คลังเก็บป้ายกำกับ: Lenovo

เติมเต็มทุกความสร้างสรรค์ ตอบรับทุกการใช้งานแห่งยุคดิจิทัลด้วย Lenovo™ Yoga Duet 7i และ IdeaPad Duet 3i

เลอโนโว ประเทศไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์แล็ปท็อปแบบ 2-in-1 โดยประกาศวางจำหน่าย Lenovo Yoga Duet 7i และ Lenovo IdeaPad Duet 3i ที่เน้นความคล่องตัวด้วยน้ำหนักเบา พกพาสะดวก บนระบบปฏิบัติการ Windows 10 เครื่องมาพร้อมปากกา Lenovo E-Color และปากกาดิจิทัล ตอบโจทย์การใช้งานดีไวซ์ยุคดิจิทัลเพื่อการขีดเขียน รังสรรค์ผลงาน ของนักเรียนนักศึกษาและมัลติทาสก์เกอร์

ลงตัวทั้งสไตล์และสเปค

Lenovo Yoga Duet 7i คือแล็ปท็อป 2-in-1 ระดับพรีเมี่ยมรุ่นแรกของ Yoga ที่มาพร้อมคีย์บอร์ด Bluetooth™ (5.0)  แบบเรืองแสงที่สามารถถอดแยกออกจากตัวเครื่องได้ ตอบโจทย์การทำงานแบบ      ฟรีสไตล์ที่ยืดหยุ่นและคล่องตัวด้วยขาตั้งเครื่องที่สามารถปรับระดับตามการใช้งานให้เหมาะสม ทั้งการใช้งานทั่วไปผ่านหน้าจอและคีย์บอร์ด หรือการเขียนด้วยหน้าจอและปากกา ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 1.16 กก. (รวมเคส folio) รองรับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วด้วย Intel® Wi-Fi 6 (Gig+)

Lenovo

Lenovo Yoga Duet 7i อัดแน่นด้วยฟีเจอร์สุดอัจฉริยะ อาทิ การ Login ด้วยใบหน้าผ่านกล้องอินฟาเรด (Infrared Camera) กับ Windows Hello ที่นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้วยังให้ความรวดเร็วกว่าการพิมพ์รหัสผ่านถึง 3 เท่า ไม่ต้องกังวลกับการถูกแอบมองหน้าจออีกต่อไปด้วยฟังก์ชั่น Glance by Mirametrix® ที่สามารถตรวจจับสายตาที่อาจแอบมองหน้าจอของคุณจากด้านหลัง และฟีเจอร์หยุดเล่นวิดีโอแบบอัตโนมัติเมื่อคุณจำเป็นต้องละหน้าจอไปที่อื่น หรือความสามารถในการย้ายคอนเท็นต์จากในเครื่องไปสู่จอมอนิเตอร์ที่ต่ออยู่โดยใช้ศรีษะของคุณหันไปมาเพื่อควบคุม

Yoga Duet 7i ในสีโทนใหม่อย่าง Orchid

Yoga Duet 7i ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ 10th Gen Intel Core™ i7 และกราฟิกจอ Intel UHD จึงให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่เต็มขั้น ให้การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และให้อรรถรสความบันเทิงสุดล้ำ ผ่านหน้าจอ IPS 2K ขอบบาง แบบสัมผัส ขนาด 13 นิ้ว มี sRGB 100% ให้โทนสีคมชัด สมจริงบนความสว่าง 450 nits ตัวเครื่องมาในสีเทา Slate Grey และสีม่วงหลือบแดง Orchid เคลือบผิวสัมผัสเมทัลให้ความสวยงามสะดุดตา

ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานจริงด้วยขาตั้งเครื่องที่สามารถปรับองศาให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน ทั้งการสเก็ตช์ภาพหรือจดบันทึกการประชุมด้วยปากกาดิจิทัล หรือจะก้าวกระโดดไปใช้ปากกาอัจฉริยะ Lenovo E-Color Pen ที่นอกเหนือจากความสามารถในการรองรับการชาร์จแบตเตอร์รี่เพื่อการใช้งาน ยังมาพร้อมเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถเลียนแบบสีจากวัตถุรอบตัวคุณ เพียงแค่นำปากกาไปแตะที่พื้นผิวในขณะที่กดเบา ๆ เท่านี้ก็สามารถนำสีนั้น ๆ มาใช้บนโปรแกมอย่าง Adobe® Photoshop™, Adobe InDesign™ หรือ Adobe Illustrator™ ได้อย่างง่ายดาย

เต็มอรรถรสภาพและเสียงเพื่อความบันเทิงด้วย Dolby Audio™ และ Dolby Vision™  และหน่วยความจำตัวเลือกสูงสุด 16 GB DDR4 และความจุตัวเลือกสูงสุด 1 TB PCle SSD แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 10.8 ชั่วโมง ยืดอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยนานขึ้น 20% ด้วยฟังก์ชั่น AI อัจฉริยะที่อยู่ในตัวเครื่องเมื่อตั้งค่าการใช้งานแบบกลางผ่านฟีเจอร์ Q-Control Intelligent Cooling ของ Lenovo

ในส่วนของแอคเซสเซอรี่เสริม ก็มีทั้งซองหนังขนาด 13 นิ้ว ดีไซน์ทันสมัย ป้องกันการเกิดรอยบนตัวเครื่อง และเมาส์ Lenovo Yoga ที่มีเลเซอร์สำหรับการพรีเซ็นงานในตัว ให้ผู้ใช้งานพร้อมเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

สะดวกทั้งตอนใช้งานและพกพา

Lenovo IdeaPad Duet 3i แล็ปท็อป 2-in-1 ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนั่งทำงานแบบมัลติทาสก์กิ้งได้สบาย ๆ ตัวเครื่องขนาดพอดีมือทั้งรูปร่าง และน้ำหนักที่เบาเพียง 0.86 กก. (รวมเคส folio) เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่กำลังมองหาแล็ปท็อปที่มีฟังก์ชั่นครบครัน และสะดวกในการพกพาเมื่อต้องเดินทางเป็นประจำ

IdeaPad Duet 3i เป็นแล็ปท็อปตัวแรกในตระกูล IdeaPad ที่มาพร้อมคีย์บอร์ด Bluetooth (5.0) ที่สามารถถอดแยกออกจากตัวเครื่องได้ และขาตั้ง folio รวมถึงรองรับการเขียนบนหน้าจอด้วยปากกา Lenovo Digital Pen เพื่อการจดบันทึก หรือสร้างสรรค์ผลงานอย่างได้ลื่นไหลถนัดมือ ตัวเครื่องมาพร้อมโปรเซสเซอร์ Intel Pentium® และกราฟิก Intel integrated รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, การเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Dolby Audio ที่ให้พลังเสียงสมจริงทุกทิศทาง

ขาตั้งโลหะดีไซน์เพรียวบางเรียบหรู ให้ผู้ใช้เลือกใช้งานเครื่องได้ถึง 4 โหมด ทั้งโหมดแท็บเล็ต โหมดแล็ปท็อป โหมดเต็นท์ และโหมดสแตน จึงทำให้การดูหนังหรือดราฟงานทำได้อย่างสะดวกง่ายดาย บนหน้าจอ Full HD IPS ขนาด 10.3 นิ้ว ความสว่าง 330 nits

ตัวเครื่องมาในเฉดสี Graphite Gray สุดเท่ พร้อมหลากหลายฟีเจอร์สุดเจ๋ง อาทิ ไมโครโฟน 360 องศา 2 ตัว และฟังก์ชั่นรักษาความเป็นส่วนตัว Privacy Shutter เพื่อเลื่อนปิดกล้องเว็บแคมป้องกันการโดนส่องมอง นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB-C ถึง 2 พอร์ตเพื่อเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล หน่วยความจำตัวเลือกสูงสุด 8GB ตัวจัดเก็บข้อมูลตัวเลือกสูงสุด 128G eMMC และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสุดถึง 7 ชั่วโมง

ราคาและการจัดจำหน่าย

  • Lenovo IdeaPad Duet 3i ที่มาพร้อมเคส folio, คีย์บอร์ด ราคาเริ่มต้นที่ 15,990 บาท (รวม VAT) วางจำหน่ายแล้ววันนี้
  • Lenovo Yoga Duet 7i ที่มาพร้อมเคส folio, คีย์บอร์ด และปากกา active pen ราคาเริ่มต้นที่ 39,990 บาท (รวม VAT) จะเริ่มวางจำหน่ายเร็วๆนี้

สัมผัสกับผลิตภัณฑ์เลอโนโวได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของเลอโนโวทั่วประเทศ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามวันจัดจำหน่ายได้ที่ https://lnv.gy/2WgUZXE หรือ www.facebook.com/LenovoTH/

from:https://www.mobileocta.com/fulfill-all-creativity-meet-the-needs-of-the-digital-age-with-the-lenovotm-yoga-duet-7i-and-ideapad-duet-3i/

Canalys เผยตลาดแท็บเล็ตโตขึ้น 26% พบ Apple ส่งมอบเยอะสุด 14 ล้านเครื่อง ส่วน Lenovo และ Huawei อัตราการเติบโตสูงสุด

ด้วยสถานการณ์โรค COVID-19 ที่ระบาดอย่างรุนแรงในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก จนหลายคนต้องกักตัวทำงานอยู่บ้านกันมากมาย ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์สำหรับใช้อยู่ในบ้าน อย่าง Desktop PC และโน้ตบุ๊คนั้นยอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงตลาดแท็บเล็ตเช่นเดียวกันที่ได้มีการเติบโตขึ้นมากถึง 26% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา

หลังจากที่ Canalys ได้มีการปล่อยสถิติเกี่ยวกับยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนในช่วง Q2 2020 พวกเขาก็ได้มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนตลาดแท็บเล็ต โดยพบว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 26% สวนทางกับตลาดสมาร์ทโฟนที่มียอดตกลงถึง 14% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา โดยทุก ๆ แบรนด์ใหญ่ ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากยอดสมาร์ทโฟนที่ตกลง กลับมียอดส่งมอบแท็บเล็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุก ๆ แบรนด์

แบรนด์ Q2 2020
ยอดส่งมอบ (ล้านหน่วย)
Q2 2020
ส่วนแบ่งตลาด
Q2 2019
ยอดส่งมอบ (ล้านหน่วย)
Q2 2019
ส่วนแบ่งตลาด
อัตราการเติบโตต่อปี
Apple 14.249 38.00% 11.894 40.00% 19.80%
Samsung 7.024 18.70% 5.048 17.00% 39.20%
Huawei 4.77 12.70% 3.3 11.10% 44.50%
Amazon 3.164 8.40% 2.308 7.80% 37.10%
Lenovo 2.81 7.50% 1.838 6.20% 52.90%
Others 5.525 14.70% 5.379 18.10% 2.70%
Total 37.542 100.00% 29.767 100.00% 26.10%

 

ทางด้านของ Apple นั้นก็ยังเป็นหัวหอกในสมรภูมิตลาดแท็บเล็ต ด้วยยอดส่งมอบที่มากกว่าคู่แข่งอันดับ 2 อย่าง Samsung มากถึง 2 เท่า (Apple ส่งมอบ 14 ล้านเครื่อง vs ของ Samsung ที่ 7 ล้านเครื่อง) โดยมีผลมาจาก iPad หลาย ๆ รุ่นที่ได้มีการทำการตลาด จัดโปรโมชั่นใช้งานดาต้าฟรี 60 วันสำหรับใช้เพื่อการศึกษา (เฉพาะในประเทศสหรัฐฯ) ทำให้ Apple มียอดส่งมอบแท็บเล็ตเพิ่มขึ้นถึง 19.8% ในไตรมาสที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน

โดยแบรนด์อย่าง Lenovo และ Huawei ถือว่าเป็นบริษัทที่มีอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดสองอันดับแรก ซึ่งทาง Lenovo มีอัตราการเติบโตมากถึง 52.9% และ Huawei 44.5% ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ Canalys ยังสรุปทิ้งท้ายไว้อีกด้วยว่า สาเหตุที่ตลาดแท็บเล็ตบูมขึ้นมาในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เป็นเพราะอุปกรณ์จำพวกแท็บเล็ต นั้นอยู่กึ่งกลางระหว่างโน้ตบุ๊คและสมาร์ทโฟน แถมยังสามารถใช้ทำงาน และเรียนได้ในราคาที่ถูกกว่ากันมาก บวกกับการทำการตลาดจำพวกโปรโมชั่นที่ช่วยให้การซื้อแท็บเล็ตเพื่อใช้งานช่วงนี้ยิ่งคุ้มขึ้นไปอีก โดยส่วนตัวมองว่าแท็บเล็ตก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทั้งใช้ทำงาน และรับชมสื่อในเวลาเดียวกัน ทำให้การซื้อแท็บเล็ตดี ๆ เครื่องนึงนั้นรู้สึกคุ้มค่ากว่าการซื้อโน้ตบุ๊คค่อนข้างมากเลยครับ 🤣

ส่วนใน Q3 ที่จะถึงนี้แต่ละแบรนด์ก็จะเตรียมยกโขยงอุปกรณ์เรือธงมากมายมาเปิดตัวให้ทุกคนได้จับจองกัน แล้วผลลัพท์จะดีขึ้นต่อไปหรือไม่…ก็ต้องรอติดตามกันครับ

 

Source: Canalys via GSMArena 

 

from:https://droidsans.com/tablet-market-growth-sky-rocketed-by-26-percent-during-q2/

Lenovo Webinar: Lenovo DCG Portfolio 2020 – มุ่งสู่ Data Center แห่งอนาคต

Lenovo ขอเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน Data Center เข้าฟังบรรยาย Lenovo Webinar เรื่อง “Lenovo DCG Portfolio 2020 – มุ่งสู่ Data Center แห่งอนาคต” เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีด้าน Data Center ล่าสุดจาก Lenovo ที่พร้อมทำงานภายใต้ทุกสภาวะแวดล้อม ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2020 เวลา 10:30 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Lenovo DCG Portfolio 2020 – มุ่งสู่ Data Center แห่งอนาคต
ผู้บรรยาย: Nawakit Leelaudomlipi, Advisory Sales Specialist, Lenovo Data Center Group Thailand
วันเวลา: วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2020 เวลา 10:30 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_A55y3euSRzOmUK3KTJ8oRg

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชันแบบ End-to-end ของ Lenovo ที่ครอบคลุมทั้งส่วน Compute, Storage และ Networking เพื่อสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งทั้งทางด้านประสิทธิภาพ ความเสถียร และความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ Data Center พร้อมผสานการทำงานแบบไร้รอยต่อกับทุกๆ สภาพแวดล้อม นอกจากนี้ โซลูชันของ Lenovo ยังผ่านการทดสอบและกระบวนการเชิงวิศวกรรมสำหรับการใช้งานร่วมกับทุก Workload ช่วยให้การวางระบบและส่งมอบบริการสู่ตลาดทำได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าต่อการลงทุน

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/615297789368684/

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-webinar-lenovo-dcg-portfolio-2020/

Lenovo™ Yoga Duet 7i และ IdeaPad Duet 3i เติมเต็มทุกความสร้างสรรค์ ตอบรับทุกการใช้งานแห่งยุคดิจิทัล

เลอโนโว ประเทศไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์แล็ปท็อปแบบ 2-in-1 โดยประกาศวางจำหน่าย Lenovo Yoga Duet 7i และ Lenovo IdeaPad Duet 3i ที่เน้นความคล่องตัวด้วยน้ำหนักเบา พกพาสะดวก บนระบบปฏิบัติการ Windows 10 เครื่องมาพร้อมปากกา Lenovo E-Color และปากกาดิจิทัล ตอบโจทย์การใช้งานดีไวซ์ยุคดิจิทัลเพื่อการขีดเขียน รังสรรค์ผลงาน ของนักเรียนนักศึกษาและมัลติทาสก์เกอร์

• สร้างสรรค์ทุกไอเดีย เติมเต็มทุกสีสัน บนสัมผัสที่พรีเมี่ยมกับ Lenovo Yoga™ Duet 7i และปากกา Lenovo E-Color • แยกชิ้นเพื่อความแตกต่างที่โดดเด่นกับ Lenovo™ IdeaPad Duet 3i

 

ลงตัวทั้งสไตล์และสเปค

Lenovo Yoga Duet 7i คือแล็ปท็อป 2-in-1 ระดับพรีเมี่ยมรุ่นแรกของ Yoga ที่มาพร้อมคีย์บอร์ด Bluetooth™ (5.0)  แบบเรืองแสงที่สามารถถอดแยกออกจากตัวเครื่องได้ ตอบโจทย์การทำงานแบบฟรีสไตล์ที่ยืดหยุ่นและคล่องตัวด้วยขาตั้งเครื่องที่สามารถปรับระดับตามการใช้งานให้เหมาะสม ทั้งการใช้งานทั่วไปผ่านหน้าจอและคีย์บอร์ด หรือการเขียนด้วยหน้าจอและปากกา ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 1.16 กก. (รวมเคส folio) รองรับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วด้วย Intel® Wi-Fi 6 (Gig+)

 

Lenovo Yoga Duet 7i อัดแน่นด้วยฟีเจอร์สุดอัจฉริยะ อาทิ การ Login ด้วยใบหน้าผ่านกล้องอินฟาเรด (Infrared Camera) กับ Windows Hello ที่นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้วยังให้ความรวดเร็วกว่าการพิมพ์รหัสผ่านถึง 3 เท่า ไม่ต้องกังวลกับการถูกแอบมองหน้าจออีกต่อไปด้วยฟังก์ชั่น Glance by Mirametrix® ที่สามารถตรวจจับสายตาที่อาจแอบมองหน้าจอของคุณจากด้านหลัง และฟีเจอร์หยุดเล่นวิดีโอแบบอัตโนมัติเมื่อคุณจำเป็นต้องละหน้าจอไปที่อื่น หรือความสามารถในการย้ายคอนเท็นต์จากในเครื่องไปสู่จอมอนิเตอร์ที่ต่ออยู่โดยใช้ศรีษะของคุณหันไปมาเพื่อควบคุม

 

Yoga Duet 7i ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ 10th Gen Intel Core™ i7 และกราฟิกจอ Intel UHD จึงให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่เต็มขั้น ให้การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และให้อรรถรสความบันเทิงสุดล้ำ ผ่านหน้าจอ IPS 2K ขอบบาง แบบสัมผัส ขนาด 13 นิ้ว มี sRGB 100% ให้โทนสีคมชัด สมจริงบนความสว่าง 450 nits ตัวเครื่องมาในสีเทา Slate Grey และสีม่วงหลือบแดง Orchid เคลือบผิวสัมผัสเมทัลให้ความสวยงามสะดุดตา

ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานจริงด้วยขาตั้งเครื่องที่สามารถปรับองศาให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน ทั้งการสเก็ตช์ภาพหรือจดบันทึกการประชุมด้วยปากกาดิจิทัล หรือจะก้าวกระโดดไปใช้ปากกาอัจฉริยะ Lenovo E-Color Pen ที่นอกเหนือจากความสามารถในการรองรับการชาร์จแบตเตอร์รี่เพื่อการใช้งาน ยังมาพร้อมเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถเลียนแบบสีจากวัตถุรอบตัวคุณ เพียงแค่นำปากกาไปแตะที่พื้นผิวในขณะที่กดเบาๆ เท่านี้ก็สามารถนำสีนั้น ๆ มาใช้บนโปรแกมอย่าง Adobe® Photoshop™, Adobe InDesign™ หรือ Adobe Illustrator™ ได้อย่างง่ายดาย

เต็มอรรถรสภาพและเสียงเพื่อความบันเทิงด้วย Dolby Audio™ และ Dolby Vision™  และหน่วยความจำตัวเลือกสูงสุด 16 GB DDR4 และความจุตัวเลือกสูงสุด 1 TB PCle SSD แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 10.8 ชั่วโมง ยืดอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยนานขึ้น 20% ด้วยฟังก์ชั่น AI อัจฉริยะที่อยู่ในตัวเครื่องเมื่อตั้งค่าการใช้งานแบบกลางผ่านฟีเจอร์ Q-Control Intelligent Cooling ของ Lenovo

ในส่วนของแอคเซสเซอรี่เสริม ก็มีทั้งซองหนังขนาด 13 นิ้ว ดีไซน์ทันสมัย ป้องกันการเกิดรอยบนตัวเครื่อง และเมาส์ Lenovo Yoga ที่มีเลเซอร์สำหรับการพรีเซ็นงานในตัว ให้ผู้ใช้งานพร้อมเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

สะดวกทั้งตอนใช้งานและพกพา

Lenovo IdeaPad Duet 3i แล็ปท็อป 2-in-1 ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนั่งทำงานแบบมัลติทาสก์กิ้งได้สบาย ๆ ตัวเครื่องขนาดพอดีมือทั้งรูปร่าง และน้ำหนักที่เบาเพียง 0.86 กก. (รวมเคส folio) เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่กำลังมองหาแล็ปท็อปที่มีฟังก์ชั่นครบครัน และสะดวกในการพกพาเมื่อต้องเดินทางเป็นประจำ

IdeaPad Duet 3i เป็นแล็ปท็อปตัวแรกในตระกูล IdeaPad ที่มาพร้อมคีย์บอร์ด Bluetooth (5.0) ที่สามารถถอดแยกออกจากตัวเครื่องได้ และขาตั้ง folio รวมถึงรองรับการเขียนบนหน้าจอด้วยปากกา Lenovo Digital Pen เพื่อการจดบันทึก หรือสร้างสรรค์ผลงานอย่างได้ลื่นไหลถนัดมือ ตัวเครื่องมาพร้อมโปรเซสเซอร์ Intel Pentium® และกราฟิก Intel integrated รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, การเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Dolby Audio ที่ให้พลังเสียงสมจริงทุกทิศทาง

ขาตั้งโลหะดีไซน์เพรียวบางเรียบหรู ให้ผู้ใช้เลือกใช้งานเครื่องได้ถึง 4 โหมด ทั้งโหมดแท็บเล็ต โหมดแล็ปท็อป โหมดเต็นท์ และโหมดสแตน จึงทำให้การดูหนังหรือดราฟงานทำได้อย่างสะดวกง่ายดาย บนหน้าจอ Full HD IPS ขนาด 10.3 นิ้ว ความสว่าง 330 nits

ตัวเครื่องมาในเฉดสี Graphite Gray สุดเท่ พร้อมหลากหลายฟีเจอร์สุดเจ๋ง อาทิ ไมโครโฟน 360 องศา 2 ตัว และฟังก์ชั่นรักษาความเป็นส่วนตัว Privacy Shutter เพื่อเลื่อนปิดกล้องเว็บแคมป้องกันการโดนส่องมอง นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB-C ถึง 2 พอร์ตเพื่อเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล หน่วยความจำตัวเลือกสูงสุด 8GB ตัวจัดเก็บข้อมูลตัวเลือกสูงสุด 128G eMMC และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสุดถึง 7 ชั่วโมง

ราคาและการจัดจำหน่าย

  • Lenovo IdeaPad Duet 3i ที่มาพร้อมเคส folio, คีย์บอร์ด ราคาเริ่มต้นที่ 15,990 บาท (รวม VAT) วางจำหน่ายแล้ววันนี้
  • Lenovo Yoga Duet 7i ที่มาพร้อมเคส folio, คีย์บอร์ด และปากกา active pen ราคาเริ่มต้นที่ 39,990 บาท (รวม VAT) จะเริ่มวางจำหน่ายเร็วๆนี้

สัมผัสกับผลิตภัณฑ์เลอโนโวได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของเลอโนโวทั่วประเทศ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามวันจัดจำหน่ายได้ที่ https://lnv.gy/2WgUZXE หรือ www.facebook.com/LenovoTH/

 

เกี่ยวกับ เลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก ร่วมติดตามเราบน LinkedIn, Facebook, Twitter, YouTube, Instagram, Weibo หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.lenovo.com/th

 

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-yoga-duet-7i-and-ideapad-duet-3i/

VMware มอบรางวัลพันธมิตรแห่งปี 2020 ตอกย้ำสัมพันธ์ Lenovo นานนับสิบปี

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา VMware ได้มอบรางวัลพันธมิตรแห่งปี 2020 (Partner of the Year Awards) ให้กับกลุ่มพันธมิตรของ VMware ที่สามารถแสดงให้เห็นศักยภาพว่าความร่วมมือกับ VMware สามารถสร้างนวัตกรรมและขยายธุรกิจไปได้อย่างต่อเนื่อง และแสดงผลงานให้ลูกค้าได้เห็นว่าพันธมิตรของ VMware เป็นที่ปรึกษาที่วางใจได้

No Description

Lenovo Enterprise Technology Group เป็นบริษัทที่คว้ารางวัล Partner Value ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากความสำเร็จของ Lenovo ที่พัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตไปข้างหน้าโดยอาศัยโซลูชั่นของ VMware เป็นตัวผลักดัน รางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า Lenovo เป็นพันธมิตรของ VMware ที่ตั้งใจนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมให้กับลูกค้าและมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี

กระบวนการให้รางวัลครั้งนี้ VMware ร่วมมือกับ IDC ร่วมตรวจสอบใบสมัครจากพันธมิตรทั่วโลก การระบุว่าพันธมิตรสร้างความเติบโตให้ลูกค้า จะถูกตรวจสอบว่ามีการสร้างมูลค่าได้จริง Susan Nash รองประธานฝ่าย Strategic Corporate Alliances ระบุว่าบริษัทมีความภูมิใจพันธมิตรได้ช่วยให้ลูกค้าพัฒนาธุรกิจไปข้างหน้าและสร้างมูลค่าจากกระบวนการ Digital Transformation ได้

Lenovo เป็นพันธมิตรกับ VMware มานานกว่าสิบปี โซลูชั่นที่ร่วมมือกับพัฒนามีหลากหลาย ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ ThinkAgile VX ที่ปรับแต่งและทดสอบให้ทำงานร่วมกับ VMware ก่อนส่งถึงมือลูกค้า, Lenovo vSAN ReadyNodes ระบบสตอเรจที่ปรับให้เข้ากับความต้องการได้ทุกองค์กร ไปจนถึง Think System for vCloud Suite ที่ช่วยลูกค้าสร้างคลาวด์ในองค์กรได้เต็มรูปแบบด้วยความคุ้มค่าสูงสุด

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมโซลูชั่นของ VMware และ Lenovo ติดต่อ lenovo.dcg@commuone.co.th

from:https://www.blognone.com/node/117778

สรุปสเปก ! ซื้อ Lenovo Legion 5 : Ryzen 4000H รุ่นไหนดี ? ราคาเท่าไร ? คุ้มสุด แรงสุด ลื่นสุด จอดีสุดๆ อีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่คนสนใจกันมากที่สุด

เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H ที่ถูกพูดถึงที่สุด ด้วยการมาของ Lenovo Legion 5 ซึ่งนับว่าเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นแรกของแบรนด์ Lenovo ที่เลือกใช้ AMD เป็นครั้งแรก หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหลายๆ แบรนด์ได้เลือกใช้ AMD มาซักระยะแล้ว (แต่ใช้ Ryzen 3000U ใน Notebook ประเภทอื่นๆ) เชื่อได้ว่าเลยสมการรอคอยของใครหลายๆ คนทีเดียว เพราะทาง Lenovo มีชื่อเสียงเรื่อง Gaming Notebook ตระกูล Legion มาซักพักแล้ว แต่เป็นการเลือกใช้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i ทั้งหมด

ทำให้การมาของ Lenovo Legion 5 เป็น Gaming Notebook ที่น่าสนใจมากๆ แน่นอนว่ามาจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H ที่ทรงพลัง ในราคาไม่แพง อีกทั้งได้เทคโนโลยีต่างๆ จาก Legion ที่โดดเด่น ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานยิ่งขึ้นไปอีก ในการจัดการความร้อนที่ดีกว่า รวมถึงดีไซน์การออกแบบก็มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ได้รับความเป็น DNA ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ดูดีสุดๆ เรียกได้ว่ามองแวปเดียวก็รู้นว่าเป็น Lenovo Legion 5 แต่ก็แฝงไปด้วยจุดเด่นอย่างไฟ RGB แบบ 4 โซน อีกทั้งได้พอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครันกว่า Gaming Notebook รุ่นใกล้เคียงกันด้วย

ดูรีวิว Lenovo Legion 5 สเปก AMD Ryzen 5 4600H + GTX 1650 Ti + จอ IPS 144Hz

  • AMD Ryzen 5 4600H ทำงาน 6C/12T ความเร็ว 3.00 – 4.00 GHz (8 MB L3 Cache)
  • AMD Ryzen 7 4800H ทำงาน 8C/16T ความเร็ว 2.90 – 4.20 GHz (8 MB L3 Cache)

สเปกของ Lenovo Legion 5 รุ่นที่ขายจริง สนนราคามีตั้งแต่ 26,990 – 32,990 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 5 4600H / AMD Ryzen 7 4800H บนสถาปัตยกรรม Zen 2 (Renoir) ล้ำด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ส่งผลให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ร้อนน้อยลงด้วย พร้อมการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) / GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ที่ให้ความแรงลื่นทั้งในการทำงานหรือเล่นเกมเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ 

ได้ที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการอัพเกรดเพิ่ม HDD SATA 3 ได้ภายหลัง ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 Bus 3200 MHz หนึ่งแถว (โดยรองรับได้สูงสุด 32GB) ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก แน่นอนว่าสเปกแบบนี้ใช้งานทั่วไปพื้นฐานลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ก็ดีเยี่ยมมากๆ อย่างไรก็ตามแนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 16GB จะดีมากๆ ที่สามารถดูผลการทดสอบได้ ที่นี่

ได้หน้าจอขนาด 15.6″ แบบด้าน ขอบหน้าจอบางพิเศษเป็น ความละเอียด Full HD พาเนล IPS  มี Refresh Rate รองรับ 120Hz / 144Hz (IPS คนละเกรดกัน แนะนำตรงนี้ว่าควรเลือกเป็นรุ่น 144Hz ให้ขอบเขตสีดีกว่า) ให้สีสันสวยงามและมุมมองที่กว้าง เหมาะกับการทำงานหรือเล่นเกม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% และมีเครื่องสำรองระหว่างใช้งาน อีกทั้งมี Call Center 24/7 ด้วย แบ่งออกเป็นรุ่นต่างๆ ดังนี้

การเลือกซื้อ Lenovo Legion 5 ที่เป็น Gaming Notebook ปี 2020 จากการที่ได้สเปคสุดแรง AMD Ryzen 4000H รุ่นล่าสุด ซึ่งได้เทคโนโลยี 7 นาโนเมตร  มีตัวเลือกทั้ง Ryzen 5 4600H และ Ryzen 7 4800H ส่วนการ์ดจอได้เป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti เรียกได้ว่าเข้าคู่กันเป็นอย่างดี ดีขึ้นทั้งประสิทธิภาพ ร้อนน้อยลง และแบตยาวนาน แน่นอนว่าถ้าเป็นได้ไปควรเลือกเป็นตัวที่แรงที่สุดถ้างบถึงอย่าง Ryzen 7 4800H + GTX 1650 Ti หรือ Ryzen 5 4600H + GTX 1650 Ti ก็ได้ (Ryzen 7 แรงกว่า Ryzen 5 ประมาณ 30% และการ์ดจอเป็นรุ่นใหม่จริงๆ อย่าง GTX 1650 Ti)

และที่สำคัญคือสเปกหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD (1920 x 1080) พาเนล IPS ที่มีทั้งรุ่นรองรับ Refresh Rate ที่ 144 Hz มีเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400 ใกล้เคียง 100% sRGB และคมชัด สมจริงด้วย Dolby Vision ตรงนี้ถ้าเทียบกับรุ่นหน้าจอ 120Hz อีกสเปก ต้องบอกว่ามีความต่างอย่างชัดเจน ในสเปกที่เหมือนกันในทุกๆ อย่างทั้งชิปประมวลผลและการ์ดจอ ราคารุ่นจอ 144Hz จะมีราคาสูงกว่า 120Hz ที่ 1,000 บาทเท่านั้น โดยรุ่นหน้าจอ 144Hz ให้สีสันและประสบการณ์ใช้งาน ขอบเขตสีที่ดีกว่าแน่นอน เทียบกับ 1,000 บาทที่ต้องจ่ายเพิ่ม นับว่ามีความคุ้มค่า ฉะนั้นแนะนำเลือก 144Hz ดีกว่า

สเปกอื่นๆ ที่เหมือนกันทุกรุ่นคือได้หน่วยความจำแรมจากโรงงานมาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz ซึ่งควรเผื่อเงินพันนิด ไว้ใส่แรม 8GB อีกแถวก็จะดีมากๆ และมีที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ทุกๆ รุ่น โดย Lenovo Legion 5 ทุกรุ่นรองรับ Wi-Fi 6และ Dolby Atmos ตัวเครื่องสี Phantom Black น้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม มีเทคโนโลยี Rapid Charge Pro เทคโนโลยี Lenovo Legion Coldfront 2.0 ที่ช่วยควบคุมความอุณหภูมิ

ฟีเจอร์อื่นๆ อย่างคีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike แม่นยำ นุ่มนวล หนักแน่น  พร้อม 4-zone RGB รองรับ anti-ghosting 100% และตอบสนองได้รวดเร็วใน 1ms ทนทานมากขึ้นด้วยการเคลือบสารให้คุณสมบัติต้านทานการเสียดสีและการสึกกร่อน และแบตเตอรี่ที่ปรับใหม่ให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น (ใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง) ด้วยเทคโนโลยี Advanced Optimus และ Hybrid Mode อีกทั้งสามารถเลือกปรับโหมดได้เองระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance

นอกจากนี้ยังสามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อดัน CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กัน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น Legion ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดันแต่เน้นประสิทธิภาพด้วย ทำให้ไม่ว่าเราจะใช้งานทั่วไปอย่าง ดูหนังฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต ทำงานเอกสารลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงเอาไปทำงานตัดต่อวีดีโอโปรเซสไฟล์ภาพก็สบายๆ

ปิดท้ายสรุปสเปกราคา Lenovo Legion 5 แม้ดีไซน์หลักจะยังเป็นรูปแบบเดิมแบบ Legion Y540 และเหมือนใน Legion 5 (สเปก Intel) แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นดีไซน์ที่ลงตัวที่สุดแบบหนึ่ง เพราะทำให้ตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนได้ทั้ง 3 ทิศทาง พอร์ตเชื่อมต่อที่มากกว่าและสามารถใช้ประโยชน์เครื่องจากด้านหลังได้เต็มที่ รวมไปถึงจอภาพที่สามารถกางได้ 180 องศา โดยใน Lenovo Legion 5 ยังได้อัพเกรดขึ้นมาหลายๆ ส่วน ยิ่งถ้าดูราคาเทียบกับการรับประกันขั้นเทพแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่ขายดีมากๆ

อย่างไรก็ตามแม้ว่า Lenovo Legion 5 จะมีรุ่นใหม่เลือกมากมายแล้ว แต่คาดว่ายังไม่ถูกใจทุกคน เพราะบางคนอยากจะได้สเปกที่กว่านี้ โดยเพิ่มราคาไปได้อีก ซึ่งมาพร้อมกับสเปก AMD Ryzen 7 4800H หรือ Ryzen 9 4900H จับคู่มากับการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 ได้แรมขนาด 16GB มาทันที พร้อมด้วย SSD ความจุใหญ่โต 1TB กับช่วงราคา 35,000 – 40,000 บาท รวมถึงมีรุ่นหน้าจอ 17.3″ ให้เลือกเพิ่ม เชื่อว่าต้องมีคนซื้อและสนใจอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าทาง Lenovo อาจจะมีแผนเข้ามาจำหน่ายเร็วๆ นี้ก็เป็นไปได้

สรุปจุดเด่น Lenovo Legion 5

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องเล็กกระชับ แม้จะเป็นหน้าจอ 15.6″ แต่เล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 14″
  • ตัวเครื่องมีความบางและเบาที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐาน Gaming Notebook ปี 2020
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Ryzen 4000H และการ์ดจอ GTX 1650 / GTX 1650 Ti
  • ได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วแรงระดับสูง ดีกว่าในรุ่นราคาใกล้เคียงกัน
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีลื่นไหลทั้ง แนวออฟไลน์และออนไลน์
  • หน้าจอคุณภาพสูง พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz / 144Hz
  • คีย์บอร์ดมีไฟเป็น 4-zone RGB รองรับ anti-ghosting 100% 
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที
  • มีพอร์ต USB 3.1 Type-C และ USB 3.1 Type-C จำนวน 4 พอร์ต
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดีจาก Harman Kardon + Dolby Atmos น่าประทับใจ
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานหนักๆ จัดว่ามีอุณหภูมิที่เย็นมากๆ จาก Legion Coldfront 2.0
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ราวๆ 8 ชั่วโมง ถือว่าใช้งานได้ยาวนานเมื่อเทียบกับ Gaming Notebook ด้วยกัน
  • ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการหลังการขายอื่นๆ

from:https://notebookspec.com/specification-summary-buy-lenovo-legion-5-ryzen-4000h-which-model-is-good/528538/

ชนช้าง…เทียบสเปคสุดยอดมือถือเกมมิ่ง Lenovo Legion Phone Duel vs ASUS ROG Phone 3 มีอะไรต่างกันบ้าง?

เปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน กับมือถือเกมมิ่งสเปคสุดเทพทั้ง 2 รุ่น Lenovo Legion Phone Duel และ ASUS ROG Phone 3 ซึ่งทั้งคู่นั้นมีสเปคหลัก ๆ ที่ใกล้เคียงกันมาก  ไล่ตั้งแต่ชิปเซ็ต Snapdragon 865+, หน้าจอ AMOLED 144Hz, หน่วยความจำ UFS 3.1 + LPDDR5, แบตเตอรี่ขนาดมหึมา, ฟีเจอร์ด้านการเล่นเกมมากมาย ทั้งยังรองรับ 5G เหมือนกัน …แล้วจุดแตกต่างอยู่ตรงไหน ? ตัวไหนจะน่าซื้อกว่ากัน ? สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลย

เปรียบเทียบสเปค Legion Phone Duel กับ ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition

Legion Phone Duel ROG Phone 3 ROG Phone 3 Strix Edition
หน้าจอแสดงผล AMOLED 16 ล้านสี ขนาด 6.65 นิ้ว
Full HD+ 1080 x 2340p (388 ppi)
อตัราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ 81.7%
รีเฟรชเรท 144Hz
touch-sampling rate 240Hz
AMOLED 1 พันล้านสี ขนาด 6.59 นิ้ว
Full HD+ 1080 x 2340p (391 ppi)
อตัราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ 79.9%
รีเฟรชเรท 144Hz
touch-sampling rate 270Hz
HDR10+
ความผิดเพี้ยนของสี Delta E <1
ชิปเซ็ต Snapdragon 865+ Snapdragon 865+ Snapdragon 865
หน่วยความจำ 8GB / 128GB
12GB / 128GB
12GB / 256GB
12GB / 512GB
16GB / 512GB
8GB / 256GB
กล้องหลัง Wide 64 MP (f/1.9) PDAF
Ultra wide 16 MP (f/2.2)
Wide 64 MP (f/1.8) PDAF
Ultra wide 13 MP (f/2.4)
Macro 5 MP (f/2.0)
กล้องหน้า 20 MP (f/2.2) แบบ pop-up 24 MP (f/2.0)
การถ่ายวิดีโอ 4K@30/60fps 8K@30fps, 4K@30/60/120fps
เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ใต้หน้าจอ แบบออปติคัล ใต้หน้าจอ แบบออปติคัล
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6
Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX HD, aptX Adaptive
NFC
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6
Bluetooth 5.1, A2DP, LE, aptX HD, aptX Adaptive
NFC
Wi-Fi 6 รองรับ รองรับ
5G รองรับ รองรับ
USB USB-C x2 (1.0) USB-C x2 (2.0 และ 3.1)
ระบบเสียง ลำโพงสเตอริโอคู่ ลำโพงสเตอริโอคู่
แบตเตอรี่ 5,000 mAh
ชาร์จไว 90W
6,000 mAh
ชาร์จไว 30W
ราคา 8GB / 128GB ~15,800 บาท
12GB / 128GB ~17,600 บาท
12GB / 256GB ~19,000 บาท
12GB / 512GB ~36,500 บาท
16GB / 512GB ~40,200 บาท
8GB / 256GB ~29,200 บาท

หน้าจอแสดงผล

ทั้ง Legion Phone Duel และ ROG Phone 3 รวมถึง ROG Phone 3 Strix Edition เลือกใช้พาแนลชนิดเดียวกันทั้งหมด คือ AMOLED ทั้งยังมีความละเอียด Full HD+ และรีเฟรชเรท 144Hz ที่เท่ากัน และต่างก็ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก TÜV Rheinland ว่า เป็นหน้าจอที่มีอัตราการกระพริบต่ำอีกด้วย (ถนอมสายตา) โดยจะมีจุดที่แตกต่างกันเล็กน้อย คือ ขนาดของหน้าจอและ touch-sampling rate ซึ่่ง Legion Phone Duel มีหน้าจอขนาด 6.65 นิ้ว และ touch-sampling rate 240Hz ส่วน ROG Phone 3 รวมถึง ROG Phone 3 Strix Edition มีหน้าจอขนาดเล็กกว่านิดหน่อยที่ 6.59 นิ้ว แต่มี touch-sampling rate มากกว่าที่ 270Hz

ทั้งนี้ สำหรับใครที่ให้ความสำคัญกับหน้าจอมาก ๆ อาจต้องพิจารณา ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition เป็นพิเศษ เพราะจะมีจุดที่เหนือกว่า Legion Phone Duel คือ ROG ทั้งสองรุ่นได้มีการปรับจูนสีหน้าจอมาอย่างพิถีพิถันสุด ๆ โดยทาง ASUS อ้างว่า สมาร์ทโฟนของตัวเองมีค่าความผิดเพี้ยนของสีตามหน่วยวัด Delta E <1 ซึ่งตัวเลขจะแสดงถึงค่าความผิดเพี้ยนของสี ยิ่งน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี และค่าที่ต่ำกว่า 1 นี้ถือว่าสุดยอดมาก ๆ (หน้าจอมอนิเตอร์หลาย ๆ ตัว เอามาคาลิเบรตเองยังไม่ได้ค่า Delta E ที่ต่ำขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ)

นอกจากนี้ แม้จะเป็นหน้าจอ AMOLED เหมือน ๆ กันก็จริง แต่หน้าจอของสมาร์ทโฟนจากฝั่ง ASUS สามารถแสดงผลสีได้ถึง 1 พันล้านสี ในขณะที่สมาร์ทโฟนจากฝั่ง Lenovo แสดงผลได้เพียงแค่ 16 ล้านสีเท่านั้น อธิบายง่าย ๆ คือ ยิ่งหน้าจอสามารถแสดงผลสีได้มากเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งไล่โทนสีเนียนตามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจำนวนการแสดงผลที่สูงถึงกว่า 1 พันล้านสีนี้ ก็คือหน้าจอ 10bit นั่นเอง

หน่วยประมวลผลและหน่วยความจำ

ในส่วนของชิปเซ็ตนั้น Legion Phone Duel และ ROG Phone 3 จะมีชิปเซ็ตที่เหมือนกัน คือ Snapdragon 865+ ชิปเซ็ตระดับท็อปที่แรงที่สุดในปัจจุบันของฝั่ง Android จาก Qualcomm ดังนั้น เรื่องประสิทธิภาพในการประมวลผลคงไม่ต้องพูดกันให้มากความ ในขณะที่ ROG Phone 3 Strix Edition จะมีชิปเซ็ตที่ด้อยกว่าชาวบ้านอยู่เล็กน้อย เพราะมันจะมากับ Snapdragon 865 เฉย ๆ ซึ่งชิปเซ็ตทั้งสองตัวจะมีความแรงอยู่ที่ 3.1 GHz และ 2.84 GHz ตามลำดับ มีประสิทธิภาพการประมวลผลต่างกันราว ๆ 10% ตามคำอ้างของ Qualcomm ส่วนหน่วยความจำจะเป็น UFS 3.1 + LPDDR5 จัดเต็มเหมือนกันทั้งหมด โดย Legion และ ROG จะมีหน่วยความจำสูงสุดที่ 12GB / 256GB และ 16GB / 512GB ตามลำดับ และไม่รองรับ microSD card ทั้งคู่

กล้องและการถ่ายภาพ

ดูเหมือนว่า Legion Phone Duel จะถูกออกแบบมาโดยเจาะตลาดเกมเมอร์กลุ่มที่ชอบ live streaming เป็นพิเศษ เพราะมันจะมาพร้อมกับกล้องหน้าแบบ pop-up จากด้านข้างสุดแนว ทำให้เหมาะกับการใช้งานในแนวนอนขณะเล่นเกม ทั้งยังมีความละเอียดถึง 20MP พร้อมฟีเจอร์ในการใช้ AI มาลบพื้นหลังให้เองโดยอัตโนมัติ ส่วนกล้องหลังของมันเป็นกล้องคู่ Wide 64MP (f/1.9) PDAF + Ultra wide 16MP (f/2.2) สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดได้ 4K ที่ 60fps

ส่วนทางด้านของ ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะจัดเต็มในส่วนของกล้องหลัง เพราะมีกล้องหลังเป็นจำนวนถึง 3 ตัว มาครบทั้ง Wide 64MP (f/1.8) PDAF + Ultra wide 13MP (f/2.4) + Macro 5MP (f/2.0) สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดได้ 8K ที่ 30fps และหากลดความละเอียดลงมาเหลือ 4K ก็จะสามารถถ่ายได้ถึง 120fps เลย ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 24 MP (f/2.0)

การเชื่อมต่อ

ทั้ง Legion Phone Duel, ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะรองรับการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi 6 และ 5G รวมถึงเลือกใช้พอร์ตเป็น USB-C ทั้ง 2 ช่องเหมือน ๆ กัน แต่ฝั่ง ROG จะเลือกใช้ USB-C เวอร์ชั่น 3.1 ที่ด้านล่างเครื่อง และเวอร์ชั่น 2.0 ที่ด้านข้างเครื่อง สำหรับทั้งชาร์จแบตและต่ออุปกรร์เสริม ในขณะที่ฝั่ง Lenovo จะเลือกใช้ USB-C เวอร์ชั่น 1.0 ทั้งสองช่อง

ลำโพง

ทั้ง Legion Phone Duel, ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะมีลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหน้า แถมยังมีการนำเทคโนโลยี Dirac มาใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพเสียงอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ทั้ง Legion และ ROG จะไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม.แล้ว โดยจะต้องต่อผ่านดองเกิล USB-C to 3.5 mm. ที่แถมมาให้ในกล่องแทน หรือจะต่อผ่านพัดลม AeroActive Cooler 3 ก็ได้เช่นกันสำหรับ ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition

แบตเตอรี่และการชาร์จ

Legion Phone Duel จะมากับแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมชาร์จไวถึง 90W ซึ่งทาง Lenovo เคลมว่ามันสามารถชาร์จแบตจนเต็มได้ในเวลาแค่ 30 นาที

ส่วน ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะมากับแบตเตอรี่ความจุมากกว่าที่ 6,000 mAh แต่จะชาร์จไวเพียง 30W เท่านั้น

ระบบระบายความร้อน ฟีเจอร์ และอุปกรณ์เสริม

เรื่องความร้อนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของมือถือเกมมิ่ง โดย Legion Phone Duel, ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะมีระบบระบายความร้อนที่มีลักษณะการทำงานคล้าย ๆ กัน คือ อาศัยการถ่ายเทความร้อนผ่านฮีตไปป์ (heat pipe) ที่มีของเหลวอยู่ภายในเป็นตัวกลาง แต่ฝั่ง ROG จะมีการใส่ฮีตซิงก์ (heat sink) และเจาะช่องสำหรับระบายความร้อนไว้ที่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังสามารถต่อพัดลม AeroActive Cooler 3 เป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนอีกแรงได้ด้วย

ฟีเจอร์การเล่นเกมในส่วนของฮาร์ดแวร์ ทั้ง Legion และ ROG จะมีเซ็นเซอร์อัลตราโซนิกติดตั้งมาให้ที่บริเวณมุมบนทั้งด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง (ในแนวนอน) ใช้สำหรับเป็นปุ่มควบคุมพิเศษที่ทำหน้าที่เหมือนปุ่ม L-R ในจอยคอนโทรลเลอร์

ในเรื่องอุปกรณ์เสริมนั้น ROG จะได้เปรียบเต็มประตู มีอุปกรณ์เสริมให้ใช้มากมาย นอกจาก AeroActive Cooler 3 ที่แถมมาในกล่องแล้วก็ยังมี ROG Kunia 3 Gamepad, ROG Clip, TwinView Dock, Mobile Desktop Dock และ Lighting Armor Case ต้องบอกว่า อุปกรณ์เสริมเยอะแยะจนตาลายจริง ๆ

ราคา

ในหัวข้อนี้อาจจะยังไม่เหมาะสมนักที่จะเอามาเปรียบเทียบกัน เพราะราคาที่เปิดมาของฝั่ง Legion เป็นราคาประเทศจีน ซึ่งมีราคาที่ถูกกว่าตลาดโลกมาก ในขณะที่ฝั่ง ROG เป็นราคาประเทศแถบยุโรป ซึ่งมีราคาที่สูงกว่าตลาดโซนอื่น ๆ จะเห็นได้ว่าราคาต่างกันเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว (คือหากจะเทียบกันจริง ๆ ก็ต้องรอให้ Legion Phone Duel เปิดราคายุโรปออกมาซะก่อน) ส่วนราคาที่เปิดออกมาแต่ละรุ่นมีดังนี้

Legion Phone Duel

  • 8GB / 128GB : 3499 หยวน หรือประมาณ 15,800 บาท
  • 12GB / 128GB : 3899 หยวน หรือประมาณ 17,600 บาท
  • 12GB / 256GB : 4199 หยวน หรือประมาณ 19,000 บาท

ROG Phone 3

  • 12GB / 512 GB : ราคา 999 ยูโร หรือประมาณ 36,500 บาท
  • 16GB / 512 GB : ราคา 1,099 ยูโร หรือประมาณ 40,200 บาท

ROG Phone 3 Strix Edition

  • 8GB / 256 GB ราคา 799 ยูโร หรือประมาณ 29,200 บาท

สรุป

จากทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า แม้ภาพรวม สเปค และฟีเจอร์หลัก ๆ จะใกล้เคียงกันมาก แต่ ROG Phone 3 ดูจะเหนือกว่า Legion Phone Duel อยู่นิด ๆ หน่อย ๆ ในส่วนของดีเทลยิบย่อย และ ROG จะได้เปรียบกว่า Legion มาก ตรงที่มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้มากมาย (นอกจากพัดลมแล้ว ที่เหลือต้องซื้อแยกเองนะ) แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อคงจะหนีไม่พ้นเรื่อง “ราคา” ซึ่งในตอนนี้ยังเปรียบเทียบกันไม่ได้ตามที่กล่าวไว้ด้านบน คงต้องรอให้มีราคากลางในหน่วยเงินเดียวกันออกมาเสียก่อน ถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายครับ (แต่ ROG ยังไงก็แพงกว่าแน่ ๆ ล่ะ)

from:https://droidsans.com/lenovo-legion-phone-duel-vs-asus-rog-phone-3/

เปิดตัว Lenovo Legion Duel มาพร้อมชิปเซ็ท SD 865+, กล้องเซลฟี่ POP Up ด้านข้าง และชาร์จเร็ว 90W เริ่มเพียง 16,000 บาท !!!

Lenovo ประกาศเปิดตัว Lenovo Legion Duel สมาร์ตโฟนสายพันธุ์เกมมิ่งรุ่นแรกของบริษัทที่ใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 865+ ใหม่ล่าสุด หน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรท 144Hz และกล้องหน้าเซลฟี่ดีไซน์แบบ POP Up ด้านข้าง และยังเป็นคู่แข่งสำคัญอย่าง ASUS ROG Phone 3 ที่เปิดตัวพร้อมกันด้วย

สเปก Lenovo Legion Duel

Lenovo Legion Duel

ตัวเครื่องมีขนาด 169.17 x 78.48 x 9.9 มม. และน้ำหนัก 239 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.59 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 144Hz, อัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 240Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.1GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 865 Plus SoC, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 650, RAM 8GB/12GB/16GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB/512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Abdroid 10 ครอบทับด้วย ZUI 12/Legion OS

ติดตั้งกล้องหลังคู่ พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89 กล้องรองเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าดีไซน์ไม่เหมือนใครโดยเป็นกล้องแบบ POP Up ติดตั้งอยู่ที่ด้านขวาข้างเครื่องความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ซึ่งทาง Lenovo ระบุว่า การออกแบบกล้องเซลฟี่แบบ POP Up ด้านข้างเครื่องเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถสตรีมสดขณะเล่นเกมในแนวนอน และด้วยคุณสมบัติซอฟต์แวร์จะช่วยให้คุณสามารถวางมุมมองกล้องของคุณในขณะที่สตรีมมิ่งได้

รวมทั้งมีระบบระบายความร้อน Heat Pipes 2 เส้น พร้อมระบบ Lenovo U-Engine แบบมอเตอร์สั่นคู่ X-axis ให้ความรู้สึกสั่นกว่า 100 แบบ และปุ่มสัมผัส Dual Ultrasonic ช่วยเพิ่มปุ่มในการเล่นเกม, ลำโพงคู่สเตอริโอที่ได้รับการปรับแต่งโดย DIRAC AUDIO และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ

นอกจากนี้ยังรองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G Dual Mode, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ต USB Type C 1.0 2 พอร์ต และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 90W ชาร์จ 50% ภายใน 10 นาที และ 100% ภายใน 30 นาที

ทั้งนี้ Lenovo Legion Duel มีให้เลือก 2 สีคือ สีน้ำเงิน และสีแดง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 และจะเริ่มทยอยวางขายใน ยุโรป, ตะวันออกกลาง, เอเชีย และอเมริกาใต้ แต่ไม่มีแผนวางขายในอเมริกา

ส่วนราคามีดังนี้

  • รุ่น RAM 8GB + 128GB ราคา 3,499 หยวน หรือประมาณ 16,000 บาท)
  • รุ่น RAM 12GB + 128GB ราคา 3,899 หยวน หรือประมาณ 18,000 บาท)
  • รุ่น RAM 12GB + 256GB ราคา 4,199 หยวน หรือประมาณ 19,00 บาท)
  • รุ่น RAM 16GB + 512GBราคา 5,999 หยวน หรือประมาณ 27,000 บาท)

ที่มา : Gsmarena

from:https://www.mobileocta.com/lenovo-legion-duel-debuts-with-snapdragon-865-plus-chipset/

Lenovo เปิดตัว Legion Phone Duel สมาร์ทโฟนเกมมิ่งตัวแรก ราคาเริ่มราว 16,000 บาท

Lenovo เปิดตัวมือถือไลน์เกมมิ่งตระกูล Legion ในชื่อ Legion Phone Duel หน้าจอ AMOLED FHD+ ขนาด 6.59 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 รีเฟรชเรต 144Hz อัตราตอบสนองต่อการสัมผัส 240Hz กล้องหน้าแบบโผล่ขึ้นมาจากด้านข้างของตัวเครื่อง แสกนลายนิ้วมือใต้จอ และมีสเปกดังนี้

  • ชิป Snapdragon 865+
  • มีรุ่น 8GB + 128GB, 12GB + 128GB, 12GB + 256GB และ 16GB + 512GB (แรม LPDDR5 + หน่วยความจำ UFS 3.1)
  • กล้องหน้า 20MP f/2.2
  • กล้องหลังหลัก 64MP f/1.89
  • กล้องไวด์ 16MP 120 องศา f/2.2
  • รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0, NFC
  • มีช่อง USB Type-C สองช่อง (ด้านล่าง กับด้านข้าง)
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh ชาร์จเร็ว 90W (0 ถึง 50% ใน 10 นาที ชาร์จเต็ม 30 นาที)
  • รันบน Android 10 ครอบทับด้วย ZUI 12/Legion OS

No Description

Lenovo Legion Phone Duel มีสองสี คือแดงกับน้ำเงิน วางจำหน่ายเดือนนี้ ในประเทศจีน มีราคาดังนี้

  • รุ่น 8GB + 128GB: 3,499 หยวน (ประมาณ 15,800 บาท)
  • รุ่น 12GB + 128GB: 3,899 หยวน (ประมาณ 17,600 บาท)
  • รุ่น 12GB + 256GB: 4,199 หยวน (ประมาณ 18,950 บาท)
  • รุ่น 16GB + 512GB: 5,999 หยวน (ประมาณ 27,100 บาท)

หลังจากนั้นจะวางจำหน่ายในเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา โดยไม่วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ส่วนราคาและวันวางจำหน่ายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – XDA Developers

No DescriptionNo Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117613

เปิดตัว Lenovo Legion Duel ใช้ Snapdragon 865+, จอ 144Hz, รองรับชาร์จไว 90W ราคาแค่ 15,900 บาท!

12/256GBหลังจากมีข่าวลือมาร่วมเดือน ในที่สุ Lenovo ก็ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนสายเกมมิงออกมาอย่างเป็นทางการในรุ่น Lenovo Legion Duel ส่วนรุ่นที่จำหน่ายในประเทศจีนจะใช้ชื่อว่า Lenovo Legion Pro ก็ต้องบอกว่ารุ่นนี้มาพร้อมกับสเปกที่ไม่ธรรมดาในราคาแค่ 15,900 บาทเท่านั้นเอง

Lenovo Legion Duel

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.65 นิ้ว รีเฟรชเรตหน้าจอ 144Hz ขอบหน้าจอบางเฉียบ
  • ลำโพงคู่ด้านหน้า เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม
  • ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 865+ รุ่นใหม่ของ Qualcomm ซึ่งมี CPU และ GPU ที่แรงขึ้นกว่า Snapdragon 865 ถึง 10%
  • แรม 16GB LPDDR5
  • ความจุภายในเครื่อง 512GB UFS 3.1
  • กล้องหลังมีทั้งหมด 2 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล กล้อง Ultra-wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเป็นแบบป็อปอัปที่ด้านข้างเครื่อง ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

Lenovo Legion Duel ยังมีระบบระบายความร้อนแบบ heat pipes ให้ถึงสองชิ้น และยังมีระบบสั่นด้วยมอเตอร์ U-Engine dual X-axis ในส่วนของแบตเตอรีความจุ 5,000mAh แบ่งเป็น 2,500 mAh สองเซลล์ รองรับชาร์จไว 90W สามารถชาร์จแบตเตอรีได้เต็มภายในระยะเวลาเพียง 30 นาที แต่ก็ต้องชาร์จสองทางด้วยนะ โดยมีพอร์ต USB-C ที่ด้านล่างของเครื่องและที่ด้านซ้ายของเครื่อง

Lenovo Legion Duel รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และ 5G ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและลดค่าความหน่วงได้เป็นอย่างดี และยังมี Dock สำหรับเชื่อมต่อหน้าจอสมาร์ตโฟนออกไปที่หน้าจอเดสก์ท็อปอีกด้วย

ตัวเครื่องมีสองสีให้เลือก ได้แก่ สีน้ำเงินและสีแดง เริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนวันที่ 5 สิงหาคมนี้ โดยมีราคาดังนี้

  • 8/128GB ราคา 3,499 หยวน หรือ 15,900 บาท
  • 12/128GB ราคา 3,899 หยวน หรือ 17,700 บาท
  • 12/256GB ราคา 4,199 หยวน หรือ 18,990 บาท
  • 16/512GB ราคา 5,999 หยวน หรือ 27,100 บาท

ข่าว: เปิดตัว Lenovo Legion Duel ใช้ Snapdragon 865+, จอ 144Hz, รองรับชาร์จไว 90W ราคาแค่ 15,900 บาท! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/07/23/lenovo-legion-duel-unveiled.html