คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE_12

เผื่อใครมองไม่ออก เทียบความต่าง iPhone 12 vs iPhone 13

จากงาน Apple Event เปิดตัว iPhone 13 ที่ดูเผินๆ เหมือนไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างจาก iPhone 12 อย่างเห็นได้ชัดนัก เพราะแอปเปิลยังคงดีไซน์เดิมไว้ แต่ถ้ามาเพ่งดูดีๆ จะเห็นว่าหน้าตาภายนอกมีการปรับเปลี่ยนอยู่บ้าง ที่ชัดที่สุดคือ รอยบากที่เป็นเอกลักษณ์บนหน้าจอ เล็กกว่า iPhone 12 ราวๆ 20% ตัวขอบจอบางลง (นิดเดียวจริงๆ)

พลิกมาด้านหลังกล้อง มีการเปลี่ยนเลย์เอาท์เสนส์กล้องใหม่ โดย iPhone 13 ทั้งรุ่นธรรมดาและ mini ตัวเลนส์กล้องวางในแนวทแยงมุม ต่างจาก iPhone 12 ที่วางเป็นแนวตั้ง ส่วนเลย์เอาท์กล้อง iPhone 13 Pro และ Pro Max ยังคงยึดเลย์เอาท์เดิม

มาดูฝั่งสีกันบ้าง iPhone 13 (เฉพาะตัว iPhone 13 Pro และ Pro Max) เพิ่มสีฟ้าเฉดใหม่ Sierra Blue เป็นสีฟ้าโทนหวาน พาสเทล ซึ่งสีนั้นเป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดให้คนซื้อ iPhone มาใช้กัน

No Description

สิ่งที่อัพเกรดขึ้นจาก iPhone 12 คือสเปกและความสามารถใหม่ๆ ที่เด่นๆ คือ

  • เทคโนโลยี ProMotion ปรับความถี่การไถหน้าจอให้อัตโนมัติ สามารถปรับความถี่ได้ตั้งแต่ 10Hz ไปจนถึง 120Hz
  • ชิปใหม่ A15 Bionic ที่โครงสร้างหลักของชิปยังเหมือนเดิมกับของ A14 Bionic แต่เพิ่มเติมเฉพาะ iPhone 13 Pro จะได้จีพียู 5 คอร์ที่ถือเป็นรุ่นท็อปของ A15 แต่ iPhone 13 และ mini ยังคงเป็น GPU 4-Core
  • ตัวกล้องรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Cinematic Mode ทำหน้าชัดหลังเบลอได้ ถ่ายวิดีโอแบบ ProRes ได้ด้วย เหมาะสำหรับคนที่อยากใช้ iPhone ถ่ายหนัง
  • ความอึดของแบตเตอรีในซีรีส์ 13 โดยรวมอึดกว่าซีรีส์ 12
  • ความจุเริ่มต้นที่ 128GB ไปเลย และดันความจุสูงสุดได้ถึง 1TB สำหรับรุ่น iPhone 13 Pro และ Pro Max ต่างจาก iPhone 12 ที่เริ่มความจุที่ 64 GB
  • ส่วนราคา พบว่า iPhone 13 ราคาไทย รุ่นปกติ ความจุเดิม ราคาถูกลง แต่รุ่น Pro แพงขึ้นทุกความจุ

สามารถกดดูรูปเทียบความแตกต่างได้จากอัลบั้ม Facebook ด้านล่าง

from:https://www.blognone.com/node/124789

Apple ปรับลดราคา iPhone 12, iPhone 11 รุ่นเก่า ลดสูงสุด 4,000 บาท มีผลทันที

Apple ปรับลดราคา iPhone 12 และ iPhone 11 ลงแล้ว อ้างอิง […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-cut-iphone11-and-iphone12-price-update-oct-21.html

Apple ลดราคา iPhone 12, iPhone 11 สูงสุด 4,000 บาท มีผลทันที!

หลัง Apple เปิดตัว iPhone 13 รุ่นใหม่ก็ได้เลิกขายและปรั […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-12-and-iphone-11-discount-after-introduce-iphone-13.html

Apple ปรับราคา iPhone 12 ลงเหลือเริ่มต้นแค่ 21,900 บาท ต้อนรับการมาของ iPhone 13

เป็นธรรมเนียมของทุกปีอยู่แล้ว ที่พอ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่เมื่อไหร่ สมาร์ทโฟนของบริษัทฯ รุ่นปีที่แล้วจะต้องมีการปรับราคา โดยรอบนี้ iPhone 13 เปิดราคามาเท่า ๆ กับ iPhone 12 เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้ ณ ปัจจุบัน ตอนนี้ iPhone 12 รุ่น mini ได้ถูกปรับลดราคา เหลือเพียงเริ่มต้นเครื่องละ 21,900 บาทเท่านั้น

ราคา IPHONE 12 ในไทยทุกรุ่น (อัปเดตล่าสุด 2021)

iPhone 12 mini iPhone 12 iPhone 12 Pro
iPhone 12 Pro Max
64 GB 21,900 25,900
128 GB 23,900 27,900 36,900 *รออัปเดต
39,900 *รออัปเดต
256 GB 27,900 31,900 40,900 *รออัปเดต
43,900 *รออัปเดต
512 GB 48,900 *รออัปเดต
51,900 *รออัปเดต

โดยรุ่นที่ Apple ตัดสินใจปรับราคาลงในครั้งนี้ จะมีเพียงแค่ iPhone 12 mini และ iPhone 12 รุ่นธรรมดา ลดราคาไปมากถึง 4,000 บาทต่อเครื่อง จากปกติรุ่น mini เคาะเริ่มต้น 25,900 บาท ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 21,900 บาทแล้ว ซึ่งสำหรับใครที่มองว่า iPhone 13 Series รอบนี้การอัปเกรดเป็นไมเนอร์เชนจ์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ iPhone 12 Series ทั้งหลาย ก็ยังเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนตัวเลือกที่ประสิทธิภาพดีและแรงไม่แพ้กันอยู่ดี

อ่านเพิ่มเติม:

ส่วน iPhone 12 Pro และ Pro Max จากที่ทีมงานไปเช็คที่หน้าเว็บ Official ของ Apple Thailand กลับพบว่าไม่มีหน้าสเปคหรือ Support Page ขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทฯ อาจจะเลิกขายรุ่น Pro และ Pro Max ใน iPhone 12 ไปแล้วก็ได้ เอาไว้หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวผมจะรีบมาอัปเดตราคาให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกันอีกทีนะครับ

ในขณะเดียวกัน iPhone 11 ก็เหมือนจะถูกปรับราคาลงด้วยเช่นเดียวกัน เหลือเพียงเริ่มต้นเครื่องละ 19,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 64GB และ 21,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 128GB ซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะชิป A13 Bionic ก็ถือว่ายังแรงมาก ๆ อยู่ เมื่อเทียบกับชิปจากฝั่งเรือธง Android ในปัจจุบัน เอาไปใช้งานหรือเล่นเกมได้แบบเหลือกินเหลือใช้แล้ว

from:https://droidsans.com/apple-iphone-12-prices-decreased-welcoming-iphone-13/

Apple ปรับลดราคา iPhone 11, iPhone 12 ส่วน iPhone XR หยุดขายแล้ว

เมื่อมีของใหม่อย่าง iPhone 13 เข้ามา ก็ถึงเวลาที่ iPhone รุ่นเก่าต้องโบกมือลา หรือขายต่อในราคาที่ลดลง โดยหลังจากแอปเปิลเปิดตัว iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max มีการเปลี่ยนแปลงการวางขายของ iPhone รุ่นเก่า

โดย iPhone รุ่นเก่าที่ยังมีขายต่อไปคือ iPhone 12, iPhone 11 และ iPhone SE ส่วนรุ่นที่หยุดจำหน่ายทางออนไลน์คือ iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max และ iPhone XR แต่ทั้งนี้ยังอาจหาซื้อได้ผ่านตัวแทนจำหน่าย

ราคาขายใหม่ที่ปรับลงมาเป็นดังนี้

  • iPhone SE เริ่มต้น 14,900 บาท ราคาเท่าเดิม
  • iPhone 11 เริ่มต้น 19,500 บาท เดิม 22,100 บาท
  • iPhone 12 mini เริ่มต้น 21,900 บาท เดิม 25,900 บาท
  • iPhone 12 เริ่มต้น 25,900 บาท เดิม 29,900 บาท

ที่มา: MacRumors

alt="iPhone"

from:https://www.blognone.com/node/124755

เปรียบเทียบ iPhone 13 mini – iPhone 13 – iPhone 13 Pro – iPhone 13 Pro Max สเปคเหมือนต่างกันแค่ไหน ซื้อรุ่นไหนดี

เปิดตัวกันมาตามนัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ iPhone 13 Series ที่รอบนี้ Apple ขนมาทั้ง 4 รุ่นเช่นเคย ไล่ตั้งแต่ Mini, รุ่นธรรมดา, Pro ไปจนถึง Pro Max ว่าแต่คำถามที่ใครหลาย ๆ คนสงสัยว่า รุ่นไหนคุ้มค่ากับการซื้อที่สุด ตัวไหนสเปคดีที่สุด มาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยครับ ทีมงาน DroidSans ย่อยข้อมูลมาให้หมดแล้ว

รอบนี้ Apple ถือว่าจัดเต็มแบบสุด ๆ โดยเฉพาะรุ่น Pro และ Pro Max ที่ใส่หน้าจอ ProMotion รีเฟรชเรท 120Hz มาให้ แถมชิปเซ็ตยังอัปเกรดมาเป็นตัวแรง A15 Bionic แรงกว่าเดิมพอสมควร ว่าแต่หากนำมาเทียบสเปคกันจริง ๆ ตัวไหนจะเป็นรุ่นเดอะ ตัวไหนคุ้มที่สุด

ตารางเปรียบเทียบสเปค iPhone 13 mini – iPhone 13 – iPhone 13 Pro – iPhone 13 Pro Max

iPhone 13 mini iPhone 13 iPhone 13 Pro
iPhone 13 Pro Max
หน้าจอแสดงผล OLED
ขนาด 5.4 นิ้ว 6.1 นิ้ว 6.7 นิ้ว
ความละเอียด 2340 x 1080 2532 x 1170 2532 x 1170 2778 x 1284
รีเฟรชเรท 60Hz ProMotion 120Hz
ชิปเซ็ต A15 Bionic + GPU 4 Cores A15 Bionic + GPU 5 Cores
ROM 128GB | 256GB | 512GB 128GB | 256GB | 512GB | 1TB
กล้องหลัง 2 ตัว

  • Wide: 12MP f/1.8 กันสั่น IBIS
  • Ultra-Wide: 12MP f/2.4 มุมกว้าง 120 องศา
3 ตัว + LiDAR

  • Wide: 12MP f/1.5 กันสั่น IBIS
  • Ultra-Wide: 12MP f/1.8 มุมกว้าง 120 องศา
  • Telephoto: 12MP f/2.8 กันสั่น OIS, Optical Zoom 3x
กล้องหน้า TrueDepth 12MP f/2.2 + SL 3D
ถ่ายวิดีโอ บันทึก HDR แบบ Dolby Vision สูงสุด 4K @60fps
5G รองรับ
สแกนลายนิ้วมือ ไม่รองรับ
Face ID รองรับ
พอร์ต Lightning
ชาร์จไว 20W
ชาร์จไร้สาย 15W
ลำโพง คู่แบบสเตอริโอ
การเชื่อมต่อ  WiFi 6e + Bluetooth 5.0
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น
IP68 กันน้ำลึก 6 เมตร เป็นเวลา 30 นาที
น้ำหนัก 140 กรัม 173 กรัม 203 กรัม 238 กรัม
ราคาเริ่มต้น 25,900 บาท 29,900 บาท 38,900 บาท 42,900 บาท

สรุปสเปค iPhone 13 Series ทั้ง 4 รุ่น เหมือน – ต่างกันอย่างไร?

จากตารางสรุปสเปคของ iPhone 13 Series จะเห็นว่าทั้ง 4 รุ่น ดูจะไม่ค่อยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญสักเท่าไหร่ จะมีต่างกันแบบเห็นได้ชัดก็คือหน้าจอแสดงผลที่รุ่น Pro และ Pro Max อัดมาให้แบบจัดเต็ม ProMotion รีเฟรชเรท 120Hz เหมือน ๆ กับแท็บเล็ตซีรีส์ iPad Pro ของบริษัทฯ

แต่ถ้ามองในแง่ของประสิทธิภาพ ตรงนี้จิ้มตัวไหนก็ได้เหมือนกันหมด เพราะ iPhone 13 Series ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต A15 Bionic บนสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตร แรงกว่าเดิม แต่กินไฟน้อยลง เมื่อเทียบกับ A14 Bionic รุ่นก่อนหน้านี้ เร็วแรงทะลุนรกด้วยกันทั้งซีรีส์ แต่รุ่น Pro และ Pro Max อาจซดแบตกว่าเดิมเล็กน้อย เนื่องจากจอรีเฟรชเรทสูงกว่านั่นเอง

ส่วนเรื่องกล้อง รอบนี้เซอร์ไพรส์สุด ๆ เพราะ Apple จัดหนักจัดเต็มใส่เซ็นเซอร์กันสั่นแบบ Sensor-Shift มาให้ทั้งหมด 4 รุ่น ตั้งแต่ mini ยัน Pro Max แต่รุ่น Pro และ Pro Max จะมีเซ็นเซอร์ Telephoto ความละเอียด 12MP เข้ามาเสริมทัพด้วย สามารถซูมแบบ Optical ไม่เสียรายละเอียดได้ 3x ขณะที่รุ่นที่เหลือทำได้เพียงแค่ 2x เท่านั้น

ซื้อ iPhone 13 รุ่นไหนคุ้มที่สุด?

  • iPhone 13 mini : เหมาะกับคนที่ชอบมือถือเครื่องเล็ก ๆ แต่สเปคเรือธง ฟีเจอร์ครบ ๆ น้ำหนักเบา แต่อาจต้องแลกมาด้วยความจุแบตเตอรี่ที่น้อยกว่าคนอื่น ใช้งานหนัก ๆ อาจจะมีแบตหมดระหว่างวัน ต้องพกพาวเวอร์แบงค์ หรือสายชาร์จติดตัวไปด้วย
  • iPhone 13 : เหมาะกับคนที่ชอบมือถือขนาดพอดีมือ สเปคเรือธง น้ำหนักไม่หนักมาก แบตเตอรี่อยู่ในเกณฑ์ปานกลางไปจนถึงดี แต่อาจจะติดในเรื่องของราคาที่แพงกว่า mini อยู่พอสมควร ทั้งที่สเปคไม่ได้หนีกันมาก
  • iPhone 13 Pro : เหมาะกับคนที่อยากได้มือถือแรง ๆ ขนาดกำลังพอดีมือ ฟีเจอร์สุดในรุ่น เป็นรอง Pro Max เพียงแค่หน้าจอ (และขนาดแบตเตอรี่) เท่านั้น
  • iPhone 13 Pro Max : เหมาะกับคนที่ชอบมือถือจอใหญ่ ๆ ฟีเจอร์ระดับเรือธง แต่ราคาก็แอบสูงเอาเรื่อง

 

ราคาและวันวางจำหน่ายของ iPhone 13 Series

รอบนี้น่าสนใจมาก ๆ เพราะปกติประเทศไทยจะเป็นกลุ่ม Tier 3 กว่า Apple จะเข้ามาวางขาย iPhone รุ่นใหม่ ๆ ก็ต้องรอไปเกือบ ๆ สิ้นปี แต่มาวันนี้ทางบริษัทฯ ได้ขยับบ้านเราให้ไปอยู่ใน Tier 2 แล้ว เปิดให้จองวันแรก 1 ตุลาคมนี้ พร้อมกับวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดไป หรือ 8 ตุลาคม 2021 นั่นเอง

ความจุ iPhone 13 mini iPhone 13 iPhone 13 Pro
iPhone 13 Pro Max
128 GB 25,900 29,900 38,900 42.900
256 GB 29,900 33,900 42,900 46,900
512 GB 37,900 41,900 50,900 54,900
1 TB N/A N/A 58,900 62,900

 

from:https://droidsans.com/iphone-13-series-official-launch/

Apple เพิ่มเอกสารเตือนผู้ใช้ iPhone แรงสั่นจากเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์อาจทำให้กล้อง iPhone เสียหายได้

Apple เพิ่มเอกสารสนับสนุนเตือนผู้ใช้ iPhone ว่า เมื่อเร […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-support-document-vibration-can-harm-iphone-camera.html

เปรียบเทียบ iphone 12 series แต่ละรุ่น ต่างกันยังไงบ้าง

เปรียบเทียบ iphone 12 series ต่างกันยังไงบ้าง

ใครกำลังมีความลังเลกับการซื้อโทรศัพท์ไอโฟนอยู่ล่ะก็ วันนี้เราได้เทียบและได้ดึงจุดเด่นของไอโฟน 12 แต่ละ series นี้มาให้ทุกคนได้เลือกตัดสินใจกันแล้วว่า รุ่นไหนตอบโจทย์ที่สุด! ซึ่งขอเกริ่นเลยว่า ความปังของ iPhone 12 นี้ ทุกรุ่นเปิดตัวมาด้วยการรองรับ 5G ซึ่งก็ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของไอโฟนเช่นเดียวกัน โดยรอบนี้ Apple เขาขนมาให้เลือกถึง 4 รุ่นด้วยกัน ดังนี้ iPhone 12 Mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีฟีเจอร์หลัก ๆ ที่คล้ายกัน แต่ราคามือถือไม่เท่ากัน เพราะอย่างตัวท็อปของ iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max เนี่ย เขาก็งัดฟังก์ชั่นเทพ ๆ ใส่เพิ่มเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นกล้อง แบตเตอรี่ ความคมชัด ความลื่นไหลในการเล่นเกมต่าง ๆ ในจุดนี้จึงทำให้ราคาของไอโฟนทั้งสองรุ่นนี้จึงมีราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง งั้นมาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยดีกว่าว่า รุ่นไหนคุ้มและเหมาะกับการใช้งานของคุณที่สุด!

 

iPhone 12 Mini

credit : unsplash.com

มาเริ่มกันที่น้องเล็กทรงพลังอย่าง iPhone 12 Mini กันเลยดีกว่า ขอเกริ่นก่อนเลยว่าตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบพกโทรศัพท์แบบพอดีมือ กะทัดรัด ไม่ใหญ่เกิน เพราะว่าเขามีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.4​ นิ้ว และในส่วนของแบตเตอรี่มี​ขนาด​ 2227 mAh เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยติดโทรศัพท์ ไม่ค่อยติดโชเซี่ยล แม้ว่าตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กกว่าไอโฟน 12 รุ่นอื่น ๆ แต่ในด้านของสเปค ต้องขอบอกว่าจัดเต็มสุด ๆ ตั้งแต่ชิปขุมพลัง A14 Bionic ที่จะเน้นเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานที่สูง แต่ว่าเน้นการใข้พลังงานต่ำลง มาพร้อมหน้าจอ OLED และกล้องหลังที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด ที่สำคัญรุ่นนี้ยังคงมีมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 สามารถทนนํ้าได้สูงสุด 6 เมตร นาน 30 นาที ซึ่งทนได้ที่ความลึกมากกว่า iPhone 11 ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว เล็กแต่เจ๋งของจริง! นอกจากนั้นตัวดีไซน์ขอบของ iPhone 12 ทุกรุ่นรวมถึง mini ใช้อะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งรับประกันความแข็งแรงและทนทานแน่นอน! โดยมีสีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีดำ, ขาว, (PRODUCT) RED, เขียว และน้ำเงิน ถ้าพูดถึงภาพรวมของ iPhone 12 Mini ทั้งในด้านของสเปคและฟีเจอร์ ก็ไม่ได้​แตกต่าง​จาก ​iPhone 12 series ตัว​อื่นที่​แพง​กว่า​มาก​เท่าไหร่​ ถ้าพิจารณาถึงราคาและสเปคแล้ว iPhone 12 Mini จึงถือเป็นอีกตัวที่น่าโดนมากทีเดียว


iPhone 12

credit : unsplash.com

รุ่นนี้ถือเป็น series หลักของ iPhone 12 เพราะเขามาพร้อมฟีเจอร์หลักอย่าง A14 Bionic รองรับสัญญาณ 5G แล้ว ยังมาพร้อมหน้าจอ Super Retina XDR พาแนล OLED กับความกว้างหน้าจอที่มีขนาดพอดีที่ 6.1 นิ้ว ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป จับใช้งานได้อย่างพอดีมือ สำหรับเลนส์กล้องจะมาพร้อม 2 เลนส์ คือ เลนส์กว้าง ความละเอียด 12MP และเลนส์กว้างพิเศษ ความละเอียด 12MP ส่วนกล้องหน้าจะมีเลนส์เดียว ความละเอียด 12MP ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่ได้เน้นใช้งานกล้องมากนัก แต่ก็ยังสามารถใช้ถ่ายได้ทั่วไป จะลงไอจี ลงเฟสบุ๊คก็ยังเลิศอยู่! พูดถึงแบตเตอรี่กันบ้าง ทาง Apple เขาเคลมมาว่า iPhone 12 จะมีแบตเตอรี่ที่เยอะกว่า iPhone 12 Mini เล็กน้อยเท่านั้น ทำให้หลายคนอาจจะกังวลใจได้ว่า ถ้าใช้งาน 5G แบบเต็มสตรีม แบตจะหมดเร็วหรือเปล่า ? อย่างไรก็ตาม สเปคของ iPhone 12 จัดว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดีที่สุดเลย เมื่อเทียบกับมือถือรุ่นอื่น ๆ ในปัจจุบัน โดยมีสีให้เลือกเหมือน iPhone 12 Mini คือ สีดำ, ขาว, (PRODUCT) RED, เขียว และน้ำเงิน


iPhone 12 Pro

credit : unsplash.com

ความปังของ iPhone 12 Pro ได้ยินคำว่าโปร ก็ต้องเป็นที่รู้กันแน่นอนว่า ต้องมีอะไรเทพ ๆ เพิ่มเข้ามาจาก series ก่อน ๆ แน่นอน ซึ่งความเทพแรกที่จะพูดถึงก็คือ กล้องหลังที่มาพร้อมเทคโนโลยี LiDAR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นาซ่านำมาใช้ในการสแกนพื้นที่เพื่อลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ ได้แก่ เลนส์กว้าง, เลนส์กว้างพิเศษ และเลนส์เทเลโฟโต้ ความละเอียด 12MP ทำให้การถ่ายภาพกลางคืน รูปที่ออกมาจะสว่างและสวยกว่าไอโฟนรุ่นก่อน ๆ แน่นอน อีกทั้งยังมีระบบกันสั่นที่ช่วยให้การจับภาพมีความชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย ใครสายถ่ายรูป ต้องเลิฟสิ่งนี้! ในส่วนของหน้าจอ เขาจะใช้หน้าจอ Super Retina XDR พาแนล OLED เช่นเดียวกัน โดย iPhone 12 Pro จะมีขนาดอยู่ที่ 6.1 นิ้ว ถือว่าเป็นขนาดที่เหมาะกับคนชอบโทรศัพท์ขนาดใหญ่ ดูซีรี่ส์ เล่นเกมได้แบบจุใจไปเลย อีกเรื่องที่หลายคนถาม คือ แบตเตอรี่ ซึ่งขนาดเขาให้มาที่ 2815 mAh ก็เรียกได้ว่ายังถือว่าเล็กอยู่ ถ้าเทียบกับฟีเจอร์เทพ ๆ ที่ให้มา นอกจากดีไซน์ที่สวยงามของตัวเครื่องแล้ว สีที่เปิดตัวออกมาก็เรียบหรูพรีเมี่ยมมาก นั่นก็คือ สีเงิน, กราไฟต์, ทอง และแปซิฟิกบลู 


iPhone 12 Pro Max

credit : unsplash.com

มากันถึงซีรี่ส์ที่ปังที่สุดอย่าง iPhone 12 Pro Max แล้ว จัดเป็นตัวท็อปที่สุดของซีรี่ส์นี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งทั้งสี ดีไซน์และฟีเจอร์รวม ๆ ก็จะเหมือน iPhone 12 Pro เลย  แต่ขนาดเครื่องจะมีขนาดใหญ่กว่า จะอยู่ขนาดที่ 6.7 นิ้ว เรียกได้ว่าถือเป็นรุ่นที่มีจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา ในส่วนของกล้องก็มี 3 เลนส์หลักเหมือน 12 Pro แต่เซ็นเซอร์ของ Pro Max จะใหญ่กว่าของ 12 Pro ธรรมดา ทำให้ถือได้นิ่งมากขึ้น แถมยังถูกอัปเกรดกล้องใหม่ โดยกล้องหลักมีพิกเซลใหญ่ขึ้น รูรับแสงที่กว้างขึ้นถึง f/1.6 รองรับ Apple ProRAW และบันทึกวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision สูงสุด 60fps เพราะฉะนั้น เวลาถ่ายภาพตอนกลางคืน จะเห็นได้ชัดเลยว่า Noise ลดลงไปได้อย่างเห็นได้ชัดเลย ขอสรุปไฮไลท์ของ iPhone 12 Pro Max แบบรวบรัดเลยว่า นอกจากฟังก์ชั่นเทพ ๆ และดีไซน์ที่ออกแบบมาได้ไฮโซหรูหรากว่าเดิมแล้ว จอแสดงผลชนิด OLED ยังเป็นจอที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ไอโฟนมีมา พร้อมกับระดับเสียงของลำโพงที่ดังขึ้นกว่าในรุ่นก่อน ๆ ในด้านของกล้องก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เอาเป็นว่าเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย ก็ได้สุดยอดโทรศัพท์มือถือในศตวรรษนี้มาครอบครองแล้ว


เห็นแบบนี้ใครยังเล็งอยู่ คงตัดสินใจได้ง่ายแล้วว่า iphone 12 series ไหนที่ตอบโจทย์ที่สุด ซึ่งตรงนี้ก็ต้องบอกว่าหากใครไม่มีปัญหาเรื่องงบ ก็จัดตัวท็อปอย่าง iPhone 12 Pro Max ไปเลย เพราะสเปคที่ได้มานี่ เรียกได้ว่าจัดเต็มจริง ๆ จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้ยาว ๆ แต่ใครไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น iPhone 12 Mini ก็ถือเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับคนที่เน้นโทร หรือซื้อมาปล่อยเน็ตผ่านซิมเทพ อีกทั้งฟังก์ชั่นหรือสเปคต่าง ๆ ก็จะคล้าย ๆ เลย อย่างไรก็ตาม หลังจากเลือกรุ่นได้แล้ว ก็อย่ามองข้ามเรื่องความจุด้วย เนื่องจากการใช้งานของคนเราไม่เหมือนกัน สำหรับบางคนสายถ่ายรูป ชอบเก็บรูป มีรูปในคลังเป็นพัน ก็คงต้องเลือกขนาดความจุที่เพิ่มมากขึ้นหน่อย แนะนํา​ให้​มอง​ไป​ที่​ 128GB หรือ​ 256​GB​ ไป​เลย คิดเผื่อในอนาคตจะได้ไม่ต้องเสียเงินหลายรอบ จ่ายก้อนเดียวแล้วจบ แล้วใช้นาน ๆ ไปโลด!

Shopee 10.10 Brand Festival โปร 10.10 สุดฟินเอาใจขาช้อป! กับขบวนสินค้าจากแบรนด์ดังชั้นนำตลอดทั้งแคมเปญ สินค้าดีลปังจากแบรนด์เพียง 10.- เท่านั้น! พร้อมเก็บโค้ดลด Shopee Mall ลดสูงสุดถึง 1,500.- และโปรโมชั่นส่งฟรีทั่วไทยไม่มีขั้นต่ำ เริ่มช้อปได้ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. – 10 ต.ค. นี้ที่ Shopee 10.10 Brand Festival เท่านั้น!

ข่าว: เปรียบเทียบ iphone 12 series แต่ละรุ่น ต่างกันยังไงบ้าง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/compare-iphone-12-series-whats-the-difference/

แจกโค้ด iPhone 12 และ iPhone 12 Pro Max เครื่องเปล่า ไม่ติดสัญญา ราคาพิเศษ

TrueMove H SUPER SALE 2021 แจกโค้ด SUP1000 เครื่องเปล่า ไม่ติดสัญญา ราคาสุดคุ้ม แห่งเดือน ก.ย. 2021 ลดราคามือถือ และแท็บเล็ตแบรนด์ดัง! สูงสุด 1,000 บาท แถมให้เลย!! ซิมเน็ตเต็มสปีดฟรี! 10GB/เดือน (แถมฟรีไม่ติดสัญญา) เฉพาะสั่งซื้อออนไลน์ที่ทรูสโตร์เท่านั้น (สินค้ามีจำกัด)

สินค้า Apple ที่สามารถใช้โค้ดลดราคาได้

  • iPhone 12
  • iPhone 12 mini
  • iPhone 12 Pro Max
  • iPhone 11 Pro
  • iPad Air 4

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ https://bit.ly/3jzQJP2

from:https://www.9tana.com/node/iphone-12-true-2021/

Apple ประกาศ iPhone 12 และ 12 Pro โมเดลที่มีปัญหาไม่มีเสียงขณะคุยสนทนา เข้ารับการซ่อมฟรี ไม่เสียค่าบริการ

Apple ประกาศเปิดตัวโปรแกรมเซอร์วิสสำหรับผู้ใช้งาน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบไม่มีเสียงขณะโทร – เข้าออกให้แบบฟรี ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยบริษัทฯ เปิดเผยว่า โมเดลที่ได้รับผลกระทบจะเป็นรุ่นที่ผลิตในช่วงตุลาคม 2020 ถึงเมษายน 2021 ครอบคลุมเฉพาะสองรุ่นดังกล่าว รุ่น mini และ Pro Max ไม่ได้รับผลกระทบ

Apple เผยว่า ตอนนี้มี iPhone 12 และ iPhone 12 Pro บางโมเดล ได้รับผลกระทบไม่มีเสียงขณะคุยสนทนา เนื่องจากมีปัญหาด้านโมดูลรับสัญญาไม่ดี คาดว่าเกิดจากความผิดพลาดของหน่วย Quality Control (QC) ซึ่งบริษัทฯ ก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการเปิดตัวโปรแกรมรับซ่อมให้กับผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

โดย Apple เผยว่า หลัง iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ของผู้ใช้งาน ได้รับการแก้ปัญหาหรือซ่อมแซมโมดูลรับสัญญาณแล้ว ตัวโปรแกรมจะขยายเวลาประกัน (เฉพาะส่วนรับสัญญาณ) เป็นสองปี นับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อและเปิดใช้งาน iPhone รุ่นดังกล่าว

 

ที่มา: MacRumors

from:https://droidsans.com/apple-launches-program-fixing-affected-iphone-12-pro-for-free/