คลังเก็บป้ายกำกับ: IOS

Microsoft เปิดให้ผู้ใช้ Xbox สตรีมและเล่นเกมบน iPhone และ iPad ได้แล้ว

หลังจากที่ Microsoft ได้เปิดให้ทดสอบการสตรีมเกมจาก Xbox […] More

from:https://www.iphonemod.net/microsoft-released-remote-play-on-xbox-app.html

เดิมก็น้อยนา Apple ใส่ความจุแบต iPhone 12 mini มาแค่ 2,227 mAh เท่านั้น

ตอนนี้ Apple เริ่มเปิดให้สั่งซื้อ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro อย่างเป็นทางการแล้วในสหรัฐอเมริการวมถึงประเทศอื่น ๆ โดยล่าสุดมีข้อมูลจาก ANATEL หรือคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของบลาซิล (ประมาณ  กสทช. ของบ้านเรา) ได้เผยรายละเอียดแบตเตอรีของ iPhone 12 mini ที่มีเพียง 2,227 mAh เท่านั้น

ข้อมูลจาก ANATEL เผยว่า iPhone 12 mini ซึ่งมีรหัส A2471 จะมีแบตเตอรีความจุเพียง 2,227 mAh ซึ่งเมื่อเทียบกับ iPhone SE 2020 ซึ่งมีแบตเตอรี 1,821 mAh นั้นก็พบว่า iPhone 12 mini นั้นมีแบตเตอรีมากกว่าแค่ 18% เท่านั้น แต่อ้างอิงข้อมูลจาก Apple พบว่า iPhone 12 mini มีประสิทธิภาพในการเล่นวิดีโอได้นาน 15 ชั่วโมง ในขณะที่ iPhone SE 2020 ใช้งานได้นาน 13 ชั่วโมง แต่ถึงอย่างนั้นก็น้อยกว่า iPhone 11 ที่สามารถเล่นวิดีโอได้นานถึง 17 ชั่วโมง เนื่องจากมีแบตเตอรีที่ขนาดใหญ่ถึง 3,110 mAh

ถ้าเทียบกับสมาร์ทโฟนฝั่ง Android ก็ถือว่าเป็นปริมาณแบตเตอรีที่น้อยมาก ๆ ส่วน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นมีระยะเวลาการใช้งานวิดีโอที่เท่ากันคือ 17 ชั่วโมง ซึ่งก็ถือว่าไม่แตกต่างจากรุ่นเก่ามากนัก คาดว่าความจุแบตเตอรีอาจจะเท่าหรือน้อยกว่ารุ่นเก่าก็เป็นไปได้ เพราะตัว Apple A14 Bionic นั้นก็ถูกออกแบบมาให้ประหยัดแบตเตอรีมากกว่าเดิมด้วย

คงอีกนานหรือไม่มีโอกาสได้เห็น iPhone มีแบตเตอรีความจุ 4,000 mAh เหมือนของฝั่ง Android ครับ ซึ่งหาก iPhone มีความจุแบตเตอรีมากกว่านี้ก็จะช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกมากเลยด้วย

ข่าว: เดิมก็น้อยนา Apple ใส่ความจุแบต iPhone 12 mini มาแค่ 2,227 mAh เท่านั้น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/19/iphone-12-mini-battery-2227-mah.html

Google Play Store มียอดดาวน์โหลดแอปในไตรมาส 3 ของปี 2020 ราว 2.8 หมื่นล้านครั้ง สูงกว่า App Store ถึง 3 เท่า

ตามรายงานจากเว็บไซต์ SafeBettingSites ระบุว่า ยอดดาวน์โหลดแอปจาก Google Play Store ในไตรมาส 3 ของปี 2020 มีจำนวนมากกว่า 2.8 หมื่นล้านครั้ง นับเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 31% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อีกทั้งยังถือเป็นยอดดาวน์โหลดที่สูงกว่า App Store ของ Apple ราว 3 เท่า โดยยอดดาวน์โหลดของ App Store อยู่ที่ 8.2 พันล้านครั้ง

หากนับรวมทั้ง 3 ไตรมาสของปีนี้ Google Play Store จะมียอดดาวน์โหลดแอปทั้งหมดอยู่ที่ 8 หมื่นล้านครั้ง ในขณะที่ App Store มียอดดาวน์โหลดอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านครั้ง

นอกจากนี้ ในรายงานยังระบุอีกด้วยว่า Google Play Store เป็นแพลตฟอร์มที่มีแอปให้ดาวน์โหลดมากที่สุดถึง 2.7 ล้านแอป ส่วน App Store ตามมาห่าง ๆ ที่ 1.82 ล้านแอป โดยหมวดหมู่แอปที่มีการดาวน์โหลดสูงสุด 3 อันดับแรกบน Google Play Store นั้นได้แก่ เกม 13.49%, การศึกษา 9.11% และธุรกิจ 6.95%

 

ที่มา : SafeBettingSites 

from:https://droidsans.com/google-play-hit-28-3b-downloads-in-q3-2020/

League of Legends Wild Rift ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้งใน IOS และ Android แล้ว!

League of Legends Wild Rif เกมที่มาแรงแซงทุกโค้งจากค่าย Riot Games ค่ายเพลง ที่เนียนมาสร้างเกมจนดังเป็นพลุแตก เรียกว่าเกือบทุกเกมที่ค่ายนี้ทำออกมาเลยก็ว่าได้ ที่จะมีกระแส ถล่มถลาย ไม่ว่าจะเป็น Varolant หรือเกมที่เราจะมาพูดถึงกันอย่าง League of Legends Wild Rif

ในวันที่ 18 ตุลาคม ทางเพจ Facebook ออฟฟิเชียลของ Wild Rif ก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะเปิดให้เล่นกันในวันที่ 27 เดือนตุลาคม ปี 2020 ที่จะมาถึงนี้ และ ที่น่าสนใจก็คือ จะไม่รีเซ็ต ความคืบหน้าของเกมที่เราเล่นอยู่ หรือก็คือ หากผู้เล่นคนไหนสะสมตัวละครเยอะๆ แล้ว กลัวเขาจะรีเว็ตก็ไม่ต้องกลัวไป เพราะสิ่งที่จะรีก็มีเพียง แรงค์ เท่านั้น แถม เห็นว่าทาง Riot จะรีแรงค์จึงไม่เล่นแรงค์ ก็อยากให้คิดกันดีๆ เพราะ ทาง Riot มีของรางวัลให้หากผู้เล่นใต่ถึง แรงค์ Gold ( สู้ๆนะทุกคน ผมก็กำลังใต่แรงค์ และ ขอไม่ให้เจอคนโยนเลือกตัวมาผิดเลน ปัจจุบัน : Bronze II ) โดยจะเป็นกรอบ และ ไอค่อนซัมมอนเนอร์ เป็นของรางวัลแรงค์ 0 โดยปรกติแล้ว LoL จะแจกสกิน ให้กับผู้ที่ถึงแรงค์ Gold แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่แจกสำหรับ ซีซั่น 0 นะ

แต่ก็มีผู้เล่นหลายคนบอกว่า ” ทำแบบนี้คนที่ได้เล่นทีหลังจะไม่เสียเปรียบหรอ ” ผมขอตอบแทนเลยนะครับ ใช่…และไม่ ( Well Yes But Actually No ) คุณจะไม่ได้รับดปรโมชั่น เติมเงิน แล้ว คืน 20 % หรือว่า กรอบ กับ ไอคอน ที่แจกตอน Beta แต่นั้นมันเรื่องของแฟชั่น ใน L ไม่มีระบบ ซื้อรูน แบบ Rov ที่ต้องใช้ตังที่เก็บมาซื้อ เกมๆ นี้หากคุณจะเสียตังเพื่อเก่งกว่าคนอื่นก็คงทำไม่ไดแล้วหล่ะครับ

ข่าว: League of Legends Wild Rift ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้งใน IOS และ Android แล้ว! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/19/league-of-legends-wild-rift-open-beta-2.html

เผยคะแนน iPhone 12 บน Geekbench ปรับมาแรงเกือบเท่า iPad Air 4 แล้ว

Apple เปิดตัว iPhone 12 ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Apple A14 Bionic ชิปตัวเดียวกันกับที่ใช้ใน iPad Air 4 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่ที่น่าแปลกคือคะแนนที่ได้จาก Apple A14 Bionic บน iPhone 12 กลับทิ้งห่างจาก iPad Air 4 จนน่าตกใจ ชนิดที่ว่าแรงกว่า Snapdragon 865 ไม่เท่าไหร่เท่านั้น แต่ล่าสุดมีภาพเพิ่มเติมด้วยคะแนนที่แรงขึ้นหลักพันครับ

รอบแรกมีการเผยแพร่คะแนนของ Apple A14 Bionic บน iPhone 12 ทำคะแนนของส่วน Single-core และ Multi-core ไปได้ 1,590 และ 3,120 ตามลำดับซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ iPad Air 4 ที่ทำคะแนน Single-core และ Multi-core ไปได้ 1,583 และ 4,198 ตามลำดับ

แต่จากคะแนนที่หลุดออกมาใหม่นั้นพบว่าประสิทธิภาพของ Apple A14 Bionic บน iPhone 12 นั้นมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นมาโดยเฉพาะการประมวลผล Multi-core ได้คะแนนไปดังนี้

  • Single-core: 1,597 คะแนน
  • Multi-core: 4,152 คะแนน

John Poole ผู้ก่อตั้ง Geekbench ให้เหตุผลว่าการทดสอบแรกที่ยังไม่ได้คะแนนเยอะเพราะอาจเป็นเครื่องที่เพิ่งแกะออกจากกล่องใหม่ ๆ ที่ยัง set up ไปสมบูรณ์ดีทำให้คะแนนออกมาน้อย จากคะแนนที่เห็นล่าสุดพบว่า iPhone 12 นั้นแรงกว่า iPhone 11 ราว ๆ 20-25% เลยทีเดียว

คะแนน iPad Air 4

  • Single-core: 1,583 คะแนน
  • Multi-core: 4,198 คะแนน

ข่าว: เผยคะแนน iPhone 12 บน Geekbench ปรับมาแรงเกือบเท่า iPad Air 4 แล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/18/iphone-12-geekbench.html

Apple เปิดจำหน่าย iPad Air 4 สั่งได้แล้ววันนี้!

Apple เปิดตัว iPad Air 4 ตั้งแต่เดือนกันยายนท่ีผ่านมา จนเปิดตัว iPhone 12 ก็ยังไร้วี่แวววันประกาศวางจำหน่าย แต่วันดีคืนดี Apple ก็เปิดจำหน่ายโดยไม่บอกกล่าวอะไรทั้งสิ้นครับ

iPad Air 4 เป็น iPad รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ Touch ID บนปุ่มเปิด/ปิดเครื่องเนื่องจากการใช้ดีไซน์แบบไร้ขอบแบบเดียวกับ iPad Pro และยังใช้ชิปประมวลผล Apple A14 ตัวแรกซึ่งผลิตที่สถาปัตยกรรม 5nm และยังมีหลากสีสันให้เลือก ได้แก่ สีดำ สีเงิน สีเขียว สีชมพูโรสโกลด์ และสีน้ำเงิน

Apple Online Store ประเทศไทยได้เริ่มจำหน่าย iPad Air 4 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นที่วางจำหน่ายนั้นมีเฉพาะรุ่น Wi-Fi เท่านั้น สำหรับรุ่น Cellular หรือรุ่นใส่ซิมได้นั้นต้องรอต่อไปก่อนนะครับ

ราคา iPad Air 4

  • 64GB Wi-Fi ราคา 19,900 บาท
  • 256GB Wi-Fi ราคา 24,900 บาท

กดสั่งซื้อได้ที่นี่

ข่าว: Apple เปิดจำหน่าย iPad Air 4 สั่งได้แล้ววันนี้! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/16/apple-start-saving-ipad-air-4.html

เผยคะแนน iPhone 12 Pro จาก Geekbench ไม่แรงแบบที่คาดไว้

Apple เปิดตัว iPad Air 4 พร้อมกับชิปประมวลผล Apple A14 Bionic ที่โดดเด่นเรื่องความแรง ทำคะแนนแซง Snapdragon 865 และ Snapdragon 865+ แบบไม่เห็นฝุ่น แต่พอมาเป็น iPhone 12 Pro ซึ่งใช้ชิป Apple A14 Bionic ตัวเดียวกันกลับพบว่าไม่แรงอย่างที่หวังไว้ ที่สำคัญคือดันได้คะแนนน้อยกว่า Snapdragon 865 ด้วยซ้ำ

คะแนนจาก GeekBench

iPad Air 4

  • Single-core – 1583
  • Multi-core – 4198

iPhone 12 Pro

  • Single-core – 1590
  • Multi-core – 3120

จากคะแนนพบว่า iPhone 12 Pro ทำคะแนนได้มากกว่า Apple A14 บน iPad Air 4 เฉพาะในส่วนของ Single-core ประมาณ 7 คะแนนเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับในส่วนของ Multi-core พบว่า iPhone 12 Pro ทำคะแนนตามหลักพันเลยทีเดียว แน่นอนว่าคะแนนที่ได้มานั้นไม่ได้มากไปกว่า Snapdragon 865+ ครับ

ก็ต้องรอดูกันว่าหลังวางจำหน่ายจริงนั้น iPhone 12 Pro จะสามารถทำคะแนนได้มากกว่านี้หรือไม่

ข่าว: เผยคะแนน iPhone 12 Pro จาก Geekbench ไม่แรงแบบที่คาดไว้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/15/iphone-12-pro-geekbench-score.html

Homepod เตรียมรับอัพเดตให้รองรับระบบเสียง Atmos และเสียงรอบทิศทางมากสุดถึง 7.1 ช่องเสียง

เมื่อวานนี้ Apple ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมามากมาย ซึ่งนอกจากเซ็ต iPhone 12 บริษัทผลไม้ยักษ์จากแดนมะกันก็ส่งเปิดตัว Homepod รุ่นใหม่มาให้ได้หาซื้อกันในราคาที่ประหยัดมากๆ อย่าง Homepod Mini กับสนนราคาเพียง $99 หรือสามพันนิดๆ เท่านั้น พร้อมกับการเพิ่มลูกเล่นให้กับไลน์อัพ Homepod อีกมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือฟีเจอร์ Intercom ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนลำโพง Homepod และ Homepod Mini ที่มีติดตั้งในห้องต่างๆ ในบ้านให้กลายเป็นลำโพงและไมค์สำหรับการสื่อสารภายใน และสื่อสารกับอุปกรณ์ iOS อื่นๆ ของคนยในครอบครัวได้อีกด้วย

แน่นอนว่าลูกเล่นเหล่านี้จะได้รับการอัพเดตให้ใช้ได้ทั้งบน Homepod รุ่นใหญ่ และ Homepod Mini ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ Apple ยังไม่ตัดสินใจทิ้งคนที่ลงทุนไปกับรุ่นใหญ่ไปก่อนหน้านี้แล้วถึงแม้ว่าอายุผลิตภัณฑ์นั้นจะปาเข้าไปจะสามปีแล้วก็ตาม (อเล็กซ์เองก็มีน้อง Homepod รุ่นใหญ่อยู่ในความดูแล 2 ตัวด้วยกัน)  และนอกจากนั้น Apple ยังเลือกที่จะเพิ่มความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์อายุร่วมสามขวบของตัวเองเพิ่มเติมด้วยการประกาศรองรับระบบ Home Theater ให้กับ Homepod รุ่นใหญ่เท่านั้น เมื่อใช้งานร่วมกับ Apple TV 4K

ภาพภายใน HomePod
ภาพภายใน Homepod Mini

Jim Dalrymple จาก The Loop ได้ขยายความประเด็นนี้ไว้หลังจากที่ Apple เปิดตัวฟีเจอร์ Home Theater สำหรับ Homepod รุ่นใหญ่ไป โดยระบุว่า Homepod รุ่นใหญ่นั้นจะได้รับการอัพเดตให้รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 5.1 , 7.1 และ Atmos สำหรับภาพยนตร์และบริการที่รองรับระบบเสียง Atmos โดยผู้ใช้งานจะต้องทำการเชื่อมต่อ Homepod ตัวแรกเข้ากับ Apple TV 4K (จะเชื่อมตัวเดียว หรือจะเชื่อมเป็นคู่สองตัวก็ได้) ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นเพราะชิปความสามารถเรื่อง Spatial Awareness ของ Homepod รุ่นใหญ่ ซึ่งไม่มีใน Homepod Mini โดย ณ ปัจจุบันใช้สำหรับการเรียนรู้เสียง ณ ตำแหน่งที่จัดวาง และเปลี่ยนแปลงตำแหน่งได้ตลอดเวลาโดยจะทำการเรียนรู้ในตำแหน่งใหม่โดยอัตโนมัติอีกครั้งนั่นเองที่ทำให้เจ้า Homepod รุ่นใหญ่นั้นสามารถจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง (รวมไปจนถึงเสียงเหลือหัว) ได้ ซึ่งในส่วนของคุณภาพเสียงของ Homepod รุ่นใหญ่นั้น จนถึงตอนนี้คงไม่ต้องสงสัยกันแล้วว่ามันดีแค่ไหน

เปรียบเทียบ Homepod และ Homepod Mini
ภาพเปรียบเทียบ Homepod และ Homepod Mini

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลังหวังที่จะซื้อ Homepod Mini เพื่อเอามาจับคู่กับ Homepod รุ่นใหญ่นั้นต้องบอกตรงนี้เลยว่าคงต้องผิดหวัง เพราะมันไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้สาเหตุหลักเลยเป็นเพราะลำโพงทั้งสองตัวดีไซน์ไดรฟเวอร์เสียงมาต่างกัน ทำให้ Apple ไม่อนุญาตให้เอามาจับคู่เป็น Stereo ได้ โดยหากต้องการจับคู่กันนั้น Homepod รุ่นใหญ่ต้องคู่กับรุ่นใหญ่เหมือนเดิม ส่วน Homepod Mini นั้นก็ต้องจับคู่กับ Mini ด้วยกันเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อคุณภาพเสียงที่เหมาะสมที่สุดนั่นเอง

“ตอบสั้นๆ คือไม่ได้” Dalrymple อธิบายไว้ “คุณไม่สามารถจับคู่ทำสเตอริโอระหว่าง Homepod และ Homepod Mini ได้ คุณสามารถจับคู่ระหว่าง Homepod Mini และ Homepod Mini หรือ Homepod กับ Homepod ได้ แต่คุณจะเอาผลิตภัณฑ์สองตัวนี้มาผสมกันไม่ได้”

Homepod Mini พร้อมจำหน่ายในบางประเทศในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 นี้ ซึ่งในบ้านเรานั้นคงต้องลุ้นกันต่อไปว่า Apple จะนำมาจำหน่ายหรือไม่ เพราะเจ้า Homepod รุ่นใหญ่เอง ผ่านมา 3 ปีแล้วก็ยังไม่ได้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเลย รวมไปจนถึง Siri ใน Homepod ที่ก็ยังคงไม่รองรับภาษาไทยสักที ซึ่ง Appdisqus เองก็ได้แต่หวังว่าการมาถึงของ Homepod Mini นี้จะเปิดโอาสให้ Apple ยอมพัฒนาภาษาไทยของ Siri มาลงให้ใช้งาน พร้อมกับเปิดจำหน่ายในบ้านเราอย่างเป็นทางการได้สักที

ติดตาม AppDisqus กันต่อไป เราจะมาอัพเดตให้เพื่อนๆ ฟังกันอย่างแน่นอนทันทีที่มีความเคลื่อนไหวใหม่ในวงการ

ข่าว: Homepod เตรียมรับอัพเดตให้รองรับระบบเสียง Atmos และเสียงรอบทิศทางมากสุดถึง 7.1 ช่องเสียง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/14/homepod-to-support-atmos-with-appletv-4k.html

Apple เปิดตัว iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max รองรับ 5G อัปเกรดกล้องชุดใหญ่

สำหรับสินค้าไลน์ iPhone 12 นั้นมีทั้งหมด 4 โมเดล ได้แก่ iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max หากใครยังไม่ได้อ่านรายละเอียดของ iPhone 12 mini และ iPhone 12  อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ตอนนี้เราก็มาดูกันว่า iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max มีอะไรใหม่ ๆ บ้าง

iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max มีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับ iPhone 11 Pro ที่หน้าจอ 5.8 นิ้ว และ iPhone 11 Pro Max ที่หน้าจอ 6.5 นิ้ว โดยทั้งคู่ยังคงใช้หน้าจอ OLED รีเฟรชเรต 60Hz เช่นเดิม แต่ตัวหน้าจอครอบด้วย Ceramic Shield เหมือนกับ iPhone 12 mini และ iPhone 12 ที่ทนทานต่อการตกมากกว่าปกติถึง 4 เท่า

เช่นเดียวกันกับ iPhone 12 รุ่นเล็ก iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ใช้ชิปประมวยลผล Apple A14 Bionic และรองรับการเชื่อมต่อ 5G

กล้อง

ต้องบอกว่าทีเด็ดของ iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ยังคงเป็นเรื่องกล้อง แถมทั้งสองรุ่นนี้มีกล้องที่แตกต่างกันเล็กน้อยด้วย

iPhone 12 Pro ทั้งสองรุ่นมีกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แต่ใน iPhone 12 Pro Max นั้นมีเซนเซอร์ขนาด 1/1.7” ใหญ่กว่า iPhone 12 Pro ถึง 47% ประกอบกับรูรับแสงขนาด f/1.6 ทำให้สามารถรับแสงได้ดีขึ้นถึง 87% และยังมีการใช้เซนเซอร์กันสั่น sensor shift ที่ดีกว่าระบบกันสั่นในรุ่นเก่าด้วย แต่มีเฉพาะในรุ่น Pro Max เท่านั้น ส่วนกล้องหลังอีกสองตัวคือกล้อง Ultra wide และ Telephoto พร้อมกับเซนเซอร์ LiDAR

พิเศษสำหรับ iPhone 12 Pro นั้นรองรับ Apple ProRAW ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายรูปในระดับโปรมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ iPhone 12 Pro ยังสามารถถ่ายวิดีโอแบบ Dolby Vision ได้เป็นรุ่นแรกของโลก ความพิเศษคือเป็นฟอร์แมตระดับเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เลยทีเดียว มีทั้งหมด 4 สีให้เลือก ได้แก่ ดำ ขาว ทอง และน้ำเงิน

ราคา

  • iPhone 12 Pro
    • 128GB ราคา $999 หรือประมาณ 31,100 บาท
    • 256GB ราคา $1,099 หรือประมาณ 34,200 บาท
    • 512GB ราคา $1,299 เหรือประมาณ 40,500 บาท
  • iPhone 12 Pro Max
    • 128GB ราคา $1,099 หรือประมาณ 34,200 บาท
    • 256GB ราคา $1,199 หรือประมาณ 37,400 บาท
    • 512GB ราคา $1,399 หรือประมาณ 43,600 บาท

ข่าว: Apple เปิดตัว iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max รองรับ 5G อัปเกรดกล้องชุดใหญ่ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/14/apple-unveiled-iphone-12-pro-and-iphone-12-pro-max.html

Apple เปิดตัว iPhone 12 mini และ iPhone 12 รุ่นเริ่มต้นในซีรี่ส์นี้

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ iPhone 12 รุ่นใหม่ประจำปีนี้มาตามข่าวลือคือมีทั้งหมด 4 โมเดล ได้แก่ iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max เรามาดูที่รุ่นเริ่มต้นอย่าง iPhone 12 mini และ iPhone 12 กันก่อนครับ

iPhone 12 mini

iPhone 12 mini มีหน้าจอ Super XDR OLED ขนาด 5.4 นิ้ว ถึงแม้ว่าหน้าจอจะใหญ่กว่า iPhone SE แต่ก็มีขนาดเครื่องที่เล็กกว่าเนื่องจากใช้ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (แบบมีรอยบาก) ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล ความหนาแน่น 476 ppi สว่างสุด 1,200 nits

iPhone 12

iPhone 12 mini มีหน้าจอ Super XDR OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2532 x 1170 พิกเซล ความหนาแน่น 460 ppi สว่างสุด 1,200 nits ทั้งสองรุ่นยังใช้หน้าจอรีเฟรชเรต 60Hz ครอบด้วย Ceramic Shield ที่ Apple พัฒนาร่วมกับ Corning ซึ่งมีประสิทธิภาพในการทดทานต่อการตก/แตกมากกว่าหน้าจอปกติถึง 4 เท่า

สเปก (เหมือนกัน)

  • ใช้ชิปประมวลผล Apple A14 Bionic
  • ความจุ 64, 128 และ 256GB
  • กล้องหลังทั้งหมดสองตัว ได้แก่ กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีกันสั่นแบบ OIS และกล้อง Ultra wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รองรับ Night mode
  • รองรับการชาร์จแม่เหล็กหรือ MagSafe
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G mmWave (เบื้องต้นในสหรัฐฯ) และ sub-6GHz
  • มีทั้งหมด 5 สีให้เลือก ได้แก่ ดำ ขาว แดง เขียว และ น้ำเงิน

ราคา

  • iPhone 12 mini
    • 64GB ราคา $699 หรือประมาณ 21,800 บาท
    • 128GB ราคา $749 หรือประมาณ 23,500 บาท
    • 256GB ราคา $849 หรือประมาณ 26,600 บาท
  • iPhone 12
    • 64GB ราคา $799 หรือประมาณ 24,800 บาท
    • 128GB ราคา $849 เหรือประมาณ 26,600 บาท
    • 256GB ราคา $949 หรือประมาณ 30,000 บาท

ข่าว: Apple เปิดตัว iPhone 12 mini และ iPhone 12 รุ่นเริ่มต้นในซีรี่ส์นี้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/14/apple-iphone-12-unveiled.html