คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE_XR

ราคา iPhone XR (ไอโฟน XR) ล่าสุดจาก Apple, True, AIS, Dtac ประจำเดือน มี.ค. 62

Iphone Xr Price Update Mar 2019ราคา iPhone XR (ไอโฟน XR) ล่าสุดจาก Apple, True, AIS, Dtac ประจำเดือน มี.ค. 62 ข้อมูลนี้จะแสดงราคาเครื่องเปล่าและราคาที่ถูกสุดที่มาพร้อมแพ็กเกจของแต่ละเครือข่าย คือ Apple, True, AIS, Dtac (ไม่รวมร้านค้าอื่นๆ นอกจากนี้) ประจำเดือน มี.ค. 62 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย Apple Store Online ประเทศไทย ราคาเครื่องเปล่า iPhone XR 64GB — ราคา 29,900 บาท iPhone XR 128GB — ราคา 31,900 บาท iPhone XR 256GB — ราคา 35,900 บาท ข้อมูลเพิ่มเติม Apple Store Online ประเทศไทย TrueMove H ราคาเครื่องเปล่า iPhone XR 64GB — […]

from:https://www.iphonemod.net/iphone-xr-price-update-15-mar-2019.html

โฆษณา

เปรียบเทียบสเปค Galaxy S10 ซีรี่ส์ กับ Huawei Mate 20 ซีรี่ส์ ปะทะ iPhone XS และ Galaxy Note 9

เริ่มวางขายกันแล้วในตอนนี้สำหรับ Galaxy S10 และ Galaxu S10+ แน่นอนว่าทำเอาหลายๆ คนที่สนใจก็อยากไปเทียบสเปคกับรุ่นใกล้ๆ กันอย่าง Huawei Mate 20ถ้าเอาไปงัดกันกับมือถือเรือธงรุ่นล่าสุดของค่ายอื่นบ้าง ตัวไหนจะน่าสนกว่า หรือมีฟีเจอร์อะไรที่พอจะชนกันได้บ้าง.. มาดูกันได้เลย

**พื้นที่โฆษณา**

ซื้อสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10 พร้อมเปิดเบอร์ใหม่คุ้มกว่า ที่ dtac online store

สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำพร้อมฟังก์ชั่นที่เหนือกว่าบนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ อาทิ หน่วยประมวลผลระดับเรือธง แบตเตอรี่ 3,400mAh ถ่ายภาพสวยกว่าใครด้วยกล้องหลัง 3 ตัว Telephoto 12MP + Wide-angle 12MP + Ultra Wide 16MP พร้อมหน้าจอ Curved Dynamic AMOLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+

ซื้อสมาร์ทโฟน samsung s10 ที่ dtac online store ราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 15,900 บาท จากราคาปกติ 31,900 บาท (ลดถึง 50% เฉพาะช่วงเปิดจองเท่านั้น) เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามที่กำหนด รับสิทธิ์ผ่อน 0% พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า ทั้งลูกค้าเก่าและเปิดเบอร์ใหม่ ลูกค้าย้ายค่ายออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท

รายละเอียด ซื้อสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10 พร้อมเปิดเบอร์ใหม่คุ้มกว่า ที่ dtac online store

ตรวจสอบรุ่นและราคาสมาร์ทโฟน เพิ่มเติมได้ที่ dtac online store

 

เริ่มกันที่ตัวท็อปอย่าง Galaxy S10+ กันก่อนเลย ด้วยชิป Exynos 9820 ที่เร็วแรงพอๆ กับชิประดับไฮเอนด์รุ่นอื่นๆ ทั้ง Snapdragon 855, A12 Bionic, Kirin 980 มากับกล้องหลัง 3 ตัวที่มีประสิทธิภาพสูงไม่แพ้ใคร แถมยังเป็นรุ่นเดียวที่มีกล้องเซลฟี่ให้มา 2 ตัว อีกด้วย ซึ่งเนื่องจากมือถือรุ่นนี้เป็นตัวท็อปของซีรีส์ S10 เราก็เลยขอเอามาเทียบกับตัวท็อปๆ ของแบรนด์อื่นอย่าง Huawei Mate 20 Pro และ iPhone XS Max ซะเลย

Galaxy S10+ Huawei Mate 20 Pro iPhone XS Max
     
หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2K+ รองรับการแสดงผล HDR10+ OLED ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 2K+, รองรับการแสดงผล HDR10 / DCO-P3 Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2688 x 1242, รองรับการแสดงผล Dolby Vision / HDR10
CPU Exynos 9820 Kirin 980 A12 Bionic
GPU Mali-G76 Mali-G76 Apple Designed
RAM 8GB / 12GB 6GB 4GB
ความจุ   128GB / 512GB / 1TB รองรับ MicroSD Card 512GB 128GB รองรับ NanoSD Card 256GB (เป็นการ์ดที่ Huawei พัฒนาเอง) 64GB / 256GB / 512GB
กล้องหลัง เลนส์ซูม 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์ Wide 40MP (f/1.8), AIS

เลนส์ซูม 3X 8MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 20MP (f/2.2)

เลนส์หลัก 12MP (f/1.8), OIS

เลนส์ซูม 12MP (f/2.4), OIS

กล้องหน้า 10MP (f/1.9) + 8MP (f/2.2) 24MP (f/2.0) + เซ็นเซอร์สแกน 3 มิติ 7MP (f/2.2)
ระบบเสียง รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ, Dolby Atmos ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ, คุณภาพเสียง 32 bit / 384kHz ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ
เซ็นเซอร์ Accelerometer, Barometer, Ultrasonic Fingerprint (บนหน้าจอ), Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Hall Sensor, Heart Rate Sensor, Proximity Sensor,  3D Face Unlock, fingerprint (บนหน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, barometer, compass Face ID, accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, DLNA, BT 5.0, Infrared Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, BT 5.0
แบตเตอรี่  4,100 mAh รองรับ Wireless Power Share, Fast Wireless Charge 2.0 4,200 mAh รองรับชาร์จไว 40W, ชาร์จไวไร้สาย 15W, Reverse wireless charging 3174 mAh รองรับชาร์จไว 15W, ชาร์จไร้สาย
ราคา (เครื่องศูนย์) 8GB / 128GB : 35,900 บาท

8GB / 512GB : 44,900 บาท

12GB / 1TB : 55,900 บาท

29,990 บาท 64GB : 40,900 บาท

256GB : 47,590 บาท

512GB : 56,900 บาท

สำหรับมือถือในระดับพรีเมี่ยมทั้ง 3 รุ่นนี้ ถ้าพูดถึงเรื่องความแรงของสเปคก็แทบจะไม่หนีกันซักเท่าไหร่ จะใช้งานทั่วไปหรือจะใช้เล่นเกมหนักๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน ส่วนในเรื่องกล้องทาง S10+ และ Mate 20 Pro จะได้เปรียบในเรื่องของลูกเล่นกล้องที่มีมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 3 ตัว ที่มีเลนส์ให้เลือกใช้ได้หลากหลายทั้งเลนส์ซูมและเลนส์ Ultra wide หรือจะเป็นกล้องหน้าที่มีความละเอียดมากกว่า และถ่ายเซลฟี่ออกมาได้ถูกใจหลายๆ คนมากกว่าทาง iPhone แถม S10+ ก็ยังมาพร้อมกับกล้องหน้า 2 ตัว ที่เข้ามาช่วยจัดการเรื่องการถ่ายเซลฟี่แบบ Bokeh ให้เป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ S10+ และ Mate 20 Pro ยังมีฟีเจอร์ใช้งานเหมือน PC ตั้งโต๊ะ ด้วยการเสียบสาย USB-C > HDMI เข้ากับหน้าจอเสริม พร้อมเสียบเมาส์ และคีย์บอร์ดได้อีกด้วย.. อ้อ! S10+ ยังเป็นรุ่นเดียวที่ให้รูหูฟัง 3.5 มม. มาอีกด้วยนะ

ต่อด้วยรุ่นธรรมดา Galaxy S10 ที่จะมีสเปคด้อยกว่ารุ่นพี่ S10+ แค่กล้องหน้าที่เหลือตัวเดียวเท่านั้น แต่ทั้งความเร็วแรงของเครื่อง, กล้องหลัง 3 ตัว และฟีเจอร์ล้ำๆ อีกหลายอย่างยังคงมีเหมือนกันอยู่

Galaxy S10 Galaxy Note 9 iPhone XS
 
หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2K+ รองรับการแสดงผล HDR10+ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2K+ รองรับการแสดงผล HDR10 OLED 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125, รองรับการแสดงผล Dolby Vision / HDR10
CPU Exynos 9820 Exynos 9810 A12 Bionic
GPU Mali-G76  Mali-G72 Apple Designed
RAM 6GB 6GB / 8GB 4GB
ความจุ   128GB / 512GB รองรับ MicroSD Card 512GB 128GB / 512GB 64GB / 256GB / 512GB
กล้องหลัง เลนส์ซูม 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์ Wide 12MP (f1.5/2.4)

เลนส์ซูม 2X 12MP (f/2.4)

เลนส์หลัก 12MP (f/1.8), OIS

เลนส์ซูม 12MP (f/2.4), OIS

กล้องหน้า 10MP (f/1.9) 8MP (f/1.7) 7MP (f/2.2)
ระบบเสียง รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ
เซ็นเซอร์ Accelerometer, Barometer, Ultrasonic Fingerprint (บนหน้าจอ), Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Hall Sensor, Heart Rate Sensor, Proximity Sensor,  Iris scanner, fingerprint (ด้านหลัง), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer, heart rate, SpO2 Face ID, accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot, BT 5.0
แบตเตอรี่  3400 mAh รองรับ Wireless Power Share, Fast Wireless Charge 2.0 4000 mAh รองรับชาร์จไว 18W, ชาร์จไร้สาย 2658 mAh รองรับชาร์จไว 15W, ชาร์จไร้สาย
ราคา (เครื่องศูนย์) 8GB / 128GB : 31,900 บาท 6GB / 128GB : 29,990 บาท

8GB / 512GB : 41,900 บาท

64GB : 37,399 บาท

256GB : 41,900 บาท

512GB : 52,900 บาท

สำหรับการเทียบกันของ 3 รุ่นนี้ Galaxy Note 9 ดูจะเสียเปรียบอยู่ ด้วยชิป Exynos 9810 ของปีที่แล้วทำให้ความเร็วแรงของมันไม่สามารถสู้กับอีก 2 รุ่นที่เหลือได้ แต่จริงๆ แล้วสเปคของ Note 9 ก็ยังถือว่าใช้งานได้เหลือเฟื่ออยู่ในตอนนี้ แถมยังได้เปรียบในเรื่องของปากกา S Pen สารพัดประโยชน์อีกด้วย

iPhone XS ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทุกอย่างได้แบบลื่นๆ จากทั้งซอฟท์แวร์ iOS ที่ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงกล้องที่ถึงแม้ว่าจะมีแค่ 2 ตัว แต่ก็มีประสิทธิภาพในการถ่ายรูปไม่แพ้มือถือรุ่นอื่นๆ

ส่วน Galaxy S10 แน่นอนว่ามันเป็นมือถือรุ่นใหม่ สเปคภายในก็ต้องใหม่กว่า เร็วกว่าและแรงกว่าเป็นธรรมดา แถมยังมีกล้องหลังถึง 3 ตัว และฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีเหมือนกับรุ่นพี่ S10+ จะด้อยกว่าก็แค่เรื่องกล้องหน้าที่มีตัวเดียวแค่นั้นแหละ (แต่ถ้าใครไม่เน้นถ่ายเซลฟี่แบบ Bokeh ก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว) และที่น่าจะถูกใจหลายๆ คนก็คือมันยังมีรูหูฟัง 3.5 มม. ให้มาเหมือนเดิม

สุดท้ายกับมือถือซีรีส์เรือธงรุ่นลดสเปคราคาเอื้อมถึงอย่าง Galaxy S10e, Mate 20 และ iPhone XR ที่ถึงแม้ว่าจะโดนตัดสเปคล้ำๆ บางอย่างออกไปจากรุ่นท็อป แต่ด้วยราคาและสเปคทั่วไปที่สามารถใช้งานได้สบายๆ ก็ทำให้มือถือในระดับนี้มีความน่าใช้อยู่ไม่น้อยเลย

Galaxy S10e Huawei Mate 20 iPhone XR
 
หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับการแสดงผล HDR10+ IPS LCD ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.53 นิ้ว LCD ความละเอียด 1792 x 828 ขนาด 6.1 นิ้ว
CPU Exynos 9820 Kirin 980 A12 Bionic
GPU Mali-G76 Mali-G76 Apple Designed
RAM 6GB 6GB 3GB
ความจุ 128GB รองรับ MicroSD Card 512GB 128GB รองรับ Nano SDCard 256GB (เป็นการ์ดที่ Huawei พัฒนาเอง) 64GB / 128GB / 256GB
กล้องหลัง เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16 MP (f/2.2)

เลนส์ Wide 12MP (f/1.8), AIS

เลนส์ซูม 2X 8MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์หลัก 12MP (f/1.8), OIS
กล้องหน้า 10 MP (f/1.9) 24MP (f/2.0) 7MP (f/2.2)
ระบบเสียง รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่บนล่าง (ใช้ลำโพงสนทนาเป็นลำโพงตัวที่ 2) ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ
เซ็นเซอร์ Accelerometer, Barometer, Capacitive Finger Print (ด้านข้าง), Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Hall Sensor, Proximity Sensor Fingerprint (ด้านหลัง), accelerometer, gyro, proximity, barometer, compass Face ID, accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, DLNA, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot, BT 5.0
แบตเตอรี่  3100 mAh รองรับ Wireless Power Share, Fast Wireless Charge 2.0 4000 mAh รองรับชาร์จไว 22.5W 2942 mAh รองรับชาร์จไว 15W, ชาร์จไร้สาย
ราคา (เครื่องศูนย์) 26,900 บาท 21,990 บาท 64GB : 27,890 บาท

128GB : 29,680 บาท

256GB : 33,293 บาท

ใน 3 รุ่นนี้ Huawei Mate 20 จะได้เปรียบกว่าตรงที่เป็นมือถือรุ่นเดียวที่ให้กล้องหลังมาถึง 3 ตัว แถมยังเป็นเลนส์ของ LEICA อีกด้วย ทำให้หายห่วงเรื่องของคุณภาพกล้องไปได้เลย ส่วนสเปคอื่นๆ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารุ่นพี่ Mate 20 Pro เลยล่ะ

iPhone XR ถึงจะตัวเล็กจอเล็กกว่ารุ่นพี่ทั้ง 2 แต่ทั้ง CPU และ GPU เป็นตัวเดียวกันกับของรุ่นพี่นั่นแหละ และถึงแม้ว่าจะมีกล้องหลังให้มาแค่ตัวเดียว แต่จากเว็บ DxOMark ก็ยกให้เป็นมือถือกล้องหลังเดี่ยวที่ถ่ายภาพได้ดีที่สุดรุ่นนึงเลย

ส่วน Galaxy S10e น้องสุดท้องอาจจะถุกใจหลายๆ คนที่เซ็งๆ กับจอโค้ง Dual Edge ของเหล่ามือถือซีรีส์ Galaxy S และ Note เพราะรุ่นนี้มากับหน้าจอแบบแบนราบธรรมดาๆ และโดนลดกล้องหลังลงเหลือ 2 ตัว แต่ฟีเจอร์กล้องต่างๆ ก็ยังคงมีให้เล่นอีกเพียบ นอกจากนี้สเปคภายในก็ไม่ต่างจากรุ่นพี่เลยด้วย

และนั่นคือเหล่ามือถือที่มีราคาและสเปคอยู่ในระดับประมาณเดียวกันนะครับ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าเราจะต้องการฟีเจอร์ของมือถือรุ่นไหนมากกว่ากัน ทีนี้ก็อยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคนเองล่ะนะครับ

from:https://droidsans.com/galaxy-s10-huawei-mate-20-iphone-xs-specs-comparison/

เปรียบเทียบกล้อง Galaxy S10e vs iPhone XR แบบช็อตต่อช็อต รุ่นไหนจะถ่ายภาพออกมาถูกใจมากกว่ากัน?

Samsung Galaxy S10e และ iPhone XR ของ Apple เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นประหยัด แต่มีคุณสมบัติหลายอย่างเหมือนกับรุ่นพี่ที่เปิดตัวพร้อมกัน ยกเว้นระบบกล้อง Galaxy S10e มาพร้อมกล้องคู่หลัง ขณะที่ Galaxy S10 กับ S10+ ได้รับกล้องหลัง 3 ตัว ส่วนอีกมุมหนึ่ง iPhone XR มีกล้องหลังเลนส์เดียว แต่ iPhone XS กับ XS Max ใช้กล้องคู่หลัง

กล้องคู่หลังของ Galaxy S10e ประกอบด้วย กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล (Dual Pixel AF) รูรับแสง F1.5/F2.4 ลดภาพสั่นไหวด้วย OIS กล้องรอง 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 มุมกว้าง 123 องศา กล้องเซลฟี่ 10 ล้านพิกเซล (Dual Pixel AF) รูรับแสง F1.9

iPhone XR ใช้กล้องมุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.8 ลดภาพสั่นไหวด้วย OIS กล้องเซลฟี่ 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2

โดยรวมแล้ว สเปกกล้องของ Galaxy S10e ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่การใช้งานในชีวิตจริงจะให้ผลออกมาตรงตามสเปกหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จากภาพถ่ายของทั้งคู่ ตามรูปภาพที่แนบมาด้านล่าง


Galaxy S10e (บน) iPhone XR (ล่าง)


Galaxy S10e (ถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง)


Galaxy S10e (บน) iPhone XR (ล่าง)


Galaxy S10e (บน) iPhone XR (ล่าง)


Galaxy S10e (บน) iPhone XR (ล่าง)


Galaxy S10e Live focus


iPhone XR Portrait Mode


Galaxy S10e (ขวา) iPhone XR (ซ้าย)


Galaxy S10e (ขวา) iPhone XR (ซ้าย)

AppleInsider บอกว่าเป็นเรื่องยากในการตัดสินใจว่ากล้องของสมาร์ทโฟนรุ่นไหนทำได้ดีกว่ากัน ถึงแม้ Galaxy S10e กับ iPhone XR จะไม่มีกล้องเทเลโฟโต้ แต่ก็ยังสามารถถ่ายภาพออกมาดูดี

อย่างไรก็ตาม แต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกันไป Galaxy S10e ได้เปรียบตรงที่มีเลนส์มุมกว้าง และถ่ายภาพอาหารได้ยอดเยี่ยม ขณะที่ iPhone XR มีจุดเด่นในการถ่ายภาพ Portrait และให้สีสันที่เป็นธรรมชาติ

สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว Galaxy S10e ราคา 26,900 บาท และ iPhone XR มีราคาเริ่มต้น 29,990 บาท

from:https://www.flashfly.net/wp/244750

นักวิเคราะห์เผยยอดขาย iPhone กำลังกลับมาดีขึ้น, รุ่นเก่าขายได้มากกว่ารุ่นใหม่

Iphone Salesนักวิเคราะห์มองว่าในช่วงไตรมาสเดือน มี.ค. 2019 นี้ ยอดขาย iPhone กลับมาฟื้นตัวขายได้มากขึ้น โดยผู้ซื้อรุ่นเก่ามากกว่ารุ่นใหม่แต่รุ่นใหม่อย่าง iPhone XR ก็เข้าถึงง่ายกว่าเดิม ยอดขาย iPhone กำลังฟื้นตัว Timothy Arcuri จาก UBS รายงานว่าการลดราคา iPhone ประกอบกับโปรโมชันของหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายข่วยให้ iPhone เริ่มกลับมาขายดีขึ้นในไตรมาสเดือน มี.ค. 2019 และคาดว่าจะทรงตัวไปจนถึงไตรมาสเดือน มิ.ย. 2019 นี้ UBS ปรับคาดการณ์ยอดขาย iPhone ในไตรมาสเดือน มิ.ย. 2019 เพิ่มขึ้นจากเดิม 32.5 ล้านเครื่องเป็น 34.5 ล้านเครื่อง โดย iPhone รุ่นเก่า (รุ่นก่อนปี 2018) จะขายได้มากกว่า iPhone XR ประมาณ 3 ล้านเครื่อง ส่วน iPhone XS, XS […]

from:https://www.iphonemod.net/analyst-said-iphone-shipment-recover-march-2019-quarter-old-model-than-new-model.html

Apple ปล่อยโฆษณาตัวใหม่ของ iPhone XS และ XR เน้นฟีเจอร์ Depth Control นำเสนอผ่านมุขตลกเล็กน้อย

โฆษณาตัวใหม่ของ iPhone XS (รวมถึง XS Max) และ iPhone XR ที่ Apple ปล่อยออกมา ยังคงเน้นไปที่ฟีเจอร์ Depth Control หรือการควบคุมระยะชัดลึก ซึ่งเป็นหนึ่งในฟีเจอร์เด็ดของ Portrait Mode ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเบลอฉากหลังได้อย่างต้องการ และมีเฉพาะ iPhone รุ่นใหม่ ที่เปิดตัวในปี 2018 เท่านั้น

โฆษณาล่าสุดของ iPhone มีชื่อว่า Alejandro เป็นการเล่าเรื่องของ 2 ตัวละครที่เป็นแฟนกัน และฝ่ายชายกำลังดูภาพถ่าย Portrait Mode บน iPhone XR ซึ่งเป็นภาพถ่ายแฟนสาวของเขานั่นเอง แต่กลับมีผู้ชายปรากฏขึ้นมาอยู่ที่ด้านหลังด้วย

ฝ่ายชายหันไปถามแฟนสาวว่า ชายที่อยู่ด้านหลังคือใคร เธอก็ตอบกลับมาว่าเขาชื่อ Alejandro เป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งคงจะไม่มีอะไรติดใจ ถ้าเธอไม่พูดต่อไปว่า เขามีอารมณ์ขัน และเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆ นั่นทำให้ฝ่ายชายตัดสินใจเบลอ Alejandro ทันที

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ก็ได้ปล่อยโฆษณาที่เน้นฟีเจอร์ Depth Control ออกมาเช่นกัน โดยใช้ชื่อ Bokeh’d ตามที่เราฝังโค้ดไว้ด้านล่าง

from:https://www.flashfly.net/wp/243156

[ประกาศผล] Pixel 3 คว้าแชมป์ Blind Test Tournament เดือนกุมภาพันธ์ 2019

หลังจากเปิดโหวตกันมาทั้งหมด 3 รอบ ตอนนี้เราก็ได้ผู้เป็นแชมป์ใน Blind Test Tournament เดือนกุมภาพันธ์ 2019 แล้ว นั่นก็คือ … “Google Pixel 3” นั่นเอง เส้นทางแชมป์นั้นผ่านมาทั้ง iPhone XS, OnePlus 6T และจบชนแชมป์ชนะ Galaxy Note 9 มาได้ส่วนผลคะแนนโหวตและภาพในแต่ละรอบนั้นเรารวมมาให้ทั้งหมดที่นี่แล้วค้าบ ~

ขอท้าวความนิดนึง สำหรับ Blind Test Tournament เป็นการสุ่มจับฉลากแบ่งสายมือถือแต่ละรุ่นเหมือนแข่งฟุตบอล แล้วให้เพื่อนๆ ทุกคนมาร่วมสนุกด้วยการเปิดโหวต ดังนั้นผลที่ออกมาจะไม่ใช่การตัดสินว่ารุ่นไหนกล้องดีที่สุด สวยสุดยอด อะไรแบบนั้น แต่จะเป็นรุ่นที่ชนะใจเพื่อนๆ มากที่สุดจ้า ส่วนผลโหวตแต่ละรอบ เราได้นำคะแนนจากเพื่อนๆ โหวตกันทั้งทาง Facebook และ Twitter มาคิดรวมกัน แล้วสรุปออกมานั่นเอง …

มาเริ่มกันที่ผลการจับฉลากแบ่งสายสมาร์ทโฟนทั้ง 8 รุ่นที่นำมาทดสอบ Blind Test Tournament ในครั้งนี้ ได้แก่ …

  • A: OnePlus 6T
  • B: OPPO R17 Pro
  • C: Pixel 3
  • D: iPhone XS
  • E: Huawei Mate 20 Pro
  • F: iPhone XR
  • G: Xiaomi Mi 8
  • H: Galaxy Note 9

 

ผลคะแนน

แท่น แท๊นนน~ และนี่ก็เป็นผลคะแนนและผลการแข่งขันในแต่ละรอบของ Blind Test Tournament 2019 ซึ่งบางคู่ก็กินขาด บางคู่ก็สูสีกันอยู่ ส่วนตัวว่าความสามารถของสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นเดี๋ยวนี้ใช้ง่าย สะดวก และมีลูกเล่นให้ลองเยอะแยะไปหมด แต่ครั้งนี้เราใช้เป็นโหมด Auto เพื่อให้แต่ละรุ่นได้แข่งกันด้วยความสามารถในการ Process ภาพ สี แสงต่างๆ ของตัวเองเลย

รอบแรก

เราตั้งโจทย์ของภาพทั้ง 3 ที่ให้เปิดโหวตไว้ตามนี้ …

  • ภาพอาหาร
  • ภาพบุคคล (Portrait) กลางวัน
  • ภาพตอนพระอาทิตย์ตก (Twilight)

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Blind Test Tournament รอบแรก 
























ผลคะแนนรวมทั้ง Facebook และ Twitter  (รอบแรก)

คู่ A (OnePlus 6T) 67% vs B (OPPO R17 Pro) 33%

  • A (OnePlus 6T): 1,836 คะแนน 
  • B (OPPO R17 Pro): 894 คะแนน

 

คู่ C (Pixel 3) 59% vs D (iPhone XS) 41%

  • C (Pixel 3) : 1,552 คะแนน
  • D (iPhone XS): 1,088 คะแนน

 

คู่ E (Mate 20 Pro) 73% vs F (iPhone XR) 27%

  • C (Mate 20 Pro): 1,546 คะแนน
  • D (iPhone XR): 581 คะแนน

 

คู่ G (Mi 8) 36% vs H (Galaxy Note 9) 64%

  • G (Mi 8): 615 คะแนน
  • H (iPhone XR): 1,099 คะแนน

 

รอบรองแชมป์

  • ภาพวิวตอนกลางวัน (Landscape)
  • ภาพวัตถุหลากสีสัน (Color Dynamics Range)
  • ภาพบุคคลในที่แสงน้อย

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Blind Test Tournament รอบรองฯ












ผลคะแนนรวมทั้ง Facebook และ Twitter  (รอบรองฯ)

คู่ A (OnePlus 6T) 28% vs C (Pixel 3) 72%

  • A (OnePlus 6T): 383 คะแนน 
  • C (Pixel 3): 962 คะแนน 

 

คู่ E (Mate 20 Pro) 43% vs H (Galaxy Note 9) 57%

  • E (Mate 20 Pro): 699 คะแนน
  • H (Galaxy Note 9): 934 คะแนน

 

รอบแชมป์ 

  •  ภาพ HDR สองสภาพแสง
  • ภาพในร่ม (indoor)
  • ภาพกลางคืน

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Blind Test Tournament รอบรองฯ






ผลคะแนนรวมทั้ง Facebook และ Twitter  (รอบชิงแชมป์)

คู่ C (Pixel 3) 53% vs H (Galaxy Note 9) 47%

  • C (Pixel): 723 คะแนน
  • H (Galaxy Note 9): 630 คะแนน

 

จากคะแนนทั้งนี้ต้องบอกว่ามีหลายรอบที่คะแนนอยู่ในระดับเฉือนเอาชนะกันพอสมควร คนที่ตกรอบไปก็อาจจะไม่ได้หมายความว่าถ่ายภาพออกมาแย่อะไรกว่ากันนะ ขึ้นกับความชอบของแต่ละคนซะมากกว่า มันเป็นเรื่องของโทนสีและรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ และที่สำคัญที่สุดในการถ่ายภาพจริงๆ คือคนที่อยู่หลังกล้องนั่นเอง สุดท้ายนี้ ถ้าอยากให้เราปรับปรุงส่วนไหน หรือเพิ่มเติมอะไรในการแข่งขันครั้งต่อไป สามารถคอมเมนท์บอกกันมาได้เลยค่ะ 😀 เพราะอีกไม่นานน่าจะได้จัดชนกันอีกรอบเร็ว ๆ นี้ เพราะมีมือถือใหม่เปิดกันมาให้เพียบเลยจ้า

from:https://droidsans.com/blind-test-tournament-announcement/

เปรียบเทียบสเปค Galaxy S10e กับ iPhone XR

Galaxy S10e Vs Iphone Xr Comparisionสำหรับงานเปิดตัว Galaxy S10 ก็มีการเปิดตัวรุ่นน้องเล็กสเปคแรงอย่าง Galaxy S10e ด้วยเช่นกัน เรามาชมเปรียบเทียบสเปค Galaxy S10e กับ iPhone XR กันเลยดีกว่าว่ามีจุดไหนแตกต่างกันบ้าง สำหรับ Galaxy S10e ถือว่าเป็นรุ่นของเล็กในตระกูล Galaxy S10 แต่หน้าจอและฟีเจอร์บางอย่างก็ยังเหมือนกับรุ่นพี่ Galaxy S10+ และ S10 นับได้ว่าเป็นรุ่นที่คุ้มค่ามากๆ เลยทีเดียว และยังมีสีสันสดในอีกด้วย เปรียบเทียบสเปค Galaxy S10e กับ iPhone XR หน้าจอ Galaxy S10e :  หน้าจอ Dynamic Super AMOLED รองรับ HDR 10+, ใช้จอแนวทแยงขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2280 x 1080px ที่ 438ppi iPhone XR : หน้าจอ LCD Liquid […]

from:https://www.iphonemod.net/galaxy-s10e-vs-iphone-xr-comparision.html