คลังเก็บป้ายกำกับ: INTERNET_OF_THINGS

มัลแวร์แอบขุดเหมืองตัวใหม่ สามารถปิดการทำงานของแอนตี้ไวรัสด้วย

นักวิจัยจาก Palo Alto Networks พบมัลแวร์แอบขุดเหมืองเงินคริปโตแบบใหม่ที่มีความสามารถในการปิดการทำงานของซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยที่ทำงานผ่านคลาวด์ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ และเพิ่มโอกาสในการแอบซ่อนขุดเหมืองเงินคริปโตอย่างต่อเนื่องโดยไม่สามารถถูกค้นพบได้

มัลแวร์กลุ่มนี้คอยขุดเหมืองเงินสกุล Monero มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับมัลแวร์รวมฮิตสุดแสบอย่าง Xbash คอยจัดการเป้าหมายที่เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานของพับลิกคลาวด์ที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ลีนุกซ์ โดยเข้าถึงสิทธิ์การควบคุมระบบระดับแอดมินเพื่อบังคับให้ถอนการติดตั้งผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยในรูปแบบที่เหมือนแอดมินสั่งจริง

แต่ไม่ใช่ว่าจะสามารถเล่นงานซอฟต์แวร์ความปลอดภัยได้ทุกแบบ นักวิจัยตรวจพบว่ามัลแวร์ตัวนี้จะเล็งผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยที่ทำงานผ่านคลาวด์ประมาณ 5 รายการที่เป็นของบริษัทจีนอย่าง Tencent และ Alibaba เป็นหลัก

มัลแวร์นี้ติดเชื้อผ่านทางช่องโหว่ที่เคยมีการออกแพทช์มาให้ติดตั้งแล้วอย่างบน Apache Struts 2, Oracle WebLogic, และ Adobe ColdFusion ตัวอย่างเช่น การใช้ช่องโหว่ CVE-2017-10271 บน Oracle WebLogic ที่ทำงานบนลีนุกซ์เพื่อติดตั้งประตูหลังสำหรับดาวน์โหลดมัลแวร์แอบขุดเหมือง เป็นต้น

ที่มา : ZDnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/mining-malware-now-disables-security-software/

Advertisements

ยกระดับความปลอดภัยให้ Smart Cities ด้วย “ข้อมูล”

หลายๆ เมืองทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่การเป็น Smart Cities ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นเมืองที่ทุกสิ่งมีการเชื่อมต่อระหว่างกัน ช่วยยกระดับตัวเมืองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความมั่นคงปลอดภัย และนำเสนอบริการให้ตรงกับความชื่นชอบของแต่ละคนได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัส

ถึงแม้ว่า Smart Cities อาจฟังดูเหมือนเป็นเมืองแห่งอนาคต แต่แผนพัฒนาดังกล่าวอาจกลายเป็นฝันร้ายได้ถ้าเราเมินเฉยต่อความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการนำเทคโนโลยี Internet of Things เข้ามาใช้ ดังที่สิงคโปร์เพิ่งประสบไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เมื่อ SingHealth เครือหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสิงคโปร์ถูกแฮ็ก ข้อมูลผู้ป่วยกว่า 1,500,000 คนซึ่งรวมไปถึงข้อมูลของนาย Lee Hsien Loong ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสิงคโปร์ถูกขโมยออกไป ข้อมูลนี้อาจถูกนำไปขายทอดตลาดมืด นำไปต่อยอดเพื่อเข้าถึงบัญชีธนาคาร หรือนำไปใช้ปลอมแปลงตัวตนเพื่อก่ออาชญากรรมอื่นๆ ต่อได้

หลุมพรางของ Smart Cities

Melvin Kranzberg นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันกล่าวไว้ว่า “เทคโนโลยีไม่ใช่ทั้งสิ่งที่ดีหรือเลว และไม่ใช่สิ่งที่เป็นกลางด้วยเช่นกัน” หมายความว่า ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับ Smart Cities จะขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีถูกนำไปใช้อย่างไร การป้องกันการนำเครื่องมือและระบบดิจิทัลไปใช้ในทางที่ผิดจึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงขั้นนั้น เราต้องเข้าใจก่อนว่า Smart Cities มีช่องโหว่ที่จะถูกโจมตีอย่างไรได้บ้าง ดังนี้

1. IoT เปิดช่องให้ภัยคุกคามไซเบอร์

Frost & Sullivan คาดการณ์ว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะลงทุนราว $59,000 ล้าน (ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท) ทางด้าน Internet of Things (IoT) ภายในปี 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2014 เกือบ 6 เท่าตัว ปริมาณการลงทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่ถูกผลักดันมาจากแผนพัฒนา Smart Cities อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ IoT เกือบทั้งหมดไม่ได้ถูกพัฒนาให้มีความมั่นคงปลอดภัยเป็นพื้นฐาน รวมไปถึงปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย IoT ที่เป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้อุปกรณ์ IoT มักตกเป็นช่องทางหลักที่แฮ็กเกอร์ใช้โจมตีมากขึ้นเรื่อยๆ

2. มัลแวร์บน IoT มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น

เมื่ออุปกรณ์ IoT มีจุดอ่อน แฮ็กเกอร์ย่อมหาหนทางโจมตีจุดอ่อนนั้นๆ หนึ่งในนั้นคือมัลแวร์ที่ถูกพัฒนาให้เจาะช่องโหว่ระบบ IoT โดยเฉพาะ รายงานจาก Kaspersky Lab ระบุว่า อุปกรณ์ IoT ถูกโจมตีโดยมัลแวร์มากกว่า 120,000 แบบระหว่างช่วงครึ่งปีแรกของปี 2018 ที่ หนึ่งในนั้นคือ Okiru ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของ Mirai มัลแวร์ดังกล่าวถูกค้นพบเมื่อเดือนมกราคม 2018 โดยพุ่งเป้าที่อุปกรณ์ IoT หลายพันล้านเครื่องที่ใช้หน่วยประมวลผลแบบ ARC แล้วเปลี่ยนอุปกรณ์เหล่านั้นให้กลายเป็นกองทัพ Botnet สำหรับโจมตีแบบ DDoS หรือขโมยข้อมูลจากผู้ใช้

3. ขาดความสามารถในการบริหารจัดการกับข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา

ผลวิจัยจาก IDC ระบุว่า ภายในปี 2025 จะมีอุปกรณ์ราว 80,000 ล้านเครื่องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ก่อให้เกิดข้อมูลปริมาณสูงถึง 180 Zettabytes ข้อมูลปริมาณมหาศาลระดับนี้จะกลายเป็นประเด็นท้าทายใหม่สำหรับหน่วยงานรัฐฯ ในการจัดเก็บ วิเคราะห์ และรักษาให้มั่นคงปลอดภัย นอกจากนี้ การเก็บข้อมูลแต่ละประเภทแยกจากกันยิ่งทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลในรายละเอียดเชิงลึกทำได้ช้า และการผสานความร่วมมือเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนก็ทำได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

เพิ่มความปลอดภัยให้กับ Smart Cities ตั้งแต่รากฐาน

การทำให้เมืองมีความปลอดภัยสาธารณะเป็นความรับผิดชอบหลักของรัฐบาล การทราบถึงภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับ Smart Cities ช่วยให้รัฐบาลสามารถวางแผนและลงแรงเพื่อปกป้องประชาชนได้ดียิ่งขึ้น Frost & Sullivan คาดการณ์ไว้ว่า การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกสำหรับสนับสนุนความปลอดภัยสาธารณะจะเพิ่มขึ้นถึง $85,000 ล้าน (ประมาณ 2.74 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2020 โดย 24% จะมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เนื่องจากข้อมูลเป็นตัวจุดชนวนการเติบโตของ Smart Cities จึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะลงทุนทางด้านแพลตฟอร์ม Data Management, Data Security, Advanced Analytics และ Machine Learning เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายดังต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูลจากหลายๆ ระบบและหลายๆ องค์กร เพื่อให้แอปพลิเคชันต่างๆ สามารถนำไปทำการวิเคราะห์ต่อได้
  • ย่อยข้อมูล จัดเก็บ และนำข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่มีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำ
  • ช่วยเพิ่มความสามารถด้าน Data Security, Compliance และ Governance บนทุกข้อมูลที่ถูกจัดเก็บรวบรวมมา
  • ผลักดันให้เกิดการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล IoT แบบเรียลไทม์ ทั้งขณะจัดเก็บหรือรับส่งข้อมูล
  • วิเคราะห์ข้อมูลได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบน Edge Computing, Cloud, On-premises หรือแบบ Hybrid
  • ผลักดันให้เกิดการทำ Data Science และสร้างโมเดล Machine Learning

ด้วยความสามารถเหล่านี้ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูล รวมไปถึงทำการตัดสินใจอย่างชาญฉ,าดและวางแผนบนพื้นฐานของข้อมูลในรายละเอียดเชิงลึกเพื่อพัฒนาความปลอดภัยให้แก่ Smart Cities ได้ดียิ่งขึ้น

ผสานรวมข้อมูลไว้ที่เดียวด้วย Cloudera Enterprise Data Hub

Cloudera Enterprise Data Hub เป็นแพลตฟอร์ม Big Data สำหรับจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายตามระบบและองค์กรต่างๆ ไว้ภายในที่เดียว ช่วยขจัดปัญหาเรื่องแต่ละหน่วยงานต่างฝ่ายต่างจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของตนเอง ทำให้มาตรฐานในการจัดเก็บข้อมูลเป็นแบบเดียวกัน ง่ายต่อการกำกับดูแล และรักษาให้มั่นคงปลอดภัย

Smart Cities เป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่ทุกคนควรมีส่วนร่วมในการดูแลให้มั่นคงปลอดภัย นอกจากหน่วยงานรัฐซึ่งเป็นแกนหลักแล้ว องค์กรเอกชนบางแห่งก็ควรเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าและตัวเมืองด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ธนาคาร United Overseas Bank (UOB) ของสิงคโปร์ที่ใช้ Machine Learning ในการตรวจจับและระบุกิจกรรมต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เหนือกว่าการใช้ระบบป้องกันการฟอกเงินที่ใช้การกำหนดเงื่อนไขแบบเก่า เป็นต้น

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ Thorn องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อยับยั้งการล่วงละเมิดทางเพศแก่ผู้เยาว์ ด้วยการสนับสนุนจาก Cloudera Enterprise Data Hub ในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ Thorn สามารถรัน Natural Language Processing และอัลกอริธึมเชิงวิเคราะห์บนข้อมูลที่ตนมีอยู่ได้ ผลลัพธ์คือ Thorn สามารถตรวจเจอการค้ามนุษย์ 4,624 คนและผู้เยาว์อีก 2,025 คน รวมไปถึงสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้มากกว่า 2,249 ราย

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การเพิ่มความปลอดภัยสาธารณะเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญของสังคมให้ก้าวไปสู่การเป็น Smart Cities แน่นอนว่าไม่มีใครที่ต้องการอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมและภัยคุกคาม แม้ว่าจะสะดวกสบายแค่ไหนก็ตาม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ ภาครัฐจำเป็นต้องสร้างรากฐานเพื่อช่วยให้ตนเองสามารถดำเนินการตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด รวมไปถึงร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทบรรณาธิการ: Mark Micallef, Vice President of Asia Pacific and Japan, Cloudera

เกี่ยวกับ Cloudera

Cloudera ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2008 เป็นบริษัท Startup ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างแพลตฟอร์ม Big Data Analytics แบบ Open-source ที่ทุกๆ องค์กรสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย หลังจากที่ Intel ได้เข้ามาลงทุนใน Cloudera ส่งผลให้บริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าสู่ IPO ในเดือนมีนาคม 2017

ปัจจุบันนี้ Cloudera ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Big Data Analytics ชั้นนำของโลก ซึ่งเปิดให้บริการโซลูชันทั้งแบบ On-premises และบน Cloud ได้แก่ Data Management Platform, Business Intelligence, NoSQL, Data Science and Engineering และอื่นๆ

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับบริการของ Cloudera ได้ที่ https://www.cloudera.com/

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับบริการของ Cloudera สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเศรษฐ์ศักดิ์ ตันสถิตย์คุณ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Cloudera บริษัท เท็ค เดต้า แอดวานซ์ โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) อีเมล: Satesak.Tunsatitkun@techdata.com

from:https://www.techtalkthai.com/make-smart-cities-safer-with-data-by-cloudera/

OPPO ปั้นแบรนด์ใหม่ Zhimei เน้นสร้างผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงชีวิตผู้คนมากขึ้น

OPPO จัดตั้งแผนกใหม่ของบริษัทฯ ขึ้นมา (Emerging Mobile Terminal Division) เพื่อดูแลแบรนด์ Zhimei โดยเฉพาะ พร้อมแต่งตั้ง Liu Bo อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดซื้อจัดหาของ OPPO มาเป็นนั่งประธาน Emerging Mobile Terminal Division

สำหรับแบรนด์ Zhimei จะเน้นสร้างผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีที่เข้าถึงชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งหมายถึง OPPO จะมีผลิตภัณฑ์ IoT (Internet of Things) ออกมาในอนาคตอันใกล้นี้ และอาจรวมถึงสมาร์ทวอทช์ อุปกรณ์สวมใส่ และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพด้วย

ปลายปีที่แล้ว OPPO ได้เปิดตัวผู้ช่วยดิจิตอลของตัวเอง เรียกว่า Breeno ทำหน้าที่คล้ายกับ XiaoAi ของ Xiaomi หรือ Google Assistant ของ Google โดย OPPO เริ่มนำ Breeno มาติดตั้งแล้วกับสมาร์ทโฟน OPPO R15 ในประเทศจีน และคาดว่าจะขยายไปยังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในอนาคต รวมทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ Zhimei

ที่มา – Gizmochina

from:http://www.flashfly.net/wp/239327

18-19 ม.ค. นี้เชิญร่วมงาน Digital Government Summit 2019

DGA ได้เตรียมจัดงานสำคัญ Digital Government Summit 2019 เป็นงานนำเสนอผลงานเกี่ยวกับบริการดิจิทัลจากภาครัฐ เพื่อให้คนไทยรับทราบถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาบริการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐผ่านการสัมผัสและทดลองใช้บริการดิจิทัลที่ทันสมัยได้จริงภายในงาน ภายใต้แนวคิด “3D” : D1 Digital , D2 DATA, D3 Design พร้อมโชว์ศักยภาพหลากหลาย ผลงานทางเทคโนโลยี เตรียมยกระดับสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดย ได้รับเกียรติจากพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานเปิด การสัมมนา และกล่าวปาฐกถาพิเศษ “ภาครัฐไทยกับการก้าวเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล”

ซึ่งเป็นงานสัมมนาและนิทรรศการ ที่มีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ

– การบรรยาย ในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของ DGA ไปในปี 2562” โดย ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

– การบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลจากประเทศเอสโตเนีย Digital Government : Estonia case study โดย MR. Marten Kaevats ในฐานะ National Digital ประเทศเอสโตเนีย

– การเปิดตัวบริการดิจิทัลภาครัฐ แอปพลิเคชัน CITZENinfo

– พิธีลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐระหว่างกระทรวงทั้ง 20 กระทรวง และ สพร.”

– พบกับคุณตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง, The Face Men Thailand, ฐิสา-วริฎฐิสา, วิคเตอร์-ปวรพัฒน์ และมินิ คอนเสิร์ตเต็มอิ่มตลอดงานทั้ง 2 วัน จาก BNK48, นนท์ ธนนท์, นิต้า ชูการ์อาย

ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 19 มกราคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10.30 – 19.00 น. ณ ลานอีเดน และลาน Central Court ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับ 50 ท่านแรกที่มาลงทะเบียนเข้าชมนิทรรศการในวันที่ 18 และ 19 ม.ค. 62 รับหนังสือ Block Chain ภาครัฐภาษาไทยเล่มแรกฟรี !!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งาน Digital Government Summit 2019

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/dga-digital-government-summit-2019/

Lenovo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน CES 2019 นวัตกรรมชั้นนำที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพในการใช้งาน

วันนี้ภายในงาน CES 2019 เลอโนโวประกาศเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวนั้น ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั้งในการทำงานและเพื่อความบันเทิงส่วนตัว โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่าง Internet of Things (IoT) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อันชาญฉลาด (AI) กล่าวคือ นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเลอโนโวนี้ สามารถช่วยปลดล็อกศักยภาพในตัวท่านให้ก้าวไปสู่มิติใหม่แห่งการใช้งานมากขึ้น รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อให้ดียิ่งขึ้นจนถึงขีดสุดได้อีกด้วย

นวัตกรรมใหม่ของเลอโนโวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัจฉริยะ ซึ่งสอดรับกับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสของโลก ไม่ว่าจะในด้านการทำงาน ความบันเทิง หรือการใช้เทคโนโลยีภายในบ้านก็ตาม ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวที่เปิดตัวในวันนี้ สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม

พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงทุกสภาพแวดล้อม

Lenovo Smart Clock พร้อมระบบผู้ช่วยส่วนตัว Google AssistantTM

เลอโนโวจับมือร่วมกับ Google® อีกครั้ง ในการเปิดตัว Lenovo Smart Clock ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Lenovo Smart Living ที่นำผู้ช่วยอันชาญฉลาดอย่าง Google Assistant มาไว้ในอุปกรณ์ โดย Smart clock ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์หลักคือ ช่วยให้ผู้ใช้งานได้ผ่อนคลายระหว่างการพักผ่อนภายในห้องนอนหรือภายในบ้าน อาทิ การตั้งปลุกตอนเช้าหรือการเล่นเพลงโปรด เพื่อผ่อนคลายในยามบ่าย ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Lenovo Smart Home ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ Lenovo Smart Display หรือ Lenovo Smart Home Essentials ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว จนมาถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Lenovo Smart Clock ซึ่งสามารถเป็นผู้ช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับรายละเอียดผลิตภัณฑ์สามารถอ่านได้เพิ่มเติมที่ Lenovo Smart Clock

 Lenovo Smart Tabs แท็บเล็ตอัจฉริยะที่รองรับระบบ Amazon® Alexa®

เลอโนโวร่วมมือกับ Amazon เปิดตัว Lenovo Smart Tabs แท็บเล็ตอัจฉริยะรุ่นใหม่แบบ 2-in-1 ที่จอสัมผัสมาพร้อมกับความสามารถของ Alexa ซึ่งเป็นผู้ช่วยดิจิทัลของ Amazon โดยแท็บเล็ตรุ่นนี้เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการจับจองเป็นเจ้าของโดยเฉพาะครอบครัวสมัยใหม่ เนื่องด้วยอุปกรณ์มีวิธีการใช้งานอย่างง่ายดายและตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพียงแค่วางอุปกรณ์เข้ากับ Lenovo Smart Dock จากนั้นตัวแท็บเล็ตจะเข้าสู่ระบบ Show Mode โดยอัตโนมัติ อีกทั้งด้วยหน้าจอขนาดใหญ่และเสียงอันคมชัด ตลอดจนการตอบรับชุดคำสั่งเสียงของระบบ Alexa ที่พร้อมตอบสนองทุกชุดคำสั่ง ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดในห้องจึงทำให้ Lenovo Smart Tabs เป็นแท็บเล็ตที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบ AndroidTM บนแท็บเล็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ แท็บเล็ตนี้จึงถือเป็นสิ่งที่จะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานให้แก่ผู้ที่ครอบครองอย่างแท้จริง สำหรับรายละเอียดผลิตภัณฑ์สามารถอ่านได้เพิ่มเติมที่ Lenovo Smart Tabs

เปลี่ยนวิธีการเติมความสุขให้ชีวิต

คอมพิวเตอร์ Yoga ที่ฉลาดที่สุด

ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI ระบบเสียงอันล้ำหน้าและเทคโนโลยีสำหรับจอแสดงผลขั้นสูงทำให้คอมพิวเตอร์ Yoga™  รุ่นล่าสุดของเลอโนโวนั้นเป็นรุ่นที่ฉลาดที่สุด เหมาะสำหรับทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น

นักธุรกิจ นักสร้างเนื้อหาดิจิทัล หรือนักออกแบบ ก็ตาม เทคโนโลยีใน Yoga S940, Yoga A940, Yoga C730 ซึ่งมาพร้อมจอแสดงผลแบบ AMOLED, Yoga Mouse และเทคโนโลยี Laser Presenter สามารถช่วยทำงานได้เร็วและสะดวกมากขึ้น

Yoga S940 บางกว่าแต่ฉลาดกว่า

Yoga S940 ultra-slim Windows® 10 คือแล็ปท็อปที่มอบความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้ โดยไม่ลดประสิทธิภาพการทำงานและความสะดวกสบายลง ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดใน Lenovo Smart Assist AI ซึ่งใช้ประโยชน์จาก AI รวมถึงตัวเลือกในการกรองสัญญาณรบกวนรอบข้างที่อาจทำให้เสียสมาธิในระหว่างวิดีโอคอล และเมื่อหันหน้าออกจากหน้าจอ เซ็นเซอร์ AI ของ Yoga S940 จะสามารถตรวจจับได้และล็อกหน้าจออัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ตัวเครื่องยังสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนได้เมื่อมีคนมองมาจากทางด้านหลัง รวมไปถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยการเลื่อนหน้าต่างที่เปิดอยู่ไปยังจอภาพภายนอกที่เชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ Yoga S940 ใหม่นี้ยังเป็นแล็ปท็อปเครื่องแรกของโลกที่มี Contour Glass ล้อมรอบขอบ ด้วยรูปลักษณ์ที่บางเฉียบ ทำงานได้คล่องตัว สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yoga

ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ไปกับ Yoga A940

สำหรับศิลปินและนักออกแบบ แน่นอนว่าการสเก็ตช์ภาพหรือไอเดียด้วยดินสอบนกระดาษเป็นวิธียอดนิยมที่ให้ประสิทธิภาพมากที่สุด แต่เดสก์ท็อป Yoga A940 all-in-one คือ อุปกรณ์แห่งการสเก็ตช์แบบใหม่ที่จะมาเปลี่ยนความเชื่อแบบเดิมๆ  เดสก์ท็อปWindows 10 Yoga A940 ออกแบบมาสำหรับนักออกแบบด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลังของเครื่อง และหน้าจอแบบสัมผัสความละเอียดระดับ 4K IPS ใหญ่ถึง 27 นิ้วที่มาคู่กับ Dolby Vision® ทำให้เดสก์ท็อป Windows 10 Yoga A940 เหมือนเป็นผ้าใบแห่งการสร้างสรรค์และนำเสนอความบันเทิงให้เหมือนจริงมากขึ้นด้วยภาพที่มีคุณภาพคมชัดพิเศษ บานพับหมุนช่วยให้จอแสดงผลเอียงไปยังโหมดร่างแบบ 25 องศาได้ เพื่อความยืดหยุ่นและความเสถียรอันน่าทึ่ง เมื่อร่างภาพหรือเขียนด้วยปากกาดิจิทัล นอกจากนี้ยังมี Lenovo Precision Dial คอนโทรลเลอร์สำหรับเลือกปรับแต่งเนื้อหาที่แม่นยำ ออกแบบมาเพื่อนักออกแบบ, ช่างภาพ และช่างวิดีโอโดยเฉพาะ เครื่องมาพร้อม Lenovo Smart Assist AI ฟังก์ชั่น  จอแสดงผลมุมกว้าง 4K ที่เปิดใช้งานDolby Vision พร้อมความสว่าง ความคมชัด สีและรายละเอียดที่น่าตื่นตา พร้อมเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบลำโพง Dolby Atmos® เพื่อเสียงที่สมบูรณ์ Yoga A940 เป็นเดสก์ท็อปดีไซน์สวย เหมาะสำหรับการตั้งใช้ในบ้านหรือห้องทำงาน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yoga

 

คมชัดอย่างแตกต่างด้วย Yoga C730 ที่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED

Yoga C730 แล็ปท็อปขนาด 15 นิ้ว แบบ 2 in 1 มาพร้อมกับลำโพงคุณภาพจาก JBL รองรับเทคโนโลยีระบบเสียงคุณภาพ Dolby Atmos ให้เสียงเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์แม้ใช้งานผ่านหูฟัง ยกระดับความ

พรีเมียมขึ้นอีกขั้นด้วยหน้าจอ AMOLED ที่ให้ความคมชัดระดับ 4K พร้อมสีสันที่สดใสและเที่ยงตรงเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความละเอียดขั้นสูงทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว  ใช้งานง่ายขึ้นด้วยระบบลดแสงสีฟ้า (Blue light) ช่วยถนอมสายตาแม้ในขณะใช้งานเต็มรูปแบบ   เลอโนโว Yoga C730 มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบ ง่ายต่อการพกพา แต่ทรงพลังด้วย  8th Gen Intel® CoreTM i7 โปรเซสเซอร์   พร้อมทั้ง Windows Ink™ รองรับปากกาเขียนหน้าจออัจฉริยะ Windows Hello™  ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและสะดวกสบายในการ Log-in  อีกทั้งมีระบบผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Cortana® หรือ Alexa.3   อันชาญฉลาดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

Yoga Mouse ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Laser Presenter ช่วยยกระดับการนำเสนอผลงานเพียงแค่บิดและชี้

การเข้าประชุมเพื่อนำเสนอผลงานในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์มากมายไม่ว่าจะเป็นทั้งแล็ปท็อปโทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ และอุปกรณ์อื่นๆ    ความยุ่งยากในการพกพาอุปกรณ์มากมายดังกล่าวส่งผลให้เลอโนโวพัฒนา Yoga Mouse  ซึ่งเป็นการรวมเอาอุปกรณ์เสริมอันจำเป็นสองชิ้นเข้าด้วยกัน คือ เมาส์ และ เลเซอร์พ้อยท์เตอร์  การใช้งานทำได้ง่ายเพียงแค่บิด Yoga Mouse  ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับสรีระการใช้งานของมือคน ให้เปลี่ยนเป็นเลเซอร์พ้อยท์เตอร์ที่มีลำแสงละเอียดคมชัดขนาด 1600DPI ช่วยให้สามารถใช้งานได้บนพื้นผิวเรียบ Yoga Mouse ช่วยลดความยุ่งยากในการพกพาอุปกรณ์หลายอย่างสำหรับการนำเสนอผลงานในแต่ละครั้ง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ Yoga blog

Lenovo Legion™ ทรงพลังขึ้น ด้วยพลังการประมวลผลประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

Lenovo Legion พีซีสำหรับเกมมิ่งใหม่ล่าสุด ทรงพลังมากขึ้นด้วยอุปกรณ์เสริมดีไซน์ใหม่ และจอแสดงผลคุณภาพสูง โดยผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Lenovo Legion ซีรีย์มีดังต่อไปนี้

  • Lenovo Legion Y740 และ Y540 แล็ปท็อปอันทรงพลังรุ่นใหม่ล่าสุด
  • Lenovo Legion K500 RGB เกมมิ่งคีย์บอร์ด และ M500 RGB  เกมมิ่งเมาส์
  • ชุด Headset Lenovo Legion H500 Pro 7.1 ที่ให้เสียงเซอร์ราวนด์สมจริงรอบทิศทาง และชุดHeadset ระบบเสียงสเตอริโอรุ่น H300
  • จอแสดงผลดีไซน์สวยงามรุ่น Lenovo Legion Y27gq และ รุ่น Y44w  เหมาะกับเกมที่ต้องการความลื่นไหลและการประมวลภาพความเร็วสูง

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อคอเกมที่ต้องการแล็ปท็อปที่มาพร้อมความเร็วและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตอบโจทย์การเล่นเกมอย่างหนักหน่วงได้ในทุกที่ทุกเวลา เลอโนโวรู้ดีว่าเกมเมอร์แต่ละคนนั้นมาจากอาชีพหรือวัยที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือแม้แต่วัยทำงาน ซึ่งนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้

เลอโนโวออกแบบลักษณะของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Lenovo Legion ใหม่ให้มีความสวยงามไม่ดูเป็นเกมมิ่งมากเกินไป สามารถติดตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นหรือแม้กระทั่งในห้องประชุมได้ อีกทั้งรองรับการทำงานของเทคโนโลยีขั้นสูงในขณะที่คงความเรียบง่ายเพื่อสะดวกต่อการพกพาไปในทุกสถานการณ์ได้อย่างลงตัว

ตอบโจทย์วิถีการทำงาน

 

ThinkPad X1 ตัวช่วยที่สมบูรณ์แบบ

ในปี 2019 เลอโนโวนำเสนอแล็ปท็อป ThinkPad X1 Carbon และ X1 Yoga โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างสมบูรณ์แบบครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแก่ผู้ใช้งาน รวมทั้งยังรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้งานเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์ที่ทันสมัยและตอบโจทย์การทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์พีซี ภายในงานยังมีการเปิดตัวอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับองค์กร ที่อยู่อาศัย หรือ การเดินทางในยุคดิจิทัล:

  • ThinkPad X1 Carbon 7th Gen และ X1 Yoga 4th Gen มาพร้อมความเบาบางกว่าเดิม
  • X1 Yoga 4th Gen มาพร้อมกับโครสร้างอลูมิเนียมอันแข็งแกร่ง
  • หน้าจอแบบใหม่มาพร้อมความละเอียดระดับ FHD ค่าความสว่างอยู่ที่ 400 nits และรองรับ ThinkPad Privacy Guard
  • ระบบลำโพงใหม่ Dolby Atmos พร้อมไมโครโฟนระยะไกล 4 ตัว
  • หน่วยประมวลผลใหม่ล่าสุด 8th Gen Intel Core processors
  • รองรับสัญญาณ Cat16 LTE-A และ WLAN และ WWAN antenna
  • กล้อง HD และ กล้อง IR รองรับ ThinkShutter
  • ThinkVision P44w มอนิเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมหน้าจอขนาด 43.3 นิ้ว แบบไร้ขอบ ที่สามารถนำเสนอได้ภาพได้แบบ 2 หน้าจอ
  • การเลือกอุปกรณ์เสริมประกอบด้วย ThinkPad Thunderbolt 3 Dock Gen 2, Lenovo Pro Stereo USB Headset, Lenovo VOIP 360 Camera Speaker, Lenovo Powered USB-C Hub, Lenovo 700 Ultraportable Bluetooth Speaker และ กระเป๋า Lenovo Commuter Backpack

ตัวเลือกเพิ่มเติมของอุปกรณ์ใหม่สามารถนำมาเลือกใช้กับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง ThinkPad X1 Carbon และ X1 Yoga ซึ่งผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนจะใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับฝาตัวเครื่องด้านบน และผลิตภัณฑ์รุ่นต่อๆ มาก็ได้รับการพัฒนาการออกแบบปรับปรุงดีไซน์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันThinkPad X1 Yoga นับเป็นแล็ปท็อปที่มีโครงสร้างเป็นอลูมิเนียม ทำให้มีสีเหล็กเทาสวยงามทั้งตัวเครื่อง

การอัพเดตดังกล่าวยังรวมไปถึงฟังก์ชั่นภายในตัวเครื่องอย่าง ThinkPad Privacy Guard และตัวสแกนลายนิ้วมือ Match-on-Chip fingerprint ที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น จอภาพที่คมชัดกว่าเดิม ระบบเสียง Dolby Atmos ไมโครโฟนและระบบการเชื่อมต่อแบบไร้สายภายในเครื่องที่ติดตั้งมาครบฟังก์ชั่นการใช้งานได้ดียิ่งกว่าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ThinkPad

 

ราคาและกำหนดการวางจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา*

  • Lenovo Smart Clock ราคา 79.99 เหรียญสหรัฐ และจะเริ่มวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิปี 2019
  • Lenovo Smart Tab with Tab P10 ราคา 299.99 เหรียญสหรัฐ และจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคมปี 2019 ที่เว็บไซต์ www.lenovo.com และ สั่งจองล่วงหน้าได้ที่ www.amazon.com
  • Lenovo Smart Tab with Tab M10 ราคา 199.99 เหรียญสหรัฐ และจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคมปี 2019 ที่เว็บไซต์ www.lenovo.com และ สั่งจองล่วงหน้าได้ที่ www.amazon.com
  • Lenovo Yoga S940 ราคาเริ่มต้นที่ 1,499.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com และ ที่ Micro Center ในเดือนพฤษภาคมปี 2019
  • Lenovo Yoga A940 ราคาเริ่มต้นที่ 2,199.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนมีนาคมปี 2019
  • Lenovo Yoga C730 พร้อม AMOLED ขนาด 15 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 1,649.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนเมษายนปี 2019
  • Lenovo Legion Y740 Laptop ขนาด 17 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 1,979.99 เหรียญสหรัฐ และขนาด 15 นิ้วราคาเริ่มต้นที่ 1,749.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com และร้านค้าชั้นนำในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019
  • Lenovo Legion Y540 Laptop ขนาด 15 นิ้วราคาเริ่มต้นที่ 929.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com และร้านค้าชั้นนำในเดือนพฤษภาคมปี 2019
  • ราคาและกำหนดการวางจำหน่ายของ Lenovo Legion T730, T530, C730 และ C530 เดสก์ทอป ที่มาพร้อมกับ NVIDIA GeForce RTX 2060 GPUs รุ่นล่าสุด จะประกาศในภายหลัง
  • Lenovo Legion M500 RGB Gaming Mouse ราคาเริ่มต้นที่ 59.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนเมษายนปี 2019
  • Lenovo Legion K500 RGB Mechanical Keyboard ราคาเริ่มต้นที่ 99.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนเมษายนปี 2019
  • Lenovo Legion H300 Stereo Gaming Headset ราคาเริ่มต้นที่ 59.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนเมษายนปี 2019
  • Lenovo Legion H500 Pro 7.1 Surround Sound Gaming Headset ราคาเริ่มต้นที่ 99.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนเมษายนปี 2019
  • Lenovo Legion Y27gq Monitor ราคาเริ่มต้นที่ 999.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนเมษายนปี 2019
  • Lenovo Legion Y44w Monitor ราคาเริ่มต้นที่ 1,199.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนเมษายนปี 2019
  • Lenovo Yoga Mouse with Laser Presenter ราคาเริ่มต้นที่ 69.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนมิถุนายนปี 2019
  • ThinkPad X1 Carbon ราคาเริ่มต้นที่ 1,709 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com และตัวแทนจำหน่ายของเลอโนโวในเดือนมิถุนายนปี 2019
  • ThinkPad X1 Yoga ราคาเริ่มต้นที่ 1,929 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com และตัวแทนจำหน่ายของเลอโนโวในเดือนมิถุนายนปี 2019
  • ThinkVision P44w ราคาเริ่มต้นที่ 1,299 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com และตัวแทนจำหน่ายของเลอโนโวในเดือนเมษายนปี 2019
  • ThinkPad Thunderbolt 3 Dock Gen 2 พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ www.lenovo.com ราคา 319.99 เหรียญสหรัฐ
  • Lenovo Pro Stereo USB Headset ราคาเริ่มต้นที่ 249.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนมีนาคมปี 2019
  • Lenovo VOIP 360 Camera Speaker ราคาเริ่มต้นที่ 249.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนมีนาคมปี 2019
  • Lenovo 700 Ultraportable Bluetooth Speaker ราคาเริ่มต้นที่ 149.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนเมษายนปี 2019
  • Lenovo Powered USB-C Hub ราคาเริ่มต้นที่ 79.99 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายที่เว็บไซต์ www.lenovo.com ในเดือนมกราคมปี 2019
  • Lenovo Commuter Backpack คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคมปี 2019 ติดตามข้อมูลและราคาได้ที่เว็บไซต์ www.lenovo.com

from:http://www.flashfly.net/wp/238813

จับตามอง Wi-Fi HaLow มาตรฐาน 802.11ah รองรับ IoT ระยะไกลหลักกิโลเมตร เปิดตัวสู่ตลาดในปี 2019 นี้

ถือว่าเป็นอีกมาตรฐาน Wi-Fi ที่น่าจับตามองไม่น้อยกับ IEEE 802.11ah ที่ทำงานบนย่านความถี่ 900MHz ซึ่งจะเริ่มมีผลิตภัณฑ์ออกมาในปี 2019 นี้ หลังจากที่กำหนดการล่าช้าออกไปประมาณ 2 ปี

Credit: Morse Micro

802.11ah มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า HaLow โดยจะมีความเร็วที่ระดับเพียงแค่ไม่กี่ Megabit/s เท่านั้น แต่จะมีระยะทางในการเชื่อมต่อได้ไกลตั้งแต่หลักไม่กี่สิบเมตรไปจนถึงหลักกิโลเมตรเลยทีเดียว โดยมาตรฐานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Internet of Things หรือ IoT โดยเฉพาะ ให้มีพื้นที่ครอบคลุมระยะไกล และกินพลังงานต่ำ

คุณสมบัติเหล่านี้เอง ทำให้ 802.11ah ถูกวางอยู่กึ่งกลางระหว่างเทคโนโลยีอย่าง LoRa และ Sigfox ที่เน้นการประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย กับ LTE Cat-M และ Narrowband-IoT ที่ต้องใช้พลังงานสูงขึ้นแต่ก็มีระยะการใช้งานที่ครอบคลุมยิ่งกว่า

ผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกที่จะเปิดตัวออกมารองรับมาตรฐาน 802.11ah นี้จะเป็นชิปที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 40nm สำหรับอุปกรณ์ IoT ที่ใช้ย่านความถี่แบบ Unlicensed โดยที่ผ่านมามีบริษัท Newracom ธุรกิจ Startup จากเกาหลีเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ได้วางจำหน่ายชิป 802.11ah แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะมีผู้ผลิตรายอื่นๆ อีกที่เริ่มทยอยเปิดตัวชิปของตนเองออกสู่ตลาดกันมากขึ้นในปี 2019 นี้

ที่มา: https://www.eetasia.com/news/article/20190104NT01-Riding-the-IoT-Wave-with-Wi-Fi-Halow

from:https://www.techtalkthai.com/wi-fi-halow-802-11ah-will-be-launched-by-2019/

6 คาดการณ์ด้าน Internet of Things ในปี 2019

เว็บไซต์ Network World ได้คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความมั่นคงปลอดภัย ทักษะของบุคลากร หรือแม้แต่ผลกระทบของเครือข่าย 5G รวมทั้งสิ้น 6 รายการ ซึ่งสามารถสรุปได้ ดังนี้

Credit: Melpomene/ShutterStock

1. IoT ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของอุปกรณ์ ข้อมูล และการลงทุน

รายงานจาก IDC ระบุว่า IoT ยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย คาดว่าจะมีการลงทุนสูงถึง $1 ล้านล้าน (ประมาณ 32 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2020 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเงินทุนทางด้านการเชื่อมต่อผ่าน Cellular ของอุปกรณ์ IoT 30% ในแต่ละปีไปจนถึงปี 2023 นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณการเชื่อมต่อจะเพิ่มขึ้นถึง 1,300 ล้านในปี 2019 นี้

2. เครือข่าย 5G ยกระดับศักยภาพของ IoT

แน่นอนว่าอุปกรณ์ IoT ส่วนใหญ่มักถูกใช้บนเครือข่ายที่มีการรับส่งข้อมูลต่ำและประหยัดพลังงาน เช่น NB-IoT หรือ Cat-M แต่การมาถึงของเครือข่าย 5G จะส่งผลกระทบต่อแอปพลิเคชัน IoT ระดับ High-end ที่เชื่อมกับระบบ Robotics & Automation, VR/AR และ AI/ML เป็นอย่างมาก เช่น รถยนต์อัตโนมัติไร้คนขับ และ Smart Cities นอกจากนี้ 5G ยังช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมการผิด การขนส่ง ความปลอดภัยสาธารณะโดยมี IoT คอยสนับสนุนอีกด้วย

3. ความมั่นคงปลอดภัยบนอ IoT จะกลายเป็นประเด็นสำคัญอันดับหนึ่ง

ปริมาณอุปกรณ์ IoT ที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงกับปริมาณช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัย และยิ่งมีช่องโหว่มากขึ้น ยิ่งก่อให้เกิดการโจมตีและความเสียหายที่เพิ่มขึ้นตาม อันที่จริงแล้ว การที่อุปกรณ์มีความมั่นคงปลอดภัยต่ำไม่ใช่แค่ทำให้ IoT กลายเป็นเหยื่อของการโจมตีเพียงอย่างเดียว ยังรวมไปถึงการที่ IoT ถูกเปลี่ยนไปเป็นกองทัพ Botnet เพื่อใช้โจมตีเป้าหมายอื่นๆ ต่ออีกด้วย คาดการณ์ว่าในปี 2019 จะได้เห็นการโจมตีบนอุปกรณ์ IoT, Routers และเครือข่าย Wi-Fi มากยิ่งขึ้น

4. จับกลุ่มกับผู้ให้บริการรายใหญ่เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ

Data Art คาดการณ์ว่า บริษัทขนาดใหญ่จะใช้หลายๆ วิถีทางในการเข้ามาครองตลาด IoT ในปี 2019 นี้ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอย่าง AWS, Microsoft และ Google ต่างพยายามเพิ่มบริการให้ครอบคลุมความต้องการรูปแบบต่างๆ ในขณะที่บริษัทอื่นๆ ก็พร้อมที่จะจับมือกับผู้ให้บริการเหล่านี้เพื่อส่งมอบบริการที่พร้อมขยายระบบได้ง่ายในอนาคต

5. บางบริษัทเริ่มยอมแพ้ในตลาด IoT

แม้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ๆ จะแข่งขันกันเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด ยังคงมีผู้ให้บริการรายย่อยที่มุ่งเน้นการตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มเช่นกัน เช่น Data Movement, Industry-specific Challenge และอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะงาน ในขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการหลายรายจะค้นพบว่าตัวเองไปไม่รอดในตลาด IoT ดังเช่น GE แยกการให้บริการแพลตฟอร์ม IoT ออกเป็นบริษัท Predix หรือขาดเงินทุนสนับสนุนจนต้องปิดตัวลง

6. การขาดแคลนทักษะด้าน IoT

จากรายงานของ Canonical พบว่า มากกว่า 2 ใน 3 ของบริษัทไม่สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน IoT ตามที่ตนเองต้องการเข้ามาได้ ในขณะที่ความต้องการด้านทักษะ IoT เพิ่มขึ้นถึง 1/3 เนื่องจากปริมาณของอุปกรณ์ IoT ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data และ Cybersecurity รวมไปถึงสายงาน IT ที่มีประสบการณ์ด้าน Device Equipment, Application Development และการใช้เทคโนโลยี IoT ทั่วไปก็ยังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก

ที่มา: https://www.networkworld.com/article/3330738/internet-of-things/six-iot-predictions-for-2019.html

from:https://www.techtalkthai.com/6-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-internet-of-things-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2019/