คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_KNOWLEDGE

Kali linux 2020.1 ออกแล้ว

Offensive Security ได้ประกาศออก Kali linux 2020.1 แล้ว โดยมีการอัปเดตความสามารถใหม่หลายด้านเพิ่มเติมจาก 2019.4 ที่ผ่านมา

อัปเดตใหม่มีดังนี้

  • มี Image สำหรับติดตั้งตัวเดียวที่ใช้ได้กับทุก Desktop Environment เช่น Xfce, GNOME, KDE, MATE หรือ LXDE โดยในระหว่างการติดตั้งจะเปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกเครื่องมือและ Desktop ที่ต้องการได้
  • ปรับ Default Account เป็น non-root user จากเมื่อก่อนที่จะมี Root เป็น Default User โดยทีมงานสังเกตว่ามีผู้ใช้จำนวนมากนำ Kali linux ไปใช้เป็น OS หลักและไม่ได้ใช้ Default Root จึงสรุปว่าไม่ต้องมีก็ได้ ประกอบกับเครื่องมือด้านความมั่นคงปลอดภัยจำนวนมากตอนนี้ไม่ต้องอาศัย Root เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์แล้วด้วย
  • NetHunter (Penetration tool for Android) สามารถรันบน Android โดยที่ไม่ต้อง Root เครื่องได้แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ WiFi Injection และ HID Attack และอื่นๆ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่
  • ปรับปรุงโหมด Undercover หรือโหมดเลียนแบบหน้าตาของ Windows 10 ซึ่งออกมาในเวอร์ชัน 2019.4 ให้มีความเนียนมากขึ้น 

ผู้สนใจสามารถติดตามฟีเจอร์ทั้งหมดได้ที่นี่

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/security/kali-linux-adds-single-installer-image-default-non-root-user/

from:https://www.techtalkthai.com/kali-linux-2020-1-has-been-released/

สัมภาษณ์ GMM CJ O Shopping กับระบบ e-Commerce ที่ห้ามล่ม บน Enterprise Cloud ของ Cloud HM

ระบบ e-Commerce ถือเป็นธุรกิจหลักในตลาด IT ที่ผู้บริโภคนิยมใช้กันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของใช้ในบ้าน ในครัวเรือน เสื้อผ้า หรือสิ่งของ ต่าง ๆ วันนี้ทีมงาน Cloud HM ได้มีโอกาสพูดคุยกับเหล่าทีมงานด้าน IT ของ GMM CJ O Shopping แพลตฟอร์ม e-Commerce ยักษ์ใหญ่ในตลาดประเทศไทย

ความเป็นมาของ GMM CJ O Shopping ระบบโฮมช็อปปิ้งชั้นแนวหน้าในประเทศไทย

บริษัท GMM CJ O Shopping เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GMM กับ CJ O Shopping หนึ่งในบริษัทในเครือ CJ Corporation จากประเทศเกาหลีใต้ ปัจจุบันได้ดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 7 เป็นช่องรายการแนะนำสินค้าที่คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพ เป็นธุรกิจขายสินค้าอุปโภคบริโภคภายในบ้านให้แก่ลูกค้าภายในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น ของใช้ในครัวเรือน และอุปกรณ์สำหรับส่งเสริมสุขภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่ช่องทาง TV เป็นหลัก อย่างช่อง One, ช่อง GMM25 และช่อง TV Home Shopping ของทางบริษัทเองที่ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ยังสามารถเลือกจับจ่ายสินค้าได้ทางแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ www.oshoppingtv.com

จุดเปลี่ยนในการเริ่มต้นใช้งาน Domestic Cloud ครบวงจรที่ Cloud HM

เดิมทีระบบ e-Commerce ของ GMM CJ O Shopping ใช้งานระบบ Virtual Private Server (VPS) ของผู้ให้บริการรายหนึ่งในไทย ในเวลาต่อมาต้องการขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นตามการเติบโตของบริษัท แต่ผู้ให้บริการไม่สามารถรองรับความต้องการ และกำหนดทิศทางขององค์กรได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังพบปัญหาในเรื่องของ Link Internet และในเรื่องของการ Support ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ตามความต้องการ จึงมีแผนจะย้ายไปใช้งาน Global Cloud แทน แต่ติดปัญหาตรงที่ระบบ Global Cloud ควบคุมค่าใช้จ่ายยาก ไม่สามารถกำหนดราคาชัดเจนในแต่ละเดือนได้ เนื่องจากมีค่าบริการ Data Transfer เพิ่มเข้ามา จึงหันมาใช้งาน Domestic Cloud ที่ตั้งอยู่ภายในประเทศไทย คือบริการ Enterprise Cloud ของ Cloud HM

ทำไมถึงเลือกใช้ Cloud HM ใช้บริการอะไรบ้าง? และใช้ทำอะไร?

ในตอนแรก GMM CJ O Shopping ได้มีการคัดเลือกจากผู้ให้บริการ Cloud หลายราย ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ตัดสินใจเลือกใช้ที่ Cloud HM เป็นเพราะ

  1. Link – ความต้องการเบื้องต้นทางเรามองในเรื่อง Link เป็นหลัก ต้องการความเสถียรในการสื่อสารเป็นอย่างมาก Cloud HM ตอบโจทย์ตรงจุดนี้ เพราะเป็นบริษัทลูกของ UIH ที่ให้บริการทางด้าน Internet สำหรับองค์กร โดยมี Link เป็นของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็น One Stop Service ทั้งเรื่อง Cloud และ Network ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
  2. Infrastructure – Hardware ของ Cloud HM ตั้งอยู่บน Infra ของ Dell ทั้งระบบ ทำให้เพิ่มความมั่นใจในเรื่องของ Technology ล่าสุดที่จะได้รับมากยิ่งขึ้น
  3. Cloud Expert – Cloud HM มีความพร้อมในการเป็นผู้ให้คำปรึกษาและให้บริการครบวงจรทางด้าน Cloud Solution สามารถดัดแปลง Solution ต่าง ๆ ให้ตรงกับความต้องการได้

บริการที่ใช้อยู่คือ บริการ Enterprise Cloud นอกจากนี้ยังมีการใช้งาน Firewall, Load Balance และ Private Link อีกด้วย โดยระบบที่ใช้งานบน Cloud หลัก ๆ แล้วจะเป็นระบบ e-Commerce และหากทางทีมงาน IT มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ ก็จะนำขึ้นระบบ Cloud ตลอด

ระบบ e-Commerce บน Infrastructure เทคโนโลยีล่าสุดของ Dell Technologies ที่ Cloud HM

ด้วยความต้องการทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทาง Cloud HM จึงมองหา Infrastructure ที่ดี มีประสิทธิภาพสูง เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้าที่ใช้บริการ เทคโนโลยีล่าสุดจาก Dell Technologies สามารถตอบโจทย์ความต้องการของ Cloud HM ได้ ด้วย PowerEdge Server และ Dell SC All Flash Storage ที่พร้อมด้วยคุณสมบัติการทำงานที่ต้องการ สามารถจัดการปริมาณงานรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างดี รวมถึงความเร็วของ Harddisk แบบ SSD ส่งผลให้ Data Center ของ Cloud HM มีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพสูง ทั้งรองรับการขยายตัวตามความต้องการในอนาคตของลูกค้าได้อย่างดีอีกด้วย

ระยะเวลาที่ใช้ Enterprise Cloud มา 2 ปี มีส่วนช่วยให้การทำงานดีขึ้นอย่างไรบ้าง

สิ่งที่กังวลเป็นหลักในเรื่องของการใช้บริการ Cloud คือเรื่องการ Support ที่รวดเร็ว เนื่องจากว่าทางเราเป็นบริษัทร่วมทุนกับทางเกาหลี ดังนั้นเวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้น จำเป็นต้องปรึกษากับทางเกาหลี แต่ด้วยเวลาที่ไม่ตรงกัน ทำให้สื่อสารกันลำบาก ในช่วงแรกที่ใช้บริการของ Cloud HM ทางทีมงานได้ให้การ Support รวดเร็วตามความต้องการ แต่ก็ยังมีบางระบบที่จำเป็นจะต้องปรับจูนกันไปเรื่อย ๆ ทำให้ระยะ 1 ปีให้หลังมา ปัญหาเกิดขึ้นน้อยลงมาก สามารถ Resolve ได้อย่างรวดเร็ว และบางครั้ง Cloud HM ก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยที่ไม่ต้องปรึกษาทางเกาหลีเลย

โดยปกติหากเกิดปัญหาขึ้น ลูกค้าส่วนมากต้องการรับรู้ปัญหา อัพเดทปัญหา และวิธีทางแก้ที่ดีและเร็วที่สุดกับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นวิศวกรจริง ๆ Cloud HM มีความเข้าใจปัญหาในจุดนี้ จึงมี “HM Service 1st” เกิดขึ้น เพื่อให้บริการ Support แก่ลูกค้าของ Cloud HM ระบบ Support นี้เป็นระบบการให้บริการแบบ Engineer Response ยกตัวอย่างเช่น มีปัญหาเกิดขึ้นกับระบบ จึงทำการแจ้งเข้าไปที่ Cloud HM ภายในระยะเวลาที่กำหนดจะมีวิศวกรในทีม HM Service 1st ติดต่อกลับเพื่ออัพเดทข้อมูลทันที

สนใจใช้บริการ Enterprise Cloud ติดต่อ Cloud HM ได้ทันที

Web: https://www.cloudhm.co.th/
Line: @cloudhmco
Email: sales@cloudhm.co.th
Tel: 02-315-7504
FB: https://www.facebook.com/messages/t/cloudhmco

from:https://www.techtalkthai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c-gmm-cj-o-shopping-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-e-commerce-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/

สัมภาษณ์ GMM CJ O Shopping กับระบบ e-Commerce ที่ห้ามล่ม บน Enterprise Cloud ของ Cloud HM

ระบบ e-Commerce ถือเป็นธุรกิจหลักในตลาด IT ที่ผู้บริโภคนิยมใช้กันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของใช้ในบ้าน ในครัวเรือน เสื้อผ้า หรือสิ่งของ ต่าง ๆ วันนี้ทีมงาน Cloud HM ได้มีโอกาสพูดคุยกับเหล่าทีมงานด้าน IT ของ GMM CJ O Shopping แพลตฟอร์ม e-Commerce ยักษ์ใหญ่ในตลาดประเทศไทย

ความเป็นมาของ GMM CJ O Shopping ระบบโฮมช็อปปิ้งชั้นแนวหน้าในประเทศไทย

บริษัท GMM CJ O Shopping เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GMM กับ CJ O Shopping หนึ่งในบริษัทในเครือ CJ Corporation จากประเทศเกาหลีใต้ ปัจจุบันได้ดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 7 เป็นช่องรายการแนะนำสินค้าที่คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพ เป็นธุรกิจขายสินค้าอุปโภคบริโภคภายในบ้านให้แก่ลูกค้าภายในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น ของใช้ในครัวเรือน และอุปกรณ์สำหรับส่งเสริมสุขภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่ช่องทาง TV เป็นหลัก อย่างช่อง One, ช่อง GMM25 และช่อง TV Home Shopping ของทางบริษัทเองที่ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ยังสามารถเลือกจับจ่ายสินค้าได้ทางแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ www.oshoppingtv.com

จุดเปลี่ยนในการเริ่มต้นใช้งาน Domestic Cloud ครบวงจรที่ Cloud HM

เดิมทีระบบ e-Commerce ของ GMM CJ O Shopping ใช้งานระบบ Virtual Private Server (VPS) ของผู้ให้บริการรายหนึ่งในไทย ในเวลาต่อมาต้องการขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นตามการเติบโตของบริษัท แต่ผู้ให้บริการไม่สามารถรองรับความต้องการ และกำหนดทิศทางขององค์กรได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังพบปัญหาในเรื่องของ Link Internet และในเรื่องของการ Support ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ตามความต้องการ จึงมีแผนจะย้ายไปใช้งาน Global Cloud แทน แต่ติดปัญหาตรงที่ระบบ Global Cloud ควบคุมค่าใช้จ่ายยาก ไม่สามารถกำหนดราคาชัดเจนในแต่ละเดือนได้ เนื่องจากมีค่าบริการ Data Transfer เพิ่มเข้ามา จึงหันมาใช้งาน Domestic Cloud ที่ตั้งอยู่ภายในประเทศไทย คือบริการ Enterprise Cloud ของ Cloud HM

ทำไมถึงเลือกใช้ Cloud HM ใช้บริการอะไรบ้าง? และใช้ทำอะไร?

ในตอนแรก GMM CJ O Shopping ได้มีการคัดเลือกจากผู้ให้บริการ Cloud หลายราย ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ตัดสินใจเลือกใช้ที่ Cloud HM เป็นเพราะ

  1. Link – ความต้องการเบื้องต้นทางเรามองในเรื่อง Link เป็นหลัก ต้องการความเสถียรในการสื่อสารเป็นอย่างมาก Cloud HM ตอบโจทย์ตรงจุดนี้ เพราะเป็นบริษัทลูกของ UIH ที่ให้บริการทางด้าน Internet สำหรับองค์กร โดยมี Link เป็นของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็น One Stop Service ทั้งเรื่อง Cloud และ Network ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
  2. Infrastructure – Hardware ของ Cloud HM ตั้งอยู่บน Infra ของ Dell ทั้งระบบ ทำให้เพิ่มความมั่นใจในเรื่องของ Technology ล่าสุดที่จะได้รับมากยิ่งขึ้น
  3. Cloud Expert – Cloud HM มีความพร้อมในการเป็นผู้ให้คำปรึกษาและให้บริการครบวงจรทางด้าน Cloud Solution สามารถดัดแปลง Solution ต่าง ๆ ให้ตรงกับความต้องการได้

บริการที่ใช้อยู่คือ บริการ Enterprise Cloud นอกจากนี้ยังมีการใช้งาน Firewall, Load Balance และ Private Link อีกด้วย โดยระบบที่ใช้งานบน Cloud หลัก ๆ แล้วจะเป็นระบบ e-Commerce และหากทางทีมงาน IT มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ ก็จะนำขึ้นระบบ Cloud ตลอด

ระบบ e-Commerce บน Infrastructure เทคโนโลยีล่าสุดของ Dell Technologies ที่ Cloud HM

ด้วยความต้องการทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทาง Cloud HM จึงมองหา Infrastructure ที่ดี มีประสิทธิภาพสูง เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้าที่ใช้บริการ เทคโนโลยีล่าสุดจาก Dell Technologies สามารถตอบโจทย์ความต้องการของ Cloud HM ได้ ด้วย PowerEdge Server และ Dell SC All Flash Storage ที่พร้อมด้วยคุณสมบัติการทำงานที่ต้องการ สามารถจัดการปริมาณงานรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างดี รวมถึงความเร็วของ Harddisk แบบ SSD ส่งผลให้ Data Center ของ Cloud HM มีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพสูง ทั้งรองรับการขยายตัวตามความต้องการในอนาคตของลูกค้าได้อย่างดีอีกด้วย

ระยะเวลาที่ใช้ Enterprise Cloud มา 2 ปี มีส่วนช่วยให้การทำงานดีขึ้นอย่างไรบ้าง

สิ่งที่กังวลเป็นหลักในเรื่องของการใช้บริการ Cloud คือเรื่องการ Support ที่รวดเร็ว เนื่องจากว่าทางเราเป็นบริษัทร่วมทุนกับทางเกาหลี ดังนั้นเวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้น จำเป็นต้องปรึกษากับทางเกาหลี แต่ด้วยเวลาที่ไม่ตรงกัน ทำให้สื่อสารกันลำบาก ในช่วงแรกที่ใช้บริการของ Cloud HM ทางทีมงานได้ให้การ Support รวดเร็วตามความต้องการ แต่ก็ยังมีบางระบบที่จำเป็นจะต้องปรับจูนกันไปเรื่อย ๆ ทำให้ระยะ 1 ปีให้หลังมา ปัญหาเกิดขึ้นน้อยลงมาก สามารถ Resolve ได้อย่างรวดเร็ว และบางครั้ง Cloud HM ก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยที่ไม่ต้องปรึกษาทางเกาหลีเลย

โดยปกติหากเกิดปัญหาขึ้น ลูกค้าส่วนมากต้องการรับรู้ปัญหา อัพเดทปัญหา และวิธีทางแก้ที่ดีและเร็วที่สุดกับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นวิศวกรจริง ๆ Cloud HM มีความเข้าใจปัญหาในจุดนี้ จึงมี “HM Service 1st” เกิดขึ้น เพื่อให้บริการ Support แก่ลูกค้าของ Cloud HM ระบบ Support นี้เป็นระบบการให้บริการแบบ Engineer Response ยกตัวอย่างเช่น มีปัญหาเกิดขึ้นกับระบบ จึงทำการแจ้งเข้าไปที่ Cloud HM ภายในระยะเวลาที่กำหนดจะมีวิศวกรในทีม HM Service 1st ติดต่อกลับเพื่ออัพเดทข้อมูลทันที

สนใจใช้บริการ Enterprise Cloud ติดต่อ Cloud HM ได้ทันที

Web: https://www.cloudhm.co.th/
Line: @cloudhmco
Email: sales@cloudhm.co.th
Tel: 02-315-7504
FB: https://www.facebook.com/messages/t/cloudhmco

from:https://www.techtalkthai.com/gmm-cj-o-shopping-on-cloud-hm-enterprise-cloud/

6 สิ่งที่ควรทำเพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ในปี 2020

Phil Quade, CISO ของ Fortinet ได้ออกมาให้คำแนะนำถึง 6 สิ่งที่องค์กรควรพิจารณาเพื่อการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลและรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2020 ดังนี้

1. แบ่งระบบเครือข่ายออกเป็นส่วนๆ

สินทรัพย์ดิจิทัลที่สำคัญควรถูกแบ่งแยกออกมาจัดเก็บไว้ในส่วนที่มีการป้องกันเป็นอย่างดี พร้อมทั้งทำ Intent-based Segmentation เพื่อให้มั่นใจว่า อุปกรณ์ สินทรัพย์ และข้อมูลที่วิ่งเข้าออกระบบเครือข่ายจะถูกจัดแบ่งไปยังแต่ละส่วนบนระบบเครือข่ายตามนโยบายแบบไดนามิก เมื่อเครือข่ายส่วนหนึ่งมีปัญหาจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายส่วนอื่นๆ

2. รักษาช่องทางสื่อสารสำรองไว้เสมอ

WAN ยุคเก่ามักมีปัญหากับการโจมตีแบบ DDoS การปรับไปใช้ SD-WAN ที่มีความมั่นคงปลอดภัยจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนเส้นทางการติดต่อสื่อสารได้อย่างยืดหยุ่นตามปัจจัย ณ ขณะนั้น เช่น ความพร้อมในการใช้งาน (Availability)

3. คุ้มครองข้อมูลสำคัญ

ทุกองค์กรควรหมั่นสำรองข้อมูลสำคัญและจัดเก็บข้อมูลสำรองนั้นแบบออฟไลน์ นอกจากนี้ควรทดสอบการกู้ข้อมูลกลับมาบ่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะกลับมาพร้อมใช้งานได้เสมอแม้จะถูก Ransomware โจมตี

4. ใช้ประโยชน์จากการบูรณาการและระบบอัตโนมัติ

การบูรณาการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยหลายๆ แบบเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวช่วยให้มั่นใจว่าจะสามารถแชร์ข้อมูลภัยคุกคามระหว่างกันและร่วมกันรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้ศึกษาเทคโนโลยีใหม่อย่าง Endpoint Detection & Response (EDR) และ Security Orchestration Automation & Response (SOAR) ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มความเร็วในการตรวจจับและรับมือกับการโจมตีโดยอัตโนมัติ

5. ตรวจสอบช่องทางสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

อีเมลยังคงเป็นช่องทางยอดนิยมที่แฮ็กเกอร์แพร่มัลแวร์ นอกจากการอบรมเพื่อสร้างความตระหนักให้แก่พนักงานในองค์กรแล้ว องค์กรควรเลือกใช้ Secure Email Gateway และ NGFW เพื่อเพิ่มมาตรการในการตรวจจับและป้องกันไปอีกขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องทางสื่อสารที่มีการเข้ารหัส

6. ติดตามข้อมูลภัยคุกคามจาก Theat Intelligence Feeds

การติดตามข้อมูลภัยคุกคามจาก Threat Intelligence Feeds แหล่งต่างๆ ช่วยให้องค์กรพร้อมรับมือกับเทคนิคการโจมตีและมัลแวร์รูปแบบใหม่ๆ นอกจากนี้การผสานข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกันกับแพลตฟอร์มด้านความมั่นคงปลอดภัยยังช่วยเพิ่มโอกาสในการป้องกันภัยคุกคามก่อนที่จะรุกล้ำเข้ามายังระบบเครือข่ายได้อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.fortinet.com/blog/industry-trends/six-essentials-defending-against-looming-cyber-threats.html

ที่มา: Fortinet Thailand User Group

from:https://www.techtalkthai.com/6-things-you-should-do-to-prevent-cyber-threats-in-2020/

แจกฟรี Ebook ‘Effective DevOps’

Azure ได้มีการแจกหนังสือฟรีที่ชื่อ Effective DevOps สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนดาวน์โหลดกันได้เลยครับ

หนังสือเล่มนี้มีความยาวประมาณ 360 หน้า โดยจะพูดถึงคอนเซปต์ของ DevOps ความสัมพันธ์และการประสานงานของบุคคลในทีม การเลือกเครื่องมือและ Workflow เพื่อใช้ในงาน การ Troubleshoot ปัญหาทั่วไปและประเด็นการคอนฟิคผิดพลาด รวมถึงการทำให้องค์กรประสบความสำเร็จกับ DevOps สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือได้จากลิงก์นี้ 

ที่มา :  https://azure.microsoft.com/en-us/resources/effective-devops/

from:https://www.techtalkthai.com/free-ebook-effective-devops/

DCS เปิดคอร์สสอน RPA พื้นฐานด้วย UiPath หัดสร้าง Bot พร้อมใช้งานได้ใน 1 วัน 12 ก.พ. 2020

DCS และ TechTalkThai ขอเชิญทุกท่านที่สนใจประยุกต์นำเทคโนโลยี Robotic Process Automation หรือ RPA ไปปรับใช้ในธุรกิจของตนเอง เข้าเรียนคอร์ส “UiPath Robotic Process Automation with Datapro Computer Systems” เพื่อเรียนรู้แนวคิดด้าน RPA ทั้งในเชิงทฤษฎี, สร้าง Bot ของตนเองในภาคปฏิบัติด้วยการใช้ระบบจาก UiPath พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การประยุกต์นำ Bot ไปใช้งานในภาคส่วนต่างๆ ของธุรกิจ และเปิดให้สอบถามหรือปรึกษาในประเด็นต่างๆ ได้อย่างอิสระ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2020 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการสมัครเรียนดังนี้

แนวคิดของ RPA คือการนำพลังประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ มาสร้างหุ่นยนต์หรือ Robot ขึ้นมาเพื่อให้ทำงานซ้ำๆ ที่มีรูปแบบตายตัว สำหรับให้ทำงานแทนมนุษย์ในการจัดการกับข้อมูลและการนำข้อมูลจาก Application หนึ่งไปประมวลผลและป้อนลงไปยังอีก Application หนึ่งนั่นเอง แนวทางนี้สามารถช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานลงได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยความเร็วในการประมวลผลและจัดการกับข้อมูลที่สูงขึ้นได้ รวมถึง Robot เหล่านี้ยังทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ทำให้งานซ้ำๆ ที่ผิดพลาดไม่ได้ซึ่งเคยเป็นงานที่ไม่มีพนักงานคนไหนอยากทำ ตกเป็นงานของ Robot เหล่านี้ไปแทน และทำให้มนุษย์ซึ่งเป็นพนักงานนั้นมีเวลาไปทำงานในเชิงสร้างสรรค์ให้กับธุรกิจมากยิ่งขึ้น

UiPath Robotic Process Automation with Datapro Computer Systems (ครั้งที่ 2)

วัน-เวลา: วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ 2020 9:00 – 16:30
สถานที่: Victor Club FYI Center อาคาร 1 ชั้น 2(BTS ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, มีที่จอดรถ)
ราคา: ราคาเต็ม 4,200 บาท ลดเหลือ 2,800 บาทเท่านั้น
สมัครเรียน: https://www.eventpop.me/e/8007-uipath-rpa-dcs-2

ท่านสามารถเลือกออกใบกำกับภาษีสำหรับบริษัทได้ใน Event Pop หรือหากท่านต้องการใบเสนอราคาสามารถแจ้งได้ทางอีเมล maylada@techtalkthai.com ทางเราจะส่งรายละเอียดการโอนเงินพร้อมใบเสนอราคาให้

ทาง Event Pop มีระบบ Refund Protect โดยจะเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากท่านซื้อบัตรแล้วไม่สามารถเข้าร่วมงานได้เนื่องจากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ท่านจะสามารถเคลมเงินค่าบัตรเข้างานของท่านคืนได้เต็มจำนวนโดยบริษัท Tokio Marine HCC จะเป็นผู้รับประกันและช่วยในกระบวนการคืนเงินทั้งหมด และจะทำการคืนเงินโดยตรงให้กับผู้ซื้อผ่านทางบัญชีธนาคาร

สำหรับธุรกิจหรือองค์กรใดที่ต้องการให้จัดอบรมคอร์สนี้แก่พนักงานเป็นการภายในโดยเฉพาะ สามารถติดต่อเพื่อพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณมะเหมี่ยว maylada@techtalkthai.com

*ผู้เรียนต้องนำคอมพิวเตอร์ของตัวเองมาเข้าร่วม Workshop

Hardware Requirement

https://docs.uipath.com/studio/docs/hardware-requirements

  • CPU Dual Core 1.8 GHz 64-Bit
  • RAM 4 GB
  • แนะนำให้ท่านนำเมาส์มาด้วยเนื่องจาก Workshop จะใช้เม้าส์คลิกเป็นหลัก

Software Requirement

https://docs.uipath.com/studio/docs/software-requirements

  • ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 7 ขึ้นไปเท่านั้น
  • โปรแกรม Microsoft Excel
  • ติดตั้ง Internet Explorer 8 หรือรุ่นที่ใหม่กว่า
  • ติดตั้ง Google Chrome รุ่น 64 หรือใหม่กว่า
  • ติดตั้ง .NET Framework รุ่น 4.6.1 หรือใหม่กว่า

**ท่านที่ใช้ Mac แนะนำให้ลงโปรแกรม Parallels เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows

Course Outline

9:00 – 9:30 ลงทะเบียน, รับประทานอาหารว่าง
9:30 – 10:30 Intro to RPA กับ UiPath

  • Intro to RPA, UiPath แนะนำ Robotic Process Automation การประยุกต์ใช้งานจริงในภาคธุรกิจแขนงต่างๆ
  • แนวคิดในการนำเอา RPA มาใช้ควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง
  • แนวคิดการทำ COE ในองค์กรเพื่อจะเริ่มต้นโครงการ RPA และ
  • แนะนำผลิตภัณฑ์ UiPath ทั้งหมด
  • Workshop สั้นๆ ไปด้วยกันกับกระบวนการคัดสรรว่า process ไหนควรเร่งทำก่อนหรือหลัง ด้วยเครื่องมือ UiPath Connect Enterprise

10:30 – 12:00 ติดตั้งและรู้จักตัวเครื่องมือพัฒนา UiPath Studio (Prepare & Build your 1st Robot)

  • UiPath CE Installation & Initial Process
  • Sample Business Process Flow
  • Hands-on: Build 1st Robot

12:00 – 13:00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 – 15:30

  • Intro to UiPath Studio ทำความรู้จักเพิ่มเติมกับเครื่องมือสำหรับพัฒนา Process Flow, Plug-in Library ต่างๆ และ UiPath Orchestrator
  • Hands-on: Getting to know UiPath Studio and Build 2nd Business Flow, Deploy Robot (Attended, Unattended), and Testing
  • Hands-on: ทดลองสร้าง Process Flow จำลองการบันทึกข้อมูลโดยใช้ Input จาก Excel ลงใน Windows Application และเก็บ Transaction ID มาบันทึกลง Excel
  • Hands-on: ทดลองสร้าง Process Flow จำลองการบันทึกข้อมูลโดยใช้ Input จาก Excel ลงใน Web Application และเมื่อทำเสร็จสิ้นทุก Transaction แล้วให้ทำการเก็บข้อมูลทั้งหมดของหน้าเว็บลง Excel (โดยการใช้ Scraping Data)

*สำหรับผู้เข้าร่วม Workshop หากทำ Process ด้านบนเสร็จเร็วจะมี Advanced Workshop ให้ทำต่อ : RPA Challenge โดยการใช้ Anchor Base

About Instructor

Workshop นี้จัดอบรมโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Datapro Computer Systems ซึ่งมีประสบการณ์ในการติดตั้งระบบ UiPath เพื่อทำ RPA ให้กับเหล่าธุรกิจองค์กรในประเทศไทยหลายองค์กร

บริษัท ดาต้าโปร คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด (ดีซีเอส) ก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2529 และเป็นองค์กรที่บริหารงานโดยคนไทยภายใต้การลงทุนของบริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ด้วยจุดมุ่งหมายในการนำเสนอระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรให้กับองค์กรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯได้รับการยอมรับจากบริษัทคู่ค้าชั้นนำระดับโลกกว่า 50 บริษัท รวมทั้งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางจากกลุ่มลูกค้าชั้นนำกว่า 1,000 รายทั่วประเทศไทยในทุกภาคธุรกิจหลักของประเทศไทย เป็นการยืนยันได้ถึงสิ่งที่บริษัทฯ ได้ยึดมั่นและถือปฎิบัติมาอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.datapro.co.th

About TechTalkThai Training

TechTalkThai Training เป็นทีมงานส่วนหนึ่งของ TechTalkThai ที่มุ่งเน้นการจับมือร่วมกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT ในสาขาต่างๆ จากภายนอก ในการเปิดคอร์สสอนเทคโนโลยีให้กับเหล่าผู้ที่สนใจในวงการ IT เพื่อให้ผู้ที่ทำงานในวงการ IT สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงที โดยผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญ ผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน TechTalkThai และมีราคาคอร์สที่ไม่สูงจนเกินไป สามารถออกใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้ที่สนใจร่วมเปิดคอร์สใหม่ๆ กับทาง TechTalkThai Training สามารถติดต่อทีมงานได้ทันทีที่ maylada@techtalkthai.com

from:https://www.techtalkthai.com/dcs-uipath-rpa-workshop-2020-02/

สัมภาษณ์พิเศษ Silver Peak : เมื่อ SD-WAN ตอบโจทย์ได้มากกว่าธุรกิจสาขา

SD-WAN เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในไม่กี่ปีมานี้ โดยจากสถิติหลายแห่ง เช่น Gartner เองยังคงเชื่อว่าการเติบโตดังกล่าวจะดำเนินต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามหลายคนอาจจะเข้าใจว่า SD-WAN เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีสาขาจำนวนมากเท่านั้น ซึ่งวันนี้เองทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ผู้บริหารของ Silver Peak ที่ Gartner ยกว่าเป็นหนึ่งในกลุ่ม Leader ของผลิตภัณฑ์ด้าน WAN Optimization หลายปีซ้อน เราจึงของสรุปมุมมองดังกล่าวมาให้ได้ติดตามกันครับ

จริงอยู่ที่ทุกวันนี้หลายบริษัทก้าวเข้ามาในตลาด SD-WAN ซึ่งเรื่องสำคัญคือองค์กรจะต้องมองไปถึงอนาคต ไม่ใช่แค่ว่าวันนี้ Vendor เสนอโซลูชันอะไร แต่ต้องคิดด้วยว่าในอนาคตพวกเขาจะยังตอบโจทย์ไหม ดังนั้นวิสัยทัศน์ของ Silver Peak คือเราไม่ได้แค่วันนี้และไม่ใช่แค่บริษัทด้าน WAN Optimization แต่เราคือบริษัทที่ทำ WAN Transformation ที่จะช่วยทุกองค์กรก้าวผ่านสู่เทคโนโลยี WAN แห่งอนาคต” — นี่คือบทสนทนาของ Mr. Dean Vaughan , Vice President Asia Pacific and Japan ของบริษัท Silver Peak ที่ให้เกียรติมาให้สัมภาษณ์แก่ TechTalkThai ในวันนี้

รู้จักกับ SD-WAN กันหน่อย

กล่าวโดยย่อ Software-define WAN เป็นเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อระดับ WAN โดยเรียกได้ว่าจะมาแทนเราเตอร์แบบเดิมๆ ซึ่งภายในมีความสามารถหลายฟังก์ชัน เช่น รองรับการเชื่อมได้หลากหลายทั้ง 4G/LTE, MPLS และ Broadband เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถทำฟังก์ชันด้าน Security และ WAN Optimization ได้ด้วย จึงตอบโจทย์ทั้งในด้าน Availability, Scalability, Flexibility, Reliability และ Security ซึ่งเชื่อว่านี่คือยุคใหม่ของเราเตอร์สาขา

SD-WAN ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจที่มีสาขาจำนวนมาก

เมื่อก่อนเราอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าการใช้งาน SD-WAN นั้นจำกัดอยู่กับองค์กรที่มีหลายสาขาเท่านั้น อันที่จริงแล้วปัจจุบันนี้มี Use Cases มากมายที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วย SD-WAN เช่น ลดค่าใช้จ่ายของการพึ่งพา MPLS หรือ Optimize เส้นทางระหว่างอุปกรณ์ไปสู่บริการบน Cloud ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแม้กระทั่งบริษัทเล็กๆ ที่ใช้ Broadband ราคาถูก แค่ใช้งาน Multi-cloud หรือ Hybrid Cloud ก็ล้วนแล้วแต่สามารถนำ SD-WAN เข้าไปแก้ปัญหาได้ทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้เอง SD-WAN จึงไม่ถูกจำกัดอยู่กับธุรกิจที่มีสาขาหรือเป็นองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น

Silver Peak กับมุมมองด้าน Security

Security เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ลูกค้าถามหาจากโซลูชัน SD-WAN อันที่จริงแล้วในโซลูชันของ Silver Peak มี Stateful Firewall มาให้อยู่แล้ว ซึ่งหากองค์กรต้องการโซลูชันด้าน Security เต็มตัว Silver Peak เองก็มีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งอย่าง Check Point หรือ Zscaler เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ซึ่งทำงานร่วมหันได้แบบ Seamless (คลิกเดียว Provision มาได้) อย่างไรก็ตามคุณ Dean ก็ชี้ว่าในอนาคตเขาไม่เชื่อว่า Firewall จะต้องวางอยู่ที่สาขานั่นเองจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องมุ่งไปนอกลู่นอกทาง อีกหนึ่งเหตุผลคือการใช้อุปกรณ์ด้าน Security แล้วเพิ่ม SD-WAN เข้าไปก็ไม่ได้ประหยัดอย่างที่คิดเพราะหากจะทำฟังก์ชัน WAN ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงก็ต้องใช้ Box ใหญ่ขึ้นนั่นเอง

เทรนด์ของ SD-WAN

ปัจจุบันจุดมุ่งหมายของการใช้ SD-WAN มีความแตกต่างไปคือในอดีตจะเน้นแก้ปัญหาการเชื่อมลิงก์สาขากลับไปผ่านสำนักงานใหญ่ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันจะถูกผลักดันจากเรื่องของการใช้งาน Cloud อย่างไรก็ตามความต้องการขององค์กรก็เปลี่ยนไปจากเดิมที่ implement เองดูแลเอง สู่เทรนด์ของการที่ใช้ผู้รับเหมาหรือผู้ให้บริการ (Third-party) ทำและดูแลให้ รวมถึงเทรนด์ที่ Third-party วางระบบแต่ต้องเปิดให้ลูกค้าบริหารจัดการลิงก์เองได้

อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงเทคโนโลยีที่อาจสอดแทรกเข้ามาในอนาคตของ SD-WAN คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง AI โดยคุณ Dean เองเผยว่าในอนาคตซอฟต์แวร์อาจจะสามารถตัดสินใจการใช้งานได้เองไม่ได้พึ่งพา Policy อีกต่อไป รวมถึงการทำ Self-healing ที่จะพัฒนาอย่างชาญฉลาดกว่านี้

อัปเดตตลาด SD-WAN ในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิคและประเทศไทย

สำหรับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค SD-WAN ถือเป็นเทคโนโลยีที่ยังใหม่อยู่ อย่างไรก็ดีปัจจัยเบื้องหลังในแต่ประเทศในมีความต่างกันอยู่บ้างอย่างกรณีของญี่ปุ่นและสิงค์โปร์คือมีแรงผลักดันมาจากการใช้งาน Cloud (เป็นฐานของ Public Cloud รายใหญ่ครบทั้งหมด) ที่ต้องการความสเถียรของการเชื่อมต่อ โดยสามารถทำการ Breakout ทราฟฟิคไปสู่ SaaS หรือ IaaS และบริการอื่นๆ ได้โดยตรง

ในมุมมองของประเทศไทย ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย มีปัจจัยหลักคล้ายกันคือลิงค์ MPLS มีราคาค่อนข้างแพงไม่เหมือนกับ 2 ประเทศข้างต้น ทำให้ SD-WAN สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายเพราะสามารถรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลาย โดยเฉพาะ Broadband ซึ่งมีราคาต่ำกว่าแต่ไม่สเถียรในบางช่วงจังหวะ จึงสามารถใช้เป็นลิงก์สำรองหรือทำ Load balance ทราฟฟิคได้แทนที่จะต้องเช่า MPLS ทุกทาง นอกจากนี้ SD-WAN ยังสามารถทำ QoS แอปพลิเคชันที่ต้องการความสเถียรได้ในแอปพลิเคชันด้าน VoIP หรือ Steaming เช่น Skype, Zoom หรืออื่นๆ

ประเทศไทยเองยังถือว่ามีความโดดเด่นในการเติบโตและการขยายผลทางการตลาดได้อีกมาก เพราะคุณ Dean มองว่าประเทศไทยเป็นฐานของธุรกิจข้ามชาติจำนวนมากไม่ใช่แค่บริษัทสัญชาติไทยเท่านั้น รวมถึงยังมี Use Cases อีกจำนวนมากที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วย SD-WAN ควบคู่ไปกับการเติบโตของ Cloud ในอนาคต

อย่างไรก็ตามคุณ Dean ฝากทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ผมอยากให้ลูกค้าทุกท่านเปิดใจ ไม่ใช่แค่ทำ PoC คือจบแล้ว แล้วคุณจะพบว่า Silver Peak ช่วยคุณได้มากกว่าที่คุณคิด

ผู้สนใจสามารถศึกษาเรื่อง SD-WAN และโซลูชันของ Silver Peak ได้ลิงก์ตามด้านล่าง

  • เส้นทางสู่ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะของ WAN ตอนที่ 1 [ลิงก์]
  • เส้นทางสู่ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะของ WAN ตอนที่ 2 [ลิงก์]
  • เส้นทางสู่ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะของ WAN ตอนที่ 3 [ลิงก์]
  • ก้าวข้ามการพึ่งพา Router สำหรับสำนักงานสาขา ตอนที่ 1 [ลิงก์]
  • ก้าวข้ามการพึ่งพา Router สำหรับสำนักงานสาขา ตอนที่ 2 [ลิงก์]
  • ไขข้อข้องใจ SD-WAN ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อได้อย่างไร [ลิงก์]

from:https://www.techtalkthai.com/silver-peak-interviewed-when-sd-wan-not-limited-only-for-branch/