คลังเก็บป้ายกำกับ: JOOX

ดูถ่ายทอดสดประกาศรางวัล MAMA 2019 ส่งตรงจากญี่ปุ่น #MAMA2019

JOOX ส่งท้ายปีเก่า เตรียมต้อนรับปีใหม่ เอาใจแฟนเพลงเคป๊อปทั้งประเทศ กับการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Mnet Asian Music Awards  2019 ที่แฟนเพลงหลายคนรอคอย  โดยครั้งนี้ JOOX เตรียมความฟินมามอบให้คอเพลงเกาหลี ถึงหน้ามือถือ ส่งสัญญาณตรงจาก นาโกย่า โดม ประเทศญี่ปุ่นให้ชมแบบติดขอบเวที ในวันที่ 4 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

ความพิเศษของงานในปีนี้คือการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ MAMA ซึ่งได้จัดขึ้นมาถึงครั้งที่ 11 แล้ว งานประกาศรางวัลสุดอลังการนี้ จะถูกเนรมิตขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ The NEXT DIMENSION : MUSIC เพื่อต้องการสื่อให้เห็นถึง “ดนตรี คือประตูเปิดสู่มิติแห่งยุคสมัยใหม่” โดยมีศิลปิน และแฟนเพลง เป็นผู้บุกเบิกเรื่องราวทางดนตรีนี้สู่โลกใบใหม่ร่วมกันเพื่อรวมเป็นหนึ่งเดียว ส่วนรายชื่อศิลปินที่จะขึ้นโชว์บนเวทีในครั้งนี้  ได้แก่  BTS , GOT7 , MONSTA X , Seventeen , TWICE , MAMAMOO, Kim Chung Ha ,  Dua Lipa  และรายชื่อศิลปินที่จะเข้าร่วมงาน ที่อัปเดตล่าสุด คือ  ATEEZ , ITZY , ONEUS , TOMORROW X TOGETHER และ WayV  เป็นต้น

ข่าวดี สำหรับสาวกเพลงเคป๊อป ที่อยากส่งของชวัญให้ศิลปินที่คุณรักระหว่างชมไลฟ์  เพียงแชร์เพลย์ลิสต์ MAMA 2019 http://bit.ly/2LcYokK  บนเฟสบุ๊ค รับทันที JOOX Coin 6 เหรียญ  (1 แอคเคาท์ แชร์ได้ 1 ครั้ง/ วัน)  แล้วอย่าลืม วันพุธที่ 4 ธ.ค. นี้มาร่วมส่งกำลังใจให้ศิลปินที่คุณชื่นชอบ สดส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ชมผ่าน JOOX หรือ JOOX.com เท่านั้น!

เรื่องเกี่ยวข้องกัน ที่คุณอาจจะสนใจก็ได้ ?

from:http://www.9tana.com/node/mama-2019/

ขอแนะนำฟีเจอร์ใหม่ Coins Redemption Center แลก JOOX Coins รับสิทธิ์วีไอพี หรือ เค-พลัส และข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย!

 

ข่าวดีสำหรับคนรักเสียงเพลง เพราะนี่คือโอกาสที่คุณจะได้เป็นสมาชิกจู๊กซ์ วีไอพี (JOOX VIP) กันแบบฟรีๆ เพื่อฟังเพลงจากศิลปินคนโปรดแบบไม่จำกัดทุกที่ทุกเวลาผ่าน JOOX ที่ฟังได้ทั้งทางแอปพลิเคชันและผ่านคอมพิวเตอร์ สำหรับ JOOX เป็นแอปพลิเคชันมิวสิคสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชีย* ด้วยคลังเพลงมากกว่า 30 ล้านเพลง

ล่าสุด JOOX ได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ที่จะเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อย่างฟีเจอร์การแลก JOOX Coins ซึ่งเป็นเหรียญรางวัลพิเศษจาก JOOX ในหน้า “JOOX Coins Redemption Center” เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถนำ JOOX Coins มาแลกข้อเสนอพิเศษต่างๆ ตามความชอบของแต่ละคน

 

JOOX Coins

สามารถใช้ JOOX Coins แลกของรางวัลอะไรได้บ้าง?

ปัจจุบันสามารถใช้เหรียญแลกของรางวัลต่างๆ ผ่านหน้า JOOX Coins Redemption Center”  โดยการกดผ่านแบนเนอร์ตรงหน้า “กิจกรรมและรางวัล” เพื่อแลกรับสมาชิก JOOX VIP, บริการ K-Plus ตลอดจนโอกาสที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมดนตรีต่างๆ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษ ที่มอบให้ในระยะเวลาที่จำกัด อย่างเช่น การแลกสมาชิก JOOX VIP แบบหนึ่งวันเพียง 18 เหรียญ (จากปกติ 24 เหรียญ) นอกจากนี้ในอนาคตเราจะยังมีของรางวัลอีกมากมายจากพาร์ทเนอร์ของเรามาเซอร์ไพรส์ผู้ฟังอย่างต่อเนื่อง

จะได้ JOOX Coins ได้อย่างไร?    

นอกเหนือจากการซื้อ JOOX Coins โดยตรงจากในแอป ตอนนี้ผู้ใช้ยังสามารถรับ JOOX Coins ได้ฟรี ด้วยการทำภารกิจประจำวันต่างๆ ในหน้า “กิจกรรมและรางวัล” (Tasks & Rewards) ที่อยู่ในหน้าแอป ซึ่งภารกิจต่างๆ สามารถทำได้ในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์การถ่ายทอดสด (Live broadcast) ไปยังเฟซบุ๊กหรือวีแชทโมเม้นท์ (WeChat Moments) การแชร์เพลงคาราโอเกะที่ร้องไว้ให้เพื่อนฟัง รวมไปถึงการฟังเพลงคาราโอเกะ หรือการอัดวิดีโอ

ภารกิจประจำวันที่เรามีถือว่าง่ายๆ มาก มาลองเล่นกันเพื่อรับ JOOX Coins แล้วนำไปแลกของรางวัลพิเศษต่างๆ ที่ JOOX เตรียมไว้ให้!

ปัจจุบันผู้ใช้สามารถฟังเพลง ร้องเพลง ดูมิวสิควิดีโอ ตลอดจนวิดีโอคาราโอเกะ และคอนเสิร์ตได้ทุกที่ทุกเวลา! เพียงดาวน์โหลด JOOX ได้ทั้งใน แอปสโตร์ (Apple App Store) และ กูเกิล เพลย์ สโตร์ (Google Play Store) นอกจากนี้ ยังสามารถฟังเพลง และรับชมการถ่ายทอดสดพิเศษๆ ผ่านเว็บไซต์ JOOX.com และ JOOX แอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานบนคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ

from:http://mobileocta.com/introducing-the-new-feature-coins-redemption-center-exchange-for-joox-coins/

วิเคราะห์สงคราม Music Streaming การแข่งขันที่ดุเดือด ใครจะเป็นผู้อยู่รอด

ช่วงครึ่งปีหลังนี้ เราเริ่มเห็นวงการ Music Streaming ลุกเป็นไฟ ตั้งแต่ YouTube หันมาเปิดให้บริการเอง โดยใช้ชื่อว่า YouTube Music ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลองใช้งานฟรี หรืออย่างข่าวล่าสุดที่ TikTok ก็หันมาเล่น Music Streaming เหมือนกัน คาดว่าจะออกให้ใช้งานทิ้งท้ายสิ้นปี 2562 เรียกว่าเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดสุดๆ แล้วการแข่งขันสูงแบบนี้ ใครจะสามารถครองตลาดนี้กันได้บ้าง เดี๋ยวรู้กัน

การเติบโตของ Music Streaming

มูลค่าตลาด Music Streaming มีมูลค่าสูงถึง 1.73 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบสิบปี เนื่องจากการเติบโตของสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งเรื่องของราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกลงและเข้าถึงผู้ใช้งานทุกกลุ่มได้ง่าย และที่สำคัญคือคุณภาพเสียงดีกว่าสมัยก่อน

นอกจากนี้ ยังรวมถึงเทรนด์การใช้สินค้าถูกลิขสิทธิ์ด้วย ทำให้ประเทศไทยฟังเพลงผ่าน Music Streaming มากกว่า 5,000 ล้านครั้ง ซึ่งการเก็บข้อมูลนี้มีบริการแค่ไม่กี่รายเท่านั้น ซึ่งปีหน้ามียักษ์ใหญ่อย่าง Youtube และ Tik-tok มาร่วมวงด้วย รับรองว่ายอดวิวจะสูงขึ้นไปอีกเท่าตัวแน่นอน

 

ใครน่ากลัวที่สุด

คำว่าน่ากลัวที่สุดนี้วัดได้จากหลายอย่าง แต่เราจะเริ่มจากการวิเคราะห์จุดแข็งของแต่ละค่ายกันดีกว่า เพื่อจะได้รู้ว่าแต่ละแบรนด์มีความโดดเด่นตรงไหน  แล้วจะสามารถสู้กับรายอื่นได้หรือไม่

 

Apple Music

Apple Music เป็น Music Streaming ของ Apple ช่วงที่ Apple เข้ามาตีตลาดในไทย เป็นช่วงบริการฟังเพลงในไทยยังนิยมโหลดจากเว็บเถื่อนอยู่ ถ้าดาวน์โหลดของแท้ก็ต้องเสียค่าบริการเพลงละ 39 บาท

ซึ่งในยุคนั้นถือว่าแพงมาก ถ้าจะมองข้อดีของ Apple Music คงเป็นเรื่องของฐานแฟนเพลง และเพลงสากลที่มีให้เลือกหลากหลาย แต่ข้อที่อาจจะด้อยกว่าเจ้าอื่นคือลูกเล่นที่น่าสนใจของ Apple Music ที่ไม่ค่อยโดนใจผู้ใช้งานเท่าไหร่

แต่ก็มีราคาพิเศษสำหรับนักศึกษาที่ 69 บาท ส่วนผู้ใช้งานทั่วไป 129 บาท หรือแบบครอบครัว 199 บาท เรียกได้ว่า Apple Music เริ่มปรับราคาให้ได้มาตรฐานแบบเดียวกับคู่แข่งบ้างแล้ว

 

Spotify

ขอบคุณรูปภาพจาก Engadget

Spotify ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเสียงและมี AI ช่วยสุ่มเพลงให้ฟังอย่างราบรื่น ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนได้ฟังเพลงใหม่ๆ ในแนวที่ตัวเองชอบตลอดเวลา ทำให้อยากกลับมาฟังเพลงซ้ำใน Spotify อีก ส่วนจุดด้อยคงเป็นเรื่องของการฟังเพลงฟรีได้น้อย มีโฆษณามาคั่นทุก 30 นาที รวมทั้งจำกัดการสุ่มเลือกเพลง เมื่อเทียบกับการใช้งานบน JOOX

ทางด้านราคาของ Spotify นั้น อยู่ที่ 129 บาทต่อเดือน แบบแฟมิลี่ 199 บาทต่อเดือน แต่สามารถเลือกใช้ในราคาพิเศษร่วมกับพาร์ทเนอร์หรือบัตรเครดิตได้มากมาย

 

JOOX

JOOX มีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือสามารถฟังเพลงฟรีได้สบายๆ แค่มีโฆษณาคั่นเท่านั้น ทำให้เข้าถึงคนฟังได้มากกว่าในทุกๆ แบรนด์ แต่ข้อเสียคงเป็นเรื่องระบบการสุ่มเพลงที่ฟังแล้วไม่ลื่นหูสักเท่าไหร่ ระบบยังคงสุ่มเพลงเดิมๆ ทำให้คนฟังเบื่อเพลงที่เล่นซ้ำบ่อยๆ ได้ง่าย

ส่วนเรื่องของราคาก็ค่อนข้างหลากหลายกว่า คือ รายเดือน 99 บาท ราย 3 เดือน 279 บาท และแบบรายปีคือ 879 บาท ก็แล้วแต่ลูกค้าเลือกใช้งานกันไป

 

YouTube Music

YouTube นอกจากเป็นผู้นำแห่งวงการคลิปวิดีโอเป็นอันดับ 1 ของโลกแล้ว เมื่อบุกเข้ามาในวงการ Music Streaming คู่แข่งก็เตรียมตัวสะเทือนวงการได้เลย เพราะทุกเพลงบนโลกใบนี้ล้วนมีมิวสิควิดีโอใน YouTube และทุกเพลงทุกค่ายก็มี Official Chanel บน YouTube ทั้งสิ้น ทำให้ถือไพ่เหนือกว่าทุกรายอย่างแน่นอน

ส่วนข้อเสียคงเป็นเรื่องของแพคเกจการให้บริการ ที่ค่อนข้างแพงกว่าค่ายอื่น ด้วยค่าบริการ YouTube Music เดือนละ 129 บาท ถ้าสมัครผ่านแอพใน iOS ราคาเดือนละ 169 บาท

 

TikTok

อีกหนึ่งบริการที่น่าจับตามองที่พึ่งประกาศไปได้ไม่นานว่าจะมาเล่นใน Music Streaming เหมือนกัน แต่ยังไม่มีข้อมูลออกมามากนักแม้กระทั่งชื่อ ก็ต้องรอดูว่าจะมีลูกเล่นอะไรเหนือเจ้าใหญ่อื่นๆ หรือเปล่า

แต่สิ่งที่ทีมบริหาร TikTok บอกกับสื่อให้ทราบคือ ค่าบริการจะต้องถูกกว่า Spotify แน่นอน รวมทั้งกำลังเร่งคุยกับพาร์ทเนอร์วงการเพลงยักษ์ใหญ่มากมาย เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานได้ในราคาที่ถูกกว่าค่ายอื่นๆ

เป็นที่น่าสังเกตว่าแต่ละค่าย ต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่ถ้าจะให้น่ากลัวที่สุดคงเป็น YouTube เพราะมี Data เยอะที่สุด แต่ก็ต้องรอดูว่าจะเดินกลยุทธ์มาถูกทางหรือเปล่า เพราะการที่เป็นเจ้าของทุกค่ายไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดึงคนมาใช้งานได้เสมอไป

อีกอย่างหนึ่ง คือ คนไทยส่วนใหญ่คนฟังเพลงจาก Smartphone ประมาณ 93% แต่คนจะฟังเพลงผ่าน YouTube โดยการเปิดจากคอมพิวเตอร์มากกว่า (เพราะตอนนั้นยังไม่มี YouTube Music) ซึ่งความน่ากลัวนี้น่าจะมีให้เห็นในปีหน้า

 

จะสู้ยังไงให้รอด

ถ้าจะถอด Key success ของระบบ Music Streaming ในไทยคงมีแค่ไม่กี่ข้อ เพราะพฤติกรรมการฟังเพลงของคนไทยไม่ซับซ้อน 

  • คุณภาพของเสียงเพลงดี ลื่นหู จะยิ่งดีมมากขึ้น ถ้าคุณไฟล์คุณภาพเสียงประมาณ 320 kbps 
  • มีเพลงให้เลือกเยอะ ถ้าอยากเป็นเจ้าแห่ง Music Streaming ก็ควรมีเพลงเยอะและหลายแนวทั้งไทย สากล ลุกทุ่ง จากข้อมูลเรื่องพฤติกรรมการฟังเพลงของคนกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด มีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น ผู้ให้บริการต้องเก็บทุกข้อมูลเชิงลึกของผู้ฟังให้ทั่วทุกกลุ่ม
  • ราคาต่อเดือนไม่แพง ค่าเฉลี่ยค่าใช้บริการไม่ควรเกิน 130 บาทต่อเดือน หากใช้บริการเพียงคนเดียว หรือถ้าเป็นการซื้อแพคแบบครอบครัว ก็ไม่ควรหารค่าเฉลี่ยเกิน 50 บาท เพราะถ้าแพงมากก็จะไม่ดึงดูดใจ
  • ส่วนที่เหลือพวกฟีเจอร์ต่างๆ นี้คงเป็นกลยุทธ์ที่แต่ละแบรนด์ต้องไปฟาดฟันกันเอง แต่สุดท้ายไม่ว่าจะฟาดกันยังไงคนที่ได้เปรียบที่สุดคือคนฟังนั่นเอง

ต้องจับตาดูว่า ในปีหน้า Music Streaming จะดุเดือดกันแค่ไหน และจะมีแบรนด์อะไรเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้อีกหรือไม่ แต่ส่วนตัวผู้เขียน คิดว่ามีแน่ ที่สำคัญอย่าลืมจับตาดูฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีการนำ AI มาเป็นตัวชูโรงสำคัญในการวิเคราะห์พฤติกรรมคนฟังด้วย รับรองว่าปีหน้าสงคราม Music Streaming ลุกไปไฟแน่นอน

from:https://www.thumbsup.in.th/music-streaming-war-2019

Tencent ปี 2020 เดินหน้าอีเว้นท์เกม เพลง สร้างซีรีส์ไทยลง WeTV ฐานคนดูกลุ่มต่อไปอยู่ที่เมืองจีน

Tencent ประเทศไทยประกาศยุทธศาสตร์ในปี 2020 เน้นหนักด้านประสบการณ์ออฟไลน์ เช่น การจัดอีสปอร์ต อีเว้นท์เพลง และที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ สตรีมมิ่ง WeTV ที่แม้เพิ่งจะเปิดตัวในไทยไม่ถึงปี แต่ก็เริ่มเดินหน้าสร้างซีรีส์ไทยลงแพลตฟอร์ม และตั้งเป้าว่าฐานคนดูกลุ่มต่อไปคือคนจีน

ธุรกิจกลุ่มบันเทิง ปัจจุบันใน Tencent ไทย มี Joox, Tencent Games, WeTV
ซึ่งที่ผ่านมา Tencent ทำอีเว้นท์เพลง เช่น คอนเสิร์ต, งานประกาศรางวัล Joox Music Award และดึงคนดังในโลกออนไลน์มาทำคอนเทนต์บน Joox เช่น ดึงเก๋ไก๋สไลเดอร์ ยูทูเบอร์ชื่อดังมาร้องเพลงคาราโอเกะบน Joox หรือการใช้ข้อมูลคนฟังเพลง Joox มาสร้างคอนเทนต์เพลงใหม่ๆ ด้านเกม Tencent จัดอีสปอร์ตแข่งเกมมาแล้ว 15 ครั้งใน 12 จังหวัด ซึ่ง Tencent จะดำเนินแนวทางนี้ต่อไปเพื่อสร้าง engagement ในกลุ่มผู้ใช้งาน

No Description

ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ WeTV สตรีมมิ่งจีน ที่แม้เพิ่งเปิดตัวในไทยไม่ถึงปีแต่ก็สามารถสร้างกระแสในกลุ่มผู้ใช้งานในไทยได้จากซีรีส์จีนเรื่อง “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” หรือ The Untamed ที่มีกระแสในโซเชียลจน Tencent ดึงนักแสดงมาจัดแฟนมีตในไทย โดยนายกฤตธี ระบุว่า แอพพลิเคชั่น WeTV ตอนนี้มียอดดาวน์โหลดเฉลี่ย 1 ล้านดาวน์โหลด นับจากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซีรีส์เรื่องนี้ช่วยดันยอดผู้ใช้งานโตขึ้นจากเดิม 250% Tencent จึงตั้งเป้ายึดแนวทางนี้และเตรียมจัดแฟนมีตดาราจีนในไทยอย่างต่อเนื่อง

No Description

ในปี 2020 Tencent จะลงทุนสร้าง original content ของไทย และที่เริ่มสร้างไปแล้วคือ ซีรีส์ฉลาดแกมโกง และตั้งเป้าจะสร้างคอนเทนต์ใหม่ลง WeTV ทุกไตรมาส โดยตั้งเป้าว่าคนดูกลุ่มต่อไปคือคนจีน

ปัจจุบัน WeTV ให้บริการรูปแบบดูฟรี แต่ถ้าสมัคร VIP จะได้ดูซีรีส์เร็วกว่าแบบดูฟรี โดยค่าบริการมีหลายราคาตั้งแต่แพ็กเกจรายเดือน 149 บาท ราย 3 เดือน 389 บาท

No Description

from:https://www.blognone.com/node/112586

10 แอปแนะนำติดเครื่องไว้ชีวิตจะง่ายขึ้นในช่วงหน้าฝน

Cover App For Rainหลายๆ คนคงจะไม่คอยชอบหน้าฝนมากนัก อาจจะเพราะทำให้เดินทางลำบาก เปียกแฉะ และอีกหลายๆ เหตุผล วันนี้ทีมงานมีแอปที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในช่วงหน้าฝนได้ไม่มากก็น้อย ทำให้การใช้ชีวิตในช่วงหน้าฝนง่ายขึ้น ไปชมกันเลยว่ามีแอปอะไรบ้าง? 10 แอปแนะนำติดเครื่องไว้ชีวิตจะง่ายขึ้นในช่วงหน้าฝน 1. TVIS แน่นอนว่าช่วงหน้าฝนกับรถติดนั้นเป็นของคู่กัน แอปนี้จึงเป็นตัวช่วยอีกตัวหนึ่งที่จะช่วยเหลือในการเลือกเส้นทางการจราจร แอป TVIS เป็นระบบรายงานสภาพจราจรด้วยเสียงอัตโนมัติออนไลน์ โดยดึงสภาพการจราจรจากแหล่งข้อมูลต่างๆ สามารถค้นหาข้อมูลได้ด้วยเสียง โดยการพูดชื่อถนนที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถดึงภาพจากกล้อง CCTV เพื่อดูสภาพจราจรในบริเวณใกล้เคียง ปัจจุบันมีข้อมูลเฉพาะสภาพการจราจรในกรุงเทพมหานคร หนุ่มสาวเมืองกรุงต้องไม่พลาดแอปนี้นะคะ ดาวน์โหลดแอป TVIS ได้ที่ >> App Store 2. Thai Weather ด้วยสภาพอากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ที่บางวันฝนตกบางวันก็แดดออก ลองใช้แอปนี้ตรวจดูสภาพฝนฟ้าอากาศของไทย โดยแอปนี้เป็นแอปอย่างเป็นทางการของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่จะรายงานสภาพอากาศ ณ ปัจจุบัน พยากรณ์อากาศล่วงหน้า แจ้งข่าวสารต่างๆ ที่ค่อนข้างแม่นยำ เพื่อการวางแผนทำกิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมและเตรียมตัวกับสภาพอากาศที่กำลังมาถึงด้วยนะคะ ดาวน์โหลดแอป Thai Weather ได้ที่ >> App Store 3. LINE […]

from:https://www.iphonemod.net/10-apps-for-rainy-season.html

JOOX ถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต “BTS Comeback Show” ชมฟรี !

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนเพลงเกาหลีที่กำลังมองหาคอนเสิร์ตเจ๋งๆ ของศิลปิน K-POP ที่หลายคนรัก เมื่อ JOOX มิวสิคแอปพลิเคชั่นประกาศไลฟ์คอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ต้อนรับการกลับมาของ 7 หนุ่ม BTS บอยแบนด์ชื่อดังจากเกาหลีใต้ ที่สาวก K-POP ในบ้านเราคลั่งไคล้ โดยไลฟ์คอนเสิร์ตครั้งนี้ มีขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ เวลา 18.30 น. แค่เปิดไลฟ์ผ่าน JOOX ก็ส่งคอนเสิร์ตตรงจากเกาหลี ให้กรี๊ดถึงหน้าจอมือถือ !

BTS Comeback Showกับโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

แฟนคลับ BTS ตัวจริง สามารถรับชมการแสดงสุดตื่นเต้นจากศิลปินที่ทุกคนรอคอยกับ “BTS Comeback Show – Highlight Reel” ชมฟรีผ่าน JOOX  ในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้  เต็มอิ่มกับโชว์กว่า 70 นาที ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับแฟชั่นแบบจัดเต็มบนเวที พร้อมบทสัมภาษณ์และการแสดงสุดประทับใจบนเวทีจากสมาชิกหนุ่มหล่อทั้ง 7 คนของ BTS  ไม่ว่าจะเป็น วี, จิน, จีมิน, จองกุก, อาร์เอ็ม, ชูก้า และ เจโฮป เริ่มถ่ายทอดสด เวลา 18.30 น. (ประเทศไทย)

from:http://www.9tana.com/node/bts-comeback-show/

Big C Bigbang Mobile Sale ครั้งที่ 3 ช็อปมือถือรุ่นใดก็ได้รับสิทธิ์ JOOX VIP ฟรี 1 เดือน และพบโปรโมชั่นจัดเต็มอีกมากมาย

JOOX มิวสิคแอปพลิเคชั่นร่วมกับบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และพันธมิตรค่ายมือถือ อาทิ Apple, Samsung, HUAWEI, VIVO, OPPO, Nokia, Moto ฯลฯ พร้อมเหล่าโอเปอเรเตอร์ชั้นนำของประเทศไทยทั้ง AIS, DTAC และ TRUE จัดงานมหกรรมมือถือ “Big C Bigbang Mobile Sale ครั้งที่ 3” จัดหนัก จัดเต็มขนทั้งสินค้า บริการ ตลอดจนโปรโมชั่นเด็ดๆ มาเสิร์ฟให้แก่ลูกค้าแบบครบทุกความต้องการ พิเศษ! เมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือทุกรุ่นในงาน รับฟรีทันที JOOX VIP 1 เดือน เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การฟังเพลงและความบันเทิงยุคดิจิทัลไปกับ JOOX มิวสิคแอปพลิเคชั่น

สำหรับงาน Big C Bigbang Mobile Sale ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 รวบรวมสินค้าราคาพิเศษและโปรโมชั่นที่ดีที่สุดมามอบให้สำหรับลูกค้าที่มาร่วมงาน ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 16 เมษายน 2561 นี้ ณ โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือและไอที ที่ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์กว่า 140 สาขาทั่วประเทศ และนี่คือความคุ้มค่าที่คุณไม่ควรพลาด

● ซื้อโทรศัพท์มือถือทุกรุ่นในงาน รับฟรี JOOX VIP นาน 1 เดือน (จำกัด 1 สิทธิ์ / 1 ใบเสร็จ / 1 ผู้ใช้เท่านั้น)

● ซื้อมือถือในงาน รับของแถมมูลค่าสูงสุด 6,990 บาท

● รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 10,000 บาท เมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือที่ร่วมรายการ พร้อมเปิดเบอร์รายเดือนกับผู้ให้บริการที่กำหนด

● ส่วนลดพิเศษ 50% ในการแลกซื้อลำโพง JBL Clip2 ที่ห้างบิ๊กซี

● โทรศัพท์มือถือทุกรุ่น รับฟรีซิมเติมเงินดีแทค รับโบนัสอินเทอร์เน็ตฟรี 18 GB (1GB ต่อเดือน นาน 18 เดือน) เมื่อเปิดใช้ซิมและเติมเงิน

● รับข้อเสนอผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิต และบัตรเงินผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน

● มือถือลดล้างสต๊อกสูงสุด 70%

ผู้สนใจสามารถสอบถามเงื่อนไขรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งาน Big C Bigbang Mobile Sale ที่บิ๊กซีทุกสาขาทั่วประเทศ

from:http://www.flashfly.net/wp/214459