คลังเก็บป้ายกำกับ: JAPAN

รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติข้อบังคับสำหรับการสร้างคาสิโน คาดเปิดได้ภายในปี 2024 ที่โอซาก้า

ญี่ปุ่นอนุมัติข้อบังคับสำหรับการสร้ารีสอร์ตครบวงจร คาดเปิดได้ภายในปี 2024 ที่โอซาก้า ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่นในอนาคต

ภาพจาก Unsplash

รัฐบาลญี่ปุ่นผ่านร่างข้อบังคับสำหรับการสร้างรีสอร์ตครบวงจร ซึ่งภายในจะมีคาสิโนให้บริการด้วย เหมือนกับในมาเก๊า หรือสิงคโปร์ โดยคาดว่าเมืองแรกที่จะมีรีสอร์ตครบวงจรคาดว่าจะเป็นเมืองโอซาก้าภายในปี 2024 และจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่นอีกด้วย

สำหรับกฎหมายที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้เตรียมให้มีรีสอร์ตครบวงจรในประเทศถูกกฎหมายนั้นมีมาตั้งแต่ปี 2016 และเตรียมที่จะเปิดได้มีการอนุมัติตัวกฎหมายลูกออกมาเพื่อรองรับบ้างแล้ว รวมไปถึงข้อบังคับที่รีสอร์ตครบวงจรจะต้องประกอบไปด้วยข้อบังคับต่างๆ เช่น

  • พื้นที่ของคาสิโนจะไม่เกิน 3% ของพื้นที่รวม
  • พื้นที่ของห้องพักไม่น้อยกว่า 100,000 ตารางเมตร
  • คาสิโนสามารถโฆษณาได้ตามสนามบินนานาชาติและเรือสำราญเท่านั้น
  • คาสิโนจะต้องรายงานกับรัฐบาลญี่ปุ่นถ้าหากลูกค้าต้องการแลกเงินคืนมูลค่าเกินกว่า 100,000 เยน

ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทใหญ่ๆ ที่เป็นเจ้าของคาสิโนในสหรัฐ รวมไปถึงในมาเก๊า ต่างสนใจที่จะมาลงทุนในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม MGM Resorts ที่สนใจกำลังหาพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีคู่แข่งไม่ว่าจะเป็น Melco Resorts & Entertainment จากมาเก๊า รวมไปถึง Las Vegas Sands ก็สนใจที่จะทำธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน

อย่างไรก็ดียังมีความกังวลถึงเรื่องการเปิดคาสิโนในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว โดยเรื่องสำคัญคือการติดการพนันของชาวญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลนั้นได้ออกมาย้ำถึงเรื่องนี้ว่ามีมาตรการมารองรับแล้ว เช่น การเก็บเงินชาวญี่ปุ่นถ้าหากเข้าคาสิโน และจำกัดการเข้าแต่ละครั้งต่อเดือนด้วย

ที่มา – Casino News, Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/japan-gov-approve-regulate-rules-for-casinos/

โฆษณา

CEO คนใหม่ของ Walmart Japan กล่าวว่า “กิจการในประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้มีไว้ขาย”

หลังจากที่ Brand Inside เคยได้เสนอข่าวที่ว่า Walmart สนใจที่จะขายธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นอย่าง Seiyu ออกไปนั้น ล่าสุดผู้บริหารของ Walmart Japan ได้กล่าวว่า Seiyu ไม่ได้มีไว้ขาย

วอลมาร์ทซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเซยูในประเทศญี่ปุ่น – ภาพจาก Shutterstock

CEO คนใหม่ของ Walmart Japan ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าปลีกในประเทศญี่ปุ่นอย่าง ซูเปอร์มาร์เก็ต Seiyu ได้กล่าว บริษัทจะไม่มีทางที่จะขายกิจการ Seiyu อย่างเด็ดขาด ปิดประตูข่าวลือในปีก่อนหน้านี้ที่ว่าทาง Walmart นั้นมีความคิดที่อยากจะขายกิจการในประเทศญี่ปุ่นออกไป

Lionel Desclee ซึ่งเป็น CEO คนใหม่ของ Walmart Japan กล่าวกับสื่อในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกว่า “ผมเองได้รับตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพื่อที่จะขายกิจการในประเทศญี่ปุ่น (Seiyu) อย่างแน่นอน” ก่อนหน้าที่จะมารับงานที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เจ้าตัวเป็นผู้บริหารในกิจการค้าปลีกอาหารในทวีปยุโรปอย่าง Delhaize Group

Seiyu ก่อตั้งในปี 1956 โดย Seibu Group และขยายกิจการมาเรื่อยๆ จนมาพบกับจุดจบเนื่องจากหนี้ของบริษัทที่สูงและปัญหาอื่นๆ ในช่วงยุค 1990 แถมยังเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วย ก่อนที่ Walmart จะเริ่มลงทุนในปี 2002 และเป็นกิจการของ Walmart เต็มรูปแบบในปี 2008

ผู้ที่สนใจซื้อกิจการของ Seiyu ก่อนหน้านี้มี Don Quijote ที่ประกาศว่าสนใจที่จะซื้อกิจการของ Seiyu แต่ขึ้นอยู่กับว่า Walmart จะขายกิจการจริงๆ หรือไม่ โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่ากิจการของ Seiyu มีมูลค่าประมาณ 3-5 แสนล้านเยน

ที่มาReuters, Channel News Asia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/new-ceo-walmart-japan-said-seiyu-not-for-sale/

Singtel ประกาศความร่วมมือระบบจ่ายเงิน VIA จะใช้ซื้อสินค้าที่ญี่ปุ่นได้แล้ว

Singtel ประกาศความร่วมมือกับ NETSTARS ผู้ให้บริการระบบชำระเงินผ่านมือถือในร้านค้าที่ญี่ปุ่น โดยผู้ที่สมัครใช้งานระบบกระเป๋าเงินบนมือถือในเครือข่าย VIA ของ Singtel จะสามารถจ่ายเงินได้ในร้านค้าที่ญี่ปุ่นที่มีป้ายรองรับ ซึ่งตอนนี้มีมากกว่า 1 แสนร้านค้า

ทั้งนี้เครือข่าย VIA นั้น ตามที่ Singtel แถลง ได้รวม AIS Global Pay ของไทยอยู่ด้วย จากที่ก่อนหน้านี้ผู้ใช้ AIS Global Pay สามารถจ่ายเงินในสิงคโปร์ได้ (รีวิว) ก็จะสามารถใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ Singtel ยังบอกว่า K Plus ของธนาคารกสิกรไทย จะเข้าร่วมเครือข่าย VIA ด้วยเร็ว ๆ นี้

ปัจจุบันเครือข่ายระบบจ่ายเงินผ่านมือถือ VIA ประกอบด้วย Dash ของ Singtel สิงคโปร์, AIS Global Pay ของไทย ส่วนที่จะเพิ่มเติมในอนาคต นอกจาก K Plus ก็มี Airtel ของอินเดีย, Boost ของมาเลเซีย, GCash ของฟิลิปปินส์ และ LinkAja ของอินโดนีเซีย

ที่มา: Singtel

alt="NETSTARS"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108698

ญี่ปุ่นเปิดตัวโครงการหุ่นยนต์ช่วยเหลือ สำหรับโอลิมปิค 2020 ที่โตเกียว

คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคและพาราลิมปิคในปี 2020 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวโครงการหุ่นยนต์ช่วยเหลือที่จะนำมาใช้งานในช่วงการจัดการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายให้โอลิมปิคครั้งนี้เป็นโอลิมปิคที่มีนวัตกรรมมากที่สุดที่เคยมีมา

โครงการแรกคือหุ่นยนต์ผู้ช่วย Human Support Robot (HSR) และ Delivery Support Robot (DSR) พัฒนาโดยโตโยต้า ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้พิการนั่งวีลแชร์ในการขนส่งอาหารเครื่องดื่ม และมีแขนกลหยิบถาดส่งให้ โดยหุ่นยนต์ดังกล่าวจะมีใช้ในงาน 16 ตัว และโตโยต้าคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายทั่วไปได้ในปี 2030

alt="HSR"

อีกโครงการเป็นของ Panasonic เป็นชุดสวมใส่เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยกของหนัก Power Assist Suits โดยจากการทดสอบพบว่าช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น 20% และรอบรับหลังและสะโพกของผู้สวมใส่ไม่ให้บาดเจ็บ คาดว่าจะนำไปใช้ในสนามบิน

alt="Power Assist Suits"

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะมีหุ่นยนต์และอุปกรณ์ผู้ช่วยทยอยเปิดตัวอีกในอนาคต

ที่มา: The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108697

“น๊อต” ขาดตลาด ทำให้การก่อสร้างโครงการต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นถึงกับล่าช้า รัฐบาลกำลังหาทางแก้ไข

น๊อตสำหรับงานก่อสร้างในประเทศญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นก็กำลังหาวิธีแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้ผู้ผลิตในประเทศคงการผลิต รวมไปถึงการนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้

น๊อตสำหรับงานก่อสร้างขาดแคลนอย่างหนักในประเทศญี่ปุ่น – ภาพประกอบจาก Unsplash

น๊อตสำหรับงานก่อสร้าง โดยเฉพาะประเภทความแข็งแรงสูง กำลังขาดแคลนสินค้าอย่างหนักในประเทศญี่ปุ่นในขณะนี้ โดยคาดว่าจะเหลือเพียงพอสำหรับการก่อสร้างอีกประมาณแค่ 1 เดือนครึ่งเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้การก่อสร้างในญี่ปุ่น เช่น อาคารสูง รวมไปถึงสนามกีฬาในโอลิมปิก 2020 ที่จะจัดขึ้นในกรุงโตเกียว ต้องล่าช้าออกไปอีก

ผลสำรวจนี้เกิดขึ้นจากการสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา มีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 305 บริษัท โดยกว่า 83% ของผู้สำรวจกังวลถึงเรื่องน๊อตขาดแคลนอย่างหนัก และต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้

ความเดือดร้อนนี้ยังลามไปถึง สนาม Egao Kenko ในเมืองคุมาโมโต้ ยังประสบปัญหาน๊อตขาดแคลนอีก 2,000 ตัว สำหรับเอาไว้ติดจอแสดงผล ซึ่งควรที่จะแล้วเสร็จเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็ต้องเลื่อนเนื่องจากปัญหานี้ โดยสนามนี้จะไว้ใช้ในการจัดการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกปี 2019 ซึ่งจะจัดในช่วงไตรมาส 3 ที่จะถึงนี้

การแก้ไขของรัฐบาลญี่ปุ่นคือสั่งให้บริษัทผู้ผลิตน๊อตภายในประเทศญี่ปุ่นที่มีไม่กี่บริษัท ให้คงกำลังการผลิตสูงสุดแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ แถมโรงงานที่ผลิตน๊อตคุณภาพสูงเหล่านี้ยังมีเครื่องจักรที่ไม่สามารถเพิ่มกำลังได้มากกว่านี้

ทางออกอีกทางของรัฐบาลญี่ปุ่นทางที่สองคือ เตรียมเปิดทางให้สามารถนำเข้าน๊อตสำหรับงานก่อสร้างจากประเทศเกาหลีเพิ่มเติม แต่ก็ยังอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นถ้าหากรอน๊อตสำหรับงานก่อสร้างส่งมาส่งจากต่างประเทศอาจต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือน เนื่องจากต้องรอการผลิตตามคิวการสั่งซื้อ

ที่มาEleven Media

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/bolt-shortage-delaying-construction-in-japan/

อันไหนปัง!! ส่องดูสุดยอดแบรนด์ญี่ปุ่น ที่ติดระดับโลกในปี 2019

Interbrand เผยข้อมูลการจัดอันดับสุดยอดแบรนด์ญี่ปุ่นที่ติดระดับโลกในปี 2019 โดยจะดูมูลค่าบริษัท, ผลการดำเนินงาน, บทบาทที่แบรนด์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ และจุดแข็งในการแข่งขันของแบรนด์

บริษัทที่ทำเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแบรนด์สินค้าและบริการต่างๆ อย่าง Interbrand เผยผลการจัดอันดับแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นอันไหนบ้างที่ปังจนติดอันดับระดับโลกใน Japan’s Best Global Brands 2019 บ้าง

ผลการจัดอันดับแบรนด์ญี่ปุ่นที่ติด Top 10

  1. TOYOTA – มูลค่าแบรนด์ 53,404 ล้านเหรียญสหรัฐ
  2. HONDA – มูลค่าแบรนด์ 23,682 ล้านเหรียญสหรัฐ
  3. NISSAN – มูลค่าแบรนด์ 12,213 ล้านเหรียญสหรัฐ
  4. CANON – มูลค่าแบรนด์ 10,380 ล้านเหรียญสหรัฐ
  5. SONY – มูลค่าแบรนด์ 9,316 ล้านเหรียญสหรัฐ
  6. MUFG – มูลค่าแบรนด์ 6,807 ล้านเหรียญสหรัฐ
  7. PANASONIC – มูลค่าแบรนด์ 6,293 ล้านเหรียญสหรัฐ
  8. UNIQLO – มูลค่าแบรนด์ 6,235 ล้านเหรียญสหรัฐ
  9. NINTENDO – มูลค่าแบรนด์ 4,696 ล้านเหรียญสหรัฐ
  10. SUBARU – มูลค่าแบรนด์ 4,214 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนแบรนด์ญี่ปุ่นที่ติดอันดับที่ 11-40 เข้าไปดูได้ที่นี่

แบรนด์ที่ติด Top 10 ในปีนี้

ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดยานยนต์

  • Toyota ยังครองอันดับ 1 มาอย่างเหนียวแน่นเป็นปีที่ 11 มูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้น +6% เทียบจากปีก่อน
  • Honda ครองอันดับที่ 2 มูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้น +4% เทียบจากปีก่อน
  • Nissan ครองอันดับที่ 3 มูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้น +6% เทียบจากปีก่อน
  • Subaru ครองอันดับที่ 10 มูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้น +5% เทียบจากปีก่อน

ส่วน 5 แบรนด์ญี่ปุ่นที่มีการเติบโตยอดเยี่ยม

(ดูจากอัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่าแบรนด์แบบปีต่อปี) ได้แก่

  • Shiseido อยู่อันดับที่ 15 มูลค่าแบรนด์โตขึ้น +30%
  • Suzuki อยู่อันดับที่ 16 มูลค่าแบรนด์โตขึ้น +23%
  • Yamaha อยู่อันดับที่ 25 มูลค่าแบรนด์โตขึ้น +20%
  • Nintendo อยู่อันดับที่ 9 มูลค่าแบรนด์โตขึ้น +19%
  • UNIQLO อยู่อันดับที่ 8 มูลค่าแบรนด์โตขึ้น +19%

เกณฑ์การคัดเลือก

  1. แบรนด์ต้องมีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น: องค์กรหรือธุรกิจของแบรนด์ที่ถูกจัดอันดับ ต้องมาจากการดำเนินธุกิจจากในประเทศญี่ปุ่น
  2. ข้อมูลการเงินเปิดเผยสาธารณะ: บริษัทจะต้องมีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ฯ วันที่ 31 ตุลาคม 2561 และรายงานการวิเคราะห์จะต้องเข้าถึงได้
  3. ยอดขายนอกประเทศญี่ปุ่นต้องมีอัตราส่วนอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายแรนด์ทั้งหมด โดยยึดจากผลประกอบการในปีงบประมาณ 2560: แบรนด์จะต้องมียอดขายไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ้นต์ เมื่อเทียบยอดขายแบรนด์ที่ติดอยู่ Top 40 ของ Japan’s Best Global Brands 2019
  4. แบรนด์ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นแบรนด์ระดับโลก

กระบวนการจัดอันดับ

ระเบียบวิธีของ Interbrand สำหรับการประเมินมูลค่าแบรนด์ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งทางการเงินของแบรนด์นั้นๆ, ความสามารถโน้มน้าวให้สามารถตัดสินใจซื้อได้ และรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เหมือนกันที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์วิเคราะห์และประเมินมูลค่าของบริษัท

การประเมินผลประกอบด้วยการวิเคราะห์จะวิเคราะห์จากสามประเด็นนี้

  • ผลการดำเนินงานด้านการเงินของผลิตภัณฑ์หรือบริการของแบรนด์
  • บทบาทที่แบรนด์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
  • จุดแข็งในการแข่งขันของแบรนด์ และความสามารถในการสร้างความเชื่อใจ, ความต้องการและผลกำไรที่ยั่งยืน ของแบรนด์ในอนาคต

ที่มา : Interbrand

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/03/interbrand-best-japan-brands-2019/

ธนาคารญี่ปุ่นกำลังจะเลิกใช้ Hanko เพื่อลดภาระเอกสารและผลักดันประเทศสู่ยุคดิจิทัล

ใครที่รู้จักประเทศญี่ปุ่นและคุ้นเคยกับวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นมาบ้าง อาจจะรู้จักกับการใช้ “ตราปั๊ม” หรือ Hanko ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนญี่ปุ่นเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรก็ต้องใช้ตราปั๊มนี้

ภาพจาก Shutterstock

Hanko หรือตราปั๊มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นนั้น เป็นวัฒนธรรมที่นำเข้ามาจากจีนในยุค Kamakura (1185-1333) ซึ่งตอนแรกจะใช้ในกลุ่มคนชั้นสูงเช่นโชกุน แต่เริ่มมาแพร่หลายใน ยุค Edo (1603-1868) ซึ่งญี่ปุ่นมีกฎหมายรับรอง Hanko ตั้งแต่ปี 1873 ทำให้ Hanko เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคนญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

Hanko นั้นมีขายที่หลากหลายรูปแบบและราคา ตั้งแต่ทำจากยางที่หาซื้อได้จากร้านร้อยเยน ไปจนถึงทำจากไม้หรือเขาวัวควายที่มีราคาสูงกว่า 20,000 เยน ซึ่งโดยมากคนญี่ปุ่นจะมี Hanko ทั้งหมด 3 แบบ คือ Jitsuin สำหรับสัญญาสำคัญเช่นซื้อบ้าน, Ginkoin สำหรับทำธุรรมทางการเงินกับธนาคาร และ Mitomein สำหรับงานทั่ว ๆ ไป เช่นเซ็นสัญญารับส่งของดิลิเวอรี่ ดังนั้น Hanko จึงถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะต้องใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรม

ในขณะที่จีนซึ่งเป็นต้นตำรับของ Hanko ก็มี QR Code ใช้จ่ายเงินกันอย่างแพร่หลายแล้ว จึงเป็นที่น่าสนใจมากว่าประเทศที่มีเทคโนโลยีทันสมัยอย่างญี่ปุ่นยังมั่นคงในการใช้ตราปั๊มมาอย่างยาวนาน

Alipayในร้านค้าญี่ปุ่น

การใช้ตราปั๊มในญี่ปุ่นซึ่งเป็นสิ่งตกทอดในอดีตที่ปัจจุบัน เริ่มกลายเป็นสิ่งสร้างภาระทางการดูแลเอกสาร และสร้างกำแพงในการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในยุคฟินเทคที่การเงินควรจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย ๆ ยกตัวอย่างเช่น Tomoyuki Shiraishi คนงานก่อสร้างใน Kurashiki อายุ 24 ปีกล่าวถึง Hanko ว่า “มันยุ่งยากไปที่ต้องนำ Hanko และทำเอกสารเพียงแค่จะถอนเงินจากสาขาของธนาคาร”

ตอนนี้ทางธนาคารหลายแห่งของญี่ปุ่นจึงเริ่มหาทางเลิกใช้วิธียืนยันตัวตนด้วย Hanko เพื่อลดต้นทุนงานเอกสาร รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และทำให้คนยุคดิจิทัลเข้าถึงการเงินการธนาคารได้ง่ายขึ้น

เลิกใช้ Hanko เพื่อผลักดันธนาคารสู่ยุคดิจิทัล

Mitsubishi UFJ Financial Group Inc. หรือ MUFG สถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นได้เปิดให้บริการบัญชีแบบไม่ต้องใช้ Hanko หรือสมุดบัญชีแล้ว รวมถึงตอนนี้ MUFG ก็เริ่มปรับปรุงเครือข่ายสาขาเพื่อนำคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตและวิดีโอมาแทนที่พนักงานฝากถอน

Bank of Tokyo Mitsubishi UFJ หน่วยธนาคารของ MUFG สาขา Shinsaibashi

เป้าหมายในการปรับตัวของ MUFG ก็เพื่อให้ลูกค้าปรับตัวเข้ากับดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินบนอุปกรณ์ของตัวเองได้ โดย MUFG ตั้งเป้าปรับรูปแบบสาขากว่า 100 แห่งในประเทศเป็นรูปแบบใหม่ภายในปี 2024 ซึ่ง MUFG ยังวางแผนจะลดจำนวนสาขาที่มีเคาน์เตอร์แบบดั้งเดิมลดลงให้ได้ครึ่งหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน

นอกจาก MUFG แล้ว Resona Holdings Inc. สถาบันการเงินอีกแห่งของญี่ปุ่นก็ประกาศให้ลูกค้าเปิดบัญชีแบบไม่ต้องใช้ Hanko ได้แล้วใน 600 สาขาของธนาคาร

การผลักดันญี่ปุ่นสู่ยุคดิจิทัลนี้ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ซึ่งตอนนี้กำลังร่างกฎหมายเพื่อให้บริการของรัฐใช้ออนไลน์ได้ด้วย

เงินเยนญี่ปุ่น

แต่การจะทดแทนระบบเก่า ๆ ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก โดย Takayuki Ogura ผู้อำนวยการหน่วยธนาคารของ MUFG ระบุว่า MUFG ก็ต้องใช้เวลากว่า 2 ปีในการโน้มน้าวรัฐบาลท้องถิ่นกว่า 450 ชุดในการประมวลผลระบบจ่ายภาษีให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์

แต่ Hanko คงยังไม่หายไปเร็ว ๆ นี้

แม้ธนาคารหรือองค์กรเอกชนญี่ปุ่นต่างก็เล็งเห็นความยุ่งยากในการจัดการเอกสาร แต่ฝั่งราชการของญี่ปุ่นก็ยังคงรักษามาตรฐานการใช้งาน Hanko ไว้อย่างเหนียวแน่น หรือธุรกิจขนาดเล็กก็ยังเรียกใช้ Hanko สำหรับสัญญาหลาย ๆ อย่าง ไปจนถึงการแต่งงานหรือการเป็นเจ้าของบ้านก็ยังต้องใช้ตราปั๊มนี้

Keiichi Fukushima ช่างแกะสลักที่ได้รับใบอนุญาต และเป็นทายาทรุ่นที่สี่ของร้านขาย Hanko ใน Ueno ระบุว่า ทุกวันนี้ผู้ปกครองยังซื้อ Hanko แบบทำมือให้เด็ก ๆ ตอนที่มีอายุที่เหมาะสม และนักท่องเที่ยวก็มักจะซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกด้วย ตอนนี้ธุรกิจการทำ Hanko นี้มีมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และยังมีโอกาสที่ต้องใช้ Hanko อีกมากในชีวิตของคนญี่ปุ่น

Minami Yoshida เสมียนบัญชีวัย 26 ปีจากบริษัทแห่งหนึ่งใน Kawasaki ระบุว่า ก่อนหน้าที่เธอจะจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ได้ เธอต้องปั๊มตรายางลงแบบฟอร์มใบโอนเงินด้วย Hanko ของบริษัท และนำแบบฟอร์มส่งธนาคารเพื่อประมวลผล ซึ่ง Yoshida เห็นว่ามันไร้ประสิทธิภาพมาก ซึ่งเธอไม่ได้อยากจะใช้ Hanko ในหลาย ๆ โอกาสที่มากเกินไป

ภาพจาก Shutterstock

สรุป

ตอนนี้ธนาคารญี่ปุ่นต่างก็พยายามปรับตัวให้ทันยุคดิจิทัล โดยการเลิกใช้ Hanko ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีลดภาระงานด้านเอกสารลง ซึ่งจะทำให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ฟินเทคเข้าถึงการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นได้ดีขึ้น แต่กับงานราชการอาจต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ

ที่มา – Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hanko-will-no-loger-required-by-japanese-bank-to-reduce-paperworks-and-push-japan-to-digital/