คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE_11

อยู่ไหนก็หากันเจอ! เปิดโค้ด iPhone 11 ให้ใช้มีชิป U1 แสดงระยะทาง

ปีที่แล้วมีการเปิดตัวชิป U1 ในรุ่น iPhone 11 รองรับ Ult […] More

from:https://www.iphonemod.net/u1-chip-nearby-interaction-framework.html

Apple เปิดเฟรมเวิร์ค Nearby Interaction ใน iOS 14 โทรศัพท์ชี้ทิศทางพร้อมบอกระยะของโทรศัพท์อีกเครื่องได้

Apple เปิดฟีเจอร์ Nearby Interaction ที่เป็นความสามารถในโทรศัพท์ที่มีชิป U1 ที่แอปเปิลใส่มาตั้งแต่ iPhone 11 (iPhone SE รุ่นใหม่ถูกตัดออก) ทำให้โทรศัพท์สามารถที่มีชิป U1 นี้สามารถระบุทิศทางและระยะห่างของโทรศัพท์เครื่องอื่นๆ ที่มีชิปเหมือนกันได้

แนวทางการใช้งานฟีเจอร์นี้มีตั้งแต่การนัดพบกัน เช่น คนโดยสารกับรถแท็กซี่ที่สามารถหาตัวกันได้อย่างแม่นยำ หรือจะเป็นการระบุตัวเพื่อเล่นเกม AR เป็นต้น

การใช้งานต้องขออนุญาตผู้ใช้ล่วงหน้าและใช้งานได้เฉพาะขณะแอปรันอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น โดยสามารถจับตำแหน่งของอุปกรณ์ได้หลายตัวพร้อมๆ กัน

ฟีเจอร์ใช้งานได้ใน iOS 14 และเริ่มพัฒนาแอปด้วย Xcode 12 ได้แล้ว โดยมีตัวจำลองความใกล้ไกลมาให้ใน Xcode เลย

ที่มา – MacRumors

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117123

พบบั๊ก iPhone 11 หน้าจอเป็นสีเขียว ยังแก้ไม่ได้

ผู้ใช้งาน iPhone หลายคนรายงานว่าใน iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max พบปัญหาหน้าจอเขียว โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นแบบสุ่ม ไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนได้ โดยเฉพาะเวลาเปิดอุปกรณ์หรือ unlock เครื่อง

ปัญหาดังกล่าวมีการพูดถึงกันเป็นอย่างมากใน Reddit และดูเหมือนว่าน่าจะเป็นปัญหาเฉพาะใน iPhone 11 เท่านั้น ลักษณะอาการคือเมื่อปลดล็อคเครื่อง หน้าจอจะกลายเป็นสีเขียวก่อนจะหายไปเอง โดยอาการด้งกล่าวเริ่มเป็นหลังจากอัปเดตเป็น iOS 13.5, iOS 13.5.1 จึงเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นปัญหาด้านซอฟต์แวร์มากกว่าฮาร์ดแวร์

หน้าจอเขียวนี้ไม่ได้ปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งยังไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ คงต้องรอ Apple อัปเดตซอฟต์แวร์ให้อย่างเดียวครับ

ข่าว: พบบั๊ก iPhone 11 หน้าจอเป็นสีเขียว ยังแก้ไม่ได้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/06/07/iphone-11-green-screen-bug.html

ผู้ใช้ iPhone 11 เจอปัญหาจอเป็นโทนสีเขียว หลังปลดล็อกเครื่อง

ผู้ใช้ iPhone 11, 11 Pro, 11 Pro Max รายงานปัญหาจอเป็นโ […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-11-green-tint-display-issue.html

Omdia เผย iPhone 11 เป็นสมาร์ตโฟนขายดีที่สุดในช่วงต้นปี 2020

Omdia เผยรายงานว่า iPhone 11 เป็นสมาร์ตโฟนขายดีที่สุดใน […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-11-most-popular-q1-2020-omdia-report.html

Canalys เผย iPhone 11 คือสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020

แม้ช่วงต้นปี 2020 ทั่วโลกจะเจอกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19 จนทำให้หลายธุรกิจต้องหยุดชะงัก ไม่เว้นแม้กระทั่งตลาดสมาร์ทโฟนด้วย แต่โดยรวมก็ยังถือว่าขายได้เรื่อยๆ อยู่ โดยล่าสุด Canalys ได้ออกมาเปิดเผย 10 อันดับสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ผลปรากฎว่า iPhone 11 คว้าอันดับหนึ่งไปครอง ชนิดที่ว่าทิ้งห่างมือถือ รุ่นอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว

จาก 10 อันดับสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดทั่วโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 ที่ Canalys ได้ไปเก็บสถิติมา พบว่ามีชื่อของ iPhone 11 Series ทั้ง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max เรียงเท้ากันเข้ามาติด Top 10 ในครั้งนี้แบบพร้อมหน้าพร้อมตา โดยรายชื่อของมือถือที่อยู่ใน Top 10 ของมือถือขายดีทั่วโลกจะมีดังนี้

  1. iPhone 11 (Apple)
  2. Redmi Note 8 & 8T (Xiaomi)
  3. Galaxy A51 (Samsung)
  4. Galaxy A10s (Samsung)
  5. Redmi Note 8 Pro (Xiaomi)
  6. iPhone 11 Pro Max (Apple)
  7. Galaxy A20s (Samsung)
  8. Galaxy A01 (Samsung)
  9. Redmi 8A (Xiaomi)
  10. iPhone 11 Pro (Apple)

จะสังเกตได้ว่า 10 อันดับแรก หากไม่นับ iPhone 11 Series ทั้ง 3 รุ่น จะพบว่าทั้งหมดเป็นมือถือสเปคระดับกลางด้วยกันทั้งสิ้น (ไม่มีเรือธงจากฝั่ง Android ติดมาเลยซักรุ่น) และสำหรับเหตุผลที่ทำให้ iPhone 11 ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบนี้ ก็น่าจะมาจากการที่ Apple ตั้งราคา iPhone ซีรีส์ดังกล่าวถูกลงกว่ารุ่นของปีก่อนๆ นั่นเอง

 

ที่มา: Canalys 

from:https://droidsans.com/iphone-11-tops-best-selling-smartphones-in-q1-2020-canalys-reported/

เปรียบเทียบสเปค iPhone SE (2020) VS iPhone 8 VS iPhone 11 ต่างกันตรงไหนบ้าง?

เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว กับ iPhone SE ที่อยู่ๆ ก็มากันแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง โดยมือถือรุ่นนี้มีดีไซน์และสเปคต่างๆ ตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ตัวเครื่องที่แทบจะถอดแบบมาจาก iPhone 8 แต่ว่ามากับสเปคเทพๆ ของ iPhone 11 ซะด้วย…ว่าแล้วเราก็เลยเอา iPhone ทั้ง 3 รุ่น มาเทียบให้ดูกันซะเลยว่าแต่ละรุ่นแตกต่างกันตรงไหนบ้าง ระหว่าง iPhone SE, iPhone 8 และ iPhone 11

ก่อนอื่นมาดูที่ตารางเปรียบเทียบสเปคของ iPhone แต่ละรุ่นกันก่อนนะครับ ว่ารุ่นไหนมีสเปคเป็นยังไงกันบ้าง

สเปค iPhone SE (2020) iPhone 8 iPhone 11
หน้าจอ Retina ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 750 x 1334 (326 ppi) Retina ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 750 x 1334 (326 ppi) Liquid Retina ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1792 x 828 (326 ppi)
CPU A13 Bionic A11 Bionic A13 Bionic
RAM 3GB 2GB 4GB
ความจุ 64GB / 128GB / 256GB 64GB / 256GB 64GB / 128GB / 256GB
กล้องหลัง Wide 12MP (f/1.8) Wide 12MP (f/1.8) Wide 12MP (f/1.8) + OIS
Ultra Wide 12MP (f/2.0) 120° + OIS
กล้องหน้า 7MP (f/2.2)  7MP (f/2.2) 12MP (f/2.2)
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, hotspot, Bluetooth 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot
Bluetooth 5.0
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, hotspot, Bluetooth 5.0
เซ็นเซอร์ Fingerprint (ด้านหน้า), accelerometer, proximity, gyro, compass, barometer Fingerprint (ด้านหน้า), accelerometer, gyro, proximity,
compass, barometer
Face ID, accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
SIM 1 Nano SIM + eSIM 1 Nano SIM 1 Nano SIM + eSIM
GPS A-GPS, GLONASS A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO  A-GPS, GLONASS, GALILEO, QZSS
กันน้ำ / ฝุ่น IP67 IP67 IP68
รูหูฟัง 3.5 มม. ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ลำโพง สเตอรีโอคู่ บน-ล่าง สเตอรีโอคู่ บน-ล่าง สเตอรีโอคู่ บน-ล่าง
แบตเตอรี่ 1821 mAh 1821 mAh 3110 mAh
ระบบชาร์จ รองรับชาร์จไวสูงสุด 18W รองรับชาร์จไวสูงสุด 18W รองรับชาร์จไวสูงสุด 18W
ระบบชาร์จไร้สาย รองรับสูงสุด 7.5W รองรับสูงสุด 7.5W รองรับสูงสุด 7.5W
ขนาด / น้ำหนัก 138 x 67 x 7.3 มม. / 148 กรัม 138 x 67 x 7.3 มม. / 148 กรัม 151 x 76 x 8.3 มม. / 194 กรัม
ระบบปฏิบัติการ iOS 13 iOS 11 iOS 13

*สีเหลือง รอการยืนยัน

ดีไซน์

สำหรับ iPhone SE (2020) ที่พึ่งเปิดตัวมานี้ เห็นแล้วก็บอกได้เลยว่าเอาบล็อกแม่พิมพ์ของ iPhone 8 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2017 มาใช้เลยก็คงไม่ผิด ไม่ว่าจะเป็นขอบจอบน-ล่างที่ไม่ได้บางตามเทรนด์มือถือยุคนี้, เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือวงกลมที่อยู่ตรงขอบจอด้านล่าง และกล้องหลังตัวเดียวที่อยู่มุมซ้ายบนของเครื่อง รวมทั้งปุ่มต่างๆ ก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกับ iPhone 8 หมดเลย นอกจากนี้ทั้งขนาดและน้ำหนักของทั้งคู่ก็ยังเท่ากันเป๊ะๆ อีกต่างหาก

หน้าจอของทั้ง iPhone SE (2020) และ iPhone 8 เป็นแบบ Retina ให้มาไซส์เดียวกันเป๊ะๆ ที่ 4.7 นิ้ว และความละเอียดก็เท่ากันที่ 750 x 1334

จะต่างกันก็ตรงสีตัวเครื่องของ iPhone SE (2020) ที่เปลี่ยนไป โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีดำ สีขาว และสีแดง ในขณะที่ iPhone 8 มี 4 สี ให้เลือกคือ สีเงิน สีเทา สีทอง และสีแดง โดยที่สีแดงยังคงเป็น Product RED เช่นเดิม ซึ่งเหล่าผู้ติดตาม iPhone จะรู้ดีว่าสินค้าในกลุ่มนี้ ทาง Apple จะนำรายได้จากการซื้อผลิตภัณฑ์ที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมด 100% ไปสมทบกับกองทุนโลกเพื่อสู้กับ HIV/AIDS และล่าสุดมีการอัพเดทว่าจะเอาเงินส่วนนี้ไปช่วยต่อสู้กับ COVID‑19 อีกด้วย


iPhone SE (2020)

สเปค

ถึงแม้ว่า iPhone SE (2020) จะมากับดีไซน์เดียวกับรุ่นพี่ที่เปิดตัวไปได้ 3 ปีแล้ว แต่สเปคภาพในเรียกว่าทันสมัย และทรงพลังสุดๆ เพราะมากับชิประดับเรือธงของ iPhone 11 คือ A13 Bionic และด้วยความที่ Apple ไม่เคยเปิดเผยตัวเลข RAM เราจึงยังขอยึดตามข่าวลือคือให้ RAM มา 3GB อัพเกรดจาก iPhone 8 ที่ใช้ชิป A11 และ RAM ที่ให้มาแค่ 2GB เท่านั้น ส่วนความจุมีให้เลือก 3 แบบ คือ 64GB, 128GB และ 256GB

กล้องหลัง – หน้า

กล้องหลังของ iPhone SE (2020) ยังคงมีมาให้แค่ 1 ตัว เหมือนกับรุ่น iPhone 8 แถมยังเป็นสเปคเดียวกันที่ความละเอียด 12MP (f/1.8) อีกด้วย รวมถึงกล้องเซลฟี่ก็เป็นสเปคเดียวกันที่ความละเอียด 7MP (f/2.2) อีกเช่นกัน แต่ยังไม่มีการคอนเฟิร์มว่าทั้งสองรุ่นนี้ใช้เป็นเซนเซอร์เดียวกัน ชิ้นเลนส์เดียวกันหรือไม่ ก็คงต้องรอการวางจำหน่าย และมีคนไปแกะเครื่องมาเทียบกันดูถึงจะรู้ต่อไป เช่นเดียวกับ RAM แต่ลำพังความสามารถในการประมวลผลของ A13 Bionic เราก็พอเดาได้ว่าภาพที่ถ่ายได้น่าจะสวยขึ้นกว่าตอน iPhone 8 ในระดับนึงเลย

เมื่อขยับขึ้นไปเทียบกับรุ่นท็อปอย่าง iPhone 11 ก็จะเจอความต่างหลักๆ คือที่มีกล้องหลังมาให้ 2 ตัว เป็นเลนส์ Wide + Ultra Wide ความละเอียด 12MP แถมยังให้ระบบกันสั่น OIS ในกล้องทั้ง 2 ตัว อีกด้วย ส่วนกล้องเซลฟี่ก็มีความละเอียดมากกว่าที่ 12MP

อื่นๆ

สำหรับความแตกต่างอื่นๆ ของ iPhone SE (2020) ที่ต่างจาก iPhone ก็มีทั้งการเชื่อมต่อ WiFi ที่คราวนี้รองรับแบบ WiFi 6 และรองรับการใช้งานแบบ 2 SIM (1 Nano SIM + 1 eSIM) ส่วนแบตเตอรี่ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาว่ามีกี่ mAh แต่คาดว่าน่าจะเท่า หรือพอๆ กับ iPhone 8 ที่ให้มา 1821 mAh และสำหรับระบบชาร์จไว ทั้ง 3 รุ่น จะรองรับสูงสุดเท่ากันที่ 18W รวมทั้งรองรับการชาร์จแบบไร้สายอีกด้วย

ราคา

ราคาของ iPhone SE (2020) ในประเทศไทยจะแบ่งออกตามหน่วยความจำดังนี้

  • iPhone SE 2020 รุ่น 64GB : ราคา 14,900 บาท
  • iPhone SE 2020 รุ่น 128GB : ราคา 16,900 บาท
  • iPhone SE 2020 รุ่น 256GB : ราคา 20,900 บาท

ถ้าเอาไปเทียบกับ iPhone 8 ตอนเปิดตัวเมื่อปี 2017 (ตอนนี้ไม่มีขายใน Apple Store แล้ว) ก็จะอยู่ที่

  • iPhone 8 รุ่น 64GB : ราคา 29,000 บาท
  • iPhone 8 รุ่น 256GB : ราคา 33,500 บาท
  • iPhone 8 รุ่น 64GB : ราคา 15,900 บาท (ปรับราคาเมื่อปี 2019)
  • iPhone 8 รุ่น 256GB : ราคา 17,900 บาท (ปรับราคาเมื่อปี 2019)

เรียกว่า iPhone SE (2020) มีราคาตอนเปิดตัวที่ถูกกว่าแทบจะครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว แต่หลังจากที่ Apple ปรับราคาของ iPhone 8 ลงไปเมื่อช่วงปลายปี 2019 ก็จะมีราคาที่สูสีกับ iPhone SE (2020) อยู่เหมือนกัน ส่วนถ้าจะไปเทียบราคากับรุ่นใหญ่อย่าง iPhone 11 ก็จะเรียกว่าห่างชั้นกันเกินไปหน่อยครับ เพราะรุ่นนั้นจะโดดขึ้นไปถึง 24,900 – 30,900 บาท เลยทีเดียว

โดยสรุปแล้ว เรียกได้ว่า iPhone SE (2020) เป็นการนำเอา iPhone 8 มายกเครื่องใหม่ใส่ชิป Apple A13 Bionic เข้าไป และบอกว่านี่คือรุ่นใหม่ พร้อมทำราคาเปิดตัวถูกที่สุดในประวิตศาสตร์ของ iPhone เพื่อเป็นการเรียกแขกเรียกสาวกก็คงจะไม่ผิดนัก เผลอๆจะเป็นแคมเปญการตลาดที่แรงที่สุดของ Apple ในปีนี้ ซึ่งเมื่อเข้ามาในตลาดไทย เชื่อว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมต่อตลาด Smartphone ในช่วงราคาตั้งแต่ 8,000 – 20,000 บาท เลยก็เป็นได้

from:https://droidsans.com/iphone-se-2020-vs-iphone-8-vs-iphone-11-specs-comparison/

Apple จำกัดจำนวนการซื้อ iPad Pro, MacBook Air, iPhone ในหลายพื้นที่

Apple Sets Limits Ipad Pro Macbook Air Mac Mini Iphone Apple Store Onlineมีรายงานว่า Apple ปรับนโยบายจำกัดจำนวนสินค้าที่ Apple Store ออนไลน์ในหลายพื้นที่ เช่น iPad Pro ซื้อได้คนละ 2 เครื่อง คาดว่ามาจากผลกระทบ COVID-19 Apple จำกัดจำนวนการซื้อสินค้า MacRumors รายงานว่า Apple ได้อัปเดตและปรับนโยบายจำกัดจำนวนสินค้าที่ขายผ่าน Apple Store ออนไลน์ทั่วโลก การจำกัดจำนวนสินค้าเช่น MacBook Air, Mac mini ใหม่ ซื้อได้คนละ 5 เครื่อง iPad Pro 11 นิ้ว ใหม่ ซื้อได้คนละ 2 เครื่อง iPad Pro 12.9 นิ้ว ใหม่ ซื้อได้คนละ 2 เครื่อง iPhone 8, iPhone 8 Plus ซื้อได้คนละ 2 เครื่อง […]

from:https://www.iphonemod.net/apple-sets-limits-ipad-pro-macbook-air-mac-mini-iphone-apple-store-online.html

วิเคราะห์โปร AIS ลดราคา iPhone 11 เริ่มต้นแค่ 6,900 บาท ติดสัญญา 24 เดือน น่าซื้อไหม ?

มาเรื่อยๆ สำหรับ AIS ที่คราวนี้จัดโปรสุดโหดXtreme Deal ลดราคา iPhone 11 แบบจัดเต็ม ขนมาทุกรุ่นทุกความจุ ทั้งตัวธรรมดา, iPhone 11 Pro และ Pro Max โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 6,900 บาท พร้อมผ่อนได้นานสุด 24 เดือนอีกด้วย ซึ่งรายละเอียดโปรแต่ละอย่างจะมีอะไรบ้างไปดูกันครับ เทียบกับซื้อเครื่องเปล่าติดรายเดือนธรรมดาแบบไหนคุ้มกว่ากันไปดูกันครับ

ตารางรายละเอียดแพ็กเกจ

รุ่น ความจุ ค่าเครื่องปกติ ค่าเครื่องราคาพิเศษ แพ็กเกต AIS XTREME Deal สัญญา 24 เดือน
Deal 20
เน็ต 20GB/โทร 250 นาที
Deal 40
เน็ต 40GB/โทร 450 นาที
Deal 80
เน็ต 80GB/โทร 1000 นาที
iPhone 11 64GB 24,900 6,900 1,510 1,860 2,370
128GB 26,900 6,900 1,600 1,940 2,450
256GB 30,900 6,900 1,760 2,110 2,620
iPhone 11 Pro 64GB 35,900 7,900 1,930 2,270 2,790
256GB 41,900 7,900 2,180 2,520 3,040
512GB 48,900 7,900 2,470 2,820 3,330
iPhone 11 Pro Max 64GB 39,900 8,900 2,060 2,400 2,910
256GB 45,900 8,900 2,310 2,650 3,160
512GB 52,900 8,900 2,600 2,940 3,450

ในเบื้องต้นจะเห็นได้ว่าราคาแพ็กเกจของ XTREME Deal ถือว่าค่อนข้างสูงมาก โดยจะไม่ได้มีจำนวนนาทีโทรและเน็ตให้มากนัก โดยมีราคาถูกสุดต่อเดือนที่ 1,510 บาท และสูงสุดที่ 3,450 บาท รวม VAT แล้ว ซึ่งทุกโปรจะติดสัญญา 24 เดือน

เพิ่มเติมแพ็กเกจเน็ตเสริมสำหรับ โปร Xtream Deal

ค่าบริการ (ไม่รวม VAT) Internet 3G/4G ระยะเวลาใช้งาน (วัน)
100 10GB 30

ข้อควรรู้ก่อนสมัครโปร

  • ติดสัญญานาน 24 เดือน (ไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า)
  • สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้า AIS รายเดือน เซเรเนดแพทินัม และโกลด์ที่มีค่าใช้จ่ายเดือนเฉลี่ย 700 บ ขึ้นไป และใช้บริการในระบบ AIS 3 ปีขึ้นไป
  • 1 หมายเลขบัตรประชาชน ซื้อ iPhone 11 Series ราคาพิเศษได้ไม่เกิน 2 สัญญา (1 หมายเลขโทรศัพท์รับสิทธิ์ซื้อได้ 1 เครื่อง)
  • หลังใช้เน็ตครบจำนวน GB ติด FUP 384 Kbps
  • ทุกแพ็กเกจใช้ AIS SUPER WiFi, NEXT G ไม่จำกัด
  • ทุกแพ็กเกจดูหนัง ซีรีส์ ผ่าน AIS Play ฟรีไม่เสียค่าเน็ต
  • ค่าโทรส่วนเกินคิดนาทีละ 1.50 บ / SMS 3 บ /  MMS 4 บ
  • สามารถใช้งานร่วมกับบริการ Multi SIM / Multi SIM Plus ได้
  • ค่าเครื่องและแพ็กเกจทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

วิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างโปร XTREME Deal กับโปรรายเดือนธรรมดา

ก่อนอื่นเลย ด้วยความที่ราคาแพ็กเกจมันดูสูงผิดปกติ เราจึงลองนำแพ็กเกจ AIS EXTREME Deal ไปเทียบดูกับโปรรายเดือนธรรมดาของ AIS แพ็กเกจ NEXT G MAX SPEED แล้วจะเห็นได้ว่า Xtreme Deal 20 (เน็ต 20GB/ โทร 250 นาที) ที่ราคา 1,510 บาท นั้น ได้พอๆ กับ โปร 699 ของรายเดือนปกติ ที่ได้เน็ต 20GB พร้อมโทร 300 นาที เลยก็ว่าได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าราคาแพ็กเกจที่แท้จริงต่อเดือนของ Xtreme Deal ก็ไม่ควรจะเกิน 747.93 บาท (600 + VAT 7%) ส่วนที่เหลืออยู่อีกราว 762.07 บาท นี้มันก็น่าจะเป็นค่าผ่อน iPhone 11 ตลอดระยะเวลา 24 เดือนนั่นเอง

เดี๋ยวเราไปดูกันต่อว่าส่วนต่างที่เราต้องจ่ายทุกเดือนนี้มันเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ และคุ้มค่าหรือไม่

เปรียบเทียบระหว่างซื้อติดโปร XTREME Deal กับซื้อเครื่องเปล่าใช้รายเดือนปกติ

ในการคำนวณครั้งนี้จะใช้ราคาของโปร AIS XTREME Deal 20 เทียบกับ NEXT G MAX SPEED เดือนละ 699 บาท เป็นหลัก โดยคำนวณเมื่อใช้งานครบ 24 เดือนเท่ากัน


รุ่น

ความจุ
โปร XTREME Deal 20 โปรติดรายเดือน 699 ธรรมดา XTREME Deal

จ่ายเพิ่มจากโปรธรรมดา

(จากยอดทั้งหมด)

ค่าเครื่อง

(ราคาพิเศษ)

ค่าโปร

(รวม VAT)

รวมจ่าย

(ค่าเครื่อง + ค่าโปร 24 เดือน)

ค่าเครื่อง

(ราคาปกติ)

รวมจ่าย

(ค่าเครื่อง + ค่าโปร 24 เดือน)

iPhone 11 64GB 6,900 1,510 43,140 24,900 42,850.32 289.68
128GB 6,900 1,600 45,300 26,900  44,850.32 449.68
256GB 6,900 1,760 49,140 30,900  48,850.32 289.68
iPhone 11 Pro 64GB 7,900 1,930 54,220 35,900  53,850.32 369.68
256GB 7,900 2,180 60,220 41,900  59,850.32 369.69
512GB 7,900 2,470 67,180 48,900  66,850.32 329.68
iPhone 11 Pro Max 64GB 8,900 2,060 58,340 39,900  57,850.32 489.68
256GB 8,900 2,310 64,340 45,900  63,850.32 489.68
512GB 8,900 2,600 71,300 52,900  70,850.32 449.68

วิธีการคำนวณ

  • ใน โปร Xtreme Deal 20 ช่อง รวมจ่าย คือ ค่าเครื่อง + (ค่าโปร x 24) เช่น ช่องแรกสุด คือ 6900 + (1510 x 24 ) = 43140 โดยช่องนี้จะไม่มีการบวกเพิ่มใดๆ เพราะราคาทุกอย่างมีการบวก VAT มาให้เรียบร้อย
  • ใน โปร Next G Max Speed 699 ช่อง รวมจ่าย คือ ค่าเครื่อง + (699 x 1.07 x 24) เช่น ช่องแรกสุด คือ 24900 + (747.93 x 24 ) = 42850.32 ซึ่งในคอลัมภ์นี้จะต้องมีบวกเพิ่ม VAT เข้าไปที่ค่าบริการด้วย เนื่องจากค่าบริการ 699 ยังไม่ได้รวมไว้ให้นั่นเอง

ผลจากการคำนวน จะเห็นได้ว่า ทั้งสองแบบจะมีราคาไม่ต่างกันเยอะ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วยังไม่ถึง 1% เสียด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าใช้ Xtreme Deal มีข้อดีกว่าที่ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนออกไป ส่วนแพ็กเกจ Xtreme Deal 40 และ 80 ด้วยความที่ไม่มีแพ็กเกจที่ใกล้เคียงกับ Next G Max เท่าไหร่ เราจึงลองคำนวณเทียบกลับมา จึงพอบอกได้ว่ามีการตีมูลค่าของแพ็กเกจอยู่ที่ 1019 และ 1499 บาท ตามลำดับ ซึ่งส่วนต่างจะค่อนข้างใกล้เคียงกับ Xtreme Deal 20

สรุป AIS Xtreme Deal น่าจัดไปใช้งาน

พูดง่ายๆ ก็คือแพ็กเกจ Xtreme Deal นี้คือ โปรผ่อน iPhone 11  (เกือบ) 0% นาน 24 เดือน ของ AIS ที่ออกมาให้ เหล่าลูกค้า AIS Serenade Platinum และ Gold ที่อยู่กับ AIS มาไม่น้อยกว่า 3 ปี ถ้าใครอยากได้ iPhone 11 ไปใช้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนจำนวนมาก ไม่ได้เปลี่ยนมือถือบ่อย และจ่ายรายเดือนประมาณ 700 – 1500 บาท อยู่แล้ว Xtreme Deal ถือว่าเป็นโปรที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ

 

สำหรับคนที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.ais.co.th/iphone/xtremedeal

from:https://droidsans.com/ais-iphone-11-6900-xtream-deal/

รีวิว Apple Smart Battery Case เคสแบตสำรอง iPhone 11 Pro Max

รีวิว Smart Battery Case Iphone 11 Pro Maxเมื่อ 21 พ.ย. 2019 ที่ผ่านมา Apple ได้เริ่มเปิดขาย Apple Battery Case สำหรับ iPhone 11 ทุกรุ่นในราคา 4,990 บาท ส่วนการวางขายในประเทศไทยครั้งแรกที่ Apple Iconsiam ในวันที่ 29 พ.ย. 2019 ในรอบนี้ทีมงาน iMoD ขอนำเคสแบตเตอรี่ดังกล่าวมารีวิวให้ได้ชมกัน เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจครับ รีวิว Apple Smart Battery Case เคสแบตสำรอง iPhone 11 Pro Max ราคาของ Apple Smart Battery Case สำหรับ iPhone 11 ทุกรุ่นนั้นเปิดขายเท่ากับรุ่นที่ใช้กับ iPhone XS, XS Max และ XR โดยอยู่ที่ 4,990 บาท […]

from:https://www.iphonemod.net/apple-smart-battery-case-for-iphone-11-series.html