คลังเก็บป้ายกำกับ: JD.COM

ใครเขาใช้รถไฟความเร็วสูงขนผักกัน? JD.com ใช้ขนเห็ดสดไปส่ง 6 เมืองใหญ่ในจีนภายใน 48 ชั่วโมง

ในช่วงหลายปีมานี้ เชื่อว่าคนไทยน่าจะได้ยินวลีที่ว่า “รถไฟความเร็วสูง ไม่ใช่รถขนผัก” แต่ล่าสุด JD.com ใช้รถไฟความเร็วสูงขนเห็ดสด ส่งทั่ว 6 เมืองใหญ่ในจีนแล้ว

JD.com อีคอมเมิร์ซ
Photo: JD.com

JD.com ใช้รถไฟความเร็วสูงขนเห็ดสด ส่ง 6 เมืองใหญ่ในจีน

JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ประกาศส่งเห็ดมัตสึทาเกะ (matsutake mushrooms) ด้วยรถไฟความเร็วสูง วิ่งด้วยความเร็ว 250-350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บริการนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดย JD.com รับประกันว่า เห็ดสดที่ส่งโดยรถไฟความเร็วสูงจะถึงมือผู้บริโภคภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งบริการครอบคลุมทั่ว 6 เมืองใหญ่ในจีน ได้แก่ ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กวางโจว, อู่ฮั่น, หนานจิง และเฉิงตู

Hui Wang รองประธานของ JD.com บอกว่า “การใช้รถไฟความเร็งสูงของจีนที่มีประสิทธิภาพสูง บวกกับเทคโนโลยีการขนส่งของ JD.com ถือเป็นการผสมผสานนวัตกรรรมที่ลงตัว เพราะเราสามารถส่งของสดจากแหล่งที่ปลูก ไปยังบ้านของผู้บริโภคในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับของที่ยังคงความสดอยู่”

  • นี่คือภาพที่ JD.com ที่ต้องการเป็น นั่นคือกลยุทธ์ “Retail as a Service”  หรือผู้นำในการให้บริการทางด้านค้าปลีก ซึ่งแน่นอนว่ากลยุทธ์นี้คือการต่อยอดจุดเด่นของ JD.com ที่มีระบบโลจิสติกส์อันแข็งแกร่ง

ตลาดสั่งของสดออนไลน์ในจีนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในปี 2017 ตลาดนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.4 แสนล้านหยวน เพิ่มจากปีก่อนถึง 59%

ส่วนของ JD.com เพียงบริษัทเดียวมียอดการสั่งของสดออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 300% โดยข้อมูลนี้ครอบคลุมการให้บริการใน 300 เมืองทั่วประเทศจีน

ที่มา – JD.com Blog

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/jdcom-high-speed-rail-delivery-mushrooms/

Advertisements

JD.com ไตรมาส 3/2018 รายได้โต 25%, ยังคงกลยุทธ์ Retail as a Service

JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่เบอร์สองของจีน รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 25.1% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เป็น 15,254 ล้านดอลลาร์ เฉพาะรายได้จากบริการเป็น 1,583 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 49.4% และมีกำไรสุทธิ 437 ล้านดอลลาร์

ซีอีโอ Richard Liu กล่าวว่าบริษัทยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ และยังคงยึดกลยุทธ์ความสะดวกของลูกค้า, ขายสินค้าของแท้มีคุณภาพ และร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในรูปแบบ Retail as a Service เพื่อให้พาร์ทเนอร์มาใช้โครงสร้างพื้นฐานของ JD นั่นเอง

JD.com มีคลังสินค้าอยู่มากกว่า 550 แห่งในจีน คิดเป็นพื้นที่กว่า 11.9 ล้านตารางเมตร มีร้านค้าใน marketplace มากกว่า 2 แสนราย อย่างไรก็ตามเนื่องจากกำไรสุทธิของ JD ที่น้อย บริษัทจึงมีแผนจะแยกกลุ่มธุรกิจจัดส่งสินค้าออกไปจากตัว JD ที่ตอนนี้ถือเป็นต้นทุนหลัก ซึ่งน่าจะทำให้ผลประกอบการส่วนของบริษัทหลักดีขึ้น

ที่มา: JD.com และ Reuters

alt="JD.com"

alt="JD.com"

from:https://www.blognone.com/node/106512

JD.com เผยสถิติยอดขายเทศกาลช้อปปิ้งวันคนโสด ทำสถิติใหม่อีกครั้งเช่นกัน

JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่อันดับสองของจีน ประกาศสถิติยอดขายของเทศกาลคนโสด โดย JD.com จัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1-11 พฤศจิกายน 2018 มียอดขายสุทธิ (GMV) 1.59 แสนล้านหยวน หรือราว 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (มากหรือน้อย ก็ลองเทียบกับ Alibaba ที่ 2.135 แสนล้านหยวนในหนึ่งวัน)

Lei Xu หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ JD.com ให้ความเห็นว่าพฤติกรรมลูกค้าจีนนั้นเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้น จากเดิมที่พิจารณาราคาเป็นหลัก ทำให้ลูกค้ายินดีซื้อสินค้าแบรนด์และสินค้านำเข้ามากขึ้น ซึ่งเป็นจุดขายของ JD.com ที่เน้นว่าจะไม่มีสินค้าปลอมแปลงวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม

JD.com ยังเปิดเผยสถิติตัวเลขน่าสนใจ อาทิ อาหารสดถูกจำหน่ายไปมากกว่า 29,500 ตัน, แคนาเดียนล็อบสเตอร์ขายไปถึง 12 ตัน และจุดขายของ JD.com คือการจัดส่งสินค้าเอง ก็ทำให้ 90% ของคำสั่งซื้อสามารถจัดส่งได้ภายในวันเดียวกันหรือวันถัดไป

ที่มา: JD.com

alt="JD"

from:https://www.blognone.com/node/106394

JD.com ต่อยอดโครงสร้าง Logistics เตรียมเปิดให้บริการรับส่งพัสดุในจีน

JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่อันดับ 2 ของจีน ประกาศเพิ่มบริการตัวใหม่ ซึ่งต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทมีการลงทุนเองมานาน นั่นคือบริการรับขนส่งพัสดุสินค้าทั่วประเทศจีน โดยในเบื้องต้นให้บริการรับพัสดุเฉพาะใน ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว แต่สามารถจัดส่งไปยังปลายทางในจีนได้ทั้งหมด

สิ่งที่ JD.com แตกต่างจากคู่แข่ง คือการลงทุนในซัพพลายเชนของอีคอมเมิร์ซเองทั้งหมด ตั้งแต่คลังสินค้า รถบรรทุก และรถเล็กจัดส่งสินค้า ซึ่ง Zhenhui Wang ซีอีโอ JD.com กล่าวว่าบริษัทจึงสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดเป็นบริการขนส่งสินค้าทั่วไปได้ด้วย ตามกลยุทธ์พัฒนาให้ JD.com เป็นแพลตฟอร์ม Retail-as-a-Service ที่คนทั่วไปสามารถร่วมใช้โครงสร้างพื้นฐานได้

ปัจจุบัน JD.com มีสวนโลจิสติกส์ในจีน 15 แห่ง, คลังสินค้ากว่า 500 แห่ง, จุดรับส่งสินค้าเกือบ 7,000 จุด และยานพาหนะขนส่งสินค้ากว่า 2.5 แสนคัน

เพื่อให้เห็นภาพ กรณีของ Alibaba นั้นมีบริษัทขนส่งชื่อ Cainiao Network แต่ไม่ใช่เจ้าของ 100% ขณะเดียวกันก็ถือหุ้นบริษัทขนส่งอื่นที่ใช้บริการ อาทิ ZTO และ SF Express คล้ายกับ Amazon ที่มีรถบรรทุกและเครื่องบินขนส่งสินค้าเอง แต่ก็ยังใช้บริการขนส่งรายอื่นด้วย

JD.com บอกว่า จุดขายของบริการขนส่งสินค้านั้น สามารถกำหนดวันจัดส่งได้, สามารถเลือกส่งภายในวันเดียวกันได้ และเนื่องจากมีการขนส่งสินค้าราคาแพงอยู่แล้ว จึงสามารถรองรับการจัดส่งพัสดุมูลค่าสูงได้ด้วย

ที่มา: JD.com และ WSJ

alt="JD.com"

from:https://www.blognone.com/node/105970

JD.com เตรียมเปิดร้านออนไลน์ในอเมริกาเต็มรูปแบบ โดยความร่วมมือกับ Google

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่เบอร์สองของจีน เตรียมเปิดตัวร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์แฟล็กชิปบนแพลตฟอร์ม Google Shopping ภายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการบุกตลาดออนไลน์ในอเมริกาเต็มรูปแบบ แถมได้พาร์ทเนอร์ระดับกูเกิลด้วย

ทั้งนี้กูเกิลได้ประกาศลงทุนใน JD.com เป็นเงิน 550 ล้านดอลลาร์ ไปก่อนหน้านี้ โดย JD จะยังคงใช้กลยุทธ์แบบเดียวกับในจีน คือบริหารจัดการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าเองทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ JD ได้สร้างคลังสินค้าไว้แล้วในอเมริกาหลายแห่ง ทำให้การจำหน่ายสินค้าผ่าน Google Shopping นี้ เป็นการนำสินค้าที่อยู่ในอเมริกามาขายให้คนอเมริกาโดยตรง ไม่เหมือนกับ Alibaba

ปัจจุบัน JD.com มีความร่วมมือแล้วกับ Walmart ในการจำหน่ายสินค้าในตลาดอเมริกา แต่เป็นการขายผ่าน Walmart อีกที ไม่ใช่โดยตรงแบบกรณี Google Shopping

ที่มา: Bloomberg

alt="JD.com"

from:https://www.blognone.com/node/105959

JD.com เตรียมดึงเทคโนโลยีในมือ เสริมความพร้อมให้ JDcentral ก่อนเปิดตัวชัดเจน 27 กันยายนนี้

ด้วยตลาดค้าปลีกของจีนที่มีทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์มีขนาดที่ใหญ่มากและมี Potential มากกว่าตลาดค้าปลีกของสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวแบบนี้นั้น เพราะข้อมูลของ National Bureau of Statistics of China ได้บอกให้ทราบถึงปริมาณการซื้อขายหรือ transaction volume ของปี 2017 ผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซทุกรูปแบบในจีนทั้ง B2B, B2C, C2C และบริการอื่นๆ มีอยู่ราว 4.5ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ JD.com ก็กวาดส่วนแบ่งในกลุ่มนี้ไปแล้วถึง 40% 

เฉินข่าย หลิง รองประธานฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการลงทุน ผู้อำนวยการ เจดีดอทคอม อินเทอร์เนชั่นแนล JD.com

ข้อมูลบริษัท

จากกราฟด้านล่างแสดงให้เห็นถึงอันดับรายได้และส่วนแบ่งตลาดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้าปลีกในกลุ่ม B2C ทั้ง 5 อันดับ ดังนี้

ด้านรายได้ปีที่แล้วของ JD.com อยู่ที่ 56,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการเติบโตมากกว่า 30% ถือว่าทำได้ดีกว่าตลาดอีคอมเมิร์ซของสหรัฐอเมริกา แม้ว่าบริษัทตั้งมามากกว่า 15 แล้ว ยอมรับว่าเทรนด์การใช้งานออนไลน์พุ่งสูงอย่างน่าแปลกใจ ทำให้รายได้ของบริษัทในช่วง 2 ปีหลังเติบโตมากกว่า 150% และมี Active User ที่เข้ามาใช้งานทุกเดือนเกิน 300 ล้านคนแล้ว ด้านร้านค้าในระบบมีกว่า 1.7 แสนร้านค้า พนักงานก็มีมากกว่า 1.7 แสนคน

ด้านระบบโลจิสติกส์ของบริษัทก็ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทำให้จัดส่งสินค้าได้ในวันเดียวกัน หลังกดสั่งซื้อผ่านระบบ ด้าน Warehouse ก็มีมากกว่า 500 แห่ง ซึ่งมีอยู่ 1 แห่งเป็นแวร์เฮ้าส์ระบบอัจฉริยะ ที่ใช้งานหุ่นยนต์ทั้งหมด ซึ่งในอนาคตจะค่อยๆ นำหุ่นยนต์เข้าไปใช้งานในแวร์เฮ้าส์มากขึ้น และ JD.com ก็ขยายธุรกิจไปหลายประเทศ ซึ่งไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ประชาชนชาวจีนให้ความสนใจสินค้าที่นำเข้ามาขายในระบบ

เทรนด์ค้าปลีกและแนวโน้ม

ด้วยเทรนด์ของอินเทอร์เน็ตที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ลักษณะของการใช้จ่ายจะเปลี่ยนจากทุกอย่างอยู่ที่ศูนย์กลางเป็นการกระจายอำนาจ นั่นคือ ในอนาคตค้าปลีกจะไม่มีพรมแดน การค้าปลีกจะมีหลายรูปแบบมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น conversation commerce, content commerce , vr/ar commerce, Hybrid commerce และ IoT commerce เป็นต้น

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหรืออีคอมเมิร์ซต่างก็มีการลงทุนเทคโนโลยีเพื่อจัดเก็บข้อมูลหรือทราฟิกที่เข้ามาสั่งซื้อ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น และเจาะกลุ่มลูกค้าได้ดีขึ้น จึงเกิดการลงทุนเครื่องมือใหม่ๆ มากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่สะดวกในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและเข้าถึงลูกค้าได้เหมาะสมขึ้น

แนวทางเทคโนโลยี

แม้ว่าในอดีตคนจะเชื่อแบรนด์ แต่ในอนาคตคนจะฟัง Feedback ของลูกค้ามากขึ้นและมีความอดทนต่อการรอสินค้าน้อยลง ทำให้ต้องนำเสนอและจัดส่งสินค้าได้เร็วกว่าเดิม ทำให้ทุกแบรนด์ จะใช้ข้อมูลจาก Big Data มาทำธุรกิจมากขึ้นและดิจิทัลไลฟ์จะเข้ามาช่วยเรื่องคลังสินค้า และเส้นทางการจัดส่งเรื่องโลจิสติกส์ก็อาจจะใช้โดรนเข้ามาช่วยในการส่งสินค้าในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกล หรือใช้เป็นหุ่นยนต์ส่งสินค้าได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องใช้คนในการจัดส่งตามพื้นที่ต่างๆ

แม้ JD.com จะไม่สามารถบอกตัวเลขการลงทุนต่างๆ ในประเทศไทยได้ เพราะร่วมมือกับทาง Central ทำให้การลงทุนต่างๆ ต้องเป็นเม็ดเงินจาก JDcentral ซึ่งมีการสร้าง Warehouse ขึ้นมาร่วมกันและเปิดใช้งานแล้ว แต่บริษัทวางแผนจะนำเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริม เรื่อง Infrastructure Logistic Payment และ Cloud

ทางด้านสินค้าที่ JD.com หลังการร่วมมือกับ Central จะนำเข้ามาขายเพิ่มเติมคือ กลุ่มสมาร์ทโฟน ที่คุณภาพดีและราคาไม่สูงนัก เพราะพฤติกรรมของคนไทยระดับกลางมีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้น

ทางด้านเทคโนโลยีที่จะเอามาใช้ในการพัฒนาระบบ เพื่อช่วยให้สินค้าไทยสามารถขายได้ในแพลฟตอร์มของ JD.com ได้สะดวกขึ้น ได้แก่

  • smart consumption ระบบสรุปรวบรวมข้อมูลของลูกค้าสำหรับร้านค้าปลีก เพื่อให้นำไปใช้พัฒนาข้อดีข้อเสียของสินค้า
  • smart operation ระบบจัดการอัจฉริยะ ที่ใช้โดรน มาใช้พัฒนาด้านการขนส่งสินค้าในไทย
  • smart supplier เน้นการใช้งาน Big Data เป็นหลัก เอาข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์และประเมิณการซื้อสินค้า

สินค้าไทยยอดนิยม

ทางด้านสินค้าไทยที่ขายได้ดีบนแพลตฟอร์มของ JD.com ก็ไม่ต่างจากช่องทางอื่นๆ นั่นคือ ข้าว สินค้าอบแห้ง หมอนและเครื่องสำอาง เพราะสินค้าเหล่านี้คนจีนชอบ จากข้อมูลที่บริษัทสำรวจพบว่า สินค้าไทยจะเป็นท่ีนิยมในกลุ่มหัวเมืองอย่าง ปักกิ่ง หวางโจว และ 60% เป็นผู้หญิง ที่มีการศึกษาที่ดี มีการอ่านรีวิวและคำแนะนำก่อนซื้อ นิยมสินค้าประเภท คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หมอนยางพารา ผลไม้ เป็นต้น

ช่วงพฤษภาคม-กันยายน ที่ผ่านมา มีการสั่งซื้อสินค้าอย่างทุเรียนสด ผ่านแพลตฟอร์มไปแล้วกว่า 6 ล้านลูก กุ้งแช่แข็งขายไปแล้วกว่า 10 ล้านตัว และบริษัทจะพยายามผลักดันสินค้าเหล่านี้ให้ขายผ่านระบบให้ได้มากขึ้น ซึ่งอาจจะมองในกลุ่มผลไม้สด แต่ทั้งนี้ต้องรอขั้นตอนการเจรจากับทางศุลกากรในการส่งออกด้วย

ส่วนความคืบหน้าของทาง JDcentral จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนนี้ ซึ่งทาง Thumbsup จะเก็บข้อมูลมาฝากกันอีกรอบค่ะ

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/jd-com-technology/

JOY จูงมือเพื่อนใหม่เที่ยวเมืองปักกิ่ง พาชมหนังสั้นมาสค็อตสุดน่ารักจาก JD.com และ LINE FRIENDS

เมื่อไม่นานมานี้ เจดีดอทคอม (JD.com) บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ ได้จัดแคมแปญโปรโมชั่น ‘LINE FRIENDS DAY’ ขึ้นในประเทศจีน เพื่อตอบโจทย์ความโด่งดังถึงขีดสุดของคาแรคเตอร์ LINE FRIENDS ของผู้บริโภคทั่วโลกรวมไปถึงชาวจีน และเพื่อเฉลิมฉลองแคมเปญ ‘LINE FRIENDS DAY’ 

JD.com ได้ปล่อยหนังสั้นสุดน่ารัก ที่มี JOY มาสค็อตของ JD.com เป็นเจ้าบ้านพาเพื่อนๆ LINE FRIENDS ทั้ง Brown, Cony, Choco และ Sally ชมเมืองพาเที่ยวทั่วเมืองปักกิ่ง รับชมความน่ารักน่าเอ็นดูของ JOY และเพื่อนๆ LINE FRIENDSได้ที่ http://bit.ly/JOYxLINE

ทั้งนี้ JOY เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว ในฐานะมาสค็อตของ JD CENTRAL ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซร่วมทุนระหว่างเจดีดอทคอมและบริษัท เซ็นทรัลกรุ๊ป จำกัด พบกับความน่ารักซุกซนของJOY ได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ JD.CO.TH และแอปพลิเคชัน JD CENTRAL ช้อปของดี การันตีของแท้ ช้อปเลย! ที่ JD CENTRAL

from:http://mobileocta.com/joy-take-a-look-at-the-cute-mascot-shorts-from-jd-com-and-line-friends/