คลังเก็บป้ายกำกับ: INTERNET_OF_THINGS

Arduino เปิดขายซิมรองรับ 100 ประเทศ ค่าเชื่อมต่อ 5MB เดือนละ 48 บาท

Arduino ประกาศขาย Arduino SIM สำหรับการเชื่อมต่อบอร์ด Arduino MKR GSM 1400 เข้ากับอินเทอร์เน็ต โดยมีราคารายเดือนเพียงเดือนละ 1.5 ดอลลาร์ สามารถใช้งานได้ 100 ประเทศรวมถึงประเทศไทย อย่างไรก็ดี ในช่วงแรกจะซื้อได้เฉพาะผู้อยู่ในสหรัฐฯ เท่านั้น

Arduino SIM ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วไปได้ แต่ต้องเชื่อมต่อเข้า Arduino IoT Cloud เท่านั้น โดยในปีนี้บริการคลาวด์จะมี API และ webhook สำหรับการนำข้อมูลออกไปใช้ภายนอกอีกครั้ง

ตอนนี้ตัวซิมยังจำกัดกับบอร์ด MKR GSM 1400 และจะรองรับบอร์ด MKR NB 1500 ต่อไป ก่อนจะเปิดให้ผู้ผลิตบอร์ดยี่ห้ออื่นใช้งานได้อิสระ

ที่มา – Arduino

No Description

from:https://www.blognone.com/node/109848

โฆษณา

Arduino เปิดตัวบอร์ด Nano ชุดใหม่ รองรับ Wi-Fi, ฺBLE

Arduino เปิดตัวบอร์ด Aruino Nano ชุดใหม่พร้อมกันสี่รุ่น โดย 3 รุ่นสามารถเชื่อมต่อไร้สายได้ผ่านทาง Wi-Fi หรือ Bluetooth LE ทั้ง 4 รุ่นได้แก่

  • Arduino Nano Every: รุ่นเล็กที่สุดเริ่มต้น 9.99 ดอลลาร์ ใช้ชิป ATMega4809 สถาปัตยกรรม AVR ใช้ชิป ATSAMD11D14A ที่เป็น Cortex-M0+ สำหรับแปลง USB เป็น UART และสามารถโปแกรมเพิ่มเติมเองได้ บอร์ด Every เป็นรุ่นเดียวในชุดนี้ที่รองรับไฟ 5V ราคา 9.9 ดอลลาร์
  • Arduino Nano 33 IoT: ใช้ชิป SAMD21G18A ที่เป็น Cortex-M0+ เป็นชิปหลัก พร้อมโมดูล UBLOX NINA W102 ที่ภายในเป็น ESP32 สำหรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi มีชิป ATECC608A สำหรับการเข้ารหัสมาบนบอร์ด มีเซ็นเซอร์เคลื่อนไหว 9 แกนในตัว รองรับไฟ 3.3V เท่านั้น ทนไฟ 5V ไม่ได้ ราคา 18 ดอลลาร์
  • Arduino Nano 33 BLE: ใช้ชิป nRF52480 ที่เป็น Cortex-M4F เป็นชิปหลักแทน มีเซ็นเซอร์เคลื่อนไหว 9 แกนในตัว รองรับไฟ 3.3V เท่านั้น ทนไฟ 5V ไม่ได้ ราคา 19 ดอลลาร์
  • Arduino Nano 33 BLE Sense: รุ่นสูงสุด เหมือนรุ่น Nano 33 BLE แต่เพิ่มเซ็นเซอร์เข้ามา เช่น ความกดอากาศ, อุณหภูมิ, ความชื้น, แสงสว่าง, ไมโครโฟน ราคา 29.50 ดอลลาร์

ทุกรุ่นเริ่มส่งมอบกลางเดือนกรกฎาคมนี้

ที่มา – Arduino

No Description

from:https://www.blognone.com/node/109847

Espressif ออกบอร์ด ESP32-Azure IoT Kit มาพร้อมเซ็นเซอร์, จอภาพ, microSD

Espressif ผู้ผลิตชิป ESP8266 และ ESP32 ออกบอร์ด ESP32-Azure IoT Kit สำหรับการพัฒนาระบบเพื่อพัฒนา IoT ที่เชื่อมต่อกับคลาวด์

แม้ชื่อจะบอกว่าเป็นบอร์ดสำหรับ Azure แต่ตัวบอร์ดจริงๆ ก็เป็นเพียงโมดูล ESP32-WROVER-B ที่บัดกรีเข้ากับบอร์ด I/O ที่ให้ทุกอย่างมาค่อนข้างครบ เริ่มจากจอภาพ OLED, ลำโพง buzzer, สวิตช์, เซ็นเซอร์อุณหภูมิ/ความชื้น, เซ็นเซอร์ความกดอากาศ, เซ็นเซอร์สนามแม่เหล็ก, accelerometer, เซ็นเซอร์แสง, ช่องต่อ microSD, และช่องต่อแบตเตอรี่

ซอฟต์แวร์ภายในไม่มีข้อมูลว่าเป็นเฟิร์มแวร์อะไร แต่น่าจะเป็นเฟิร์มแวร์ Azure มาแต่แรก เพราะ LED ดวงหนึ่งแสดงสถานะการเชื่อมต่อ Azure โดยเฉพาะ

เปิดให้สั่งผ่าน Mouser แล้ว ราคาไม่รวมค่าส่งและภาษีประมาณ 1,200 บาท

ที่มา – Espressif, CNX Software

No Description

from:https://www.blognone.com/node/109744

ระบบตรวจสอบบุตรหลานในบ้าน เสี่ยงต่อการโดนแฮ็ก

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เทคโนโลยีดิจิตอลไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม ต่างช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การติดตามข่าวสาร ไปจนถึงการช็อปออนไลน์ และการตรวจสอบสถานะภายในบ้านผ่านกล้องวงจรปิด ทั้งหมดนี้ภายในการกดปุ่มไม่กี่ปุ่ม แต่การเติบโตของการใช้ IoT ก็ทำให้อันตรายแบบใหม่ๆ ที่เราไม่คาดคิดมีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อันตรายอย่างหนึ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้คือ การหาช่องทางละเมิดความเป็นส่วนตัว ซึ่งจากประวัติกรณีต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นนั้นพบว่า กล้องวงจรปิดที่ใช้ตามบ้านมักโดนเจาะระบบได้ง่าย โดยเฉพาะการแฮ็กระบบตรวจสอบเด็กทารกที่ขึ้นพาดหัวข่าวค่อนข้างบ่อยมาก

อย่างเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีคุณแม่ชาวออสเตรเลียตะวันตกแสดงความวิตกกังวล หลังจากพบว่าระบบตรวจดูเด็กทารกที่เพิ่งซื้อมานั้นโดนแฮ็ก โดยระบบดังกล่าวเปิดให้ล็อกอินผ่านโค้ดคิวอาร์และรหัสผ่านแบบปกติเพื่อคอยดูภาพบุตรหลานผ่านกล้อง แต่หลังจากทำตามคู่มือการใช้งานแล้ว กลับเห็นห้องนอนของบุคคลแปลกหน้าอื่นแทนที่จะเป็นภาพลูกของตัวเอง

เทรนด์ไมโครแนะนำให้ใช้โซลูชั่น Trend Micro Password Manager ที่ช่วยสร้างและซิงค์รหัสผ่านที่แข็งแกร่งสำหรับใช้บนอุปกรณ์ทุกประเภท รวมทั้งโซลูชั่น Trend Micro Security ที่ช่วยปกป้องเอนด์พอยต์ทั้งหลาย รวมทั้ง Trend Micro Home Network Security ที่ออกแบบมาสำหรับปกป้องสมาร์ทดีไวซ์ในบ้านโดยเฉพาะ

ที่มา : Trendmicro

from:https://www.enterpriseitpro.net/is-your-baby-monitor-susceptible-to-hacking/

พาดู Briggo หุ่นยนต์เสิร์ฟกาแฟทำใหม่แก้วต่อแก้ว จากงาน Dell Technologies World 2019

ในงาน Dell Technologies World 2019 ที่ลาสเวกัสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จุดสนใจหนึ่งในงานคือเครื่องจักรหุ่นยนต์เสิร์ฟกาแฟที่ชื่อ Briggo โดยมีคนไปจองรับกาแฟและเครื่องดื่มฟรีกันยาวมาก Blognone เคยพูดถึง Briggo ไปเล็กน้อยก่อนหน้านี้ แต่คราวนี้เรามีรายละเอียดเพิ่มเติมมานำเสนอกันครับ

alt="Briggo"

ว่าด้วยกระบวนการทำงานของ Briggo ก่อน ลูกค้าสามารถสั่งกาแฟและเครื่องดื่มได้ผ่านหน้าเว็บหรือผ่านแอป โดยสามารถกำหนดรายละเอียดเครื่องดื่มได้ตามต้องการ อาทิ ร้อนมาก-ร้อนน้อย ปริมาณนม ระดับความหวาน ระดับคาราเมล ความเข้มกาแฟ จำนวนช็อตเอสเพรสโซ ฯลฯ เมื่อยืนยันคำสั่งซื้อ จ่ายเงินเรียบร้อย เราจะได้รหัส 3 หลักไว้ยืนยันการรับเครื่องดื่มที่เครื่อง ซึ่งอาจต้องรอเวลาหากมีคนสั่งพร้อมกันจำนวนมาก (ในงานมีคนสนใจ ออเดอร์กันล้นหลาม จนบางช่วงต้องรอ 40 นาที เลยก็มี เหตุผลหนึ่งก็เพราะในงานนั้นสั่งได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินนั่นเอง – ฮา)

alt="Briggo"
หน้าแสดงรายการเครื่องดื่มที่พร้อมเสิร์ฟ ให้มายืนยันรหัสรับเครื่องดื่ม

alt="Briggo"
ประตูตู้จะเปิดให้รับเครื่องดื่ม

ถึงตรงนี้อาจสงสัยว่าแล้วมันต่างอะไรกับเครื่องชงกาแฟที่เราคุ้นเคย เราได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ Kevin Nater ซีอีโอ Briggo ซึ่งเล่าให้ฟังว่า แนวคิด Briggo คือ การใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมทั้งระบบประมวลผลของ Dell Optiplex มาผลิตเครื่องดื่ม โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรก ให้เหมือนกับมีบาริสต้าชงมากที่สุด กาแฟจะเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการบดเมล็ด ผ่านหุ่นยนต์บด-ชง-เติมส่วนผสมตามที่ลูกค้ากำหนด และด้วยระบบหุ่นยนต์ต่อเนื่อง จึงสามารถผลิตเครื่องดื่มได้คราวละหลายแก้วพร้อมกัน นอกจากนี้การเก็บข้อมูลอย่างละเอียดของแต่ละคำสั่งซื้อ ยังช่วยให้การบริหารจัดการทำได้มีประสิทธิภาพมากด้วย

alt="Briggo"

alt="Briggo"

แนวทางต่อยอดของ Briggo นั้น จะไปในทิศทางของการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำระบบหุ่นยนต์ผลิตเครื่องดื่มเป็นหลัก โดยร่วมมือกับธุรกิจอาหารในการนำเครื่องจักรนี้ไปวางในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ Briggo มีเครื่องติดตั้งในหลายจุดของรัฐเท็กซัส และเตรียมขยายไปยังเมืองซานฟรานซิสโกต่อไป

สุดท้ายคือคุณภาพเครื่องดื่ม ต้องบอกว่ากาแฟ Briggo รสชาติดีทีเดียว แต่ไม่ได้ถึงกับว้าวขนาดนั้น อุณหภูมิความร้อนก็เสิร์ฟเหมาะสม ถ้าเป็นเครื่องดื่มเย็นก็กำลังดี คุณ Nater ยังบอกว่า Briggo นั้นซื้อกาแฟโดยตรงจากผู้ผลิต โดยกาแฟเบลนด์จาก 3 แหล่งคือ เอล ซัลวาดอร์, กัวเตมาลา และบราซิล

alt="Iced Latte"
แก้วนี้เป็นลาเต้เย็น มีน้ำแข็งใส่มาพร้อม

from:https://www.blognone.com/node/109709

Starbucks เริ่มนำ IoT มาใช้ในร้าน เก็บข้อมูลเครื่องชงทุกช็อตกาแฟ อัพเดตสูตรอัตโนมัติผ่านคลาวด์

ปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์เปิดตัว Azure Sphere โซลูชัน IoT ครบวงจร เพราะไมโครซอฟท์ออกแบบชิปเอง และทำระบบปฏิบัติการลินุกซ์ใช้เอง

ปีนี้ไมโครซอฟท์เปิดตัวลูกค้ารายใหญ่ของ Azure Sphere คือ Starbucks ที่นำระบบ IoT ตัวนี้มาเก็บข้อมูลของเครื่องชงกาแฟในร้านค้าของตัวเอง

Starbucks เปิดเผยว่าทุกครั้งที่กดชงเอสเพรสโซออกมาหนึ่งช็อต ระบบจะเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งชนิดของเมล็ดกาแฟ อุณหภูมิของกาแฟ คุณภาพของน้ำ ฯลฯ โดยคิดเป็นข้อมูลประมาณ 5MB ต่อการทำงานหนึ่งกะ 8 ชั่วโมง จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังกล่อง Guardian modules ที่ตั้งอยู่ภายในร้านเพื่อประมวลผลข้อมูลเบื้องต้น ก่อนจะส่งขึ้นไปเก็บบนคลาวด์ของ Azure อีกทีหนึ่ง

นอกจากการส่งข้อมูลจากร้านขึ้นไปบนคลาวด์แล้ว ระบบ IoT ของ Starbucks ยังสามารถใช้ส่งข้อมูลจากคลาวด์กลับมายังเครื่องได้ด้วย ตัวอย่างการใช้งานคือการอัพเดตสูตรกาแฟใหม่ๆ จากสำนักงานใหญ่ลงไปยังเครื่องชงกาแฟในแต่ละสาขา ซึ่งประหยัดเวลาลงได้มากเมื่อเทียบกับการใช้ thumbdrive ไล่อัพเดตทีละสาขาอย่างในอดีต (ปัจจุบัน Starbucks มีประมาณ 30,000 สาขาใน 80 ประเทศ)

No Description

แผนผังการทำงานของระบบ IoT ของ Starbucks
No Description

หน้าตาของกล่อง Guardian modules
No Description

ตัวอย่างหน้าจอมอนิเตอร์การเก็บข้อมูลการชงกาแฟทุกช็อต
No Description

ตัวอย่างหน้าจออัพเดตสูตรกาแฟไปยังเครื่องชง
No Description

ที่มา – Microsoft, Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/109706

Binance โดนแฮ็ก คิดเป็นมูลค่าบิทคอยน์รวมกว่า 40 ล้านดอลลาร์ฯ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตระดับโลกสัญชาติจีน Binance มีสำนักงานทำการอยู่ที่ Malta ออกมารายงานว่าโดนจารกรรมเงินดิจิตอลมูลค่า 7,000 เหรียญบิทคอยน์ ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินจริงมากกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Binance ถือว่าเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อพิจารณาจากปริมาณการซื้อขาย โดยมีทุนรวมในตลาดคิดเป็นเงินจริงมากถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ฯ เมื่อเดือนมกราคม 2018 ครั้งนี้ Binance ระบุในแถลงการณ์ว่าเงินบิทคอยน์ที่โดนขโมยไปมีมูลค่าประมาณ 5,800 ดอลลาร์ฯ ต่อเหรียญบิทคอยน์

และแฮ็กเกอร์ได้ใช้หลากหลายวิธีในการ “เจาะระบบความปลอดภัยขนาดใหญ่” จนแฮ็กเกอร์สามารถได้คีย์ API, โค้ด 2FA, และข้อมูลอื่นๆของผู้ใช้จำนวนมากเพื่อทำการโจมตีทางไซเบอร์จนสำเร็จ โดยทางซีอีโอของ Binance นาย Changpeng Zhao ยืนยันว่าไม่มียอดเงินของผู้ใช้รายใดได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้เพราะยอดเงินในบัญชีของลูกค้ามีการประกันไว้กับบริษัทอยู่แล้ว และทาง Binance จะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ “เต็มจำนวน” แต่จากเหตุการณ์แฮ็กดังกล่าว ทำให้ทาง Binance ต้องระงับการฝากและถอนเงินบนแพลตฟอร์มชั่วคราว แต่ยังสามารถเทรดหรือซื้อขายกันได้ต่อ

ที่มา : Ibtimes

from:https://www.enterpriseitpro.net/binance-hacked-40m-worth-bitcoin-stolen-exchange/