คลังเก็บป้ายกำกับ: Lenovo

Lenovo Legion 5 Pro สเปก Ryzen 5000 + RTX 30 Series หน้าจอ 16″ QHD IPS 165Hz จัดเต็มฟีเจอร์ Gaming แรงลื่น ประสิทธิภาพสูงสุด

Lenovo Legion 5 Pro ยกระดับความเป็น Gaming Notebook ปี 2021 ไปอีกขั้น กับอีก 1 รุ่นกับตระกูล Legion ที่ทาง Lenovo เพิ่งเปิดตัวที่งาน CES ต้นปีที่ผ่านมา จากฟีเจอร์ Gaming ที่ปรับเปลี่ยนมาตรฐานใหม่ พร้อมกับสเปกฮาร์ดแวร์ภายในรุ่นใหม่ล่าสุด ตอบสนองการทำงานหรือการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น สนุกสนานยิ่งขึ้น

ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Lenovo Legion 5 ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H + NVIDIA GeForce มาใน Lenovo Legion 5 Pro ได้ถูกอัพเกรดเป็น AMD Ryzen 5000H และการ์ดจอก็เป็น GeForce 30 Series รุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว พร้อมเทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องสำหรับการเล่นเกม เต็มอรรถรส

Lenovo Legion 5 Pro

ที่สำคัญสำหรับฟีเจอร์ Gaming ที่ได้พัฒนามากยิ่งขึ้นกับขนาดหน้าจอ 16″ ความละเอียด QHD ที่ 2560 x 1600 พิกเซล สัดส่วนเป็น 16:10 รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz 3ms พร้อมทำงานร่วมกับ G-Sync ได้ความสว่างสูงสุดเป็น 500-nit โดยเป็นพาเนล IPS คุณภาพสูง ขอบเขตสีมาตรฐาน sRGB 100% เรียกได้ว่าตอบโจทย์การทำงานมืออาชีพหรือการเล่นเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบกว่าเดิม ในส่วนของสเปกอื่นๆ ก็ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดขนาด 32GB Bus 3200 MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุสูงสุด 2TB อีกด้วย

Lenovo Legion 5 Pro สเปกและราคาคาดการณ์ เริ่มต้น 3x,xxx – 4x,xxx บาท

  • CPU : AMD Ryzen 5000H 
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 30 Series
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 16″ QHD IPS 165Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  Lenovo Legion 5 Pro  Lenovo Legion 5 15 / 17
Screen 16-inch, QHD 2560 x 1600 px IPS, 16:10, non-touch, matte
165 Hz 3ms response, GSync support
500-nits, 100% sRGB
15.6-inch, FHD, 16:9, non-touch, matte
several panel options: 144 Hz 3ms 300-nits 100% sRGB, 120 Hz 250-nits 65% sRGB, 60 Hz 300-nits 100% sRGB
17.3-inch, FHD, 16:9, non-touch, matte
several panel options: 144 Hz 3ms 300-nits 100% sRGB, 60 Hz 300-nits 100% sRGB
Processor up to AMD Cezanne Ryzen 7 5000 up to AMD Cezanne Ryzen 7 5000 up to AMD Cezanne Ryzen 7 5000
Video Radeon + Nvidia RTX 30 series  Radeon + Nvidia RTX 30 series  Radeon + Nvidia RTX 30 series
Memory up to 32 GB DDR4 3200 MHz up to 32 GB DDR4 3200 MHz (2x DIMMs) up to 32 GB DDR4 3200 MHz (2x DIMMs)
Storage up to 2 TB M.2 NVMe up to 2 TB M.2 NVMe (dual M.2) up to 2 TB M.2 NVMe (dual M.2)
Connectivity Wireless 6 (Intel AX201), Bluetooth 5.1, Gigabit LAN Wireless 6 (Intel AX201), Bluetooth 5.1, Gigabit LAN Wireless 6 (Intel AX201), Bluetooth 5.1, Gigabit LAN
Ports 4x USB-A 3.2 gen1, 1x USB-C 3.2 gen2 with charging, DP and data, 1x USB-C 3.2 gen1, HDMI 2.1, LAN, headphone/mic 3x USB-A 3.1 gen 1, 1x USB-C 3.2 gen2 with Data, gen1, power and DP, 1x USB-C 3.2 gen1, HDMI 2.1, LAN, headphone/mic 4x USB-A 3.1 gen 1, 1x USB-C 3.2 gen2 with Data, power and DP, 1x USB-C 3.2 gen1, SD card reader, HDMI 2.1, LAN, headphone/mic
Battery 80 Wh, 230 W power adapter 60/80 Wh, from 170 W power adapter 80 Wh, from 170 W power adapter
Size 356 mm or 14.01” (w) x 264 mm or 10.4” (d) x 26.9 mm or 1.1” (h) 363 mm or 14.29” (w) x 260 mm or 10.23” (d) x 26.1 mm or 1.03” (h) 399 mm or 15.69” (w) x 290 mm or 11.42” (d) x 26.1 mm or 1.03” (h)
Weight from 2.45 kg  + power brick from 2.4 kg  + power brick from 2.98 kg , + power brick
Extras white/blue/4-zone RGB backlit keyboard with NumPad, 2x 2W stereo speakers, HD webcam with Shutter, Gray or White colors white/blue/4-zone RGB backlit keyboard with NumPad, 2x 2W stereo speakers, HD webcam with Shutter, Blue or White colors white/blue/4-zone RGB backlit keyboard with NumPad, 2x 2W stereo speakers, HD webcam with Shutter, Blue or White colors

Lenovo Legion 5 Pro เทียบกับ Lenovo Legion 5 

ตอกย้ำการออกแบบและดีไซน์ตัวเครื่องกับน้ำหน้าที่มากกว่าจอ 15.6″ เล็กน้อยที่ 2.45 กิโลกรัม รวมถึงเรื่องสีสันที่เป็นตัวเครื่องเลือกที่จะให้มีความเรียบง่าย อย่างสีดำด้านออกเทาๆ อย่าง Storm Grey หรือสีขาวด้านดูสะอาดอย่าง Stingray White โดยมีโลโก้ Legion ที่ฝาหลังและบานพันแบบแกนเดียวขนาดใหญ่เป็นสีไทเทเนียม พร้อมกันนั้นก็มีโลโก้ของ Lenovo อยู่ 2 ตำแหน่งคือฝาหลังและด้านในตัวเครื่อง ส่วนด้านล่างตัวเครื่องก็จะเป็นช่องดูลมเย็นขนาดใหญ่ พร้อมยางรองยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น

Lenovo Legion 5 Pro

โดดเด่นด้วยการอัพเกรดระบบควบคุมอุณหภูมิและระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 2.0ให้ระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ผ่านใบพัดโพลีเมอร์คริสตัลเหลว และท่อนำความร้อนแบบทองแดง ทำให้ระบายความร้อนได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ด้วยพัดลม 2 ตัว ฮีท์ไปป์ขนาดใหญ่ พร้อมแผ่นโลหะที่ Cover ทั้ง CPU / GPU แบบเต็มพื้นที่ ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง โดยยังเร่งประสิทธิภาพได้ดีเยี่ยมจากฟีเจอร์ Dual Burn ด้วย 

Lenovo Legion 5 Pro

คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ของ Lenovo Legion 5 Pro แม่นยำ นุ่มนวล หนักแน่น  พร้อมไฟ RGB แบบ 4 โซน รองรับ anti-ghosting 100% และตอบสนองได้รวดเร็วใน 1ms กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด อีกทั้งสามารถเลือกปรับโหมดได้เองระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance ด้วยการกดปุ่ม Fn + Q ง่ายๆ ด้วย

Lenovo Legion 5 Pro

Lenovo Legion 5 Pro นับได้ว่าเป็น Gaming Notebook ประจำปี 2021 ที่ได้รับความสนใจอย่างแน่นอน ด้วยความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาด อย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน รวมถึงมีสเปกชิปประมวผล AMD Ryzen 5000H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 5/ Ryzen 7  ที่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาที่คุ้มค่า ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม Cezanne ได้ทั้งความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce RTX 30 Seires ยิ่งเร่งประสิทธิภาพจากรุ่นก่อนๆ ยิ่งขึ้นไปอีก

Lenovo Legion 5 Pro

สำหรับ Lenovo Legion 5 Pro นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่องเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 16″ QHD สัดส่วน 16:10 พาเนล IPS คุณภาพสูง มีตัวเลือกเป็น Refresh Rate ที่ 165Hz ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนรับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็เอาอยู่

Lenovo Legion 5 Pro

สนนราคาคาดการณ์ที่จะจำหน่ายในไทย เริ่มต้นที่ 3x,xxx – 4x,xxx บาท เชื่อว่าได้ประกัน 2 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการอื่นๆ อย่างประกันอุบัติเหตุ หรือเครื่องสำรองระหว่างซ่อมด้วย ไว้ยังไงรอทาง Lenovo Thailand อัพเดทกันอีกครั้ง เชื่อได้เลยว่าสเปกต่อราคาต้องคุ้มค่าน่าซื้อไม่แพ้ Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ในตลาดแน่นอน และแอดมินโป้งถ้าได้เครื่องจริงๆ ของ Lenovo Legion 5 Pro เราจะมาทำการพรีวิวกันอีกครั้งนะครับ ติดตามกันได้เลย อ่อ นอกจากนี้ยังมี Lenovo Legion 7 และ Lenovo Legion Slim 7 ที่เพิ่งเปิดตัวไปด้วยนะครับ

ที่มา : Lenovo

from:https://notebookspec.com/web/571410-lenovo-legion-5-pro-amd-ryzen5000-rtx30

4 จอพกพาตัวบาง พกง่ายราคาดีสำหรับคนทำงาน 14-15.6″ เลือกได้

สองจอย่อมดีกว่าจอเดียว แต่จะแบกหน้าจอคอมติดตัวไปใช้กับโน๊ตบุ๊คในร้านกาแฟก็คงไม่เวิร์คแม้จะมีปลั๊กให้ใช้แถมหนักด้วย ดังนั้นจอพกพาขนาดเท่ากับโน๊ตบุ๊คที่ใส่กระเป๋าเป้ติดตัวไปไหนมาไหนได้ นับเป็นอีกทางออกสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์สองหน้าจอไปแล้ว นอกจากนี้การมีหน้าจอเสริมก็ช่วยให้เวลานำเสนองานกับลูกค้าดูมีความเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องหันโน๊ตบุ๊คของเรากลับไปมาอีกด้วย

ปัจจุบันหน้าจอเสริมพกพารุ่นใหม่ ๆ ก็มีคุณภาพดีและหน้าจอคมชัดระดับ Full HD ทำให้แสดงผลภาพได้คมชัดรวมทั้งเชื่อมต่อกับโน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ใช้พอร์ต USB-C ได้ง่าย ๆ และราคาก็ไม่แพงมากทำให้เราสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น และเราจะมาแนะนำหน้าจอเสริมพกพาน่ามีไว้ใช้ให้เลือกกัน

จอพกพา
พี่ไม่พกแค่จอ แต่พกมาทั้งเครื่องเลย

วิธีการเลือกจอหน้าจอแบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

คนชอบติดตามเรื่องคอมพิวเตอร์มาอย่างต่อเนื่องน่าจะมีวิธีและมาตรฐานในการเลือกอุปกรณ์สักชิ้นมาใช้งานในแบบของตัวเอง แต่สำหรับการเลือกหน้าจอนั้นจะมีรายละเอียดปลีกย่อยนอกเหนือจากความละเอียดหน้าจอและ Refresh rate อีกหลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเรื่องของพาเนลหรือแม้แต่พอร์ตเชื่อมต่อและฟีเจอร์เสริมของหน้าจอรุ่นนั้น ๆ อีกด้วย

ดังนั้นหลักการเลือกหน้าจอใหม่สักอันมาใช้งาน ถ้าเราใส่ใจเรื่องรายละเอียดและสเปคอีกสักนิดก็จะทำให้เราเลือกของมีคุณภาพดีกลับไปใช้งานได้ง่าย ๆ โดยวิธีการเลือกแบบง่ายและรวบรัดและจุดควรใส่ใจให้ผู้อ่านได้ใส่ใจกันก่อนเลือก โดยมีรายละเอียดดังนี้

samsung cf791 monitor hero 720x720 1

  • เป้าหมายการเลือกหน้าจอ – เพราะหน้าจอมีหลายประเภทและขนาด ตั้งแต่หน้าจอเกมมิ่งค่ารีเฟรชเรทสูง, หน้าจอทั่วไป, หน้าจอค่าสีเที่ยงตรงสำหรับงานกราฟฟิครวมทั้งหน้าจอพกพาขนาดเล็กที่นำใส่กระเป๋าเป้ของเราได้ ซึ่งถ้าเราตัดสินใจได้ว่าต้องการหน้าจอแบบไหนให้โฟกัสเลือกหน้าจอกลุ่มนั้นเป็นหลัก
  • ความละเอียดหน้าจอ – ปัจจุบันหน้าจอมีความละเอียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่จอ HD ขึ้นไปจนหน้าจอ 8K ก็มีให้เลือกซื้อเช่นกัน เวลาเลือกซื้อยิ่งความละเอียดสูงก็จะทำให้ภาพยิ่งคมชัดขึ้น โดยผู้เขียนแนะนำหน้าจอระดับ Full HD ขึ้นไป จะทำให้ภาพคมชัดขึ้น
  • พาเนลหน้าจอ – เป็นส่วนสำคัญของหน้าจอ มีผลต่อการแสดงผลสีองศาการมองเห็นบนหน้าจอด้วย โดยองศาการมองของพาเนล VA (vertical alignment) กับพาเนล IPS (in-plane switching) จะมีองศาการมองเห็นภาพและสีไม่เพี้ยนกว้างเกือบ 180 องศา ส่วนพาเนล TN (Twisted Nematic) จะมีองศาการมองแคบกว่า ส่วนการแสดงผลสีของ TN ถ้าเป็นรุ่นคุณภาพสูงก็ทำได้ดีไล่เลี่ยกับหน้าจอ IPS บางรุ่นแล้วเช่นกัน
  • ขนาดหน้าจอ – ถ้าเราเลือกหน้าจอใหญ่ก็ยิ่งมีพื้นที่ให้แสดงผลภาพได้กว้าง แต่ก็ต้องคิดถึงเป้าหมายการใช้หน้าจอนั้น ๆ ร่วมกับพื้นที่วางหน้าจอนั้นด้วย ซึ่งถ้าหน้าจอใหญ่เกินไปก็อาจล้นโต๊ะได้เช่นกัน
  • รีเฟรชเรท (Refresh rate) – คือเรื่องการแสดงผลภาพบนหน้าจอ ถ้ายิ่งมีค่าสูงก็จะทำให้ภาพบนหน้าจอมีความต่อเนื่องและนุ่มนวลยิ่งขึ้น ซึ่งหน้าจอโน๊ตบุ๊คและหน้าจอเกมมิ่งหลายรุ่นนั้นจะมีค่ารีเฟรชเรทที่สูงกว่า 60 Hz ช่วยให้ภาพบนหน้าจอไหลลื่นยิ่งขึ้น
  • ความเร็วในการตอบสนองของหน้าจอ (Response time) – เป็นความเร็วในการเปลี่ยนเม็ดสีบนหน้าจอเป็นอีกสีหนึ่ง โดยการวัดแบบ GTG (Gray To Gray) เป็นการวัดจากการเปลี่ยนสีเทาบนหน้าจอเป็นสีอื่นว่าทำได้เร็วแค่ไหน สำหรับหน้าจอทั่วไปมีความเร็ว 5ms (5 มิลลิวินาที) GTG สำหรับหน้าจอเกมมิ่งถ้ามีค่า GTG ต่ำเท่าไหร่ยิ่งดี โดยปัจจุบันมีหน้าจอตอบสนองเร็ว 0.5ms GTG ออกมาวางจำหน่ายบ้างแล้ว

ด้านของการเลือกหน้าจอพกพาสำหรับทำงานนั้น ควรใส่ใจหลัก ๆ คือเรื่องของพาเนลหน้าจอ, ขนาดและความละเอียดเป็นหลัก แต่สำหรับรีเฟรชเรทและความเร็วในการตอบสนองอาจไม่จำเป็นต้องเทียบเท่าหน้าจอเกมมิ่งนัก โดยปกติหน้าจอรีเฟรชเรท 60 Hz และความเร็วในการตอบสนองของหน้าจอ 5ms GTG ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับใช้ทำงานแล้ว

จอพกพา 4 รุ่นแนะนำน่าพกติดกระเป๋า

Screenshot 1 2
มีไว้สักจอก็ช่วยให้การนำเสนองานดูมีระดับได้

สำหรับหน้าจอสำหรับพกพาจากแบรนด์ชั้นนำควบคู่กับโน๊ตบุ๊คเพื่อเสริมการทำงานให้สะดวกยิ่งขึ้นและมีศูนย์บริการในประเทศไทยนั้น มีอยู่ 4 รุ่น น่าเลือกซื้อเอาไว้ใช้งาน และนอกจากต่อกับโน๊ตบุ๊คได้ก็ยังใช้กับเครื่องเล่นเกมอย่าง Nintendo Switch หรือสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน ซึ่งทั้ง 4 รุ่นแนะนำจากผู้เขียนได้แก่

  1. Lenovo ThinkVision M14 (7,400 บาท)
  2. ASUS ZenScreen Go MB16AP (11,900 บาท)
  3. MSI Optix MAG161V (7,400 บาท)
  4. ViewSonic VG1655 (6,900 บาท)
Lenovo ThinkVision M14 (7,400 บาท)

lenovo thinkvision m14 hero

Lenovo ThinkVision M14 เป็นหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ซึ่งทางเว็บไซต์เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ มีจุดเด่นเรื่องตัวหน้าจอบางและพกพาได้ง่าย มีความแข็งแรงไม่แพ้กับโน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad อีกด้วย รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB-C จำนวนสองช่องตรงฐานหน้าจอฝั่งซ้ายและขวา เชื่อมต่อจอกับอุปกรณ์อื่นแบบ DisplayPort 1.2 แบบ Alt Mode รองรับการชาร์จผ่าน USB Power Delivery ทำให้สามารถใช้งานหน้าจอไปพร้อมชาร์จโน๊ตบุ๊คได้ หรือจะต่อหน้าจอเข้ากับโน๊ตบุ๊คโดยตรงก็สามารถใช้งานได้ทันที ในกล่องแถมสาย USB-C to C มาให้อีกหนึ่งเส้น

สเปคของ ThinkVision M14 ขนาด 14 นิ้วรุ่นนี้มีความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS มีขอบเขตสี NTSC 72% มีความเร็วในการตอบสนอง 6ms พร้อม OD มีความสว่างหน้าจอ 300 nits ตัวจอหนาเพียง 4.4 มิลลิเมตร หนักเพียง 570 กรัม

หน้าจอช่วยลดการปล่อยแสงสีฟ้าและไม่สะท้อนแสงมาก ตัวฐานจอแข็งแรงสามารถปรับองศาได้ถึง 90° หรือจะตั้งจอแบบแนวตั้งก็ได้ ทำให้นักบัญชีหรือโปรแกรมเมอร์ที่ต้องดูข้อมูลหรือบรรทัดโค้ดสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีช่องล็อคกุญแจ Kensington Lock เพื่อความปลอดภัยไม่ให้ถูกขโมยได้อีกด้วย

Screenshot 2
พอร์ตของ Lenovo ThinkVision M14 (1) ปุ่มเปิดปิดหน้าจอ (2) ช่อง Kensington Lock (3) USB-C เชื่อมต่อเป็น DisplayPort 1.2 Alt Mode ได้ (4) ปุ่มเพิ่มลดแสง (5) ปุ่มตัดแสงสีฟ้า

สเปคของ Lenovo ThinkVision M14 (7,400 บาท)
  • หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS
  • ขอบเขตสี NTSC 72%
  • ความสว่างหน้าจอ 300 nits
  • ความเร็วในการตอบสนอง 6ms มี OD
  • องศาหน้าจอตั้งได้ตั้งแต่ 0-90 องศา
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C
  • แถมสาย USB-C to C ในกล่อง 1 เส้น รองรับ USB Power Delivery ชาร์จแบตเตอรี่กลับให้โน๊ตบุ๊คได้
  • เทคโนโลยีตัดแสงสีฟ้า
  • น้ำหนัก 570 กรัม
  • ความหนาหน้าจอ 4.4 มิลลิเมตร
  • ราคา 7,400 บาท (สั่งซื้อหน้าเว็บไซต์ Lenovo)
ASUS ZenScreen Go MB16AP (11,900 บาท)

Screenshot 3

ASUS ZenScreen Go MB16AP เป็นจอ LED พกพาขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS ซึ่งทางเว็บไซต์เคยรีวิวรุ่น ZenScreen MB16AC ไปแล้ว ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวโดยละเอียดได้ หน้าจอดีไซน์ให้ขอบสามด้านบางส่วนขอบล่างหน้าจอจะหนาเล็กน้อยเพราะติดตั้งปุ่มสำหรับปรับตั้งค่าหน้าจอและพอร์ต USB-C 1 พอร์ต

ข้อดีของ ASUS ZenScreen คือสามารถปรับโหมดหน้าจอได้เป็นโหมดธรรมดาหรือโหมดเกมมิ่ง ทำให้ใช้เป็นหน้าจอให้เครื่องเล่นเกมได้, ปรับอุณหภูมิสีจอ มี ASUS Flicker-free ช่วยให้แสดงผลโดยไม่มีการกระพริบจอและฟีเจอร์ตัดแสงสีฟ้าช่วยถนอมสายตาผู้ใช้ สามารถหมุนหน้าจอเป็นแนวตั้งอัตโนมัติได้อีกด้วย

สเปคของหน้าจอมีความเร็วในการตอบสนอง 5ms GTG และรีเฟรชเรท 60Hz รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C ได้ มีแบตเตอรี่ในตัวความจุ 7,800 mAh สำหรับใช้กับสมาร์ทโฟนหรือพีซีขนาดเล็กเช่น ASUS Vivostick เพื่อนำเสนองานได้โดย ASUS เคลมว่าสามารถใช้งานได้นานสุด 4 ชั่วโมง ในแพ็คเกจจะแถมเคสสำหรับตั้งหน้าจอกับปากกาจริง ๆ เอาไว้เสียบตรงรูขอบขวาล่างเพื่อตั้งหน้าจอในแนวตั้งหรือนอนก็ได้ มีน้ำหนัก 0.86 กิโลกรัมเท่านั้น ในแพ็คเกจมีสาย USB-C to C, ปากกาใช้เขียนกระดาษได้, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟและหัวแปลง USB-C to A แถมมาให้

จุดเด่นของ ASUS ZenScreen Go คือ เป็นจอพกพาที่ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นนอกจากโน๊ตบุ๊คได้โดยไม่ต้องต่อปลั๊กเพิ่มเติมเพราะมีแบตเตอรี่ในตัวแล้ว คนมีสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ Desktop Mode ได้ก็สามารถพกหน้าจอนี้แล้วเชื่อมต่อมือถือเข้ากับหน้าจอนี้ได้เลย

สเปคของ ASUS ZenScreen Go MB16AP (11,900 บาท)
  • หน้าจอ LED ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS
  • ฟีเจอร์ ASUS Flicker-free แสดงผลแบบไม่กระพริบเพื่อถนอมสายตาผู้ใช้
  • เทคโนโลยีตัดแสงสีฟ้า
  • ระบบหมุนหน้าจอแนวตั้งอัตโนมัติ สามารถตั้งค่าโหมดต่าง ๆ ให้หน้าจอได้
  • ความสว่างหน้าจอ 220 nits
  • ความเร็วในการตอบสนอง 5ms
  • ตั้งหน้าจอแบบเฉียงตามเคสหรือปากกา
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C มีสาย USB-C to C แถมในกล่อง 1 เส้น
  • แถมสาย USB-C, อะแดปเตอร์ USB-C to A, หัวปลั๊กใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้หน้าจอ, ปากกาสำหรับตั้งหน้าจอ 1 ด้าม
  • แบตเตอรี่ 7,800 mAh
  • น้ำหนัก 850 กรัม
  • ความหนาหน้าจอ 8 มิลลิเมตร
  • ราคา 11,900 บาท (JIB)
MSI Optix MAG161V (7,400 บาท)

161v 01

MSI Optix MAG161V เป็นจอพกพาขนาด 15.6 นิ้ว เป็นจอ LED พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) มีพอร์ตเชื่อมต่อทั้ง USB-C x 2 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และ Mini DisplayPort x 1 ช่องให้ใช้งาน พร้อมลำโพง 1 วัตต์ 2 ตัวติดตั้งมาด้วย ส่วนบางสุดของหน้าจอเพียง 5.1 มิลลิเมตรเท่านั้น จัดว่ามีลูกเล่นเยอะรุ่นหนึ่ง

slim pd e1611135609313

สเปคหน้าจอเป็นแบบ Anti-glare ช่วยลดแสดงสะท้อนหน้าจอเวลาใช้งาน ความสว่าง 180 nits เวลาตั้งหน้าจอจะต้องใส่เคส เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C เพื่อใช้งาน หน้าจอมีน้ำหนัก 895 กรัม ในกล่องจะมีสาย USB-C เชื่อมต่อ DisplayPort Alt Mode และรองรับ Thunderbolt 3, Mini-HDMI to HDMI และสาย USB-C สำหรับจ่ายไฟให้หน้าจอแถมมาให้พร้อมกับเคสอีกด้วย

ด้านข้างหน้าจอมีปุ่มสำหรับปรับโหมดหน้าจอติดตั้งเอาไว้เพื่อปรับโหมดให้เข้ากับการใช้งาน ไม่ว่าจะทำงานหรือเล่นเกม จอพกพาจาก MSI ตัวนี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างดีเช่นกัน

หน้าจอนี้มีจุดเด่นเรื่องการติดตั้งพอร์ตและลำโพงเอาไว้ในตัว ทำให้เวลาต่อกับอุปกรณ์ไอทีชิ้นอื่นเช่น Nintendo Switch เพื่อเล่นเกมสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องต่อลำโพงหรืออุปกรณ์เสริมใด ๆ แต่จุดสังเกตคือความสว่างหน้าจอเพียง 180 nits ทำให้เวลาใช้งานต้องปรับแสงสว่างมากขึ้นเพื่อให้มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจน

สเปคของ MSI Optix MAG161V
  • หน้าจอ LED ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS
  • ความสว่างหน้าจอ 180 nits
  • ความเร็วในการตอบสนอง 5ms
  • ตั้งหน้าจอด้วยแผ่นปิดหน้าจอ
  • USB-C เชื่อมต่อ DisplayPort Alt Mode และรองรับ Thunderbolt 3, Mini-HDMI to HDMI และสาย USB-C, ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แถมสาย USB-C, Mini-HDMI to HDMI, สายชาร์จ USB, เคส
  • ลำโพง 1 วัตต์ 2 ตัว
  • น้ำหนัก 895 กรัม
  • ความหนาหน้าจอ 5.1 มิลลิเมตร
  • ราคา 7,400 บาท (JIB)
ViewSonic VG1655 (6,900 บาท)

vg1655 right hires e1611138072943

ViewSonic VG1655 เป็นจอพกพาแบบ Touch screen ขนาด 15.6 นิ้ว แบบ LED พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) น่าใช้งานอีกรุ่นหนึ่ง มีสเปคจัดว่าไล่เลี่ยกับจอพกพาของ MSI แต่ข้อดีคือสามารถตั้งหน้าจอได้ด้วยขาตั้งด้านหลังหน้าจอโดยไม่ต้องพึ่งเคสเลย รวมทั้งมีพอร์ตกับหูฟังติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานและมีราคาถูกสุดในกลุ่ม

ในกล่องจะมีสาย USB-C to C, USB-C to A, Mini-HDMI to HDMI, หัวปลั๊ก 60W และแผ่นปิดหน้าจอพับเป็นขาตั้งหน้าจอได้แถมมาให้ในแพ็คเกจให้ใช้งาน จึงไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มมาใช้งานเพิ่ม มีขาตั้งหน้าจอด้านหลังอลูมิเนียมติดอยู่ด้านหลังสามารถตั้งหน้าจอแนวตั้งได้อีกด้วย

vg1655 front hires pcmag e1611137647377

สเปคจะเป็นจอ Anti-glare ลดแสงสะท้อนตอนใช้งานพร้อมเคลือบแข็ง 3H เอาไว้ แต่จุดสังเกตคือ ถ้าเชื่อมต่อแบบธรรมดาจะมีความเร็วตอบสนอง 14ms GTG ส่วนการเชื่อมต่อแบบ OD จะเหลือ 6.5ms GTG ซึ่งอาจจะตอบสนองช้ากว่าจออื่น ๆ เล็กน้อย แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานอย่างชัดเจนความสว่างหน้าจอ 250 nits ส่วนหนาสุดของหน้าจอหนาถึง 15 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นส่วนของฐานด้านหลังหน้าจอ มีน้ำหนัก 800 กรัม

พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.2 Gen1 Type-C x 2 ช่อง, Mini-HDMI x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และลำโพง 0.8 วัตต์ x 2 ตัว สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์อื่น เช่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้

ส่วนพอร์ต USB 3.2 Gen1 Type-C ทั้งสองช่องยังเป็นแบบ 2-Way Charging คือสามารถใช้จ่ายไฟให้หน้าจอและชาร์จให้อุปกรณ์อื่นเช่นสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งถ้าเราต่อ USB-C หนึ่งช่องเพื่อจ่ายไฟให้หน้าจอชาร์จก็สามารถต่อสาย USB-C to C อีกเส้นเพื่อชาร์จให้อุปกรณ์อื่นรวมถึงโน๊ตบุ๊คที่รองรับ USB Power Delivery ได้อีกด้วย หรือจะเชื่อมต่อ USB-C 3.2 นี้กับหน้าจอโดยไม่ต่อปลั๊กก็ได้เช่นกัน นับเป็นหน้าจอพกพาสเปคดีอีกรุ่นหนึ่ง

สเปคของ ViewSonic VG1655
  • หน้าจอ LED ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS
  • ความสว่างหน้าจอ 250 nits
  • ความเร็วในการตอบสนอง 14ms GTG ถ้าเชื่อมต่อแบบ OD เหลือ 6.5ms GTG
  • มีขาตั้งหน้าจอโลหะติดอยู่หลังหน้าจอ, ใช้เคสเพื่อตั้งหน้าจอได้
  • USB 3.2 Gen1 Type-C แบบ 2-Ways ใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ x 2 ช่อง, Mini-HDMI to HDMI x 1 ช่องและช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แถมสาย USB-C to C, USB-C to A, Mini-HDMI to HDMI, หัวปลั๊ก 60W และแผ่นปิดหน้าจอ
  • ลำโพง 0.8 วัตต์ 2 ตัว
  • น้ำหนัก 800 กรัม
  • ส่วนหนาสุดของหน้าจอ 15 มิลลิเมตร
  • ราคา 6,900 บาท (Banana IT)

บทสรุป – หน้าจอพกพามีไว้จะได้ใช้ไหม

หน้าจอเสริมหรือจอพกพาในตอนแรกอาจรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีก็ได้แค่หน้าจอหลักก็เพียงพอแล้ว แต่การมีจอเสริมจะทำให้เรามีพื้นที่ใช้งานมากขึ้น คิดภาพเหมือนมีโต๊ะสำหรับวางเอกสารทำงานเพิ่มขึ้นก็ทำให้เราเทียบข้อมูลและเอกสารงานได้สะดวกกว่าการสลับหน้าจอไปมาอย่างแน่นอนและเอาไว้ใช้งานเป็นหน้าจอสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ Desktop Mode อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการพกหน้าจอเสริมติดตัวนั้นจะเป็นอุปกรณ์น้ำหนักใกล้เคียงแท็บเล็ตหลาย ๆ รุ่น ดังนั้นถ้าเรามีกระเป๋าโน๊ตบุ๊คดี ๆ สักใบเอาไว้ใช้งานก็จะช่วยให้พกพาอุปกรณ์นี้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตกกระแทกเสียหายได้ ส่วนของตารางเทียบสเปคแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดดังนี้

รุ่น / สเปค Lenovo ThinkVision M14 ASUS ZenScreen GO MB16AP MSI Optix MAG161V ViewSonic VG1655
หน้าจอ 14 นิ้ว
Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พาเนล IPS

ขอบเขตสี NTSC 72%

ฟีเจอร์ตัดแสงสีฟ้า

LED 15.6 นิ้ว
Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พาเนล IPS

ASUS Flicker-Free

ฟีเจอร์ตัดแสงสีฟ้า

LED 15.6 นิ้ว
Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พาเนล IPS

LED 15.6 นิ้ว
Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พาเนล IPS

ความสว่าง 300 nits 220 nits 180 nits 250 nits
ความเร็วตอบสนอง 6ms 5ms 5ms 14ms

ถ้าเชื่อมต่อแบบ OD เหลือ 6.5ms

ขาตั้ง มีในตัว ต้องใช้แผ่นปิดหน้าจอหรือปากกา ใช้แผ่นปิดหน้าจอ มีในตัว
พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C Power Delivery x 2 พอร์ต USB-C x 1 พอร์ต

แบตเตอรี่
7,800 mAh

USB-C เชื่อมต่อ DisplayPort Alt Mode และรองรับ Thunderbolt 3
x 2 พอร์ต

Mini-HDMI to HDMI x 1 พอร์ต

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

USB 3.2 Gen1 Type-C แบบ 2-Ways ใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ x 2

Mini-HDMI to HDMI x 1 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

อุปกรณ์แถมในกล่อง USB-C x 1 เส้น USB-C

อะแดปเตอร์
USB-C to A

ปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่

ปากกา 1 ด้าม

USB-C

Mini-HDMI to HDMI

สายชาร์จ USB

เคส

USB-C to C

USB-C to A

Mini-HDMI to HDMI

หัวปลั๊ก 60W

แผ่นปิดหน้าจอ

ลำโพง ไม่มี ไม่มี ลำโพง 1 วัตต์ 2 ตัว ลำโพง 0.8 วัตต์ 2 ตัว
น้ำหนัก 570 กรัม 850 กรัม 895 กรัม 800 กรัม
ราคา 7,400 บาท (เว็บไซต์ Lenovo) 11,900 บาท
(JIB)
7,400 บาท
(JIB)
6,900 บาท
(Banana IT)

สุดท้ายตัวเลือกว่าเราจะใช้หน้าจอเสริมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ซึ่งถ้าเราต้องทำงานกับโปรแกรมหลาย ๆ โปรแกรม การมีเอาไว้ใช้งานอีกสักหน้าจอหนึ่งก็จะทำให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าชั่งน้ำหนักได้แล้วว่าการลงทุนซื้อหน้าจอเสริมมาใช้งานสักตัวหนึ่งช่วยให้เราทำงานเสร็จเร็วยิ่งขึ้นก็คุ้มที่จะจ่ายเงินเพิ่มหน้าจอเสริมอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/570996-4-sleek-monitor-best-fit-with-laptop

[Guest Post] เลอโนโวแนะนำผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์สำหรับสายเกม, สายทำงาน และเพื่อการใช้งานทั่วไป

เริ่มต้นปีใหม่ ๆ ด้วยการอัพเกรดสเตชั่นโต๊ะทำงานด้วยจอมอนิเตอร์ที่ตอบโจทย์ต่อไลฟ์สไตล์ก็น่าจะเป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยสำหรับหลาย ๆ คน เลอโนโว บริษัทผู้นำด้านไอทีซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เร็ว ใช้งานง่าย ปลอดภัย และอัจฉริยะมากขึ้นสำหรับทุกคนในสังคม ได้นำเอาความคิดเห็นของผู้ใช้งานไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้เสมอมา นอกจากนี้การบริการยังเป็นอีกหัวข้อหลักที่เลอโนโวให้ความสำคัญเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์เลอโนโวของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

 

หากคุณกำลังมองหาจอมอนิเตอร์เพื่อการเล่นเกม เพื่อสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูง หรือเพื่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน เลอโนโวขอแนะนำผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ 3 ประเภทที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานตามความต้องการที่แตกต่างไม่ว่าจะเป็นเพื่อความบันเทิง เพื่อการทำงานขั้นสูง หรือเพื่อใช้งานในทุก ๆ วัน

จอมอนิเตอร์สำหรับการเล่นเกมที่เต็มอรรถรส แบบไร้ขีดจำกัดด้านภาพ

จอมอนิเตอร์ Lenovo Y25-25 Gaming

ในทุกเกมการต่อสู้ เกมเมอร์ต่างรู้ดีว่าอุปกรณ์ยิ่งพร้อมเท่าไหร่ โอกาสชนะก็มีมากขึ้นเท่านั้น จอมอนิเตอร์ Lenovo Legion Y25-25 Gaming ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มอรรถรสการเล่นเกมหน้าจอคมชัดขนาด 24.5 นิ้ว แบบ FHD In-Plane Switching ที่ติดอยู่กับตัวเครื่อง ให้รีเฟรชเรทสูงถึง 240 Hz ช่วยให้ภาพลื่นไหล ไม่กระตุก ฉีกขาด เครื่องมาพร้อมเทคโนโลยี AMD® Radeon FreeSync™1 รองรับการเล่นของผู้เล่นหลายคน

ใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะต่อเข้ากับพีซีหรือเกมคอนโซล หรือจะต่อเข้ากับไดรฟ์ external ด้วยพอร์ท USB 3.2 ที่มีมากถึง 4 พอร์ท โดย 2 พอร์ทยังรองรับ BC 1.2 ตะขอเกี่ยวด้านข้างจอให้คุณวาง headset ไว้ใกล้ตัวเพื่อความพร้อมในการหยิบใช้งานในทุกเวลา

จอมอนิเตอร์ Lenovo Legion Y25-25 Gaming ยังมาพร้อมประสิทธิภาพในการกันแสงสะท้อนและความสวางสูงสุดถึง 400 nits  สบายใจทุกการเล่นว่าหน้าจอจะไม่ทำร้ายดวงตาของคุณด้วยการรับรองจาก TÜV Rheinland Eye Comfort Certified  ปรับเอียงองศาหน้าจอได้ตามความความเหมาะสมไม่ว่าจะเป็นในแบบ  tilt, lift, pivot และ swivel หรือจะติดบนผนังด้วยอะแดปเตอร์ตัวยึดผนัง VESA

สเปคผลิตภัณฑ์

  • ความสว่างสูงสุด – 400 nits
  • ขอบเขตของสี – 99% sRGB
  • การเชื่อมต่อ – 1 x HDMI 2.0, 1 x DP 1.2, and 1 x Audio Out (3.5mm)
  • เวลาตอบสนอง Response Time – 1ms (extreme mode)
  • ตำแหน่งองศา – Tilt Angle (-5° font / 22° back) Swivel (-30/30), Height (130mm), Pivot (-90/+90)

 

จอมอนิเตอร์ Lenovo G32qc Gaming

ด้วยจอภาพแบบโค้งเพื่อรองรับระดับสายตา คอ และศีรษะของผู้ใช้ การรับชมจึงเป็นไปอย่างมีความเป็นธรรมชาติกว่าเดิม และช่วยให้การเล่นเกมมีความสมจริง รวมถึงสบายตายิ่งขึ้น จอมอนิเตอร์ Lenovo G32qc Gaming ขนาด 31.5 นิ้ว แบบเกือบไร้ขอบ มาพร้อมความละเอียดระดับ QHD ควบคู่กับเวลาตอบสนอง 4ms ที่รวดเร็ว ส่งมอบคุณภาพของภาพเคลื่อนไหวที่เหนือกว่าและช่วยให้การเล่นเกมมีความรวดเร็วและลื่นไหล

เตรียมตัวเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมอย่างไม่มีสะดุด ไร้อาการภาพฉีกขาดด้วยเทคโนโลยี AMD® Radeon FreeSync™1 และด้วยเวลาตอบสนองเพียง 4ms ช่วยขจัดอาการภาพเป็นเส้นและghosting พร้อมรีเฟรชเรท 144 Hz ช่วยลดอาการภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว ให้คุณได้เล่นเกมโปรดได้โดยไร้สิ่งรบกวน

Lenovo G32qc มาพร้อมตัวเลือกสี Raven Black และได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland ลดแสงสีฟ้า และการกระพริบของแสง ตัวจอมาพร้อมขาตั้งที่สามารถยกและเอียงแบบปรับระดับองศา มากไปกว่านั้นยังมีตัวยึด VESA เพื่อให้คุณสามารถจัดตำแหน่งได้ตามต้องการอีกด้วย นอกจากนี้เครื่องยังมีพอร์ต HDMI, DisplayPort และ Audio Out ที่ช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบายและตอบโจทย์อีกด้วย

สเปคผลิตภัณฑ์:

  • ความสว่างสูงสุด – 350 nits
  • ขอบเขตของสี – 72% NTSC
  • การเชื่อมต่อ – 1 x HDMI 2.0, 1 x DP 1.2, and 1 x Audio Out (3.5mm)
  • เวลาตอบสนอง Response Time – 1ms with MPRT
  • ตำแหน่งองศา – Tilt Angle (-5° font / 22° back)

 

จอมอนิเตอร์ Lenovo G27c Gaming

 

Lenovo G27c สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ประสบการณ์เกมมิ่งในฝันของนักเล่นเกมโดยเฉพาะ ด้วยหน้าจอ FHD ที่มาพร้อมความโค้ง 1500R ให้เหล่าเกมเมอร์สามารถสนุกสนานไปกับทุกการเคลื่อนไหว ตัวเครื่องยังมาคู่กับแพนแนล VA และมุมมองที่กว้างขึ้น ค่าความสว่างที่สูงขึ้น รวมถึงสัดส่วนคอนทราซ์ที่ดีเยี่ยมในการยกระดับภาพของเกม

Lenovo G27c มีฟีเจอร์รีเฟรชเรทสูงถึง 165 Hz ดังนั้นมั่นใจได้ว่าภาพจะขยับเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่มีการฉีกขาด โดยเวลาตอบสนอง 4ms ของเครื่องสามารถป้องกันghostingไปในตัว มากไปกว่านั้น เทคโนโลยี AMD® Radeon FreeSync™ ยังมาพร้อมผลลัพธ์ของภาพที่ลื่นไหล ไร้อาการภาพฉีก หรือสะดุดอีกด้วย1

จอ Lenovo G27c มาพร้อมตัวเลือกสี Raven Black รวมถึง TÜV Rheinland Low Blue Light และ Flicker Free เพื่อปกป้องสายตาเหล่าเกมเมอร์ระหว่างการเล่นเกมทั้งยังรองรับองศาที่หลากหลายให้ผู้ใช้งานสามารถปรับมุมได้ตามใจชอบอีกด้วย หรือคุณยังสามารถติดจอกับผนังไปเลยเราก็ไม่ว่ากันด้วยตัวยึด VESA

สเปคผลิตภัณฑ์:

  • ความสว่างสูงสุด – 350 nits
  • ขอบเขตของสี – 72% NTSC
  • การเชื่อมต่อ – 1 x HDMI 2.0, 1 x DP 1.2, and 1 x Audio Out (3.5mm)
  • เวลาตอบสนอง Response Time – 1ms with MPRT
  • ตำแหน่งองศา – Tilt Angle (-5° font / 22° back)

 

จอมอนิเตอร์สำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพื่อประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุด

จอมอนิเตอร์ Lenovo Qreator 27

ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์มีเดียครีเอเตอร์ พบกับ Lenovo Qreator 27 Monitor ซึ่งมาพร้อมกับภาพและเสียงสุดตรึงตาตรึงใจ ด้วยหน้าจอ 4K UHD In-Plane Switching Smart Crystal Sound ขนาด 27 นิ้ว และดีไซน์การออกแบบหน้าจอแบบอินฟินิตี้ไร้ขอบทั้ง 4 ด้าน ปิดท้ายด้วยเสียงจาก Smart Crystal Sound Display คู่กับความลื่นไหลเพื่อซิงค์กับทุกการเคลื่อนไหวบนหน้าจอ เพื่อให้แผงหน้าจอมีการสั่นสะเทือนเหมือนเมมเบรนลำโพง

รับชมสีเหมือนจริงที่ตรงปก ด้วยช่วงสีคุณภาพสูงและหลากหลายเป็นธรรมชาติของจอภาพ Lenovo Qreator 27 ซึ่งมาพร้อมความลึกของสี 10 บิต และรองรับสีมากกว่าหนึ่งพันล้านสี มากไปกว่านั้น ฟังก์ชั่น Smart Power ที่อันโดดเด่น จะยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ขุมพลัง โดยระบุว่าอุปกรณ์ที่รองรับใดกำลังชาร์จเมื่อเชื่อมต่อกับจอมอนิเตอร์เพื่อให้เครื่องสามารถกระจายพลังงานได้ในปริมาณที่เหมาะสม2

Lenovo Qreator 27 Monitor มาพร้อมตัวเลือกสี Iron Grey ผสานกับผิวโครเมี่ยมเมทัลลิกและได้รับการรับรองTÜV RheinlandEye Comfort ในการช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา นอกจากนี้ โซลูชันสายเดียว ยังสามารถส่งพลังงาน ข้อมูล วิดีโอ และสัญญาณเสียงได้พร้อมกันอีกด้วย ทำให้การเชื่อมต่อกับแล็ปท็อปสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ที่รองรับอื่นๆ มีความลื่นไหลไร้รอยต่อ ปิดท้ายด้วยการลดปัญหาความเกะกะของสายระโยงระยางต่างๆด้วยฟังก์ชั่นการชาร์จแบบไร้สายพร้อมอำนวยความสะดวกและสบายตาให้ผู้ใช้งาน3

สเปคผลิตภัณฑ์:

  • ความสว่างสูงสุด – 400 nits
  • ขอบเขตของสี – 98% DCI-P3
  • การเชื่อมต่อ – 1 x USB Type-C Gen2, 2 x USB 3.2 Type-A (1 with BC 1.2), 2 x HDMI 2.0, and 1 x DP 1.4
  • เวลาตอบสนอง Response Time – 4ms (extreme mode)
  • ตำแหน่งองศา – Tilt Angle (-5° font / 22° back)

 

จอมอนิเตอร์ Lenovo Q27h

สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลได้อย่างอัจฉริยะมากขึ้นด้วย Lenovo Q27h จอมอนิเตอร์ระดับพรีเมี่ยม โดดเด่นทั้งคุณภาพ ดีไซน์มินิมัลที่เสริมให้โต๊ะทำงานดูสะอาดตา และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ให้ช่วยผู้ใช้สลับจากโหมดทำงานมาโหมดบันเทิงได้รวดเร็ว

ตัวจอมีขนาด 27 นิ้ว มาพร้อมความละเอียดสูงระดับ QHD เทคโนโลยี In-Plane Switching และค่าความสว่าง 350 nits เมื่อเชื่อมต่อกับแล็ปท็อป อุปกรณ์พกพา หรืออุปกรณ์สตูดิโออื่น ๆ ที่รองรับผ่านสาย USB Type-C ตัวจอจะกระจายพลังงานไปยังอุปกรณ์แต่ละเครื่องพร้อมกันในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อการถ่ายโอนสัญญาณเสียง ข้อมูล และวิดีโอที่ลื่นไหล2

ลำโพงที่ผสานไว้อยู่ด้านในพร้อมมอบประสบการณ์เสียงที่ดัง ชัด และใส ขอบจอสุดบางทั้งสี่ด้านช่วยให้ผู้ใช้มีมุมมองกว้างมากกว่าที่เคย สำหรับการเล่นเกม ตัวจอก็มาพร้อมเวลาตอบสนอง 4ms รีเฟรชเรท 75Hz เสริมด้วยเทคโนโลยี AMD® Radeon FreeSync™ รองรับ ลดภาพเบลอ1 และการรับรอง TÜV Rheinland Eye Comfort ลดการกระพริบของแสง ช่วยรักษาดวงตาของผู้ใช้เมื่อต้องจ้องจอนาน

สเปคผลิตภัณฑ์

  • ความสว่างสูงสุด – 350 nits
  • ขอบเขตของสี – > 99% sRGB
  • การเชื่อมต่อ – 1 x USB Type-C 3.1, 2 x USB 3.0 Type-A (1 with BC 1.2), 1 x HDMI 1.4, and 1 x DP 1.2
  • เวลาตอบสนอง Response Time – 1ms (extreme mode)
  • ตำแหน่งองศา – Tilt Angle (-5° font / 22° back)

 

จอมอนิเตอร์สำหรับใช้งานทั่วไป ฟีเจอร์ครบครัน เพื่อการทำงานที่ลื่นไหลในทุกวัน

จอมอนิเตอร์ Lenovo L24i-30

หนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับคนที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์ดีไซน์สวยงาม ทันสมัย กลมกลืนเข้ากับห้องทุกแบบ Lenovo L24i-30 ตัวจอมีขนาด 23.8 นิ้ว ส่วนบนผ่านการปรับปรุงพัฒนาใหม่ บางเฉียบบางกว่าสมาร์ทโฟนหลายรุ่น เพียง 7.1 มม. อัตราส่วนของขอบจอสามด้านต่อตัวจอน้อย ทำให้คล้ายกับผู้ใช้กำลังมองภาพที่”ลอย”อยู่ในอากาศ

เทคโนโลยี In-Plane Switching ช่วยมอบภาพที่คมชัด คงรายละเอียดเดิมได้อย่างดีเยี่ยม แม้มองในมุม 178° ทั้งครอบครัวก็สามารถดูหนังเรื่องโปรดได้โดยไม่มีใครเห็นภาพที่สีผิดเพี้ยน ส่วนล่างของตัวจอเป็นแท่นตั้งโลหะที่ผ่านการออกแบบมาเพื่อความมีสไตล์ และความแข็งแรงมั่นคง นอกจากนี้ยังมีช่องวางของในตัวสำหรับเก็บโทรศัพท์มือถืออย่างเป็นระเบียบ รวมถึงการจัดการสายเคเบิลในตัวแบบซ่อน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ตัวจอยังมาพร้อมเทคโนโลยี AMD® Radeon FreeSync™ รีเฟรชเรท 75 Hz1 & 4 การรับรอง TÜV Rheinland Eye Comfort ช่วยกรองความยาวคลื่นที่เป็นอันตราย เพื่อปกป้องดวงตาของผู้ชมจากความเหนื่อยล้า ไม่เวลาจะเล่นเกม หรือทำงานนานแค่ไหน และซอฟต์แวร์ Artery ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Lenovo ให้ผู้ใช้ควบคุมประสิทธิภาพของตัวจอได้อย่างสมบูรณ์5

สเปคผลิตภัณฑ์

  • ความสว่างสูงสุด – 250 nits
  • ขอบเขตของสี – 72% NTSC (CIE 1931)
  • การเชื่อมต่อ – 1 x HDMI 1.4, 1 x VGA, and 1 x Audio Out (3.5 mm)
  • เวลาตอบสนอง Response Time – 4ms (extreme mode)
  • ตำแหน่งองศา – Tilt Angle (-5° font / 22° back)

 

จอมอนิเตอร์ Lenovo L27e-30

เหมาะทั้งใช้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ และดูหนังเล่นเกมเพลิน ๆ จอมอนิเตอร์ Lenovo L27e-30 ขนาด 27 นิ้ว มาพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือกว่า เทคโนโลยี In-Plane Switching เพื่อภาพที่ปราศจากความผิดเพี้ยน ขอบสามด้านสุดบาง และขาตั้งที่สวยงามทนทาน เข้ากับบ้านสมัยใหม่อย่างลงตัว

ส่วนบนของจอบางเพียง 7.1 มม. เสริมด้วยช่องวางของในตัวสำหรับเก็บโทรศัพท์มือถือ การจัดการสายเคเบิลในตัวแบบซ่อน ลดความแออัดในบริเวณพื้นที่ทำงาน และเมื่อต้องตรวจสอบเอกสารในช่วงดึก เทคโนโลยี TÜV Rheinland Eye Comfort ที่ผ่านการรับรอง ก็จะช่วยกรองความยาวคลื่นแสงที่เป็นอันตราย เพื่อปกป้องดวงตาของผู้ใช้

สำหรับการใช้เล่นเกม ตัวจอก็พร้อมด้วยเทคโนโลยี AMD® Radeon FreeSync™ และรีเฟรชเรท 75 Hz ที่รวดเร็ว1 & 4 ลืมปัญหาภาพขาดเป็นเส้น และภาพกระตุกไปได้เลย นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ Artery ยังให้ผู้ใช้ควบคุม ปรับแต่งประสิทธิภาพของหน้าจออย่างสมบูรณ์ ผ่านอินเทอร์เฟซที่สวยงาม5

สเปคผลิตภัณฑ์

  • ความสว่างสูงสุด – 250 nits
  • ขอบเขตของสี – 72% NTSC (CIE 1931)
  • การเชื่อมต่อ – 1 x HDMI 1.4, 1 x VGA, and 1 x Audio Out (3.5 mm)
  • เวลาตอบสนอง Response Time – 4ms (extreme mode)
  • ตำแหน่งองศา – Tilt Angle (-5° font / 22° back)

 

ราคา และการวางจำหน่าย:

  • Legion Y25-25 Gaming Monitor วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นที่ 10,900 บาท
  • Lenovo G32qc Gaming Monitor วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นที่ 12,000 บาท
  • Lenovo G27c Gaming Monitor วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นที่ 7,890 บาท
  • Lenovo Qreator 27 Monitor วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นที่ 21,900 บาท
  • Lenovo Q27h Monitor วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นที่ 11,900 บาท
  • Lenovo L24i-30 Monitor คาดว่าจะวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนเมษายน 2564 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 4,190 บาท
  • Lenovo L27e-30 Monitor คาดว่าจะวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนเมษายน 2564 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 5,190 บาท

สามารถสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคา และการวางจำหน่ายได้ที่ www.facebook.com/LenovoTH/

สามารถดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลทางเทคนิคได้ที่ www.lenovo.com/th

 

เกี่ยวกับ เลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 พื้นที่ปฏิบัติงานทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม  สร้างความเท่าเทียม ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนในสังคมดิจิทัล  ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและครบครันมากที่สุด สร้างผลิตภัณฑ์และเครือข่ายที่มีความอัจฉริยะเพื่อเป็นผู้นำด้าน Intelligent Transformation เพื่อสร้างประสบการณ์ในการใช้ดีไวซ์ที่น่าประทับ และสร้างโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกในการใช้ดีไวซ์เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คนทั่วโลก

ติดตามข้อมูลข่าวสารของเลอโนโวได้ที่ LinkedInFacebookTwitterYouTube, InstagramWeibo, StoryHub หรือไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.lenovo.com/th

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-lenovo-7-consumer-monitor/

เลอโนโวชูนวัตกรรมล้ำสมัย ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปี 2021

ในงาน CES®  2021 เลอโนโวเผยโฉมผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดซึ่งถูกออกมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ไอทีให้แก่ผู้บริโภค รองรับการเปลี่ยนแปลงในปี 2021 ที่เลอโนโวคาดการณ์ว่าจะเป็นปีแห่งการนำเทคโนโลยีอันชาญฉลาดมาใช้อย่างแพร่หลายและเป็นส่วนสำคัญของชีวิตผู้คนในสังคม

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของบุคคลในสังคมอย่างเท่าเที่ยม เลอโนโวได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นใหม่มากมาย โดยผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละผลิตภัณฑ์ทีได้ที่นี่  Lenovo CES homepage

เสริมความคล่องตัว   

Lenovo

ThinkPad X12 Detachable

เลอโนโวภูมิใจนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดที่จะมาเสริมความคล่องตัวในกับโลกของคนทำงานยุคใหม่ที่สามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาด้วยผลิตภัณฑ์ ThinkPad  ที่บางที่สุดที่เคยมีมากับแล็ปท็อป ThinkPad™ X1 Titanium Yoga™ และ  ThinkPad X12 Detachable ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 12.3 นิ้วและคีย์บอร์ดที่สามารถถอดแยกจากจอได้เหมือนแท็บเล็ต  นอกจากนี้ยังเปิดตัว  ThinkBook™ Plus Gen 2 i 2ที่ยังคงคอนเซ็ปต์หน้าจอ e-ink display เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานแนวมัลติทาส์ก นอกจากนี้ยังมีแล็ปท็อปที่ตอบโจทย์นักธุรกิจยุคใหม่และผู้ใช้งานในกลุ่ม SME กับผลิตภัณฑ์ ThinkBook 13x i, 2 ThinkBook 14p Gen 2 และ ThinkBook 16p Gen 2 ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์เพื่อการปรับแต่งเครื่องให้ตรงตามการใช้งานทั้งยังมอบระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่างโปรแกรม Lenovo Vantage 3

ความบันเทิงที่เข้าถึงได้จากทุกที่

Lenovo Tab P11 

ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อได้อย่างลื่นไหล มีความทันสมัย และสามารถใช้งานได้โดยสมาชิกทุกคนในครอบครัวดูจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ย่างยิ่งสำหรับยุคปัจจุบัน เพิ่มชั่วโมงแห่งความบันเทิงผ่านมุมมองที่คมชัดสดใสด้วย  Lenovo Tab P11 แท็บเล็ตที่มาพร้อมหน้าจอความละเอียดแบบ 2K ตัวผลิตภัณฑ์ยังรอบรับการใช้งานควบคู่กับอุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดหรือปากกา  Lenovo Precision Pen 2 พิเศษด้วยแอปพลิเคชัน Microsoft Office ที่มีมาในเครื่องพร้อม Kids Space from Google 4 แอปเพื่อความบันเทิงสำหรับเด็กเล็ก หรือใช้งานสตรีมมิ่งเพื่อรับชมหนังหรือวีดีโอมากมายจาก Netflix ในแบบ HD

ขีดสุดของการเล่นเกมแห่งอนาคตด้วย AI

Lenovo Legion 7 และ Lenovo Legion 5 Pro

สายเกมเมอร์ต้องไม่พลาดกับผลิตภัณฑ์ แล็ปท็อปและอุปกรณ์เสริม Lenovo Legion™ รุ่นใหม่ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผลเจเนอเรชั่นล่าสุด  พร้อมเทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องสำหรับการเล่นเกม เต็มอรรถรสด้วยแล็ปท็อปเกมมิ่งขนาดหน้าจอ 16 นิ้วแบบ QHD 165Hz เครื่องแรกของโลกอย่าง  Lenovo Legion 7และ Lenovo Legion 5 Pro. 6  

พลิกโฉมการทำงานแบบ Remote Working

Lenovo L24i-30

การทำงานจากต่างสถานที่ทำงาน หรือการทำงานแบบ hybrid ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในยุค new normal เลอโนโวขอแนะนำจอมอนิเตอร์  Lenovo L Series Monitors ที่มาพรอ้ม IPS Panel อาทิ รุ่น  Lenovo L24i-30 และ Lenovo L27e-30 ที่นอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงามสะดุดตาในทุกที่ที่ถูกจัดวางแล้ว ยังช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้เพราะช่วยป้องกันแสงสะท้อนและได้รับรองมาตรฐาน  Eye Comfort technology certified by TÜV Rheinland 7  ซึ่งเป็นการตรวจสอบรับรองเรื่องแสงสีฟ้าและการกระพริบของจอแสดงผลว่าปลอดภัยต่อดวงตาของผู้ใช้  หรือจะเป็นตัวผลิตภัณฑ์แล็ปท็อป ThinkPad X1 Carbon และ X1 Yoga ที่มาพร้อม Dolby Voice เทคโนโลยี ช่วยให้ทุกการประชุมออนไลน์มีเสียงที่คมชัด  ไร้เสียงรบกวน    หรือหากใครกำลังมองหา Docking ก็จะชื่นชอบผลิตภัณฑ์  Smart Dock   หรือจะเป็นฟีเจอร์น่าสนใจอย่างฟิลเตอร์เพื่อกรองแสง Blue light หรือเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนในแล็ปท็อปThinkBook รุ่นใหม่

เชื่อมต่อ 5G

Lenovo IdeaPad 5G สี Light Silver

สัญญาณ Wi-Fi ที่ถูกแชร์เพื่อใช้งานกันทั้งครอบครัวอาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควรอีกต่อไปกับยุคที่หลายสิ่งรอบตัวเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าคลื่นสัญญาณที่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายและอาจจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือคลื่นสัญญาณอย่าง 4G/LTEและ 5G ผลิตภัณฑ์ Lenovo IdeaPad™ 5G ซึ่งเปิดตัวไปที่งาน CES นั้นรองรับการใช้งาน 5G บนตัวเครื่องขนาด 14 นิ้วในราคาที่เข้าถึงได้  นอกจากนี้ เลอโนโวยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ X1 อัพเดทใหม่ล่าสุดเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ อาทิ  ThinkPad X1 Carbon, ThinkPad X1 Yoga หรือจะเป็นThinkPad X1 Fold และ ultra-light ThinkPad X1 Nano ที่รองรับการใช้งาน 5G8  นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก โมโตโรล่าที่รองรับสัญญาณ 5G กับรุ่น  motorola one 5G ace เพราะนอกเหนือจากรองรับการใช้งาน 5G แล้วยังมาพร้อมแบตเตอรี่ กล้องและความคุณภาพหน้าจอแสดงผลที่ไม่เป็นรองใคร

เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมไม่สิ้นสุด

แว่นตาอัจฉริยะ ThinkReality™ A3

เลอโนโวเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของธุรกิจในทุกขนาดตั้งแต่  SME ถึงองค์กรระดับโลก ผ่านการนำนวัตกรรม AR ที่เลอโนโวพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยในการจัดการการทำงาน และงาน 3D ผ่านแว่นตาอัจฉริยะ  ThinkReality™ A3 ที่จะมาช่วยพนักงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงงานอุตสาหกรรมในการจัดการ workflow นอกจากนี้เลอโนโวยังได้ร่วมกับบริษัทร่วมทุน NECPC  ในการพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ PC ขนาดเล็ก LAVIE MINI  ที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกเพื่อเล่นเกมหรือใช้คู่กับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้วอย่าง LAVIE Pro Mobile laptop ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผลจาก  Intel ซึ่ง แล็ปท็อป NEC LAVIE MINI ตัวตันแบบนี้ยังรองรับการทำงานของหน่วยประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ i7 mobile processor และกราฟฟิก Intel Iris® Xe

ดูข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ที่นี่

from:https://www.mobileocta.com/lenovo-holds-cutting-edge-innovation-responding-to-the-changes-in-the-world-in-2021/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=lenovo-holds-cutting-edge-innovation-responding-to-the-changes-in-the-world-in-2021

Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13x i, 14p, 16p และ ThinkBook Plus Gen 2 จอ E Ink

เก็บตกของใหม่จาก Lenovo ในงาน CES 2021 คือโน้ตบุ๊กสาย ThinkBook ที่เป็นแบรนด์รองจาก ThinkPad ที่เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2019 โดยมีทั้งสายที่ใช้ซีพียูอินเทลและเอเอ็มดี

ของใหม่ในปี 2021 คือ ThinkBook 13x i โน้ตบุ๊กขนาด 13″ สายบางเบา เน้นดีไซน์เรียบง่ายแต่สวยงาม (เดิมทีมี ThinkBook 13s) ซีพียูเป็น Intel Core 11th Gen, หน้าจอ 13″ 2560×1600 IPS, แรม 8/16GB, สตอเรจ SSD สูงสุด 1TB, แบตเตอรี่ 53 Whr, น้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม, พอร์ต Thunderbolt 4 x2 และรองรับ Wi-Fi 6

ราคาเริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์ มีให้เลือกสองสีคือ Storm Gray และ Cloud Gray – Lenovo

No Description

ถัดมาเป็น ThinkBook Plus Gen 2 รุ่นอัพเดตของ ThinkBook Plus ที่มีจอ E Ink บนฝาด้านนอก และใช้ปากกาจดงานได้

การเปลี่ยนแปลงสำคัญคืออัพเกรดซีพียูเป็น Intel Gen 11 และขยายจอ E Ink ด้านนอกให้ใหญ่ขึ้น ของเดิม 10.8″ มาเป็น 12″ ส่วนหน้าจอด้านในยังขนาดเท่าเดิมคือ 13.3″ โดยทั้งสองจอมีความละเอียด 2560×1600 เท่ากัน (สัดส่วน 16:10) ปรับขนาดเครื่องให้บางลงเหลือ 13.9 มิลลิเมตร และลดน้ำหนักลงเหลือ 1.3 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้นที่ 1,549 ดอลลาร์ วางขายภายในไตรมาส 1/2021- Lenovo

No Description

ฝั่ง AMD เปิดตัวมา 2 ตัว 2 ขนาดหน้าจอคือ ThinkBook 14p และ ThinkBook 16p จุดเด่นคือซีพียู AMD Ryzen 9 5000 H รุ่นใหม่ล่าสุด สำหรับโน้ตบุ๊กสมรรถนะสูง กรณีของรุ่น 16p สามารถเลือกจีพียูเป็น GeForce RTX Mobile ซีรีส์ 3000 ได้ด้วย

รุ่น 14p มีจอให้เลือก 2 แบบคือ IPS ความละเอียด 2.2K และ OLED ความละเอียด 2.8K ส่วนรุ่น 16p มีเฉพาะจอ IPS ความละเอียด 2.5K

ThinkBook 14p ราคาเริ่มต้น 849 ดอลลาร์, ThinkBook 16p ราคาเริ่มต้น 1,299 ดอลลาร์ – ThinkBook 14p, ThinkBook 16p

No Description

ที่มา – Lenovo

from:https://www.blognone.com/node/120648

5 โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 สเปคดีมีทอน ได้ SSD 512GB จอ FHD

หลายคนอาจติดภาพว่าโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 นั้นสเปคอาจจะแค่พอทำงานทั่ว ๆ ไปได้และไม่คิดว่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีอะไรนัก แต่ปัจจุบันนี้โน๊ตบุ๊คงบประมาณหมื่นเดียวนั้นมีสเปคและประสิทธิภาพดีกว่าในอดีตพอสมควรและถ้าอัพเกรดตัวเครื่องอีกสักนิดก็มีประสิทธิภาพดีขึ้น จะเอาไว้ใช้ทำงานทั่วไปหรือเรียนออนไลน์ก็ได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงมาก

อย่างไรก็ตามสเปคของโน๊ตบุ๊คเรทราคานี้จะใช้ซีพียูรุ่นทั่วไปเท่านั้น ซึ่งหลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยเท่ากับกลุ่มราคาหมื่นต้นที่มีตัวเลือกเป็น Intel, AMD รหัสยอดนิยมในบทความก่อนหน้านี้ เช่น “10 โน๊ตบุ๊คทำงาน 2021 งบสองหมื่นกลางจาก 5 แบรนด์ดังรับ WFH” นัก แต่วิธีการเลือกก็ไม่ยากนัก ซึ่งผู้อ่านสามารถอ่านดูในบทความนี้ได้

โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000

โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 สนามของ AMD A4, Athlon และ Intel Pentium, Celeron

ในตลาดของกลุ่มโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 นั้น ไม่ได้ติดตั้งซีพียูประสิทธิภาพสูงอย่าง Intel Core i3, i5, i7 หรือ AMD Ryzen มาวางจำหน่ายเหมือนที่เรารู้จักกัน แต่เป็นซีพียูกลุ่ม Intel Pentium, AMD A-Series, AMD Athlon Series สำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไปอย่างการทำงานเอกสารหรืองานความบันเทิงทั่วไปและอาจเล่นเกมได้บ้าง ซึ่งหวังประสิทธิภาพพอได้ ซึ่งสามารถค้นหาได้จากฐานข้อมูลของทาง Notebookspec ได้

pexels vlada karpovich 4050299 1 scaled

ด้านประสิทธิภาพต่อราคานั้นจัดว่าไม่เลวร้าย โดยส่วนใหญ่จะเป็นซีพียูแบบ Dual Core มี 2 แกนประมวลผล และบางรุ่นมี Hyperthreading ทำให้มี 2 คอร์ 4 เธรด ช่วยให้การประมวลผลทำงานได้เร็วขึ้นอีกด้วย โดยซีพียูในกลุ่มราคานี้มีอยู่ 4 รุ่นหลัก ๆ ได้แก่

ซีพียู คอร์ เธรด กราฟฟิคการ์ด ความเร็วเริ่มต้น ความเร็วสูงสุด TDP
AMD Athlon Gold 3150U 2 4 AMD Radeon Graphics 3 คอร์ 2.4GHz 3.3GHz 15 วัตต์
AMD Athlon Silver 3050U 2 2 AMD Radeon Graphics 2 คอร์ 2.3GHz 3.2GHz 15 วัตต์
Intel Pentium Gold 5405U 2 4 Intel UHD Graphics for 8th Generation Intel 2.3GHz 12.5 วัตต์
Intel Celeron N4020 2 2 Intel UHD Graphics 600 2.3GHz 6 วัตต์

AMD Athlon Gold 3150U และ Intel Pentium Gold 5405U โดยทั้งสองรุ่นถือว่ามีประสิทธิภาพดีทั้งสองตัว ส่วนข้อได้เปรียบของ AMD Athlon Gold 3150U คือสามารถเร่งความเร็วในการประมวลผลได้สูงและมี Hyperthreading ช่วยให้งานเสร็จเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้อาจหาซื้อโน๊ตบุ๊คพร้อม AMD Athlon Gold ได้ยากขึ้น แต่ก็มีตัวเลือกเป็น Athlon Silver มาใช้งานแทนได้ดีเช่นกัน

354599 athlon gold radeon badge 300wide

จากผลการทดสอบโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้ง AMD Athlon รุ่นก่อนหน้าของทาง Notebookspec ในบทความรีวิว Acer Swift 3 จะเห็นว่าประสิทธิภาพนั้นจะเหนือกว่า Intel Pentium Gold อย่างชัดเจนและใช้งานต่อเนื่องได้นานอีกด้วย จึงกลายเป็นซีพียูตัวเด่นในกลุ่มราคานี้ไปโดยปริยาย

5 โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 สเปคดีมีทอน น่าใช้พร้อมแนวทางอัพเกรดในอนาคต

โน๊ตบุ๊คกลุ่มราคาไม่เกินหมื่นจัดเป็นสเปคเน้นเรื่องความคุ้มค่าและใช้งานได้เป็นหลัก ซึ่งต้องการการอัพเกรดตัวเครื่องเพิ่มเล็กน้อยให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งมีแค่การเพิ่มแรมเป็น 8GB DDR4 และอาจเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์เป็น SSD แบบ SATA เพื่อให้อ่านเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ทำงานเสร็จได้เร็วยิ่งขึ้น

สำหรับทั้ง 5 รุ่น สเปคคุ้มค่าน่าเลือกใช้มีดังนี้

  1. ASUS X509FA-EJ643T (9,900 บาท)
  2. ASUS M515DA-EJ012T (9,900 บาท)
  3. Lenovo IdeaPad 1 14-82GW0029TA (9,900 บาท)
  4. Lenovo ThinkPad V14 ADA-82C6A00CTA (9,900 บาท)
  5. Acer Aspire 3 A314-22-R9GJ (9,900 บาท)
ASUS X509FA-EJ643T (9,900 บาท)

asus

ASUS X509FA-EJ643T (9,900 บาท) เป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 ขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว พาเนล TN ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ทำให้เห็นภาพคมชัด พร้อมแป้นตัวเลข Numpad สำหรับพิมพ์ตัวเลข เหมาะกับคนทำงานกับตัวเลขและเอกสารบ่อย ๆ เป็นอย่างมาก ตัวเครื่องหนักเพียง 1.8 กิโลกรัม มากกว่าเครื่องขนาด 14 นิ้วบางรุ่นไม่กี่กรัมเท่านั้น

สเปคติดตั้งซีพียู Intel Pentium Gold 5405U กับกราฟฟิคการ์ด Intel UHD Graphics 610 ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB พร้อม Windows 10 Home (64-bit) มาให้ ส่วนแรมมีเพียง 4GB DDR4 บัส 2400 MHz 

พอร์ตเชื่อมต่อรองรับ USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง มี USB 3.0 Type-A, USB 3.1 Type-C, HDMI อย่างละ 1 ช่อง จัดว่ามีเพียงพอต่อการใช้งานและต่ออุปกรณ์เสริม ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 

แนวทางการอัพเกรด – ข้อดีของ ASUS X509FA คือมีพอร์ต SSD M.2 Combo ติดตั้งมาพร้อมใช้งาน 1 ช่อง จึงสามารถหาซื้อ SSD M.2 ความจุราว 512GB มาติดตั้งแล้วโคลน Windows 10 Home (64-bit) มาใส่ได้โดยไม่ต้องถอดฮาร์ดดิสก์ลูกเก่าออก ทำให้มีไดรฟ์ Windows และติดตั้งโปรแกรมหลักได้พร้อม ๆ กับไดรฟ์บันทึกข้อมูล ส่วนแรมมีข้อจำกัดว่าสามารถใส่ได้เพียง 1 ช่องเท่านั้น ดังนั้นเมื่ออัพเกรดเครื่องควรสั่งซื้อแรม 8GB DDR4 บัส 2400 MHz มาพร้อมกัน

ASUS M515DA-EJ012T (9,900 บาท)

asus m515da 512GB

ASUS M515DA-EJ012T มีขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) เป็นรุ่นหน้าจอใหญ่ให้สีสันสวยคมชัด ตัวเครื่องมีแป้นตัวเลข Numpad และมีน้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม เหมือน ASUS X509FA จึงเหมาะกับคนทำงานเอกสารและตัวเลขเช่นกัน ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมจึงมีความแข็งแรงทนทานอีกด้วย

สเปคใช้ซีพียู AMD Athlon Silver 3050U กับกราฟฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 2 สำหรับประมวลภาพและวิดีโอ ติดตั้งฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 ความจุ 512GB กับ Windows 10 Home (64-bit) มาให้พร้อมใช้งานทันที ส่วนแรมมีเพียง 4GB DDR4 บัส 2666 MHz

พอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.2 Type-A, USB 3.2 Type-C, HDMI อย่างละ 1 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.1 จัดเป็นรุ่นที่มี USB 3.2 Type-A และ Type-C มาครบถ้วนพร้อมต่ออุปกรณ์เสริมได้หลากหลายและรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

แนวทางการอัพเกรด – ASUS M515DA จัดว่าสเปคครบมากและมี SSD M.2 ความจุ 512GB มาพร้อมใช้งานอีกด้วย แค่เปลี่ยนแรมเป็น 8GB ก็พร้อมใช้งานทันที

Lenovo IdeaPad 1 14-82GW0029TA (9,900 บาท)

ideapad 1

Lenovo IdeaPad 1 14-82GW0029TA เป็นโน๊ตบุ๊คจอ 14 นิ้ว พาเนล TN แต่ความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080 พิกเซล) มีน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัม เหมาะกับคนพกพาโน๊ตบุ๊คไปใช้งานตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก

สเปคใช้ซีพียู AMD Athlon Silver 3050e กับกราฟฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 3 กับฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 PCIe ความจุ 256GB และ Windows 10 Home (64-bit) แรม 4GB DDR4 บัส 2400 MHz ติดตั้งแบบออนบอร์ดพร้อมช่องติดตั้งแรมเพิ่มได้อีก 1 ช่องด้วยกัน

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ USB 3.2 Type-A x 2 ช่องและ HDMI x 1 ช่อง เท่านั้น จัดว่ามีพอร์ต USB น้อยและไม่มี USB-C มาให้ใช้งาน ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 

แนวทางการอัพเกรด – Lenovo IdeaPad 1 มีจุดเด่นว่าติดตั้ง SSD M.2 ความจุ 256GB มาให้พร้อม Windows 10 Home (64-bit) แล้ว จึงไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์และโคลน Windows 10 ไปยัง SSD แบบ ASUS แต่อาจโคลนไป SSD M.2 อันอื่นที่ความจุมากกว่าให้ติดตั้งโปรแกรมเพิ่มได้และควรมี External Harddisk เผื่อในกรณีมีไฟล์งานต้องใช้เยอะ ส่วนแรมสามารถหาซื้อความจุ 4 หรือ 8GB DDR4 บัส 2400 MHz มาเพิ่มได้เลย

Lenovo ThinkPad V14 ADA-82C6A00CTA (9,900 บาท)

thinkpad v14

Lenovo ThinkPad V14 ADA-82C6A00CTA เป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 ติดตั้ง AMD Athlon Gold 3150U ประสิทธิภาพสูงและแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมแข็งแรงและหนักเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น จึงพกพาไปใช้งานได้สะดวก จะมีข้อสังเกตเพียงหน้าจอ 14 นิ้ว เป็นพาเนล TN ความละเอียด HD (1366×768 พิกเซล) 

ตัวเครื่องใช้กราฟฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 3 ฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 ความจุ 256GB แต่ไม่มี Windows 10 ติดตั้งมาให้ ดังนั้นอาจจะต้องหาระบบปฏิบัติการมาติดตั้งเองหรือใช้เป็น Linux แทน ส่วนแรมมีความจุ 4GB DDR4 บัส 2400 MHz 

พอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, USB 2.0 Type-A และ HDMI อย่างละ 1 ช่อง ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0 มีพอร์ตให้ใช้งานมากกว่า Lenovo IdeaPad 1 พอควร รวมทั้งเป็นรุ่นที่ใช้ Bluetooth 5.0 ช่วยให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไร้สายได้ดีและเสถียรยิ่งขึ้น

แนวทางการอัพเกรด – สิ่งสำคัญคือรุ่นนี้ไม่มี Windows 10 ติดตั้งมาให้ จำเป็นต้องหาระบบปฏิบัติการมาใช้เป็นอย่างแรก อาจเป็น Windows หรือติดตั้งเป็น Linux ใช้งานง่าย เช่น Ubuntu หรืออื่น ๆ มาติดตั้งแทน นอกจากนี้ก็ควรเปลี่ยนแรมเป็น 8GB DDR4 บัส 2400 MHz ช่วยให้รันการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 จะเปลี่ยนก่อนติดตั้งระบบปฏิบัติการหรือใช้ความจุนี้ไปเลยก็ได้เช่นกัน

Acer Aspire 3 A314-22-R9GJ (9,900 บาท)

aspire 3

Acer Aspire 3 A314-22-R9GJ เป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 สเปคดีอีกรุ่น มีหน้าจอขนาด 14 นิ้ว พาเนล TN ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ทำให้ภาพบนหน้าจอคมชัด แต่มีข้อสังเกตเรื่องน้ำหนักตัวเครื่องมากถึง 2 กิโลกรัม

สเปคติดตั้งซีพียู AMD Athlon Silver 3050U กับกราฟฟิคการ์ด AMD Radeon RX Vega 2 กับฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 ความจุ 256GB พร้อม Windows 10 Home (64-bit) และแรม 4GB DDR4 บัส 2133 MHz มาให้

พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง ส่วน USB 3.0 Type-A และ HDMI อย่างละ 1 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.0 จัดว่ามีพอร์ตรุ่นใหม่เพียง 1 ช่อง จึงจำเป็นต้องถอด External Harddisk เข้าออกเป็นระยะ ๆ หากมีไดรฟ์สำหรับเซฟงานอยู่หลายชิ้น

แนวทางการอัพเกรด – Acer Aspire 3 A314 มีจุดอัพเกรดหลัก ๆ คือแรม 4GB DDR4 ที่มีบัสเพียง 2133 MHz เท่านั้น จึงขอแนะนำให้เปลี่ยนเป็นขนาด 8GB DDR4 บัส 2400-2666 MHz จะดีขึ้น ส่วนฮาร์ดดิสก์ M.2 256GB จะเลือกใช้งานทั้งความจุนี้ไปเลยก็ได้หรือโคลนไปยัง M.2 ความจุ 512GB ก็ดีเช่นกัน

สรุป – น่าใช้หรือเพิ่มเงินดีกว่า?

โจทย์การเลือกซื้อของแต่ละคนต่างกันเสมอ ซึ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 เป็นกลุ่มโน๊ตบุ๊คนอกสายตาของใครหลายคนเพราะคิดว่าเพิ่มอีกไม่กี่พันบาทก็ได้รุ่นสเปคดีกว่าแล้วและเลือกอัพเกรดได้ด้วย ในทางกลับกันถ้าเราใช้งานเอกสาร, นำเสนองานทั่ว ๆ ไปและใช้งานโซเชียลมีเดียกับการดูหนังทั่ว ๆ ไป การเพิ่มเงินอัพเกรดอีกไม่กี่ร้อยบาทใส่แรมและ SSD แทน โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 ก็เป็นตัวเลือกน่าสนใจเช่นกัน

ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการทำงานก็จัดว่าไม่เลว เนื่องจาก AMD Athlon Gold, Athlon Silver, Intel Pentium Gold ก็สามารถรันโปรแกรมและดูหนังความละเอียด Full HD ได้ไม่แพ้กลุ่ม Intel Core i3 ที่ราคาไล่ ๆ กัน ส่วนสเปคโดยสรุปของทั้ง 5 เครื่องแนะนำมีดังนี้

pexels andrea piacquadio 842991 scaled

รุ่น/สเปค ASUS X509 ASUS M515 Lenovo IdeaPad 1 Lenovo ThinkPad V14 Acer Aspire 3
ซีพียู Intel Pentium Gold 5405U AMD Athlon Silver 3050U AMD Athlon Silver 3050e AMD Athlon Gold 3150U AMD Athlon Silver 3050U
กราฟฟิคการ์ด Intel UHD Graphics 610 AMD Radeon RX Vega 2 AMD Radeon RX Vega 3 AMD Radeon RX Vega 3 AMD Radeon RX Vega 2
ฮาร์ดดิสก์ 1TB M.2 512GB M.2 256GB M.2 256GB M.2 256GB
แรม 4GB DDR4 4GB DDR4 4GB DDR4
(On Board)
4GB DDR4 4GB DDR4
หน้าจอ 15.6 นิ้ว
Full HD
15.6 นิ้ว
Full HD
14 นิ้ว
Full HD
14 นิ้ว
HD
14 นิ้ว
Full HD
ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit) Windows 10 Home (64-bit) Windows 10 Home (64-bit) Windows 10 Home (64-bit)
ราคา 9,900 บาท 9,990 บาท 9,990 บาท 9,900 บาท 9,990 บาท
อัพเกรด 1. เพิ่ม M.2 ไว้ใส่ Windows 10 แทน

2. เพิ่มแรมเป็น 8GB

เพิ่มแรมเป็น 8GB 1. เพิ่มแรมเป็น 8GB

2. อาจโคลน Windows 10 ใส่ M.2 ความจุสูงกว่านี้

1. เพิ่มแรมเป็น 8GB

2. หาซื้อ Windows 10 หรือใช้ Linux

3. อาจเปลี่ยนไปใส่ M.2 ความจุสูงกว่านี้

1. เพิ่มแรมเป็น 8GB

2. อาจโคลน Windows 10 ใส่ M.2 ความจุสูงกว่านี้

เมื่อได้รุ่นที่สนใจแล้ว อาจไปทดลองเล่นหน้าร้านสักครั้งหนึ่งก่อนเพื่อให้รู้ถึงประสิทธิภาพของซีพียูว่าจะตอบโจทย์การใช้งานของเราหรือไม่และอย่าลืมดูเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อจำเป็นของเราให้ดีด้วย เนื่องจากพอร์ตเช่น USB-C นั้นก็เริ่มมีความสำคัยมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน จึงไม่ควรมองข้ามในส่วนนี้ด้วย

from:https://notebookspec.com/web/569951-5-recommended-laptop-under-10000-baht

Lenovo ThinkStation P620 – The Game Changer

Lenovo ThinkStation P620 เป็นคอมพิวเตอร์แบบ Workstation รุ่นแรกในกลุ่มของ Tower ที่มาพร้อม AMD Ryzen Threadripper PRO Processor ซึ่งเลอโนโวเป็นรายแรกที่มีการนำเสนอ Processor ดังกล่าว ที่ให้ขุมพลังแรงสุดและฉีกกฏเกณฑ์เดิมๆ ทั้งประสิทธิภาพ และความคล่องตัวในระดับแอดวานซ์ผ่านแพลตฟอร์มซ็อกเก็ต CPU เดียว แต่ได้ทั้ง Clock และ ได้ทั้ง Core

Workstation ที่รองรับคอร์ได้สูงสุดถึง 64 Core เจ้าแรกในโลก

ThinkStation P620 ให้พลังและประสิทธิภาพการทำงานเครื่องที่เหนือชั้นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในผลิตภัณฑ์ Workstation ด้วยหน่วยประมวลผล AMD Ryzen Threadripper PRO ที่รองรับคอร์สูงสุดได้ถึง 64 คอร์ ได้เข้ามาปฏิวัติวงการและยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ Workstation ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  โดย Threadripper PRO Processors มีความเร็วของ Clock Speed สูงถึง 4.0GHz, 128 Lanes of PCIe 4.0 Bandwidth และยังสามารถรองรับหน่วยความจำ 8-Channel ได้อีกด้วย นอกเหนือจากความเร็วและความยืดหยุ่นในการซัพพอร์ทการทำงานแล้ว ด้วยความสามารถในการรองรับ Core สูงสุดได้ถึง 64 คอร์ อาจกล่าวได้ว่า ThinkStation P620 เป็นคอมพิวเตอร์แบบ Workstation รุ่นแรก ที่ตอบโจทย์การทำงานแบบ Multi-Thread ภายใต้แพลตฟอร์มแบบ single socket ได้อย่างแท้จริง ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์งานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน และขนาดใหญ่ อาทิ สร้างแบบจำลอง, การเรนเดอร์ หรืองาน AI ตลอดจนการสตรีมวีดีโอความระเอียดระดับ 8K ในแบบเรียลไทม์ ที่สามารถลด Processing Time ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ได้ Productivity ที่สูงขึ้น

ปัจจุบัน จำนวนคอร์สูงสุดที่ Single Socket Platform CPU สามารถรองรับได้คือ 18 คอร์ ในขณะที่ Dual-Socket Platform CPU สามารถรองรับได้สูงสุดที่ 56 คอร์ แต่ ThinkStation P620 ได้ปลดล็อกและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ Workstation ด้วยจำนวนคอร์ที่มากกว่า ผู้ใช้งานจึงสามารถสร้างสรรค์งานขนาดใหญ่ และซับซ้อน บน  Multi-Thread Software Application  ได้โดยไม่ต้องใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ Workstation แบบ Dual Socket Platform ซึ่งมีราคาสูงกว่า นอกจากจำนวนคอร์ที่สูงกว่า ในราคาแบบ Single Socket CPU แล้ว ThinkStation P620 AMD Threadripper PRO Processors นั้น ยังมอบการใช้งานในมิติใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเน้นที่ Clock หรือ Core เนื่องจาก AMD Threadripper PRO Processors นั้นได้นำเสนอ CPU ประมวลผลที่ให้ทั้ง Clock Speed และจำนวนคอร์ที่สูงในเวลาเดียวกัน

ในส่วนของฟีเจอร์และขุมพลังเพื่องานสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพนั้น ThinkStation P620 ได้มาพร้อมฟีเจอร์ที่ครบครัน ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งานไม่ว่าจะเป็น จำนวนคอร์ที่สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 12 คอร์, 16 คอร์, 32 คอร์, และ 64 คอร์ ตลอดจนมีหน่วยความจำ และการโอนถ่ายข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น โดยมาพร้อมกับ Built-in Ethernet ขนาด 10GB ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ ThinkStation P620 ยังเป็น Workstation สำหรับ Creator อย่างแท้จริง ที่ให้ความยืดหยุ่นในการเลือกใส่การ์ดจอ เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการ และรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายรูปแบบได้มากที่สุดที่เคยมีมา โดย ThinkStation P620 สามารถรองรับการ์ดแสดงผล NVIDIA Quadro RTX 8000 ได้สูงสุดถึง 2 การ์ด หรือ RTX 4000 ได้สูงสุดจำนวน 4 การ์ด พร้อมกันนั้น ยังรองรับหน่วยความจำสูงสุด 1TB และพื้นที่เก็บข้อมูล 20TB และที่พิเศษสุด ในโลกปัจจุบันที่ความเร็วคือสิ่งสำคัญ อาจกล่าวได้ว่า ThinkStation P620 ตัวนี้เป็น Workstation รายแรกที่รองรับ PCIe Gen 4 ซึ่งสามารถให้ความเร็วในการอ่าน และเขียน ตลอดจน Bandwidth ได้ถึง 2 เท่าของ PCIe 3.0

ในส่วนของการออกแบบ เพื่อยกระดับความเสถียรในการใช้งานเครื่อง ThinkStation P620นั้น ทางเลอโนโวและ AMD ได้ร่วมมือกันออกแบบพัฒนาชุดระบายความร้อนขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการระบายความร้อนของเครื่องโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การใช้งานโปรเซสเซอร์ขั้นสูงซึ่งมักก่อให้เกิดความร้อนในเครื่องระหว่างการทำงานนั้น จะไม่เป็นอุปสรรคต่อความเสถียรของระบบ โดยโซลูชั่นระบายความร้อนได้ถูกออกแบบ และทดสอบมาอย่างมีประสิทธิภาพ ให้สามารถรองรับการทำงานที่หนักหน่วงและยาวนาน เพื่อการทำงานที่ลื่นไหล ไม่สะดุด  และสามารถตอบสนองทุกรูปแบบและขนาดการใช้งานได้อย่างไร้ข้อจำกัดแบบ Zero Downtime

สำหรับผู้ที่สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ ThinkStation P330 และสินค้ากลุ่ม Lenovo  สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทควิกเซิร์ฟโปรไวเดอร์จำกัด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
Call Center: +66 2-496-1234
Facebook: quickserv.enterprise
Email: sales@quickserv.co.th
Website: www.quickserv.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-thinkstation-p620-the-game-changer/

เปิดตัว ThinkPad X12 Detachable โน้ตบุ๊กสเปกแรงที่ถอดคีย์บอร์ดได้

โน้ตบุ๊กแนวถอดจอได้ (detachable แบบเดียวกับ Surface) ของแบรนด์อื่นๆ หายเงียบจากตลาดไปหลายปี แต่ปี 2021 อาจเป็นปีที่โน้ตบุ๊กกลุ่มนี้กลับมาทำตลาดกันอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เราเห็น Dell Latitude 7320 Detachable เปิดตัวมาก่อนแล้ว

ฝั่ง Lenovo เองก็มี ThinkPad X12 Detachable เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่มาทำตลาดเดียวกัน โดยจุดขายของ Lenovo คือคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ และต้องการอุปกรณ์พกพาสะดวก (portable) แต่ก็ยังคงความทนทาน (durable) แบบแบรนด์ ThinkPad เอาไว้ด้วย

No Description

สเปกของ ThinkPad X12 Detachable มีดังนี้

  • หน้าจอ 12.3″ FHD+ สัดส่วน 3:2 Gorilla Glass 5
  • ซีพียู Intel Core 11th Gen สูงสุด Core i7 vPro
  • แรมสูงสุด 16GB LPDDR4x, สตอเรจสูงสุด 1TB NVMe
  • กล้องหน้า 5MP Hybrid IR, กล้องหลัง 8MP
  • รองรับ Nano SIM LTE Cat 9, มีพอร์ต Thunderbolt 4
  • แบตเตอรี่ 42 Whr ใช้งานได้ 9.98 ชั่วโมง
  • น้ำหนัก 1.1 กิโลกรัม รวมคีย์บอร์ดแล้ว
  • ผ่านมาตรฐานทางทหาร MIL-SPEC 810G

ราคาเริ่มต้น 1,149 ดอลลาร์ (ประมาณ 35,000 บาท) แต่ไม่รวมปากกา เริ่มขายเดือนมกราคม 2021

No Description

No Description

ที่มา – Lenovo (PDF)

from:https://www.blognone.com/node/120544

Lenovo เปิดตัว ThinkPad Smart Dock ใหม่ Thunderbolt 4, USB-C

Lenovo เปิดตัว ThinkPad Universal Smart Dock รุ่นใหม่ในงาน CES 2021 มี 2 รุ่น ได้แก่ ThinkPad Universal USB-C Smart Dock เชื่อมต่อผ่าน USB-C และ ThinkPad Universal Thunderbolt 4 SmartDock เชื่อมต่อด้วย Thunderbolt 4 มีประสิทธิภาพสูง ตอบโจทย์โน๊ตบุ๊คยุคใหม่ที่ตัวเครื่องบางแต่มีพอร์ตเชื่อมต่อค่อนข้างน้อย ซึ่ง Smart Dock ทั้งสองตัวนี้มีพอร์ตให้ครบครัน สามารถจ่ายกระแสไฟให้โน๊ตบุ๊คได้สูงสุด 100W อีกด้วย

ThinkPad Universal Smart Dock ทั้งสองรุ่นนั้นมีพอร์ตเหมือนกัน แตกต่างที่รุ่นหนึ่งจะเป็น USB-C ส่วนอีกรุ่นเป็น Thunderbolt 4 ที่ใช้ทั้งชาร์จไฟและเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมได้มากขึ้น มีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัย Microsoft Azure Sphere ติดตั้งมาให้ แต่รุ่น Thunderbolt 4 จะรองรับ Intel vPro ด้วย 

Lenovo

พอร์ตของ Lenovo ThinkPad SmartDock

ThinkPad SmartDock นั้นจะรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลายแบบ รวมไปถึง Wi-Fi และ Bluetooth อีกด้วย แต่ไม่มีการแจ้งในสเปคว่ารองรับที่ Wi-Fi 5 หรือ 6 รวมทั้งเวอร์ชั่น Bluetooth ซึ่งอาจจะต้องรอเลอโนโวประกาศเพิ่มเติม

ThinkPad USB C Dock 01 e1610429699249

Lenovo USB-C

ThinkPad USB C Dock 03 e1610429751787
พอร์ต ThinkPad Universal USB-C Smart Dock

ThinkPad Thunderbolt 4 Dock 01 e1610430356869 ThinkPad Thunderbolt 4 Dock 02 e1610430375804
ThinkPad Universal Thunderbolt 4 Smart Dock

ThinkPad SmartDock Thunderbolt 4 USB-C
ระบบรักษาความปลอดภัย Microsoft Azure Sphere
Intel vPro มี ไม่มี
พอร์ตเชื่อมต่อหลัก Thunderbolt 4
พร้อมสายยาว 0.7 เมตร
USB-C DP Alt Mode
พร้อมสายยาว 1 เมตร
พอร์ตภาพและเสียง DisplayPort 1.4 x 2
HDMI 2.1 x 1
Thunderbolt 4 x 1
DisplayPort 1.4 x 2
HDMI 2.0 x 1
พอร์ตของ SmartDock USB-A 3.1 Gen 2 (10Gbps) x 4 มีช่อง always-on charging 1 ช่อง

USB-C (10Gbps) x 1 ช่อง

Thunderbolt 4 (40Gbps) x 1 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

USB-A 3.1 Gen 2 (10Gbps) x 3 มีช่อง always-on charging 1 ช่อง

USB-C (10Gbps) x 1 ช่อง

USB-A 2.0 x 2 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

พอร์ตเชื่อมอินเตอร์เน็ตและระบบไร้สาย LAN RJ45
Wi-Fi
Bluetooth
LAN RJ45
Wi-Fi
Bluetooth
ความละเอียดภาพสูงสุด 8K 4K
เชื่อมต่อหน้าจอ 4K x 4 หน้าจอ
8K x 1 หน้าจอ
3 หน้าจอ
กำลังชาร์จให้โน๊ตบุ๊ค 100W 100W
ระบบปฏิบัติการที่รองรับ Windows
Linux
Chrome
macOS
Windows
Linux
Chrome
macOS

ThinkPad USB C Smart Dock 06 e1610427781689
แพ็คเกจจำหน่ายของ ThinkPad SmartDock ทั้งสองรุ่น
จากซ้าย : อะแดปเตอร์ชาร์จ 100W, สายไฟบ้าน, Thunderbolt 4 ยาว 0.7 เมตร หรือ USB-C 1เมตร, ThinkPad SmartDock

สำหรับ ThinkPad SmartDock นั้นจัดว่ามีความครบครันและรองรับการเชื่อมต่อกับหน้าจอความละเอียดสูงยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี แต่ข้อสังเกตคือไม่รองรับพอร์ตรุ่นเก่าอย่าง VGA, DVI แล้ว ซึ่งผู้ใช้ที่ต้องเชื่อมต่อกับพอร์ตรุ่นเก่านี้อาจต้องหาสายเชื่อมต่อเพิ่มเติม

ส่วนวันและราคาวางจำหน่ายจะต้องรอทาง Lenovo ประกาศในภายหลังอีกครั้ง และถ้า ThinkPad SmartDock นี้มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไหร่ ทาง Notebookspec จะรายงานข่าวให้ผู้อ่านได้ทราบในภายหลัง และสามารถอ่านบทความกับข่าวของ Lenovo ได้ที่ลิ้งก์นี้

ที่มา : Lenovo, Notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/569439-lenovo-launch-new-smartdock

Lenovo TAB P11 และ P11 Pro แท็บเล็ตสเปคคุ้ม เคาะราคาไทยแล้ว เริ่มต้น 13,990 บาท

เพิ่งจะเปิดตัว Lenovo TAB P11 แบบ Global ไปไม่กี่วันที่ผ่านมา ล่าสุดตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยก็นำแท็บเล็ตสเปคคุ้มราคาไม่แพงรุ่นนี้เข้าไทยแล้วจ้า ~ แถมรอบนี้ขนรุ่น Pro มาด้วยอีกตัว เคาะราคาเริ่มต้นไม่แพง เพียงแค่ 13,990 บาทเท่านั้น ถือว่าคุ้มสุดๆ เพราะได้ทั้งจอ 11 นิ้ว ความละเอียด 2K ใช้ปากกาได้ และลำโพงรอบเครื่อง 4 ตัว

เริ่มจากรุ่นเล็กอย่าง Lenovo Tab P11 กันก่อนเลยดีกว่า บอกเลยว่ารุ่นนี้แทบจะเป็นแท็บเล็ตสเปคคุ้มแห่งปีเลยก็ว่าได้ เพราะให้มาทั้งหน้าจอ IPS LCD ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียดจุใจที่ 2K (แต่ค่ารีเฟรชเรทยังคงเป็น 60Hz) และแม้ว่าชิปเซ็ตจะเป็นตัว Snapdragon 662 ที่ไม่ใช่ตัวท็อปหรือตัวแรง แต่ประสิทธิภาพการใช้งานทั่วไปก็ถือว่าเอาอยู่ ลื่นไหล ใช้งานได้แบบสบาย

นอกจากนี้ยังมากับลำโพง 4 ตัว รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และถ้ายังไม่พอใจกับคุณภาพเสียง ก็ยังสามารถเสียบหูฟังคู่ใจได้ เพราะเจ้า Lenovo TAB P11 นั้นมากับรูหูฟัง 3.5 มม. นั่นเอง ส่วนแบตเตอรี่ก็ให้มาแบบจุใจเช่นกัน 7,700 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จไว 20W ไม่ต้องรอนาน

สเปค LENOVO TAB P11

  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด 2K (2000 x 1200)
  • CPU : Snapdragon 662
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 128GB
  • กล้องหลัง : 13MP
  • กล้องหน้า : 8MP
  • ระบบเสียง : ลำโพง 4 ตัว, Dolby Atmos, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : LTE/4G, WiFi 6, Bluetooth 5.1, USB-C
  • แบตเตอรี่ : 7700 mAh รองรับชาร์จไว 20W
  • ระบบ Android 10

มาถึงรุ่นพี่อย่าง Lenovo TAB P11 Pro กันบ้างดีกว่า แน่นอนว่ามีคำว่า “Pro” ต่อท้าย สเปคก็น่าจะเหนือกว่ารุ่นธรรมดาอยู่พอสมควรเลยล่ะ มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ขนาด 11.5 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับการแสดงผล Dolby Vision และ ​HDR10 ชิปเซ็ตใช้เป็น Snapdragon 730G ที่ประสิทธิภาพบอกเลยว่าน้องๆ เรือธง สามารถใส่ microSD Card เพิ่มได้

ลำโพง JBL 4 ตัว รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เช่นกัน กล้องหลังมี Ultra-Wide ความละเอียด 5MP และแบตเตอรี่ขนาด 8,600 มิลลิแอมป์ ใช้งานแบบเพลินๆ ไม่ต้องชาร์จแบตบ่อยๆ

สเปค LENOVO TAB P11 PRO

  • หน้าจอ OLED ขนาด 11.5 นิ้ว ความละเอียด 2K (2560 x 1600) รองรับ Dolby Vision และ HDR10
  • CPU : Snapdragon 730G
  • GPU : Adreno 618
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง : 13MP (Wide) + 5MP (Ultrawide)
  • กล้องหน้า : 8MP + 8MP
  • ระบบเสียง : ลำโพง JBL 4 ตัว, Dolby Atmos
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านข้าง), accelerometer, proximity
  • แบตเตอรี่ : 8600 mAh
  • ระบบ : Android 10

ราคาและวันวางจำหน่าย

  • Lenovo TAB P11 (4GB+128GB) ราคา 13,990 บาท
  • Lenovo TAB P11 Pro (6GB+128GB) ราคา 20,990 บาท

โดยทั้งคู่จะเริ่มวางขายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ที่จะถึงนี้ครับ เอาไว้ใกล้ๆ เดี๋ยวเรามาช่วยเตือนความจำกันอีกทีนึง

from:https://droidsans.com/lenovo-tab-p11-series-thailand-price-official/