คลังเก็บป้ายกำกับ: Lenovo

Lenovo Legion Phone Duel 2 หักเป็น 3 ท่อน หลังโดน JerryRigEverything งอแบบเต็มกำลัง

คราวก่อนมือถือเกมมิ่งแห่งปีอย่าง ROG Phone 5 ก็โดนเฮีย Zach จาก JerryRigEverything หักครึ่งเป็นกิ่งไม้ไปแล้ว ล่าสุดรอบนี้เป็นคิวของเพื่อนร่วมวงการที่สเปคไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยอย่าง Lenovo Legion Phone Duel 2 ซึ่งบอกเลยว่าชะตากรรมไม่ต่างกัน

ทดสอบรอยขีดข่วนหน้าจอ

ครั้งนี้ JerryRigEverything ก็ได้เอามือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Lenovo Legion Phone Duel 2 มาลองทดสอบความแข็งแกร่งเช่นการขูด หรือการดัดต่าง ๆ ซึ่งคราวนี้ Lenovo Legion Phone Duel 2 ก็มาพร้อมกับดีไซน์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มีการวางแบตเตอรี่ไว้ที่ปีกซ้ายและขวาของเครื่อง ตามด้วยระบบระบายความร้อนที่นูนขึ้นมาบริเวณตรงกลางมือถือ ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องคอนโซลพกพาเลยครับ

หน้าจอสามารถทนได้ที่ระดับ 7

ในช่วงแรกของการทดสอบก็มีการขีดข่วนแบบปกติ ซึ่ง Lenovo Legion Phone Duel 2 ก็สามารถรับรอยขีดข่วนได้ตามสเปคของหน้าจอ ซึ่งเริ่มมีรอยข่วนที่เห็นได้ชัดเมื่อขูดด้วยสิ่งของความแข็งระดับ 6 และ 7 เป็นต้นไป แต่หลังจากเมื่อเริ่มการทดสอบการดัดก็ต้องร้องโอ้ยกันทันทีเพราะตัวมือถือหักครึ่งในทันทีหลังจากใส่แรงไปเพียงนิดเดียว


ถือว่าเป็นเคสที่คล้าย ๆ กับตอนของ ROG Phone 5 ที่มีจุดเปราะบางอยู่ที่บริเวณขอบ ๆ ตัวเครื่องตรงที่วางเสาสัญญาณ ผนวกกับการประกอบที่วางแบตเตอรี่สองตัวแยกกัน ทำให้ภายในตัวเครื่องมีช่องว่าง ง่ายต่อการหักงอ แถมพอใส่แรงไปเรื่อย ๆ อีกฟากของปีกเครื่องก็หักตามไปด้วยแบ่งเป็น 3 ท่อนเลยครับ (แต่กระจกหน้าจะติดกันดีอยู่นะ)

เห็นแบบนี้เราก็พอสรุปได้ว่ามือถือเกมมิงที่ได้รับการออกแบบที่แปลกไปจากคนอื่นอย่าง Lenovo Legion Phone Duel 2 และ ROG Phone 5 ไม่สามารถทนแรงบิดปริมาณมากได้ ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการพกพาใส่กระเป๋ากางเกงเท่าไหร่ สำหรับผู้ใช้งานคนไหนที่ซื้อมาแล้วก็ใช้งานกันอย่างระมัดระวังด้วยนะครับ

 

from:https://droidsans.com/lenovo-legion-deul-2-snaps-in-3-pieces-during-bend-test/

ยอดขายพีซีไตรมาส 1/2021 เติบโตถึง 55% แม้ชิปขาดตลาด แชมป์ยังเป็น Lenovo

IDC เผยสถิติยอดขายพีซีประจำไตรมาส 1/2021 จำนวนรวม 83.9 ล้านเครื่อง เติบโตถึง 55.2% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2020 แต่ถ้าเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา (4/2020) ลดลงเล็กน้อยราว 8%

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายพีซีเติบโต มาจากความต้องการใช้งานพีซีที่เพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง แม้ต้องเจอกับภาวะชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขาดแคลนก็ตาม ผลคือพีซียังขายดี และราคาเฉลี่ย (average selling price) เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะตลาดเกมมิ่ง

ผู้ผลิตพีซีทุกรายล้วนมียอดขายเติบโตกันถ้วนหน้า อันดับหนึ่งยังเป็นของ Lenovo ที่ส่วนแบ่ง 24.3% อันดับสองตามมาติดๆ ด้วย HP ที่ 22.9% ส่วนอันดับที่เหลือคือ Dell, Apple, Acer ตามลำดับ

ที่มา – IDC

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122140

เลอโนโว ประกาศแต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ดำรงตำแหน่ง ผู้นำบริหารงานธุรกิจ เลอโนโว ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

เลอโนโว ประกาศแต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ขึ้นดำรงตำแหน่งควบคุมดูแลบริหารงาน เลอโนโว ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก อันได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดียและเอเชียใต้ ต่อจาก มร. เคน หว่อง ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกลุ่มธุรกิจ Solutions and Services Group สานต่อความมุ่งมั่นของเลอโนโวในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นองค์กรที่เน้นการบริการ (service-led) เพื่อสร้างโอกาสเติบโดแห่งอนาคต

ตั้งแต่ปี 2561 มร. อมาร์ เคยดำรงตำแหน่ง รองประธานและผู้นำด้านการปฏิบัติการณ์บริการ กลุ่มธุรกิจ Intelligent Devices Group และเคยเป็นรองประธานและ COO ของเลอโนโว ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนานถึง 3 ปี นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2550 มร. อมาร์ ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประจำอินเดียและเอเชียใต้ ก่อนหน้าร่วมงานกับเลอโนโว มร. อมาร์ได้ทำงานในตำแหน่งด้านเทคโนโลยีให้แก่บริษัทชั้นนำอย่าง HCL, Citibank และ intel

มร. อมาร์ จบการศึกษาในระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบัน XLRI Jamshedpur และปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยี จากสถาบัน PSG College of Technology มร. อมาร์จะดำรงตำแหน่งและบริหารงานเลอโนโว ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยประจำอยู่ที่เมืองมุมไบ อินเดีย


เกี่ยวกับ เลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก

 

ข่าว: เลอโนโว ประกาศแต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ดำรงตำแหน่ง ผู้นำบริหารงานธุรกิจ เลอโนโว ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/lenovo-announcing-new-management-supervisory/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=lenovo-announcing-new-management-supervisory

[Guest Post] เลอโนโว ประกาศแต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ดำรงตำแหน่ง ผู้นำบริหารงานธุรกิจ เลอโนโว ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

เลอโนโว ประกาศแต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ขึ้นดำรงตำแหน่งควบคุมดูแลบริหารงาน เลอโนโว ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก อันได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดียและเอเชียใต้ ต่อจาก มร. เคน หว่อง ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกลุ่มธุรกิจ Solutions and Services Group สานต่อความมุ่งมั่นของเลอโนโวในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นองค์กรที่เน้นการบริการ (service-led) เพื่อสร้างโอกาสเติบโดแห่งอนาคต

มร. อมาร์ บาร์บู

 

ตั้งแต่ปี 2561 มร. อมาร์ เคยดำรงตำแหน่ง รองประธานและผู้นำด้านการปฏิบัติการณ์บริการ กลุ่มธุรกิจ Intelligent Devices Group และเคยเป็นรองประธานและ COO ของเลอโนโว ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนานถึง 3 ปี นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2550 มร. อมาร์ ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประจำอินเดียและเอเชียใต้ ก่อนหน้าร่วมงานกับเลอโนโว มร. อมาร์ได้ทำงานในตำแหน่งด้านเทคโนโลยีให้แก่บริษัทชั้นนำอย่าง HCL, Citibank และ intel

มร. อมาร์ จบการศึกษาในระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบัน XLRI Jamshedpur และปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยี จากสถาบัน PSG College of Technology มร. อมาร์จะดำรงตำแหน่งและบริหารงานเลอโนโว ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยประจำอยู่ที่เมืองมุมไบ อินเดีย

 

เกี่ยวกับ เลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก

ร่วมติดตามเราบน LinkedInFacebookTwitterYouTube, InstagramWeibo หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.lenovo.com/th

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-lenovo-appoints-amar-babu-to-lead-asia-pacific-business/

Lenovo เปิดตัวมือถือเกมมิ่ง Legion Phone Duel 2 มาพร้อม 8 ปุ่มเหมือนจอยเกม, กล้องป๊อบอัพ

ปีที่แล้ว Lenovo เปิดตัวมือถือเกมมิ่งตัวแรกคือ Legion Phone Duel ล่าสุดเปิดตัวที่สองคือ Legion Phone Duel 2 ที่ต่างจากเวอร์ชั่นแรกคือ เพิ่มปุ่มกดทั้งแบบปุ่มจริงๆ และปุ่มแบบ virtual เข้ามารวมเป็น 8 ปุ่ม ให้ความรู้สึกเหมือนจับจอยเกม

ตัวปุ่มประกอบด้วย ปุ่ม ultrasonic ตรงไหล่ของมือถือ 4 ปุ่ม อีก 2 ปุ่มที่หลังมือถือ และอีก 2 ปุ่มตรงหน้าจอ ตอบสนองต่อการสัมผัส 720Hz ด้านสเปกหลักๆ คือ

No Description

  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888
  • รีเฟรชเรต 144Hz
  • กล้องป๊อบอัพ ความละเอียด 44MP
  • หน้าจอ 6.92 นิ้ว AMOLED full HD
  • แบตเตอรี่ 5,500mAh
  • ชาร์จเร็ว 90W
  • มีพอร์ท USB-C สองพอร์ท
  • พัดลมระบายความร้อนด้านในสองตัว

No Description

Legion Phone Duel 2 เปิดตัวในราคา 1,185 เหรียญ หรือราว 37,200 บาทสำหรับรุ่น 16GB / 512GB ส่วนรุ่นเล็ก 12GB / 256GB เปิดตัวราคา 948 เหรียญ หรือราว 29,700 บาท เปิดขายที่จีนในเดือนเมษายน จากนั้นจึงวางจำหน่ายเฉพาะตลาดในเอเชียแปซิฟิกและยุโรปในเดือนถัดไป

ที่มา – Engadget, ภาพจาก Lenovo

from:https://www.blognone.com/node/122102

เปิดตัว Lenovo Legion Phone Duel 2 มือถือเกมมิ่งสำหรับนักแคสท์เกมด้วยกล้องหน้าป๊อปอัพด้านข้าง 44MP และพัดลมคู่ในตัว

เปิดตัวแล้วจ้า…มือถือเกมมิ่งตัวโหดสำหรับนักแคสท์เกมอย่าง Lenovo Legion Phone Duel 2 ที่คราวนี้ยังคงใช้ดีไซน์กล้องเซลฟี่แบบป๊อปอัพด้านข้างเครื่องอยู่เหมือนเดิม เพื่อเน้นการใช้งานประเภทแคสท์เกมโดยที่มือไม่บังภาพไม่เอียงเหมือนกับกล้องเซลฟี่มือถือทั่วไป และแน่นอนว่าสเปค + ฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็ได้รับการอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นที่แล้วอีกเพียบเลยล่ะ

หน้าจอ AMOLED รีเฟรชเรท 144Hz

Legion Phone Duel 2 ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.92 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ และสามารถเร่งแสงสว่างได้สูงสุดถึง 1300 nits มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือใต้จอ และครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 แถมยังพิเศษสุด ๆ ด้วยรีเฟรชเรทที่สูงถึง 144Hz

มี Touch Sampling Rate สุดโหดถึง 720Hz เรียกว่าจะลากนิ้วไปทางไหนก็ไม่พลาด ไม่มีหลุด

สเปคสุดโหด โคตรแรง พร้อมพัดลมระบายอากาศคู่

ไม่เสียชื่อมือถือเกมมิ่งด้วยสเปคแรงจัดจ้าน ทั้งชิป Snapdragon 888, RAM LPDDR5 สูงสุด 18GB กับความจุแบบ UFS 3.1 สูงสุด 512GB และไม่ต้องกลัวว่าใช้เล่นเกมยาว ๆ แล้วเครื่องจะร้อนจนกระตุก เพราะมือถือรุ่นนี้ใส่พัดลมระบายอากาศคู่ Twin Turbo-Fan มาให้ในตัวเลย

นอกจากจะใช้พัดลมระบายอากาศแล้วยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Liquid Cooling เข้ามาช่วยอีกแรง ทำให้หมดห่วงเรื่องเครื่องร้อนจนเฟรมเรทตกไปได้

กล้องหน้าแนวนอนสำหรับสายแคสท์เกม

พิเศษกว่าใครด้วยกล้องหน้าป๊อปอัพแนวนอนที่ออกแบบมาสำหรับการแคสท์เกมโดยเฉพาะ เนื่องจากกล้องจะวางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกมือบัง และอยู่ในมุมที่เล็งมาตรงหน้าพอดิบพอดี ไม่เอียง ไม่เบี้ยว แถมยังมีความละเอียดสูงถึง 44MP พร้อม AF อีกต่างหาก

ส่วนกล้องหลังมีทั้งหมด  2 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 64MP (f/1.9) และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16MP (f/2.2) รองรับการซูมแบบดิจิทัลสูงสุด 10x

 

ปุ่ม L-R ทั้งหมด 4 ปุ่ม และยังมีปุ่มสัมผัสหลังเครื่องด้วย

ถ้าไม่มีปุ่ม L-R มาด้วยจะเรียกว่าเสียชาติเกิดมือถือเกมมิ่งแน่นอน Legion Phone Duel 2 ก็เลยใส่ปุ่ม L-R มาให้ข้างละ 2 ปุ่ม ไปเลย แต่จะไม่ได้เป็นปุ่มแบบคอนโทรลเลอร์เกมจริง ๆ นะครับ แต่จะเป็นปุ่มแบบสัมผัสแบบ Ultrasonic Sensor แทน ส่วนด้านหลังเครื่องก็เป็นระบบสัมผัสแบบ Capacitive ให้ใช้ตั้งค่าแทนปุ่มต่าง ๆ ในเกมได้…ยังไม่หมด เพราะบนหน้าจอยังมีจุดที่เป้นเหมือนปุ่มให้อีก 2 ปุ่ม โดยเมื่อใช้นิ้วแตะบริเวณดังกล่าวจะมี Haptic Feedback สั่นขึ้นมาให้เรารู้ด้วย

แบตเตอรี่ 5500 mAh ชาร์จไว 90W 

แบตเตอรี่ให้มามากกว่ารุ่นที่แล้วเล็กน้อย อยู่ที่ 5500 mAh ซึ่ง Lenovo เคลมว่าจากแบตเตอรี่ 100% สามารถเล่นเกมต่อเนื่องได้ถึง 8ชม. และยังรองรับระบบชาร์จไวสูงถึง 90W นอกจากนี้ยังมากับระบบ ชาร์จคู่ ให้เสียบสายชาร์จ USB-C พร้อมกันที่พอร์ตทั้ง 2 ข้างเครื่อง-ท้ายเครื่อง เพื่อชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาแค่ 30 นาที

สเปค Lenovo Legion Phone Duel 2

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.92 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 12GB / 16GB / 18GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง : กล้องหลัก 64MP (f/1.9) และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16MP (f/2.2)
  • กล้องหน้าป๊อปอัพ : 44MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่ด้านหน้าแบบแม่เหล็ก 7 ชิ้น, Dolby Atmos, ไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมระบบลดเสียงรบกวน, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint sensor (ใต้จอ), 3D Motion Sensor, E-Compass, Gyroscope, Proximity, Ambient Light, Quad Ultrasonic Shoulder keys, Dual Capacitance keys, Dual Force Touch Sensor
  • แบตเตอรี่ : 5500 mAh (2750 mAh 2 ก้อน) รองรับชาร์จไว 90W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย ZUI 12.5
  • ขนาด / น้ำหนัก : 176 x 78.5 x 9.9 มม. (12.56 มม. กลางเครื่อง) / 256 กรัม
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ Ultimate Black, สีขาว Titanium White

ราคา

Lenovo Legion Phone Duel 2 จะวางขายในจีนภายในเดือนเมษายนนี้ และจะวางขายในยุโรปช่วงเดือนพฤษภาคม โดยแบ่งราคาออกตามหน่วยความจำดังนี้

  • 12GB / 256GB : ราคา 799 ยูโร หรือประมาณ 29,900 บาท
  • 16GB / 512GB + Charging Dock : ราคา 999 ยูโร หรือประมาณ 37,380 บาท
  • 18GB / 512GB : ยังไม่ประกาศราคา

สำหรับประเทศไทยจะเริ่มวางจำหน่ายเมื่อไหร่ เอาไว้ต้องติดตามข้อมูลจาก Lenovo ประเทศไทย กันอีกทีนึง แล้วเราจะรีบมาอัปเดตให้อีกทีนะครับ

from:https://droidsans.com/lenovo-legion-2-series-officially-announced/

หลุดภาพเครื่องจริง Lenovo Legion 2 Pro เผยโลโก้ไฟ RGB, กล้องหลังคู่ และพัดลมระบายอากาศในตัว

มือถือเกมมิ่งอย่าง Lenovo Legion 2 Series กำลังจะเปิดตัวในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว (8 เมษายน 2564) ซึ่งทาง Lenovo เองก็ทยอยปล่อยข้อมูลสเปค+ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของมือถือรุ่นนี้ออกมาทุกวัน ๆ เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยแฟน ๆ ด้วย และล่าสุดก็ได้มีภาพตัวจริงเสียงจริงของมือถือรุ่น Lenovo Legion 2 Pro หลุดออกมาให้ได้เห็นกันแล้วทั้งด้านหน้าด้านหลัง เผยให้เห็นดีไซน์ที่เรียกว่าแปลกตาไม่เหมือนใครสุด ๆ ทั้งตำแหน่งการวางกล้อง แถมยังมีพัดลมระบายอากาศในตัวอีกด้วย

ก่อนหน้านี้เราได้ข้อมูลจาก Lenovo ออกมาบ้างแล้วว่ามือถือเกมมิ่งรุ่น Lenovo Legion 2 Pro จะใช้ชิป Snapdragon 888, หน้าจอจาก Samsung ขนาด 6.92 นิ้ว รีเฟรชเรทสูง 144Hz, แบตเตอรี่ 5500 mAh พร้อมชาร์จไว 90W, กล้องหน้าป๊อปอัพ 44MP และระบบระบายความร้อนที่ใช้ทั้ง Liquid Cooling กับพัดลมระบายอากาศ 2 ตัว

เมื่อ 2 วันที่แล้ว Lenovo ก็ได้เผยดีไซน์ของ Lenovo Legion 2 Pro ออกมาเป็นภาพโปสเตอร์ โดยจะเห็นว่าด้านหลังเครื่องตรงกลางนูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย คาดว่าเป็นเพราะต้องยัดพัดลมระบายอากาศเอาไว้ข้างใต้นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีโลโก้ Legion ที่เป็นไฟ RGB และกล้องหลัง 2 ตัว ที่ยังคงอยู่บริเวณกลาง ๆ เครื่องเหมือนรุ่นที่แล้ว

ส่วนที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับมือถือเกมมิ่งก็คือปุ่ม L-R ที่ขอบเครื่อง ซึ่งตามภาพจะเห็นว่าปุ่มด้านบนเหมือนจะมีทั้งหมด 4 ปุ่ม แต่ยังไม่เห็นว่าปุ่มมีหน้าตาเป็นยังไง

นอกจากนี้ยังมีภาพตัวเป็น ๆ ของ Lenovo Legion 2 Pro หลุดออกมาด้วย โดยคราวนี้จะเห็นหน้าจอแบบแบนราบที่มีขอบบน-ล่างค่อนข้างหนาเหมือนเดิม เพราะต้องเว้นที่เอาไว้วางลำโพงสเตอรีโอนั่นเอง



 

เกมเมอร์ตัวจริงที่กำลังรอมือถือแรง ๆ สเปคโหด ๆ แถมยังออกแบบมาเพื่อแคสท์เกมโดยเฉพาะ ต้องมารอติดตามกันในวันที่ 8 เมษายน 2564 ครับ ว่าคราวนี้ Lenovo Legion 2 Series จะมีอะไรเด็ด ๆ มางัดกับมือถือเกมมิ่งรุ่นอื่น ๆ ในตลาดตอนนี้บ้าง

from:https://droidsans.com/lenovo-legion-2-pro-image-leaked/

Lenovo เผยสเปคบางส่วนของ Legion 2 Pro มากับชิป SD 888, จอ 144Hz, ชาร์จไว 90W และพัดลมระบายอากาศคู่

มือถือเกมมิ่งระดับเทพอย่าง Lenovo Legion 2 Series ใกล้ได้ฤกษ์เผยโฉมในวันที่ 8 เมษายน 2564 แล้ว โดยก่อนที่จะถึงวันเปิดตัว ทาง Lenovo บอกว่าจะทยอยปล่อยสเปค + ฟีเจอร์ของมือถือรุ่นนี้ออกมาวันละอย่าง ซึ่งตอนนี้ก็มีข้อมูลออกมาพอที่จะทำให้รู้แล้วว่ามือถือเกมมิ่งรุ่นดังกล่าวจะเทพขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นชิป Snapdragon 888 (แน่นอนอยู่แล้ว), หน้าจอรีเฟรชเรทสูง, ระบบชาร์จไว หรือจะเป็นระบบระบายอากาศรุ่นใหม่ด้วย

ระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่

Legion Phone Duel ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วใช้ระบบระบายความร้อนแบบ Dual-liquid cooling system ที่มีความสามารถในการลดอุณหภูมิได้ดีพอตัว แต่สำหรับ Lenovo Legion 2 Pro จะเย็นกว่าเพราะมันจะมากับระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ที่สามารถปรับแต่งความเร็วได้ตามการใช้งาน

ชิป Snapdragon 888

แน่นอนว่าเป็นมือถือเกมมิ่งก็ต้องมาพร้อมกับชิปตัวแรงที่สุดในปัจจุบันอย่าง Snapdragon 888 แน่นอนอยู่แล้ว

หน้าจอรีเฟรชเรทสูง 144Hz

Legion 2 Pro จะใช้หน้าจอแบบแบนราบคุณภาพสูงจาก Samsung โดยมีขนาดอยู่ที่ 6.92 นิ้ว และรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz แถมยังมี Touch Sampling Rate แบบ Multi-finger สูงถึง 720Hz อีกต่างหาก

แบตเตอรี่ 5500 mAh พร้อมชาร์จไว 90W

แบตเตอรี่ของ Legion 2 Pro มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นที่แล้วอยู่เล็กน้อย โดยเพิ่มขึ้นมาเป็น 5500 mAh (จากเดิม 5000 mAh) แต่ยังคงใช้ระบบชาร์จไวเท่าเดิมที่ 90W ซึ่งจริง ๆ ก็ถือว่าเร็วสุด ๆ จนเรียกว่าเหลือเฟือแล้วล่ะ

กล้องหน้าป๊อปอัพแนวนอน 44MP

Legion 2 Pro ยังคงใช้กล้องหน้าป๊อปอัพแนวนอนอยู่เช่นเคยเพื่อให้สะดวกสบายสำหรับเหล่าเกมแคสเตอร์ทั้งหลาย ให้สามารถสตรีมภาพสดระหว่างเล่นเกมได้ในตำแหน่งที่เหมาะสุด ๆ โดยที่ไม่โดนมือบัง นอกจากนี้ยังเป็นกล้องที่มีความละเอียดสูงถึง 44MP เชียวนะ

ระบบระบายความร้อน Super-Liquid-Cool

นอกจาก Legion 2 Pro จะมีระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่แล้ว ยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Super-Liquid-Cool มาอีก ทำให้มั่นใจได้เลยว่าการเล่นเกมอย่างหนักหน่วงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะไม่มีปัญหากับมือถือรุ่นนี้แน่นอน

เหลือเวลาอีกแค่ 3 วันเท่านั้น เราก็จะได้เห็นการเปิดตัวของ Lenovo Legion 2 Series กันแล้วครับ ว่าคราวนี้มันจะเทพกว่ามือถือเกมมิ่งรุ่นอื่น ๆ ซักเท่าไหร่

 

ที่มา : Lenovo (Weibo)

from:https://droidsans.com/lenovo-revealed-some-legion-2-pro-specs/

รีวิว Lenovo ThinkPad X1 Nano สเปก Intel EVO ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์พรีเมียม จอ 13″ 2K เบา 962 กรัม ใส่ซิม 5G มี Thunderbolt 4

Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13″ รุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i Gen 11 อีกทัง้จัดว่าเป็นรุ่นที่ได้แพลตฟอร์ม Intel EVO ตัวแรกอีกด้วย เน้นความบางเบาเพื่อการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ โดยเบาสุดๆ เพียง 962 กรัมเท่านั้น  ซึ่งได้ต้นแบบมาจาก Lenovo ThinkPad X1 Series ที่เป็นรุ่นพี่ ที่ได้ประสบการณ์ชั้นเฟิร์สคลาส แตกต่างจากโน๊ตบุ๊ตทั่วไปชัดเจน 

โดยเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่เป็นสายมืออาชีพที่จัดเต็มเครื่องของความทนทาน และความปลอดภัยในการมช้งาน รวมไปถึงแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน โดยเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 ที่ลื่นไหลและออกมาฟีเจอร์มารองรับกับงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ อีกทั้งได้การ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุดอย่าง Intel Iros Xe Garphics รองรับงาน 3 มิติได้ดีเยี่ยมว่าก่อนหน้าทั้งหมดแน่นอน 

Lenovo ThinkPad X1 Nano

โดยตัวเครื่องได้ความบางที่สุดที่ 13.87 มิลลิเมตร  กับหน้าจอขนาด 13″ พาเนล IPS เกรดสูง ทีสัดส่วน 16:10 ที่ความละเอียด 2K (2160 x 1350) พร้อม Dolby Vision พร้อมขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อชาร์จไฟผ่านมาตรฐานพอร์ตอย่าง Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต รวมถึงเป็น Wi-Fi 6 AX อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายด้วยโมดูลซิม 4G / 5G LTE  ก็สามารถเลือกเพิ่มเอาได้ ที่สำคัญระบบปฏิบัติก็เป็น Windows 10 Pro สนนราคาเริ่มต้นที่ 51,900 บาท

VDO Review

NBS Verdict

สรุปรีวิว Lenovo ThinkPad X1 Nano สเปก Intel EVO ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์พรีเมียม จอ 13″ 2K เบา 962 กรัม ใส่ซิม 4G / 5G ถือว่าให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ สมกับเป็นซีรีส์โน๊ตบุ๊คที่มืออาชีพนิยมใช้งานกัน หรือผู้ใช้งานระดับทั่วไปก็สามารถใช้ได้ จากการที่เป็นซีรีส์ ThinkPad ที่ทุกคนมั่นใจ ซึ่งเลือกใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 ที่นอกจากประสิทธิภาพดีเยี่ยมแล้ว การทำงานและกราฟิกทั้ความละเอียดสูง

ยังได้เทคโนโลยีโซลูชั่นความปลอดภัย ThinkShield ในตัว ที่รวมถึงคุณสมบัติด้านนวัตกรรม AI และคุณสมบัติความปลอดภัยแบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Trusted Platform Module (dTPM) แบบแยกเฉพาะ ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม  

Lenovo ThinkPad X1 Nano

อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็น่าประทับใจ นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด สมกับเป็น ThinkPad เลยก็ว่าได้ ติดตั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4x และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนับสนุนการใช้งานพื้นฐานได้เป็นอย่างดีรวมถึง ผลทดสอบต่างๆ ออกมาได้อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว ทำให้ Lenovo ThinkPad เครื่องนี้ทำงานได้อย่างลื่นไหล ทั้งในด้านการทำงานทั่วไป และงานที่เน้นการประมวลผล ยิ่งถ้าโปรแกรมนั้นรองรับ AI ยิ่งทำได้ดียิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือได้พอร์ตชาร์จไฟและเชื่อมต่อเป็น Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ตด้วย ทำให้เชื่อมต่อได้หลากหลายทั้งชาร์จไฟผ่านทาง USB-PD / ต่อหน้าจอภายนอกความละเอียดสูง 4K / 8K / โอนถ่ายข้อมูลได้สูงสุด 40Gb/s นอกจากนี้ตัวเครื่องยังแข็งแกร่งทนทานระดับกองทัพ คีย์บอร์ดแม่นยำพิมพ์สนุก คีย์บอร์ดระบายน้ำได้ TrackPoint ใช้งานสะดวก ใช้งานต่อเนื่องได้ระดับ 10 ชั่วโมง 

Lenovo ThinkPad X1 Nano

พอร์ตเชื่อมต่อครบครันระดับนึง มี Fingerprint รวมไปถึงมี Windows Pro และซอฟต์แวร์ติดเครื่องคุณภาพใช้งานได้จริง ส่งผลให้เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานทั่วๆ ไปหรือผู้ที่เน้นใช้งานจริงจัง รวมไปเน้นพกพา เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ที่บางๆ เบาๆ ได้ความทนทานและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ThinkPad ยุคใหม่ พร้อมปลอดภัยแบบจัดเต็ม อย่างที่มืออาชีพควรมี

Lenovo ThinkPad X1 Nano

จุดเด่น Lenovo ThinkPad X1 Nano

  • หน้าจอแสดงผล 13″ ความละเอียด 2K พาเนล IPS คุณภาพสูง sRGB 90%
  • ตัวเครื่องมีความบางเบา เพียง 962 กิโลกรัม และบางสุดที่ 13.87 มิลลิเมตร
  • การเลือกใช้วัสดุมาประกอบสร้างตัวเครื่องและงานประกอบทำได้ดีน่าประทับใจมาก
  • ตัวเครื่องมีความทนทานระดับ Military Grade (MIL-STD-810H) 
  • ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่นพอตัว การันตีด้วยแพลตฟอร์ม Intel EVO
  • มีฟีเจอร์ ThinkShutter  ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องเว็บแคม เพื่อความปลอดภัย
  • AccuType Keyboard สัมผัสในการพิมพ์ดีเยี่ยม พร้อมติดตั้งระบบไฟ Backlit มาให้
  • คีย์บอร์ดมีความทนทานด้วยฟีเจอร์ Spill Resistant ระบายน้ำได้ หากน้ำหกใส่
  • มี TrackPoint ตามมาตรฐาน ThinkPad ใช้งานได้สะดวกสำหรับคนที่ชอบ
  • ลำโพงคุณภาพสูง 4 ตัว ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก
  • ได้ไมค์โฟน 4 ตัวช่วยจัดเสียงรบกวน พร้อมเว็บแคมความละเอียด 5 ล้านพิกเซล 
  • ระบบ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือมีความปลอดภัยในการเข้าใช้งาน
  • อแดปเตอร์ที่ติดตั้งมาให้มีขนาดเล็กพกพาง่าย และเป็น USB-C
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง รองรับ Rapid Charge ที่ชาร์จแบตได้รวดเร็ว
  • มีรุ่นที่รองรับการใช้งาน 4G / 5G LTE ด้วยการติดตั้งโมดูลเพิ่ม
  • มี Windows Pro แท้ และซอฟต์แวร์ติดเครื่องใช้งานได้จริง
  • ได้ความปลอดภัยและประสบการณ์ใช้งานโดยรวมแบบมืออาชีพ
  • มีตัวเลือกประกันเป็นแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต Lenovo ThinkPad X1 Nano

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยกว่าที่เคลมไว้
  • แรมเป็นแบบฝังบอร์ด ไม่สามารถอัพเกรดภายหลังได้
  • เมื่อความร้อนขึ้นสูงจะมีผลต่อการใช้งาน คือมีอาการหน่วง 
  • พอร์ตเชื่อมต่อมีอยู่จำกัด เพราะตัวเครื่องบางเบามากๆ 

Specification

Lenovo ThinkPad X1 Nano ที่ได้รับมารีวิวนี้เป็นสเปกขายจริง รุ่นราคา 51,900 บาท มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 รุ่นพิเศษ ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.80 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.00 GHz  การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงงาน 3 มิติ ซึ่งนับว่าเป็นการ์ดจอออนชิปที่เทียบเคียงการ์ดจอแยกได้เลย รองรับการต่อหน้าจอภายนอก 4K / 8K ด้วย 

ทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรมขนาด 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz แบบ Dual Channel แน่นอนลักษณะเป็นออนบอร์ด ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานพื้นฐาน เล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง หรืองานมืออาชีพสำหรับภาพธุรกิจ เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 13″ ที่ได้ความละเอียด 2K (2160 x 1350) พาเนล IPS คุณภาพสูง สีสันสดใส มุมมองกว้าง พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับลำโพง 4 ตัว ระบบเสียง Dolby Atmos ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็จำกัดด้วย Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอ์รต รวมไปถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 4G / 5G ด้วยการใส่ Nano Sim รวมถึง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ด้วย รองรับการทำงานทุกที่ทุกเวลา รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกัน 1 ปี ส่งศูนย์เคลมปกติ

Lenovo ThinkPad X1 Nano ราคา 51,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1130G7 (4C/8T : 1.80 – 4.00GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13″ IPS 16:10 2K (2160 x 1350) 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 1 Year Courier or Carry-in

Hardware / Design

ถ้าสังเกตดูแล้ว Lenovo ThinkPad X1 Nano จะมีการต่อยอดการผลิตจากไลน์ของ ThinkPad X1 Series รุ่นก่อนๆ ด้วยที่เป็นซีรี่ส์หลักทำให้ดีไซน์ค่อนข้างคล้ายกันกับ ThinkPad รุ่นอื่นๆ จากการที่ได้ขอบหน้าจอที่บางเล็กในมิติตัวเครื่องใกล้เคียงเดิม พร้อมได้พื้นที่แสดงผลเป็น 13″ กับขนาดหน้าจอใหม่ของทาง ThinkPad เพื่อเป็นการเปิดรับกับขนาดหน้าที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่าเดิม

แต่ก็ยังคงรูปแบบความแกร่งด้วยการใช้เป็นสีดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่อง วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุโลหะแม็กนีเซียมคุณภาพสูง ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายลักษณะเป็นซอฟต์ทัชตลอดทั้งตัวเครื่อง แต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน และได้ความหรูหราสัมผัสคล้ายยางนุ่มๆ ซึ่งปกติแล้วเราจะได้ความรู้สึกหรือประสบการณ์นี้จะอยู่ใน ThinkPad ระดับสูงเท่านั้น

Lenovo ThinkPad X1 Nano

โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ  ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad โดยเหมาะสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการฮาร์ดแวร์ที่สเถียรสูง เชื่อถือได้ และมีความคงทนแข็งแรง ทำให้นับได้ว่า Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นโน๊ตบุ๊คที่แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คแนวทึกทนแต่ก็มีความสดใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งก็ยังมาพร้อมกับความบางเบาอย่างที่สุด 

ที่ความบางที่ 13.87 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 962 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ถือว่าน้อยมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดจอ 13″ ที่สัดส่วน 16:10 ให้พื้นที่มากกว่า 16:9 เรียกได้ว่าความบางและน้ำหนักนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คที่เหมาะสมในการพกพาไปไหนมาไหนบ่อยๆ เลย ที่มีสเปกประสิทธิภาพสูงเน้นความสเถียรภาพ เหมาะกับมืออาชีพ ซึ่งสามารถรับสายโทรออกและตัดการเชื่อมต่อจากการประชุมทางโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ปุ่มฟังก์ชัน F9-F11 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 18

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานฟีเจอร์ในองค์กรโดยเฉพาะ สำหรับการออกแบบบานพับขาจอที่แข็งแรงและมีความแตกต่างที่ทำให้ตัวเครื่องสามารถกางหน้าจอ 180  องศาได้อย่างแข็งแรงไม่เกิดปัญหาเวลาใช้งาน จากบานพับสุดแกร่งแบบ 2 แกนขนาดใหญ่

รวมถึงมีความทนทาน จากได้รับมาตรฐาน Military Grade (MIL-STD-810H) กำหนดทางทหารถึง 12 ระดับ และผ่านการตรวจสอบคุณภาพมากกว่า 200 รายการ อาทิ ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำงานได้ตามประสบการณ์ตรงที่ Lenovo ทำได้ดีมาโดยตลอด

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 40

ส่วนอื่นๆ ที่ยังเป็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของ ThinkPad ก็ยังคงมีอยู่ อย่างโลโก้ ThinkPad บริเวณมุมบนซ้ายฝาหลัง และมุมขวาล่างด้านในตัวเครื่อง โดยมีไฟ LED สีแดงคอยบอกสถาณะการทำงานอยู่ สำหรับปุ่ม Power จะถูกติดตั้งเอาไว้ที่ขอบตัวเครื่องด้านขวา ซึ่งตัวปุ่มจะเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องแสดงสถานะการเปิดปิดเครื่องได้มีไฟ LED สีขาว

ที่สำคัญที่สุดคือเราได้เห็นสติ๊กเกอร์ Intel EVO ที่ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกของ Lenovo ThinkPad เลยก็ว่าได้ ส่วนด้านใต้ตัวเครื่องก็จะเป็นช่องดูดลมเย็น พร้อมยางจำนวน 4 จุดที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้น ได้ปรับเปลี่ยนหลายๆ จุดให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ตามยุคตามสมัยในเรื่องของความเพียวบางและเบา แต่ก็ยังไม่ทิ้ง DNA ของ ThinkPad ที่มีประวัติชื่อชั้นมาอย่างยาวนานไปเสียทั้งหมด

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 44
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 43
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 17
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 54
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 57
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 62
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 76
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 77
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 50

Keyboard / Touchpad

แน่นอนว่าคีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkPad X1 Nano เครื่องนี้จะเป็น AccuType Keyboard ที่เป็นข้อเด่นที่คีย์บอร์ดที่ออกแบบมาให้มีรูปทรงโค้งปากยิ้มด้านใต้ตัวเครื่องเติมลงมาเล็กน้อยเพื่อลดโอกาสพิมพ์ผิดพลาดได้ ซึ่งเมื่อใช้งานจริงแล้วก็ถือว่าทำได้ดี โอกาสพิมพ์ผิดพลาดลดลงมาก ได้ส่วนของปลายโค้งที่ทำให้พิมพ์ถูกต้องขึ้น คีย์บอร์ดยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Spill resistant กันพวกฝุ่นละอองเข้าไป กันน้ำหกได้ ในระดับหนึ่ง รวมไปถึงบริเวณใต้ชุดคีย์บอร์ดด้านขวายังมีการติดตั้งตัวสแกนลายนิ้วมือ ที่ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello อีกด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Nano

นอกจากนี้ ThinkPad รุ่นนี้ก็มีความตั้งใจในการติดตั้ง TrackPoint (Point Stick) มาให้ด้วยบริเวณกลางตัวคีย์บอร์ด ซึ่งก็สามารถใช้งานควบคู่ไปกับ TrackPad ขนาดใหญ่ที่มีปุ่มกดถึง 3 ปุ่มได้เป็นอย่างดี พร้อมซ้ายคลิกซ้ายขวาแบบปกติเอาไว้ ก็สามารถใช้งานหลายนิ้วมือผ่านชุดคำสั่งแบบ Multi-Gesture บน Windows 10 ได้ดี ยิ่งถ้าใช้งาน TrackPoint และ TrackPad ควบคู่กันไปด้วยจะยิ่งใช้งานได้ไวมากขึ้น ตรงนี้นับว่าเป็น DNA ของ ThinkPad จริงๆ ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นล่าสุดก็ยังติดตั้งมาอยู่

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 33

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 31
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 32
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 30

Screen / Speaker

ด้านหน้าจอแสดงผล Lenovo ThinkPad X1 Nano นั้นเลือกใช้หน้าจอที่มีขนาดจอขนาดใหญ่ถึง 13″ มาพร้อมความละเอียด 2K ที่ 2160 x 1350 พิกเซล แบบ 16:10 แบบด้านลดแสงสะท้อน ใช้พาเนลจอแบบ IPS ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพาเนลเกรดสูง ที่เหมาะสมกับงานมืออาชีพ เพราะให้สีสันตรงสุดๆ ระดับที่ใกล้เคียงกับ sRGB 100% มาพร้อมกับมุมมองที่เกือบ 180 องศา แบบว่ามองมุมไหนสีสันก็ไม่เพี้ยนเลย เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง และการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น

Lenovo ThinkPad X1 Nano

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เรียกได้ว่าได้ความปลอดภัยสมกับเป็น ThikPad Series ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ พร้อมไมโครโฟนแบบ 4 ตัว ติดตั้งที่ขอบหน้าจอด้านบน พร้อมทำงาน Noise Cancelling 360 องศาอีกด้วย 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 21
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 25
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 23

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90% และ AdobeRGB 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 450 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับสูงทำให้ใช้งานที่กลางแจ้งได้อีก ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว

s1 2
s2 2
s3 2

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องแถวกลางเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 450 cd/m2 แต่สำหรับช่องมุมซ้ายล่างเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงแค่ระดับ 12% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ตัวลำโพงเป็นแบบ 4 ตัว ประกอบด้วยทวีตเตอร์แบบยิงขึ้นด้านบน 2 ตัวและวูฟเฟอร์แบบยิงลง 2 ตัว มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ให้ที่เสียงที่ดีมาก พร้อมซอฟต์แวร์ปรับแต่ง ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด รองรับการใช้งานได้หลากหลายแบบสบายๆ ให้ประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปมากๆ 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 43
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 49
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 48

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง Lenovo ThinkPad X1 Nano นั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนาทีเดียวจากการที่ฝาหลังเป็นโลหะทำให้ค่อนข้างแข็ง แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เอาจริงๆ คือใครๆ ก็ทำได้ขอแค่มีไขควงสี่แฉก  ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว เราต้องใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากหลังมาหน้า ควรทำอย่างใจเย็นระวังแตกหัก ซึ่งในส่วนของขอบเครื่องฝาด้านหน้าจะเป็นสลักยึดเอาไว้ตรงนี้ต้องใช้แรงดึไปด้านหลัง

Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 1

โดยเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ อย่างชัดเจนตามรูปเลย การวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีสมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ เรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 1 เส้น วางพาดชิปประมวลผล ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 1 ตัว โดยลมร้อนเป่าออกทางด้านข้างตัวเครื่อง นอกจากนั้นเราจะเห็นถึงแรม 16GB DDR4 ที่ออนบอร์ดบอร์ดมา ทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ภายหลังโดยจะเห็นถึง SSD M.2 NVMe PCIe ที่หากต้องอัพเกรดก็ต้องถอดของเดิมออกด้วย 

Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 2
Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 3
Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 6

Connector / Thin And Weight

Lenovo ThinkPad X1 Nano มีความบางเบากว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ส่งผลโดยตรงให้พอร์ตเชื่อมต่อที่มีนั้นมีอยู่อย่างจำกัด โดยมีเพียงพอร์ตเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต ซึ่งเป็นพอร์ตที่ดีที่สุด หนึ่งในมาตรฐาน Intel EVO ที่มาพร้อมกับการสนันสนุนในเรื่องของการจ่ายไฟที่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้พลังงานเต็มที่อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงเชื่อมต่อหน้าจอภายนอกระดับ 4K / 8K ได้อย่างลื่นไหล แน่นอนถ่ายโอนข้อมูลได้ความเร็วสูงสุดที่ 40 Gb/s ด้วย รองรับการเชื่อมต่อ Think Docking เพื่อขยายการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 65

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังคงติดตั้งช่องเชื่อมต่อเสียงภายนอกขนาดมาตรฐานที่ 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งรองรับการใช้งานไมค์และหูฟังในช่องๆ เดียว นอกจากนี้ยังมี micro-SD Card Reader ที่ขอบตัวเครื่องด้านหลัง พร้อมเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano Sim ในตัวกรณีที่ติดตั้งโมดูล Global Mobile Broadband WWAN LTE 5G CAT20 / LTE 4G CAT9 อีกทั้งในบันเดิลก็ยังให้สายแปลง USB-C to LAN และ USB-C to VGA มาด้วย แต่อย่างไรก็ตามคนใช้งานอย่างเราๆ ก็ควรหา USB-C Hub อื่นๆ มาใช้งานร่วมด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 73

สำหรับน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 962 กิโลกรัม ที่ถือว่าเบาทีเดียว กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ครบเครื่องขนาดนี้ทั้งดีไซน์และความทนทาน เมื่อพกพากับอแดปเตอร์ขนาด 65Watt ที่มีขนาดเล็ก ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุดรุ่นหนึ่ง จากการที่รองรับการใช้งานไร้สายเป็น Intel WiFi 6 AX201 และ Bluetooth 5.0 เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้เหมาะสุดๆ กับการใช้งานในออฟฟิศหรือร้านกาแฟ หรือที่ไหนก็ได้ที่เราจะกางจอออกมาทำงาน

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 10
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 11
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 12

Performance / Software

Lenovo ThinkPad X1 Nano เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Core i Gen 11 รุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i5-11350G7 รุ่นพิเศษ ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 1.80 – 4.00 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 7W – 15W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i5 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร  อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin

c1 2.   c2 2

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB LPDDR4X แบบฝังเมนบอร์ดทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ เป็นมาตรฐาน 4266MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

g1 2.   g2 2

 

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง อย่างไรก็ตามในการใช้งานจริงๆ จะแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับระบบระบายความร้อนด้วย เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที 

cine15 1.   cine20 2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH R15 / R20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ssd 2

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับความเร็วสูง ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับ SSD SATA 3 แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2426 MB/s และเขียนที่ 1807 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับบนอย่างแท้จริง

pc10 2

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,352 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง i5-1130G7 ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ด้วยชิปประมวลผลที่มีการ์ดจอออนบอร์ดตัวแรงอย่าง Iris Xe Graphics พร้อม AI เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

3dmark

ทดสอบกันต่อในส่วนของ 3D Mark ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพ 3 มิติ ก็มีคะแนนที่น่าสนใจด้วย 1187 สำหรับ GPU และ 3637 สำหรับ CPU พร้อมทดสอบเล่นเกมจริงๆ เพื่อดูเฟรมเรมในการเล่นเกม โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล 

game test 2

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 33 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 15 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 58 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 13 รวมไปถึงเกมกินสเปกอย่าง PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลพอตัว เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนที่มีการ์ดจอแยกเยอะเลย

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ Fingerprint ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีความจุ 3500 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รองรับเทคโนโลยี Rapid Charge เพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จไฟให้กลับมาถึง 80% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 

Batt X1 Nano

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 30 – 40 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 99 องศาเซลเซียส สำหรับชิปประมวลผล นับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ Lenovo ThinkPad เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีแม้ว่าจะร้อนหน่อยเพราะเครื่องบาง แต่ได้ความสเถียรที่สูง ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์ Performance Mode Setting ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนไปมาได้ง่ายๆ ด้วยปุ่ม Fn + Q เท่านั้นเอง

temp 1

Conclusion / Award

ที่ผ่านมา Lenovo ThinkPad Series อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวของใครหลายๆ คนกับโน๊ตบุ๊คที่มาในรูปแบบของโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ ประสิทธิภาพดีเน้นความพกพาบางเบา เพื่อนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการสร้างสรรค์งานโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพ อาทิงานโปรแกรมเอกสาร หรืองานที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมากนัก

โดยที่ผ่านมา Lenovo ThinkPad X1 Series เป็นในส่วนของโน๊ตบุ๊คระดับสูงที่เน้นการทำงานมาโดยตลอด มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 พร้อมการันตีด้วย Intel EVO แต่ได้ความเป็น ThinkPad X Series แบบเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม ที่สำคัญคือความเชื่อใจในระดับการทำงานมืออาชีพ

Lenovo ThinkPad X1 Nano

Lenovo ThinkPad รุ่นนี้สามารถตอบสนองการใช้งานระดับองค์กร ด้วยการที่ Lenovo เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง Core i5-1130G7 พร้อมได้แพลตฟอร์ม Intel EVO  ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงในทุกๆ ประสบการณ์ใช้งาน  จะช่วยป้องกันการเข้ารหัส Trusted Platform Module (dTPM) ด้วยการเข้ารหัสหน่วยความจำแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งทำงานร่วมกับ Lenovo ThinkShield อีกด้วย โดยมีแรม 16GB พร้อมด้วย SSD ความเร็วสูง M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่แรงลื่นและเพียงต่อการใช้งาน

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 44

รวมไปถึงยังได้หน้าจอขนาด 13″ จากมิติตัวเครื่องที่เท่าเดิม ซึ่งรุ่นก่อนๆ พร้อมได้ความละเอียดมาตรฐาน 2K ที่ดีกว่า Full HD พร้อมใช้พาเนลจอแบบ IPS ซึ่งมีการแสดงผลของสีที่เที่ยงตรงระดับ sRGB 90% ที่ช่วยให้การทำงานต่างๆ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนับว่าตั้งแต่ทดสอบมาเป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมหน้าจอที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในช่วงราคา 50,000 บาท ส่วนจุดเด่นอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องของการรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งาน 5G / 4G LTE เพื่อให้ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา สมกับสายพกพาอย่างแท้จริง

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 60

นอกจากนี้ยังได้การเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 และ Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5 อีกด้วย โดยรวมแล้ว Lenovo ThinkPad รุ่นนี้สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแบบพกพาที่มีความสมบูรณ์แบบตัวหนึ่ง และสำหรับใครที่สนใจก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตามตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย รวมไปหน้าร้านออนไลน์ต่างๆ ด้วย เชื่อได้เลยว่าแม้ว่าเราจะใม่ใช่นักธุรกิจที่ใช้งานองค์กรขนาดใหญ่ แต่ถ้าอยากได้โน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานระดับมืออาชีพที่เบาบางที่สุดรุ่นนึงล่ะก็ Lenovo ThinkPad X1 Nano เครื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ

Lenovo ThinkPad X1 Nano

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คระดับสูงขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ในระดับสเปค และราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่ง Lenovo ThinkPad X1 Nano ก็ได้รางวัลดังนี้ 

Best Performance 

Lenovo ThinkPad X1 Nano ที่เป็นโน๊ตบุ๊คขนาด 13″ ความละเอียด 2K พาเนล IPS สายทำงานบางเบาพรีเมียม ได้สเปกใหม่ล่าสุด อย่างชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นพิเศษ  การ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics ที่ดีเยี่ยม พร้อมได้ในส่วนของแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยมและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังได้หน่วยความจำแรมขนาด 16GB พร้อม SSD ความจุเยอะ 512GB มาในตัว และระบบปฏิบัติการ  Windows 10 Pro พร้อมใช้งานทันที ส่งผลให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน 

award new performance  

Best Mobility 

ความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา กับรุ่นขนาดหน้าจอ 13″ ทั้งในความบางเพียง 13.87 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 962 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก พร้อมกับได้มาตรฐานความแข็งแรงทนทานระดับกองทัพ อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วได้ประมาณ 1.2 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง พร้อมที่ชาร์จเป็น USB-C รองรับ USB-PD

award new mobility

Best Design 

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo ThinkPad X1 Nano มีความโดดเด่นเรื่องสีสันโทนดำสนิททั้งตัวเครื่อง รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุแม็กนีเซียมคุณภาพสูง พร้อมเคลือบซอฟต์ทัชสีดำ ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad

award new Design

 

from:https://notebookspec.com/web/585552-review-lenovo-thinkpad-x1-nano-intelevo

[Guest Post] เลอโนโวเปิดตัว ThinkVision T27hv-20 มอนิเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้การ collaboration สมาร์ทและสะดวกขึ้นกว่าที่เคย

เลอโนโว เสริมทัพผลิตภัณฑ์ตระกูล Think สำหรับคนทำงาน ธุรกิจ รวมถึงองค์กร ด้วยการประกาศวางจำหน่ายมอนิเตอร์ ThinkVision T27hv-20 USB-C® Hub ใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตัวจอมาพร้อมนวัตกรรม Lenovo Display Control Center – ThinkColor แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานมอนิเตอร์ของเลอโนโวของผู้ใช้ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ถึงแม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลให้ผู้คนมากมายต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการทำงานที่ไม่เคยเจอมาก่อน เช่น การต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อทำงานร่วมกัน (collaborate) กับสมาชิกในทีม แต่ธุรกิจต่าง ๆ ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการปรับตัวในครั้งนี้ได้ โดยการทำให้พนักงานเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเหมาะสมกับงานได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะนั่งทำงานในออฟฟิศหรือที่บ้าน มอนิเตอร์ ThinkVision T27hv-20 ช่วยให้การทำงานร่วมกันจากระยะไกลเป็นเรื่องง่ายสำหรับพนักงานในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ด้วยหลากหลายฟีเจอร์ที่อัจฉริยะที่ควบคุมง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

 

เลอโนโวช่วยให้สังคมทั่วโลกเข้าถึงโอกาสที่ดีกว่า และเชื่อมต่อกันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีอันชาญฉลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจ รวมถึงวิสัยทัศน์กว้างไกล

ตอบโจทย์ความต้องการของมืออาชีพ

ThinkVision T27hv-20 เป็นมอนิเตอร์ขนาด 27 นิ้วที่ผ่านการออกแบบมาเพื่อชูการเชื่อมต่อแบบใช้ USB-C เพียงสายเดียว ให้พื้นที่ทำงานดูมีระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น พร้อมมอบประสิทธิภาพขั้นสูงของการประชุมทั้งผ่านภาพและเสียง ตัวจอยึดติดกับขาตั้งที่ช่วยให้ผู้ใช้เอียง หัน ยก หรือปรับองศาได้ตามหลักการยศาสตร์ (ergonomics) มีกล้องความละเอียด 1080p IRRGB ที่ปรับองศาได้ จุดเด่นอยู่ตรงที่ชัตเตอร์สำหรับปิดกันแฮกเกอร์มองเห็น และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนสองตัวที่ฝังอยู่ภายใน ให้อีกฝ่ายได้ยินคำพูดดังชัดเจน ไร้เสียงรอบข้างรบกวน

นอกจากนี้มอนิเตอร์ยังมาพร้อมพอร์ตเสียง และที่เกี่ยวหูฟัง เสริมให้พื้นที่ทำงานดูสะอาดตาขึ้น หายห่วงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลได้ด้วย Smart Guard ซึ่งขับเคลื่อนโดยซอฟต์แวร์ Glance by Mirametrix® ที่จะเบลอหน้าจอโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้มองไปทางอื่น ลุกออกจากหน้าจอ หรือตรวจพบว่ามีคนแอบมองจากด้านหลัง ด้านการประหยัดพลังงานก็ไม่เป็นรองใคร ด้วย Smart Energy ที่จะปิดหน้าจอลงโดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่าผู้ใช้เดินออกจากโต๊ะ

 

 

ตัวอย่างฟีเจอร์เพื่อคนทำงานยุคใหม่ของ ThinkVision T27hv-20:

  • จอแสดงผลขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1440 แบบเกือบไร้ขอบ 3 ด้าน
  • กล้องความละเอียด 1080p IRRGB พร้อมไมโครโฟน และลำโพงคุณภาพสูง
  • USB-C Hub เชื่อมต่อแบบใช้ USB-C เพียงสายเดียว ได้ทั้งข้อมูล วิดีโอ และอีเธอร์เน็ต พร้อม ๆ กับจ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นได้สูงสุดถึง 90W อีกทั้งยังมีพอร์ต USB 2 Gen 1 จำนวน 4 พอร์ต สำหรับการเชื่อมต่อโดยตรงกับอุปกรณ์ภายนอกที่รองรับ
  • Smart Traffic Light แสงไฟสีแดงบนกล้อง แจ้งเพื่อนร่วมงาน หรือสมาชิกในครอบครัวให้ทราบว่าผู้ใช้กำลังคุยประชุมทางโทรศัพท์อยู่
  • ผ่านการรับรองจากทาง TÜV Rheinland Eye Comfort และ Eyesafe® ลดความล้าของตาที่เกิดจากแสงสีฟ้า โดยไม่ทำให้สีเพี้ยน ด้วยเทคโนโลยี Natural Low Blue Light
  • Lenovo Display Control Center – ThinkColor ให้ผู้ใช้ปลายทางตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้ง่ายขึ้น และทำงานมัลติทาสกิ้งได้อย่างลื่นไหล รวมถึงให้ฝ่ายไอทีเข้าควบคุมจัดการจากระยะไกลได้สะดวกรวดเร็ว

ราคาและการจัดจำหน่าย

  • ThinkVision T27hv-20 มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคา 14,590 บาท

สามารถดูข้อมูล หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.lenovo.com/th/ หรือ www.facebook.com/LenovoTH/

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-lenovo-thinkvision-t27hv-20/