คลังเก็บป้ายกำกับ: IOT

จส. 100 นอสตร้า และหัวเว่ยร่วมลงนาม MoU ผลักดันแพลตฟอร์ม IoT “ตามรอย”

สถานีวิทยุ จส. 100 นอสตร้า และหัวเว่ยร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU)  เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในการพัฒนาแอปพลิเคชัน NB-IoT และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

ในการนี้ คุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ กรรมการบริหาร บริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผู้อำนวยการ สถานีวิทยุ จส.100 พร้อมด้วยนายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด และแบรนด์นอสตร้า และ นายโรเบิร์ต ฉี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท หัวเว่ย จำกัดร่วมลงนาม MoU โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือในการแบ่งปันโนว์ฮาวและการพัฒนาร่วมกัน รวมถึงการสาธิตและการทดสอบแอปพลิเคชัน บนเทคโนโลยี NB-IoT เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแผนกลยุทธ์ NB-IoT สำหรับประเทศไทย

ในพิธีลงนาม ทั้งสามองค์กรได้ประกาศเปิดตัว “ตามรอย (Tamroi)” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการ IoT ที่สามารถช่วยดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และนักท่องเที่ยว พร้อมกับการบริหารจัดการของมีค่าสำหรับทั้งองค์กรและบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้บริการที่ดียิ่งขึ้นสำหรับสังคมไทย

ทั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีของระบบ NB-IoT ตามรอย (Tamroi) จะช่วยระบุตำแหน่งคนที่คุณรักด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ และแอปพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และยังสามารถขอความช่วยเหลือจากทีมคอลเซ็นเตอร์ของ จส. 100 ตลอด 24 ชั่วโมงได้อีกด้วย โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งของอุปกรณ์ และสิทธิ์ในการเข้าถึงจะปิดลงเมื่อเสร็จสิ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-nostra-js100-tamroi/

โฆษณา

Xiaom – Mi Band 5 รุ่นสำหรับจำหน่ายในระดับโลกอาจจะมาพร้อมกับ NFC เป็นมาตรฐาน

สำหรับ Mi Band จาก Xiaomi นั้นถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ แถมในทุกๆ ครั้งที่มีการปล่อยรุ่นใหม่ออกมานั้นก็จะมีการอัพเกรดออกมาแบบเห็นได้อย่างชัดเจนจากรุ่นก่อนหน้า อย่างเช่นใน Mi Band 4 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวออกมาได้ไม่นานนั้นก็มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ซึ่งถือว่าเป็นการอัพเกรดที่มีการพัฒนาการขึ้นเป็นอย่างมาก ล่าสุดนั้นจากข้อมูลที่ได้มีการโพสผ่าน blog ของทาง TizenHelp นั้นพบว่า Mi Band รุ่นที่ 5 นั้นอาจจะมาพร้อมกับ NFC แล้วครับ

การเพิ่ม NFC เข้ามานั้นเรียกได้ว่าเป็นการตอบโจทย์การใช้ชีวิคแบบสมาร์ทในปัจจุบันได้เป็นอย่างมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วนั้นการมาถึงของ NFC ก็จะช่วยทำให้ผู้ใช้ Mi Band 5 สามารถที่จะใช้ Mi Band ในการใช้จ่ายเงินแบบดิจิทัลได้ด้วยแถมจะยังมีประโยชน์เป็นอย่างมากในอีกหลายๆ อย่างในการใช้งาน

อย่างไรก็ตามแต่แล้วครับสำหรับผู้ที่สนใจนั้นอาจจะต้องดูกันสักเล็กน้อยเพราะเอกสารที่ระบุเอาไว้ในต้นฉบับนั้นบอกเอาไว้ว่า NFC นั้นจะมาพร้อมกับ Mi Band 5 เฉพาะในส่วนที่วางจำหน่ายในตลาดนอกประเทศจีนเท่านั้น(หรือเวอร์ชัน International) ซึ่งสำหรับ Xi Band 5 เวอร์ชันจีนนั้นจะยังคงไม่มีการใส่ NFC มา โดยหากจะว่าไปแล้ว Mi Band ที่มีจำหน่ายในบ้างเรานั้นส่วนใหญ่นั้นจะมาจากจีนก่อนแล้วหลังๆ ถึงจะเป็นเวอร์ชัน Inter ครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/xiaomi-may-add-nfc-to-the-international-variant-mi-band-5/497137/

รวม Gadget น่าสนใจในงาน Thailand Mobile Expo 2019 วันที่ 3-6 ตุลาคม 2562

งานมือถือยิ่งใหญ่ระดับประเทศอย่าง Thailand Mobile Expo 2019 แน่นอนว่าภายในงานก็จะมีเหล่ามือถือที่นำมาจำหน่ายในราคาพิเศษรวมทั้งของแถมอีกมากมายก่ายกอง ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีแค่มือถือหรือแทบเล็ตเท่านั้น แต่ยังมีเหล่า Gadget ล้ำๆ มาโชว์พร้อมวางจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย… ส่วนจะมีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

หูฟังและลำโพง

ในงาน TME 2019 ครั้งนี้ จะพิเศษขึ้นมาหน่อยสำหรับคนชอบฟังเพลง เพราะมีทั้งหูฟังและลำโพงจากหลากหลายแบรนด์ดังเข้ามาตั้งบูธเพื่อจำหน่ายหูฟังในราคาพิเศษ รวมถึงยังมีโปรโมชั่นของแถมเพียบอีกด้วย

Plantronics

แบรนด์หูฟังบลูทูธระดับโลกอย่าง Plantronics ก็มีสินค้าใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังบลูทูธแบบ True Wirelss ระดับเรือธง BackBeat PRO 5100 ราคา 6,590 บาท ซื้อภายในงานจะได้รับกระเป๋าโน้ตบุ๊ค Cozi Hybrid Sleeve ARIA กลับไปฟรีๆ ด้วย

และพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่ซื้อหูฟัง True Wireless รุ่น BackBeat FIT 3100 ยังจะได้รับหูฟังรุ่น BacBeat SENSE ฟรีอีก 1 อัน

ส่วนหูฟัง Platronics รุ่นอื่นๆ ก็มีเตรียมไว้ให้ได้ทดลองฟังกันได้ตามสบาย

Skullcandy

หูฟังหัวกระโหลก Skullcandy นอกจากจะมีสินค้าหลากหลายมาให้ทดลองฟังกันได้ในบูธแล้ว ยังมีโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษสุดๆ ทั้งหูฟัง Hesh 3 ที่ลดราคาจาก 5,300 บาท เหลือเพียง 4,500 บาท, หูฟัง Grind Wireless จาก 4,500 บาท เหลือ 2,250 บาท และหูฟัง Method Wireless จาก 2,900 บาท เหลือ 1,450  บาท นอกจากนี้ยังจะได้เสื้อยืด Skullcandy กลับไปใส่เท่ๆ อีกด้วย

Jabra

หูฟังไร้สายแบรนด์บุกเบิกอย่าง Jabra ก็มีหูฟังมาจำหน่ายในราคาพิเศษเยอะแยะไปปหมด ทั้งหูฟังแบบเน้นการคุยโทรศัพท์, หูฟังเน้นเสียงสำหรับฟังเพลง หรือจะเป็นหูฟังแนวสปอร์ตสำหรับผู้รักสุขภาพก็มีมาให้เลือกไปเป็นเจ้าของ

Bang & Olufsen

แบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ B&O ก็มีลำโพงไร้สายและหูฟังหลายรุ่นมาลดราคาภายในงาน พร้อมของแถมสุดคุ้มราคาเป็นหมื่นบาทเลยทีเดียว…ถึงจะไม่ได้มีของมาโชว์เยอะแยะเหมือนแบรนด์อื่นๆ แต่สินค้าแต่ละชนิดก็เรียกได้ว่าของคุณภาพทั้งนั้น (รวมถึงราคาก็ไม่ใช่เล่นๆ อีกเช่นกัน)

Sony

แบรนด์เครื่องเสียงและเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังสุดอมตะอย่าง SONY ก็ไม่พลาด ด้วยเหล่าหูฟังราคาพิเศษที่ขนมาลดในงาน TME 2019 ครั้งนี้ แถมยังมีมุมสินค้าล้างสต๊อกที่ลดราคากันแบบสุดๆ ไปเลยอีกด้วย (แต่สินค้าพวกนี้จะไม่มีประกันนะจ๊ะ) อย่างเช่น หูฟังบลูทูธฟูลไซส์ MDR-XB650BT จากปกติ 4,990 บาท เหลือแค่ 2,790 บาท เท่านั้นจ้า

JBL

แบรนด์สุดฮิตอย่าง JBL ก็มีสินค้าราคาพิเศษเฉพาะในงาน มาให้เลือกทดลอง เลือกซื้อ เพียบไปหมด ทั้งหูฟังมีสาย ไร้สาย และลำโพง ที่มีเยอะแยะให้เลือกกันตาลาย โดยมีทั้งบูธของ IT City และ Mahajak เลยล่ะ

Smartwatch & Fitness tracker

สินค้าประเภทสมาร์ทวอทช์และฟิตเนสแทรคเกอร์สำหรับสายสุขภาพก็มีมาให้เลือกซื้อในงาน TME 2019 ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

Garmin

สมาร์ทวอทช์แบรนด์ดังที่คุ้นเคยกันดีอย่าง Garmin ก็มาตั้งบูธให้ได้เลือกซื้อไปใช้กันหลากหลายรุ่น รวมถึงพวกอุปกรณ์เสริมอย่างสายนาฬิกาก็มีมาให้เลือกหลายสีหลายแแบบ ส่วนราคาก็มีทั้งลดพิเศษและยังมีของแถมให้อีกด้วยนะ

TicWatch

สมาร์ทวอทช์สเปคสุดคุ้ม TicWatch ก็มากับเค้าด้วย โดยปกติแบรนด์นี้ก็จะมีราคากับสเปคที่คุ้มสุดๆ อยู่แล้ว แต่ในงานนี้ยังเอามาขายในราคาพิเศษ และสำหรับผู้ที่ซื้อ TicWatch ทุกรุ่น ยังจะได้กระเป๋า TicWatch Limited Edition กลับบ้านไปฟรีๆ อีกต่างหาก

Fitbit

แบรนด์ของคนรักสุขภาพอย่าง Fitbit ก็มีสินค้าราคาพิเศษมากมายมาลดราคาในงาน TME 2019 และยังมี Fitbit Versa 2 รุ่นใหม่ล่าสุดที่พึ่งเปิดตัวในบ้านเราไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมาให้ลองใช้กัน นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นผ่อนสบายๆ 0% ยาวถึง 10 เดือน อีกด้วย

GoPro

Action Cam ต้นตำหรับ GoPro ก็นำเอาสินค้ารุ่นปีที่แล้วอย่าง HERO 7 Silver,  HERO 7 Black และอุปกรณ์เสริมอีกมากมาย มาวางจำหน่ายในราคาพิเศษ นอกจากนี้ยังให้พรีออเดอร์ HERO 8 Black Launch Edition รุ่นใหม่ล่าสุดในงาน พร้อมรับของแถมเป็นกระเป๋าเป้ GoPro ไปเลยฟรีๆ

E Ink Tablet

เอาใจคนชอบอ่านหนังสือ E-Book ด้วยแทบเล็ต TEXTS ที่ใชหน้าจอแบบ E Ink ให้สีสัน และมุมมองเหมือนกับการอ่านหนงสือกระดาษจริงๆ ทำให้ไม่ปวดล้าสายตาเมื่อใช้งานเป็นเวลานานเหมือนแทบเล็ตทั่วไป แถมยังใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัสสำหรับขีดเขียนบนกระดาษเลยล่ะ ซึ่งแทบเล็ต E Ink ของแบรนด์ TEXTS ก็มีให้เลือกหลากหลายรุ่น หลายขนาด มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงสองหมื่นปลายๆ และยังมีโปรโมชั่นของแถมอีกเพียบ เฉพาะลูกค้าในงาน TME 2019 ครั้งนี้เท่านั้น

กำไลสายชาร์จ & กระเป๋าตังค์ Power Bank ไร้สาย ZACE

Gadget ล้ำๆ สำหรับสาย IT ด้วยกำไลข้อมูลที่ดูเผินๆ แล้วมันก็แค่กำไลข้อมือสวยๆ ธรรมดาๆ แต่ถ้าหากเราถอดสายออกมาก็จะเจอกับ พอร์ท USB-A และ USB-C หรือ Lightning ซ่อนไว้ สำหรับเสียบชาร์จกับมือถือของเราได้ โดยไม่ต้องไปถามหาหรือยืมจากใคร เพราะเรามีติดตัวเอาไว้เป็นเครื่องประดับอยู่แล้วนั่นเอง

หรือถ้ายังล้ำไม่พอ ก็มีกระเป๋าตังค์หนังเทียมที่ดูภายนอกก็เป็นแค่กระเป๋าตังค์ธรรมดาๆ (อีกแล้ว…) แต่ถ้าเปิดดูข้างในก็จะพบกับ Power Bank ขนาด 3000 mAh ซ่อนอยู่ข้างใน ซึ่งเราสามารถชาร์จมือถือที่รองรับการชาร์จไร้สายได้

สำหรับกระเป๋าตังค์สุดล้ำนี้ มีราคาอยู่ที่ 2,990 บาท โดยผู้ที่ซื้อภายในงาน TME 2019 จะได้รับกำไลสายชาร์จ Zace Bracelet หรือขาตั้งโน้ตบุ๊ค Zace Lapdesk ไปใช้กันได้ฟรีๆ

โปรเจ็คเตอร์จิ๋ว

ใครอยากได้โรงหนังส่วนตัวที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกๆ ก็เข้ามาลองดูโปรเจ็คเตอร์ไซส์จิ๋วที่มีขนาดเล็กเท่ากำปั้นอย่าง OT127 Smart Mini Projector Android กันได้เลย โดยโปรเจ็คเตอร์รุ่นนี้มีรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกระทัดรัดสุดๆ จนเอาใส่กระเป๋ากางเกงได้เลย

โปรเจ็คเตอร์รุ่นนี้มีระบบปฏบัติการ Android 7.1 ในตัว ทำให้มันสามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับมือถือหรือโน้ตบุ๊ค แต่ถ้าอยากจะต่อกับอุปกรณ์อื่นก็ทำได้ผ่านพอร์ท mini HDMI นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ให้สามารถใช้งานแบบไม่ต้องเสียบสายได้นานถึง 2 ชม. สามารถฉายภาพได้ที่ความละเอียด 854 x 480 ได้ขนาดใหญ่สุด 84 นิ้ว ด้วยหลอด OSRAM LED ที่มีอายุการใช้งานยาวววว ถึง 20,000 ชม. ส่วนราคาอยู่ที่ 9,490 บาท

ถ้าใครอยากได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก ก็ต้องขยับมาที่รุ่น OT129 Smart Mini projector ที่คราวนี้สามารถฉายได้ขนาดสูงสุดถึง 120 นิ้ว (ความละเอียด 854 x 480) แต่รุ่นนี้จะไม่มีระบบ Android ในตัวนะครับ ต้องเชื่อมต่อกับมือถือ หรือคออมพิวเตอร์เอาเองผ่านพอร์ท HDMI โปรเจคเตอร์รุ่นนี้มากับแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 2 ชม. ครึ่ง มีราคาอยู่ที่ 10,900 บาท

รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

ในงานยังมีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบรนด์ Elon ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งบางรุ่นก็สามารถจดทะเบียนเอาไปวิ่งบนถนนได้แบบถูกกฎหมาย เหมาะสุดๆ ในยุคนี้ เพราะนอกจากจะช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว พลังงานไฟฟ้ายังถูกกว่าน้ำมันอีกด้วย

จริงๆ ในงาน Thailand Mobile Expo 2019 ยังมี Gadget อื่นๆ อีกเยอะแยะเลยครับ ถ้าใครที่มางานนี้แล้วเจออะไรที่มันเจ๋งๆ และน่าสนใจ ก็มาแนะนำกันได้ในคอมเม้นท์นะครับ

 

from:https://droidsans.com/tme-2019-gadgets-iot/

Amazon เปิดตัว Sidewalk สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดภายในบ้าน

Amazon ได้ประกาศเปิดตัว Sidewalk ซึ่งเป็นโปรโตคอลไร้สายที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ทั้งภายใน และบริเวณรอบบ้านของคุณ โดย Sidewalk ตัวนี้เป็นโปรโตคอลที่ใช้แบนด์วิธต่ำ แต่สื่อสารไร้สายได้ในระยะทางไกล

ถูกพัฒนาขึ้นโดย Amazon เพื่อใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT บริเวณโดยรอบของตัวบ้าน ซึ่งนับว่าเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญในการแก้ปัญหาการเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ IoT ที่มีระยะห่างค่อนข้างไกล ที่ก่อนหน้านี้ถือเป็นอุปสรรคในการใช้งานทั่วโลก

จากการเปิดตัวครั้งนี้ ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้เสียที ซึ่งทางซีอีโออย่าง Jeff Bezosได้กล่าวถึงบริเวณครอบคลุมของ Sidewalk ไว้ว่า “ผู้คนมักไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้อุปกรณ์ระยะไกล”

“ตัวอย่างเช่นไฟส่องสว่างในสนามหญ้าของคุณ หรือแม้แต่การควบคุมไฟส่องสว่างบนทางเดินหน้าบ้าน” การเปิดตัวครั้งนี้ประกาศขึ้นในงานอีเวนต์เปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ประจำปีของ Amazon ที่ซีแอตเทิล ซึ่ง Sidewalk จะใช้คลื่นความถี่ 900 MHz

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/amazon-sidewalk-will-connect-devices-in-and-around-your-house/

ส่องรายได้ Xiaomi ครึ่งปีแรก โต 20% สมาร์ทโฟนขึ้นแท่นเบอร์ 5 ของโลก

Xiaomi เปิดผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกปี 2019 มีการเติบโตต่อเนื่องในทุกเซกเมนต์ รายได้รวมนอกประเทศคิดเป็น 40 %ของรายได้ทั้งหมด ส่วนสมาร์ทโฟนเป็นเบอร์ 5 ของโลก

ภาพจาก Shutterstock

เสียวหมี่ คอร์ปอเรชั่น เปิดผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2019 รายได้ของกลุ่มบริษัทรวมเพิ่มขึ้นถึง 20.2 % หรือราวๆ 95,710 ล้านหยวน ขณะที่รายได้ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 38,600 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40 % ของรายได้รวม กำไรหลังการปรับปรุง (Non-IFRS Measure) อยู่ที่ประมาณ 5,720 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 49.8% เมื่อเทียบปีต่อปี

ในขณะที่ไตรมาสที่ 2 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 14.8 % หรือประมาณ 1,950 ล้านหยวน กำไรหลังการปรับปรุง (Non-IFRS Measure) อยู่ที่ประมาณ 3,640 ล้านหยวน โดยเติบโตขึ้น 71.7 % ทั้งนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์การผลิตนวัตกรรมสมาร์ทโฟน ที่เชื่อมต่อกับ AIoT (Artificial Intelligence of Things) ครบทั้งการปฏิบัติการ และการเพิ่มการป้องกันความเสี่ยง

โดยที่มีข้อมูลทางการเงินที่น่าสนใจสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2019

  • รายได้รวมอยู่ที่ 95,710 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 20.2 % เมื่อเทียบปีต่อปี
  • กำไรรวม 12,470 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 25.3 % เมื่อเทียบปีต่อปี
  • กำไรสุทธิ 5,150 ล้านหยวน
  • กำไรหลังการปรับปรุงที่ไม่เป็นไปตาม IFRS อยู่ที่ 5,720 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 49.8 % เมื่อเทียบปีต่อปี
  • กำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.214 หยวน

สมาร์ทโฟนกำไรพุ่ง ใช้กลยุทธ์มัลติแบรนด์

ในครึ่งแรกของปี 2019 รายได้รวมของ Xiaomi ในเซกเมนต์ตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ที่ราวๆ  5,900 ล้านหยวน ในขณะที่ไตรมาสที่ 2 เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 32,000 ล้านหยวน ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณยอดขายสมาร์ทโฟน และการเพิ่มราคาขายโดยเฉลี่ย

Photo : Shutterstock

Xiaomi ได้ใช้กลยุทธ์มัลติแบรนด์ในการเพิ่มโอกาสการทำกำไร โดยยอดกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นจาก 3.3% ในไตรมาสแรก ไปอยู่ที่ 8.1% ในไตรมาส 2 ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของสมาร์ทโฟนในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และในตลาดต่างประเทศก็ประสบความสำเร็จโตทะลุเป้าที่ 13.3% และ 6.7% ตามลำดับ โดยสมาร์ทโฟน ราคาสูงกว่า 2,000 หยวน คิดเป็น 32.3% ของรายได้ทั้งหมดในกลุ่มสมาร์ทโฟน

ในไตรมาสแรกของปี 2019 Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพตระกูล Mi 9 และสมาร์ทโฟนตระกูล Redmi Note 7 ต่อมา Xiaomi  ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล K20 ซึ่งเน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา ซึ่งถือเป็นอีกกลยุทธ์ในการออกแบบกลุ่มสมาร์ทโฟนให้มีความหลากหลาย โดยในไตรมาส 2 ยอดขายสมาร์ทโฟนของ Xiaomi พุ่งขึ้นถึง 32.1 ล้านเครื่อง โดยมียอดขายในตระกูล Redmi Note 7 สูงถึง 20 ล้านเครื่องทั่วโลก ในวันที่ 30 มิถุนายน 2562

ยอดขายสู่สมาร์ทโฟนอันดับ 5 ของโลก

ครึ่งปีแรกรายได้ของ Xiaomi ที่ต่างประเทศเติบโตขึ้น 33.8% หรือราว ๆ 38,600 ล้านหยวน ซึ่งมากกว่า 40% ของรายได้ทั้งหมดของกลุ่มบริษัท

โดยข้อมูลจากเว็ปไซต์ Canalys เผยว่า ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนของ Xiaomi อยู่ใน 5 อันดับแรก ในกว่า 40 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และข้อมูลจาก IDC เผยว่า Xiaomi ติดอันดับ 4 เมื่อคำนวณจากยอดขนส่งในยุโรปตะวันตก แสดงถึงการเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 53.2% นอกจากนี้ในไตรมาส 2 Xiaomi ครองอันดับ 1 ในประเทศอินเดียติดต่อกันนานถึง 8 ไตรมาส ในส่วนของสมาร์ททีวีก็ยังคงครองอันดับ 1 ในประเทศอินเดียติดต่อกัน 5 ไตรมาสอีกด้วย

ปัจจุบัน Xiaomi มีการจดทะเบียนร้าน Mi Home แล้วกว่า 520 สาขาในต่างประเทศ หรือคิดเป็นอัตราเติบโตถึง 92.6% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมีถึง 79 สาขาในประเทศอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมี Mi Store ในประเทศอินเดียมากถึง 1,790 สาขา

ธุรกิจ AIoT เติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์พุ่งขึ้นสูงถึง 49.3% อยู่ที่ 27,000 ล้านหยวน นอกจากนี้แล้วรายได้รวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ในไตรมาส 2 ของปีนี้ยังคิดเป็น 28.8% ของรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 22.9%

เครื่องกรองอากาศของ Xiaomi

สมาร์ททีวีของยังคงเป็นผู้นำที่มียอดการจัดส่งทั่วโลกมากถึง 5.4 ล้านเครื่องในช่วงครึ่งปีแรก มียอดการจัดส่งเติบโตถึง 64.9% ซึ่งครองอันดับหนึ่งในจีนแผ่นดินใหญ่ และจัดอยู่ใน 5 อันดับแรกทั่วโลก ส่วนเครื่องปรับอากาศมียอดการจัดส่งทะลุเกิน 1 ล้านเครื่องในเวลา 8 วัน นับตั้งแต่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2019

และข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระบบ IoT ของ Xiaomi นอกเหนือจากสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป มีจำนวนถึง 196 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 69.5% โดยมีผู้บริโภคราวๆ 3 ล้านคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม IoT จำนวนมากกว่า 5 เครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 78.7% ในไตรมาส 2 ผู้ใช้งาน Home application ต่อเดือนของ Xiaomi ยังเพิ่มขึ้นถึง 30.4 ล้านคนทั่วโลก และมีจำนวนผู้ใช้ AI Assistant ต่อเดือนมากถึง 49.9 ล้านคน ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มสื่อสารด้วยระบบเสียง AI ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในประเทศจีน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/xiaomi-revenue-hy-2019/

นักวิจัยจาก MIT คิดค้นเซนเซอร์ใช้ใต้น้ำได้โดยไม่ต้องมีแบตเตอรี่

นักวิจัยจาก MIT ได้เผยถึงการคิดค้นเซนเซอร์ที่สามารถใช้ใต้น้ำ เช่น วัดอุณหภูมิ ติดตามชีวิตใต้น้ำหรืออื่นๆ ทั้งนี้กระบวนการเหล่านั้นทำได้โดยไม่ต้องติดแบตเตอรี่ให้

credit : Techcruch

หลักการก็คือนักวิจัยได้ใช้คลื่นเสียงในการสื่อสาร โดยภาคตัวส่งนั้นได้นำส่งพลังงานไปพร้อมๆ กันเพียงพอที่ตัวรับจะใช้สะท้อนสัญญาณกลับมาหรือไม่ก็ได้ ให้ตีความได้ในลักษณะไบนารี่ (1 และ 0) ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพลังงานที่ต้องใช้จะเกิดจากภาคส่งอย่างเดียวเท่านั้น อันที่จริงแล้วกลไกภายในก็คือการใช้ Piezoelectric Resonator ที่เราใช้ในไมโครโฟนกันมาเป็นร้อยปีแล้วนั่นเอง (เป็นชุดวงจรที่ออกแบบมาทำงานด้านเสียง) เพื่อตอบสนองคลื่นเสียงหรือรักษารูปร่างของการสะท้อนให้เหมาะตามอุปกรณ์เซนเซอร์ที่เราจะใช้

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนต่อไปนักวิจัยหวังว่าจะปรับปรุงให้ทำงานได้ไกลขึ้นหรือทำงานร่วมกับเซนเซอร์ชนิดอื่นๆ ไปพร้อมกันได้ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการฝ่าข้อจำกัดที่มีนัยสำคัญมากทีเดียวต่ออนาคตของ IoT กับเรื่องใต้น้ำครับ สามารถชมวีดีโอสาธิตได้ด้านล่างครับ

ที่มา :  https://techcrunch.com/2019/08/20/mit-develops-a-sensor-that-can-work-underwater-without-a-battery-and-send-back-data/

from:https://www.techtalkthai.com/mit-underwater-sensor-no-battery-needed/

Microsoft – เผยนักวิจัยทางด้านความปลอดภัย พบการจู่โจมทางไซเบอร์ผ่านทางอุปกรณ์จำพวก IoT แล้ว

การจู่โจมทางด้านไซเบอร์นั้นถือได้ว่ามีการพัฒนาขึ้นอย่างทุกวันจากผู้ไม่หวังดีครับ อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นในอีกด้านหนึ่งนั้นก็ยังคงมีนักวิจัยที่ยังคอยหาวิธีการป้องกันการจู่โจมดังกล่าวอยู่เสมอ ล่าสุดนั้นนักวิจัยทางด้านความปลอดภัยของทาง Microsoft ได้พบรูปแบบการจู่โจมแบบใหม่ที่เน้นจู่โจมเข้ามาผ่านทางอุปกรณ์จำพวก IoT หรือ Internet of Things โดยเฉพาะครับ ซึ่งทางนักวิจัยเองนั้นก็ได้มีการระบุเอาไว้ด้วยครับว่ารูปแบบการจู่โจมแบบใหม่นี้นั้นมาจากกลุ่มของนักพัฒนาชาวรัสเซียซึ่งใช้ชื่อกลุ่มว่า STRONTIUM ครับ

กลุ่ม STRONTIUM ดังกล่าวนี้นั้นจะประกอบไปด้วย Fancy Bear, APT28, Pawn Storm พร้อมด้วยผู้ร่วมงานอื่นๆ ครับ โดยการจู่โจมในครั้งนี้นั้นเป้าหมายหลักเลยก็คือการจู่โจมผ่านช่องโหว่ lax control ที่อยู่บนอุปกรณ์จำพวก IoT หรืออุปกรณ์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้นั่นเองครับ อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้นั้นก็มีมากมายในปัจจุบันครับไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้งานผ่าน Voice-over-Internet-Protocol (VOIP) หรือจะเป็นปริ้นท์เตอร์ รวมไปถึงกล้องบันทึกวีดีโอที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่เป็นต้นครับ

ในการโจมตีนั้นผู้ที่ไม่หวังดีจะมทำการโจมตีผ่านทางช่องโหว่ของอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อที่จะเข้าสู่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของเป้าหมายโดยใช้สคริปต์เพื่อที่จะทำการตรวจจับการเดินทางของข้อมูลในระบบเครือข่ายของเป้าหมายซึ่งทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีนั้นสามารถที่จะเข้าถึงในส่วนของ subnets ที่ใช้ในการแบ่ง IP ต่างๆ ของอุปกรณ์ที่อยู่บนเครือข่ายนั้นๆ ได้ครับ แน่นอนครับว่าเมื่อสามารถเข้าถึงได้แล้วนั้นพวกเขาก็จะสามารถที่ทำการระบุได้ด้วยว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่บนระบบเครือข่ายนั้นมีอะไรบ้างแล้วก็ส่งสิ่งที่ต้องการไปยังอุปกรณ์เป้าหมายอย่างเช่นสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์เป็นต้นครับ

วิธีการป้องกันการโจมตีดังกล่าวนี้นั้นทาง MS เองก็ยังไม่ได้ออกมาบอกอย่างแน่ชัดครับ โดยทาง MS เองนั้นเสนอเอาไว้ว่าหากอยากทำการป้องกันการโจมตีดังกล่าวในเบื้องต้นนั้นก็มีความจำเป็นที่จะเอาอุปกรณ์ที่มีข้อมูลสำคัญของผู้ใช้อย่างเช่นคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนให้ใช้งานเครือข่ายที่แยกกันต่างหากกับอุปกรณ์ IoT นอกไปจากนั้นแล้วก็ควรมที่จะต้องมีการป้องกันไม่ว่าจะเป็นการป้องกันในส่วนของซอฟต์แวร์ที่ควรจะต้องทำการอัพเดทความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาเป็นต้นครับ งานนี้ในเมืองไทยเรานั้นอาจจะดูไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไรนัก แต่ด้วยความที่ในปัจจุบันนั้นอุปกรณ์ IoT ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นแล้วเราก็ควรที่จะระวังไว้ก่อนเป็นอันดีที่สุดครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/microsoft-security-researchers-discover-new-cyber-attack-through-internet-of-things-connected-devices/490988/