คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL

Intel เปิดตัว Frost Canyon NUC มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Comet Lake สุดแรง ราคาเริ่มต้น 21,350 บาทเท่านั้น

นับวันเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราๆ ท่านๆ ใช้นั้นก็ค่อยๆ มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ทุกวัน อย่างทาง Intel เองนั้นก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เรียกว่า NUC (Next Unit of Computing) อยู่ที่จะว่าไปแล้วนั้นในสมัยก่อนที่ผ่านมานั้นตัวเครื่องมักจะไม่ได้มาพร้อมกับสเปคที่สูงเท่าไรนัก ทว่าในอนาคตอันใกล้นี้นั้นทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปกับการปล่อยข้อมูลของ NUC รุ่นใหม่อย่าง Frost Canyon NUC ที่มาพร้อมกับสเปคสุดโหดโดยเฉพาะในส่วนของตัวหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 อย่าง Core i7-10710U ซึ่งจะมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาขณะ Boost สูงถึง 4.7 GHz โดยตัวหน่วยประมวลผลนั้นยังมาพร้อมกับ L3 cache ขนาด 12 MB ด้วยอีกต่างหาก

ตัวเครื่อง Frost Canyon NUC นั้นจะมาพร้อมกับตัวเลือกสเปคให้คุณเลือกอย่างมากมายโดยในส่วนของตัวหน่วยประมวลผลนั้นสูงสุดที่เลือกได้ก็จะเป็นรุ่น Core i7-10710U ดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วนอกไปจากนั้นแล้วคุณยังสามารถที่จะเลือกขนาดของหน่วยความจำได้มากสุดที่ 64 GB อีกต่างกาก ทว่าหากนั่นยังไม่แรงพอแล้วล่ะก็ท่านยังสามารถที่จะเลือกแหล่งเก็บข้อมูลในรูปแบบ NVMe M.2 SSD มาเพิ่มความเร็วให้กับตัวเครื่องได้ด้วย โดยในส่วนของแหล่งเก็บข้อมูลนี้นั้นก็จะเป็น Samsung 970 EVO NVMe M.2 SSD ที่มีขนาดความจุอยู่ที่ 1 TB โดยหากเลือกสเปคแบบสูงสุดแล้วล่ะก็ตัวเครื่อง Frost Canyon NUC จะมีราคาอยู่ที่ $1295 หรือประมาณ 39,470 บาท

สำหรับพอร์ตการเชื่อมต่อนั้นก็จะประกอบไปด้วย USB 3.1 Gen2 Type-A และ USB 3.1 Type-C จำนวนอย่างละ 1 พอร์ต, 3.5mm audio jack, Intel i219-V GbE port และ HDMI การเชื่อมต่อแบบไร้สายนั้นก็จัดเต็มด้วย Intel Wi-Fi 6 AX200 งานนี้เรียกได้ว่าเจ้า Frost Canyon NUC สามารถที่จะรองรับการใช้งานของคุณได้เป็นอย่างดีรวมถึงการเล่นเกมที่ความละเอียดระดับ 1080p ด้วยชิปกราฟิก UHD รุ่นใหม่สุดของทาง Intel อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งว่าทาง Intel เองนั้นยังไม่ได้ทำการเผยวันวางจำหน่ายของ Frost Canyon NUC อย่างเป็นทางการทว่าแหล่งข่าวภายในนั้นระบุเอาไว้ว่ามันจะไม่นานเกินรอแน่นอน

หมายเหตุ – สำหรับตัวเครื่องที่มพร้อมกับสเปคแบบต่ำสุดนั้นจะมีหน่วยความจำอยู่ที่ 4 GB และแหล่งเก็บข้อมูลจะมีขนาดความจุอยู่ที่ 120 GB เท่านั้น โดยราคาของตัวเครื่องรุ่นเริ่มต้นนั้นจะอยู่ที่ $700 หรือประมาณ 21,350 บาท

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/intel-new-frost-canyon-nuc-super-small-comet-lake-pc-costs-700/507892/

หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่มาพร้อมกับแกนการประมวลผล 4 แกน 8 threads สามารถทำคะแนนในส่วน single core ได้สูงกว่า Ryzen 9 3950X

เริ่มมีข้อมูลผลการทดสอบออกมาเรื่อยๆ จริงๆ กับหน่วยประมวลผลที่ใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm ของทาง Intel โดยล่าสุดนั้นก็เป็นคิวของหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่ตามข้อมูลในการทดสอบผ่านทาง Geekbench นั้นพบว่าไม่ได้ระบุชื่อของตัวหน่วยประมวลผลอย่างเป็นทางการว่าจะเป็นรุ่นไหนแต่ใช้การระบุชื่อหน่วยประมวลผลว่า “Intel Corporation Tiger Lake Client Platform” โดยจะมาพร้อมกับแกนการประมวลผล 4 แกน 8 threads ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานอยู่ที่ 2.3 GHz(คาดว่าเป็นหน่วยประมวลผลรุ่นสำหรับการทดสอบทางด้านวิศวกรรม) สามารถที่จะทำคะแนนในส่วนของ Single-cores มากกว่า Ryzen 9 3950X ไปได้ถึง 88 คะแนนเลยทีเดียว

การทดสอบของหน่วยประมวลผลรุ่นดังกล่าวที่หลุดออกมานั้นจะมีข้อมูลดังต่อไปนี้

จะเห็นได้ว่าตัวหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่ใช้ในการทดสอบนั้นสามารถทำคะแนนในส่วนของ Single-core ไปได้ที่ 1,400 คะแนน มากกว่า Ryzen 9 3950X ที่สามารถจะทำคะแนนไปได้ที่ 1,312 คะแนน โดยที่ต้องไม่ลืมด้วยว่าตัวหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake นี้นั้นเป็นหน่วยประมวลผลสำหรับโน๊ตบุ๊คซึ่งนั่นทำให้มันน่าสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว งานนี้หากข้อมูลที่หลุดออกมาดังกล่าวเป็นของจริงแล้วล่ะก็มีหวังว่าทางฝั่ง AMD เองนั้นก็ต้องระวังตัวไว้เช่นเดียวกันเพราะหากหน่วยประมวลผลที่ใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm ของทาง Intel ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อไรแล้วนั้นเชื่อได้ว่าในตลาดคงได้สู้กันมันอย่างแน่นอน

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/quad-core-intel-tiger-lake-processor-outscores-amd-ryzen-9-3950x-in-geekbench-single-core-test/507888/

Review – HP 15s โน้ตบุ๊คจอ 15.6″ สเปก Intel Core i7-1065G7 แรงลื่นคุ้มค่า บางเบาหรูหรา ประกัน 2 ปี On-site

HP 15s เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มาพร้อมความคุ้มค่า แต่ก็ยังได้ดีไซน์ที่สวยงามเกินราคา เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10  หรือ AMD Ryzen 3000 ตัวเครื่องบางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพง เป็นหลัก และที่สำคัญมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

โดย HP 15s รุ่นที่นำมารีวิวนี้เป็นสเปก Intel Core i7-1065G7 (Ice Lake) ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ที่เล็กลงและดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้มีให้เลือกทั้ง Core i3-1005G1 / Core i5-1035G1 ซึ่งจัดว่าเป็นตัวท็อปสุดในรุ่น พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่ ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM  8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB อีกด้วย ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD พาเนล TN เกรดดี สนนราคาเพียง 19,990 บาท ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

from:https://notebookspec.com/review-hp-15s-spec-ntel-core-i7-1065g7/507745/

Review – Lenovo IdeaPad S340 15 สเปก Intel Core i5-1035G4 จอใหญ่ แรงลื่นคุ้มสุด มี Office ใช้งาน

Lenovo IdeaPad S340 15 เป็นโน้ตบุ๊คจอ IPS 15.6″ สเปก Intel Core i Gen 10 (Ice Lake) ที่คุ้มค่าใช้งานได้ลื่นไหล ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในทุกๆ วัน ในราคาถูกที่สุดที่ 17,490 บาท ได้ Windows 10 และ Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปฟรีๆ มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เบาและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คบางเบาหน่อย รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว เน้นใช้งานนอกสถานที่ ในราคาที่ไม่แพง โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น

สำหรับ Lenovo IdeaPad S340 15 เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้า 15.6″ ความละเอียด Full HD ได้สเปกใหม่ล่าสุดอย่างชิปประมวลผล Intel Core i5-1035G4 ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Core i5 รุ่นก่อนๆ และได้ฟีเจอร์อื่นๆ มากกว่า ได้แรมขนาด 8GB และ SSD M.2 NVMe 512GB โดยมีความเบาเพียง 1.8 กิโลกรัม เรียกได้ว่าสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊ตหน้าจอใหญ่งบหมื่นกว่าบาท เน้นนำมาใช้งานลื่นไหล แรงลื่นทุกๆ การใช้งาน ก็มีความน่าสนใจทีเดียว โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 8:30 ชั่วโมงเลยทีเดียว

from:https://notebookspec.com/review-lenovo-ideapad-s340-15-spec-intel-core-i5-1035g4/506477/

Intel ไตรมาส 4/2019 รายได้รวมทำสถิติใหม่อีกครั้ง เติบโตสูงจากลูกค้าคลาวด์

อินเทลรายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ปี 2019 มีรายได้รวม 20,209 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน เป็นสถิติใหม่สูงสุดของไตรมาส และมีกำไรสุทธิ 6,905 ล้านดอลลาร์

ซีอีโอ Bob Swan กล่าวว่าในปีที่ผ่านมา อินเทลได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากการเน้นเจาะตลาดที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในการจัดการ เคลื่อนย้าย และเก็บข้อมูล แนวโน้มนี้จะยังดำเนินต่อไปในปีนี้

ปัจจุบันอินเทลแบ่งธุรกิจออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มที่เกี่ยวกับข้อมูล (Data-centric) รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 19% และเป็นรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้รวมอินเทลแล้ว ซึ่งอินเทลบอกว่ามาจากการเติบโตของลูกค้ากลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวกับพีซี (PC-centric) ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน 2% ปัจจัยหลักจากสินค้าซีพียูเจน 10

ที่มา: อินเทล

alt="Intel"

from:https://www.blognone.com/node/114295

HPE คาดปัญหาซีพียู Xeon ขาดตลาดกระทบตลาดเซิร์ฟเวอร์ไม่ต่ำกว่า 18 เดือน

HPE เคยออกมายอมรับว่าฝั่งตลาดเซิร์ฟเวอร์เองก็กำลังประสบปัญหาซีพียูขาดตลาดเช่นเดียวกับฝั่งพีซี ล่าสุด HPE ออกมาแจ้งต่อลูกค้า แนะนำให้พิจารณาทางเลือกซีพียูอื่นแทนที่ Xeon (Cascade Lake) ที่กำลังขาดตลาดอยู่

HPE คาดการณ์ว่าปัญหาซีพียูเซิร์ฟเวอร์ขาดแคลนนี้จะลากยาวไปตลอดทั้งปี 2020 กินระยะเวลาทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 18 เดือน ปัจจัยหลัก ๆ ไม่ใช่แค่อินเทลผลิตไม่ทัน แต่รวมถึงการขยายตัวของคลาวด์ ทำให้ผู้บริการคลาวด์รายใหญ่ ๆ อย่าง AWS, Google, Microsoft มีความต้องการซีพียูเซิร์ฟเวอร์เยอะขึ้น ทำให้ลูกค้าอินเทลที่มีจำนวนซื้อน้อยกว่าอย่าง HPE หรือ Dell ต้องรอคิวเข้าไปอีก

ที่มา – The Register


ภาพโรงงานผลิตชิปของอินเทล

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114242

Preview – MSI Modern 14 ถึกทนแรงลื่นเบาแค่ 1.19 โล สเปก Core i Gen 10 แบต 10 ช.ม. ราคา 23,900 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานเน้นความบางเบา พร้อมประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ดีไซน์การออกแบบโดยรวมจัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่มีความเล็กกระชับมากๆ ขอบจอบางเฉียบ วัสดุเป็นอลูมิเนียมสีเงิน (หรือดำ) ตลอดทั้งตัวเครื่อง ซึ่งให้ทั้งความหรูหราและแข็งแรงทนทาน นับว่าทาง MSI ทำได้ดีไม่แพ้ในส่วนของ Gaming Notebook ของตนเองเลย โดยมีความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักที่เบาเพียง 1.19 กิโลกรัม รูปแบบ Ultrabook เรียกได้ว่าถือมือเดียวได้สบายๆ พกพาไปใช้งานนอกบ้านได้อย่างสะดวก แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U พ่วงมาด้วยกราฟิกการ์ดจาก NVIDIA GeForce MX250 ติดตั้งแรมมาขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD NVMe ความจุ 512GB ได้ Windows 10 ในราคาเพียง 26,900 บาท มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้าใช้งาน Windows 10 ด้วย Fingerprint ที่จะช่วยให้เข้าใช้งานสะดวกดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งด้วยที่เป็นพาเนล IPS ช่วยให้มุมมองในการมองเห็นเพิ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมขอบเขตสีที่กว้างกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป เรียกได้ว่าทั้งสเปก ฟีเจอร์ วัสดุ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คบางเบาหลายๆ ค่ายในราคาที่ถูกกว่าด้วย เพียง 26,900 บาท หรือรุ่นที่เป็นการ์ดจอออนบอร์ด 23,900 บาท

สเปกภายในของตัว MSI Modern 14 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ ขอบจอบางเฉียบที่ 5.7 มิลลิเมตร ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้างถึง 178 องศา ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.6GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 4.2GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) ส่วนรุ่น Core i7-10510U น่าจะมีตามหลังอีกที

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 Bus 2666 MHz ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของการ์ดจอก็เป็น NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ หรือรุ่นที่มีแต่การ์ดจอออนชิป Intel UHD 620 อย่างเดียวก็มีเป็นตัวเลือก สำหรับที่เก็บข้อมูลเป็นแบบความเร็วสูง SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ติดตั้งไว้ใต้หน้าจอ เพราะขอบจอบางมากๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

สำหรับ MSI Modern 14  ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คสเปก Core i Gen 10 ที่บางเบา แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดี ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นนึงในตลาด โดยถูกต่อยอดมาจาก MSI PS42 รุ่นก่อนที่ทำได้ดีมากๆ ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบา พกพาได้สะดวก โดยยังรักษาความเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.19 กิโลกรัม ทำให้ถือมือเดียวได้สบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่พรีเมียมหรูหราด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

โดยฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องด้านในเป็นลวดลายแบบปัดเสี้ยน พร้อมกับใช้สีเงินสว่างหรือดำเทาเข้มๆ ตลอดทั้งตัวเครื่อง ตั้งแต่โลโก้ ขอบตัวเครื่อง ทัชแพด แกนบานพับ ช่องระบายความร้อน ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูดำๆ ดีไซน์โบราณ ให้กลายเป็นโน้ตบุ๊คที่ดูน้อยแต่ให้ภาพลักษณ์ที่ดีเยี่ยมได้แทนนั่นเอง เชื่อได้ว่าหลายคนน่าจะเห็นตรงกันด้วย

ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ตรงกลางเหนือชุดคีย์บอร์ด พร้อมบริเวณรอบๆ ก็เป็นช่องดูดลมเย็นเช่นกันเพื่อให้ช่วยระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม ส่วนไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ต่างๆ จะอยู่ขอบตัวเครื่องด้านซ้ายสวยงาม MSI Modern 14 ใช้เทคโนโลยี Cooler Boost 3 แบบพัดลม 2 ตัวอยู่ทางด้านหลังและด้านข้างของตัวเครื่อง เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผล (พัดลม 1 ตัว) และกราฟิกการ์ด (พัดลม 1 ตัว) ด้วย Heat Pipes รวมกันถึง 3 เส้น โดยแยกฝั่ง CPU และ GPU ออกจากกัน ในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม

ด้านฐานล่างตัวเครื่องเป็นโลหะชิ้นเดียวตลอดทั้งชิ้น ลักษณะเป็นอลูมิเนียมผิวเรียบๆ แตกต่างจากฝาหลังและตัวเครื่องด้านใน พร้อมมียางรองจำนวน 5 จุด ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ช่วยส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทาง MSI ใส่ใจเป็นพิเศษอยู่แล้วไม่แพ้ฝั่ง Gaming Notebook เลย

ส่งผลให้ตลอดทั้งตัวเครื่องมีมิติตัวเครื่องที่เล็กลงกว่าโน้ตบุ๊คทำงานหน้าจอ 14″ ทั่วไป ซึ่งโดยรวมแล้ว MSI Modern 14  ไม่ใช่แค่บางเบาและสเปกดีแต่ในประสบการณ์ใช้งานที่ประทับใจ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในโน้ตบุ๊คสายบางเบาเน้นพกพาช่วงงบประมาณสองหมื่นกว่าบาท ที่แม้ราคาจะไม่แพงแบบแบรนด์อื่นๆ แต่จัดเต็มทุกฟีเจอร์จริงๆ บอกได้เต็มบอกว่าคุ้มค่าน่าซื้อจริงๆ

เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานซีรีส์เล็กสุดสำหรับ MSI Modern 14 ซึ่งจะมีรุ่นพี่กว่านี้จะเป็น MSI Modern 15 ส่วนซีรีส์ที่บนกว่านี้ก็จะเป็นในส่วนของ MSI Prestige 14 / 15 ซึ่งเน้นความบางเบาและแรงลื่นด้วยสเปก Core i Gen 10 + GTX 1650 Max-Q พร้อมได้หน้าจอคุณภาพสูงระดับ 4K รวมไปถึงซีรีส์รุ่นใหญ่สุดจะเป็น MSI Creator 15/17 ที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด สเปก Core i รหัส H + RTX Series จัดเต็มด้วยหน้าจอล้ำสุดยิ่งกว่าจาก Mini LED ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นแรกของโลกก็ว่าได้ ไว้ยังไงรอติดตามรีวิวตัวเต็มของ MSI Modern 14 กันอีกทีนะครับ

from:https://notebookspec.com/preview-msi-modern-14-core-i-gen-10/507707/