คลังเก็บป้ายกำกับ: INTERNET_OF_THINGS

สั่งของไทยไม่ต้องรอนาน, Gravitech ออกบอร์ด LamLoei Node32Lite บอร์ด ESP32 ราคา 295 บาท

Gravitech ออกบอร์ด Ayarafun/LamLoei Node32Lite บอร์ดพัฒนาที่ใช้โมดูล ESP-WROOM32 ตัวบอร์ดมี GPIO 30 ขา ออกแบบให้ใช้งานร่วมกับ breadboard ได้ (เสียบแล้วยังเหลือรูข้างละหนึ่งขา)

บนบอร์ดใช้ชิป USB-to-Serial ของ FTDI

ราคา 295 บาทรวม VAT เริ่มขายแล้ววันนี้ เทียบกับบอร์ดจีนแล้วราคาอาจจะยังแพงกว่า แต่สำหรับคนที่อยากสนับสนุนของไทย และคนที่อยากทดลองโดยไม่ต้องรอระยะเวลาสั่งของที่ไม่ค่อยแน่นอนจากจีน บอร์ดตัวนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีอีกตัว

ที่มา – Gravitech

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106927

Advertisements

เราท์เตอร์ 4 แสนเครื่อง ถูกมัลแวร์ถล่ม มุ่งเล่นงาน MikroTik เป็นหลัก

ทาง theNextWeb.com รายงานตัวเลขล่าสุดว่า มีเราท์เตอร์กว่า 415,000 เครื่องทั่วโลกที่ติดเชื้อมัลแวร์ที่คอยดึงทรัพยากรประมวลผลของเครื่องเพื่อขุดเหมืองเงินคริปโต ซึ่งถือเป็นขบวนการเดียวกันกับที่อาชญากรเจาะจงเล่นงานเราท์เตอร์ยี่ห้อ MikroTik เป็นหลัก

ทางนักวิจัยชื่อ VriesHD ที่ออกรายงานดังกล่าวชี้ว่า ขบวนการโจมตีครั้งใหญ่นี้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยการโจมตีระลอกแรกสามารถติดเชื้อเราท์เตอร์ไปได้กว่าสองแสนเครื่อง หลังจากนั้นก็เพิ่มจำนวนอุปกรณ์ที่ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องมาจนเพิ่มเป็นสองเท่าในปัจจุบัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า เราท์เตอร์ MikroTik ถือเป็นยี่ห้อที่ถูกนำมาใช้งานมากที่สุดทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ใช้ระดับองค์กร และพบว่าอุปกรณ์ MikroTik ส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อนั้นไม่ได้รับการติดตั้งเฟิร์มแวร์ที่อัพเดทใหม่ล่าสุดด้วย

เหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในประเทศบราซิล และลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของโลกอย่างรวดเร็ว เช่น ยุโรป, อเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้, ตะวันออกกลาง, เอเชีย, และแอฟริกา ซึ่งซอฟต์แวร์ขุดเหมืองหลักที่ถูกใช้ในขบวนการนี้ได้แก่ CoinHive ที่ใช้ขุดเงินสกุล Moneroการโจมตีครั้งนี้อาศัยช่องโหว่การข้ามการเข้าถึงไดเรกทอรีที่พบบนอินเทอร์เฟซ WinBox ของ MikroTikRouterOS เวอร์ชั่น 6.42 หรือเก่ากว่า

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/cryptomining-malware-routers-targets-mikrotik/

6 แนวโน้มด้านไอที สำหรับองค์กรระดับ Enterprise ประจำปี 2019

เทคโนโลยีใหม่นั้นเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ผู้ที่ตามกระแสไม่ทันก็ย่อมถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดนคู่แข่งแซงหน้าแย่งตลาดไปได้เรื่อยๆ

ซึ่งทาง Moshe Kranc ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยีของ Ness Digital Engineering ผู้ซึ่งทำงานเกาะกระแสด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกของธุรกิจในปี 2019 ที่จะถึงนี้ได้กล่าวว่า เทคโนโลยีใหม่อย่างบล็อกเชนและ Machine Learning จะถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง ขณะที่เทคโนโลยีที่ใช้กันแพร่หลายแล้วอย่างคลาวด์และบิ๊กดาต้าก็จะถูกนำมาใช้งานกันในวงกว้าง และเป็นพื้นฐานในการดำเนินงานมากขึ้นด้วย รวมทั้งแนวโน้มของการโจมตีทางไซเบอร์ก็ยังคุกคามบริษัทต่างๆ มากขึ้นจนหลบหนีไม่ได้เช่นกัน

ดังนั้นทาง Kranc จึงสรุปเทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่จะมีผลกับทุกธุรกิจ โดยเฉพาะผู้บริหารด้านไอทีในองค์กรต่างๆ ที่ควรให้ความสนใจไว้ดังต่อไปนี้

1. Machine Learning (ML)

ปี 2562 จะเป็นก้าวที่เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิ่ง เราเห็นชัดแล้วตอนนี้ว่าเรื่องของเอไอไม่ใช่สิ่งที่กล่าวเกินจริงหรือเพ้อฝันอีก แถมยังนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจจนได้ประโยชน์ชัดเจนหลายต่อหลายกรณีเช่น แชตบอทที่มีแทบทุกเว็บ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาการให้บริการลูกค้าด้านต่างๆ

2. Big Data

บิ๊กดาต้าจะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายจนกลายเป็นเรื่องปกติปัจจุบันบิ๊กดาต้ามาถึงจุดที่พร้อมให้เข้าถึงและนำมาใช้งานได้อย่างสะดวกและง่ายดายแล้ว แม้จะเป็นบริษัทที่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางเทคนิคเลยก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อคนรุ่นใหม่หันมาพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานจำนวนมาก

3. Blockchain

การใช้งานบล็อกเชนจะอยู่ในรูปที่ควรจะเป็น และเน้นประโยชน์ที่เกิดกับธุรกิจมากกว่าแทนที่จะเอาไปใช้กับเรื่องของเงินคริปโตที่ดูล่องลอยเพ้อฝัน เราจะเห็นการนำระบบนี้มาใช้ในการตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสในการทำธุรกรรมหรือซื้อขายกันทางธุรกิจมากขึ้น

Moshe Kranc ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยีของ Ness Digital Engineering

4. Digtal Transformations

การปฏิวัติทางดิจิตอลจะเป็นตัวชี้ว่าจะนำหน้าหรือโดนคู่แข่งทิ้งห่างเทียบกันระหว่างบริษัทหนึ่งที่ยังทำงานผ่านเอกสารที่เป็นกระดาษ จัดเก็บและค้นหาข้อมูลได้ยาก กับคู่แข่งที่ทุกอย่างทำผ่านระบบดิจิตอลที่โปร่งใสมีประสิทธิภาพสูงแล้ว ก็น่าจะรู้ว่าลูกค้าจะหนีไปหาใครถ้าไม่ยอมปรับตัว

5. Cyber security

ความปลอดภัยทางไซเบอร์จะได้รับความสำคัญอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเมื่อมีการนำ IoT มาใช้ อันส่งผลให้มีโอกาสเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยมากกว่าเดิมหลายเท่า บริษัทควรลงทุนจ้างองค์กรภายนอกมาคอยทดสอบความแข็งแกร่งของระบบความปลอดภัยตนเองเป็นระยะ

6. Cloud is Norm

คลาวด์กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ที่แม้แต่บริษัทหัวเก่าที่สุดยังต้องยอมแพ้และเข้ามาใช้งานแด่คนยุคดึกดำบรรพ์ที่กลัวและหวงไปหมดว่าถ้าเอาข้อมูลไปไว้ที่อื่นนอกจากบ้านตัวเองแล้วจะไม่ปลอดภัยนั้น สุดท้ายก็ถึงเวลายอมรับความจริงว่าหนีการใช้งานคลาวด์ไปไม่พ้น ด้วยเหตุผลทั้งด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายที่เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ และประสิทธิภาพการทำงานที่ได้รับ

ที่มา : Informationweek

from:https://www.enterpriseitpro.net/6-tech-trends-for-the-enterprise-in-2019/

Nutanix เปิดตัว 3 บริการ Cloud บน Nutanix Xi รองรับ IoT, DevOps/SRE และ DR

Nutanix ได้ออกมาประกาศเปิดตัว 3 บริการ Cloud ใหม่บน Nutanix Xi ตอบโจทย์การทำ IoT, DevOps/SRE และ Disaster Recovery (DR) ดังนี้

 

บริการแรกคือ Nutanix Xi IoT ซึ่งเป็นระบบ Intelligent Edge Platform ที่รองรับการทำ Real-time Analysis ได้ด้วยโซลูชันแบบ Software-Defined ทั้งหมด เพื่อนำความสามารถในการทำ Compute, Machine Learning และ Intelligence ไปสู่ IoT Edge Device และสามารถส่งข้อมูลขึ้นไปยังผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำอย่าง Azure, AWS, GCP ได้อย่างมั่นคงปลอดภัย พร้อมทั้งบริหารจัดการระบบ IoT ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง https://www.nutanix.com/iot

Credit: Nutanix

 

ถัดมาคือ Nutanix Xi Epoch ระบบ Monitoring สำหรับ Cloud-Native Application ตอบโจทย์การทำ DevOps และ Site Reliability Engineering (SRE) โดยเฉพาะ โดยสามาถรตรวจสอบการทำงาสของ Application, Service และ Dependency ต่างๆ พร้อมข้อมูลประกอบสำหรับตรวจสอบแก้ไขปัญหา และติดตาม Service Level Objective (SLO) กับ Service Level Indicator (SLI) ได้ https://www.nutanix.com/products/epoch/

Credit: Nutanix

 

สุดท้ายคือ Nutanix Xi Leap โซลูชันการทำ DR สำหรับผู้ที่ใช้งาน Nutanix อยู่เดิม ให้สามารถทำ DR สำหรับ VM ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่ตั้งค่าและกำหนดการทำ Automation ในการ Recover ระบบคืนเท่านั้น

Credit: Nutanix

 

ที่มา: https://www.nutanix.com/press-releases/2018/11/28/nutanix-xi-iot-brings-intelligence-edge/, https://www.nutanix.com/2018/11/28/introducing-xi-epoch-nutanix/, https://www.nutanix.com/2018/11/28/xi-leap-first-no-install-dr/

from:https://www.techtalkthai.com/3-new-cloud-services-are-available-on-nutanix-xi-for-iot-devops-sre-and-dr/

Forrester ทำนายแนวโน้ม IoT ปี 2019

Forrester บริษัทวิจัยการตลาดและให้คำปรึกษาผลกระทบจากเทคโนโลยีได้จัดทำรายงานประจำปีทำนายแนวโน้มของ IoT ในปีหน้า เราจึงขอสรุปมาให้ติดตามกันสั้นๆ ให้อ่านกัน

Credit: ShutterStock.com

แนวโน้มที่ Forrester ทำนายไว้มีดังนี้

  • ผู้ให้บริการจะรวมบริการต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันเพื่อนำเสนอให้แก่ลูกค้าพร้อมให้จ่ายเป็นการซื้อ Subscription เช่น Hum ของ Verizon ที่ทำให้รถยนต์มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มอุปกรณ์บางอย่างลงไปพร้อมยังได้รวมเอาบริการต่างๆ เอาไว้ในราคาเพียง 20 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อเดือน
  • กำเนิดธุรกิจ IoT Managed Service ในปีหน้ารายงานคาดว่าจะเป็นการเริ่มธุรกิจรับดูแล ติดตาม บริการจัดการอุปกรณ์ IoT อย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอย่าง Healthcare, Retail และกลุ่ม Utilities จะยอมจ่ายเงินจ้างบริษัทเหล่านี้ในมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว
  • คนร้ายจะเข้าโอบล้อมตีวงการโจมตีอุปกรณ์ IoT อย่างเข้มข้น มีตัวอย่างของต้นปี 2018 ได้เกิด Ransomware เล่นงานเมืองแอตแลนต้าในจอเจียส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนกับงานจ่ายภาษีไปหลายวัน ดังนั้นเชื่อว่าในปีหน้าผู้ก่อการร้ายไซเบอร์จะใช้จุดอ่อนของ Smart City สร้างความเสียหายจนต้องวิ่งหาโซลูชันป้องกันการโจมตีด่วนเลยทีเดียว

from:https://www.techtalkthai.com/forrester-predicts-iot-in-2019/

HPE เปิดตัว 4 โซลูชันใหม่สำหรับ Edge Computing ใน HPE Edgeline Converged Edge System

HPE ได้ออกมาประกาศเปิดตัวถึง 4 โซลูชันใหม่ภายใต้ HPE Edgeline Converged Edge System ในงาน HPE Discover 2018 เพื่อตอบรับต่อกลยุทธ์ Edge to Cloud ดังนี้

 

Credit: HPE

 

  • HPE Edgeline OT Link Platform ระบบ Open Platform สำหรับการทำ Automation ในฝั่งของ Operational Technologies (OT) ที่รองรับระบบ IT มาตรฐานพื่อทำ Autonomous Decision Making ได้ในตัว โดยมีการรองรับการทำงานร่วมกับ Module ต่างๆ มากมายเพื่อให้ง่ายต่อการเลือกนำไปใช้งาน
  • HPE Edgeline System Management ระบบบริหารจัดการ Edge แบบศูนย์กลางที่ทนทานและมั่นคงปลอดภัย
  • HPE Edgeline EL300 Converged Edge System โซลูชันที่ผสาน 2 ระบบข้างต้นเข้าด้วยกันภายใน Hardware แบบ Fan-less ที่ใช้พลังงานน้อย และในอนาคตจะรองรับ Intel Modivius Myriad X สำหรับทำ Vision Processing โดยเฉพาะได้ อีกทั้งยังได้รับการรับรองผ่านมาตรฐาน IP50 และ MIL-SPEC ด้วย
  • HPE Edgeline Field Application Engineering Services บริการใน HPE Pointnext สำหรับช่วยวางแผน, สร้าง และปรับแต่งโซลูชันระบบ Internet of Things (IoT)

HPE นั้นเชื่อมั่นว่า Edge จะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างข้อมูลสำหรับธุรกิจและการทำ Automation ในกระบวนการต่างๆ ของธุรกิจในอนาคต การเปิดตัวครั้งนี้จึงถือเป็นการเปิดตัว Edge ที่มาพร้อมกับทั้งความสามารถในการบริหารจัดการ และการรักษาความมั่นคงปลอดภัย พร้อมทั้งบริการเพื่อให้โครงการเหล่านี้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูงขึ้น ช่วยให้ภาคธุรกิจสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นไปด้วย

 

ที่มา: https://news.hpe.com/hewlett-packard-enterprise-launches-edge-platform-solutions-accelerating-business-efficiency-and-innovation/

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-announces-4-new-hpe-edgeline-solutions/

Xiaomi จับมือ IKEA ให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมของ IKEA เชื่อมกับแพลตฟอร์ม IoT บน Xiaomi ได่

ที่งาน AIOT Developer Conference วันนี้ Xiaomi ประกาศความร่วมมือกับ IKEA ให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมของ IKEA สามารถเชื่อมกับแพลตฟอร์ม IoT บน Xiaomi ได้ โดยจะเริ่มเห็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

Xiaomi ลงทุนใน 220 บริษัท โดยใน 100 บริษัทเน้นลงทุนสร้างฮาร์ดแวร์อัจฉริยะโดยเฉพาะ

No Description

ที่มา – GizmoChina

from:https://www.blognone.com/node/106684