คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL

รีวิว ASUS S500 พีซีที่เกิดมาเพื่อออฟฟิต

สำหรับพีซีที่ใช้ในออฟฟิต ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญ และยิ่งกะทัดรัดประหยัดพื้นที่ด้วยยิ่งดีอย่าง ASUS S500 ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้ โดดเด่นทั้งเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน และขนาดที่กะทัดรัดเป็นพิเศษ

ASUS S500

ASUS S500 เป็นพีซีแบรนด์จากเจ้าตลาด DIY ที่กระโดดมาทำพีซีเพื่อองค์กร รวมไปถึงนักเรียน ผู้สูงอายุ ด้วยซอฟแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของตัวเครื่อง ปรับแต่งได้มากมาย วัสดุที่แข็งแรงทนทานประหยัดไฟและยังแผ่ความร้อนน้อยกว่าด้วย

รวมไปถึงสเปคที่ตอบโจทย์การใช้งาน อย่างเครื่องที่ทีมงานได้ทดสอบนี้ ทั้ง Intel Core i5-11400 ,RAM 8 GB DDR4 ,SSD PCIe 512 GB ,รองรับ WiFI 5 มาพร้อม Windows 10 Home และ Pre-installed with genuine Windows and Office 2019 พร้อมใช้งานโปรแกรมOffice ex, Word, Excel, PowerPoint ตลอดอายุเครื่อง ประหยัดค่าใช้จ่าย

ฟีเจอร์เด่น ASUS S500

  • Storage SSD up to 512G หน่วยเก็บข้อมูลแบบ SSD ทำงานรวดเร็วกว่า HDD เปิดปิดเครื่องได้ไวและเปิดไฟล์งานหลายๆไฟล์พร้อมกันได้รวดเร็ว
  • คอมพิวเตอร์แบบ Small form factor ประหยัดเนื้อที่และน้ำหนักเบา เคลื่อนย้าย พร้อมทำความสะอาดได้ง่าย แต่ประสิทธิภาพเหมือนเครื่องพีซีขนาดปกติ สามารถวางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
  • เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง (Two-way AI noise-canceling technology) สำหรับการประชุมวีดีโอคอล ช่วยตัดเสียงรบกวนจากปลายทางของคู่สนทนา
  • ประหยัดพลังงาน (Up to 80 PLUS Platinum PSU, up to 92% efficient power supply) ให้ความร้อนน้อย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
  • มาพร้อม Windows 10 Home และ Pre-installed with genuine Windows and Office 2019 (specific model) พร้อมใช้งานโปรแกรมOffice ex, Word, Excel, PowerPoint ตลอดอายุเครื่อง ประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • เครื่องทนทาน ผ่านมาตรฐาน US MIL-STD 810H military grade reliability with optimized construction การตกหล่น หรือการกระแทก
  • มาพร้อม 11th Gen Intel up to core i5 processor
  • Wi-Fi 5, DDR 4 RAM
  • นำเสนอ My ASUS โซลูชันซอฟต์แวร์ที่สร้างประสบการณ์การใช้งานแบบบูรณาการข้ามระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันรวมถึง Windows, Android และ iOS
  1. Link to MyASUS ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์มือถือเพื่อสร้างประสบการณ์แบบบูรณาการ
  2. System Diagnosis ระบุปัญหาที่พบ รายงานแหล่งที่มาของปัญหา และให้คำแนะนำทันที
  3. ASUS AppDeals เพลิดเพลินกับส่วนลดสำหรับแอพลิเคชั่นต่างๆและข้อเสนอสุดพิเศษของ ASUS ผ่าน AppDeals
  4. Customer Serviceการให้บริการหลังการขายรวมถึงการช่วยเหลือผู้ใช้ผ่านการแชทออนไลน์ของ ASUS การติดตามสถานะการซ่อมแซมและการสั่งซื้อASUS Premium Care
  • มาพร้อมประกัน 3 ปี Onsite service ซ่อมถึงทีเมื่อเครื่องมีปัญหา และ 1 ปี Perfect Warranty เมื่อเกิดอุบัติเหตุ น้ำหกใส่ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือเครื่องตกหล่น

ASUS S500 24

อุปกรณ์ภายในกล่องจะมีเมาส์คีย์บอร์ดแถมมาให้ด้วยพร้อมใช้งาน

ASUS S500 02

ASUS S500 03 ASUS S500 05

ASUS S500 มาในขนาดที่กะทัดรัดแบบ small form factor ประหยัดพื้นที่ สามารถใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตัวเคสผลิตมาจากโลหะ มีความแข็งแรงมาก ผ่านการทดสอบความทนทาน US MIL-STD 810H  สามารถวางจอทับเคสได้เลย

ASUS S500 04

ด้านหน้าจะมีไดร์ฟ DVD แบบ Slot Load ปุ่มเปิดเครื่อง 3.5 mm สำหรับต่อหูฟัง และหูฟังพร้อมไมค์แบบ Combo ,USB 3.1 2 พอร์ต , USB 3.0 2 พอร์ต และ SD Card Reader

ASUS S500 06

ฝาด้านซ้ายที่เปิดได้จะมีช่องระบายความร้อนให้อากาศเย็นเข้าไปถ่ายเทได้อยู่

ASUS S500 08

ส่วนด้านขวาจะปิดทึบเปิดไม่ได้

ASUS S500 09

พอร์ตเชื่อมต่อครบครันไม่ว่าจะเป็น

  • 2 x PS/2
  • 1 x HDMI
  • 1 x VGA
  • 2 x RS-232 
  • 2 x USB 3.0
  • 2 x USB 2.0
  • Audio 3.5 mm

ASUS S500 11

ด้วยเคสแบบ SFF แม้จะวางแนวตั้งก็ไม่เกะกะเท่าไรนัก

ASUS S500 15

หรือจะวางนอนก็สามารถวางได้ และวางจอภาพทับลงไปเพื่อประหยัดพื้นที่โต๊ะทำงาน ตัวเคสก็มีความแข็งแรงดีทีเดียว

ASUS S500 19

เปิดมาภายในเคสจะดูเรียบๆ พร้อมพัดลมระบายความร้อนที่มีการบังคับทิศทางลมไว้ด้วย โดยจะมีฝาปิดตรงไดร์ฟ DVD ที่จะเอาไว้ติดตั้งฮาร์ดดิสค์แบบ 3.5 หรือ 2.5 นิ้ว เพิ่มได้

ASUS S500 20

ASUS S500 22 ASUS S500 23   

เมื่อถอดฝาหน้าและไดร์ฟ DVD ออกไป จะเห็นภายในชัดเจน แรมที่สามารถใส่ได้ 2 แถว การ์ดจอที่สามารถเพิ่มได้แบบชนิด Low Profile นอกจากนั้นยังสามารถเพิ่มฮาร์ดดิสค์แบบ SATA ได้อีก 1 พอร์ต

MyASUS 7 23 2021 11 21 49 AM

ASUS S500 มาพร้อมจุดเด่นในส่วนของซอฟแวร์ 2 ตัว ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภาย และสนับสนุนการใช้งานในองค์กรด้วยกันเริ่มที่ My ASUS สำหรับปรับตั้งค่าเบื่องต้น ไม่ว่าจะเป็น

MyASUS 7 23 2021 11 21 52 AM

การโอนถ่ายไฟล์ระหว่างเครื่อง

MyASUS 7 23 2021 11 22 02 AM

แชร์หน้าจอระหว่างเครื่องในวง lan เดียวกัน

MyASUS 7 23 2021 11 22 19 AM

อีกหนึ่งจุดเด่นของ ASUS S500 ก็คือการปรับแต่งตัวเครื่องได้ ตั้งแต่ปรับโะรไฟล์พัดลมระบายความร้อน เพื่อลดเสียงการทำงานของตัวเครื่อง

ในส่วนของเสียงและไมค์ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เพราะมีฟังค์ชั่น AI มาช่วยปรับแต่ง ทั้งช่วยลดเสียงรบกวนให้ตัวไมค์ ช่วยให้พูดคุยประชุมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นตัดเ้สียงรอบข้างไมค์ออกไป รวมไปถึงปรับแต่งเสียงลำโพงหรือหูฟังให้เน้นเฉพาะเสียงพูดอย่างเดียวโดยตัดเสียงอื่นออกไป และจากการทดสอบใช้งาน

  • การตัดเสียงไมค์ ทำได้ดีมาก จากปรกติไมค์ที่ทีมงานใช้จะเก็บเสียงรอบข้าง แม้จะห่างไปราว 1-2 เมต์ ก็ยังเข้ามา ไม่ว่าจะเสียงพิมพ์คีย์บอร์ด เสียงประตูปิดเปิด แต่เมื่อใช้ฟังค์ชันนี้แล้ว จะไม่ได้เก็บเสียงรอบข้างเข้ามาเลย เสียงพูดคุยชัดเจนขึ้น เหมือนใช้พวกไมค์ตัดเสียงรบกวนดีๆเลย
  • ส่วนการตัดเสียงรบกวนของลำโพง อันนี้จะรู้สึกแปลกๆนิดหน่อย เพราะมันตัดเสียงรบกวนจากลำโพงเกือบทั้งหมด และจะมีแต่เสียงพูดออกมา นึกง่ายๆถ้าฟังเพลงจะได้ยินแต่เสียงร้อง จะไม่ได้ยินเสียงดนตรีหลุดมาเลย ดูหนังก็ตะได้ยินแต่เสียงคนพูด ไม่ได้ยินเสียงดนตรีประกอบใดๆ เข้าใจว่าตัว AI เน้นเฉพาะเสียงพูดคุยเพื่อการรประชุมการเรียนจริงๆ แต่ถ้าเกิดมีดนตรีประกอบใดๆเช่นต้องพรีเซ้นต์งานวีดีโอสักตัวอาจจะมีปัญหาไม่ได้ยินเสียงดนตรีประกอบได้

สุดท้ายจะเป็นการปรับแต่งโพรไฟล์ของการรับส่งไฟล์ หรือการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตว่าอยากให้เน้นการใช้งานด้านไหน 

MyASUS 7 23 2021 11 22 46 AM

ในส่วนของที่เช็ค error ต่างๆของตัวเครื่อง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้เลย

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 19 30 AM

อีกซอฟแวร์เลยคือ ASUS Business Manager สำหรับปรับแต่งตัวเครื่อง ซึ่งต้องตั้งรหัสก่อน โดยเมนูหลักอันแรกเลยคือสามารถตั้งล๊อคพอร์ต USB ได้เลย เช่นให้ไม่สามารถต่อใช้งานได้ หรือใช้งานได้แต่อ่านเท่านั้น รวมไปถึงล๊อคไดร์ฟ DVD ได้ด้วย

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 19 34 AM

ต่อมาจะเป้นการตั้งล๊อคการตั้งค่าอื่นๆเช่น ลีอคการตั้งค่าวันที่ ล๊อคหน้าจอ รวมถึงปิดการปรับแต่ง Registry ได้ด้วย

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 19 39 AM

ตั้งการเข้ารหัสล๊อคตัวไดร์ฟต่างๆ เวลาเรานำไปต่อเครื่องอื่นก็จะไม่สามารถอ่านข้อมูลในไดร์ฟที่มีการล๊อคนั่นเอง

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 19 44 AM

ตรวจสอบ Log ต่างๆที่มีการทำงานของตัวเครื่อง เหมาะกับพ่อแม่ที่ต้องการตรวจสอบลูกๆ หรือฝาก IT รวมไปถึงเจ้านายที่ต้องการเช็คตรวจสอบลุกน้อง

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 20 08 AM

เมนูสำหรับลบไฟล์แบบไม่ให้เหลือซาก ป้องกันการกู้ข้อมูลกลับมาใหม่

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 20 12 AM

สุดท้ายคือเปลี่ยน Logo Bios เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการโชว์ความเป็นเอกลักษณ์

 CPU Z 3CPU Z 7 23 2021 11 18 52 AM

ซีพียู S500 ในเครื่องทดสอบนี้มาพร้อม i5-11400

CPU Z 7 23 2021 11 18 57 AM Ram 1

แรมที่ติดตั้งมาขนาด 8 GB แบบ DDR4 3200 MHz

CPU Z Bench 1

Cinebench R15 1

ความแรงของซีพียู กำลังดี รองรับการใช้งานต่างๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

GPU Z 3

การ์ดจอออนบอร์ดที่ติดตั้งมา Intel UHD 730

CrystalDiskMark 1

SSD ที่ติดตั้งมาอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนข้างเร็ง เปิดเครื่องไว เปิดโปรแกรมเร็ว

PCMark 10 PCMark10 คะแนนระดับกลางๆ

FurMark CPU Burner

ในส่วนของความร้อน แม้จะเป็นเคสเล็ก SFF แต่อุณหภูมิของซีพียูสูงสุดก็แค่ราว 77 องศาเซลเซียส แม้จะมีพัดลมแค่ตัวเดียว แต่ก็มีการบังคับทิศทางลม และมีช่องให้อากาสเข้าไปถ่ายเท ทำให้สามารถจัดการระบายความร้อนได้ดีทีเดียว

ASUS S500 25

ASUS S500 เหมาะทั้งองค์กร ที่ต้องการพีซีขนาดกะทัดรัดความปลอดภัยสูง หรือกระทั่งผู้ปกครองที่ต้องการหาพีซีที่สามารถตรวจสอบการเรียนออนไลน์ หรือการใช้งานอื่นๆของวัยเรียนได้ อีกทั้งยังมาพร้อมความทนทานจัดวางง่าย พร้อม Windows 10 + Office แท้ พร้อมใช้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแล้ว นอกจากนั้นยังสามารถปรับแต่งตัวเครื่องได้หลากหลาย พร้อม AI ตัดเสียงที่ช่วยให้การประชุม การเรียนออนไลน์คมชัดไม่มีสะดุด และสุดท้ายคือการรับประกันซ่อมฟรีออนไซทืถึงบ้าน 3 ปีเต็ม

จุดเด่น

  • ขนาดกะทัดรัดประหยัดพื้นที่
  • ตัวเคสมีความแข็งแรงมาก
  • มาพร้อม Windows + Office แท้
  • มี AI ตัดเสียงไมค์ได้ดีมาก
  • ประกัน 3 ปี ออนไซท์ซ่อมถึงบ้าน
  • ความปลอดภัยขั้นสูงเช่นล๊อคพอร์ต USB ได้

ข้อสังเกต

  • AI ที่ตัดเสียงลำโพงตัดเสียงมากเกินไป
  • ราคาต่อสเปคอาจจะสูงกว่าเครื่องประกอบ

from:https://notebookspec.com/web/606194-review-asus-s500

เล่นเกมมือถือในคอม 4 จอ ต้องใช้แรม 16 หรือ 32GB ถึงจะพอ?

อยากเล่นเกมมือถือในคอมแบบเปิดหลายจอ พีซีต้องแรงระดับไหนถึงจะเอาอยู่?

android game cover

นอกจากเกม AAA ที่เราเล่นกันเป็นประจำอยู่แล้ว หลาย ๆ คนก็โหลด Emulator มาเล่นเกมมือถือในคอมกันอย่างสนุกสนาน เพราะยุคนี้เกมมือถือหลาย ๆ เกมก็สนุกไม่แพ้กับเกมพีซีฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอพัฒนาเกมชั้นนำหลาย ๆ เจ้าเลยทีเดียว แต่จุดร่วมกันของเกมมือถือเหล่านี้ คือต้องการให้ผู้เล่นใช้เวลากับเกมของตัวเองนาน ๆ เพื่อตามล่าไอเทมอัพเกรดตัวละครกันเยอะ ๆ หรือในภาษาเกมเมอร์เรียกว่า “ฟาร์มของ” กันนั่นเอง ดังนั้นจะมานั่งเปิดเล่นทีละเกมสลับกันฟาร์มไปแล้วก็คงจะไม่ทันใจ ตัวละครเติบโตไม่ทันใช้เล่นอีเวนต์พิเศษที่ผู้พัฒนาเปิดให้เล่นอย่างแน่นอน ซึ่งนักพัฒนาซอฟท์แวร์ Android Emulator เหล่านี้ก็เข้าใจในจุดนี้ดี จึงมีฟีเจอร์ Multi-instance ที่ใช้เปิดเกมมือถือพร้อมกันหลาย ๆ หน้าจอได้

แต่จุดสำคัญคือ ถ้าเรายิ่งเปิดหลายหน้าจอพร้อม ๆ กัน เจ้า Android Emulator พวกนี้ก็จะยิ่งกินสเปคเครื่องของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเงาตามตัว บางคนเปิด 1-2 จอก็เรียกว่าเต็มกลืนแล้ว และคนใกล้ตัวของผู้เขียนบางคนที่เป็นจริงจังเกมเมอร์เอง ก็เคยเปรย ๆ เอาไว้ว่าถ้าจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหรือประกอบคอมไว้เล่นเกมเครื่องใหม่ ก็อยากได้แบบเปิดฟาร์มเกมมือถือได้พร้อมกัน 4 จอแล้วก็เล่นเกม AAA อีกเกมไปพร้อมกันได้ด้วย ซึ่งผู้เขียนคิดว่าโจทย์นี้น่าจะมีผู้ใช้หลาย ๆ คนอยากได้อยากทำตามอยู่อย่างแน่นอน

เล่นเกมมือถือในคอม

คำถามคือถ้าต้องการเล่นเกมแบบจัดเต็มขนาดนั้น เกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คของเราต้องสเปคระดับไหนดี? ในส่วนนี้ผู้เขียนได้ลองทดสอบกับเกมมิ่งพีซีของตัวเองแล้วเอาผลการทดสอบมาให้ผู้ที่สนใจได้ลองดูเผื่อเป็นเคสสำหรับคนที่กำลังมีแผนอยู่ว่าจะจัดสเปคคอมหรือเลือกเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่ จะได้เลือกซื้อเครื่องได้ตรงความต้องการและคุ้มที่สุดด้วย

หัวข้อวิธีการเล่นเกมมือถือในคอม

  1. จะเล่นเกมมือถือในคอมแล้วเปิด 4 จอ จะกินสเปคเครื่องแค่ไหน?
  2. 4 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมมือถือในคอม สเปคลื่นเล่นเพลิน

จะเล่นเกมมือถือในคอมแล้วเปิด 4 จอ จะกินสเปคเครื่องแค่ไหน?

ก่อนที่จะเริ่มเล่นเกมมือถือในคอม จะต้องมีการตั้งค่ากันก่อนทั้งการลง Android Emulator, ตั้งค่าแอพฯ ให้เล่นเกมได้ลื่นและการเปิดฟังก์ชั่น Virtualization ของ AMD, Intel ด้วย โดยฟังก์ชั่นนั้นทั้งสองค่ายจะเรียกแตกต่างกัน ทาง AMD จะเรียกว่า AMD SVM (AMD Secure Virtual Machine) กับ Intel VT-x

ทั้ง 2 ฟังก์ชั่นนั้นจะต้องรีเซ็ตเครื่องแล้วเข้าไปตั้งค่าใน BIOS ก่อน ส่วนวิธีการตั้งค่าโดยละเอียดสามารถอ่านได้ในบทความ “7 โปรแกรมเล่นเกมมือถือในคอมฉบับปี 2021 พร้อมวิธีเซ็ตโปรแกรมให้ลื่นหัวแตก เปิด VT ใน BIOS ฉบับจับมือทำจนได้เล่น” โดยในบทความนี้ ผู้เขียนเลือกใช้ NoxPlayer เป็นโปรแกรมที่ใช้ทดสอบในบทความนี้

setup default
setup choose model

ในส่วนของการตั้งค่า ผู้เขียนได้ทดสอบโดยใช้การตั้งค่าดั้งเดิมที่ NoxPlayer ตั้งค่ามาให้หลังจากตัวซอฟท์แวร์เช็คสเปคตัวเครื่องเสร็จแล้วจะเป็นดังนี้

  • Performance settings – เป็นแบบ High (4 Core CPU, 4096 MB Memory)
  • Graphics rendering mode – เป็น Enhanced compatibility mode(OpenGL+)
  • Resolution setting – เลือกเป็น Tablet ความละเอียดหน้าจอ 1600×900 พิกเซล
  • Mobile phone model – เลือกเป็น Default model รุ่น Samsung Galaxy S20 Ultra (รุ่นสูงสุดที่เลือกได้ในการตั้งค่าของ NoxPlayer)

ซึ่งทั้งหมดนี้ผู้เขียนปรับแต่งแค่ส่วนของ Mobile phone model อย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่าการตั้งค่าของตัวซอฟท์แวร์ยังเป็นรุ่นที่สเปคระดับกลาง ๆ และผู้เขียนเชื่อว่าเครื่องที่ผู้เขียนใช้ทดสอบนั้นมั่นใจว่าตั้งค่าได้ดีกว่าจึงเปลี่ยนการตั้งค่าส่วนนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยสเปคเครื่องที่ทดสอบจะเป็นดังนี้

  สเปคของเครื่องที่ใช้ทดสอบ
ซีพียู AMD Ryzen 5 3600 แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.6-4.2 GHz
การ์ดจอ Gigabyte GeForce GTX 1070 Ti Gaming 8G
แรม KLEVV CRAS X RGB ความจุ 32GB DDR4 บัส 3200 MHz
SSD WD Black SN750 1TB
ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home

ซึ่งถ้าใครที่ใช้เกมมิ่งพีซีสเปคใกล้เคียงหรือแรงกว่านี้ อาจจะลองปรับสเปคให้แรงกว่านี้หน่อยก็ได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าเล่นตามการตั้งค่าตามปกติก็ถือว่าลื่นใช้ได้แล้วเช่นกัน

how to multi instance
setup multi instance

ส่วนการตั้งค่า Multi-Instance จะขึ้นอยู่กับการเซ็ตค่าของแต่ละโปรแกรมว่าต้องเซ็ตค่าตรงไหนอย่างไรบ้าง อย่างเช่นของ NoxPlayer จะเปิดตั้งค่าในหน้าคำสั่ง Nox multi-instance manager แล้วเลือกตั้งค่าได้เลยว่าต้องการเปิดกี่หน้าจอพร้อมกัน รวมทั้งเลือกเวอร์ชั่นของ Android ได้ด้วย ซึ่งทางแอพฯ แนะนำว่าให้ใช้ Android 5 จะเล่นเกมได้ลื่นและเสถียรกว่า แตในการทดสอบนี้จะลองใช้เป็น Android 7 ที่ใหม่กว่า และพอลองเล่นแล้วก็ไม่มีปัญหาและเล่นได้ลื่นเหมือนกัน

normal state of pc

เมื่อตั้งค่าทั้งหมดพร้อมเซ็ต Multi-instance แยกเอาไว้ทั้งหมด 4 หน้าจอแล้ว ตัวโปรแกรมจะจัดการแยกตัว Instance หรือตัวแอนดรอยด์สำหรับลงเกมแยกกันทั้งหมดเหมือนเป็นมือถือคนละเครื่อง เวลาโหลดเกมมาลงเครื่องจะต้องโหลดและล็อคอินไอดีแยกกันหมดเหมือนเป็นคนละเครื่องกันด้วย และผู้เขียนแนะนำว่าถ้าตั้ง Multi-instance เสร็จแล้วควรตั้งชื่อแยกกันด้วยว่าตัวนี้จะใช้เล่นเกมอะไร จะได้เปิดเกมมาเล่นได้แบบไม่ต้องไล่หาให้เสียเวลา

สำหรับหน้าสถานะตัวเครื่องตอนเปิดใช้งานโปรแกรมแชตหลัก ๆ อย่าง Line หรือ Discord สำหรับคุยกับเพื่อนตามปกติ ตัวเครื่องจะใช้ซีพียู 11% แรมเพียง 4.7 GB เท่านั้น ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับปกติทั่วไป ส่วนเกมที่ผู้เขียนเลือกมาทดสอบในบทความนี้จะมี 4 เกมด้วยกัน ได้แก่ Azure Lane, Arknights, Princess Connect! Re: Dive และ Fate/Grand Order

1 game

เมื่อทดลองเปิดเกมแรกขึ้นมาแล้วดูสถานะตัวเครื่องผ่านทาง Task Manager จะเห็นว่าซีพียูยังกินอยู่ราว 10-11% เหมือนเดิม แต่จะเริ่มใช้การ์ดจอเข้ามาช่วยเรนเดอร์ภาพในเกมแล้ว โดยเพิ่มจาก 0% มาเป็น 5% ส่วนแรมจากตอนปกติที่ใช้งานอยู่ 4.7 GB ขยับขึ้นมาเป็น 7.4 GB ซึ่งตัว NoxPlayer จองพื้นที่แรมสำหรับเกมแรกไป 2.7 GB

2 games

เมื่อเปิดเกมที่ 2 ขึ้นมา ตัวเครื่องจะกินแรมเพิ่มจาก 7.4 GB ไปเป็น 10.1 GB หรือเพิ่มอีก 2.7 GB ซีพียูและการ์ดจอจะใช้กำลังประมวลผลเพิ่มไปตามกัน โดยซีพียูจากใช้พลังการทำงาน 10% จะเพิ่มเป็น 22% และการ์ดจอจาก 5% ไปเป็น 15% และทั้งสองเกมนี้ยังอยู่ที่หน้าแรกของตัวเกมเท่านั้น

มาถึงจุดนี้จะเห็นว่าตัวเครื่องกินแรมเกิน 8 GB เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นที่มีแรมในเครื่องเพียง 8 GB จะไม่พอใช้รัน 2 เกมพร้อมกันแล้ว ในส่วนนี้อาจจะต้องไปตั้งค่าลดสเปคส่วนของ Performance settings ลงไปโดยแลกความลื่นกับจำนวนหน้าจอแทน

3 games

หลังจากรันเกมที่ 3 ขึ้นมาแล้ว จะเห็นว่าตอนนี้โปรแกรมใช้การ์ดจอกับซีพียูไล่เลี่ยกับตอนเปิด 2 หน้าจอ แต่จะกินแรมเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยตอนนี้เพิ่มจาก 10.1 GB ไปเป็น 14.8 GB คิดแล้วตัว NoxPlayer จะใช้แรมเพิ่มอีก 4.7 GB เลยทีเดียว

ณ จุดนี้ จะเห็นว่า NoxPlayer จะกินทรัพยากรตัวเครื่องระดับที่พีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่มีแรม 16 GB จะค่อนข้างอึดอัดแล้วเพราะว่ามีแรมว่างเหลือเอาไว้ใช้เปิดโปรแกรมอื่น ๆ อีกแค่ 1.1 GB ซึ่งอาจจะเปิดเบราเซอร์ขึ้นมาใช้งานได้โดยยังไม่กระทบกับตัวโปรแกรมมากนัก

4 games

สุดท้ายเมื่อเปิดครบทั้ง 4 เกมจนครบแล้ว NoxPlayer จะกินทรัพยากรเครื่องมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยซีพียูจะใช้ประสิทธิภาพไปที่ 31%, ใช้การ์ดจออยู่ที่ 22% และใช้แรมเพิ่มขึ้นเป็น 16.9 GB หรือเพิ่มจากตอนเปิด 3 หน้าจอขึ้นมาอีก 2.1 GB แม้จะยังไม่ได้เปิดเข้าหน้าเล่นเกม ก็ถือว่าโปรแกรมใช้ทรัพยากรระดับที่เกินสเปคมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันไปหลายรุ่นเลยทีเดียว

ดังนั้นถ้าใครอยากเล่นเกมมือถือแล้วเปิด 4 หน้าจอพร้อมกันแล้วตั้ง  Performance settings ระดับ High (4 Core CPU, 4096 MB Memory) แนะนำว่าต้องเพิ่มแรมเป็นหลัก ส่วนซีพียูกับการ์ดจออาจจะอยู่ในระดับกลาง ๆ ก็เพียงพอแล้ว

โดยสรุปถ้าเทียบจากตอนก่อนเปิดครบ 4 หน้าจอที่ตัวโปรแกรมใช้แรม 4.7 GB แล้วเพิ่มมาเป็น 16.9 GB ตอนเปิดครบทั้ง 4 หน้าจอ ตัว NoxPlayer จะใช้แรมทั้งหมด 12.2 GB ถ้าหารเฉลี่ยเท่ากับว่าตอนนี้เกมแต่ละหน้าจอจะใช้แรมหน้าจอละ 3 GB ด้วยกัน

4 game plaing

เมื่อเข้าหน้าเล่นเกมโดยเปิดระบบ Auto ให้ทั้ง Azure Lane, Arknights และ Princess Connect! Re: Dive แล้วเล่นที่หน้าจอเกม Fate/Grand Order โปรแกรม NoxPlayer จะใช้ซีพียูเพิ่มขึ้นเป็น 53%, กินแรมเพิ่มจาก 16.9 เป็น 17.3 GB หรือเพิ่มอีก 0.4 GB แต่การ์ดจอยังใช้อยู่ราว 22-25% เหมือนเดิม

gaming pc

ถ้าสรุปแล้วจะเห็นว่าการเล่นเกมมือถือในคอมนั้นจะเน้นที่ปริมาณความจของแรมในเครื่องเป็นหลัก ส่วนการ์ดจอกับซีพียูอาจจะอยู่ระดับกลาง ๆ อย่าง AMD Ryzen 5 หรือ Intel Core i5 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดขึ้นไปเพื่อให้เล่นเกมได้ลื่น ส่วนการ์ดจอจากการทดสอบจะเห็นว่าใช้งานเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยเรื่องเรนเดอร์ภาพได้ไหลลื่นเท่านั้น ซึ่งถ้า NVIDIA GeForce GTX 1070 Ti ของผู้เขียนสามารถเล่นเกมมือถือได้ไหลลื่นแล้ว การ์ดจอโน๊ตบุ๊คระดับ NVIDIA GeForce RTX 3050 ขึ้นไปก็สามารถเล่นเกมได้แน่นอน

ส่วนแรมนั้นจะขึ้นอยู่กับเกมและโปรแกรมที่เราจะใช้งาน ถ้าคำนวนจากที่ทดลองเปิดกันก่อนหน้านี้แล้วจะเห็นว่าเกมมือถือหนึ่งเกมจะใช้แรม 3 GB ต่อเกม ซึ่งถ้าเปิดราว 1-2 เกม แล้วทำงานหรือเล่นเกมอื่นก็อาจจะใช้แรม 16 GB ก็ได้ แต่ถ้าเพิ่มเป็น 3-4 เกม เมื่อไหร่ก็แนะนำให้เพิ่มแรมอีก 8-16 GB ไปเลยจะดีที่สุด เพราะจะทำให้เล่นเกมได้ลื่นไม่เจอปัญหาเรื่องแรมเต็มจนเครื่องอืดแน่นอน

ดังนั้นโดยสรุปแล้วปริมาณเกมมือถือในคอมของเรากับปริมาณแรมในเครื่องจะเป็นดังนี้

  • เล่น 1-2 จอ – ใช้โน๊ตบุ๊คแรม 16 GB ได้และยังไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มเติมมาก เพราะโปรแกรมเล่นเกมมือถือในคอมจะใช้แรมรวมกับแรมในเครื่องราว 10 GB จะเหลือพื้นที่ 6 GB เอาไว้ทำงาน
    • กรณีเปิดโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เช่น เบราเซอร์หรือโปรแกรมทำงานเอกสารต่าง ๆ อาจจะยังไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มจาก 16 GB
    • กรณีเล่นเกม AAA อีกหนึ่งเกมหรือใช้โปรแกรมที่ใช้แรมเยอะ ๆ ไปด้วย แนะนำให้เพิ่มแรมอีกราว 8 GB เผื่อเอาไว้ด้วยจะดีที่สุด
  • เล่น 3-4 จอ – แนะนำให้อัพเกรดให้มากกว่า 16 GB เผื่อเอาไว้ เพราะแต่ละหน้าจอจะใช้แรมราว 3 GB รวมกับที่ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมพื้นฐานต่าง ๆ จองแรมเอาไว้แล้วอาจจะใช้ราว 17 GB ซึ่งจะไม่พอใช้อย่างแน่นอน ในกรณีที่ต้องการวัดว่าใช้แรมมากเท่าไหร่ ให้ทดลองเปิดโปรแกรมทั้งหมดที่ใช้งานตามปกติแล้วเอาปริมาณแรมทั้งหมดนั้นมาบวกกับปริมาณเกมมือถือที่เปิดพร้อม ๆ กัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใช้งานปกติต้องใช้แรม 8 GB ก็เอาปริมาณหน้าจอเกมมือถือที่เปิดค้างเอาไว้มาบวกเข้าไป ซึ่งถ้าคิดคร่าว ๆ คือ 8+(4×3) = 20 GB และถ้าในเครื่องมีแรมอยู่ 16 GB อาจจะเพิ่มอีก 8 GB ให้เป็น 24 GB ก็ถือว่ากำลังดี หรือจะอัพเกรดไป 32 GB ก็ดี

4 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมมือถือในคอม สเปคลื่นเล่นเพลิน

จากการทดสอบทั้งหมดที่ทดสอบให้เห็นแล้ว จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันจะสามารถเปิดเล่นเกมมือถือในคอมได้อย่างน้อย 1-2 หน้าจออย่างแน่นอน แต่ถ้าต้องการให้เล่นได้ 4 จอแบบลื่นไหล ผู้เขียนแนะนำว่าให้เตรียมเงินเพิ่มแรมให้มากกว่า 16 GB จะเล่นได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน แต่ถ้าจะเล่นเพียง 1-2 เกมก็อาจจะยังไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ผู้เขียนเลือกแล้วว่าสเปคนี้สามารถเล่นเกมมือถือในคอมได้ไหลลื่นอย่างแน่นอนจะมี 4 รุ่นหลัก ๆ ดังนี้

  1. Lenovo IdeaPad Gaming 3 (33,990 บาท)
  2. ASUS TUF Gaming F15 FX506 (36,990 บาท)
  3. MSI GF75 Thin (36,990 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-57-51QF (37,900 บาท)
1. Lenovo IdeaPad Gaming 3 (33,990 บาท)

Ideapad gaming 15ach6 c

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องแรกที่สเปคจัดว่าคุ้มสุด ๆ จะทำงานหรือเล่นเกมก็ได้สบาย ๆ และเล่นเกมมือถือได้ 2-3 หน้าจอพร้อม ๆ กัน จะมี Lenovo IdeaPad Gaming 3 รุ่นใหม่ที่ใส่สเปคมาให้แบบจัดเต็ม มีแรม 16GB ติดเครื่องออกจากโรงงาน และถ้าต้องการอัพเกรดเพิ่มแรมเป็น 32GB ก็มีช่องใส่แรมว่างอยู่ 1 ช่องอีกด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวโดยละเอียดได้ที่นี่

เครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz สถาปัตยกรรม AMD Zen 3 รุ่นใหม่ล่าสุดที่ประสิทธิภาพจัดว่าแรงหายห่วง จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 สำหรับประมวลผลกราฟฟิค SSD เป็นแบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอของตัวเครื่องมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz ส่วนการต่ออินเตอร์เน็ตจะเป็น Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.0 อีกด้วย ซึ่งสเปคนี้ถ้าต่อหน้าจอแยกแล้วเล่นเกมมือถือไปด้วย ก็สามารถเล่นได้ 1-2 หน้าจอพร้อมทำงานหรือเล่นเกม AAA อีกหนึ่งเกมพร้อมกันได้อย่างแน่นอน

สเปคของ Lenovo IdeaPad Gaming 3
  • ซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD เป็นแบบ M.2 NVMe ความจุ 512 GB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 33,990 บาท (JIB)
2. ASUS TUF Gaming F15 FX506 (36,990 บาท)

TUF Gaming A17 2021 c

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องต่อมาที่เลือกมาแนะนำจะเป็น ASUS TUF Gaming F15 FX506 ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ แต่รุ่นที่เลือกมาแนะนำจะเป็นตัวที่ใส่แรม 16GB กับการ์ดจอแยก RTX 3060 มาให้ซึ่งเป็นสเปคที่คุ้มค่าสุดไม่พอ ยังใส่ฟีเจอร์มาให้แบบจัดเต็มและราคาถือว่าไม่แพงเกินไป ซึ่งในกลุ่มเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแล้วเครื่องนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเลยว่าถ้ามีเครื่องพร้อมซื้อก็ตัดสินใจซื้อได้เลยไม่ต้องลังเล

เครื่องนี้จะใช้ซีพียูเป็น Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz เป็น Intel รุ่นที่ 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake นับเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ AMD Ryzen 5 และ Ryzen 7 จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 2933 MHz สามารถอัพเกรด M.2 NVMe กับแรมได้อีกอย่างละ 1 ช่องอีกด้วย ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz ส่วนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเป็น Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 อีกด้วย เรียกว่าสามารถเล่นเกมมือถือพร้อมทำงานหรือเล่นเกม AAA ได้พร้อม ๆ กันอีกอย่างแน่นอน และถ้าใครอยากอัพเกรดเครื่องอีกสักนิดก็สามารถแกะเครื่องมาอัพเกรดได้สบาย ๆ

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 FX506
  • ซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD เป็นแบบ M.2 NVMe ความจุ 512 GB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 36,990 บาท (JIB, TopValue)
3. MSI GF75 Thin (36,990 บาท)

GF75 Thin 9SC c

ส่วนคนที่คิดว่าหน้าจอ 15.6 นิ้วยังใหญ่ไม่พอ แนะนำให้เปลี่ยนมาเลือก MSI GF75 Thin ที่ขยายหน้าจอเป็น 17.3 นิ้ว แทนก็ได้ เพราะว่าภาพบนหน้าจอก็จะมีขนาดใหญ่เต็มตายิ่งขึ้นรวมทั้งได้ซีพียู Intel Core i7 ซึ่งประสิทธิภาพก็เรียกว่าแรงหายห่วง จะทำงานหรือเล่นเกมก็ใช้ได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน ส่วนรีวิวของเครื่องนี้จะเป็นรุ่นใกล้เคียงกันที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 แทน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถอ่านรีวิวเอาไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้เช่นกัน

ซีพียูของเครื่องนี้จะเป็น Intel Core i7-10750H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 ซึ่งสามารถเล่นเกมหรือทำงานได้ดีอย่างแน่นอน ส่วน SSD เป็นแบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 2666 MHz กับหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ซึ่งสเปคนี้แม้ผู้อ่านบางคนอาจจะรู้สึกว่าอยากให้เป็นการ์ดจอ RTX 3060 ก็ตามที แต่ถ้าดูโดยรวมแล้วต้องถือว่าเครื่องนี้จัดสเปคมาได้ดีทีเดียว เพราะว่าให้ซีพียูตัวแรงพร้อมทำงานหนัก ๆ ได้สบายกับหน้าจอขนาดใหญ่อีกด้วย

สเปคของ MSI GF75 Thin
  • ซีพียู Intel Core i7-10750H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD เป็นแบบ M.2 NVMe ความจุ 512 GB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 36,990 บาท (BaNANA)
4. Acer Nitro 5 AN515-57-51QF (37,900 บาท)

Nitro 5 AN515 56 c

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำกันจะเป็น Acer Nitro 5 AN515-57-51QF ที่สเปคนับว่าแรงอย่างแน่นอน เพราะว่าการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 ในเครื่องนี้จะเป็นแบบ Max-P ที่แรงเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย เรียกว่าตอบโจทย์เกมเมอร์ที่เน้นเครื่องแรงเป็นหลักได้เป็นอย่างดี

ซีพียูในเครื่องจะเป็น Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้เสร็จสรรพพร้อมแรม 16 GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.1 อีกด้วย ซึ่งเกมเมอร์คนไหนที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงในระดับราคาไม่แพงมากล่ะก็ Acer Nitro 5 เครื่องนี้เรียกว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก และพร้อมเปิดเล่นเกมมือถือในคอมพร้อมกันได้ 2 เกมพร้อมกันอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังเปิดฝาอัพเกรดเพิ่มแรมและ M.2 NVMe SSD ได้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าใครสนใจอ่านรีวิวโดยละเอียดสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-51QF
  • ซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD เป็นแบบ M.2 NVMe ความจุ 512 GB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 37,900 บาท (JIB)

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊คที่เล่นเกมมือถือในคอมลื่นทั้ง 4 รุ่น

สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่เล่นเกมมือถือในคอมลื่นทั้ง 4 รุ่นที่เลือกมาแนะนำจะเน้นเลือกรุ่นที่สเปคแรงและราคาไม่แพงมาก สามารถเล่นเกม AAA ต่าง ๆ ได้และอัพเกรดให้ดีขึ้นได้อีกด้วย โดยเฉพาะแรมที่เป็นปัจจัยสำคัญของโปรแกรมเล่นเกมมือถือในคอมที่ได้ทดสอบให้เห็นกันไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยสรุปสเปคทั้ง 4 รุ่นจะเป็นดังนี้

รุ่นและสเปคของโน๊ตบุ๊คที่เล่นเกมมือถือในคอม ซีพียู การ์ดจอ SSD และแรม หน้าจอ การเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการ ราคา
Lenovo IdeaPad Gaming 3 AMD Ryzen 7 5800H NVIDIA GeForce RTX 3050 M.2 NVMe 512GB

16GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 120 Hz

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

33,990 บาท
ASUS TUF Gaming F15 FX506 Intel Core i5-11400H NVIDIA GeForce RTX 3060 M.2 NVMe 512GB

16GB DDR4 บัส 2933 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

Windows 10 Home

36,990 บาท
MSI GF75 Thin Intel Core i7-10750H NVIDIA GeForce RTX 3050 M.2 NVMe 512GB

16GB DDR4 บัส 2666 MHz

17.3″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

Windows 10 Home

36,990 บาท
Acer Nitro 5 Intel Core i5-11400H NVIDIA GeForce RTX 3060 M.2 NVMe 512GB

16GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

Windows 10 Home

37,900 บาท

ซึ่งการเลือกอัพเกรดเครื่องหรือไม่นั้น ส่วนตัวขอให้เช็คพฤติกรรมการใช้งานให้ดีอย่างที่ผู้เขียนพูดถึงเป็นประจำ เพราะถ้าเรารู้พฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ของเราดีเท่าไหร่ ก็จะตัดสินใจเรื่องการอัพเกรดได้ดีขึ้น ว่าเราจะใช้งานแบบเดิม ๆ ตามสเปคที่ได้จากโรงงานไปเลย หรือว่าจะต้องอัพเกรดส่วนไหนเพิ่มบ้างก็คำนวณเอาตามความเหมาะสม ก็จะทำให้เราไม่ต้องเสียเงินอัพเกรดให้สิ้นเปลืองไปฟรี ๆ

อย่างไรก็ตามผู้เขียนแนะนำว่าให้ทดลองใช้งานตามการใช้งานจริง ๆ ของเราไปสักระยะหนึ่ง สัก 1-2 เดือน แล้วสังเกตพฤติกรรมการใช้งานของตัวเองค่อยอัพเกรดก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราเห็นจุดที่ต้องอัพเกรดตามจริงอย่างชัดเจนที่สุด ส่วนผู้ที่คิดว่าอัพเกรดเผื่อเอาไว้วันนี้ยังไงวันหน้าก็ได้ใช้งาน ในส่วนนี้ก็มีส่วนที่ถูกต้องในกรณีที่กะจะใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ แต่ห้ามลืมว่าอายุการใช้งาน (Life span) ของโน๊ตบุ๊คหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งจะอยู่ได้นานสุดราว 3-6 ปี เท่านั้น ซึ่งในวันนั้นอาจจะมีเครื่องที่สเปคดีและคุ้มค่ากว่านี้เปิดตัวมาให้เลือกซื้อแล้ว และตอนนั้นก็อาจจะไม่อยากอัพเกรดเครื่องแล้วเลือกขายทิ้งแทนก็ได้


บทความที่เกี่ยวข้อง

android Emultor cover use

biglaptop cover

from:https://notebookspec.com/web/607339-how-much-ram-for-android-app-in-pc

Intel บอก วิกฤตชิปขาดแคลนไม่จบง่าย ๆ เผยสหรัฐฯ กับจีนต้องจูบปากช่วยแก้กันแก้ปัญหา เพื่อผลประโยชน์ในระยะยาว

ตอนนี้แวดวงการไอทีถือว่ากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตชิปเซ็ตขาดแคลนระบาดอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรมที่ต้องใช้หน่วยประมวลผลขนาดเล็กเป็นตัวขับเคลื่อน โดยล่าสุด CEO ของ Intel ได้ออกมาเปิดเผยว่าปัญหานี้น่าจะอยู่กับวงการไอทีเป็นอีกราว ๆ หนึ่งถึงสองปีกว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ

Pat Gelsinger แม่ทัพของ Intel ได้ให้สัมภาษณ์กับ BBC บอกว่า คนในแวดวงไอทีน่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับวิกฤตชิปเซ็ตขาดตลาดขาดแคลนให้ได้ไปอีกประมาณหนึ่งถึงสองปี ก่อนที่สถานการณ์การผลิตและการส่งออกของหน่วยประมวลผลจะกลับมาเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุของวิกฤตนี้ มาจากความต้องการของอุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงโรคระบาด COVID-19 ที่โดนแรงกระแทกกันทั่วทุกมุมโลก

นอกจากนี้ CEO คนเก่งของ Intel ยังเสริมขึ้นมาอีกว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องรักษาความสัมพันธ์ที่มีกับคู่ค้าฝั่งจีนให้ได้ เพราะจะส่งผลดีต่อพวกเขาในระยะยาว เนื่องจากหากไม่ทำเช่นนั้น จีนอาจลุกขึ้นยืน พยายามสร้างโรงงานผลิตชิปเซ็ตขึ้นมาเป็นของตัวเองขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งขั้วอำนาจแข่งกับสหรัฐฯ เหมือนกับที่ HUAWEI กำลังพยายามทำอยู่ในตอนนี้ 

ยิ่งไปกว่านั้น Pat Gelsinger ได้ระบุเพิ่มเติมว่า Joe Biden อาจจะต้องกลับไปเจรจารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ไปแก้ไขอดีตที่ประธานาธิบดีคนก่อน Donald Trump ทำเอาไว้

โดย Intel ได้วางแผนที่จะลงทุนเม็ดเงินกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อที่จะสร้างโรงงานผลิตชิปเซ็ตใหม่สองแห่งในรัฐ Arizona อีกทั้งจะไปเปิดโรงงานใหม่ในยุโรปอีกด้วย เพื่อที่จะกลับมาต่อกรกับสองคู่ปรับตลอดกาลอย่าง TSMC และ Samsung ที่พักหลัง ๆ Intel ถือว่าพลาดท่าโดนแซงหน้าไปเยอะพอสมควร

 

ที่มา: Android Headlines

from:https://droidsans.com/chipset-shortage-likely-last-2-years-intel/

ไม่ได้โม้ ซีอีโออินเทลบอก มีลูกค้าอยู่ในคิวจ้างผลิตชิปแล้วกว่า 100 ราย

อินเทลเพิ่งประกาศชื่อลูกค้าของโรงงานผลิตชิป 2 รายคือ Qualcomm กับ AWS แต่หลังจากนั้นไม่นาน Pat Gelsinger ซีอีโออินเทลก็ให้สัมภาษณ์กับ Yahoo Finance ว่าธุรกิจรับจ้างผลิตชิป Intel Foundry Services มีลูกค้าอยู่ในคิวแล้วมากกว่า 100 ราย

Gelsinger ให้เหตุผลว่าปัญหาชิปขาดตลาดเป็นปัจจัยช่วยหนุนให้ทุกคนมาสนใจอินเทล เพราะมีเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้า ถัดจากนี้เป็นหน้าที่ของเขาในการขยายโรงงานผลิตชิปของอินเทล เพื่อรองรับลูกค้าเหล่านี้ให้ได้

เขายังปฏิเสธการตอบคำถามเรื่องการซื้อ GlobalFoundries โดยพูดอ้อมๆ ว่าการควบรวมกันย่อมเกิดขึ้น และอินเทลย่อมต้องเป็น “ผู้ซื้อ” ไม่ใช่ “ผู้ถูกซื้อ” เพราะในอุตสาหกรรมนี้ต้องใหญ่จึงจะอยู่รอด

เขายังพูดถึงการแข่งขันกับ TSMC ว่าอินเทลตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้ผลิตชิปอันดับ 2 ภายในสิ้นทศวรรษนี้ให้ได้

ที่มา – Yahoo Finance

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123961

พรีวิว MSI Creator Z16 สเปก i7-11800H + RTX 3060 Max-Q จอ 16″ QHD+ 120Hz ดีไซน์สุดพรีเมียม เบา 2.3 โล

MSI Creator Z16 พร้อมจำหน่ายแล้วในไทยกับราคา 79,990 บาท จัดว่าเป็นอีกหนึ่ง Notebook เพื่อการทำงานมืออาชีพ สาย Content Creator ระดับสูงของปี 2021 ที่น่าสนใจมากๆ เพราะได้มีการต่อยอดในหลายๆ ส่วน เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ล้ำๆ มากมาย สำหรับการมาของ MSI Creator Series นั้น เป็น เน้นงานสร้างสรรค์งานดิจิตอลต่างๆ ระดับสูงแบบมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็น Youtuber / Streamer / VDO Editor / Photographer / 3D Animator / Graphic Designer และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงยังรองรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลด้วย 

MSI Creator Z16

ได้สเปกเป็นชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง Intel Core i Gen 11 จับคู่มากับการ์ดจอแยกทรงพลังอย่าง NVIDIA GeForce RTX 30 Series พร้อมทั้งได้หน้าจอขนาด 16″ สัดส่วน 16:10 พาเนลคุณภาพสูงที่ค่าขอบเขตสี 100% DCI-P3 ให้สีสันที่คมชัดและเหมาะกับการทำงานด้านกราฟิก มัลติมีเดีย ด้วยความละเอียดระดับ QHD+ ที่ 2560×1600 พิกเซล ได้ Refresh Rate ที่ 120Hz และค่า Factory-calibrate Delta-E <2 พร้อมเทคโนโลยี True Color ช่วยปรับโปรไฟล์สีต่างๆ ตามลักษณะการใช้งาน

MSI Creator Z16 ในตอนนี้มีอยู่สเปกเดียว คือ ใช้ชิปประมวลผลตัวแรงยอดนิยมอย่าง Core i7-11800H ความเร็ว 2.30 – 4.60 GHz ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ประสิทธิภาพสูงไว้ใจได้แน่นอน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake H45 เทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร ได้ AI ช่วยทำงานในตัว พร้อมสุดยอดชิปกราฟิกออนชิปรุ่นใหม่อย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่บรรจุไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมายล้ำหน้า เรียกได้ว่าเร็วกว่ารุ่นกอ่นถึง 40% ในการทำงานขั้นสูงแบบมืออาชีพ

220492665 319821473177763 867623853278826192 n 1

พร้อมการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ที่แรงลื่นและร้อนน้อยสุดๆ อย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q มีแรมการ์ดจออยู่ที่ 6GB GDDR6 (65W Maximum Graphics Power with Dynamic Boost) สถาปัตยกรรม Ampere ที่ทั้ง 2 อย่างนี้ระดับ Gaming Desktop หรือทำงานสายไฮเอนด์แล้ว มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe PCIe Gen 4 จำนวน 2 สล็อต โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ความจุ 1TB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 32GB แบบ DDR4 Bus 3200 MHz รองรับ Dual Channel 

MSI Creator Z16

นอกจากนี้มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 16″ ที่ใหญ่กว่าและสัดส่วนมากกว่า 15.6″ โดยเป็น 16:10 ซึ่งเป็น Golden Ratio 1.618 พร้อมมีสเปกที่รองรับการทัชสกรีน 10 จุด ได้ขอบเขตสีระดับ 100% DCI-P3 อีกทั้งมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า True Pixel ที่เป็นการรวมความสุดยอดด้านสีสันของหน้าจอ ได้มาตรฐาน sRGB / Adobe RGB ในระดับสูง รวมถึงมีการรับรองมาตรฐานด้านค่าสีต่างๆจากทาง Calman ผ่านการคาลิเบรตแสงและสีจากทางโรงงานทีละตัว ให้เราสร้างสรรค์ผลงานได้สมบูรณ์แบบที่สุด ให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น

image4 2

MSI Creator Z16 A11UET-034TH ราคา 79,990 บาท

  • CPU : Intel Core i7-11800H (8C/16T & 2.30 – 4.60GHz)
  • GPU : Intel Iris + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q (6GB GDDR6)
  • RAM : 32GB DDR4 Bus 3200 MHz (16GB x 2)
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe Gen 4 1TB
  • DISPLAY : 16″ Touch IPS QHD+ @120Hz 
  • Keyboard : Mini LED Per-Key Backlight 
  • Connection : Killer Wi-Fi 6E AX1675 + BT5.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years (1 Year for Battery and Adapter)

MSI Creator Z16

product 16203574659e0234a56ed615226a1094113c2c0b75 1
product 16203574632c32e32563b23c600e4c5dc6546a1d8a 1
product 162035746700c83d1bba3f6b900fca362ef2da8681 1

สำหรับการออกแบบ MSI Creator Z16 มีควาสดใหม่ตลอดทั้งตัวเครื่อง โดยเป็นสีออกเทาๆ เงินๆ ชื่อว่า Lunar Gray ที่ยังคงความพิเศษ ก็คือ เรื่องของดีไซน์ที่บางเบา ที่บางสุดแค่ 15.9 มิลลิเมตร และเบาเพียง 2.2 กิโกลกรัม แต่อัดแน่นเรื่องของสเปกฮาร์ดแวร์ภายใน ส่งผลให้เรื่องประสิทธิภาความแรงนั้นทะลุมาตรฐาน Notebook ทั่วไปไปไกลทีเดียว รวมไปถึงทำให้เราพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย กับแบตเตอรี่ความจุใหญ่ถึง 99.9WHr ที่ให้ใช้งานได้ยาวนานสุดๆ ตลอดทั้งวัน 

219032670 319821453177765 2305365911941865733 n

วัสดุทั้งหมดตลอดตัวเครื่องของ MSI Creator Z16 ใช้เป็นอลูมิเนียมขึ้นรูปที่ทั้งสวยงามทนทานพร้อมงานประกอบทุกชิ้นส่วยสุดเนี๊ยบ ใส่ใจทุกๆ รายละเอียด ให้ความโค้งวยงาม อย่างโลโก้ฝาหลังจะเป็นการยิงเลเซอร์ลงไป สมกับเป็น Notebook ระดับมืออาชีพ ปุ่มเปิดปิดเครื่องถูกติดตั้งบริเวณมุมขวาบนของคีย์บอร์ด พร้อมไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน เหนือคีย์บอร์ดติดตั้งช่องลมโปร่งขนาดใหญ่เพื่อให้ช่วยระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม อีกทั้งได้มาตรฐานความแข็งแรงทนทาน MIL-STD-810G military standard ด้วย 

MSI Creator Z16

ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่าหลายๆ รุ่น พร้อมใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อน MSI Cooler Boost Trinity+ ขจัดความร้อนได้ดีกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยการระบายอากาศที่ดีขึ้นถึง 10% เน้นความบางด้วยการนำใบพัดขนาด 0.1 มม. มาใส่ไว้ ทำให้ได้อุณหภูมิที่ดีที่สุด ด้วยฮีทไปป์ 5 เส้น พัดลม 3 ตัวที่แตกต่างกัน เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผลและการ์ดจอ หายห่วงได้เลยในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยะยาวไม่ว่างานหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม 

MSI Creator Z16

คีย์บอร์ดของ MSI Creator Z16ให้อารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด ได้เป็นอย่างดี พร้อมไฟ Mini LED backlit แบบ RGB ส่องสว่างสีเดียงหรือหลากสีสันได้อย่างสวยงามลงตัว ทัชแพดมีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้นพิเศษ โดยดูเป็นเนื้อเดียวกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด พร้อมพื้นผิวกระจกที่เรียบลื่นซึ่งช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อการใช้งานได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

รวมไปถึงมี Fingerprint แสกนนิ้วมือใช้งานผ่านทาง Windows Hello ด้วย อีกทั้งแม้ขอบหน้าจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนแบบคู่มาปกติที่ขอบด้านบน พร้อมด้วย 3D IR Camera ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ด้วย ส่งผลให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป รวมถึงมีความปลอดภัยด้วย

MSI Creator Z16

ตัวเครื่อง MSI Creator Z16 ยังมีด้วยลำโพงคุณภาพสูงอย่าง Dynaudio แบบ Quad Speaker ที่ติดตั้งมุมของตัวเครื่องด้านใน พร้อมกับฟังก์ชั่น Speaker Tuning Engine ให้เสียงเบสที่หนักแน่นอย่างแท้จริงและคมชัด โดยมีซอฟแวร์ปรับแต่งเสียง Nahimic เวอร์ชั่น 3 สู่ระบบเสียงที่ดีที่สุด พร้อมรองรับระบบเสียงขั้นอย่าง Hi-Resolution Audio ส่งผลให้เต็มอิ่มกับประสบการณ์การใช้งานด้านเสียงไม่ว่าจะเป็นการเสพเพื่อความบันเทิงหรือสร้างสรรค์งานดิจิตอลเลยทีเดียว 

ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย ไม่ว่าจะเป็น 2 x  Thunderbolt 4 ซึ่งรองรับ DisplayPort ไว้เชื่อมต่อหน้าจอภายนอกที่ความละเอียด 4K, 8K และ PD charging สำหรับการชาร์จไฟเข้าตัวเครื่อง พร้อม 2 x USB 3.2 Type-A และ micro SD Card Reader บอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ ส่วนช่องหูฟัง Hi-Res Audio และไมค์แบบ 3.5 มิลลิเมตร การเชื่อมต่อไร้สายก็จะมีมาตรฐาน Killer WiFi 6E AX1675 (2×2 ) + Bluetooth 5.2 นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสาย Content Creator ระดับสูงอย่างแท้จริง 

MSI Creator Z16

ที่สำคัญ MSI Creator Z16 มีความโดดเด่นเฉพาะทางที่มากกว่า Notebook ทั่วไปชัดเจน เพราะรองรับและสนับสนุนลักษณะของงานสายมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็น การทำภาพเคลื่อนไหว 3D ด้วย Ray Tracing, การตัดต่อวีดีโอขั้นสูง 4K/6K/8K, การตกแต่งภาพที่ซับซ้อน, การออกแบบกราฟิกระดับสูง, การสร้างภาพสถาปัตยกรรม และการถ่ายทอดสด (Streaming) เต็มรูปแบบ เรียกได้ว่าเหมาะมากๆ กับคนที่ทำงาน Content Creator อย่าง Youtuber / Streamer / VDO Editor / Photographer / 3D Animator / Graphic Designer รวมไปถึง สถาปัตย์ / วิศวกร และอื่นๆ อีกมากมาย

MSI Creator Z16

อีกทั้งล่าสุดทาง NVIDIA ผู้ผลิตการ์ดจอ (GPU) รายใหญ่และผู้นำด้านนวัตกรรมด้านคอมพิวเตอร์ไอทีของโลก ได้มีการนำเสนอแพลตฟอร์มอย่าง NVIDIA Studio ที่จะเปลี่ยนให้ Notebook ที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce ที่ปกติแล้วใช้ทำงานหรือเล่นเกม สามารถขับเคลื่อนได้เทียบเท่า Notebook การ์ดจอ NVIDIA Quadro ที่เป็น Workstation ระดับสตูดิโอราคาแพง ด้วยการเพิ่มพลังการประมวลผล การแสดงภาพได้สีสันที่มากกว่า รองรับการทำงานหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บที่รวดเร็วได้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้เราสร้างสรรค์งานคุณภาพได้จากที่ทุกๆ ที่

MSI Creator Z16

ส่งผลให้ MSI Notebook รุ่นนี้เป็นหนึ่งในรุ่นสามารถที่จะเลือกติดตั้ง Studio Driver เพื่อใช้งานซอฟต์แวร์สร้างสรรค์ อาทิ Autodesk / Photoshop / Lightroom / Premiere Pro / OBS Studio / Unreal Engine 4 ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ตอบโจทย์การทำงานแบบมืออาชีพและการเล่นเกมได้แบบคุ้มค่าสุดๆสำหรับการที่เราใช้งานเป็น Studio Driver แทนที่ ส่งผลให้ทำงานได้เต็มที่ยิ่งขึ้น อีกทั้งมีปัญญาประดิษฐ์ AI (Artificial Intelligence) มาช่วยจัดการงานต่างๆ ให้ลื่นไหลอย่างที่สุด

พร้อมเร่งการแสดงภาพที่เที่ยงตรงโดยการปลดล็อคคุณสมบัติที่ให้รองรับการใช้สี 30 บิต สามารถสร้างเฉดสีกว่า 1,000 ล้านเฉดสี ในแอพพลิเคชั่น OpenGL ให้กับการ์ดจอ GeForce (จากปกติเป็นระบบสี 24 บิต ที่รองรับเฉดสีได้ถึง 16.7 ล้านสี) ซึ่งจะไร้รอยต่อระหว่างไล่เฉดสี ทำให้ได้ภาพที่สวยงาม พร้อมรองรับการงาน HDR ขั้นสูงได้ (High Dynamic Range) แน่นอนว่า MSI Creator Z16 รองรับการใช้งาน Studio Driver ได้ทันที นับว่าเป็นหนึ่งใน Notebook สายทำงานมือาชีพที่เน้นทั้งสร้างงานและเล่นเกมในเครื่องเดียวได้ 

ทำให้เมื่อเราใช้งาน MSI Creator Z16 ก็จะมีความรวดเร็วแม่นยำขึ้นแบบชัดเจน อย่างงานตัดต่อวีดีโอ โดยสามารทำได้ลื่นไหลกว่าเดิม ตัวอย่างเช่นการสนับสนุนการถอดรหัสวิดีโอในโปรแกรม Premiere Pro ที่มีดึงพลังการประมวลผลของการ์ดจอมาช่วยชิปประมวลผลด้วย ในด้านการทำงานต่างๆ ก็ทำให้ประสิทธิภาพของมันดีขึ้นกว่าการใช้ Game Ready Driver แบบเดิมๆ นอกจากนี้การที่เราใช้งาน Studio Driver การ์ดจอจะจัดการความร้อนได้ดีขึ้น ทำให้เย็นลงไปกว่าก่อนหลายองศาเซลเซียสทีเดียว

ตารางสเปก MSI Creator Z16

  CPU GPU RAM SSD Display Price
Creator Z16 A11UET i7-11800H RTX 3060 32GB 1TB 16″ IPS QHD 129Hz 79,990

สรุปไว้ยังมีโอกาสติดตามรีวิวตัวเต็มซึ่งมาพร้อมกับราคาขายจริงของ MSI Creator Z16 เราจะมาแจ้งกันอีกทีนะครับ บอกได้เลยว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงาน Creator ที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่นจริงๆ จากการที่เป็นแบรนด์ MSI ที่มั่นใจในเรื่องของประสิทธิภาพ และฟีเจอร์ต่างๆ ได้เลย รวมไปถึงราคาก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน ซึ่งจากราคาอยู่ที่ 79,990 บาท ที่แม้ว่าจะดูสูงกว่า Notebook ทั่วไป แต่เชื่อได้เลยว่าจะสเปกและฟีเจอร์ต่างๆ ตอบโจทย์การใช้งานแบบมืออาชีพอย่างไม่ผิดหวังแน่นอน  

MSI Creator Z16

ปิดท้ายกับ MSI CENTER เวอร์ชั่นล่าสุด เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ Utility จุดเด่นคือใช้งานสะดวกและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูต่างๆ แบ่งตามลักษณะการใช้งานที่ชัดเจน รวมไปถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์ต่างๆ ก็สามารถจัดการได้ง่ายยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

monitor light

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามงานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับสูง
  • หน้าจอ 16″ แต่ตัวเครื่องเบามากๆ โดยมีน้ำหนักเพียง 2.29 กิโลกรัมเท่านั้น
  • สเปคแรงสุดๆ ด้วย Core i7-11800H การ์ดจอ GeForce RTX 3060 Max-Q
  • หน้าจอแสดงพาเนล IPS เกรดสูง ความละเอียด 2K QHD ที่ Refresh Rate 120Hz
  • จัดเต็มเรื่องแรมที่ 32GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe ที่ 1TB 
  • มี Windows 10 Hone พร้อมซอฟ์ตแวร์ MSI Center ที่ดี ใช้งานได้ทันที
  • ประสิทธิภาพดีทั้งการทำงานมืออาชีพและการเล่นเกม 3 มิติ
  • คีย์บอร์ดใช้งานได้ดี มีไฟ RGB ส่องสว่าง Mini LED ใช้งานได้จริง
  • มีการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Killer WiFi 6E AX1675 (2×2 ) ใหม่ล่าสุด
  • ตัวเครื่องทนทานระดับ MIL-STD 810G ทำให้มั่นใจได้เลยว่าตัวเครื่องจะมีความแข็งแรง
  • มี Fingerprint สแกนลายนิ้วมือใช้งานผ่านทาง Windows Hello ได้รวดเร็ว ปลอดภัย
  • การจัดการความร้อนในส่วนของชิปประมวลผลและการ์ดจอทำได้ดี
  • ให้พอร์ต Thunderbolt 4 มา 2 พอร์ต รองรับการใช้งานมืออาชีพ
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A, HDMI 

ข้อสังเกต

  • การแกะงัดทำได้ไม่ง่าย ไม่แนะนำให้ทำเองเพื่ออัปเกรดหรือทำความสะอาดด้วยตนเอง
  • ไม่มีช่อง SD Card Reader ที่ช่างภาพมักใช้งานบ่อยๆ ต้องหาอแดปเตอร์เพิ่มเอง
  • ราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็น Notebook เฉพาะทาง เน้นการทำงานขั้นสูง

from:https://notebookspec.com/web/606603-preview-msi-creator-z16-spec-i7-rtx3060

VALORANT Challengers Thailand – Stage 3 by Acer x Intel พร้อมแนะนำ Nitro 5 รุ่นใหม่เล่นเกมลื่นๆ

VALORANT Challengers Thailand – Stage 3 โดย Acer และ Intel ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมการแข่งขัน 2021 VALORANT Challengers Thailand – Stage 3 โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจทุกคน สามารถเข้าร่วมสนามรบนี้ เพื่อทดสอบฝีมือ และค้นหาทีม Valorant ที่แกร่งที่สุดในประเทศไทย !

โดยการแข่งขันจะประกอบไปด้วยการแข่งขัน 3 รอบ โดยแต่ละรอบจะเริ่มจากการคัดเลือก ซึ่งทีมที่ผ่านเข้ารอบ จะได้เข้าสู่การแข่งขัน VALORANT Masters ที่จะต้องแข่งขันกับทีมอื่น ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ! พร้อมแนะนำ Acer Nitro 5 ไว้เล่นเกม VALORANT ให้สนุกสนานกัน

VALORANT

รูปแบบการแข่งขัน: 

  • รอบ Qualifier: Double Elimination, Best-Of-One (BO1) / Best-Of-Three (BO3)
  • รอบ Tournament: Double Elimination, Best-Of-One (BO1) / Best-Of-Three (BO3) / Best-Of-Five (BO5)

ช่วงเวลาการแข่งขัน:

  • Qualifier 1 – ปิดรับสมัครวันที่ 27 มิถุนายน เวลา 23:59 และทำการแข่งขันในวันที่ 3 – 4 กรกฎาคม
  • Tournament 1 – ทำการแข่งขันในวันที่ 8 – 11 กรกฎาคม
  • Qualifier 2 – ปิดรับสมัครวันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 23:59 และทำการแข่งขันในวันที่ 16-18 กรกฎาคม
  • Tournament 2 – ทำการแข่งขันในวันที่ 22 – 25 กรกฎาคม
  • Qualifier 3 – ปิดรับสมัครวันที่ 25 กรกฎาคม เวลา 23:59 และทำการแข่งขันในวันที่ 30 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม
  • Tournament 3 – ทำการแข่งขันในวันที่ 5 – 8 สิงหาคม

การแข่งขัน VALORANT นี้ จะดำเนินการแข่งขันเป็นเวลา 6 สัปดาห์

  • สัปดาห์ที่ 1 – Qualifier รอบที่ 1 (2 วันในการแข่งขันรอบ Open Qualifier)
  • สัปดาห์ที่ 2 – Tournament รอบที่ 1 (4 วันในการแข่งขันรอบ Playoffs)
  • สัปดาห์ที่ 3 – Qualifier รอบที่ 2 (2 วันในการแข่งขันรอบ Open Qualifier)
  • สัปดาห์ที่ 4 – Tournament รอบที่ 2 (4 วันในการแข่งขันรอบ Playoffs)
  • สัปดาห์ที่ 5 – Qualifier รอบที่ 3 (2 วันในการแข่งขันรอบ Open Qualifier)
  • สัปดาห์ที่ 6 – Tournament รอบที่ 3 (4 วันในการแข่งขันรอบ Playoffs)

เงื่อนไขต่าง ๆ สำหรับการแข่งขันในแต่ละรอบ:

  • ทีมที่ชนะในแต่ละรอบ Tournament จะเข้าสู่ Challengers Final (การแข่งขันรอบภูมิภาค)
  • ทีมที่ได้อันดับที่ 2 – 4 ในรอบ Tournament 1 จะได้แข่งขันต่อในรอบ Tournament 2
  • ทีมที่ได้อันดับที่ 2 – 4 ในรอบ Tournament 2 จะได้แข่งขันต่อในรอบ Tournament 3
  • ทีมที่ชนะในรอบ Challengers Final จะได้สิทธิ์ในการแข่งขัน VALORANT Masters

“The time to act is now, agents. Will you take on the challenge?”

เงินรางวัลสำหรับการแข่งขันในรอบ Tournament แต่ละรอบ:

อันดับที่ เงินรางวัล
medal_gold_3.png Champion THB 18,000
medal_silver_3.png Runner Up THB 15,750
medal_bronze_3.png 3rd THB 13,500
medal_bronze_3.png 4th THB 11,250
medal_bronze_3.png 5th-6th THB 9,000
medal_bronze_3.png 7th-8th THB 6,750

แนะนำ Acer Nitro 5 สเปก i5-11400H เล่น VALORANT ลื่นๆ

สเปกภายในของ Acer Nitro 5 ที่เรานำมาแนะนำในบทความนี้ มี 4 สเปก ประกอบไปด้วย Core i5-11400H พร้อมกับประสิทธิภาพความแรงจากเทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ที่ส่งผลให้มีความแรงที่มากกว่าขึ้น ความร้อนที่น้อยลง แบตเตอรี่ยาวนาน ที่กับคู่มากับการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / RTX 3050 / RTX 3050 Ti / RTX 3060 ส่วนแรมได้มาตรฐานเป็นขนาด 8GB / 16GB แบบ DDR4 Bus 3200MHz มีที่เก็บข้อมูลเป็น SSD มาตรฐาน M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA3 ภายหลัง)  

Acer Nitro 5 AN515 57 527D spec

หน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS คุณภาพสูง ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง Refresh Rate ที่ 144Hz แบบ 3ms ให้การแสดงผลได้ลื่นไหลกว่ารุ่น 60Hz โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน๊ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจ ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra จำลองเสียง 3 มิติได้

มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x Thunderbolt 4, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo การเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดด้วยพอร์ตที่ครบครัน โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 คอยควบคุมด้วย พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที

Acer Nitro 5 AN515-57-50M ราคา 29,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11400H (6C/12T & 2.70 – 4.50GHz)
  • GPU : UHD Graphics + NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-57-527D ราคา 33,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11400H (6C/12T & 2.70 – 4.50GHz)
  • GPU : UHD Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3050 (4GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-57-584C ราคา 34,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11400H (6C/12T & 2.70 – 4.50GHz)
  • GPU : UHD Graphics + NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-57-51QF ราคา 37,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11400H (6C/12T & 2.70 – 4.50GHz)
  • GPU : UHD Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Nitro 5 i7 11800H RTX3050 Ti Review 2

ตัวเครื่องและดีไซน์ออกแบบ Acer Nitro 5 ปี 2021 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 หรือ Acer Nitro 5 AN515-57 รูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับ Acer Nitro 5 AN515-55 ที่เป็นสเปก Intel Core i Gen 10 Comet Lake H45 รุ่นก่อน โดยวัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดีสัมผัสพรีเมียม ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบาตามมาตรฐาน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องกระทัดรัด

ซึ่งมีน้ำหนักตัวเครื่องตามสเปกอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม แต่ชั่งจริงๆ ได้ 2.08 กิโลกรัม จัดว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ที่เบาในขนาดหน้าจอนี้โดยได้เป็นหน้าจอ Refresh Rate ที่ 144Hz ทั้งสีสันและลื่นไหลจัดว่าดีเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามภายนอกเปลี่ยนไปเล็กน้อยในส่วนของฝาหลังที่เป็นลายใหม่ รวมถึงเส้นแดงรอบกรอบทัชแพดจะหายไป ก็จัดว่ามีความต่างจากรุ่นก่อนหน้าแบบสังเกตได้

Acer Nitro 5 i7 11800H RTX3050 Ti Review 7

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำ Shale Black แซมด้วยสีแดง แต่เพิ่มความโดดเด่นและสวยงาม ที่ต้องว่า Acer Nitro 5 ฝาหลังจะมีลักษณะลวดลายผิวไม่เรียบลักษณะคล้ายโลหะบลัชปัดเสี้ยนบางส่วนบริเวณด้านข้างซ้ายและขวา ฝาบนจะโลโก้คำว่า Acer สีดำมันวาวเล็กน้อย ผิวฝาบนพื้นผิวเป็นพลาสติกมีสีดำด้านให้สัมผัสดีมีคุณภาพสูง พร้อมขอบตัวเครื่องหลังเป็นสีแดงแทนที่สีดำเหมือนรุ่นก่อนๆ รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับ จะเป็นสีดำพร้อมกับมีคำว่า Nitro สีแดงติดตั้งเอาไว้ โดยสามารถกางหน้าจอได้มากกว่า 145 องศาทีเดียว

ตัวเครื่องด้านในของ Acer Nitro 5 ยังให้ดีไซน์คล้ายรุ่นก่อน ที่มีการติดตั้งปุ่ม Power ไว้มุมขวาบนสุดของชุดคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีการติดตั้งปุ่ม NitroSense ไว้เหนือแป้นตัวเลขด้วย กดใช้งานได้สะดวกดี แต่ก็โดดเด่นกว่าด้วยที่คีย์บอร์ดนั้นเป็นไฟ RGB แบบแบ่งเป็น 4 โซน พร้อมกับใช้ขอบของปุ่มคีย์บอร์ดเป็นสีขาวทั้งหมด ซึ่งยอมรับเลยว่ามีความสวยงามลงตัวเข้ากับตัวเครื่องเป็นอย่างดี เพราะเวลาที่เราปรับไฟ แสงไฟจะเข้ากับขอบสีขาวมากกว่าหลายๆ รุ่นที่เป็นปุ่มสีดำทั้งหมด 

Acer Nitro 5 i7 11800H RTX3050 Ti Review 31

นอกจากนั้นก็เป็นสติกเกอร์ต่างๆ ติดเอาไว้ไม่ว่าจะเป็น ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 แบบใหม่ และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX รวมไปถึงมีการบอกถึงบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงตามสไตล์ของ Acer อีกด้วย อีกทั้งยังมีการแจกแจงถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิเช่น Dual SSD M.2 + One HDD Slot / ขอบจอบาง / Network Optimize / NitroSense + CoolBoost /  HDMI Port / ระบบเสียง DTS:X เป็นต้น

สำหรับเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนแบบจัดเต็ม 4 ช่องทาง แบ่งเป็นทางด้านหลัง 2 ช่อง และซ้ายขวาอย่างละ 1 ช่อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ  พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

Acer Nitro 5 i7 11800H RTX3050 Ti Review 61

ตารางสเปก Acer Nitro 5 สเปก i5-11400H เล่น VALORANT ลื่นๆ 

  CPU GPU RAM SSD Display Price
AN515-57-50M1 i5-11400H GTX 1650 8GB 512GB FHD IPS 144Hz 29,990
AN515-57-527D i5-11400H RTX 3050 16GB 512GB FHD IPS 144Hz 33,990
AN515-57-584C i5-11400H RTX 3050 Ti 8GB 512GB FHD IPS 144Hz 34,990
AN515-57-51QF i5-11400H RTX 3060 16GB 512GB FHD IPS 144Hz 37,990

สรุปในส่วนของ VALORANT Challengers Thailand – Stage 3 จากทาง Acer และ Intel ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้เลย เปิดให้ผู้ที่สนใจทุกคน สามารถเข้าร่วมสนามรบนี้ เพื่อทดสอบฝีมือ และค้นหาทีม Valorant ที่แกร่งที่สุดในประเทศไทย โดยการแข่งขันจะประกอบไปด้วยการแข่งขัน 3 รอบ โดยแต่ละรอบจะเริ่มจากการคัดเลือก ซึ่งถ้าใครอยากได้อาวุธใหม่ในการเล่นเกมล่ะก็ แนะนำเลยเป็น Acer Nitro 5 สเปก Core i5-11400H + GTX 1650 / RTX 3050 / RTX 3050 Ti / RTX 3060 เลือกซื้อได้ตามงบได้เลย

valorant personajes 1

สรุปข้อดี Acer Nitro 5

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามให้ความ Gaming ตามสไตล์ Nitro 5 ปี 2021 งานประกอบแน่นหนา
  • การแกะอัพเกรดทำได้ง่ายกว่าเดิม รองรับ SSD M.2 สองสล็อต และ HDD/SSD 2.5″ อีก 1 ช่อง
  • สเปคประสิทธิภาพสูงจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 รุ่นใหม่ล่าสุด 
  • พร้อมได้การ์ดจอแยกตัวใหม่ตัวแรง NVIDIA GeForce GTX / RTX รุ่นใหม่
  • ได้แรมขนาด 8GB / 16GB และ SSD M.2 NVMe 512GB ความเร็วสูงมาเลย
  • มีโปรแกรม Nitrosense + CoolBoots ปรับรอบพัดลมติดตั้งมาให้ในเครื่องเลย
  • จัดการความร้อนทำได้ดีเยี่ยม เย็นทั้ง CPU / GPU เมื่อใช้งานหนักๆ ดีกว่ารุ่นก่อนๆ
  • หน้าจอพาเนล IPS เกรดคุณภาพสูง sRGB 95% พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง USB 3.2 Type-A x 3 และ Thunderbolt 4 x 1
  • LAN  RJ45รองรับ Killer Ethernet E2600 ช่วยลด Ping เวลาเล่นเกมออนไลน์
  • Wi-Fi 6 AX มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO ดีกว่าแบบเดิมๆ
  • คีย์บอร์ดมีไฟ RGB แบบ 4 โซน สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 5 ชั่วโมง
  • มาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 Home และซอฟต์แวร์ Acer Care Center

สรุปข้อสังเกต Acer Nitro 5

  • ดีไซน์หลักๆ ยังคล้ายเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเท่านั้น 
  • ยังไม่มี SD(XC/HC) Card reader มาให้ในตัวเช่นเดิม
  • เสียงพัดลมค่อนข้างดังถ้าสั่งให้ทำงาน 100% 
  • พอร์ต Thunderbolt 4 ที่ติดตั้งมา ไม่รองรับการชาร์จไฟเข้าเครื่อง

from:https://notebookspec.com/web/606649-valorant-challengers-thailand-stage-3

ธุรกิจรับจ้างผลิตชิป Intel Foundry Services มีลูกค้า 2 รายแล้ว Qualcomm และ AWS

เมื่อต้นปีนี้ อินเทลประกาศแผน IDM 2.0 เปิดโรงงานของตัวเองรับผลิตชิปให้คนอื่น ในงานแถลงข่าวของอินเทลเมื่อคืนนี้ บริษัทเปิดชื่อลูกค้าแล้ว 2 รายคือ Qualcomm และ AWS

Qualcomm ซึ่งปัจจุบันใช้บริการโรงงานของ TSMC ผลิตชิป Snapdragon ระบุว่าสนใจเทคโนโลยีการผลิต 20A ระดับอังสตรอมของอินเทล ที่จะเริ่มผลิตจริงในปี 2024

ส่วนกรณีของ Amazon ที่ช่วงหลังออกแบบชิป Graviton ของตัวเอง ก็ระบุว่าจะใช้เทคโนโลยีด้านแพ็กเกจชิปที่เพิ่งเปิดตัว แต่ก็ไม่บอกว่าตัวไหนและช่วงเวลาใด

นอกจาก Qualcomm และ AWS แล้ว อินเทลยังเคยบอกว่าพูดคุยกับบริษัทผู้ผลิตชิปรถยนต์ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ามีบริษัทใดบ้าง

No Description

No Description

ที่มา – Intel

from:https://www.blognone.com/node/123911

อินเทลเปิดแผนเทคโนโลยีแพ็กเกจชิป ระยะห่างขาต่ำกว่า 10 ไมครอนภายในปี 2023

ในงาน Intel Accelerate วันนี้นอกจากการประกาศแผนเทคโนโลยีการผลิตชิปแล้ว อินเทลยังประกาศแผนแพ็กเกจแยกจากกัน โดยวางแผนการลดระยะห่างระหว่างขา (bump pitch) ให้ลดลงไปจนถึงระดับต่ำกว่า 10 ไมครอนภายในปี 2023 (ไมครอนคือ 1 ใน 1000 ของมิลลิเมตร) โดยเทคโนโลยีที่อยู่ในแผนได้แก่

  • EMIB (embedded multi-die interconnect bridge) เทคโนโลยีแพ็กเกจตั้งแต่ป 2017 แต่ในชิปเซิร์ฟเวอร์ Sapphire Rapids จะใช้ EMIB รุ่นต่อไป ที่ลดระยะห่างระหว่างขาจาก 55 ไมครอนเหลือ 45 ไมครอน
  • Foveros อินเทลระบุว่าจะมีแนวทางการเรียงชิปแบบ 3 มิติแบบใหม่ และลดระยะห่างระหว่างขาเหลือ 36 ไมครอน ซีพียูสำหรับไคลเอนต์ Meteor Lake จะใช้เทคโนโลยีนี้
  • Foveros Omni เทคโนโลยีเชื่อมชิปในแพ็กเกจได้อิสระขึ้น โดยชิปด้านบนสามารถเชื่อมกับชิปด้านล่างได้หลายชิป รวมถึงสามารถเชื่อมกับชิปที่เทคโนโลยีการผลิตต่างกัน คาดว่าจะเริ่มผลิตได้จริงในปี 2023
  • Foveros Direct เชื่อมระหว่างชิปโดยมีความต้านทานต่ำจนแทบทำงานได้เหมือนเป็นชิปเดียวกัน ระยะห่างระหว่างขาเหลือต่ำกว่า 10 ไมครอน คาดว่าจะพร้อมใช้งานในปี 2023 เช่นกัน

ในการแถลงข่าวครั้งนี้มี AWS ประกาศว่าจะใช้เทคโนโลยีแพ็กเกจของอินเทลเป็นรายแรก โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าใช้เทคโนโลยีใด

ที่มา – Intel

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123910

อินเทลประกาศแผนเทคโนโลยีการผลิต เปลี่ยนชื่อเป็น Intel 7, Intel 4, Intel 3 เตรียมเข้าสู่ยุคอังสตรอม

อินเทลแถลงข่าวประกาศแผนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เปลี่ยนชื่อเทคโนโลยีการผลิตให้กลายเป็นแบรนด์อินเทลแทนเลขนาโนเมตรเช่นเดิม และภาพใหญ่ที่สุดคือการเตรียมพร้อมสู่เทคโนโลยีระดับอังสตรอม โดยเทคโนโลยีที่ประกาศออกมาแล้วได้แก่

  • Intel 7 จะใช้งานในซีพียูเดสก์ทอป Alder Lake ที่จะเปิดตัวในปลายปี 2021 นี้ และซีพียูเซิร์ฟเวอร์ Sapphire Rapids ที่จะเริ่มผลิตปี 2022
  • Intel 4 ใช้เทคโนโลยี EUV และคาดว่าประสิทธิภาพต่อพลังงานจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% โดยจะพร้อมผลิตปลายปี 2022 และเริ่มส่งมอบสินค้าจริงปี 2023 จะใช้งานกับซีพียู Meteor Lake สำหรับไคลเอนต์ และ Granite Rapids สำหรับเซิร์ฟเวอร์
  • Intel 3 ใช้เทคโนโลยี FinFET รวมกับ EUV ทำให้ประสิทธิภาพต่อพลังงานเพิ่มขึ้นจาก Intel 4 ไปอีกประมาณ 18% คาดว่าจะเพิ่มเดินสายการผลิตได้ปลายปี 2023
  • Intel 20A เทคโนโลยีระดับอังสตรอมตัวแรก เปลี่ยนเทคทรานซิสเตอร์ให้เป็นแบบ RibbonFET นับเป็นการเปลี่ยนใหญ่ครั้งแรกนับจากที่อินเทลใช้ FinFET ตั้งแต่ปี 2011 และ PowerVia เทคโนโลยีการจ่ายพลังงานด้านหลังเวเฟอร์ คาดว่าจะผลิตได้จริงปี 2024
  • Intel 18A เทคโนโลยียุคต่อไปที่อยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับ ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิป โดยใช้เทคโนโลยี High NA EUV

สำหรับเทคโนโลยี Intel 20A นั้น Qualcomm ประกาศแล้วว่าจะมาใช้โรงงานผลิตชิปด้วย ตามแนวทางของ Pat Gelsinger ซีอีโอใหม่ที่เริ่มรับผลิตชิปให้กับบริษัทภายนอก

ที่มา – Intel

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123907

Intel เตรียมผลิตชิปให้ Qualcomm ใช้เทคโนโลยีใหม่ Intel 20A วัดขนาดเป็น “อังสตรอม” แทนที่ นาโนเมตร

ก่อนหน้านี้ไม่นาน CEO ของ Qualcomm เพิ่งจะออกมาประกาศว่า พวกเขาเตรียมทำหน่วยประมวลผลที่มีพื้นฐานจากสถาปัตยกรรมจาก ARM มาแข่งกับ CPU ของ Intel แต่เหมือนว่าทั้งสองบริษัทฯ จะจับมือเป็นพันธมิตรกันในอีกไม่กี่ปีให้หลัง เพราะล่าสุด Intel ได้เผยแผนการณ์ของค่ายไปถึงปี 2025 เปลี่ยนชื่อกระบวนการ Node ใหม่ พร้อมกับระบุว่าเตรียมผลิตชิปเซ็ตให้กับ Qualcomm

หนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ที่ Intel เตรียมจะเปิดตัวพร้อมใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 2024 ก็คือ Intel 20A ที่จะมีสถาปัตยกรรมการวางทรานซิสเตอร์หรือตัวรับ-ส่งสัญญาณแบบใหม่ ใช้เทคโนโลยี RibbonFET ของบริษัทฯ เปลี่ยนไปใช้การวัดขนาดเป็นแบบอังสตรอม (angstroms) แทนนาโนเมตร มาตรฐานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า จนถึงปัจจุบัน Windows PC ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต ARM ยังถือว่า “แป้ก” และไม่ค่อยปังเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับคู่แข่งอีกหนึ่งขั้วในตลาดอย่าง Apple ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับหน่วยประมวลผล M1 บน MacBook และ iMac อย่างไรก็ดี การที่ Qualcomm ประกาศสนใจเตรียมผลิตชิปที่ประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า M1 ก็จัดว่าเป็นสัญญาณที่ดีไม่น้อย บวกกับก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งเทคโอเวอร์ NUVIA สตาร์ทอัพที่มีอดีตเบื้องหลังความสำเร็จของชิป M1 นั่งแท่นเป็น CEO อยู่

โดยการจับมือทำงานร่วมกัน แม้ว่าจะเป็นคู่แข่งกันโดยตรงของ Qualcomm และ Intel ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ของวงการเทคโนโลยีแต่อย่างใด เพราะในโลกสมาร์ทโฟน Apple และ Samsung ก็จับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันมาโดยตลอด

 

ที่มา: XDA

from:https://droidsans.com/intel-qualcomm-partner-build-cpu/