คลังเก็บป้ายกำกับ: IPO

Didi Chuxing มีแผนนำบริษัทลูก Chengxin Youxuan ที่ทำธุรกิจ Grocery เข้าตลาดหุ้น

มีรายงานว่า Didi Chuxing มีโครงการนำส่วนธุรกิจขายของสดของชำ Chengxin Youxuan ไอพีโอเข้าตลาดหุ้นในช่วงต้นปี 2022 หลังจากที่บริษัทแม่เตรียมเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์กในปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ และการแข่งขันในตลาดสูงจากรายใหญ่ตั้งแต่ Alibaba ไปจนถึง Meituan

รายงานระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน เริ่มหันมาใช้แนวทางแยกบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้น โดยเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจแตกต่างจากธุรกิจหลักของบริษัทแม่มาก เช่น JD.com ก็นำ JD Health บริการด้านสุขภาพเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง เป็นต้น

นอกจาก Chengxin Youxuan แล้ว ธุรกิจขายของสดของชำแบบ group-buying รายใหญ่ในจีน มีทั้ง Duoduomaicai ของ Pinduoduo, Youxuan ของ Meituan, Nice Tuan ของ Alibaba และ Xingsheng Youxuan ของ Tencent

ที่มา: TechNode

alt="Chengxin Youxuan"

from:https://www.blognone.com/node/122591

Confluent ผู้พัฒนา Commercial Apache Kafka เตรียมเข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐ

Confluent บริษัทสตาร์ทอัพระดับ Unicorn ผู้พัฒนาโซลูชัน Commercial ของ Apache Kafka Open-source Data Platform ประกาศเตรียมเข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Credit: Apache Kafka

Apache Kafka ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็น Data Managment Platform ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความรวดเร็วในการส่งข้อมูล สามารถส่งข้อมูลระดับล้านล้าน Data points ในขณะที่ Latancy อยู่ที่ระดับ Miliseconds เท่านั้น โดย Confluent เองนั้นมีรายได้มาจากการขาย Service ของ Apache Kafka แบบ Commercial นอกจากนี้ยังมีบริการ Confluent Cloud ซึ่งเป็นบริการ Kafka ในรูปแบบ Managed Cloud Service ให้ใช้งานอีกด้วย

Confluent นั้นถูกประเมินว่ามีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีรายได้โตกว่า 2 เท่าในช่วงปี 2019 และยอดขายของ Cloud Service ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 450% นอกจากนี้ยังมีฐานลูกค้ารายใหญ่จำนวนมาก ซึ่งกว่า 80% ของ Fortune 100 ก็มีการใช้งาน Kafka กันทั้งหมดแล้ว สำหรับการประกาศ IPO ในครั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยจำนวนหุ้นที่จะขายหรือราคาต่อหุ้นแต่อย่างใด โดยคาดว่าจะมีการประกาศข้อมูลเพิ่มเติมออกมาในเร็วๆนี้

ที่มา: https://siliconangle.com/2021/04/23/apache-kafka-startup-confluent-confidentially-files-ipo/

from:https://www.techtalkthai.com/confluent-commercial-apache-kafka-files-ipo/

Bluebik เตรียมเข้า IPO ระดมทุนเสริมแกร่ง มุ่งสู่บริษัทคอนซัลต์แนวหน้าแห่งภูมิภาค

บลูบิค (Bluebik หรือ “BLU”) บริษัทคอนซัลต์ชั้นนำผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต. เสนอขายหุ้นไอพีโอ 25 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท

ตั้งเป้าหมายในการระดมทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ มุ่งสู่การเป็นบริษัทคอนซัลต์ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันชั้นนำระดับภูมิภาค พร้อมชูจุดแข็งธุรกิจผ่าน 5 บริการครอบคลุมทุกกระบวนการทรานส์ฟอร์มสำหรับองค์กรยุคใหม่

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้อย่างครบวงจร เพื่อยกระดับขีดความสามารถและปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจให้กับองค์กรขนาดใหญ่ มีความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)

โดยวัตถุประสงค์ของการระดมทุน ดังนี้

1. สรรหาบุคลากรคุณภาพสูงและเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัล อาทิ องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบล็อกเชน เพื่อรองรับการขยายขอบเขตการให้บริการสำหรับภาคธุรกิจที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น

2. พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Software-as-a-Service หรือ SaaS) รวมทั้งจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Research and Development Center) ที่จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้านดิจิทัลอย่างครบวงจร

3. เสริมศักยภาพการบริหารจัดการภายใน ผ่านการยกระดับระบบซอฟต์แวร์เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กร

4. ปรับปรุงพื้นที่สำนักงานเพื่อรองรับการขยายจำนวนบุคลากรในอนาคต

5. ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องและธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงจากภาวะความผันผวนของตลาด

โดยบลูบิคมีบริการหลักทั้งสิ้น 5 ด้าน ดังนี้

1. บริการให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการ (Management Consulting) ทำหน้าที่ค้นหาปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจ กำหนดทิศทางกลยุทธ์ด้านต่าง ๆ รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบและโอกาสเชิงเศรษฐศาสตร์จากการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่สามารถจับต้องได้จากการลงทุนของเทคโนโลยี ที่จะทำให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด (Exponential Growth)

2. บริการที่ปรึกษาการบริหารจัดการโครงการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic PMO) ทำหน้าที่บริหารโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูงให้กับองค์กรขนาดใหญ่ และการวางโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศภายในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้สามารถดำเนินงานได้ตามกรอบระยะเวลาและงบประมาณที่กำหนดไว้

3. บริการพัฒนาระบบดิจิทัลและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี (Digital Excellence and Delivery) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านดิจิทัลครบวงจรและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับองค์กร อาทิ การออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้งานและส่วนติดต่อระหว่างผู้ใช้กับระบบ (UX/UI) บนหน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Experience) โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ

4. บริการที่ปรึกษาด้านการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & Advanced Analytics) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งให้คำแนะนำในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เพื่อขับเคลื่อนการนำข้อมูลไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม (Data-Driven Organization)

5. บริการด้านทรัพยากรบุคคลชั่วคราวที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Staff Augmentation) ทำหน้าที่ให้บริการจัดหาพนักงานผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที อาทิ โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อไปปฏิบัติงานตามกำหนดระยะเวลาจนจบโครงการ

สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 – 2563 มีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 132.76 ล้านบาท 184.94 ล้านบาท และ 200.53 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 22.90 ขณะเดียวกันมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 19.22 ล้านบาท 31.71 ล้านบาท และ 44.29 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 51.81 ซึ่งเป็นผลจากกระแสการเปลี่ยนแปลงโลก (Mega Trends) ที่ผลักดันให้องค์กรธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานให้เข้าสู่ยุคดิจิทัล หรือ ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยแสวงหาประโยชน์จากเทคโนโลยี ผนวกกับความเชี่ยวชาญของบลูบิคในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี จึงสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“จุดแข็งที่ทำให้ บลูบิค เป็นบริษัทคอนซัลต์ที่สามารถให้คำปรึกษาด้านการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันได้อย่างครบวงจร คือความเข้าใจบริบทการทำธุรกิจในประเทศไทย มีบุคลากรคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเทียบชั้นบริษัทระดับโลก และตามทันการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของโลกธุรกิจ ทำให้เราสามารถเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจไทยได้อย่างแท้จริง จากความสำเร็จในการให้บริการลูกค้าองค์กรภายในประเทศ ทำให้บลูบิคมุ่งมั่นจะก้าวไปสู่การเป็นบริษัทคอนซัลต์ชั้นนำระดับภูมิภาค เพื่อนำองค์ความรู้และคุณภาพการทำงานระดับมาตรฐานสากล ไปสร้างคุณค่าทางธุรกิจให้กับองค์กรในหลากหลายภาคอุตสาหกรรมให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวในยุค Digital Economy” นายพชร กล่าว

from:https://www.thumbsup.in.th/bluebik-ipo?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=bluebik-ipo

Confluent บริษัทผู้พัฒนา Apache Kafka ยื่นเอกสารเตรียมขายหุ้น IPO

Confluent Inc. บริษัทที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา Apache Kafka ยื่นเอกสารต่อ กลต. สหรัฐ เพื่อเตรียมเข้าขายหุ้น IPO แล้ว

Apache Kafka เป็นซอฟต์แวร์จัดการ event streaming (บ้างก็เรียก data pipeline) เพื่อนำข้อมูลปริมาณมากๆ เข้าระบบอย่างรวดเร็ว ตัวซอฟต์แวร์เริ่มพัฒนาโดยทีมวิศวกรของ LinkedIn ช่วงปี 2011 ก่อนเปิดเป็นโอเพนซอร์ส และยกให้ Apache Software Foundation ดูแลต่อ

ในช่วงเวลาถัดมา Jay Kreps หัวหน้าทีมพัฒนา Kafka ที่ LinkedIn ในตอนนั้น (เขาเป็นคนตั้งชื่อโครงการด้วย โดยนำชื่อมาจากนักเขียนนิยายชื่อดัง Franz Kafka) ออกมาตั้งบริษัท Confluent เพื่อหารายได้จาก Kafka ในเชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีทั้ง Confluent Platform (Kafka เวอร์ชัน enterprise ติดตั้งเอง) และ Confluent Cloud (Kafka เวอร์ชันรันบนคลาวด์) โดยได้รับการสนับสนุนจาก LinkedIn ในฐานะต้นสังกัดเดิม

No Description

ปัจจุบัน Confluent ยังไม่เปิดเผยข้อมูลทางการเงิน แต่มีข้อมูลว่ามูลค่าบริษัทล่าสุดอยู่ที่ราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2020

บริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Kafka ได้แก่ Cloudera และ IBM Event Streams แต่ก็แน่นอนว่า Confluent ในฐานะบริษัทของผู้สร้าง Kafka ย่อมได้รับความสนใจมากที่สุด

ช่วงหลังๆ เราเห็นบริษัทสาย enterprise เข้าขายหุ้น IPO กันหลายราย เช่น Snowflake, JFrog, Sumo Logic, Asana และล่าสุดคือ UiPath

ที่มา – Confluent, Reuters

from:https://www.blognone.com/node/122317

Coinbase เข้าตลาดหุ้นวันแรก ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 31% มูลค่ากิจ 8.58 หมื่นล้านดอลลาร์

Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายเงินคริปโตรายใหญ่ในอเมริกา นำบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นแนสแดคเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยวิธี Direct Listing นั่นคือไม่มีการออกหุ้นไอพีโอเพิ่มเติม ปิดการซื้อขายวันแรกที่ 328.28 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 31.31% จากราคาเริ่มต้นที่ 250 ดอลลาร์ ทำให้มูลค่ากิจการของ Coinbase อยู่ที่ 8.58 หมื่นล้านดอลลาร์

ช่วงที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง ก็ใช้วิธี Direct Listing ในการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น อาทิ Spotify, Slack, Palantir และ Roblox

Coinbase มีจำนวนผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม 56 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเมื่อสิ้นปี 2020 ที่มี 43 ล้านคน รายได้ประเมินเบื้องต้นของไตรมาสที่ 1 ปี 2021 อยู่ราว 1,800 ล้านดอลลาร์ และคาดมีกำไรสุทธิ 730-800 ล้านดอลลาร์

Brian Armstrong ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Coinbase กล่าวว่านอกจากต้องขอบคุณพนักงานและลูกค้าทุกคน ที่ร่วมกันสร้างระบบการเงินใหม่ให้ทุกคนเข้าถึงได้ เขายังขอบคุณ Satoshi Nakamoto ผู้ทำให้โลกรู้จักบิตคอยน์ตั้งแต่ปี 2008 การเข้าตลาดหุ้นของ Coinbase เป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างแพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

ที่มา: CNBC และ Coinbase

alt="Coinbase"

from:https://www.blognone.com/node/122190

ราคาบิตคอยน์ทำสถิติใหม่สูงสุด มากกว่า 64,000 ดอลลาร์ ก่อน Coinbase เข้าตลาดหุ้นคืนนี้

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำสถิติใหม่สูงสุด โดยราคาล่าสุดจาก Coinmarketcap อยู่ที่ราว $64,500 ดอลลาร์ รวมทั้งเงินคริปโตสกุลสำคัญต่างมีแนวโน้มราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ETH, BNB และ XRP

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกต่อราคาบิตคอยน์ในช่วงนี้ คือการเข้าตลาดหุ้นของ Coinbase แบบ Direct Listing (ไม่มีการออกหุ้นไอพีโอเพิ่มเติม) ในคืนวันพุธนี้ตามเวลาไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของแพลตฟอร์มซื้อขายเงินคริปโตรายใหญ่ในอเมริกา

Coinbase รายงานตัวเลขประเมินรายได้ของไตรมาสแรกปี 2021 อยู่ที่ราว 1,800 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9 เท่าจากปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ในช่วง 730-800 ล้านดอลลาร์

ที่มา: CNBC

Bitcoin

from:https://www.blognone.com/node/122180

เงินติดล้อ ส่งหุ้น TIDLOR เตรียม IPO กำหนดช่วงราคา 34.00-36.50 จองออนไลน์ 22-26 เม.ย. นี้

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เดินหน้าแผนการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 1,043.54 ล้านหุ้น (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และธุรกิจนายหน้าประกันภัยสำหรับรายย่อย กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นเบื้องต้นที่ 34.00 – 36.50 บาทต่อหุ้น นับเป็น IPO ของหุ้นในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุด และเป็น IPO หุ้นที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย

tidlor

มีนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศจำนวนรวม 32 ราย ลงนามในสัญญาลงทุนในหุ้น TIDLOR เพื่อเป็น Cornerstone Investors คิดเป็นจำนวนหุ้นรวม 626.0 ล้านหุ้น หรือประมาณร้อยละ 69.0 ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) โดยจะมีการทำโรดโชว์เพื่อนำเสนอข้อมูลให้แก่นักลงทุนทั่วไปในวันศุกร์ที่ 16 เมษายนนี้ ทาง Facebook Live ของเงินติดล้อ

พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยที่สนใจม สามารถจองซื้อหุ้นในระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน พ.. 2564 นี้ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (สำหรับบุคคลที่เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เท่านั้น) ด้วยวิธีการจัดสรรหุ้นแบบ Small Lot First กำหนดจำนวนจองซื้อหุ้นขั้นต่ำที่ 1,000 หุ้น หรือคิดเป็นมูลค่า 36,500 บาทที่ราคาเสนอขายสุงสุด โดยคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR บอกว่า Cornerstone Investors ของ TIDLOR เช่น FIL Investment Management, JP Morgan Asset Management, Lion Global Investors Limited, Neuberger Berman เป็นต้น รวมถึงนักลงทุนสถาบันในประเทศไทย ได้แก่ บลจ. บัวหลวง บลจ. กสิกรไทย บลจ. ไทยพาณิชย์ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) บลจ. กรุงไทย บลจ. เอ็มเอฟซี เป็นต้น

tidlor

เงินติดล้อ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสแก่ผู้คนควบคู่ไปกับการให้ความรู้ความเข้าใจทางการเงิน ผ่านหลากหลายช่องทาง (Omni-Channel) เช่น เครือข่ายสาขากว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 74 จังหวัดทั่วประเทศ การส่งต่อลูกค้าผ่านเครือข่ายตัวแทน การขายผ่านโทรศัพท์ ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือสอง สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา คอลล์เซ็นเตอร์ และช่องทางออนไลน์

ปัจจุบัน เงินติดล้อให้บริการ 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ (1) ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 เมื่อคำนวณจากยอดหนี้คงค้างในปี 2562 (อ้างอิงข้อมูลจากโอลิเวอร์ ไวแมน) และมีผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลาย เช่น สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ 10 นาที, สินเชื่อรถเก๋งกระบะอนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสดหมุนเวียน ให้ลูกค้าสามารถกดเงินสดที่ตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นคู่ค้าทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง และ (2) ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยแก่รายย่อยในปี 2562 โดยมีบริษัทประกันภัยพันธมิตรชั้นนำ 18 ราย และมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย อาทิ ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท, ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล, ประกันโรคมะเร็ง

สำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ มุ่งรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ผ่านการขยายเครือข่ายและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี พร้อมทั้งดำเนินการเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานต่างๆ สู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจนายหน้าประกันภัย มีแผนตอกย้ำให้แบรนด์เงินติดล้อเป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมทั้งขยายผลิตภัณฑ์และให้บริการธุรกรรมแบบครบวงจรผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ มีแผนจะนำไปใช้ในการขยายสาขาจำนวน 500 สาขาในช่วง 3 ปีข้างหน้าเพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น ปรับปรุงและพัฒนาโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ปรับโครงสร้างเงินทุนโดยการชำระหนี้คืนบางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และวัตถุประสงค์อื่นๆ

ทั้งนี้ หุ้นสามัญของ TIDLOR ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ มีจำนวนไม่เกิน 907,428,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนรวมกันไม่เกินร้อยละ 39.1 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการ IPO ในครั้งนี้ โดยแบ่งออกเป็น

(1) การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของเงินติดล้อจำนวนไม่เกิน 210,816,700 หุ้น
(2)
การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำนวนไม่เกิน 284,144,300 หุ้น
(3) การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดย Siam Asia Credit Access Pte. Ltd. จำนวนไม่เกิน 412,467,600 หุ้น

และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe หรือ Over-allotment Option) จำนวนไม่เกิน 136,114,200 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 15.0 ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วง 30 วันแรกหลังหุ้นของ TIDLOR เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยปัจจุบันแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก... และได้มีผลใช้บังคับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในการเสนอขายหุ้นสามัญของ TIDLOR ในครั้งนี้ มีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม รวมทั้งมีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอสซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด โดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินและดำเนินการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น (Overallotment and Stabilizing Agent)

นักลงทุนรายย่อยที่สนใจสามารถจองซื้อหุ้น TIDLOR ได้ตั้งแต่เวลา 09.00 . ของวันที่ 22 เมษายน 2564 ถึง เวลา 16.00 . ของวันที่ 26 เมษายน 2564 ผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวแทนจำหน่ายหุ้น 3 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (สำหรับบุคคลที่เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เท่านั้น) ตามเวลา วิธีการและเงื่อนไขการจองซื้อที่ตัวแทนจำหน่ายหุ้นแต่ะรายกำหนด โดยการจัดสรรหุ้น จะใช้วิธี Small Lot First โดยต้องจองซื้อหุ้นขั้นต่ำเป็นจำนวน 1,000 หุ้น ที่ราคา 36.50 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่า 36,500 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนหุ้นที่จองซื้อต่อหนึ่งใบจอง นักลงทุนที่จองซื้อและชำระเงินครบถ้วนทุกจะได้รับจัดสรรหุ้นในรอบแรกเป็นจำนวนขั้นต่ำที่ 1,000 หุ้น จากนั้นจะได้รับการจัดสรรเพิ่มรอบละ 100 หุ้นต่อราย ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจำนวนหุ้นเบื้องต้นที่เสนอขายต่อผู้จองซื้อรายย่อยจะครบตามจำนวนที่กำหนด ทั้งนี้ การจัดสรรหุ้นจะดำเนินการโดยระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด โดยคาดว่าจะสามารถประกาศผลการจัดสรรและรายชื่อผู้จองซื้อรายย่อยที่ได้รับการจัดสรรผ่านทาง https://www.settrade.com ได้ภายในวันที่ 28 เมษายนนี้ ในกรณีที่ราคาเสนอขายหุ้นสุดท้ายต่ำกว่า 36.50 บาทต่อหุ้น นักลงทุนทุนรายจะได้รับคืนเงินส่วนต่างระหว่างราคา 36.50 บาทต่อหุ้น กับราคาเสนอขายสุดท้าย ตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน

ทั้งนี้ เงินติดล้อเตรียมจัดโรดโชว์เพื่อนำเสนอข้อมูลให้แก่สื่อมวลชนและนักลงทุนรายย่อยในวันศุกร์ที่ 16 เมษายน เวลา 09.30 – 11.50 . ผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กเพจ https://www.facebook.com/ngerntidlor     

ผู้สนใจลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลจากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้้ชวนของ TIDLOR ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก... ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก..www.sec.or.th และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและความเคลื่อนไหวของ TIDLOR ได้ที่ https://www.tidlorinvestor.com/

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เงินติดล้อ ส่งหุ้น TIDLOR เตรียม IPO กำหนดช่วงราคา 34.00-36.50 จองออนไลน์ 22-26 เม.ย. นี้ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/tidlor-ipo/

Didi Chuxing ยื่นไฟลิ่งเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก ที่มูลค่ากิจการ 1 แสนล้านดอลลาร์

Didi Chuxing แอปเรียกรถโดยสารรายใหญ่ของจีน ได้ยื่นเอกสารไฟลิ่งแบบ confidential เพื่อเตรียมไอพีโอเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์กแล้ว ซึ่งวิธีการยื่นเอกสาร confidential มีความแตกต่างคือจะมีระยะเวลาเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานสั้นลง ก่อนบริษัทเข้าตลาดหุ้น ด้วยเหตุผลป้องกันคู่แข่งทางธุรกิจรับรู้ข้อมูล

มูลค่ากิจการที่ Didi ประเมินในไอพีโอคือราว 1 แสนล้านดอลลาร์ โดยคาดว่ามีการขายหุ้นเพิ่มทุนประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 10% ของหุ้นทั้งหมด ทำให้เป็นไอพีโอหุ้นบริษัทจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ Alibaba ในปี 2014

Didi ควบรวมกิจการกับคู่แข่งรายสำคัญในจีน Kuaidi เมื่อปี 2015 มีมูลค่ากิจการเมื่อปี 2017 ที่ 56,000 ล้านดอลลาร์ และปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์

Didi มีผู้ลงทุนรายสำคัญ อาทิ SoftBank, Alibaba, Tencent และแอปเปิล

ที่มา: Reuters

Didi Chuxing

from:https://www.blognone.com/node/122129

Deliveroo ไอพีโอเข้าตลาดหุ้นลอนดอนแล้ว

Deliveroo แอปส่งอาหารจากอังกฤษ ได้นำบริษัทไอพีโอเข้าตลาดหุ้นลอนดอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้ โดยราคาหุ้นไอพีโออยู่ที่ 3.90 ปอนด์ต่อหุ้น มีมูลค่ากิจการ 7,590 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นช่วงราคาต่ำสุดของที่เสนอขาย

บริษัทได้เงินจากไอพีโอไปราว 1,500 ล้านปอนด์ โดยจะนำเงิน 1,000 ล้านปอนด์ไปใช้ในการขยายธุรกิจ ส่วนอีก 500 ล้านปอนด์ จะเป็นผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม รวมทั้ง Amazon และซีอีโอ Will Shu ทั้งนี้ราคาหุ้นในการซื้อขายวันแรก ปรับลดลงไปต่ำที่สุดที่ 2.73 ปอนด์

สาเหตุหลักที่ราคาหุ้น Deliveroo ปรับลงมาก มาจากนักลงทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ได้ชอร์ตหุ้น โดยมองว่า Deliveroo มีความเสี่ยงคล้ายกับ Uber ที่ศาลอังกฤษตัดสินให้คนขับรถมีสถานะเป็นพนักงานบริษัท ไม่ใช่พาร์ทเนอร์ ทำให้บริษัทอาจมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น

ที่มา: CNBC

Deliveroo

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121996

Coursera เข้าตลาดหุ้นแล้ว มูลค่ากิจการ 5.9 พันล้านดอลลาร์

Coursera สตาร์ทอัพสาย EdTech รวมคอร์สเรียนออนไลน์ ได้ไอพีโอนำบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กแล้ว หลังจากยื่นไฟลิ่งเมื่อเดือนก่อน ด้วยตัวย่อในการซื้อขาย COUR ที่ราคาไอพีโอ 33 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ราคาหุ้นปิดการซื้อขายวันแรกที่ 45 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทมีมูลค่ากิจการเพิ่มขึ้นเป็น 5,900 ล้านดอลลาร์ สูงกว่ามูลค่ากิจการก่อนเข้าตลาดหุ้น ที่มีรายงานครั้งสุดท้ายที่ 3,600 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้รายได้ของ Coursera ในปี 2020 อยู่ที่ 293 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29% จากปี 2019 และขาดทุน 66.8 ล้านดอลลาร์

ซีอีโอ Jeff Maggioncalda กล่าวว่าในปีที่ผ่านมาซึ่งมีการระบาดของโควิด-19 มีผู้สมัครใช้งานในแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นถึง 30 ล้านคน และเขามองว่าหลังหมดโควิดแล้ว โลกจะปรับทิศทางมาเรียนบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งทั้งผู้เรียนและผู้สอนต่างต้องปรับและหาแนวทางใหม่ในการเรียนการสอน

ที่มา: CNBC

Coursera

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121995