คลังเก็บป้ายกำกับ: INTERNET_OF_THINGS

Neuralink ของ Elon Musk โชว์คลิปลิงใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อสมองเล่นเกม

Neuralink บริษัทด้านอินเทอร์เฟซที่เชื่อมต่อกับสมองที่ก่อตั้งขึ้นโดยซีอีโอของเทสล่าอย่าง Elon Musk ได้อัพคลิปยูทูปของลิงวอกหรือ Macaque ที่ชื่อน้อง Pager กำลังเล่นวิดีโอเกมชื่อ Pong โดยใช้ความคิดในสมองสั่งการโดยตรง

คลิปวิดีโอความยาว 3 นาที 27 วินาทีนี้ ถูกแชร์โดยอีลอน มัสก์บนทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นการแสดงให้เห็นว่าลิงกำลังควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านกิจกรรมภายในสมองของตัวเอง พร้อมทวีตข้อความว่า เสมืองลิงกำลังเล่นเกมด้วยวิธีเทเลพาธีผ่านชิปในสมอง

ในคลิปนั้น คนพากย์อธิบายวิธีการที่น้อง Page อายุ 9 ปีนี้เล่นเกม Pong ผ่านความคิดของตัวเอง โดยใช้อุปกรณ์ Neuralink 2 ชิ้นที่ใส่ติดกับสมองทั้งสองข้างเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน เรียนรู้วิธีใช้จอยสติกในการเคลื่อนลูกศรไปยังเป้าบนหน้าจอเพื่อแลกกับบานาน่าสมูธตี้ที่ให้น้องดูดผ่านหลอด

อุปกรณ์ที่ชื่อ “Link” ของบริษัทนี้ได้บันทึกกิจกรรมระบบประสาทของน้อง Pager ระหว่างมีปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำได้ผ่านลวดขนาดเล็กกว่า 2,000 เส้นที่ฝังไว้บริเวณสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวของมือและแขน และส่งผ่านสัญญาณไปยัง “อัลกอริทึมถอดรหัส” เพื่อทำนายการเคลื่อนไหวของมือลิงแบบเรียลไทม์

ที่มา : CNBC

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/neuralink-elon-musk/

Espressif เปิดตัวชิป ESP32-C6 ซีพียู RISC-V พร้อม Wi-Fi 6 2.4GHz

Espressif เปิดตัวชิปอุปกรณ์ IoT รุ่นใหม่ในชื่อรุ่น ESP32-C6 จุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้คือการรองรับ Wi-Fi 6 หรือ 802.11ax ที่มีประสิทธิภาพการใช้แถบความถี่ต่อแบนวิดท์สูงมาก แต่ยังรองรับเฉพาะย่าน 2.4GHz เท่านั้น

ตัวซีพียูภายในเป็น RISC-V 32 บิตคอร์เดี่ยว สัญญาณนาฬิกา 160MHz พร้อมแรม 400KB และแรม 384KB ขา GPIO 22 ขา, ชุดวงจรเข้ารหัส เร่งความเร็วได้ทั้ง SHA, AES, HMAC, และ RSA รวมถึงการสร้างค่าสุ่ม

ฟีเจอร์สำคัญของ 802.11ax คือการตั้งเวลาตื่นมารับส่งข้อมูลล่วงหน้า (Target Wake Time – TWT) ทำให้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานลงมาก หาก access point รองรับฟีเจอร์นี้เหมือนกัน ตัวอุปกรณ์ IoT ก็สามารถทำงานด้วยแบตเตอรี่นานนับปี

ที่มา – Espressif

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122145

Logitech เลิกผลิตรีโมทควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม Harmony แล้ว

Logitech ประกาศเลิกผลิตรีโมทภายใต้แบรนด์ Harmony สำหรับใช้ควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอย่างเป็นทางการ โดยจะยังคงซัพพอร์ตลูกค้าเดิมต่อไป

สำหรับสินค้าตระกูล Harmony เป็นสินค้ากลุ่มควบคุมสมาร์ทโฮมของ Logitech ซึ่งรีโมทก็ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าแบรนด์นี้ และเป็นตัวเลือกเดียวในช่วงหลังสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฮมที่ต้องการรีโมทธรรมดาไว้สำหรับควบคุมสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน เพราะตัวรีโมทกำหนดได้ว่าจะให้ปุ่มไหนคุมหลอดไฟดวงไหนหรือปลั๊กจุดไหน แต่หลังจาก Google, Apple และ Amazon เริ่มเข้ามาในระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้าน รวมถึงมี HDMI-CEC ก็ทำให้ universal remote เริ่มไม่ได้รับความนิยม

ตอนนี้ Logitech เลิกผลิตรีโมท Harmony อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ทางบริษัทจะยังคงซัพพอร์ตลูกค้าปัจจุบันต่อไป ส่วนลูกค้าที่ต้องการหาซื้อรีโมทก็ยังคงหาซื้อได้จากผู้จัดจำหน่ายจนกว่าสินค้าจะหมดสต็อก

ที่มา – Engadget

No Description
ภาพจาก Logitech

from:https://www.blognone.com/node/122122

[Guest Post] ซัพพลายเชนที่ทันสมัยต้องอยู่บนคลาวด์

องค์กรด้านซัพพลายเชนจะต้องมั่นใจว่าขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ กำลังดำเนินไปอย่างเหมาะสม และมีการใช้เครื่องมือดีที่สุดในทุกขั้นตอนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ความต้องการ, การจัดซื้อ, การผลิต, การจัดการสินค้าคลัง และโลจิสติกส์ รวมถึงงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเหล่านี้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าความกดดันจะเกิดจากระบบซัพพลายเชนของโลกมีความซับซ้อนมากขึ้น หรือต้องการสร้างความแตกต่างในตลาดด้วยอัตรากำไรที่ลดลงก็ตาม เครื่องมือในการบริหารจัดการซัพพลายเชนรุ่นเก่าก็ไม่สามารถสนองตอบต่อเป้าหมายขององค์กรด้านซัพพลายเชนในปัจจุบันได้ ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวนี้การ์ทเนอร์ได้ระบุไว้ว่าคือ “ต้องมั่นใจได้ว่าซัพพลายเชนจะมีประสิทธิผลที่ดี คล่องตัว และตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า ถึงแม้จะมีความท้าทายจากความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือก็ตาม

บทความโดย นายฟาบิโอ ทิวิติ รองประธาน บริษัท อินฟอร์ อาเชียน

 

เทคโนโลยีได้พัฒนาไปถึงจุดที่สามารถสนับสนุนให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลอย่างกว้างขวางระหว่างสมาชิกที่อยู่ในระบบนิเวศซัพพลายเชนด้วยกัน รวมถึงช่วยให้องค์กรสามารถรวบรวมข้อมูลเข้าด้วยกัน และตีความข้อมูลนั้นเพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจได้ดีขึ้น แพลตฟอร์มที่ทันสมัยต่าง ๆ เช่น คลาวด์ และเครื่องมือที่ทันสมัย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) ช่วยเสริมศักยภาพให้องค์กรด้านซัพพลายเชนสามารถประเมินและตัดสินใจดำเนินงานด้านต่าง ๆ ที่จะขับเคลื่อนให้เกิด ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้

พัฒนาจากการตั้งรับเป็นซัพพลายเชนเชิงรุก

ถึงแม้ว่าระบบนิเวศซัพพลายเชนจะประกอบไปด้วยเครือข่ายของซัพพลายเออร์, พันธมิตรทางการค้า, ผู้ให้บริการด้านการเงิน และลูกค้าทั่วโลก แต่ซัพพลายเชนจำนวนมากก็ยังคงดำเนินงานไปทีละขั้นตอนงานใครงานมันตามแนวทางที่เคยทำกันมา โดยต่างก็ให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อกฎข้อบังคับขององค์กรตน แต่เนื่องด้วยกระบวนการและข้อมูลต่าง ๆ ของซัพพลายเชนมากกว่า 80% เกิดขึ้นภายนอกองค์กรแต่ละแห่ง การใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยให้องค์กรสามารถแบ่งปันข้อมูลและทำงานร่วมกันได้ (ที่ไม่ได้ร่วมงานกันโดยตรง และเป็นการทำงานนอกองค์กร) จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของซัพพลายเชนทั้งระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางให้กับพันธมิตรและลูกค้า

นอกจากนี้ ปริมาณการรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลจำนวนมากที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมธุรกิจปัจจุบัน มักจะเกินขีดความสามารถของระบบและซอฟต์แวร์รุ่นเก่าที่จะรองรับได้  แต่การใช้ฟังก์ชั่นที่จำเป็นและที่ได้รับการอัปเดตแล้วนั้นจะต้องมีการอัปเกรดที่ดีและมีค่าใช้จ่ายสูงซึ่งยากที่จะจัดการเองภายในองค์กรโซลูชั่นที่ทำงานบนคลาวด์จะช่วยขจัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการลงทุน ที่องค์กรอาจต้องรับภาระเพื่อให้ได้ฟังก์ชั่นที่จำเป็นต้องใช้งาน

ระบบและซอฟต์แวร์รุ่นเก่ายังหมายถึงการที่องค์กรต่าง ๆ มักต้องพึ่งพากระบวนการที่ล้าสมัย เช่น การใช้สเปรดชีทและอีเมลเพื่อคัดเลือกและแบ่งปันข้อมูล กระบวนการแบบแมนนวลเช่นนี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการผลิตและการตัดสินใจได้  การบริหารจัดการซัพพลายเชนในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้ระบบอัตโนมัติ ต้องมีประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน  เครื่องมือที่ทำงานบนคลาวด์ เช่น แมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML), AI, IoT และดิจิทัลทวินส์ (Digital Twins) มีสมรรถนะต่าง ๆ ที่องค์กรต้องการใช้เพื่อเก็บรวบรวมและดำเนินการตามการวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Photo by ThisIsEngineering from Pexels

 

การใช้มุมมองแบบองค์รวมของซัพพลายเชนเช่นนี้ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานซัพพลายเชนจากแบบ “ดั้งเดิม” ไปเป็นแนวทางที่ “ทำงานเชื่อมโยงกันทั้งระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล (value chain orchestration)”  ซึ่งสิ่งนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนจากงานแบบแมนนวลไปเป็นกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการกำจัดการทำงานแบบไซโลออกไปด้วยแอปพลิเคชั่นคลาวด์ที่ทันสมัยสามารถมอบสมรรถนะในการมองเห็น และควบคุมซัพพลายเชนได้ทั้งระบบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

เมื่อองค์กรสามารถตัดสินใจเชิงรุกได้มากขึ้นก็จะตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น  เครื่องมือต่าง ๆ บนระบบคลาวด์สามารถเปลี่ยนซัพพลายเชนรุ่นเก่า ให้กลายเป็นซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัว พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเมื่อต้องการและก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่งได้

ค้นหาพันธมิตรด้านคลาวด์ที่เหมาะสม

การปรับใช้โซลูชั่นซัพพลายเชนบนระบบคลาวด์ที่ทันสมัยมักจะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ด้วยโซลูชั่นใหม่ที่พร้อมใช้งานภายในไม่กี่สัปดาห์ แทนที่จะต้องใช้เวลานานหลายปีเหมือนกับการใช้งานแบบ on-premises โดยปกติโซลูชั่นบนคลาวด์จะรวมเครื่องมือทั้งหมดที่องค์กรจำเป็นต้องใช้ในการจัดการ value chain ดิจิทัลไว้ทั้งหมด  แต่การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลของการจัดการซัพพลายเชนองค์กรไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากมายรอบด้านขนาดนั้น

ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นอาจบรรจุอยู่ในกระบวนการด้านกลยุทธ์ และแผนงานที่ได้วางไว้อย่างดี เช่น โครงการเล็ก ๆ ที่ปรับให้เหมาะกับแบนด์วิดท์ งบประมาณ และความต้องการที่เกิดขึ้นทันทีทันใดขององค์กร  องค์กรต่าง ๆ ยังสามารถใช้วิธีการแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยแบ่งเป้าหมายที่ใหญ่กว่าออกเป็นส่วนเป็นช่วง ๆ ที่สามารถจัดการได้สะดวก ผลกำไรที่ได้จากแต่ละช่วงยังอาจนำไปเป็นทุนให้กับการทำงานช่วงต่อไป นอกจากนี้ความสำเร็จในช่วงแรก ๆ จะสร้างแรงกระเพื่อมและช่วยให้ได้รับการสนับสนุนระหว่างการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลได้

เมื่อเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อปรับปรุงซัพพลายเชนให้ทันสมัยได้แล้ว องค์กรต่าง ๆ ควรร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์ที่สามารถช่วยให้องค์กร “go lives” ระบบได้เร็วขึ้น เพื่อลดเวลาในการเปลี่ยนแปลงระบบและการหยุดชะงักของธุรกิจให้เหลือน้อยที่สุด  และถึงแม้จะมีการใช้งานโซลูชั่นใหม่แล้วก็ตาม แต่ผู้ให้บริการคลาวด์ควรให้บริการการอัปเดทฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ที่ราบรื่น โดยมีดาวน์ไทม์เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ซึ่งจะช่วยให้องค์กรได้ใช้นวัตกรรมที่เสถียร และมีการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทางธุรกิจที่ดีที่สุด

ทรานส์ฟอร์มซัพพลายเชน

การยึดติดอยู่กับเทคโนโลยีและระบบแมนนวลที่ผ่านการพิสูจน์และใช้งานมานานแล้ว เป็นเรื่องท้าทายที่อาจทำให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมกับองค์กรได้ยาก  การเพิกเฉยไม่ใส่ใจต่อเทคโนโลยีดิจิทัลเพียงเพราะองค์กรเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้รับการรับรองหรือยังมีความเสี่ยงสูง จะทำให้องค์กรไม่สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเองได้  โซลูชั่นที่ใช้ระบบคลาวด์นำเสนอวิธีการต่าง ๆ สำหรับองค์กรที่จะทรานส์ฟอร์มซัพพลายเชนของตน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใหม่ ๆ ของระบบซัพพลายเชนที่กำลังพัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-infor-modren-supply-chains-belong-cloud/

เชิญร่วมงาน Webinar เรื่อง “Bringing the Cloud Experience to the Edge”

HPE Aruba และ Ricoh ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, IT Admin และทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Bringing the Cloud Experience to the Edge” มาร่วมเรียนรู้ประสบการณ์ Wi-Fi6 ที่คุณอาจจะยังไม่คุ้นเคย พร้อมกับมิติใหม่แห่งการทำ Network Monitoring ด้วย Aruba UXI จาก Ricoh ที่จะช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายได้แบบไร้ขีดจำกัด

เชิญร่วม webinar กับเราในวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2564 เวลา 10.30 – 12.00 น.

รายละเอียดการบรรยาย
หัวข้อ: Bringing the Cloud Experience to the Edge
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2564 เวลา 10.30 – 12.00 น.
ผู้บรรยาย: HPE Aruba และ Ricoh
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน
ภาษา: ไทย

Aruba และ Ricoh ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ ว่าสามารถต่อยอดธุรกิจได้อย่างไร บริษัทฯจึงดูแลและให้ความมั่นใจในบริการ (service assurance) เพื่อส่งมอบระบบเครือข่ายที่ดีที่สุด ที่สำคัญต้องง่ายในการดูแลรักษา และมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายแก่ผู้ใช้ในยุคดิจิทัล

โดยในงาน webinar จะกล่าวถึง 2 หัวข้อหลัก ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน นั่นคือ
• Network Monitoring
• และ Technology Wi-Fi 6

Aruba User Experience หรือ Aruba UXI คือโซลูชันที่ถูกออกแบบมาเพื่อพลิกโฉมการทำ Network Monitoring และ IT Monitoring แบบเดิมๆ ที่มุ่งเน้นการตอบโจทย์ของผู้ดูแลระบบแต่ไม่ได้ใส่ใจประสบการณ์ของผู้ใช้งาน มาสู่การทำ User Experience Monitoring ที่มุ่งเน้นในเรื่องการตรวจสอบการทำงานของระบบต่างๆ ในมุมประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับโดยตรง พร้อมข้อมูลวิเคราะห์แก้ไขปัญหาอย่างละเอียด ด้วยการผสานเทคโนโลยี Sensor, Cloud และ AI เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

นอกจากนี้ Aruba ซึ่งเป็นผู้นำทางด้าน Wi-Fi Technology ซึ่งใช้เทคโนโลยี 802.11ax (Wi-Fi 6) รวมทั้งนวัตกรรมด้านความปลอดภัย การจัดการการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด และเสริมพลังให้ระบบทำงานด้วยระบบอัตโนมัติซึ่งสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ ให้กับผู้ใช้รวมถึงองค์การต่างๆอีกด้วย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี
ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! ที่ https://arubanetworks.zoom.us/webinar/register/WN_OTSLkK7jTEWLG8i8-jmE5A

โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.enterpriseitpro.net/webinar-bringing-the-cloud-experience-to-the-edge/

รู้จัก GridDB ซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล Time Series สำหรับงานสาย IoT ที่พัฒนาโดย Toshiba

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Toshiba คงไม่มีใครนึกถึงในแง่บริษัทซอฟต์แวร์มากนัก แต่จริงๆ แล้ว Toshiba มีบริษัทลูกชื่อ Toshiba Digital Solutions ที่ทำธุรกิจด้านโซลูชันไอที และมีผลงานสร้างซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลของตัวเองชื่อ GridDB มาสักระยะหนึ่งแล้ว

GridDB เป็นฐานข้อมูลที่ Toshiba สร้างขึ้นใช้เองภายใน แนวคิดคือเก็บข้อมูลอิงเวลา (time series) ของอุปกรณ์ IoT จำนวนมากๆ มาบันทึกไว้เพื่อประมวลผลข้อมูลในภายหลัง โดยชูจุดเด่นเรื่องการรองรับข้อมูลระดับ petabyte โดยที่ยังมีเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือสูง แถมคุยว่าประสิทธิภาพยังดีกว่าคู่แข่งระดับเดียวกันคือ Apache Cassandra

ตัว GridDB เปิดเป็นโอเพนซอร์สให้ใช้งานบน GitHub แต่ล่าสุด Toshiba ก็ออก GridDB Cloud เวอร์ชันที่เป็น managed service มาให้ด้วย ใช้โมเดลการจ่ายรายเดือน และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการ IoT/big data อื่นๆ เช่น Fluentd, Embulk, Grafana และ Azure IoT Edge เป็นต้น

No Description

No Description

No Description

ที่มา – Toshiba

from:https://www.blognone.com/node/122099

[Guest Post] Blue Parking คลอดบริการใหม่ “1MOVE” เจาะกลุ่มผู้ต้องการเพิ่มมูลค่าให้ที่ดินเปล่า

Blue Parking คลอดบริการใหม่ “1MOVE” เจาะกลุ่มผู้ต้องการเพิ่มมูลค่าให้ที่ดินเปล่า เปลี่ยนที่ว่างเป็นลานจอดรถ ด้วยนวัตกรรมลานจอดรถอัจฉริยะแบบไร้คน 100%  เพื่อลดเสี่ยงโควิด พ่วงแอปพลิเคชันใช้งานผ่านโมบาย ตอกย้ำประสบการณ์การจอดรถให้ง่ายกว่าเคย 

 

Blue Parking สตาร์ทอัพผู้คิดค้นนวัตกรรมระบบบริหารที่จอดรถอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) ที่เปลี่ยนแปลงประสบการณ์การจอดรถให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Effortless Parking Experience” เปิดตัว “1MOVE” โมเดลธุรกิจช่วยผู้มีที่ดินว่างเปล่าสร้างแหล่งรายได้ใหม่ บรรเทาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ มั่นใจผลตอบรับดีสามารถคืนทุนได้ภายใน 3 เดือน โดยตั้งเป้าขยายพื้นที่ให้บริการให้ครบ 100 แห่งภายในสิ้นปีนี้ พร้อมต่อยอดเป็น “1MOVE Application” ให้บริการลานจอดรถแบบวันสต็อปเซอร์วิส เอาใจผู้ใช้รถให้สามารถ “สมัคร – จอด – จ่าย” ได้ผ่านแอปพลิเคชันเดียว ไม่ต้องพกบัตรเข้า – ออกลานจอด ลดสัมผัส ลดเสี่ยงจากโควิด-19 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการจอดรถที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 100%

แหล่งข่าวจากบริษัท บลู พาร์คกิ้ง จำกัด (Blue Parking) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจประสบปัญหาด้านรายได้ อีกทั้งยังต้องแบกรับภาระรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของภาครัฐที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากจำเป็นต้องชะลอการลงทุนหรือพัฒนาที่ดินจากภาวะเศรษฐกิจหดตัว ดังนั้นการคิดค้นโมเดลธุรกิจใหม่ “1MOVE” จึงเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ และช่วยพลิกวิกฤตให้ที่ดินว่างเปล่ากลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่

โมเดลธุรกิจ 1MOVE แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือการเปิดให้ผู้ที่มีที่ดินว่างเปล่าหรือผู้ที่มีลานจอดรถอยู่แล้วแต่ต้องการปรับให้เป็นระบบ Smart Parking เข้ามาเป็นผู้ประกอบการลานจอดรถอัจฉริยะ ซึ่งทางบลู พาร์คกิ้งจะเข้าไปดูแลตั้งแต่กระบวนการติดตั้งอุปกรณ์และระบบไอที เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเรียกดูรายงานปริมาณการเข้า – ออกลานจอดรถได้เรียลไทม์ผ่านระบบคลาวด์ รวมถึงยังสามารถบริหารจัดการการรับชำระค่าที่จอดรถได้แบบอัตโนมัติ เนื่องจากระบบถูกออกแบบให้มีการตัดเงินผ่านบัตรเครดิตที่ผูกกับแอปพลิเคชันของสมาชิก โดยข้อดีของการเป็นนวัตกรรมที่ใช้เทคโลยี 100% คือจะลงทุนเพียงค่าอุปกรณ์เริ่มต้นเท่านั้น จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรผู้ดูแลลานจอดได้กว่า 50% และจะคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน

ส่วนที่ 2 คือ 1MOVE Application ที่จะเปิดให้ผู้ใช้บริการที่เป็นสมาชิกสามารถเข้าออกลานจอดได้อย่างสะดวกสบายด้วยระบบ Virtual Pass จึงหมดปัญหาเรื่องการลืมบัตรจอดรถ โดยมีบริการให้สมัครสมาชิก (Subscription) บนแอปพลิเคชันทั้งแบบรายครั้ง รายวัน และรายเดือนตามความเหมาะสมในการใช้งาน ส่วนช่องทางการชำระเงินมีให้เลือกหลากหลายประเภททั้ง PromptPay Mobile Banking หรือบัตรเครดิต / เดบิตที่ผูกไว้กับบัญชีผู้ใช้งานในแอปพลิเคชัน ในกรณีที่มีรถยนต์มากกว่า 1 คัน ยังสามารถเพิ่มทะเบียนรถลงบนแอปพลิเคชัน เพื่อให้ระบบจดจำรถทุกคันที่จะนำเข้ามาจอด เบื้องต้นลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพนักงานในอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับลานจอด แต่ประเมินว่าโมเดลธุรกิจ 1MOVE ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีที่ดินว่างเปล่าเข้ามาเป็นผู้ประกอบการจะช่วยให้มีการขยายพื้นที่บริการอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าให้ครบ 100 แห่งภายในสิ้นปีนี้

อีกทั้งในอนาคตผู้ประกอบการลานจอดรถยังสามารถนำข้อมูล (Big Data) ของลูกค้า อาทิ ช่วงเวลาในการเข้า–ออก จำนวนและยี่ห้อรถในครอบครอง และที่ตั้งของลานจอดที่ใช้บริการบ่อย มาวิเคราะห์และต่อยอดใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการทำนายพฤติกรรมของลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปออกแบบการให้บริการและกิจกรรมทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ 1MOVE Application จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การจอดรถให้เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่   เร่งรีบของคนในยุคปัจจุบัน โดยสามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้ที่ลานจอดรถที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ 1MOVE โดยวิธีใช้ทำได้ง่าย ผ่านการเปิดกล้องในหน้าแอปพลิเคชันแล้วสแกน QR Code ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าลานจอด จากนั้นเมื่อต้องการนำรถออกให้สแกน QR Code อีกครั้งเพื่อเปิดไม้กั้นและชำระเงินค่าบริการจอดรถผ่านทางออนไลน์

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 1MOVE ได้ที่ www.blueparking.co.th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน 1MOVE by BLUE PARKING ได้ทั้งบนระบบ iOS และ Android

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-blue-parking-1move-app/

ตามไปดู “สุนัขหุ่นยนต์” ที่สามารถฝึกให้คอยตามเจ้าของได้

บริษัทที่แยกตัวออกมาจากผู้ผลิตรถสกูตเตอร์ชื่อดัง Vespa อย่าง Piaggio Fast Forward (PFF) กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ที่เดินตามเจ้าของได้ ซึ่งล่าสุดเป็นการอัพเกรดสุนัขหุ่นยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากชื่อ Spot ของ Boston Dynamics ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้คอยตามอยู่ใกล้ๆ มนุษย์

มีการปรับปรุงหุ่นสุนัขเดิมด้วยการนำฟันออก ใส่กลไกให้คอยเดินตามมนุษย์ พร้อมทั้งสามารถบรรทุกของได้หนักถึง 40 ปอนด์ด้วย โดยมองว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นบันไดก้าวสำคัญสู่อนาคตของระบบออโตเมชั่นเชิงอุตสาหกรรม

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PFF คุณ Greg Lynn กล่าวว่า “บริษัทด้านหุ่นยนต์ส่วนใหญ่มักมองโลกใบนี้ว่าเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ที่ PFF จะใช้แนวทางตรงกันข้าม ด้วยหลักการที่ผลักดันการวิจัยโดยดูว่ามนุษย์และหุ่นยนต์เคลื่อนไหวไปด้วยกันอย่างไร”

“เราออกแบบพฤติกรรมให้เข้าใจผู้คน ช่วยเหลืองานแบบอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องสร้างฮาร์ดแวร์ที่ซับซ้อน เรามีการร่วมงานกับ Trimble เพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนการเป็นหุ่นยนต์ที่ต้องถูกควบคุมจากระยะไกลให้เป็นหุ่นที่คิดลงมือทำงานเองได้โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมแบบโรงงานอุตสาหกรรม”

ที่มา : ZDnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/robot-dog-gets-trained/

บริการคลาวด์ของไมโครซอฟท์ล่ม รวมถึง Bing ก็ล่มด้วย

มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งรายงานว่าบริการเรียกว่าแทบจะทั้งหมดของไมโครซอฟท์ที่โฮสต์ไว้บน Azure นั้นระบบล่ม โดยเมื่อเย็นวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา มีบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ @AzureSupport และ @MSFT365Status ต่างออกมากล่าวถึงปัญหานี้

โดยระบุให้ผู้ใช้หลายรายเข้าไปดูหน้าเว็บแสดงสถานะที่ขึ้นว่าไม่ทำงานตั้งแต่เวลา 17.45น. ตามเวลา ET นอกจากนี้ผู้ใช้อื่นยังรายงานว่าไม่สามารถเข้าถึงบริการอื่นอย่าง Azure Portal, Azure Services, Dynamics 365, Xbox Live ด้วย เป็นต้น

ขนาดเว็บ Bing.com ยังล่มไปด้วย แต่เป็นที่แปลกใจว่าบริการอีเมลอย่าง Exchange ยังสามารถใช้งานได้อยู่ ซึ่งเดากันว่าเป็นเพราะไมโครซอฟท์เองยังย้ายระบบของเอ็กซ์เชนจ์ขึ้นไปบน Azure แทนตำแหน่งเดิมไม่เสร็จสมบูรณ์

แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าผลกระทบครั้งนี้ลามไปถึงประเทศหรือภูมิภาคไหนบ้าง เนื่องจากบนหน้าเว็บแสดงสถานะเซิร์ฟเวอร์ทางเลือกของไมโครซอฟท์ยังขึ้นติ๊กถูกสีเขียว แม้จะขึ้นข้อความตรงหัวเพจด้านบนว่า “กำลังสืบสวนเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินนี้อย่างเร่งด่วน โดยจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเร็วๆ นี้”

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad/

บริการคลาวด์ของไมโครซอฟท์ล่ม รวมถึง Bing ก็ล่มด้วย

มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งรายงานว่าบริการเรียกว่าแทบจะทั้งหมดของไมโครซอฟท์ที่โฮสต์ไว้บน Azure นั้นระบบล่ม โดยเมื่อเย็นวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา มีบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ @AzureSupport และ @MSFT365Status ต่างออกมากล่าวถึงปัญหานี้

โดยระบุให้ผู้ใช้หลายรายเข้าไปดูหน้าเว็บแสดงสถานะที่ขึ้นว่าไม่ทำงานตั้งแต่เวลา 17.45น. ตามเวลา ET นอกจากนี้ผู้ใช้อื่นยังรายงานว่าไม่สามารถเข้าถึงบริการอื่นอย่าง Azure Portal, Azure Services, Dynamics 365, Xbox Live ด้วย เป็นต้น

ขนาดเว็บ Bing.com ยังล่มไปด้วย แต่เป็นที่แปลกใจว่าบริการอีเมลอย่าง Exchange ยังสามารถใช้งานได้อยู่ ซึ่งเดากันว่าเป็นเพราะไมโครซอฟท์เองยังย้ายระบบของเอ็กซ์เชนจ์ขึ้นไปบน Azure แทนตำแหน่งเดิมไม่เสร็จสมบูรณ์

แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าผลกระทบครั้งนี้ลามไปถึงประเทศหรือภูมิภาคไหนบ้าง เนื่องจากบนหน้าเว็บแสดงสถานะเซิร์ฟเวอร์ทางเลือกของไมโครซอฟท์ยังขึ้นติ๊กถูกสีเขียว แม้จะขึ้นข้อความตรงหัวเพจด้านบนว่า “กำลังสืบสวนเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินนี้อย่างเร่งด่วน โดยจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเร็วๆ นี้”

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-cloud-services-are-down/