คลังเก็บป้ายกำกับ: LAWSUIT

Uber จ่าย 1.1 ล้านเหรียญ ให้หญิงตาบอดพร้อมสุนัขนำทาง ที่ถูกคนขับปฏิเสธ 14 ครั้ง

เมื่อปี 2014 Uber ถูกฟ้องฐานเลือกปฏิบัติ หลังคนขับรถปฏิเสธที่จะรับ Lisa Irving หญิงตาบอดพร้อมสุนัขนำทางขึ้นรถ ซึ่งจบลงสองปีต่อมา ด้วยการทำข้อตกลง และ Uber จ่ายเพื่อยุติคดีไป 2.6 ล้านเหรียญ

ล่าสุด Uber จ่ายเพิ่มให้หญิงคนดังกล่าวอีก 1.1 ล้านเหรียญ เพราะ Lisa Irving บอกว่ายังคงเจอเหตุการณ์เดิมๆ ที่คนขับ Uber ปฏิเสธไม่ให้เธอขึ้นรถ ทำให้เธอพลาดโอกาสสำคัญทั้งงานวันเกิด งานคริสต์มาสอีฟ แถมยังปล่อยให้เธอตากฝนด้วย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เิกดขึ้นหลังปี 2019 ที่ Uber จ่ายเพื่อยุติคดีไปแล้ว

ในการจ่ายเงิน ศาลให้ Uber จ่ายสองรอบ คือ 324,000 เหรียญเป็นค่าเสียหาย และ 805,313 ดอลลาร์เหรียญ เป็นค่าใช้จ่ายทางกฎหมายรวมถึงค่าธรรมเนียมทนายความ

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Uber มีช่องทางร้องเรียนด้วย หากผู้โดยสารที่มีสุนัขนำทางถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นรถ

No Description
ภาพจาก katerinavulcova from Pixabay

ที่มา – The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122041

FTC ยอมแพ้ ไม่ยื่นฏีกา Qualcomm ข้อหาผูกขาดตลาดชิปโมเด็มสมาร์ทโฟน

หลังคณะกรรมการด้านการค้าของสหรัฐ (Federal Trade Commission หรือ FTC) ยื่นฟ้อง Qualcomm ในปี 2017 ด้วยข้อหาผูกขาดตลาดชิปโมเด็มสมาร์ทโฟน โดยใช้เทคนิคด้านค่าค่าไลเซนส์สิทธิบัตร เพื่อกีดกันผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่ให้ใช้ชิปของคู่แข่ง

คดีนี้ Qualcomm ถูกศาลชั้นต้นตัดสินว่าผิดจริงในเดือนมิถุนายนปี 2019 ก่อน Qualcomm จะยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสิน ยกคำร้อวของ FTC ในเดือนตุลาคมปี 2020

ล่าสุด FTC ออกแถลงการณ์ อ้างอิง Rebecca Kelly Slaughter รักษาการประธานคณะกรรมการด้านการค้า ระบุจะไม่ส่งคดีนี้ฟ้องศาลสูงสหรัฐ (supreme court) ต่อ เนื่องจากกรรมาธิการประสบกับแรงต้านพอสมควร (“…significant headwinds facing the Commission in this matter…”) พร้อมระบุว่าทีมกฎหมายของ FTC ทำงานได้ดีแล้ว ส่วน FTC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาดต่อไป

ฝั่ง Don Rosenberg ที่ปรึกษาทั่วไปด้านกฎหมายของ Qualcomm ระบุว่า Qualcomm ลงทุนกับการค้นคว้าวิจัยไปกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อคิดค้นเทคโนโลยีที่ผู้คนหลายพันล้านใช้งานทั่วโลก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่บริษัทต้องรักษาแรงจูงใจพื้นฐานในการคิดค้นและแข่งขัน

การยุติคดีครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของ Qualcomm ในการต่อสู้คดีความที่ลากยาวมาถึง 4 ปี และน่าจะส่งผลต่อการพัฒนาชิปโมเด็มทั้ง 4G และ 5G ที่ Qualcomm จะได้เปรียบตลาดต่อไป

ที่มา – FTC via Android Central

from:https://www.blognone.com/node/121948

Apple โดนฟ้องให้จ่ายค่าเสียหายเกือบ ๆ 5 ล้านบาท หลัง iPad ระเบิด ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานผิดวิธี

เพิ่งจะโดนหน่วยงานในบราซิลฟ้องไปหมาด ๆ ล่าสุดก็มีข่าวรายงานว่า Apple โดนฟ้องอีกแล้ว รอบนี้เหตุเกิดจาก iPad ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้บ้าน โดยบริษัทประกันได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกับบริษัท Tech Giant สัญชาติอเมริกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านของนาย Micheal Macaluso ในเมือง Milford รัฐ Connecticut สหรัฐอเมริกา ซึ่งหลังจาก iPad ที่เขาใช้งานเกิดระเบิดจนทำให้ไฟลุกและลามจนทำให้ไฟไหม้บ้าน แต่ก็โชคดีมาก ๆ ที่นาย Micheal คนนี้ ยังได้ทำประกันบ้านไว้กับ Allstate Insurance โดยบริษัทประกันดังกล่าวก็ได้จ่ายค่าเสียหายไป $142,000 หรือคิดเป็นเงินไทยแล้วอยู่ที่ประมาณ 4.4 ล้านบาท

ซึ่งหลังจากจ่ายค่าเสียหายให้กับนาย Micheal แล้ว ทาง Allstate Insurance ก็ได้ไปจ่ายบริษัท Law Firm อย่าง de Luca Levine เพื่อที่จะเรียกร้องค่าเสียหายที่พวกเขาจ่ายไปให้กับ Micheal คืนมา เนื่องจากความผิดนี้ถือว่าเป็นของ Apple เต็ม ๆ เพราะ iPad ที่ว่าก็ไม่ได้ถูกใช้งานในทางที่ผิดแต่อย่างใด ไม่เคยแกะชิ้นส่วน แต่ไหงเกิดเหตุเพลิงไหม้ก็ไม่รู้

ก่อนหน้านี้ในปี 2019 ทาง Apple ก็เคยโดนฟ้องมาแล้วหนึ่งรอบ หลังจาก iPad เกิดเหตุขัดข้องจากปัญหาแบตเตอรี่ ระเบิดจนทำให้บิดาของผู้เสียหายเสียชีวิต ไม่แน่ว่าในอนาคต Apple อาจจะเปลี่ยนไปใช้งานแบตเตอรี่แบบ Graphene แทน โดยแบตชนิดดังกล่าวจะมีระบบระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม เมื่อเทียบกับแบต Lithium ion ในปัจจุบัน

เห็นแบบนี้ก็ให้ดูไว้เป็นอุทาหรณ์ ว่าต้องชาร์จอุปกรณ์มือถือ และแท็บเล็ตกันอย่างระมัดระวังหน่อย ยิ่งอากาศร้อนแบบนี้อาจจะยิ่งไปทำให้แบตเตอรี่มีสิทธิ์ขัดข้องมากขึ้นนั่นเอง

 

Source: The Register via PhoneArena

from:https://droidsans.com/apple-facing-numerous-lawsuit-regarding-fire-from-battery-mulfunction/

ศาลเท็กซัสสั่งแอปเปิลจ่าย 308.5 ล้านเหรียญ ฐานละเมิดสิทธิบัตร นำเทคโนโลยีมาใช้ใน FairPlay

ย้อนกลับไปในปี 2015 บริษัท PMC (Personalized Media Communications) ผู้ออกใบอนุญาตสิทธิบัตรเดิมฟ้องแอปเปิลอ้างว่าบริษัทละเมิดสิทธิบัตร 7 รายการ นำมาใช้ในเทคโนโลยี FairPlay หรือระบบตรวจสอบสิทธิ์ (DRM) แอปที่ซื้อผ่าน iTunes, App Store และ Apple Music ซึ่งล่าสุดศาลเท็กซัสตัดสินว่าแอปเปิลผิด และต้องจ่าย 308.5 ล้านเหรียญ

ตัวคดีความกินเวลายาวนาน และมีการพลิกผันหลายครั้ง โดย Reuters รายงานว่าศาลพลิกคำตัดสินในภายหลัง และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง Rodney Gilstrap ผู้พิพากษาเขตของสหรัฐฯได้ปฏิเสธคำขอของแอปเปิลในการประกาศว่าสิทธิบัตรของ PMC นั้นไม่ถูกต้อง Bloomberg รายงานว่าแอปเปิลจะเดินหน้ายื่นอุทธรณ์ต่อไป

PMC อธิบายตัวเทคโนโลยีที่ถูกเอาไปใช้ใน FairPlay ว่า ตัวอย่างไฟล์เช่น ซอฟต์แวร์ สื่อ แอปพลิเคชั่น จะถูกเข้ารหัสแบบดิจิทัล และจะถูกปลดการเข้ารหัสได้โดยอุปกรณ์ของผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาต

iTunes

ที่มา – Gizmodo

from:https://www.blognone.com/node/121806

กูเกิลถูกฟ้องฐานติดตามข้อมูลแม้ใช้ Chrome ไม่ระบุตัวตน คาดโทษปรับสูง 5 พันล้านเหรียญ

กูเกิลเจอคดีอีกครั้ง คราวนี้หนักถึงขนาดโทษปรับสูง 5 พันล้านดอลลาร์ โดย Bloomberg รายงานว่า ศาลรัฐบาลกลางแคลิฟอร์เนียชี้ กูเกิลต้องเจอคดีฐานติดตามข้อมูลผู้ใช้งาน Chrome โหมดไม่ระบุตัวตนหรือ Incognito ซึ่งกูเกิลได้ยื่นอุทธรณ์ไปก่อนหน้านี้แต่ศาลปฏิเสธ

คดีเริ่มมาจากมีผู้บริโภคทำการฟ้องร้องแบบกลุ่ม กล่าวหาว่าแม้ว่าพวกเขาจะปิดการรวบรวมข้อมูลใน Chrome แต่เครื่องมืออื่นๆ ของกูเกิลก็จะรวบรบมข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาอยู่ดี ซึ่งผู้พิพากษาเขียนสรุปว่า กูเกิลไม่ได้แจ้งผู้ใช้งานตั้งแต่แรกว่ามีการรวบรวมข้อมูล แม้จะใช้งานในโหมด Incognito

Jose Castaneda โฆษกของกูเกิลกล่าวในแถลงการณ์ทางอีเมลว่า ทางบริษัทยืนยันจะโต้แย้งข้อกล่าวหานี้ โหมดไม่ระบุตัวตนใน Chrome ช่วยให้ผู้ใช้งานมีทางเลือกในการท่องอินเทอร์เน็ตโดยที่กิจกรรมไม่ถูกบันทึกลงในเบราว์เซอร์หรือในอุปกรณ์ ซึ่งการเปิดแท็บใหม่ใน Chrome Incognito นั้น เว็บไซต์ต่างๆ อาจรวบรวมข้อมูลกิจกรรมการท่องเว็บได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่กูเกิลบอกผู้ใช้งานมาตลอด

No Description
ภาพโดย Nikin

ส่วนหนึ่งของคำฟ้องร้องระบุว่า แม้ว่าจะใช้งาน Chrome Incognito แต่กิจกรรมของผู้ใช้ในระหว่างเซสชันนั้นอาจถูกมองเห็นได้บนเว็บไซต์ที่พวกเขาเข้าชม หรือมีบริการบุคคลที่สามที่เว็บไซต์ใช้ติดตามกิจกรรมผู้ใช้งาน

ก่อนหน้านี้ กูเกิลก็ประกาศว่ากำลังเตรียมเลิกขายโฆษณาแบบติดตามตัวคน จากเดิมที่ทุกวันนี้โฆษณามักติดตามผู้ใช้ไปได้ผ่านทาง third-party cookie

ที่มา – Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/121685

Epic ยอมความคดี Loot Box เกม Fortnite แต่ไม่จ่ายเป็นเงินจริง จ่ายเป็นเครดิตในเกมแทน

เกม Fortnite เคยขายไอเทมชื่อ Loot Llama ซึ่งเป็นการรวมไอเทมแบบสุ่มอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนเลิกไปในช่วงต้นปี 2019 หลังมีกระแสต่อต้าน loot box ไปทั่วโลก แต่ก็ยังมิวายโดนผู้เล่นยื่นฟ้องแบบกลุ่ม (class action) เรียกค่าเสียหายจากการถูกทำให้เข้าใจผิด

สัปดาห์นี้ Epic เจรจายอมความกับผู้เล่นแล้ว แต่รูปแบบการยอมความต่างไปจากคดีอื่นๆ ที่บริษัทจ่ายค่าชดเชยให้เป็นเงินจริง (ตัวอย่างคดีของกูเกิล) เพราะ Epic เลือกจ่ายเป็นสกุลเงิน V-Bucks ในเกม Fortnite แทน

ผู้เล่นทุกคนที่เคยซื้อไอเทม Loot Llama ทุกคนจะได้เงินเสมือน 1,000 V-Bucks (เทียบเป็นเงินจริงประมาณ 8 ดอลลาร์) แม้คดีฟ้องเฉพาะในสหรัฐ แต่ Epic ก็ประกาศแจก 1,000 V-Bucks ให้ผู้เล่นทั่วโลก

No Description

นอกจากเกม Fortnite แล้วยังมีเกม Rocket League ที่ถูก Epic ซื้อมาในปี 2019 และมีกรณีขายไอเทมแบบสุ่มชื่อ Event Crate อีกเหมือนกัน (เลิกขายไปพร้อม Fortnite ในยุคที่ Epic เป็นเจ้าของแล้ว) ก็จะได้เครดิตคืนจำนวน 1,000 เครดิตด้วยเช่นกัน

ตัวเลขของ Epic เองประเมินว่ามีผู้เล่นที่จะได้รับสิทธินี้ 6.5 ล้านราย (Fortnite) และ 2.9 ล้านราย (Rocket League) คิดเป็นเงินจริงมูลค่า 78.3 ล้านดอลลาร์ แต่เว็บไซต์ Ars Technica ประเมินว่าต้นทุนจริงๆ ของ Epic น้อยกว่านี้มาก เพราะไม่ต้องจ่ายเงินจริงๆ ออกไป, ผู้เล่นบางคนไม่ได้กดรับสิทธิ, หรือรับสิทธิแล้วไม่ได้ใช้เครดิตในเกม อีกทั้งยังเป็นเหมือนการแจกโปรโมชั่นให้ผู้เล่นกลับเข้ามาเล่นใหม่ด้วย

ที่มา – Fortnite, Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/121378

แอปเปิลถูกนักพัฒนาฟ้องผูกขาดจากฟีเจอร์ Sign in with Apple เพราะผู้ใช้เปลี่ยนค่ายไม่ได้

ฟีเจอร์ Sign in with Apple ถูกปล่อยออกมาบน iOS 13 เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอปได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเช่นอีเมล ซึ่งแอปเปิลก็บังคับให้แอปบน App Store ต้องเพิ่มตัวเลือกนี้เข้าไปคู่กับ ตัวเลือกล็อกอินด้วย Google, Facebook หรือ Twitter

ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมเริ่มสอบสวนคำร้องจากนักพัฒนาที่ยื่นฟ้องตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่าแอปเปิลใช้อิทธิพลเหรือ App Store บีบให้ใช้งาน Sign in with Apple ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานไม่มีทางเลือกที่จะย้ายไปใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ (เพราะข้อมูลไม่ซิงก์และผูกอยู่กับแค่ Apple ID)

ที่มา – The Information via Macrumors

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121354

Epic Games ขยายวง ยื่นฟ้องร้อง Apple ผูกขาดในสหภาพยุโรป

ต่อเนื่องจากการฟ้องร้องในสหรัฐ, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร ล่าสุด Epic Games ขยายวงของคดีความไปยังสหภาพยุโรปแล้ว

Epic Games ยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการทั่วไปด้านการแข่งขันของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission’s Directorate-General for Competition) ในข้อหาคล้ายกันคือผูกขาด App Store และปิดกั้นกระบวนการชำระเงิน เป็นการใช้อำนาจเหนือตลาดในทางที่ผิดในสหภาพยุโรป

Epic ยังแสดงจุดยืนคล้ายเดิมว่าประเด็นนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่าง Apple vs Epic แต่เป็นกลุ่มนักพัฒนาและลูกค้าที่ถูกบีบให้ใช้งานช่องทางการโหลดแอปและใช้จ่ายภายในแอปเพียงช่องทางเดียว และ Epic ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายจากการฟ้องร้องเช่นเดิม

ที่มา – Epic Games

No Description

from:https://www.blognone.com/node/121234

โซนี่ถูกยื่นฟ้องกลุ่ม หลังไม่รับประกัน DualSense ค้าง (drifting)

หลังมีรายงาน DualSense ของ PS5 พบปัญหาค้างหรือ drifting ซึ่งเบื้องต้นดูเหมือนว่าการรับประกันของตัวเครื่องจะครอบคลุมคอนโทรลเลอร์ด้วย แต่ล่าสุดโซนี่ถูกฟ้องแบบกลุ่มเรื่องนี้แล้วที่ศาลแขวงใต้นิวยอร์ก

คำฟ้องต่อโซนี่คือละเมิดกฎหมายหลอกลวงผู้บริโภคและละเมิดข้อตกลงการรับประกันที่เกี่ยวข้องกับ DualSense โดย Lmarc Turner หนึ่งในโจทก์หลักอ้างว่า หลังคอนโทรลเลอร์ตนเองพบปัญหาก็ติดต่อไปยังศูนย์บริการลูกค้าโซนี่ ก่อนจะได้รับคำแนะนำที่ห่วยแตก (lame) ที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหามากนัก

คำฟ้องระบุด้วยว่าโซนี่น่าจะรู้ปัญหานี้นานแล้ว จากทั้งช่องทางออนไลน์ที่ผู้ใช้รายงานหรือการทดสอบก่อนการวางขาย ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้โซนี่ออกโครงการแลก DualSense ที่มีปัญหาได้ฟรีให้กับกลุ่มฟ้องร้อง และจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้กับลูกค้าทุกคน ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อคอนโทรลเลอร์ใหม่หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เป็นการแก้ปัญหา drifting

ที่มา – Gizmodo

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121226

ซีอีโอ Riot Games ถูกอดีตผู้ช่วยฟ้องข้อหาล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน

Sharon O’Donnell อดีตผู้ช่วยผู้บริหารของซีอีโอ Nicolo Laurent แห่ง Riot Games เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรณีถูก Nicolo Laurent ล่วงละเมิดทางเพศ สมัยยังทำงานอยู่กับ Riot ก่อนเธอจะถูกไล่ออกในปี 2020

ในคำฟ้อง O’Donnell ระบุว่า Laurent พูดจาสองแง่สองง่ามกับเธอ เช่น ชวนเธอมาที่บ้านโดยใช้ข้อความไม่สุภาพ (“cum over”) เพื่อเป็นการพูดโดยนัยถึงการมีเซ็กส์ บอกว่าเขาไซส์เอ็กซ์แอล แต่แค่ชอบอะไร “ฟิตๆ” (that he really was a size extra-large but that he just liked a ‘tight fit’) ใช้แขนโอบเอวเธอก่อนชวนเธอไปเที่ยว, ถามเธอว่าดูแลเขาตอนอยู่บ้านคนเดียวได้มั้ย และอื่นๆ

นอกจากนี้ยังวิจารณ์รูปร่างของเธอ บอกให้เธอทำตัวเหมือนผู้หญิงมากขึ้นและให้ระวังคำพูดตอนพูดกับเขา และยังเคยบอกให้พนักงานหญิงคนอื่น จัดการกับความเครียดช่วง COVID-19 โดยการไปมีลูกซะ

O’Donnell ระบุว่าเมื่อเธอปฏิเสธการรุ่มร่ามของ Laurent บ่อยครั้งเข้า เธอก็ถูกลงโทษต่างๆ ในที่ทำงาน จนสุดท้ายก็ถูกไล่ออก เธอยังบอกว่ายังได้ค่าจ้างในช่วงทำงานไม่ครบ ไม่ได้รับค่าโอที และตอนทำงานอยู่ก็ไม่มีเวลาพักเบรกเลยอีกด้วย

ฝั่ง Riot Games ระบุว่า เมื่อเป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผู้บริหาร บอร์ดบริหารจึงให้บริษัทกฎหมายภายนอกเข้ามาสืบสวนกรณีนี้โดย Laurent จะให้ความร่วมมือเต็มที่ พร้อมระบุว่าการเลิกจ้าง O’Donnell เป็นไปเพราะมีเรื่องร้องเรียนจากพนักงานอื่นมากมาย และบริษัทมีหลักฐานยืนยันได้

ก่อนหน้านี้ Kotaku เคยตีแผ่เรื่องปัญหาการเหยียดเพศ และสังคมชายเป็นใหญ่ใน Riot Games ไปเมื่อปี 2018 โดยจบลงที่ Riot Games ต้องจ่ายเงินรวมกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับพนักงานหญิงทุกคน ที่ร่วมทำงานกับ Riot Games ตั้งแต่ปี 2014 และดูเหมือนว่าปัญหานี้จะยังไม่จบง่ายๆ คงต้องติดตามคดีความนี้กันต่อไป

ที่มา – VICE

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121129