คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL

Apple ยังมีขาย Mac ที่ใช้ Intel อยู่ เหลือเพียง iMac, Mac Pro และ Mac mini เท่านั้น

หลังงานอีเวนต์ Unleashed ของแอปเปิลเมื่อคืน ซึ่งเป็นการเปิดตัว MacBook Pro ที่เปลี่ยนมาใช้ซีพียูใหม่ในตระกูล M1 และเลิกขายรุ่นเก่าที่เป็นซีพียู Intel แต่คงไว้เฉพาะรุ่นจอ 13 นิ้ว ที่เป็นซีพียู M1 ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ไลน์สินค้าตระกูล Mac ของแอปเปิล เหลือไม่กี่สินค้าเท่านั้นที่ยังใช้ซีพียู Intel ดังนี้

ตามแผนการเปลี่ยนผ่าน Mac จาก x86 ไปเป็น Apple Silicon นั้น ซีอีโอ Tim Cook บอกว่าจะใช้เวลาทั้งหมด 2 ปี ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งทางแล้ว (Mac M1 ตัวแรกออกมาพฤศจิกายน 2020) โดย iMac กับ Mac mini มีรุ่นที่เป็นซีพียู M1 ขายคู่กันอยู่แล้ว จึงน่าจะรอเวลาเลิกขายเท่านั้น ส่วน Mac Pro ก็คาดว่าจะมีรุ่นใหม่ออกมาภายในระยะเวลา 1 ปี จากนี้

ที่มา: 9to5Mac

iMac

from:https://www.blognone.com/node/125346

Intel vPro Gen 11 แพลตฟอร์ม ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของทุกธุรกิจ

Intel vPro Gen 11 แพลตฟอร์ม ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของทุกธุรกิจ
องค์ธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ความต้องการของผู้ใช้งานเทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปเพื่อสอดรับกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เคย

สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน เปลี่ยนรูปแบบไปสู่การทำงานแบบไฮบริด ที่พนักงานต้องสามารถทำงานได้ทั้งในและนอกสถานที ทำให้หลายธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการรักษาความปลอดภัย การจัดการ และการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์รายวัน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำได้ง่ายๆ เพียงเดินไปแก้ไขให้ถึงโต๊ะในออฟฟิศ

ดังนั้น เพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจ ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องได้รับอีกระดับของประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัย พร้อมเสมอในทุกที่ ทุกเวลา ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับเจ้าหน้าที่ไอที ซึ่งต้องเลือกสรรเทคโนโลยีให้แก่องค์กร การเลือกฮาร์ดแวร์ให้เหมาะสมกับงาน นับเป็นสิ่งสำคัญที่อาจส่งผลถึงผลลัพธ์ทางธุรกิจได้

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไมแพลตฟอร์ม Intel vPro เจนเนอเรชั่น 11 จึงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจที่คุณไว้ใจได้ ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 11 ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์สำหรับธุรกิจที่ดีที่สุดในโลก ช่วยสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าทึ่งให้กับแผนกไอที ผู้ใช้งาน และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับความปลอดภัยทางด้านธุรกิจ ประสิทธิภาพและการควบคุมจัดการจากระยะไกล

ทุกวันนี้ หลายกลุ่มธุรกิจ และผู้ให้บริการด้านไอทีได้พบแล้วว่า แพลตฟอร์ม Intel vPro มีส่วนช่วยเติมเต็มความต้องการ ตลอดจนเสริมสร้างรากฐานอันมั่นคงทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก องค์กรขนาดใหญ่หรือผู้ทำงานด้านไอทีล้วนไว้วางใจ และทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากผลิตภัณฑ์ของ Intel ซึ่งออกแบบมาเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจโดยตรง แพลตฟอร์ม Intel vPro มุ่งมั่นนำเสนอสุดยอดศักยภาพ ประสิทธิภาพ และเสถียรภาพ เพื่อสร้างสรรค์ที่สุดแห่งประสบการณ์การใช้งานเพื่อคุณ

แพลตฟอร์ม Intel vPro รากฐานอันแข็งแกร่ง เพื่อความมั่นคงของธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง

พีซีที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Intel vPro พร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลองของโลกธุรกิจในปัจจุบัน แพลตฟอร์ม Intel vPro มาพร้อมฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยขั้นสูงรันบนระบบที่ออกแบบมา เพื่อเน้นประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาพรวมได้

จุดเด่นของแพลตฟอร์ม Intel vPro

พีซีที่ขับเคลื่อนด้วย โมบายล์โปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจอเนอเรชั่น 11 ทำให้หลายธุรกิจได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพแก่ผู้ใช้งานให้การทำงานราบรื่นได้จากทุกที่

 

ที่สุดของประสิทธิภาพ อีกระดับแห่งประสบการณ์ใช้งานเพื่อธุรกิจ

ด้วยประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดและกราฟิกที่ทรงพลังโปรเซสเซอร์ Intel® Core ™ vPro® เจนเนอเรชั่น 11 มอบประสบการณ์การใช้งานจริงที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับฝ่ายไอทีและพนักงาน โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยพนักงงานมีความสุข สนุกกับการทำงานที่ปราศจากความเครียด ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหนก็ตาม

 ไม่สำคัญว่าพนักงานของคุณจะทำงานจากที่ไหน — พวกเค้าสามารถทำงานได้มากขึ้นด้วยพลังของกราฟิก Intel® Iris® Xe ที่มอบความสามารถในการสร้างและกราฟิกที่น่าทึ่งสำหรับประสบการณ์การทำงาน ช่วยเติมเต็มความสามารถ ความสร้างสรรค์ การประสานงาน และประสิทธิภาพการทำงานให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานด้านกราฟิก หรือการประมวลผลภาพและวิดีโอที่ไหลลื่น และสวยงามยิ่งขึ้น

 สะดวกด้วยเทคโนโลยี Intel Thunderbolt ™ 4 การเชื่อมต่อเพียงพอร์ตเดียว สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่นชาร์จโน้ตบุ๊ก หรือการเชื่อมต่อจอภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ต่อพ่วงได้อย่างราบรื่น

 หน่วยความจำIntel® Optane ™ H20 พร้อม SSD เพิ่มขีดความสามารถให้กับแพลตฟอร์ม Intel ด้วยประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงและออพชั่นหน่วยความจำขนาดใหญ่ ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่าและการใช้พลังงานที่ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน รวมถึงการสนับสนุน Intel® Stable IT Platform Program

 ให้ความเร็วที่เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi ที่ดีที่สุดด้วย Intel® Wi-Fi 6/6E (Gig+) ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานแบบไร้สายเชื่อมต่อได้อย่างไหลลื่นภายในมาตรฐาน W-Fi6 สำหรับการประชุมผ่านวีดีโอทางไกล หรือการทำงานผ่านระบบออนไลน์ของออฟฟิศก็ทำได้อย่างไม่สะดุด

 เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของ AI บนพีซี ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core ™vPro® เจนเนอเรชั่น 11 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้แอพพลิเคชั่นและเวิร์กโฟลว์ทำงานได้ชาญฉลาดมากขึ้น โดยมีประสิทธิภาพ AI ที่ดีขึ้น

ระบบรักษาความปลอดภัยที่สอดรับกับธุรกิจ นับแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

Intel® Hardware Shield ที่มีให้เป็นพิเศษเฉพาะในอุปกรณ์ที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel vPro® ทั้งหมดมอบการป้องกันพีซีในระดับฮาร์ดแวร์ในตัวเพื่อการทำงานทางธุรกิจที่ปลอดภัยมากขึ้นรวมถึง

 Intel® Control-flow Enforcement Technology (Intel® CET) ช่วยป้องกันการโจมตีจากมัลแวร์ที่จะมาลักลอบควบคุมการทำงานต่างๆ ในเครื่อง.

 Intel® Threat Detection Technology (Intel® TDT) ที่ให้การตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงและการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น.

ล้ำหน้าด้วยความสามารถในการจัดการจากระยะไกล และเสถียรภาพของแพลตฟอร์ม
ดูแลพีซีสำหรับธุรกิจของพนักงานและลูกค้าคุณให้พร้อมใช้งานได้จากทุกที่ด้วยแพลตฟอร์ม Intel vPro® ที่มี Intel® Active Management Technology IT อันเป็นโซลูชันเดียวที่นำเสนอการแก้ไขระยะไกลบนคลาวด์เพื่อคืนพีซีของให้อยู่ในสถานะที่ดี พร้อมใช้งานไม่ว่าพนักงานจะทำงานอยู่ที่ใด หรือแม้ระบบปฏิบัติการจะหยุดทำงานก็ตาม10

เสถียรภาพ
 ตรวจสอบความเสถียรของอุปกรณ์และความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ทุกคนด้วย Intel® Stable IT Platform Program (Intel® SIPP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยในการเปลี่ยนและอัพเกรดระบบของผู้ใช้ เพื่อให้พีซีมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่มั่นใจได้
 แพลตฟอร์ม Intel vPro® เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยปรับปรุงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และมอบสิ่งที่ธุรกิจของคุณต้องการเพื่อให้เติบโตก้าวหน้าได้ทันที

การจัดการ
 แพลตฟอร์ม Intel vPro ® ได้สนับสนุนการใช้งานในอุปกรณ์ดิจิทัลที่หลากหลาย ตั้งแต่แล็ปท็อป ป้ายดิจิทัล อุปกรณ์ IoT และอื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าของคุณสามารถควบคุมอุปกรณ์ที่ใช้งานสำหรับธุรกิจของเขาได้มากขึ้น.
ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านไอทีให้ลูกค้าของคุณ ด้วยความสามารถในการจัดการระยะไกลสำหรับกลุ่มพีซีที่ใช้ระบบคลาวด์ผ่าน Intel® Active Management Technology (Intel® AMT) ซึ่งขับเคลื่อนโดย Intel® Endpoint Management Assistant (Intel® EMA) ที่จะทำให้เวิร์กโฟลว์ของผู้ใช้หยุดชะงักน้อยที่สุดเมื่อมีการแก้ไขและการบำรุงรักษา ทำให้ผู้ใช้ยังทำงานได้มีประสิทธิผลไม่ว่าพวกเขาจะทำงานอยู่ที่ใด รวมถึงทีมไอทีที่สามารถใช้ระบบเข้าไปจัดการแก้ไขในกรณีที่มีการละเมิดความปลอดภัย

ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพด้านไอที

แพลตฟอร์ม Intel vPro® ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงการประยุกต์ไอทีเข้ากับธุรกิจทั้งใหญ่เล็ก ช่วยเสริมความสามารถแก่ผู้ใช้งาน รักษาความปลอดภัยข้อมูลองค์กร และง่ายต่อการบำรุงรักษา ช่วยให้งานไอทีสอดรับกับนโยบายองค์กร ให้บริการด้านความปลอดภัย ปรับปรุงแก้ไข บำรุงรักษาได้ง่ายตลอดจนการใช้งาน เหมาะกับองค์กรในทุกขนาด

Intel vPro® เจนเนอเรชั่น 11 คือแพลตฟอร์มสำหรับภาคธุรกิจ ออกแบบมาเพื่อเป็นรากฐานสำคัญต่อเทคโนโลยี และเสริมสร้างประสิทธิภาพการประมวลผลและด้วยการลงทุนด้านไอทีโซลูชันอย่างชาญฉลาด ย่อมทำให้องค์กรสามารถแข่งขันและสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดสัมฤทธิผลโดยรวม เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง

เริ่มต้นประสบการณ์การใช้งานพีซีสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัลด้วย แพลตฟอร์ม Intel vPro®

ศึกษาข้อมูล Intel vPro เพิ่มเติมได้ที่ https://intel.ly/39JVvEc
สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้ดังนี้

Ingram
https://intel.ly/3zK9PXB
กรุงเทพ : th-allbkksales@ingrammicro.com
ต่างจังหวัด : th-upcountry@ingrammicro.com

SiS
https://intel.ly/3ufsMAq
email : sis@sisthai.com
Tel : 0-2020-3000

Synnex
https://intel.ly/39IbgeF
Add Line : @SynnexThailand
หรือคลิก : https://intel.ly/3kK7c3L

VST ECS
https://intel.ly/3ueoTMc
e-mail : pr@vstecs.co.th
Tel : 02-032-9999

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-vpro-gen-11-business-platform/

ทัวร์นาเมนต์สำหรับมือใหม่ ACER Thailand X INTEL จัดศึกทัวร์ Nitro Night Gaming

ทัวร์นาเมนต์สำหรับมือใหม่ ACER Thailand X INTEL จัดศึกทัวร์ Nitro Night Gaming | Fight Like A Pro สู้อย่างโปร สู้อย่างมืออาชีพ เงินรางวัลรวมกันกว่าแสนบาท!! โดยสมัครแข่งขันได้ที่ Planet9.gg เท่านั้น

Nitro Night Gaming nitronight 2

ACER Thailand X INTEL เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดแข่งกันเกม E-Sports 4 เกมสุดฮิต อย่าง Valorant, Rainbow Six Siege, DOTA 2 และ PUBG [PC] เปิดทัวร์นาเมนต์ในชื่อว่า Nitro Night Gaming แข่งขันออนไลน์รับสมัครผ่านแพลตฟอร์ม Planet9.gg โดยมีเงินรางวัลและของแจกอื่นๆ รวมกันกว่า 100,000 บาท!! เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม – ธันวาคม ปีนี้ โดยงานนี้รับเฉพาะผู้เข้าแข่งขันทั่วไป ห้ามมืออาชีพมีสังกัดลงแข่งขัน!!

nitronight 3

สำหรับกำหนดการแข่งขันเกมต่างๆ มีดังนี้

  1. Valorant (แข่งขันวันที่ 30 เดือนตุลาคม 2021 เงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท)
  2. Rainbow Six (แข่งขันวันที่ 20 เดือนพฤศจิกายน 2021 เงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท)
  3. DOTA2 (แข่งขันวันที่ 16 เดือนธันวาคม 2021 เงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท)
  4. PUBG (PC) (แข่งขันวันที่ 30 เดือนธันวาคม 2021  เงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท)
    โดยจะเปิดให้ลงสมัครแข่งขัน ผ่านแพลตฟอร์ม Planet9.gg ที่เป็นคอมมูนิตี้ที่ใช้สำหรับจัดแข่งทัวร์นาเมนต์เกมต่างๆ ได้อย่างอิสระ โดยเหมาะสำหรับผู้เล่นทั่วไป ที่อยากพัฒนาฝีมือตนเองไปสู่ระดับมืออาชีพ หรือเล่นปกติแต่อยากได้อารมณ์แข่งขันจริงจังบ้าง ซึ่งจะต้องสมัคร ID, เข้าร่วมคลับ Nitro Night Gaming และสร้างทีมลงแข่งเตรียมลงแข่งเอาไว้ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปอ่านวิธีขั้นตอนทั้งหมดในลิงก์ด้านล่างนี้ได้

https://www.planet9.gg/club/my-club/24650861/home

 

กฎกติกาการแข่งขันความชัดเจนแบบละเอียด โปรดติดตามข่าวสารการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ กันได้ที่ Acer Gaming Thailand และ Nitro Gaming Night | Planet9
ลองเข้ามาแล่นลงจอดสู่โลกแห่งการต่อสู้ E-Sports กันดู แล้วจะรู้ว่ามีฟังก์ชั่นดีๆ มากมาย ทั้งนัดแนะซ้อมแข่ง หาเพื่อนร่วมทีม ติดตามผลงานผู้เล่น เพราะที่นี่สนับสนุนให้เป็นนักลงทัวร์ อย่าไปกลัวพ่าย จุดติดให้มีความ “Fight Like a Pro” ซึมเข้าไปใน DNA



นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “Membership Give Away”  
สุ่มแจก Gaming Notebook รุ่น Nitro5 AN515-57-775P จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 37,990 บาท
ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. – 20 พ.ย. ปีนี้ โอกาสดีๆ ง่ายๆ แบบนี้อย่าพลาดเด็ดขาด หากสนใจก็สามารถเข้าไปที่หน้าโพสต์กิจกรรมได้เลย

nitronight 4

กติกาการร่วมกิจกรรมง่ายๆ
ต้องสมัครเป็นสมาชิกใน Planet9.gg

นำลิงก์ ID ของตนเอง มาโพสต์แปะใต้ภาพกิจกรรมนี้

นับเฉพาะผู้เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ วันนี้ – 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ประกาศผลผู้โชคดี วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่แฟนเพจ Acer Gaming Thailand

ลิงก์สมัครสมาชิก >>> https://www.planet9.gg/TH/th

วิธีสมัครสมาชิก >>> https://bit.ly/3ls15lk

ตัวอย่างการเข้าร่วมกิจกรรม >>> https://bit.ly/3BAjfac


สอบถามและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Acer Gaming Thailand : https://www.facebook.com/AcerGamingTH
Nitro Gaming Night | Planet9  :   https://www.planet9.gg/club/my-club/24650861/home

Nitro Gaming Night | Youtube :  Nitro Gaming Night – YouTube

from:https://notebookspec.com/web/618325-nitro-night-gaming

Intel vPro แพลตฟอร์มสำหรับคอมพิวเตอร์ เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้องค์กรธุรกิจของคุณ

ขณะที่องค์กรต้องการแพลตฟอร์มเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานในรูปแบบ Hybrid Work ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัย และมีการใช้ซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ กลายเป็นความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญ แม้ว่าจะมีการอัพเดตระบบปฏิบัติการอยู่เป็นประจำ แต่ปัญหาด้านความปลอดภัยทั้งที่เกิดขึ้นโดยตั้งใจ และไม่ตั้งใจ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล รวมถึงการบริหารจัดการงบประมาณด้านไอที ก็ยังคงเป็นรายการงบประมาณลำดับแรกๆ ที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ

การปรับตัวทางธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องที่องค์กรธุรกิจควรจัดการ เพื่อเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงทางธุรกิจให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน พีซีที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Intel vPro มาพร้อมฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยขั้นสูง รันบนระบบที่ออกแบบมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาพรวมได้ ด้วยคุณสมบัติแพลตฟอร์ม Intel vPro ดังต่อไปนี้

PERFORMANCE & COLLABORATION คุณสมบัติด้านประสิทธิภาพและการทำงานร่วมกัน

โปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 11 แพลตฟอร์ม Intel vPro ช่วยส่งมอบประสบการณ์ใช้งานเพื่อธุรกิจที่ล้ำหน้ากว่า ด้วยประสิทธิภาพและคุณสมบัติการทำงานร่วมกัน

– ไม่ว่าพนักงานของคุณจะปฏิบัติงานจากที่ใดก็ตาม ศักยภาพการทำงานของพวกเขาจะเพิ่มมากขึ้นด้วยขุมพลัง Intel® Iris® Xe Graphics ซึ่งเป็นกราฟิกออนซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดของ Intel ช่วยเติมเต็มความสามารถ ความสร้างสรรค์ การประสานงาน และประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะด้านกราฟิกหรือการประมวลผลภาพและวิดีโอให้ดียิ่งขึ้น
– เทคโนโลยี Intel Thunderbolt ™ 4 ที่มาพร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อเดียว แต่ใช้ได้ทั้งเพื่อชาร์จและเชื่อมจอมอนิเตอร์ต่าง ๆ ให้การเชื่อมต่อข้อมูลขึ้นจอขนาดใหญ่เป็นไปได้อย่างราบรื่น
– Intel® Optane™ memory H20 with SSD ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ แพลตฟอร์ม Intel ด้วยประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงและออพชั่นหน่วยความจำขนาดใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว Intel® Optane™ memory H20 with SSD ให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าแรงกว่า ประหยัดพลังงานกว่า ทั้งยังรองรับโปรแกรม Intel® Stable IT Platform อีกด้วย
– Intel® Wi-Fi 6/6E (Gig+) มาพร้อมเทคโนโลยี Wi-Fi ที่ดีที่สุดสำหรับการประชุมผ่านวีดีโอทางไกล ทั้งยังให้ความเร็วที่เหนือกว่า การเชื่อต่อที่เสถียร ตลอดจนประสบการณ์การเชื่อมต่อไร้สาย ให้ผู้ให้ได้ทำงานร่วมกันได้จากทุกที่อย่างราบรื่น
– พร้อมรับนวัตกรรม AI on PCs เทคโนโลยีแห่งอนาคตด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 11 ซึ่งออกแบบมาให้พร้อมตอบสนองแอพพลิเคชั่นและรูปแบบการทำงานในอนาคตด้วยประสิทธิภาพที่แรงกว่าโปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 8 i7-8650U ถึง 8 เท่า

SECURITY คุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัย

ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์กรและธุรกิจควรให้ความสำคัญ โดยแพลตฟอร์ม Intel vPro มีฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยแบบ Hardware-Based
เทคโนโลยี Intel® Hardware Shield พิเศษเฉพาะอุปกรณ์ที่รันบนแพลตฟอร์ม Intel vPro® ช่วยผสานระบบการป้องกัน ฮาร์ดแวร์เพื่อไปสู่อีกระดับของการรักษาความปลอดภัย อาทิ

– Below-the-OS-security (การรักษาความปลอดภัยในระดับลึกกว่าระบบปฏิบัติการ)
– Application and data security (การรักษาความปลอดภัยข้อมูลและแอพพลิเคชั่น)
– Advanced threat detection (ระบบตรวจจับแจ้งเตือนการคุกคาม)

ด้วยเทคโนโลยี Intel® Active Management ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Intel vPro® เกิดเป็นความสามารถในการเข้าแก้ไขบำรุงรักษาจากระยะไกล ช่วยให้คอมพิวเตอร์คืนสู่สภาพปกติได้ไม่ว่าพนักงานของคุณจะทำงานจากที่ใด หรือแม้เมื่อระบบปฏิบัติการไม่อาจใช้งานได้ก็ตาม

ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยขั้นสูง Intel® Hardware Shield บนโมบายล์

โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ vPro® เจนเนอเรชั่น 11 ประกอบไปด้วย:

– Intel® Control-Flow Enforcement Technology(Intel® CET) ให้การปกป้องฮาร์ดแวร์จากการโจมตีหลายรูปแบบ อาทิ การโจมตีหน่วยความจำ และ Control-flow(การไหลของข้อมูล) ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่คิดค้นโดยทีมวิศวกรของ Intel® จะช่วยป้องกัน และยุติการโจมตีซอฟต์แวร์ ซึ่งเกิดขึ้นมายาวนานลงได้
– Intel® Threat Detection Technology (Intel® TDT) เทคโนโลยีการตรวจจับการทำงานที่ผิดปกติของเครื่องที่คอมพิวเตอร์โดยใช้ระบบ AI ที่มีการติดตั้งอยู่ภายใน ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของ Intel เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้นเป็นคุณสมบัติชั้นสูงของเทคโนโลยี Intel® Hardware Shield โดยทำงานร่วมกับชุดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยหยุดยั้งภัยคุกคามจาก Ransomware และการโจมตีในรูปแบบ Cryptomining® ได้ เปรียบเหมือนมีฝ่ายไอทีคอยดูแลรักษาความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา

MANAGEABILITY ความสามารถในการจัดการ

ด้วยความสามารถในการจัดการจากระยะไกลและเสถียรภาพของแพลตฟอร์ม Intel® Core™ vPro® เจนเนอเรชั่น 11 การบริหารจัดการ PC ในภาคธุรกิจ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยแพลตฟอร์ม Intel® vPro® โดยการผสานกันของ Intel® Active Management Technology (Intel® AMT) และ Intel® Endpoint Management Assistant (Intel® EMA) ฝ่ายไอทีสามารถเข้าถึงโซลูชั่นระบบ Cloud-based ช่วยให้คอมพิวเตอร์ได้รับการแก้ไขให้ดีดังเดิมจากระยะไกล ไม่ว่าพนักงานของคุณจะอยู่ที่ใด หรือแม้เมื่อระบบปฏิบัติการจะล่มก็ตาม

STABILITY คุณสมบัติความเสถียรภาพ

ด้วย Intel® Stable IT Platform Program (Intel® SIPP) แพลตฟอร์มที่ช่วยในการเปลี่ยนและอัพเกรดระบบของผู้ใช้ เพื่อให้พีซีมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่มั่นใจได้ Intel vPro® เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยปรับปรุงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกสร้างมาเพื่อให้ผู้ใช้ และฝ่ายไอที ได้รับประสบการณ์และเสถียรภาพสมกับที่เป็นอุปกรณ์สำหรับภาคธุรกิจ

ด้วยคุณสมบัติของ แพลตฟอร์ม Intel vPro จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณสู่อนาคตอย่างมีเสถียรภาพ เพื่อการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับอุปกรณ์ดิจิทัลหลายชนิด เช่น คอมพิวเตอร์พกพา จอภาพเพื่อการโฆษณา และอุปกรณ์ IoT เพื่อให้ลูกค้าของคุณมีทางเลือกหลากหลายตอบโจทย์การใช้งานสำหรับทุกธุรกิจและองค์กร

ศึกษาข้อมูล Intel vPro เพิ่มเติมได้ที่ https://intel.ly/39JVvEc
สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้ดังนี้

Ingram
https://intel.ly/3zK9PXB
กรุงเทพ : th-allbkksales@ingrammicro.com
ต่างจังหวัด : th-upcountry@ingrammicro.com

SiS
https://intel.ly/3ufsMAq
email : sis@sisthai.com
Tel : 0-2020-3000

Synnex
https://intel.ly/39IbgeF
Add Line : @SynnexThailand
หรือคลิก : https://intel.ly/3kK7c3L

VST ECS
https://intel.ly/3ueoTMc
e-mail : pr@vstecs.co.th
Tel : 02-032-9999

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-vpro-platform-for-computer/

อยู่มุมไหนในโลกก็ไร้ปัญหา ด้วย 11th Gen Intel vPro® ประสิทธิภาพ ระบบจัดการระยะไกล ความปลอดภัย และความเสถียรที่เหนือกว่า

ในโลกยุคใหม่ การทำงานนอกออฟฟิศ กลายเป็นเรื่องปกติที่แทบทุกธุรกิจต้องทำ แต่การจัดการปัญหาคอมพิวเตอร์ให้ผู้ใช้ในองค์กร หรือการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยก็เป็นความท้าทายขององค์กรจำนวนมากที่ต้องจัดการคอมพิวเตอร์จำนวนมากโดยที่พนักงานไม่ได้อยู่ในสำนักงาน

หากทีมไอทีไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือ และแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ให้พนักงานที่ทำงานจากบ้านได้ อาจทำให้งานต้องหยุดชะงักเป็นเวลานาน แถมความเสี่ยงข้อมูลหลุดยังมีสูงขึ้น เมื่อพนักงานต้องพกคอมพิวเตอร์กลับไปทำงานในสถานที่อื่น เช่นบ้านหรือร้านกาแฟ และโคเวิร์คกิ้งสเปซ

11th Gen Intel vPro® แพลตฟอร์มโปรเซสเซอร์สำหรับธุรกิจรุ่นล่าสุดของ Intel เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ เพราะนอกจากประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และเสถียรภาพของแพลตฟอร์มเหนือกว่า ยังมีระบบช่วยในการจัดการจากระยะไกลที่ล้ำหน้าไปอีกระดับ ช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายขององค์กรได้เป็นอย่างดี

No Description

ประสิทธิภาพ และเสถียรภาพที่เหนือกว่า

11th Gen Intel vPro® มาพร้อมกับ Intel Iris Xe Graphics เทคโนโลยี Intel Thunderbolt 4, Intel Optane Memory H20 บน SSD แถมยังมาพร้อมกับ Intel WiFi 6/6E (Gig+) รองรับเทคโนโลยี Wi-Fi รุ่นล่าสุด ชูทั้งประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในการทำงาน และการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุด จะส่งไฟล์ วิดีโอคอล หรือทำงานผ่านระบบจัดการระยะไกล ก็ทำได้อย่างลื่นไหล ไร้รอยต่อ

นอกจากนี้ยังมี Intel Stable IT Platform Program หรือ Intel SIPP อีกหนึ่งฟีเจอร์ของ Intel vPro ที่รับรองว่าผู้ผลิตพีซีจะไม่เปลี่ยนฮาร์ดแวร์ภายในบ่อยจนสร้างความยุ่งยากให้กับฝ่ายไอทีของบริษัท องค์กรจะมั่นใจได้ว่าพีซีแต่ละรุ่นที่ซื้อมาจะมีฮาร์ดแวร์แบบเดียวกัน ลดระยะเวลาในการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือสร้างอิมเมจดิสก์เพื่อการจัดการเครื่องทีละมากๆ

อยู่ที่ไหนก็ไร้ปัญหา ด้วยระบบการจัดการระยะไกล Intel AMT และ Intel EMA

11th Gen Intel vPro® มาพร้อมเทคโนโลยี Intel Active Management (Intel AMT) และ Intel Endpoint Management Assistant (Intel EMA) ที่สามารถช่วยในการควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านระบบคลาวด์ ทั้งภายในและภายนอก Corporate firewall ขององค์กร รวมถึงยังรองรับการเชื่อมต่อทั้งผ่านสายและไร้สาย เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญหรือไอที สามารถเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม และยังสามารถเข้ามาจัดการ แก้ไขปัญหาได้ แม้ระบบปฏิบัติการของเครื่องจะล่มอยู่

ความสามารถในการจัดการจากระยะไกลของ Intel AMT และ Intel EMA ยังรวมถึงความสามารถในการจัดการพลังงาน การเข้าถึงไฟล์ และมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสุดท้าย Intel Remote Secure Erase ที่ทำให้ฝ่ายไอทีสามารถเข้ามาลบข้อมูลใน SSD ของเครื่องได้จากระยะไกล ในกรณีที่คอมพิวเตอร์สูญหายอีกด้วย เรียกได้ว่าปลอดภัย หายห่วง

No Description

ระบบรักษาความปลอดภัยอีกระดับ ที่สอดคล้องกับทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

แพลตฟอร์ม Intel vPro 11th Gen ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยขั้นสูงแบบ Hardware-Based ด้วย Intel Hardware Shiled ที่มีการรักษาความปลอดภัยในระดับลึกกว่าระบบปฏิบัติการ เช่นการโจมตีที่ระดับไบออส หรือเฟิร์มแวร์ของเครื่อง ช่วยการรักษาความปลอดภัยในแอปและข้อมูล รวมถึงมีระบบตรวจจับและแจ้งเตือนการคุกคามที่ล้ำสมัย ซึ่งสามารถทำงานประสานกับ Intel AMT ที่กล่าวไปข้างต้น เพื่อให้ฝ่ายไอทีเข้ามาดูแลความปลอดภัยจากระยะไกลได้

โมบายล์โปรเซสเซอร์ 11th Gen Intel® Core™ vPro® ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยล้ำสมัย Intel Control-Flow Enforcement Technology (Intel CET) ระบบป้องกันการโจมตีระดับฮาร์ดแวร์ อาทิการโจมตีหน่วยความจำและ Intel Threat Detection Technology (Intel TDT) ระบบตรวจจับการทำงานผิดปกติโดย AI ที่มีการติดตั้งมาในระดับซิลิคอน

Intel TDT จะทำงานร่วมกับชุดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจมตีจาก Ransomware และการขโมยทรัพยากรเครื่องไปใช้เพื่อ Cryptomining หรือการนำไปใช้งานในการขุดคริปโต เหมือนมีผู้ช่วยที่คอยดูแลอยู่ทุกที่ และยังช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถตรวจสอบความปลอดภัยได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย

อุ่นใจ ปลอดภัย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ประสิทธิภาพ เสถียรภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการจัดการจากระยะไกลของ Intel vPro 11th Gen ที่เหนือกว่า น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่เข้ามาช่วยขจัดปัญหาจุกจิกกวนใจในการทำงานนอกสถานที่ในยุคนี้ได้ พร้อมยังสามารถช่วยประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และทรัพยากรขององค์กรที่ต้องเสียไปกับการแก้ไขปัญหาไอที และเพิ่มความอุ่นใจว่าข้อมูลสำคัญขององค์กรจะไม่สูญหายอีกด้วย

ถือได้ว่าเป็นอีกแพลตฟอร์มสำหรับองค์กร และสไตล์การทำงานของปี 2021 รวมถึงในอนาคต ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ว่าสไตล์การทำงานเปลี่ยนไป และเกิดปัญหาใหม่มากแค่ไหน ก็วางใจได้ว่าแพลตฟอร์ม Intel vPro 11th Gen จะช่วยให้การตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ทำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว อุ่นใจ จากทุกมุมโลกแน่นอน

No Description

ศึกษาข้อมูล Intel vPro เพิ่มเติมได้ที่ https://intel.ly/39JVvEc

สนใจสั่งซื้อสินค้าพร้อมแพลตฟอร์ม Intel vPro สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้ดังนี้

Ingram
https://intel.ly/3zK9PXB
กรุงเทพ : th-allbkksales@ingrammicro.com
ต่างจังหวัด : th-upcountry@ingrammicro.com

SiS
https://intel.ly/3ufsMAq
email : sis@sisthai.com
Tel : 0-2020-3000

Synnex
https://intel.ly/39IbgeF
Add Line : @SynnexThailand
หรือคลิก : https://intel.ly/3kK7c3L

VST ECS
https://intel.ly/3ueoTMc
e-mail : pr@vstecs.co.th
Tel : 02-032-9999

from:https://www.blognone.com/node/125176

HP ประเทศไทยเปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง OMEN 16 รองรับ Intel และ AMD ราคาเริ่ม 45,990 บาท

HP เปิดตัว OMEN16 โน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 45,990 บาท ดีไซน์ยังคงคล้ายเดิมจากรุ่น Omen 15 มีพัดลมสองฝั่งเช่นกัน แต่คราวนี้ทาง HP ระบุว่าตัวใบพัดบางลง 2.5 เท่า และพัดเร็วขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบกับ Omen 15 และเป็นครั้งแรกบนแล็ปท็อป OMEN ที่มีฟังก์ชันลดแสงสีฟ้าผ่านการรับรอง Eyesafe®

โดย OMEN 16 จอแสดงผลขนาด 16.1 นิ้ว มีทั้งรุ่นซีพียู Intel Core™ i7-11800H หรือโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ 9 5900HX ซีรีส์, แรม DDR4 3200 MHz ความจุสูงสุด 32GB, สตอเรจ PCIe Gen 4×4 SSD ใส่ความจุสูงสุด 1TB หรือ PCIe SSD ด้วยความจุสูงสุด 1TB สองตัวที่รองรับ Raid 0, ความจุของแบตเตอรี่ได้รับการอัปเกรดจาก 52.5Whr ไปถึง 70Whr เพิ่มระยะการใช้งาน 17%-33%

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E และพอร์ต Thunderbolt 4 นอกจากนี้ ตัวแล็ปท็อปใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลสำหรับฝาครอบ ส่วนตัวลำโพงใช้การผสมผสานจากวัสดุรีไซเคิลทั้งพลาสติกและขยะจากทะเล รวมถึงแป้นกด KB ก็ทำจากพลาสติกรีไซเคิลด้วย

alt="HP ประเทศไทยเปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง OMEN 16"

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125175

อินเทลเปิดตัวซีพียู Nios V/m สถาปัตยกรรม RISC-V สำหรับใช้กับ FPGA

อินเทลเปิดตัวซีพียู Nios V/m สถาปัตยกรรม RISC-V:RV32IA แบบ 32 บิต เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์แบบ pipeline 5 ชั้น สำหรับการคอมไพล์ลงไปใน FPGA

ซีพียูตระกูล Nios เป็นซีพียูแบบซอฟต์แวร์ (soft core) ที่อินเทลได้มาจากบริษัท Altera ซึ่งผู้ผลิตชิป FPGA มักมีซีพียูรูปแบบนี้ไว้ให้กับลูกค้า แต่เดิมซีพียู Nios II เป็นสถาปัตยกรรมเฉพาะที่ต้องมีทั้งซีพียูและซอฟต์แวร์ เช่น คอมไพล์เลอร์ และไลบรารีพื้นฐาน การเปลี่ยนมาใช้ RISC-V ทำให้อินเทลสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ร่วมกับโครงการโอเพนซอร์สอื่นๆ ได้

ลูกค้าที่ FPGA ของอินเทลอยู่แล้วสามารถดาวน์โหลดซีพียูตัวนี้มาใช้งานได้ฟรี

ที่มา – Intel

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125131

อินเทลเปิดตัวชิปจำลองสมอง Loihi 2 จำลองสมอง 1 ล้านนิวรอน

อินเทลเปิดตัวชิปวิจัยวงจรจำลองสมอง Loihi 2 ตัวต่อจากชิป Loihi ที่เปิดตัวเมื่อปี 2017 แต่ละชิปสามารถจำลองนิวรอนได้ 1 ล้านนิวรอน พร้อมจุดเชื่อมต่อ (synapse) จำนวน 120 ล้านจุด

วงจรภายในของชิป Loihi เป็นคอร์นิวรอนที่เป็นการคำนวณแบบแมทริกซ์เพื่อคำนวณผลของสัญญาณกระตุ้น (spike) จากภายนอกคอร์ แต่ละคอร์เชื่อมต่อกันด้วยระบบเน็ตเวิร์คในชิป (network-on-chip – NoC) เชื่อม 128 คอร์เข้าด้วยกัน

เฟรมเวิร์ค Lava ที่เปิดตัวมาพร้อมกันเป็นเฟรมเวิร์คภาษา Python ที่สามารถใช้งานกับคอมพิวเตอร์ที่มีชิปกราฟิกแบบเดิมๆ ได้เพื่อพัมนาแอปพลิเคชั่นก่อนที่จะได้ลองใช้ชิปจำลองสมองจริงๆ อินเทลจะเปิดโค้ดออกมาภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยโค้ดสามารถนำไปรันบนชิป Loihi 1 และ 2 ได้ภายหลัง

No Description

ตอนนี้ชิป Loihi ยังเปิดให้ใช้งานในหมู่นักวิจัยเท่านั้น โดยกลุ่ม Intel Neuromorphic Research Community (INRC) ที่เป็นเครือข่ายของอินเทลมีสมาชิก 150 องค์กรแล้ว นอกจากนี้ Loihi 2 ยังเป็นชิปที่ใช้กระบวนการผลิต Intel 4 ก่อนชิปเชิงการค้าที่อินเทลคาดว่าจะเริ่มผลิตเพื่อขายปลายปี 2022

ที่มา – Intel

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125030

MSI Summit E13 Flip Vs MSI Summit E16 Flip สองศรีพี่น้องนี้ตอบโจทย์ผู้ใช้กลุ่มไหนบ้าง?

MSI Summit E13 Flip กับ MSI Summit E16 Flip พี่น้องซีรี่ส์ Summit เพื่อคนทำงาน แต่ตัวไหนจะตอบโจทย์ของเราที่สุดนะ?

msi cover

MSI Summit E13 Flip กับ MSI Summit E16 Flip ทั้งสองพี่น้องในซีรี่ส์ Summit ที่ทาง MSI ออกแบบมาเพื่อลูกค้าที่เป็นคนทำงานโดยเฉพาะและชูจุดเด่นเรื่องอัตราส่วนหน้าจอกับตัวเครื่องที่เป็น Golden Ratio, พับตัวเครื่องกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้รวมทั้งมี MSI Pen ที่เป็น USI Stylus เอาไว้เขียนหน้าจอเพื่อสเก็ตช์ออกแบบหรือเอาไว้ใช้จด, เขียนโน้ตหรือว่าเซ็นเอกสารได้สะดวกขึ้นมาก

แต่ถึงจะน่าใช้แค่ไหนก็ตาม แต่เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะตั้งคำถามว่า แล้วงานของตัวเองจะเหมาะกับ MSI Summit รุ่นไหน? สเปคอะไรที่ซื้อมาถึงจะตอบโจทย์การำใช้งานของเราที่สุด ในบทความนี้เราจะมาเจาะสเปคและฟีเจอร์เด่นแบบเน้นๆ ว่าถ้าจะซื้อทั้งสองรุ่นนี้แต่ยังตัดสินใจเด็ดขาดไม่ได้ว่าจะจบกับรุ่นไหน ก็สามารถดูแนวทางการเลือกในบทความนี้กันก่อนได้เลย

e16
kv laptop

เทียบสเปค MSI Summit E13 Flip กับ MSI Summit E16 Flip

สำหรับ Summit E13 Flip และ Summit E16 Flip ทั้งสองรุ่นมีสเปคใกล้เคียงกันพอสมควร แต่จะมีจุดแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย เช่น รุ่นของซีพียู, การ์ดจอ, พอร์ตเชื่อมต่อ เป็นต้น ซึ่งถ้าสรุปสเปคโดยคร่าวๆ จะเป็นดังนี้

สเปคของ MSI Summit Summit E13 Flip Summit E16 Flip
ซีพียู Intel Core i7-1185G7

แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.0-4.8 GHz

Intel Core i7-1195G7

แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0 GHz

การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics G7 NVIDIA GeForce RTX 3050
แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB M.2 NVMe ความจุ 1TB
แรม ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266 MHz ความจุ 16GB DDR4
บัส 4266 MHz
หน้าจอ หน้าจอทัช 13.4 นิ้ว
ความละเอียด Full HD+ (1920×1200) พาเนล IPS

91% sRGB, 70% AdobeRGB

รองรับ MSI Pen

หน้าจอทัช 16.1 นิ้ว
ความละเอียด QHD+
(2560×1600) พาเนล IPS

100% sRGB, 89% AdobeRGB, 91% DCI-P3

รองรับ MSI Pen

พอร์ตและการเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 1

MicroSD Card Reader x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

MicroSD Card Reader x 1

HDMI x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2

ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
น้ำหนักเครื่อง 1.3 กิโลกรัม 2.1 กิโลกรัม

ถ้ามองเผินๆ แล้วจะเห็นว่าสเปคของทั้งสองรุ่นนี้ใกล้เคียงกันพอสมควร อาจจะแตกต่างกันบ้างในบางส่วน เช่น จำนวนพอร์ต, การ์ดจอแยก, รุ่นซีพียูและความละเอียดหน้าจอ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการใช้งานมากทีเดียว รวมทั้งแยกกลุ่มผู้ใช้กันอย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งถ้าจะเอาโน๊ตบุ๊คทั้งสองเครื่องมาเทียบกันหาข้อแตกต่างก่อนซื้อแล้ว จะมีจุดที่เอามาเทียบกันก่อนซื้อได้ทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่

สเปคและความแรง

MSI Summit E16 Flip DSC06737

ในส่วนของสเปคและความแรงนั้น จุดโฟกัสหลักๆ จะอยู่ที่ซีพียู, การ์ดจอ, SSD และแรมในตัวเครื่อง ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ถ้ายกยอดในส่วนของแรม 16GB DDR4 ที่มีเท่ากันและ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ที่มีเท่ากันแต่ความเร็ว Sequential Read, Sequential Write อาจจะต่างกันบ้างออกไปแล้ว จะเห็นว่า MSI Summit E13 Flip และ MSI Summit E16 Flip นั้น จะใช้ซีพียูรุ่นที่ใกล้เคียงกันทีเดียว คือ

  • MSI Summit E13 Flip : Intel Core i7-1185G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.0-4.8 GHz
  • MSI Summit E16 Flip : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0 GHz

จะเห็นว่าทั้งสองรุ่นเป็น Intel Core i7 รุ่นที่ 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake ประสิทธิภาพสูงด้วยกันทั้งคู่ แต่จะเห็นว่า E16 Flip จะใช้รุ่นที่มีความเร็วสูงกว่าเล็กน้อย ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นเวลาเอาไปใช้งานกับโปรแกรมที่ใช้พลังงานจากซีพียูหนักๆ จะเห็นว่าตัว Intel Core i7-1195G7 จะทำงานเสร็จเร็วกว่า Intel Core i7-1185G7 เล็กน้อย

ส่วนของการ์ดจอใน MSI Summit ทั้งสองรุ่นเองก็แตกต่างกันตามกลุ่มเป้าหมายที่ทาง MSI ออกแบบและจัดสเปคมา โดยการ์ดจอของ MSI Summit E13 Flip เป็น Intel Iris Xe Graphics G7 ซึ่งเป็นการ์ดจอออนบอร์ดของตัวซีพียูเอง ส่วน MSI Summit E16 Flip จะเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 ซึ่งเป้าหมายของการติดตั้งการ์ดจอแยกเข้ามาในโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ เพื่อช่วยเรื่องการเรนเดอร์ตอนแต่งภาพหรือตัดต่อวิดีโอได้รวดเร็วขึ้น หรือแม้แต่รองรับงานหนักๆ อย่างการทำ 3D CG ได้ด้วย

หน้าจอและปากกา

MSI Summit E16 Flip DSC06686

ส่วนของปากกา MSI Pen ที่เป็น USI Pen จะมีติดมาให้พร้อมตัวเครื่องทั้งสองรุ่นเลย สามารถใช้เขียนวาด จดและเซ็นเอกสารบนหน้าจอได้ และตั้งค่าใน Settings ของ Windows 10 ได้อีกด้วย ทำให้เรียกคำสั่งที่ใช้งานคู่กับปากกาเป็นประจำออกมาได้ทันที รวมทั้งตัวปากกายังตอบสนองการกดละเอียดถึง 4,096 ระดับ ซึ่งถือว่าไล่เลี่ยกับปากกาสไตลัสสำหรับวาดเขียนภาพหลายๆ รุ่นที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน

 

MSI Summit E13 Filp EVO Review
MSI Summit E16 Flip

ส่วนสเปคของหน้าจอของทั้งสองรุ่นนั้นจะเป็นหน้าจออัตราส่วน 16:10 ที่เป็น Golden Ratio และเป็นหน้าจอสัมผัสเหมือนกัน แต่ความละเอียดหน้าจอและขอบเขตสีต่างกันเล็กน้อย ดังนี้

  • Summit E13 Flip – หน้าจอ 13.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1920×1200) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 91% sRGB, 70% AdobeRGB
  • Summit E16 Flip – หน้าจอ 16.1 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (2560×1600) พาเนล IPS 100% sRGB, 89% AdobeRGB, 91% DCI-P3

จะเห็นว่าอัตราส่วนหน้าจอของทั้งสองเครื่องนั้นเป็น 16:10 ด้วยกันทั้งคู่ แต่ความละเอียดและขอบเขตสีของหน้าจอทั้งสองรุ่นจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยรุ่น Summit E13 Flip นั้นอยู่ที่ Full HD+ เท่านั้น แต่เมื่อเป็น Summit E16 Flip จะได้หน้าจอที่ความละเอียดสูงกว่าอย่างชัดเจน เพราะทาง MSI วางกลุ่มเป้าหมายของทั้งสองรุ่นร่วมกันคือ เน้นกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นฝ่ายติดต่อประสานงาน, Account Executive, นักธุรกิจ โดยเฉพาะคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพดีไว้ใช้งานและเสริมลุคให้ดูภูมิฐานขึ้นได้ด้วย

แต่สำหรับ Summit E16 Flip จะจัดสเปคมารองรับคนทำงานกราฟฟิคหรือครีเอทีฟด้วย ซึ่งสังเกตได้จากการ์ดจอแยกและหน้าจอของตัวเครื่องที่มีความละเอียดสูงขึ้นเป็น QHD+ และขอบเขตสีกว้างระดับ 100% sRGB, 89% AdobeRGB, 91% DCI-P3 รวมทั้งมีค่า Delta-E <2 ช่วยการันตีว่าสีสันบนหน้าจอมีความแม่นยำสูง สามารถใช้ทำงานครีเอทีฟและสีสันได้เลย

ขนาดตัวเครื่อง, พอร์ตและแบตเตอรี่

MSI Summit E13 Filp EVO Review 36
MSI Summit E13 Filp EVO Review 37

MSI Summit E16 Flip DSC06742
MSI Summit E16 Flip DSC06743

ด้านพอร์ตของทั้งสองรุ่น จากตารางสเปคโดยสรุปด้านบนนี้จะเห็นว่าต่างติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ 2 พอร์ตด้วยกันทั้งคู่ แต่ Summit E13 Flip จะมีพอร์ต USB-C มากกว่ารุ่น Summit E16 Flip อยู่ 1 ช่อง แต่จะไม่มี HDMI และมี USB-A 3.0 น้อยกว่าอย่างละ 1 ช่องด้วยกัน นั่นเพราะรุ่น Summit E13 Flip จะเน้นเรื่องความบางเบาพกพาง่าย และถ้าจะต่อหน้าจอแยกก็มี Thunderbolt 4 ให้ใช้ ดังนั้นจึงเอา USB-C Multiport adapter หรือพอร์ตแปลงมาต่อได้เลย

สุดท้ายในส่วนของแบตเตอรี่ MSI Summit E13 Flip มีความจุ 68 Wh และเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel EVO ที่ทาง MSI เคลมเอาไว้ว่าสามารถใช้ทำงานต่อเนื่องได้นานสุดถึง 20 ชั่วโมงทีเดียว จึงเหมาะกับคนที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนเป็นประจำ ส่วน MSI Summit E16 Flip ที่ติดตั้งการ์ดจอแยกเอาไว้แล้วเน้นผู้ใช้ที่ทำงาน 3D CG ร่วมด้วย จากการรีวิวแล้วจะใช้งานได้ร่วม 10 ชม. ซึ่งถือว่าทำงานได้ดีไม่เลวเช่นกัน

ซึ่งทั้ง 3 จุดหลักที่ผู้เขียนหยิบมาพูดถึงนั้น เป็นเพียงปัจจัยพิจารณาหลักๆ สำหรับผู้ใช้ที่กำลังจะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คทั้งสองเครื่องนี้ได้คิดกันก่อนซื้อ แต่อย่างไรก็ตาม MSI Summit ทั้งสองรุ่นนี้มีรีวิวโดยละเอียดให้อ่านที่เว็บไซต์ของทาง Notebookspec แล้ว ก็สามารถเลือกอ่านได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้

MSI Summit E13 Flip กับ MSI Summit E16 Flip ตอบโจทย์ผู้ใช้คนไหนบ้าง?

จากจุดแตกต่างของโน๊ตบุ๊คทั้ง 2 รุ่น จะเห็นว่าทาง MSI ออกแบบโน๊ตบุ๊คของตัวเองออกมาให้แตกต่างตอบโจทย์ผู้ใช้คนละกลุ่มอย่างชัดเจน ซึ่งถ้าให้แนะนำว่าโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นเหมาะกับผู้ใช้กลุ่มไหนบ้าง จากมุมของผู้เขียนจะเป็นดังนี้

MSI Summit E13 Filp EVO Review 69

สำหรับ MSI Summit E13 Flip ที่เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel EVO ที่ทางบริษัทเคลมระยะเวลาใช้งานได้ถึง 20 ชั่วโมง ใช้หน้าจอความละเอียด Full HD+ ขอบเขตสีกว้างและปากกา MSI Pen ให้มาพร้อมใช้งานนั้น จะเหมาะกับผู้ใช้ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยม หน้าจอขอบเขตสีกว้างเอาไว้ใช้งาน โดยเฉพาะทีม Account Executive ที่ต้องออกไปติดต่องานและเซ็นเอกสารต่างๆ เป็นประจำ, คนทำงานด้านเอกสารอย่างคนขายประกันชีวิตที่ต้องให้ลูกค้าเซ็นกรมธรรม์บ่อยๆ จะเลือกซื้อรุ่นนี้เอาไว้ใช้งานก็น่าสนใจเช่นกัน

MSI Summit E16 Flip DSC06700

 

MSI Summit E16 Flip เองนอกจากจะคร่อมกลุ่มลูกค้าร่วมกันกับรุ่น Summit E13 Flip แล้ว ยังเหมารวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นครีเอทีฟและคนที่ต้องทำงานกับ 3D CG เป็นประจำด้วย เนื่องจากมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 ติดตั้งมาช่วยเรนเดอร์กราฟฟิคต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นรุ่นนี้จึงเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องเรนเดอร์ 3D CG, ตัดต่อคลิปหรือแต่งภาพมากกว่ารุ่น Summit E13 Flip ที่ไม่มีการ์ดจอแยกอย่างชัดเจน ดังนั้นถ้าใครรู้ว่าขอบเขตงานของตัวเองมีเรื่องของงานกราฟฟิคล่ะก็ แนะนำให้ขยับขึ้นมาเลือกซื้อรุ่นนี้ได้เลย

จะเห็นว่าเมื่อจับสเปคของ MSI Summit Series ทั้งสองรุ่นมาวางเทียบกันแล้ว ก็จะเห็นว่าทางผู้ผลิตจัดสเปคมาให้แยกกลุ่มลูกค้ากันอย่างชัดเจน ซึ่งถ้าผู้อ่านคนไหนรู้ว่าขอบเขตงานของตัวเองอยู่ระดับไหน เน้นเรื่องพกพาเครื่องไปทำงานนอกสถานที่หรือเน้นเรื่องประสิทธิภาพและการ์ดจอแยกเป็นหลัก ก็เลือกซื้อเครื่องให้ตรงกับโจทย์การใช้งานของตัวเองได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

MSI Summit E13 Flip EVO

msi summit cover

from:https://notebookspec.com/web/615236-msi-summit-e13-flip-msi-summit-e16-flip

ก้าวสู่การทำงานยุคใหม่กับ Intel vPro® เจนเนอเรชั่น 11 ประสิทธิภาพที่มาพร้อมกับความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์และความง่ายในการจัดการ

การพึ่งพาการทำงานผ่านระบบออนไลน์ การโจมตีทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และการจัดการคอมพิวเตอร์จำนวนมาก สิ่งเหล่านี้คือโจทย์สำคัญที่องค์กรต้องวางแผนในการเลือกใช้งานคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลใหม่ๆในปัจจุบัน และเป็นโจทย์ที่ทำให้ Intel พัฒนาแพลตฟอร์ม Intel vPro® ขึ้นมาจนถึงเจนเนอเรชั่น 11 ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวมาในปี 2021 นี้

ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักกับแนวคิดและเทคโนโลยีความสามารถที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Intel vPro® เจนเนอเรชั่น 11 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อพีซีธุรกิจโดยเฉพาะ

Intel vPro® คืออะไร

Photo: Intel

Intel vPro® คือแพลตฟอร์มของฮาร์ดแวร์สำหรับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการใช้งานในองค์กรโดยเฉพาะ Intel ได้ออกแบบแพลตฟอร์มนี้ผ่านมุมมองขององค์กร ที่นอกจากจะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์แล้ว ยังมีโจทย์ที่สำคัญของการดูแลจัดการอุปกรณ์จำนวนมาก และการรักษาความปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน โดยแพลตฟอร์ม Intel vPro® เน้นเพิ่มประสิทธิภาพใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ 

  • ประสิทธิภาพในการทำงานอุปกรณ์
  • การรักษาความปลอดภัย 
  • ความง่ายในการจัดการอุปกรณ์ และ
  • ความเสถียรของตัวอุปกรณ์

ซึ่งนอกจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แล็ปท็อป และ Workstation แล้ว Intel vPro® ยังเป็นเบื้องหลังของอุปกรณ์ดิจิทัลอีกหลายประเภท เช่น ป้ายดิจิทัล ตู้ Kiosk และอุปกรณ์เครื่องจักรในอุตสาหกรรมต่างๆ

Intel vPro® เจนเนอเรชั่น 11 – เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป ฮาร์ดแวร์ก็ต้องปรับตาม

การเข้ามาของโรคระบาดโควิด 19 นั้นเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานขององค์กรทั่วโลกไปเป็นอย่างมาก องค์กรส่วนใหญ่ปรับให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ และสร้างระบบงานที่พึ่งพาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีออนไลน์มากขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงนี้จะคงอยู่กับองค์กรจำนวนมากต่อไปแม้การระบาดของโรคจะจบลง จึงเกิดขึ้นเป็นโจทย์ใหม่ว่า องค์กรจะทำอย่างไรให้พนักงานได้รับประสบการณ์การทำงานที่ดีและปลอดภัยจากการโจมตีต่างๆ และในขณะเดียวกันองค์กรก็ได้รับประสบการณ์ที่ดีในการจัดการเรื่องราวเหล่านี้ให้เกิดขึ้นเช่นกัน Intel vPro เจนเนอเรชั่น 11 จึงถือกำเนิดขึ้นเป็นคำตอบของโจทย์ที่ว่านี้

Photo: Intel

ในเจนเนอเรชั่นที่ 11 Intel vPro® ยังคงแนวคิดเดิมที่จะมอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความมั่นคง และความสะดวกให้กับทั้งผู้ใช้งาน และแผนก IT ผู้ดูแลอุปกรณ์ โดยมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ธุรกิจสามารถรับประโยชน์ได้ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งาน โดยสิ่งที่น่าสนใจที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Intel vPro® เจนเนอเรชั่น 11 มีดังนี้

ประสิทธิภาพในการทำงาน

  • Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 11 เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวม เชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น และประหยัดแบตเตอรี่มากกว่าเดิม
  • รองรับกราฟิก Intel® Iris® Xe ซึ่งมาพร้อมกับ GPU ที่ทรงพลังสำหรับการทำงานสร้างสรรค์และความบันเทิง
  • รองรับ Thunderbolt 4 ในการเชื่อมต่อและ Intel® Wi-Fi 6/6E (Gig+) ทีมีความเร็วที่เหนือกว่า
  • หน่วยประมวลผล Intel® Core vPro® เจนเนอเรชั่น 11 ถูกออกแบบมาให้รองรับเทคโนโลยี AI และเทคโนโลยีอื่นๆในอนาคต โดยมีประสิทธิภาพแรงกว่า  Intel® Core vPro® เจนเนอเรชั่น 8 กว่า 8 เท่า 

การรักษาความปลอดภัย 

  • เทคโนโลยี Intel® Hardware Shield ช่วยปิดการโจมตีและปกป้องอุปกรณ์ใน 3 ระดับ ได้แก่ 
    • การเฝ้าระวังการโจมตีจากการทำงานของ GPU และ CPU เช่นเทคโนโลยี Intel® Control-flow Enforcement Technology (Intel® CET) ที่จะช่วยป้องกันการโจมตีแบบ Control-flow hijack
    • การรักษาความปลอดภัยของแอปพลิเคชันและข้อมูลด้วย Virtualization การเข้ารหัส Encryption และการป้องกันหน่วยความจำ
    • ความปลอดภัยในระดับที่ลึกกว่าระบบปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีบนตัวฮาร์ดแวร์ที่จะปกป้อง BIOS และ Boot Flow
  • มีระบบ AI ในฮาร์ดแวร์ที่ช่วยตรวจจับภัยคุกคาม หยุดการโจมตีของ Ransomware และการลักลอบเข้ามาขุดเหรียญ Cryptocurrency 

ความง่ายในการจัดการอุปกรณ์

  • ระบบจัดการที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารและควบคุมอุปกรณ์ทุกประเภท ตั้งแต่แล็ปท็อป ป้ายดิจิทัล ไปจนถึงอุปกรณ์ IoT อื่นๆ
  • Intel® Active Management Technology และระบบ Endpoint Management Assistant (Intel® EMA) บนคลาวด์จะช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการ รักษาความปลอดภัย และให้การซัพพอร์ตพนักงานจากระยะไกล โดยมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้ฝ่าย IT สามารถเข้าไปยังตัวเครื่องเพื่อแก้ไขปัญหา แม้ในตอนที่อุปกรณ์มีการปิดเครื่อง หรือระบบปฏิบัติการค้างไม่ตอบสนอง*

ความเสถียรของตัวอุปกรณ์

  • ทุกส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์บนแพลตฟอร์ม Intel vPro® ในเจนเนอเรชั่น 11 นั้นได้รับการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดผ่านกระบวนการของ Intel® Stable IT Platform Program (Intel® SIPP) ซึ่ง Intel จัดทำร่วมกับ OEM ตลอดทั้งปี เพื่อสร้างฮาร์ดแวร์ที่มั่นใจได้ว่าจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องเปลี่ยนไปอีกอย่างน้อย 15 เดือน

รูปแบบการทำงานในปัจจุบันนั้นมีการพึ่งพาคอมพิวเตอร์และระบบ IT มากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความพึ่งพานี้มากขึ้นไปอีกเมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนา การจัดหาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับงานให้กับพนักงาน ซึ่งนอกจากประสิทธิภาพและความเหมาะสมกับลักษณะงานแล้ว การจัดการอุปกรณ์ และการรักษาความปลอดภัยก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่องค์กรจะต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่ความหละหลวมหรือการไม่มีระบบจัดการที่ดีอาจก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่าสูงขึ้นได้ 

แพลตฟอร์ม Intel vPro เจนเนอเรชั่น 11 เป็นหนึ่งเทคโนโลยีล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่ออุปกรณ์ที่ใช้งานในองค์กรโดยเฉพาะ ครอบคลุมความต้องการของจากทางพนักงาน ที่ต้องการอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ดีและสะดวก และความต้องการขององค์กรที่เน้นการบริหารอุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย หากต้องการศึกษาเกี่ยวกับฟีเจอร์ต่างๆของ Intel vPro® เจนเนอเรชั่น 11 โดยละเอียด สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.thailand.intel.com/content/www/th/th/architecture-and-technology/vpro/vpro-platform-general.html

from:https://www.techtalkthai.com/11th-gen-intel-vpro-performance-security-modern-business-pc/