คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_TRENDS_AND_UPDATES

สรุปคำแนะนำและแนวทางปฏิบัติด้าน Password ล่าสุดจาก NIST

บทความนี้ได้สรุปคำแนะนำและแนวทางปฏิบัติด้าน Password จากเอกสาร NIST Special Publication 800-63B Rev3 ของ สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NIST ได้แก่ การสร้างรหัสผ่านใหม่ การพิสูจน์ตัวตนด้วยรหัสผ่าน และการจัดเก็บรหัสผ่าน รวมไปถึงสาเหตุว่าทำไม เพื่อให้องค์กรเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้กับการออกนโยบายด้านรหัสผ่านของตนเองได้ ดังนี้

Credit: ShutterStock.com

คำแนะนำในการสร้างรหัสผ่านใหม่

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับรหัสผ่านเริ่มต้นด้วยการสร้างรหัสผ่านให้แข็งแกร่ง นี่ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบของผู้ใช้ฝ่ายเดียว แต่องค์กรจำเป็นต้องกำหนดนโยบายรหัสผ่านที่แข็งแกร่งเพียงพอ แล้วนำไปบังคับใช้กับผู้ใช้ด้วย โดยคำแนะนำในการสร้างรหัสผ่านใหม่มี 2 ข้อ คือ

1. ความยาวสำคัญกว่าความยาก

แนวคิดสมัยก่อนเชื่อว่ายิ่งรหัสผ่านซับซ้อนเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว ปัจจัยสำคัญของความแข็งแกร่งของรหัสผ่านขึ้นกับความยาวมากกว่า เนื่องจากยิ่งรหัสผ่านยาว ยิ่งเดารหัสผ่านได้ยาก นอกจากนี้ จากการวิจัยเพิ่มเติมพบว่า การบังคับให้รหัสผ่านใหม่มีความยากกลับยิ่งทำให้ความมั่นคงปลอดภัยลดลง เนื่องจากผู้ใช้หลายคนมักเพิ่มความยากให้รหัสผ่านตัวเองแบบง่ายๆ เช่น เพิ่ม “1” ไว้ด้านหน้าหรือ “!” ไว้ตอนท้าย แม้ในทางทฤษฎีจะทำให้รหัสผ่านแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่เมื่อเหล่าแฮ็กเกอร์ทราบรูปแบบตรงนี้แล้ว กลับเป็นการช่วยลดเวลาในการเดารหัสผ่านให้แฮ็กเกอร์แทน ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า คือ ยิ่งรหัสผ่านซับซ้อนเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผู้ใช้ใช้รหัสผ่านเดิมซ้ำๆ กับหลายๆ บัญชี ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการถูกโจมตีแบบ Credential Stuffing Attacks มากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ NIST จึงไม่บังคับเรื่องความยากของรหัสผ่าน แต่กลับบังคับเรื่องความยาวที่ต้องมีขั้นต่ำ 8 ตัวอักษรแทน

2. ตัดการรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่ทุก 3 เดือนหรือ 6 เดือนทิ้งไป

หลายองค์กรยังคงยึดติดกับการบังคับให้ผู้ใช้รีเซ็ตรหัสผ่านบ่อยๆ เช่น ทุก 3 เดือนหรือทุก 6 เดือน โดยเข้าใจว่าเป็นการป้องกันเผื่อกรณีที่รหัสผ่านหลุดออกไป จะได้ไม่สามารถล็อกอินเข้ามาได้อีก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ กลับเป็นการทำให้ความมั่นคงปลอดภัยแย่ลง เนื่องจาก ในชีวิตจริง การจดจำรหัสผ่านดีๆ สักอันไปทั้งปีถือเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว เมื่อต้องมีหลายๆ รหัสผ่านที่จำเป็นต้องจำ ผู้ใช้จึงมักเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นรูปแบบที่คาดเดาได้ไม่ยาก เช่น เพิ่มตัวอักษรอีก 1 ตัวต่อท้ายรหัสผ่านล่าสุดที่ใช้ หรือแทนที่ตัวอักษรบางตัวด้วยสระ เช่น “$” แทน “S” เป็นต้น เมื่อแฮ็กเกอร์รู้รหัสผ่านก่อนหน้านี้ จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะเดารหัสผ่านใหม่ NIST จึงแนะนำให้ตัดการรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่เมื่อเวลาผ่านไปออกจากนโยบายขององค์กร

Credit: watcharakun/ShutterStock

คำแนะนำในการพิสูจน์ตัวตนด้วยรหัสผ่าน

วิธีที่องค์กรใช้พิสูจน์ตัวตนด้วยรหัสผ่านเมื่อผู้ใช้ทำการล็อกอินส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับความมั่นคงปลอดภัยของรหัสผ่าน ซึ่ง NIST ได้ให้คำแนะนำในส่วนนี้ดังนี้

1. เปิดใช้งาน “แสดงรหัสผ่านขณะพิมพ์”

การพิมพ์รหัสผ่านผิดถือเป็นเรื่องปกติที่เราพบเจอ เนื่องจากสิ่งที่เราพิมพ์จะแสดงผลเป็นจุดดำหรือเครื่องหมายดอกจันทร์ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะระบุได้ว่าพิมพ์ผิดตรงไหน นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้หลายรายเลือกใช้รหัสผ่านสั้นๆ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเว็บไซต์ที่ยอมให้ใส่รหัสผ่านได้ไม่กี่ครั้ง ดังนั้น ควรเปิดให้มีฟีเจอร์ “แสดงรหัสผ่านขณะพิมพ์” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้พิมพ์รหัสผ่านยาวๆ ได้ถูกต้องในทีเดียว

2. เปิดให้ “วาง” รหัสผ่านในช่องที่ต้องกรอกได้

ยิ่งการใส่รหัสผ่านทำได้ง่ายเท่าไหร่ ผู้ใช้ยิ่งมีแนวโน้มที่จะตั้งรหัสผ่านยาวๆ และมีความยากมากยิ่งขึ้น การเปิดให้ “คัดลอก” และ “วาง” รหัสผ่านในช่องที่ต้องกรอกได้จึงเป็นผลดีมากกว่า โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ผู้ใช้จำเป็นต้องมีรหัสผ่านเป็นจำนวนมากและเริ่มหันไปใช้เครื่องมือจำพวก Password Manager มากขึ้น

3. ใช้การป้องกันรหัสผ่านรั่วไหล

คำแนะนำด้านรหัสผ่านล่าสุดของ NIST ระบุว่า ต้องมีการตรวจสอบรหัสผ่านใหม่กับรายการแบล็กลิสต์ เช่น คำในพจนานุกรม, คำที่ใช้ตัวอักษรเรียงกัน, คำที่ใช้เป็นชื่อต่างๆ , ข้อความที่มักใช้บ่อย หรือรหัสผ่านที่เคยหลุดออกมาสู่สาธารณะ การใช้เครื่องมือสำหรับตรวจสอบรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลก็เป็นทางเลือกที่ช่วยให้การตั้งรหัสผ่านใหม่มีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

4. ห้ามใช้ “Password Hints”

บางองค์กรพยายามช่วยให้ผู้ใช้จำรหัสผ่านยากๆ ได้ผ่านทางการใช้ “Password Hints” หรือให้ตอบคำถามส่วนบุคคลบางอย่าง อย่างไรก็ตาม การมีอยู่ของโซเชียลมีเดียในปัจจุบันทำให้แฮ็กเกอร์สามารถใช้ Social Engineering เพื่อหาคำตอบของข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นได้ไม่ยาก NIST จึงไม่แนะนำให้มีฟีเจอร์ในในการพิสูจน์ตัวตน

5. จำกัดจำนวนครั้งในการใส่รหัสผ่าน

แฮ็กเกอร์หลายรายใช้วิธีลองเดารหัสผ่านไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเดาถูก (Brute-force Attack) วิธีป้องกันแบบง่ายๆ คือ การจำกัดจำนวนครั้งในการพยายามล็อกอิน และล็อกบัญชีไม่ให้ล็อกอินอีกเมื่อใส่รหัสผ่านผิดครบจำนวนครั้งที่กำหนด

6. ใช้การพิสูจน์ตัวตนแบบ 2FA

2-Factor Authentication (2FA) จะใช้การยืนยันตัวตน 2 จาก 3 วิธีดังต่อไปนี้เพื่อทำการพิสูจน์ตัวตน

  • สิ่งที่คุณรู้ เช่น รหัสผ่าน
  • สิ่งที่คุณมี เช่น มือถือ
  • สิ่งที่คุณเป็น เช่น ลายนิ้วมือ

NIST แนะนำให้ใช้การพิสูจน์ตัวตนแบบ 2FA เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถเข้าถึงได้แบบออนไลน์

Credit: ShutterStock.com

คำแนะนำในการจัดเก็บรหัสผ่าน

สำหรับการจัดเก็บรหัสผ่านให้มั่นคงปลอดภัย NIST มีคำแนะนำดังนี้

1. ปกป้องฐานข้อมูลให้มั่นคงปลอดภัย

รหัสผ่านของผู้ใช้มักถูกเก็บในฐานข้อมูล วิธีการที่ง่ายที่สุดในการปกป้องฐานข้อมูลนี้คือการจำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ รวมไปถึงทำให้มั่นใจว่าฐานข้อมูลสามารถป้องกันการโจมตีที่พบทั่วไปอย่าง SQL Injection หรือ Buffer Overflow ได้

2. แฮชรหัสผ่านของผู้ใช้

การแฮชรหัสผ่านก่อนจัดเก็บลงในฐานข้อมูลเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญสามารถป้องกันรหัสผ่านรั่วไหลสู่สาธารณะได้ แม้แฮ็กเกอร์จะสามารถเจาะเข้ามาขโมยรหัสผ่านที่แฮชในฐานข้อมูลได้ แต่ก็ไม่สามารถถอดรหัสกลับไปเป็นรหัสผ่านปกติที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

NIST แนะนำให้ Salt รหัสผ่านเป็น 32 bits และแฮชโดยใช้ 1-way Key Derivation Function เช่น PBKDF2 หรือ Balloon รวมไปถึงมีจำนวน Iteration มากที่สุดที่เป็นไปได้ (อย่างต่ำ 10,000 ครั้ง) โดยต้องไม่ส่งผลกระทบกับประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษา Password Guideline จาก NIST ได้ที่เอกสาร NIST Special Publication 800-63B Rev3

ที่มา: https://auth0.com/blog/dont-pass-on-the-new-nist-password-guidelines/

from:https://www.techtalkthai.com/latest-password-guideline-and-practices-from-nist/

[Guest Post] NIDA จับมือไอแอม คอนซัลติ้ง นำ HR Technology ต่อยอดสร้างความรู้บุคลากร ขับเคลื่อนสถาบัน

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ร่วมกับบริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ นำเอาองค์ความรู้และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มุ่งเน้นการนำเอา HR Technology ช่วยขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล

 

ศ.ดร.กำพล  ปัญญาโกเมศ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึง ความร่วมมือกับภาคเอกชนในครั้งนี้ว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของ NIDA ที่ว่าด้วย “เป็นสถาบันชั้นนำแห่งชาติที่สร้างผู้นำและองค์ความรู้ในระดับสากล เพื่อการเปลี่ยนแปลง” จึงนำมาสู่การสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาช่วยเสริมสร้างความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ความร่วมมือกับบริษัท ไอแอม คอนซัลติ้งในครั้งนี้ เป็นการนำระบบเทคโนโลยีทรัพยากรมนุษย์ มาช่วยพัฒนาบุคลากร โดยเริ่มต้นที่การพัฒนาและประเมินผล เนื่องจากสถาบันมองว่าไม่ว่าจะนำเทคโนโลยีใดๆ มาใช้ในองค์กร แต่ถ้าไม่ผลักดันให้คนได้ใช้งานอย่างเหมาะสม ก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะผลักดันทั้งคนและเทคโนโลยี เพื่อก้าวสู่ Digital Transformation ต่อไป

ด้านกริช วิโรจน์สายลี Country Vice President บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด ผู้ให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้แก่องค์กรเอนเทอร์ไพรส์ระดับประเทศ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาไอแอม คอนซัลติ้งเอง มีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ SAP ให้กับทั้งหน่วยงานเอกชน และมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ได้ร่วมมือกับภาคการศึกษา ที่จะช่วยนำเอาเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนให้ NIDA ได้การเป็นองค์กรดิจิทัล ด้วยการใช้ HR Technology ในโซลูชัน Performance management มาร่วมพัฒนาบุคลากรของสถาบัน และผลักดันให้เกิดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นในสถาบัน”

โดยทั้งสองหน่วยงานยังคาดหวังว่า การเริ่มต้นพัฒนาระบบ HR Technology ครั้งนี้ จะสามารถนำไปเป็นแม่แบบ และต่อยอดไปใช้กับสถาบันการศึกษาอื่นๆ ต่อไปได้

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-i-am-consulting-nida-hr-technology/

[Guest Post] ISS Consulting คว้า ‘สุดยอด Partner แห่งปี’ กับ 4 รางวัล ความสำเร็จจากงาน SAP SEA PKOM 2021

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2021 ทีผ่านมา ISS Consulting (Thailand) Ltd. ผู้นำด้านการให้บริการวางระบบซอฟแวร์ SAP ระดับโลก  คว้ารางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีจาก SAP ในงาน SAP South East Asia Partner Kick off – Meeting 2021  มาครองได้ทั้งหมด 4 รางวัล ผลงานโดดเด่นด้านยอดขาย ผลงานจากการสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น และการให้บริการกลุ่มลูกค้าที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรก้าวข้ามไปสู่ Intelligent Enterprise ซึ่งในปีนี้เป็นการมอบรางวัลในรูปแบบ Virtual Event  จากประเทศสิงคโปร์

  • รางวัล SAP Partner of The Year 2020 – Indochina รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลสูงสุดที่ไอเอสเอสคอนซัลติ้งได้รับจาก  SAP ซอฟแวร์ระดับโลก  เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน  (2018-2020)  โดยรางวัลที่ได้รับแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการนำนวัตกรรมและโซลูชั่นของ SAP มาปรับใช้เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า รวมถึงการบริการต่างๆของ ISS Consulting ที่ตอบโจทย์ความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในเกณฑ์สูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำ ในระดับ Platinum Partner  พาร์ทเนอร์ระดับสูงสุดของ SAP 

 

 

  • รางวัล General Business Partner of The Year 2020 – Indochina โดยรางวัลนี้เป็นรางวัลที่มอบให้กับพันธมิตรจากการมีฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มธุรกิจ(GB) ที่ใช้งาน SAP เพิ่มมากที่สุด

 

 

 

  • รางวัล SAP S/4HANA Partner of The Year 2020 – Indochina  เป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงการที่ ISS Consulting มีผลงานโดดเด่นด้านยอดขายสูงสุดของโซลูชั่น SAP S/4HANA

 

 

  • รางวัล DRS Partner of The Year 2020 – Indochina    เป็นรางวัลที่แสดงถึงผลงานจากการสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นได้อย่างยอดเยี่ยม และลูกค้าไว้วางใจและเปิดโอกาสให้ ISS Consulting  เข้าไปนำเสนอโซลูชั่น SAP ในอนาคตด้วยกันมากที่สุด

 

มากกว่ารางวัลคือความภาคภูมิใจในความสำเร็จของการร่วมมือร่วมใจของทุกคนในองค์กร 

ในนาม ISS Consulting (Thailand)  ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่น และไว้วางใจในบริการของเราเสมอมา ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนขอสัญญาว่า เราจะไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาศักยภาพ การให้บริการ รวมถึงโซลูชั่น SAP ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าธุรกิจทุกขนาดอย่างสมบูรณ์ที่สุด ผ่านการ ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด

 

 

เกี่ยวกับ ISS Consulting

ISS Consulting (Thailand) Ltd. เป็นพาร์ทเนอร์กับ SAP ในระดับ Platinum และ SAP Global Partner ที่สามารถให้บริการด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งโซลูชั่นของ SAP อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง/ใหญ่ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 21 ปี โดยปัจจุบันนี้มีลูกค้าธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยรวมมากกว่า 250 ราย พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทยโดยทีมงานกว่า 300 คน

นอกจากนั้นแล้วในปีนี้ ISS Consulting (Thailand) Ltd.  เป็นบริษัทในกลุ่ม NTT DATA และ itelligence ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก ทำให้บริษัท มีความสามารถในการนำเสนอ SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทยในขอบเขตที่กว้างยิ่งขึ้นและครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทางด้าน SAP Partner นั้น ISS Consulting (Thailand) Ltd.  ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม SAP Global Partner ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากขึ้นในการนำเสนอ SAPโซลูชั่นธุรกิจระดับโลก

———————————————————————————————-

ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น ISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) โทร 02 237 05553 หรือ

Website: bit.ly/33kqepj
Facebook: bit.ly/2PjcJOw
Instagram: bit.ly/2Dai5ZS 
YouTube: bit.ly/2PlFytt

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-issconsulting-sap-partner-of-the-year-2020/

[Guest Post] สงครามกับบอท ปราบการฟังลวงและสตรีมโหลด

ทุกเช้า คนนับล้านตื่นเช้ามาจิบกาแฟ ฟังเพลงโปรดอย่างสบายใจ และเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเพลงที่ฟังอยู่นั้นจะมาจากบริการสตรีมมิ่งเพลง แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งซึ่งกำลังเฟื่องฟูได้เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพลงของผู้คนอย่างมีนัยยะสำคัญ งานวิจัยของดีลอยต์เรื่องชีวิตดิจิทัลซึ่งกำลังเติบโตในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายงานว่า การฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งคือหนึ่งในสามความบันเทิงทางดิจิทัลอันดับต้นที่นิยมในหมู่คนหนุ่มสาว เนื่องจากจำนวนผู้ที่หันมาใช้ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณการว่าตลาดสตรีมมิ่งดนตรีในภูมิภาคนี้จะเติบโตกว่า 13 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2570

April Tayson, รองประธานภูมิภาค INSEA, Adjust

 

การฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งกำลังเติบโตอย่างแข็งแรงและสม่ำเสมอนี้เปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมดนตรีมีโอกาสทำรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในระยะยาว อย่างไรก็ตามมีมิจฉาชีพที่สนใจการให้บริการสตรีมมิ่งและต้องการจะขโมยรายได้อันชอบธรรมจากศิลปินและนักดนตรี อุตสาหกรรมสตรีมมิ่งดนตรีกำลังลงมือต่อสู้กับการฉ้อโกงผ่านบอท ซึ่งใช้สตรีมโหลและการฟังลวงเป็นเครื่องมือ

เศรษฐกิจของสตรีมมิ่ง

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจการทำงานของเศรษฐกิจสตรีมมิ่ง เมื่อสมาชิกจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน จำนวนเงินสะสมจะไปรวมอยู่ที่กองกลาง แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจะรับส่วนแบ่งจากกองกลาง เป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ตามที่ตกลง อย่างไรก็ตามรายได้ส่วนใหญ่มักจะตกอยู่กับค่ายเพลง ตัวแทนจำหน่าย ผู้ผลิต และสมาคมผู้สะสมเพลง พวกสุดท้ายในรายการนี้คือนักดนตรี มีรายได้ตามแต่ที่ระบุไว้ในสัญญาว่าจ้าง

แผ่นดิสค์เกาะมหาสมบัติ

สองพื้นที่หลักซึ่งพวกฉ้อโกงโดยใช้บอท ใช้เพื่อโอนถ่ายรายได้จากครีเอทีฟมาเข้ากระเป๋าพวกมันเอง ได้แก่ อย่างแรกคือการเล่นเพลงหรือแทร็ค “ลวง” วนในลูป ซึ่งเจ้าของเพลงไม่ใช่ศิลปินในแพลตฟอร์ม ทำให้ศิลปินรายนั้นได้ “มีผู้ฟัง” เพิ่มขึ้นและดูเหมือนจะได้รับความนิยมเพราะได้อันดับและเรตติ้งสูงขึ้นในบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง บอทสามารถช่วยให้ผู้ที่ไม่ใช่ศิลปินบนแพลตฟอร์มดูดรายได้เป็นล้านๆเหรียญไปจากศิลปินที่มีความชอบธรรมตามกฎหมายได้ด้วยการสร้างบัญชีปลอมเป็นพันๆหมื่นๆบัญชีและเล่นเพลงซึ่งพวกมิจฉาชีพมาขึ้นทะเบียนไว้

ในบริการสตรีมมิ่งหลายราย เพลงนั้นต้องยาวกว่า 30 วินาทีจึงจะสามารถสร้างรายได้ได้ วันหนึ่งมี 86,400 วินาที พวกบอทจึงสามารถเล่นเพลงได้ถึง 2,880 เพลงต่ออุปกรณ์หนึ่งเครื่อง บอท 1,000 ตัวก็เล่นได้ 2.9 ล้านแทร็ก ประมาณว่าในหนึ่งเดือน มีการเล่นเพลงไม่ถูกกฎหมาย 86.4 ล้านครั้ง คิดเป็นเงินหนึ่งในสี่ล้านดอลลาร์ นั่นคือรายได้ที่หายไป

เครื่องมือที่ได้รับความนิยม

จากงานวิจัยของ Counterpoint รายได้และการสมัครแบบจ่ายเงินของ Spotify เติบโตขึ้นในช่วงไตรมาศที่ 1 ของปี 2562 ส่วนหนึ่งมาจากความนิยมใช้งานอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเนื่องด้วยแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify, Amazon และ Apple Music ได้ให้บริการในภูมิภาคนี้ ผู้ใช้ที่สนใจจะลองฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งมีจำนวนมากขึ้น จากทั้งข้อเสนอพิเศษช่วงโปรโมชั่น การให้ทดลองใช้ฟรี อีกทั้งเพลย์ลิสต์ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบและบราวเซอร์ซึ่งเข้าถึงได้ง่าย ล้วนแต่ดึงดูดผู้ใช้หน้าใหม่ๆ ให้มาใช้เแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเหล่านี้

ผู้ใช้ซึ่งมีเวลาน้อยหรือรู้จักเลือก มักจะหันไปติดตามลิสต์เพลงฮิต หรือฟังดนตรีที่กำลังกำลังอยู่ในเทรนด์ แทนที่จะสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเอง ผู้ให้บริการบอทไร้ยางอายจะใช้ลูกเล่นต่างๆ ของบอทพลิกแพลงขั้นตอนตามปกติของการทำงานในแพลตฟอร์ม โดยใช้ผ่านสตรีมมิ่งครั้งละปริมาณมาก หรือ bulk streaming ส่วนวิธีการหารายได้นั้นก็ไม่ได้ซับซ้อน พวกฉ้อโกงจะสร้างอุปกรณ์ฟาร์มบอทขนาดใหญ่ไว้ฟังแทร็กเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง ซึ่งมีทำให้เพลงนั้นขยับขึ้นตำแหน่งที่สูงขึ้นในการค้นหา เป็นไปได้ว่าอาจได้รับการบรรจุไว้ในเพลย์ลิสต์ยอดนิยม และที่สำคัญที่สุดคือ — ดึงดูดความสนใจของคนฟัง ด้วยกระบวนการดังกล่าว ผู้ให้บริการบอทจึงเล่นกับระบบ โดยใช้ลูกเล่นซึ่งเป็นไม้ตายของการโปรโมตดนตรี — นั่นคือสร้างจุดน่าสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจ แม้สิ่งนี้จะไม่ส่งผลกระทบด้านรายได้ต่อศิลปินโดยตรง แต่มันก็ย้ายเป้าหมายอย่างหน้าตาเฉย คนที่มีทุนทรัพย์สามารถว่าจ้างผู้ให้บริการบอทเพื่อทำให้คนหันมาสนใจ แต่ไม่ได้สนใจศิลปินซึ่งควรเป็นเป้าหมายที่แท้จริง

วิธีเอาชนะบอท

การตรวจสอบความถูกต้องของสตรีมมิ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างเที่ยงธรรมในหมู่ศิลปินและเจ้าของลิขสิทธิ์ เรื่องนี้สำคัญทั้งในแง่ของค่ายเพลงและผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง อย่างไรก็ตาม ภัยจากการฉ้อโกงด้วยบอทยังคงคุกคามวงการนี้ เช่นเดียวกับวงการเกมมิ่งและอีคอมเมิร์ซ และยังไม่มีวี่แววว่าจะหายไป

การป้องกันจากการฉ้อโกงก็ถูกพัฒนาให้เฉียบขึ้น ส่วนทางฝ่ายโจมตีฉ้อโกงก็คมขึ้นเช่นกัน กุญแจสำคัญในการก้าวไปข้างหน้าในเกมนี้คือการเตรียมพร้อมในระดับองค์กร  บริษัทควรจัดทีมเฉพาะกิจไว้คอยอัพเดตนวัตกรรมล่าสุดทางเทคโนโลยีด้านบอทในการสตรีมมิ่ง รวมทั้งมาตรการณ์ต่างๆ ของการป้องกันการฉ้อโกงด้วย  ถ้าทำได้เช่นนั้น แอปของเราก็จะทันเกม ด้วยข้อเท็จจริงที่อัพเดตเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ที่สามารถป้องกันแอปได้แต่เนิ่นๆ การฉ้อโกงส่งผลขนาดบ่อนทำลายความไว้วางใจของผู้ใช้ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อธุรกิจของตน ให้แน่ใจว่าเราลงมือทำงานเพื่อรักษาความไว้วางใจนี้ และแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงการดำเนินการเพื่อจัดการกับการฉ้อโกงของบอท

อย่างไรก็ตาม บอทยังสามารถเข้านอกออกในแอปได้โดยที่ไม่ถูกตรวจจับได้และยังสร้างความเสียหายแก่แอปได้มากมาย การตรวจจับบอทนั้นเป็นงานที่ต้องลงทุนลงแรง นอกจากนั้นการเฝ้าระวังเองภายใน ทำให้ทีมไอทีต้องเสียเวลามาก ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจจึงต้องแน่ใจว่าทีมไอทีของตนมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมจะรับมือ โดยจะต้องมีเครื่องมือระดับแนวหน้าที่ใช้ในการตรวจหาและกำจัดบอท ด้วยปัญญาประดิษฐ์ machine learning และใช้ประโยชน์จากความซับซ้อนของข้อมูลเซนเซอร์ไม่ระบุตัวตน จากปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับอุปกรณ์ โซลูชั่นที่ใช้ตรวจหาบอทสามารถแยกแยะรูปแบบของพฤติกรรมต่างๆ และแยกความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับบอทได้ จากจุดนั้น ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะกรองเอาบอททิ้งจากระบบของคุณ และกลับมากุมบังเหียนในธุรกิจสตรีมมิ่งได้ต่อไป เขียนโดย April Tayson, รองประธานภูมิภาค INSEA, Adjust

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-adjust-bulk-streaming-and-fake-listens/

ISS Consulting (Thailand) Ltd. ขอเรียนเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ฟรี ! 27 เม.ย.นี้

ISS Consulting (Thailand) Ltd. ขอเรียนเชิญผู้บริหารองค์กร, ผู้บริหารในส่วนงาน Finance , Sales, Marketing, Customer Service, IT  รวมถึงผู้ที่สนใจทุกท่าน ร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ฟรี  ในหัวข้อเรื่อง Intelligence that tranforms your business processes วันอังคารที่ 27 เม.ย.นี้ 

 

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครลงทะเบียนออนไลน์และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.issconsulting.co.th/webinar-event/

(ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย)

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คุณวันเพ็ญ แสนใหม่  อีเมล: marketing_th@issconsulting.net

ขอสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมสัมมนาสำหรับผู้ที่มี e-mail  หรือเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเท่านั้น

from:https://www.techtalkthai.com/iss-consulting-thailand-free-webinar-27-apr-2021/

[Guest Post] DIRU นิเทศ จุฬาฯ เปิดตัว “ไทยดีไอแมชีน” กระตุ้นสังคม ชวนคิดตรวจสอบก่อนแชร์ข่าวปลอม

ไทยดีไอแมชีน เว็บไซต์ตรวจสอบข่าวปลอมเปิดให้ประชาชนตรวจสอบข่าวปลอมได้ด้วยตนเอง ใส่ข้อความที่สงสัย กดคำสั่งตรวจสอบ ทราบผล ใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนแชร์ข่าว ช่วยชะลอการแพร่กระจาย ลดปัญหาข่าวปลอม กระตุ้นให้สามารถจัดการข่าวปลอมได้ด้วยตนเอง

รองศาสตราจารย์ ดร. พนม คลี่ฉายา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยฯ DIRU คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะนำผลงานวิจัยพัฒนาเว็บไซต์ตรวจสอบข่าวปลอม ไทยดีไอแมชีน” (THAI D.I. MACHINE) เปิดให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้งานได้ผ่าน http://www.thaidimachine.org เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบความเป็นไปได้เบื้องต้นว่าข่าวนั้นเป็นข่าวจริงหรือปลอมด้วยการวิเคราะห์ด้วยภาษา คำ ข้อความ (มิใช่การพิสูจน์ด้วยผู้เชี่ยวชาญ)  โดยผู้ใช้งานพิมพ์หรือคัดลอกคำ ข้อความข่าวที่สงสัยวางลงในกล่องข้อความตรวจสอบ กดปุ่มคำสั่งตรวจสอบแล้วรอสักครู่ เว็บไซต์จะแสดงผลการตรวจสอบให้ทราบ 5 ระดับ คือ ข่าวจริง ข่าวปลอม มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นข่าวจริง มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นข่าวปลอม และข่าวน่าสงสัย 

การตรวจสอบข่าวใช้หลักการตรวจสอบด้วยวิธีการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศจากข้อมูลขนาดใหญ่บนอินเทอร์เน็ต โดยนำข้อมูลข่าวสืบค้นไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) โดยเป็นการวิเคราะห์คำ ข้อความ ประโยค และวัดความคล้ายของข้อมูลข่าวสืบค้นเทียบกับข้อมูลขนาดใหญ่บนอินเทอร์เน็ต และประมวลผลข่าวที่มีความคล้ายกันสูงผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้เพื่อนำไปวิเคราะห์หาลักษณะข่าวและจำแนกข่าวว่าเป็น ข่าวจริง ข่าวปลอม มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นข่าวจริง มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นข่าวปลอม หรือข่าวน่าสงสัย ด้วยวิธีการเรียนรู้ของเครื่องแบบระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System based Machine Learning) เป็นการใช้ฐานกฎหรือความรู้ (Rule Base or Knowledge) เกี่ยวกับข่าวในการจำแนกข่าว  ระบบผู้เชี่ยวชาญสามารถเรียนรู้ให้ฉลาดขึ้นจากข้อมูลข่าวที่สืบค้นเองอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญจะป้อนกลับข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวเข้าสู่เครื่อง เพื่อการเรียนรู้ข่าวที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการพัฒนาความสามารถในการตรวจสอบข่าวที่ถูกต้องและแม่นยำขึ้นตามจำนวนการตรวจสอบที่เพิ่มมากขึ้นจากผู้ใช้งาน รวมทั้งการเรียนรู้ปรับกฎด้วยตัวเครื่องเองจากการสืบค้นข่าวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  

          การแสดงผลตรวจสอบจะแสดงความเป็นไปได้ว่าเป็นข่าวจริงหรือปลอม พร้อมทั้งเสนอสรุปเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้นำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจด้วยตนเอง และยังเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ตรวจสอบที่ผู้ใช้งานสามารถกดเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีก ผู้ใช้งานจะมีข้อมูลมากเพียงพอที่จะพิจารณาว่าควรจะเชื่อหรือส่งต่อข่าวนั้นหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเมนูใช้งานเพิ่มเติม คือ เมนูข่าวที่มีการพิสูจน์แล้วว่าเป็นข่าวปลอม ซึ่งได้รวบรวมข่าวที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นข่าวปลอมเพื่อให้ผู้ใช้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ และยังมีเมนูข่าวที่ผู้ใช้งานตรวจสอบล่าสุดซึ่งจะแสดงประวัติการตรวจสอบข่าวที่ผู้ใช้งานตรวจสอบแล้วอีกด้วย 

การใช้งานดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นให้ประชาชนมีวิจารณญาณในการเปิดรับข่าวสารที่มีทั้งจริงและเท็จ ฉุกคิดเมื่อได้อ่านข่าว และหากสงสัยข่าวใดก็จะสามารถนำข้อความข่าวมาตรวจสอบได้ง่ายสะดวก เป็นการตรวจสอบข่าวก่อนจะส่งต่อ ซึ่งจะช่วยชะลอหรือลดการแพร่กระจายของข่าวปลอม ช่วยลดผลกระทบความเสียหายจากการแพร่กระจายและส่งต่อข่าวปลอมในวงกว้าง นอกจากนี้เครื่องมือตรวจสอบข่าว “ไทยดีไอแมชีน” ยังนำไปสู่การสร้างพฤติกรรมการตรวจสอบข่าวบนสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาข่าวปลอม

รองศาสตราจารย์ ดร. พนม คลี่ฉายา อธิบายเพิ่มเติมว่า “คณะวิจัยเริ่มต้นทำงานจากแนวคิดเบื้องต้นที่จะสร้างเครื่องมือตรวจสอบข่าวปลอมด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์คำและลักษณะของข่าวปลอม การวิจัยจึงเริ่มจากการวิเคราะห์คำ ภาษา และลักษณะขอบข่าวปลอม และการสำรวจการตอบสนอบต่อข่าวปลอมของประชาชน นำมาพัฒนาเป็น “ไทยดีไอแมชีน” ซึ่งมีความสามารถวิเคราะห์ข่าวปลอมได้ในระดับที่นำมาใช้งานได้ อย่างไรก็ตามความแม่นยำจะเพิ่มมากขึ้นจากที่คณะวิจัยจะปรับกฎวิเคราะห์ให้แม่นยำขึ้น ประกอบกับจำนวนผู้ใช้งานตรวจสอบข่าวที่เพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้เครื่องได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้นจนมีความฉลาดขึ้น ผลการตรวจสอบจะแม่นยำขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถขยายผลไปสู่การเป็นส่วนเพิ่มขยายสำหรับเว็บไซต์หรือโปรแกรมสืบค้นสารสนเทศอื่น ๆ ที่จะเพิ่มเติมคำแนะนำผลการสืบค้นที่น่าเชื่อถือ”

สำหรับทิศทางการพัฒนางานวิจัยต่อไป ในฐานะนักวิจัย รองศาสตราจารย์ ดร.พนม คลี่ฉายา กล่าวว่า “การวิจัยต่อไปจะมุ่งพัฒนาให้เครื่องเรียนรู้ (Learn) จนมีความแม่นยำขึ้น ด้วยการพัฒนาระบบการตรวจสอบให้แม่นยำและก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของข่าวปลอม และพัฒนาความสามารถขั้นต่อไปสู่เครื่องที่มีความเข้าใจ (Understanding) ข่าวปลอมมากขึ้น สามารถคิด วิเคราะห์ เข้าใจบริบทของข่าวปลอมได้เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง” 

ไทยดีไอแมชีนเป็นผลงานความร่วมมือด้านวิจัยของหน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านความรอบรู้ทางดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อ (DIRU) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับนักวิจัยจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยการสนับสนุนเงินทุนวิจัยจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ตามยุทธศาสตร์การรับมือกับข่าวปลอม การสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายด้านฐานข้อมูลและเครือข่ายด้านวิชาการ ได้แก่ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-diru-thai-d-i-machine/

[Guest Post] เอชพี พลิกโฉมประสบการณ์ลูกค้า เปิดโชว์รูมเสมือนจริงแห่งแรกในประเทศไทย

นำเสนอนวัตกรรมพีซีและพรินเตอร์ล้ำสมัย ผ่านประสบการณ์โต้ตอบแบบอินเทอร์แอคทีฟ 

  • เอชพีผนึกกำลังลาซาด้า พลิกโฉมประสบการณ์การช้อปปิ้งของผู้บริโภคทั้ง 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • โชว์รูมเสมือนจริงแห่งแรกของเอชพีในประเทศไทย บริการครบวงจร มอบความสะดวกสบายสูงสุด ให้กับลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า ที่ต้องการพีซีและพรินเตอร์
  • สร้างประสบการณ์แบบมีส่วนร่วมและมุมมองรอบทิศทาง 360 องศา นำเสนอผ่าน 6 ห้อง ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานที่หลากหลาย

 

เอชพี อิงค์ เผยโฉม HP virtual showroom โชว์รูมเสมือนจริงแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงให้กับลูกค้า ครอบคลุม 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะนำลูกค้าเข้าสู่โลกเสมือนจริงที่ทันสมัย สัมผัสประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่หลากหลายตามความต้องการใช้งานที่แตกต่าง

ด้วยขุมพลังของ Intel® และความร่วมมือกับลาซาด้า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ โปรเจกต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เอชพี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลโดยการขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ผ่านโชว์รูมเสมือนจริงที่รวบรวมนวัตกรรมพีซีและพรินเตอร์รุ่นล่าสุดของเอชพีโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

มร.ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าว “เอชพีขอมอบ ประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ที่ราบรื่นผสานเป็นหนึ่งเดียว โชว์รูมเสมือนจริงนี้จะช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพว่านวัตกรรมในเครื่องพีซีและพรินเตอร์จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและไลฟ์สไตล์อย่างไร ซึ่งในยุคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่บ้าน การเปิดตัว HP virtual showroom ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอชพีในการพลิกโฉมและสร้างสรรค์ประสบการณ์เทคโนโลยีที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์”

“LazMall ยินดีที่ได้ร่วมมือกับเอชพีในการ นำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นส่วนตัวให้กับผู้บริโภคโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน นอกเหนือจากการรับประกันผลิตภัณฑ์ของแท้และมีคุณภาพของ LazMall แล้ว เรายังพยายามหาวิธีใหม่ๆ และสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบประสบการณ์การค้าปลีกออนไลน์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคร่วมกับแบรนด์พันธมิตรต่างๆ ของเรา” เจสสิก้า หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลาซาด้าและหัวหน้า LazMall กล่าว

 

 

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน สู่ประสบการณ์เทคโนโลยีอันน่าทึ่ง

HP virtual showroom ทั้ง 6 ห้อง สร้างประสบการณ์ผ่านมุมมอง 360 องศา นำเสนอด้วยมัลติมีเดีย แอนิเมชัน และวิดีโอ ด้วยปัจจุบันที่มีการทำงานจากบ้านเพิ่มมากขึ้น โชว์รูมเสมือนจริง นี้จึงใกล้เคียงกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตจริงมากที่สุด

เปิดประสบการณ์ด้วยการนำเข้าสู่ฉากมุมกว้างของอพาร์ตเมนต์ใจกลางเมือง มีแสงสว่างจากหน้าต่างในยามค่ำคืนใกล้เคียงกับโลกแห่งความเป็นจริง ลูกค้าสามารถเลือกชมห้องที่ต้องการให้สอดคล้องกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการล้านโปรเจกต์ หรือเกมเมอร์ที่พร้อมต่อสู้ยาวนานตลอดค่ำคืน หรือชื่นชอบการสร้างสรรค์งานศิลปะ หรือพ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังทำการบ้านกับลูก

การสำรวจโลกเสมือนจริงผ่านหน้าต่างแต่ละบานเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสนุกไปกับการค้นพบเรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในแต่ละห้อง

 

เพื่อชัยชนะของเกมเมอร์

ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การเล่นเกมที่สมบูรณ์แบบจากสุดยอดสมรรถนะของเอชพี สัมผัสกราฟฟิกละเอียดคมชัด ประสิทธิภาพการควบคุมตอบสนองแม่นยำเป็นพิเศษ พร้อมภาพและเสียงคมชัดทุกมิติ ไม่ว่าจะกอบกู้โลกในฐานะฮีโร่หรือเข้าร่วมประลองฝีมือกับผู้เล่นในเกมเพื่อชัยชนะ ให้ความสนุกสุดมันส์ไม่รู้จบ

ก้าวข้ามผ่านทุกข้อจำกัดในการเล่นอย่างมีศักยภาพกับการเล่นแบบ Play to Progress ด้วย OMEN by HP พร้อมอุปกรณ์เสริมครบครันที่ออกแบบมาเพื่อชัยชนะของผู้เล่นมืออาชีพ เพลิดเพลินจากการเล่นที่โต๊ะทำงาน หรือเคลื่อนย้ายไปมุมพักผ่อนต่างๆ ในบ้าน เพิ่มความสนุกยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์เหล่านี้:

  • OMEN 25L เดสก์ท็อป พีซี รวดเร็วด้วยขุมพลังของโปรเซสเซอร์และกราฟิกระดับเทพ มาพร้อมพัดลมขนาดใหญ่ประสิทธิภาพระบายความร้อนดีขึ้น ช่วยให้ผู้เล่นมุ่งมั่นในการคว้าชัยชนะได้อย่างเต็มที่
  • HP X27i 2K Gaming Monitor จอขนาดพิเศษ ตอบโจทย์การเล่นเกมเหนือระดับ ประสิทธิภาพอัตรา รีเฟรช 144Hz1 และ AMD FreeSync™ เทคโนโลยีจับรายละเอียดภาพคมชัดได้อย่างน่าทึ่ง งดงามทุกรายละเอียด
  • OMEN แล็ปท็อป 15 มาในกราฟิกขั้นสูงระดับเดสก์ท็อป มอบความเสมือนจริงและความสามารถในการอัปเกรด เสริมพลังให้ผู้เล่นสุดแข็งแกร่ง
  • Reflex boosts: OMEN Sequencer Keyboard, OMEN Reactor Mouse และ OMEN Mindframe Prime Headset ออกแบบเพื่อการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เสริมความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีเหนือระดับของสวิตช์การกดและการใช้งาน (optical-mechanical switch)

 

สำหรับมืออาชีพ สร้างสรรค์ผลงานสุดโดดเด่น

ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างเดินทางหรือทำงานจากที่บ้าน เวิร์กสเตชันสามารถช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สำเร็จและบรรลุเป้าหมายได้อย่างดีโดยไม่มีอะไรหยุดยั้งการทำงานได้ด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุดจากเอชพี สร้างมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตและการทำงานของคนยุคใหม่ ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพที่ทรงพลัง

  • HP Spectre x360 คอนเวอร์ติเบิลระดับพรีเมี่ยมที่เล็กที่สุด ขอบจอบางเฉียบให้มุมมองสวยชัดเต็มตา และความปลอดภัยสุดล้ำ ใช้งานคู่กับ HP Spectre Rechargeable Mouse 700 ออกแบบมาด้วยเทคโนโลยี easy-switch และเซ็นเซอร์เลเซอร์ เสริมความคล่องตัวและสวยงามไปอีกระดับ
  • HP V220 21.5-inch monitor เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย สร้างความสมดุลในการทำงานในราคาที่คุ้มค่า
  • HP OfficeJet 9020 All-in-One พิมพ์งานเป็นเรื่องง่ายจากแล็ปท็อปหรืออุปกรณ์พกพาแม้ในระหว่างเดินทาง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับตลับหมึก HP ของแท้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

สำหรับผู้ปกครองที่กระตือรือร้นด้านการศึกษา

การเรียนรู้ในปัจจุบันต้องอาศัยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากขึ้น ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน การเรียนในปัจจุบันมีลักษณะผสมผสานระหว่างเครื่องมือช่วยการเรียนรู้ทางกายภาพและจากสื่อดิจิทัลเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กๆ อยากเรียนรู้และกระตือรือร้นที่จะค้นพบสิ่งต่างๆ รอบตัว

ปลูกฝังความรักในการเรียนรู้ให้บุตรหลานด้วยความสนุกสนาน ท้าทาย สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ผ่านงานพิมพ์จากสื่อเรียนรู้ที่โหลดได้ฟรีตลอดปีจากเว็บ HP Print, Play and Learn เพื่อเสริมศักยภาพให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเต็มรูปแบบ เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ด้วย:

  • HP Pavilion All–in-One พีซีที่ออกแบบด้วย micro-edge bezel หน้าจอแสดงผลใหญ่คมชัดเต็มตาเพื่อประสบการณ์การรับชมที่สมจริงยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ที่บางลง
  • เครื่องพิมพ์ HP DeskJet Ink Advantage 2775 และ 3775 All-in-One ครบทุกฟังก์ชั่น ใช้งานง่ายในเครื่องเดียว สามารถสั่งงานไร้สายผ่านแอป HP Smart
  • ตลับหมึกแท้ได้รับการออกแบบให้ใช้งานร่วมกับพรินเตอร์เอชพี ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

 

สำหรับศิลปินที่เต็มเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์

โลกนี้เปรียบเสมือนผืนผ้าใบให้ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด การใช้ความคิดผลิตคอนเทนต์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่น่าเชื่อถือเพื่อผลักดันจินตนาการให้โลดแล่นไร้ขีดจำกัด

สร้างแรงบันดาลใจให้มีชีวิตชีวาด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่เน้นการทำงานด้านกราฟฟิกหรือการทำงานหลายอย่างไปพร้อมๆ กันได้อย่างราบรื่นจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งด้วย:

·     แล็ปท็อปเพรียวบาง HP Envy 13 หน้าจอกว้างขึ้นด้วยขอบจอที่บางกว่าเดิม ทำให้เห็นจอแสดงผลได้ชัดขึ้น มอบประสบการณ์การรับชมเสมือนจริงที่เหลือเชื่อและสร้างสรรค์ผลงานได้จากทุกที่

  • HP V27i FHD monitor จอแสดงผลปรับได้ตามความต้องการ ให้ความคมชัด ในมุมมองที่ชัดเจน สร้างความเพลิดเพลินและให้คุณภาพภาพที่สุดยอดจากเทคโนโลยีล่าสุด
  • เครื่องพิมพ์ HP DeskJet Ink Advantage 2335 ออกแบบมาเพื่อให้ลงตัวกับทุกพื้นที่ทำงาน คุณภาพที่เชื่อถือได้ในการพิมพ์ข้อความสีดำที่คมชัดและภาพสีคมชัดสดใสจากตลับผงหมึกแท้ของเอชพี

 

รื่นรมย์ความบันเทิง เพลิดเพลินได้เต็มที่

ปลดปล่อยตัวเองในพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างเต็มที่พร้อมกับสร้างสรรค์สิ่งที่รักด้วยพลังไร้ขีดจำกัดของ Pavilion Gaming Laptop 15 และ 16 ของเอชพี ซึ่งมีกราฟฟิกระดับสูงและการประมวลผลรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการ การทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับช่วงแห่งการผ่อนคลายที่มีค่า ไม่ว่าจะเป็นการรับชมรายการโปรดที่ชื่นชอบหรือมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จได้ทุกที่ ทุกเวลา

 

ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

บ้าน ที่ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะพบกับความสะดวกสบายและสร้างไลฟ์สไตล์อย่างที่ต้องการรองรับในห้องสำหรับทุกคน เอชพีเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความหลากหลายผ่านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ออกแบบมาให้เหมาะกับความต้องการของทุกคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย:

  • HP Pavilion All-in-One PC คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามเหมาะกับทุกบ้าน
  • HP Pavilion Laptop 15 แล็ปท็อปที่ตอบโจทย์การทำงานได้สะดวกคล่องตัวยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพเชื่อถือได้ ความเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • HP Ink Tank 315 เหมาะสำหรับการพิมพ์งานปริมาณมาก สั่งงานไร้สายจากสมาร์ทโฟนด้วยแอป HP Smart หรือจากแล็ปท็อป ออกแบบมาสำหรับสร้างผลงานพิมพ์หรือผลิตโครงงานคุณภาพในโรงเรียนหรือที่ทำงาน

โชว์รูมเสมือนจริงของเอชพี เปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ลองเข้ามาชมว่านวัตกรรมเหล่านี้จะสามารถมีส่วนร่วมทั้งในการทำงานและความบันเทิงได้อย่างไร และเมื่อต้องการซื้อสินค้า สามารถคลิกลิงก์บนข้อความป๊อปอัพบนสินค้านั้น จากนั้นระบบจะเชื่อมต่อไปยังร้านค้า HP LazMall อย่างเป็นทางการหรือร้านค้าพันธมิตรของเอชพีที่ได้รับอนุญาต เช่น Earth Shop, Notebook Store, NOA Online Store, IT Cheap by Technocom, Fonix, ซึ่งอยู่ในลาซาด้าด้วย แล้วเพิ่มสินค้าในรถเข็นเพื่อชำระเงินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

นอกจากนี้ เอชพียังได้ขยายการให้บริการลูกค้าผ่านศูนย์บริการเฉพาะของเอชพี 13 แห่ง และศูนย์บริการสนับสนุนอีก 111 แห่งผ่านช่องทางพันธมิตรผู้ให้บริการของเอชพีใน 41 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงบริการ LINE HP Support ผ่าน Line ID: @hpth.support หรือสแกน QR Code ที่ https://lin.ee/dgeXxcc เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ และแจ้งปัญหาการใช้งานได้ระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลา 08.30 น. ถึง 17.30 น. (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

เอชพี ประเทศไทยยังได้ยกระดับการบริการให้เข้าถึงผู้บริโภคไทยยุคดิจิทัลด้วยร้านค้า HP Experience Store ชั้น 3 สยามสแควร์วัน ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดจากเอชพีด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มคอมพิวเตอร์พีซีและพรินเตอร์ที่ตอบโจทย์ทั้ง Workstyle และ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่

เอชพีมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเพิ่มเติมผ่านการบริการ HP Live Expert โดยลูกค้าสามารถรับวิดิโอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากที่บ้าน และสอบถามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์แบบไลฟ์สด หรือแม้แต่คำถามที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามได้ที่ https://store.hp.com/th-th/default/live-experts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ และประสบการณ์การทำงานจากที่บ้านหรือจากทางไกล โปรดเยี่ยมชมได้ที่ HP virtual showroom หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ HP Online Store https://store.hp.com/th-th/default/

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.

เอชพี อิงค์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โซลูชันการพิมพ์ 3 มิติ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี สามารถเข้าชมได้ที่ hp.com

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-hp-virtual-room/

[Guest Post] เอชพี พลิกโฉมประสบการณ์ลูกค้า เปิดโชว์รูมเสมือนจริงแห่งแรกในประเทศไทย

นำเสนอนวัตกรรมพีซีและพรินเตอร์ล้ำสมัย ผ่านประสบการณ์โต้ตอบแบบอินเทอร์แอคทีฟ 

  • เอชพีผนึกกำลังลาซาด้า พลิกโฉมประสบการณ์การช้อปปิ้งของผู้บริโภคทั้ง 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • โชว์รูมเสมือนจริงแห่งแรกของเอชพีในประเทศไทย บริการครบวงจร มอบความสะดวกสบายสูงสุด ให้กับลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า ที่ต้องการพีซีและพรินเตอร์
  • สร้างประสบการณ์แบบมีส่วนร่วมและมุมมองรอบทิศทาง 360 องศา นำเสนอผ่าน 6 ห้อง ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานที่หลากหลาย

 

เอชพี อิงค์ เผยโฉม HP virtual showroom โชว์รูมเสมือนจริงแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงให้กับลูกค้า ครอบคลุม 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะนำลูกค้าเข้าสู่โลกเสมือนจริงที่ทันสมัย สัมผัสประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่หลากหลายตามความต้องการใช้งานที่แตกต่าง

ด้วยขุมพลังของ Intel® และความร่วมมือกับลาซาด้า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ โปรเจกต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เอชพี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลโดยการขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ผ่านโชว์รูมเสมือนจริงที่รวบรวมนวัตกรรมพีซีและพรินเตอร์รุ่นล่าสุดของเอชพีโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

มร.ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าว “เอชพีขอมอบ ประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ที่ราบรื่นผสานเป็นหนึ่งเดียว โชว์รูมเสมือนจริงนี้จะช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพว่านวัตกรรมในเครื่องพีซีและพรินเตอร์จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและไลฟ์สไตล์อย่างไร ซึ่งในยุคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่บ้าน การเปิดตัว HP virtual showroom ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอชพีในการพลิกโฉมและสร้างสรรค์ประสบการณ์เทคโนโลยีที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์”

“LazMall ยินดีที่ได้ร่วมมือกับเอชพีในการ นำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นส่วนตัวให้กับผู้บริโภคโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน นอกเหนือจากการรับประกันผลิตภัณฑ์ของแท้และมีคุณภาพของ LazMall แล้ว เรายังพยายามหาวิธีใหม่ๆ และสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบประสบการณ์การค้าปลีกออนไลน์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคร่วมกับแบรนด์พันธมิตรต่างๆ ของเรา” เจสสิก้า หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลาซาด้าและหัวหน้า LazMall กล่าว

 

 

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน สู่ประสบการณ์เทคโนโลยีอันน่าทึ่ง

HP virtual showroom ทั้ง 6 ห้อง สร้างประสบการณ์ผ่านมุมมอง 360 องศา นำเสนอด้วยมัลติมีเดีย แอนิเมชัน และวิดีโอ ด้วยปัจจุบันที่มีการทำงานจากบ้านเพิ่มมากขึ้น โชว์รูมเสมือนจริง นี้จึงใกล้เคียงกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตจริงมากที่สุด

เปิดประสบการณ์ด้วยการนำเข้าสู่ฉากมุมกว้างของอพาร์ตเมนต์ใจกลางเมือง มีแสงสว่างจากหน้าต่างในยามค่ำคืนใกล้เคียงกับโลกแห่งความเป็นจริง ลูกค้าสามารถเลือกชมห้องที่ต้องการให้สอดคล้องกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการล้านโปรเจกต์ หรือเกมเมอร์ที่พร้อมต่อสู้ยาวนานตลอดค่ำคืน หรือชื่นชอบการสร้างสรรค์งานศิลปะ หรือพ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังทำการบ้านกับลูก

การสำรวจโลกเสมือนจริงผ่านหน้าต่างแต่ละบานเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสนุกไปกับการค้นพบเรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในแต่ละห้อง

 

เพื่อชัยชนะของเกมเมอร์

ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การเล่นเกมที่สมบูรณ์แบบจากสุดยอดสมรรถนะของเอชพี สัมผัสกราฟฟิกละเอียดคมชัด ประสิทธิภาพการควบคุมตอบสนองแม่นยำเป็นพิเศษ พร้อมภาพและเสียงคมชัดทุกมิติ ไม่ว่าจะกอบกู้โลกในฐานะฮีโร่หรือเข้าร่วมประลองฝีมือกับผู้เล่นในเกมเพื่อชัยชนะ ให้ความสนุกสุดมันส์ไม่รู้จบ

ก้าวข้ามผ่านทุกข้อจำกัดในการเล่นอย่างมีศักยภาพกับการเล่นแบบ Play to Progress ด้วย OMEN by HP พร้อมอุปกรณ์เสริมครบครันที่ออกแบบมาเพื่อชัยชนะของผู้เล่นมืออาชีพ เพลิดเพลินจากการเล่นที่โต๊ะทำงาน หรือเคลื่อนย้ายไปมุมพักผ่อนต่างๆ ในบ้าน เพิ่มความสนุกยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์เหล่านี้:

  • OMEN 25L เดสก์ท็อป พีซี รวดเร็วด้วยขุมพลังของโปรเซสเซอร์และกราฟิกระดับเทพ มาพร้อมพัดลมขนาดใหญ่ประสิทธิภาพระบายความร้อนดีขึ้น ช่วยให้ผู้เล่นมุ่งมั่นในการคว้าชัยชนะได้อย่างเต็มที่
  • HP X27i 2K Gaming Monitor จอขนาดพิเศษ ตอบโจทย์การเล่นเกมเหนือระดับ ประสิทธิภาพอัตรา รีเฟรช 144Hz1 และ AMD FreeSync™ เทคโนโลยีจับรายละเอียดภาพคมชัดได้อย่างน่าทึ่ง งดงามทุกรายละเอียด
  • OMEN แล็ปท็อป 15 มาในกราฟิกขั้นสูงระดับเดสก์ท็อป มอบความเสมือนจริงและความสามารถในการอัปเกรด เสริมพลังให้ผู้เล่นสุดแข็งแกร่ง
  • Reflex boosts: OMEN Sequencer Keyboard, OMEN Reactor Mouse และ OMEN Mindframe Prime Headset ออกแบบเพื่อการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เสริมความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีเหนือระดับของสวิตช์การกดและการใช้งาน (optical-mechanical switch)

 

สำหรับมืออาชีพ สร้างสรรค์ผลงานสุดโดดเด่น

ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างเดินทางหรือทำงานจากที่บ้าน เวิร์กสเตชันสามารถช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สำเร็จและบรรลุเป้าหมายได้อย่างดีโดยไม่มีอะไรหยุดยั้งการทำงานได้ด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุดจากเอชพี สร้างมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตและการทำงานของคนยุคใหม่ ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพที่ทรงพลัง

  • HP Spectre x360 คอนเวอร์ติเบิลระดับพรีเมี่ยมที่เล็กที่สุด ขอบจอบางเฉียบให้มุมมองสวยชัดเต็มตา และความปลอดภัยสุดล้ำ ใช้งานคู่กับ HP Spectre Rechargeable Mouse 700 ออกแบบมาด้วยเทคโนโลยี easy-switch และเซ็นเซอร์เลเซอร์ เสริมความคล่องตัวและสวยงามไปอีกระดับ
  • HP V220 21.5-inch monitor เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย สร้างความสมดุลในการทำงานในราคาที่คุ้มค่า
  • HP OfficeJet 9020 All-in-One พิมพ์งานเป็นเรื่องง่ายจากแล็ปท็อปหรืออุปกรณ์พกพาแม้ในระหว่างเดินทาง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับตลับหมึก HP ของแท้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

สำหรับผู้ปกครองที่กระตือรือร้นด้านการศึกษา

การเรียนรู้ในปัจจุบันต้องอาศัยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากขึ้น ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน การเรียนในปัจจุบันมีลักษณะผสมผสานระหว่างเครื่องมือช่วยการเรียนรู้ทางกายภาพและจากสื่อดิจิทัลเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กๆ อยากเรียนรู้และกระตือรือร้นที่จะค้นพบสิ่งต่างๆ รอบตัว

ปลูกฝังความรักในการเรียนรู้ให้บุตรหลานด้วยความสนุกสนาน ท้าทาย สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ผ่านงานพิมพ์จากสื่อเรียนรู้ที่โหลดได้ฟรีตลอดปีจากเว็บ HP Print, Play and Learn เพื่อเสริมศักยภาพให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเต็มรูปแบบ เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ด้วย:

  • HP Pavilion All–in-One พีซีที่ออกแบบด้วย micro-edge bezel หน้าจอแสดงผลใหญ่คมชัดเต็มตาเพื่อประสบการณ์การรับชมที่สมจริงยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ที่บางลง
  • เครื่องพิมพ์ HP DeskJet Ink Advantage 2775 และ 3775 All-in-One ครบทุกฟังก์ชั่น ใช้งานง่ายในเครื่องเดียว สามารถสั่งงานไร้สายผ่านแอป HP Smart
  • ตลับหมึกแท้ได้รับการออกแบบให้ใช้งานร่วมกับพรินเตอร์เอชพี ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

 

สำหรับศิลปินที่เต็มเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์

โลกนี้เปรียบเสมือนผืนผ้าใบให้ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด การใช้ความคิดผลิตคอนเทนต์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่น่าเชื่อถือเพื่อผลักดันจินตนาการให้โลดแล่นไร้ขีดจำกัด

สร้างแรงบันดาลใจให้มีชีวิตชีวาด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่เน้นการทำงานด้านกราฟฟิกหรือการทำงานหลายอย่างไปพร้อมๆ กันได้อย่างราบรื่นจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งด้วย:

·     แล็ปท็อปเพรียวบาง HP Envy 13 หน้าจอกว้างขึ้นด้วยขอบจอที่บางกว่าเดิม ทำให้เห็นจอแสดงผลได้ชัดขึ้น มอบประสบการณ์การรับชมเสมือนจริงที่เหลือเชื่อและสร้างสรรค์ผลงานได้จากทุกที่

  • HP V27i FHD monitor จอแสดงผลปรับได้ตามความต้องการ ให้ความคมชัด ในมุมมองที่ชัดเจน สร้างความเพลิดเพลินและให้คุณภาพภาพที่สุดยอดจากเทคโนโลยีล่าสุด
  • เครื่องพิมพ์ HP DeskJet Ink Advantage 2335 ออกแบบมาเพื่อให้ลงตัวกับทุกพื้นที่ทำงาน คุณภาพที่เชื่อถือได้ในการพิมพ์ข้อความสีดำที่คมชัดและภาพสีคมชัดสดใสจากตลับผงหมึกแท้ของเอชพี

 

รื่นรมย์ความบันเทิง เพลิดเพลินได้เต็มที่

ปลดปล่อยตัวเองในพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างเต็มที่พร้อมกับสร้างสรรค์สิ่งที่รักด้วยพลังไร้ขีดจำกัดของ Pavilion Gaming Laptop 15 และ 16 ของเอชพี ซึ่งมีกราฟฟิกระดับสูงและการประมวลผลรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการ การทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับช่วงแห่งการผ่อนคลายที่มีค่า ไม่ว่าจะเป็นการรับชมรายการโปรดที่ชื่นชอบหรือมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จได้ทุกที่ ทุกเวลา

 

ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

บ้าน ที่ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะพบกับความสะดวกสบายและสร้างไลฟ์สไตล์อย่างที่ต้องการรองรับในห้องสำหรับทุกคน เอชพีเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความหลากหลายผ่านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ออกแบบมาให้เหมาะกับความต้องการของทุกคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย:

  • HP Pavilion All-in-One PC คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามเหมาะกับทุกบ้าน
  • HP Pavilion Laptop 15 แล็ปท็อปที่ตอบโจทย์การทำงานได้สะดวกคล่องตัวยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพเชื่อถือได้ ความเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • HP Ink Tank 315 เหมาะสำหรับการพิมพ์งานปริมาณมาก สั่งงานไร้สายจากสมาร์ทโฟนด้วยแอป HP Smart หรือจากแล็ปท็อป ออกแบบมาสำหรับสร้างผลงานพิมพ์หรือผลิตโครงงานคุณภาพในโรงเรียนหรือที่ทำงาน

โชว์รูมเสมือนจริงของเอชพี เปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ลองเข้ามาชมว่านวัตกรรมเหล่านี้จะสามารถมีส่วนร่วมทั้งในการทำงานและความบันเทิงได้อย่างไร และเมื่อต้องการซื้อสินค้า สามารถคลิกลิงก์บนข้อความป๊อปอัพบนสินค้านั้น จากนั้นระบบจะเชื่อมต่อไปยังร้านค้า HP LazMall อย่างเป็นทางการหรือร้านค้าพันธมิตรของเอชพีที่ได้รับอนุญาต เช่น Earth Shop, Notebook Store, NOA Online Store, IT Cheap by Technocom, Fonix, ซึ่งอยู่ในลาซาด้าด้วย แล้วเพิ่มสินค้าในรถเข็นเพื่อชำระเงินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

นอกจากนี้ เอชพียังได้ขยายการให้บริการลูกค้าผ่านศูนย์บริการเฉพาะของเอชพี 13 แห่ง และศูนย์บริการสนับสนุนอีก 111 แห่งผ่านช่องทางพันธมิตรผู้ให้บริการของเอชพีใน 41 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงบริการ LINE HP Support ผ่าน Line ID: @hpth.support หรือสแกน QR Code ที่ https://lin.ee/dgeXxcc เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ และแจ้งปัญหาการใช้งานได้ระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลา 08.30 น. ถึง 17.30 น. (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

เอชพี ประเทศไทยยังได้ยกระดับการบริการให้เข้าถึงผู้บริโภคไทยยุคดิจิทัลด้วยร้านค้า HP Experience Store ชั้น 3 สยามสแควร์วัน ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดจากเอชพีด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มคอมพิวเตอร์พีซีและพรินเตอร์ที่ตอบโจทย์ทั้ง Workstyle และ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่

เอชพีมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเพิ่มเติมผ่านการบริการ HP Live Expert โดยลูกค้าสามารถรับวิดิโอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากที่บ้าน และสอบถามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์แบบไลฟ์สด หรือแม้แต่คำถามที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามได้ที่ https://store.hp.com/th-th/default/live-experts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ และประสบการณ์การทำงานจากที่บ้านหรือจากทางไกล โปรดเยี่ยมชมได้ที่ HP virtual showroom หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ HP Online Store https://store.hp.com/th-th/default/

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.

เอชพี อิงค์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โซลูชันการพิมพ์ 3 มิติ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี สามารถเข้าชมได้ที่ hp.com

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-hp-virtual-showroom-in-thailand/

[Guest Post] หัวเว่ยเผยรายงานประจำปี 2563 พร้อมยึดมั่นเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อลูกค้าและภาคสังคม แม้ต้องเผชิญกับความท้าทาย

หัวเว่ย เผยรายงานประจำปี 2563 แม้การเติบโตทางธุรกิจจะชะลอตัว แต่ผลประกอบการส่วนใหญ่ของบริษัทยังเป็นไปตามคาดการณ์ โดยทำรายได้จากยอดขายทั่วโลกในปี พ.ศ. 2563 อยู่ที่ 891.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมด้วยกำไรสุทธิที่ 64.6 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3.2% จากปีที่แล้ว

 

ในปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจโครงข่ายของหัวเว่ยได้ช่วยให้ผู้ให้บริการมากกว่า 1,500 รายในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก นำเสนอบริการได้อย่างมีความเสถียรในช่วงล็อคดาวน์จากโควิด-19 ซึ่งบริการดังกล่าวช่วยมอบบริการโทรคมนาคม การเรียนรู้ออนไลน์ และออนไลน์ช้อปปิ้งให้กับผู้คนทั่วโลก หัวเว่ยได้ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเพื่อมอบประสบการณ์ การเชื่อมต่อที่เหนือกว่า และผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกเพื่อส่งมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นไปอีกระดับ รวมทั้งเดินหน้าผลักดันโครงการนวัตกรรมด้าน 5G กว่า 3,000 โครงการ ในกว่า 20 อุตสาหกรรม เช่น เหมืองถ่านหิน การผลิตเหล็กกล้า ท่าเรือ หรือภาคการผลิตอื่นๆ

ในช่วงปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจองค์กรของหัวเว่ยได้ทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนานวัตกรรมโซลูชันสำหรับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ และเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มที่สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งเกิดจากการร่วมมือและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น หัวเว่ยได้ส่งมอบองค์ความรู้ด้านเทคนิคและโซลูชันต่าง ๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้กับไวรัสในครั้งนี้ ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือโซลูชัน AI บนหัวเว่ยคลาวด์เพื่อช่วยวินิจฉัยโรค ช่วยลดภาระด้านโครงสร้างทางสาธารณสุขให้กับโรงพยาบาลได้ทั่วโลก นอกจากนี้ หัวเว่ยยังทำงานร่วมกับพันธมิตรเปิดตัวแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ทำงานบนคลาวด์สำหรับนักเรียนระดับประถมและมัธยมกว่า 50 ล้านคนอีกด้วย

การเปิดตัวระบบปฏิบัติการ HarmonyOS และอีโคซิสเต็ม Huawei Mobile Services หรือ HMS เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์จากกลุ่มธุรกิจสำหรับผู้บริโภคของหัวเว่ยในการมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในยุค AI แบบไร้รอยต่อ (1 + 8 + N) เพื่อส่งมอบประสบการณ์อัจฉริยะให้กับผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมอุปกรณ์และสถานการณ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานอัจฉริยะ ฟิตเนสและสาธารณสุขอัจฉริยะ สมาร์ทโฮม การเดินทางที่ง่ายขึ้น หรือแม้แต่เรื่องของความบันเทิง

นายเคน หู (Ken Hu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยสามารถเดินหน้าได้อย่างแข็งแกร่งแม้ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบาก เราเดินหน้ารังสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าของเรา ช่วยต่อสู้กับโรคระบาด สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และทำให้สังคมทั่วโลกเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ เรายังใช้โอกาสนี้ในการพัฒนากระบวนการการดำเนินธุรกิจของเรา ซึ่งช่วยให้เราสามารถทำผลประกอบการได้ในระดับใกล้เคียงกับที่คาดการณ์เอาไว้”

หัวเว่ยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างมูลค่าร่วมกันให้แก่ภาคสังคม และกำลังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับกับเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นในด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อความก้าวหน้าและความสำเร็จร่วมกัน

ในด้านการเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเตรียมความพร้อมให้กับอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัล หัวเว่ยได้เปิดตัวโครงการ Spark Program ที่ประเทศสิงคโปร์ในปี พ.ศ. 2563 เพื่อสนับสนุนด้านเทคนิค เงินทุน การให้คำปรึกษา และการฝึกอบรมให้แก่บริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยี นอกจากนี้ ศูนย์ 5G Ecosystem Innovation Center (EIC) ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหัวเว่ยยังทำหน้าที่เป็นแหล่งจัดแสดงและสาธิตนวัตกรรมด้าน 5G ในภูมิภาคอาเซียน

เพื่อรับมือกับปัญหาด้านบุคลากร หัวเว่ยได้เปิดตัวโครงการต่าง ๆ มากมายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึง HUAWEI ASEAN Academy, Digital Training Bus และโครงการ Seeds for the Future เพื่อส่งมอบองค์ความรู้และฝึกอบรมบุคลากรในด้านดิจิทัล โดยหัวเว่ยตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรด้านไอซีทีอีกอย่างน้อย 300,000 คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายในเวลาห้าปีต่อจากนี้

“เราจะยังคงทำงานร่วมกับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของเราอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกับความก้าวหน้าในภาคสังคม การเติบโตในภาคเศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน” นายเคน หู กล่าว

ข้อมูลด้านการเงินทั้งหมดในรายงานประจำปี พ.ศ. 2563 ได้รับการจัดทำอย่างเอกเทศโดย KPMG ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรด้านการทำบัญชีรายใหญ่ติดอันดับหนึ่งในสี่ของโลก ทั้งนี้ ท่านสามารถดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2563 ได้ที่ https://www.huawei.com/en/annual-report/2020

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-huawei-annual-report-2020/

[Guest Post] DPU จับมือ IBERD จัดเสวนาหัวข้อ“ธุรกิจในยุคดิจิทัลเปลี่ยนโลก”

DPU จับมือ IBERD  จัดเสวนาหัวข้อ“ธุรกิจในยุคดิจิทัลเปลี่ยนโลก”เชิญกูรูด้านพาณิชย์แนะโอกาสทางการค้าในกลุ่มCLMV จีน และอินเดีย พร้อมชี้หากไม่ปรับตัวไปตามยุค Digital  ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางทั้งทางความคิด  ความรู้ เศรษฐกิจ สังคมและการศึกษา จะอยู่ยากในโลกอนาคต

เปิดเวทีสร้างแรงบันดาลใจ และสร้างเครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมรุ่นใหม่ สู่ตลาดโลก

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาการเศรษฐกิจการพาณิชย์ (IBERD)จัดงานสัมมนาธุรกิจและเศรษฐกิจออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ Gateway of Digital Disruption on Economic and Business Innovation Transformation in CLMVT + China +Indiaโดยดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 11 ปีแห่งการก่อตั้ง  มูลนิธิฯ IBERD  และเพื่อเปิดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนแนวความคิดจากแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์  อันจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักธุรกิจรุ่นใหม่ รวมถึงสร้างเครือข่ายในภาคธุรกิจและสังคม ในประเทศ CLMVT  จีนและอินเดีย

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภาและประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ (IBERD)กล่าวเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Thailand’s Digital Disruption on Economic and Business Innovation Transformation in Next Decade” โดยมีวิทยากรร่วมในงานเสวนา ประกอบด้วย ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์  รองประธานIBERD นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองประธานIBERD ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสารกรรมการบริหารIBERD และ ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชูรองอธิการบดีสายงานวิชาการ DPUและมีวีณารัตน์ เลาหภคกุล เป็นพิธีกรดำเนินรายการพร้อมด้วยนางนทีชวนสนิท  ผู้อำนวยการบริหาร IBERD กล่าวในพิธีปิด ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ อาคาร 7 ชั้น 6 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

IBERD ครบ11 ปี นำเศรษฐศาสตร์ สู่ผลปฏิบัติพาณิชย์ พลิกดิจิทัลเปลี่ยนโลก

ดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ (IBERD)  กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการก่อตั้ง IBERDว่า  เป็น การนำหลักวิชาการทางเศรษฐศาสตร์ ไปสู่ผลปฏิบัติในทางพาณิชย์  สำหรับการทำความร่วมมือด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำที่เน้นในเรื่องของธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการประเภทเริ่มต้น หรือ Start Up  และการทำธุรกิจกับต่างประเทศนั้น จะเป็นการสร้างความผสมผสานและบูรณาการระหว่างเศรษฐกิจ การพาณิชย์  และธุรกิจ ที่ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังร่วมมือกันขยายขอบข่ายทางการศึกษาไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนเหนือ  คือ ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม หรือ กลุ่ม CLMVด้วย

พร้อมกันนี้ ดร. สถิตย์   ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับ digital เปลี่ยนแปลงโลก ในการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ  “Thailand’s Digital Disruption on Economic and Business Innovation Transformation in Next Decadeไว้ว่า เศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันกำลังอยู่ในยุคการปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่ Digitalจะเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม หรือที่เรียกว่า เศรษฐกิจสังคม digital การส่งเสริมความสำคัญของ Digital ได้เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ  เช่น  โครงการ One Country One Platform ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะเชื่อมต่อข้อมูล Big Data ซึ่งกันและกันในหนึ่ง Plat form  เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงความพยายามให้สถาบันการศึกษามีการเรียนการสอนที่เน้น Digital  และสร้างบัณฑิตในอนาคตให้มีทักษะที่จำเป็น 3 ทักษะ คือ ทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาจีน  ทักษะการเงิน การบัญชีและการลงทุนขั้นพื้นฐาน และทักษะ Digitalซึ่งถือเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด  นอกจากนี้การศึกษายุคนี้ยังต้องตอบสนองโลกของDigital เช่น การเปิดหลักสูตรเรียนฟรี ผ่านระบบออนไลน์ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนที่ไหนและเวลาใดก็ได้  ดังนั้น  หากใครยังไม่ปรับตัวไตามDigital ที่กำลังจะเปลี่ยนโลก  Digital ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางทางความคิด ความรู้ เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ก็จะไม่สามารถดำรงคงอยู่ในโลกอนาคตนี้ได้

เทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญ คือCustomer Experience ไทยเป็นGatewayที่มีPlatformรับธุรกิจและลงทุนจากนอก

ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ รองประธานIBERDได้แสดงความคิดเห็นในการเสวนาหัวข้อDigital Disruption: Business Innovation Platforms ว่าแผนยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยที่ตอบรับความเป็น ดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Digital Economy) คือ การจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศโดยพยายามให้ Technology Digital มีความมั่นคง ประสิทธิภาพสูง ต้นทุนไม่แพง โดยเฉพาะเมื่อจะใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบธุรกิจรวมถึงหากจะให้ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง Digital Hub ก็ควรมีสายเคเบิลใต้น้ำวิ่งไปยังทั่วโลก ขณะนี้ประเทศไทยมีการพัฒนาเชื่อมโยงไปญี่ปุ่น จีน และอินเดีย  การปรับปรุงกฎหมายเรื่องของการทำ E-Transaction ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อาทิ การมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  การดูแลปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทางด้านสารสนเทศ หรือCritical Information Infrastructureอีกประการที่ควรส่งเสริมคือ การให้Technology Digital เข้าถึงชุมชนที่อยู่ตามชายขอบ ที่ไม่ใช่อยู่เพียงชายขอบประเทศ แต่รวมถึงชายขอบในกรุงเทพ รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนมีความรู้พื้นฐานทาง Digital เพื่อใช้ประโยชน์จากTechnology Digital ได้อย่างมีคุณค่าและประสิทธิภาพสูง

ทั้งนี้ การทำการค้าการลงทุนกับประเทศใน CLMV อินเดีย จีนนั้น ทั้งอินเดียและจีน ต่างมองอาเซียนว่าเป็นGateway and Partner จึงมีการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งผ่านจากเมืองคุนหมิงมายังลาวไทยก็ควรจะต้องทำขนานไปกับกายภาพคือรถไฟเป็นทางด่วนDigital  รวมถึงกลุ่มอาเซียน ควรเริ่มมีกิจกรรมในเชิง Connectivity ให้สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น การให้หมายเลขมือถือแต่ละประเทศในอาเซียนสามารถใช้ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ระบบ Roaming ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งทำให้การทำธุรกิจมีต้นทุนสูงขึ้นไปด้วย

ถึงแม้ประเทศไทยจะเป็น Gatewayที่มีPlatform สำหรับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาก็ไม่ควรมุ่งการแข่งขันกันเองภายในประเทศอย่างเดียวแต่ควรออกไปทำธุรกิจการค้ากับอาเซียน จีน และ อินเดียให้ได้โดยเฉพาะกลุ่มStart Up SME ต้องขายของให้กับชาติต่างๆ ทั้งนี้เนื่องจากเรามีเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญ คือCustomer Experience

ไม่ประมาท CLMV และ รุกStart upสร้างโอกาสธุรกิจกับอินเดียแชมป์UNICORNS

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์  รองประธานIBERDได้แสดงความคิดเห็นในเรื่อง New Normal: New Digital Business Partnerships among CLMVT and Indiaโดยกล่าวถึงความสำคัญและประโยชน์ที่ประเทศไทยทำการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศCLMV ด้วยกัน ว่าเนื่องจากประเทศเหล่านี้มีพรมแดนติดกับประเทศไทย ยกเว้นประเทศเวียดนาม ทำให้การติดต่อค้าขายสะดวก  และหากพิจารณาจำนวนประชากรรวมมีจำนวนมากถึง170 ล้านคน  GDP รวมมีมากถึง หนึ่งล้านล้านเหรียญสหรัฐ CLMVยังเป็นกลุ่มประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงมาก คือ 7-8% ต่อเนื่องมาโดยตลอดรวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านยังมีอุตสาหกรรมการผลิตด้านอุปโภคบริโภคและการแปรรูปไม่มากและมีความคุ้นชินกับการใช้ของที่ผลิตจากไทย แบรนด์ไทย ปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้โอกาสการเติบโตทางการค้าการลงทุนของไทยมีมาก

ขณะนี้ถือว่าไทยยังเป็นศูนย์กลางทางการเงินและเศรษฐกิจของ  CLMVT กล่าวคือประเทศไทยมีGDP รวมเกือบ 60 % ของ CLMVTแต่ปัจจุบันประเทศเวียดนามกำลังขยับขึ้นมาแทนที่ โดยหลังจากไทยขึ้นค่าแรงเป็นวันละ 300 บาท นักลงทุนได้ย้ายฐานการผลิตไปประเทศเวียดนามเพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย แรงงานหายาก แรงงานเลือกงาน  ตรงกันข้ามกับประเทศเวียดนามซึ่งส่วนใหญ่คนอยู่ในวัยทำงาน ทำให้ค่าแรงงานถูก และมีให้เลือก  รวมถึงรัฐบาลเวียดนามสนใจเรื่องพัฒนาการศึกษา เพราะฉะนั้นด้วยปัจจัยดังกล่าวเศรษฐกิจระยะยาวของเวียดนามจะไปได้ดีมาก ยิ่งไปกว่านั้นประเทศเวียดนามยังมีข้อตกลงที่เอื้อ    ต่อการผลิตและการค้า และการยกเว้นภาษีกับนานาประเทศมากมาย  โดยเฉพาะ ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่าง อียู-เวียดนาม และการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับสหราชอาณาจักร หลังจากการเกิด Brexitที่ทำให้ประเทศเวียดนามมีแต้มต่อเหนือกว่าประเทศไทย

          ส่วนอินเดียเป็นอีกประเทศที่ไทยไม่ควรมองข้ามในเรื่องโอกาสทางการค้า  เนื่องจากประเทศอินเดียมีจำนวนประชากรมากถึง 1,400 ล้านคน และจำนวน 400 ล้านคนเป็นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ นอกจากนี้อินเดียยังสามารถสร้าง Start Up ได้วันละ  1 คน  และขณะนี มี Unicorns ถึง 30 คน อันแสดงให้เห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสังคมของอินเดีย  ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่สำคัญของไทยได้

พัฒนาจีนเน้นวิจัยพื้นฐานและปฏิวัตินวัตกรรมใช้เศรษฐกิจในโตเชื่อมนอก

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร กรรมการบริหารIBERDได้แสดงความคิดเห็นในเรื่อง New China EconomicPlan, Digital Business in the Next 20 Years  โดยได้กล่าวถึง แผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 14(2564-2568)ที่สภาประชาชนแห่งชาติจีน(NPC) ได้เผยแพร่เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2564  ที่ผ่านมา ว่า เป็นแผนพัฒนาที่มุ่งเน้นการเปิดกว้างและปฏิรูปเชิงลึก โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ แก้ปัญหาหนี้และการผลิตเกินตัว พร้อมสร้างภาคเศรษฐกิจใหม่  โดยการเปิดกว้างของจีน ได้แก่การเพิ่มจำนวนเขตการค้าเสรี  (Free Trade Zone) จีนได้ทดลองใช้เขตการค้าเสรีมา 6-7 ปี แล้ว แล้วได้ขยายวงไป จนวันนี้มี 14มณฑลมหานครในเมืองจีน ซึ่งได้เปิดกว้างรองรับการลงทุนของต่างชาติภายใต้ระบบ(Negative list) หรือการประกาศสิ่งที่ห้าม ที่เหลือสามารถลงทุนได้เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ แห่งโลกอนาคตยังมีการสร้างความเติบโตแบบยั่งยืน หรือการพัฒนาอย่างสมดุลในเชิงคุณภาพ ในรูปแบบใหม่ที่เรียกกว่า Dual Circulation”วงจรคู่หรือสองหมุนเวียน โดยเน้นการสร้างความสมดุลของเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศและระหว่างประเทศ หลักการ Dual Circulation คือการที่จีนจะพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศแบบพึ่งพาตนเองและมีการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น  จากการเพิ่มรายได้และความต้องการบริโภคของครัวเรือน รวมถึงจากการให้ความสำคัญกับกลุ่มชนชั้นกลางในจีนมากขึ้นแผนพัฒนาฉบับที่ 14  นี้จีนจะไม่ทิ้งเศรษฐกิจภายนอก หากจะใช้เศรษฐกิจภายในเป็นตัวเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายนอก 

          แผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 14  นี้ จะเน้นไปที่การวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) และการปฏิวัตินวัตกรรม (Breakthrough) แตกต่างจากเดิมที่จีนเคยเน้นการวิจัยประยุกต์ (Applied Research) และการสร้างนวัตกรรม   ต่อยอด จีนย้ำเน้นว่าการวิจัยในอุตสาหกรรมต้องไม่ใช่เพียงการวิจัยประยุกต์หรือการวิจัยต่อยอดบนพื้นฐานของเทคโนโลยีฝรั่ง แต่ต้องเป็นการวิจัยพื้นฐานเพื่อจุดหมายปฏิวัตินวัตกรรม ดังนั้น การส่งออกสินค้าไทยไปจีนยังคงเป็นโอกาสทางการค้าที่ดี เพราะเศรษฐกิจของจีนยังเติบโตได้อีกมาก  อุตสาหกรรมจีนยังคงต้องการวัตถุดิบนำเข้าจากไทย คนจีนมีกำลังซื้อที่สูงขึ้น จากการที่จีนกำลังเดินหน้าพัฒนาประเทศให้มีรายได้ต่อหัวสูง  การที่เราเห็นจีนจะเติบโตทางเศรษฐกิจอีกมากในอนาคตจึงเป็นสิ่งที่เราควรที่จะเริ่มขยับการค้าการลงทุนไปใกล้จีนให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนกับประเทศจีนการเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกับจีน ให้เกิดเป็นรูปธรรมอันนี้สำคัญมา อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของไทยในระยะยาวอาทิไทยควรมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือการลงทุนของจีนใน ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ให้มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น

พัฒนาคน Digital Innovation Transformation ด้วยFree Wifi ทุกพื้นที่

ด้าน ดร.พัทธนันท์  เพชรเชิดชู รองอธิการสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้แสดงความเห็นในเรื่องProspects for Education in Digital Transformation and Economy ไว้ว่าทุกประเทศมีการระบุนโยบายการพัฒนาการศึกษาในแผนการพัฒนาประเทศ ในประเทศไทย นโยบายด้านการพัฒนาการศึกษาล่าสุดมาพร้อมกับนโยบายด้าน Industry 4.0 และ Digital Transformation ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีการพัฒนาในด้านการสร้าง  Innovation ที่ใช้ประโยชน์จาก Digital Technology สถาบันการศึกษาต้องพัฒนานักศึกษาให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพและสามารถสร้าง Productivity  นอกจากนี้นักศึกษาควรมี Digital Literacy Skills ที่สามารถใช้ประโยชน์จาก Digital Technology ได้ตรงจุด รวมทั้งมีความสามารถคิดวิเคราะห์ ปรับตัวและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ ขณะนี้การเรียนการสอน ระดับมัธยมและระดับอุดมศึกษา ในประเทศไทย ได้บรรจุหลักสูตรที่เรียกว่า STEM Education  โดยหลายแห่งมีการเพิ่มในส่วนของ Entrepreneurship หรือทักษะการเป็นผู้ประกอบการเข้าไปด้วย เพื่อสร้างคนให้มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และปรับตัวได้ไว

นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทุกประเทศจะเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะถือเป็นเครื่องมือทางกลยุทธ์ที่สำคัญ ดังนั้น อยากให้มองว่าเรามีจุดแข็ง หรือ เก่งด้านใดที่สามารถช่วยให้เราคว้าโอกาสที่มีอยู่ในสังคมและเศรษฐกิจโลก เราจะต้องนำจุดแข็งนั้น มาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และนำนโยบายดังกล่าว มากำหนดแผนหลักในการพัฒนาคนเพื่อสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยจะพัฒนาการศึกษาได้ ต้องเชื่อมโยงกระบวนการพัฒนาความรู้ และ Innovation กับ ประเทศที่โดดเด่นด้านนี้  โดยสามารถสร้างความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างมหาวิทยาลัยไทยกับมหาวิทยาลัยนานาชาติ เช่น ประเทศจีนและอินเดีย  ที่มีความโดดเด่นในด้าน Technology และ Engineering เช่น เรื่องของ Blockchain และ AI โดยผ่านโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรการทำวิจัยและการพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน

ดร.พัทธนันท์ กล่าวในตอนท้ายว่า การพัฒนา IT Infrastructure ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากทุกพื้นที่เข้าถึงอินเทอร์เนตสาธารณะได้  จะช่วยเปิดโอกาสให้คนไทยมีโอกาสค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองได้มากขึ้น  โดยเฉพาะความรู้นอกห้องเรียน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในปัจจุบันมี Content ออนไลน์มากมายที่เข้าถึงได้ฟรี  แต่ Content ส่วนใหญ่ มีเนื้อหาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ  ดังนั้นเพื่อให้สามารถเข้าใจ Content เหล่านั้นได้ การพัฒนาความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยจึงเป็นเรื่องหนึ่งที่ควรเร่งผลักดันเช่นกัน

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-dpu-iberd-seminar-digital-disruption/