คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL

Review – จัดสเปคคอม 2020 เล่นเกม AAA ปรับ High ลื่นๆ Intel Gen 10 กับ RTX 2070 ในงบ 39,000 บาท ประกอบพร้อมเล่น Cool!

สำหรับใครที่กำลัง จัดสเปคคอม รุ่นใหม่ เอามาเล่นเกมโหดๆ ทำงานได้ วันนี้เรามาแนะนำงบกลางๆ แต่ได้ซีพียู Intel Gen 10 พร้อมการ์ดจอ RTX 2070 SUPER เคสสวยๆ และชุดน้ำปิด สเปคสำหรับ เกมออนไลน์ ไปจนถึงเกมระดับ AAA เฟรมเรตลื่นๆ

จัดสเปคคอม

โดยสเปคคร่าวๆ ของการ จัดสเปคคอม ในวันนี้ ประกอบด้วย ซีพียู Intel Core i5-10600K รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ให้ความเร็ว Turbo Boost สูงถึง 4.8GHz ทำงานในแบบ 6 core/ 12 thread จับคู่มากับเมนบอร์ด H460 จากทาง ASRock ที่มีฟีเจอร์เด็ดมาครบครัน แรม Thermaltake TOUGHRAM RGB 16GB เพื่อให้ใช้งานได้ลื่นขึ้น SSD 512GB SATA III จาก Corsair พร้อมทั้งการ์ดจอตัวแกร่ง RTX 2070 SUPER จาก GALAX และเคสสวยๆ ด้วยไฟพัดลม RGB จากทาง ANTEC และที่สำคัญชุดระบายความร้อนด้วยน้ำตอนเดียวจาก DEEPCOOL

จัดสเปคคอม

หัวใจหลักในการ จัดสเปคคอม ประกอบคอมครั้งนี้ อยู่ที่ซีพียู Intel Core i5-10600K กับความแรงสัญญาณนาฬิกาเริ่มต้นที่สูงถึง 4.1GHz เหนือกว่าซีพียูในรุ่นปกติทั่วไป ที่เริ่มต้นในระดับ 3.xxGHz เท่านั้น ซีพียูรุ่นนี้ทำงานในแบบ 6 core/ 12 thread จุดเด่นอยู่ที่รหัส “K” เอาใจสายโอเวอร์คล็อก หรือถ้าคุณจะได้ไม่ได้สนใจเรื่อง OC แต่ก็จะได้เรื่องความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้น เหมาะอย่างยิ่งทั้ง เกมเมอร์ คนทำงานซอฟต์แวร์ที่ต้องการ Core/ thread จำนวนมาก ใช้ในการเรนเดอร์กราฟิก หรืองานตัดต่อวีดีโอ ราคาเคาะอยู่ที่ประมาณ 9,600 บาท เท่านั้น

จัดสเปคคอม

ส่วนแรมในครั้งนี้เป็นแรม RGB จากทาง Thermaltake TOUGHRAM DDR4 3200 16GB (8GB x2) เพื่อเพิ่มความสวยงาม และความเร็วนั้น ก็เรียกว่าแทบจะกลายเป็นแรมพื้นฐานไปแล้วตอนนี้ ในกรณีที่ปรับไปใช้เมนบอร์ด Z490 ก็สามารถเร่งความเร็วแรมให้ทำงานได้เต็มที่มากขึ้น สนนราคาประมาณ 3,300 บาทเท่านั้น

จัดสเปคคอม

ใครที่ไม่ซีเรียสเรื่องความเร็วที่ต้องทะลุขีดสุด แต่ให้ความสำคัญกับความจุ Crucial P1 SSD SATA III รุ่นนี้ ตอบโจทย์คุณได้ กับความจุ 512GB มากพอสำหรับการติดตั้งเกมใหญ่ๆ ได้ 3-4 เกม และลงวินโดวส์ โปรแกรมพื้นฐานให้ใช้งานได้แบบไม่อึดอัดเกินไปนัก แต่ถ้าต้องการความเร็วที่สูงขึ้นกว่านี้ ทางเลือกที่เป็น SSD M.2 NVMe ระดับ 500GB ขึ้นไป ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน อาจจะเลือกรุ่นพื้นฐาน งบประมาณอาจเพิ่มขึ้น 1,000-2,000 บาท เท่านั้น

จัดสเปคคอม

ตามจริงแล้ว หากคุณใช้ซีพียู “K” series การเลือกเมนบอร์ดที่ OC ได้อย่างเช่น Z490 อาจจะเป็นทางออกที่น่าสนใจกว่า แต่ถ้ามองว่าอยากได้ซีพียูความเร็วสูงตั้งแต่ Base clock อย่างเช่น Core i5-10600K รุ่นนี้ ก็อาจจะเลือกเมนบอร์ดที่รองลงมา เช่น B460 หรือ H470 แต่แน่นอนว่า ราคาที่ค่อนข้างสูงของ Z490 อาจจะทำให้คุณคิดหนัก ส่วนถ้า B460 จะราคาย่อมเยาลงมาเยอะ แม้ฟีเจอร์จะถูกลดทอนไปบ้าง แต่ในกรณีที่เน้นการเล่นเกมเป็นหลัก ASRock B460M Steel Legend นี้ ก็ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างสบายใจ ในราคาประมาณ 3,490 บาท

จัดสเปคคอม

ในการ จัดสเปคคอม ครั้งนี้ การ์ดจอที่นำมาใช้ แม้ว่าจะยังไม่ได้ใช้ตัวแรงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง RTX 3080 ที่ราคาก็แรงเอาเรื่อง ทางเลือกอย่าง RTX 2070 SUPER กับสเปคที่ไม่ธรรมดา ประสิทธิภาพก็จัดว่าเข้าคู่กับ Core i5 ได้ดี วันนี้เป็นการ์ดจาก GALAX EX Gamer Black Edition มาพร้อม CUDA 2560 ชุด VRAM GDDR6 8GB 256-bit สเปคจี๊ดๆ แบบนี้ ถือว่าสามารถรีดเฟรมเรตให้กับคอมสเปคนี้ได้ และยังมาพร้อมพัดลม 3 ตัว ช่วยการระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี ราคาอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท

ประกอบกันเลยดีมั้ย?

จัดสเปคคอม

เมื่ออุปกรณ์มาพร้อมกันทั้งหมดแล้ว ก็ลุยกันเลยดีกว่า เริ่มต้นด้วยการแกะทุกสิ่งอย่าง เปิดเคสทุกด้านออกมา เพื่อเตรียมสำหรับติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลาย และอุปกรณ์อื่นๆ ไปตามขั้นตอน

จัดสเปคคอม

ติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลาย โดยเราใช้ DEEPCOOL DQ850-M มาใช้กับเซ็ตนี้ ซึ่งหากดูจากการใช้พลังงานแล้ว 650-750W ก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่อาจจะตึงๆ ไปบ้าง ในช่วงที่ Full-load ดังนั้น 850W 80 Plus Gold รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้มาก กับการจ่ายไฟ +12V ในแบบ Single-rail 70.5W สูงสุด 846W รับประกัน 10 ปี ราคาแค่ 3,990 บาท เท่านั้น จ่ายตอนนี้ใช้กันไปแบบยาวๆ

จัดสเปคคอม

ถึงเวลาเตรียมเมนบอร์ด ก่อนจะติดตั้งลงไปในเคส โดยเมนบอร์ดรุ่นนี้เป็นซ็อกเก็ต LGA1200 รองรับซีพียู Intel Gen 10 รุ่นใหม่โดยเฉพาะ ขั้นแรกให้ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-10600K ที่เตรียมเอาไว้ ลงไปในซ็อกเก็ต

แกะที่ปิดฝาครอบสีดำออกก่อน จากนั้นดึงกระเดื่องตัวล็อค แล้วใส่ซีพียูลงไป แล้วปิดตัวล็อคกลับตามขั้นตอนเดิม

หน้าตาของซ็อกเก็ตและซีพียู เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว แต่ก่อนที่จะนำลงไปในเคส ต้องติดตั้งชุดระบายความร้อนให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยในครั้งนี้เราใช้ชุดน้ำปิดสวยๆ มาใช้ร่วมกับซีพียูรุ่นนี้

ในการ จัดสเปคคอม ปกติแล้ว ซีพียู Intel Core Gen 10 รุ่นใหม่ ค่า TDP ค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นข้อดี และมีเทคโนโลยีในการจัดการความร้อนและพลังงานได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว จะเลือกใช้ฮีตซิงก์พัดลมก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่กรณีที่ต้องการความเงียบและความสวยงาม ตัวเลือกที่เป็นชุดน้ำปิด DeepCool GAMMAXX L120 รุ่นนี้ก็น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีปั้มน้ำ พร้อมตัวระบายความร้อนที่ดีแล้ว ยังมาพร้อมแสงไฟ RGB ในราคาสบายกระเป๋าแค่พันกว่าบาทเท่านั้น

เนื่องจากเคส ANTEC NX600 มีพื้นที่สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ที่เป็น Storage มากมาย เช่นเดียวกับพื้นที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดวาง SSD พร้อมตัวล็อคได้อีกด้วย ไม่เกะกะพื้นที่ แถมยังวางได้อย่างแนบเนียน แต่เมื่อติดตั้งแล้ว อย่าลืมต่อสาย SATA และไฟเลี้ยงจากเพาเวอร์ซัพพลายให้พร้อมด้วยนะ

หลังจากนั้นให้ติดตั้งแรมและการ์ดจอลงไป จะเห็นว่าการ์ดจอ GALAX RTX 2070 SUPER รุ่นนี้ มาพร้อม 3 พัดลม เลยทำให้มิติยาวขึ้น แต่เคส NX600 นี้ ก็ยังเอาอยู่ อย่างไรแล้วใครที่จะเล่นการ์ดจอใหญ่ ก็อย่าลืมเลือกเคสที่มีพื้นที่เผื่อการติดตั้งไว้ด้วยนะครับ และแนะนำว่าหากต้องการจะจัดเก็บสายให้เรียบร้อย ลองหาซื้อสายแพแบบต่อเพิ่มมาใช้ จะดูเรียบเนียนตายิ่งขึ้น

จัดสเปคคอม

เมื่อประกอบเสร็จ ก็ลงวินโดวส์ และไดรเวอร์ให้เรียบร้อย จากนั้นก็พร้อมสำหรับการใช้งานแล้ว จะเห็นได้ชัดว่าแสงสีมาเต็ม สวยงามขึ้นเยอะเลย

มาดูผลการทดสอบ

CPU-z 1.93: หัวใจหลักในการทำงานของระบบ ซีพียู Intel Core i5-10600K ความเร็ว Boost 4.8GHz และมี 6 core/ 12 thread และ Cache ขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การใช้งานในหลายรูปแบบ มาพร้อมแรม DDR4 3200 16GB และเมนบอร์ด B460 จาก ASRock

PCMark 10: เป็นสิ่งที่อ้างอิงถึงความสามารถของระบบได้ดีที่สุดอีกโปรแกรมหนึ่ง ด้วยตัวเลขที่มากถึง 6,285 คะแนน สามารถทำในส่วนของ Productivity ได้ดี และคะแนนของ Photo Editing ก็ยังร้อนแรงไม่เบา โดยภาพรวมต้องถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว

CINEBench R20: ให้ผลการทดสอบที่น่าสนใจเลยทีเดียว โดยผลจะอิงกับความสามารถของซีพียูเป็นหลัก ซึ่งซีพียู Intel Core i5-10660K นี้ แสดงพลังสำหรับการทำงานด้านกราฟิก และการเรนเดอร์ออปเจกต์ได้อย่างน่าทึ่ง เพราะสามารถทำคะแนนแซงซีพียู Xeon ที่แม้จะเป็นรุ่นเก่า และมี Core/ Thread มากกว่าก็ตาม ด้วยคะแนนที่สูงถึง 3474 pts เลยทีเดียว

Battlefield V – Low settings:

Battlefield V – Ultra settings:

สำหรับเกม Battlefield V ก็ยังคงใช้ทรัพยากรหนักหน่วงพอสมควร เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเกม AAA ที่ค่อนข้างหิน กินแรงเครื่อง แต่สำหรับสเปคจาก Intel Gen 10 เมื่อเข้าคู่กับ RTX 2070 SUPER นี้ ก็ดูจะเป็นผ่อนหนักเป็นเบาได้ กับการรีดพลังของการ์ดจอได้แบบสุดๆ แทบจะไม่ต่ำกว่า 80-98% ขึ้นไป และเฟรมเรตในการปรับ Ultra ก็ยังได้แตะที่ 100fps++ ได้อีกด้วย แม้จะไม่ได้ปรับเรื่องของ AA มากมายรัก แต่ภาพก็ยังสวยด้วยตัวกราฟิกของเกม

PUBG – Low settings:

จัดสเปคคอม

PUBG – Ultra settings:

มาถึงเกมยอดฮิตติดชาร์ทตลอดกาล PUBG เฟรมเรตในโหมด Ultra ก็มาแบบไหลๆ ระดับ 150fps ขึ้นไป นับว่าเป็นอะไรที่ชื่นใจคอเกม โดยที่ไม่ต้องลดคุณภาพของภาพให้ลื่นแต่อย่างใด คุณสามารถเล่นไปชมนกชมไม้ สายลมพริ้วตามใบหญ้าแบบนั้นเลยครับ ส่วนถ้าลองปรับเป็น Low settings ภาพก็วิ่งไปแตะ 200fps ให้เห็นเรื่อยๆ เอาใจคอเกมที่มีจอเกิน 165Hz น่าจะเพลิดเพลินกับการเล่นได้ดี

GTAV – Normal settings:

GTAV – Very High settings:

อีกเกมที่เรียกพลังจากซีพียูได้ดี แต่สำหรับ Core i5-10600K ก็ยังคงสร้างความมั่นใจให้กับคอเกมได้เช่นเคย กับการใช้พลังไปแค่ครึ่งเดียว แต่สามารถเร่งเฟรมเรตแตะระดับ 150-160fps บนโหมด Normal ได้ไม่ยาก รวมถึงโหมด Very High คุณยังไปต่อได้ ด้วยการเพิ่มโหมดลบรอยหยัก หรือปรับแต่งความสวยงามได้ตามใจชอบ ในขณะที่เฟรมเรตแตะๆ ระดับ 100fps เลยทีเดียว กับภาพที่สวยงาม เอฟเฟกต์ลื่นไหล โดนใจคอเกมภาพสวยแน่นอน

จัดสเปคคอม

DOTA 2 – Best looking:

DOTA 2 – Fastest:

แต่สำหรับ DOTA 2 ทั้งโหมดภาพสวยงาม และเน้นเฟรมเรตความต่อเนื่องในการเล่นเกม กลับทำได้ไล่เลี่ยกันจนน่าแปลกใจ แม้ว่าภาพที่เห็น จะมีความสวยงามต่างกันทั้ง 2 โหมด แต่ตัวเลขก็ยังเกาะที่ 110fps เป็นอย่างน้อย พร้อมกับใช้พลังของซีพียูไปนิดหน่อยเท่านั้น ดังนั้นสาย MOBA ก็แทบจะไม่ต้องกังวลกับเกมแนวนี้ ซีพียู Intel Gen 10 นี้ ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน

สรุปค่าใช้จ่ายในการ จัดสเปคคอม ประกอบคอม Intel Gen 10 นี้ รวมอยู่ที่ 38,000 บาท โดยประมาณ ซึ่งผลการทดสอบส่วนใหญ่ จะเห็นว่าซีพียูยังมีพลังเหลือสำหรับการทำงานส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะคนที่จะใช้ในการแคสสตรีมในระดับ Full-HD ก็ยังพอไหว และตัวเลขเฟรมเรตในเกม ก็ยังไปแตะ 100fps ในเกือบทุกการทดสอบ ตรงจุดนี้ต้องถือว่าคอมชุดนี้สอบผ่านในแง่การเล่นเกมได้อย่างง่ายดาย ส่วนถ้าใครมองว่ายังไม่อยากเล่น K series ตัวรองลงไป ที่เป็น F series ก็น่าสนใจ ลดค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าใครอยากขยับไปเล่น Z490 ร่วมกับซีพียูรุ่นนี้ ก็เพิ่มประมาณพันกว่าบาท ก็ได้เมนบอร์ดระดับเริ่มต้นมาใช้ รองรับการ OC เพิ่มได้ รวมถึงฟีเจอร์บางอย่างที่ถูกเติมเข้ามา หรือเลือกจะใช้แรมพื้นฐานไม่มี RGB ก็ลดลงไปอีกเกือบพันบาทเลยทีเดียว ดังนั้นชอบแบบไหน ก็เลือกกันได้ตามสะดวกครับ

from:https://notebookspec.com/review-pc-spec-intel-gen-10-gaming/538028/

[ไม่ยืนยัน] อินเทลได้ใบอนุญาตขายซีพียูให้หัวเว่ย

สำนักข่าวจีนรายงานอ้างแหล่งข่าวไม่ระบุตัวตน ระบุว่าอินเทลได้ใบอนุญาตขายซีพียูให้กับหัวเว่ยได้ต่อไป ทำให้หัวเว่ยสามารถพัฒนาโน้ตบุ๊กต่อไปได้

แม้ว่าจะได้ชิปจากอินเทล แต่กฎห้ามบริษัทนอกสหรัฐฯ ขายชิปให้หัวเว่ยก็เพิ่งมีผลบังคับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และบริษัทผู้ผลิตชิปอื่นๆ ก็เข้าคิวรอใบอนุญาตจากสหรัฐฯ กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Macronix, Micron, SK Hynix, Qualcomm, Samsung, และ SMIC ไปจนถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีสูงอื่นๆ ที่ไม่ใช้แค่ชิป เช่น เลนส์กล้อง หรือแผงวงจร หากบริษัทเหล่านี้ไม่ได้รับใบอนุญาตแบบเดียวกับอินเทลก็น่าจะกระทบธุรกิจโดยรวมอย่างหนักอยู่ดี

ที่มา – CGTN

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118571

Review – HP Pavilion 15 สเปก Intel Core i7-1065G7 การ์ดจอ MX250 จอ 15.6” IPS เบา 1.85 โล แบต 11 ช.ม. ราคา 23,990 บาท

ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว HP Pavilion 15 ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 (Ice Lake) ที่สุดในโน๊ตบุ๊คบางเบา อย่าง Core i7-1065G7 ที่ไม่ใช่แค่แรงขึ้น แต่มี AI ช่วยทำงานในตัว CPU เลย พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่อย่าง Iris Plus G7 ที่ทำให้ประสิทธิภาพกราฟฟิกดียิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ Intel Quick Sync ไม่ว่าจะดูหนังความละเอียดสูง 8K ทำงานเอกสารได้ไหลลื่น ทำกราฟฟิก photoshop ตอบสนองได้อยางรวดเร็ว ตัดต่อ Video โดยใช้ iGPU ทำงาน รวมถึงสตรีมมิ่งก็ทำได้อย่างง่ายดาย เครื่องบางเบา พกพาสะดวก แบตเตอรี่ยาวนาน ประสิทธิภาพทั้งหมดอยู่ใน Intel Core i Gen 10 U-Series

ที่สำคัญ HP Pavilion 15 มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.85 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟก็ลงตัวเหมือนกัน อีกทั้งมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 ที่รองรับการเล่นออนไลน์ได้ลื่นไหล ทำงานร่วมกับแรมขนาด 8GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเพียง 23,990 บาท ได้ Windows 10 และซอฟต์แวร์ช่วยจัดการ พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย

from:https://notebookspec.com/review-hp-pavilion-15-spec-i7-1065g7-mx250/537609/

ผลทดสอบ Tiger Lake มาแล้ว จีพียู Iris Xe แรงกว่า Radeon Vega ตามที่คุยไว้จริง

สัปดาห์ที่แล้ว เว็บไซต์ฮาร์ดแวร์ต่างประเทศหลายรายเริ่มได้ Intel Core 11th Gen รหัส “Tiger Lake” ไปทดสอบกันแล้ว จุดที่น่าสนใจคือตัวจีพียู Iris Xe (อ่านว่า “เอ็กซ์อี”) ที่อิงจากสถาปัตยกรรมใหม่ Xe-LP ให้ผลการทดสอบออกมาดี ชนะจีพียูแบบออนบอร์ดของคู่แข่งคือ Radeon Vega ใน Ryzen ซีรีส์ 4000U ได้แบบทิ้งห่าง

หน่วยประมวลผลรุ่นที่นำไปทดสอบคือ Core i7-1185G7 ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดของ Tiger Lake ที่เปิดตัวมาในขณะนี้ ตัวจีพียู Iris Xe มีคอร์ (execution unit หรือ EU) จำนวน 96 คอร์ โดยโน้ตบุ๊กที่ทดสอบเป็นโน้ตบุ๊กตัวอย่าง (reference design) ของอินเทลเอง ยังไม่ใช่สินค้าที่วางขายจริง

ส่วนคู่แข่งที่นำมาเปรียบเทียบกันคือ Ryzen 4800U ที่เป็นคู่ต่อสู้โดยตรง และเป็นรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ U ในปัจจุบัน

No Description

ผลการทดสอบในภาพรวม

  • ฝั่งซีพียู (คอร์เดี่ยว) Willow Cove ทำคะแนนทดสอบได้ดีกว่าทั้ง Sunny Cove ที่ใช้ใน Ice Lake รุ่นก่อน (Gen 10) และ Ryzen 4800U แถมในเบนช์มาร์คบางตัวยังทำคะแนนไล่จี้ Core i9-10900K ที่เป็นซีพียูฝั่งเดสก์ท็อปได้ด้วยซ้ำ
  • ฝั่งซีพียู (มัลติคอร์) i7-1185G7 มีจำนวนคอร์น้อยกว่า Ryzen 4800U (4 คอร์ vs 8 คอร์) จึงเป็นจุดที่ Tiger Lake ยังแพ้ Ryzen อยู่ในหลายการทดสอบ
  • ฝั่งจีพียู Xe ทำผลการทดสอบออกมาได้น่าประทับใจ สามารถเอาชนะ Radeon Vega 8 ไปได้ในเกือบทุกการทดสอบ และถ้าเทียบกับจีพียู Iris Plus ของ Ice Lake ก็ต้องถือว่าทิ้งห่างแบบกระจุย

อย่างไรก็ตาม Tiger Lake สามารถรันได้ 2 โหมดพลังงานคือ 15 วัตต์และ 28 วัตต์ ซึ่งในการรันแบบ 28 วัตต์ Tiger Lake ทำได้ดีกว่าในเกือบทุกการทดสอบ แต่ถ้าลดระดับมารันที่ 15 วัตต์ หลายอย่างกลับเป็น Ryzen 4800U ยังทำได้ดีกว่า

เว็บไซต์ PCMag ชี้ว่า การมาถึงของ Xe อาจทำลายตลาดของ GeForce MX ที่มักถูกนำไปจับคู่กับโน้ตบุ๊กซีพียูอินเทล เพราะตัว Xe มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับจีพียู GeForce MX แล้ว (ยังเป็นรองอยู่เล็กน้อย) ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กที่จับตลาดนี้ (โน้ตบุ๊กใช้งานกึ่งเล่นเกม) ย่อมเลือกประหยัดต้นทุน โดยใช้จีพียู Xe อย่างเดียวไปเลย

การที่ Xe ทำผลงานได้ดี ทำให้จุดเด่นของ Ryzen บนโน้ตบุ๊กที่เป็น “ซีพียูคอร์เยอะ + จีพียูค่อนข้างแรง” เริ่มหมดไป (เหลือแต่เรื่องคอร์เยอะ) สิ่งที่น่าจับตาจึงเป็น Ryzen ตัวใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ (ใช้แกน Zen 3) ว่าจะสามารถกลับมาทวงบัลลังก์คืนได้หรือไม่

ที่มา – AnandTech, PCMag, Notebookcheck

from:https://www.blognone.com/node/118553

หลุด การ์ดจอ Intel Xe จับคู่กับ Tiger Lake ใส่ GDDR6 8GB อาจลงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ก 2021

ท่ามกลางกระแสของ GeForce RTX 3000 series แล้วยังมี AMD Radeon 6000 series ที่เตรียมตัวจะลุยตลาด Intel เองก็ดูจะเตรียมความพร้อมสำหรับกราฟิกการ์ด Intel Xe-HPG ล่าสุดหลุดสเปคมาแบบกับการ์ดจอแยกที่จดๆ จ้องๆ ด้วยสเปคที่ไม่ธรรมดา คาดปีหน้าถึงมือผู้ใช้แน่

Intel Xe

ก็จัดว่า Intel ต้องหาช่องทางในการดันกราฟิกของตน มาลุยตลาดในช่วงที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด สำหรับ Intel Xe ที่จากข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นกราฟิกการ์ด Xe-HPG นั้นจะมาพร้อม 960 EUs และคาดว่าการ์ดจอในรุ่น DG2 นั้น อาจติดตั้ง GDDR6 มาถึง 8GB อีกด้วย ซึ่งตามแหล่งข่าวนั้น อ้างถึง Intel DG2 จะมาพร้อม 128, 384 และ 512 EUs ส่วนข้อมูลอื่น มีเพิ่มเติมมาว่า จะเป็น 384 EUs จับคู่กับหน่วยความจำ GDDR6 6GB ในแบบ 192-bit ส่วนขนาดของดาย GPU ประมาณ 185-188 mm2 นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่า Intel อาจเตรียมเปิดตัว Xe-HPG 960 EUs อีกด้วย

Intel Xe

แต่ในส่วนของกราฟิกตัวท็อปๆ อาจจะต้องรอไปถึงปลายปี 2564 เพราะคาดว่า Intel จะปล่อยของเด็ด ที่เป็นกราฟิก 960 EUs และในรุ่น Xe-HPGH 7680 FP32 ALUs ที่น่าจะเป็นตัวขับเคี่ยวในตลาดการ์ดจอตัวบนของ AMD และ nVIDIA ด้วย ในภาพที่ถูกแชร์ออกมานี้ จะประกอบด้วยซีพียู Intel Tiger Lake-H ที่เป็นซีพียูโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ 8 core และใช้ Intel DG2 GPU ที่เป็นแบบ 512 EUs ที่ใช้ memory bus 256-bit ซึ่งกราฟิกนี้ ก็เป็นข้อมูลที่หลุดออกมาด้วยเช่นกัน แต่หากมองที่ขนาดดายของ DG2 นี้ น่าจะมีโอกาสจะใช้บนโน้ตบุ๊กเป็นหลัก เพราะมีขนาดที่เล็กนั่นเอง

Intel Xe
Intel Xe

ก็ต้องตามติดกันอีกที สำหรับความชัดเจนที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ว่าทาง Intel เตรียมแผนที่จะปล่อยกราฟิกการ์ดของตนลุยตลาดแบบไหน อย่างไร แต่เชื่อแน่ว่าไม่ช้านาน น่าจะได้เห็นการแข่งขันอันดุเดือดนี้แน่ๆ ส่วนจะอยู่ในตลาดใด ต้องติดตาม

ที่มา: IntelXe-HPG and DG2 graphics

from:https://notebookspec.com/leak-intel-xe-graphic-tiger-lake-gddr6/537674/

จัดสเปคคอม 35,000 บาท Intel Gen 10 ที่ Advice รวมจอ 27″ ดูหนัง แต่งภาพ Cool เล่นเกม AAA ลื่น

ที่ผ่านมาเรา จัดสเปคคอม 10,000 – 25,000 บาท กันไปพอสมควร มีผู้อ่านแจ้งมาว่า อยากได้สเปค 35,000 บาท จะรวมหรือไม่รวมจอได้บ้างหรือไม่? ครั้งนี้เราขอจัดสเปคเอาใจคนงบกลางๆ กันดูบ้าง กับสเปค Intel เล่นเกม AAA และดูหนัง 4K พร้อมจอสวยๆ มาดูกันว่าเราจะได้สเปคอะไร?

จัดสเปคอะไรดี?
สำหรับการ จัดสเปคคอม ในวันนี้มีตัวเลือกมากมายทีเดียวกับงบประมาณในวันนี้ แต่เห็นหลายท่านอยากให้เราลองจัดเซ็ต Intel Gen 10 ที่เอามาเล่นเกมระดับ AAA โดยเฉพาะ เน้นภาพไหลลื่น พร้อมกับองค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยให้การทำงานลื่นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งภาพ หรือการตัดต่อวีดีโอแบบพื้นฐาน ครั้งนี้จึงจัดซีพียูให้แรงขึ้น พร้อมกับกราฟิกการ์ดที่ตอบโจทย์ได้ดี และมี SSD ที่มากพอในการจัดการสิ่งต่างๆ ได้พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเกม การเข้าโปรแกรม และโอนถ่ายไฟล์ได้รวดเร็ว พร้อมกับรองรับการอัพเกรดได้ในอนาคต โดยเลือกอุปกรณ์ที่ Advice กันครับ

รายละเอียด ราคา (บาท)
ซีพียู Intel Core i5-10400F 5,720
เมนบอร์ด GIGABYTE H470 HD3 3,390
แรม Apacer NOX DDR4 3200 16GB 2,430
SSD WD Blue SN550 500GB 2,480
กราฟิกการ์ด Inno3D RTX 2060 SUPER Gaming X2 12,410
เพาเวอร์ซัพพลาย Thermaltake TR2 S 750W 1,990
เคสคอม Tsunami Unlimited T-10 Tron 1,360
จอมอนิเตอร์ LG 27MK600M-B 5,200
รวม 34,980
จัดสเปคคอม

ซีพียู Intel Core i5-10400F หน่วยประมวลผล
ซีพียูที่เหมาะกับการเล่นเกมและทำงาน นอกจากเน้นหนักที่ Core/ Thread ในบางแอพแล้ว ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ สัญญาณนาฬิกาพื้นฐาน ซึ่ง Core i5 ที่มาพร้อม 6 core/ 12 thread ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี ความเร็วสัญญาณนาฬิกาเดิม 2.9GHz แม้จะน้อยไปบ้าง เมื่อเทียบกับในตระกูล K และ KF ที่ว่ากันระดับ 4.xGHz แต่ราคาก็ถูกกว่า 2-3,000 บาท ซึ่งเอาไปเติมในส่วนของการ์ดจอหรือ SSD ในการเสริมประสิทธิภาพได้อีกไม่น้อยเลย อีกทั้งการ Boost ยังไปต่อได้ในระดับ 4GHz กว่าๆ ก็พอต่อการรีดพลังของกราฟิกการ์ดได้ดีพอสมควร แต่ถ้ามีงบมากขึ้นอีกหน่อย แนะนำ 10600KF และเปลี่ยนเมนบอร์ดเป็น Z490 ก็จะเห็นความแรงได้มากขึ้น
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

เมนบอร์ด GIGABYTE B460M AORUS Pro (Mainboard)
เนื่องจากความต่างของเมนบอร์ดระดับกลาง B460 และ H470 มีเพียงเล็กน้อย แต่ตัวเลือกของ B460 ได้ตัวท็อปฟีเจอร์มากกว่า ราคาถูกลง GIGABYTE รุ่นนี้จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม กับชื่อชั้นของ AORUS ที่มีจุดเด่นทั้งประสิทธิภาพและฟังก์ชั่น ด้วยเมนบอร์ด mATX ขนาดพอเหมาะ ภาคจ่ายไฟ 4+2 Phase เพียงพอต่อการใช้งานและอัพเกรด มีสล็อตแรม 4 สล็อต และช่อง M2 SSD อีก 2 ช่อง ดีไซน์ Armor ขนาดใหญ่มาให้ดูโดดเด่น พร้อมลูกเล่นอย่าง RGB FUSION เพิ่มความสวยงามมาบนบอร์ด ชิ้นส่วนที่มีความทนทาน กับการออกแบบให้ถึกทนมากขึ้น เรียกได้ว่าลงตัวสำหรับสเปคนี้
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

แรมพีซี Apacer NOX DDR4 3200 16GB
แรมจากทาง Apacer ที่มาพร้อมความถี่ระดับ 3200MHz ความจุ 16GB ซึ่งพอต่อการทำงานและการเล่นเกมในปัจจุบัน พร้อมกับแสงไฟ RGB LED ที่สามารถซิงก์เข้ากับเมนบอร์ดค่ายต่างๆ ได้ รวมถึง GIGABYTE RGB FUSION ที่เราเลือกเอาไว้ กับค่า CL 16-18-18-38 ส่วนถ้าจะอัพเกรดเพิ่ม ยังมีอีกสองสล็อตบนเมนบอร์ด ใส่แบบจัดเต็มสำหรับลุยงานได้สบาย
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

SSD (เอส เอส ดี) Storage WD Blue SN550 500GB SSD
จะว่าไปตัวเลือกของ SSD 500-512GB ในแบบ M.2 NVMe มีให้เลือกเยอะมากในตลาด แต่ถ้าดูสเปค ประสิทธิภาพและการรับประกัน WD ทำได้ราคาได้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับ SN550 รุ่นนี้ เพราะกับ 3D NAND คุณภาพ มาพร้อมความเร็ว 2,400MB/s (Read) และ 1,750 (Write) แม้จะไม่ได้เร็วปรู๊ดเหมือนกับ SSD ตัวท็อปๆ แต่ในแง่ของค่า Endurance และการรับประกัน 5 ปี ก็คุ้มค่ามากทีเดียว ที่สำคัญยังมีโปรโมชั่นกันบ่อยๆ ซึ่งหากมองว่า 500GB อาจจะน้อยไป ก็อาจจะเพิ่มอีกราว 2 พันบาท ขยับไปที่ 1TB ก็น่าสนใจ จบในทีเดียว เล่นเกม ทำงาน เก็บข้อมูลชั่วคราวได้แบบไม่อึดอัด
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

VGA กราฟิกการ์ด Inno3D RTX 2060 SUPER Gaming X2
แม้ว่าการมาของ RTX 3000 series จะสร้างความหวังใหม่ให้กับใครหลายคนที่จะซื้อการ์ดจอ แต่นั่นก็น่าจะเป็นกลุ่มของฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ไปจนถึงไฮเอนด์ ส่วนเกมเมอร์กลางๆ ตัวเลือก RTX 2060 SUPER ยังคงสร้างความมั่นใจได้ เพราะสนนราคา หมื่นต้นๆ ก็ได้ของแรง แบบไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อผิด เพราะ RTX 3080 ที่จะออกมาก่อน ราคาก็โดดไปพอสมควร แต่ถ้าเน้นเล่นเกมสวยๆ และทำงานได้ด้วยในงบที่ว่านี้ Inno3D RTX 2060 SUPER ที่มาพร้อม VRAM GDDR6 8GB และให้พัดลม 2 ตัว แถมยัง OC ได้อีก ก็น่าจะตอบโจทย์ได้แล้ว
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เพาเวอร์ซัพพลาย Thermaltake TR2 S 750W
สำหรับเพาเวอร์ซัพพลาย ถ้าจะเน้นใช้งานแบบกลางๆ ประหยัดไฟ 650W-750W กับเซ็ตนี้กำลังสวย รองรับการอัพเกรดได้ ไม่ว่าจะเพิ่มฮาร์ดดิสก์หรือจะขยับการ์ดจอไปที่ RTX 2070 หรือ RX 5700 XT ขึ้นไป แม้ว่า Tt TR2 รุ่นนี้ จะไม่ได้เน้นที่ความสวยงาม จากพัดลมหรือแสงสี แต่อยู่ที่การจ่ายไฟ +12V ได้ถึง 58A ที่ 696W ในแบบ Single rail ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมพัดลมขนาดใหญ่ 120mm เสียงเงียบ แต่ให้แรงลมที่ดี สายต่อเป็นแบบถักทนทานพอสมควร และเก็บสายได้ง่าย พร้อมคอนเน็กเตอร์สำหรับ PCIe (6+2 pin) มาถึง 2 เส้นด้วยกัน และที่เพิ่มความมั่นใจก็ด้วยการันตี 80 PLUS White มาด้วย ในราคาสบายกระเป๋า
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เคสคอมพิวเตอร์ Tsunami Unlimited T-10 Tron
สำหรับเคส จัดสเปคคอม ก็ย้ำกันทุกครั้งว่า ชอบแบบไหน ก็เลือกกันได้ตามสะดวก แต่สำหรับแอดมิน เลือกพื้นที่กว้าง ติดตั้งง่าย มีพัดลมให้และกระจกข้างใส Tempered เพราะสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้คุณใช้งานได้สะดวกใจ เพิ่มพัดลมหลังตัวเดียวอีกร้อยกว่าบาท ก็จบในตัวแล้ว เคสรุ่นนี้สามารถถอดชิ้นส่วน เพื่อเพิ่มเติมได้ง่าย อีกทั้งภายในก็กว้างขวาง สล็อตการติดตั้งการ์ดจอหรือจุดต่างๆ ก็แข็งแรงดี ที่สำคัญด้านหน้าใส ข้างก็ใส ในงบพันกว่าบาทเท่านั้น
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

จอมอนิเตอร์ LG 27MK600M-B
จัดสเปคคอม เล่นเกมทั้งที ก็ต้องจัดให้เต็ม ถ้าจอเก่าที่คุณมี เริ่มเล็กและไม่ตอบโจทย์ หรืออยากจะเริ่มกับจอใหม่ใหญ่ๆ หน่อย LG รุ่นนี้กับหน้าจอ 27″ ขอบจอบางเฉียบ และขาตั้งที่สวยงาม ความละเอียด Full-HD รองรับ AMD FreeSync และมีลูกเล่นสำหรับคอเกมเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Dynamic Action Sync, Black Stabilizer, Flicker Safe กับค่า Brightness 250cd/m2 และพาแนล IPS คมชัด ก็น่าจะทำให้คุณเพลิดเพลินได้ทั้งวันแล้ว
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ จัดสเปคคอม 35,000 บาท ที่ Advice ในครั้งนี้ ยอดรวมเมื่อซื้อในแบบ Online จะอยู่ที่ 34,980 บาท เท่านั้น กับสเปค Intel Core i5 Gen 10 การ์ดจอ RTX 2060 SUPER และ SSD 500GB และยังได้จอมอนิเตอร์ระดับ 27″ มาด้วย ซึ่งในภาพรวมถือว่า คุณสามารถรีดเฟรมเรตได้การเล่นเกมได้แบบจุใจเลยทีเดียว และอย่างที่ได้แจ้งไปในตอนต้น ถ้ามีงบเพิ่มอาจเลือกขยับซีพียูไปเป็น KF และเมนบอร์ด Z490 เพราะจะได้ความเร็วมาชัดเจน หรือจะเลือกใส่ใน SSD ขยับไปที่ 1TB และถ้าไม่เอาจอใหญ่ จะลดไปจอเล็ก ก็สามารถเลือกแบบ 144Hz ได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล สำหรับใครทีเลือกจัดสเปคไหน ก็แสดงความเห็นส่วนตัวของคุณมากันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/pc-spec-30000-intel-gen-10-jib-sep-2020/537368/

จัดอันดับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมปี 2020 น่าซื้อ งบ 2x,xxx – 3x,xxx บาท สเปก Intel Core i Gen 10H จับคู่มากับ GTX 1650 – RTX 2060 แรงลื่นคุ้มค่า จอ IPS 15.6″ / 16.1 / 17.3″

อัพเดทการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเล่นเกมช่วงปลายปี 2020 หรือ Gaming Notebook จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คประเภทที่ยอดนิยมที่สุดในตลาด จากการมาพร้อมกับสเปกต่อราคาที่คุ้มค่า แน่นอนว่าได้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ที่แรงลื่นเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น Core i5-10300H ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น ทำงานแบบ 4 Cores 8 Threads / 2.50 – 4.50 GHz GHz / 8 MB L3 Cache รองรับการเล่นเกมที่ลื่นไหลและทำงานได้หลากหลาย

หรือในส่วนของ Core i7-10750H ที่แรงกว่า ทำได้งานแบบ 6 Cores 12 Threads / 2.60 – 5.00 GHz GHz / 12 MB L3 Cache เพราะได้ทั้งประสิทธิภาพจากความเร็วในการทำงาน รวมไปถึงจำนวนคอร์และเธร์ดที่มากกว่า อีกยังได้ L3 Cache ที่ใหญ่กว่าอีกด้วย แน่นอนว่าส่งผลต่อการทำงานทุกๆ อย่าง ที่พร้อมๆ กัน และการเล่นเกมโดยตรงด้วย

บทความนี้ก็เลยจะมาจัดอันดับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมน่าซื้อ สเปก Intel Core i5-10300H / i7-10750H แรงลื่นสะใจ ฟีเจอร์จัดเต็ม คุ้มค่าราคาเริ่ม 2x,xxx – 3x,xxx บาท โดยเป็นเทคโนโลยี Intel Core i Gen 10H ที่มีประสิทธิภาพสูง จับคู่มากับการ์ดจอรุ่นต่าง ๆ อาทิ NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นเพียงพอต่อการเล่นเกม 3 มิติทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เทียบกับความแรงต่อราคาแล้วคุ้มค่า

ในส่วนของได้แรมมาเป็นมาตรฐาน DDR4 ที่ขนาด 8GB – 16GB ส่วน SSD ได้ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน หน้าจอขนาด 15.6″ / 16.1″ / 17.3″ ความละอียด Full HD พาเนล IPS ที่ 120Hz – 144Hz  ที่ต้องบอกเลยว่า สเปกเพียงพอต่อทุกๆ การใช้งานพื้นฐานหรือเล่นเกมหนักๆ ก็ทำได้ดีเยี่ยม ติดตั้ง Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที มีประกันดีที่สุดเป็นแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านยาวนาน 3 ปี ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดที่ 25,900 บาทเท่านั้น ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ราคา 27,900 บาท

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ต่อยอดรุ่นก่อนหน้าได้อย่างดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากดีไซน์โดดเด่นด้วย การออกแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming ที่ได้รับการขัดเงาตัดแถบสีแดงที่เร่าร้อน TUF Gaming ได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก 

ASUS TUF Gaming F15 FX506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-10300H ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิมได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 2933 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล

รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมงโดยประมาณ และร้อนน้อยด้วยเมื่อใช้งานหนักๆ นอกเหนือจากนี้ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ

รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ

Dell G3 15 3500 ราคา 25,900 – 36,900 บาท

Dell G3 15 3500 เป็น Gaming Notebook ราคาสุดคุ้มประจำปี 2020 ที่เป็นน้องเล็กสุด รองมาจาก G5, G7 และ Alienware ดีไซน์ดูบางเบา ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องสีดำเทาแซมฟ้าในแนวเดียวกับ G Series ซึ่งสเปกหลักๆ แล้วเน้นประสิทธิภาพต่อความคุ้มค่า สำหรับการ์ดจอเป็น GeForce 16 Series อย่าง GTX 1650 ประกบคู่กับชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง i5-10300H / i7-10750H ที่เป็น Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด รองรับการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนๆ โดย Dell G3 15 3500 ที่จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นเริ่มต้น ราคาถูกที่สุดของ Dell

Dell G3 15 3500 มีหน้าจอขอบบางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น WVA (เทียบเท่า IPS) คุณภาพดี รองรับ Refreah Rate ที่ 120Hz พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ สนนราคาที่ 25,900 บาท สำหรับรุ่น i5-10300H + GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 256GB + HDD 1TB หรืออีกรุ่นที่ 36,900 บาท สำหรับรุ่น i7-10750H + GTX 1660 Ti + RAM 16GB + SSD 512GB พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service

ดีไซน์การออกแบบของ Dell G3 15 3500 Gaming Notebook นั้นจะดูกระทัดรัดกว่าโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีการใช้ตัวเครื่องเหมาะกับการพกพา เทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมมาตรฐานแบบเดิมๆ ที่ต้องดูหนาและหนัก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ถือว่าเบากว่าหลายๆ รุ่น มาพร้อมสีสันอย่างสีดำ Eclipse Black ที่ให้ความสวยงามตามสไตล์ของ Dell แบบชัดเจน

มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้วถือว่ามีความครบครันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูล และพอร์ต USB 2.0 Type-A อีก 2 พอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเมาส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมไปถึงสามารถเชื่อมต่อออกหน้าจอภายนอกได้ง่ายๆ ผ่านทาง HDMI ขนาดมาตรฐาน รวมไปถึงยังมี USB 3.1 Type-C ที่เป็น DisplayPort ได้ในตัว นอกจากนั้นก็มีช่องเชื่อมต่อไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องอ่าน SD Card และ LAN RJ45 อีกด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i ราคา 25,900 – 30,900 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3i เป็น Gaming Notebook เน้นความคุ้มค่าประจำปี 2020 เป็นโน๊ตบุ๊คสเปกแรงที่สามารถเอาไปเล่นเกมได้สบายๆ โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นใหม่อย่าง Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า ที่ดูแล้วสวยงามและแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน วางตำแหน่งเป็นซีรีส์ Gaming เริ่มต้นของทาง Lenovo

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 25,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i การดีไซน์จะออกแบบมาเป็นแบบเรียบง่ายสไตล์มินิมอล โดยการปรับเปลี่ยนหน้าตาจาก Lenovo IdeaPad Gaming L340 พอสมควร เน้นใช้งานทั่วไป โดดเด่นด้วยความต่างในส่วนของสีสันที่ดูแล้วมีความเป็น Gaming จากสีสันโทนฟ้าที่นำเข้ามาแซมกับสีตัวเครื่องหลักที่เป็นสีเทาเข้มออกไปทางดำอย่าง Onyx Black วัสดุตัวเครื่องทั้งหมดทั้งด้านนอกด้านในเป็นพลาสติกเกรดดี แต่มีการทำลวดลายให้คล้ายกับอลูมิเนียม อย่างไรก็ตามเป็นรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย 

สำหรับน้ำหนักและความหนาของตัวเครื่อง Lenovo IdeaPad Gaming 3i ถือว่าเป็นเบาตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คปี 2020 ที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วน มีน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมาก พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) พร้อม Privacy Shutter และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX 

HP Pavilion Gaming 15 ราคา 27,900 – 30,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 สเปกใหม่ที่มาพร้อมกับ Core i5-10300H / i7-10750H + GTX 1650 ถือว่าเป็นรุ่นส่งท้ายปี 2020 กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่าคุ้มค่า ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 16 Series คุณภาพเยี่ยม ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก รวมไปถึงการรับประกันที่เป็นแบบ On-site Serive ระยะเวลา 2 ปี

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นนี้ยังคงใช้ดีไซน์ได้เรียบง่ายและดูดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน เชื่อว่าถูกใจใครหลายๆ คน หลักๆ แล้วก็ช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นใต้ตัวเครื่องก็มีช่องดูดลมเย็นที่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงบานพักที่ยกสูงยิ่งขึ้นด้วย เรียกได้มีความเฉียบและใช้งานได้จริงในเรื่องของการจัดการความร้อน เพิ่มเติมมาเลยก็คือได้ SSD M.2 ความจุ 512GB ใช้งานทันที มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และ Windows 10 แท้ แน่นอนว่ามีอยู่ 2 สีสันหลักก็คือ สีเขียวและสีม่วง สนนราคาขายจริงอยู่ที่ 27,900 – 30,900 บาท

หน้าตาการออกแบบของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel รุ่นปลายปี 2020 ยังคงดีไซน์ไว้เหมือนรุ่นปี 2019 ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สะดุดตาให้ความมันวาวด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี โดยด้านหลังได้มีการวางตำแหน่งช่องระบายความร้อนแบบคู่แยกซ้ายขวาออกจากกัน ซึ่งมีการออกแบบได้ดูดุดันคล้ายรถสปอร์ตพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น

ส่วนดีไซน์อื่นๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2020 ก็ถือว่าน่าประทับใจเช่นเดียวกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กลงเมื่อเทียบกับยุคก่อนๆ ให้ความบางลงเพียง 23.4 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องเบาๆ ที่ 2.25 กิโลกรัม ลำโพงจะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายแปดเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด แน่นอนว่านมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6AX

HP Pavilion Gaming 16 ราคา 30,900 – 34,900 บาท

HP Pavilion Gaming 16 รุ่นล่าสุด เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 16.1″ รุ่นแรกของโลก ต่อยอดมาจาก HP Pavilion Gaming 15 พร้อมอัพเดทสเปกใหม่ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง i7-10750H หรือ Core i5-10300H กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่า จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างลงตัว เล่นเกมลื่นไหล ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ มีความสวย ทันสมัยให้ความดุดัน เนี๊ยบเฉียบ พร้อมเลือกใช้สีสันเป็นโทนดำแซมด้วยเขียว กับน้ำหนักที่ 2.35 กิโลกรัม การรับประกันที่เป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ

ความโดดเด่นยังเป็นเรื่องหน้าจอที่ได้เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ใช้งานทันที (พร้อมรองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ได้ภายหลัง) มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX สนนราคาขายจริงสเปกนี้อยู่ที่ 30,900 – 34,900 บาท (ต่างกันที่สเปกชิปประมวลผลเท่านั้น)

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 16 สเปก Core i Gen 10H ได้รับดีไซน์แบบรุ่นก่อนหน้าอย่าง HP Pavilion Gaming 15 มาเต็มๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน กันขนาดหน้าที่ใหญ่ขึ้น 0.5″ ในมุมแทยง แน่นอนว่ามีความใหญ่ขึ้น แต่ถ้าเทียบมิติหรือแค่มองด้วยตาเปล่า ก็แทบจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร เรียกได้ว่าเป็นขนาดที่อยู่ระหว่างรุ่นจอ 15.6″ และ 17.3″ 

เมื่อเปรียบเทียบกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน ได้ความแตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว (อาจจะมีม่วงตามมาในอนาคต) โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น ซึ่งมีข้อสังเกตุเล็กน้อยคือเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย 

สำหรับรูปลักษณ์และทิศทาง HP Pavilion Gaming 16 แตกต่างด้วยกันด้วยมิติ จากการที่มีขนาดหน้าจอ 16.1″ ซึ่งต่างจากเดิมคือ 15.6″ ถือว่าน่าประทับใจไม่เป็นรองกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กกระทัดรัดเมื่อเทียบ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน โดยบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร ซึ่งเท่าๆ กับโมเดล HP Pavilion Gaming 15 พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.35 กิโลกรัม เทียบแล้วคือหนักกว่าเดิมเพียง 100 กรัมถ้าเทียบกับสเปก Intel Core i Gen 9H เท่านั้น

Acer Nitro 5 AN515-55 ราคา 31,900 – 35,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ และ Acer Nitro 5 AN517 เป็น Gaming Notebook ขนาดจอ 17.3″ ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ตอนนี้พร้อมขายอย่างเป็นทางการหลากหลายรุ่นแล้ว โดยผสานความแรงร่วมกับการ์ดจอ GeForce รุ่นล่าสุด ซึ่ง Acer Nitro 5 AN515 เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า หนัก 2.3 กิโลกรัม ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515 รุ่นที่แนะนำ ใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที

Acer Nitro 5 AN515 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ดีไซน์มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย และที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ พร้อมกับการตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. ติดตั้งปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นไฮไลน์เด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความติดมือ ดีกว่าโน๊ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Acer Nitro 5 AN515 มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ NitroSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่า CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดที่ 6000 รอบทั้ง 2 ตัว ที่ใช้ระบายความร้อน CPU/GPU เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงการปรับโหมดการใช้งาน เช่นประหยัดพลังงานใช้แบตเตอรี่ก็ต้องเป็น Power Saver และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน NitroSense เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

ASUS ROG Strix G15 GL542 ราคา 32,900 – 36,900 บาท

ASUS ROG Strix G15 GL542 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่มีสเปกอัพเดทเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H เน้นความคุ้มค่าและฟีเจอร์ที่มากกว่า โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อม Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ที่เราสามารถปรับแต่ได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับสารโลหะเหลว (liquid metal) จากทาง Thermal Grizzly เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผล แทนการใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ

สำหรับ ASUS ROG Strix G15 GL542 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมจอ 15.6″ สเปกระดับบนในราคาคุ้มค่า ได้ชิปประมวลผลตัวแรง Intel Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB อีกทั้งได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz แบบผิวด้าน ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 3 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) แน่นอนว่าได้ Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องในครั้งแรก กับราคาเพียง 32,900 – 46,900 บาท ที่บอกได้เลยไม่แพงเลย ถ้าดูจากสเปกและฟีเจอรที่ติดตั้งมาให้แล้ว โดยได้ประกัน 2 ปี ที่สามารถเคลมผ่าน 7-11 ได้ ปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ROG Strix G15 GL542 เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม มีความบางสุดที่ 21~25.8 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าโดยรวมมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบ ได้รับ DNA เต็มๆ มาจาก ASUS ROG Strix รุ่นก่อน ซึ่งมีความพิเศษสุดๆ คือได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น

MSI GL65 Leopard ราคา 33,900 – 36,900 บาท

MSI GL65 Leopard จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ ที่จัดเต็มไม่แพ้รุ่นท็อป แต่ได้ราคาที่คุ้มค่าต่อสเปกสุดๆ โดยจัดเต็มจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H และการ์ดจอ Gaming จากทาง NVIDIA ได้แรมมาขนาด 8GB / 16GB DDR4 Bus 2666MHz เป็นมาตรฐาน ติดตั้งแหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (อัปเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA 3 ได้อีก) หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่

MSI GP65 Leopard รุ่นใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผลตัวแรง ที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีราคาตั้งแต่ 45,900 – 59,900 บาท สเปกเป็น Core i5-10300H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด หรือ Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti เรียกได้ว่าตอบสนองการเล่นเกมได้เต็มที่เต็มอารมณ์กว่าสเปก Gaming Notebook ทั่วไปที่เน้นความคุ้มค่าอย่างเดียว

ที่สำคัญ MSI GL65 Leopard ได้ดีไซน์ดุดันตามสไตล์ของ G Series จาก MSI ยังมีฟีเจอร์ Gaming มากมาย อาทิ ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 พร้อมการเชื่อมไร้สาย Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.0 โดยมีน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับการใช้หน้าจอที่ขอบบาง ทำให้ตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด สะดวกต่อการพกพามากยิ่งขึ้น  ได้ประกัน 2 ปี

ตัวเครื่องยังมีลำโพง 2 ชาแนลแบบ Giant Speaker บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45

MSI GL75 Leopard 35,900 – 38,900 บาท

ในส่วนของ MSI GL75 Leopard หลักๆ แล้วจะมีความคล้ายกับ MSI GL65 Leopard ทั้งในส่วนของดีไซน์และฟีเจอร์ แต่จะแตกต่างเรื่องของสีสันตัวเครื่องที่จะได้เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 17.3″ IPS 144Hz ที่ให้หน้าจอที่ใหญ่กว่า 15.6″ พอสมควร กับน้ำหนักที่มากขึ้นที่ 2.6 กิโลกรัม โดยมีไฟคีย์บอร์ดจะเป็นสีแดงสีเดียวเหมือนกัน รวมไปถึงในเรื่องของสเปกฮาร์ดแวร์ภายใน อันนี้เหมือนกันทั้งหมด โดยแบ่งเป็น i5-10300H + GTX 1650 / i7-10750H + GTX 1650 Ti เป็นหลัก รวมไปถึงแรมเป็น 8GB / 16GB แน่นอนว่าราคาก็เลยสูงกว่าด้วย อันนี้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อได้ตามงบและลักษณะการใช้งานกันอีกทีนะครับ

from:https://notebookspec.com/ranking-gaming-notebooks-2020-price-2xxxxb/537112/

แนะนำ MSI Stealth 15M โน้ตบุ๊คสเปก Intel Core i Gen 11 + GTX 1660 Ti ที่เก่งทั้งงานและเกมแบบมืออาชีพ ดีไซน์เฉียบ ตัวเครื่องเบา 1.69 โล บางสุดในโลก ล้ำสุดกับพอร์ต Thunderbolt 4

MSI Stealth 15M เป็นโน้ตบุ๊คสายบางเบาแต่แรงลื่น ได้ทั้งสเปกที่ใหม่ล่าสุดและดีไซน์เฉียบล้ำ โดยเปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7 Gen 11 “Tiger Lake” สถาปัตยกรรมขนาด 10nm SuperFin Willow Cove (อาทิ i7-1185G7 / i7-1165G7 / i7-1160G7) โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพขั้นสูงสุด พร้อมการ์ดจอ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q โดยเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่เน้นความบางเบาหรูหรา ด้วยสีสันตัวเครื่อง Carbon Gray ลักษณะดำด้านหรือ Pure White สีขาวเนียนตลอดทุกสัดส่วน

ตอกย้ำ MSI Stealth 15M ด้วยโลโก้ MSI ที่ฝาหลังเป็นแบบการยิงเลเซอร์ฝังลงไป ให้ความพรีเมียมเรียบเนียนอย่างที่สุด ได้ความแรงไม่เป็นรอง Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก ที่รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.69 กิโลกรัม บางที่ 15.95 มิลลิเมตร พร้อมระบบระบายความร้อน Cooler Boots 5 เรียกได้ว่าส่วนสเปกฮาร์ดแวร์จัดเต็มแบบสุดๆ ไปเลย ได้คีย์บอร์ดแบบใหม่สวยงามเข้ากับตัวเครื่อง มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

สเปกอื่นๆ ได้หน่วยความจำแรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe จัดเต็มที่ 512GB – 1TB มาพร้อมการเชื่อมต่อที่ครบครันด้วย Wi-Fi 6 AX, Buetooth 5.1 และพอร์ต Thunderbolt 4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในขณะนี้ ที่สำคัญคือได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง ความละเอียด Full HD ที่รองรับ Refresh Rate ที่สูงถึง 144Hz ทีเดียว สีสดใสมุมมองกว้าง ลื่นไหล ขอบเขตสีใกล้เคียง sRGB 100% พร้อมเทคโนโลยี MSI True Color Technology ปรับโปรไฟล์สีให้ตรงกับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ

ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย ไม่ว่าจะเป็น USB 4.0 หรือ Thunderbolt 4 พร้อมรองรับการโอนถ่ายข้อมูล 40Gbps DisplayPort / PD charging ที่สูงสุด 100W ที่ดีกว่า Thunderbolt 3 นอกจากนี้ยังมีพอร์ตอื่นๆ อาทิ 2 x Type-A USB3.2, 1x (4K @ 60Hz) HDMI, microSD Card Reader บอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ ส่วนช่องหูฟังรองรับ Hi-Res Audio และไมค์แบบแจ็คทอง 3.5 มิลลิเมตร มีฟีเจอร์ Nahimic 3 ซึ่งให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนๆ ชัดเจน

สำหรับ MSI Stealth 15M มีรายละเอียดต่างๆ เรื่องของดีไซน์ที่ผสานระหว่างโน้ตบุ๊คทำงานและ Gaming เพื่อมารองรับประสิทธิภาพที่แรงกว่าเดิม จากการเลือกใช้งานโดยชิปประมวลผลสูงสุดเป็น Core i7 Gen 11 ที่ใหม่ล่าสุดในตลาด มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อน 20% และการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ซึ่งมีความแรงที่เทียบเท่า GTX 1070 ฉะนั้นเรื่องประสิทธิภาความแรงนั้นทะลุมาตรฐาน Notebook ทั่วไปไปไกลทีเดียว

สำหรับดีไซน์ทั้งหมดของ MSI Stealth 15M มีการปรับให้เรียบหรูยิ่งขึ้นไปอีก กับพื้นผิวเรียบๆ พร้อมกับใช้สีดำหรือขาวตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่คาดหลายคนต้องชอบมากกว่าเดิม ตั้งแต่โลโก้ ขอบตัวเครื่อง ทัชแพด แกนบานพับ ช่องระบายความร้อน ซึ่งดูแล้วแตกต่างจาก Gaming Notebook G Series ของทาง MSI รุ่นอื่นชัดเจน ให้กลายเป็นสีเดียวกัน เน้นเรื่องความพรีเมียมเรียบง่าย สมกับฉายา Stealth แน่นอนว่าจะเอาไปเล่นเกมก็ดุดัน จะเอาไปทำงานก็ลงตัวทีเดียว

แป้นคีย์บอร์ดมีขนาดกำลังพอดี ใช้งานกดสะดวกพร้อมไฟคีย์บอร์ด ได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ที่สำคัญคือให้ประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมกว่าคีย์บอร์ดทั่วไปชัดเจนสุดๆ ติดตั้งทัชแพดมีขนาดใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับมิติตัวเครื่อง เป็นลักษณะผืนผ้าออกแนวยาวๆ ดูเป็นเนื้อเดียวกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดี ใช้งานได้สะดวกสำหรับการวางบนตัก หรือเล่นในร้านกาแฟ โดยการควบคุมมีการตอบสนองได้ดี เข้ากับตัวเครื่องโดยรวม

การระบายความร้อนตัวเครื่องของ MSI Stealth 15M เป็นแบบ Cooler Boost 5 ที่มีพัดลม 2 ตัว ฮีทไปป์ 6 เส้น ขนาดใหญ่ ช่องระบายความร้อน 4 ช่องหมดห่วงเรื่องตัวเครื่องร้อน เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผลและการ์ดจอ หายห่วงได้เลยในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะเล่นเกมหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม

โดยรวมแล้ว MSI Stealth 15M ไม่ใช่แค่แรงแต่ในประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยมด้วย ทั้งความแรงและบางเบาจบครบในเครื่องเดียว พร้อมจัดเต็มทุกฟีเจอร์จริงๆ อย่างที่ Notebook ทั่วไปไม่สามารถให้ประสบการณ์การใช้งานแบบนี้ได้ ต่อยอดความสำเร็จของ MSI Notebook ขึ้นไปอีก อย่างไรก็จะมาขายเมื่อไหร่นั้นคงต้องรอติดตามกันอีกที สนนราคาคาดการณ์ที่ 4x,xxx บาทขึ้นไป ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐานของ MSI ประเทศไทย ไว้ดูรีวิวตัวจริงกันแน่นอน ไม่นานเกินรอ

from:https://notebookspec.com/msi-stealth-15m-core-i-gen-11-gtx-1660-ti/536776/

จัดสเปคคอม 15,000.- Intel เล่น PUBG, Fortnite การ์ดจอ GTX ใน Lazada Cool

ในการ จัดสเปคคอม ครั้งนี้ ราคาที่เลือก 15,000 บาท มาจาก Inbox ผู้ชมทางบ้าน แจ้งมาว่าอยากได้สเปคคอม ที่หาซื้อได้ในช่วงนี้ กับโปร 9.9 ใน LAZADA จึงถือโอกาสนี้มาเตรียมสเปคคอม สำหรับใช้งานทั่วไป แต่งภาพ เล่นเกม และดูหนัง 4K ได้ลื่นมาฝากกันครับ

จัดสเปคคอม

เลือกสเปคอะไรดี?
วันนี้เป็นสเปค จะใช้เป็นเซ็ต Intel Gen10 เป็นหลักครับ เพราะช่วงนี้มีเมนบอร์ดใหม่เข้ามาเติมในตลาด ราคาก็ค่อนข้างดี และมีตัวเลือกแรมความเร็วสูง ที่ราคาถูกลง ซึ่งเราจะเน้นไปที่การ์ดจอ ที่อาจจะให้แรงขึ้นมาหน่อย และซีพียูระดับ 4 core/ 8 thread ขึ้นไป เป็นไปได้จะหาทางขยับแรมให้ได้มากที่สุด และมี SSD สำหรับบูตระบบ อาจจะปรับเรื่องของเคสเป็นแบบพื้นฐาน มีกระจกข้างใส และใส่เพาเวอร์เพื่อรองรับการอัพเกรดได้ เพียงเท่านี้น่าจะตอบโจทย์คอเกมได้ดีพอสมควร สำหรับการปรับ Detail ในการเล่นระดับ Medium บนความละเอียด Full-HD

อุปกรณ์ รายละเอียด ราคา (บาท)
ซีพียู Intel Core i3-10100 4,060
เมนบอร์ด GIGABYTE H410M-H 2,060
แรม Patriot Viper Steel DDR4 3200 8GB 1,199
SSD WD Green 480GB SSD 1,750
การ์ดจอ GIGABYTE GTX 1650 OC 4G 4,356
เพาเวอร์ซัพพลาย AeroCool Superb 600W 725
เคส Tsunami Galaxy G16 TG 921
รวม 15,071

สำหรับสเปคที่วางเอาไว้นั้น อาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสม เพราะสนนราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงโปรโมชั่นของอุปกรณ์บางสิ่ง ก่อนจัดสเปคให้เช็คราคาโปรโมชั่นกันก่อน โดยเฉพาะค่าจัดส่ง

จัดสเปคคอม

ซีพียู Intel Core i3-10100 หน่วยประมวลผล ราคา 4,060 บาท
กับซีพียูรุ่นน้องเล็กในตระกูล Core i3 รุ่นนี้ ที่เลือกมาเพราะความคุ้มค่า ที่สำคัญหาซื้อยากหน่อย เพราะของขาดเป็นประจำ จุดเด่นอยู่ที่การทำงานแบบ 4 core/ 8 thread ครบเครื่องในตัว ความเร็ว 3.6GHz บูสท์ไปได้ที่ 4.3GHz ก็ถือว่าคุ้ม เพราะบรรดาแคชเป็นรอง i5 อยู่เพียงเล็กน้อย ถ้ามองในแง่แอพพลิเคชั่นในเวลานี้ ก็สามารถใช้งานได้ไม่ยาก อีกทั้งเมื่อต้องเรียกใช้พลังการ์ดจอ ก็พอเหมาะกับการ์ดจอที่เลือก หรือจะเป็นตัวแรงกว่า เช่น GTX 1660 SUPER หรือ RX 5600 XT ก็ยังพอไหว ในราคา 4 พันนิดๆ ถือว่าน่าใช้ทีเดียว
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เมนบอร์ด GIGABYTE H410M-H (Mainboard) ราคา 2,060 บาท
หลายคนอาจจะมองว่าเมนบอร์ด LGA1200 ใหม่ของ Intel ราคาจะสูงขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าเลือกดีๆ จะมีหลายรุ่นที่เคาะราคาได้ประหยัดน่าใช้ แต่ต้องแลกด้วยฟีเจอร์ที่ลดทอนลงมาบ้าง หากคุณเล่นเกมอย่างเดียว ก็แทบจะไม่ต้องกังวล ตัวเลือก H410 นี้ ราคาสองพัน แต่ก็สามารถใช้งานพื้นฐานได้ครบ ทาง GIGABYTE รุ่นนี้ รองรับการทำงานและการเล่นเกมได้สบาย รองรับแรม DDR4 สูงสุด 64GB แต่มี 2 สล็อตเท่านั้น แต่รองรับ XMP โดยมีระบบเสียงคุณภาพมาด้วย พร้อมสล็อต M.2 สำหรับ NVMe SSD และการเชื่อมต่อ Gigabit LAN พร้อมพอร์ต HDMI มาด้วย ที่น่าสนใจคือ มีสล็อต PCIe X1 มาอีก 2 พอร์ต พอให้ติดตั้งการ์ดเพิ่มเติมได้ในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น Capture card หรือ Expansion card อื่นๆ
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

แรมพีซี Patriot Viper Steel DDR4 3200 8GB ราคา 1,199 บาท
แรมเวลานี้ราคาถูกลงพอสมควร ทำให้หาแรมความเร็วสูงจับมาใส่ไว้ในการ จัดสเปคคอม ครั้งนี้ได้ไม่ยากนัก โดยเป็นแรม DDR4 3200 จาก Patriot ค่ายดังระดับโลก ความจุ 8GB เป็นเบื้องต้น สำหรับใช้งานทั่วไป รวมถึงเล่นเกมได้กำลังดี แต่ถ้าใครมองว่ามันยังไม่เต็มอิ่ม ยังมีสล็อตเหลืออีก 1 สล็อต สำหรับอัพเกรดได้ ถ้ามีงบเพิ่มอีกพันกว่าบาท ก็ติดตั้งเพิ่มได้ และใช้เป็น Dual-channel เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบได้อีกไม่น้อยเลย
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

SSD (เอส เอส ดี) Storage WD Green 480GB SSD ราคา 1,750 บาท
และเพื่อเติมเต็มให้กับระบบได้ดียิ่งขึ้น ไม่คอขวดหรือช้าที่ Storage จึงจัด WD Green ที่เป็น SSD SATA III ยอดนิยม มาให้ถึง 480GB ซึ่งราคาค่อนข้างดีน่าใช้ กับความเร็ว อ่านข้อมูลที่ประมาณ 540MB/s และเขียน 430MB/s มาให้กับเหล่าเกมเมอร์ได้สนุกสนานกัน เพราะเข้าเกมเร็ว โหลดเกมได้ไว คัทซีนไม่ต้องรอนาน มาพร้อมการรับประกัน 3 ปี แต่ถ้ามองกันที่ความจุ ราคานี้เทียบได้กับ HDD 2TB ก็ต้องชั่งน้ำหนักกันดีๆ ว่าต้องการความจุหรือความเร็ว หรือจะเลือกแบบ 240GB และเพิ่มฮาร์ดดิสก์ 1TB ก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละบุคคล
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

VGA กราฟิกการ์ด GIGABYTE GTX 1650 OC 4G ราคา 4,356 บาท
แม้จะเป็นการ์ดจอรุ่นน้องสุดในตระกูล แต่ก็ยังถือว่าเล่นเกมได้เป็นอย่างดี บนความละเอียด Full-HD ด้วยเฉพาะคนที่เล่นเกมแนวแอ็คชั่น และเกม RTS ซึ่งหากตั้งค่าให้เหมาะ หลายเกมยังวิ่งไปได้ที่ 40fps++ เลยทีเดียว แต่ถ้าคุณมีงบประมาณเพิ่มอีกราว 1,500 บาท ก็แนะนำให้เลือก GTX 1650 SUPER ที่เพิ่มสเปคในบางด้านเข้ามา โดยเฉพาะ VRAM ที่ขยับไป GDDR6 ก็มีส่วนช่วยให้การเล่นเกมลื่นขึ้นไม่น้อยเลไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เพาเวอร์ซัพพลาย AeroCool Superb 600W ราคา xxxx บาท
เพาเวอร์เป็นอะไรที่ค่อนข้างจำเป็นในทุกๆ การ จัดสเปคคอม โดยเฉพาะการจ่ายไฟควรจะต้องเพียงพอและมีคุณภาพ ซึ่งถ้างบน้อย ก็สามารถดูจากคุณสมบัติพื้นฐานที่มีก่อน เรื่องความสวยงามก็คงต้องรองลงไป รุ่นที่เลือกมานี้ อยู่ในเกณฑ์ที่พอต่อการใช้งาน คุณภาพการจ่ายไฟเท่าที่เช็คก็ถือว่าพอใช้ได้ โดยจ่ายไฟ +12V เป็นแบบ Dual rail แบ่งเป็น 11A และ 8A รวมแล้วได้ 230W ก็เพียงพอสำหรับการ์ดจอรุ่นกลางๆ ได้ มีคอนเน็กเตอร์แบบ 6+2 pin PCIe มาให้ 1 ชุด กับการออกแบบพื้นฐาน และสายแบบปกติทั่วไป ถอดสายไม่ได้ ไม่มี 80 Plus มา แต่ถ้าคุณมีงบประมาณเพิ่มอีก 600 บาท ก็สามารถหาเพาเวอร์ระดับ 550W-600W ในแบบ 80 Plus ได้เช่นกัน
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เคสคอมพิวเตอร Tsunami Galaxy G16 TG ราคา 1,360 บาท
สำหรับเคส เรียกว่าใครชื่นชอบแบบไหน ก็เลือกกันได้ตามใจ แต่ที่เลือกมาให้นี้ จากทาง Tsunami ที่มีหลายอย่างที่จำเป็นมาให้เกือบครบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ด้านในที่กว้างพอสำหรับใส่เมนบอร์ด mATX หรือ ATX ได้ มีพัดลมเพิ่มมาให้ พร้อมไฟในตัวสวยงาม ตกแต่งด้านหน้าด้วยไฟ LED ด้านในวางองค์ประกอบ เช่น SSD, HDD และ การ์ดจอขนาดประมาณ 30cm ได้สบาย กระจกข้างเทมเปอร์ดูสวยงาม คิดแล้วในงบไม่ถึงพันบาท จัดว่าน่าโดน
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ จัดสเปคคอม 15,000 บาท ใน Lazada ครั้งนี้ เคาะค่าใช้จ่ายออกมาที่ 15,071 บาท เท่านั้น เรียกว่าได้ครบทุกสิ่งอย่าง เหลือแค่เมาส์ คีย์บอร์ดมาวาง ก็ใช้ได้เลย โดยคุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรายละเอียดอย่างที่กล่าวไป ไม่ว่าจะเป็น SSD > HDD หรือการ์ดจอถ้ามีงบก็ขยับไปที่ GTX 1650 SUPER ได้เลย รวมไปถึงการเพิ่มแรม ให้เป็น 16GB ทำงานในแบบ Dual-channel ก็จะเห็นประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าจะขยับไปสู่การแคสสตรีมเกมการ จัดสเปคคอม ก็อาจจะต้องเปลี่ยนจาก Core i3 ขยับไปเป็น i5 ก็จะคล่องตัวมากกว่าเดิม ด้วยความเร็วและ Core/ Thread ที่ดีกว่า

from:https://notebookspec.com/pc-spec-15000-intel-pubg-fortnite-lazada/536105/

Intel โลโก้ใหม่ ไฉไลกว่าเก่า พร้อมเปิดตัว Intel Core Gen 11

Intel

Intel เปิดตัว Intel Core Gen 11th ที่มาพร้อมกับกราฟฟิก Intel Iris Xe และแพลตฟอร์มใหม่ Intel Evo มาพร้อมขบวนผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แพลตฟอร์ม Intel® Evo™ และที่สำคัญ ยังได้มีการปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ในรอบ 14 ปีอีกด้วย

Intel ได้เปิดตัวชิปประมวลผลใหม่ในตระกูล Intel® Core™ Gen 11 ที่จะมาพร้อมกับการ์ดจอ Intel® Iris® Xe ออกแบบมาเพื่อ Notebook ในรุ่นบางเบา เหมาะอย่างยิ่งกับการสร้างคอนเทนต์ โดยสามารถเพิ่มความเร็วในด้านการทำงานออฟฟิศได้กว่า 20% พร้อมความสามารถในการเล่นและสตรีมเกมที่ไวขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า แถมยังมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ Intel® Evo™ เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ดีไซน์จากโปรเซสเซอร์ Intel Core Gen11 พร้อมด้วยชิปกราฟิก Intel Iris Xe และผ่านการรับรองตามโปรแกรมนวัตกรรม Project Athena และ Key experience indicators หรือ KEIs นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กว่า 150 รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Gen 11 ที่กำลังเข้าสู่ตลาดทั้ง Acer, Asus, Dell, Dynabook, HP, Lenovo, LG, MSI, Razer, Samsung และผู้ผลิตรายอื่น ๆ

ด้วยการใช้เทคโนโลยีการประมวลผล SuperFin ใหม่ของอินเทล ทำให้โปรเซสเซอร์ Intel Core Gen 11 มีประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานและตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม

Gregory Bryant รองประธานบริหาร Intel และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์ประมวลผลคอมพิวเตอร์ลูกข่าย กล่าวว่า “โปรเซสเซอร์ Intel Core Gen 11 ที่มาพร้อมกราฟิก Intel Iris Xe เป็นการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ด้านประสิทธิภาพโปรเซสเซอร์ในโลกการใช้งานจริง และถือเป็นโปรเซสเซอร์ที่ดีที่สุดที่เราเคยสร้างมา ไม่ว่าคุณต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส พลังของ Intel Core เจนเนอเรชั่น 11 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบทางวิศวกรรมร่วมกันและผ่านการรับรอง Intel Evo จะมอบประสบการณ์แล็ปท็อปที่ดีที่สุดให้กับคุณ”

Intel

Intel launches nine new 11th Gen Intel Core processors with Intel Iris Xe graphics (code-named “Tiger Lake”) on Sept. 2, 2020. They are the world’s best processors for thin-and-light laptops with unmatched capabilities for real-world productivity, collaboration, creation, gaming and entertainment across Windows and ChromeOS-based laptops. (Credit: Intel Corporation)

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.intel.com/benchmarks, www.intel.com/11thgen และ www.intel.com/Evo

Intel

Left, Intel’s original logo, introduced in 1968. Right, the company’s previous logo, introduced in 2006. (Cr: Theverge)

from:https://notebookspec.com/intel-new-logo-2020/536143/