คลังเก็บป้ายกำกับ: Lenovo

รีวิว Lenovo Yoga Slim 7 Pro ตัวบางพกง่าย หัวใจ AMD Ryzen 9 5900HX ราคา 37,990 บาท

Lenovo Yoga Slim 7 Pro คือคำตอบว่าถ้าเครื่องบางเบาใส่ซีพียูตัวท็อปมาแล้วจะดีขนาดไหน?

lenovo yoga slim 7 pro cover

ถึง Lenovo Yoga Slim 7 Pro จะใช้ชื่อร่วมกับ Yoga รุ่นอื่นที่มีขายภายในบริษัทก็ตาม แต่สำหรับรุ่นที่มีคำว่า Slim ห้อยตามมาด้วยจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมงานประกอบดี แข็งแรงและให้สเปคระดับพร้อมทำงานเอกสารยาวไปจนงานเขียนโค้ดที่ต้องใช้ซีพียูประสิทธิภาพสูงช่วยประมวลผลก็สามารถทำได้สบาย ๆ แค่แลกกับการพับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตไม่ได้เท่านั้น ซึ่งใครที่มองหาโน๊ตบุ๊คกลุ่มพรีเมี่ยมที่งานประกอบดีสเปคคุ้มค่าราคาช่วง 3-4 หมื่นบาทล่ะก็ นี่คือรุ่นที่เป็นตัวเลือกที่ดีมากรุ่นหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามแม้แต่น้อย

นอกจากสเปคและงานประกอบจะดีในระดับเทียบชั้นกับโน๊ตบุ๊คพรีเมี่ยมหลาย ๆ แบรนด์ได้สบาย ๆ แล้ว ฟีเจอร์ที่ทาง Lenovo ใส่มาให้ในเครื่องก็ถือว่าคุ้มเกินตัวและช่วยให้ทำงานได้สะดวก เช่น การปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า, มี Windows 10 Home พร้อมกับ Microsoft Office Home & Student 2019 รวมทั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้วก็มีความละเอียดสูงสวยคมมาก ระดับ 2.8K (2880×1800 พิกเซล) เป็นจอ Dolby Vision กับลำโพง Dolby Atmos ที่ให้เสียงดังและมิติเสียงถือว่าดีทีเดียว นับว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพียงไม่กี่รุ่นที่ให้ฟีเจอร์คุ้มอัดแน่นมาเต็มเครื่องระดับนี้

Lenovo Yoga Slim 7 Pro

NBS Verdict

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05886

สำหรับ Lenovo Yoga Slim 7 Pro ที่สเปคใส่มาให้แบบจัดเต็มทั้งซีพียูตัวท็อปของ AMD, M.2 NVMe ความจุ 1TB พร้อม Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 กับหน้าจอความละเอียดสูงสุดคมนั้น จะคุ้มกับราคา 37,900 บาทหรือเปล่า ณ จุดนี้ผู้เขียนสามารถพูดได้เต็มปากว่าถ้าคุณตั้งใจจะซื้อโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมโดยมีงบประมาณ 3-4 หมื่นบาทอยู่ในมือ และรู้กันว่าในระดับราคานี้นอกจากแก๊งค์โน๊ตบุ๊ค Windows 10 ด้วยกันกับคู่แข่งต่างระบบปฏิบัติการอีกรุ่นหนึ่งที่ราคาไล่เลี่ยกัน ก็อาจจะให้สเปคได้ไม่สุดเท่าเครื่องนี้ก็ได้ ซึ่งถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คเครื่องที่คุ้มแบบหายห่วงล่ะก็ Lenovo เครื่องนี้จัดว่าน่าสนใจมาก

ต่อให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จะคุ้มและดีแค่ไหนก็ยังมีจุดสังเกตเหมือนกัน แต่เป็นแค่เพียงส่วนเล็กน้อยที่ยังพอแก้ไขได้ โดยหลัก ๆ คือหน้าจอของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro ตัวนี้จะเป็นหน้าจอกระจก ไม่ได้เป็นจอกันแสงสะท้อนเหมือน Yoga Slim 7i Pro ที่เป็นหน้าจอด้าน ซึ่งถ้าใครนั่งทำงานในที่ที่มีแสงสะท้อนหน้าจอได้ง่าย ผู้เขียนก็ขอแนะนำว่าให้หาที่นั่งใหม่เพื่อหลบแสงสะท้อนสักหน่อย จะลดปัญหาเรื่องแสงสะท้อนจากหน้าจอเข้าตาได้ อีกจุดคือเรื่องการลดแสงหน้าจอให้น้อยที่สุดแทนที่จะพอมีเงาให้พอเห็นภาพบนหน้าจอบ้าง แต่กลายเป็นหน้าจอมืดเหมือนสั่ง Shutdown เครื่องไปแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนเข้าใจได้ง่าย ๆ แต่ถ้าทำความเข้าใจกับส่วนนี้ได้ล่ะก็ ต้องถือว่า Yoga Slim 7 Pro เครื่องนี้น่าใช้งานมาก

จุดเด่นของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro
  1. ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX กับการ์ดจอ AMD Radeon Graphics มีสเปคที่แรงมาก สามารถรันโปรแกรมที่กินทรัพยากรต่าง ๆ ได้สบาย ๆ ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
  2. หน้าจอมีความละเอียดสูงมากถึง 2.8K และมีขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB อีกด้วย ทำให้ภาพบนหน้าจอคมชัดสวยงามมาก
  3. ลำโพง Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมิติเสียงและเบสฟังเพลงกำลังสนุก มีซอฟท์แวร์ของทาง Dolby ที่ปรับแต่ง Equalizer ได้ตามความชอบ
  4. พอร์ตเป็น USB-C 3.2 Gen 2 Full-Function ใช้รับส่งข้อมูล, ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่กลับให้ตัวเครื่องได้ทั้ง 2 พอร์ต และมี USB-A 3.2 Gen 1 ติดตั้งมาให้ใช้อีก 1 ช่อง ทำให้ต่ออุปกรณ์ที่ต้องใช้ USB-A ได้โดยไม่ต้องใช้สายแปลง
  5. การจัดการพลังงานทำได้ค่อนข้างดี แม้จะเป็นซีพียูแบบประสิทธิภาพสูงรหัส HX แต่ก็ใช้ทำงานต่อเนื่องได้นานสุดร่วม 9 ชั่วโมง
  6. ติดตั้งกล้อง IR Camera มาให้ใช้สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง ช่วยให้ปลดล็อคเครื่องได้สะดวก และระบบสแกนหน้าทำงานได้รวดเร็วมาก
  7. ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม แข็งแรง งานประกอบแน่นหรูหราและเบาเพียง 1.32 กิโลกรัม พกพาง่าย
  8. มี Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์ทำงานมาติดตั้งเพิ่ม
  9. การ์ดจอออนบอร์ดของ AMD Ryzen 9 5900HX มีประสิทธิภาพสูง เล่นเกมออนไลน์ต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหลไม่มีปัญหา
  10. ปุ่ม Fn ตรง F1-F12 ติดตั้งฟีเจอร์สำคัญมาให้ครบครัน เอื้อกับการทำงานทั้งปุ่มกดเปิด Settings หรือปุ่มแคปภาพหน้าจอ หรือแม้แต่ปุ่มเรียกเครื่องคิดเลข เอื้อการทำงานเป็นอย่างมาก
  11. ตัวเครื่องระบายความร้อนได้ดีมาก แม้จะติดตั้งซีพียูรุ่นประสิทธิภาพสูงของ AMD มาให้แต่ยังคุมอุณหภูมิสูงสุดได้ไม่เกิน 85 องศา สามารถทำงานหนักต่อเนื่องได้สบาย ๆ
ข้อสังเกตของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro
  1. เวลาลดแสงหน้าจอให้น้อยสุดแล้วหน้าจอค่อนข้างมืดเกินไปจนมองเห็นได้ลำบาก แนะนำให้เปิดความสว่างต่ำสุดเอาไว้เล็กน้อยจะดีกว่า
  2. หน้าจอเป็นกระจกเลยสะท้อนแสงไฟได้ง่าย เวลาทำงานแนะนำให้หามุมที่แสงไม่ตกกระทบหน้าจอเพราะอาจจะสะท้อนเข้าตาแล้วรบกวนการทำงานได้
  3. พอร์ตค่อนข้างน้อยและไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อหน้าจอโดยเฉพาะเช่น HDMI ติดตั้งมาด้วย ต้องต่ออแดปเตอร์แยกให้ต่อกับสายหน้าจอต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
  4. ไม่มีปุ่มล็อคการทำงานทัชแพด ทำให้เวลาทำงานแล้วบางครั้งเมาส์เลื่อนเองโดยไม่ตั้งใจ

รีวิว Lenovo Yoga Slim 7 Pro

Specification

yoga slim 7 pro

Lenovo Yoga Slim 7 Pro รุ่นนี้จะมีจุดเด่นหลัก ๆ คือตัวเครื่องขนาด 14 นิ้ว แต่ความละเอียดสูงถึง 2.8K, ลำโพง Dolby Atmos ที่ให้เสียงแน่นกระหึ่ม และมี Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งมาให้ในตัว ใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 รุ่นใหม่ ซึ่งจัดว่าแรงมาก และโน๊ตบุ๊คในระดับราคานี้จะไม่ค่อยได้เจอรุ่นที่ใช้ซีพียูระดับสูงสุดแบบนี้บ่อย ๆ นัก

สเปคใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX รุ่นประสิทธิภาพสูงแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6 GHz สามารถรันโปรแกรมที่กินทรัพยากรเครื่องหนัก ๆ ได้สบาย ๆ ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 8 คอร์ ซึ่งประสิทธิภาพดีสามารถทำงานกราฟฟิคและเล่นเกมได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว มี SSD แบบ M.2 NVMe 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ใช้ทำงาน ส่วนแรมเป็นออนบอร์ด ความจุ 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800 พิกเซล) เป็นจอ Dolby Vision ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 90 Hz อัตราส่วน 16:10 ซึ่งเวลาทำงานหรือเล่นเกมจะให้ภาพลื่นไหลต่อเนื่องกว่าจอทั่วไป เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.32 กิโลกรัมเท่านั้น

สเปคของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro
  • ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 8 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe 1TB
  • แรมออนบอร์ดความจุ 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800 พิกเซล) เป็นจอ Dolby Vision ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 90 Hz อัตราส่วน 16:10
  • ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.1
  • น้ำหนักเครื่อง 1.32 กิโลกรัม
  • ราคา 37,900 บาท (Advice)

Hardware & Design

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05847

ดีไซน์ของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro จะใช้ดีไซน์แชร์ร่วมกันในซีรี่ส์ Yoga Slim ทั้งรุ่นซีพียู Intel และ AMD ซึ่งดีไซน์รวม ๆ แล้วจะเหมือนกันแทบทั้งหมด ถ้าไม่เปิดหน้าจอขึ้นมาดูสติกเกอร์หรือดูตัวหน้าจอจะแยกไม่ออกเลยทีเดียว วัสดุทำตัวเครื่องจะเป็นบอดี้อลูมิเนียมทั้งตัวเน้นความเรียบหรู ส่วนตัวเครื่องมีให้เลือกสองสีคือขาวหรือสีเทา สังเกตว่าที่ขอบตัวเครื่องด้านบนจะมีติ่งเลยขึ้นมาเล็กน้อย

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05902

โดยติ่งเหนือหน้าจอนั้นจะยิงเลเซอร์เป็นคำว่า Yoga 7 Series เอาไว้ เป็นราบละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ตัวเครื่องดูดีและใช้บอกซีรี่ส์ของตัวเครื่องอีกด้วย เป็นการใส่ใจรายละเอียดการออกแบบตัวเครื่องได้ดีทีเดียว ตอนกางหน้าจอเปิดเครื่องก็ใช้นิ้วเดียวเกี่ยวดึงจากติ่งยื่นตรงนี้ได้

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05853

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05854
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05855
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05878

ส่วนของฝาหลังตัวเครื่องจะเป็นดีไซน์เรียบ ๆ ติดโลโก้คำว่า YOGA เอาไว้ที่มุมบนซ้ายมือด้านหลังเครื่อง และมีแผ่นอลูมิเนียมติดคำว่า Lenovo เอาไว้ตรงมุมล่างขวา และมีอีกจุดที่มุมล่างขวาของตรงที่วางข้อมือฝั่งขวาด้วย 

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05857

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05858
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05892

 

ด้านใตัตัวเครื่องจะเป็นช่องดูดลมเข้าไประบายอากาศขนาดใหญ่ 1 แผงยาว มีแถบยางรองใต้เครื่อง 3 จุด คือแถบยาวด้านบนหนึ่งเส้นที่เว้าตรงกลางเข้าไประดับพอดีมือ ทำให้จับแล้วมั่นใจไม่หลุดมือง่าย ๆ กับด้านล่าง 2 ฝั่งซ้ายขวาใกล้ ๆ กับลำโพงทั้งสองข้าง ซึ่งการเว้นตรงกลางให้เว้าเข้าไปเล็กน้อยช่วยให้จับถือเครื่องได้ถนัดมือขึ้นจริง ดังนั้นถ้าใครชอบย้ายที่นั่งทำงานหรือต้องพกโน๊ตบุ๊คเข้าประชุมอยู่เป็นระยะ ๆ ก็สามารถยกเครื่องไปไหนมาไหนได้ง่ายขึ้น

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05851

ส่วนตัวเครื่อง Yoga Slim 7 Pro ถึงจะพับหน้าจอกลับระดับ 360 องศาไม่ได้ก็ตาม แต่ก็ยังกางได้แบนราบ 180 องศา เหมือนกับโน๊ตบุ๊คของ Lenovo หลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน ตอบโจทย์ทั้งกางเครื่องแชร์หน้าจอบนโต๊ะให้เพื่อนเห็นภาพบนหน้าจอด้วยกัน หรือจะวางบนที่วางโน๊ตบุ๊คแล้วต่อจอเสริมนั่งทำงานก็กางหน้าจอให้เข้ากับมุมการมองเห็นได้สะดวกทีเดียว

Keyboard & Touchpad

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05866

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05865
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05862

คีย์บอร์ดของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro จะเป็นไซซ์ปกติของโน๊ตบุ๊ค 14 นิ้ว เทียบกับคีย์บอร์ดแยกทั่วไปจะเท่ากับคีย์บอร์ดแบบ Tenkeyless ทรงของปุ่มจะเป็นแบบโค้งตรงส่วนด้านล่างของปุ่มแบบโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นของทาง Lenovo และมีไฟ LED Backlit แบบลอดตัวอักษรและด้านข้างของปุ่ม สามารถกด Fn+Spacebar เพื่อปรับแสงสว่างได้ 3 ระดับ คือ ปิด, เปิดแบบสว่างน้อยและสว่างมาก โดยส่วนตัวผู้เขียนที่ใช้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้เป็นเครื่องหลักแต่เป็นสเปค Intel แนะนำว่าถ้าใช้งานในที่แสงน้อยก็เปิดความสว่างน้อยก็สว่างเพียงพอมองเห็นชัดเจนแล้ว

สัมผัสการพิมพ์ของปุ่มคีย์บอร์ดจะเป็นปุ่มแบบเตี้ยตามสไตล์โน๊ตบุ๊คบางเบา แต่ก็ตอบสนองได้เร็วทันใจ แค่กดพิมพ์แบบเบา ๆ ตัวปุ่มก็ทำงานแล้ว ถ้าใครพิมพ์สัมผัสได้และชอบกดคีย์บอร์ดเร็ว ๆ ล่ะก็ ปุ่มคีย์บอร์ดของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro ก็ถือว่าพิมพ์ได้สนุกดีทีเดียว

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05868

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05867
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05873

ส่วนการดีไซน์ตัวปุ่มนั้น จะมีไฟแสดงสถานะติดอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือตรงปุ่ม Cap Lock ที่เป็นมาตรฐานหนึ่งจุดและปุ่ม Esc ที่ถ้ากดแล้วจะกลายเป็นปุ่ม FnLock คือ สลับการทำงานที่ปุ่ม Function ให้กลับมาเป็น F1-F12 ไม่ต้องกด Fn ค้างก่อนกดปุ่มที่ต้องการ ถ้าไฟดับอยู่จะเป็นปุ่ม Function เหมือนปกติ

ส่วนปุ่มฟังก์ชั่นตรงปุ่มลูกศรก็ออกแบบวางคำสั่งได้ดีทีเดียว โดยถ้ากดขึ้นลงซ้ายขวาก็จะทำงานตามปกติ แต่ถ้ากด Fn ร่วมด้วย ลูกศรขึ้นจะกลายเป็น Page Up และลงเป็น Page Down ส่วนลูกศรซ้ายเป็น Home และขวาเป็น End เอาไว้เลื่อนไปยังด้านบนหรือด้านล่างสุดของเนื้อหาที่หน้ากระดาษนั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05870

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05871
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05872

ส่วนปุ่ม F1-F12 นั้นจะรวมกับปุ่ม Function อยู่เหมือนโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่น แต่โดย Lenovo ตั้งค่าไว้ว่าถ้ากดลงไปตรง ๆ จะเป็นปุ่ม Function ที่ตั้งค่าเอาไว้ ส่วน F1-F12 ต้องกด Fn ค้างเอาไว้ก่อนค่อยกด ถ้าต้องการสลับค่าให้ปุ่ม Function ที่ตั้งค่าไว้ต้องกด Fn ค้างเอาไว้ก่อนกด สามารถทำได้ 2 วิธี คือ กด Fn Lock ที่ปุ่ม Esc หรือไปสลับการตั้งค่าใน BIOS ก็ได้เช่นกัน

ส่วนปุ่ม Function ที่ทาง Lenovo ตั้งค่าเอาไว้ที่ F1-F12 จะมีฟังก์ชั่นการทำงานดังนี้

  • F1-F3 – ใช้ปิดเปิด, หรี่หรือเร่งเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดหรือเปิดไมโครโฟน
  • F5-F6 – หรี่หรือเร่งความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project เอาไว้ตั้งค่าหน้าจอหลักและหน้าจอเสริม
  • F8 – Airplane mode
  • F9 – รูปเฟืองเอาไว้เปิด Windows Settings ขึ้นมาใช้
  • F10 – ปุ่ม Lock Screen ทำงานเหมือนกดปุ่ม Windows+L 
  • F11 – ปุ่มสลับแท็บเหมือนกด Alt+Tab แต่สะดวกกว่าเพราะกดปุ่มเดียวเท่านั้น
  • F12 – เรียกเครื่องคิดเลขของ Windows ขึ้นมาใช้งานทันที
  • Insert – โลโก้รูปดาวมีตัว S เป็นปุ่มเฉพาะของโน๊ตบุ๊ค Lenovo เรียกว่า “Super key” กดแบบปกติจะเรียก Lenovo Vantage ถ้าดับเครื่องแล้วกดจะเป็นปุ่ม Novo button เอาไว้กดเรียกตั้งค่าพื้นฐาน, ตั้งค่า BIOS หรือ Boot หน้า System Recovery ขึ้นมาใช้เมื่อเครื่องมีปัญหา
  • PrtScn – รวมคำสั่งบันทึกภาพหน้าจอ ถ้ากดตรง ๆ จะเรียก Snipping Tool ของ Windows ขึ้นมาแคปภาพบนจอได้ ส่วนถ้ากด Fn ไว้ด้วยจะเป็น Print Screen

ส่วนตัวผู้เขียนชอบการตั้งค่าคีย์บอร์ดที่เน้นเอื้อการทำงานของทาง Lenovo ที่เซ็ตให้ Lenovo Yoga Slim 7 Pro และในซีรี่ส์นี้ เพราะเซ็ตเป็นปุ่มที่ได้ใช้งานจริงบ่อย ๆ โดยเฉพาะปุ่มล็อคเครื่องที่กดปุ่มเดียวล็อคเครื่องทันที ทั้งสะดวกและช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวได้ดี และปุ่ม PrtScn ที่เซ็ตเป็นปุ่มลัดไว้เรียก Snipping Tool ขึ้นมา ถือว่าออกแบบปุ่มทางลัดให้เรียกใช้งานได้สะดวก 

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05877

ส่วนของทัชแพดจะเป็นดีไซน์ซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวา เป็นผืนขนาดใหญ่และกว้างทำให้ลากเคอร์เซอร์เมาส์ไปมาทั่วหน้าจอได้ทั่วและรวดเร็ว การตอบสนองต่าง ๆ ทำได้ดี แต่ผู้เขียนขอตั้งจุดสังเกตเอาไว้ว่าเครื่องนี้ไม่มีปุ่ม Function สำหรับเปิดปิดการทำงานของทัชแพด เวลาวางมือพิมพ์งานแล้วบางครั้งอุ้งมือนาบกับแป้นทัชแพดจนเผลอกดปุ่มโดยไม่ตั้งใจอยู่บ้าง ถ้า Lenovo จะเปิดตัว Yoga Slim 7 Pro Series รุ่นใหม่ แนะนำให้เพิ่มปุ่ม Function ล็อคทัชแพดมาด้วย 

Screen & Speaker

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05883

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05884
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05885

หน้าจอของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro มีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียดสูง 2.8K (2880×1800 พิกเซล) อัตราส่วน 16:10 เป็นจอ Dolby Vision ที่ให้สีสันสวยงามและภาพคมชัดมาก เวลาเปิดเอกสาร, ดูหนังหรือเปิดเว็บทำงานแล้วจะได้ภาพคมชัด และ Lenovo เคลมไว้ว่าหน้าจอตัวนี้มีขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB อีกด้วย และขอบหน้าจอจะบางมาก ทำให้มีพื้นที่มองเห็นกว้าง

ขอบบนของหน้าจอที่มีติ่งตัวเครื่องเลยออกมาเป็นแผงกล้องหน้ากับกล้อง IR Camera เอาไว้สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่อง ทำงานกับ Windows Hello ซึ่งสามารถสแกนแล้วปลดล็อคเครื่องได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมาก แค่กางหน้าจอแล้วตัวกล้อง IR จะกระพริบไฟสีแดงหนึ่งดวงเพื่อสแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้เลย 

s1 5

s2 5
s3 4
s4 4

ส่วนขอบเขตสีบนหน้าจอของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro เมื่อทดสอบวัดค่าด้วย Spyder5Elite แล้ว ขอบเขตสีบนหน้าจอจะอยู่ที่ 92% sRGB, 74% AdobeRGB และ 77% DCI-P3 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่ Lenovo เคลมเอาไว้ที่หน้าเว็บไซต์ ซึ่งขอบเขตสีระดับนี้สามารถใช้ทำงานแต่งภาพทำสีต่าง ๆ ได้สบาย ๆ 

แต่จุดน่าสังเกต คือความสว่างบนหน้าจอเมื่อแบ่งพื้นที่เป็นตาราง 9 ช่อง จะเห็นว่าความสว่างของหน้าจอจะไล่จากมุมบนซ้ายสว่างสุดไปล่างขวาแล้วจะมืดสุด โดยพื้นที่ที่ค่อนข้างมืดบนหน้าจอจะอยู่ขอบล่างของหน้าจอทั้งหมดและมุมขวาล่างกับกลางของหน้าจอ ดังนั้นถ้าต้องการแต่งภาพทำสี แนะนำให้ระวังโซนดังกล่าวที่มืดกว่าปกติด้วย จะได้ไกด์สีได้ถูกต้องไม่เพี้ยนเกินไป

ส่วนการทดสอบค่า Delta-E จะได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.33 ซึ่งถ้ายิ่งน้อยก็ถือว่ายิ่งดี และถ้าใกล้เคียงหรือต่ำกว่า 2 ก็จัดเป็นหน้าจอสำหรับครีเอเตอร์ที่เอาไว้ทำงานอาร์ตและแต่งภาพได้เลย ซึ่ง Lenovo Yoga Slim 7 Pro ตัวนี้ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว

ส่วนสรุปคะแนนของหน้าจอนี้ จะได้คะแนนรวมไป 4 จาก 5 คะแนน แต่ถ้าสังเกตแยกคะแนนแล้วจะเห็นว่าคะแนน Contrast จะดีที่สุดที่ 5 คะแนนเต็ม ตามด้วยคะแนน Gamut (ขอบเขตสี), Tone Response (การตอบสนองต่อโทนสี) และ Color Uniformity (ความสม่ำเสมอของสี) จะได้ 4.5 จาก 5 คะแนนเลยทีเดียว ดังนั้นเรื่องสีสันและความสวยงามก็ถือว่าไว้ใจได้เลย 

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05861
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05860

สำหรับลำโพงที่ติดตั้งมาให้ จะเป็นลำโพง 2W x 2 ตัว ของ Harman และทาง Dolby จัดการปรับแต่งเสียงให้ เป็นลำโพงแบบ Dolby Atmos ที่ให้มิติเสียงในระดับที่ดี มีเนื้อเสียงและเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้ในระดับที่ค่อนข้างดีทีเดียว เหมาะกับเพลงป็อบ, แจ๊ส และพอฟังเพลงร็อคได้ระดับหนึ่ง แต่เสียงเบสถือว่ามีในระดับหนึ่งแค่พอฟังเพลง EDM บีตหนัก ๆ ได้แบบเสียงไม่บางเกินไป โดยส่วนตัวถ้าอยากได้เสียงเบสที่หนักแน่นแนะนำให้ต่อลำโพงแยกดีกว่า แต่โดยส่วนตัวแล้ว ถือว่าลำโพงติดเครื่องของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro ก็เป็นลำโพงที่ดีชุดหนึ่ง

dolby atmos

นอกจากนี้ถ้าใครต้องการปรับจูนเสียงลำโพงให้มีมิติและเข้ากับสไตล์การฟังเพลงหรือเล่นเกมของเรา สามารถเปิดโปรแกรม Dolby Atmos ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องเพื่อจูนเสียงได้ โดยตัวโปรแกรมจะมีแท็บด้านบนแยกเป็น Dynamic, Movie, Music, Game, Voice โดยเราสามารถเลือกเปลี่ยนโปรไฟล์เสียงได้ตามสื่อที่กำลังชมอยู่ได้ และเลือก Equalizer ที่ Dolby ตั้งค่ามาแล้วได้ 3 แบบ แยกเป็น Detailed ที่เก็บรายละเอียดเสียงได้ครบเครื่องและเยอะ, Balanced ที่ได้เสียงสมดุลย์และ Warm ที่โทนเสียงจะนุ่มอุ่นขึ้น ซึ่งถ้าใครแต่ง Equalizer เองไม่เก่งก็มากดเปลี่ยนโทนเสียงที่หน้านี้จะง่ายสุด ส่วนของหน้า Personalize จะเป็นหน้า Equalizer ที่ถ้าใครปรับเสียงเองเป็นก็ทำแก้ที่หน้านี้ได้เลย

Connector / Thin & Weight

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05890
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05891

ส่วนของพอร์ตรอบตัวของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro และในซีรี่ส์ด้วยกันต้องถือว่าให้พอร์ตมาค่อนข้างน้อย โดยด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็น USB-C 3.2 Gen 2 Full-Function x 2 ช่อง รองรับการรับส่งไฟล์ด้วยความเร็ว USB 3.2 Gen 2 และ Power Delivery 3.0 และต่อหน้าจอแยกเป็น DisplayPort 1.4 ได้ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่ใช้ซีพียู Intel จะเป็น Thunderbolt 4 x 2 ช่องแทน ซึ่งจริง ๆ แล้วนับว่าประสิทธิภาพกรใช้งานก็ไล่เลี่ยกัน

ด้านขวาของเครื่องจากซ้ายมือเป็นพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. กับ USB-A 3.2 Gen 1 และปุ่ม Power ซึ่งการมีพอร์ต USB-A ทำให้ต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น แฟลชไดรฟ์หรือ External SSD ฯลฯ ได้สะดวกขึ้น แต่เพราะว่าเครื่องนี้ไม่มีพอร์ตสำหรับต่อหน้าจอเสริมติดตั้งมาให้ ดังนั้นถ้าใครอยากต่อจอเสริมหรือพอร์ตอื่น ๆ ล่ะก็ แนะนำให้ซื้อ USB-C Multiport adapter เตรียมเอาไว้ 1 อันเพื่อเพิ่มพอร์ตที่จำเป็นต้องใช้อันอื่น ๆ เอาไว้ใช้งาน

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05887
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05889
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05843
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05844

สำหรับมิติตัวเครื่องด้านหน้าและหลังจะดูเรียบ ๆ และตัวเครื่องดีไซน์ด้านใต้เครื่องให้เฉียงเข้าเพื่อความเรียวสวยจับถือง่าย เมื่อวัดความหนาด้วยเวอร์เนียดิจิตอลแล้ว ส่วนด้านหน้าเครื่องแถบเดียวกับทัชแพดจะหนาราว 14.5 มม. ส่วนด้านหลังเครื่องหนาราว 17.1 มม.

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05840

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05842
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05841

ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอย่างเดียว อยู่ที่ 1.41 กิโลกรัม ส่วนอแดปเตอร์หนัก 391 กรัม รวมทั้งหมดหนัก 1.80 กิโลกรัม ถ้าเทียบแล้วน้ำหนักตัวเครื่องเมื่อเทียบกับที่ Lenovo เคลมเอาไว้ว่า Lenovo Yoga Slim 7 Pro จะหนักราว 1.32 กิโลกรัมนั้น ถือว่าเครื่องนี้หนักกว่าที่เคลมไว้เพียง 0.09 กิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่พกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายรุ่นหนึ่ง

โดยส่วนตัว ผู้เขียนแนะนำว่าไหน ๆ เมื่อมีพอร์ต USB-C Power Delivery ติดตั้งเอาไว้ถึง 2 พอร์ตแล้ว แนะนำให้เอาอแดปเตอร์ที่มากับเครื่องวางไว้ที่ออฟฟิศแล้วหาซื้อปลั๊ก USB-C ที่กำลังวัตต์สูงราว 65 วัตต์กับสาย USB-C to C อีกเส้นหนึ่งเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คแทน แล้วใช้ชาร์จมือถือได้ด้วย ช่วยให้เราไม่ต้องพกอแดปเตอร์ติดเครื่องให้หนักและพะรุงพะรังด้วย 

Performance & Software

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05874

cpu z 1 1
cpu z 2 1

สเปคของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro ต้องจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่แรงเหลือเฟือรุ่นหนึ่ง เพราะใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6 GHz และเป็นสถาปัตยกรรม AMD Zen 3 รุ่นใหม่ล่าสุดอีกด้วย โดยตัวซีพียูก็รองรับชุดคำสั่ง (Instructions) สำคัญครบถ้วน มีค่า TDP 45W เมื่อเช็คด้วย CPU-Z มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ใส่มาให้แบบออนบอร์ดเพื่อให้ตัวเครื่องบางที่สุด แต่ปริมาณแรมที่ติดตั้งมาให้ก็มีมากเพียงพอใช้ทำงานทั่วไปได้สบาย ๆ

gpu z 1 1
gpu z 2 1

การ์ดจอของ Yoga Slim 7 Pro จะเป็นการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ ไม่มีการ์ดจอแยกติดตั้งมาให้เพื่อให้ใช้งานทั่วไปอย่างการตัดต่อแต่งภาพ ดูหนังฟังเพลงหรือพอเล่นเกมออนไลน์ได้บ้าง ไม่ได้เน้นเรื่องการเล่นเกมเป็นหลัก

part inside

เมื่อดูชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่อง จะมีชิป TPM 2.0 ที่จำเป็นกับการอัพเดทเป็น Windows 11 ติดตั้งมาให้แล้ว ใช้ Wi-Fi 6 การ์ด Intel AX200 คลื่น 160MHz มีเสาสัญญาณแบบ 2×2 รับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว และเชื่อมต่ออุปกรณ์ชิ้นอื่น ๆ ได้ด้วย Bluetooth 5.2 

ssd 6

ส่วน SSD แบบ M.2 NVMe ที่ติดตั้งมาในเครื่องจะเป็น SKHynix รุ่น HFS001TDE9X084N ซึ่งเป็นตัว OEM จากเกาหลีคุณภาพดี เมื่อวัดความเร็วด้วย CrystalDiskMark แล้ว ความเร็ว Sequential Read อยู่ที่ 3,565 MB/s และ Sequential Write ที่ 3,274 MB/s จัดว่าเร็วและรันเปิดโปรแกรมขนาดใหญ่ได้ภายในเวลาสั้น ๆ โดยส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน M.2 NVMe ตัวนี้เลย เพราะมันรับส่งข้อมูลได้เร็วระดับแนวหน้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คพรีเมี่ยมหลาย ๆ รุ่นแล้ว เพียงแค่คอยระวังพื้นที่ใน SSD ไม่ให้เกิน 80% เพื่อถนอมอายุการใช้งานก็พอ

3dmark 1

ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดจอออนบอร์ดด้วย 3DMark Time Spy แล้ว จะได้คะแนนอยู่ที่ 1,387 คะแนน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีแล้วสำหรับการ์ดจอออนบอร์ดที่เน้นเรื่องการใช้งานทั่วไปอย่างการแสดงผล, ทำงานแต่งภาพทั่วไปหรือดูหนังความละเอียดสูงได้ ไม่เน้นการเล่นเกมนัก ซึ่งคะแนนต้องถือว่าอยู่ในระดับสูงจับกลุ่มกับการ์ดจอออนบอร์ดของ Intel รุ่นบน ๆ ได้สบาย ๆ

pcmark10

ส่วนการทดสอบ PCMark 10 ที่เช็คว่าเครื่องนี้สามารถใช้ทำงาน, เปิดเว็บไซต์, คลายไฟล์ Zip และแต่งภาพได้ดีหรือเปล่า ซึ่งคะแนนรวมที่ได้นั้นอยู่ที่ 5,520 คะแนน ซึ่งถ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนได้คะแนนเฉลี่ยเกิน 5,000 คะแนนเมื่อไหร่ แปลว่าเครื่องนั้นสามารถทำงานได้ไหลลื่นแน่นอน

ถ้าดูคะแนนเฉลี่ยแยกทีละส่วนอย่าง Essential ที่เป็นการใช้งานหลักเช่นการท่องเว็บไซต์หรือเปิดปิดโปรแกรมต่าง ๆ จะได้สูงสุดถึง 8,984 คะแนน รองลงมาเป็นกลุ่ม Productivity อย่างการทำงานเอกสารอย่าง Word หรือ Excel จะได้ 7,986 คะแนน ซึ่งถือว่ายังสูงมากอยู่ ดังนั้นการทำงานออฟฟิศต้องนับว่า Lenovo Yoga Slim 7 Pro ถือว่าผ่านโดยไม่ต้องสงสัย อาจจะน้อยลงมาหน่อยหนึ่งในส่วนคะแนนรวมของ Digital Content Creation อย่างการแต่งภาพตัดต่อวิดีโอที่รวมได้ 6,361 คะแนน แต่ก็ยังถือว่าสูงและใช้โปรแกรมอย่าง Adobe Photoshop ได้สบาย ๆ

affinity photo

ส่วนการทดสอบด้วย Affinity Photo ที่เป็นโปรแกรมแต่งภาพเหมือนกับ Adobe Photoshop ดูแล้ว จะเห็นว่าคะแนน Vector (Multi CPU) นั้นทำได้ 1,892 คะแนน นับว่าซีพียูนั้นสามารถทำงานด้านการตัดต่อแต่งภาพได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน ส่วนการทดสอบ Raster (Single GPU) ที่เอาไว้ทดสอบว่าการ์ดจอใช้ทำงานกราฟฟิคได้ดีหรือเปล่า ก็ได้ที่ 2,247 คะแนน ต้องนับว่าอยู่ระดับที่สูงแล้ว ดังนั้นถ้าเอาไปทำงานแต่งภาพอย่าง Photoshop หรือ Lightroom ก็สามารถทำงานได้เร็วลื่นอย่างแน่นอน

yoga slim 7 pro 1

ถึงจะเป็นการ์ดจอออนบอร์ด ผู้เขียนเองก็อยากทราบประสิทธิภาพของการ์ดจอออนบอร์ดของ AMD Ryzen ยุคใหม่ว่าประสิทธิภาพดีระดับไหน ก็ได้ทดสอบการเล่นเกมโดยปรับกราฟฟิคระดับ Low และลดความละเอียดหน้าจอลงมา 1080p แล้วทดลองเล่นเกมออนไลน์กับ Resident Evil Village เป็นตัวแทนของเกม AAA ในปัจจุบันดูด้วย

จากคะแนนทั้งหมด จะเห็นว่าเกมออนไลน์ต่าง ๆ ทั้ง DotA 2, Valorant หรือแม้แต่ PUBG เองก็สามารถทำเฟรมเรทได้สูงทีเดียว แต่สำหรับ PUBG เวลาปะทะในบางช่วงจะเฟรมเรทลดลงมาเล็กน้อยแต่ก็ยังเฉลี่ยระดับ 38 เฟรมทีเดียว ส่วนจุดสังเกตนั้นจะอยู่ที่ Genshin Impact ที่เป็นเกม Open world ซึ่งเฟรมเรทจะเฉลี่ยช่วง 29 เฟรมต่อวินาที เพราะว่าตัวฉากจะมีรายละเอียดที่ต้องโหลดและเรนเดอร์อยู่ระดับหนึ่งบางจังหวะก็จะเฟรมเรทลดลงนิดหน่อย แต่ตอนเล่นจริงแล้วไม่เจอปัญหาเรื่องอาการกระตุกเลย ดังนั้นถ้าซื้อเครื่องนี้ใช้งานแล้วอยากลงเกมออนไลน์ไว้เล่นแก้เบื่อเล็กน้อยก็สามารถโหลดมาลงได้เลย ซึ่งสามารถเล่นได้แน่นอน

ส่วน Resident Evil Village ที่เป็นตัวแทนเกม AAA ในปัจจุบันนี้ เมื่อลองปรับกราฟฟิคลงมา Low และลดตัวลบรอยหยักลงไปบ้าง ก็ได้เฟรมเรทระดับที่เล่นเกมนี้ได้สบาย ๆ โดยต่ำสุดอยู่ที่ 26 เฟรม สูงสุด 51 เฟรมและเฉลี่ย 36 เฟรมต่อวินาที ถือว่าความลื่นนั้นอยู่ระดับที่เล่นเกมนี้ได้สบาย ๆ และภาพในเกมก็ถือว่าเห็นสวยคมชัด ซึ่งอาจจะลดรายละเอียดเรื่องแสงเงากับรายละเอียด Texture บางส่วนลงไปเล็กน้อยเท่านั้น แต่ตอนเปิดเกมเล่นจริงนั้นสามารถเล่นเกมได้ไหลลื่นดีไม่มีอาการกระตุกแบบกระตุกแบบเสี้ยววินาทีเลย

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนไม่แนะนำให้เอาโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงเน้นเรื่องใช้ทำงานมาเล่นเกม AAA เท่าไหร่ เพราะไม่ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งผลการทดสอบเกมในบทความนี้ทำเพื่อให้เห็นประสิทธิภาพของการ์ดจอออนบอร์ดของ AMD เท่านั้น

vantage

สำหรับโน๊ตบุ๊คของ Lenovo แต่ละเครื่องในปัจจุบันนี้จะมีซอฟท์แวร์ Lenovo Vantage ที่เป็นซอฟท์แวร์ศูนย์รวมการปรับแต่งตัวเครื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะอัพเดทไดรเวอร์หรือแม้แต่ซื้อประกันตัวเครื่องเพิ่มเติมก็สามารถจัดการในนี้ได้ทั้งหมด รวมทั้งดูได้ด้วยว่าประกันติดเครื่องยังเหลืออยู่อีกนานหรือเปล่าได้ด้วย

User Experience

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05899

สำหรับประสบการณ์การใช้งาน Lenovo Yoga Slim 7 Pro เทียบกับ Yoga Slim 7i Pro เครื่องส่วนตัวของผู้เขียนต้องเรียกว่าให้สัมผัสและดีไซน์ทุกอย่างรวมทั้งน้ำหนักตัวเครื่องเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน นั่นเพราะทั้งสองเครื่องแชร์บอดี้เดียวกันนั่นเอง

แต่จุดแตกต่างแรกจะอยู่ที่สติกเกอร์บอกซีพียูในเครื่องที่เป็น AMD Ryzen กับการ์ดจอ AMD Radeon กับหน้าจอที่เปลี่ยนจากหน้าจอด้านลดแสงสะท้อนเป็นหน้าจอกระจกที่ความละเอียดสูงขึ้นจาก 2.2K ของซีรี่ส์ Intel ทั้งรุ่น Core i5 และ Core i7 เป็น 2.8K ที่ติดตั้งให้เฉพาะรุ่นที่เป็น AMD โดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อทดลองใช้งานแล้วให้ภาพที่คมชัดเป็นอย่างมากและสีสันที่สดใส เพราะว่าเป็นจอกระจกด้วยนั่นเอง

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05896 1

ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการทำงานนั้นให้ผ่านได้เลย เพราะ AMD Ryzen 9 5900HX กับ M.2 NVMe SSD ของ SKHynix นั้นทำงานได้ดีและรวดเร็วมาก ทำให้ประมวลผลงานต่าง ๆ ให้เสร็จได้เร็วและประหยัดเวลายิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ที่ประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงานหนักอย่างการเขียนโปรแกรมแล้วคอมไพล์โค้ดหนัก ๆ หรืองานเอกสารไฟล์ Excel ที่มีจำนวนหน้าและเซลส์เยอะ ๆ ล่ะก็ เครื่องนี้สามารถรับมือได้ดีแน่นอน

นอกจากนี้ข้อดีคือพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 ที่ข้างซ้ายของเครื่องทั้ง 2 ช่อง มีฟังก์ชั่น USB Power Delivery ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ตนั้นกลับเข้าเครื่องได้ด้วย ถ้าใครมีปลั๊กมือถือหรือ GaN ที่มีกำลังชาร์จ 65 วัตต์ขึ้นไป ก็ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องได้สบาย ๆ หรือจะชาร์จจาก Power Bank 65W ในนาทีจำเป็นก็ได้ ดังนั้นข้อจำกัดว่า Lenovo Yoga Slim 7 Pro ใช้งานได้นานสุดเพียง 9 ชั่วโมงนั้นกลายเป็นเรื่องที่รับรู้แต่ก็ไม่ต้องกังวลมากไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ผู้เขียนอยากแนะนำผู้ที่อยากซื้อ Lenovo Yoga Slim 7 Pro มาใช้งานว่า หน้าจอเครื่องนี้เป็นหน้าจอกระจก เวลาทำงานแนะนำให้หามุมที่นั่งดี ๆ เพื่อไม่ให้แสงอาทิตย์หรือไฟนีออนสะท้อนเข้าตาจนรบกวนตอนทำงาน ส่วนเวลาลดความสว่างหน้าจอลงไม่แนะนำให้ลดจนสุดเพราะจะมืดมากกว่าหน้าจอแบบด้านทั่วไป ให้ดีที่สุดควรตั้งเอาไว้ราว 10% จะได้พอมองเห็นภาพบนหน้าจอบ้าง เพราะตอนผู้เขียนทดลองกดลดความสว่างลงไปจนสุดนั้นจะมืดมากจนมองแทบไม่เห็นเลย 

Battery / Heat & Noise

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05892
Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05893

ด้านการระบายความร้อนของตัวเครื่องนั้น จะมีช่องระบายอากาศที่อยู่ระหว่างฐานตัวเครื่องเหนือคีย์บอร์ดกับจออยู่ 1 ช่อง ใช้ระบายอากาศที่ดูดจากด้านใต้ตัวเครื่องขึ้นมาระบายความร้อนให้ชิ้นส่วนภายในเครื่อง ส่วนอแดปเตอร์ที่แถมมากับตัวเครื่องสามารถจ่ายไฟได้ 95 วัตต์

battmon

ส่วนแบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องจะมีความจุที่ 61Wh ซึ่งถือว่ามีให้ใช้เยอะเพื่อจ่ายพลังงานให้ AMD Ryzen 9 5900HX ใช้งานต่อเนื่องได้นานที่สุด ซึ่งจากการทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยลดแสงสว่างให้น้อยที่สุดและเปิดเสียงลำโพงเพียง 10% จากนั้นเล่นคลิปบน YouTube นาน 30 นาทีด้วยเบราเซอร์ Microsoft Edge แล้ววัดระยะเวลาใช้งานด้วยโปรแกรม BatteryMon แล้ว ได้ผลว่า Lenovo Yoga Slim 7 Pro สามารถใช้งานได้นานสุด 8 ชั่วโมง 58 นาที หรือร่วม 9 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ในส่วนนี้ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ใช้งานโดยแบตเตอรี่อย่างเดียวได้นานแล้ว ซึ่งแม้จะยังไม่เกิน 10 ชั่วโมง เหมือนซีพียูบางรุ่นแต่ก็ต้องเข้าใจกันก่อนว่ารหัส HX ที่ตามหลังเลขรุ่นของ AMD Ryzen ตัวนี้เป็นรหัสของซีพียูประสิทธิภาพสูง ดังนั้นการใช้งานได้ร่วม 9 ชั่วโมงก็ถือว่าการจัดการพลังงานของซีพียูและตัวเครื่องทำได้ดี

hw monitor

ส่วนความร้อนเมื่อรัน PCMark 10 จำลองการทำงานจริงเพื่อดึงความร้อนให้ขึ้นสูงสุด แล้วเช็คด้วย HWMonitor ก็ได้ผลว่าที่ตัว AMD Ryzen 9 5900HX นั้นมีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 41 องศาและสูงสุดเพียง 85 องศา อุณหภูมิเฉลี่ยที่ 66 องศาเซลเซียสเท่านั้น จัดว่าซีพียูและการออกแบบระบบระบายความร้อนภายในเครื่องของ Lenovo นั้นทำได้ดีมากน่าประทับใจ ลบคำติดปากว่า “AMD ร้อน” ไปได้เลย

ส่วนสถานการณ์จริงตอนรัน Benchmark ตัวเครื่องจะมีเสียงพัดลมระบายความร้อนดังขึ้นมาให้พอได้ยินแต่ตัวเครื่องไม่ร้อนขึ้นมาเลย มากสุดแค่ตัวเครื่องส่วนที่เป็นอลูมิเนียมไม่เย็นแล้วกลายเป็นอุณหภูมิห้องเท่านั้น ดังนั้นถ้าเอามาใช้ทำงานต่อเนื่องนาน ๆ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนจะลวกมือเลยแม้แต่น้อย

Conclusion & Award

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05900

โดยสรุปแล้ว Lenovo Yoga Slim 7 Pro นับเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาแต่ประสิทธิภาพสูง สามารถใช้ทำงานหนัก ๆ ได้สบายไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนด้วย AMD Ryzen 9 5900HX และแบตเตอรี่มีความจุสูง 61Wh จึงใช้งานต่อเนื่องได้นานร่วม 9 ชั่วโมง รวมทั้งชาร์จแบตเตอรี่ผ่านทาง USB-C Power Delivery ได้ จึงใช้ปลั๊กของสมาร์ทโฟนหรือจะใช้ Powerbank ชาร์จแบตเตอรี่ให้เครื่องก็ได้ทั้งนั้น จึงใช้งานต่อเนื่องได้สบาย ๆ 

กลับกัน เครื่องนี้ถ้าต่อปลั๊กกับจอเสริมให้กลายเป็นเครื่อง Desktop ก็ใช้รันโปรแกรมใหญ่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 รุ่นเดียวกับที่เอาไปติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวท็อปหลาย ๆ รุ่น แต่พอเอามาใช้ในโน๊ตบุ๊คบางเบาก็จะเป็นรุ่นที่ประสิทธิภาพสูง ใช้ทำงานหนักได้อย่างไม่มีปัญหา จะซื้อเอาไปทำงานหนักรันโปรแกรมใหญ่ ๆ ก็ไม่มีปัญหา จะใช้เขียนโปรแกรมใหญ่ ๆ ก็ทำงานได้สบาย ๆ นอกจากนี้หน้าจอก็มีความละเอียดสูงคมชัดและขอบเขตสีกว้าง เอาไปทำงานอาร์ตเวิร์คหรือแต่งภาพได้แน่นอน

Lenovo Yoga 7 Pro AMD DSC05896

สำหรับข้อสังเกตเรียกว่าเป็นเพียงส่วนเล็กอย่างหน้าจอเป็นจอกระจกสะท้อนแสงง่ายและถ้าลดแสงจนสุดแล้ว จะมืดเกินไปจนมองได้ลำบาก หรือทัชแพดจะไม่มีปุ่มลัดไว้กดล็อคเลยต้องระวังเวลาวางมือพิมพ์ และพอร์ตที่ข้างตัวเครื่องค่อนข้างน้อย หลัก ๆ มีเพียง USB-C 3.2 Gen 2 Full-Function, USB-A 3.2 Gen 1 กับช่องหูฟัง 3.5 มม. อีกช่องหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครจะเอาไปต่อจอเสริมใช้ต่างพีซีตั้งโต๊ะล่ะก็ แนะนำให้ซื้อ USB Multiport adapter หรือสาย USB-C to HDMI เอาไว้ต่อหน้าจอแยกโดยเฉพาะด้วย จะทำให้ต่อคอมนั่งทำงานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

แต่ถ้าใครมองข้ามเรื่องจุดสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วโฟกัสเรื่ององค์รวมของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro เครื่องนี้เป็นหลักจะเห็นว่านี่คือโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงตัวบางน่าใช้มาก จ่ายเพียง 37,990 บาท แล้วแรงแบบไม่ต้องสืบตั้งแต่ออกจากกล่องเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทำงานเน้นความแรงหายห่วงสักเครื่องล่ะก็ นี่คือคำตอบที่ดีที่สุดเครื่องหนึ่งที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้ซื้อได้เลยโดยไม่ต้องลังเล

Award

award new performance

Best Performance

สำหรับโน๊ตบุ๊คบางเบาแต่ซ่อนความแรงเอาไว้แบบจัดเต็มอย่าง Lenovo Yoga Slim 7 Pro ที่ติดตั้งซีพียูตัวท็อปสาย AMD รุ่น Ryzen 9 5900HX กับสเปคภายในทั้งหมดโดยรวมแล้วถือว่าจัดเต็มแต่จ่ายแค่ 37,990 บาทนั้น จะใช้รันโปรแกรมที่กินพลังซีพียูหนักหน่อยก็ไม่มีปัญหาแล้วการ์ดจอออนบอร์ดอย่างเดียวก็เปิดเกมออนไลน์เล่นเวลาว่างได้สบาย ๆ ถือว่าราคาต่อประสิทธิภาพ (Price per performance) อยู่ในระดับที่ดีมากรุ่นหนึ่ง จัดเป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะกับรางวัล Best Performance เป็นอย่างมาก

award new multi media

best multimedia

รางวัล Best Multimedia ของ Lenovo Yoga Slim 7 Pro นั้น ได้จากหน้าจอความละเอียดสูง 2.8K ที่ขอบเขตสีกว้างและเป็นจอ Dolby Vision กับลำโพงที่ปรับแต่งเสียงด้วย Dolby เป็นลำโพงแบบ Dolby Atmos พร้อมมีซอฟท์แวร์ปรับแต่งเสียงติดตั้งมาให้ใช้ด้วย ดังนั้นเรื่องดูหนังฟังเพลงเรียกว่าผ่านฉลุย ได้รับประสบการณ์ความบันเทิงอย่างเต็มที่แน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/607023-review-lenovo-yoga-slim-7-pro

REVIEW | รีวิว Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) หน้าจอสวย ขอบบางเฉียบ ลำโพงคู่สเตอรีโอ ใส่ซิมเล่นเน็ตได้ ราคา 7,990 บาท

Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Android ที่เลอโนโวนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยในราคาแค่ 7,990 บาท แต่ได้ทั้งบอดี้โลหะสุดพรีเมียม หน้าจอขนาดใหญ่ความละเอียด FHD ลำโพงคู่ระบบเสียงสเตอรีโอ และที่สำคัญคือ ใส่ซิมเพื่อเล่นเน็ตได้จากทุกที่อีกต่างหาก เทียบกับค่าตัวแล้วเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนที่กำลังมองหาแท็บเล็ตสำหรับใช้งานทั่วไปควบคู่ไปกับการใช้งานด้านความบันเทิงในงบประมาณไม่ถึง 1 หมื่นบาทครับ

ดีไซน์ภายนอก

เลอโนโวยังคงดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแท็บเล็ตซีรีส์นี้เอาไว้เป็นอย่างดี ฝาหลังใช้เป็นวัสดุโลหะครอบคลุมมาถึงบริเวณเฟรมเครื่องทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เรียบ ๆ โล่ง ๆ ไม่มีลวดลายหรือเท็กซ์เจอร์อะไรเลย ในขณะที่ด้านบนจะเป็นแถบพลาสติกนะครับ เพราะ Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) สามารถใส่ซิมได้ จึงต้องเว้นที่เอาไว้สำหรับวางเสาอากาศเพื่อรับสัญญาณ


Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) บอดี้โลหะ เรียบหรู ดูดี

ปุ่มกดทั้งหมดจะอยู่ที่ฝั่งขวามือ ไล่จากบนลงล่างคือ ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเพาเวอร์ ถัดมาอีกนิดจะเจอกับช่องใส่ซิม (เชื่อมต่อ 4G LTE ได้ รับข้อความผ่าน SMS ได้ แต่โทรออกหรือรับสายไม่ได้นะ) และ microSD card โดยจะรองรับสูงสุดที่ 256GB


ใส่ microSD card และซิมได้

พอร์ตเชื่อมต่อมีมาให้ 3 ช่อง ที่ด้านบนด้านล่างจะเป็นที่อยู่ของแจ็กเสียง 3.5 มม.กับพอร์ต USB-Type C ตามลำดับ รวมถึงลำโพงสเตอรีโอที่รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos ด้วย และที่ด้านซ้ายจะมีพินแม่เหล็กสำหรับเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด แต่อันนี้ต้องซื้อแยกเอาเองนะครับ ไม่ได้แถมมาให้


พิน Pogo สำหรับเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด (ต้องซื้อแยก)

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen)
  • อะแดปเตอร์แปลงไฟขนาด 5V 2A
  • สาย USB Type-C
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานด่วน

นอกเหนือจากที่กล่าวไป ทางเลอโนโวยังมีแถมเคสโฟลิโอกับฟิล์มกันรอยมาให้อีกต่างหาก ซึ่งเคสโฟลิโอสามารถใช้งานเป็นขาตั้งในตัวได้ด้วย


เคสโฟลิโอ แถมมาให้ฟรี สามารถตั้งได้ 1 ระดับ


วัสดุภายนอกจะเป็นผ้า งานเนี๊ยบใช้ได้เลย

สเปค Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen)

  • จอภาพ : IPS LCD ขนาด 10.3 นิ้ว
    – ความละเอียด1080 x 1920 พิกเซล
    – สัดส่วน 16:9
    – ความสว่าง 330 นิต
    – ขอบเขตสี 70.3% ของ NTSC
    – ผ่านมาตรฐาน TÜV Rheinland
  • ชิป : MediaTek Helio P22T
  • หน่วยความจำ : RAM 4GB + 128GB, รองรับ microSD card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง : 8MP, ออโต้โฟกัส
  • กล้องหน้า : 5MP
  • เครือข่าย : 4G LTE
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
    – Bluetooth 5
  • แบตเตอรี่ : 5000mAh
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10

จอภาพและการแสดงผล

หน้าจอของ Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) มีขนาดอยู่ที่ 10.3 นิ้ว ส่วนตัวแล้วโอเคกับตรงจุดนี้มาก ๆ เพราะเป็นขนาดที่สามารถรับชมคอนเทนต์ได้เต็มตา แต่ในทางเดียวกันก็ไม่ได้ใหญ่เกินไปเสียจนรู้สึกใช้งานลำบาก (เพราะขอบหน้าจอบางมาก ๆ ด้วยส่วนหนึ่ง) และด้วยความที่มีสัดส่วนการแสดงผล 16:9 จึงทำให้สามารถดูหนังส่วนใหญ่ได้เต็มหน้าจอแบบ 100% โดยไม่มีขอบดำ และอีกเรื่องที่ต้องชมคือ เป็นพาเนล IPS LCD ที่สีสันดีมาก ๆ ในช่วงราคาเดียวนี่บอกเลย ชนได้หมดแน่นอน


หน้าจอ IPS LCD ขนาด 10.3 นิ้ว สีสวยมาก ขอบก็บางทั้ง 4 ด้าน

รูปแบบการแสดงผล สามารถเลือกปรับได้ 2 อย่าง คือ Standard และ Bright ตัวเลือกแรกจะเป็นโปรไฟล์สี sRGB มาตรฐานนะครับ สีสันแม่นยำพอสมควรเลยทีเดียว ส่วนตัวเลือกหลังเหมาะสำหรับคนที่ชอบสีสด ๆ โหด ๆ แบบจี๊ดจ๊าดถึงทรวง ซึ่งจะมีการบูสต์สีขึ้นมาค่อนข้างแรง โดยเฉพาะโทนสีแดงและเขียวจะสังเกตความแตกต่างได้ชัดเจนมาก อีกอย่างนึ่งที่สามารถปรับได้ คือ อุณหภูมิสี เลือกได้ทั้ง Standard, Warm, Cool หรือกำหนดเองโดยใช้นิ้วแตะไปยังตำแหน่งที่ต้องการ


เลือกปรับได้ทั้งโหมดสีและอุณหภูมิสี

แบตเตอรี่และการชาร์จ

ผมทดลองเปิดวิดีโอ FHD ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ด้วยความสว่างหน้าจอและระดับเสียง 50% พบว่า แบตเตอรี่ลดไปเกือบ 20% เป็นอัตราการบริโภคพลังงานที่อยู่ในเกณฑ์ปกติสำหรับความจุ 5000mAh ไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไหร่ ส่วนการเล่นเกมเองก็อยู่ในเรตประมาณนี้เช่นกัน แต่บางเกมที่กราฟิกสูง ๆ หรือต้องประมวลผลหลัก ๆ จะกินแบตเพิ่มขึ้น ลองเล่น Genshin สลับกับ RoV ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แบตเตอรี่ลดไปราว ๆ 25%

Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วนะครับ ด้วยอะแดปเตอร์แปลงไฟขนาด 5V 2A ที่แถมมานี่ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมงในการชาร์จจาก 0 – 100% อาจเป็นจุดอ่อนข้อหนึ่งที่ต้องพิจารณา


อะแดปเตอร์แปลงไฟ 5V 2A ใช้เวลาชาร์จนานเลยทีเดียว

อินเทอร์เฟซและการใช้งานทั่วไป

อินเทอร์เฟซของ Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) จะมักลักษณะใกล้เคียงกับ Android พื้นฐานเกือบทั้งหมด เรียกได้ว่า Google ดีไซน์มาแบบไหน เลอโนโวก็ใส่มาให้แบบนั้นเลย ผมคิดว่า ตรงนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ดูโล่ง สะอาดตา เข้าใจง่าย ตอบสนองได้ดีและเร็ว ที่สำคัญผมไม่เจอบั๊กอะไรเลย ส่วนข้อเสียคือ ด้วยความที่เรียบง่ายแบบสุด ๆ จึงแทบไม่มีฟีเจอร์อะไรเลย และน่าเสียดายที่ยังเป็น Android 10 ไม่ใช่ Android 11 และไม่รู้ว่า เมื่อไหร่ถึงจะได้รับการอัปเดต






หน้าตาของระบบโดยรวมแทบไม่มีการปรับแต่งจาก Android ดั้งเดิม ดูเรียบง่ายและสะอาดตามาก ๆ

ฟีเจอร์และลูกเล่นที่น่าสนใจ

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลัก ๆ ของ Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) มีด้วยกัน 3 อย่าง ได้แก่ แบ่ง 2 หน้าจอ, ตั้งเวลาเปิดและปิดเครื่อง และโหมดการทำงาน

  • แบ่ง 2 หน้าจอ – ฟีเจอร์พื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android ที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว




สามารถเปิดแอปพร้อมกันได้ 2 หน้าต่าง ทั้งแนวตั้งและแนวนอน (บางแอปอาจไม่รองรับฟีเจอร์นี้)

  • ตั้งเวลาเปิดและปิดเครื่อง – อันนี้ผมชอบมาก ตั้งให้ปิดเครื่องไว้ตอนที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น ในเวลาทำงานหรือเวลานอนหลับ ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ไปได้วันละ 10% เป็นอย่างน้อย ซึ่งจะเป็นการถนอมสภาพของแบตเตอรี่ในระยะยาวด้วย อีกทั้งยังตั้งค่าแยกกันได้อิสระ คือ จะตั้งค่าให้ปิดเครื่องเฉย ๆ โดยที่ไม่ต้องเปิดอัตโนมัติก็สามารถทำได้ (หลาย ๆ แบรนด์มักบังคับให้ต้องกำหนดค่าทั้ง 2 อย่าง)
  • โหมดการทำงาน – กล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

การนำทางของระบบ

แถบการนำทางเราสามารถกำหนดได้ 4 รูปแบบนะครับ ซึ่งจะมีให้เลือกตั้งแต่ตอนที่เปิดใช้งานครั้งแรก แต่สามารถมาเปลี่ยนเอาเองทีหลังได้ตลอดเวลา ดังนี้

  • นำทางด้วยท่าทาง
  • นำทางด้วย 2 ปุ่ม
  • นำทางด้วย 3 ปุ่ม
  • โหมดการทำงาน




สังเกตความแตกต่างได้ที่บริเวณด้านล่างของหน้าจอ

โหมดการทำงานหรือ Productivity mode เมื่อเปิดใช้งานจะมีด็อกปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านล่างสุดของหน้าจอ เมนูการนำทางแบบ 3 ปุ่มจะถูกย้ายไปได้ที่บริเวณมุมด้านซ้าย แถบด็อกจะแสดงแอปทั้งหมดที่เราเปิดใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และสามารถแตะค้างเพื่อเลื่อนสลับตำแหน่งได้ คล้ายกับทาสก์บาร์ของระบบปฏิบัติการ Windows แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถปักหมุดแอปที่ใช้งานบ่อย ๆ เอาไว้ได้

กล้องและการถ่ายภาพ

ปกติแล้วอุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ตเนี่ย มักจะมีจุดอ่อนเรื่องกล้องถ่ายภาพที่ทำได้ไม่ค่อยดีนัก และแน่นอน Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) นี่ก็ไม่รอดเหมือนกัน (ฮา) แต่อาจเป็นเรื่องพอเข้าใจได้ เพราะโดยทั่วไปคงไม่มีใครซื้อแท็บเล็ตมาถ่ายรูปเป็นหลักอยู่แล้ว อะไรทำนองนั้น


ภาพถ่ายในสภาพแสงปกติ ไดนามิกเรนจ์มีจำกัดอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วยังพอโอเค


ภาพถ่ายในสภาพแสงน้อย มีนอยส์เยอะและสูญเสียรายละเอียดและความคมชัดไปพอสมควร












ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen)

ภาพจากกล้องหลังความละเอียด 8MP ของ Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) ถ้าแสงสว่างเพียงพอจะถ่ายออกมาพอใช้ได้นะครับ แต่ถ้าเจอกับสภาพแสงสลัวหรือแสงน้อยนี่ลำบากเลยแหละ โฟกัสได้ค่อนข้างยาก ไม่ค่อยเข้าเป้า และรูปดูมืด แอปกล้องปรับได้แค่การตั้งค่าพื้นฐานเท่านั้น ไม่มีโหมดมืดให้ใช้งาน และตัวแท็บเล็ตเองก็ไม่มีไฟแฟลช LED ด้วย


แอปกล้องปรับได้คุณสมบัติพื้นฐานได้เล็กน้อย


กล้องหลังความละเอียด 8MP ไม่มีแฟลช LED มาให้

ขอเสริมในหัวข้อนี้ต่ออีกนิด ผมแอบขัดใจตรงเลย์เอาต์ของปุ่มชัตเตอร์และปุ่มบันทึกวิดีโอ เพราะทั้ง 2 ปุ่มมันมีขนาดใหญ่เท่ากันเลยอะครับ แถมอยู่ติดกันอีก กดพลาดบ่อยมาก ~ จริง ๆ ปุ่มชัตเตอร์ควรย้ายมาอยู่ตรงกลางมากกว่า เพราะใช้งานบ่อย


ตำแหน่งของปุ่มถ่ายภาพและปุ่มบันทึกวิดีโอ อยู่ชิดกันเกินไปหน่อย กดพลาดเอาได้ง่าย ๆ

ประสิทธิภาพการใช้งานและการเล่นเกม

Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) ขับเคลื่อนด้วยชิป Helio P22T จาก MediaTek ซีพียู 8 แกน ความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด 2.3GHz จากการทดสอบด้วย Geekbench 5 ได้คะแนนซิงเกิลคอร์กับมัลติคอร์ออกมาที่ประมาณ 150 และ 1,000 แต้มตามลำดับ การใช้งานทั่วไปผมบอกเลยว่า สอบผ่านฉลุยครับ เล่นเว็บเบราว์เซอร์ ไถเฟซบุ๊ก ดูยูทูป แชตในไลน์ สลับแอปไป ๆ มา ๆ เอาอยู่หมด ถือเล่นนานเป็นชั่วโมงไม่มีอาการร้อนให้เห็นเลย ฝาหลังเย็นเจี๊ยบ ส่วน RAM 4GB อาจออกอาการรีโหลดให้เห็นบ้างนาน ๆ ครั้ง แต่ไม่ได้มีปัญหาต่อการใช้งานอะไรขนาดนั้น


ประสิทธิภาพซีพียู ใช้งานทั่วไปได้ลื่น ๆ สบาย ๆ เลย

หากจะเรื่องให้ติคงเป็นความฉับไวในการเขียนข้อมูล เนื่องจาก ROM เป็นแบบ eMMC ไม่ใช่ UFS การถ่ายโอนไฟล์หรือการติดตั้งแอปจึงใช้เวลานานอย่างสังเกตได้ แต่ต้องไม่ลืมนะครับว่า เลอโนโวให้พื้นที่เก็บข้อมูลมามากถึง 128GB เลย ยังไม่นับตรงที่สามารถใส่ microSD card เพิ่มได้อีกนะ เป็นข้อดีที่น่าจะพอชดเชยได้ทั้งหมด


สตอเรจ eMMC ทำให้การทำงานบางอย่างดูช้า แต่ชดเชยด้วยความจุที่ให้มาเยอะสะใจ 128GB

เกมเบา ๆ อย่างเช่น Among Us หรือซีรีส์ Kingdom Rush รวมถึงเกมอื่น ๆ ที่มีกราฟิกประมาณนี้ เท่าที่ลอง Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) สามารถเล่นได้ลื่นไหลทั้งหมดนะครับ การรับสัมผัสของหน้าจอเองก็แม่นยำดี

ขยับขึ้นมาอีกนิดหนึ่งเป็น RoV: Arena of Valor ยังพอทำเนา เปิดโหมดเฟรมเรตสูงได้ แต่พอเจอ Genshin Impact เข้าไปปุ๊บ Helio P22T ออกอาการทันที ลากไม่ค่อยจะไหวแล้ว (ฮา) ทั้งนี้สิ่งที่ต้องชม ยังเป็นเรื่องเดิมที่เคยชมไปแล้วคือ เครื่องแทบไม่ร้อนเลยครับ อุณหภูมินิ่งมาก ๆ

  • Genshin Impact – ที่กราฟิกระดับต่ำสุดยังกระตุกและค้างเป็นจังหวะแม้กระทั่งฉากคัตซีน และมีอาการอ่านข้อมูลทรัพยากรของเกมไม่ทันบ้างในบางครั้ง อาจเพราะสตอเรจเป็น eMMC ตามที่ผมเขียนไปแล้วด้านบน จึงไม่ค่อยแนะนำให้เล่นเท่าไหร่นะครับ เดี๋ยวพาลจะเสียอารมณ์เปล่า ๆ


Genshin Impact พอเล่นได้ แต่กระตุกเป็นระยะตลอดเวลา

  • RoV: Arena of Valor – สามารถเปิดโหมดเฟรมเรตสูงได้ ปกติจะวิ่งอยู่ที่ 50 กลาง ๆ ไปจนถึงปลาย ๆ ช่วงชุลมุนจะตกลงมาเหลือประมาณ 40 กลาง โดยรวมแล้วโอเคครับ เล่นได้สบาย ๆ หน้าจอใหญ่ กดสกิลมันมือมาก


RoV: Arena of Valor จังหวะปะทะกันเฟรมเรตจะวิ่งที่ประมาณ 45 นะครับ คงที่ที่ระดับประมาณนี้

สรุปจุดเด่นและจุดสังเกต

จุดเด่น

  • แถมฟิล์มกันรอยกับเคสมาให้ในกล่อง ไม่ต้องซื้อเพิ่ม และเป็นเคสที่ดูดีมีคุณภาพ ไม่ไก่กาเลย
  • วัสดุเป็นโลหะ ให้ความรู้สึกแข็งแรง ทนทาน จับแล้วไม่ติดรอยนิ้วมือง่าย
  • ขนาดใหญ่กำลังดี ไม่ใหญ่เกินไปจนถือใช้งานไม่ถนัด
  • หน้าจอสวย สีสันเที่ยงตรงอย่างน่าพอใจในโหมดการแสดงผลปกติ
  • หน้าจอมีสัดส่วน 16:9 ทำให้ดูหนัง การ์ตูน ซีรีส์ และรายการทีวีต่าง ๆ ส่วนใหญ่ได้เต็มพื้นที่ 100%
  • ลำโพงเสียงดังสุดขีด (มาก ๆ)
  • สามารถใส่ซิมเพื่อเล่นเน็ตได้ตลอดเวลา ไม่ง้อ Wi-Fi
  • ให้สตอเรจมาเยอะถึง 128GB แถมยังใส่ microSD card เพิ่มได้อีก
  • อินเทอร์เฟซเป็นแบบ Android พื้นฐานเกือบทั้งหมด ตอบสนองได้ดี เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ไม่มีแอปโบลตแวร์ให้รกเครื่อง นอกจากแอปทั่วไปแล้ว ที่เหลือจะมีแค่แอปของ Google

จุดสังเกต

  • ลำโพงเสียงดังมากก็จริง แต่ขาดมิติอยู่พอสมควร
  • ซอฟต์แวร์น่าเบื่อไปหน่อย แทบไม่มีฟีเจอร์หรือการปรับแต่งให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ตเลย
  • สามารถแตะ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอได้ แต่ไม่สามารถแตะ 2 ครั้งเพื่อดับหน้าจอได้ รู้สึกไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะต้องเอื้อมไปกดที่ปุ่มเพาเวอร์เท่านั้น
  • ไดนามิกเรนจ์ของรูปที่ถ่ายออกมาค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะในที่แสงน้อยซึ่งทำได้ไม่ดีนัก
  • ใช้เวลาชาร์จแบตนานมาก

กล่าวโดยสรุป Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) เป็นแท็บเล็ต Android ที่น่าสนใจมากตัวหนึ่ง มีราคาไม่ถึง 1 หมื่นบาท แต่ได้ทั้งวัสดุพรีเมียม หน้าจอคุณภาพยอดเยี่ยม คมชัดระดับ FHD สตอเรจอัดมาให้จุใจ 128GB ที่สำคัญคือ ใส่ซิมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา อุปกรณ์เสริมมีมาให้ครบชุด ทั้งเคสและฟิล์มกันรอย ซื้อทีเดียวแล้วจบเลย ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มแล้ว

จุดที่ควรปรับปรุงนั้นหลัก ๆ คงเป็นเรื่องของลำโพงสเตอรีโอ ที่ถึงแม้จะใส่มาให้ถึง 2 ตัวและมีเสียงดังระเบิดเถิดเทิงมาก ๆ แต่มิติเสียงกลับแบนราบ ขาดไดนามิกเสียอย่างนั้น อุตส่าห์ใส่หน้าจอเทพ ๆ มาแล้วทั้งที อัปเกรดลำโพงเพิ่มให้อีกหน่อยเถอะนะ ขาดแค่นิดเดียวจริง ๆ Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen) จะกลายเป็นแท็บเล็ตด้านเอนเทอร์เทนเมนต์ที่เข้าใกล้คำว่า “สมบูรณ์แบบ” มาก ๆ ในช่วงราคานี้

from:https://droidsans.com/review-lenovo-tab-m10-fhd-plus-2nd-gen/

แนะนำ 5 โน้ตบุ๊คเล่นเกม สเปคแรงน่าซื้อ ราคาคุ้ม ประจำกลางปี 2021 งบเริ่มต้น 20,000 บาท

ในช่วงกลางปี 2021 โควิดกลับมาระบาดอีกระลอก ทำให้ใครหลายคนจำเป็นต้องใช้โน้ตบุ๊ค ซึ่งแน่นอนว่าถ้าจะซื้อสักเครื่องก็อยากได้สเปคแรง ๆ ที่ใช้ทำงานได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะงานเอกสาร เรียนออนไลน์ หรือจะเอามาเล่นเกม ทำตัดต่อก็สามารถทำได้ โดยในบทความนี้เองทีมงานก็จะมา 5 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่น่าซื้อสำหรับคนที่กำลังมาหาตัวเริ่มต้นอยู่ ในช่วงราคา 20,000 – 25,000 บาท ซึ่งจะมีรุ่นอะไรน่าสนใจบ้างมาดูกันครับ

1. Acer Aspire 7 ปี 2021

มาเริ่มต้นกันด้วยรุ่นที่คุ้ม ที่ถูกที่สุดกันก่อนเลยในบรรดา 5 รุ่นที่อยากจะแนะนำกับ Acer Aspire 7 ปี 2021 กับรหัส A715-42G-R7RS ดีไซน์ตัวเครื่องจะเหมือนกับโน้ตบุ๊คทำงานปกติ แต่แฝงไปด้วยสเปคภายในที่แรงไม่ต่างจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ พร้อมซีพียู AMD Ryzen 5000 Series การ์ดจอ GTX 1650 โดยตัวเครื่องจะเป็นโน้ตบุ๊คไซส์จอขนาด 15.6″ ขอบบาง คีย์บอร์ดมี Numpad พร้อมไฟสีขาวใช้งานกลางคืนได้

  • ข้อดี ราคาถูก, ซีพียู Ryzen 5000 ใหม่ล่าสุด รหัส U กินไฟน้อย, แบตอึดใช้ได้มีถึง 10 ชั่วโมง, มีสแกนลายนิ้วมือ, ประกัน 3 ปี Onsite
  • ข้อสังเกต ซีพียูรหัส U อาจจะไม่แรงเท่า H ตัวอื่น แต่เพียงพอต่อการใช้งานหนัก ๆ ได้ดี

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 3200 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 144Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 6, Bluetooth 5.1
  • Battery : 48 Wh
  • Weight : 2.15 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 3 ปี Onsite Services ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • Price : 21,990 บาท

**ถ้าเป็นรุ่น Acer Aspire 7 A715-42G-R113 ซีพียู Ryzen 7 5700U (8C/16T) ราคา 23,900 บาท

 

2. HP PAVILION Gaming 15 ปี 2020

ถัดมาดูทางด้านแบรนด์ HP กันบ้างกับ Paviliong Gaming 15 รหัส EC1117AX ซึ่งเป็นรุ่นปี 202o ดีไซน์อะไรต่าง ๆ จะเหมือนกับรุ่นปัจจุบันปี 2021 ตัวเครื่องจะเป็นโทนสีเขียวดำแตกต่างจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่น ๆ วัสดุงานประกอบเป็นพลาสติกคุณภาพสูง ไซส์จอขนาด 15.6″ ขอบบาง คีย์บอร์ดมี Numpad พร้อมไฟสีเขียวสวยงาม พร้อมซีพียู AMD Ryzen 4000 รหัส H และการ์ดจอ GTX 1650Ti แรงกว่าใคร

  • ข้อดี การ์ดจอแรงกว่าเพื่อน, มีช่องอ่าน SD Card ตัวเต็ม, น้ำหนักไม่ถึง 2 กิโล
  • ข้อสังเกต มีช่อง USB-A เพียง 2 ช่อง, หาซื้อค่อนข้างยาก

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650Ti 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 3200 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB (ใส่ HDD 2.5″ หรือ SSD ได้ 1 ลูก)
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 144Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 6, Bluetooth 5.0
  • Battery : 45 Wh
  • Weight : 1.98 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 2 ปี Onsite Services ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • Price : 24,990 บาท

 

3. LENOVO GAMING 3 ปี 2020

มาต่อกันที่ Lenovo Gaming 3 ปี 2020 รหัส 15ARH05 82EY006UTA ซึ่งอีกรุ่นที่ช่วงเปิดตัวมาใหม่ ๆ ขายดีมาก เพราะด้วยสเปคต่อราคาถือว่าคุ้ม งานประกอบดีไซน์ต่าง ๆ ดูเรียบง่าย มินินอล อีกทั้งยังมีปแป้นคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ ปุ่มลูกศรแยกออกมาจากกันชัดเจน มี Numpad ตามมาตรฐาน และมีไฟคีย์บอร์ดสีฟ้าสวยงาม รวมถึง หน้าจอขอบบาง มีกล้อง Webcam ที่มีม่าน Privacy Shutter เปิดปิดแบบแมนวลได้

  • ข้อดี คีย์บอร์ดออกแบบมาดี ปุ่มนุ่ม พิมพ์สนุก, กล้อง Webcam มีชัตเตอร์เปิดปิดได้, ดีไซน์เรียบ ๆ เหมือนโน้ตบุ๊คทำงานทั่วไป
  • ข้อสังเกต มีช่อง USB-A เพียง 2 ช่อง, จอ 120HZ (รุ่นอื่น 144Hz), รองรับแค่ Wi-Fi 5

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 3200 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB (ใส่ SSD m.2 หรือ HDD 2.5″ ได้อีก 1 ลูก ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 120Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 5, Bluetooth 5.0
  • Battery : 45 Wh
  • Weight : 2.2 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 2 ปี Onsite Services ซ่อมฟรีถึงบ้าน + อุบัติเหตุ 1 ปีแรก
  • Price : 23,990 บาท

 

4. ASUS TUF Gaming F15 ปี 2020

คราวนี้มาถึงรุ่นฮอตฮิตที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดีกับ ASUS TUF Gaming ที่เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายคุ้มค่าราคาประหยัด โดยรุ่นที่ทีมงานแนะนำนี้จะเป็นตัว TUF F15 รหัส FX506LH-HN002T ปี 2020 ดีไซน์ตัวเครื่องต่าง ๆ คงเหมือนรุ่นก่อน ๆ แต่เปลี่ยนวัสดุฝาหลังเป็นโลหะ บอดี้ส่วนอื่นพลาสติกปกติ หน้าจอขอบบางขนาด 15.6″ พร้อมคีย์บอร์ดมีไฟ RGB Fullzone และกล้อง Webcam HD วิดีโอคอลได้

  • ข้อดี หาซื้อง่ายทั้งตามร้านไอทีทั่วไป และร้านออนไลน์, อัปเกรดเพิ่มได้ทั้ง SSD m.2 และ HDD 2.5″ (หรือ SSD) ได้อีกอย่างละ 1 ลูก, พอร์ต USB-C เป็นแบบ DP ต่อจอแยกได้, คีย์บอร์ดปรับไฟ RGB ได้
  • ข้อสังเกต ราคาแอบขึ้นจากเดือนก่อน 1,000 บาท

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  Intel Core i5-10300H (4C/8T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2933 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB  (ใส่ SSD m.2 และ HDD 2.5″ ได้อีกอย่างละ 1 ลูก)
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 120Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 6, Bluetooth 5.2
  • Battery : 48 Wh
  • Weight : 2.3 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 2 ปี + อุบัติเหตุ 1 ปีแรก
  • Price : 24,990 บาท

 

5. MSI GF63 Thin รุ่น Exclusive

ปิดท้ายด้วยเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายพันธ์ุแท้จากแบรนด์ MSI ซึ่งตามปกติแล้ว ราคามักจะเริ่มต้นที่สองหมื่นปลาย ๆ สามหมื่นต้น ๆ แต่ครั้งนี้พิเศษเพราะขายในราคาเพียง 23,990 บาทเท่านั้นกับ MSI GF63 Thin รหัส 10SCXR-1635TH ซึ่งเป็นรุ่น Exclusive มีขายเฉพาะร้าน IT City เท่านั้นหมดแล้วหมดเลย ดีไซน์ภาพรวมก็จะเหมือนกับรุ่น GF63 ปกติทั่วไป เพียงแต่จะลดฟีเจอร์กับสเปคบางอย่างลงแทน

  • ข้อดี น้ำหนักเบามากเพียง 1.86 กก. และมิติตัวเครื่องเล็กกว่ารุ่นอื่น (ไม่มี Numpad), ซีพียู Intel Gen 10 รหัสพิเศษ แรงกว่าตัวอื่น, มีพอร์ตไมค์ 3.5mm
  • ข้อสังเกต ความจุ SSD ให้มา 256GB, การ์ดจอเป็นรุ่น Max-Q, ประกัน 1 ปี

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  Intel Core i5-10500H (6C/12T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 3200 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256 GB  (ใส่ SSD หรือ HDD 2.5″ ได้อีกอย่างละ 1 ลูก)
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 120Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 6, Bluetooth 5.1
  • Battery : 51 Wh
  • Weight : 1.86 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 1 ปี
  • Price : 23,990 บาท

เป็นอย่างไรก็บ้างกันกับ 5 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่ทีมงานแนะนำในช่วงกลางปี 2021 นี้ ซึ่งทุกรุ่นหากเพื่อน ๆ ซื้อไปแล้วอยากจะใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพ แนะนำว่าควรเพิ่ม RAM อีก 8GB เป็น 16GB จะดีมาก เพราะปัจจุบันบรรดาโปรแกรมและเกมต่างๆ กินสเปคมากขึ้นกว่าเดิม โดย RAM 8GB DDR4 1 แถวราคาจะอยู่ที่ราว 1,500 บาทใช้งานได้อีกหลายปีครับ (อย่าลืมดู Bus RAM ให้ตรงกันด้วย)

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ เพิ่มออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/gaming-notebook-20000-2021-5-recommended/

รีวิว Lenovo Ideacentre 5 พีซีสุดคุ้มสำหรับ WFH

ในยุคลุงที่เศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ การมีพีซีสักเครื่องที่ราคาไม่สูง ไว้ WFH เรียนออนไลน์คงดีไม่น้อย ใช้สะดวก อัพเกรดได้อย่าง Lenovo Ideacentre 5 ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้ ออปชั่นครบในราคาแค่ 13,990 บาท

Lenovo Ideacentre 5

ข้อจำกัดของโน๊ตบุ๊คคือเรื่องของราคาต่อสเปคที่แพงกว่าเครื่องพีซีทั่วไป อีกทั้งจอภาพที่เล็กกว่า แม้จะต่อจอได้แต่ก็คงไม่สะดวก แต่เครื่องพีซีสามารถตอบโจทย์ประสิทธิภาพที่สูงกว่า ในราคาที่ถูกกว่าได้ อีกทั้งยังรองรับการอัพเกรทได้มากกว่า อย่าง Lenovo Ideacentre 5 ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้

Lenovo Ideacentre 5 เป็นพีซีแบรนด์สายคุ้ม ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ด้วยสเปคที่ทีมงานได้มาทดสอบกับ AMD RYZEN 3 4300G ที่สามารถตอบโจทย์การทำงาน หรือเล่นเกมออนไลด์เบาๆได้อย่างลงตัว พร้อมแรม 8GB DDR4 3,200 MHz ฮาร์ดดิสค์ 1 TB สเปคไม่แรงมาก แต่ก็เพียงพอสำหรับใช้งาน และรองรับการอัพเกรทได้ในอนาคต พร้อมการรับประกันแบบ onsite 3 ปีเต็ม

Spec Lenovo Ideacentre 5

  • CPU : AMD RYZEN 3 4300G
  • RAM : 8 GB DDR4 3200MHz UDIMM
  • STORAGE : 1 TB 7200 RPM 3.5″ HDD
  • VGA : AMD RADEON GRAPHICS (INTEGRATED)
  • OS : WINDOWS 10 HOME

Lenovo ideacentre 5 04

Lenovo ideacentre 5 08 Lenovo ideacentre 5 10

ด้วยตัวเครื่องสีเทามิเนรัล ทำให้ IdeaCentre 5 ดูโฉบเฉี่ยว กลมกลืนเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบกับบ้านของคุณไม่ว่าจะอยู่บนเค้าท์เตอร์หรือใต้โต๊ะทำงานก็ดูดีทุกจุด และที่สำคัญ จะได้สัมผัสพลังที่ซ่อนอยู่ในรูปร่างที่สวยงามนี้ ขนาดกะทัดรัด สามารถจัดวางได้บนโต๊ะแคบๆ แต่ก็ยังแข็งแรงพอจะวางเครื่องแนวนอน และวางจอภาพบนตัวเครื่องก็ได้

พร้อมรองรับการอัพเกรทในอนาคต และติดตั้งพัดลมเพิ่มได้ อีกทั้งยังซ่อนไดร์ฟ DVD โดยสามารถสลับฝาด้านหน้าให้ขยับไปด้านซ้ายหรือขวาเพื่อใช้งานไดร์ฟ DVD หรือพอร์ตก็ได้

Lenovo ideacentre 5 13

พอร์ตเชื่อมต่อด้านหน้า

  • USB-C
  • 2 x USB 3.1 Gen 1
  • ตัวอ่านการ์ดแบบ 3-in-1
  • Headphone / mic combo

Lenovo ideacentre 5 18

Lenovo ideacentre 5 19Lenovo ideacentre 5 02

ด้านซ้ายจะเป็นสเปคตัวเครื่อง พร้อมช่องระบายความร้อน

Lenovo ideacentre 5 15

ฝาด้านขวาเรียบๆไม่มีช่องระบายความร้อนใดๆ

Lenovo ideacentre 5 16

ด้านหลังจะมีช่องพัดลมระบายความร้อน ที่ต้องติดตั้งเพิ่มขนาด 80 มิลลิเมตร และสล๊อต PCI วางอีก 4 ช่อง โดย Power Supply อยู่ด้านล่าง

Lenovo ideacentre 5 17

พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ด้านหลังไม่ว่าจะเป็น

  • 4 x USB 2.0
  • Audio-out
  • HDMI 1.4b
  • VGA
  • RJ45

Lenovo ideacentre 5 20

เปิดฝาเคสด้านซ้าย เปิดออกมาจะเห็นภายในที่เปิดโล่ง พร้อมคานด้านนอกที่จะมีไดร์ฟ DVD และฮาร์ดดิสค์อยู่ด้านนี้

Lenovo ideacentre 5 22

Lenovo ideacentre 5 23 Lenovo ideacentre 5 25

การเปิดภายในเคสก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่แกะฝาหน้าออกมาก่อน จากนั้นดึงคานด้านนอกออกมา ก็จะสามารถถอดสาย หรือุปกรณ์ต่างๆได้แล้ว ไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ

Lenovo ideacentre 5 27

ภายใน Lenovo Ideacentre 5 เป็นเมนบอร์ดแบบ Micro ATX ที่สามารถอัพเกรทอุปกรณ์ได้เยอะพอสมควร จัดเก็บสายไฟมาเป็นอย่างดี ดูโล่งๆไม่รกเท่าไรนัก

Lenovo ideacentre 5 28

Lenovo ideacentre 5 29 Lenovo ideacentre 5 31

แรมที่ให้มาเป็นแบบ Hyper X คุณภาพดีทีเดียว โดยมีเหลือว่างอีก 3 แถว สล๊อต PICe x16 ว่างอีกหนึ่งช่อง และ PCIe x1 ว่างอีกหนึ่งช่อง

นอกนั้นยังสามารถอัพเกรท SSD แบบ PCI2 M.2 ได้อีก 1 ช่อง และ SATA ว่างอีก 1 ช่อง พร้อมการ์ด WiFi ติดตั้งมาให้เลยพร้อมใช้

Lenovo ideacentre 5 30 1 rotated

Power Supply เป็นรุ่นพิเศษเฉพาะเครื่อง Lenovo ขนาดเล็ก 260W มาตรฐาน 80 PLUS BRONZE

Lenovo Vantage 7 12 2021 6 52 38 PM

Lenovo Vantage 7 12 2021 6 52 47 PM Lenovo Vantage 7 12 2021 6 52 53 PM

ซอฟต์แวร์หลักของ lenovo Vantage ที่มีติดในทุกเครื่อง เช้คสถานะเครื่อง พร้อมระยะเวลาการรับประกันได้ทันที

CPU Z 7 12 2021 6 51 32 PM CPU Z 7 12 2021 6 51 41 PM

สเปครุ่นที่ทีมงานได้มาทดสอบเป็นซีพียู AMD Ryzen 3 4300G แรงพอเหมาะสำหรับการทำงานต่างๆ หรือเล่นเกมออนไลน์เบาๆได้สบาย

CPU Z 7 12 2021 6 51 43 PM CPU Z 7 12 2021 6 51 47 PM

เมนบอร์ดของทาง Lenovo เอง และแรมแบบ 8GB DDR4 3,200 MHz

CPU Z 7 12 2021 6 51 50 PM

กราฟิกการ์ดเป้นออนบอร์ดของตัว 4300G

CPU Z 7 12 2021 6 53 21 PM

ความแรงของตัว 4300G ก็ไม่ได้ขี้เหร่นะ

CrystalDiskMark 6.0.2 x64 7 14 2021 10 29 14 AM

ฮาร์ดดิสค์ที่แถมมาเป็น WD Blue แบบ 7200 RPM ตามสเปคไม่ได้เร็วแรงมาก เน้นความจุสูงระดับ 1 TB

CINEBENCH R15.0 7 14 2021 11 29 24 AM

ระดับความแรงของซีพียู

3DMark Advanced Edition 7 14 2021 10 42 07 AM

ระดับความแรงของการ์ดจอ ไม่ได้แรงมาก แต่ก็พอดูหนังเล่นเกมออนไลน์เบาๆได้

PCMark 10 Advanced Edition 7 14 2021 11 15 08 AM

ความแรงของเครื่องโดยรวม

CPUID HWMonitor 7 14 2021 11 19 01 AM

ในส่วนของความร้อน เคสเล็กไม่มีพัดลมระบาย ทดสอบเบิร์นซีพียูและการ์ดจอ 100% ในอุณหภูมิห้องราว 30 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิซีพียูสูงสุดที่ 91 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าร้อนเอาเรื่อง แต่ก็ยังสามารถทำงานได้ปรกติ ไม่มีอาการดับหรือค้างแต่อย่างใด แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานนานๆ อาจจะต้องเพิ่มพัดลมช่วยดูอากาศด้านหลังอีกสักตัว จะช่วยให้ระบบระบายความร้อนดียิ่งขึ้น

Lenovo ideacentre 5 07

Lenovo Ideacentre 5 อาจจะไม่ใช่พีซีสเปคแรง หรือดีไซน์สวยอะไรมากมายนัก แต่เป็นพีซีที่ออกแบบมาเพื่อท่านที่ต้องการความสะดวกและง่ายในการใช้งาน พร้อมขนาดที่กะทัดรัด แต่ก็ยังรองรับการอัพเกรทอุปกรณ์ได้พอสมควร กับสเปคที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปกับซีพียู AMD Ryzen 3 4300G ที่สามารถดูหนังฟังเพลง ทำงาน หรือเล่นเกมออนไลน์เบาๆ ได้อย่างสบาย

อีกทั้งยังเหมาะกับท่านที่ไม่มีความรู้เรื่องพีซีเพราะตัวเครื่องลงวินโดวส์และไดร์เวอร์มาให้พร้อมใช้งานทันที แถมคีย์บอร์ดเมาส์มาให้ไม่ต้องซื้อเพิ่ม และยังมาพร้อมประกันซ่อมถึงบ้านฟรี 3 ปีเต็ม ไม่ต้องยกเครื่องไปร้านให้วุ่นวาย

กับราคาค่าตัว 13,990 บาท ถ้าตัดค่าวินโดวส์ไปเฉพาะราคาเครื่องก็อยู่ที่ราวหมื่นเดียวเอง คุ้มค่าเหมาะกับท่านที่ต้องการพีซีราคาประหยัดไปใช้งานที่บ้านสำหรับยุค WFH นี้จริงๆ

จุดเด่น

  • เคสเล็ก แต่ก็ยังรองรับการอัพเกรท
  • ราคาต่อสเปคคุ้มค่า
  • มาพร้อม Windows แท้ พร้อมใช้
  • รับประกัน Onsite 3 ปี

ข้อสังเกต

  • ไม่มีพัดลมเสริมช่วยระบายความร้อน
  • PSU 260W ไม่รองรับการ์ดจอต่อไฟแยก
  • พอร์ตด้านหลังน้อยไปหน่อย

 

from:https://notebookspec.com/web/604235-review-lenovo-ideacentre-5

6 จอคอม 4K สายทำงานได้เล่นเกมดี เริ่มที่ 8,490 บาทก็ได้ใช้แล้ว

จอคอม 4K ทั้ง 6 รุ่นที่เลือกมาแนะนำครั้งนี้ ถูกใจสเปคไหนกดซื้อไปเลยไม่ต้องลังเล

monitor 4k cover

จอคอม 4K ในตอนนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จากทั้งเกมเมอร์และคนทำงาน เพราะสเปคของพีซีและโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันถือว่าแรงจนเรนเดอร์ภาพความละเอียดสูงขึ้นบนหน้าจอความละเอียดสูงแบบนี้ได้แล้ว ยิ่งใครที่มีเกมมิ่งพีซีสเปคแรงการ์ดจอตัวท็อปใส่อยู่ในเครื่อง ก็น่าจะอยากอัพเกรดความละเอียดหน้าจอขึ้นเรื่อย ๆ ให้ได้ภาพสวยคมชัดยิ่งขึ้น จะได้เล่นเกมแล้วได้ภาพสวยคมชัดขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้หน้าจอคอม 4K ส่วนใหญ่ยังเป็นหน้าจอที่ค่า Refresh Rate อยู่ที่ 60 Hz อาจจะมี 144 Hz อยู่บ้างแต่ก็น้อยและราคาแพง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้าเกมเมอร์คนไหนใช้จอคอมความละเอียดช่วง Full HD – 2K 144 Hz มาก่อน แล้วต้องย้อนกลับมาใช้จอ 60 Hz แต่ความละเอียดสูง อาจจะรู้สึกว่าภาพสวยคมก็จริงแต่ไม่ลื่นเท่าจอเก่านัก ดังนั้นต้องเลือกกันระหว่างจอความละเอียดสูงและจอลื่นนวลตาดูว่าอยากได้จอแบบไหนไปใช้กัน

จอคอม 4K

แต่ข้อดีของจอคอม 4K คือเป็นจอความละเอียดสูงที่ผู้ผลิตต่างเติมฟีเจอร์ดี ๆ มาให้แบบจัดเต็มและบางรุ่นก็มีเทคโนโลยีเอื้อเกมเมอร์อย่าง Radeon FreeSync หรือ G-SYNC ที่ช่วยป้องกันภาพฉีกขาดใส่มาให้เสียด้วยซ้ำ มีค่าขอบเขตสีที่กว้างและเหมาะกับการทำงานมาก ๆ ดังนั้นถ้าใครทำงานสาย Art work หรือเป็นช่างภาพมืออาชีพล่ะก็ จะมีจอคอม 4K เอาไว้ใช้ที่โต๊ะทำงานสักตัวก็จะดีไม่น้อยเลย

6 จอคอม 4K น่าใช้ ทำงานได้เล่นเกมดี

สำหรับจอคอม 4K ในตอนนี้ ถ้าเทียบราคากับเมื่อหลายปีก่อนถือว่าถูกลงมาก มีเงินเพียงหลักพันปลายก็ซื้อมาใช้ที่บ้านหรือที่ทำงานได้แล้วและมีให้เลือกหลายแบรนด์ด้วย แต่นอกจากหน้าจอ ก็ควรมีสายเชื่อมต่อหน้าจอกับคอมพิวเตอร์อย่างเช่น HDMI หรือ DisplayPort ที่รับส่งสัญญาณภาพได้ดีด้วย ซึ่งถ้าใครสงสัยเรื่องสาย HDMI สำหรับต่อหน้าจอว่ามีสเปคอย่างไรบ้าง สามารถอ่านในบทความนี้ได้เลย

ส่วนหน้าจอคอม 4K ทั้ง 6 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้จะมีดังนี้

  1. BenQ EL2870U (8,490 บาท)
  2. Philips 276E8VJSB/67 (8,700 บาท)
  3. Lenovo ThinkVision S28u-10 (10,197 บาท)
  4. LG 27UL600-W (12,500 บาท)
  5. Dell UltraSharp U2720Q (22,900 บาท)
  6. ASUS ROG Strix XG27UQ (32,900 บาท)
1. BenQ EL2870U (8,490 บาท)

benq

จอคอม 4K แนะนำรุ่นแรกเป็น BenQ EL2870U ถึงมีเงินไม่เกินหมื่นก็ซื้อมาใช้ได้ เพราะว่าราคาตอนนี้เพียง 8,490 บาทเท่านั้น แต่ได้หน้าจอขนาดใหญ่ 28 นิ้ว มี HDR รวมทั้งมีฟีเจอร์เอื้อเกมเมอร์ติดมาให้อีกด้วย จัดว่าเป็นจอคอม 4K ราคาดีตัวแรกสำหรับเกมเมอร์หลาย ๆ คนได้เลย โดยฟีเจอร์พิเศษที่ผู้เขียนเห็นว่า BenQ ตัวนี้เป็นจอ 4K น่าใช้ คือมี AMD FreeSync และได้รับการรับรองเป็นจอถนอมสายตา Low Blue Light จาก TUV Rheinland มี Brightness Intelligence Plus (B.I.+) เซนเซอร์จับอุณหภูมิสีของสภาพแวดล้อมแล้วปรับระดับแสงอัตโนมัติ และเป็นจอลดการกระพริบ (Flicker-Free) ใช้งานนนาน ๆ ตาไม่ล้าแน่นอน

สเปคของ BenQ EL2870U ตัวนี้ จะเป็นจอขนาด 27.9 นิ้ว ความละเอียด 4K (3,840×2160 พิกเซล) พาเนล TN คุณภาพสูง ค่า Refresh Rate 60 Hz แต่ Response Time เร็วมาก เพียง 1ms (GtG) เท่านั้น เป็นจอสี 10-bit อีกด้วย ดังนั้นต่อให้พาเนลเป็น TN แต่ก็คุณภาพสูง ขอบเขตสีกว้าง 72% NTSC มีพอร์ต HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.4 x 1, USB-C x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, ลำโพง 2W x 2 ตัว เรียกว่าครบเครื่องทีเดียว

สเปคของ BenQ EL2870U
  • ขนาด 27.9 นิ้ว ความละเอียด 4K (3,840×2160 พิกเซล) พาเนล TN, Flicker-Free
  • จอ HDR สี 10-bit ขอบเขตสี 72% NTSC
  • Refresh Rate 60 Hz, Response Time 1ms (GtG)
  • มีพอร์ต HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.4 x 1, USB-C x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, ลำโพง 2W x 2 ตัว
  • ฟีเจอร์พิเศษมี AMD FreeSync, Low Blue Light ได้รับการรับรองจาก TUV Rheinland, Brightness Intelligence Plus (B.I.+)
  • ราคา 8,490 บาท (BenQ Thailand)
2. Philips 276E8VJSB/67 (8,700 บาท)

philips

จอคอม 4K ราคาไม่เกินหมื่นอีกรุ่นที่แนะนำและมีขอบเขตสีกว้างสำหรับสายงานกราฟฟิคโดยเฉพาะ จะมี Philips 276E8VJSB/67 ตัวนี้ให้เลือก โดยฟีเจอร์เด่น ๆ ของหน้าจอนี้เป็นพาเนล IPS ขอบบางและเป็นจอลดการกระพริบ (Flicker-Free), มีโหมด LowBlue ลดแสงสีฟ้าที่ทำให้ตาล้า มีโหมดแยกจอแบบ MultiView (Picture-in-Picture) แบ่งหน้าจอเป็นสองส่วน ต่อโน๊ตบุ๊คคู่กับพีซีเครื่องหลักของเราก็ได้ และดีไซน์หน้าจอก็ขอบบางให้มีพื้นที่มองเห็นบนหน้าจออีกด้วย

สเปคของ Philips 276E8VJSB/67 เป็นจอ 27 นิ้ว ความละเอียด 4K (3840×2160 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 60 Hz, Response Time 5ms ขอบเขตสี 109% sRGB, 91% NTSC ซึ่งถือว่าเหมาะกับการทำงานเรื่องภาพและสีสันมาก เคลือบสารลดแสงสะท้อน 3H มีโหมด SmartImage Game เอาไว้สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.2 x 1, Audio Out x 1 ซึ่งถ้าใครทำงานเป็นสายกราฟฟิคแบบเน้น ๆ แนะนำให้ซื้อจอ Philips รุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Philips 276E8VJSB/67
  • ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K (3,840×2160 พิกเซล) พาเนล IPS, Flicker-Free
  • ขอบเขตสี 109% sRGB, 91% NTSC
  • Refresh Rate 60 Hz, Response Time 5ms (GtG)
  • มีพอร์ต HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.2 x 1, Audio Out x 1
  • ฟีเจอร์พิเศษมี SmartImage, Picture-in-Picture, LowBlue
  • ราคา 8,700 บาท (JIB)
3. Lenovo ThinkVision S28u-10 (10,197 บาท)

thinkvision

Lenovo ThinkVision S28u-10 นั้นจัดเป็นจอคอม 4K เน้นเรื่องการทำงานเป็นหลักโดยเฉพาะ ซึ่งจุดเด่นของหน้าจอนี้เป็นเรื่องขอบเขตสีบนหน้าจอกว้าง หน้าจอสว่างและสีสันสวยงามเป็นอย่างมากเพราะเป็นจอ 10-bit (8-bit+FRC) ดีไซน์ขอบบางเหมาะกับคนที่หาหน้าจอดีไซน์มินิมัลมาใช้ที่โต๊ะทำงาน นอกจากนี้ยังมีโหมดลดแสงสีฟ้า Low Blue Light Technology ถึงนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงตาก็ไม่ล้า แต่ไม่มี Gaming Mode ดังนั้นจึงเหมาะกับการทำงานเป็นหลัก

สเปคของหน้าจอมีขนาด 28 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840×2160 พิกเซล) พาเนล IPS, Anti-glare ค่า Refresh Rate 60 Hz, Response Time 4ms (Extreme) / 6ms (โหมดปกติ) ขอบเขตสีกว้าง 99% sRGB, 90% DCI-P3 จัดว่าเหมาะกับการทำงานด้านสีสันเป็นอย่างมาก ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี HDMI 2.0 x 1, DisplayPort 1.2 x 1, Audio Out x 1 ช่อง อย่างไรก็ตามจุดสังเกตคือ มีพอร์ตเชื่อมต่อหน้าจอค่อนข้างน้อยเพียง 2 ช่องเท่านั้น แต่ถ้าเอามาต่อพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเพียงเครื่องเดียวก็ถือว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

สเปคของ Lenovo ThinkVision S28u-10
  • ขนาด 28 นิ้ว ความละเอียด 4K (3,840×2160 พิกเซล) พาเนล IPS, Anti-glare
  • ขอบเขตสี 99% sRGB, 90% DCI-P3, 10-bit (8-bit+FRC)
  • Refresh Rate 60 Hz, Response Time 4ms (Extreme) / 6ms (โหมดปกติ)
  • มีพอร์ต HDMI 2.0 x 1, DisplayPort 1.2 x 1, Audio Out x 1
  • ฟีเจอร์พิเศษมี Low Blue Light Technology
  • ราคา 10,197 บาท (Lenovo)
4. LG 27UL600-W (12,500 บาท)

lg

สำหรับจอ 4K ยังไงก็ต้องมี LG ที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหน้าจอคุณภาพมาให้เลือกซื้อกันอย่างต่อเนื่องอีกแบรนด์ โดยรุ่นน่าสนใจคือ LG 27UL600-W ที่ถึงราคาจะขึ้นมาหลักหมื่นต้น แต่ก็คุ้มค่าราคาที่จ่ายไป เพราะเป็นจอที่ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 ซึ่งจอสว่างถึง 400 nits, ขอบเขตสีกว้างใช้ทำงานอาร์ตต่าง ๆ ได้ดี ผ่านมาตรฐาน HDCP 2.2 มี Radeon FreeSync ป้องกันภาพฉีกขาดตอนเล่นเกมกับ Gaming Mode ตั้งค่าด้วยตัวเองก็ได้ มี FPS, RTS Mode ที่ตั้งค่าสำเร็จรูปมาจากโรงงาน, เป็นหน้าจอลดการกระพริบ Flicker-Free จัดว่าเหมาะกับทั้งเกมเมอร์และสายทำงานแน่นอน

สเปคของ LG 27UL600-W มีขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD พาเนล IPS เคลือบกันแสงสะท้อน 3H ค่า Refresh Rate 60 Hz, Response Time 5ms (GtG) ขอบเขตสีกว้าง 99% sRGB มีพอร์ต HDMI x 2, DisplayPort x 1, Audio Out x 1 เรียกว่าเป็นหน้าจอที่เหมาะกับการทำงานหรือจะเอาไว้เล่นเกมก็ดีทั้งนั้น ถ้าใครอยากได้จอ 4K คุณภาพดีสักตัวจะเลือก LG รุ่นนี้ไปเลยก็คุ้มอย่างแน่นอน

สเปคของ LG 27UL600-W
  • ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K (3,840×2160 พิกเซล) พาเนล IPS, Flicker-Free
  • ขอบเขตสี 99% sRGB, VESA DisplayHDR 400
  • Refresh Rate 60 Hz, Response Time 5ms
  • มีพอร์ต HDMI x 2, DisplayPort x 1, Audio Out x 1
  • ฟีเจอร์พิเศษมี Gaming Mode, Radeon FreeSync
  • ราคา 11,900 บาท (BaNANA)
5. Dell UltraSharp U2720Q (22,900 บาท)

u2720q cfp 00030lf095 gy

Dell UltraSharp U2720Q จัดเป็นซีรี่ส์หน้าจอสายทำงานคุณภาพสูง ซึ่งถึงจะยังเป็นซีรี่ส์ของปี 2020 แต่สเปคถือว่าน่าใช้มาก ๆ เพราะมีขอบเขตสีกว้าง เหมาะกับงานอาร์ตและสีสันมาก ๆ, เป็นจอ VESA DisplayHDR 400 และเชื่อมต่อหน้าจอผ่านทางสาย USB-C เส้นเดียวก็ใช้งานได้เลย ดังนั้นถ้าใครใช้โน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ต Thunderbolt อยู่ก็ใช้สายเส้นเดียวแล้วใช้านได้ทันทีและหน้าจอก็ชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คด้วยมาตรฐาน USB Power Delivery กำลังไฟ 90W ได้ด้วย เลยไม่ต้องต่อปลั๊กเพิ่มก็ได้ และใช้หน้าจอเป็น USB-C Multiport Hub ได้ด้วยเพราะที่ตัวจอมีพอร์ตให้ใช้มากมาย และผู้ใช้สามารถตั้งหน้าจอให้ก้มเงย, หันซ้ายขวาหรือแม้แต่ตั้งจอเป็นแนวตั้งก็ได้ด้วย

ฟีเจอร์ของ Dell UltraSharp U2720Q จะมีขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840×2160 พิกเซล) Anti-glare เคลือบสารเคลือบ 3H พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 60 Hz, Response Time 5ms (Fast Mode) / 8ms (Normal Mode) ขอบเขตสีกว้างระดับ 99% sRGB, 99% Rec 709, 95% DCI-P3 ความแม่นยำสี Delta-E <2 เรียกว่าเป็นจอคอม 4K ที่เกิดมาเพื่องานอาร์ตโดยเฉพาะ ส่วนพอร์ตบนหน้าจอเรียกว่าจัดเต็มจนเป็นศูนย์รวมพอร์ตได้เลยเพราะมี DisplayPort 1.4 x 1, HDMI 2.0 x 1, USB-C upstream รองรับ DisplayPort 1.4/USB 3.1 และชาร์จอุปกรณ์เช่นโน๊ตบุ๊คที่ต่อกับเครื่องได้ด้วยมาตรฐาน USB-PD ได้ที่ 90W, USB-A 3.0 Downstream x 2, USB-A 3.0 ใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ด้วยกระแส 2A, Audio Out x 1, USB-C Downstream ชาร์จกระแสได้ 3A x 1 เรียกว่าถ้าใครอยากได้จอคอม 4K ไปทำงานแบบต่อตัวเดียวจบทำงานได้เลย จอ Dell ตัวนี้จัดเป็นตัวจบตัวหนึ่งเลยทีเดียว และในกล่องก็แถมสาย USB-C to C คุณภาพสูงเอาไว้ต่อระหว่างหน้าจอกับโน๊ตบุ๊คมาให้แล้วด้วย

สเปคของ Dell UltraSharp U2720Q
  • ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K (3,840×2160 พิกเซล) พาเนล IPS, Anti-glare เคลือบสารเคลือบ 3H
  • ขอบเขตสี 99% sRGB, 99% Rec 709, 95% DCI-P3 ความแม่นยำสี Delta-E <2
  • Refresh Rate 60 Hz, Response Time 5ms (Fast Mode) / 8ms (Normal Mode)
  • มีพอร์ต DisplayPort 1.4 x 1, HDMI 2.0 x 1, USB-C upstream รองรับ DisplayPort 1.4/USB 3.1 และชาร์จอุปกรณ์เช่นโน๊ตบุ๊คที่ต่อกับเครื่องได้ด้วยมาตรฐาน USB-PD ได้ที่ 90W, USB-A 3.0 Downstream x 2, USB-A 3.0 ใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ด้วยกระแส 2A, Audio Out x 1, USB-C Downstream ชาร์จกระแสได้ 3A x 1
  • ราคา 22,900 บาท (JIB)
6. ASUS ROG Strix XG27UQ (32,900 บาท)

ถ้างบประมาณไม่ใช่ปัญหาแต่จะหาจอคอม 4K เพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ ต้อง ASUS ROG Strix XG27UQ ตัวนี้ถึงจะจบที่สุด เพราะค่า Refresh Rate 144 Hz, Response Time 1ms (MPRT) และมีฟีเจอร์เพื่อเกมมิ่งอัดแน่นมาให้ ทั้งรองรับ NVIDIA G-SYNC, ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 การันตีว่าสีสันสวยเข้มข้น ขอบเขตสีกว้าง 90% DCI-P3, Shadow Boost ทำให้ฉากสว่างขึ้นเล็กน้อยมองง่ายขึ้น มีซอฟท์แวร์ ASUS Display Widget สำหรับเปลี่ยนโหมดการแสดงผลหน้าจอให้เข้ากับแนวเกมที่เล่นและตั้งค่าการแสดงผลหน้าจอได้, Ultra-low Blue Light ลดแสงสีฟ้าที่รบกวนสายตาไม่ให้ตาล้าง่าย และเมื่อต่อกับคอนโซลแล้วก็รองรับเทคโนโลยี VRR (Variable Refresh Rate) ทำให้ภาพในเกมตอนต่อกับจอ ASUS นี้ลื่นไหลไม่ฉีกขาดด้วย

สเปคของ ASUS ROG Strix XG27UQ มีขนาดจอ 27 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840×2160 พิกเซล) พาเนล IPS, Anti-glare ค่า Refresh Rate 144 Hz, Response Time 1ms (MPRT) ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 แล้ว มีขอบเขตสีกว้าง 99% sRGB, 90% DCI-P3 มีพอร์ต HDMI 2.0 x 2, USB-A x 2, Audio Out x 1 ช่อง เมื่อต่อกับคอนโซลรุ่นต่าง ๆ จะได้ความละเอียดหน้าจอแตกต่างกันคือ เมื่อต่อกับ PS5 จะได้ Full HD 120 Hz ส่วน Xbox Series X|S จะเลือกได้ว่าเป็น Full HD หรือ 1440p (2560×1440 พิกเซล) มี VRR ด้วย เรียกว่าถ้าพร้อมลงทุนให้กับจอคอม 4K สายเกมมิ่งเต็มตัวรุ่นนี้ล่ะก็ แนะนำให้ซื้อ ROG Strix XG27UQ ตัวนี้เลย

สเปคของ ASUS ROG Strix XG27UQ
  • ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K (3,840×2160 พิกเซล) พาเนล IPS, Anti-glare 
    • ต่อกับ PS5 จะได้ Full HD 120 Hz
    • Xbox Series X|S เลือกระหว่าง Full HD หรือ 1440p (2560×1440) มี VRR
  • ขอบเขตสี 99% sRGB, 90% DCI-P3, VESA DisplayHDR 400
  • Refresh Rate 144 Hz, Response Time 1ms (MPRT)
  • มีพอร์ต HDMI 2.0 x 2, USB-A x 2, Audio Out x 1
  • ฟีเจอร์พิเศษมี NVIDIA G-SYNC, Shadow Boost, ASUS Display Widget, Ultra-low Blue Light
  • ราคา 32,900 บาท (Mercular)

สรุปสเปคจอคอม 4K ทั้ง 7 รุ่น

สำหรับสเปคหน้าจอคอม 4K ทั้ง 7 รุ่นนั้นจะมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งเป็นจอเกมมิ่งหรือเป็นจอสายทำงานโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ผลิตแต่ละค่ายก็ใส่สเปคมาให้แบบจัดเต็มซึ่งถ้าสรุปสเปคทั้งหมดจะเป็นดังนี้

สเปคของจอคอม 4K ความละเอียดและขอบเขตสี Refresh Rate

Response Time

พอร์ต ฟีเจอร์พิเศษ ราคา
BENQ EL2870U 27.9″ 4K UHD พาเนล TN, Flicker-Free

HDR 10-bit

72% NTSC

Refresh Rate 60 Hz

Response Time
1ms (GtG)

HDMI 2.0 x 2

DisplayPort 1.4 x 1

USB-C x 1

ช่องหูฟัง 3.5 mm. x 1

ลำโพง 2W x 2

AMD FreeSync

Low Blue Light

Brightness Intelligence Plus

8,490 บาท
PHILIPS 276E8VJSB/67 27″ 4K UHD พาเนล IPS, Flicker-Free

109% sRGB

91% NTSC

Refresh Rate 60 Hz

Response Time
5ms (GtG)

HDMI 2.0 x 2

DisplayPort 1.2 x 1

Audio Out x 1

SmartImage

Picture-in-Picture

LowBlue

8,700 บาท
LENOVO THINKVISION S28U-10 27″ 4K UHD พาเนล IPS, Anti-glare

10-bit (8-bit+FRC)

99% sRGB, 90% DCI-P3

Refresh Rate 60 Hz

Response Time
4ms (Extreme) / 6ms (โหมดปกติ)

HDMI 2.0 x 1

DisplayPort 1.2 x 1

Audio Out x 1

Low Blue Light Technology 10,197 บาท
LG 27UL600-W 27″ 4K UHD พาเนล IPS, Flicker-Free

99% sRGB

VESA DisplayHDR 400

Refresh Rate 60 Hz

Response Time
5ms

HDMI x 2

DisplayPort x 1

Audio Out x 1

Gaming Mode

Radeon FreeSync

11,900 บาท
DELL ULTRASHARP U2720Q 27″ 4K UHD พาเนล IPS, Anti-glare

99% sRGB

99% Rec 709

95% DCI-P3

ความแม่นยำสี
Delta-E <2

Refresh Rate 60 Hz

Response Time
5ms (Fast Mode) / 8ms (Normal Mode)

DisplayPort 1.4 x 1

HDMI 2.0 x 1

USB-C Upstream x 1

USB-C Downstream x 1

USB-A 3.0 Downstream x 2

USB-A 3.0 x 1 ใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นกระแส 2A

Audio Out x 1

22,900 บาท
ASUS ROG STRIX XG27UQ 27″ 4K UHD พาเนล IPS, Anti-glare

ต่อ PS5 จะได้ Full HD 120 Hz

Xbox Series X|S ได้ Full HD หรือ 1440p พร้อม VRR

99% sRGB

90% DCI-P3

VESA DisplayHDR 400

Refresh Rate 144 Hz

Response Time 1ms (MPRT)

HDMI 2.0 x 2

USB-A x 2

Audio Out x 1

NVIDIA G-SYNC

Shadow Boost

ASUS Display Widget

Ultra-low Blue Light

32,900 บาท

จะเห็นว่าหน้าจอ 4K ตอนนี้ราคาก็เริ่มถูกลงเรื่อย ๆ และเริ่มมีรุ่นให้เลือกมากขึ้นเรื่อย ๆ และสเปคหลาย ๆ รุ่นก็น่าสนใจไม่น้อย จะเอาไว้ทำงานก็ได้เล่นเกมก็โอเคเช่นกัน แต่จะติดว่ารุ่นที่ค่า Refresh Rate สูงก็จะราคาสูงไปด้วย แต่ถ้าใครอยากได้จอความละเอียดสูงคมชัดเอาไว้ทำงานหรือเล่นเกมล่ะก็ จะเลือกซื้อจอคอม 4K เอาไว้ใช้สักจอหนึ่งก็ดีเช่นกัน 

ส่วนคนที่อยากเปลี่ยนมาใช้จอคอม 4K แต่ยังรู้สึกว่าราคายังแพงอยู่ก็ไม่ต้องรีบซื้อก็ได้เช่นกัน เนื่องจากตอนนี้เริ่มเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากหน้าจอ Full HD เป็น 2K และ 4K โดยสังเกตจากราคาหน้าจอคอมที่ค่อย ๆ มีตัวเลือกมากขึ้นและถูกลงเรื่อย ๆ ซึ่งผู้เขียนคาดว่าภายใน 1-2 ปีนี้ ราคาอาจจะลดลงและหาซื้อมาใช้ได้ง่ายยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

gaming monitor

rpg cover

hdmi gaming laptop

from:https://notebookspec.com/web/605123-6-recommend-4k-monitor

[video webinar] Anywhere School with Google for Education and Chromebook

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา Lenovo ได้จัดการบรรยายขึ้นในหัวข้อ “Anywhere School with Google for Education and Chromebook” ซึ่งพูดถึงฟีเจอร์ใน Chromebook ที่จะเข้ามาช่วยพลิกโฉมห้องเรียนทั่วโลก

ผู้บรรยาย :  คุณจารุณี สินชัยโรจน์กุล, Education Lead, Google for Education, Thailand

เมื่อโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่ใดสถานที่หนึ่งอีกต่อไป

มาร่วมเรียนรู้ Google for Education และ Chromebook ซึ่งเป็นมากกว่าเทคโนโลยี แต่เป็นแนวทางที่พลิกโฉมห้องเรียนทั่วโลกผ่านเครื่องมือ Google Workspace for Education และ อุปกรณ์ Chromebook ที่ช่วยส่งเสริมทักษะสำคัญสำหรับการทำงานในอนาคตให้กับนักเรียน

from:https://www.techtalkthai.com/rerun-video-webinar-anywhere-school-with-google-for-education-and-chromebook/

[video webinar] How to Create an Effective Online Classroom

สำหรับท่านที่พลาดฟังโซลูชัน online classroom ของ Lenovo ในวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมาในหัวข้อ “How to Create an Effective Online Classroom” โดยท่านจะได้อัปเดตเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับการเรียนการสอนและการฝึกอบรมระยะไกลผ่านระบบระบบออนไลน์ ที่เหมาะสมสำหรับการเรียนการสอนในเนื้อหารูปแบบต่างๆ ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน Remote Classroom และ Hybrid Classroom มารับชมการบรรยายย้อนหลังกันได้เลยนะครับในบทความนี้

ผู้บรรยาย: คุณปัญญา ญาติธรรม, CAP Services Solution Pre-Sales ดูแลให้คำปรึกษาและบริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โซลูชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, Lenovo

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าภาพของห้องเรียนแห่งอนาคตนั้น คือห้องเรียนแบบ Hybrid Classroom ที่ต้องผสมผสานทั้งการเรียนการสอนภายในห้องเรียนเข้ากับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพื่อให้การสอนแต่ละวิชานั้นสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด ในขณะที่ครูและนักเรียนเองก็ยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของโรคระบาดได้อยู่เสมอ

Lenovo ในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยีสำหรับการเรียนการสอน จึงจัด Webinar ในครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้มหาวิทยาลัย, โรงเรียน, สถาบันการศึกษา ไปจนถึงธุรกิจสอนพิเศษได้เข้ามาอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับใช้ในการเรียนการสอนในแบบทางไกลและแบบ Hybrid ให้สามารถเลือกนำไปใช้สอนให้เหมาะสมกับแต่ละรายวิชาและแต่ละโจทย์ความต้องการได้

from:https://www.techtalkthai.com/rerun-video-webinar-how-to-create-an-effective-online-classroom/

รีวิว Lenovo Tab M10 FHD Plus แท็บเล็ตจอ 10.3″ ได้เคสและฟิล์มครบเครื่องพร้อมประกัน 1 ปี แค่ 7,990 บาท

Lenovo Tab M10 FHD Plus แท็บเล็ตสเปคดี มีไว้เสริมกับโน๊ตบุ๊คได้สบาย ๆ ของแถมครบเครื่องเปิดมาพร้อมใช้เลย

tab m10 cover

ถึงโน๊ตบุ๊คจะทำงานได้ดี แต่ถ้าโดยสารขนส่งสาธารณะไปไหนมาไหนแล้วจะเปิดเว็บไซต์อ่านข่าวหรือบทความ ยังไงแท็บเล็ตก็ตอบโจทย์กว่า ซึ่ง Lenovo Tab M10 FHD Plus แท็บเล็ตราคาย่อมเยาแค่ 7,990 บาท ก็ได้แท็บเล็ตสำรองสเปคดีเอาไว้ใช้อ่านข่าวดูหนังแล้ว และยิ่งถ้าใครหันมาอ่าน eBook แล้วอยากได้แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ ๆ เอาไว้อ่านหนังสือได้สบายตากว่านั่งอ่านในมือถือเหมือนเมื่อก่อนล่ะก็ จะซื้อแท็บเล็ต Lenovo เครื่องนี้เอาไว้ก็ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

แล้วคนที่มีลูกหลานอยู่ที่บ้าน จะหาแท็บเล็ตเผื่อเอาไว้ให้เด็ก ๆ ได้เล่นเกม, เรียนออนไลน์และใช้แอพฯ สำหรับเด็กเล็ก Lenovo ก็ติดตั้งมาให้ใช้เช่นกัน ซึ่งถือว่าครบเครื่อง นอกจากนี้พอซื้อมาแล้วก็ได้เคสและฟิล์มมาใช้ ตัดปัญหาจุกจิกว่าหาอุปกรณ์เสริมตรงรุ่นไม่ได้ไปเลย

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5068

ส่วนถ้าใครขายของออนไลน์แล้วต้องตอบแชตลูกค้าบ่อย ๆ ไม่อยากซื้อโน๊ตบุ๊คให้เปลืองเงิน จะซื้อเคสคีย์บอร์ดตรงรุ่นมาเลยก็ได้ สามารถต่อใช้งานได้ทันทีไม่ต้องจับคู่ Bluetooth อะไรให้เสียเวลาเพราะด้านข้างตัวเครื่องก็มีพอร์ตเฉพาะติดมาด้วย ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทำงานได้ง่ายขึ้นเป็นกอง และยังพกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายด้วย

NBS Verdict

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5081

สำหรับคนที่หาแท็บเล็ตราคาไม่แพงเอาไว้ใช้ จะเป็นเครื่องหลักเอาไว้ขายของออนไลน์หรือเป็นเครื่องสำรองไว้อ่านข่าวหรือ eBook คู่กับโน๊ตบุ๊คเครื่องหลักของเราล่ะก็ Lenovo Tab M10 FHD Plus เครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน ถึงสเปคของเครื่องจะอยู่ระดับกลาง ๆ ใช้เล่นเกมทั่วไปได้บ้าง แต่ที่เด่นเลยคือราคาที่ไม่แพง มีศูนย์บริการให้อุ่นใจ ได้ของแถมอย่างเคสและฟิล์มพร้อมใช้ หน้าจอใหญ่ 10.3 นิ้ว มีระบบเสียง Dolby Atmos กับราคาแค่ 7,990 บาท ซึ่งถือว่าราคากำลังดีไม่ถูกไม่แพงเกินไปอีกด้วย

ส่วนจุดสังเกตที่ขอแนะนำเอาไว้เผื่อให้คนที่อยากซื้อมาใช้งานได้เตรียมตัวสักหน่อย คือเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสุดแค่ 8 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะน้อยกว่าบางแบรนด์ที่เริ่มแตะหลัก 10 ชั่วโมงขึ้นไปแล้ว และตัวเคสปิดหน้าจอเวลาแกะมาใช้งานใหม่ ๆ ตัวพลาสติกจะยังตึงอยู่จนทำให้ตอนปิดตัวบานพับเพื่อล็อคจอแล้วปิดไม่สนิทดีเลยทำให้เครื่องไม่ได้ล็อค แล้วกลายเป็นเปิดหน้าจออยู่ ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่าตอนเปิดใช้งานใหม่ ๆ อาจจะใช้วิธีปิดหน้าจอแล้วเอาเครื่องวางคว่ำลงให้ตัวบานพับของเคสเริ่มคลายตัวสักนิด ก็จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ ซึ่งถ้ารับจุดสังเกตทั้ง 2 เรื่องนี้ได้ Lenovo Tab M10 FHD Plus ก็เป็นแท็บเล็ตน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

จุดเด่นของ Lenovo Tab M10 FHD Plus
  1. ตัวเครื่องขนาด 10.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD เปิดอ่านข่าวหรือ eBook แล้วตัวอักษรคมชัด
  2. มีเมมฯ ในเครื่อง 128GB ทำให้ลงแอพฯ และเซฟหนังสือไว้อ่านได้เยอะและเติมเมมได้สูงสุด 256GB แบบ microSD Card
  3. มีระบบสแกนหน้าปลดล็อคเครื่องด้วยกล้อง IR สามารถเปิดหน้าจอแล้วปลดล็อคเครื่องได้เลย
  4. ลำโพงเสียงดังฟังชัด ระบบเสียง Dolby Atmos 
  5. มีโหมดสำหรับเด็ก (Kid’s Mode) เอาไว้ให้เด็ก ๆ เล่นแท็บเล็ตกับแอพฯ ที่เหมาะกับวัย
  6. ระบบปฏิบัติการ Android ได้อัพเดทเป็น Android 10 แล้ว
  7. ตัวเครื่องเป็น Widevine L1 สามารถดูหนังสตรีมมิ่งความละเอียดสูงได้อย่างแน่นอน
ข้อสังเกตของ Lenovo Tab M10 FHD Plus
  1. แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดแค่ 8 ชั่วโมง ซึ่งน้อยกว่าบางแบรนด์ที่เริ่มแตะหลัก 10 ชั่วโมงขึ้นแล้ว
  2. ตัวบานพับปิดหน้าเครื่องตอนแกะมาใช้งานใหม่ ๆ ตัวพลาสติกอาจจะตึง แนะนำให้ตอนปิดบานพับแล้วคว่ำหน้าจอลงให้บานพับคลายตัวลงหน่อย จะปิดได้สนิทขึ้น
  3. ไม่มีแฟลชสำหรับกล้องหลังติดตั้งมาช่วยเสริมตอนถ่ายภาพ

รีวิว Lenovo Tab M10 FHD Plus

Specification

Lenovo Tab M10 FHD Plus

สเปคของ Lenovo Tab M10 FHD Plus จะเป็นแท็บเล็ตสเปคระดับกลาง ๆ เน้นเรื่องความบันเทิงอย่างการดูหนังฟังเพลงด้วยระบบเสียง Dolby Atmos อ่านหนังสือและท่องเว็บไซต์เป็นหลัก เล่นเกมได้ดีระดับหนึ่ง

สเปคตัวเครื่องใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio P22T มี 8 คอร์ จีพียูเป็น PowerVR GE8320 มีเมมในตัวสูงสุด 128GB แบบ e.MMC เพิ่ม microSD Card ได้มากสุด 256GB ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android Pie มาให้และตอนนี้อัพเดทเป็น Android 10 ได้แล้ว มีแรม 4GB LPDDR4x กับหน้าจอ 10.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1200) พาเนล IPS รองรับมัลติทัช 10 จุด เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ ที่ตัวมีพอร์ต USB-C รับส่งข้อมูลด้วยความเร็วระดับ USB 2.0 และช่องหูฟัง 3.5 มม. แบตเตอรี่จุ 5,000 mAh  กล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ใช้สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้ด้วยกล้อง IR และกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล ราคา 7,990 บาท

สเปคของ Lenovo Tab M10 FHD Plus
สเปคของ Lenovo Tab M10 FHD Plus สเปคที่ใช้
ชิปเซ็ต MediaTek Helio P22T มี 8 คอร์
จีพียู PowerVR GE8320
หน่วยความจำ สูงสุด 128GB แบบ e.MMC

เพิ่ม microSD Card ได้มากสุด 256GB

แรม 4GB LPDDR4x
ขนาดหน้าจอ 10.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1200) พาเนล IPS รองรับมัลติทัช 10 จุด เป็น Widevine L1
กล้อง กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
มีกล้อง IR สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง

กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่ 5,000 mAh
การเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac

Bluetooth 5.0

ประกัน 1 ปี
ราคา 7,990 บาท
ชมสเปคเต็ม ๆ ของ Lenovo Tab M10 FHD Plus ได้ที่นี่

Hardware / Design

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5050
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5051

ดีไซน์ของ Lenovo Tab M10 FHD Plus จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามมาาตรฐานแท็บเล็ตหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน มีขอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้านหนาเล็กน้อย โดยด้านบนจะเว้นเอาไว้ให้กับกล้องหน้าและกล้อง IR ไว้สแกนหน้าปลดล็อคเครื่อง ซึ่งระบบสแกนหน้าปลดล็อคเครื่องสามารถทำงานได้เร็วทีเดียวและสะดวกกว่าการพิมพ์รหัสผ่านมาก แต่ในยุคนี้ที่ยังต้องใส่หน้ากากอนามัยอยู่อาจจะได้ใช้งานไม่บ่อยนัก

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5060

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5063
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5062
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5061

ส่วนด้านหลังเครื่องจะเป็นดีไซน์เรียบ ๆ สกรีนโลโก้ของ Lenovo เอาไว้ที่ขอบขวาบน มีกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเอาไว้ใช้ถ่ายภาพ ซึ่งความคมชัดอยู่ในระดับทั่วไป พอใช้ถ่ายภาพจดประกอบโน้ตต่าง ๆ ได้ไล่ ๆ กับแท็บเล็ตในระดับราคาใกล้ ๆ กัน และสกรีนโลโก้ Dolby Atmos ไว้ขอบล่างเครื่อง

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5064

นอกจากเครื่องแล้ว ในแพ็คเกจจะมีเคสและฟิล์มตรงรุ่นแถมมาให้ด้วย โดยตัวเคสจะเป็นพลาสติกแข็งกึ่งเปลือย ล็อคเข้ามุมบนล่างตัวเครื่องฝั่งขวาและตรงกลางเครื่องฝั่งซ้ายปิดพอร์ตเชื่อมต่อคีย์บอร์ดตรงรุ่นของ Lenovo เอาไว้ เพื่อป้องกันออกไซด์จับที่ตัวพอร์ตและทำให้แท็บเล็ตล็อคเข้ากับเคสได้สนิทขึ้น ซึ่งถ้าซื้อเครื่องมาแล้วก็ติดฟิล์มใส่เคสให้เรียบร้อยไปเลย

วิธีการใส่แนะนำให้สไลด์ตัวเครื่องเข้าที่ขอบเคสฝั่งขวาที่ปิดมุมบนล่างของเครื่องก่อนแล้วค่อยกดตัวเครื่องฝั่งซ้ายลงแล้วตัวเคสจะล็อคขอบแท็บเล็ตพอดี ส่วนการถอดเคสให้ทำกลับกัน คือกดเขี้ยวล็อคฝั่งซ้ายลงก่อนแล้วค่อยดึงเครื่องออก

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5070

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5074
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5077
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5071

สำหรับตัวเคสที่แถมมาจะเป็นกึ่งเปลือยสีเทา เนื้อผ้าแบบสากทำให้จับแล้วไม่ลื่นหลุดมือได้ง่ายให้ลุคหรูดูดี มีตัวขอบพลาสติกปิดมุมและขอบเครื่องเอาไว้ เว้นไว้ไม่ให้บังลำโพง ต่อพอร์ตและกดปุ่มต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น ส่วนตัวเคสจะเป็นแบบกางออกมาแล้วตั้งได้ 1 มุม โดยจะวางให้ฝาพับของเคสราบไปกับพื้นหรือพับไปด้านหลังเครื่องก็ได้ ซึ่งสำหรับเคสที่แถมมาพร้อมเครื่องถือว่าเป็นเคสดีมีคุณภาพระดับหนึ่ง ไม่ได้เป็นของแถมทั่ว ๆ ไปที่ใช้ไม่นานก็เสียอย่างแน่นอน

แต่จุดสังเกตคือตอนซื้อมาใหม่ ๆ ตัวบานพับกลางเคสจะค่อนข้างตึง ตอนปิดหน้าจออาจจะไม่สนิทดีเลยทำให้แท็บเล็ตไม่ล็อคหน้าจอ แนะนำว่าตอนใส่เคสมาใหม่ ๆ พอปิดหน้าจอแล้วควรคว่ำหน้าเคสลงให้พลาสติกยืดตัวสักระยะหนึ่งจะทำให้ปิดหน้าจอได้สนิทและใช้งานได้ตามปกติแน่นอน

Screen / Speaker

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5053

หน้าจอของ Lenovo Tab M10 มีขนาด 10.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1200 พิกเซล) พาเนล IPS สามารถแตะหน้าจอได้ 10 จุด สามารถแสดงสีสันได้สวยงามและพาเนล IPS เลยมองเห็นจอได้หลายมุม จะนั่งดูหนังก็ให้สีสันสวยงามหรือเว็บอ่านข่าวหรือบทความก็สามารถแสดงผลได้ดี ทัชตอบสนองเร็วไม่มีอาการทัชเพี้ยน ซึ่งถ้าใครใช้เข้าเว็บตอบเมล์ตอบแชตถือว่าทำงานได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5055

ส่วนลำโพงของตัวเครื่องจะเป็นแบบแยกสองฝั่งซ้ายขวา เวลาดูหนังบนจอแท็บเล็ตจะได้เสียงแบบสเตอริโอ ลำโพงเป็น Dolby Atmos มิติเสียงถือว่าดีทีเดียว สามารถฟังเพลงได้หลายแนว มีเบสชัดเจนและดูหนังได้อารมณ์โดยเฉพาะสไตล์หนังสงครามจะได้เสียงยิงปืนแน่นชัดเจน ถ้าใครชอบดูหนังสายบู๊ยิงต่อสู้ถือว่าลำโพงของ Lenovo Tab M10 เครื่องนี้ได้เสียงดีทีเดียว

6107 e1626151911728

นอกจากนี้ Lenovo จะลงแอพฯ Dolby Atmos มาให้ใช้ปรับแนวเสียงลำโพงได้ตามชอบ มีเสียงแบบไดนามิค, ภาพยนตร์, ดนตรีและกำหนดเอง ที่ใช้ปรับแนวเสียงแบบที่ชอบได้ด้วย แต่ถ้ากดตรงโลโก้ Dolby ตรงกลางจะปิดการปรับแต่งเสียงไป ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เปิดเอาไว้และเปลี่ยนเสียงเป็นไดนามิคไว้เลย เพราะทาง Lenovo และ Dolby Atmos ก็จูนเสียงมาได้ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเข้ามาปรับในแอพฯ บ่อย ๆ และเนื้อเสียงก็ใช้ทั้งฟังเพลงและเล่นเกมได้ดีทีเดียว

Connector / Thin&Weight

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5058
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5055
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5054
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5056

พอร์ตของแท็บเล็ต Lenovo เครื่องนี้จะแยกอยู่ 4 มุมเครื่อง โดยแบ่งเป็น

  • ขอบบน : ลำโพงกับช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • ขอบล่าง : พอร์ต USB-C รับส่งข้อมูลเร็วเท่า USB 2.0 กับลำโพง
  • ขอบเครื่องฝั่งซ้าย : พอร์ตเฉพาะไว้ต่อเคสคีย์บอร์ดของ Lenovo Tab M10 FHD Plus
  • ขอบเครื่องฝั่งขวาจากซ้ายมือ : ไมโครโฟนขอบเครื่องตัวแรก, ช่องใส่ SIM, ไมโครโฟนขอบเครื่องตัวที่สอง, ปุ่มล็อคหน้าจอ, ปุ่มเพิ่มลดเสียงลำโพง

สำหรับลำโพงที่ติดเอาไว้ตรงขอบบนและล่าง เวลาใส่เคสแล้วตั้งเครื่องดูหนังแนวนอน ลำโพงจะออกฝั่งซ้ายและขวาพอดี เสียงก็จะออกแบบสเตอริโอด้วย

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5044

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5048
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5045
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5046
Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5047

ส่วนน้ำหนัก ถ้าเฉพาะตัวแท็บเล็ตอย่างเดียวจะหนัก 437 กรัม ส่วนเคสอย่างเดียว 263 กรัม ถ้าใส่เคสและรวมกับปลั๊กและสายชาร์จทั้งหมดจะหนัก 755 กรัม ถือว่าไม่หนักเกินไป สามารถพกใส่กระเป๋าคู่กับโน๊ตบุ๊คได้สะดวกทีเดียว 

Performance / Software

6190

Lenovo Tab M10 FHD Plus เครื่องนี้ จะติดตั้งเป็น Android 10 มาให้ตั้งแต่เริ่มใช้งาน และได้แพทช์รักษาความปลอดภัยจาก Google ล่าสุดเพิ่งอัพเดทไปเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2021 ที่ผ่านมา

Screenshot 2021 07 10 00 51 14 868

สเปคของเครื่องที่ได้รับมาทดสอบเป็นชิป MediaTek Helio P22T แบบ 8 คอร์ มีเมมฯ ในเครื่อง 128GB แบบ e.MMC กับแรม 4GB LPDDR4x สำหรับแท็บเล็ตใช้งานทั่วไปแล้ว ถือว่าทำออกมาได้ดีเพียงพอใช้ดูหนังฟังเพลงและเข้าเว็บไซต์ได้แน่นอน 

Screenshot 2021 07 10 00 49 04 255

Screenshot 2021 07 10 00 49 56 882
Screenshot 2021 07 10 00 50 06 866

เมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ว่าซีพียูทำงานได้ระดับไหน ซึ่งผลคะแนน Single-Core ได้ 167 คะแนน และ Multi-Core 990 คะแนน จัดว่าอยู่ในระดับแท็บเล็ต Android ที่เอาไว้ใช้ดูหนังและอ่าน eBook ทั่วไป ไม่เหมาะกับการเอาไปเล่นเกมแต่ถ้าเล่นเกมกลุ่ม RoV ก็ยังพอเล่นได้บ้าง 

Screenshot 2021 07 10 00 50 52 917

แบตเตอรี่เป็นลิเธียมไอออนความจุ 5,000 mAh ซึ่งทาง Lenovo เคลมไว้ว่าใช้ดูหนังได้นานสุด 7 ชั่วโมง เปิดเว็บได้ 8 ชั่วโมง ซึ่งจากการใช้งานจริงโดยปรับความสว่างและเสียงดัง 50% จะใช้ดูหนังได้ราว 5-6 ชั่วโมง ซึ่งถ้าปรับเสียงและความสว่างลดลงอีกหน่อยคาดว่าจะใช้งานได้นานกว่านี้อย่างแน่นอน

6189

ที่หน้า Home ของแท็บเล็ต Lenovo จัดว่าคลีนและแทบไม่มีการปรับแต่งหน้า UI เพิ่มมากนัก แต่จะมีแอพฯ เสริมติดตั้งมา 2 อัน คือ Dolby Atmos สำหรับปรับแต่งเสียงกับโหมดสำหรับเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่ยังไม่รู้เดียงสาเปิดแอพฯ โดยไม่รู้เรื่องแล้วเผลอไปลบแอพฯ หรือไฟล์สำคัญในเครื่องหรือเล่นเกมที่ไม่เหมาะสมกับเด็กแล้วเลียนแบบพฤติกรรมไม่ดีได้

kids mode

โดยโหมดสำหรับเด็กจะมีแอพฯ 3 ตัว คือ Monster Class รวมสื่อการเรียนรู้ของเด็ก, Monster Coloring เอาไว้ให้เด็ก ๆ เล่นระบายสีและ Monster Camera เป็นกล้องถ่ายรูปมีฟิลเตอร์น่ารักให้เด็กเล่นได้ ซึ่งถ้าเปิดโหมดนี้ให้เด็กเล่นเมื่อไหร่ จะไม่สามารถปัดหน้าจอหรือปิดเปิดเครื่องใหม่เพื่อปิดโหมดนี้ได้เลย ต้องให้ผู้ปกครองกรอกรหัสผ่านที่ตั้งไว้เท่านั้นถึงจะกลับไปโหมดปกติได้ เป็นการล็อคไม่ให้เด็ก ๆ เปิดแอพฯ ที่ไม่เหมาะสมกับตัวเองได้อยู่หมัด ผู้ปกครองจึงปล่อยให้เด็กอยู่กับแท็บเล็ต Lenovo เครื่องนี้ได้อย่างสบายใจ

drm info

ส่วนของ DRM Info ที่ใช้ทดสอบว่ามือถือหรือแท็บเล็ตเครื่องนั้นมี Widevine CDM กับ Security Level ระดับไหน ซึ่งมีผลต่อความละเอียดหน้าจอเมื่อเปิดดู Video Streaming จากผู้ให้บริการเช่น Netflix เป็นต้น โดย Lenovo Tab M10 FHD Plus เครื่องนี้ได้ Widevine L1 จึงเปิดดูหนังสตรีมมิ่งที่ความละเอียดสูงได้อย่างแน่นอน 

6187

ส่วนการทดสอบเล่นเกมนั้น เนื่องจาก MediaTek P22T เป็นชิปเซ็ตระดับทั่วไป เน้นไว้ใช้งานเรื่องการเข้าเว็บไซต์ ดูหนังฟังเพลงเป็นหลัก แต่เมื่อทดสอบเล่น RoV แล้วใช้การตั้งค่าตามที่ตัวเกมเซ็ตค่าเอาไว้ให้ จะได้ค่าเฟรมเรท 40-55 fps ซึ่งจังหวะการฟาร์มของหรือตีครีปตามปกติจะได้เฟรมเรทค่อนข้างสูง แต่ถ้ามีเอฟเฟคต่าง ๆ เฟรมเรทจะลดลงระดับหนึ่ง

แต่เพราะเป็นแท็บเล็ต Lenovo เครื่องนี้ใช้ชิปเซ็ตระดับทั่วไปและอินเตอร์เฟสรับส่งข้อมูลของเมมฯ ยังเป็น e.MMC เวลาเข้าเกมจะเสียเวลาโหลดเกมนานกว่าแท็บเล็ตที่เปลี่ยนมาใช้อินเตอร์เฟสแบบ UFS จึงไม่แนะนำให้เล่นเกมที่ต้องโหลดฉากใหญ่ ๆ เช่น PUBG Mobile เพราะตัวเกมจะโหลดฉากได้ช้าและหน่วงพอควร ทำให้เล่นเกมได้ไม่สนุกเท่าไหร่ 

Camera

IMG 20210712 142957 100

กล้องหน้าของตัวเครื่องมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีกล้อง IR เอาไว้สแกนใบหน้าปลดล็อคตัวเครื่องได้ สำหรับความละเอียดกล้องหน้าเหมาะกับการเอาไว้ประชุมหรือเรียนออนไลน์มากกว่าจะเอาไปถ่ายรูปเซลฟี่ เพราะภาพจะค่อนข้างมืดและยังไม่คมนัก

IMG 20210712 142843 520

ส่วนกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลจะได้ภาพที่สว่างและคมกว่า แต่เหมาะกับการเอาไว้ถ่ายภาพข้อความเอาไว้ใส่โน้ตที่ต้องการจดบันทึกเป็นหลัก และจุดสังเกตคือแท็บเล็ตตัวนี้จาก Lenovo ไม่มีไฟแฟลช LED ติดตั้งมาให้ ถ้าถ่ายในที่แสงน้อยหรือมืดจะมี Noise ในภาพอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีปัญหาตอนใช้ถ่ายภาพจริงนัก ให้ดีที่สุดควรใช้ถ่ายภาพในที่ที่มีแสงเพียงพอจะได้ภาพออกมาดีที่สุด

Conclusion&Award

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5081

จากรีวิวทั้งหมด จะเห็นว่า Lenovo Tab M10 FHD Plus นั้น เป็นแท็บเล็ตที่เน้นเรื่องการใช้งานทั่วไปอย่างการดูหนังฟังเพลงและท่องอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก โดยสังเกตจากหน้าจอขนาดใหญ่ 10.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เป็น Widevine L1 ทำให้เราดูหนังสตรีมมิ่งความละเอียดสูงได้เต็มอรรถรสอย่างแน่นอน รวมทั้งลำโพงที่มีแอพฯ Dolby Atmos มาจูนเสียงด้วย ช่วยให้เวลาดูหนังหรือฟังเพลงได้เสียงที่มีมิติกว่าเดิม ดังนั้นถ้าใครเป็นสายเอนเตอร์เทนเมนต์ก็ดูเหมาะกับแท็บเล็ตเครื่องนี้มาก

ด้านของอุปกรณ์เสริมอย่างเคสและฟิล์มที่แถมมาให้ใช้ ก็ถือว่าเป็นของมีคุณภาพและดีไซน์ดูดีมีรสนิยมไม่ใช่ของทั่ว ๆ ไปที่ใช้ไปไม่นานก็เริ่มเก่าจนต้องหาของใหม่มาเปลี่ยนให้เสียเงินเพิ่ม เรียกว่าถ้าไม่ได้เน้นตอบข้อความแชตหรือเมล์เยอะ ๆ ก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อเคสคีย์บอร์ดตรงรุ่นมาใช้ก็ได้

Lenovo Tab M10 FHD Plus IMG 5086

นอกจากนี้ยังมีโหมดสำหรับเด็กที่ล็อคเอาไว้ด้วยรหัสผ่าน และบล็อคไม่ให้เด็กที่ต้องการออกจากโหมดนี้ด้วยการปัดหน้าจอทิ้งหรือรีเซ็ตเครื่องได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าบ้านไหนมีเด็กเล็กแล้วไม่อยากให้น้อง ๆ เปิดแอพฯ หรือเกมที่ไม่สมกับวัย ก็ล็อคให้เล่นแต่โหมดสำหรับเด็กได้เลยแล้วค่อยปลดรหัสผ่านกลับมาใช้งานตามปกติทีหลังก็ได้ รวมทั้งตัวเครื่องยังมีกล้อง IR เอาไว้ปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้าได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกเวลาใช้งานขึ้นอีกมาก

ส่วนจุดสังเกตที่เป็นเรื่องเล็กน้อยของแท็บเล็ตเครื่องนี้ เช่น แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสุดเพียง 8 ชั่วโมง ถ้ามี Power Bank ความจุสูงสักก้อนติดกระเป๋ามาก็ช่วยแก้ปัญหาได้ หรือเคสที่แถมมาบานพับยังตึงอยู่ถ้าใช้งานไปสักระยะก็คลายตัว และไม่มีไฟแฟลชสำหรับกล้องหลังนั้น เรียกว่าเป็นจุดสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจจะมองข้ามได้สำหรับแท็บเล็ตราคา 7,990 บาท ซึ่งถ้าใครหาแท็บเล็ตสเปคคุ้มเกินราคาสักตัวเอาไว้ใช้คู่กับโน๊ตบุ๊คล่ะก็ Lenovo Tab M10 FHD Plus เครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีรุ่นหนึ่ง

from:https://notebookspec.com/web/604104-review-lenovo-tab-m10-fhd-plus

[IDC] ความต้องการยังสูง ยอดขายพีซีไตรมาส 2/2021 ทะลุ 83.6 ล้านเครื่อง แชมป์คือ Lenovo

IDC บริษัทวิจัยตลาดรายงานภาพรวมตลาดพีซี ประจำไตรมาส 2 ปี 2021 จำนวนทั้งสิ้น 83.6 ล้านเครื่อง ภาพรวมตลาดโตขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 13.2% โดยแชมป์ยังคงเป็น Lenovo กินส่วนแบ่ง 23.9% ตามด้วย HP, Dell, Apple และ Acer ที่ 22.2%, 16.4%, 7.4% และ 7.3% ตามลำดับ

ตัวลเขสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการพีซียังสูง และบริษัทยังสามารถส่งมอบได้มากขึ้นท่ามกลางปัญหาขนส่งและชิปขาดตลาด และนอกเหนือจาก 5 แบรนด์หลักแล้ว IDC ยังมองเห็นแบรนด์อื่นที่ผลิตสินค้าด้วยการนำเสนอดีไซน์แบบเฉพาะกลุ่มหรอื niche ออกมาให้เห็นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม การเติบโตเริ่มชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเติบโตในไตรมาสแรกปี 2021 ซึ่งอยู่ที่ 55.9% (การเติบโตปีต่อปี) เพราะผ่านช่วงที่มีความต้องการซื้อหนักๆ มาแล้ว

No Description

ที่มา – IDC

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123686

4 โน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก ตัวเบาพกง่าย จ่าย 9,990 บาทได้ใช้แล้ว

โน๊ตบุ๊คขนาดเล็กพกง่าย เอาไปพรีเซนต์งานก็สะดวกยุคนี้มีให้เลือกหลายรุ่นเลย

smol laptop cover

โน๊ตบุ๊คขนาดเล็กน้ำหนักเบาเรียกว่ายังเป็นตัวเลือกของผู้ใช้สายพกโน๊ตบุ๊คติดกระเป๋าไปไหนมาไหนบ่อย ๆ อยู่ ทั้งเอาไว้นั่งพิมพ์งานตามสถานที่ต่าง ๆ หรือจะเอาไปพรีเซนต์งานลูกค้าก็สะดวก ซึ่งและโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กประเภทนี้ก็ยังมีรุ่นน่าสนใจเปิดตัวออกมาเรื่อย ๆ แต่ในช่วงนี้จะกลายเป็นดีไซน์ลูกผสมก้ำกึ่งระหว่างโน๊ตบุ๊คแบบพับหน้าจอกลับ 360 องศากับแท็บเล็ต และหลาย ๆ รุ่นก็ใช้ปากกาสไตลัสเขียนบนหน้าจอหรือแป้นที่ออกแบบมาให้เป็นพิเศษได้ด้วย

แต่สำหรับผู้ใช้ที่เน้นเรื่องสเปคเอาคุ้มค่าเข้าว่า ซีพียูต้อง Intel Core i5 เอาไว้ก่อนอาจจะหาเครื่องประเภทนี้ได้ยากสักหน่อยแต่ก็พอมีตัวเลือกอยู่ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นซีพียู Intel Atom, Pentium Silver, Pentium Gold เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ถึงจะเป็นซีพียูที่ยังไม่เป็นกลุ่ม Intel Core ก็ตาม แต่ถ้าเอาไว้ทำงานเอกสาร, เข้าเว็บไซต์หรือจดไอเดียเซ็นเอกสารต่าง ๆ ก็ยังทำงานได้ดีเช่นกัน

โน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก

สำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กพกง่าย ๆ มักจะมีขนาดราว 10-12 นิ้ว ใกล้เคียงกับแท็บเล็ตหลาย ๆ รุ่นและพกใส่กระเป๋าย่ามสวย ๆ ไปไหนมาไหนได้ง่าย ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถค้นหาได้ผ่านระบบค้นหาของทาง Notebookspec ได้ทันที ซึ่งเมื่อเข้าหน้าค้นหาโน๊ตบุ๊คแล้ว ให้กดที่คำว่า Display Size – ขนาดจอ แล้วติ๊กเลือกที่คำว่า “น้อยกว่า 13 นิ้ว” ได้เลย

4 โน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก พกง่ายทำงานดีพรีเซนต์งานสะดวกจาก 3 แบรนด์ดัง

ปัจจุบันโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กอาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่าสมัย Netbook แล้วก็ตาม แต่ผู้ผลิตชั้นนำ 3 แบรนด์ใหญ่อย่าง Lenovo, ASUS, Microsoft ก็ยังผลิตโน๊ตบุ๊คกลุ่มนี้ออกมาให้เลือกซื้อเป็นระยะ ๆ โดยเน้นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ใช้งานไม่หนักมาก เข้าเว็บไซต์ พิมพ์รายงานเป็นหลัก ซึ่งถ้าใครเน้นใช้งานทั่วไปล่ะก็ จะมี 4 รุ่นเด่นแนะนำให้เลือกซื้อ ได้แก่

  1. Lenovo YOGA BOOK YB1-X91F (9,990 บาท)
  2. ASUS BR1100FKA (13,690 บาท)
  3. Microsoft Surface Laptop Go (19,990 บาท)
  4. Microsoft Surface Go 2 (20,900 บาท)
1. Lenovo YOGA BOOK YB1-X91F (9,990 บาท)

yoga book

Lenovo Yoga Book YB1-X91F เรียกว่าเป็นรุ่นดีไซน์สร้างสรรค์และฉีกกรอบโน๊ตบุ๊คแบบเดิม ๆ ไปมากพอตัว ทั้งตัวเครื่องพับหน้าจอกลับ 360 องศา, มีปากกา Stylus แถมมาให้เขียนบนหน้าจอหรือแป้นคีย์บอร์ดแบบพิเศษที่เปลี่ยนเป็นกระดานวาดภาพได้เมื่อใช้โปรแกรมวาดภาพออกแบบต่าง ๆ และติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้ใช้งานอีกด้วย

สเปคใช้ซีพียู Intel Atom x5-Z8550 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.44-2.4 GHz กับการ์ดจอ Intel HD Graphics ซึ่งแรงเพียงพอใช้ทำงานทั่วไปอย่างทำงานเอกสาร, พรีเซนต์งานและวาดภาพได้อย่างแน่นอน มีฮาร์ดดิสก์แบบ e.MMC ความจุ 128GB ติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้ มีแรม 4GB DDR4 มาให้ในตัว ส่วนหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว มีความละเอียด WUXGA (1920×1200 พิกเซล) ต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.0 ด้วย และข้อดีคือลำโพงของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็น Dolby Audio Premium ด้วย จึงสามารถฟังเพลงได้อรรถรสมากขึ้นอย่างแน่นอน

สเปคของ Lenovo Yoga Book YB1-X91F
  • ซีพียู Intel Atom x5-Z8550 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.44-2.4 GHz
  • การ์ดจอ Intel HD Graphics
  • ฮาร์ดดิสก์แบบ e.MMC ความจุ 128GB
  • แรม 4GB DDR4
  • จอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920×1200 พิกเซล)
  • Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro
  • ราคา 9,990 บาท (JIB)
2. ASUS BR1100FKA (13,690 บาท)

asus

ASUS BR1100FKA ที่ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กพกพาง่าย จอสัมผัสพับเครื่องได้ 360 องศาและมีสไตลัสติดมากับเครื่อง ออกแบบให้แข็งแรงทนทานเพราะขอบเป็นพลาสติกยางแข็งและกันน้ำ สามารถถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่แยกชิ้นได้ง่าย และมีกล้องติดตั้งมา 2 ตัว เป็นกล้อง Webcam กับกล้องเหนือแป้นคีย์บอร์ดเอาไว้ถ่ายภาพเลคเชอร์ในห้องเรียนได้อย่างรวดเร็วในโหมดแท็บเล็ต

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Pentium Silver N6000 มี 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3 GHz ใช้การ์ดจอ Intel UHD Graphics 620 ในซีพียูสำหรับการแสดงผลภาพและวิดีโอบนหน้าจอ ซึ่งใครที่กังวลว่าซีพียูตัวนี้ของทาง Intel จะทำงานได้เร็วและลื่นไหม ผู้เขียนสามารถตอบได้เลยว่า Pentium Silver ตัวนี้ความลื่นไหลไล่เลี่ยกับ Intel Core i3 บางรุ่นเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าใครอยากซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไว้เรียนออนไลน์ก็ถือว่าเวิร์ค ฮาร์ดดิสก์ติดเครื่องเป็น e.MMC ความจุ 128GB ติดตั้ง Windows 10 Pro – National Academic License มาให้ และเติม M.2 NVMe SSD ได้อีก 1 ช่อง มีแรม 4GB DDR4 บัส 2933 MHz หน้าจอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768 พิกเซล) ใช้ปากกาสไตลัสเขียนบนหน้าจอได้ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

สเปคของ ASUS BR1100FKA
  • ซีพียู Intel Pentium Silver N6000 มี 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3 GHz
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics 620
  • ฮาร์ดดิสก์แบบ e.MMC ความจุ 128GB เพิ่ม M.2 NVMe SSD ได้อีก 1 ช่อง
  • แรม 4GB DDR4 บัส 2933 MHz 
  • จอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768 พิกเซล)
  • Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro – National Academic License
  • ราคา 13,690 บาท
3-. Microsoft Surface Laptop Go (19,990 บาท)

laptop go

ถ้าต้องทำงานเอกสารหรือเข้าเว็บต่าง ๆ แล้วอยากได้โน๊ตบุ๊คขนาดเล็กสเปคแรง มี Microsoft Surface Laptop Go ให้เลือกซื้อ ซึ่งนอกจากสเปค ยังเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 3:2 ที่มีพื้นที่แนวตั้งเยอะขึ้น ทำให้คนที่ทำงานด้านเอกสารหรือเข้าเว็บไซต์หาข้อมูลบ่อย ๆ มีพื้นที่ในแนวตั้งให้เห็นข้อความมากยิ่งขึ้น และสแกนนิ้วปลดล็อคเครื่องได และน้ำหนักเบามากเพียง 1.11 กิโลกรัมเท่านั้น

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1035G1 มี 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6 GHz กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics 620 ซึ่งประสิทธิภาพดีเพียงพอใช้ทำงานเอกสารและรายงานต่าง ๆ ได้ดี มีฮาร์ดดิสก์แบบ e.MMC ความจุ 64GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ในตัว มีแรม 4GB DDR4 บัส 3733 MHz ส่วนหน้าจอสัมผัส PixelSense มีขนาด 12.4 นิ้ว ความละเอียด 1536×1024 พิกเซล เป็นอัตราส่วน 3:2 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย โดยแรม 4GB ในยุคนี้ หลาย ๆ คนคงคิดว่า Microsoft ใส่มาให้ใช้น้อยเกินไป แต่ถ้าใช้ทำงานเอกสาร, เข้าเว็บไซต์แล้วเปิดราว 5-8 แท็บ ไล่ปิดแท็บที่ไม่ได้ใช้ทิ้งไปเป็นระยะ ๆ แรมระดับนี้ก็ถือว่ายังพอใช้งานได้อยู่เช่นกัน และถ้ามีปัญหาการใช้งานเมื่อไหร่ ก็มีประกันการใช้งานติดมาให้ 1 ปีด้วย

สเปคของ Microsoft Surface Laptop Go
  • ซีพียู Intel Core i5-1035G1 มี 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6 GHz
  • การ์ดจอ Intel HD Graphics 620
  • ฮาร์ดดิสก์แบบ e.MMC ความจุ 64GB
  • แรม 4GB DDR4 บัส 3733 MHz 
  • จอสัมผัส PixelSense ขนาด 12.4 นิ้ว ความละเอียด 1536×1024 พิกเซล
  • Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 19,990 บาท (BaNANA)
4. Microsoft Surface Go 2 (20,900 บาท)

surface go 2

โน๊ตบุ๊คขนาดเล็กพกง่ายน่าใช้อีกเครื่อง ซึ่งน่าจะเป็นรุ่นนอกสายตาของใครหลายคนอย่าง Microsoft Surface Go 2 เป็นโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ถอดคีย์บอร์ดเป็นแท็บเล็ตได้ โดย Microsoft เน้นผู้ใช้ที่เป็นนักเรียนนักศึกษากับคนที่ใช้งานไม่หนัก เช่นเอาไว้ทำและเซ็นเอกสาร, ท่องเว็บ, แต่งภาพและจดไอเดียต่าง ๆ เป็นหลัก ซึ่งใครที่ใช้งานประมาณนี้แล้วอยากได้เครื่องเบา ๆ ก็ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Pentium Gold 4425Y รุ่นพิเศษ มี 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.7 GHz ประหยัดพลังงานเพราะค่า TDP 6 วัตต์เท่านั้น และความแรงระดับใช้ทำงานพื้นฐานต่าง ๆ ได้ไหลลื่นแน่นอน การ์ดจอเป็น Intel UHD Graphics 615 มี SSD แบบ M.2 NVMe 128GB กับ Windows 10 Home มาให้ใช้ มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 1866 MHz ส่วนหน้าจอสัมผัส PixelSense มีขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียด 1920×1200 พิกเซล อัตราส่วน 3:2 เหมือน Microsoft Surface รุ่นอื่น ๆ ต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่องเบาเพียง 504 กรัมเท่านั้น แต่ในกล่องจะมีแค่ตัวเครื่องอย่างเดียวไม่มีปากกา Surface Pen กับ Type Cover แถมมา ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้รอซื้อพร้อมโปรโมชั่นขายพร้อมแป้นคีย์บอร์ดที่มีจัดเซ็ตโปรโมชั่นเป็นระยะ ๆ จะดีกว่า

สเปคของ Microsoft Surface Go 2
  • ซีพียู Intel Pentium Gold 4425Y รุ่นพิเศษ มี 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.7 GHz
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics 615
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 128GB
  • แรม 4GB DDR4 บัส 1866 MHz 
  • จอสัมผัส PixelSense ขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียด 1920×1200 พิกเซล
  • Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 20,900 บาท (JIB)

สรุปโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กเครื่องไหนน่าซื้อบ้าง?

สำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กที่ปัจจุบันยังพอหาซื้อได้ทั้ง 4 รุ่น มีสเปคโดยสรุปดังนี้

สเปคของโน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก ซีพียูและการ์ดจอ ฮาร์ดดิสก์และแรม หน้าจอ การเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการ ราคา
Lenovo Yoga Book Intel Atom
x5-Z8550

Intel HD Graphics

e.MMC 128GB

RAM 4GB DDR4

จอสัมผัส 10.1″ WUXGA (1920×1200) Wi-Fi 5

Bluetooth 4.0

Windows 10 Pro

9,990 บาท
ASUS BR1100FKA Intel Pentium
Silver N6000

Intel UHD Graphics 620

e.MMC 128GB

RAM 4GB DDR4
2933 MHz

จอสัมผัส 11.6″ HD (1366×768) Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Pro – National Academic License

13,690 บาท
Microsoft Surface Laptop Go Intel Core
i5-1035G1

Intel UHD Graphics 620

e.MMC 64GB

RAM 4GB DDR4 3733MHz

จอสัมผัส PixelSense 12.4″ (1536×1024) Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

19,990 บาท
Microsoft Surface Go 2 Intel Pentium
Gold 4425Y

Intel UHD Graphics 615

M.2 NVMe 128GB

RAM 4GB DDR4
1866 MHz

จอสัมผัส PixelSense 10.5″ (1920×1200) Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

20,900 บาท

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กกลุ่มนี้ จะไม่ได้เน้นเรื่องสเปคแรงจัดจ้านเหมือนโน๊ตบุ๊คฝาพับทั่ว ๆ ไปที่เน้นความคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ แต่เน้นเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ เข้าไปแทน ไม่ว่าจะหน้าจอความละเอียดสูงหรือการพับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตได้และมีปากกาสไตลัสเอาไว้เขียนจดหรือเซ็นเอกสารได้สะดวก ๆ เป็นหลัก และผู้ใช้ที่กังวลว่าโน๊ตบุ๊คประเภทนี้ที่ใส่ซีพียูประเภท Pentium หรือ Atom มาแล้วมันจะไม่แรง ทำงานเอกสารแล้วกระตุกยิ่งไม่ต้องกังวลเข้าไปใหญ่ เนื่องจากซีพียรุ่นใหม่ ๆ นั้นมีการใส่ชุดคำสั่งต่าง ๆ เข้าไปช่วยเสริมการทำงานเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ดีที่สุดแล้ว ซึ่งสเปคบนหน้ากระดาษไม่ได้เป็นทุกอย่างของโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

wifi cover

student laptop cover

Share image Edit Name 2laptop15000 1

from:https://notebookspec.com/web/603055-4-small-laptop-for-your-choice