คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_KNOWLEDGE

Gartner ชี้ 6 เทคโนโลยี IT ที่น่าลงทุนสำหรับการนำไปใช้ในปี 2022

Gartner ได้ออกมาเปิดเผยถึงเทคโนโลยีด้าน IT ที่คาดว่าน่าจะอยู่ในอันดับต้นๆของเทรนด์ที่องค์กรอาจจะลงทุนในปีหน้า 

Credit: ShutterStock.com

1.) Office-centric Network เมื่อวิถีการทำงานได้กระจายออกนอกออฟฟิศ องค์กรก็ย่อมต้องออกแบบและปรับปรุงโครงสร้างเครือข่ายใหม่ให้รองรับตามความต้องการ โดย Gartner คาดว่าในปี 2023 บริษัทที่สามารถใช้ประโยชน์ขององค์กรที่กระจายตัวการทำงาน จะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 25% ซึ่งเร็วกว่าคู่แข่งที่ไม่สามารถปรับตัวได้

2.) เครือข่ายต้องรองรับกับการใช้งานข้อมูล เพราะเมื่อ Data Fabric เข้ามาช่วยบูรณาการข้อมูลที่อยู่ในสถานที่ต่างๆได้แล้ว ดังนั้นอีกองค์ประกอบก็คือการปรับปรุงเครือข่ายใหม่ให้มีประสิทธิภาพรองรับกันได้

3.) cybersecurity mesh architecture (CSMA) เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจ โดยพูดถึงเรื่องการสร้าง Perimeter ล้อมรอบแต่ละส่วนของการเข้าถึง ต่างกับระบบการคุ้มกันเก่าที่มีแนวป้องกันเดียวล้อมรอบทั้งหมด ทั้งนี้ CSMA จะสามารถควบคุม Policy ได้แบบรวมศูนย์ สร้างการวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน แต่สามารถกระจายการบังคับใช้ในแต่ละบุคคลsinvบริการต่างๆได้ ด้วยมาตรการคนละระดับกัน ซึ่งคาดว่าในอนาคตอันใกล้(2024) CSMA จะมีส่วนช่วยลดผลกระทบความเสียหายทางตัวเลข เมื่อองค์กรเกิดเหตุ Security Incident ได้ถึง 90%

4.) ระบบอัตโนมัติ (Autonomic System) ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งอัลกอริทึมได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์เสริมจะช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในการทำงานได้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้เริ่มคุ้นชินกันในระบบ Security ที่ซับซ้อนแล้ว แต่กำลังจะเกิดในส่วนที่จับต้องได้เช่น หุ่นยนต์ โดรน เครื่องจักร และพื้นที่อัจฉริยะต่างๆ

5.) นิยามของ Hyperautomation คือวิธีการที่ช่วยให้องค์กรสามารถค้นหา คัดกรอง และทำให้กระบวนการเกิดความเป็นอัตโนมัติให้มากที่สุดด้วยเทคโนโลยี เช่น RPA, Low-code Application Platform (LCAP), AI และ Virtual Assistant ซึ่งคำนี้เริ่มโด่งดังขึ้นมาในไม่กี่ปีนี้ แต่ยังจะเป็นที่น่าลงทุนในปีหน้า เพราะสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพของงาน เร่งกระบวนการทำงาน และช่วยตัดสินใจได้ว่องไว

6.) AI ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในปี 2025 ข้อมูลที่เกิดโดย AI จะมีเพิ่มมากถึง 10% ของข้อมูลที่ถูกสร้างออกมา จากปัจจุบัน AI มีบทบาทการสร้างข้อมูลน้อยกว่า 1% เท่านั้น อย่างไรก็ดีวิศวกรด้าน AI ก็ยังเป็นตำแหน่งงานที่มีความต้องการสูง ซึ่ง Gartner คาดการณ์ว่าในปี 2025 องค์กรที่มีทีมด้าน AI จะสามารถสร้างคุณค่าได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่าเทียบกับ 90% ขององค์กรที่ไม่มีความพร้อมของทีม AI

อย่างไรก็ดียังมีแนวโน้มด้านอื่นที่ส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมของ IT ที่ Gartner คาดการณ์ไว้อีกเช่น

  • Gartner มองว่าแนวทางการ Lift&Shift แอปเก่าไปยังคลาวด์ ยังไม่ค่อยตอบโจทย์นัก ดังนั้นการสร้างแอปใหม่ในลักษณะของ Cloud-native น่าจะใช้การได้จริงและได้รับประโยชน์มากกว่า โดยในปี 2025 แพลตฟอร์มในลักษณะของ Cloud-native จะเป็นรากฐานของระบบดิจิทัลกว่า 95% จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 40%
  • Composable Application Architecture คือการที่แอปสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถแตกส่วนแอปออกไปแก้ปัญหาทางธุรกิจในมุมอื่นได้ หากสามารถทำได้ก็จะช่วยเพิ่มแต้มต่อในการแข่งขันด้านความเร็วในการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ได้กว่า 80%
  • Privacy-Enhancing Computation (PEC) มีความมุ่งหมายเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวข้อมูลสำคัญ โดยสามารถใช้งานข้อมูลอย่างไม่ละเมิดความคุ้มครองนี้ คาดว่าภายในปี 2025 องค์กรขนาดใหญ่กว่า 60% จะมีการประยุกต์ใช้เทคนิคด้าน PEC อย่างน้อย 1 ตัว
  • Total Experience (TX) คือการผสมผสานมุมมองทั้ง customer experience (CX), employee experience (EX), user experience (UX) และ multiexperience (MX) เพื่อตอบโจทย์ความมั่นใจของทั้งลูกค้า ผู้บริโภค ความพึงพอใจ ความซื่อสัตย์ และแรงสนับสนุน ให้สามารถนำไปสู่รายรับและผลกำไรที่เพิ่มขึ้น
  • Decision Intelligence หรือการตัดสินใจด้วยความเข้าใจอย่างมั่นใจ โดยสามารถรู้ชัดว่าผลลัพธ์ปลายทางที่ถูกคาดการณ์ไว้นี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และควรตัดสินใจทิศทางไหน รวมถึงต้องเปิดให้ปรับปรุงได้จากเสียงสะท้อน โดยภายใน 2 ปีข้างหน้า องค์กรใหญ่อย่างน้อยสามส่วนจะมีการพัฒนาใช้งานเรื่องนี้ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ท้ายที่สุดแล้ว Gartner ก็ยังยกปัญหาวนมาที่เรื่องของการขาดแคลนแรงงานด้านไอทีอยู่ดี แต่ถึงกระนั้นเองผู้มีอำนาจตัดสินใจในส่วนไอที ก็ยังไม่ได้หยุดยั้งการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพราะยังไงแล้วเป็นเรื่องที่จำเป็น โดย 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามในปีนี้มีแผนที่จะลงทุนในเทคโนโลยีกำเนิดใหม่ หากเทียบกับปี 2020 มีสัดส่วนผู้สนใจเพียง 29%

ที่มา : https://www.networkworld.com/article/3636972/gartner-top-strategic-technology-trends-for-2022.html และ https://intellectualpoint.com/what-is-cybersecurity-mesh/

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-predicts-6-interesting-it-technology-for-2022/

Gartner ออก Magic Quadrant ด้าน Meeting Solutions ปี 2021 – Microsoft, Cisco, Zoom ยังครองแชมป์

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกรายงาน Magic Quadrant ทางด้าน Meeting Solutions ประจำปี 2021 ผลปรากฏว่าผู้ครองตำแหน่ง Leader ยังคงเป็น 3 Vendors ดังจากปีก่อน ได้แก่ Microsoft, Cisco และ Zoom ตามมาด้วย Google, GoTo, Huawei และ Pexip ในตำแหน่ง Challengers

Gartner ได้ให้นิยาม Meeting Solutions ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการติดต่อประสานงาน (Collaboration Tools) ที่ช่วยสนับสนุนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีม การนำเสนอข้่อมูล การเรียนรู้ หรือ Webinars ที่น่าสนใจคือ Gartner เริ่มพบการประยุกต์ใช้งานแบบใหม่ เช่น การประชุมเทศบาลเมืองแบบออนไลน์ ห้องพิจารณาคดีแบบเสมือน การตรวจผู้ป่วยจากระยะไกล รวมไปถึงการใช้งานด้าน Banking แบบรีโมต เป็นต้น

Gartner ยังระบุอีกว่า องค์กรที่ซีเรียสเรื่องการใช้งานมาก มักจะแยกการใช้ Meeting Solutions ออกเป็นแบบไม่เป็นทางการ (ประชุมภายในทีมหรือโปรเจ็กต์) และแบบทางการ (การนำเสนอบุคคลภายนอก การอบรม หรือ Webinar ขนาดใหญ่) ส่งผลให้องค์กรเหล่านั้นมักเลือกใช้โซลูชันจาก Vendor มากกว่า 1 ราย

สำหรับผลการจัดอันดับ Magic Quadrant ด้าน Meeting Solutions ในปีนี้ Leaders ยังคงเป็น 3 รายจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ Microsoft, Cisco และ Zoom โดย Zoom ขึ้นแซง Cisco ในด้าน Ability of Execute ได้สำเร็จ เป็นรองเพียงแค่ Microsoft ในขณะที่ Zoom ยังคงยึดตำแหน่งอันดับหนึ่งด้าน Completeness of Vision ไว้ได้ ส่วนตำแหน่ง Challengers ประกอบด้วย Vendor 4 ราย คือ Google, GoTo, Huawei และ Pexip

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มของ Gartner ได้ผ่านช่องทางของ Zoom ที่ https://explore.zoom.us/en/gartner-meetings-2021/

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-magic-quadrant-for-meeting-solutions-2021/

[Guest Post] การ์ทเนอร์เผย 3 ธีมหลักเทคโนโลยีในวงจรเทคโนโลยีเกิดใหม่ปี 2564

บทความโดย นายไบรอัน เบิร์ค รองประธานฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์ อิงค์

 

สินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำซ้ำไม่ได้ (Nonfungible tokens – NFTs) มนุษย์ดิจิทัล (Digital Humans) และ Physics-Informed AI เข้ามาร่วมเป็น 25 เทคโนโลยีในวงจรเทคโนโลยีเกิดใหม่ของปีนี้

เมื่อต้นปีบริษัทรับจัดประมูลชั้นนำอย่าง “คริสตีส์” ได้เปิดประมูลผลงานชิ้นเอกสองชิ้น ซึ่งการประมูลครั้งนี้เปิดรับสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ด้วย พร้อมยังเสนอขายงานศิลปะที่สร้างสรรค์ด้วยดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยี nonfungible token (NFT)

ผลงานของศิลปินดิจิทัล “บีเพิล (Beeple)” สามารถขายได้สูงกว่า 69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท) ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการสร้างรายได้แบบใหม่ และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นระบบนิเวศดิจิทัลใหม่ทั้งหมด

NFT เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชนที่มีความเฉพาะตัวและเชื่อมโยงกับทรัพย์สินในโลกความเป็นจริง เช่น ศิลปะดิจิทัลหรือดนตรีดิจิทัล รวมถึงสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่จับต้องได้และแปลงเป็นเหรียญโทเคน อาทิ บ้านหรือรถยนต์ ในกรณีของผลงานศิลปะ เทคโนโลยี NFT จะตรวจสอบที่มา ความเป็นเจ้าของ และการเข้าถึง ซึ่ง NFTs จะใช้บล็อกเชนสาธารณะที่ไม่สามารถแก้ไขหรือดัดแปลงได้ ในเดือนที่ผ่านมาตลาดนี้มีมูลค่าสูงมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท)

ดาวน์โหลด: 2020-2022 Emerging Technology Roadmap for Large Enterprises

NFTs ยังเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในวงจรการพัฒนาเทคโนโลยีเกิดใหม่ของการท์เนอร์ในปี 2564 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีเทคโนโลยีสุดล้ำถึง 25 รายการที่จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งใหญ่ต่อการทำธุรกิจและสังคมในช่วงสองถึงสิบปีข้างหน้านี้

คลิกฟัง: Behind the Research: The Gartner Hype Cycle 

นายไบรอัน เบิร์ค รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์กล่าวว่า “มีเทคโนโลยีล้ำหน้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นความท้าทายแม้กระทั่งองค์กรที่เน้นนวัตกรรมเป็นหลัก ซึ่งการที่องค์กรต่าง ๆ มุ่งเน้นเรื่องการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ดิจิทัลหมายความว่าคุณต้องเร่งสปีดในการเปลี่ยนแปลงและก้าวข้ามผ่านเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงเหล่านี้ด้วย”

เทคโนโลยีต่าง ๆ ในปีนี้ นั้นได้รับการคัดเลือกโดยพิจารณาถึงศักยภาพในการสร้างประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง ภายใต้ 3 แกนหลัก ดังนี้:

  1. ความน่าเชื่อถือทางวิศวกรรม (Engineering trust)
  2. การเติบโตอย่างเร่งด่วน (Accelerating growth)
  3. การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปร่าง (Sculpting change)

ธีม 1: ความน่าเชื่อถือทางวิศวกรรม

ทีมไอทีในฐานะผู้นำการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ดิจิทัล พวกเขาจะต้องออกแบบและพัฒนาแกนหลักของธุรกิจให้เป็นที่มั่นใจให้ได้ ซึ่งต้องมีทั้งความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ และต้องสร้างขึ้นโดยยึดแนวทางปฏิบัติในด้านการทำงานที่สามารถทำซ้ำ พิสูจน์ ปรับขนาดได้ และมุ่งเน้นนวัตกรรม โดยแนวทางปฏิบัติเหล่านี้จะสร้างแกนหลักและรากฐานธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นสำหรับไอทีเพื่อส่งมอบคุณค่าทางธุรกิจต่อไป

ตัวอย่างเช่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบเรียลไทม์เป็นบริการหนึ่งที่ช่วยให้รับทราบสถานการณ์เกี่ยวกับองค์กรโดยรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยทั่วไปแล้ว องค์กรด้านความปลอดภัยแบบสาธารณะจะมีวิธีการเก็บรวบรวมฐานข้อมูล เซ็นเซอร์ วิดีโอ และมีระบบสื่อสารของตนสำหรับสร้างเป็นศูนย์บัญชาการฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม บริการนี้ยังช่วยลดความซับซ้อนของฟังก์ชันเรียลไทม์ของศูนย์บัญชาการ โดยเริ่มต้นมาจากการสร้างศูนย์เรียลไทม์ยุคใหม่เพื่อลดปัญหาด้านอาชญากรรม อย่างไรก็ดีมีรูปแบบการนำไปใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ นำไปใช้ในการจัดการไฟป่า ภัยธรรมชาติ กิจกรรมหรืองานพิเศษต่าง ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรับมือกับการแพร่ระบาด

ความท้าทายสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลทั้งหมด (อาทิ ข้อมูลพื้นฐาน วิทยุ IoT การแจ้งเตือนจำนวนมาก เครื่องอ่านป้ายทะเบียน และการติดตามตำแหน่งทางภูมิศาสตร์) มักเป็นของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ถึงอย่างไรศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ที่เป็นบริการนี้ยังสามารถปรับปรุงและพัฒนาเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้

อ่านเพิ่มเติมที่ Data Fabric Architecture is Key to Modernizing Data Management and Integration

เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่อยู่ในธีม “ความน่าเชื่อถือทางวิศวกรรม” ได้แก่ Sovereign Cloud, Homomorphic Encryption และ Data Fabric.

ธีม 2: การเติบโตอย่างเร่งด่วน (Accelerating growth)

หากแกนหลักธุรกิจมีความน่าเชื่อถือแล้ว ผู้นำไอทีและซีไอโอต้องมุ่งเน้นที่ความคิดริเริ่มใหม่ ๆ สำหรับใช้ขับเคลื่อนการเติบโตให้กับองค์กร นั่นคือการสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงทางเทคโนโลยีกับความเสี่ยงทางธุรกิจ และต้องสร้างความมั่นใจได้ว่าเป้าหมายการเติบโตขององค์กรยังคงเป็นไปได้และจะบรรลุผลสำเร็จตามแผน

ลองพิจารณาถึง มนุษย์ดิจิทัล (Digital Humans) ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้คนในแบบดิจิทัล โดยเทคโนโลยีนี้มอบโอกาสให้กับบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตและเปิดช่องทางหารายได้ใหม่ ๆ พวกเขาสามารถเป็นอวาตาร์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรืออินเทอร์เฟซผู้ใช้ในกระดานการสนทนา อาทิ แชทบ็อตหรือลำโพงอัจฉริยะ ซึ่งการโต้ตอบในลักษณะนี้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI โดยมีพฤติกรรมแบบเดียวกับมนุษย์ ซึ่งพัฒนามาจากเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง UI การสนทนา CGI และแอนิเมชั่น 3 มิติแบบเรียลไทม์อัตโนมัติ

มีรูปแบบการใช้งานเกิดขึ้นมากมายสำหรับเทคโนโลยีฮิวแมนนอยด์ในการฝึกอบรมของฝ่ายบุคคล การสื่อสาร การดูแลทางการแพทย์ และการบริการลูกค้า โควิด-19 ผลักดันศักยภาพของเทคโนโลยีและเปิดประสบการณ์ไร้สัมผัส เพื่อต่อสู้กับความโดดเดี่ยวทางด้านสังคมและการดูแลผู้สูงอายุ มนุษย์ดิจิทัลได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์สารคดี แสดงในงานประชุม และทำหน้าที่เป็นผู้มีอิทธิพลต่อแบรนด์ นอกเหนือจากเทคโนโลยีที่ยังพัฒนาไปไม่สุดแล้ว ยังมีอุปสรรคทางสังคมและความกังวลด้านจริยธรรมที่ฉุดรั้งและสร้างความท้าทายให้กับมนุษย์ดิจิทัล แต่ศักยภาพในการสร้างผลกระทบและความแตกต่างทางธุรกิจกำลังผลักดันให้บางองค์กรไล่ตามเทคโนโลยีนี้

เทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้ธีม “การเติบโตอย่างเร่งด่วน” ได้แก่ Multi-experience, Industry Cloud และ Quantum ML.

ธีม 3: การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปร่าง (Sculpting change)

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ กุญแจสำคัญคือเราต้องตระหนักถึงการหยุดชะงักและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับแต่งและจัดการกับสิ่งใดก็ตามที่อาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน โดยคุณต้องคาดการณ์และปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดความเสี่ยง

ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี Physics-Informed AI (PIAI) คือ AI ที่ใช้สร้างแบบจำลองทางกายภาพและทางวิทยาศาสตร์ได้ โดย PIAI ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในฐานะตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสำหรับการสร้างแบบจำลองในระบบที่มีความซับซ้อน เช่น ปัญหาด้านสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งยากต่อการสร้างแบบจำลองเมื่อพิจารณาจากรายละเอียด

อ่านเพิ่มเติม: How to Make AI Trustworthy

โมเดล AI ดิจิทัลแบบดั้งเดิมมีความสามารถในการปรับตัวที่จำกัด เนื่องจากไม่สามารถสรุปข้อมูลทั่วไปได้นอกเหนือจากข้อมูลที่ถูกป้อนและสอนมา PIAI สร้างรูปแบบการนำเสนอในบริบทของผลิตภัณฑ์ทางกายภาพที่เชื่อถือได้มากขึ้น โควิด-19 ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนของโมเดลธุรกิจที่เปราะบาง แต่ PIAI สร้างรูปแบบการนำเสนอในบริบทและนำเงื่อนไขต่าง ๆ มาปรับใช้เพื่อช่วยให้ระบบทำงานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างระบบที่ปรับเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างระบบจำลองการทำธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและปรับแต่งได้ โดยมีความน่าเชื่อถือสำหรับสถานการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ ในธีมนี้ ประกอบด้วย Composable Applications, Composable Networks และ Influence Engineering.

 

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-gartner-3-themes-surface-in-2021-hype-cycle-for-emerging-technologies/

เชิญร่วมงานสัมมนา The Future of IoT Home Innovation | 28 ต.ค. 11:00 น.

TP-Link ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “The Future of IoT Home Innovation” เพื่อเรียนรู้แนวทางการเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็น Smart Home พร้อมอัปเดตสินค้า IoT ใหม่ๆ ที่จะทำให้ชีวิตคุณก้าวล้ำยิ่งขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม เวลา 11:00 – 12:00 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: The Future of IoT Home Innovation
วัน: วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2021
เวลา: 11:00 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Webinar
ลิงก์ลงทะเบียน: https://forms.gle/aq7p7U3wstg15QrJ6

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • Basic Technologies of IoT
  • IoT Products Update
  • IoT Solutions
  • Basic Setup

หลังจากลงทะเบียนแล้วโปรดรอรับอีเมลยืนยันเพื่อใช้ในการเข้าดู Zoom อีกครั้ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @tplink

from:https://www.techtalkthai.com/tp-link-webinar-the-future-of-iot-home-innovation/

VRCOMM Webinar: วิเคราะห์หลักเกณฑ์การเก็บ Log ตาม พ.ร.บ.ฯ ปี 2564 กับ NetEvid

VRCOMM ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนา VRCOMM Webinar เรื่อง “วิเคราะห์หลักเกณฑ์การเก็บ Log ตาม พ.ร.บ.ฯ ปี 2564 กับ NetEvid” พร้อมแนะนำเครื่องมือและแนวทางปฏิบัติในการเก็บ Log ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ฯ ในวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 น. ผ่านทาง Live Webinar ฟรี

พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ Apple Watch Series 7, สิทธิ์การใช้ซอฟต์แวร์จัดเก็บ Log ตาม พ.ร.บ.ฯ ฟรี 1 เดือน และของรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 35,000 บาท

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: วิเคราะห์หลักเกณฑ์การเก็บ Log ตาม พ.ร.บ. ปี 2564 กับ NetEvid
ผู้บรรยาย: คุณนรวัฒน์ ขัดใจ Product Owner จาก NetEvid
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงก์ลงทะเบียน: https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_Q-HlROSCQTiiztROWtv-Tw

13 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ออกประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ของผู้ให้บริการ ปี 2564 ฉบับใหม่ และยกเลิกประกาศเดิมที่เริ่มบังคับใช้เมื่อปี 2550 ประกาศทั้ง 2 ฉบับนี้แตกต่างกันอย่างไร มีใครเกี่ยวข้อง ต้องเก็บข้อมูลอะไรและเก็บอย่างไร พบคำตอบได้ใน Webinar นี้

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • สรุปสาระ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ฉบับล่าสุด
  • ข้อแตกต่างระหว่างหลักเกณฑ์การเก็บ Log ปี 2564 และ 2550
  • แนะนำการเก็บ Log ตามหลักเกณฑ์ปี 2564 ได้แก่ ใครต้องเก็บ เก็บอะไร และเก็บอย่างไร
  • รู้จัก NetEvid ระบบจัดเก็บข้อมูล Log ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ

from:https://www.techtalkthai.com/vrcomm-webinar-log-collection-with-netevid/

NCSA ร่วมกับ Trend Micro เปิดอบรม Security Awareness เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านไซเบอร์ฟรี

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช. | NCSA) ร่วมกับ Trend Micro จัดอบรม “โครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาบุคลากรทางไซเบอร์” หลักสูตรเสริมสร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Build a Strong Security Awareness Program) ผู้ที่สนใจพัฒนาความรู้และทักษะสามารถลงทะเบียนเข้าอบรมได้ฟรี

พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าอบรมวันนี้เพื่อลุ้นรับ iPad Gen 9th (Wi-Fi) มูลค่า 11,400 บาท

วัตถุประสงค์ของกิจกรรมความร่วมมือ

  • เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ
  • เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเผยแพร่ความรู้ตลอดจนดำเนินการฝึกอบรม เพื่อการพัฒนา และยกระดับมาตรฐาน (Train-the-Trainer) บุคลากรด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ต่อไปในอนาคต
  • เพื่อนําความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการเสนอแนะและสนับสนุนในการจัดทำนโยบาย แผน และแผนปฏิบัติการ เพื่อให้มีการดำเนินการเชิงปฏิบัติการที่มีลักษณะบูรณาการ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และภัยคุกคามใหม่ ๆ

หลังจากที่โลกได้เปลี่ยนแปลงจากยุคของข้อมูลข่าวสารไปสู่ยุคไซเบอร์อย่างทุกวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) กำลังเป็นปัญหาสำคัญที่ท้าทายความสามารถของทุกประเทศและทุกภาคส่วนธุรกิจ เนื่องจากนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ถูกนำเข้ามาทดแทนเทคโนโลยีเดิทในอดีตเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจ การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตบนที่มีความยืดหยุ่นและสะดวกสบายขึ้น แต่กลับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณโดยเราแทบไม่รู้ตัว

นอกเหนือจากการมีเทคโนโลยีการป้องกันชั้นเลิศและกระบวนการภายในที่เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว หลักสูตรเสริมสร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Build a Strong Security Awareness Program) นี้ จะช่วยให้บุคลากรในองค์การของท่านได้มีความตระหนักรู้และเข้าใจในพฤติกรรมของอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cyber Crime) ที่มีการใช้เทคนิคใหม่ที่เพิ่มความสลับซับซ้อนยากต่อการตรวจจับ ผ่านช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายกว่าเก่า เพื่อจุดประสงค์ในการล้วงข้อมูลความลับส่วนบุคคล การก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ ยักยอกทรัพย์มากขึ้น และไม่ได้มีเป้าหมายเจาะระบบเครือข่ายธนาคาร หรือผู้ให้บริการธุรกรรมออนไลน์เหมือนในอดีตเพียงเท่านั้น แต่ได้เปลี่ยนเป้าหมายเป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตซึ่งเข้าถึงได้ง่ายกว่าแทน โดยอาศัยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้งานทั่วไป หรือใช้เครื่องมือหลอกลวงด้วยหลักการจิตวิทยาในสิ่งที่เหยื่อชอบ เพื่อที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนที่มีการเก็บข้อมูลสำคัญ และอาจส่งผลกระทบในวงกว้างหากถูกโจมตีจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้รู้เท่าทันและวางแผนในการรับมือกับภัยคุกคามแทางไซเบอร์ซึ่งมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ๆ ทุกวันได้อย่างทันท่วงที โดยในหลักสูตรนี้จะประกอบด้วยหัวข้อการอบรมดังต่อไปนี้

  1. สถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ล่าสุด
  2. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
  3. ภัยคุกคามและการโจมตีทางไซเบอร์ในปัจจุบัน
  4. การดูแลตัวเองให้มั่นคงปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

หลักสูตรเสริมสร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Build a Strong Security Awareness Program) แบ่งออกเป็น 2 หลักสูตรย่อย ได้แก่

หลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไป

  • อบรมวันที่ 28 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 – 17:00 น.
  • เหมาะสำหรับ IT Manager, Security Manager, SOC Manager, Security Engineer, System Engineer, IT Operations, บุคคลทั่วไปและผู้ที่สนใจด้านความมั่นคงปลอดภัย

หลักสูตรสำหรับผู้ฝึกสอน

  • ผู้ที่จบหลักสูตรนี้สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้กับหน่วยงานของท่านได้
  • ต้องเข้าร่วมหลักสูตรหลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไปมาก่อน
  • อบรมวันที่ 29 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 – 16:00 น.
  • เหมาะสำหรับ IT Manager, Security Manager, SOC Manager และ Security Engineer,

ท่านจะได้พบกับเนื้อหาที่เข้มข้น พร้อมแนวทางการปฏิบัติตนให้รอดพ้นจากอาชกรไซเบอร์ และแบบทดสอบเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจในแต่ละหัวข้อตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม หน่วยงานใดที่สนใจสามารถส่งรายชื่อและลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ได้ที่ https://forms.gle/gJvbt8BSao5thJvX7

หมายเหตุ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม และทุกท่านจะได้รับใบรับรองการอบรม (Participant Certificate)

from:https://www.techtalkthai.com/build-a-strong-security-awareness-program-with-ncsa-and-trend-micro/

[Guest Post] “โฟร์เกิ้ล” สตาร์ทอัพไทยคว้าเงินระดมทุนรอบ Seed Fund เดินหน้าเปิดตัวแพลตฟอร์มคอมมูนิตี้ยกระดับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ปลายปี 64

“โฟร์เกิ้ล” (Fourgle) บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โชว์ศักยภาพคว้าทุนรอบ Seed Fund จำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มคอมมูนิตี้รูปแบบใหม่ เชื่อมต่อผู้มีความสนใจเดียวกัน อินฟลูเอนเซอร์ ผู้ประกอบการ และแบรนด์ต่างๆ นำร่องเปิดตัว CookKlick (คุกคลิก) คอมมูนิตี้ของคนชอบทำอาหารและเบเกอรี่ เป็นชุมชนแรกพร้อมเตรียมขยายธุรกิจสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นผ่านการระดมทุนในระดับ Series A ภายในปี 65

ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท โฟร์เกิ้ล (ประเทศไทย) จำกัด สตาร์ทอัพผู้พัฒนา Community Content Platform เปิดเผยว่า โฟร์เกิ้ล” (Fourgle) ได้เริ่มการพัฒนาแอปพลิเคชันรูปแบบใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2021 ด้วยการใช้เทคโนโลยี Big data และ Machine Learning เป็นเทคโนโลยีหลัก ในการสร้างคอมมูนิตี้รูปแบบเชิงลึกหรือ Vertical Social Community ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากและประสบความสำเร็จจากการระดมทุนครั้งแรกรอบ Seed Fund จาก Angle Investor เป็นมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทฯมีมูลค่าหลังการระดมทุนกว่า 400 ล้านบาท

“สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้คนมีการสื่อสาร แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์เรื่องต่างๆ บนออนไลน์มากขึ้น มีการสร้างพื้นที่เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเกิดการสร้างคอมมูนิตี้ออนไลน์ในเรื่องต่างๆเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ข้อมูลในคอมมิวนิตี้ต่างเป็นข้อมูลเชิงลึก หลายคอนเท้นต์ที่เกิดขึ้นนับได้ว่ามีมูลค่าและความหลากหลายมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและธุรกิจ ไม่ว่าจะกระตุ้นการตัดสินใจ สร้างกระแสความนิยม ความรู้ความเข้าใจ ช่วยการสร้างแบรนด์ ตลอดจนช่วยกระตุ้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี”

Fourgle เป็นศูนย์รวมคอมมูนิตี้ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ในเชิงลึก การเป็นพื้นที่พูดคุย แหล่งรวมข้อมูลของความสนใจหัวข้อต่างๆ พร้อมให้ผู้คนคอนเน็คกันด้วยฟีเจอร์มากมาย นอกจากนั้นยังสามารถแลกเปลี่ยนไอเดียต่างๆ การเปิดประสบการณ์ใหม่จากการค้นหาข้อมูลและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสามารถต่อยอดสร้างรายได้จากการพัฒนาคอนเทนต์ภายในคอมมูนิตี้นั้นๆ ได้อีกด้วย

แอปพลิเคชัน Fourgle จะเริ่มต้นด้วยการสร้างคอมมูนิตี้สำหรับกลุ่มคนที่ชื่นชอบในการทำอาหารและเบเกอรี่เป็นคอมมูนิตี้แรก ภายใต้ชื่อ CookKlick (คุกคลิก) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงคอมมูนิตี้ให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านฟังก์ชั่นที่หลากหลายทั้งการสอบถามแลกเปลี่ยน การแบ่งปันไอเดีย ความรู้ และสูตรการทำอาหาร ตอบโจทย์ในการแชร์ข้อมูล คอนเทนต์ และข่าวสารที่น่าสนใจระหว่างผู้ใช้งาน รวมถึงเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างคนที่มีแพสชั่นเดียวกัน นักรีวิว มือสมัครเล่น อินฟลูเอนเซอร์ ผู้ประกอบการ และแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างครบวงจร ให้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ก่อนขยายไปยังคอมมูนิตี้ที่มีความชอบในด้านอื่นๆต่อไป ซึ่งทางบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Fourgle และพร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการ ภายในเดือนธันวาคมปี 2564 นี้

Fourgle มองเห็นถึงโอกาสในการต่อยอดและพัฒนาแอปพลิเคชันรูปแบบใหม่นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ New Gen ตลอดจนกระตุ้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องในคอมมูนิตี้นั้นๆ พร้อมมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างอินฟลูเอนเซอร์ในแต่ละคอมมูนิตี้ และกลุ่มผู้ก่อตั้ง โฟร์เกิ้ล ซึ่งเป็นทีมที่มีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพทั้งในประเทศไทยและซิลิคอนแวลลีย์

“เรามีความตั้งใจที่จะทำแพลตฟอร์มนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยตั้งเป้าหมายการระดมทุนใน Series A เพื่อเพิ่มศักยภาพของแพลตฟอร์มและขยายการให้บริการไปยังต่างประเทศในช่วงปลายปี 2565 นี้” ดร. อนุชิต กล่าวทิ้งท้าย

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-fourgle-thai-startup-secures-seed-funding/

Dynatrace Webinar: ทำ DevSecOps ให้ไหลลื่นด้วยการใช้ระบบ AI

Dynatrace ร่วมกับ DPM (Thailand) ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนา Dynatrace Webinar เรื่อง “ทำ DevSecOps ให้ไหลลื่นด้วยการใช้ระบบ AI” พร้อมอัปเดตความท้าทายและแนวทางปฏิบัติด้าน DevSecOps ล่าสุด ในวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 น. ผ่านทาง Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ทำ DevSecOps ให้ไหลลื่นด้วยการใช้ระบบ AI
ผู้บรรยาย: คุณสาธิต อู่พุฒินันท์ CTO จาก DPM (Thailand)
วันเวลา: วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงก์ลงทะเบียน: https://us06web.zoom.us/webinar/register/8516340344884/WN_Ec-x0HRDQlWQPSOyN8Arxw

ในขณะที่องค์กรต่างๆ เริ่มนำแนวคิด DevOps มาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มรอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และรักษาเสถียรภาพของระบบ อุตสาหกรรมก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ทำให้ต้องผสาน Security เข้าไปใน DevOps สู่การเป็น DevSecOps

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ

  • ความท้าทายของ DevOps และประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย
  • DevSecOps คืออะไร
  • การนำ DevSecOps มาใช้ในองค์กร
  • เทคโนโลยี AI ช่วยสนับสนุน DevSecOps ให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร

from:https://www.techtalkthai.com/dynatrace-webinar-improve-devsecops-with-ai/

Beryl 8 Plus Webinar: DRIVING A DATA CULTURE FOR OPTIMAL BUSINESS PERFORMANCE WITH TABLEAU BY BERYL 8 PLUS [26 Oct 2021]

Beryl 8 Plus ขอเชิญร่วมสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “การขับเคลื่อนข้อมูลเพื่อประสิทธิภาพทางธุรกิจสูงสุดด้วย Tableau จากเบริล 8 พลัส” ในวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2021 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : DRIVING A DATA CULTURE FOR OPTIMAL BUSINESS PERFORMANCE WITH TABLEAU BY BERYL 8 PLUS การขับเคลื่อนข้อมูลเพื่อประสิทธิภาพทางธุรกิจสูงสุดด้วย Tableau จากเบริล 8 พลัส

ผู้บรรยาย :

– คุณวศิน ศรีศุกรี ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขาย-Solution / บริษัท Beryl 8 Plus
– คุณสมุจจ์ ถนัดสร้าง ตำแหน่ง Enterprise Sales Lead / Tableau
– คุณปภัสรา ตันธนาทิพย์ชัย ตำแหน่ง Solution Engineer / Tableau

วันเวลา : วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2021 เวลา 14.00 – 15.30 น.

ภาษา : ไทย

ช่องทาง : Zoom Webinar

ลิงก์ลงทะเบียน : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_MNFYNSP2QSy9ah2Q9zfIaw

ในโลกของข้อมูลขนาดใหญ่ เครื่องมือและเทคโนโลยีการแสดงข้อมูลด้วยภาพ มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล Tableau ช่วยให้คุณแปลงข้อมูลเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปฏิบัติงานและตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก ด้วยการวิเคราะห์ภาพแบบไร้ขีดจำกัด และสร้างผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมต่อธุรกิจของคุณ ตั้งแต่องค์กรระดับโลกไปจนถึงสตาร์ทอัพระยะเริ่มต้นและธุรกิจขนาดเล็ก

from:https://www.techtalkthai.com/beryl-8-plus-webinar-driving-a-data-culture-for-optimal-business-performance-with-tableau-26-oct-2021/

AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now [11 พ.ย. 2021 @ 9.30น. – 16.00น.]

พลาดไม่ได้สำหรับธุรกิจองค์กรไทย กับการอัปเดตเทคโนโลยี 5G สำหรับภาคธุรกิจและภาครัฐที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในงาน AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now วันที่ 11 พฤศจิกายน 2021 เวลา 9.30น. – 16.00น. ที่จะพาทุกท่านไปเปิดโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจจากการมาของ 5G ที่สามารถประยุกต์ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างหลากหลาย

เตรียมธุรกิจของคุณให้พร้อมกับสนามแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีบนโครงข่าย 5G ที่จะทำให้ทุกนวัตกรรมถูกส่งไปถึงมือของผู้ใช้งานและบนทุกอุปกรณ์ได้แล้วในงาน Virtual Event ครั้งนี้!

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบกำหนดการ และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ดังนี้

AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now

วันที่: 11 พฤศจิกายน 2021
เวลา: 9.30น. – 16.00น.
รายละเอียดของงาน: https://www.zipeventapp.com/e/5G-for-Business-is-Now?ref=TTT
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย): https://www.zipeventapp.com/Event/Register/32A565DE-C656-4225-AABF-41BBC548D27E

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการบุกเบิกเทคโนโลยีทางด้าน 5G ที่รวดเร็วไม่แพ้ชาติอื่นๆ ในโลก และจุดนี้เองที่ถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ต่อยอดจากการมาของ 5G นี้ให้ได้รวดเร็วยิ่งกว่าใคร เพื่อขึ้นเป็นผู้นำในแต่ละหมวดหมู่อุตสาหกรรม และสามารถแข่งขันกับธุรกิจนานาชาติได้อย่างเข้มแข็ง

ด้วยเหตุนี้ ทีมงาน AIS Business ที่มีความพร้อมในการผลักดันสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้าน 5G ไปพร้อมกับธุรกิจองค์กรไทย จึงได้จัดงาน AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now ครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อให้เหล่าผู้นำของธุรกิจในอุตสาหกรรมที่หลากหลายซึ่งเป็นพันธมิตรกับ AIS ได้มาแบ่งปันวิสัยทัศน์และประสบการณ์ของการนำ 5G ไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของตนเอง ซึ่งล้วนเป็นกรณีที่เกิดขึ้นจริงหรือกำลังมีการคิดค้นวิจัยและพัฒนาอยู่ในประเทศไทย รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลจากธุรกิจระดับโลกที่ใช้ 5G นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่าง 5G และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับธุรกิจองค์กรไทย

กำหนดการ

ในงาน Virtual Event นี้ ทุกท่านจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี 5G กลุ่มอุตสาหกรรม และผู้บริหารองค์กรชั้นนำมากมายกว่า 25 ท่าน จากพันธมิตร 21 องค์กรกลุ่มธุรกิจ ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และองค์ความรู้ในประเด็นที่หลากหลายดังต่อไปนี้

9.30น. – 12.00น. Keynote

  • 5G for Business อัปเดตแนวโน้มและภาพรวมของการใช้งาน 5G ในภาคธุรกิจทั่วโลกและในประเทศไทย
  • Thailand and APAC 5G Readiness สรุปแนวโน้มในปัจจุบันและอนาคตของการใช้งาน 5G ในประเทศไทยและในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • AIS B2B 5G Platforms & Solutions รับชมโซลูชันจาก AIS Business ที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจองค์กรและภาครัฐสามารถเริ่มต้นใช้งาน 5G รองรับนวัตกรรมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

13.00น. – 16.00น. Breakout Sessions

Track 1

  • Adaptability to Digital Manufacturing Transformation ร่วมเรียนรู้ถึงวิสัยทัศน์ใหม่ที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย ในการนำนวัตกรรมการผลิตแบบดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจโรงงานและการผลิต ที่กำลังเกิดขึ้นจริงแล้วใน EEC
  • 5G Infrastructure for Industry 4.0 ทำความรู้จักกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของ 5G ที่จำเป็นต่อการใช้งานในภาคธุรกิจ, แนวคิด Cloud-to-Edge, การสร้าง 5G Smart Factory ด้วย MEC และแนวคิดของการผลิตอย่างยั่งยืนที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยมี 5G เป็นหัวใจสำคัญ

Track 2

  • Future Robotics and Automation for Thailand Industry 4.0 สรุปภาพของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จะต้องมีการใช้หุ่นยนต์และการทำงานแบบอัตโนมัติอัจฉริยะโดยมี 5G เป็นระบบโครงข่ายพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงการทำงานในโลกแห่งความเป็นจริงและการประมวลผลในโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน
  • 5G for Smart Manufacturing เปลี่ยนการผลิตให้เป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ด้วยการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในโรงงาน, การสร้างโรงงานอัจฉริยะที่ควบคุมการผลิตได้จากระยะไกล, การดูแลรักษาและบริหารจัดการโรงงานแบบดิจิทัล ไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงานแบบอัจฉริยะ

Track 3

  • Exploring the Future of 5G/IoT in Digitalizing Enterprises เจาะลึกกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมในยุค 5G ด้วยการนำ Internet of Things เข้ามาใช้ในภาคธุรกิจองค์กร สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นด้วยการผสมผสานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้าด้วยกัน
  • 5G IoT & Security กรณีศึกษาของการใช้งาน IoT ร่วมกับ 5G ที่เกิดขึ้นจริง, แนวคิด Digital Twin บนระบบ IoT, การสร้างความปลอดภัยให้กับพนักงานด้วย IoT, การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแห่งอนาคตในโลกยุค 5G และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบ IoT และเครื่องจักรต่างๆ ที่เชื่อมต่อเครือข่าย 5G

มาร่วมอัปเดตภาพปัจจุบันของการใช้งาน 5G ในธุรกิจไทย และวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นบน 5G ได้ในงาน AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now ครั้งนี้

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถทำการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีที่ https://www.zipeventapp.com/Event/Register/32A565DE-C656-4225-AABF-41BBC548D27E

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-virtual-event-5g-for-business-is-now/