คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE

Apple แชร์เทคนิค ถ่ายช็อตภาพยนตร์ด้วย iPhone 12 (Shot on iPhone)

Apple มักโปรโมทฟีเจอร์ใน iPhone ว่าสามารถใช้ถ่ายทำภาพยน […] More

from:https://www.iphonemod.net/film-shot-on-iphone-12-techniques.html

วิธีเปลี่ยนกล้อง iPhone เป็นกล้อง Webcam หรือกล้องเสริม ด้วยแอป Camo ดาวน์โหลดฟรี

http://youtube.com/watch?v=15Gv8EWJdeI&t=124s&a […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-camo.html

เทียบหน้าจอและแบตเตอรี่ Samsung Galaxy S21 Ultra vs iPhone 12 Pro Max และ Galaxy S21+ vs iPhone 12 Pro ใช้งานจริงเป็นยังไง?

มือถือเรือธงระดับพรีเมี่ยมทั้ง Samsung Galaxy S21 Series และ iPhone 12 Series เปิดตัวมาได้ซักพักแล้ว ซึ่งทั้ง 2 ค่ายต่างก็ขนเอาสเปค + ฟีเจอร์ล้ำ ๆ แบบจัดเต็มมาให้ทั้งนั้น ซึ่งทาง Droidsans ก็เคยรีวิวการใช้งานของทั้งคู่แบบเต็ม ๆ ไปหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพกล้องรวมถึงการใช้งานด้านอื่น ๆ คราวนี้เราก็เลยขอมาทดสอบจุดเด่นอีกอย่างของมือถือทั้ง 2 ซีรีส์นี้บ้าง นั่นก็คือเรื่อง หน้าจอ และแบตเตอรี่นั่นเองครับ ว่าจากการใช้งานจริงเนี่ยหากเทียบระหว่าง Galaxy S21 Ultra vs iPhone 12 Pro Max และ Galaxy S21+ vs iPhone 12 Pro แต่ละรุ่นจะเป็นยังไงบ้าง

สำหรับการเปรียบเทียบหน้าจอ และแบตเตอรี่คราวนี้ จะขอเทียบเป็นคู่ ๆ ระหว่างตัวท็อปของซีรีส์อย่าง Galaxy S21 Ultra กับ iPhone 12 Pro Max และรุ่นรองท็อปอย่าง Galaxy S21+ กับ iPhone 12 Pro นะครับ ซึ่งการทดสอบนี้เป็นการทดสอบจากการใช้งานจริงของมือถือทั้ง 4 รุ่น ว่าหน้าจอเป็นยังไงใช้งานกลางแจ้งแล้วชัดเจนรึเปล่า ส่วนแบตเตอรี่ก็จะเป็นการใช้จริงในแต่ละวันเหมือนกัน และมีการทดสอบดูหนังเป็นเวลาเท่ากันด้วย ว่าแต่ละรุ่นกินแบตเตอรี่ไปมากแค่ไหนในระยะเวลาที่เท่ากันครับ

หน้าจอ Galaxy S21 Ultra vs iPhone 12 Pro Max

ประเภทหน้าจอ

เริ่มต้นด้วยหน้าจอของตัวท็อป Galaxy S21 Ultra และ iPhone 12 Pro Max กันก่อนเลย โดยทั้งคู่ใช้หน้าจอพาเนล OLED มีขนาดสูสีกัน S21 Ultra 6.8 นิ้ว / iPhone 12 Pro Max 6.7 นิ้ว แต่หากเทียบทางด้านสเปคแล้ว S21 Ultra จะได้เปรียบกว่า แม้จะใช้พาเนล OLED เหมือนกัน แต่ใช้เทคโนโลยี Dynamic AMOLED 2X ที่มีระบบ LTPO เข้ามาช่วยปรับค่ารีเฟรชเรทตามการใช้งานแบบ Real-time และยังให้สีสันที่สดและสว่างกว่าด้วย (แต่เรื่องสีนี่แล้วแต่คนชอบเนอะ)

ความละเอียด

เรื่องความละเอียดหน้าจอ Galaxy S21 Ultra กินขาดด้วยความละเอียดที่สูงถึง 1440 x 3200 (WQHD+) ในขณะที่ iPhone 12 Pro Max มีความละเอียดที่ 1284 x 2778 แต่สำหรับการใช้งานจริง ๆ เช่นเปิดวิดีโอระดับ 4K จาก YouTube มาเทียบกันก็แทบจะไม่สังเกตเห็นความแตกต่างเลย ทั้ง 2 รุ่น มีคุณภาพการแสดงผลที่คมชัดบาดตาบาดใจทั้งคู่ แต่ถ้าเอามาวางเทียบกันแล้วจะเห็นได้ชัดเลยว่าหน้าจอของ Galaxy S21 Ultra มันสวย คมชัด และให้สีสันที่สดดีจริง ๆ (ต้องดูด้วยตาเปล่านะครับ ใช้กล้องถ่ายแล้วสีมันไม่ตามที่ตาเห็น)

รีเฟรชเรท

แทบจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือหลาย ๆ รุ่นในตอนนี้แล้ว ที่จะต้องมากับหน้าจอรีเฟรชเรทสูง ซึ่งตรงนี้ Galaxy S21 Ultra ยังคงเอาไปกินด้วยหน้าจอแบบ Dynamic AMOLED 2X ที่ปรับรีเฟรชเรทอัตโนมัติได้ระหว่าง 10Hz – 120Hz ตามการใช้งาน (เพื่อประหยัดแบตเตอรี่) แน่นอนว่ารีเฟรชเรทยิ่งเยอะ ภาพบนหน้าจอก็จะยิ่งลื่นไหลเนียนตา ไม่ว่าจะเป็นการไถหน้าจอไปมา, การไถ Feed บน Facebook, เวลาเข้าเว็บต่าง ๆ หรือแม้แต่การเล่นเกมที่รองรับมือถือหน้าจอรีเฟรชเรทสูง หากใครที่ได้ลองใช้แล้วจะรู้สึกเลยล่ะ ว่าไม่อยากกลับไปใช้มือถือหน้าจอรีเฟรชเรท 60Hz อีกเลย

สำหรับ iPhone 12 Pro Max ที่ยังคงใช้หน้าจอรีเฟรชเรท 60Hz อยู่ ในการใช้งานจริงก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันหนืดหรือแย่กว่ามือถือจอ 120Hz นะครับ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ใส่ใจหรือไม่สังเกตว่ามือถือจะต้องมีหน้าจอรีเฟรชเรทสูงก็ได้ เพราะเอาจริง ๆ มันไม่ได้กระทบกับการใช้งานในชีวิตจริงซักเท่าไหร่ครับ

ความสว่าง

ความสว่างของหน้าจอก็นับเป็นอีกเรื่องสำคัญของมือถือ เพราะการใช้งานกลางแจ้งที่มีแสงแดดจ้า ยิ่งหน้าจอให้ความสว่างได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมองเห็นชัดได้มากเท่านั้นนั่นเอง โดย Galaxy S21 Ultra สามารถทำความสว่างได้สูงสุดถึง 1500 nits แต่ความสว่างระดับนั้นจะเอาไว้ใช้เฉพาะตอนเล่นวิดีโอแบบ HDR เท่านั้นนะครับ ส่วนความสว่างสูงสุดที่ระบบจะปรับให้ตอนอยู่กลางแดดจ้าตอนเที่ยง ๆ จะอยู่ที่ 1023 nits ซึ่งก็เรียกว่าสูงมากอยู่ดี ทำให้ไม่มีปัญหามองไม่เห็นจอเวลาใช้งานกลางแจ้ง หรือถ่ายรูปกลางแดดแล้วมองไม่ชัดว่ากล้องโฟกัสหรือยัง

ของ iPhone 12 Pro Max สามารถทำความสว่างสูงสุดได้ที่ 1200 nits ตอนเล่นวิดีโอ HDR ส่วนความสว่างสูงสุดที่ระบบจะปรับให้ตอนใช้งานกลางแดดจัด ๆ อยู่ที่ 800 nits ถึงแม้จะน้อยกว่าทาง Galaxy S21 Ultra กว่า 200 nits แต่ก็เพียงพอในการใช้งานกลางแจ้งได้แบบชัดเจนเช่นกันครับ

ค่า Contrast

ค่า Contrast หรือ Contrat Ratio ของหน้าจอบางคนอาจไม่ค่อยใส่ใจนัก แต่สำหรับสายดูหนังดูคลิปความละเอียดสูง ๆ ภาพสวย ๆ ระดับ HDR จะยิ่งถูกใจมาก เพราะหากหน้าจอมี Contrast Ratio สูงเท่าไหร่ การแสดงผลสีดำก็จะดำสุด ๆ ส่วนการแสดงผลสีขาวก็จะขาวสุด ๆ ซึ่งการแสดงผลของทั้ง 2 สี ถ้ายิ่งตัดกันมากเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งสวยมีมิติสมจริงมากขึ้นเท่านั้นครับ ซึ่งตรงนี้หน้าจอของ Galaxy S21 Ultra มี Contrast Ratio ที่สูงปรี๊ดถึง 3,000,000 : 1 เลยทีเดียว ในขณะที่ iPhone 12 Pro Max อยู่ที่ 2,000,000 : 1

เซนเซอร์สแกนนิ้วมือ

เทคโนโลยีเซนเซอร์สแกนนิ้วมือใต้หน้าจอเป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้กับหน้าจอพาเนลประเภท OLED อยู่แล้ว ซึ่งมือถือ Galaxy S21 Series ทุกรุ่นมีระบบนี้ให้ใช้ทั้งหมด ที่ยกเอามาบอกก็เพราะว่าช่วงนี้เวลาออกไปข้างนอกบ้านซึ่งต้องใส่หน้ากากเอาไว้ตลอดเวลา ทำให้การปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือดูสะดวกขึ้นมาทันที เพราะไม่ต้องคอยถอดหน้ากากออกมาปลดล็อคเครื่องนั่นเองครับ

แบตเตอรี่ Galaxy S21 Ultra vs iPhone 12 Pro Max

อีกเรื่องหลักของการเลือกซื้อมือถือแต่ละครั้งก็คงหนีไม่พ้นแบตเตอรี่นี่แหละ เพราะหากมือถือรุ่นไหนมีสเปคแรง กล้องงาม หน้าจอสวยแต่ดันตกม้าตายเพราะแบตเตอรี่ใช้งานได้ไม่ถึงวันก็ต้องเรียกหาที่ชาร์จกันแล้ว ซึ่งตรงนี้ Galaxy S21 Ultra และ iPhone 12 Pro Max หมดห่วงไปได้เลย เพราะจากการทดลองใช้งานทั่วไป ใส่ซิม 5G ออกไปใช้งานนอกบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ เช่นถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ เข้าบ้านมาก็ต่อ WiFi เล่นเน็ต เล่นเกมบ้าง ดูคลิปจาก YouTube บ้าง และมีแชทเข้าอยู่เรื่อย ๆ พบว่าทั้งคู่สามารถอยู่ได้สบาย ๆ ทั้งวัน (S21 Ultra ปรับความละเอียดหน้าจอไว้ที่ระดับ FHD+)

พอเอามาทดสอบด้วยการดูคลิประดับ Full HD จากแอป YouTube เชื่อมต่อกับ WiFi ความสว่างหน้าจอและลำโพงปรับไว้ที่ 50% ทั้งคู่ ดูคลิปเป็นเวลาประมาณ 4 ชม. พบว่าจากแบตเตอรี่ 100% ทาง Galaxy S21 Ultra เหลือแบตเตอรี่อยู่ที่ 73% ส่วน iPhone 12 Pro Max เหลืออยู่มากกว่าที่ 77% (ตอนทดสอบปิดแอปเบื้องหลังไว้ทั้งหมดนะครับ มีแค่ YouTube ทำงานอยู่เท่านั้น) เรียกว่าทางฝั่ง iPhone 12 Pro Max มีการจัดการพลังงานได้ดีกว่าเพราะขนาดมีแบตเตอรี่ที่น้อยกว่าเป็น 1000 mAh (5000 mAh vs 3687 mAh) ยังใช้งานได้ทั้งวันพอ ๆ กับ S21 Ultra

แต่คาดว่าหากใช้งาน Galaxy S21 Ultra ในชีวิตประจำวันแล้วปรับรีเฟรชเรทหน้าจอให้เหลือ 60Hz ตลอดเวลาแล้ว แบตเตอรี่น่าจะใช้ได้ยาวกว่านี้แน่นอน (ส่วนตัวยอมแบตหมดไวแล้วใช้รีเฟรชเรทสูงนะ เพราะมันลื่นสบายตากว่าจริง ๆ)

 


Galaxy S21 Ultra เหลือ 73% (ซ้าย) / iPhone 12 Pro Max เหลือ 77% (ขวา)

สุดท้ายคือเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ที่ Galaxy S21 Ultra จะได้เปรียบกว่า เพราะรองรับการชาร์จไวที่ 25W สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh จาก 0% – 100% ได้ในเวลาราว 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนของ iPhone 12 Pro Max รองรับที่ 20W ชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 3687 mAh จาก 0% – 100% ได้ในเวลาประมาณ 2 ชม. หน่อย ๆ ครับ

 

หน้าจอ Galaxy S21+ vs iPhone 12 Pro

ประเภทหน้าจอ

ต่อด้วยการเปรียบเทียบระหว่างมือถือรุ่นรองอย่าง Galaxy S21+ และ iPhone 12 Pro กันบ้าง โดยทั้ง 2 รุ่น ยังคงใช้หน้าจอประเภทเดียวกันกับรุ่นพี่อยู่ แต่ขนาดจะลดหลั่นลงมา Galaxy S21+ อยู่ที่ 6.7 นิ้ว และ iPhone 12 Pro หดลงมาเยอะหน่อยอยู่ที่ 6.1 นิ้ว

ความละเอียด

สำหรับความละเอียดหน้าจอของ Galaxy S21+ ถูกลดลงมาเหลือที่ 1080 x 2400 (FHD+) ส่วน iPhone 12 Pro ก็ให้ความละเอียดมามากกว่านิดหน่อยที่ 1170 x 2532 ซึ่งก็ยังเรียกว่าคมชัดบาดตาไม่ต่างกันสำหรับการใช้งานจริงทั้งเล่นเกม ดูหนัง หรือใช้งานอื่น ๆ แต่ก็อีกเช่นเคยที่หน้าจอ AMOLED ของ Galaxy S21+ ให้แสงสีที่สดใสสะใจกว่าแบบเห็นได้ชัดครับ

รีเฟรชเรท

Galaxy S21+ ยังคงใช้หน้าจอแบบ Dynamic AMOLED 2X เหมือนกับรุ่นพี่ ทำให้การเคลื่อนไหวบนหน้าจอสมูทกว่า เนียนกว่าแบบเห็นได้ชัด ส่วน iPhone 12 Pro ก็ใช้หน้าจอรีเฟรชเรท 60Hz เหมือนกับรุ่นพี่ iPhone 12 Pro Max เช่นกันครับ

ความสว่าง

Galaxy S21+ สามารถทำความสว่างได้สูงสุด 1300 nits สำหรับการเล่นวิดีโอแบบ HDR ส่วนความสว่างสูงสุดที่ระบบจะปรับให้ตอนอยู่กลางแดดจะอยู่ที่ 879 nits แม้ว่าจะดูน้อยกว่ารุ่นพี่ S21 Ultra อยู่เกือบ 200 nits แต่จากการใช้งานจริงกลางแจ้ง ก็ยังสามารถมองเห็นได้แบบชัดเจนสบายตาไม่ต้องเพ่งเลย

ส่วนของ iPhone 12 Pro ทำความสว่างหน้าจอสูงสุดได้เท่ากับรุ่นพี่ที่ 1200 nits เวลาเล่นวิดีโอ HDR และความสว่างสูงสุดตอนใช้งานกลางแดดอยู่ที่ 800 nits ซึ่งไม่ต้องห่วงเลยว่าจะมองไม่ชัด หรือจะถ่ายรูปแล้วมองจอไม่เห็นครับ

ค่า Contrast

หน้าจอของ Galaxy S21+ มี Contrast Ratio ที่ลดลงมาจากรุ่นพี่อยู่ที่ 2,000,000 : 1 ซึ่งเท่ากันกับ Contrast Ratio ของ iPhone 12 Pro และ Pro Max ทำให้การดูคลิปดูหนังที่รองรับ HDR มีความสมจริงของสีและให้มิติของภาพที่ดีมาก ๆ ครับ

แบตเตอรี่ Galaxy S21+ vs iPhone 12 Pro

แบตเตอรี่ของ Galaxy S21+ ให้มาน้อยกว่า S21 Ultra ที่ 4800 mAh ส่วนของ iPhone 12 Pro อยู่ที่ 2815 mAh ทดสอบใช้งานจริงทั้งวันเหมือนกับที่ทดสอบกับรุ่นพี่ทั้งคู่ ก็พบว่าสามารถใช้งานได้ทั้งวันสบาย ๆ เช่นกัน และได้ทดสอบเอามาดูคลิปจาก YouTube เชื่อมต่อกับระบบ WiFi เป็นเวลาประมาณ 4 ชม. เปิดแสงสว่างและลำโพงที่ 50% ก็ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกันมาก Galaxy S21+ เหลือแบตเตอรี่ 75% ในขณะที่ iPhone 12 Pro เหลืออยู่ที่ 77% – 78% ครับ


 

สำหรับระบบชาร์จอันนี้ของ Galaxy S21+ ก็ยังได้เปรียบกว่าเพราะรองรับการชาร์จไร้สายได้ 25W ส่วน iPhone 12 Pro ก็รองรับชาร์จไวอยู่ที่ 20W เหมือนรุ่นพี่ครับ

สรุป

ทั้ง Galaxy S21 Ultra, Galaxy S21+, iPhone 12 Pro Max และ iPhone 12 Pro นับว่าเป็นมือถือระดับเรือธงที่มีสเปคอยู่ในระดับไฮเอนด์ทั้งนั้น แต่ละรุ่นก็มีข้อดีข้อด้อยของมันเองอยู่แล้ว แถมยังเป็นมือถือคนละระบบอีกด้วย ซึ่งเราก็ได้เอาสเปคบางส่วนมาเทียบให้ดูเพื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจนะครับ ทีนี้ก็อยู่ที่ตัวคนใช้งานแล้วล่ะ…ว่ามือถือรุ่นไหนจะเหมาะกับตัวเราใช้แล้วตรงใจที่สุดครับ

from:https://droidsans.com/display-battery-samsung-galaxy-s21-ultra-vs-iphone-12-pro-max-s21-plus-vs-iphone-12-pro/

Tim Cook เผย มีผู้ซื้อและเปลี่ยนมาใช้ iPhone มากขึ้น (ไตรมาส 3 ปี 2021)

Tim Cook เผยว่า ไตรมาส 3 ปี 2021, จำนวนผู้ใช้ iPhone เพ […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-upgrade-and-switcher-q3-2021.html

ผู้ชนะรางวัล iPhone Photography Award (IPPAWARDS) ประจำปี 2021

Apple ได้ประกาศผู้ชนะรางวัล IPPAWARDS ประจำปี 2021 ในธี […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-photography-award-ippawards-2021-award.html

Nikkei เผย ปีหน้าไม่มี iPhone รุ่น mini เปิดตัว, มีรุ่นจอใหญ่ราคาย่อมเยามาแทน

Nikkei รายงานข้อมูลว่า ปีหน้า Apple จะไม่เปิดตัว iPhone […] More

from:https://www.iphonemod.net/next-year-no-iphone-mini-nikkei-report.html

ชมภาพ MagSafe Battery Pack ตัวจริง – กว้างพอดีกับ iPhone 12 mini แต่หนากว่าเล็กน้อย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ได้วางจำหน่าย MagSafe Battery Pack อุปกรณ์เสริมสำหรับ iPhone 12 ที่แค่ประกบเอาไว้ด้านหลังโทรศัพท์เฉย ๆ ก็สามารถชาร์จแบตให้ได้ทันที ซึ่งถูกนำไปวิจารณ์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มากมาย ในประเด็นเรื่องความจุแบตเตอรี่ 1,490mAh ต่อค่าตัว 99 เหรียญ ล่าสุดผู้ที่สั่งซื้อไปทยอยได้รับสินค้ากันแล้ว พบว่า MagSafe Battery Pack มีขนาดหนาพอสมควรทีเดียว

ควินน์ เนลสัน (Quinn Nelson) ยูทูบเบอร์เจ้าของช่อง Snazzy Labs ได้เผยแพร่ภาพ MagSafe Battery Pack ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ให้แฟน ๆ ได้ชมกัน พร้อมทั้งบอกว่า อุปกรณ์ชิ้นนี้ดูโอเค เมื่อประกบเข้ากับ iPhone 12 Pro ของภรรยาที่ใส่เคสเอาไว้อยู่ แต่มันดูแย่มากเมื่อนำมาใช้งานกับ iPhone 12 mini ที่ไม่มีเคส นอกจากขนาดจะใหญ่เมื่อเทียบกับโทรศัพท์แล้ว ยังเลื่อนหลุดง่ายอีกต่างหาก



 

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า MagSafe Battery Pack ยึดเกาะกับโทรศัพท์โดยอาศัยเพียงแม่เหล็กลักษณะวงกลมที่อยู่ตรงกลาง แต่รูปร่างของอุปกรณ์นั้นเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงมีส่วนบนและล่างที่ยาวเกินออกมากว่าที่แม่เหล็กจะครอบคลุมถึง ส่งผลให้ไม่มีแรงยึดเกาะในบริเวณนั้น เมื่อนิ้วไปสะกิดโดนเลยเลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งได้ง่าย โดยเฉพาะกับ iPhone 12 mini ที่มีขนาดด้านกว้างเท่ากันพอดีเป๊ะ

เรื่องน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งอยู่ตรงที่ว่า ทำไม MagSafe Battery Pack ที่มีความจุแบตเตอรี่เพียง 1460mAh ถึงได้หนา (และใหญ่) ตั้งขนาดนั้น หนาเสียยิ่งกว่า iPhone 12 mini ที่มีแบต 2227mAh อีกแหนะ ไม่รู้ Apple ยัดอะไรเอาไว้ข้างในบ้าง อาจเป็นวงจรเกี่ยวกับความปลอดภัยหรืออื่น ๆ ซึ่งยังมิอาจทราบได้จนกว่าจะมีคนไปแกะออกมาให้เราได้ดูกันครับ

 

ที่มา : Quinn Nelson

from:https://droidsans.com/apple-magsafe-battery-pack-thicker-than-iphone-12/

iPhone มาแรง มียอดเปิดใช้งานเทียบเท่ากับเหล่ามือถือ Android ในปี 2021

Consumer Research Intelligence Partners หรือ CIRP บริษัทเก็บสถิติข้อมูลชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจในสหรัฐอเมริกาว่า ปัจจุบันได้มีคนเปิดใช้งานมือถือ iPhone จากค่ายผลไม้แล้วกว่า 50% เทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนฝั่ง Android ที่มีอยู่หลากหลายรุ่น สาเหตุมาจากแบรนด์รอยัลตี้ที่เหนียวแน่นของฝั่ง Apple

ย้อนกลับไปเมื่อช่วง 2 – 3 ปีก่อน สมัยนั้นมือถือระบบปฏิบัติการ Android ยังมีผู้ใช้งานในสหรัฐฯ เยอะกว่า iOS ของ iPhone มาก ๆ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ ๆ 70 ต่อ 30% เลยทีเดียว แต่แล้วจากการเก็บข้อมูลของ CIRP เผยว่า ในปีนี้ Apple กลับเร่งเครื่องมาตีเสมอกับ Android แบบเป๊ะ ๆ แบ่งก้อนเค้กกันแบบครึ่ง ๆ 50% ไม่มีใครเหนือหรือด้อยกว่าใคร

โดยสาเหตุของการที่ Apple สามารถทำยอดมาเทียบเท่ากับ Android ได้ ก็เป็นเพราะแบรนด์รอยัลตี้ (Brand Loyalty) อันเหนียวแน่นของบริษัทฯ นั่นเอง ซึ่ง CIRP ระบุว่า ผู้ใช้งาน iPhone รุ่นก่อน ๆ กว่า 93% ยังคงใจรักกับค่าย ซื้อ iPhone รุ่นใหม่ ไม่ย้ายค่ายไปไหน ส่วน Android ก็มีแบรนด์รอยัลตี้ที่ดีไม่แพ้กันที่ 88%

การเก็บข้อมูลในครั้งนี้ของ CIRP จะอ้างอิงจากแบบสอบถามในสหรัฐฯ กว่า 500 ชิ้นที่ถามตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนมิถุนายนในปีนี้

 

ที่มา: MacRumors

from:https://droidsans.com/apple-iphone-activation-even-with-android-us-2021/

Amnesty รายงาน iPhone โดนแฮ็กด้วยมัลแวร์ นักข่าว-ทนายความถูกล้วงข้อมูลทั้งที่ไม่ได้กดลิงก์

Amnesty International องค์กรไม่แสวงผลกำไรรายงานว่า iPhone ของทนายด้านสิทธิมนุษยชนและนักข่าวบางคนมีมัลแวร์ Pegasus จาก NSO Group อยู่ในเครื่อง โดยโปรแกรมดังกล่าวสามารถทำให้แฮ็กเกอร์เข้าถึงข้อความ อีเมล รวมถึงกล้องและไมโครโฟนของโทรศัพท์เครื่องนั้นๆ ได้

Photo by Onur Binay on Unsplash

Apple ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

การแฮ็กครั้งนี้ของ Pegasus แสดงให้เห็นว่า iPhone สามารถถูกแฮ็กได้แม้ไม่ได้กดลิงก์ใดๆ ก็ตาม ซึ่งเป็นวิธีที่ Apple ยังจับไม่ได้ และการอัพเดทระบบปฏิบัติการ (operating system) ให้เป็นรุ่นใหม่ที่สุดก็ยังหยุดโปรแกรมดังกล่าวไม่ได้

การที่ผู้ใช้ต้องระวังเทคนิคที่แฮ็กเกอร์ชอบใช้ เช่น การทำลิงก์ปลอมหลอกให้ผู้ใช้คลิก (phishing) เพื่อลงมัลแวร์หรือขโมยข้อมูลอาจจะไม่สามารถป้องกันผู้ใช้ได้อีกต่อไป เวอร์ชั่นเก่าของ Pegasus ยังต้องคลิกลิงก์อยู่ แต่เวอร์ชั่นล่าสุดไม่จำเป็นแล้ว

Apple ใช้ข้อได้เปรียบด้านฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่สามารถควบคุมได้ 100% ในการป้องกันผู้ใช้จากแฮ็กเกอร์และผู้ประสงค์ร้ายมาโดยตลอด และใช้จุดนี้ในการแข่งกับผู้แข่งขันรายอื่นที่อาจจะไม่ปลอดภัยเท่า ทว่า การแฮ็กครั้งนี้ทำให้รับรู้ว่าการป้องกันของ Apple ไม่ได้แข็งแกร่งเสมอไป

Ivan Kristic หัวหน้าหน่วยออกแบบความปลอดภัยของ Apple ให้ข้อมูลว่า “การโจมตีลักษณะดังกล่าวมีความซับซ้อนสูงมาก ใช้งบพัฒนาหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถใช้ได้แค่ช่วงสั้นๆ และมักจะใช้โจมตีเป็นรายบุคคลไป ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีผลกระทบต่อฐานผู้ใช้ส่วนใหญ่ของเรา แต่ทางเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และเร่งพัฒนาการป้องกันข้อมูลลูกค้าของเราเสมอ”

รัฐบาลสอดแนมผิดกลุ่ม

รายงานจาก Amnesty ชี้ถึงความเป็นไปได้ของรัฐบาลในหลายประเทศที่ซื้อสปายแวร์ Pegasus ไปจาก NSO Group และนำไปในทางที่ผิดกฎหมายนานาชาติโดยการสอดแนมทนายด้านสิทธิมนุษยชนและนักข่าวบางคน

NSO Group เป็นบริษัทสัญชาติอิสราเอลที่จัดจำหน่ายโปรแกรมสปายแวร์ให้แก่หน่วยงานรัฐบาลที่บังคับใช้กฎหมายบางหน่วยที่ผ่านการคัดเลือกเท่านั้น มุ่งขัดขวางการก่อการร้าย ระเบิดรถ และช่วยจับกุมขบวนการการค้ามนุษย์และยา เพื่อรักษาชีวิตมนุษย์ให้ได้มากที่สุด

โดยทาง NSO Group ได้ประกาศว่าจะสอบสวนการใช้งานที่ผิดจุดประสงค์ทันที พร้อมอธิบายว่าทางบริษัทไม่มีวิธีตรวจสอบข้อมูลที่อาจจะถูกขโมยไปทั้งสิ้น และไม่มีอำนาจในการควบคุมโปรแกรมที่ถูกซื้อไปแล้ว

หลายบริษัทไม่ยอมรับ NSO Group

บริษัทเทคโนโลยีแนวหน้าหลายบริษัทรับสินค้าของ NSO Group ไม่ได้ และมองบริษัทนี้เป็นภัยต่อความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าของตัวเอง 

เมื่อปี 2020 ทาง Facebook ก็ทำการฟ้อง NSO Group ด้วยข้อหาการแฮ็ก WhatsApp ไป โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทอื่นๆ เช่น Microsoft, Google, Cisco และอื่นๆ ในศาล ล้วนแต่เห็นด้วยว่า NSO Group ทำผิดกฎหมายสหรัฐ และไม่ควรได้รับการละเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ NSO Group ขายเทคโนโลยีเดียวกันให้แก่รัฐบาลชาติอื่นๆ ด้วย

สรุป

เมื่อเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาเพื่อขัดขวางการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่กลับถูกใช้ในวิธีที่ไม่โปร่งใส รวมถึงสร้างโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วโลกถูกแฮ็ก เป็นอีกหนึ่งเคสที่น่าจับตามองว่าจะทางบริษัทจะจัดการอย่างไร

ที่มา – CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Amnesty รายงาน iPhone โดนแฮ็กด้วยมัลแวร์ นักข่าว-ทนายความถูกล้วงข้อมูลทั้งที่ไม่ได้กดลิงก์ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/amnesty-nso-group-iphone-hack/

Apple เตือน! ห้ามใช้สารฟอกขาวหรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ทำความสะอาดสินค้า

Apple ออกโรงเตือนผู้ใช้เกี่ยวกับการทำความสะอาดสินค้า เผ […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-warns-hydrogen-peroxide-cleaners.html