คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_KNOWLEDGE

รายงานเผย จีนมีสิทธิบัตรด้าน Blockchain มากที่สุดในโลก สูงกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 3 เท่า

Nikkei ได้ออกมารายงานถึงผลการวิจัยจาก Astamuse แห่งญี่ปุ่น ถึงการยื่นจดสิทธิบัตรด้าน Blockchain ในอดีตที่ผ่านมาในช่วงปี 2009 – 2018 ซึ่งสหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และเยอรมนีนั้นได้ยื่นจดสิทธิบัตรรวมกันประมาณ 12,000 รายการ ซึ่งหากนับสิทธิบัตรจากจีนเพียงอย่างเดียวแล้ว ก็มีมากถึง 7,600 รายการหรือราวๆ 60% เลยทีเดียว

Credit: ShutterStock.com

ถัดจากจีนและสหรัฐอเมริกาที่มีส่วนแบ่งรวมกันราวๆ 80% ของสิทธิบัตรเหล่านี้แล้ว เกาหลีใต้นั้นมีการยื่นจดสิทธิบัตรด้วยกัน 1,150 รายการ ในขณะที่ญี่ปุ่นมีการยื่นจดอยู่ที่ 380 รายการ

อ้างอิงจากรายงานของ NGB นั้น Alibaba Group Holding ถือเป็นบริษัทที่มีการยื่นจดสิทธิบัตรมากที่สุดที่ 512 รายการ ตามมาด้วย nChain จากสหราชอาณาจักรที่มีการยื่นจดสิทธิบัตร 468 รายการ ในขณะที่ IBM นั้นมีสิทธิบัตรอยู่ที่ 248 รายการ

การผลักดันเทคโนโลยี Blockchain นี้ถือเป็นวาระแห่งชาติของจีนในการนำ Blockchain มาใช้เป็นศูนย์กลางของการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมีนักวิเคราะห์คาดว่าจีนนั้นอาจมีแผนเปิดตัว Digital Currency ในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา: https://cointelegraph.com/news/with-7-600-blockchain-patent-applications-chinese-firms-far-outpace-us

from:https://www.techtalkthai.com/chinese-has-the-most-blockchain-patent-with-alibaba-leads-the-group/

CEBIT ASEAN Thailand 2019 ที่สุดของเวทีด้านธุรกิจไอทีและดิจิทัลเพื่อ SMEs

กรุงเทพฯ วันที่ 13 พ.ย. 62 – บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัดประกาศความพร้อมจัดงาน CEBIT ASEAN Thailand 2019 เวทีแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ พร้อมสัมมนาให้ความรู้ ด้านไอทีและดิจิทัลที่ครบครันที่สุด ตอบโจทย์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในยุคดิจิทัล โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2562 ณ อาคาร 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลทำให้ธุรกิจเกิดการหยุดชะงัก รวมไปถึงธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน ดังนั้นผู้ประกอบการจึงมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจโดยการใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างความเติบโตและยั่งยืนให้กับธุรกิจโดย 60% ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภูมิภาคอาเซียนมีความสนใจในการลงทุนด้านเทคโนโลยี ในขณะที่ 73% ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยให้ความสนใจในการลงทุนด้านเทคโนโลยีในระดับต้นๆ ดังนั้นแนวคิดการพัฒนาธุรกิจแนวใหม่เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ จำเป็นต้องมีนวัตกรรมและกลยุทธ์การดำเนินการที่ดีขึ้น และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ CEBIT ASEAN Thailand 2019 มุ่งเน้นการจัดงานไปตามความต้องการด้านเทคโนโลยีของเอสเอ็มอีเพื่อพัฒนาธุรกิจ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า “ปัจจุบันนี้ประชากรในประเทศไทยมีประมาณ 69 ล้านคน มีผู้ใช้มือถือประมาณ 92 ล้านเครื่อง สัดส่วนของการใช้มือถือเทียบเป็น 133% ของจำนวนประชากร และมีผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตกว่า 57 ล้านคน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมธุรกิจที่เกี่ยวกับดิจิทัลเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตค่อนข้างสูง และมีความสำคัญค่อนข้างมาก สำนักงานนวัตกรรแห่งชาติจึงส่งเสริมผู้ประกอบการในกลุ่มสตาร์ทอัพกับกลุ่มผู้ให้บริการ โดยมีการฝึกอบรม *NIA Academy ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาทักษะองค์ความรู้* เปลี่ยนแปลงแนวความคิดและนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจในยุคดิจิทัล และยังมีทุนสนับสนุนโครงการต่างๆ ของผู้ประกอบการที่ 75% ของโครงการ แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท รวมถึงให้การสนับสนุนการจัดงาน CEBIT ASEAN Thailand 2019 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทำให้คนไทยได้เห็นสิ่งต่างๆ มากขึ้น และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายในเรื่องการจัดงานเกี่ยวกับเทคในโลยีและนวัตกรรมที่ไม่น้อยหน้าชาติอื่นๆ ในเอเชีย”

นายวรพจน์ ประสานพานิช หัวหน้าส่วนนโยบายและแผนรายสาขาและพื้นที่ ฝ่ายนโยบายและแผนส่งเสริม SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า “ในยุค Digital Transformation การใช้เทคโนโลยีแทบจะเป็นลมหายใจของเรา ในประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs ประมาณ 3,000,000 ราย แต่การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ในธุรกิจมีไม่ถึง 1,000,000 ราย กลุ่มที่ยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่อาจจะมีสถานประกอบการที่เล็กมากๆ สสว.จึงพยายามมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในการปรับใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น อาทิ เปลี่ยนจากการเปิดหน้าร้านแบบออฟไลน์ ให้ขึ้นมาอยู่บนออนไลน์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการขยายตลาดและมียอดขายมากขึ้น ซึ่งงาน CEBIT ASEAN Thailand ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีความสำคัญอย่างมากต่อผู้ประกอบการ SMEs ไทย เพราะงานนี้จะเป็นแหล่งรวบรวมโซลูชั่นที่สามารถเป็นตัวช่วยพัฒนาธุรกิจให้ผู้ประกอบการ SMEs มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจและช่วยส่งเสริมด้านการขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิผล”

พบกับหลากหลายโซลูชั่นส์เพื่อเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการขนาดใหญ่ได้ใน CEBIT ASEAN Thailand 2019

CEBIT ASEAN Thailand 2019 งานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ธุรกิจสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี และบริษัทขนาดใหญ่ พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ความรู้สำหรับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อขยายธุรกิจและเสริมสร้างความรู้ โดยได้รวบรวม 200 บริษัทชั้นนำ อาทิ บริษัท เซค คอนซัลท์ (ไทยแลนด์) จํากัด บริษัท พันธวณิช จํากัด บริษัท เอเอ็มแอ็ล ซีสเต็มส์ จำกัด บริษัท เดต้า ว้าว จำกัด บริษัท โกไฟว์ จํากัด บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จํากัด (มหาชน) บริษัท ฮิวแมนไนซ์ จำกัด และเมเนจเอ็นจิ้น เป็นต้น พร้อมทั้งผู้ประกอบการจาก 12 ประเทศ คลอบคลุมด้านโซลูชั่นส์ทางธุรกิจ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ดาต้าและคลาวด์ สมาร์ทโซลูชั่นส์และไอโอที รวมไปถึงสตาร์ทอัพมาจัดแสดงสินค้าภายในงานฯ

นางสาวอัญชลี โตวรรณสูตร ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท พันธวณิช จำกัด กล่าวเสริม “พันธวณิชเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ที่จะช่วยให้ลูกค้าเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดและนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยเริ่มจากการนำขั้นตอนการจัดซื้อให้อยู่บนระบบ จัดเก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง และสนับสนุนให้เกิดความโปร่งใสในองค์กร พร้อมจะนำระบบนี้ไปจัดแสดงในงาน CEBIT ASEAN Thailand 2019”

กิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน CEBIT ASEAN Thailand 2019

• แนวคิดการจัดการนวัตกรรมเพื่อพัฒนาธุรกิจแนวใหม่ในยุคดิจิทัลป่วนเมือง โดย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย
• ระบบอัจฉริยะสำหรับโรงงาน: กระบวนการใช้ IoT ในโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดย สมาคมสมองกลฝังตัวไทย
• แนวโน้มและโอกาสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการพัฒนาระดับโลก ส่งผลกระทบต่อระดับภูมิภาคหรือไม่? โดย สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย
• เวิร์คช็อป: Chatbot สำหรับ SME จาก สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย
• แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์บล็อกเชน โดย สมาคมไทยบล็อกเชน
• CEBIT x Tech Talk Thai Conference โดยมีกูรูชั้นนำด้านเทคโนโลยีกว่า 15 รายเข้าร่วม อาทิ Amazon Web Services, Bitdefender, Eaton, HPE Aruba, IBM, Netka, Nutanix, Oracle, Trinity Roots และ UiPath เป็นต้น
• SME Clinic โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP และเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ที่พร้อมให้คำปรึกษาการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อพัฒนากระบวนการดำเนินการทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ

สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่ https://cebitasean.com/visitor-registration
ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ 02-833-6336 หรืออีเมล info@cebitasean.com และสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.cebitasean.com

*ที่มา EY, ASEAN small and medium enterprises to invest more in technology to boost business performance and The Nation Thailand, Thai SMEs most tech-savvy in Asean: study

from:https://www.techtalkthai.com/cebit-asean-thailand-2019-for-enterprise-and-sme/

เผย Alibaba Cloud ทำลายสถิติการประมวผลสำหรับ E-Commerce หลายรายการในเทศกาล 11.11 ปี 2019

ถึงแม้ข่าวคราวเรื่องยอดขายของ Alibaba ในช่วงเทศกาล 11.11 ประจำปี 2019 จะน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แต่ข่าวด้านการทำลายสถิติของ Alibaba Cloud ซึ่งเป็นเบื้องหลังให้กับระบบ E-Commerce ของ Alibaba เองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน และทาง Alibaba Cloud ก็ได้ออกมาเผยตัวเลขสถิติเหล่านั้นของปี 2019 แล้วดังนี้

Credit: ShutterStock.com
  • Alibaba Cloud ได้ประมวลผลผล Gross Merchandise Volume (GMV) มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราวๆ 30,000 ล้านบาทภายในเวลาเพียงแค่ 68 วินาที, 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราวๆ 300,000 ล้านบาทภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที และ 38,400 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราวๆ 1.152 ล้านล้านบาทภายในเวลา 24 ชั่วโมง โดยไม่มี Downtime ของระบบเกิดขึ้นเลย
  • ระบบทั้งหมดถูกรองรับอยู่บนสถาปัตยกรรม X-Dragon รุ่นที่ 3 ซึ่งมีการใช้งานทั้ง Elastic Bare Metal Server ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ 20% ร่วมกับ Virtual Machine ภายในระบบเดียวกัน
  • Apsara Operating System ของ Alibaba Cloud ได้ประมวลผลข้อมูลไปกว่า 970PB และรองรับคำสั่งซื้อสูงสุดที่ 544,000 รายการต่อวินาที เป็นการทำลายสถิติของ 11.11 ไปอีกประเด็น
  • POLARDB ระบบฐานข้อมูลของ Alibaba Cloud สนับสนุนการขายสูงสุดที่ 87 ล้าน Request/s เป็นอีกรายการที่ได้ทำลายสถิติไป
  • ด้วยการใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวและ Deep-Water Cooling ทำให้การใช้พลังงานต่อทุกๆ 10,000 E-Commerce Transaction สามารถลดลงเหลือ 2kWh ได้ ทำให้ในภาพรวมแล้ว Data Center ใช้พลังงานน้อยกว่าปีก่อนหน้าถึง 70% ประหยัดพลังงานไปมากถึง 200,000 kWh สำหรับเทศกาล 11.11 ในปีนี้
  • ร้านบน Tmall นับหลายพันร้านได้รับการอัปเกรดให้ไปใช้ Tmall Flagship Store 2.0 ก่อนเทศกาล 11.11 จะมาถึง ซึ่งมี 3D Taobao Avatar ให้ใช้เพื่อให้ลูกค้าสามารถลองเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับได้ทันที ทำให้มียอดขายสูงขึ้นมากกว่า 20% จากปีก่อนสำหรับ 1,167 ร้านที่เป็น Key Brand Flagship Store
  • Alime Shop Assistant ระบบ Chatbot ที่พัฒนาโดยเทคโนโลยี Machine Learning จาก Alibaba DAMO Academy ได้ทำหน้าที่ตอบรับลูกค้ากว่า 97% ของ Taobao และ Tmall ในเทศกาล 11.11 และมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่นการตอบคำถามที่เกิดขึ้นระหว่าง Live Broadcast, การอ่านเนื้อหาจากรูปภาพและนำข้อมูลนั้นมาใช้ตอบลูกค้า โดยสนับสนุนการใช้งานใน 11 ภาษา
  • ฟังก์ชันการแปลภาษาของ Alibaba ถูกใช้งาน 1,660 ล้านครั้ง นับเป็นการแปลคำศัพท์ด้วยกันมากกว่า 200,000 ล้านคำ
  • การขายที่เกิดขึ้นระหว่างการทำ Taobao Live นั้นมีมูลค่าสูงเกือบ 2,800 ล้านเหรียญหรือราวๆ 84,000 ล้านบาท โดยกว่าครึ่งของร้านค้าที่ขายเครื่องสำอาง, เสื้อผ้า, อาหาร, รถยนต์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นเลือกใช้ช่องทาง Taobao Live ในขณะที่ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านมียอดขายสูงขึ้นด้วยวิธีการนี้ถึง 400%
  • ด้วย Framework ใหม่สำหรับการรับส่งข้อมูลเสียงและภาพบน Alibaba Cloud ก็ทำให้ Network Latency ลดลงเหลือ 1.5 วินาทีจากเดิมที่เคยสูงถึง 5-7 วินาที และระบบ Voice AI ก็สามารถระบุถึงผลิตภัณฑ์ที่กำลังถูกกล่าวถึงขณะ Live ได้อย่างแม่นยำ ทำให้การขายเกิดได้ง่ายขึ้น
  • การสั่งซื้อสินค้ามากกว่า 1 ล้านรายการนั้นเกิดขึ้นผ่านการสั่งการด้วยเสียงจาก Tmall Genie ซึ่งเป็น Smart Speaker ที่ Alibaba AI Labs พัฒนาขึ้นมา เป็นสัญญาณว่าการสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียงกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ลูกค้าชาวจีน

ก็ถือเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจกับเบื้องหลังของระบบ Alibaba Cloud ในครั้งนี้ ว่า AI และเทคโนโลยีต่างๆ ก็ได้เข้ามามีบทบาทในระบบ E-Commerce มากขึ้นทุกวัน และส่งผลให้เกิดยอดขายปริมาณมหาศาลขึ้น และก็เป็นโจทย์ของคน IT ที่จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และจัดเตรียมทรัพยากรการประมวลผลให้เพียงพอในงบประมาณที่จำกัดให้ได้

ที่มา: https://www.businesswire.com/news/home/20191119005400/en/Alibaba-Cloud-Powered-1B-GMV-68-Seconds

from:https://www.techtalkthai.com/alibaba-cloud-announces-record-breaking-for-11-11-in-2019/

ARUBA แจกฟรี คู่มือการออกแบบ LAN/WLAN สำหรับผู้ใช้งาน 500 คน ฉบับปี 2019

Aruba Networks ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยสำหรับองค์กร ได้ออกเอกสาร ARUBA CAMPUS FOR MIDSIZE NETWORKS: Design & Deployment Guide เพื่อเป็นแนวทางให้แก่เหล่า IT Manager, Network Engineer และผู้ดูแลระบบ IT ในการออกแบบระบบเครือข่ายที่มีผู้ใช้งานจำนวนไม่เกิน 500 คน โดยมีรายละเอียดและวิธีการโหลดเอกสารฟรีๆ ดังนี้

เอกสารฉบับนี้มีความยาว 103 หน้า โดยเนื้อหาจะครอบคลุมไปถึงแนวทางการออกแบบระบบเครือข่ายทั้งในส่วนของ LAN และ Wireless LAN โดยออกแบบให้ระบบทั้งสองสามารถทำงานร่วมกัน, บริหารจัดการร่วมกัน และควบคุมนโยบายการเชื่อมต่อเข้าถึงระบบเครือข่ายของผู้ใช้งานร่วมกันได้

ไม่เพียงแต่ในเชิงการออกแบบเครือข่ายในด้านของการเชื่อมต่อและความเร็วเท่านั้น ในรายงานฉบับนี้ยังคงลงลึกไปถึงการออกแบบด้านการทำ Failover ให้กับอุปกรณ์เครือข่าย, การเลือกใช้ Protocol ต่างๆ ให้เหมาะสมกับระบบเครือข่าย, การทำ Link Aggregation, การทำ Routing และการออกแบบ Redundancy ให้กับเส้นทางการรับส่งข้อมูลภายในระบบเครือข่าย

อย่างไรก็ดี เอกสารฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นมาในช่วงเดือนสิงหาคม 2019 และยังคงอ้างอิงกับเทคโนโลยี WiFi 5 หรือมาตรฐาน 802.11ac Wave 2 อยู่ ดังนั้นผู้ที่อ่านอาจจะต้องมีการประยุกต์เล็กน้อยเพื่อให้คู่มือฉบับนี้สามารถใช้งานกับ WiFi 6 หรือมาตรฐาน 802.11ax ได้

ผู้ที่สนใจสามารถโหลดเอกสารได้ด้วยการกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้ https://go.techtalkthai.com/2019/11/aruba-free-500-users-network-design-guideline-2019/

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-free-lan-wlan-design-guideline-for-500-users-in-2019/

Cisco ออกรายงาน Cisco 2020 Global Networking Trends Report ฉบับล่าสุด

Cisco ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเครือข่ายและ Data Center ชั้นนำของโลก ออกราย Cisco 2020 Global Networking Trends Report ฉบับล่าสุดฉบับล่าสุด โดยสำรวจ IT Leaders และ Network Strategists รวมกว่า 2,000 คนเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนด้านเครือข่ายในปี 2020 พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

รายงานระบุว่า การเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจกลายเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่งของฝั่ง IT โดยมีเทคโนโลยี Intent-based Networking และ AI เป็นตัวแปรสำคัญเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้ IT Leaders ยังคาดการณ์ว่า เทคโนโลยี Wireless, AI และ IoT ใหม่เข้ามาพลิกโฉมระบบเครือข่ายในอีก 5 ปีข้างหน้านี้

ผลสำรวจอื่นที่น่าสนใจ ได้แก่

  • Intent-based Networking กำลังมาแรง ต่อยอดจากพื้นฐานโครงสร้างของ Software-defined Networking
  • IT Leader และ Strategists พร้อมที่จะทำเทคโนโลยี AI และ Automation เข้ามาประยุกต์ใช้ในระบบเครือข่าย
  • IT Operations ยังดิ้นรนเปลี่ยนจาก Reactive ไปเป็น Proactive ทำไมยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเชิงธุรกิจได้มากนัก
  • ทักษะด้านเครือข่ายไม่ใช่ประเด็นที่ต้องกังวล เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่เชื่อมั่นใจความสามารถของทีม IT ของตนและมีการเตรียมตัวสำหรับตอบรับความท้าทายในอนาคตเป็นอย่างดี

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่: https://www.cisco.com/c/m/en_us/solutions/enterprise-networks/networking-report.html

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-2020-global-networking-trends-report/

5 ประเด็นที่น่าสนใจจากรายงาน Fortinet Threat Landscape ประจำ Q3 2019

FortiGuard Labs ทีม Threat Intelligence ของ Fortinet ได้ออกรายงาน Fortinet Threat Landscape ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2019 โดยเก็บข้อมูล Threat Events หลายพันล้านรายการจาก Network Sensor ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งสามารถสรุปประเด็นที่น่าสนใจได้ 5 ข้อ ดังนี้

1. แฮ็กเกอร์มุ่งโจมตี Edge Services

มากกว่า 90% ของมัลแวร์มาทางอีเมล ส่งผลให้องค์กรอบรมพนักงานให้มีความรู้ด้าน Email Phishing และใช้โซลูชัน Email Security มากขึ้น ทำให้แฮ็กเกอร์เริ่มหันไปโฟกัสการโจมตีที่จุดอื่นที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจแทน หน่ึงในที่นิยมคือ Edge Services เพื่อใช้เป็นช่องทางส่งมัลแวร์เข้าระบบเครือข่ายต่อไป

2. Adblocker ถูกใช้เพื่อบายพาสสู่เว็บไซต์ของแฮ็กเกอร์

Adblocker เป็น Browser Extension สำหรับทำ Content Filtering และบล็อกโฆษณาต่างๆ ซึ่งสามารถใส่ Whitelists สำหรับเว็บโฆษณาที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว อย่างไรก็ตาม พบว่าแฮ็กเกอร์ได้เจาะระบบ Adblocker เหล่านี้เพื่อใส่เว็บของตนลงไปใน Whitelists ส่งผลให้สามารถลอบส่งโฆษณาที่แฝงมัลแวร์หรือส่งผู้ใช้ไปยัง Phishing Web ได้

3. Ransomware as a Service ใหม่ๆ พบบน Dark Web มากขึ้น

ปีที่ผ่านมา GrandCrap Ransomware และบริการ Ransomware as a Service (RaaS) ได้ทำเงินไปกว่า $2,000 ล้านแก่แฮ็กเกอร์ ส่งผลให้ Ransomware หลายตัว เช่น Sodinokibi และ Nemty ถูกปรับมาให้บริการแบบ RaaS มากขึ้น

4. Emotet Banking Trojan เริ่มให้บริการแบบ Malware as a Service

เช่นเดียวกับ Ransomware มัลแวร์ Emotet ซึ่งเป็น Banking Trojan ชื่อดังก็ถูกปรับไปใช้โมเดล Malware as a Service พร้อมเพิ่มความสามารถในการส่ง Malicioud Payload เข้าไปในระบบเครือข่าย เช่น Trickbot Trojan, Ryuk Ransomware และอื่นๆ นอกจากนี้ Emotet ยังถููกแพร่กระจายผ่านทางการโจมตีแบบ Phishing อีกด้วย

5. การโจมตีเก่าๆ ยังเป็นที่นิยม

ในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมานี้ FortiGuard Labs พบความพยายามในการโจมตีช่องโหว่เก่าๆ เช่น ปี 2007 มากการโจมตีผ่านช่องโหว่ใหม่ในปี 2018 และ 2019 รวมกัน แสดงให้เห็นว่ายังคงมีหลายองค์กรที่ไม่เคยแพตช์ช่องโหว่เลย แม้ว่าช่องโหว่เหล่านั้นจะมีอายุนานมากแล้วก็ตาม

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.fortinet.com/blog/threat-research/fortinet-q3-threat-landscape-report.html

ที่มา: Fortinet Thailand User Group

from:https://www.techtalkthai.com/5-key-messages-from-fortinet-threat-landscape-q3-2019/

Oracle กับการลดแรงกระแทกของธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ในภาวะสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ บริษัทต่างต้องรัดเข็มขัดลดการใช้จ่ายต่างๆ ที่มากเกินควร ซึ่งวันนี้ทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์คุณทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการของ Oracle ประเทศไทย ที่จะมาเล่าให้ฟังถึงการที่ Oracle จะสามารถเข้าไปช่วยธุรกิจต่างๆ ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในยามภาวะคับขันเพราะยังไงเสีย ธุรกิจก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

คุณทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการของ Oracle ประเทศไทย

หากยังนึกไม่ออกว่า Oracle อยู่ในส่วนไหนบ้างของธุรกิจ บอกได้เลยว่า Oracle สามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้แบบ Full-stack เช่น ระบบ POS, Cloud Infrastructure, ERP, HR Payment, Supply Chain, Banking หรือ Retail และอื่นๆ ทั้งนี้ปัจจุบันได้เน้นใช้ AI เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจ รวมถึงได้เข้าซื้อ Cloud ERP ภายในชื่อ Oracle Netsuite เข้ามาเพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถใช้ได้ในราคาเพียงแค่หลักหมื่นต่อเดือนเท่านั้น

คุณทวีศักดิ์ได้ยกตัวอย่างถึง Use Case ที่ Oracle จะสามารถเข้าไปสร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจประเภทต่างๆ ได้ดังนี้

  • ERP – การผนวกเทคโนโลยี ERP เข้ากับ AI ที่ Oracle ได้นำเสนอซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญและลดขั้นตอนการทำงานเช่น พนักงานเข้าใหม่ไม่ต้องมาศึกษาใหม่มากมายเพราะได้ AI เตรียมข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ หรือแนะนำให้แผนกจัดซื้อสามารถคาดการณ์ได้ทันทีว่าหากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายต้องใช้ Supplier เจ้าไหนเท่าไหร่จากเดิมที่ต้องมารีวิวเอกสารมากมาย
  • HR – ปกติแล้ว HR ในบริษัทมักมีงานล้นมืออยู่แล้ว โดย Machine Learning ในซอฟต์แวร์ด้าน HR ของ Oracle จะสามารถเข้ามาลดเวลาในการทำ Talent Review ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากมีปัจจัยที่บ่งบอกว่าพนักงานกำลังไม่โอเคกับงานที่ทำอยู่จะมีการแจ้งเตือน HR เพื่อเข้าจัดการปัญหาก่อนจะเสียพนักงานทรงคุณค่าไป โดยปัจจัยเช่น บ้านไกลและไม่เข้าประชุมบ่อยครั้ง ไม่ร่วมกิจกรรมขององค์กรอาจบ่งชี้ถึงสถานการณ์ที่เปราะบางได้
  • Autonomous Database – Oracle ได้นำนวัตกรรม Autonomous Database มาให้ลูกค้าใช้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ก็เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในยุคที่ทุกอย่างรวดเร็วไปหมดและเป็นการเพิ่ม User Experience  ยกตัวอย่างเช่น ปั๊มน้ำมัน PT, Forth Corporation ที่เป็นผู้ให้บริการตู้บุญเติม และประกันชีวิตที่ปรับเปลี่ยนได้แบบ Real-time ซึ่งเบื้องหลังนั้นมี Autonomous Database เป็นพื้นฐานทั้งสิ้น

นี่เป็นเพียงแค่ use case เล็กน้อยที่ทางคุณทวีศักดิ์ได้ยกตัวอย่างให้เราเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของ Oracle จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือธุรกิจในยามที่ภาวะเศรษฐกิจผันผวนได้อย่างไร ในวาระเดียวกันนี้ยังได้มีการอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ของ Oracle ที่เพิ่งได้ประกาศออกมาในงาน Open World โดยไฮไลต์ที่สำคัญคือเรื่องของแผนขยาย Cloud ของตนให้ครบ 36 แห่ง Exadata x8M Autonomous Linux และการประกาศความร่วมมือกับ Microsoft ให้ Azure คุยกับ Oracle Cloud ได้ รวมถึงพัฒนา User Experience ในการใช้บริการต่างๆ ให้ง่ายขึ้น

อีกการประกาศหนึ่งที่น่าสนใจคือการประกาศบริการ Cloud ให้ใช้งานได้ฟรีตลอดชีพ! เพื่อเอาใจนักพัฒนา นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจทั่วไป ให้เข้ามาใช้งานกัน โดยสเป็คที่ Oracle ให้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียวตามรูปด้านบน แต่บริการนอกเหนือจากนี้ก็ยังทดลองให้ได้ถึง 30 วัน โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนใช้กันได้ที่นี่

from:https://www.techtalkthai.com/how-oracle-can-support-thai-business-in-slow-down-economy/