คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_SEMINARS_AND_TRAINING

Cyber Masters Webinar : การลดความเสี่ยงด้วย Morphisec สัมพันธ์กับ MITER ATT & CK อย่างไร

Cyber Masters ขอเรียนเชิญ IT Security, Security Operation, IT Security Manager และผู้สนใจสายไอทีทุกท่านเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “การลดความเสี่ยงด้วย Morphisec สัมพันธ์กับ MITER ATT & CK อย่างไร” เพื่อรับฟังแนวทางการลดความเสี่ยงการโจมตีทางไซเบอร์ด้วย Morphisec ในวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียด

หัวข้อ : การลดความเสี่ยงด้วย Morphisec สัมพันธ์กับ MITER ATT & CK อย่างไร

ผู้บรรยาย : คุณสิริลักษณ์ วาสนาภักดี, Director of Product Management, Cyber Masters Co.,Ltd, คุณนพพร คงขวัญรัตน์, Engineer, Cyber Masters Co.,Ltd และ ดร.อดิศักดิ์ ศรีนครินทร์, อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

วันเวลา : วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 เวลา 14.00 – 15.30 น.

ภาษา : ไทย

กรอบงาน MITER ATT & CK เติบโตขึ้นอย่างมากทั้งในด้านความนิยมและขอบเขตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การวางแผนการจำลองการประเมินและเมทริกซ์ต่างๆของฝ่ายตรงข้าม สามารถส่งมอบคุณค่าที่สำคัญให้กับธุรกิจ ในขณะที่พวกเขาประเมินความเสี่ยงและวางแผนกลยุทธ์การป้องกัน อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆองค์กรที่จะทราบว่าความเสี่ยงได้เริ่มต้นที่ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกธุรกิจมีข้อจำกัด ทรัพย์สินและภัยคุกคามที่ไม่เหมือนใครในการจัดการ การพูดคุยนี้จะนำเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับวิธีที่องค์กรใด ๆ สามารถเริ่มใช้ MITER ATT & CK สำหรับการประเมินและลดผลกระทบส่วนบุคคล

การแข่งขันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องที่น่าท้าทายสำหรับเหล่าอาชญากรไซเบอร์มาเป็นเวลานานมากแล้ว หน่วยความจำของแอปพลิเคชันต่างตกเป็นเป้านิ่งที่นักโจมตีทางไซเบอร์จะทำการสำรวจเพื่อหาทางเจาะเข้าไปเมื่อไหร่ก็ได้  ในทางกลับกัน โปรแกรมป้องกันต่างๆ ก็ต้องแสวงหากลยุทธ์ในการต่อสู้กับเส้นทางหรือวิธีการที่พวกแฮ็กเกอร์ใช้ในการเข้าถึงคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ผ่านทางเครือข่าย รวมถึงการรู้ทันยุทธวิธีการโจมตีที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ส่งผลให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องหาทางตรวจจับวิธีการใหม่ที่นักเจาะระบบทางไซเบอร์ใช้ละเมิดการป้องกันขององค์กร ซึ่งรวมถึงการโจมตีของมัลแวร์ในรูปแบบต่างๆ เช่น Fileless Attack, Zero-Day, Evasion Malware และIn-memory Exploits

การโจมตีประเภทเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาให้มีเป้าประสงค์ชัดเจนและสามารถหลบหลีกการป้องกันได้ พวกแฮ็กเกอร์ยังสามารถลักลอบทำกิจกรรมการคุกคามและหลบเลี่ยงผ่านระบบตรวจจับและเข้ามาสร้างความหายนะให้กับองค์กร แม้จะใช้เครื่องมือป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนที่สุดอย่าง NGAV และ EDR แล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ จึงสิ่งที่ทำให้ Morphisec ไม่เหมือนใคร

Morphisec Shield ได้นำเทคโนโลยีการป้องกันกลุ่มเป้าหมายแบบเคลื่อนที่ (Moving Target Defense) มาใช้เพื่อช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีอำนาจทำลายล้างได้มากที่สุดในตลาด โดยไม่จำเป็นต้องอ้างอิงฐานข้อมูลที่ตัวเองมีอยู่หรือการอัปเดตใดๆ

โดย Webinar ในครั้งนี้จะมีการพูดคุยในประเด็นต่างๆ ดังนี้

  • Moving Target Defense คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร
  • Feature ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน Morphisec
  • Benefit ที่องค์กรจะได้รับจาก Morphisec
  • รายละเอียด Dashboard ของ Morphisec

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_QQwI_cjIQ4uja8ZL4ZqWMA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/cyber-masters-webinar-mitigate-your-risk-with-morphisec/

[Guest Post] SkillLane ผงาดเป็นอันดับหนึ่งของบริษัทที่เติบโตสูงสุดในเอเชียแปซิฟิกในธุรกิจการศึกษา จากการจัดอันดับของ Financial Times ประจำปี 2021

SkillLane (สกิลเลน) บริษัท Online Learning Platform และ Digital Training Platform อันดับหนึ่งของประเทศไทย คว้าอันดับ 36 ของบริษัทที่มีการเติบโตสูงสุดในเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับหนึ่งของบริษัทที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในธุรกิจการศึกษา (Education) จากการจัดอันดับประจำปี 2021 ที่จัดทำร่วมกันระหว่างสื่อชั้นนำระดับโลก Financial Times, Nikkei Asia และบริษัทด้านวิเคราะห์ข้อมูล Statista ซึ่งทำการสำรวจจากผลการดำเนินธุรกิจระหว่างปี 2016 – 2019 ของบริษัทหลายพันแห่งใน 13 ประเทศทั่วภูมิภาค สะท้อนความสำเร็จของความมุ่งมั่นในการสร้างแพล็ตฟอร์มออนไลน์เพื่อการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าที่ไหน และเมื่อไร สำหรับทุกคนที่ต้องการหาความรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเอง

นายฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง SkillLane

 

นายฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง SkillLane กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในรายชื่อ 500 บริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดของเอเชียแปซิฟิกปี 2021 โดยสื่อชั้นนำระดับโลกอย่าง Financial Times และ Nikkei Asia จากอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่แข็งแกร่งของเราในช่วงปี 2016 – 2019 ที่สูงกว่า 100% นับเป็นบทพิสูจน์ของความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจจากปณิธานของ SkillLane ที่มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้มาโดยตลอด เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์แรกในไทยที่คนนึกถึงเมื่อกำลังมองหา On-Demand Skill เพื่อยกระดับทักษะ ความรู้ที่หลากหลาย ครอบคลุมในทุก ๆ เรื่องได้ทันทีที่ต้องการ โดยไม่มีข้อจำกัด”

ปัจจุบัน SkillLane เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะแพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์สำหรับทุกคนที่ต้องการความก้าวหน้า มุ่งเน้นในการพัฒนาและดึงศักยภาพของคนทำงานออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยคอร์สออนไลน์คุณภาพที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญในรูปแบบของวิดีโอให้เลือกเรียนอย่างหลากหลาย ทำให้ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างสะดวก ไม่ว่าที่ไหนและเมื่อไร โดยให้บริการอยู่ใน 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย

  • SkillLane for Public (www.SkilllLane.com) แพล็ตฟอร์มการเรียนออนไลน์สำหรับบุคคลทั่วไป ครอบคลุมความรู้และทักษะในหลากหลายสาขา ให้เลือกเรียนตามความชอบและความสนใจ
  • SkillLane for Business สำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการเสริมความรู้ ยกระดับทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นของบุคลากร เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กร ซึ่งปัจจุบันให้บริการองค์กรชั้นนำของไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม
  • SkillLane for University ที่พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ อย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่จัดทำหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ภายใต้แบรนด์ TUXSA (www.SkillLane.com/tuxsa) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ร่วมมือพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ให้กับนิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว สามารถเรียนในสถานที่และเวลาที่สะดวก
  • SkillLane CPD (Continuing Professional Development) คือ แพล็ตฟอร์มอบรมเก็บชั่วโมงวิชาชีพออนไลน์เพื่อต่ออายุใบประกอบวิชาชีพต่างๆ โดยในปี 2021 บริษัทได้เริ่มมีการให้บริการกับ ผู้ถือใบอนุญาต Investment Consultant, Investment Planner และคนกลางประกันภัยทุกประเภท ซึ่งในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เราได้ให้บริการผู้ถือใบอนุญาตหลายพันคนแล้ว และมีแผนที่จะขยายไปยังวิชาชีพอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

“สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา เป็นเสมือนตัวเร่งการเจริญเติบโตของธุรกิจออนไลน์ สำหรับ SkillLane เรามองว่า โมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในธุรกิจเทคโนโลยีด้านการศึกษาจะสอดคล้องเทรนด์การศึกษาหลัก ๆ ได้แก่ 1) Lifelong Learning การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน 2) On-Demand Learning ผู้คนในยุคปัจจุบันต้องการได้รับการตอบสนองทันที รวดเร็ว ในทุกเรื่อง ไม่มีเว้นแม้แต่การเรียนการศึกษา 3) Personalized Learning รูปแบบ วิธีการ หรือสไตล์ในการเรียนการสอนที่สามารถปรับแต่ง (Tailor Made) ให้ตอบโจทย์ สอดคล้องกับความชื่นชอบที่แตกต่างกันไปของแต่ละบุคคลได้” นายฐิติพงศ์กล่าว

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-skilllane-one-fastest-growing-education-company-in-financial-times-2021/

Fujitsu ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “Transform and grow your business with AI-powered Automation”

Fujitsu ขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “Transform and grow your business with AI-powered Automation” เพื่อรับฟังแนวทางการพลิกโฉมและขยายธุรกิจด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครอบคลุมกระบวนการทำงานทางธุรกิจหรือ business workflows ถึงการดำเนินงานด้านไอที หรือ IT Operations ในวันอังคารที่ 27 เมษายน 2021 เวลา 9.30 – 11.30 น.

ชื่อหัวข้อ : Transform and grow your business with AI-powered Automation

วันเวลา : วันอังคารที่ 27 เมษายน 2021 เวลา 9.30 – 11.30 น.

ลิงก์ลงทะเบียน : https://fth.webex.com/fth/onstage/g.php?MTID=e9dd1b7a1cb43079c1aee1d573a879850

*หมายเหตุ* สำหรับผู้ลงทะเบียนและเข้าสัมมนา พร้อมกรอกแบบสอบถาม จำนวน 100 ท่านแรกรับฟรีบัตรรางวัลร้านอาหาร Fuji มูลค่า 100 บาท

Fujitsu ขอเรียนเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ที่เน้นการนำเทคโนโลยีไปใช้งานให้เป็นระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถช่วยให้บริษัทชั้นนำเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ในแง่มุมดังนี้

Business Process:

บรรลุประสิทธิภาพทางธุรกิจที่ดีขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผ่านเทคโนโลยี IBM Cloud Pak for Business Automation ช่วยลดขั้นตอน ทำให้ระบบทำงานโดยอัตโนมัติ ผสมการใช้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ทุกการทำงานเป็นไปอย่างชาญฉลาด และอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพทางธุรกิจที่ดีขึ้น

IT Operations:

สร้างความชาญฉลาด การดำเนินงานด้านไอที ด้วย AIOps ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานด้านไอทีด้วย IBM Cloud Pak for Watson AIOps ที่ช่วยปฏิวัติการดำเนินการด้านไอทีโดยอัตโนมัติ เพื่อแก้ไขปัญหาไอทีที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ ITOpsทำงานแบบอัตโนมัติสามารถลดการหยุดทำงาน และทำให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด

Integrations:

เชื่อมต่อแอปพลิเคชันและข้อมูลไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ผ่านระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติ จัดการ ด้วยความปลอดภัย เพื่อปรับปรุงความเร็วและคุณภาพของแอปพลิเคชัน ด้วย IBM Cloud Pak for Integration ทำให้แอปพลิเคชัน และข้อมูลเชื่อมต่อเป็นอัตโนมัติ ผสานเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ

กำหนดการ

  • AI-Powered Automation Journey
  • Drive innovation in Business Operations:
  • Automate work and apply insights to make every interaction intelligent
  • Build intelligent IT operations:
  • Discover how to start your AIOps journey and transform your IT operations
  • Automate integrations: Connect your applications and data wherever they live

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล kulyapha@fujitsu.com หรือโทร. 02-302-1576

from:https://www.techtalkthai.com/fujitsu-webinar-transform-and-grow-your-business-with-ai-powered-automation/

รู้จัก 2 เทคโนโลยี Automation ที่ทุกองค์กรต้องมี: Hyperautomation และ AIOps

การทำ Automation ในกระบวนการทำงานขั้นต่างๆ ของธุรกิจนั้นถือเป็นเทรนด์หลักของปี 2021 ที่จะช่วยให้พนักงานทุกคนในองค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดให้น้อยลง และทำให้พนักงานมีเวลาไปทำงานเชิงรุกเพื่อรับมือกับความผันผวนของธุรกิจที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้

แน่นอนว่าเทคโนโลยีย่อมต้องเป็นหัวใจของทุกการทำ Automation และในบทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 2 เทคโนโลยีสำคัญในการทำ Automation ภายในธุรกิจองค์กร ได้แก่ Hyperautomation ที่เป็นแนวคิดในการวิเคราะห์กระบวนการทำงานและเปลี่ยนกระบวนการเหล่านั้นให้กลายเป็นอัตโนมัติมากที่สุดอย่างต่อเนื่อง และ AIOps ที่ช่วยให้งานของผู้ดูแลระบบ IT เป็นไปได้แบบอัตโนมัตินั่นเอง

ปรับกระบวนการการทำงานให้เป็นอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง ด้วย Hyperautomation

ในการทำ Hyperautomation นั้น จะมีส่วนงานสำคัญที่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

  1. การทำ Task Mining/Process Mining ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดจากกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ในการทำงาน เพื่อให้ธุรกิจองค์กรมีความเข้าใจกระบวนการเหล่านี้ในเชิงข้อมูลอย่างชัดเจน และสามารถเลือกได้อย่างเหมาะสมว่าจะเปลี่ยนกระบวนการทำงานส่วนใดให้เป็นอัตโนมัติบ้าง
  2. ระบบ Robotic Process Automation (RPA) เพื่อเปลี่ยนกระบวนการที่คัดเลือกมาแล้วให้กลายเป็นอัตโนมัติ ให้คอมพิวเตอร์ทำงานซ้ำๆ เหล่านั้นแทนบุคลากรในองค์กร ช่วยให้พนักงานมีเวลาในการทำงานอื่นๆ ได้มากขึ้น ในขณะที่ระบบ RPA ก็สามารถทำงานซ้ำๆ ปริมาณมหาศาลได้อย่างแม่นยำ

ในการทำ Task Mining และ Process Mining นั้น ธุรกิจจะได้เห็นถึงภาพรวมของกระบวนการการทำงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นในองค์กรในรูปแบบของ Process Map และมีข้อมูลที่ครบถ้วนว่ามีกระบวนการใด เกิดขึ้นโดยมีข้อมูลใดเป็น Input และมีผลลัพธ์ใดเป็น Output เพื่อนำไปใช้ในการทำสิ่งใดต่อบ้าง

จากนั้นเมื่อนำข้อมูลเชิงประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละกระบวนการเข้าไปผสาน ธุรกิจก็จะเริ่มเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่าส่วนใดของกระบวนการไหนบ้างที่ยังคงเป็นคอขวดอยู่ และจะแก้ไขปัญหาคอขวดเหล่านั้นเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้อย่างไร ซึ่งยิ่งธุรกิจเลือกทำ Automation ให้กับกระบวนการที่เป็นคอขวดได้มากเท่าไหร่ ความเร็วในการทำงานในภาพรวมก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ ด้วย Process Map ที่มีอยู่ ก็ทำให้ธุรกิจสามารถทำการจำลองสถานการณ์ล่วงหน้าได้ว่าหากต้องการเปลี่ยนแปลงกระบวนการนั้นๆ ไปเป็นการทำงานรูปแบบอื่นแทน จะส่งผลดีผลเสียอย่างไรบ้าง อีกทั้งการทำ Task Mining และ Process Mining อย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ธุรกิจยิ่งมีข้อมูลเชิงประสิทธิภาพในแต่ละกระบวนการมากขึ้น เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และสามารถทราบได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมา ทำให้การแก้ไขปัญหานั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขั้นตอนนี้เองที่ AI จะสามารถเข้ามามีบทบาทช่วยทำการวิเคราะห์หาเหตุการณ์ผิดปกติหรือคอขวดที่เกิดขึ้นในแต่ละกระบวนการได้

credit : IBM

RPA ที่ย่อมาจากคำว่า Robotic Process Automation นี้ คือระบบ Software Robotics ที่ได้รวมเอาเครื่องมือทางด้าน User Automation เอาไว้เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถเปลี่ยนงาน Back-Office อย่างเช่นการจัดการกับข้อมูลธุรกิจบน Business Software ต่างๆ, การกรอกแบบฟอร์ม, การย้ายไฟล์ และอื่นๆ อีกมากมายให้กลายเป็นอัตโนมัติ

เบื้องหลังของระบบ RPA นี้คือการผสาน API และการตอบสนองกับ User Interface ในรูปแบบต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้การทำงานซ้ำๆ ที่เคยต้องให้มนุษย์ทำมาก่อนนั้น ถูกเปลี่ยนไปเป็นอัตโนมัติทั้งหมด ด้วยการพัฒนา Script ที่จำลองการทำงานของมนุษย์ขึ้นมา ทำให้ RPA สามารถถูกนำไปประยุกต์ใช้ได้ในงานหลากหลายรูปแบบ และใช้ผสานการทำงานร่วมกันระหว่างหลาย Business Software ได้นั่นเอง

ประโยชน์ของการใช้ RPA นั้น คือการที่ธุรกิจองค์กรจะสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้นเพราะพนักงานไม่ต้องเสียเวลากับการทำงานซ้ำๆ อีกต่อไป ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมนั้นลดลง ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้นกับงานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น พนักงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้นจากการลดงานที่ซ้ำซากลง ในขณะที่ธุรกิจองค์กรเองก็ไม่ต้องปรับเปลี่ยนระบบ IT หรือ Software ที่มีอยู่เดิมมากนัก ทำให้การทำ Automation ในส่วนต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง นับเป็นการทำ Digital Transformation ในรูปแบบหนึ่งเลยก็ว่าได้

โดยทั่วไปแล้ว ภายในระบบ RPA ที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีเครื่องมือในการสร้าง Script สำหรับทำงานแบบอัตโนมัติได้ในแบบ Low-Code เพื่อให้การสร้าง Automation รูปแบบต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
  • สามารถผสานระบบทำงานร่วมกับ Enterprise Application ได้เป็นอย่างดี เพื่อรองรับการผสานการทำงานร่วมกันระหว่างหลาย Application ได้ตามต้องการ
  • มีระบบบริหารจัดการการทำ Automation อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการทำงาน, การกำหนดค่าการทำงาน และการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

ทั้งนี้ในระยะหลัง ผู้พัฒนาเทคโนโลยี RPA ได้มีการพัฒนาต่อยอดระบบและนำ AI เข้ามาช่วยในการทำ Automation ให้รองรับงานที่มีความซับซ้อนสูงยิ่งขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Machine Learning, Natural Language Processing หรือ Computer Vision ก็ตาม

เพื่อตอบโจทย์การทำ Hyperautomation นี้ให้ได้อย่างครอบคลุม ทาง IBM มีโซลูชัน IBM CloudPak for Business Automation ที่สามารถรองรับทุกความต้องการของธุรกิจได้ตั้งแต่การทำ Task Mining, Process Mining, RPA และ AI https://www.ibm.com/cloud/cloud-pak-for-automation

ให้ AI ช่วยตรวจสอบดูแลรักษาระบบ IT โดยอัตโนมัติด้วย AIOps

credit : IBM

หาก Hyperautomation นั้นคือการทำ Automation สำหรับฝั่งผู้ใช้งานทั่วไป AIOps ก็คือการทำ Automation สำหรับฝั่งผู้ดูแลระบบ IT นั่นเอง

AIOps นั้นคือการนำ AI มาช่วยในการดูแลรักษาระบบ IT หรือที่เรียกว่า IT Operations (ITOps) ให้มีความเป็นอัตโนมัติ และแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้ระบบ IT ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจองค์กร ทำให้แต่ละองค์กรนั้นมีการลงทุนในระบบ IT อย่างต่อเนื่องจนระบบมีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การดูแลระบบเหล่านี้ให้ทำงานได้อย่างถูกต้องตลอด 24×7 นั้นจึงกลายเป็นโจทย์ที่ยาก ในวงการ IT จึงได้เกิดแนวคิดในการนำ AI เข้ามาช่วยในส่วนนี้และเกิดขึ้นเป็น AIOps นั่นเอง

ประโยชน์ของการใช้งาน AIOps มีดังนี้

  • สามารถตรวจพบปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระบบ IT ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมข้อมูลแวดล้อมประกอบการแก้ไขปัญหาที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • สามารถทำนายแนวโน้มการเกิดปัญหาในส่วนต่างๆ ของระบบ IT ได้ล่วงหน้า ทำให้ผู้ดูแลระบบ IT ทำการแก้ไขประเด็นต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคตได้ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง
  • สามารถดูแลระบบ IT ขนาดใหญ่ในหลายสาขาร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การตรวจสอบแก้ไขปัญหาต่างๆ สามารถทำได้โดยใช้ภาษามนุษย์ในการสื่อสารกับระบบ ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเรียนรู้ชุดคำสั่งที่มีความซับซ้อนสูงของแต่ละระบบทั้งหมด

ปัจจุบันเทคโนโลยี AIOps นั้นยังคงมีความหลากหลายตามแนวคิดของผู้ผลิตแต่ละราย ที่อาจมุ่งเน้นการพัฒนา AIOps ขึ้นมาตอบโจทย์การดูแลรักษาระบบ IT ในภาคส่วนที่ต่างกัน หรือใช้ข้อมูลในส่วนที่ต่างกันไป เช่น บางระบบอาจมุ่งเน้นไปที่การดูแลรักษาระบบ IT ภายใน Data Center, บางระบบอาจเน้นการดูแลระบบ Campus Network, บางระบบอาจเน้นดูแลระบบ IoT และอื่นๆ อีกมากมาย

IBM มีโซลูชัน IBM Cloud Pak for Watson AIOps ที่จะช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถสร้าง AI เพื่อทำการเรียนรู้จากข้อมูลของระบบ IT ที่มีอยู่ภายในธุรกิจองค์กรได้อย่างยืดหยุ่น และช่วยให้การดูแลรักษาระบบ IT เป็นไปได้แบบอัตโนมัติ ด้วย AI ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามการเรียนรู้จากข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นในระบบ IT ของธุรกิจองค์กรนั้นๆ โดยเฉพาะ

เรียนรู้เทคโนโลยี AI และ Automation เพิ่มเติมในงานสัมมนาออนไลน์ “Transform and grow your business with AI-powered Automation” 27 เมษายน2021 เวลา 9.30น.– 11.30 น.

สำหรับผู้ที่สนใจการนำเทคโนโลยี AI และ Automation ไปใช้งานในธุรกิจ สามารถเข้าร่วมในงานสัมมนาออนไลน์ “Transform and grow your business with AI-powered Automation” 27 เมษายน 2021 เวลา 9.30 น. – 11.30 น. ได้ที่ https://fth.webex.com/fth/onstage/g.php?MTID=e9dd1b7a1cb43079c1aee1d573a879850

สนใจโซลูชัน RPA หรือ AIOps ติดต่อทีมงาน Fujitsu ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันระบบ RPA หรือ AIOps สามารถติดต่อทีมงาน Fujitsu เพื่อขอคำปรึกษาได้ที่ คุณกุลญาภา ธรรมพิทักษ์  Email: kulyapha@fujitsu.com หรือโทร 092- 6286229

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-hyperautomation-and-aiops-by-fujitsu/

[Guest Post] DataOne Asia (Thailand) ชู ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Universal Payments เร่งพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ การให้บริการของ ITMX (Thailand)

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท DataOne Asia (Thailand) จำกัด ได้จัดอบรม แบบ Class room training และ Workshop ภายใต้หัวข้อ “Be a professional of Universal Payment (UP)” โดยจัดอบรมให้ความรู้พื้นฐานที่ถูกต้อง ที่เสริมให้องค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบ UP ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น รวมถึงการปรับปรุงระบบให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยบริษัทฯ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ สุตัณฑวิบูลย เป็นผู้บรรยายหลัก ด้วยประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกว่า 40 ปีนั้น เป็นองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ตรง ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพและความเชี่ยวชาญให้บุคลากรของ DataOne ในด้านการให้บริการ Universal Payment ซึ่งถือเป็นการเสริมจุดแข็งให้แก่ DataOne เพื่อสนับสนุนการให้บริการของ ITMX Thailand ต่อไป

 

DataOne มุ่งพัฒนาการบุคคลกรอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2019 บริษัท DataOne ได้เตรียมที่จะส่งบุคลากรไปต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยี Universal Payment แต่ด้วยสถานการณ์ Covid-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้การเดินทางต้องสะดุดลง แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้แต่อย่างใด DataOne จึงเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้เป็นแบบ e-learning ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ UP อย่างครบถ้วน ซึ่งบุคลากรของDataOne ได้เรียนรู้ e-learning ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลากว่า 1 ปี

หลังจากนั้น ในระหว่างการติดตั้งและพัฒนาระบบ UP ให้กับ ITMX โดยทีมงานของเจ้าของผลิตภัณฑ์ จนกระทั่งสำเร็จและใช้งานจริง ตั้งแต่เดือน มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งทีมงานของ DataOne สนันสนุนการทำงานและประสานงานระหว่างทีมงานของเจ้าของผลิตภัณฑ์และทีมงานของ ITMX ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น จึงถือเป็นการฝึกฝนแบบ On The Job Training ให้ทีมงานได้ศึกษา เพิ่มประสบการณ์ และเพิ่มทักษะ ด้วยการร่วมในการทำงานจริง

ความสำเร็จของ “ระบบ Universal Payment” ช่วยให้ธนาคารและลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้อย่างประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตของจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในอนาคตในระบบ Bulk Payment จาก ISO 20022 สู่ระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้เห็นภาพแบบองค์รวมเกี่ยวกับระบบชำระเงินของลูกค้าและช่วยให้ลูกค้าเริ่มทำธุรกรรมในช่องทางเดิมได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่มกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะ ผ่านระบบชำระเงินที่ขยายการให้บริการที่สามารถเปิดผ่านระบบ Universal Payment และได้มีการจัดเตรียมการเชื่อมต่อสู่ระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management : CRM) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า โดยสามารถรองรับการชำระเงินจากหลายช่องทาง

 

เกี่ยวกับ DataOne Asia (Thailand)

บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ให้บริการด้านไอซีทีแบบครบวงจรแก่กลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย เช่น การธนาคาร การประกันภัย โรงพยาบาล การโทรคมนาคม หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน DataOne ยังได้รับมาตรฐานการให้บริการ IT Outsourcing ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงและตรงตามมาตรฐานบริหารสากล เช่น ISO 20000-1 IT Service Management และ ISO 27001 Information Security เพื่อแบ่งเบาภาระด้านไอทีขององค์กรและสามารถมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้

เกี่ยวกับ National ITMX

บริษัท เนชั่นแนลไอทีเอ็มเอ็กซ์ จำกัด ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินระดับชาติของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2548 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการชำระเงิน บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (National ITMX) ถูกจัดตั้งขึ้น จากความร่วมมือของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของประเทศไทยโดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปัจจุบันธนาคารสมาชิกของ ITMX มีถึง 33 ธนาคาร ซึ่งบริษัทดาต้าวัน ได้ติดตั้งระบบ Universal Payment ให้แก่ ITMX เพื่อรองรับระบบการชำระเงินครั้งละหลายรายการ (Bulk payment) ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมตามความต้องการ

เกี่ยวกับ Universal Payment

Universal Payment เป็นระบบการชำระเงินแบบ end-to-end สำหรับสถาบันการเงิน โดยสามารถทำธุรกรรมทีละรายการแบบเรียลไทม์ และทำธุรกรรมทีละหลายรายการ (Bulk payment) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี ที่รวมชุดประมวลผลการชำระเงินทุกประเภท ทั้งประเภทการชำระเงิน, ช่องทางการชำระเงิน, สกุลเงินและเครือข่ายการชำระเงิน (VISA, Master Card, Diners discover, JCB, Payment Union) ซึ่งสามารถรองรับได้หลายช่องทางอีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อระบบได้อย่างไร้ขีดจำกัด

เกี่ยวกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ สุตัณฑวิบูลย

การศึกษา

  • วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน
  • วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประวัติการทำงาน

  • ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สถาปนิกซอฟท์แวร์ บริษัท ไอสัปปายะ จำกัด
  • อาจารย์ประจำ หลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • อาจารย์พิเศษ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-dataone-asia-thailand-universal-payments-itmx-thailand/

เชิญผู้สนใจเข้าร่วม VSM365 Webinar EP.5 “โค้งสุดท้ายกับ การบังคับใช้ PDPA เต็มรูปแบบ กับการปรับตัวให้ทันยุคดิจิทัล ด้วยการสื่อสารผ่าน SMS แบบ Omnichannel” ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ 10:00 – 14:30 น.

VSM365 เรียนเชิญทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “โค้งสุดท้ายกับ การบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Thailand’s Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019) : PDPA เต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 นี้ กับการปรับตัวทางธุรกิจรูปแบบใหม่ให้ทันยุคดิจิทัลแบบ New Normal ด้วยการสื่อสารผ่าน SMS แบบ Omnichannel” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 10:00 – 14:30 น.

โดยมีรายละเอียดและวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี ดังนี้

โค้งสุดท้ายกับ การบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Thailand’s Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019) : PDPA เต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 นี้ กับการปรับตัวทางธุรกิจรูปแบบใหม่ให้ทันยุคดิจิทัลแบบ New Normal ด้วยการสื่อสารผ่าน SMS แบบ Omnichannel

วัน: วันศุกร์ ที่ 9 เมษายน 2564
เวลา: 10.00 – 14.30
ผู้บรรยาย: คุณ Supporn Chaivisuth – Country Manager และ คุณ Suppakorn Bunchua – Sales Team Leader จาก Infobip และคุณ Rapheepong Ghai – Privacy Consultant จาก OneTrust

รู้จัก Infobip และ OneTrust

  • Infobip เป็นผู้ให้บริการการสื่อสารแบบ Omnichannel ด้วยการบริการที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น ช่องทางการส่งข้อความ ด้วยเครื่องมือและโซลูชันที่หลากหลายสำหรับลูกค้า รวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ การยืนยันตน ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ การสนับสนุน และการเก็บรักษาข้อมูลอีกด้วย
  • OneTrust ผู้พัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล รองรับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ระดับสากล ที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรของคุณ รวมถึงการบริหารจัดการความยินยอม (Consent) ที่ลูกค้าสามารถเลือกระหว่างให้ความยินยอมหรือยกเลิกความยินยอม และสามารถปรับแต่งความยินยอมได้ทุกเมื่อ เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. PDPA

ผู้ที่เข้าร่วมงานสัมมนานี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ

  1. แนวคิดความสำคัญของ OMNI channel และ การสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าในโลก digital
  2. Personalized marketing automation campaign ช่วยท่านได้อย่างไร
  3. การเพิ่มความพึงพอใจจากลูกค้า และสื่อสารกับพวกเขาผ่านช่องทางที่พวกเขาชื่นชอบ
  4. การบริหารจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า (Data Subject Access Right) สามารถบริหารจัดการในการรับคำร้องขอจาก Data Subject ให้เป็นไปในรูปแบบอัตโนมัติตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ
  5. โซลูชัน Cookie Compliance ที่จะเสริมสร้างความปลอดภัยทางด้าน Privacy ใน Website ของบริษัทของคุณที่ให้บริการแก่ลูกค้า รวมถึง Marketing activities ต่างๆ จะมีลักษณะการทำงานรูปแบบอย่างไรบ้าง

และพิเศษ เมื่อจบงานสัมมนา ผู้เข้าร่วมจะได้รับประกาศณียบัตร E-certificate ฟรี และมีสิทธิ์ร่วมลุ้นของรางวัล แก้วน้ำ Infobip และ บัตร Starbuck 200 บาท จำนวน 5 รางวัล

สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

เพียงเข้าไปกรอกข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ https://forms.gle/z3VFT2g9vQBpudxz5 และรอการยืนยันจากทีมงาน

from:https://www.techtalkthai.com/vsm365-infobip-onetrust-webinar-pdpa-omnichannel-sms-campaign/

ISS Consulting (Thailand) Ltd. ขอเรียนเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ฟรี ! 27 เม.ย.นี้

ISS Consulting (Thailand) Ltd. ขอเรียนเชิญผู้บริหารองค์กร, ผู้บริหารในส่วนงาน Finance , Sales, Marketing, Customer Service, IT  รวมถึงผู้ที่สนใจทุกท่าน ร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ฟรี  ในหัวข้อเรื่อง Intelligence that tranforms your business processes วันอังคารที่ 27 เม.ย.นี้ 

 

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครลงทะเบียนออนไลน์และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.issconsulting.co.th/webinar-event/

(ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย)

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คุณวันเพ็ญ แสนใหม่  อีเมล: marketing_th@issconsulting.net

ขอสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมสัมมนาสำหรับผู้ที่มี e-mail  หรือเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเท่านั้น

from:https://www.techtalkthai.com/iss-consulting-thailand-free-webinar-27-apr-2021/

[Video Webinar] Key Success to Automate the Business Finance and Accounting by I AM Consulting

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย I AM Consulting Webinar เรื่อง “Key Success to Automate the Business Finance and Accounting” พร้อมอัปเดตเทรนด์ด้าน Robotic Process Automation (RPA) ล่าสุดสำหรับธุรกิจในปี 2021 รวมไปถึง Use Cases  ที่น่าสนใจสำหรับการเงินและบัญชี ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณวาสนา ป้านสกุล RPA Manager จาก I AM Consulting

จะดีกว่าไหมถ้าระบบอัตโนมัติจะช่วยให้การทำงานขององค์กรคุณขับเคลื่อนไปได้ไกลกว่าที่เคย ลดภาระการทำงานที่ซ้ำซ้อน ช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการดำเนินธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA)

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • RPA Technology & Trend for Business 2021
  • Digital Workforce Use Cases for Finance and Accounting
  • EZRead, OCR Solution Overview
  • Use cases

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-key-success-to-automate-the-business-finance-and-accounting-by-i-am-consulting/

[Video Webinar] การพยากรณ์ด้วยหลักทางสถิติและการเรียนรู้ด้วยเครื่องโดยการใช้ SAS Forecasting Studio

SAS Software (Thailand) เปิดให้รับชมวิดีโอ Webinar เรื่อง “การพยากรณ์ด้วยหลักทางสถิติและการเรียนรู้ด้วยเครื่องโดยการใช้ SAS Forecasting Studio” เพื่อเรียนรู้การวิเคราะห์เชิงทำนายสำหรับการใช้งานในภาคธุรกิจองค์กร พร้อมความรู้เชิงสถิติและคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการแนะนำเครื่องมือ SAS Forecasting Studio ที่ได้ทำ Machine Learning เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้บรรยาย: Assistant Professor Krung Sinapiromsaran, Ph. D., Infolyst และคุณ Sirisak Thonthong, Industry Technical Specialist, Intel Thailand

แนวคิดการทำนายค่าในอนาคตของปริมาณความต้องการบริโภคสินค้าของลูกค้าในองค์กร เป็นงานส่วนหนึ่งของฝ่ายการตลาดเพื่อกำหนดเป้าหมายของการผลิตให้กับฝ่ายการผลิต และช่วยการวางแผนการผลิตในอนาคต หลักการที่ใช้มักใช้แนวคิดการวิเคราะห์ไทม์ซีรีส์ที่พิจารณาค่าในอดีตที่ผ่านมา ในลักษณะของตัวแปรสุ่ม และความสัมพันธ์ของตัวแปรสุ่ม ณ เวลาที่ต่างกัน การทำความเข้าใจในหลักการเหล่านี้จึงจะสามารถช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปด้วยแนวทาง Data-Driven ได้อย่างแม่นยำ

SAS มีโซลูชันด้านการวิเคราะห์ทำนายข้อมูลที่หลากหลาย ด้วยการผสานเครื่องมือเชิงสถิติและ Machine Learning เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจที่มีความหลากหลายและมีขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ พร้อมการเรียนรู้จากข้อมูลใหม่ๆ เพื่อสร้างโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน Intel ในฐานะของผู้นำด้านการประมวลผลสำหรับธุรกิจ ก็มีโซลูชันแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนการวิเคราะห์ขั้นสูงสำหรับธุรกิจองค์ฏรอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Intel Xeon Scalable Processor สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลภายในศูนย์ข้อมูลหรือคลาวด์, Intel Optane Technology สำหรับการจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลด้วยประสิทธิภาพสูง, Intel FPGA สำหรับการประมวลผลเฉพาะทางภายในศูนย์ข้อมูลเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็ว และ Intel Select Solutions เพื่อให้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานภายนในองค์กรได้อย่างรวดเร็วโดยสามารถคาดหวังผลลัพธ์เชิงประสิทธิภาพได้ดี

ใน Webinar ครั้งนี้ ทีมงาน Infolyst, SAS Business Partner และ Intel จะร่วมกันนำเสนอถึงประเด็นดังต่อไปนี้

  • แนวทางการวิเคราะห์เชิงทำนายที่ใช้งานจริงในธุรกิจ
  • เนื้อหาเชิงสถิติและคณิตศาสตร์ที่จำเป็นต่อการทำนายแนวโน้ม
  • การประยุกต์นำเทคโนโลยี Machine Learning เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์เชิงทำนายข้อมูลต่างๆ ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นโดยอัตโนมัติ
  • แนะนำโซลูชัน SAS Demand Forecast เครื่องมือวิเคราะห์เชิงทำนายที่รองรับการนำไปใช้งานได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับข้อมูลที่ธุรกิจองค์กรมีอยู่ได้
  • Intel® Technologies Move Analytics Forward

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-sas-forecasting-studio/

VMware Webinar: The Best Ways to Optimize Your WFH Experience with VMware (ภาษาไทย) [20 เม.ย. 2021 – 10.30น.]

ขอเชิญ CTO, CIO, IT Manager และผู้ดูแลระบบ IT เข้าร่วม Webinar ในหัวข้อเรื่อง “The Best Ways to Optimize Your WFH Experience with VMware โดย VMware” เพื่อรับชมแนวทางการบริหารจัดการอุปกรณ์ Endpoint ขององค์กร พร้อมส่งมอบประสบการณ์การทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาอย่างมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการผสานระบบ SD-WAN เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการทำงานจากระยะไกลให้กับธุรกิจองค์กรได้อย่างมั่นใจ ในวันอังคารที่ 20 เมษายน 2021 เวลา 10.30น. – 12.00น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: The Best Ways to Optimize Your WFH Experience with VMware โดย VMware
ผู้บรรยาย: คุณ Paanob Mahanarongchai, Senior Solution Engineer, VMware และคุณ Ausvin Intakanok, Sales Specialist for SD-WAN, VMware
วันเวลา: วันอังคารที่ 20 เมษายน 2021 เวลา 10.30น. – 12.00นซ
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

จากสถานการณ์ในปีที่ผ่านมา เราทุกคนพบว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกและปฏิวัติวิถีการทำงานของผู้คน ซึ่งทุกองค์กรจะต้องเผชิญหน้าและรับมือกับการเปลี่ยนแปลง การ WFH หรือการทำงานจากบ้านหรือจากที่ใดก็ตามเป็นโซลูชันมาตรฐานที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องมี

เมื่อมองไปข้างหน้า จะเห็นได้ว่าในอนาคตโซลูชันการทำงานย่อมมีการเปลี่ยนแปลงต่อไปอีกเรื่อย ๆ เพื่อ เชื่อมต่อ สร้างการเข้าถึง และ เพิ่มประสิทธิผลในการทำงานมากยิ่งขึ้น ในมุมมองของไอทีสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องเชื่อมเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ไร้ข้อจำกัด ไร้ขอบเขต และเป็นหนึ่งเดียว

แต่ในความเป็นจริง ในองค์กรมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในระบบหลากหลาย รวมไปถึงระบบปฏิบัติการต่าง ๆ และยังต้องคำนึงถึงนโยบายป้องกันความปลอดภัย และการเข้ารหัสอีกด้วย อันสร้างประสบการณ์เลวร้ายในการเข้าใช้งานให้กับพนักงานทั่วไป

VMware Workspace ONE® Unified Endpoint Management (UEM) จึงถูกออกแบบมาเพื่อรวมบริหารจัดการอุปกรณ์ mobility ต่าง ๆ ขององค์กรไว้ในคอนโซลเดียวเท่านั้น ลดความยุ่งยาก และความซับซ้อนในการดูแลระบบ นอกจากนี้ยังรองรับ Windows 10 ระบบปฏิบัติการที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยและข้อมูลบน workspace หรือการทำงาน WFH ในปัจจุบัน

ในหัวข้อนี้เราจะกล่าวถึงความสามารถของ Workspace ONE UEM ที่ทำงานร่วมกับของ Windows 10 ทำให้เกิดโซลูชันการจัดการที่ง่าย คุ้มค่า และสามารถทำ Desktop Lifecycle Management ได้อย่างครบวงจรผ่าน Cloud ทำให้สามารถควบคุมและบริหารจัดการอุปกรณ์ Desktop ที่ติดตั้งใช้งานอยู่ทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างครบถ้วน มั่นใจได้ในการทำ Patch และการบังคับใช้นโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยบนทุกอุปกรณ์ได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้การบรรยายยังครอบคลุมถึงเรื่องของ SD-WAN ที่คอยดูแลเรื่องของการเชื่อมต่อจาก ทุกที่ทุกเวลา ที่ต่อเนื่องจาก Workspace ONE เพื่อรองรับวิธีการเชื่อมต่อสําหรับโซลูชัน WFH ให้ครบวงจรมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทํางานให้กับพนักงานภายในขององค์กรที่พร้อมสําหรับยุค digital transformation

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://vmware.zoom.us/webinar/register/1516172673082/WN_n4psgqRNTpC6YQHJxwXKAA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-webinar-the-best-ways-to-optimize-your-wfh-experience-with-vmware/