คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_SEMINARS_AND_TRAINING

Red Hat ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “แนวทางการพัฒนา Kubernetes Native Application”

ในฐานะของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ คุณทราบไหมว่าแอปพลิเคชันแบบใดที่เหมาะจะนำมาทำงานบน Kubernetes? Red Hat ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

กำหนดการ

หัวข้อ: แนวทางการพัฒนา Kubernetes Native Application

วันที่: วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2021

เวลา: 10.00น. – 11.00น.

ผู้บรรยาย: Voravit Lertgitipongpant, Senior Solutions Architect & Nuttee Jirattivongvibul, Solutions Architect

ภาษา: ไทย

ลงทะเบียนได้ที่: https://events.redhat.com/profile/form/index.cfm?PKformID=0x307212abcd&sc_cid=7013a0000026O0AAAU&elqTrackId=39a5b6d96d4741d88bef05d4b78c772a&elq=a0d52b840928400d8a310fc835ed8e27&elqaid=79995&elqat=1&elqCampaignId=

ที่ Red Hat เราได้รับคำถามมากมายจากภาคธุรกิจถึง Best Practice ในการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Kubernetes Native มาอย่างต่อเนื่อง

เราจึงขอนำเสนอบทเรียนสำคัญสำหรับแอปพลิเคชันแบบ Kubernetes Native นี้ให้คุณได้เรียนรู้ว่าเราเคยประสบเหตุใดมาแล้วบ้างในประเทศไทย พร้อมข้อแนะนำว่าคุณจะสามารถติดตั้งใช้งานระบบเหล่านี้บนระบบ Production ให้มีความมั่นคงและปลอดภัยสูงยิ่งขึ้นได้อย่างไร พบกับวิทยากรของเรา คุณ Voravit และคุณ Nuttee ในหัวข้อนี้ที่จะมาร่วมแบ่งปันว่า Kubernetes จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคุณและธุรกิจของคุณได้อย่างไร

from:https://www.techtalkthai.com/red-hat-webinar-kubernetes-native-application/

ไมโครซอฟท์ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “Thailand Data Summit 2021: Pave your future with data”

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มีความยินดีที่จะเรียนเชิญ Chief Data Officer และทุกท่านที่ทำงานอยู่ในสายงาน Data เข้าร่วมงาน Virtual Conference เต็มรูปแบบ “Thailand Data Summit 2021: Pave your future with data” โอกาสพิเศษที่จะได้ร่วมพบปะกับผู้บริหารด้านข้อมูลจากหลากหลายองค์กรและอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศไทย  และเพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายที่ทุกท่านต้องเผชิญ  ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10:00 น. – 12:00 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่: https://mktoevents.com/Microsoft+Event/234155/157-GQE-382

ไมโครซอฟท์ขอเรียนเชิญท่านหรือทีมงานในสายดาต้ามาร่วมงานแบบออนไลน์ผ่าน Microsoft Teams Live ที่จะเกิดขึ้น 4 กุมภาพันธ์ 2564 เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะมีผู้นำที่หลากหลาย ในภูมิทัศน์ของ Data และ AI จากองค์กรชั้นนำที่พร้อมจะมาแบ่งปันแนวคิดของแต่ละท่านให้กับผู้ร่วมงานในครั้งนี้

กำหนดการ

10:00 – 10:10             Welcome Keynote: Data is a new Air (10 Mins)

Microsoft ได้ใช้ประโยชน์จาก Data และ AI เพื่อทำให้ข้อมูลเป็นส่วนสำคัญในการ transform ธุรกิจของเราในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา – มาดูวิธีการขับเคลื่อนข้อมูลเชิงลึกเพื่อเปลี่ยนวิธีที่เราเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าของไมโครซอฟท์โดย คุณ ธนวัตน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย 

10:10 – 10:25            Chief Data Officer’s Top of Mind (15 Mins)

คุณ Mike Chan เป็นผู้บริการระดับสูงด้านกลุ่มธุรกิจ Data & AI ของ Microsoft APAC 
จะมาร่วมแบ่งปันมุมมองที่เป็น Top of Mind สำหรับ Chief Data Officer และแนวคิดเกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมต่อไปของธุรกิจของคุณ 
*(บรรยายเป็นภาษาอังกฤษแบบ Virtual session ผ่าน Microsoft Teams) 

10:25 – 10:50            Next Generation of Data Management & Analytics (25 Mins)

คุณ สมเกียรติ์  ไกรเกรียงศรี, Principle Solution Specialist และ คุณ อาภาพร สกุลกิตติยุต, Senior Data Scientist จากไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ทั้งสองท่านจะมาร่วมแบ่งปันโซลูชัน Analytics และ AI ระดับแนวหน้าที่เราเตรียมมาให้ท่านใช้ เพื่อให้ได้คุณค่าที่แท้จริงของข้อมูลที่คุณมี 

10:50 – 11:15            Modern Data Governance platform (25 Mins)

คุณ เชาวลิต รัตนกรไกรศรี, Senior Technology Strategist และ คุณ เขมิกา ภัทรนิพิฐ, Senior Data Engineer  จากไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ทั้งสองท่านจะมาร่วมแบ่งปันการเตรียมความพร้อมด้านการกำกับดูแลและความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการขยายฐานข้อมูลของเราไปยังระบบคลาวด์ 

11:15 – 11:40            Panel discussion: Now & Next of Data Management & Analytics (25 Mins) 

พบกับแขกรับเชิญพิเศษ 2 ท่าน จาก AIS และ SCB จะมาร่วมเสวนาในหัวข้อ Now & Next of Data Management & Analytics ซึ่งคุณจะเข้าใจถึงการจัดการข้อมูลในยุคใหม่ สู่การนำมาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

11:40 – 11:55            Get ready for upcoming Thai PDPA (15 mins)

คุณ โอม ศิวะดิตถ์ National Technology Officer ของ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย 
จะมาร่วมแชร์ถึงแนวทางที่เราสามารถช่วยคุณจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ PDPA เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานต่อไปได้แบบไม่มีความเสี่ยง

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-virtual-con-2021-thailand-data-summit-2021-pave-your-future-with-data/

Webinar: ยกระดับการสำรองข้อมูล Microsoft 365 ให้ปลอดภัยด้วย Veeam จาก Mverge

G-Able | Mverge ร่วมกับ Veeam ขอเรียนเชิญผู้บริหาร, IT Manager, เจ้าของธุรกิจ SMEs และผู้ที่สนใจเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อเรื่อง “ยกระดับการสำรองข้อมูล Microsoft 365 ให้ปลอดภัยด้วย Veeam จาก Mverge” ลดความเสี่ยงเรื่องข้อมูลสูญหาย พร้อมสร้าง Hybrid Workplace เพื่อให้องค์กรของคุณพร้อมก้าวสู่การทำงานในรูปแบบใหม่ ในวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 14:00 – 15:30 น.

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ยกระดับการสำรองข้อมูล Microsoft 365 ให้ปลอดภัยด้วย Veeam จาก Mverge
ผู้บรรยาย: คุณวรินทร์  วิศวกรวิศิษฎ์ (Solution & Presales Manager จาก Mverge) และคุณธัช ทองจุไร (System Engineer, Data Protection Solutions จาก Veeam Software)
วันและเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web conference (Zoom)
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/8016112988662/WN_LGedxdycQwy80VKGMIp76w

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคนี้การทำงานแบบ Hybrid Workplace ที่ผสานการทำงานทั้ง Work From Office และ Work From Home กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทำงานในปัจจุบัน หลายๆองค์กรได้นำ Microsoft Teams มาใช้งานเพื่อเป็น Communication Platform ในองค์กร และทำให้  Microsoft365 กลายเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินธุรกิจ นั้นหมายความว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ถูกส่งต่อ และจัดเก็บบน Microsoft365 กลายเป็นทรัพยากรอันมีค่าขององค์กร

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องจะให้ความสำคัญต่อการเก็บรักษา และสำรองข้อมูลบน Microsoft365 ให้มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องข้อมูลสูญหาย หรือถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดี ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลกระทบ
ขนาดใหญ่ให้กับองค์กรได้ ดังเช่นหลายๆกรณีในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรและพนักงานสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น หากมีการบริหารจัดการข้อมูลบน Microsoft365 อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายใน Webinar นี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก Mverge และ Veeam จะมาบรรยายถึงความสำคัญของการสำรองข้อมูล Microsoft365 อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งสาธิตการสำรองและการกู้คืนข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่อยู่บน Microsoft 365 ของคุณจะได้รับการคุ้มครองและพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • สถานการณ์และความท้าทายในการทำงานแบบ Hybrid Workplace ในปัจจุบัน
  • ความจำเป็นในการสำรองข้อมูล (Backup) Microsoft365 ให้มั่นคงปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Teams, SharePoint Online, OneDrive for Business หรือ Exchange Online
  • แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดเก็บข้อมูลทั้งแบบ On-premises และบน Cloud
  • สาธิตการสำรองและกู้คืนข้อมูล Microsoft 365 อย่างถูกต้อง
  • Q&A

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/774894326570313

from:https://www.techtalkthai.com/webinar-protect-microsoft-365-data-with-veeam-solutions-by-mverge/

สรุปงานสัมมนา VMware : Proactive your work with VMware SD-WAN and AIOps

ปัจจุบันภาพของ Edge ในระดับองค์กรไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้อุปกรณ์ Edge มีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละธุรกิจทั้ง IoT หรือการรองรับนโยบาย BYOD อย่างไรก็ดีระบบติดตามแบบ Traditional ไม่สามารถแสดงภาพของการเชื่อมต่อจาก Edge ไปสู่คลาวด์ได้ ซึ่งองค์กรควรจะมองเห็นการเคลื่อนไหวทราฟฟิคตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทาง แต่ทีมไอทีจำเป็นสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานอย่างมีนัยสำคัญเพราะต้องทำ Manual Config ด้วยเหตุนี้เองเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวทาง VMware เชื่อว่าโซลูชันที่ดี จะต้องไม่มีข้อจำกัดในแต่ละภาคส่วนเช่นที่แล้วมา และต้องทำให้การปฏิบัติการเป็นไปได้อย่างอัตโนมัติเพื่อตอบสนองได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของหัวสัมมนาออนไลน์ในครั้งนี้ โดยทีมงาน TechTalkthai ได้สรุปมุมมองและสาระสำคัญมาให้ทุกท่านได้ติดตามกันครับ

Gartner คาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ อุปกรณ์ที่ประมวลฝั่งปลายทางหรือ Edge จะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมหาศาล นอกจากนี้ต้องมีคุณสมบัติที่เป็น Mobility หรือเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลา กล่าวได้ว่าอุปกรณ์ต้องพึ่งพาสัญญาณไร้สายเป็นหลักเช่น ในฝั่งของธุรกิจโลจิสติกส์อุปกรณ์สแกนบาร์โค้ดจะต้องเคลื่อนที่ไปมา หรืออุปกรณ์ IoT ในโรงพยาบาลเป็นต้น อย่างไรก็ดีกว่าที่ทราฟฟิคจะผ่านไปถึงคลาวด์ต้องผ่านจุดต่างๆ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้หากเรายังใช้โซลูชันเดิมๆ โดยนอกจากโซลูชัน VMware SD-WAN by VeloCloud ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาแล้ว องค์กรยังสามารถต่อยอดเพิ่มประสิทธิภาพด้วยโซลูชันที่ชื่อว่า Edge Network Intelligence (ENI)

VMware SD-WAN & ENI Solution

ปัญหากวนใจของหลายๆ บริษัทคือแม้ลงทุนกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการมอนิเตอร์มากมาย แต่ทำไมเวลามีปัญหาถึงแก้ไขได้ช้า หาสาเหตุปัญหาได้ช้า สุดท้ายจบด้วยการชี้นิ้วโยนความผิดให้กันระหว่างทีม ทำให้องค์กรได้รับผลกระทบมากมาย ไม่ว่าเวลาที่เสียไป ค่าใช้จ่ายในการลงทุนแต่ไม่มีสิ่งใดตอบสนองได้ดี

ทั้งนี้ก็เพราะองค์กรไม่สามารถบูรณาการเครื่องมือการ Monitoring ทรัพยากรในแต่ละเลเยอร์หรือสภาพแวดล้อมของการทำงานจาก สาขา ดาต้าเซนเตอร์ การทำงานจากที่บ้าน หรือทราฟฟิคระดับเครือข่ายและแอปพลิเคชัน โดยอันที่จริงแล้วความต้องการขององค์กรมี 4 ด้านดังนี้

  • User – หากผู้ใช้งานเกิดปัญหาจะให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาได้อย่างไร ซึ่งก่อนอื่นองค์กรจะต้องจำกัดปัญหาให้ได้ก่อนว่าเกิดช่วงเวลาใด
  • ผู้ปฏิบัติการระบบเครือข่าย (Network Operation) – ต้องการเครื่องมือที่สามารถบอกได้ว่าต้นตอปัญหาเกิดขึ้น ณ จุดใด เพราะอะไร เช่น ในสถานการณ์ว่ามีการทำ Change ระบบก่อนกับหลังมีประสิทธิภาพการใช้งานอะไรผิดปกติ
  • วิศวกรเครือข่าย (Network Engineer) – ต้องการเครื่องมือที่สามารถช่วยบอกปัญหาได้ก่อนที่จะเกิดขึ้น (Proactive) และต้อง Optimize การตั้งค่าได้อย่างเหมาะสม หรือถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วต้องทราบวิธีการแก้ไขและทำได้อย่างรวดเร็ว
  • ผู้บริหาร – ต้องการเครื่องมือที่สามารถออก Report ได้ระดับรายแอปพลิเคชันว่ามีการใช้งานส่วนไหนมากที่สุด ประสิทธิภาพยังปกติดีหรือไม่ แนวโน้มการใช้งานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

VMware ได้เข้าซื้อกิจการ Nyansa ผู้นำเสนอโซลูชัน ENI เข้ามาผนวกภายในทีมงานของ SD-WAN Velocloud โดยโซลูชัน ENI จาก Nyansa มีชื่อผลิตภัณฑ์ว่า Voyance ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 2 ส่วนดังนี้ Voyance Crawler หรือตัวดูดข้อมูลที่เป็น Appliance หรือ VM ที่ตั้งอยู่ในฝั่งผู้ใช้งานและรวบรวมข้อมูล SNMP มาจากส่วนต่างๆ ที่รองรับแหล่งข้อมูลได้จาก Wi-Fi Controller, อุปกรณ์ Switch ที่ทำ SPAN มาให้, WAN NetFlow, Cisco UCM, FreeRadius และอื่นๆ จากนั้นเมื่อรวมรวมข้อมูลมาได้แล้วก็จะส่งไปวิเคราะห์ต่อด้วย AI/ML บนคลาวด์ด้วย Voyance PCA (Private or Public Cloud Analytics Engine) เพื่อสร้างเป็น Dashboard แสดงภาพทราฟฟิคในองค์กร นอกจากนี้ VMware ENI ยังสามารถทำงานร่วม IT Management Tool ชื่อดังอย่าง Service Now ได้อีกด้วย

VMware SD-WAN และ ENI ได้นำความสามารถของ  AIOps (Artificial Intelligence for IT Operation) และ ML (Machine Learning) มาช่วย ทำให้สามารถมอนิเตอร์ Infrastructure ได้แบบ end-to-end ช่วยให้เราสามารถปฏิบัติการแบบ Proactive ได้มากกว่าเดิม (ภาพประกอบด้านล่าง)

VMware SD-WAN จะคอยเป็นตัวกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างส่วนต่างๆเข้าหากัน ส่วน ENI จะเป็นโซลูชันด้านซอฟต์แวร์ที่รวบข้อมูลและนำไปวิเคราะห์ให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพการทำงานของ อุปกรณ์ ผู้ใช้งาน ว่าประสิทธิภาพเป็นอย่างไร ปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน และควรแก้ไขอย่างไร โดย Dashboard จาก Cloud ของผู้ใช้งานจะถูกนำไปแสดงผ่าน Orchrestrator UI for Voyance เพื่อบริหารจัดการโซลูชัน ENI ได้ ซึ่งผู้ใช้งานที่ใช้ SD-WAN และมี Edge Appliance อยู่แล้วสามารถเพิ่ม License ของ ENI เพื่อเริ่มต้นใช้โซลูชันได้ทันที อย่างไรก็ดีหากลูกค้าสนใจเพียง ENI แต่ไม่ต้องการใช้ VMware SD-WAN ก็สามารถใช้งานแยกกันได้เช่นกัน

การใช้งาน VMware SD-WAN และ ENI ในกรณีต่างๆ

เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าโซลูชันใหม่นี้จะเข้ามาช่วยองค์กรของท่านได้อย่างไร เราขอหยิบยก 3 กรณีเพื่อให้เห็นประโยชน์การใช้งานดังนี้

1.) Application Assurance

การทำงานขององค์กรสมัยใหม่อยู่ในรูปแบบของ Mobile ที่วิ่งเข้ามาผ่าน AP เป็นส่วนใหญ่ รวมถึงมีการให้บริการเครือข่ายหลายทางทั้ง Wired, Wireless และมีการออกไปยัง Multi-cloud แต่หากเลือกได้องค์กรคงต้องการความสามารถป้องกันปัญหาแบบเชิงรุก (Proactive) ดีกว่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตามแก้ ในขณะที่เครื่องมือแบบเก่ายังทำงานร่วมกันไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่า Report ที่ออกมาจึงมองไม่เห็นภาพรวมและเกิดกำแพงในการทำงานระหว่างทีมต่างๆในองค์กร

จากภาพประกอบด้านบน จะเห็นได้ว่าสีเหลี่ยมสีเขียวคือความสามารถของ SD-WAN เดิม นั่นคือการเข้าใจทราฟฟิคของแอปพลิเคชันต่างๆ และสามารถจัดทำรายงานได้ โดยสิ่งที่ ENI เข้ามาต่อเติมความสามารถของ Monitoring ให้สมบูรณ์ก็คือการความเข้าใจและความสามารถติดตามแต่ละแอปพลิเคชันในระดับ Flow, ผู้ใช้งาน และแสดงประสิทธิภาพการทำงานได้ รวมถึงสามารถทำ Baseline เพื่ออ้างอิงไว้ก่อน หากกรณีมีการทำ Change จะได้ทราบว่าต้นตอเกิดปัญหาจากอะไร (Fault Isolation) และสามารถแนะนำการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว (Recommend) สุดท้ายผู้ใช้จะมีเครื่องมือที่สามารถค้นหาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหรือดูภาพรวมการทำงานได้

2.) Fault Isolation & Recommendation

หลายครั้งปัญหาการใช้งานไม่สามารถแก้ไขได้และบานปลายจนเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างทีมต่างๆ โดยเฉพาะทีมแอปพลิเคชันและผู้ดูแลระบบเครือข่าย ก็เนื่องมาจากว่าทั้งสองต่างมีเครื่องมือ Monitor ในมุมมองของตนแต่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ด้วยเหตุนี้เอง ENI จึงก้าวเข้ามาแก้ปัญหานี้เพราะสามารถรองรับข้อมูลทั้งในระดับแอปพลิเคชันและเครือข่าย ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับ VMware SD-WAN ที่อยู่ตรงกลางของการส่งข้อมูลทั้งหมดจึงมั่นใจได้ว่าผู้ดูแลจะมองเห็นทราฟฟิคอย่างไม่ตกหล่น ทำให้แก้ปัญหาได้อย่างตรวจจุดและรวดเร็ว

3.) Business Continuity & Client App Troubleshooting for Distribute Workforce

ในกรณีขององค์กรที่มีพนักงานทำงานจากที่บ้านหรือ Work from Home ปัญหาที่เกิดขึ้นคือองค์กรจะรู้ได้อย่างไรว่า รายการการใช้งานที่ปรากฏใน Log นั้นมาจากอุปกรณ์ทางไกล หรือจะมองปัญหากลับไปยัง End-user ได้อย่างไรเพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุด ซึ่งในโซลูชัน VMware ENI สามารถทำได้โดยการติดตั้ง Agent ไว้ที่เครื่องของ Client จึงสามารถมองเห็นไปยังเครื่องและแก้ปัญหาที่ฝั่งปลายทางได้ ตามภาพประกอบด้านล่างคือ Agent จะสามารถทราบถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ว่ามีการเชื่อมต่อผ่านมาทางไหนและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้จึงสามารถวิเคราะห์ได้ว่าหากแอปพลิเคชันจะมีใครได้รับผลกระทบ หรือองค์ประกอบใดกันแน่ที่มีปัญหา

สรุป

VMware Edge Network Intelligence (ENI) ก็คือโซลูชันใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวมาหลังการเข้าซื้อกิจการ Nyansa ซึ่งไอเดียของโซลูชันก็คือการรวบรวมข้อมูลมาจากเครือข่ายปลายทางต่างๆ และนำมาวิเคราะห์บนคลาวด์ ซึ่งเมื่อผนวกกับโซลูชัน SD-WAN ทำให้องค์กรมองเห็นภาพรวมการใช้งาน ผ่านเครื่องมือ Orchestrator เดิมๆ ของ SD-WAN ซึ่งไม่ต้องเปลี่ยน Experience การทำงาน (Web UI ที่ใช้บริหารจัดการ SD-WAN) และแก้ไขปัญหาในทุกเลเยอร์ได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ VMware ENI ยังสามารถต่อยอดจากโซลูชัน SD-WAN ที่มีอยู่ก่อนได้ง่ายๆ เพียงแค่เพิ่ม License ให้ Edge Appliance เท่านั้น มาถึงตรงนี้ท่านใดที่สนใจในโซลูชัน VMware SD-WAN และ ENI สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายของ VMware เพื่อเข้าไปให้คำปรึกษาแก่ท่านได้ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/summary-vmware-webinar-proactive-your-work-with-vmware-sd-wan-and-aiops/

[Guest Post] ฟอร์ติเน็ตขยายเวลาหลักสูตรอบรมความปลอดภัยไซเบอร์ NSE Cybersecurity Training ด้วยตนเองฟรี!!!

เพื่อช่วยลดช่องว่างทักษะและสร้างผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ที่เป็นที่ต้องการในธุรกิจอย่างมาก ด้วยหลักสูตรการฝึกอบรมอันครบถ้วน ตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ เรียนรู้ด้วยตนเอง จัดสรรเวลาเอง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

Fortinet® (NASDAQ: FTNT) ฟอร์ติเน็ตผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติและครบวงจรประกาศความสำเร็จของหลักสูตรการฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงอันครบถ้วนที่ผู้เข้าอบรมสามารถจัดเวลาและเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในปีที่แล้ว ตั้งเป้าขยายเวลาการอบรมฟรีพร้อมเสริมวิชาใหม่ๆ เพิ่มเติมตลอดปีพ.ศ. 2564 นี้ เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้หลากหลาย

โครงการฝึกอบรมฟรีของฟอร์ติเน็ตจะช่วยให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์ดังต่อไปนี้:

  • เข้าถึงหลักสูตรด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกมากกว่า 30 หลักสูตร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย: หลักสูตรเหล่านี้รวมถึงการอบรมหัวข้อในต่างๆ ตั้งแต่ การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ระบบเอสดีแวน (Secure SD-WAN) การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในระบบอุตสาหกรรม (Operational Technology: OT) ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์บนคลาวด์ โดยคาดว่าจะมีหลักสูตรใหม่ๆ เสริมเพิ่มเข้ามาตลอดทั้งปีพ.ศ. 2564 นี้ นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการลงมือทำจริงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่บันทึกไว้ล่วงหน้าให้รับชมได้ตามต้องการแบบออนดีมานด์
  • เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ NSE Certification: หลักสูตรฟรีส่วนใหญ่นี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรที่เป็นทางการของ Fortinet NSE Certification Program เช่นกัน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ฟอร์ติเน็ตออกใบเกียรติบัตรรับรองคุณสมบัติ สำหรับการอบรมทั้ง 8 ระดับ และได้ออกใบรับรองให้แก่ผู้ผ่านการอบรมมาแล้วมากกว่าห้าแสนใบ
  • ได้รับหน่วยกิตวิชาชีพต่อเนื่อง: ฟอร์ติเน็ตได้ร่วมมือกับ (ISC)2 อันเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นให้การศึกษาด้านปลอดภัยสารสนเทศ จึงเอื้อให้บุคคลทั่วไปที่สำเร็จการฝึกอบรมฟรีนี้ ซึ่งรวมถึงวิชาการฝึกอบรมที่ NSE สามารถรับหน่วยกิตการศึกษาวิชาชีพต่อเนื่อง (Continuing Professional Education: CPE) สำหรับการสอบเพื่อรับใบรับรองของ Certified Information System Security Professional (CISSP) และ (ISC)2 ตามข้อกำหนดต่างๆ ได้ ทั้งนี้ ผู้เรียนจะได้รับ 1 หน่วยกิตต่อทุกๆ 1 ชั่วโมงที่เข้าร่วมการฝึกอบรม NSE Training Institute กับฟอร์ติเน็ต

นับเป็นการดีที่ฟอร์ติเน็ตช่วยเพิ่มโอกาสให้เข้าถึงความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้กับบุคลากรในทุกระดับ

เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากมายทั่วโลกจำเป็นต้องปฏิบัติงานจากที่บ้านมากขึ้น องค์กรจึงต้องให้ความสำคัญแก่การทำให้ระบบเครือข่ายปลายทางและผู้ใช้งานปลอดภัยจากภัยคุกคามไซเบอร์ แต่ในขณะเดียวกันองค์กรยังประสบปัญหาเรื่องทักษะและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากภายนอกองค์กร

ฟอร์ติเน็ตจึงได้เปิดหลักสูตร Network Security Expert (NSE) Training Institute อันเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองตามเวลาที่ตนเองสะดวกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในสายอาชีพด้านไอทีและความปลอดภัยได้ทบทวนความรู้ เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพิ่มพูนความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้สูงมากยิ่งขึ้น   ซึ่งนับตั้งแต่ได้เปิดหลักสูตรดังกล่าว พบว่าได้รับความสนใจอย่างมากและมีการลงทะเบียนมากกว่า 800,000 คนตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ติเน็ตเห็นแนวโน้มยอดการลงทะเบียนในปีพ.ศ. 2564 นี้ที่สูงมากยิ่งขึ้น สำหรับหลักสูตรการฝึกอบรม NSE Certification Program ระดับ 1-3 รวมถึงระดับกลาง 4-6 ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีความรู้ทางเทคนิค และระดับ 7-8 สำหรับการอบรมในขั้นสูง

นอกจากนี้ การให้ความรู้และตระหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์พื้นฐานแก่บุคลากรทุกระดับทั่วทั้งองค์กรได้กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรจำนวนมาก ฟอร์ติเน็ตจึงจัดบริการการอบรมให้ความรู้และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยของข้อมูล (Information Security Awareness and Training service) ฟรี ซึ่งบริการนี้อิงการฝึกอบรม NSE ระดับ 1 และได้รวมความรู้ด้านเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการดูแลระบบไว้เรียบร้อย จึงทำให้บริการนี้ช่วยให้องค์กรเริ่มต้นจัดหาโปรแกรมที่สร้างความตระหนักถึงและสร้างภูมิคุ้มกันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วทั้งองค์กรให้กับพนักงานทุกคนได้อย่างง่ายๆ และไม่มีค่าใช้จ่าย

 

สร้างผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์แห่งอนาคตที่หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น

NSE Training Institute เป็นพันธมิตรกับผู้นำระดับโลก รวมถึง World Economic Forum สถาบันการศึกษาและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหลายแห่งในการจัดการฝึกอบรมทางไซเบอร์ให้กับกลุ่มนักศึกษา ผู้สูงวัย สตรี ชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชนด้อยโอกาสต่างๆ ทั้งนี้ ด้วยความร่วมมือที่เกื้อกูลและแข็งแกร่งกับภาครัฐ เอกชนและพันธมิตรในโครงการ NSE Training Institute ช่วยให้ฟอร์ติเน็ตสามารถลดช่องว่างทักษะได้โดยการเพิ่มการเข้าถึงหลักสูตรการฝึกอบรม NSE ที่ได้รับรางวัลแห่งนี้ได้

คุณร็อบ ราช้อต รองประธาน ฝ่าย Global Training & Technical Field Enablement ของฟอร์ติเน็ตกล่าวว่า “ด้วยยอดการลงทะเบียนมากกว่า 800,000 ท่านเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมฟรีของเราในปีพ.ศ. 2563  แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการฝึกอบรม NSE ของฟอร์ติเน็ตสามารถตอบสนองความต้องการต่อผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในทุกระดับได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ ฟอร์ติเน็ตจึงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอหลักสูตรการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเครือข่ายด้วยตนเองทั้งหมดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จนกว่าเราจะเห็นช่องว่างทักษะที่ลดน้อยลง ด้วยระบบนิเวศของผู้ให้บริการฝึกอบรมด้านวิชาการและเชิงพาณิชย์ตลอดจนความร่วมมือของรัฐบาลและองค์กรเอ็นจีโอ เราจะยังคงช่วยสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่หลากหลาย รอบรู้ให้แก่อุตสาหกรรมต่อไป”

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

 

เกี่ยวกับฟอร์ติเน็ต

ฟอร์ติเน็ต (NASDAQ: FTNT) ปกป้ององค์กร ผู้ให้บริการ และหน่วยงานรัฐบาล ขนาดใหญ่ทั่วโลกให้พ้นจากภัยไซเบอร์ ฟอร์ติเน็ตช่วยให้ลูกค้าสามารถมีข้อมูลเชิงลึกในภัยคุกคาม และสร้างการป้องกันที่ชาญฉลาดให้ธุรกิจลูกค้าดำเนินไปอย่างราบรื่น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาต่อเครือข่ายไร้พรมแดนในวันนี้และในอนาคต  ทั้งนี้ เครือข่ายด้านความปลอดภัยซีเคียวริตี้แฟบลิคอันเป็นสถาปัตยกรรมใหม่จากฟอร์ติเน็ตเท่านั้นที่สามารถมอบคุณสมบัติด้านความปลอดภัยโดยจะไม่ยอมแพ้แก่ภัยที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นในเครือข่าย แอปพลิเคชั่น มัลติ-คลาวด์ หรือ อุปกรณ์ปลายทาง เช่น โมบาย หรือไอโอที ฟอร์ติเน็ตดำรงตำแหน่งเป็น #1 ในการจัดส่งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยสู่ตลาดโลกมากที่สุด  และมีลูกค้ามากกว่า 465,000 รายทั่วโลกไว้วางใจฟอร์ติเน็ตให้ปกป้องธุรกิจของตน ทั้งนี้ ศูนย์อบรม Fortinet Network Security Expert (NSE) Training Institute เป็นผู้จัดหลักสูตรการอบรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึงในอุตสาหกรรม   รู้จักฟอร์ติเน็ตเพิ่มเติมได้ที่ www.fortinet.com   และ The Fortinet Blog  หรือ FortiGuard Labs  

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-fortinet-nse-cybersecurity-training-free/

HPE Aruba Webinar : Digital Transformation the digital future of all industry

ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, IT Admin และทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “ Digital Transformation the digital future of all industry ” อนาคตของยุคดิจิทัลอาจอยากที่จะคาดเดา แต่การมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดี จะช่วยให้องค์กรมีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ Aruba มาพร้อมกับแผนการเรียนรู้ที่จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวให้พร้อมกับเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคตเพื่อช่วยให้คุณและองค์กรสามารถเตรียมตัวเข้าสู่โลกธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่เข้าร่วม webinar กับเราในวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14.00 – 15.30 น. พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายในงาน!!

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Digital Transformation the digital future of all industry          

วันเวลา: วันพุธที่  3 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14.00 – 15.30 น.

ผู้บรรยาย: คุณอนุสิทธิ์ รัชดาเลิศณรงค์ HPE Aruba และทีมงานจาก Zenith Comp       

ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference

จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน                                  

ภาษา: ไทย

เมื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะในการทำธุรกิจ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการทำงานอย่างมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านกระบวนการทำงานในธุรกิจและอุตสาหกรรม ทำให้ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้องค์กรนั้นอยู่รอดผ่านทางการจัดการด้วยเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ ทั้งด้านการสื่อสาร การใช้งานระบบ Cloud , Big Data ไปจนถึงระบบ AI เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจและทำให้หลายๆ องค์กรมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กันมากขึ้น และถือว่าเป็น Digital Transformation ด้วย

มาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Digital Transformation ด้วยกัน โดยการเข้าร่วมรับฟัง Webinar ซึ่งนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน HPE Aruba และ Zenith Comp พร้อมจะตอบทุกคำถามและข้อสงสัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! ที่ 

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfbqx5S38inP4yGuPnQdXkqMMkiZgMNta5P4AY0ySztQcWySg/viewform

โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน และเพื่อลุ้นรับของรางวัล

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-aruba-webinar-digital-transformation-the-digital-future-of-all-industry-feb-2021/

Dynatrace Webinar: เร่งประสิทธิภาพทีม IT Infrastructure และ IT Operation ด้วย AIOps

Dynatrace และ DPM Thailand ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน IT Operation เข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “เร่งประสิทธิภาพทีม IT Infrastructure และ IT Operation ด้วย AIOps” พร้อมแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และตัวอย่างการใช้งานจริงที่ประสบความสำเร็จ ในวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2021 ผ่านช่องทาง Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: เร่งประสิทธิภาพทีม IT Infrastructure และ IT Operation ด้วย AIOps
ผู้บรรยาย: Phathit Chulothok, Senior Sale Engineer จาก DPM Thailand
วันเวลา: วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_wCv8lyPbQdaYxpPLHa1K9g

ในปัจจุบัน ทีม Infrastructure และ Operation ต้องทำงานภายใต้แรงกดดันมากขึ้น สืบเนื่องมาจากเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมของระบบงาน IT เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรต้องเดินหน้าไปอีกขั้นและเปลี่ยนจากเพียงแค่ “การเปิดไฟ”, “ดูสัญญาณไฟ” ไปสู่แนวทางการดูแลระบบที่ชาญฉลาดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการระบบงาน IT ได้ด้วยตัวเองเมื่อเกิดปัญหา (Self-services) ทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้อีกด้วย

และนี่คือจุดที่เทคโนโลยี Automation และ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อองค์กร

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลายองค์กรได้ลงทุนนำ AIOps เข้ามาใช้ เนื่องจากคาดการณ์ไว้ว่า AIOps จะช่วยให้ธุรกิจขององค์กรสามารถดำเนินงานไปได้อย่างอัตโนมัติ และเปลี่ยนข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายยิ่งขึ้น … ถูกต้องแล้ว!! AIOps สามารถช่วยให้องค์กรของคุณหลุดพ้นจากวงจรการผจญเพลิง “การดับเพลิง” ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และมุ่งเน้นไปยังสิ่งสำคัญที่สุดได้

แล้วควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี?

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AIOps การนำไปประยุกต์ใช้ และตัวอย่างการใช้งานจริงจากองค์กรที่ประสบความสำเร็จ โดยเนื้อหาการบรรยายจะครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้

  • AIOps คืออะไร
  • ทีม Insfrastructure กับ Operation สามารถนำ AIOps เข้ามาใช้เพื่อลดความซับซ้อนของเครื่องมือที่ใช้งานอยู่ได้อย่างไร
  • แนวทางต่างๆ ของ AIOps และสิ่งที่องค์กรควรพิจารณาในแต่ละแนวทาง
  • แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ AIOps และการนำไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆ

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/1891163931058110/

from:https://www.techtalkthai.com/dynatrace-webinar-improve-it-operations-with-aiops/

[Video Webinar] Zero Trust + SASE: A Purpose-driven Approach to Cloud-based Security

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Forcepoint Webinar เรื่อง “Zero Trust + SASE: A Purpose-driven Approach to Cloud-based Security” เพื่อเรียนรู้การผสานโมเดล Zero Trust Security เข้าด้วยกันกับ Secure Access Service Edge (SASE) เพื่อยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบนระบบ Cloud ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: Chatkul Sopanangkul, Regional Manager จาก Forcepoint Thailand & Indochina

ปัจจุบัน แนวคิดเรื่อง Work from Anywhere ทำให้รูปแบบการทำงานขององค์กรเปลี่ยนแปลงไป หลายองค์กรย้ายแอปพลิเคชันและเซอร์วิสต่างๆ จาก On-premises ขึ้นสู่ Cloud มากขึ้น ส่งผลให้โมเดลการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแบบเดิมที่เน้นการปกป้อง Infrastructure ภายในองค์กรเป็นหลักไม่สามารถคุ้มครองผู้ใช้และข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่บน Cloud ได้อีกต่อไป ก่อให้เกิดโมเดลการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแบบใหม่ที่เรียกว่า Secure Access Service Edge (SASE)

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้ทำความรู้จักกับแนวคิด Secure Access Service Edge (SASE) และการผสานโมเดล Zero Trust Security เข้าไปเพื่อยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบน Cloud ไปอีกขั้น รวมไปถึงประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

  • เพิ่ม Productivity ให้แก่ผู้ใช้ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัย
  • เปลี่ยนเทคโนโลยี VPN แบบเก่าที่ราคาสูงไปสู่เทคโนโลยีใหม่ที่ดียิ่งกว่า
  • ปกป้องระบบเครือข่ายภายในจากอุปกรณ์ ผู้ใช้ และ Wi-Fi ที่ถูกแฮ็ก
  • ยกระดับด้าน Visibility & Control เพื่อให้สอดคล้องกับกฏระเบียบและข้อบังคับต่างๆ

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-zero-trust-sase-a-purpose-driven-approach-to-cloud-based-security-by-forcepoint/

VMware Webinar : A Major Leap of Remote Work Security

VMware ขอเรียนเชิญผู้ดูแลระบบไอที, CIO , IT Manager, System Engineer หรือผู้สนใจในระบบ IT ทุกท่านเข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อ “A Major Leap of Remote Work Security” โดยทีมงาน VMware Thailand เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับที่เทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์การทำงานจากทางไกลขององค์กรอย่างมั่นคงปลอดภัย เพื่อลดความหลายหลายในการบริหารจัดการเครื่องมือจำนวนมาก ในวันอังคารที่ 26 มกราคม 2021 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

กำหนดการบรรยาย

หัวข้อ : A Major Leap of Remote Work Security

ผู้บรรยาย : K. Rachtiwa Pongpawaret, Senior Systems Engineer, VMware และ K. Sarayut Yooin, Senior System Engineer – End User Computing, VMware

วันเวลา : วันอังคารที่ 26 มกราคม 2021 เวลา 10.30 น. – 12.00 น.

ช่องทางการบรรยาย : Online Web Conference

ภาษา : ไทย

จากสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดอัตราเร่งในการเปลี่ยนแปลงในวิธีการทำงานของทุกองค์กร โดยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อทำงานจากระยะไกลหรือ remote work ส่งผลให้ปัญหาด้านไอทีและเรื่องของความปลอดภัยทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของเราเช่นนี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ เริ่มมองเห็นประโยชน์จากการทำงานผ่านระยะไกลมากขึ้น และเริ่มเกิดความคาดหวังในการสร้างการทำงานรูปแบบใหม่ขึ้น แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องหนักของทีมไอที ที่ต้องจัดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีและข้อกำหนดต่าง ๆ ควรคำนึงถึงในการสร้างการทำงานจากระยะไกลให้เหมาะกับองค์กร

ความยากลำบากหลัก ๆ ที่มักพบได้ในองค์กร อันเป็นภาระที่ทีมไอทีและ infosec คือ จะต้องทั้งบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานจากระยะไกล นอกจากนี้ความหลากหลายของ endpoint ที่มีอาจผลลัพธ์เป็นข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน ทำให้เกิดช่องว่างในการดำเนินงานมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโจมตี

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเหล่านี้ องค์กรจำเป็นต้องหาหนทางใหม่ ๆ ในการรักษาความปลอดภัย จุดสนใจส่วนใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาคือ ความสามารถในการระบุและตอบสนองต่อการโจมตีประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ยังต้องสามารถระบุชนิดและจัดการกับภัยคุกคามได้ด้วย ด้วยความต้องการหลากหลายนี้ ทำให้แต่ละองค์กรต้องใช้โซลูชันการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ 50 – 70 โซลูชัน จะดีกว่าหรือไม่ถ้ามีวิธีที่รวมความปลอดภัยของ endpoint ได้ไปพร้อมกับสามารถบริหารจัดการ endpoint ได้ในโซลูชันเดียวกัน

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://vmware.zoom.us/webinar/register/8816052565115/WN_yiGMFuMDRoiZGzsrmCV7Fg โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-webinar-a-major-leap-of-remote-work-security/

Dell Technologies Webinar: VxRail – Accelerate Innovation and Data Center Modernization Across the Core, Edge and Cloud [26 ม.ค. 2021 – 9.30น.]

Dell Technologies ร่วมกับ Intel และ VMware ขอเชิญท่านผู้สนใจร่วมงานสัมมนาออนไลน์เพื่ออัพเดทเทคโนโลยีสุดล้ำด้าน HCI VxRail ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการ Data Center ขององค์กรเป็นเรื่องง่ายสำหรับทั้ง Edge, Core และ Cloud และช่วยทลายความท้าทายเรื่อง Workload และ Applications ที่หลากหลายในองค์กรได้อย่างดี รับฟังความล้ำสมัยของ VxRail และ Use Cases ต่างๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญของเราจะมาเล่าสู่กันฟัง ในวันอังคารที่ 26 ม.ค. 2021 เวลา 9.30น. – 12.20น. โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: VxRail – Accelerate Innovation and Data Center Modernization Across the Core, Edge and Cloud
ผู้บรรยาย: ทีมงาน Dell Technologies
วันเวลา: วันอังคารที่ 26 ม.ค. 2021 เวลา 9.30น. – 12.20น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน: https://dell.zoom.us/webinar/register/WN_wVJeOUpeSsKgqdSSLmervQ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ

ผู้บริหาร ทีมงานไอที และ ทีม Developer ขององค์กรที่ใช้ VMware องค์กรที่มี Applications และ Workloads ที่หลากหลาย และองค์กรที่ใช้ HCI อยู่แล้วหรือกำลังพิจารณาการนำ HCI มาใช้ในองค์กรทั้งในส่วนของ Edge, Core และ Cloud

กำหนดการ

09:30 – 10:05 hrs. The Ultimate HCI Appliance Platform for Edge, Core, and Cloud

พบกับ VxRail ซึ่งเป็น HCI Appliance ที่ถูกสร้างมาให้องค์กรสามารถใช้งาน Workload ทั้งในรูปแบบ Traditional และ Cloud Native ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด VxRail ของ Dell Technologies ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Workload ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำสมัย และยังสามารถประสานการทำงานระหว่าง Edge Computing ไปยัง Core และต่อไปยัง Cloud ได้แบบไร้รอยต่อ

10:10 – 10:45 hrs. Accelerate Innovation and Data Center Modernization, Unlock the Challenges of Applications and Workloads

“VxRail” มาตรฐาน HCI สำหรับ Data Center Modernization ที่รองรับการรัน Applications ต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ ช่วยปลดล็อคทุกข้อจำกัด ง่ายต่อการดูแล ลดความเสี่ยงผ่าน End-to-End Lifecycle Management ลดผลกระทบต่อธุรกิจ ให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เหนือชั้น พบกับคุณสมบัติที่โดดเด่นของ VxRail ใน Use Cases และ Solutions ต่างๆ จากหัวข้อนี้

10:50 – 11:20 hrs. Unlock Innovation and Productivity with VxRail Kubernetes at the Speed of Cloud

การขับเคลื่อนธุรกิจขององค์กรมีการนำ Kubernetes เทคโนโลยีมาใช้กันมากขึ้นในการ Deploy แอพพลิเคชั่น และบริหารจัดการในรูปแบบของ Container ผสมผสานกับ Virtualization เทคโนโลยี รวมถึงบริหารจัดการแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายในองค์กร เพื่อประโยชน์ด้านนวัตกรรม, ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Developer และ IT Operator ในหัวข้อนี้คุณจะได้อัพเดทในเรื่อง VMware Tanzu on VxRail ซึ่งให้ทางเลือก Infrastructure ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจองค์กรของคุณไม่ว่า Kubernetes Journey ของคุณจะเป็นอย่างไร

11:25 – 11:55 hrs. Extend the Agility, Scalability and Simplicity of VxRail Beyond the Datacenter to Space-Constrained, Remote, and Harsh Environments

Dell EMC VxRail D Series เป็นแพลตฟอร์มที่ทนทานซึ่งให้พลังเต็มรูปและรองรับ Workload ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายหรือพื้นที่จำกัด อีกทั้งยังมีระบบอัตโนมัติและการควบคุมอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์ระบบของ VxRail HCI และมีระบบที่ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันทำให้ ลูกค้าตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม

12:00 – 12:20 hrs. สรุป

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://dell.zoom.us/webinar/register/WN_wVJeOUpeSsKgqdSSLmervQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/dell-technologies-webinar-vxrail-accelerate-innovation-and-data-center-modernization-across-the-core-edge-and-cloud/