผล นับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ Lenovo ThinkPad เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีแม้ว่าจะร้อนหน่อยเพราะเครื่องบาง แต่ได้ความสเถียรที่สูง ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์ Performance Mode Setting ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนไปมาได้ง่ายๆ ด้วยปุ่ม Fn + Q เท่านั้นเอง

temp 1

Conclusion / Award

ที่ผ่านมา Lenovo ThinkPad Series อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวของใครหลายๆ คนกับโน๊ตบุ๊คที่มาในรูปแบบของโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ ประสิทธิภาพดีเน้นความพกพาบางเบา เพื่อนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการสร้างสรรค์งานโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพ อาทิงานโปรแกรมเอกสาร หรืองานที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมากนัก

โดยที่ผ่านมา Lenovo ThinkPad X1 Series เป็นในส่วนของโน๊ตบุ๊คระดับสูงที่เน้นการทำงานมาโดยตลอด มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 พร้อมการันตีด้วย Intel EVO แต่ได้ความเป็น ThinkPad X Series แบบเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม ที่สำคัญคือความเชื่อใจในระดับการทำงานมืออาชีพ

Lenovo ThinkPad X1 Nano

Lenovo ThinkPad รุ่นนี้สามารถตอบสนองการใช้งานระดับองค์กร ด้วยการที่ Lenovo เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง Core i5-1130G7 พร้อมได้แพลตฟอร์ม Intel EVO  ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงในทุกๆ ประสบการณ์ใช้งาน  จะช่วยป้องกันการเข้ารหัส Trusted Platform Module (dTPM) ด้วยการเข้ารหัสหน่วยความจำแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งทำงานร่วมกับ Lenovo ThinkShield อีกด้วย โดยมีแรม 16GB พร้อมด้วย SSD ความเร็วสูง M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่แรงลื่นและเพียงต่อการใช้งาน

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 44

รวมไปถึงยังได้หน้าจอขนาด 13″ จากมิติตัวเครื่องที่เท่าเดิม ซึ่งรุ่นก่อนๆ พร้อมได้ความละเอียดมาตรฐาน 2K ที่ดีกว่า Full HD พร้อมใช้พาเนลจอแบบ IPS ซึ่งมีการแสดงผลของสีที่เที่ยงตรงระดับ sRGB 90% ที่ช่วยให้การทำงานต่างๆ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนับว่าตั้งแต่ทดสอบมาเป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมหน้าจอที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในช่วงราคา 50,000 บาท ส่วนจุดเด่นอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องของการรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งาน 5G / 4G LTE เพื่อให้ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา สมกับสายพกพาอย่างแท้จริง

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 60

นอกจากนี้ยังได้การเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 และ Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5 อีกด้วย โดยรวมแล้ว Lenovo ThinkPad รุ่นนี้สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแบบพกพาที่มีความสมบูรณ์แบบตัวหนึ่ง และสำหรับใครที่สนใจก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตามตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย รวมไปหน้าร้านออนไลน์ต่างๆ ด้วย เชื่อได้เลยว่าแม้ว่าเราจะใม่ใช่นักธุรกิจที่ใช้งานองค์กรขนาดใหญ่ แต่ถ้าอยากได้โน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานระดับมืออาชีพที่เบาบางที่สุดรุ่นนึงล่ะก็ Lenovo ThinkPad X1 Nano เครื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ

Lenovo ThinkPad X1 Nano

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คระดับสูงขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ในระดับสเปค และราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่ง Lenovo ThinkPad X1 Nano ก็ได้รางวัลดังนี้ 

Best Performance 

Lenovo ThinkPad X1 Nano ที่เป็นโน๊ตบุ๊คขนาด 13″ ความละเอียด 2K พาเนล IPS สายทำงานบางเบาพรีเมียม ได้สเปกใหม่ล่าสุด อย่างชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นพิเศษ  การ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics ที่ดีเยี่ยม พร้อมได้ในส่วนของแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยมและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังได้หน่วยความจำแรมขนาด 16GB พร้อม SSD ความจุเยอะ 512GB มาในตัว และระบบปฏิบัติการ  Windows 10 Pro พร้อมใช้งานทันที ส่งผลให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน 

award new performance  

Best Mobility 

ความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา กับรุ่นขนาดหน้าจอ 13″ ทั้งในความบางเพียง 13.87 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 962 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก พร้อมกับได้มาตรฐานความแข็งแรงทนทานระดับกองทัพ อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วได้ประมาณ 1.2 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง พร้อมที่ชาร์จเป็น USB-C รองรับ USB-PD

award new mobility

Best Design 

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo ThinkPad X1 Nano มีความโดดเด่นเรื่องสีสันโทนดำสนิททั้งตัวเครื่อง รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุแม็กนีเซียมคุณภาพสูง พร้อมเคลือบซอฟต์ทัชสีดำ ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad

award new Design

 

from:https://notebookspec.com/web/585552-review-lenovo-thinkpad-x1-nano-intelevo

รีวิว Lenovo ThinkPad X1 Fold จอ 13.3″ OLED พับครึ่งได้ไร้รอยต่อ สเปก Core i5 ใช้งานหลากหลายโหมด รองรับปากกาและ 5G

Lenovo ThinkPad X1 Fold เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ OLED ที่สามารถพับครึ่งได้ตัวแรกของโลก มาพร้อมขนาด 13.3″ ความละเอียด 2K ทัชสกรีน มีปากกา ที่เน้นความพรีเมียมและแตกต่าง ดีไซน์บางเบาเพื่อการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ สามารถใช้งานได้เหมือนแท็บเล็ตผ่านขาที่มากับเครื่อง ซึ่งได้ต้นแบบมาจาก Lenovo ThinkPad Series กับการออกแบบที่มีความเป็น DNA สมกับความเป็นมืออาชีพ

โดยเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่เป็นสายมืออาชีพที่แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน แต่แตกต่างในเรื่องของสเปกที่ มีความพิเศษที่มากกว่า โดยใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-L16G7 ที่ลื่นไหลและออกมาฟีเจอร์มารองรับกับงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ สถาปัตยกรรม Lakefield ทำงานแบบ 5 คอร์ 5 เธรด แบ่งออกเป็นคอร์ใหญ่ 1 คอร์เล็ก 4 คล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรม big.LITTLE ของทาง ARM นั่นเอง

Lenovo ThinkPad X1 Fold

โดยตัวเครื่องได้ความบางที่สุดที่ 11.5 มิลลิเมตรเมื่อกางออก และน้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม  โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อชาร์จไฟผ่านมาตรฐานพอร์ตอย่าง USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ต และรองรับใช้งาน 4G LTE ด้วยการเพิ่มโมดูล ก็สามารถเลือกเพิ่มเอาได้ ที่สำคัญระบบปฏิบัติก็เป็น Windows 10 Home / Pro พร้อมใช้งานทันที สนนราคาเริ่มต้นที่ 8x,xxx บาทเท่านั้น ได้ประกันแบบ 3 ปี On-site Service ด้วย

VDO Review

NBS Verdict

โน๊ตบุ๊คหน้าจอ OLED พับได้ตัวแรกของโลกอย่าง Lenovo ThinkPad X1 Fold พร้อมวางจำหน่ายแบบสั่งจอง ด้วยจุดเด่นที่จอภาพสามารถพับครึ่งได้จากขนาดจอ 13.3. เพื่อการพกพา และนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร พร้อมสเปคระดับ Intel Core i5 รุ่นพิเศษด้วย Intel Hybrid Technology มาพร้อมจุดเด่นตามสมัยนิยมด้วยจอภาพที่สามารถพักได้เหมือนสมาร์ทโฟน ด้วยการออกแบบบานพับพิเศษ กับจอภาพ OLED แบบโพลีเมอร์ที่ยืดหยุ่นจะทนทานต่อทุกๆการใช้งาน ความละเอียด QXGA (1536×2048) ความสว่าง 300nit รองรับการทัชกรีนด้วยนิ้วและปากกา 

Lenovo ThinkPad X1 Fold

Lenovo ThinkPad X1 Fold ยังได้รับรางวัลจากงาน CES 43 รางวัล ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์คอมพิวเตอร์พกพาแบบพับได้ให้อารมณ์คล้ายกับหนังสือขนาดกระทัดรัด สำหรับพกพาไปใช้งานได้อย่างที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพลิดเพลินกับประสบการณ์แบ่งหน้าจอหรือใช้เป็นจอเดียวขนาดใหญ่ พร้อมยกระดับการใช้งานด้วยปากกาหรือนิ้วมือ ทรงพลังด้วยประสบการณ์ใช้งาน Windows 10 ทั้ง Home หรือ Pro ตามแต่การปรับแต่ง รวมไปถึงสเปกอื่นๆ และการรับประกันสูงสุดเป็น 3 ปี On-site Service กับราคาเริ่มต้นที่ 8x,xxx บาทขึ้นไป

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ซึ่งสเปกภายในให้ประสิทธิภาพดีเพียงพอกับการใช้งานพื้นฐานโดยยังเน้นเรื่องของการประหยัดพลังงาน ได้แรมขนาด 8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB สนับสนุนการใช้งานพื้นฐานได้เป็นอย่างดีรวมถึง ผลทดสอบต่างๆ ออกมาได้อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว ทำให้ Lenovo ThinkPad X1 Fold ทำงานได้อย่างลื่นไหล ทั้งในด้านการทำงานทั่วไป และงานที่เน้นการประมวลผลที่ไม่กินทรัพยากรเกินไป ตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่ได้ดีไซน์และรูปแบบการใช้งานที่เหนือชั้นไม่ซ้ำใคร

ที่สำคัญคือได้หน้าจอขนาด 13.3″ OLED ที่ไม่ใช่แค่พับงอได้ แต่มีคุณภาพสูงที่ sRGB 99% ทีเดียว แน่นนอว่ามีปากกาสไตลัสมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้สามารถเลือกใช้งานได้อิสระแบบแท็บเล็ตได้เต็มรูปแบบ หรือกรณีจะใช้งานเป็นโน๊ตบุ๊คก็ได้คีย์บอร์ดแบบแยกชิ้นไร้สายใช้ได้หลายรูปแบบ มีกล้อง IR ไว้สแกนในหน้าเข้าใช้งาน รวมถึงกล้องเว็บแคมก็ระดับ 5 ล้านพิกเซลให้ความคมชัดที่สูง แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้จริงๆ ระดับ 7 – 8 ชั่วโมง 

Lenovo ThinkPad X1 Fold

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ที่บางๆ เบาๆ เน้นความเป็นนวัตกรรมและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ThinkPad ยุคใหม่ โดยมาพร้อมกับราคาที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ก็สามารถเลือกดูเป็น Lenovo ThinkPad X1 Fold รับรองว่าด้านประสิทธิภาพและคุณบัติรวมไปถึงประสบการณ์ใช้งานไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน โดยมีพอร์ตชาร์จไฟและเชื่อมต่อเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ต ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นข้อจำกัดแต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

ข้อดี Lenovo ThinkPad X1 Fold

  • หน้าจอแสดงผล 13.3″ ความละเอียด 2K พาเนล OLED พับงอได้ คุณภาพสูง sRGB 99%
  • การเลือกใช้วัสดุมาประกอบสร้างตัวเครื่องและงานประกอบทำได้ดีน่าประทับใจมาก
  • ตัวเครื่องมีความบางเบา พกพาสะดวก เบาไม่ถึง 1 กิโลกรัม และบางสุดที่ 11.5 มิลลิเมตร
  • ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-L16G7 ที่แรงลื่นพอตัว พร้อม Intel Hybrid Technology
  • ระบบ IR Camera มีความปลอดภัยในการเข้าใช้งาน
  • เว็บแคมมีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซลให้ความคมชัดสูง
  • ความปลอดภัยสูงด้วย Trusted Platform Module (TPM)
  • อแดปเตอร์ที่ติดตั้งมาให้มีขนาดเล็กพกพาง่าย และเป็น USB-C
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกือบ 8 ชั่วโมง
  • มีตัวเลือกที่รองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต 5G LTE 
  • มี Windows Home / Pro ลิขสิทธิ์ และซอฟต์แวร์ติดเครื่องใช้งานได้จริง
  • ประสบการณ์ใช้งานเหนือชั้น ล้ำหน้าไม่ซ้ำใคร
  • ประกันสูงสุดเป็นแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต Lenovo ThinkPad X1 Fold

  • ราคาค่าตัวค่อนข้างสูง เน้นใช้งานเฉพาะทางระดับองค์กร
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยกว่าที่เคลมไว้เล็กน้อย (เคลมไว้ 8 – 10 ชั่วโมง)
  • ไม่มีช่องต่อหูฟังและไมค์มาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร

Specification

Lenovo ThinkPad X1 Fold สเปกภายในใช้ชิปประมวลผลรุ่นพิเศษอย่าง Intel Core i5-L16G7 ทำงานที่ความเร็ว 1.40 – 3.00 GHz เป็นสถาปัตยกรรม Lakefield เทคโนโลยีการผลิต 10nm รุ่นใหม่ ทำงานแบบ 5 คอร์ 5 เธร์ด การ์ดจอออนบอร์ด UHD Graphics ประสิทธิภาพดี รองรับการใช้งานพื้นฐานได้ลื่นไหล แรมให้มาขนาด 8GB LPDDR4X 4267MHz แบบฝังบอร์ด สำหรับที่เก็บข้อมูลเป็นมาตรฐาน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB ที่แรงลื่นเพียงพอต่อการใช้งาน

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 13.3″ ที่ได้ความละเอียด 2K OLED 4:3 (2048 x 1536, 300 nits) DCI-P3 95% แบบสัมผัส คุณภาพดี สีสันสดใส มุมมองกว้างกว่าพาเนล IPS พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Atmos อีกทั้งมีเว็บแคม 5 ล้านพิกเซลและไมโครโฟน 4 ตัว ส่วนพอร์ตที่ให้มาได้แก่ 2 x USB 3.2 Type-C รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ด้วย รวมถึงมีตัวเลือกเสริมเป็น 5G LTE ใส่ซิมได้ รองรับการทำงานแบบมืออาชีพที่ล้ำหน้าเหนือกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป 

Lenovo ThinkPad X1 Fold ราคา 8x,xxx บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-L16G7 (5C/5T & 1.40 – 3.00GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4267MHz
  • DISPLAY: 13.3″ Flexible OLED (2048×1536) Touchscreen
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 256GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 1 Year Carry-in

Hardware / Design

Lenovo ThinkPad X1 Fold จะมีการต่อยอดการผลิตจากไลน์ของ ThinkPad X Series รุ่นก่อนๆ ด้วยที่เป็นซีรี่ส์หลักทำให้ดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกับ ThinkPad รุ่นอื่นๆ แต่มีความเหนือชั้นไปจากเดิมพอสมควร ซึ่งถ้าเทียบกับ Lenovo ThinkPad ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่เป็นรูปทรงทั่วไป ก็จะเห็นได้ชัดเจนจากการที่หน้าจอสามารถพับและกางออกได้ พร้อมได้พื้นที่แสดงผลเต็มที่เป็น 13.3″ พร้อมคีย์บอร์ดไร้สาย

หรือจะพับลงครึ่งหนึ่งแล้วใช้งานอีกรูปแบบก็ทำได้เช่นกัน เป็นการเปิดรับกับขนาดหน้าที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่าเดิม แต่ก็ยังคงรูปแบบความแกร่งด้วยการใช้เป็นสีดำตลอดทั้งตัวเครื่อง วัสดุทำจากโพลีเมอร์เกรดสูงรวมไปถึงหนังแท้ที่เป็นชิ้นส่วนภายนอก ซึ่งให้ความพรีเมียมหรู คล้ายกับหนังสือเมื่อเราพับเก็บ ซึ่งก็จะเห็นถึงโลโก้ ThinkPad X1 Fold ที่มุมของตัวเครื่องและสติ๊กเกอร์โลโก้ Intel Core i5 ด้วย 

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน ที่สำคัญเราสามารถจับตั้งได้ทันทีเพราะมีขาตั้งโฟลิโอที่สามารถพับเก็บได้ โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad โดยเหมาะสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการฮาร์ดแวร์ที่สเถียรสูง เชื่อถือได้ และมีความคงทนแข็งแรง

โดย Lenovo ThinkPad X1 Fold นั้น ได้ปรับเปลี่ยนหลายๆ จุดให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ตามยุคตามสมัยในเรื่องของความเพียวบางและเบา แต่ก็ยังไม่ทิ้ง DNA ของ ThinkPad ที่มีประวัติชื่อชั้นมาอย่างยาวนานไปเสียทั้งหมด ซึ่งจากการที่หน้าจอ OLED พับได้นี้ ทำให้รูปแบบของการใช้งานโน๊ตบุ๊คของ ThinkPad เองนั้นเปลี่ยนไปตลอดอีกด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ซึ่งตัวซอฟต์เอง Lenovo Mode Switcher ThinkPad X1 Fold จะปรับหน้าจอให้ตามต้องการใช้ ช่วยแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วนได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย หรือใช้ความกว้างเต็มสำหรับจอแสดงผลขนาดใหญ่หนึ่งจอ นอกจากนี้ยังปรับให้แสดงแป้นพิมพ์บนหน้าจอโดยอัตโนมัติด้วย อาทิ ต้องการเรียกดูออนไลน์สตรีมวิดีโอ หรือดูงานนำเสนอ เราสามารถใช้งานได้เหมือนแท็บเล็ตผ่านขาที่มากับเครื่อง หรือขาตั้งเสริมเพื่อยึดตัวเครื่องขึ้น

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ทำให้นับได้ว่า Lenovo ThinkPad X1 Fold เป็นโน๊ตบุ๊คที่ก้าวล้ำ ซึ่งก็ยังมาพร้อมกับความบางเบา ที่ความบางที่ 11.5 มิลลิเมตรเมื่อกางออก (พับเป็นหนังสือจะอยู่ที่ 27.8 มิลลิเมตร) และน้ำหนักเพียง 999 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าน้อยมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดจอ 13.3″เรียกได้ว่าความบางและน้ำหนักนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คที่เหมาะสมในการพกพาไปไหนมาไหนบ่อยๆ เลย ที่มีสเปกประสิทธิภาพสูงเน้นความสเถียรภาพ ซึ่งด้านข้างตัวเครื่องจะมีการติดตั้งปุ่ม Power และ Volume เสียงเอาไว้

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ด้วยการออกแบบบานพับแบบมัลติลิงค์ที่ทนทานทำให้ Lenovo ThinkPad X1 Fold ยังคงเป้นการต่อยอดของ ThinkPad ในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ พื้นที่ทุกจุดถูกเติมเต็มแบบสูงสุดด้วยมาเธอร์บอร์ดแบบกำหนดเองเพื่อให้ประสิทธิภาพอันทรงพลัง ระบบกระจายความร้อนหลายตัวจะสร้างอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดการใช้งาน และแน่นอนว่าจอแสดงผล OLED แบบโพลีเมอร์ที่ยืดหยุ่นจะทนทานต่อทุกๆ ความยากลำบากของชีวิตได้อย่างสบาย

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 2
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 7
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 6
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 5
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 3
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 30
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 33
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 4
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 34

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ด Lenovo Fold Mini Keyboard ของ Lenovo ThinkPad X1 Fold เครื่องนี้จะเป็น AccuType Keyboard ที่เป็นข้อเด่นที่คีย์บอร์ดที่ออกแบบมาให้มีรูปทรงโค้งปากยิ้มด้านใต้ตัวเครื่องเติมลงมาเล็กน้อยเพื่อลดโอกาสพิมพ์ผิดพลาดได้ ซึ่งเมื่อใช้งานจริงแล้วก็ถือว่าทำได้ดี แต่ต้องยอมรับไม่มีการสกรีนภาษาไทยมาให้ แน่นอนว่าคีย์บอร์ดยังโดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายจาก Bluetooth แบตเตอรี่ในตัวชาร์จไฟด้วยพอร์ต micro-USB ซึ่งทำให้เราใช้งานได้อิสระและหลากหลายรูปแบบอย่างที่โน๊ตบุ๊คทั่วไปไม่สามารถทำได้ 

Lenovo ThinkPad X1 Fold

นอกจากนี้ก็สามารถใช้งานควบคู่ไปกับ TrackPad ขนาดใหญ่ที่มีปุ่มกดถึง 3 ปุ่มได้เป็นอย่างดี พร้อมซ้ายคลิกซ้ายขวาแบบปกติเอาไว้ ก็สามารถใช้งานหลายนิ้วมือผ่านชุดคำสั่งแบบ Multi-Gesture บน Windows 10 ได้ดี รวมไปถึง Lenovo Fold Mini Keyboard สามารถเชื่อมต่อแบบแม่เหล็กและชาร์จแบบไร้สายเมื่อตัวเครื่องพับรอบไว้ ที่สำคัญปากกา Lenovo Mod รองรับแรงกดที่ 4096 ระดับ แบบชาร์จผ่านทาง USB-C ได้เหมาะอย่างยิ่งเมื่อเราต้องการจดบันทึกหรือสเก็ต โดยมาพร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน

Lenovo ThinkPad X1 Fold

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 23
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 26
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 22

Screen / Speaker

ด้านหน้าจอแสดงผล Lenovo ThinkPad X1 Fold นั้นเลือกใช้หน้าจอที่มีขนาดจอขนาดใหญ่ถึง 13.3″ มาพร้อมความละเอียด 2K ที่ 2048 x 1536 พิกเซล แบบ 4:3 แบบด้านลดแสงสะท้อน ใช้พาเนลจอแบบ OLED แบบยืดหยุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพาเนลเกรดสูง ที่เหมาะสมกับงานมืออาชีพ เพราะให้สีสันตรงสุดๆ ระดับที่ใกล้เคียงกับ sRGB 99% มาพร้อมกับมุมมองที่เกือบ 180 องศา แบบว่ามองมุมไหนสีสันก็ไม่เพี้ยนเลย เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง 

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 14

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ IR Camera เพื่อใช้งานเข้าใช้งาน Windows 10 ผ่านทาง Windows Hello เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าได้ความปลอดภัยสมกับเป็น ThikPad Series ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ พร้อมเว็บแคมความละเอียดสูงมากๆ ที่ 5 ล้านพิกเซล และไมโครโฟนจำนวน 4 ตัว แบบ Noise Cancelling อีกด้วย 

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 15
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 16
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 18

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 99% และ AdobeRGB 94% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300nit ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับสูงกว่ารุ่นทั่วไป ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว คะแนนรวม 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว

s1 7
s2 7
s3 7

 

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอ 2w x 2 มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ให้ที่เสียงที่ดีมาก พร้อมซอฟต์แวร์ปรับแต่ง ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า ซึ่งตัวลำโพงจะอยู่บริเวณขอบตัวเครื่องด้านบนกรณีที่ใช้งานแบบพับจอเป็นโน๊ตบุ๊คลักษณะยิงขึ้นด้านบน ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด รองรับการใช้งานได้หลากหลายแบบสบายๆ

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 4
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 37
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 36

Connector / Thin And Weight

Lenovo ThinkPad X1 Fold มีความบางเบาและแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน แต่ได้พอร์ตเชื่อมต่ออย่างจำกัด กับพอร์ต USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ต ที่มาพร้อมกับการสนันสนุนในเรื่องของการชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์หรือ Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD (Power Delivery) การโอนถ่ายข้อมูล รวมไปถึงการแสดงผลหน้าจอภายนอกด้วย DisplayPort พร้อมเป็นช่องใส่ซิมการ์ดในตัวกรณีที่ติดตั้งโมดูล Nano Sim อย่าง 5G LTE เมื่อเราต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตตลอดเวลาอีกด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 35

สำหรับน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 999 กรัม ที่ถือว่าเบามากๆ ทีเดียว กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ครบเครื่องขนาดนี้ทั้งดีไซน์และความทนทาน เมื่อพกพากับอแดปเตอร์ขนาด 65Watt ที่มีขนาดเล็ก ก็ถือว่า Lenovo ThinkPad X1 Fold ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุดรุ่นหนึ่ง จากการที่รองรับการใช้งานไร้สายเป็น Intel Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้เหมาะสุดๆ กับการใช้งานในออฟฟิศหรือร้านกาแฟ หรือที่ไหนก็ได้ที่เราจะหยิบเครื่องออกมาทำงาน

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 36
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 8
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 1

Performance / Software

Lenovo ThinkPad X1 Fold เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-L16G7  ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.40 – 3.00 GHz ที่ทั้งแรงมีประสิทธิภาพที่ดี แถมประหยัดพลังงาน สถาปัตยกรรม 10nm รุ่นใหม่ เป็นซีพียูแบบ 5 Core 5 Threads โดยแบ่งเป็นเล็ก 4 และแกนหลัก 1 มีค่า TDP 7Watt มาพร้อมแรมออนบอร์ดขนาด 8GB LPDDR4X 4267 MHz ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

จากพื้นฐานเทคโนโลยี Intel Hybrid และ Intel Foveros 3D Stacking จะมีการแบ่งชิปประมวลผลเป็น 5 Core แบ่งเป็น Sunny Cove Core รับหน้าที่ในการประมวลผลสูงและสำหรับ Foreground Application ส่วนอีก 4 Tremont Core แบบประหยัดพลังงาน สำหรับ Background Application พร้อมกันนี้ยังรองรับ Wi-Fi 6 (Gig+) และ 5G LTE อีกด้วย ซึ่งในอนาคตทาง Intel จะมีชิปประมวลผลรูปแบบนี้ส่งมาเรื่อยๆ อีกแน่นอน 

c1 6. c2 6

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics มีความเร็วที่ 500 MHz ทำงานแบบ 64 Unit ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูง 4K ได้แบบไม่มีปัญหา เว้นแต่เอาไปเล่นเกม 3 มิติให้ยุคปัจจุบัน อันนี้ไม่แนะนำเท่าไรนัก แต่เชื่อว่าคนที่ใช้งาน Lenovo ThinkPad X1 Fold คงไม่ได้คาดหวังเรื่องเกมอยู่แล้วล่ะ

g1 6

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจตามมาตรฐานของ Core i5 เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล Intel Core i5 Gen 10 ก็ทำได้ดีกว่าด้วย ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นมาตรฐานอย่าง Intel Core i5-1035G1 ก็จะเห็นว่ามีคะแนนน้อยกว่าเล็กน้อย ในส่วนของตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ในส่วนของงานทั่วไปเท่านั้น หรือเล่นเกมออนไลน์ 3 มิตินิดหน่อยก็พอได้ในบางกรณี

cine15 5.   cine20 6

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้เป็น SSD ความเร็วสูงแบบ M.2 NVMe PCIe มาตรฐาน M2242 ที่ความจุ 256GB ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจมากๆ กับความเร็วสูงด้วยค่า Read: 1718 MB/s – Write: 1609 MB/s แม้ว่าอาจจะไม่ได้ความเร็วที่สูงมากเหมือนกับโน๊ตบุ๊ครูปแบบมาตรฐานที่ได้แพลตฟอร์ม SSD M2280 การใช้งานโดยรวมก็ลื่นไหลได้ยอดเยี่ยมแล้ว ในการใช้งานทั่วไปให้ความรู้สึกไม่สะดุด รวมไปถึงการโอนไฟล์ไปมาก็มีความรวดเร็วดี 

ssd

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 2,376 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ ส่วนถ้าเอาไปใช้งานหนักๆ เช่นงานประมวลผล ตัดต่อวีดีโอ โปรเซสไฟล์ภาพความละเอียดสูง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ อันนี้ไม่แนะนำ เพราะสเปกไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานแบบนั้นแต่อย่างใด

pc10 6

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

van

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo ThinkPad X1 Fold เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีความจุ 50Wh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 7:30 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รวมไปถึงยังรองรับเทคโนโลยี Rapid Charge เพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จไฟให้กลับมาถึง 80% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 

batt 4

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 30 – 40 องศาเซลเซียส แต่พอตั้งใจรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่า CPU จะร้อนที่สุดที่ 91 – 97 องศาเซลเซียส สำหรับชิปประมวลผลนับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ Lenovo ThinkPad X1 Fold เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีประมาณนึง ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Lenovo ที่ออกแบบมาค่อนข้างดีจากภายใน ที่ต้องบอกว่าเป็นระบบระบายความร้อนแบบไร้พัดลม รวมไปถึงชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-L16G7 สถาปัตยกรรม Lakefield ก็จัดการได้เป็นอย่างดีแล้ว

temp2 1

Conclusion / Award

ที่ผ่านมาอาจจะเป็นเรื่องไกลตัวของใครหลายๆ คนกับโน๊ตบุ๊คที่มาในรูปแบบของโน๊ตบุ๊ครูปทรงแปลกใหม่เน้นนวัตกรรมตัวแรกของโลก จากการที่เป็นจอ OLED คุณภาพสูงพับงอได้ อีกทั้งรองรับการพกพาบางเบาที่เหนือชั้น เพื่อนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการสร้างสรรค์งานโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพ อาทิ งานโปรแกรมเอกสาร หรืองานที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมากนัก ตรงนี้ Lenovo ThinkPad X1 Fold ตอบโจทย์แน่นอน กับราคาที่ 8x,xxx บาท 

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 46

โดยที่ผ่านมา Lenovo ThinkPad X Series ก็นำเสนอในส่วนของโน๊ตบุ๊คที่เน้นการทำงานเน้นความบางเบามาโดยตลอด แต่มาในคราวนี้แตกต่าง Lenovo ThinkPad X1 Fold แตกต่าง เพราะมาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-L16G7 จากเทคโนโลยี Intel Hybrid และ Intel Foveros 3D Stacking ที่ก้าวล้ำเรื่อของการแบ่งการทำงานเป็นคอร์เล็กและคอร์หลักในการทำงานที่ยืดหยุ่น ได้ประสิทธิภาพที่เต็มเปี่ยม แต่ทำงานแบบไร้พัดลมและแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนาน

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 64

Lenovo ThinkPad X1 Fold สามารถตอบสนองการใช้งานระดับองค์กร โดยมีแรม 8GB DDR3 Bus 2400MHz พร้อมด้วย SSD ความเร็วสูง M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB ที่แรงลื่นและเพียงต่อการใช้งาน ด้วยฟีเจอร์ปกป้องในด้านความปลอดภัย และ Trusted Platform Module (TPM) เข้ารหัสข้อมูลไว้ทำให้ยากที่จะแฮก นอกจากนี้ Windows Hello ยังทำงานร่วมกับกล้องอินฟราเรดเพื่อใช้งานล็อกอินด้วยระบบไบโอเมตริก ใบหน้าของเราคือรหัสผ่านที่มีอยู่หนึ่งเดียว 

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 92

รวมไปถึงยังได้หน้าจอขนาด 13.3″ คุณภาพสูง พร้อมได้ความละเอียดมาตรฐาน 2K ซึ่งมีการแสดงผลของสีที่เที่ยงตรงระดับ sRGB 99% แน่นอนว่ารองรับการใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้ลงตัวจากการที่หน้าจอทัชสกรีนทั้งนิ้วมือและปากกาสไตลัว ที่ช่วยให้การทำงานต่างๆ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนับว่าตั้งแต่ทดสอบมาเป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมหน้าจอที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง ส่วนจุดเด่นอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องของการรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งาน 5G LTE เพื่อให้ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา สมกับสายพกพาอย่างแท้จริง

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 99

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คระดับสูงขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ในระดับสเปค และราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่ง Lenovo ThinkPad X1 Fold ก็ได้รางวัลดังนี้ 

Best Mobility 

ความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา กับรุ่นขนาดหน้าจอ 13.3″ ทั้งในความบางเพียง 11.5 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 999 กรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วได้ประมาณ 1.3 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมที่ชาร์จเป็น USB-C รองรับ USB-PD

 NBS award 4 Mobility

Best Design 

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo ThinkPad X1 Fold มีความโดดเด่นเรื่องสีสันโทนดำสนิททั้งตัวเครื่อง รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13.3″ แบบพับไปมาได้ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็ก วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุโพลิเมอร์และหนังแท้คุณภาพสูงสีดำ ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน และหรูหราโดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad

NBS award 7 Design

Best Graphic

สุดทางจริงๆ สำหรับหน้าจอแสดงผลหลักของ Lenovo ThinkPad X1 Fold ที่เป็นหน้าจอพาเนล OLED แบบพับได้ครึ่งจอ ขนาด 13.3″ บนความละเอียด 2K ให้ค่าขอบเขตสี sRGB 99% และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ รองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วมือและ Lenovo Active Pen ซึ่งใช้งานหน้าจอของเราสมบูรณ์แบบด้วยความเรียบเนียน สนับสนุนการทำงานหลากหลายโปรแกรม ส่งผลให้เราเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานโน๊ตบุ๊คแบบเดิมๆ ไปตลอดกาล กับหน้าจอที่แสดงผลอะไรได้มากกว่า พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ที่คาดว่ารุ่นต่อไปจะใช้ OLED มากยิ่งขึ้น

award new Graphic

 

from:https://notebookspec.com/web/578600-review-lenovo-thinkpad-x1-fold-d-13oled

[Guest Post] เลอโนโว เปิดตัว ThinkBook รุ่นใหม่ล่าสุด รับเทรนด์ “work-from-anywhere”

เลอโนโว (Lenovo) เปิดตัวแล็ปท็อป ThinkBook รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวช่วยให้คนทำงานในปัจจุบันก้าวผ่านความท้าทายแห่งยุคที่เกิดขึ้นด้วยการผสมผสานปรัชญาการออกแบบสมัยใหม่เข้ากับคุณสมบัติที่สรรสร้างขึ้นเพื่อตอบรับเทรนด์ “ทำงานได้จากทุกที่” หรือ “work-from-anywhere”

แล็ปท็อปรุ่นใหม่ในตระกูล ThinkBook ประกอบด้วย ThinkBook Plus Gen 2 i, ThinkBook 13s Gen 2 i, ThinkBook 13x i, ThinkBook 14s Yoga i, ThinkBook 14p Gen 2, ThinkBook 15 Gen 2 i และ ThinkBook 16p Gen 2

ในขณะที่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ต่างกำลังปรับตัวเพื่อให้เข้ากับวิถีการทำงานแบบใหม่ ธุรกิจขนาดเล็กและกลางหรือ SMB ต้องเผชิญกับการปรับตัวในการนำโมเดลธุรกิจแบบไฮบริดมาใช้ได้ยากยิ่งกว่า  เลอโนโวจึงตั้งใจออกแบบเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลางสามารถเดินหน้าต่อในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้

ไฮไลต์ของผลิตภัณฑ์ ThinkBook รุ่นใหม่มีดังนี้:

ThinkBook Plus Gen 2 i

 

  • จอแสดงผล e-Ink มาพร้อมอัตรา screen-to-body (STB) เพิ่มขึ้นจาก 48% เป็น 68% และมีพื้นที่ใช้งานที่ใหญ่ขึ้นเป็น 12 นิ้ว ขณะที่ความละเอียดของจอแสดงแบบ top cover ก็เพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความละเอียด 2560×1600 ของจอแสดงผลหลัก
  • ด้านประสิทธิภาพก็สูงขึ้นด้วยอัตราการรีเฟรชที่ดีขึ้นและ e-Ink User Interface (UI) ได้รับการคิดค้นและออกแบบใหม่เพื่อให้เข้าถึงแอพพลิเคชั่นเพิ่มผลิตภาพ (productivity) ได้สะดวกง่ายดายขึ้นโดยไม่ต้องเปิดฝา
  • แล็ปท็อปรุ่นใหม่นี้บางขึ้นกว่าเดิม (9 มม.) และเบาขึ้น (1.3 กก.) และเปลี่ยนไปเป็นจอแสดงผลแสงสีฟ้าต่ำ 16:10 แบบใหม่ ซึ่งยังเห็นว่าอัตราส่วน STB เพิ่มขึ้นจาก 78% เป็นเกือบ 90% เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานหน้าจอแบบเกือบจะขอบจรดขอบ (edge-to-edge screen experience)
  • ประสิทธิภาพการโต้ตอบกับหน้าจอแบบสัมผัส (touch interaction) ถูกยกระดับด้วยปากกาแบบใหม่ทำหน้าที่เปิดแอพพลิเคชั่นที่เลือกโดยอัตโนมัติเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • ระบบการเชื่อมต่อ (connectivity) ประกอบด้วยพอร์ต Intel Thunderbolt ™ 4, Wi-Fi 61 และ ThinkBook Charging Mat (เป็นอุปกรณ์เสริมที่เพิ่มมาใหม่) ซึ่งขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี Power by Contact® ของ Energysquare สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาดใหญ่แบบไร้สาย ซึ่งสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 15 ชั่วโมง2 หรือนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง2 สำหรับการชาร์จต่อครั้ง เมื่อใช้เฉพาะจอแสดงผลแบบ e-Ink

 

ThinkBook 13x i,

  • ThinkBook 13x i มาพร้อมขนาดกะทัดรัด มีสี Storm Grey หรือ Cloud Grey ให้เลือก นับเป็นหนึ่งในแล็ปท็อปเพื่อใช้งานธุรกิจขนาด 13 นิ้วที่บางที่สุดเท่าที่มีอยู่ในตลาด โดยมีความบางเพียง 9 มม. และน้ำหนังเพียง 1.2 กก.
  • แล็ปท็อปที่เพรียวบางและทันสมัยนี้มาพร้อมกับพอร์ต Dolby Vision, Dolby Atmos และ Thunderbolt 4
  • ออกแบบบนแพลตฟอร์ม Intel Evo และขับเคลื่อนโดยโปรเซสเซอร์ 11th Gen Intel Core Processor ที่ใช้พลังงานต่ำ
  • ThinkBook Plus Gen 2 i และ 13x i ให้ความเร็วที่ยอดเยี่ยมและความชาญฉลาด พร้อมยืดอายุการใช้งานที่ยอดเยี่ยมของแบตเตอรี่ไว้3
  • การเพิ่ม wireless LAN ไร้สายความเร็วสูงด้วย Wi-Fi 61 และแบตเตอรี่ 53 วัตต์ต่อชั่วโมง นั่นหมายความว่าผู้ใช้สามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์การใช้งานส่วนใหญ่ ทั้งในและนอกพื้นที่ทำงานหลักได้

 

ThinkBook 14p and 16p

  • ThinkBook 14p และ 16p ขับเคลื่อนด้วย AMD Ryzen™ 9 5000 H Series Mobile Processors เวอร์ชั่นล่าสุด จึงเป็นที่สนใจของผู้ใช้งานระดับสูงที่ต้องการรุ่นประสิทธิภาพพร้อมคุณภาพการแสดงผลระดับมืออาชีพ หน่วยความจำที่ประมวลผลรวดเร็ว และการเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูง
  • ผู้ใช้จะเพลิดเพลินไปกับแล็ปท็อปที่พัฒนามาเพื่อรองรับการประชุมผ่าน video conference ผ่าน webcam ระดับ Full HD ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่ได้รับการปกป้องโดยฝาครอบ ThinkShutter พร้อม Touchpad ที่ใหญ่ขึ้นและคีย์บอร์ดเรืองแสงที่ตรวจจับแสงโดยรอบที่ใช้งานสะดวกสบาย ซึ่งมีปุ่มลัดสำหรับเข้าถึงระบบเรียกประชุม video conference ได้อย่างฉับไว
  • อัลกอริธึมการตัดเสียงรบกวนที่ใช้ AI จะระงับเสียงรบกวนรอบข้าง และผู้ใช้สามารถสลับโหมดเสียงที่อยู่ระหว่างโหมด Private เพื่อการประชุมแบบเป็นรายบุคคล โหมด Shared สำหรับการเรียกประชุมเป็นกลุ่ม หรือโหมด Environmental เมื่อผู้ใช้ต้องการแชร์เสียงจากอุปกรณ์อื่นๆ
  • ThinkBook 14p ทั้งบางและเบา (9 มม. และ 1.4 กก.) และสามารถกำหนดค่าด้วยจอแสดงผล OLED 2.8K สูงสุด 14 นิ้ว พร้อมมาตรฐาน VESA® DisplayHDR ™ True Black
  • ThinkBook 16p จะมาพร้อมกับกราฟิกแยก NVIDIA GeForce RTX รุ่นใหม่ที่เป็นอุปกรณ์เสริม เพื่อเสริมพลังการประมวลผลของ AMD Ryzen ให้แล็ปท็อปประสิทธิภาพสูงพร้อมจอแสดงผลขนาด 16 นิ้วขนาด 2560×1600 ที่สามารถยกระดับงานสร้างสรรค์ รวมถึงการติดตามรังสี ตลอดจน AI และวิดีโอความละเอียดสูง
  • เพื่อความถูกต้องและความสม่ำเสมอของสีที่แท้จริง ThinkBook 16p ยังสามารถกำหนดค่าด้วยจอแสดงผลที่ปรับเทียบล่วงหน้า (pre-calibrated display) ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน X-Rite™ Pantone®

 

ThinkBook 13s Gen 2 i:

  • ThinkBook 13s Gen 2 i เกิดจากการออกแบบร่วมกับ Intel® มาพร้อมจอแสดงผล WQXGA ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่ผ่านการทดสอบ ปรับแต่ง และตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม Intel® Evo™ ในทุกคุณสมบัติของฮาร์ดแวร์และเป้าหมายด้านการสร้างประสบการณ์การใช้งานหลักๆ เพื่อให้เอื้อต่อการตอบสนองของอุปกรณ์ ความพร้อมทำงานอย่างฉับไว (instant wake) อายุการใช้งานแบตเตอรี่ และการชาร์จเร็ว3 นับเป็นแล็ปท็อปที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทำสิ่งต่างๆ ให้ลุล่วง
  • Thunderbolt™ 4 อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล PCIe Gen 4 ที่เป็นอุปกรณ์เสริม และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน2 ช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีผลิตภาพสูงตลอดทั้งวัน
  • จอแสดงผลความละเอียดสูง 3 นิ้ว พร้อมอัตราส่วน aspect ratio 16:10 ซึ่งให้อัตราส่วน screen-to-body สูงถึง 90% พร้อมขอบจอที่แคบเป็นพิเศษและมีระบบสัมผัสให้เลือกใช้เป็นคุณสมบัติเสริม
  • การประชุมเสมือนจริง (virtual meeting) ได้รับการปรับปรุงดีขึ้นด้วยระบบเสียงที่ชาญฉลาดกว่า โดยมีไมโครโฟนที่สามารถสลับไปมาระหว่างโหมดเสียง 3 โหมด ได้แก่ Private, Shared และ Environmental เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์การประชุมที่ดีที่สุดไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด

 

ThinkBook 14s Yoga i:

  • ปากกาอัจฉริยะ (Smart Pen) จะซิงค์กับอุปกรณ์ของคุณ เมื่อดึงปากกาดังกล่าวออกมาในโหมด Modern Standby และแอพจดบันทึก (note-taking app) จะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เมื่อเข้าสู่ระบบ Windows 10 ชอร์ตคัท Windows Ink จะพร้อมใช้งานทันทีที่คุณหยิบปากกาขึ้นมา
  • พลังของโปรเซสเซอร์ 11th Gen Intel® Core™ และความยืดหยุ่นของ Yoga form factor ช่วยให้สามารถเปลี่ยนระหว่างโหมดต่างๆ ได้อย่างราบรื่นเพื่อผลิตภาพที่มากยิ่งขึ้น พอร์ต Thunderbolt™ 4 และ USB-C ช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่อพ่วงและจอภาพได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ
  • รุ่น 14s Yoga มีให้เลือกทั้งสีคลาสสิกอย่าง ThinkBook mineral grey และ limited-edition อย่าง Abyss Blue ซึ่งเพิ่มการผสานที่ลงตัวของสีที่สื่อถึงความมีไหวพริบและความสง่างาม

 

ThinkBook 15 Gen 2 i:

 

  • หูฟังไร้สาย ThinkBook ในตัว ซึ่งสามารถจัดเก็บไว้ในแล็ปท็อป จะมอบประสบการณ์ของพลังเสียงใหม่ที่สมบูรณ์แบบ7 หูฟังเหล่านี้จะชาร์จโดยอัตโนมัติเมื่อจัดเก็บและเชื่อมต่อกับระบบเสียงของแล็ปท็อปทันทีเมื่อนำออกมา การปิดเสียงหรือเปิดเสียงระหว่างการโทรทำได้ง่ายเพียงแค่แตะที่หูฟังสองครั้ง หูฟังนี้มาพร้อมกับไมโครโฟนคู่และระบบตัดเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อม ทำให้การประชุมออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
  • ตัวเลือกการจัดเก็บที่ยืดหยุ่น ซึ่งรวมถึงการผสานกันของ Hard disk drive (HDD) และ Solid-state drive (SSD) หรือ dual SSD
  • Modern Standby เปิดประสบการณ์การเชื่อมต่อแบบ always-on และ always-connected เพื่อให้แน่ใจว่าพีซีของคุณพร้อมให้คุณใช้งานเมื่อคุณอยู่และดาวน์โหลดอีเมล์แม้ฝาจะปิดอยู่ก็ตาม
  • คุณทำงานจากระยะไกลและต้องการความช่วยเหลือใช่ไหม? ถ้าใช่ service hot key จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของเลอโนโวได้ด้วยการกดปุ่ม ซึ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ รวมถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ เช่น serial number เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือที่รวดเร็วฉับไว

 

 

1 ต้องใช้เราเตอร์ Wi-Fi ที่ซื้อแยกต่างหากและแพ็คเกจอาจแตกต่างกันไปตามทำเลที่ตั้ง ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อกำหนด เงื่อนไข และ/หรืออาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
2 อายุการใช้งานแบตเตอรี่จะแตกต่างกันไปและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ
3 ที่มา: Intel สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพและผลการวัดประสิทธิภาพ โปรดเข้าไปที่ www.intel.com/Evo
4 ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายนของปี 2564 การอัพเดต Vantage เหล่านี้จะพร้อมใช้งานบนพีซีของผู้บริโภคทั่วไป หรือ SMB ที่กำหนดค่าสำหรับ “ใช้ในบ้านและสำนักงาน” ในระหว่างการตั้งค่าอุปกรณ์ ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดอัพเดตได้ใน Microsoft Store (ดาวน์โหลดด้วยตนเอง)
5 เวลาในการโหลดจริงอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและการกำหนดค่าที่แตกต่างกัน
ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติม
7 จากการวิจัยของ Lenovo ในเดือนมิถุนายนปี 2020 เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่จำหน่ายโดยผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ที่มียอดขายมากกว่า 1 ล้านเครื่องทั่วโลกต่อปี

 

เกี่ยวกับ เลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก

ร่วมติดตามเราบน LinkedInFacebookTwitterYouTube, InstagramWeibo หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.lenovo.com/th

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-lenovo-thinkbook-work-from-anywhere/

Lenovo Notebook รุ่นใหม่ 2021 YOGA / ThinkBook / ThinkPad เน้นทำงาน พกพา จอทัชพับได้ 360 องศา สเปก Intel / AMD แรม 16GB ได้ Office แท้

Lenovo Notebook 2021 รุ่นใหม่ YOGA ThinkBook / ThinkPad ในบทความนี้มีความตั้งใจคัดเลือกมาเป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบาเพื่อการทำงานและพกพาโดยเฉพาะ โดยมีสเปกแรงลื่นทั้ง Intel Core i และ AMD Ryzen ได้แรมมาตรฐาน 16GB ในทุกรุ่น เพราะนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานหนักๆ อีกทั้งได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ด้วย ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีมาก ในดีไซน์ที่บางเบาพกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐาน หรืองานเฉพาะทาง 

Lenovo Notebook

ในส่วนของสเปกอื่นๆ ของ Lenovo Notebook อย่าง YOGA / ThinkBook / ThinkPad ก็จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 13.3″ – 14″ ที่สนับสนุนการใช้งานทุกรูปแบบ บนความละเอียด Full HD หรือมากกว่าเป็นระดับ Quad HD ที่ให้ภาพคมชัดเรียบเนียน โดยหลักๆ แล้วจะได้เป็นพาเนล IPS คุณภาพกี ที่ให้ภาพสดสวยสมจริงสุดๆ รวมไปถึงมีบางรุ่นจะเป็น 2-in-1 Notebook ที่หน้าจอรองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วมือและปากกาอีกด้วย

Lenovo Notebook

Lenovo Notebook รุ่นใหม่ YOGA / ThinkBook / ThinkPad สนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่สะดุด และบางรุ่นได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาด้วย ทำให้เราสามารถใช้งาน Word, Excel, Power Point ได้ทันที โดยไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มเองแต่อย่างใด

Lenovo Notebook

 

ในส่วนของการพกพาก็ทำได้เยี่ยมยอด โดยมีน้ำหนักเบาสุดแค่ 990 กรัมเท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสุดที่ 8 – 10 ชั่วโมงด้วยกัน ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Lenovo YOGA / ThinkBook / ThinkPad ทั้ง 5 รุ่น ที่ได้เป็นสเปก Intel Core i Gen 11 และ AMD Ryzen 4000 แรงคุ้มที่สุด ทำงาน เล่นเน็ต ดูหนังลื่นๆ รวมไปถึงเล่นเกมออนไลน์ก็ลื่นไหลด้วย ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปติดตามชมกันต่อได้เลย

Lenovo Notebook

Lenovo Notebook 2021 รุ่นใหม่ YOGA / ThinkPad / ThinkBook

  1. Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL-20V9005PTA ราคา 27,775 บาท
  2. Lenovo Yoga Slim 7 14ARE05-82A200DETA ราคา 30,900 บาท
  3. Lenovo Yoga 6 13ARE05-82FN003RTA ราคา 30,900 บาท
  4. Lenovo Yoga Slim 7i Carbon 13ITL5-82EV0051TA ราคา 34,900 บาท
  5. Lenovo ThinkPad L13 20VH-002HTH ราคา 36,900 บาท

Lenovo ThinkBook 13s G2 ราคา 27,775 – 32,100 บาท

Lenovo Notebook อย่าง ThinkBook 13s Gen 2 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake มี AI ช่วยประมวลผลในตัว จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ThinkBook Series คอมพิวเตอร์ซับแบรนด์จาก Lenovo สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในปี 2021 ที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบ เพิ่มความคล่องตัวในทุกการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro

เติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ธุรกิจสู่ยุคแห่งอนาคต โดย Lenovo ThinkBook 13s เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด 2K ที่มีความบางเฉียบเน้นพกพาสะดวก เบาเพียง 1.26 กิโลกรัม บางที่ 14.9 มิลลิเมตรรองรับทั้งการทำงานระดับมืออาชีพ รวมไปถึงความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบในเครื่องเดียวกัน

Lenovo Notebook

Lenovo ThinkBook 13s รุ่นใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าในส่วนฝาหลังที่ดูแล้วมีความทันสมัย เน้นออกแบบให้ตรงต่อรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ SMB / SME ซึ่งให้ความสำคัญไม่เพียงเฉพาะดีไซน์ที่สวยงามพร้อมฟีเจอร์ที่เหนือชั้นกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมีบริการหลังการขายและการรับประกันที่ดีเยี่ยม

สำหรับสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphic ที่รอบรับการทำงานหรือเล่นเกม 3 มิติพอได้ มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเริ่มต้นเพียง 27,755 – 32,100 บาทเท่านั้นเอง 

Lenovo Notebook

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo ThinkBook 13s นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา พร้อมได้หน้าจอความละเอียดสูง ที่มากกว่า Full HD ส่งผลให้ Lenovo Notebook รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2021 ที่น่าใช้งานสุดๆ สำหรับหน้าจอสามารถกางได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL-20V9005PTA ราคา 27,775 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T & 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Pro
  • Warranty : 1 Years

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL-20V9005NTA ราคา 32,100 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 1 Year

Lenovo YOGA Slim 7 14 ราคา 30,900 บาท

Lenovo Notebook รุ่น YOGA Slim 7 เป็นโน้ตบุ๊กในซีรีส์ YOGA ที่อาจจะแตกต่างจากที่เคยซักเล็กน้อย เนื่องจากเป็นรุ่นที่ออกแบบมาในสไตล์ฝาพับปกติ ไม่สามารถพลิกจอได้ถึงระดับ 360 องศา แต่ยังคงความครบครันทั้งในแง่ของความบางเบา พกพาสะดวก พร้อมกับประสิทธิภาพที่ลงตัวจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 รุ่นใหม่ในสถาปัตยกรรม Renoir ที่โดดเด่นทั้งความสามารถ และการใช้พลังงานที่ดี

โดยในรุ่นนี้เลือกใช้ AMD Ryzen 7 4700U ผสานกับพลังกราฟิก AMD Radeon RX Vega 7 ที่แรงจนสามารถใช้เล่นเกมยอดฮิตในปัจจุบันได้โดยไม่ต้องพึ่งพลังจากการ์ดจอแยก แรมก็จัดเต็มมาให้ถึง 16 GB SSD 512 GB ความเร็วสูง หน้าจอ FHD ขนาด 14″ ที่ให้ค่าสีแม่นยำระดับ 100% sRGB จึงทำให้ YOGA Slim 7 เครื่องนี้เหมาะกับทั้งการใช้งานทั่วไป งานเอกสาร ไปจนถึงงานกราฟิกที่ต้องการความแม่นยำของสีในสเกล sRGB ได้สบาย ๆ

Lenovo Notebook

การเชื่อมต่อของ YOGA Slim 7 ก็ถือว่าครบครันมากสำหรับโน้ตบุ๊กที่เน้นความบางเบา เพราะมีให้มาทั้ง USB-A, USB-C, HDMI, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็มี WiFi 802.11AX (WiFi 6) มาให้ด้วย ส่วนการชาร์จก็ทำได้ผ่านพอร์ต USB-C ที่รองรับฟังก์ชันการชาร์จแบบ USB-PD ด้วย รวมถึงความเร็วในการรับส่งข้อมูล/เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เรียกว่าซื้อรอบนี้ ใช้งานได้อีกยาว ๆ แน่นอน

วัสดุหลักของตัวเครื่องภายนอกจะเป็นอลูมิเนียมที่มีจุดเด่นในด้านน้ำหนักที่เบา 1.4 กิโลกรัม แต่ยังคงความแข็งแกร่งไว้ได้อยู่ โดยเครื่องสีม่วงแบบไวน์องุ่น หรืออีกสีจะเป็นสีเทา Slate Grey เรียกว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับไลฟ์สไตล์ในยุคนี้ได้ดีมาก ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกในการพก การใช้งานอุปกรณ์เสริมร่วมกับเครื่องอื่น 

Lenovo Notebook

Lenovo Yoga Slim 7 14ARE05-82A200DETA ราคา 30,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4700U (8C/16T & 1.80 – 4.2GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS 1920 x 1080
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Lenovo YOGA 6 13 ราคา 30,900 บาท

Lenovo Notebook รุ่น Lenovo YOGA 6 13 เป็น 2-in-1 Notebook ปี 2021 มาพร้อมขุมพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U สถาปัตยกรรม Zen 2 ใหม่ล่าสุดที่การผลิต 7 นาโนเมตร ส่วนสเปกอื่นๆ ก็มาพร้อมกับหน่วยความจำแรมขนาด 16GB และแหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB

พร้อมกับได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ในตัวพร้อมได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ โดยมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 30,990 บาท ประกันเป็นระยะเวลา 2 ปี แบบ On-site Service

Lenovo Notebook

ได้ดีไซน์หรูหรากะทัดรัด หน้าจอ 13.3 นิ้วแบบทัชสกรีน ตัวเครื่องบางเพียง 18.2 มม. บางกว่าและเบาเพียง 1.32 กิโลกรัม มาพร้อมกับความเรียบหรูระดับพรีเมี่ยม เป็นโน๊ตบุ๊คที่บางที่สุดรุ่นนึงจากทาง Lenovo บานพับ 360 องศา หน้าจอสัมผัส Full HD พาเนล IPS ขอบบาง ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล

รองรับการใช้งานหลากหลายโหมดได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Lenovo Active Pen ที่มีเทคโนโลยี Palm-Rejection ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติขณะเขียนเหมือนการเขียนปากกาบนกระดาษ ให้เสียงนุ่มจากลำโพงคุณภาพพร้อมมีระบบ Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีเยี่ยม

Yoga%206%2013 bk

สำหรับ Lenovo YOGA 6 13 รุ่นที่ต่อยอด YOGA รุ่นก่อนๆ ในตระกูลของ 2-in-1 Notebook เพิ่มเติมคือมีใหม่ ตัวตัวเครื่องบางลง น้ำหนักเบาลง โดดเด่นด้วยผ้าหุ้มห่อด้วยสี Abyss Blue ซึ่งต้องยอมรับงานประกอบตัวเครื่องดีมากๆ และด้วยพื้นผิวด้านในเป็นแบบซอฟต์ทัชสีเทาสัมผัสพรีเมียม ทำให้ตัวเครื่องดูเนี้ยบหรูสวยงาม แต่ก็ยังให้ความทนทานไปพร้อมๆ กัน

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo ลักษณะแบบแผ่นโลหะที่ดูสวยงาม จะมีอยู่ 1 จุดที่มุมตัวเครื่อง ส่วนโลโก้ YOGA จะติดตั้งอยู่มุมฝาหลังของตัวเครื่อง ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกันแบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ส่วนปุ่ม Power ถูกติดตั้งเอาไว้ด้านข้างตัวเครื่องตัวสไตล์ 2-in-1 Notebook

Lenovo Yoga 6 13ARE05-82FN003RTA ราคา 30,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4700U (8C/8T & 2.00 – 4.10GHz)
  • GPU : AMD Radeon 7
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS 1920 x 1080 Touch Screen
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Lenovo YOGA Slim 7i Carbon ราคา 34,900 บาท

Lenovo Notebook รุ่น Yoga Slim 7i Carbon เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ซึ่งเป็นโมเดลไฮไลท์สำคัญของไลน์ผลิตภัณฑ์ Yoga มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและความแข็งแกร่ง ให้ความคล่องตัวในการใช้งานด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 966 กรัมบนหน้าจอขนาด 13.3 นิ้วแบบ 16:10 และบางเพียงแค่ 14.25 มิลลิเมตร ทำให้เหนือชั้นกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุด 

ให้ความเหมาะมือจึงสามารถพกพาไปได้ในทุกที่ ตัวเครื่องที่สวยงามเรียบหรูนี้มาพร้อมกับความทนทานด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีขาว Moon White ซึ่งผ่านการทดสอบ 9 อย่าง ความทนทานเทียบได้กับมาตรฐานในระดับ MIL-STD-810G โดยมาพร้อมกับการรับประกันแบบ 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน อีกทั้งมีโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปให้ใช้งานอีกด้วย

Lenovo Notebook

ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 จึงให้การทำงานที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมได้เทคโนโลยีกราฟฟิก Intel Iris Xe ช่วยให้เครื่องแสดงผลเร็วขึ้น 3 เท่า และสามารถจัดการความร้อนได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และการส่งถ่ายข้อมูลผ่านพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ถึง 2 พอร์ต ความจุแบตเตอรี่สูงถึง 50 วัตต์

ทำให้ YOGA Slim 7i Carbon รองรับการเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานถึง 15 ชั่วโมง หรือใช้ทำงานทั่วไปได้นานถึง 13 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วอย่าง Rapid Charge Boost ให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพียงพอถึง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 15 นาที

Yoga%20Slim%207i%20c f

หน้าจอความละเอียดแบบ 2560 × 1600 QHD รองรับการแสดงผลกว่า 4 ล้านพิกเซล และความสว่างขนาด 300 nit ช่วยให้ทุกตัวหนังสือและทุกภาพคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้ง ค่าสีแสดงผลแบบ 100% sRGB colour gamut และรองรับ Dolby Vision HDR ให้สีสันสวยงามสมจริง ถนอมสายตาด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการรองรับสิทธิบัตร TÜV Rheinland Eye Comfort Certified ว่าสามารถช่วยลดการเมื่อยล้าของตา

คุณภาพเสียงจากลำโพง 2 x 2W ระบบ Dolby Atmos ให้อรรถรสการฟังในแบบ 3 มิติ พร้อมมีเทคโนโลยีการจัดการเครื่องอย่าง Lenovo Q-Control ที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อน  Lenovo Intelligent Thermal System 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและจัดการพลังแบตเตอรี่ ในส่วนของระบบปฏิบัติการได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที 

Lenovo Yoga Slim 7 Carbon 13ITL5-82EV0051TA ราคา 34,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T & 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS (2560 x 1600)
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon-82EV003LTA ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years Onsite Service

Lenovo ThinkPad L13 ราคา 36,900 บาท

Lenovo Notebook รุ่น ThinkPad L13 เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ที่เน้นความบางเบาเพื่อการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ รวมถึงขอบหน้าจอที่บาง ซึ่งได้ต้นแบบมาจาก Lenovo ThinkPad รุ่นก่อนหน้า ที่มีมิติตัวเครื่องใกล้เคียงกันแต่ได้ขนาดพื้นที่หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น โดยเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่เป็นสายมืออาชีพที่แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง i7-1165G7 ที่ลื่นไหลและออกมาฟีเจอร์มารองรับกับงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ

โดยตัวเครื่องได้ความบางที่สุดที่ 17.6 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 1.38 กิโลกรัมเท่านั้น  โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อชาร์จไฟผ่านมาตรฐานพอร์ตอย่าง USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ต (1 พอร์ตเป็น Thunderbolt 4) อีกทั้งยังมี USB 3.2 Type-A อีก 2 พอร์ต และพอร์ตการเชื่อมต่ออื่นๆ อย่าง HDMI, micro-SD Card Reader รองรับการใช้งาน Wi-Fi 6 AX ด้วย

Lenovo Notebook

วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุโลหะแม็กนีเซียมประกอบกับพลาสติกคุณภาพสูง ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน และหรูหราด้วยวัสดุพลาสติกยางที่มีสัมผัสคล้ายหนังที่นำมาปิดตรงส่วนแท่นวางข้อมือ โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ

ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad โดยเหมาะสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการฮาร์ดแวร์ที่สเถียรสูง เชื่อถือได้ และมีความคงทนแข็งแรง โดย Lenovo ThinkPad L13 นั้น ได้ปรับเปลี่ยนหลายๆ จุดให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ตามยุคตามสมัยในเรื่องของความเพียวบางและเบา แต่ก็ยังไม่ทิ้ง DNA ของ ThinkPad ที่มีประวัติชื่อชั้นมาอย่างยาวนานไปเสียทั้งหมด

Lenovo Notebook

ที่สำคัญคือได้หน้าจอขนาด 13.3″ Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูง โดยมีพอร์ตชาร์จไฟและเชื่อมต่อเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ตด้วย เรียกได้หาได้ยากในโน๊ตบุ๊คช่วงราคานี้แน่นอน นอกจากนี้ตัวเครื่องยังแข็งแกร่งทนทาน คีย์บอร์ดแม่นยำพิมพ์สนุก คีย์บอร์ดระบายน้ำได้ TrackPoint ใช้งานสะดวก มี Fingerprint เพื่อความปลอดภัยรวดเร็ว ที่สำคัญตัวเครื่องมีความทนทานระดับ Military Grade

รวมไปถึงมี Windows 10 Pro เพื่องานระดับองค์กร และซอฟต์แวร์ติดเครื่องคุณภาพใช้งานได้จริง ส่งผลให้เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานทั่วๆ ไปหรือผู้ที่เน้นใช้งานจริงจัง รวมไปเน้นพกพา แบตเตอรี่ใช้งานจริงๆ สนนราคาเริ่มต้นที่ 36,900 บาทเท่านั้น ได้ประกันแบบ 3 ปี Onsite Service ด้วย

Lenovo ThinkPad L13 20VH-002HTH ราคา 36,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T & 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS 1920 x 1080
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Pro
  • Warranty : 3 Years On-site Service

เรียกได้ว่าเป็น Lenovo Notebook ที่น่าซื้อมาใช้งานมากๆ จริง ทั้ง 5 รุ่นนี้เป็นของดีแนะนำแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ThinkBook 13s G2 / Lenovo YOGA Slim 7 14 / Lenovo YOGA 6 13 / Lenovo YOGA Slim 7i / ThinkPad L13 ตอบโจทย์กับคนที่ต้องการน๊ตบุ๊คเน้นใช้งานพกพา หน้าจอขนาด 13.3″ – 14″ ที่ได้หน้าจอ IPS เกรดสูง และวคามละเอียดที่เป็น Full HD หรือ Quad HD ที่คมชัดกว่า บางรุ่นได้ประกัน 3 On-site Service ด้วย นับได้ว่ามีความคุ้มค่าแบบสุดๆ ยังไงลองเทียบกันตามตามตารางสเปกของแต่ละรุ่นดูอีกทีนะครับ

ตารางเปรียบเทียบสเปก Lenovo Notebook รุ่น YOGA / ThinkBook / ThinkPad

Lenovo Notebook CPU GPU RAM Storage Display Office Warranty
ThinkBook 13s G2 i5-1135G7 Iris Xe  16GB  SSD 512GB 13.3″ 2560×1600 No 1Y
Yoga Slim 7 14 Ryzen 7 4800U Radeon 8 16GB SSD 512GB 14″ 1920 x 1080 Yes 3Y On-site
Yoga 6 13 Ryzen 7 4700U Radeon 7 16GB SSD 512GB 13.3″ 1920 x 1080 Yes 3Y On-site
Yoga Slim 7i i5-1135G7 Iris Xe 16GB SSD 512GB 13.3″ 2560×1600 Yes 3Y On-site
ThinkPad L13 i7-1165G7 Iris Xe 16GB SSD 512GB 13.3″ 1920 x 1080 No 3Y On-site

 

 

from:https://notebookspec.com/web/579941-lenovo-notebook-yoga-thinkpad-model2021

[Guest Post] เลอโนโวประกาศวางจำหน่าย ThinkPad X1 Nano ในไทยแล้ววันนี้ ที่สุดแห่งความเบาสบาย บนประสิทธิภาพที่หนักแน่น

  • ThinkPad X1 Nano เป็นหนึ่งในดีไวซ์รุ่นแรกของเลอโนโวที่มาพร้อมฟีเจอร์ขุมพลังจาก Intel® Evo™ พร้อมความลงตัวระหว่างประสิทธิภาพอันทรงพลัง การตอบสนองที่รวดเร็ว และแบ็ตเตอรี่อึดทน รวมถึงแสดงภาพบนหน้าจอออกมาได้สวยงาม

 

เลอโนโวประกาศวางขาย ThinkPad™ X1 Nano ในประเทศไทยแล้ววันนี้ แล็ปท็อป ThinkPad X1 Nano เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ในไลน์ X1 พรีเมี่ยม พร้อมจุดเด่นน้ำหนักเครื่องที่มีความเบาน้อยกว่า 1 กิโลกรัมหรือเพียง 907 กรัมเท่านั้น โดยตัวเครื่องอัดแน่นมาด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลังและรองรับทุกการใช้งานในทุกสถานการณ์ มากไปกว่านั้น ThinkPad X1 Nano ยังเป็น ThinkPad ตัวแรกของเลอโนโวที่ใช้ Intel® Evo™ และขับเคลื่อนโดยหน่วยประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ เพื่อส่งมอบความเร็วเต็มสปีดและระบบการทำงานที่อัจฉะริยะให้แก่ผู้ใช้งาน

 

เบากว่าทุก ThinkPad ที่เคยมีมา

ด้วยน้ำหนักที่เบากว่า 1 กิโลกรัม ThinkPad X1 Nano จึงเป็นผลิตภัณฑ์ ThinkPad ที่เบาที่สุด แต่ยังให้ประสิทธิภาพการใช้งาน หน้าจอ ระบบเสียง และความปลอดภัยขั้นสูง ตามคุณภาพ และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ThinkPad

 

 

  • ด้วยตัวเลือกหน่วยประมวลผลสูงสุด 11th Generation Intel® Core™ i7 และกราฟฟิก Intel® Iris® Xe แล็ปท็อป ThinkPad X1 Nano จึงรองรับงาน content creation ได้เร็วกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไปถึง 7 เท่า ให้ประสิทธิภาพการใช้งานในออฟฟิศทั่วไปที่เร็วขึ้นถึง 20% แถมรองรับการเล่นเกม และการสตรีมมิ่งที่เร็วขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นใกล้เคียงกัน
  • พอร์ต Thunderbolt™ 4 ช่วยให้ผู้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ ต่อจอมอนิเตอร์ ต่อหน่วยความจำเสริม หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  • ตัวเครื่องมาพร้อมระบบความปลอดภัย ThinkShield ที่อัพเดทการใช้งาน AI และ biometric ไม่ว่าจะเป็นระบบจดจำเสียง (voice recognition) ระบบตรวจสอบการเคลื่อนไหวเมื่อไม่อยู่ที่หน้าจอ เพื่อล็อค และปลดล๊อคเครื่องได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน หรือฟังก์ชั่นการสแกนนิ้วมือ ก็ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
  • ตัวเครื่องรองรับระบบปฎิบัติการณ์ Windows 10 Pro หรือ Ubuntu Linux OS เพื่อการใช้งาน 5G ในอนาคต
  • หน้าจอ 13 นิ้ว Dolby Vision 2K สัดส่วน 16:10 ค่าสี sRGB 100% ให้มุมมองที่กว้าง และสีสันสมจริง ด้วย นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกหน้าจอสัมผัสอีกด้วย
  • ระบบเสียงทรงพลังด้วย Dolby Atmos และไมโครโฟน 360 องศา 4 ตัว ให้เสียงดังชัด เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง

 

ควบคุมและตั้งค่า Lenovo PC Experience ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้ง End Users และ IT Admins

ผลิตภัณฑ์ในตระกูล Think ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Commercial Vantage ซึ่งล่าสุดได้รับการอัพเกรดให้เป็น Commercial Vantage 1.2 ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรูปแบบการใช้งานแบตเตอรรี่ ไมโครโฟน การแสดงผลหน้าจอ กล้องหรือ ระบบเสียง ได้ตามความต้องการและรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ และเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ระบบยังสามารถตรวจสอบเครือขาย WiFi ที่มีความเสี่ยง ระบบ BIOS และเฟริมแวร์สามารถอัพเดทได้โดยอัตโนมัติเพื่อปกป้องเครื่องจากความเสี่ยงในการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์

 

 

เครื่องสามารถปรับแต่งและควบคุมได้อย่างง่าย และรวดเร็วทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องพึ่งการตั้งค่าโดยฝ่าย IT ในทุกครั้งที่ต้องการปรับการตั้งค่าใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม ฝ่าย IT ยังสามารถตรวจสอบและควบคุมการใช้งานเครื่องผ่านโปรแกรม Vantage โดยสามารถควบคุมเครื่องได้จากระยะไกลเพื่อที่ฝ่าย IT จะสามารถอัพเดทระบบการทำงานของเครื่องให้เป็นสถานะปัจจุบันได้ตลอดเวลาจากทุกสถานที่

โปรแกรม Commercial Vantage 1.2 ได้รับการปรับขนาดการใช้พื้นที่ในผลิตภัณฑ์ลงกว่าเท่าตัว อีกทั้งยังมีอินเตอร์เฟซที่สะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้น

 

ราคาและการจัดจำหน่าย

ThinkPad X1 Nano วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นที่ 57,321 บาท

 

โปรแกรม Commercial Vantage 1.2 พร้อมให้บริการแล้ว โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกติดตั้งในผลิตภัณฑ์ Think โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Think สามารถเข้าไปดาวน์โหลด Commercial Vantage เวอร์ชั่น 1.2 ได้ที่ Microsoft store และ Lenovo support site

 

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ http://www.lenovo.com/think/

 

เกี่ยวกับเลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก

 

ร่วมติดตามเราบน LinkedIn, Facebook, Twitter, YouTube, Instagram, Weibo หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.lenovo.com

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-lenovo-thinkpad-x1-nano/

แนะนำ 6 โน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C สเปคเริ่ม i5, Ryzen 5 งบ 30k

โน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C ได้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมันสามารถใช้ปลั๊กของสมาร์ทโฟนที่รองรับการชาร์จไว 65W เสียบเข้าช่อง USB-C ที่รองรับ Power Delivery 3.0 หรือพอร์ต Thunderbolt 3 ก็สามารถชาร์จโน๊ตบุ๊คได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งปลั๊กโน๊ตบุ๊คอันใหญ่อีกต่อไป และผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ แบรนด์ก็เริ่มนำฟีเจอร์นี้มาติดตั้งในโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกินสามหมื่นบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้ใช้แบบเราจ่ายเงินไม่เยอะมากก็ได้ฟีเจอร์แสนสะดวกนี้มาใช้เช่นกัน

เมื่อฟีเจอร์นี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้น เราก็สามารถหาโน๊ตบุ๊คในงบประมาณไม่เกิน 30,000 บาท แล้วชาร์จผ่าน USB-C มาใช้งานได้ง่าย ๆ สเปคจัดว่าดีจนใช้ทำงานได้หลากหลายตั้งแต่งานเอกสารทั่วไปจนถึงงานตัดต่อวิดีโอหรือกราฟฟิคได้สบาย ๆ รวมทั้งมีน้ำหนักเบาและใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงอีกด้วย

โน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C

โน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C ดูอย่างไร

mba thunderbolt
พอร์ต Thunderbolt 3 ข้าง MacBook Air, MacBook Pro ก็หน้าตาเหมือน USB-C

ถึงเราจะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ เครื่องมีพอร์ต USB-C เหมือนกัน แต่พอเสียบปลั๊กของสมาร์ทโฟนที่ชาร์จ 65W ได้เข้าไปโน๊ตบุ๊คก็ไม่ชาร์จซักที เพราะว่าพอร์ต USB-C หน้าตาเดียวกันแต่มีหลายสเปค จึงทำให้ผู้ใช้สับสนอยู่พอควร ดังนั้นจะดูแค่ว่าเครื่องนี้มี USB-C แล้วฟันธงว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ชาร์จผ่านพอร์ต Type-C ทันทีไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องดูควบคู่กับสัญลักษณ์ที่เขียนเอาไว้ข้าง ๆ พอร์ตนั้นด้วย ว่าเป็น USB-C มาตรฐานไหน

kensington usb c table updated
รวมมิตรโลโก้พอร์ต USB-C หลายแบบหลายสไตล์

จากภาพข้างบนจะเห็นว่าสัญลักษณ์ของพอร์ต USB-C มีเยอะมาก โดยแต่ละสัญลักษณ์ไล่จากด้านบนลงล่างจะมีความหมายดังนี้

  1. มีเครื่องหมายสามง่าม USB อย่างเดียว – เป็นพอร์ต USB-C มาตรฐาน USB 2.0 ความเร็วในการรับส่งข้อมูลแค่ 480 Mb/s เท่านั้น
  2. เครื่องหมายสามง่าม USB มีตัวอักษร SS – เป็น USB-C มาตรฐาน USB 3.1 รับส่งข้อมูลได้เร็ว 5 Gb/s ส่วนตัวอักษร SS แปลว่า SuperSpeed เป็นชื่อเต็มของ USB 3.0
  3. เครื่องหมายสามง่ามกับเลข 10 และมีตัวอักษร SS – เป็น USB-C มาตรฐาน USB 3.1 รับส่งข้อมูลได้เร็ว 10 Gb/s
  4. เครื่องหมายสามง่าม USB ในแบตเตอรี่ – เป็น USB-C รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นด้วย (Power Delivery) แต่รับส่งข้อมูลมาตรฐาน USB 2.0 มีความเร็วรับส่งข้อมูลแค่ 480 Mb/s 
  5. เครื่องหมายสามง่ามในแบตเตอรี่กับตัวอักษร SS – เป็น USB-C รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คและรับส่งข้อมูลมาตรฐาน USB 3.1 ความเร็ว 5 Gb/s
  6. เครื่องหมายสามง่ามในแบตเตอรี่กับตัวอักษร SS มีเลข 10 – เป็น USB-C รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คและรับส่งข้อมูลมาตรฐาน USB 3.1 ความเร็ว 10 Gb/s
  7. เครื่องหมายสามง่าม USB มีตัวอักษร SS และเลข 10 ด้านขวามีตัวอักษร D – เป็น USB-C รองรับการรับส่งข้อมูลมาตรฐาน USB 3.1 ความเร็ว 10 Gb/s และรองรับการต่อ DisplayPort Alt Mode ได้ด้วย แต่ไม่รองรับการชาร์จผ่านพอร์ตนี้
  8. เครื่องหมายสามง่ามในแบตเตอรี่ มีตัวอักษร SS และเลข 10 ด้านขวามีตัวอักษร D – เหมือนกับข้อ 7 แต่รองรับการชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ด้วย มีข้อสังเกตคือสัญลักษณ์ทั้งหมดอาจจะไม่ได้เรียงแบบในภาพตัวอย่าง แต่ถ้ามีครบก็ถือว่ารองรับเช่นกัน
  9. เครื่องหมายสายฟ้าสีขาวด้านข้าง USB-C – เป็นพอร์ต Thunderbolt 3 รองรับการรับส่งข้อมูลได้เร็ว 40 Gb/s สามารถรับส่งสัญญาณภาพวิดีโอ, เสียง และใช้ชาร์จโน๊ตบุ๊คได้ด้วย แต่ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คบางราย เช่น Apple จะไม่เขียนเอาไว้ และโน๊ตบุ๊คบางรุ่นแม้จะมีสัญลักษณ์สายฟ้าของ Thunderbolt 3 ก็ตาม แต่อาจรองรับแค่รับส่งสัญญาณภาพวิดีโอและเสียงเพื่อต่อหน้าจอแยกเท่านั้นและไม่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ตนี้
  10. พอร์ต USB 3.0 สีฟ้า มีสัญลักษณ์สามง่ามกับตัวอักษร SS และสายฟ้าสีดำ – เป็น USB 3.0 ที่ใช้แบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊คเพื่อชาร์จอุปกรณ์พกพาเช่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ เป็น Fast Charging จ่ายกระแสไฟ 2.1-2.4 แอมป์

หมายเหตุของข้อ 4-6 เกี่ยวกับกระแสไฟที่ใช้กับโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C นั้น ขึ้นอยู่กับสเปคของผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คแบรนด์นั้น ๆ ว่ารองรับการชาร์จกระแสไฟเท่าไหร่ แต่โน๊ตบุ๊คโดยทั่วไปจะรองรับการชาร์จกับอะแดปเตอร์ที่จ่ายกระแสไฟ 65W อยู่แล้ว

port spec en por spec thai

ส่วนวิธีการเช็คว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นนั้นเป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C ได้หรือเปล่า ให้เข้าเว็บไซต์ของโน๊ตบุ๊ครุ่นที่สนใจ เลื่อนมาดูหัวข้อ “พอร์ต / สล็อต (Ports / Slots)” ว่าพอร์ต USB-C มีรายละเอียดเขียนเอาไว้ว่า “พร้อม Power Delivery” (บางครั้งเขียนว่า PD) หรือเปล่า ถ้ามีก็สามารถชาร์จโน๊ตบุ๊คผ่านพอร์ต USB-C ได้

6 โน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C รุ่นแนะนำในงบประมาณ 30,000 บาท

โน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C ในงบประมาณ 30,000 บาท ในปัจจุบันนี้มีตัวเลือกอยู่หลายรุ่น มีสเปคที่ดีและรองรับการทำงานได้หลากหลายแบบ ตอบโจทย์ทั้งการทำงานเอกสารไปจนถึงงานตัดต่อวิดีโอ มีซีพียูประสิทธิภาพสูงและบางรุ่นก็มีการ์ดจอแยกประสิทธิภาพสูงพร้อมใช้เล่นเกมได้สบาย ๆ ช่วยให้เราทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

สำหรับโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C แนะนำทั้ง 6 รุ่นจะมีดังนี้

  1. Lenovo ThinkPad E14-20RAS00500 (23,500 บาท)
  2. Acer Swift 3 SF314-59-511W (23,990 บาท)
  3. HP ENVY x360 13-ar0127AU (24,900 บาท)
  4. Lenovo IdeaPad Flex 5 14IIL05-81X100K3TA (25,900 บาท)
  5. ASUS ROG Zephyrus G14 GA401IH-BM016T (27,900 บาท)
  6. Huawei MateBook 14 (25,990 บาท)
1. Lenovo ThinkPad E14-20RAS00500 (23,500 บาท)

thinkpad e14

Lenovo ThinkPad E14-20RAS00500 เป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C ได้ในตระกูล ThinkPad ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง, ดีไซน์เรียบง่ายแต่ดูดี มีฟีเจอร์ความปลอดภัยครบทั้งตัวสไลด์ปิดกล้องเว็บแคม ThinkShutter กับชิป dTPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยข้อมูลภายในเครื่อง ผ่านมาตรฐานความแข็งแรง US MIL-STD 810G และระบบเสียง Dolby Audio กับลำโพงจาก Harman/Kardon อีกด้วย

สเปครุ่นแนะนำใช้ซีพียู Intel Core i5-10210U มีความเร็ว 1.6-4.2 GHz กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics 620 มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz แต่ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบธรรมดาความจุ 1TB เท่านั้นและไม่มี Windows 10 ติดตั้งมาให้ จึงต้องหาระบบปฏิบัติการมาติดตั้งเอง แต่มีพอร์ต M.2 Combo ในเครื่อง 1 ช่อง ทำให้เจ้าของเครื่องสามารถเลือกซื้อ SSD M.2 ความจุ 512GB-1TB มาติดตั้งเพิ่มเติมได้ หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

ตัวเครื่องมีพอร์ต USB 2.0 Type-A x 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง และพอร์ต USB 3.2 Type-C x 1 ช่อง รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คแบบ Power Delivery ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 ตัวเครื่องหนัก 1.77 กิโลกรัม

สำหรับ Lenovo ThinkPad E14-20RAS00500 ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C ที่เหมาะกับคนทำงานทุกกลุ่ม เหมาะกับการทำงานเอกสารและนำเสนองานกับลูกค้าและตัวเครื่องถือว่าไม่หนักเกินไป จึงสามารถพกติดตัวไปไหนมาไหนได้ง่ายอีกด้วย 

สเปคของ Lenovo ThinkPad E14-20RAS00500

  • Intel Core i5-10210U (ความเร็ว 1.6-4.2 GHz มี L3 Cache 6MB)
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics 620
  • ฮาร์ดดิสก์ 1TB ความเร็ว 5400RPM มีช่อง M.2 Combo x 1 ช่อง
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • เว็บแคม HD Camera พร้อมตัวสไลด์ปิดกล้อง ThinkShutter
  • พอร์ตเชื่อมต่อรองรับ USB 2.0 Type-A x 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง และพอร์ต USB 3.2 Type-C x 1 ช่อง รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คแบบ Power Delivery
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.0
  • ระบบเสียง Dolby Audio กับลำโพง Harman Kardon 
  • ผ่านมาตรฐานความแข็งแรง US MIL-STD 810G
  • ติดตั้งชิปรักษาความปลอดภัยข้อมูล dTPM 2.0
  • น้ำหนักเครื่อง 1.77 กิโลกรัม
  • ราคา 23,500 บาท (Advice)
2. Acer Swift 3 SF314-59-511W (23,990 บาท)

acer swift 3

Acer Swift 3 SF314-59-511W เป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C น้ำหนักเบาเพียง 1.19 กิโลกรัม และตัวเครื่องบางแต่แบตเตอรี่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 17 ชั่วโมงและชาร์จผ่านพอร์ต USB-C เพียง 30 นาทีก็ใช้งานต่อได้อีก 4 ชั่วโมง และรองรับการสแกนลายนิ้วมือที่ตัวเครื่องและดีไซน์ให้บานพับยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยเมื่อกางหน้าจออีกด้วย

สเปคใช้ซีพียู Intel Core i5-1135G7 ความเร็ว 2.4-4.2 GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics G7 สำหรับประมวลผลกราฟฟิคต่าง ๆ ใช้เปิดภาพยนตร์ความละเอียด 4K และตัดต่อวิดีโอได้ด้วย ฮาร์ดดิสก์เป็น M.2 ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมใช้งานทันที มีแรม 8GB DDR4 บัส 4266 MHz หน้าจอขนาด 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ใช้กระจก Antimicrobial Corning Gorilla Glass ป้องกันแบคทีเรียจับตัวบนหน้าจอ

ตัวเครื่องมีพอร์ต USB 2.0 Type-A, USB 3.2 Type-A, USB 3.2 Type-C ที่รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery และ HDMI อย่างละ 1 ช่อง ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 (GiG+) มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องบางน้ำหนักเบาพกพาง่าย เหมาะกับนักเรียนและพนักงานออฟฟิศตำแหน่งที่ต้องออกไปพบลูกค้าบ่อย ๆ แล้วมองหาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาพกพาง่าย แบตเตอรี่ใช้งานได้นานหลายชั่วโมงเป็นอย่างมาก

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-59-511W

  • Intel Core i5-1135G7 (ความเร็ว 2.4-4.2 GHz L3 Cache 8MB)
  • การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics G7
  • ฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 4266 MHz
  • หน้าจอ 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ใช้กระจก Antimicrobial Corning Gorilla Glass ป้องกันแบคทีเรียจับตัวบนหน้าจอ
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB 2.0 Type-A, USB 3.2 Type-A, USB 3.2 Type-C รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery และ HDMI อย่างละ 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 (GiG+) และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit) และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในเครื่อง
  • ติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือเอาไว้บนเครื่อง
  • น้ำหนักเครื่อง 1.19 กิโลกรัม
  • ราคา 23,990 บาท
3. HP ENVY x360 13-ar0127AU (24,900 บาท)

hp envy

HP ENVY x360 13-ar0127AU เป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C และสามารถพับกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้ ทำให้เราสามารถพับเครื่องไปใช้หน้าจออย่างเดียวเพื่อดูหนังแล้วใช้แป้นคีย์บอร์ดเป็นฐานตั้งเครื่องหรือจะพับกลับจนเป็นแท็บเล็ตก็ได้ ส่วนหน้าจอสัมผัสปิดด้วยกระจก Corning Gorilla Glass NBT ลำโพงปรับแต่งเสียงด้วย Bang & Olufsen เพิ่มอรรถรสระหว่างดูหนังฟังเพลงมากยิ่งขึ้น

สเปคของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 3500U มีความเร็ว 2.1-3.7 GHz กับการ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 8 สำหรับประมวลผลกราฟฟิค ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ M.2 ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home (64 bit) มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 2400 MHz ส่วนหน้าจอสัมผัสมีขนาด 13.3 นิ้ว เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) 

พอร์ตบนตัวเครื่องถือว่าค่อนข้างน้อยเพราะมีแค่ USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง กับ USB 3.1 Type-C ที่รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery อีก 1 ช่อง เท่านั้น การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.0 ตัวเครื่องหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น

สำหรับ HP ENVY x360 เครื่องนี้จะเหมาะกับนักเรียนนักศึกษา รวมไปถึงพนักงานออฟฟิศที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาและสามารถพับกลับเป็นแท็บเล็ตเพื่ออ่านเอกสาร PDF อยู่บ่อย ๆ เป็นอย่างมาก เพราะตัวเครื่องเบาเพียง 1.3 กิโลกรัมและมีขนาดเพียง 13.3 นิ้วเท่านั้น จึงสามารถพกติดตัวไปใช้งานทุกวันได้สบาย ๆ

สเปคของ HP ENVY x360 13-ar0127AU

  • AMD Ryzen 5 3500U (ความเร็ว 2.1-3.7 GHz L3 Cache 4MB)
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 8
  • ฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 2400 MHz
  • หน้าจอสัมผัส 13.3 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Corning Gorilla Glass NBT
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ลำโพงปรับแต่งเสียงด้วย Bang & Olufsen
  • น้ำหนักเครื่อง 1.3 กิโลกรัม
  • ราคา 24,990 บาท (JIB)
4. Lenovo IdeaPad Flex 5 14IIL05-81X100K3TA (25,900 บาท)

ideapad

Lenovo IdeaPad Flex 5 14IIL05-81X100K3TA ก็เป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C น่าใช้อีกรุ่นหนึ่งที่มีปากกา Stylus ให้ใช้งานพร้อมกับพับหน้าจอกลับ 360 องศาได้เช่นเดียวกับ HP ENVY x360 แต่ Lenovo ได้เปรียบกว่าเพราะใช้ปากกาได้พร้อมกับตัวสไลด์เลื่อนปิดกล้องหน้าติดตั้งมาให้เลื่อนปิดเมื่อไม่ได้ใช้งานอีกด้วย ดังนั้น IdeaPad Flex 5 เครื่องนี้จึงเหมาะกับนักเรียนนักศึกษา, นักวาดและศิลปินรวมไปถึงพนักงานที่ทำงานด้านสัญญาและเอกสารต่าง ๆ จะได้ใช้ประโยชน์จากเครื่องนี้ได้เต็มที่

สเปคของเครื่องนี้ติดตั้ง Intel Core i5-1035G1 ความเร็ว 1.0-3.6 GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX330 แรมการ์ดจอ 2GB GDDR5 ฮาร์ดดิสก์เป็น M.2 ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home (64 bit) พร้อมใช้งานทันที ส่วนแรมมี 8GB DDR4 บัส 3200 MHz หน้าจอสัมผัส พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) 

พอร์ตเชื่อมต่อรองรับ USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery x 1 ช่อง และ HDMI x 1 ช่อง รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 แต่ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 2 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเครื่องอื่นแล้วอาจจะมีน้ำหนักอยู่บ้าง ถ้าต้องการพกติดตัวไปใช้งานควรใส่กระเป๋าโน๊ตบุ๊คไปจะดีที่สุด

สเปคของ Lenovo IdeaPad Flex 5 14IIL05-81X100K3TA

  • Intel Core i5-1035G1 (1.00-3.60 GHz มี L3 Cache 6MB)
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce MX330 (2GB GDDR5)
  • ฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอสัมผัส 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery x 1 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 และ Bluetooth 4.2
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • แถมปากกา Stylus Lenovo Digital Pen มาให้ในกล่อง
  • มีตัวสไลด์ปิดกล้อง Webcam ติดตั้งมาให้
  • น้ำหนักเครื่อง 2 กิโลกรัม
  • ราคา 25,900 บาท (JIB)
5. ASUS ROG Zephyrus G14 GA401IH-BM016T (27,900 บาท)

zephyrus g14r2

ASUS ROG Zephyrus G14 GA401IH-BM016T เป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C สเปคแรงประสิทธิภาพสูง หน้าจอได้รับการรับรองความแม่นยำสีจาก PANTONE มีค่า sRGB 100% และมีสเปคแรงเพียงพอจะเล่นเกมและทำงานกราฟฟิคและงานเกี่ยวกับสีสันได้อย่างมั่นใจ ดีไซน์ตัวเครื่องให้บานพับยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยจึงใช้คีย์บอร์ดพิมพ์งานได้สะดวกยิ่งขึ้นและรองรับการสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มเปิดเครื่อง ส่วนคีย์บอร์ดออกแบบมาเพื่อเล่นเกมมี N-Key Rollover กดหลายปุ่มพร้อมกันได้ มีปุ่ม Hotkeys เรียกคำสั่งลัดขึ้นมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว แต่รุ่นนี้จะไม่มีฝาหลังแบบ AniMe Matrix เหมือนรุ่นราคาสูงกว่าแต่ถ้าเน้นใช้งานเป็นหลักก็ไม่จำเป็นนัก

สเปคใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 4600HS ความเร็ว 3.0-4.0 GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE GTX 1650 มีแรมการ์ดจอ 4GB GDDR6 รองรับการทำงานกราฟฟิค, ตัดต่อวิดีโอและเล่นเกมได้ดีไม่มีปัญหา ฮาร์ดดิสก์เป็น M.2 ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) มาพร้อมใช้งาน มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) รีเฟรชเรท 120Hz ทำให้แสดงผลตอนเล่นเกมได้ลื่นยิ่งขึ้น

พอร์ตเชื่อมต่อที่ตัวเครื่องมี USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C x 2 ช่อง รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery, HDMI x 1 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่องเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C สเปคแรง น้ำหนักเบาและหน้าจอคุณภาพดีมากอีกรุ่นหนึ่งที่ควรพิจารณาเป็นอย่างมาก

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus G14 GA401IH-BM016T

  • AMD Ryzen 5 4600HS (3.00-4.0 GHz มี L3 Cache 8MB)
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • ฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอสัมผัส 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ได้รับการรับรองความแม่นยำสีจาก PANTONE แล้ว มีค่า sRGB 100%
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • สแกนลายนิ้วมือได้ที่ปุ่มเปิดเครื่อง
  • คีย์บอร์ดมี N-Key Rollover
  • มีปุ่ม Hotkeys สำหรับเรียกคำสั่งลัดขึ้นมาใช้งานได้
  • น้ำหนักเครื่อง 1.6 กิโลกรัม
  • ราคา 27,900 บาท (JIB)
6. Huawei MateBook 14 (25,990 บาท)

Huawei Matebook 14

Huawei MateBook 14 เป็นโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C อีกรุ่นที่เหมาะกับการใช้ทำงานเพราะหน้าจอเป็นอัตราส่วน 3:2 ซึ่งแตกต่างจากหน้าจอแบบ 16:9 คือมีพื้นที่หน้าจอแนวตั้งมากกว่าแนวนอน ทำให้เวลาใช้งานท่องเว็บไซต์หรือทำงานเอกสารจะมีพื้นที่แสดงผลมากยิ่งขึ้นและมีฟีเจอร์ Huawei Share สำหรับเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลและใช้สมาร์ทโฟน Huawei บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ทันที ซึ่งผู้ใช้สมาร์ทโฟน Huawei จะได้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้อยู่บ่อย ๆ แน่นอน นอกจากนี้ทางเว็บไซต์ก็ได้รีวิว Huawei MateBook รุ่นก่อนอย่าง MateBook D14 ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้สนใจรายละเอียดเชิงลึกสามารถอ่านได้ที่นี่

สเปคเลือกใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 4600H ความเร็ว 3.0-4.0 GHz กับการ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 6 ฮาร์ดดิสก์เป็น M.2 ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) มาพร้อมใช้งานกับแรม 16GB DDR4 บัส 2666 MHz ส่วนหน้าจอขนาด 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด 2K (2160×1440 พิกเซล)

พอร์ตเชื่อมต่อบนตัวเครื่องมี USB 3.2 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.2 Type-C x 1 ช่อง รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery และ HDMI x 1 ช่อง เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.0 ตัวเครื่องหนัก 1.49 กิโลกรัมเท่านั้น นับเป็นโน๊ตบุ๊คสเปคดีที่เหมาะกับคนหลากหลายกลุ่มเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ใช้สมาร์ทโฟน Huawei ก็จะใช้ประโยชน์จาก Huawei MateBook 14 ได้อย่างเต็มที่

สเปคของ Huawei MateBook 14

  • AMD Ryzen 5 4600HS (3.00-4.0 GHz มี L3 Cache 8MB)
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 6 
  • ฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 ความจุ 512GB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • หน้าจอ 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด 2K (2160×1440 พิกเซล) อัตราส่วนหน้าจอ 3:2
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.2 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.2 Type-C รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ฟีเจอร์ Huawei Share รองรับการใช้งานกับสมาร์ทโฟน Huawei
  • น้ำหนักเครื่อง 1.49 กิโลกรัม
  • ราคา 25,900 บาท
สรุป – โน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C เครื่องไหนจะตอบโจทย์เราที่สุด?

สำหรับสเปคและจุดเด่นของโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นจะมีดังนี้

รุ่น / สเปค Lenovo ThinkPad E14 Acer Swift 3 HP ENVY x360 Lenovo IdeaPad Flex 5 ASUS ROG Zephyrus G14 Huawei MateBook 14
ซีพียู Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.6-4.2 GHz Intel Core i5-1135G7 ความเร็ว 2.4-4.2 GHz AMD Ryzen 5 3500U ความเร็ว 2.1-3.7 GHz Intel Core i5-1035G1 ความเร็ว 1.0-3.6 GHz AMD Ryzen 5 4600HS ความเร็ว 3.00-4.0 GHz AMD Ryzen 5 4600HS ความเร็ว 3.00-4.0 GHz 
การ์ดจอ Intel UHD Graphic 620 Intel Iris Xe Graphics G7 AMD Radeon RX Vega 8 NVIDIA GEFORCE MX330 (2GB GDDR5) NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6) AMD Radeon RX Vega 6 
ฮาร์ดดิสก์ 1TB 5400RPM

มีช่อง M.2 Combo x 1 ช่อง

M.2 512GB M.2 512GB M.2 512GB M.2 512GB M.2 512GB
แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz 8GB DDR4 บัส 4266 MHz 8GB DDR4 บัส 2400 MHz 8GB DDR4 บัส 3200 MHz 8GB DDR4 บัส 3200 MHz 16GB DDR4 บัส 2666 MHz
หน้าจอ 14 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) 14 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) จอสัมผัส 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) จอสัมผัส 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) 14 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) 14 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด 2K (2160×1440 พิกเซล)
พอร์ต
เชื่อมต่อ
USB 2.0 Type-A x 1

USB 3.2 Type-A x 2

USB 3.2 Type-C x 1

HDMI x 1

USB 2.0 Type-A x 1

USB 3.2 Type-A x 1

USB 3.2 Type-C x 1

HDMI x 1

USB 3.1 Type-A x 2

USB 3.1 Type-C x 1 

USB 3.1 Type-A x 2

USB 3.1 Type-C x 1

HDMI x 1

USB 3.1 Type-A x 2

USB 3.1 Type-C x 2

HDMI x 1

USB 3.2 Type-A x 2

USB 3.2 Type-C x 2

HDMI x 1

เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Wi-Fi 6 (GiG+)

Bluetooth 5.0

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Wi-Fi 5 Bluetooth 5.0
ฟีเจอร์เด่น ตัวสไลด์ปิด Webcam
ThinkShutter

ชิปรักษาความปลอดภัยข้อมูล dTPM 2.0

ระบบสแกนลายนิ้วมือ หน้าจอสัมผัส

ลำโพง Bang & Olufsen

ใช้ปากกา Lenovo Digital Pen เขียนบนหน้าจอได้ (แถมมาในกล่อง) หน้าจอได้รับการรับรองความแม่นยำสีจาก PANTONE Huawei Share รองรับการใช้งานกับสมาร์ทโฟน Huawei
ระบบปฏิบัติการ Dos Windows 10 Home (64 bit)

Microsoft Office Home & Student 2019

Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit)
น้ำหนัก 1.77 กิโลกรัม 1.19 กิโลกรัม 1.3 กิโลกรัม 2 กิโลกรัม 1.6 กิโลกรัม 1.49 กิโลกรัม
ราคา 23,500 บาท 23,990 บาท 24,990 บาท 25,900 บาท 27,900 บาท 25,900 บาท

สุดท้ายแล้วโน๊ตบุ๊คชาร์จ Type-C แต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นแตกต่างไปตามที่ผู้ผลิตสร้างขึ้นมาและตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้แต่ละกลุ่มแตกต่างกัน ซึ่งการนำสเปคของแต่ละรุ่นมาเทียบกันว่ารุ่นนั้นมีฟีเจอร์อะไรเด่นหรือด้อยกว่าอีกรุ่นหนึ่งก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเลือกซื้อเท่านั้น ดังนั้นถ้าเราเข้าใจว่าการใช้งานของเราเน้นเรื่องไหนเป็นหลักและนำสเปคทั้งหมดนี้ไปเทียบเพื่อหารุ่นที่ตอบโจทย์เราเป็นวิธีการที่ดีและเหมาะสมที่สุด

from:https://notebookspec.com/web/574153-6-laptop-with-usb-c-pd-in-30000-baht

Lenovo เปิดตัว ThinkPad Smart Dock ใหม่ Thunderbolt 4, USB-C

Lenovo เปิดตัว ThinkPad Universal Smart Dock รุ่นใหม่ในงาน CES 2021 มี 2 รุ่น ได้แก่ ThinkPad Universal USB-C Smart Dock เชื่อมต่อผ่าน USB-C และ ThinkPad Universal Thunderbolt 4 SmartDock เชื่อมต่อด้วย Thunderbolt 4 มีประสิทธิภาพสูง ตอบโจทย์โน๊ตบุ๊คยุคใหม่ที่ตัวเครื่องบางแต่มีพอร์ตเชื่อมต่อค่อนข้างน้อย ซึ่ง Smart Dock ทั้งสองตัวนี้มีพอร์ตให้ครบครัน สามารถจ่ายกระแสไฟให้โน๊ตบุ๊คได้สูงสุด 100W อีกด้วย

ThinkPad Universal Smart Dock ทั้งสองรุ่นนั้นมีพอร์ตเหมือนกัน แตกต่างที่รุ่นหนึ่งจะเป็น USB-C ส่วนอีกรุ่นเป็น Thunderbolt 4 ที่ใช้ทั้งชาร์จไฟและเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมได้มากขึ้น มีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัย Microsoft Azure Sphere ติดตั้งมาให้ แต่รุ่น Thunderbolt 4 จะรองรับ Intel vPro ด้วย 

Lenovo

พอร์ตของ Lenovo ThinkPad SmartDock

ThinkPad SmartDock นั้นจะรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลายแบบ รวมไปถึง Wi-Fi และ Bluetooth อีกด้วย แต่ไม่มีการแจ้งในสเปคว่ารองรับที่ Wi-Fi 5 หรือ 6 รวมทั้งเวอร์ชั่น Bluetooth ซึ่งอาจจะต้องรอเลอโนโวประกาศเพิ่มเติม

ThinkPad USB C Dock 01 e1610429699249

Lenovo USB-C

ThinkPad USB C Dock 03 e1610429751787
พอร์ต ThinkPad Universal USB-C Smart Dock

ThinkPad Thunderbolt 4 Dock 01 e1610430356869 ThinkPad Thunderbolt 4 Dock 02 e1610430375804
ThinkPad Universal Thunderbolt 4 Smart Dock

ThinkPad SmartDock Thunderbolt 4 USB-C
ระบบรักษาความปลอดภัย Microsoft Azure Sphere
Intel vPro มี ไม่มี
พอร์ตเชื่อมต่อหลัก Thunderbolt 4
พร้อมสายยาว 0.7 เมตร
USB-C DP Alt Mode
พร้อมสายยาว 1 เมตร
พอร์ตภาพและเสียง DisplayPort 1.4 x 2
HDMI 2.1 x 1
Thunderbolt 4 x 1
DisplayPort 1.4 x 2
HDMI 2.0 x 1
พอร์ตของ SmartDock USB-A 3.1 Gen 2 (10Gbps) x 4 มีช่อง always-on charging 1 ช่อง

USB-C (10Gbps) x 1 ช่อง

Thunderbolt 4 (40Gbps) x 1 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

USB-A 3.1 Gen 2 (10Gbps) x 3 มีช่อง always-on charging 1 ช่อง

USB-C (10Gbps) x 1 ช่อง

USB-A 2.0 x 2 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

พอร์ตเชื่อมอินเตอร์เน็ตและระบบไร้สาย LAN RJ45
Wi-Fi
Bluetooth
LAN RJ45
Wi-Fi
Bluetooth
ความละเอียดภาพสูงสุด 8K 4K
เชื่อมต่อหน้าจอ 4K x 4 หน้าจอ
8K x 1 หน้าจอ
3 หน้าจอ
กำลังชาร์จให้โน๊ตบุ๊ค 100W 100W
ระบบปฏิบัติการที่รองรับ Windows
Linux
Chrome
macOS
Windows
Linux
Chrome
macOS

ThinkPad USB C Smart Dock 06 e1610427781689
แพ็คเกจจำหน่ายของ ThinkPad SmartDock ทั้งสองรุ่น
จากซ้าย : อะแดปเตอร์ชาร์จ 100W, สายไฟบ้าน, Thunderbolt 4 ยาว 0.7 เมตร หรือ USB-C 1เมตร, ThinkPad SmartDock

สำหรับ ThinkPad SmartDock นั้นจัดว่ามีความครบครันและรองรับการเชื่อมต่อกับหน้าจอความละเอียดสูงยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี แต่ข้อสังเกตคือไม่รองรับพอร์ตรุ่นเก่าอย่าง VGA, DVI แล้ว ซึ่งผู้ใช้ที่ต้องเชื่อมต่อกับพอร์ตรุ่นเก่านี้อาจต้องหาสายเชื่อมต่อเพิ่มเติม

ส่วนวันและราคาวางจำหน่ายจะต้องรอทาง Lenovo ประกาศในภายหลังอีกครั้ง และถ้า ThinkPad SmartDock นี้มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไหร่ ทาง Notebookspec จะรายงานข่าวให้ผู้อ่านได้ทราบในภายหลัง และสามารถอ่านบทความกับข่าวของ Lenovo ได้ที่ลิ้งก์นี้

ที่มา : Lenovo, Notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/569439-lenovo-launch-new-smartdock

[Guest Post] เลอโนโว เปิดตัว X1 Nano แล็ปท็อปตะกูล ThinkPad ที่เบาที่สุดที่เคยมีมา พร้อมเปิดพรีออเดอร์สุดยอดนวัตกรรม ThinkPad X1 Fold แล็ปท็อปจอพับได้

เลอโนโว เผยโฉม ThinkPad X1 Nano* แล็ปท็อป ThinkPad ที่เบาที่สุดเพียง 907 กรัม อัดแน่นด้วยพลังและประสิทธิภาพเพื่อการทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ บนแพลตฟอร์ม Intel® Evo™ หน่วยประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ โดย ThinkPad™ X1 Nano เป็นผลิตภัณฑ์ ThinkPad ตัวแรกที่ใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าว

 

นอกจากนี้ เลอโนโวยังพร้อมเปิดรับพรีออเดอร์ผลิตภัณฑ์แห่งสุดยอดนวัตกรรม ThinkPad X1 Fold* แล็ปท็อปจอพับได้เครื่องแรกของโลก ที่มาพร้อมความคล่องตัวในการพกพา เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย หน่วยประมวลผล Intel® Core™ และเทคโนโลยี Intel® Hybrid ซึ่งเป็นการสานต่อความสำเร็จจากโครงการของอินเทลอย่าง Project Athena

 

เบากว่าทุก ThinkPad ที่เคยมีมา

ด้วยน้ำหนักที่เบากว่า 1 กิโลกรัม ThinkPad X1 Nano จึงเป็นผลิตภัณฑ์ ThinkPad ที่เบาที่สุด แต่ยังให้ประสิทธิภาพการใช้งาน หน้าจอ ระบบเสียง และความปลอดภัยขั้นสูง ตามคุณภาพ และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ThinkPad

  • ด้วยตัวเลือกหน่วยประมวลผลสูงสุด 11th Generation Intel® Core™ i7 และกราฟฟิก Intel® Iris® Xe แล็ปท็อป ThinkPad X1 Nano จึงรองรับงาน content creation ได้เร็วกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไปถึง 7 เท่า ให้ประสิทธิภาพการใช้งานในออฟฟิศทั่วไปที่เร็วขึ้นถึง 20% แถมรองรับการเล่นเกม และการสตรีมมิ่งที่เร็วขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นใกล้เคียงกัน
  • พอร์ต Thunderbolt™ 4 ช่วยให้ผู้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ ต่อจอมอนิเตอร์ ต่อหน่วยความจำเสริม หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  • ตัวเครื่องมาพร้อมระบบความปลอดภัย ThinkShield ที่อัพเดทการใช้งาน AI และ biometric ไม่ว่าจะเป็นระบบจดจำเสียง (voice recognition) ระบบตรวจสอบการเคลื่อนไหวเมื่อไม่อยู่ที่หน้าจอ เพื่อล็อค และปลดล๊อคเครื่องได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน หรือฟังก์ชั่นการสแกนนิ้วมือ ก็ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
  • ตัวเครื่องรองรับระบบปฎิบัติการณ์ Windows 10 Pro หรือ Ubuntu Linux OS เพื่อการใช้งาน 5G ในอนาคต
  • หน้าจอ 13 นิ้ว Dolby Vision 2K สัดส่วน 16:10 ค่าสี sRGB 100% ให้มุมมองที่กว้าง และสีสันสมจริง ด้วย นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกหน้าจอสัมผัสอีกด้วย
  • ระบบเสียงทรงพลังด้วย Dolby Atmos และไมโครโฟน 360 องศา 4 ตัว ให้เสียงดังชัด เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง

 

พลิกโฉมผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

กว่า 5 ปีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเลอโนโว วันนี้ ThinkPad X1 Fold คือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่จะพลิกโฉมผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แบบเดิม ๆ ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทำให้พกพาได้สะดวกกว่าที่เคย ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในออฟฟิศ นอกสถานที่ หรือในบ้าน เพื่อความบันเทิงส่วนบุคคลของผู้ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัด

แล็ปท็อป ThinkPad X1 Fold พร้อมสำหรับการพรีออเดอร์แล้ววันนี้ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมเพื่อการใช้งานอื่น ๆ อย่าง คีย์บอร์ด Bluetooth Mini Fold ปากกา Lenovo Mod สำหรับการจดโน้ต หรือเซ็นเอกสาร ขาตั้ง Lenovo Easel สำหรับการใช้งานเครื่องในแบบ portrait หรือ landscape ที่สะดวกกว่า

คุณธเนศ อังคศิริสรรพ, ผู้จัดการทั่วไป, ประจำภูมิภาคอินโดจีน, เลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รุ่นที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานแล็ปท็อปในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ให้แก่ผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือที่ไหนก็ตาม พร้อมกับระบบภาพและเสียงที่มีคุณภาพ และความบางเบา เหมาะสมกับการทำงานแบบไฮบริดในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง”

ควบคุมและตั้งค่า Lenovo PC Experience ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้ง End Users และ IT Admins

ผลิตภัณฑ์ในตระกูล Think ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Commercial Vantage ซึ่งล่าสุดได้รับการอัพเกรดให้เป็น Commercial Vantage 1.2 ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรูปแบบการใช้งานแบตเตอรรี่ ไมโครโฟน การแสดงผลหน้าจอ กล้องหรือ ระบบเสียง ได้ตามความต้องการและรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ และเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ระบบยังสามารถตรวจสอบเครือขาย WiFi ที่มีความเสี่ยง ระบบ BIOS และเฟริมแวร์สามารถอัพเดทได้โดยอัตโนมัติเพื่อปกป้องเครื่องจากความเสี่ยงในการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์

เครื่องสามารถปรับแต่งและควบคุมได้อย่างง่าย และรวดเร็วทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องพึ่งการตั้งค่าโดยฝ่าย IT ในทุกครั้งที่ต้องการปรับการตั้งค่าใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม ฝ่าย IT ยังสามารถตรวจสอบและควบคุมการใช้งานเครื่องผ่านโปรแกรม Vantage โดยสามารถควบคุมเครื่องได้จากระยะไกลเพื่อที่ฝ่าย IT จะสามารถอัพเดทระบบการทำงานของเครื่องให้เป็นสถานะปัจจุบันได้ตลอดเวลาจากทุกสถานที่

โปรแกรม Commercial Vantage 1.2 ได้รับการปรับขนาดการใช้พื้นที่ในผลิตภัณฑ์ลงกว่าเท่าตัว อีกทั้งยังมีอินเตอร์เฟซที่สะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้น

 

ราคา และการวางจำหน่าย

  • ThinkPad X1 Fold ที่มาพร้อมระบบปฎิบัติการณ์ Windows 10 พร้อมเปิดรับพรีออเดอร์แล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 76,000 บาท
  • ThinkPad X1 Nano คาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 ส่วนราคาเริ่มต้นจะประกาศให้ทราบในภายหลัง

โปรแกรม Commercial Vantage 1.2 จะพร้อมให้บริการทั่วโลกวันที่ 13 ตุลาคมนี้ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกติดตั้งในผลิตภัณฑ์ Think โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Think สามารถเข้าไปดาวน์โหลด Commercial Vantage เวอร์ชั่น 1.2 ได้ที่ Microsoft store และ Lenovo support site ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ http://www.lenovo.com/think/

*ราคาอาจไม่รวมภาษี และไม่รวมค่าขนส่งหรือตัวเลือกเสริม และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติม ราคาของผู้ค้าปลีกอาจแตกต่างกันไป วันที่วางจำหน่าย และตัวเลือกสีอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค และผลิตภัณฑ์อาจมีจำหน่ายในบางตลาดเท่านั้น ข้อเสนอทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพร้อมในการวางจำหน่าย เลอโนโวขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอ คุณสมบัติ และข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

เกี่ยวกับ เลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก ร่วมติดตามเราบน LinkedIn, Facebook, Twitter, YouTube, Instagram, Weibo หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.lenovo.com

 

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-thinkpad-x1-fold-and-thinkpad-nano/

[Guest Post] เลอโนโว ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์เวิร์คสเตชั่นรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมพรีเมียร์โหมด Ultra-Performance ให้คุณได้สัมผัสแล้ววันนี้!

เลอโนโว ประเทศไทย ต่อยอดประสิทธิภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตระกูล Think อย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศเปิดตัวซีรีย์ใหม่ล่าสุดอย่าง ThinkPad P Series, ThinkPad T Series และ ThinkStation P Series ซึ่งประกอบไปด้วยโมบายล์เวิร์คสเตชั่น อาทิ ThinkPad P15, ThinkPad P17, ThinkPad P1 Gen 3, the all new ThinkPad P15v, the all new ThinkPad T15g เสริมทัพด้วยเดกส์ท็อปเวิร์คสเตชั่น ThinkStation P340 Tiny โดยเวิร์คสเตชั่นโมบายล์ทั้งหมดมาพร้อมขุมพลังประสิทธิภาพสูงสุดอย่าง 10th Gen Intel® CoreTM Mobile H-series Processors ควบคู่กับดีไซน์สุดล้ำ เสริมสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าในวันนี้ 

 

เลอโนโวยังคงส่งมอบเทคโนโลยีอันชาญฉลาดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้การเปลี่ยนแปลงที่นำโดยบริการขับเคลื่อนสังคมทั่วโลกให้เข้าถึงโอกาสที่ดียิ่งขึ้นและสามารถเชื่อมต่อกันในสังคมที่กว้างขวางกว่าเก่า โดยเวิร์คสเตชั่นรุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมฟีเจอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง ‘Ultra-Performance Mode’ ภายในระบบ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถควบคุมการตั้งค่าประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเกิดจากการที่เลอโนโวเล็งเห็นว่าผู้ใช้งานนั้นต้องการประสิทธิภาพการทำงานที่สูงที่สุด เราจึงให้ความสำคัญกับการเรนเดอร์งานที่รวดเร็ว ผ่านตัวอย่างระบบ VR ที่สามารถรักษาความเสถียรควบคู่ไปด้วยกันได้ เพื่อส่งเสริมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งาน

โมบายล์เวิร์คสเตชั่นตระกูล ThinkPad ถูกออกแบบขึ้นโดยคำนึงถึงมาตรฐานคุณภาพและความน่าเชื่อถือของ ThinkPad เป็นอย่างดี แต่ยังคงให้ความสำคัญกับขุมพลังงานและประสิทธิภาพที่แตกต่างกันของผู้ใช้งานด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นผู้ใช้งานทั่วไปอาจมองหาแล็ปท็อปที่มีเสียงพัดลมไม่เกิน 38 เดซิเบล แต่ในทางกลับกันผู้ใช้งานเวิร์กสเตชันให้ความสำคัญกับการเข้าถึงขุมพลังงานมากกว่า และให้ความสำคัญกับองค์ประกอบอื่นๆเป็นอันดับรองลงมา

เลอโนโวทุ่มเทกับการสร้างโหมด Ultra-Performance ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องให้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น โดยมองย้อนกลับมายังระบบภายในตัวเครื่องและพัฒนาการออกแบบใหม่อย่างประณีต ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานโหมดดังกล่าวผ่านการตั้งค่า BIOS โดยโหมด Ultra-Performance จะช่วยลดข้อจำกัดของเสียงและอุณหภูมิเครื่องผ่านการใช้งานระบบ GPU และ CPU พร้อมกับระบบระบายความร้อนแบบปรับปรุงใหม่ เพื่อรักษาสมดุลย์และเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องไปพร้อมๆกัน

 

การควบคุมที่เหนือกว่า เพื่อเข้าถึงองค์ประกอบที่ยิ่งมากขึ้น

การเปิดตัว ThinkPad P15 และ P17 รวมไปถึง ThinkPad P53 และ P73 เลอโนโวเริ่มต้นจากศูนย์เพื่อปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ก่อนส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา การพัฒนาโปรเซสเซอร์บน ThinkPad P15 และ P17 เกิดขึ้นผ่านวิศวกรรมการออกแบบประสิทธิภาพด้านการควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มลมหมุนเวียนภายในเครื่องขึ้น 13% การปรับ CPU ดูดความร้อนที่ใหญ่ขึ้น 30% ช่องตาข่ายระบายอากาศใหม่เพื่อระบายความร้อนให้เร็วยิ่งขึ้น ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานรูปแบบเดกส์ท็อปผ่านการรองรับอุณหภูมิรูปแบบใหม่ โดยผู้ใช้งานสามารถใช้โหมด Ultra-Performance ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนโมบายล์เวิร์คสเตชั่น ThinkPad P Series อย่างที่ไม่เคยใช้มาก่อน 

 

                  ThinkPad P15 และ P17

 

เพื่อเข้าถึงความต้องการของผู้ใช้งานโมบายล์เวิร์คสเตชั่นมากยิ่งขึ้น ThinkPad P15 และ P17 มาคู่กับโมดูล่าดีไซน์ ประกอบด้วยหน่วย GPU และ CPU ที่มากขึ้น 4 เท่าจากรุ่นก่อนหน้า พร้อมอัดขุมพลังสูงสุดถึง NVIDIA Quadro RTX 5000 GPU ซึ่งเป็น GPU ที่แรงที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนี้ ThinkPad P15 และ P17 ยังรองรับ GPU วัตเทจกราฟฟิกที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อน โดยเพิ่มขึ้นจาก 80 วัตส์เป็น 90 วัตส์และจาก 90 วัตส์สู่ 110 วัตส์ตามลำดับ การเพิ่มวัตส์ช่วยให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือกที่สามารถปรับตามความเหมาะสมของเนื้องาน โดยเน้นประสิทธิภาพและกราฟฟิกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นบนโมบายล์เวิร์คสเตชั่นเป็นหลัก

ThinkPad P15 และ P17 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 94WHr รุ่นใหม่ และหน่วยความจุมากถึง 4TB ควบคู่กับหน่วยความจำสูงสุด 128GB DDR4 2933MHz ECC และหน้าจอ UHD Dolby Vision HDR

 

ประสิทธิภาพระดับตำนาน

นอกจากจะเป็นเวิร์คสเตชั่นพกพาระดับพรีเมียมที่บางที่สุดของเลอโนโวแล้ว ThinkPad P1 Gen 3 ยังเป็นเวิร์คสเตชั่นพกพาที่เบาที่สุดในโลกอีกด้วย คราวนี้ตัวเครื่องได้ผ่านการอัพเกรด และปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ มีน้ำหนักเพียง 1.7 กก. มาพร้อมตัวเลือกกราฟิกการ์ดสูงสุด NVIDIA Quadro T2000 4GB รวมถึงฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับการใช้งานมากมาย อาทิ การเคลือบป้องกันรอยเปื้อนแบบใหม่ ที่ช่วยลดการมองเห็นรอยลายนิ้วมือ ลำโพงที่ให้เสียงคมชัดทั่วถึง ตัวเลือกหน้าจอ UHD LCD ขนาด 15 นิ้วใหม่ ที่สว่างถึง 600-nit และตัวเลือกอินเตอร์เน็ตไร้สาย LTE WWAN เพื่อผู้ใช้ที่ต้องเดินทางตลอดเวลา หรืออยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณ Wi-Fi แรงไม่ทั่วถึง เพิ่มความคล่องตัว และประสิทธิภาพในการทำงานทุกที่ ทุกเวลา 

 

                ThinkPad P1 Gen 3

 

 

พลัง และความยืดหยุ่นเป็นหนึ่ง

ThinkPad P15v เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเวิร์คสเตชั่นพกพาของเลอโนโว ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 10th Gen Intel® CoreTM Mobile H-series Processors มีหน้าจอ UHD LCD ขนาด 15 นิ้ว ความสว่าง 600-nit และจีพียู NVIDIA Quadro P620 ให้ความยืดหยุ่นในการทำงานระดับมืออาชีพมากขึ้น และพลังที่เร็ว แรงขึ้น เวิร์คสเตชั่นพกพาราคาคุ้มค่ารุ่นนี้ มาพร้อมตัวเลือกตัวจัดเก็บข้อมูลสูงสุด M.2 2 drives และตัวเลือกหน่วยความจำสูงสุด 64GB ขณะที่เวิร์คสเตชั่นพกพารุ่นอื่น ๆ ส่วนใหญ่มาพร้อมตัวจัดเก็บข้อมูล M.2 1 drive และหน่วยความจำสูงสุด 32GB เท่านั้น

 

                   ThinkPad P15v

 

สมรรถนะเหนือชั้น

ซีรีส์ T ถือเป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของตระกูล ThinkPad รวมถึงเป็นหลักที่เลอโนโวนำมาใช้พัฒนาแล็ปท็อปในซีรีส์อื่น ๆ ของตระกูล ThinkPad สำหรับเวิร์คสเตชั่นพกพา T15g ใหม่ ตัวเครื่องมาพร้อมโปรเซสเซอร์ 10th Gen Comet Lake H vPro ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro ตัวเลือกจีพียูสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2080 SUPER หน่วยความจำ 2933 MT/s DDR4 และอีกหลายนวัตกรรมเพื่อ   แล็ปท็อปธุรกิจระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอสัมผัส HDR500 True Black OLED ความสว่าง 600 nit 4K In-Plane Switching รองรับปากกา Wacom AES 2.0 เทคโนโลยี Dolby Vision HDR ให้สีสว่างสวยสมจริง ระบบเสียง Dolby Atmos ให้เสียงใสมีมิติ การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 บวกกับ CAT 16 WWAN และระบบระบายความร้อนที่ออกแบบใหม่ ทั้งหมดนี้มีช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานที่ทั้งเหนือกว่า ทั้งไม่เหมือนใครให้กับผู้ใช้

 

                ThinkPad T15g

 

เล็กที่สุดในโลก

ThinkStation P340 Tiny เป็นเวิร์คสเตชั่นเดสก์ท็อปที่เล็กที่สุดในโลก เล็กกว่าเดสก์ท็อปทั่วไปถึง 96% ตัวเครื่องมีปริมาตรรวมน้อยกว่า 1 ลิตร รองรับโปรเซสเซอร์ หน่วยความจำ และตัวจัดเก็บข้อมูลที่เร็วที่สุดในตลาด มาพร้อมตัวเลือกจีพียูสูงสุด NVIDIA Quadro P1000 และตัวจัดเก็บข้อมูล 2 M.2 NVMe SSDs สามารถเชื่อมต่อกับมอนิเตอร์ได้สูงสุด 6 จอ (video output) จะวางไว้บนโต๊ะทำงาน ติดตั้งตรงด้านหลังมอนิเตอร์ หรือพกไปข้างนอกก็สะดวก เหมาะกับงานด้านการเงิน สถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากนี้ตัวเครื่องยังผ่านการทดสอบ MIL-STD 18 ด่าน และมีตัวเลือกตัวกรองฝุ่น เพิ่มความทนทานในการใช้งานอีกด้วย

 

                 ThinkStation P340 Tiny

 

 

เชื่อถือได้และชาญฉลาด

เลอโนโวยังคงนำเสนอตัวเลือกการรักษาความปลอดภัย และบริการที่หลากหลายให้ทุกผลิตภัณฑ์ในตระกูล ThinkPad อย่างต่อเนื่อง อาทิ Premier Support ซึ่งเป็นบริการที่ช่างเทคนิคเฉพาะในกว่า 100 แห่งทั่วโลกให้การสนับสนุนลูกค้าอย่างครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เวิร์คสเตชั่นรุ่นใหม่ทุกรุ่นสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและไม่ขาดตอน เสริมด้วยการรองรับ ISV สำหรับเวิร์คสเตชั่นพกพาในซีรีส์ P ด้วยผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงใหม่เหล่านี้ เลอโนโวจึงช่วยให้ผู้ใช้ระดับมืออาชีพสามารถควบคุมขั้นตอนการทำงาน รวมถึงคุณภาพของงานได้อย่างง่ายดาย

ราคา1:

  • ThinkPad P15 ราคาเริ่มต้นที่ 55,000 บาท
  • ThinkPad P17 ราคาเริ่มต้นที่ 63,000 บาท
  • ThinkPad P1 Gen 3 ราคาเริ่มต้นที่ 60,000 บาท
  • ThinkPad P15v ราคาเริ่มต้นที่ 42,000 บาท
  • ThinkPad T15g ราคาเริ่มต้นที่ 53,000 บาท
  • ThinkStation P340 Tiny ราคาเริ่มต้นที่ 27,000 บาท

 

ทดลองสัมผัสเวิร์คสเตชั่นรุ่นใหม่ด้วยตัวคุณเอง ได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เลอโนโวอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lenovo.com/th หรือ www.facebook.com/LenovoTH/

 
1 ราคาอาจไม่รวมภาษี และไม่รวมค่าขนส่งหรือตัวเลือกเสริม และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติม ราคาของผู้ค้าปลีกอาจแตกต่างกันไป วันที่วางจำหน่าย และตัวเลือกสีอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค และผลิตภัณฑ์อาจมีจำหน่ายในบางตลาดเท่านั้น ข้อเสนอทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพร้อมในการวางจำหน่าย Lenovo ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติ และข้อมูลจำเพาะได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

เกี่ยวกับ เลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก ร่วมติดตามเราบน LinkedIn, Facebook, Twitter, YouTube, Instagram, Weibo หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.lenovo.com

 

 

 

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-thailand-launch-new-workstation-ultra-performance-mode/