คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL

จัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 เบาสุดๆ แค่ 749 กรัมเท่านั้น พกสบายทำงานลื่นๆ

จัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 พกสบายไม่หนักไหล่ มีรุ่นไหนมาดู!

10lightweightlaptop cover

เมื่อเทคโนโลยีการย่อขนาดทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ พัฒนาขึ้น โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ จึงบางและเบาลงเรื่อยๆ จึงต้องจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ให้ผู้ใช้ที่เน้นหาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบา พกง่ายสบายไหล่เพราะต้องพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนบ่อยๆ ได้หาซื้อไปใช้กัน ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 นี้ จะรวมโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาที่เปิดตัวตั้งแต่ช่วงปี 2021 เป็นต้นมาและยังไม่มีใครล้มแชมป์ได้เอาไว้ด้วย

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แปรผกผันกับน้ำหนักคือราคาของโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาจะค่อนข้างแพงทีเดียว เริ่มต้นตั้งแต่ช่วง 2 หมื่นบาทกลางๆ ไปจนเฉียดแสนเลยก็มี เพราะการปรับแต่งตัวเครื่องให้เบาลงแต่ยังคงแข็งแรงทนทานต้องใช้วัสดุคุณภาพสูงด้วย จึงทำราคาถูกเป็นพิเศษไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ชดเชยโดยทางผู้ผลิตก็ใส่ฟีเจอร์ดีๆ เข้ามาชดเชยและให้ความพรีเมี่ยมยิ่งขึ้นด้วย

จัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022

จัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ไล่กันไปเลยตัวไหนเบาสุด ณ ตอนนี้

ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ครั้งนี้ รวมโน๊ตบุ๊ครุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วจากหลากหลายแบรนด์เอาไว้ด้วยกันแล้วไล่ตั้งแต่รุ่นที่เบาสุดเป็นต้นไป โดยทั้ง 10 รุ่นในบทความนี้จะมีดังนี้

  1. Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466 (749 กรัม)
  2. Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 (980 กรัม)
  3. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL (980 กรัม)
  4. LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6 (1.12 กิโลกรัม)
  5. LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6 (1.19 กิโลกรัม)
  6. Acer Swift 3 SF314-511-57PD (1.2 กิโลกรัม)
  7. MacBook Air 13″ (1.29 กิโลกรัม)
  8. DELL Latitude 5320 (1.32 กิโลกรัม)
  9. LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6 (1.35 กิโลกรัม)
  10. ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA (1.39 กิโลกรัม)
1. Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466 (749 กรัม)

20210509 233231 c

เริ่มต้นด้วยแชมป์ของการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ซึ่งยังไม่มีใครล้มแชมป์ความเบานี้ได้ นั่นคือ Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466 ซึ่งเบาเพียง 749 กรัมเท่านั้น สามารถใส่กระเป๋าพกไปทำงานได้สบายๆ ส่วนผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สบายๆ มี M.2 NVMe SSD มา 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 Home ไว้ในเครื่องพร้อมใช้งาน มีแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz มีพอร์ต USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 ได้ด้วย เรียกว่าครองแชมป์โน๊ตบุ๊คเบาสุด ณ ตอนนี้โดยไม่มีใครมาล้มได้เลย

สเปคของ Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : FHD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 749 กรัม
  • Price : 37,990 บาท (ราคากลาง)
2. Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 (980 กรัม)

20210515 161300 c

ต่อด้วยโน๊ตบุ๊คสุดเบาอันดับ 2 ของการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 แดนปลาดิบก็ยังครองแชมป์อยู่ โดยเป็น Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 ซึ่งอิงสเปคแทบทั้งหมดจาก Fujitsu รุ่นบน แต่ลดสเปคบางส่วนแทน ได้แก่ลดแรมเหลือ 8GB LPDDR4x, ตัดพอร์ต LAN ออก, น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 980 กรัม แต่ราคาก็ถูกลงเช่นกันและสเปคจัดว่าทำงานออฟฟิศได้สบายๆ แน่นอน ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคของ Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : FHD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 980 กรัม
  • Price : 32,990 บาท (ราคากลาง)
3. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL (980 กรัม)

20201204 121920 c

อันดับ 3 ของการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ตกเป็นของ ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL ซึ่งเปิดตัวมาเมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมา และทางบริษัทก็ใส่ฟีเจอร์มาให้มากมายไม่ว่าจะ ASUS NumberPad, กล้อง IR สแกนใบหน้า, ติดตั้ง Microsoft Office ตัวเต็มมาให้และน้ำหนักสูสีกับ Fujitsu ในข้อที่แล้ว เพราะเบาเพียง 980 กรัมเท่านั้น ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคเครื่องนี้ถือว่าดีพร้อมใช้ทำงานออฟฟิศได้อย่างแน่นอน โดยใช้ซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz และการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics เช่นกัน แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างแน่นอน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้เสร็จสรรพพร้อมแรม 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 และเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.0 หากใครชอบและไว้ใจโน๊ตบุ๊คจาก ASUS เป็นทุนอยู่แล้วก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 980 กรัม
  • Price : 32,990 บาท (ราคากลาง)
4. LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6 (1.12 กิโลกรัม)

20220218 230013 c

เชื่อว่าหลายๆ คนเห็นขนาดโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วแล้ว ก็น่าประมาณน้ำหนักไว้ว่าต้องอยู่ราว 1.7 กิโลกรัมขึ้นไปแน่นอน แต่ LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6 รุ่นนี้ได้อันดับ 4 ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 เพราะเครื่องเบาเพียง 1.12 กิโลกรัมเท่านั้น และฟีเจอร์ดีๆ มาครบเครื่องทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, พอร์ต Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, หน้าจอพาเนลคุณภาพสูง ขอบเขตสีกว้างและเที่ยงตรงและได้ใช้ Microsoft 365 ฟรี 1 ปีนับตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งานด้วย เรียกว่ามีดีเกินตัวมาก

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สบายๆ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft 365 มาพร้อมใช้งาน แรมเป็นแบบออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตมี Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย บอดี้ก็แข็งแรงทนทานดีไซน์พรีเมี่ยม คุ้มจะซื้อมาใช้ทำงานสุดๆ

สเปคของ LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี
  • Weight : 1.12 กิโลกรัม
  • Price : 53,900 บาท (ราคากลางจาก LG Thailand)
5. LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6 (1.19 กิโลกรัม)

20220218 231137 c

ตามมาด้วยรุ่นกลางจากบ้าน LG ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 เป็นรุ่น LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6 ซึ่งตัวเครื่องหนักขึ้นกว่ารุ่น 15.6 นิ้วเล็กน้อย โดยเพิ่มเป็น 1.19 กิโลกรัม ซึ่งอิงสเปคกับฟีเจอร์เด่นเหมือนกันกับรุ่น 15.6 นิ้วแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดหน้าจอเป็นขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครอยากได้หน้าจอความละเอียดสูงกว่า Full HD ก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้ได้เลย

สเปคของ LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี
  • Weight : 1.19 กิโลกรัม
  • Price : 59,900 บาท (ราคากลางจาก LG Thailand)
6. Acer Swift 3 SF314-511-57PD (1.2 กิโลกรัม)

20210728 041614 c

สำหรับ Acer Swift 3 SF314-511-57PD ถือเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดแล้วในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 นี้ โดยน้ำหนักอยู่ที่ 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ได้ตัวเครื่องพกพาสะดวกและเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้พร้อมและสเปคใช้ทำงานออฟฟิศได้ดี มี Microsoft Office ตัวเต็มมาพร้อมทำงานอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics ใช้หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz พร้อมใช้ทำงานอย่างแน่นอน ส่วนพอร์ตมี USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาราคากำลังดีรุ่นหนึ่ง 

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-511-57PD
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 22,900 บาท (Advice)
7. MacBook Air 13″ (1.29 กิโลกรัม)

20210323 113309 c

หากใครยังติดภาพว่า MacBook Air 13″ เป็นโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาใส่ซองเอกสารได้เหมือนเมื่อก่อน เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คฝั่ง Windows ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 แล้ว จะเห็นว่าน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.29 กิโลกรัม ซึ่งหนักกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นแต่ก็ยังพกง่าย มีเซนเซอร์ Touch ID สแกนลายนิ้วมือและจอ Retina Display ซึ่งแสดงผลดี ขอบเขตสีกว้างความละเอียดสูงด้วย

รุ่นเริ่มต้นใช้ชิป Apple M1 แบบซีพียู 8 คอร์ จีพียู 7 คอร์ มี SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง macOS Monterey มาให้ มี Unified Memory อีก 8GB แชร์ใช้งานภายในเครื่อง ส่วนจอ Retina Display มีขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้างระดับ P3 แสดงผล True Tone มีพอร์ต Thunderbolt 3 x 2 ช่องและ Audio combo x 1 ช่องเท่านั้น เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ ต้องถือเป็นโน๊ตบุ๊คเน้นคนทำงานที่ใช้งานได้ครอบคลุมหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะงานเอกสาร, แต่งภาพ, ตัดต่อวิดีโอก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

สเปคของ MacBook Air 13″
  • CPU : Apple M1 แบบ 8 ตอร์
  • GPU : Apple M1 GPU 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB 
  • RAM : Unified Memory 8GB 
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้างระดับ P3 แสดงผล True Tone
  • Ports : Thunderbolt 3 x 2, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p FaceTime HD Camera
  • Software : macOS Monterey พร้อมซอฟท์แวร์พื้นฐานจาก Apple
  • Weight : 1.29 กิโลกรัม
  • Price : 32,900 บาท (ราคากลาง)
8. DELL Latitude 5320 (1.32 กิโลกรัม)

20220302 113504 c

ด้านโน๊ตบุ๊คแบรนด์ขวัญใจคนทำงานอย่าง DELL ก็ผ่านเข้ารอบการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ด้วย เป็น DELL Latitude 5320 สเปคดี มีน้ำหนัก 1.32 กิโลกรัม ติดตั้งตัวอ่าน Smart Card มาให้ ได้การรับประกัน Dell Pro Support และ Battery Service Support ทั้งสองอย่างนาน 3 ปีทีเดียว

ซีพียูติดตั้ง Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD 512GB ติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ด้วย เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง

สเปคของ DELL Latitude 5320
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 10 Pro
  • Weight : 1.32 กิโลกรัม
  • Price : 39,900 บาท (Advice)
9. LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6 (1.35 กิโลกรัม)

20220218 232930 c

ถึง LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6 จะอยู่อันดับเกือบสุดท้ายจากการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ก็ตาม แต่เพราะขนาดตัวเครื่องใหญ่ถึง 17 นิ้ว ทำให้น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.35 กิโลกรัม แต่ก็ยังเบากว่าโน๊ตบุ๊คขนาดเท่าๆ กันหลายรุ่น และผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่ โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำจะแชร์สเปคร่วมกับ LG Gram ขนาด 16 นิ้วในข้อที่ 5 ทั้งหมด ยกเว้นขนาดหน้าจอที่ขยายขึ้นเป็น 17 นิ้วและน้ำหนักตัวเครื่องเท่านั้นที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ ดีไซน์พรีเมี่ยมแนะนำให้เลือกซื้อรุ่นนี้ไปใช้เลย

สเปคของ LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 17 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี
  • Weight : 1.35 กิโลกรัม
  • Price : 66,900 บาท (ราคากลางจาก LG Thailand)
10. ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA (1.39 กิโลกรัม)

20220303 172426 c

รุ่นสุดท้ายของการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 เป็น ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA โดยตัวเครื่องได้หน้าจอความละเอียด 2.8K พาเนล OLED รองรับ HDR แสดงผล Refresh Rate ได้ 90Hz มี ASUS NumberPad ติดตั้งมาให้พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงปุ่ม Power รวมทั้งได้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานยิ่งกว่าเดิม

ซีพียูในเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.3GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ แสดงผลขึ้นหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED รองรับ HDR ปรับค่า Refresh Rate 60~90Hz ได้ ส่วน M.2 NVMe SSD มีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft office Home & Student 2021 มาพร้อมใช้งาน ส่วนแรมมีขนาด 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort และ Power Delivery, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย จัดเป็นโน๊ตบุ๊คคุณภาพในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 นี้เหมาะจะลงทุนซื้อไปทำงานเป็นอย่างมาก

สเปคของ ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED รองรับ HDR ปรับค่า Refresh Rate 60~90Hz
  • Ports : USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort และ Power Delivery, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.39 กิโลกรัม
  • Price : 34,990 บาท (Advice)

สรุปสเปคจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022

จากการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 จะเห็นว่าทั้ง 10 รุ่นนั้น น้ำหนักก็ไล่ตั้งแต่หลักร้อยกรัมไปจนช่วง 1 กิโลกรัมต้นๆ เลยทีเดียว แม้ราคาจะสูงแต่ก็ได้ฟีเจอร์, ดีไซน์และวัสดุตัวเครื่องระดับพรีเมี่ยมมาทดแทนกันไป ซึ่งสรุปสเปคได้ดังนี้

สเปคจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 10 Home

13.3″ FHD IPS

749 กรัม

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

37,990
Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 10 Home

13.3″ FHD IPS

980 กรัม

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

32,990
ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ FHD IPS

980 กรัม

USB-C 3.2 x 2

USB-A 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

32,990
LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6 Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี

15.6″ FHD IPS

1.12 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

53,900
LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6 Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี

16″ WQXGA
(2560×1600)
IPS

1.19 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

59,900
Acer Swift 3 SF314-511-57PD Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,900
MacBook Air 13″ Apple M1

CPU 8 คอร์

GPU 7 คอร์

SSD 256GB

Unified Memory 8GB

macOS Monterey

13.3″ QHD IPS
True Tone

1.29 กก.

Thunderbolt 3 x 2

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

32,900
DELL Latitude 5320 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4
3200MHz

Windows 10 Pro

13.3″ FHD IPS

1.32 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

39,900
LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6 Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี

17″ WQXGA
(2560×1600)
IPS

1.35 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

66,900
ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA AMD Ryzen 5 5625U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR
60~90Hz

1.39 กก.

USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort และ Power Delivery

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

34,990

สำหรับโน๊ตบุ๊คทั้ง 10 เครื่องจากการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 นั้นก็สามารถหาซื้อได้ง่ายแล้ว ณ ตอนนี้ ถ้าหาดูดีๆ ก็จะเห็นโปรโมชั่นลดราคา, ได้ Cashback และของแถมเพิ่มเติมอีกมากมายโดยไม่ต้องไปเดินงาน COMMART ให้เหนื่อยเลย และถ้ารอวันพิเศษก็สามารถหาซื้อโน๊คบุ๊ครุ่นที่ต้องการได้ในราคาพิเศษสุดๆ ไม่เว้น MacBook ที่หลายๆ คนต้องการอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

laptop25000 cover

ssd cover

15000baht cover

from:https://notebookspec.com/web/650913-top-10-light-weight-laptop-2022

รีวิว Dell Latitude 3190 2-in-1 เบา ดี ทนทาน แบตอึดน่าใช้จากร้าน comdee2you ราคาย่อมเยาว์เพียง 7,990 บาท

Dell Latitude 3190 2-in-1 โน๊ตบุ๊คพกพา มีปากกาพร้อมใช้ สเปคเพื่อนักเรียนนักศึกษา

latitude cover

ชื่อชั้นของ Dell ในฐานะโน๊ตบุ๊คเพื่อการศึกษาและการทำงานนับว่าแข็งแรงและเป็นตัวเลือกแรกๆ ของใครหลายคน เช่น Dell Latitude 3190 2-in-1 ที่ทางบริษัทออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาโดยเฉพาะ สังเกตได้จากบอดี้ตัวเครื่องถูกล้อมกรอบด้วยขอบยาง แข็งแรงทนทานและงานประกอบตัวเครื่องแข็งแรง โดยทาง DELL ก็ทดสอบ Drop test เป็นที่เรียบร้อยและการันตีว่าตัวเครื่องทนทานต่อการตกจากความสูง 30 นิ้ว หรือสูงราวโต๊ะเรียนในห้องเรียนได้โดยไม่เสียหายแน่นอน จัดว่าเหมาะกับเด็กนักเรียนที่ใช้โน๊ตบุ๊คแล้วอาจจะเกิดอุบัติเหตุทำเครื่องตกกระแทกพื้นก็ไม่เสียหายง่ายๆ และเซอร์วิสเครื่องได้สะดวก เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวก็ปลดล็อคมาใส่ M.2 NVMe เพิ่มความจุได้แล้ว และนอกจากนักเรียนนักศึกษา ถ้าใครมองหาโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงเน้นความทนทานเพราะต้องไปงานแบบ Onsite เช่น วิศวกรที่ต้องออกหน้างานบ่อยๆ, คนขายสินค้าออนไลน์, แอดมินเพจที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเบาๆ ก็ถือว่าเหมาะกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทั้งนั้น

Advertisementavw

ด้านดีไซน์ต้องถือว่าเกิดมาเพื่อการศึกษา, ใช้งานนอกสถานที่และตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองมากๆ ไม่ว่าจะดีไซน์ให้พับเครื่องกลับได้ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตให้อ่านและเรียนออนไลน์ได้สะดวก มีปากกาสไตลัสเขียนได้ทั้งในแนวตั้งหรือเขียนตามปกติก็ทำได้สะดวก เหมือนใช้ปากกาจริงๆ เขียนบนกระดาษอย่างไรอย่างนั้น ด้านสเปคถือว่าใช้เรียน, ทำงานและเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้สบายๆ แบตเตอรี่ก็ทนทานใช้งานได้หลายชั่วโมง ใครที่ไม่สะดวกหรือหาปลั๊กมาเสียบชาร์จเครื่องไม่ค่อยได้ ก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Dell Latitude 3190 2-in-1

NBS Verdicts

Dell latitude 3190 DSC02472

Dell Latitude 3190 2-in-1 ถือเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการทำการบ้านและเรียนออนไลน์อย่างแท้จริง นอกจากดีไซน์ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน ได้กระจกตัวเครื่อง Goriila Glass NBT แข็งแรงใช้ดีไม่พอ บอดี้ตัวเครื่องก็ออกแบบบุยางรอบตัวให้ความแข็งแรงทนทาน ทนการตกจากที่สูง 30 นิ้ว หรือสูงราวโต๊ะเรียนได้อย่างแน่นอน ดังนั้นนักเรียนชั้นประถมและมัธยมซึ่งอาจจะใช้งานและไม่ทันระวังเครื่องนักก็สามารถใช้ได้อย่างสบายใจ รวมถึงผู้ใช้ที่ต้องการหาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบา เน้นความแข็งแรงทนทานเอาไว้ใช้งานก็เหมาะทั้งนั้น ไม่ว่าจะวิศวกร, เจ้าพนักงานประกันภัยหรือจะแอดมินเพจที่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ตอบงานตอบแชตบ่อยๆ ก็เหมาะกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นอย่างมาก หรือถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงมากและเน้นใช้โซเชียลเปิดเว็บเบราเซอร์เป็นหลักก็น่าซื้อมาใช้ เพราะจ่ายแค่ 7,990 บาทเป็นเจ้าของได้แล้ว

สเปคและฟีเจอร์ถือว่าเหมาะจะใช้ทำงานอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะพับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตได้, มีปากกาสไตลัสไว้เขียนจดหรือวาดภาพและเซ็นลายเซ็นบนหน้าจอและยังทัชจอได้ แบตเตอรี่ก็สามารถใช้งานได้นานเกิน 11 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าผู้ใช้คนไหนต้องใช้คอมพิวเตอร์ทำงานหลายชั่วโมง ไม่ค่อยสะดวกหาช่องเสียบปลั๊กชาร์จแบตฯ ก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน และยังอัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe เพิ่มเอาไว้เซฟไฟล์งานได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Dell Latitude 3190 2-in-1 ถึงแม้ง Dell 3190 จะดูเหมาะกับการเรียนการสอนมากที่สุด แต่สเป็คที่ให้มานั้นก้ยังสามารถทำงานพื้นฐานอื่นๆได้อย่างไม่มีปัญหา ทั้งใช้ทำงาน Office หรือใช้ดูแลธุรกิจออนไลน์, ตอบแชตของธุรกิจ, ดูแลเพจ Facebook และยังพอใช้แต่งภาพแบบง่ายๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่คุ้มค่าราคา 7,990 บาทอย่างแน่นอนและหารุ่นที่คุ้มเทียบชั้นรุ่นนี้ได้ยากทีเดียว เพราะรุ่นที่สเปคใกล้เคียงกันก็ต้องเตรียมเงินหลักหมื่นบาทขึ้นไปทั้งนั้น

ข้อดีของ Dell Latitude 3190 2-in-1
  1. บอดี้ออกแบบมาแข็งแรงทนทาน เสริมขอบยางป้องกันการตกสูง 30 นิ้วได้
  2. ตัวเครื่องซีลมาอย่างดี ทนน้ำหกใส่ได้ไม่เสียหายหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนเครื่องพัง
  3. ดีไซน์พับตัวเครื่องกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้ ใช้งานได้หลากหลายแบบ
  4. มีปากกาสไตลัสติดมาให้ในแพ็คเกจ ใช้เขียน, วาด, เซ็นเอกสารได้เป็นอย่างดี
  5. ติดตั้งกล้องมา 2 ตัว เป็น Webcam กับกล้องเหนือคีย์บอร์ดเพื่อถ่ายเลคเชอร์
  6. ในเครื่องมีอินเตอร์เฟส PCIe SSD อัพเกรด M.2 NVMe เพิ่มได้อีก 1 ตัว
  7. หน้าจอทัชสกรีนความละเอียด HD ใช้กระจก Gorilla Glass NBT แข็งแรงทนทาน
  8. ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องหาระบบปฏิบัติการเพิ่ม
  9. แบตเตอรี่ทนทานใช้งานต่อเนื่องได้ร่วม 14 ชั่วโมงใช้งานต่อเนื่องได้นานทั้งวัน
ข้อสังเกตของ Dell Latitude 3190 2-in-1
  1. สเปคเหมาะกับการใช้งานทั่วไปอย่างการเปิดเบราเซอร์, ดูหนังฟังเพลงหรือทำงานเอกสาร ไม่แนะนำให้ใช้ทำงานกราฟฟิคหนักๆ
  2. มีพอร์ตให้ใช้แค่ USB-A 3.1 Gen 1 กับ HDMI เท่านั้น 
  3. มีแรมเพียง 4GB DDR4 2400MHz เท่านั้น ต้องบริหารการเปิดปิดโปรแกรมให้ดี

รีวิว Dell Latitude 3190 2-in-1

Specification

latitude 11 3190 2in1 pdp 01

Dell Latitude 3190 2-in-1 เป็นโน๊ตบุ๊คออกแบบมาเพื่อนักเรียนนักศึกษาใช้เรียนออนไลน์เป็นหลัก งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงทนทานและบุขอบยางเอาไว้เพื่อป้องกันตัวเครื่องตกกระทบพื้นแล้วเกิดความเสียหายด้วย ส่วนสเปคเป็นดังนี้

  • CPU : Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.6GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics 600
  • SSD : แบบ eMMC ความจุ 64GB อัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe ได้
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 2400MHz
  • Display : หน้าจอทัชสกรีน 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล VA กระจก Gorilla Glass NBT
  • Ports : USB-A 3.1 Gen 1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : HD Camera, Front Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.45 กิโลกรัม
  • Price : 7,990 บาท (comdee2you)

สำหรับผู้ใช้ที่คิดว่า Dell Latitude 3190 2-in-1 เครื่องนี้จากร้าน comdee2you แล้ว ต้องการทราบเงื่อนไขการรับประกันและการขอคืนสินค้าคืนเงินว่าทางร้านค้าจะดูแลและให้บริการหลังการขายอย่างไรบ้าง สามารถอ่านเงื่อนไขได้ตามด้านล่างดังนี้

เงื่อนไขการรับประกันโน๊ตบุ๊คจากทางร้าน comdee2you
  1. สินค้าเสียหายหรือใช้งานไม่ได้ – มีปัญหาในการใช้งานภายใน 7 วันนับจากวันได้รับสินค้า บริษัทยินดีเปลี่ยนตัวใหม่ทันทีหลังจากได้รับสินค้าคืน โดยลูกค้าต้องนำ สินค้า พร้อมอุปกรณ์เสริม (Accessories) ครบตามที่ซื้อ ได้แก่ ตัวเครื่อง กล่อง โฟม ถุง คู่มือ แผ่นไดร์เวอร์ สายไฟ adaptor ของแถม บิลฯ จัดส่งกลับไปยังบริษัท โดยแจ้งและส่งสำเนาบิลบริษัทขนส่งไปยังบริษัท เมื่อบริษัทตรวจสอบรายการสภาพ ความครบถ้วนแล้วจะดำเนินการเปลี่ยนและส่งกลับไปยังลูกค้าทันที, ค่าขนส่งไป – กลับ บริษัทรับผิดชอบทั้งหมด
  2. สินค้ามีปัญหาภายใน 30 วัน นับจากวันได้รับสินค้า – บริษัทยินดีซ่อมเปลี่ยนอะไหล่ให้โดยไม่คิดมูลค่า, ค่าขนส่งไป-กลับ บริษัทรับผิดชอบทั้งหมด
  3. สินค้ามีปัญหาเกิน 30 วัน นับจากวันได้รับสินค้า – บริษัทยินดีซ่อม, เปลี่ยนอะไหล่ให้โดยไม่คิดมูลค่า, ลูกค้ารับผิดชอบค่าส่งซ่อม บริษัทรับผิดชอบค่าขนส่งคืนเมื่อซ่อมเสร็จ เว้นแต่การซ่อมนั้นมิได้เกิดจากความบกพร่องของสินค้าจากการใช้งานปกติ ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมและ ค่าขนส่งทั้งไป – กลับ

*ส่วนที่ชำรุดหรือเสียหายจะต้องแจ้งให้ทางบริษัททราบทันทีหลังจากได้รับสินค้า มิฉะนั้นการรับประกันจะถือเป็นโมฆะ ** ทางบริษัทคืนเงินค่าจัดส่งสูงสุด 100 บาทเท่านั้น

เงื่อนไขการขอคืนสินค้าและคืนเงินจากทางร้าน comdee2you

กรณีที่ลูกค้าสั่งซื้อและได้รับสินค้าแล้ว หากต้องการคืนสินค้า บริษัทมีเงื่อนไขในการขอคืน ดังนี้

  1. สินค้าที่ซื้อนั้นต้องไม่เกิน 7 วันนับจากวันได้รับสินค้า
  2. ลูกค้าต้องนำสินค้า พร้อมอุปกรณ์เสริม (Accessories) ครบตามที่ซื้อ ได้แก่ ตัวเครื่อง กล่อง โฟม ถุง คู่มือ แผ่นไดร์เวอร์ สายไฟ adaptor ของแถมบิลฯ จัดส่งกลับไปยังบริษัท เมื่อบริษัทตรวจสอบรายการสภาพ ความครบถ้วนแล้ว บริษัทจะคืนเงินให้ลูกค้าภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับสินค้าที่คืนแล้ว โดยลูกค้าจะถูกหักเงิน 10% จากราคาสินค้าที่ซื้อ และลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งในการส่งคืนดังกล่าว
  3. กรณีที่ลูกค้าต้องการเปลี่ยนสินค้าที่ซื้อเป็นรุ่นอื่นที่บริษัทจำหน่าย สินค้าที่ซื้อไปแล้วนั้น ต้องไม่เกิน 7 วันนับจากวันได้รับสินค้า และต้องนำสินค้า พร้อม อุปกรณ์เสริม (Accessories) ครบตามที่ซื้อ ได้แก่ ตัวเครื่อง, กล่อง, โฟม, ถุง, คู่มือ, แผ่นไดร์เวอร์, สายไฟ Adaptor, ของแถม บิลฯ จัดส่งกลับไปยังบริษัท โดยลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งในการเปลี่ยนดังกล่าว เมื่อบริษัทตรวจสอบรายการ สภาพ ความครบถ้วนแล้ว บริษัทจะทำการเปลี่ยนสินค้าเป็นรุ่นอื่นที่ต้องการ โดยการเปลี่ยนสินค้าที่เปลี่ยนต้องเป็นสินค้าที่มีราคาไม่ตํ่ากว่าสินค้าเดิมโดยลูกค้าต้องชำระ ค่าสินค้าที่เพิ่ม ค่าขนส่งและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกิดขึ้น
บริษัท ไม่รับเปลี่ยน หรือคืนเงิน กรณีที่สินค้ามีสภาพผิดปกติ ดังต่อไปนี้
  1. มีสภาพผิดปกติ เกิดอุบัติเหตุกับตัวสินค้า ได้แก่ หัก, บิ่น, งอ, ยุบ, เบี้ยว, ร้าว, ทะลุ หรือ มีรอยขูดถลอก
  2. สภาพที่เกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง เช่น คราบนํ้า สนิม
  3. สินค้าเสียหายเนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น ไฟเกิน, ไฟตก, ฟ้าผ่า, ภัยธรรมชาติ
  4. ความเสียหายจากสัตว์ หรือแมลงต่าง ๆ
  5. การใช้สินค้าผิดวิธี มีการแก้ไขก่อนได้รับอนุญาต
  6. มีรอยเขียนลงบนตัวสินค้า และไม่สามารถลบออกได้
  7. ปัญหาที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวเนื่องมาจากซอฟต์แวร์ ไวรัส หรือระบบปฏิบัติการ ที่ติดตั้งโดยผู้ซื้อ
  8. สินค้าที่หมดอายุการรับประกัน หรือสินค้าที่ตรวจไม่พบอาการเสีย จะต้องเสียค่าบริการในการซ่อม

Hardware & Design

Dell latitude 3190 DSC02475

Dell latitude 3190 DSC02495
Dell latitude 3190 DSC02498
Dell latitude 3190 DSC02483
Dell latitude 3190 DSC02497

ดีไซน์ของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะออกแบบเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องเล็ก เน้นพกพาสะดวกและเสริมขอบเครื่องเป็นยางทั้งรอบหน้าจอและกรอบตัวเครื่อง ป้องกันการตกจากโต๊ะเรียนสูงราว 30 นิ้วได้ ทนทานต่อการใช้งานแบบไม่ทันระมัดระวังอย่างกระแทกเก้าอี้หรือขอบโต๊ะได้เช่นกัน เป็นการออกแบบเพื่อลดโอกาสตัวเครื่องเสียหายเปิดไม่ติดไปในตัว ดังนั้นนอกจากนักเรียนมันก็เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คติดตัวไปไหนมาไหนเป็นประจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะวิศวกรที่ต้องดูแปลนหน้างาน, เจ้าพนักงานประกันภัยที่ต้องนำสัญญาประกันไปให้ผู้เอาประกันเซ็นหรือแม้แต่แอดมินเพจที่ต้องการหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ตอบข้อความจากลูกเพจก็ตอบโจทย์เช่นกัน

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าทาง Dell ใช้ขาตั้งหน้าจอแบบพับกลับได้ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้ เมื่อพับแล้วก้านฐานหน้าจอจะให้ตัวและม้วนกลับตามกลายเป็นแท็บเล็ตได้ ตัวเครื่องเสริมก้านพลาสติกป้องกันแป้นคีย์บอร์ดรูดกับพื้นโต๊ะโดยตรงเอาไว้ทั้ง 4 มุมและติดตั้งกล้องเอาไว้เหนือคีย์บอร์ดเพื่อใช้ถ่ายภาพ เช่น เลคเชอร์บนกระดานเพื่อเอาไว้ทบทวนในภายหลังได้ด้วย

Dell latitude 3190 DSC02544

เมื่อหน้าจอพับกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตหรือเปลี่ยนเป็นโหมดเต็นท์เพื่อดูเนื้อหาและคลิปวิดีโอประกอบการเรียนการสอนได้โดยง่าย รองรับปากกาสไตลัสสำหรับวาดเขียนภาพ, เซ็นเอกสารและใช้แก้ไขเขียนจดบนไฟล์ PDF ได้สะดวก ซึ่งปากกาด้ามนี้จะได้แถมฟรีมาในแพ็คเกจเมื่อซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จากทาง comdee2you ด้วย

Dell latitude 3190 DSC02504

Dell latitude 3190 DSC02505
Dell latitude 3190 DSC02545
Dell latitude 3190 DSC02528

ด้านฝาหลังของตัวเครื่องจะดีไซน์เน้นเรียบง่ายตามสไตล์ของ Dell Latitude เป็นบอดี้พลาสติกสีเรียบสีเดียวพร้อมโลโก้ Dell แบบวงกลมสีเงินตรงกลางเท่านั้น และสังเกตว่าตัวเครื่องไม่มีช่องระบายความร้อนเลย เนื่องจากซีพียู Intel ภายในตัวเครื่องไม่ร้อนมากและไม่กินพลังงานด้วย จึงไม่ต้องติดพัดลมโบลวเวอร์หรือเจาะช่องระบายความร้อนให้ความสวยงามลดลงสักนิด

Dell latitude 3190 DSC02506

ด้านใต้ตัวเครื่องสังเกตว่าจะต่างจากโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นตรงส่วนครึ่งบนของตัวเครื่องไม่มีช่องอากาศเข้าใต้เครื่องแม้แต่ช่องเดียว มีเพียงแต่ขอบยางด้านใต้เครื่อง 2 เส้นลากยาวจากขอบสู่ขอบ มีลำโพงอีก 2 ดอกติดตั้งเอาไว้ขอบล่างของตัวเครื่องและขันล็อคเอาไว้ด้วยน็อตหัว Philip Head อีก 7 ตัวเท่านั้น ช่วยป้องกันบอดี้ตัวเครื่องด้านล่างไม่ให้ถูกกับพื้นโต๊ะโดยตรงและมีสติกเกอร์แสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ติดเอาไว้

Screen & Speaker

Dell latitude 3190 DSC02499

Dell latitude 3190 DSC02501
Dell latitude 3190 DSC02500
Dell latitude 3190 DSC02502
Dell latitude 3190 DSC02503

Dell latitude 3190 DSC02547

หน้าจอ Dell Latitude 3190 2-in-1 เป็นจอทัชสกรีน 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล VA ปิดด้วยกระจก Gorilla Glass NBT ทนต่อรอยขีดข่วน ใช้ปากกาสไตลัสที่แถมมาพร้อมตัวเครื่องวาดเขียนและจดบนหน้าจอได้โดยสะดวก ติดตั้งกล้อง Webcam เอาไว้ขอบบนของตัวเครื่องเพื่อใช้ประชุมออนไลน์ได้ แต่สังเกตว่าขอบหน้าจอจะหนาเพราะเป็นพื้นที่ของทัชพาเนลหน้าจอ นอกจากนี้แม้จะเป็นพาเนล VA ก็ตาม แต่เมื่อพับหน้าจอลงมาจะเห็นว่าจอนี้แสดงผลหน้าจอได้คมชัดและสีสันไม่เพี้ยนหรือเกิดเงาเหลือบบนหน้าจอแม้แต่น้อย จึงใช้ได้โดยไม่มีปัญหา

gamut 1

brightness 1
bright zone
color accuracy
sum 1

เนื่องจาก Dell Latitude 3190 2-in-1 ถูกออกแบบมาเน้นใช้งานทั่วไปให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของและคนทั่วไป ซึ่งขอบเขตสีของหน้าจอเมื่อวัดด้วย Spyder5Elite แล้ว ได้ขอบเขตสีกว้าง 65% sRGB, 48% AdobeRGB, 48% DCI-P3 เมื่อเทียบค่าความเบี่ยงเบนสีของหน้าจอหรือ Delta-E จะได้ค่าเฉลี่ย 1.84 เท่านั้น แม้จะแสดงขอบเขตสีหน้าจอได้ระดับทั่วไปก็ตามแต่ก็ได้สีสันเที่ยงตรง ดังนั้นเจ้าของเครื่องเมื่อดูภาพบนหน้าจอก็จะเห็นสีสันเที่ยงตรงกับความเป็นจริงที่สุด

ความสว่างของหน้าจอตอนปรับความสว่างสูงสุดระดับ 100% จะได้ความสว่างเพียง 156.4 nits เท่านั้น เรียกได้ว่าสว่างแค่พอใช้งานในห้องเรียนหรือห้องส่วนตัว ไม่ได้สว่างระดับสู้แสงแดดสะท้อนได้ แต่ก็ไม่ถึงกับมืดจนมองไม่เห็นอย่างแน่นอน ส่วนตัวผู้เขียนเองได้ทดลองนำเครื่องไปทำงานชานร้านกาแฟก็จัดว่าสว่างใช้งานได้ดีไม่มีปัญหานัก แต่พอแบ่งพื้นที่บนหน้าจอเป็น 9 โซนเพื่อวัดความสว่างแล้ว จะเห็นว่าจอของ Dell Latitude 3190 2-in-1 มีอัตราความสว่างลดลงมากหลายส่วน 

ผลสรุปคะแนนหน้าจอจาก Spyder5Elite ได้ผลคือ Dell Latitude 3190 2-in-1 ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 3 จาก 5 คะแนน จัดว่าอยู่ระดับกลางๆ เหมาะจะใช้ทำงานเอกสาร, ดูแลเพจ Facebook หรือแต่งภาพทั่วไป โดยจุดเด่นสุดของจอนี้ เป็นค่า Contrast ซึ่งได้ 5 คะแนนเต็ม ถัดลงมาเป็น Color Uniformity, Color Accuracy ซึ่งได้ 4 จาก 5 คะแนนเต็ม จัดว่าอยู่ระดับกลางๆ เทียบกับจอของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้

Dell latitude 3190 DSC02508
Dell latitude 3190 DSC02509
Dell latitude 3190 DSC02525
Dell latitude 3190 DSC02526

สำหรับลำโพง 2 ดอกที่ติดตั้งมาขอบล่างของตัวเครื่องสำหรับใช้ประชุมงานและฟังเพลงได้ระดับหนึ่ง ซึ่งคุณภาพเสียงต้องถือว่าอยู่ในระดับใช้งานได้และเสียงลำโพงเน้นทางเสียงร้องของนักร้องเป็นหลักแยกไลน์กับเสียงเครื่องดนตรีได้ชัดเจน แต่เสียงเบสจัดว่าบางจนไม่โดดเด่นนัก ซึ่งถ้าเน้นใช้เรียนออนไลน์หรือเปิดคลิปสื่อการสอนในห้องเรียนจัดว่าเสียงดีฟังชัด เมื่อวัดเสียงลำโพงด้วยเครื่องวัดเสียงลำโพงจะดังราว 80 เดซิเบล จัดว่าไม่ดังเกินไป แต่ถ้าใครเน้นดูหนังฟังเพลงให้ได้อารมณ์ยิ่งขึ้นก็แนะนำให้ต่อลำโพงแยกไปเลยดีกว่า

Keyboard & Touchpad

Dell latitude 3190 DSC02484

Dell latitude 3190 DSC02485
Dell latitude 3190 DSC02487
Dell latitude 3190 DSC02489
Dell latitude 3190 DSC02491
Dell latitude 3190 DSC02492
Dell latitude 3190 DSC02494

Dell latitude 3190 DSC02548

คีย์บอร์ดของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Tenkeyless ใกล้เคียงกับไซซ์ 14 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน แต่เพราะถูกย่อไซซ์ให้พอดีกับตัวเครื่องขนาด 11.6 นิ้ว ดังนั้นปุ่มหลายๆ ปุ่ม เช่น Spacebar, F1-F12 จะถูกย่อให้เล็กลงและตัด Function Key บางปุ่มออกไป รวมทั้งไม่มีไฟ LED Backlit อีกด้วย เนื่องจากการออกแบบป้องกันน้ำหกใส่จึงตัดระบบไฟฟ้าบางส่วนบนตัวเครื่องออกไป

สังเกตว่าคีย์บอร์ดของ Dell เครื่องนี้จาก comdee2you เป็นเลย์เอ้าท์คีย์บอร์ดโมเดลขายในประเทศญี่ปุ่น จะเห็นว่านอกจากปุ่ม Enter ถูกเปลี่ยนทรงจากสี่เหลี่ยมผืนผ้าของเลย์เอ้าท์ ANSI กลายเป็นแป้นตัว L กลับหัวของ ISO แทน และเติมปุ่มฟังก์ชั่นเฉพาะของคีย์บอร์ดญี่ปุ่นเข้ามาหลายส่วน ไม่ว่าจะปุ่มสลับระหว่างตัวอักษรฮิรางานะ/คาตาคานะ/คันจิ และปุ่มข้างคีย์บอร์ดอีก 2 ปุ่มด้วยกัน แต่พอใช้งานจริงแล้วก็ใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ อย่างมากแค่อาจจะเจอปัญหาว่าปุ่ม Shift, Backspace ฝั่งขวามือมีขนาดเล็กเป็นพิเศษ แค่ต้องปรับตัวตอนได้เครื่องมาใหม่ๆ เท่านั้น นอกจากนี้ทางร้าน comdee2you ก็แก้ปัญหาปุ่มคีย์บอร์ดนี้โดยปิดสติกเกอร์ภาษาไทยเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ด้าน Function Key ใช้งานประจำหลายๆ ปุ่มก็ถูกเซ็ตเอาไว้ตามจุดต่างๆ ของคีย์บอร์ดในระดับเพียงพอใช้งานแล้ว เช่น Page Up, Page Down เหนือปุ่มลูกศรซ้ายขวา ถัดจาก F12 ก็มี Home, End, Delete ติดตั้งมาครบถ้วนและซ้อนเลเยอร์คีย์ลัดเช่น Print Scree, Insert เอาไว้ให้ใช้งาน และมี Fn Lock ตรงปุ่ม Esc อีกจุดหนึ่ง

Dell latitude 3190 DSC02490

Function Hotkey ตรง F1-F12 ของตัวเครื่องจะถูกเว้นเอาไว้ 2 ปุ่ม คือ F7, F10 โดยมีคำสั่งดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดหรือเปิดไมค์
  • F5 – Refresh หน้าจอที่ใช้งานอยู่
  • F6 – กดเพื่อสลับเปลี่ยนโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ ณ ปัจจุบัน
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F9 – ปุ่ม Search ค้นหาสิ่งที่ต้องการ
  • F11 – Print Screen
  • F12 – Insert
  • Home – เปิดหรือปิดสัญญาณ Wi-Fi
  • End – Sleep Mode

โดยรวมแล้ว นับว่าคีย์ลัดต่างๆ ของ Dell Latitude 3190 2-in-1 ก็ได้มาค่อนข้างครบ พร้อมใช้ทำงานและเรียนอย่างแน่นอน แต่ก็น่าเสียดายว่าถ้า Dell เติมปุ่ม Snipping Tool หรือคำสั่งล็อคหน้าจอเข้ามาอีกหน่อยก็น่าจะใช้งานได้ดีขึ้นมาก

Dell latitude 3190 DSC02496
Dell latitude 3190 DSC02520

ทัชแพดของ Dell เครื่องนี้จะมีขนาดเล็กสมส่วนกับขนาดตัวเครื่อง ดีไซน์ซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวาแต่มีเส้นแบ่งระหว่างปุ่มคลิ๊กสองปุ่มชัดเจน รองรับ Gesture Control ของ Windows ครบถ้วนและเมื่อวางมือพิมพ์งานแล้ว สันมือทั้งสองข้างจะพาดลงแป้นทัชแพดอย่างแน่นอน แต่จากการใช้งานจริงก็ไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องทัชแพดลั่นรบกวนการทำงานแต่อย่างใด

Connector / Thin & Weight

Dell latitude 3190 DSC02513
Dell latitude 3190 DSC02514
Dell latitude 3190 DSC02515
Dell latitude 3190 DSC02516
Dell latitude 3190 DSC02519
Dell latitude 3190 DSC02518

พอร์ตเชื่อมต่อของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะมีพอร์ต USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1, Kensington Lock x 1 เท่านั้น และมีปุ่ม Power และเพิ่มลดเสียงติดมาด้านข้างเครื่องอีกชุดหนึ่งเพื่อให้ล็อคหน้าจอหรือเพิ่มลดเสียงลำโพงได้อย่างรวดเร็ว ในแง่การใช้งานจริงถือว่ามีพอร์ตครบพอใช้งานทั่วไปแล้ว

Dell latitude 3190 DSC02531

Dell latitude 3190 DSC02532
Dell latitude 3190 DSC02533
Dell latitude 3190 DSC02534

น้ำหนักเครื่องเมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้ว เฉพาะเครื่องจะหนัก 1.48 กิโลกรัม รวมอแดปเตอร์และปากกาสไตลัสอีกด้ามจะหนัก 1.82 กิโลกรัม หากเทียบกับน้ำหนักทั่วไป รวมๆ ต้องถือว่าน้ำหนักอยู่ในระดับกำลังดี ไม่หนักเกินไปใส่กระเป๋าพกไปเรียนได้อย่างแน่นอน และสังเกตว่าสายไฟของตัวเครื่องจะมีสายดินพร้อมหางปลาติดมาด้วย ช่วยลดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้

Dell latitude 3190 DSC02542

Dell latitude 3190 DSC02536
Dell latitude 3190 DSC02537
Dell latitude 3190 DSC02538

ด้านปากกาสไตลัสที่ได้มาพร้อมเครื่องเมื่อซื้อโน๊ตบุ๊คกับ comdee2you เป็นปากกาสไตลัสพร้อมปุ่มลัดบนด้ามปากกา สามารถวาดเขียนจดสิ่งที่ต้องการได้สะดวกและใช้ถ่าน AAAA เพียงก้อนเดียวก็ใช้งานได้เลย ส่วนการตอบสนองถือว่าทำได้ดีเขียนวาดหรือจดสิ่งต่างๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา ถ้าใครต้องเขียนวาดเซ็นลงบนภาพหรือเอกสารหรือภาพก็ใช้ปากกานี้เขียนได้เลย การตอบสนองถือว่าใกล้เคียงกับการใช้ปากกาจริงวาดลงบนกระดาษ ไม่มีอาการดีเลย์กวนใจ

Inside & Upgrade

Dell latitude 3190 DSC02521

Dell latitude 3190 DSC02507
Dell latitude 3190 DSC02523
Dell latitude 3190 DSC02524
Dell latitude 3190 DSC02530

การเปิดฝาอัพเกรด Dell Latitude 3190 2-in-1 สามารถขันน็อต Philip Head จำนวน 7 ตัวออกและใช้มือดึงเบาๆ ที่ช่องต่ออแดปเตอร์ก็เปิดฝาเครื่องได้ทันที ไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมช่วยงัดเปิดเครื่องก็ได้ แต่เมื่อเปิดฝาแล้วจะเห็นว่าด้านในเครื่องแทบไม่มีอะไรให้อัพเกรดมากนัก อย่างมากคือใส่ M.2 NVMe ขนาด 2280 เข้าไปได้อีกตัว และชิ้นส่วนอื่นไม่ว่าจะแรมหรือฮาร์ดดิสก์ e.MMC จะเป็นการบัดกรีลงบอร์ดทั้งหมด ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ผู้เขียนแนะนำให้ใช้งานแบบสเปคเดิมๆ จากโรงงานไปได้เลยแล้วต่อโอนไฟล์งานเข้าออกกับ External HDD/SSD แทนจะดีกว่า

Performance & Software

cpu 1
ram 1

ซีพียูของ Dell Latitude 3190 2-in-1 เป็น Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.6GHz สถาปัตยกรรม Intel Gemini Lake Refresh มาให้ ซึ่งจำนวนคอร์และเธรดระดับนี้สามารถเปิดใช้โปรแกรม Microsoft Office หรือเปิดเว็บเบราเซอร์เรียนออนไลน์และทำงานได้อย่างแน่นอน มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 2400MHz จัดว่าเพียงพอตามสเปคขั้นต่ำของ Windows 11 อย่างแน่นอน

gpu 1

การ์ดจอในเครื่องเป็นออนบอร์ดรุ่น Intel UHD Graphics 600 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเรนเดอร์ภาพหรือวิดีโอขึ้นหน้าจอได้ รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan พร้อมใช้งาน ซึ่งการแสดงผลภาพขึ้นหน้าจอทัช 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD จัดว่าไม่มีปัญหาและยังใช้ดูหนังความละเอียด HD ได้อย่างแน่นอน

devicemgr 1

เมื่อเช็คใน Device Manger ของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มีพาร์ทสำคัญติดตั้งมาครบ ไม่ว่าจะฮาร์ดดิสก์ e.MMC ของ Hynix, การ์ด Wi-Fi รุ่น Intel Dual Band Wireless-AC 8265 รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 และมีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมาครบถ้วน

ssd 1

ด้านฮาร์ดดิสก์แบบ e.MMC ความจุ 64GB ในเครื่องต้องถือว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ที่อ่านเขียนข้อมูลได้เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไประดับหนึ่ง เมื่อวัดด้วย CrystalDiskMark แล้ว จะเห็นว่าได้ความาเร็ว Sequential Read 305.37MB/s และ Sequential Write อีก 190.98MB/s นับว่าบูตเครื่องเปิดโปรแกรมได้เร็วระดับหนึ่ง และถ้าจะเพิ่มความจุก็เติม M.2 NVMe ขนาด 2280 เข้าไปได้

r15 1
r20 1

ด้านการทดสอบ CINEBENCH R15 และ R20 ซึ่งเน้นเรนเดอร์ 3D CG ถือว่าไม่แนะนำและไม่น่าจะเหมาะเท่าไหร่ เพราะด้าน R15 ทำคะแนน OpenGL ได้ 19.36 fps และ CPU 259 cb เท่านั้น ด้าน R20 ได้คะแนน CPU 419 pts ซึ่งถือว่าน้อยในระดับไม่แนะนำให้นำไปทำงานด้านนี้เลย และไม่ได้เป็นโฟกัสการออกแบบและจัดสเปคของ Dell Latitude เครื่องนี้อีกด้วย

3dmark

ส่วนการทดสอบ 3DMark CPU Profile ทำคะแนนได้เพียงหลักร้อยเท่านั้น จัดว่าอยู่ในระดับแค่พอเปิดดูหนังหรืองาน 3D ต่างๆ ได้ระดับหนึ่ง ส่วนเกมอาจจะได้แค่เกม 8-bit ธรรมดาเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเป้าหมายการการออกแบบโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เช่นกัน เพราะ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะเน้นเรื่องใช้ทำและเซ็นเอกสารหรือเปิดเว็บตอบแชตเป็นหลัก

pcmark10

ถ้าเป็นการทดสอบ PCMark 10 ซึ่งจำลองการทำงานออฟฟิศจะเห็นว่าคะแนนเฉลี่ยทำได้ 1,670 คะแนน โดย Dell Latitude 3190 2-in-1 เครื่องนี้จะเด่นเรื่องประชุมออนไลน์, ทำงานเอกสารด้วยโปรแกรม Microsoft Word, Excel, PowerPoint และพรีเซนต์งานต่างๆ แต่ไม่แนะนำให้ไปใช้ตัดต่อภาพ 3D หรือ วีดีโอไฟล์ใหญ่ๆ เพราะซีพียูตระกูล Intel Celeron เป็นซีพียูตระกูลที่เน้นการใช้งานทั่วไป อย่างการทำงานเอกสาร, พรีเซ็นต์งานหรือใช้งานเบราเซอร์เป็นหลักเท่านั้น

Battery & Heat & Noise

Dell latitude 3190 DSC02522

แบตเตอรี่ใน Dell Latitude 3190 2-in-1 จะเป็นแบตเตอรี่ขนาด 42Wh (3,500mAh) ซึ่งขนาดถือว่าไม่ใหญ่มากนักแต่ก็ไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานหลายๆ เครื่องในปัจจุบันนี้ พอจับคู่กับซีพียูรุ่นที่ใช้พลังงานน้อยอย่าง Intel Celeron N4120 ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon 1

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุด, เปิดโหมด Battery Saver และเปิดเสียงลำโพง 10% ดู YouTube ด้วย Microsoft Edge เป็นเวลา 30 นาที ผลที่ได้จาก BatteryMon คือ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 13 ชั่วโมง 52 นาทีทีเดียว จัดว่าใช้งานได้นาน อยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องคอยหาปลั๊กไว้ชาร์จแบตเตอรี่เลยก็ได้ ดังนั้นถ้าใครต้องพกโน๊ตบุ๊คไปลงไซต์งานหรือไปติดต่อเซ็นเอกสารกับลูกค้าล่ะก็ Dell Latitude 3190 2-in-1 เครื่องนี้ก็ใช้งานได้นานแน่นอน และส่วนตัวผู้เขียนคาดว่าถ้าปิดเสียงลำโพงทิ้งไปก็น่าจะใช้งานได้นานกว่านี้อีก 1-2 ชั่วโมงทีเดียว

temperature normal
most heat temp

อุณหภูมิของ Dell Latitude 3190 2-in-1 สามารถพูดได้ว่าเครื่องนี้ไม่ร้อนเลยแม้จะรันโปรแกรมทดสอบเพื่อทดลองรีดอุณหภูมิตัวเครื่องแล้ว ความร้อนก็ยังอยู่ที่ 36~60 องศา เฉลี่ย 58 องศาเซลเซียสเท่านั้น จัดว่าเย็นมากและไม่มีปัญหาตอนใช้งานอย่างแน่นอน สังเกตว่าแผ่นฮีตซิ้งค์ตรงซีพียูนั้นเป็นแผ่นทองแดงธรรมดาแผ่นเดียวเท่านั้น ไม่มีพัดลมโบลวเวอร์หรือช่องระบายความร้อนต่อเข้าไปอีกชั้นเหมือนโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ดังนั้นมันจึงไม่ร้อนมากและไม่ส่งผลกับสุขภาพของนักเรียนนักศึกษาที่ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้อย่างแน่นอน

User Experience

Dell latitude 3190 DSC02478

จากที่นำ Dell Latitude 3190 2-in-1 ไปใช้งานแล้ว แม้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จะไม่ได้ทรงพลังเท่ากับโน๊ตบุ๊คราคาหลักสองสามหมื่นบาท แต่ต้องเข้าใจว่าทาง Dell เน้นออกแบบให้ใช้งานออนไลน์, ทำงานเอกสารหรือพกเครื่องไปไหนมาไหนและทำการบ้านส่งครูอาจารย์และมีปากกาสไตลัสให้ใช้เขียนจดสิ่งที่ต้องการลงบนหน้าจอเครื่องได้ ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกไม่ต้องใช้เมาส์ลากแล้วเส้นลายมือเพี้ยนจากที่เขียนจริงไป ดังนั้นผู้ใช้กลุ่มแรกนอกจากนักเรียนที่ได้ใช้ประโยชน์จากจอทัชสกรีนและสไตลัสนอกจากนักเรียนที่พกเครื่องเข้าห้องเรียนและไปติวหนังสือสอบกับเพื่อน ก็คือ เจ้าพนักงานประกันภัยและคนเดินเอกสาร, วิศวกรก่อสร้างที่ลงหน้างานถ่ายภาพและแก้แบบหน้างานก็ใช้ Dell Latitude 3190 2-in-1 เครื่องนี้ได้สะดวกไม่ต่างกับแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งเลย เพราะขนาดเล็กพอดี พกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก เวลาว่างก็นำไปต่อหน้าจอและลำโพงดูหนังฟังเพลงเพื่อความบันเทิงได้อีกด้วย

ส่วนคนที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวหรือเปิดเพจขายของมาใหม่ นำเงินไปลงทุนกับสินค้าเพื่อเตรียมไว้ขายแล้วอยากหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ใช้ตอบแชตและทำสต็อกแบบง่ายๆ สักเครื่อง ไม่อยากจ่ายแพงมาก ราคาของ Dell Latitude 3190 ก็ตอบโจทย์เพราะจ่ายแค่ 7,990 บาทก็ซื้อมาใช้งานได้แล้ว และสเปคเครื่องที่เป็น Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด เมื่อจับคู่กับฮาร์ดดิสก์ e.MMC 64GB และแรมอีก 4GB แม้จะดูน้อยสำหรับใครหลายๆ คนแต่มันก็จัดว่าเพียงพอสำหรับงานดังกล่าวไปข้างต้นอย่างแน่นอน สามารถเปิดไฟล์เอกสารมาทำได้สบายๆ เปิดเบราเซอร์ได้ลื่นไหล อัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe เพื่อเซฟงานอีกสักไดรฟ์หรือใช้ External HDD/SSD ก็เซฟเอกสารสำคัญเก็บเอาไว้ใช้ได้โดยไม่มีปัญหา

ในแง่ความทนทานต้องถือว่าเหมาะกับผู้ใช้ทุกคนอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเครื่องจะกันกระแทกระยะความสูง 30 นิ้ว ก็กันน้ำหกใส่ด้วย เวลาพับเครื่องเป็นแท็บเล็ตไปเดินเช็คสต็อก, ไปพบและคุยงานกับลูกค้าหรือจะนั่งทำงานตอบแชตอยู่แล้วมีแก้วน้ำวางอยู่ข้างๆ แล้วน้ำหกใส่โดยบังเอิญก็แค่เช็ดเครื่องให้สะอาดก็ใช้ทำงานได้ตามปกติแล้ว ซึ่งโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์คู่แข่งที่มีฟีเจอร์ป้องกันอุบัติเหตุตอนใช้งานครบเครื่องเท่า Dell เครื่องนี้ต้องเตรียมเงินไว้ราวหมื่นบาทขึ้นไป ถึงจะได้หาซื้อมาใช้งานได้ และหลายๆ แบรนด์ก็มักไม่ค่อยใส่ฟีเจอร์ป้องกันน้ำหกใส่เครื่องมาด้วย ถ้าเอาดีไซน์แบบพับกลับเป็นแท็บเล็ตได้และมีปากกาด้วย ก็ซื้อในราคาราคา 7,990 บาท เท่ากับ Dell Latitude 3190 2-in-1 ไม่ได้แน่นอนจึงหารุ่นเทียบชั้นได้ยากมาก ถึงหาได้ก็มักได้โน๊ตบุ๊คมือ 2 ไม่ใช่เครื่องมือ 1 เหมือนที่ซื้อกับร้าน comdee2you แน่นอน 

Conclusion & Award

Dell latitude 3190 DSC02479

ถึงสเปคของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะอยู่ในระดับทั่วไป เหมาะจะใช้ทำงานเอกสารหรือเปิดเว็บและแก้ไฟล์เป็นหลัก ไม่ได้เน้นใช้งานกับโปรแกรมใหญ่ๆ เหมือนโน๊ตบุ๊คราคาหลักหมื่นบาทขึ้นไปก็ตาม แต่ทีเด็ดคือเรื่องความแข็งแรงทนทาน ตกจากความสูงระดับ 30 นิ้วไม่มีปัญหา น้ำหกใส่ก็เช็ดให้แห้งแล้วใช้งานได้ตามปกติ ถ้าพื้นที่ไม่พอก็อัพเกรดใส่ M.2 NVMe เข้าไปเพิ่มพื้นที่เซฟงานได้และแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้นานร่วม 14 ชั่วโมงอีกด้วย ตอบโจทย์คนที่ต้องการหาโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงเอาไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะทำงานหรือเรียนก็ใช้ดีทั้งนั้น

ต้องถือว่า Dell Latitude จัดว่าเหมาะกับนักเรียนนักศึกษา, วิศวกรที่ไปหน้าไซต์งาน, พนักงานประกันหรือแม้แต่แอดมินเพจและฝ่ายประสานงานระหว่างออฟฟิศที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนเป็นประจำ จะซื้อเครื่องนี้เอาไว้ใช้งานก็ตอบโจทย์และไม่ต้องจ่ายแพงแต่ก็ใช้งานได้ดี นอกจากนี้เมื่อซื้อกับทางร้าน comdee2you ก็ได้สินค้ามือ 1 พร้อมปากกาสไตลัสอีกด้วย ซึ่งราคาเพียง 7,990 บาทนี้จัดว่าน่าใช้และได้ของดีเกินราคา จ่ายซื้อได้สบายใจและได้ฟีเจอร์เกินราคาอย่างแน่นอน

award

NBS award 4 Mobility

Best Mobility

สำหรับตัวเครื่องขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD และน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัม ได้ความแข็งแรงทนทาน ป้องกันการตกพื้นเสียหายในระยะความสูง 30 นิ้วด้วย จัดว่า Dell Latitude 3190 2-in-1 เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะจะพกพาใส่กระเป๋าเข้าห้องเรียนหรือจะไปทัศนศึกษาก็ดีเช่นกัน คู่ควรกับรางวัล Best Mobility อย่างไม่ต้องสงสัย

award new Battery Life

Best Battery Life

แบตเตอรี่ของ Dell Latitude 3190 2-in-1 ถึงมีความจุเพียง 42Wh ก็ตาม แต่สามารถใช้งานได้นานร่วม 14 ชั่วโมง เรียกว่านานจนไม่ต้องเตรียมปลั๊กใส่กระเป๋าก็ได้ ใช้งานได้ทั้งวันต่อเนื่องทั้งในห้องเรียน, เรียนออนไลน์หรือจะติดไปทัศนศึกษาก็ไม่มีปัญหา

from:https://notebookspec.com/web/650109-review-dell-latitude-3190-2-in-1

6 Acer Aspire ซีพียู Intel สเปคดีคุ้มค่า ซอฟท์แวร์มาครบ เลือกได้ 11th, 12th Gen อัพเดทปี 2022

Acer Aspire ซีพียู Intel ตระกูลคุ้มค่าสเปคน่าใช้จาก Acer ตอนนี้จะ Tiger Lake ก็ดี Alder Lake ก็มีให้เลือกนะ

aspire cover

หลังจากแนะนำ Acer Aspire ซีพียู AMD ไปเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว ก็ต้องมี Acer Aspire ซีพียู Intel ที่ผู้ใช้หลายคนเชื่อมั่นให้เลือกซื้ออย่างแน่นอน และเมื่อ Intel เปิดตัวสถาปัตยกรรม Alder Lake หรือ Intel 12th Gen และผู้ผลิตเริ่มนำมาติดตั้งในโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นไม่ว่าจะเกมมิ่งหรือโน๊ตบุ๊คทำงานก็ตาม Intel 11th Gen สถาปัตยกรรม Tiger Lake ก็เริ่มลดราคาเพื่อให้ผู้ใช้ได้เลือกซื้อได้สะดวกยิ่งขึ้น ดังนั้นนี่คือเวลาที่เหมาะสมสุดสำหรับผู้ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คสเปคดีราคาคุ้มค่าไว้ทำงานสักเครื่องหนึ่ง และในแง่การใช้งานจริงแม้ประสิทธิภาพของ Alder Lake จะสูงมากแต่ Tiger Lake ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันอย่างแน่นอน

Advertisementavw

และจุดแข็งของโน๊ตบุ๊ค Acer Aspire ซีพียู Intel คือ นอกจากทางผู้ผลิตจะติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือ 11 มาให้พร้อมใช้งานแล้ว หลายๆ รุ่นก็มีโปรแกรม Microsoft Office Home & Student แถมมาพร้อมๆ กัน เรียกว่าเปิดเครื่อง ล็อคอิน Microsoft Account ให้เสร็จก็เริ่มทำงานต่อได้ทันทีไม่มีสะดุดเสียจังหวะแน่นอน

Acer Aspire ซีพียู Intel

6 Acer Aspire ซีพียู Intel น่าซื้อ อัพเดทปี 2022

ผู้ใช้คนไหนที่โน๊ตบุ๊คส่วนตัวเก่าจนเริ่มไม่น่าใช้ อัพเกรดเครื่องก็ยังช้าแถมแบตเตอรี่เจ้ากรรมยังเสื่อมจนอยากซื้อเครื่องใหม่เอาไว้ใช้งานล่ะก็ ตอนนี้โน๊ตบุ๊ค Acer Aspire ซีพียู Intel มีรุ่นน่าซื้อน่าใช้ให้เลือกถึง 6 รุ่น เป็น Intel 11th Gen และ 12th Gen ด้วย ซึ่งรุ่นแนะนำมีดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-58-329W (16,990 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315-59G-39AV (18,990 บาท)
  3. Acer Aspire 3 A315-58-5420 (19,990 บาท)
  4. Acer Aspire 3 A315-58-78XF (23,990 บาท)
  5. Acer Aspire Vero AV15-51R-52JY (23,990 บาท)
  6. Acer Aspire Vero AV15-51-732P (25,350 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-58-329W (16,990 บาท)

20200319 133435 c

เริ่มต้นบทความ Acer Aspire ซีพียู Intel ด้วย Acer Aspire 3 A315-58-329W รุ่นแรกที่ราคาไม่แพงมากแต่สเปคพร้อมใช้ทำงานออฟฟิศได้เป็นอย่างดี บอดี้เป็นขนาด 15.6 นิ้ว พร้อม Numpad พร้อมให้ผู้ใช้กลุ่มนักบัญชีและเซลส์กดพิมพ์ตัวเลขและทำงานได้สะดวกขึ้นมาก

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics Xe G4 แสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างดีไม่มีปัญหา มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB มีแรม 8GB DDR4 บัส 2400MHz ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมใช้งาน ส่วนพอร์ตมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่แต่ไม่หนักมากนัก

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58-329W
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 16,990 บาท (ราคากลาง)
2. Acer Aspire 3 A315-59G-39AV (18,990 บาท)

Aspire A315 59G f

รุ่นถัดมาในบทความ Acer Aspire ซีพียู Intel เป็น Acer Aspire 3 A315-59G-39AV รุ่นอัพเกรดดีไซน์ให้ขอบล่างหน้าจอยกเครื่องขึ้นเล็กน้อย ทำให้พิมพ์งานได้สะดวกยิ่งขึ้นและอัพสเปคเป็น Intel 12th Gen สถาปัตยกรรม Alder Lake มาให้พร้อมติดตั้งการ์ดจอแยกและได้ขนาดตัวเครื่อง 15.6 นิ้วพร้อม Numpad ในตัวอีกด้วย จัดว่าถ้าอยากเปลี่ยนเครื่องรุ่นใหม่ต้องถือว่า Acer Aspire 3 เครื่องนี้น่าซื้อมาก

Acer Aspire 3 เครื่องนี้อัพเกรดทั้งพอร์ตและสเปคมาใหม่ ใช้ Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ (2P+4E) 8 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX550 แรม 2GB GDDR6 สามารถใช้ตัดต่อแต่งภาพกับวิดีโอสั้นได้อย่างแน่นอนและแสดงผลขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สบายๆ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home พร้อมแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ หากอัพเกรดเป็น 8GB หรือมากกว่านั้นก็สามารถทำงานต่างๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องหนัก 1.79 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าได้สเปคดีแต่ก็ยังเบาพกพาได้สะดวกไม่แพ้พี่น้องในตระกูล Aspire เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59G-39AV
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ (2P+4E) 8 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce MX550 แรม 2GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.79 กิโลกรัม
  • Price : 18,990 บาท (ราคากลาง)
3. Acer Aspire 3 A315-58-5420 (19,990 บาท)

20210427 172409 c

ด้านของ Acer Aspire 3 A315-58-5420 รุ่นนี้ต้องถือว่าอิงดีไซน์และสเปคจากเครื่องในข้อที่ 1 มาแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดเปลี่ยนซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics แทน ทำให้ประสิทธิภาพตอนทำงานดีขึ้น จัดเป็น Acer Aspire ซีพียู Intel รุ่นราคาต่อสเปคดีน่าซื้อมาใช้มาก

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58-5420
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 19,990 บาท (ราคากลาง)
4. Acer Aspire 3 A315-58-78XF (23,990 บาท)

Aspire 3 A315 22 f

ส่วนของ Acer Aspire 3 A315-58-78XF ก็อิงสเปคจาก Acer Aspire ซีพียู Intel ในข้อที่แล้วทั้งหมด แต่อัพเกรดซีพียูขึ้นมาเป็น Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz แทน ทำให้ใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้ดีอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คที่สเปคแรงจบทีเดียวและมีงบประมาณพร้อมจ่ายด้วย ก็แนะนำให้เพิ่มงบประมาณเล็กน้อยแล้วซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58-78XF
  • CPU : Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 23,990 บาท (ราคากลาง)
5. Acer Aspire Vero AV15-51R-52JY (23,990 บาท)

20211013 225918 c

ส่วนตระกูลย่อยใหม่ของ Acer Aspire ซีพียู Intel ที่ถึงจะเปิดตัวมาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ยังน่าซื้อ คือ Acer Aspire Vero AV15-51R-52JY ซึ่งได้บอดี้ตัวเครื่องใหม่ มีชุด Numpad, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ติดตั้ง Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student มาให้พร้อมทำงาน ส่วนบอดี้ตัวเครื่องเป็นวัสดุพลาสติกรีไซเคิล

ซีพียูในเครื่องก็เป็นรหัสพิเศษรุ่น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งานกับแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.0 x 2, USB-C 3.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ มีน้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น 

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-51R-52JY
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.0 x 2, USB-C 3.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 23,990 บาท (BaNANA)
6. Acer Aspire Vero AV15-51-732P (25,350 บาท)

Aspire Vero bk

ส่วน Acer Aspire ซีพียู Intel ในตระกูล Aspire Vero มี Acer Aspire Vero AV15-51-732P รุ่นนี้ที่อิงสเปคจากข้อที่แล้วแทบทั้งหมด ยกเว้นซีพียูที่อัพเกรดเป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ดเหมือนกันและเพิ่มแรมเป็น 16GB DDR4 บัส 3200MHz ให้พร้อมใช้ทำงานหนักๆ เปิดไฟล์ Microsoft Excel ขนาดใหญ่ได้เร็วลื่นกว่าเดิม ซึ่งถ้าใครมีงบประมาณพร้อมจ่ายเพิ่มสักนิด ผู้เขียนก็แนะนำให้อัพเกรดมารุ่นนี้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-51-732P
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.0 x 2, USB-C 3.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 25,350 บาท (Advice)

สรุปสเปค Acer Aspire ซีพียู Intel ทั้ง 6 รุ่น จัดไปแล้วคุ้ม จ่ายแล้วใช้งานได้นานแน่นอน

จะเห็นว่าตอนนี้ Acer Aspire ซีพียู Intel มีรุ่นน่าสนใจ สเปคดีตอบโจทย์การทำงานและมีโปรแกรมพร้อมใช้ทำงานให้เลือกหลายหลายรุ่นทีเดียว มีระดับราคาตั้งแต่หลักหมื่นต้นไปจน 2 หมื่นบาทกลางๆ ให้เลือกอีกด้วย หากสรุปสเปคแล้วจะได้ดังนี้

สเปค Acer Aspire ซีพียู Intel CPU, GPU RAM, SSD, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Acer Aspire 3 A315-58-329W Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,990
Acer Aspire 3 A315-59G-39AV Intel Core
i3-1215U

NVIDIA GeForce MX550

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 4GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.79 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

18,990
Acer Aspire 3 A315-58-5420 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

19,990
Acer Aspire 3 A315-58-78XF Intel Core
i7-1165G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

23,990
Acer Aspire Vero AV15-51R-52JY Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.0 x 2

USB-C 3.0 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

23,990
Acer Aspire Vero AV15-51-732P Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.0 x 2

USB-C 3.0 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,350

ตอนนี้ถ้าใครคิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าอยู่แล้วและเน้นซื้อมาทำงานอย่างเดียว จะหันมาดู Acer Aspire ซีพียู Intel เอาไว้ก็น่าสนใจ เพราะราคาไม่แพง หลายๆ ครั้งก็มีโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ลดราคาเครื่อง, ให้ของแถมกันอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ถ้าใครติดตามโปรโมชั่นอยู่เป็นระยะๆ แล้วเห็นว่ามีรุ่นที่แนะนำจัดโปรโมชั่นพิเศษอยู่และถูกกว่าราคาในบทความนี้ ก็ตัดสินใจซื้อได้เลยและผู้เขียนก็มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่อย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

aspireamd cover

swift intel cover

swift cover 2022

from:https://notebookspec.com/web/650020-6-acer-aspire-with-intel-cpu

อินเทลเตรียมเปิดบริการยืนยันว่าคลาวด์รันในซีพียูอินเทลจริง, เตรียมเพิ่มชุดคำสั่งเร่งความเร็วการเข้ารหัสทนคอมพิวเตอร์ควอนตัม

อินเทลเปิดตัว Project Amber บริการยืนยันว่าซอฟต์แวร์ถูกนำไปรันบนซีพียูอินเทลที่ตรวจสอบได้จริง โดยสามารถใช้งานได้ทั้งการตรวจสอบการใช้บริการบนคลาวด์ และบนคอมพิวเตอร์แบบ edge อื่นๆ

บริการนี้จะอาศัย trusted execution environment (TEE) ที่อยู่ในซีพียูยืนยันว่าตัวซอฟต์แวร์และข้อมูลที่ถูกใช้งาน (data in use) จะถูกประมวลผลด้วยซีพียูตามรุ่นที่ระบุจริง (ไม่ใช่ระบบจำลอง หรือซีพียู x86 ของแบรนด์อื่นๆ) สามารถตรวจสอบบริการปลายทางได้ทั้งเซิร์ฟเวอร์ bare metal, virtual machine, และ container

กระบวนการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทุกวันนี้มักพูดถึงข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ (data at rest) เช่นการเข้ารหัสดิสก์ และข้อมูลระหว่างการนำส่ง (data in transit) ซึ่งมักรักษาความปลอดภัยด้วยกระบวนการเข้ารหัสแบบต่างๆ แต่ไม่ป้องกันในกรณีที่ผู้ให้บริการนำโหลดงานไปรันในสภาพแวดล้อมที่มุ่งร้ายเสียเอง

บริการนี้จะเริ่มทดสอบกับลูกค้าในช่วงปลายปี 2022 และคาดว่าจะเปิดให้บริการจริงได้ก่อนกลางปี 2023 โดยช่วงแรกจะรองรับ TEE ของอินเทลเองเท่านั้น แต่มีแผนจะรองรับแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วยในอนาคต

ประเด็นความปลอดภัยอีกเรื่องที่อินเทลประกาศในเวทีเดียวกัน คือการเตรียมรองรับการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อให้ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต อินเทลระบวุ่าเตรียมการรจะเพิ่มชุดคำสั่งเข้ารหัสข้อมูลที่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์คอวนตัมภายในปี 2030 เพื่อให้ข้อมูลถูกเข้ารหัสและปลอดภัยพอ แม้แฮกเกอร์จะดักฟังข้อมูลแล้วนำไปเก็บไว้เพื่อเตรียมถอดรหัสด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต

แนวทางการเพิ่มชุดคำสั่งนั้นยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากกระบวรการเข้ารหัสที่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรฐานจากทาง NIST แต่ที่แน่ชัดคือการขยายขนาดกุญแจสำหรับการเข้ารหัสแบบสมมาตร (symmetric encryption) ที่อินเทลเตรียมรองรับการเข้ารหัส AES-256 แทนที่ AES-128 ที่เป็นมาตรฐานในทุกวันนี้

ที่มา – Intel

No Description

from:https://www.blognone.com/node/128455

Intel เปิดตัวชิป AI ใหม่ ภายใต้ชื่อ Guadi2

Gaudi2 คือชื่อเรียกของชิป AI ตัวใหม่จากค่าย Intel ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีม Habana Labs บริษัทสตาร์ทอัพด้านชิป AI ในประเทศอิสราเอล ซึ่ง Intel ทำการซื้อกิจการมาในช่วงปลายปี 2019 ด้วยมูลค่ากว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

credit : Intel
Intel เริ่มต้นในตลาดชิป AI ด้วยการลงทุนที่มีมูลค่ามหาศาล เนื่องจากการประมวลผล AI เป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตเร็วมากที่สุดสำหรับตลาด Data Center โดยที่มี Nvidia ครอบครองตลาดนี้อยู่บนแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ CUDA ที่คุ้นเคยกันอย่างดี
 
นอกจากนี้ Intel ยังมีแผนที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ด้าน AI ควบคู่ไปกับชิปที่มีการเปิดตัวออกมาก่อน ซึ่งจะทำให้ความดุเดือดในการแข่งขันเพื่อกระทบไหล่ CUDA จากค่าย Nvidia ที่ยืนหนึ่งมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ Intel ยังเผยไต๋กลยุทธ์การทำการตลาดของซอฟต์แวร์ในอนาคต ด้วยเปิดมาตรฐานให้สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรีจาก GitHub ซึ่งเป็นเว็บไวต์ซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ
 
Gaudi2 จะกลายเป็นชิป AI ที่มีความเร็วเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อนที่ Habana เคยผลิตออกมา ชิปรุ่นใหม่นี้ถูกผลิตขึ้นภายใต้เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ขนาด 7 นาโนเมตร ซึ่งดีกว่าเดิมที่เคยทำได้ที่ 16 นาโนเมตร ตามนวัตกรรมยิ่งขนาดของทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กมากเท่าไร ชิปจะยิ่งมีความเร็วและทรงพลังมากขึ้น
 
Intel มองเป้าต่อจากนี้ไป หลังจากเปิดตัวชิป AI รุ่น Guadi2 สู่ตลาดเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะเติบโตประมาณ 25% ต่อปี ในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ โดยประเมินมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 

from:https://www.techtalkthai.com/intel-intel-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%9b-ai-%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5/

Intel เปิดตัวชิป AI ใหม่ ภายใต้ชื่อ Guadi2

Gaudi2 คือชื่อเรียกของชิป AI ตัวใหม่จากค่าย Intel ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีม Habana Labs บริษัทสตาร์ทอัพด้านชิป AI ในประเทศอิสราเอล ซึ่ง Intel ทำการซื้อกิจการมาในช่วงปลายปี 2019 ด้วยมูลค่ากว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

credit : Intel
Intel เริ่มต้นในตลาดชิป AI ด้วยการลงทุนที่มีมูลค่ามหาศาล เนื่องจากการประมวลผล AI เป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตเร็วมากที่สุดสำหรับตลาด Data Center โดยที่มี Nvidia ครอบครองตลาดนี้อยู่บนแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ CUDA ที่คุ้นเคยกันอย่างดี
 
นอกจากนี้ Intel ยังมีแผนที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ด้าน AI ควบคู่ไปกับชิปที่มีการเปิดตัวออกมาก่อน ซึ่งจะทำให้ความดุเดือดในการแข่งขันเพื่อกระทบไหล่ CUDA จากค่าย Nvidia ที่ยืนหนึ่งมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ Intel ยังเผยไต๋กลยุทธ์การทำการตลาดของซอฟต์แวร์ในอนาคต พร้อมด้วยเปิดมาตรฐานให้สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรีจาก GitHub ซึ่งเป็นเว็บไวต์ซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ
 
Gaudi2 จะกลายเป็นชิป AI ที่มีความเร็วเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อนที่ Habana เคยผลิตออกมา ชิปรุ่นใหม่นี้ถูกผลิตขึ้นภายใต้เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ขนาด 7 นาโนเมตร ซึ่งดีกว่าเดิมที่เคยทำได้ที่ 16 นาโนเมตร ตามนวัตกรรมยิ่งขนาดของทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กมากเท่าไร ชิปจะยิ่งมีความเร็วและทรงพลังมากขึ้น
 
Intel มองเป้าต่อจากนี้ไป หลังจากเปิดตัวชิป AI รุ่น Guadi2 สู่ตลาดเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะเติบโตประมาณ 25% ต่อปี ในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ โดยประเมินมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 

from:https://www.techtalkthai.com/intel-launches-new-ai-ship/

Intel Webinar: พัฒนาธุรกิจให้ล้ำหน้าอย่างปลอดภัยด้วยนวัตกรรมใหม่จาก Intel vPro®

Intel ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมสัมมนาและรับฟังข้อมูลของนวัตกรรมใหม่จาก Intel เพื่อพัฒนาธุรกิจของคุณ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างปลอดภัยในยุคดิจิทัล โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.30 – 11.45 น. รายละเอียดดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : พัฒนาธุรกิจให้ล้ำหน้าอย่างปลอดภัยด้วยนวัตกรรมใหม่จาก Intel vPro®

วันเวลา : วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.30 – 11.45 น.

ลิงก์ลงทะเบียน : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_FT5-3HxVRuKNoDMOWEomfQ

เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการทำงานของพนักงานทั้งองค์กรใหญ่และเล็ก ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นการทำงานระยะไกลมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีผลต่อการวางแผนด้านการดูแล ตอบสนองและซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ทั้งผู้ใช้งานและองค์กรต่างมองหาโซลูชันที่จะช่วยตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ ให้ทำงานได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยไม่ว่าจะทำงานอยู่ที่ใดก็ตาม

Intel เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Intel vPro® รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งขับเคลื่อนโดยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 12 โดยแพลตฟอร์มใหม่นี้จะช่วยให้ Intel พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์แพลตฟอร์มเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านเทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้ทั้งองค์กรขนาดใหญ่และเล็ก และรองรับการทำงานในทุกภาคธุรกิจ

from:https://www.techtalkthai.com/intel-webinar-052022-intel-vpro/

เปิดตัวโปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 ในฐานะ แพลตฟอร์ม โมบายล์ เวิร์กสเตชัน ที่ดีที่สุดในโลก

โปรเซสเซอร์ HX รุ่นใหม่เป็นขุมพลังงานที่ทรงพลังที่สุดในตระกูลโปรเซสเซอร์โมบายล์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 ตั้งแต่ที่เคยมีมา

Intel Core HX

มีอะไรใหม่: ในงาน Intel Vision 2022 อินเทลได้ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์โมบายล์รุ่นใหม่ 7 ตัวในตระกูล Intel Core Mobile เจนเนอเรชั่น 12 โดยโปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 ในตระกูลโมบายล์ ใช้ซิลิคอนขนาดเดียวกันกับที่ใช้ในตระกูลเดสก์ท็อป เพื่อมอบประสิทธิภาพของเวิร์กโฟลว์การทำงานระดับมืออาชีพ เช่น CAD การทำแอนิเมชันและภาพเอฟเฟกต์ นอกเหนือไปจากนี้โปรเซสเซอร์ HX ยังปลดล็อกมาให้ตั้งแต่แกะกล่อง และพร้อมวางจำหน่ายในรุ่น Core i5 Core i7 และ Core i9

Advertisementavw

Intel 12th Gen Core S series 2

ด้วยสถาปัตยกรรมหลักตัวใหม่และขุมพลังที่สูงขึ้นของโปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 ทำให้เราสามารถช่วยให้เหล่าบรรดานักผลิตคอนเทนต์สามารถจัดการกับเวิร์กโฟลว์ที่ต้องใช้พลังงานมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การปล่อยให้โปรแกรมทำการเรนเดอร์ภาพ 3D ในพื้นหลัง ในขณะที่เราก็ยังสามารถทำงานภาพ 3D อื่นๆได้บนหน้าจอไปพร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เวิร์กโหลดที่เกี่ยวข้องกับตัวประมวลผลทำงานให้เสร็จก่อนอีกต่อไป คุณก็สามารถทำงานอื่นต่อได้เลย นอกจากนี้ เกมเมอร์ และนักผลิตคอนเทนต์ ยังสามาถเข้าถึงเทคโนโลยีแพลตฟอร์มแบนด์วิดธ์ขั้นสูงอย่าง PCIe เจนเนอเรชั่น 5 ที่มาพร้อมกับ RAID และหน่วยความจำ ECC เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความสมบูรณ์และน่าเชื่อถือของข้อมูลระบบอยู่ในระดับสูง” คริส วอล์คเกอร์ รองประธานบริษัทอินเทลและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Mobility Client Platforms

Intel 12th Gen Mobile 1

ทำไมถึงสำคัญ: เหล่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญและครีเอเตอร์ ต่างต้องการพลังการประมวลผลและแบนด์วิดธ์ของแพลตฟอร์มที่ทรงพลังมากขึ้น เพื่อการสร้างคอนเทนต์ที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ และเอเจนซี่สายงานโปรดักชันสามารถทำงานได้ถึงเป้า และอยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้ ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่รวดเร็ว นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 ยังเปิดใช้งานแพลตฟอร์มเวิร์กสเตชันโมบายล์ที่ดีที่สุด โดยให้ประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น 65% กว่าการทำงานในเวิร์กโหลดแบบมัลติเธรด1 ที่มีจำนวนคอร์ที่เยอะขึ้น หน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น และ I/O ที่มากขึ้น ในขณะที่ใช้เทคโนโลยี Intel® Thread Director เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของ P-core (Performance-core) และ E-core (Efficient-core) เพื่อให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญสามารถสร้าง ตั้งโปรแกรม เรนเดอร์ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะในที่ทำงาน ที่บ้าน หรือระหว่างเดินทาง นอกเหนือจากการเป็นเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว โปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 ยังมอบแพลตฟอร์มขุมพลังในการเล่นเกมที่จะให้อัตราเฟรมเรตที่สูงขึ้นแก่เกมที่เหล่าเกมเมอร์ผู้คลั่งไคล้รู้จักและชื่นชอบ

Intel 12th Gen Mobile 2

เกี่ยวกับโปรเซสเซอร์ HX: ตระกูลโปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 มอบประสิทธิภาพการทำงานที่เหมาะสมกับโลกการทำงานในปัจจุบัน การร่วมมือการทำงานระหว่างหลายฝ่าย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ เล่นเกมส์ รวมไปถึงความบันเทิงที่มาในรูปแบบนวัตกรรมโมบายล์ ได้แก่

  • จำนวนคอร์สูงสุดถึง 16 คอร์ (8 Performance-cores และ 8 Efficient-cores) และ 24 เธรดที่ทำงานด้วยกำลังของโปรเซสเซอร์ที่ 55 วัตต์
  • เข้าถึง x16 PCIe เจนเนอเรชั่น 0 ผ่านโปรเซสเซอร์และ 4×4 PCIe เจนเนอเรชั่น 4.0 จาก Platform Controller Hub (PCH) สำหรับแบนด์วิดธ์ที่เพิ่มขึ้นและการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • โปรเซสเซอร์โมบายล์ตระกูลแรกในอุตสาหกรรมที่ถูกปลดล็อกและสามารถโอเวอร์คล็อกได้
  • รองรับหน่วยความจำสูงสุดที่ 128GBs จาก DDR5/LPDDR5 (สูงสุดที่ 4800MHz/5200MHz) และ DDR4 (สูงสุดที่ 3200MHz/LPDDR4 4267MHz) พร้อมความสามารถ Error Correcting Code (ECC)
  • ดีไซน์ที่มาพร้อมกับ Intel® Wi-Fi 6/6E (Gig+) สำหรับการเชื่อมต่อที่ดีมากขึ้นและการเข้าถึงคลื่นความถี่ 6 GHz สเปกตรัมใหม่
Intel 12th Gen Mobile 3

ดีไซน์ของ Workstation และเกมมากกว่า 10 แบบที่ขับเคลื่อนโดยโปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 คาดว่าจะเปิดตัวโดย OEM รายใหญ่ในปีนี้ รวมถึงระบบจาก Dell, HP, Lenovo และอื่นๆ

from:https://notebookspec.com/web/650457-intel-core-hx

เปิดตัวซีพียู Intel Gen 12 รหัสท้าย “HX” ขุมพลังโน้ตบุ๊คตระกูลใหม่จาก Intel ที่ได้ชื่อว่าแรงที่สุด ณ ขณะนี้

ในงาน Intel Vision 2022 ครั้งที่ผ่านมา ทาง Intel ได้ประกาศเปิดตัวซีพียูไลน์อัปโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ 7 ตัว ในตระกูล Intel Core Gen 12 รหัสท้าย “HX” ซึ่งเป็นรหัสใหม่ล่าสุดและเป็นครั้งแรกของ Intel นับตั้งแต่มีการเปิดตัวซีพียูมา (ก่อนหน้านี้จะมีแค่รหัส HK, H, P และ U) โดยทาง Intel ระบุว่ารหัส HX นี้จะเป็นซีพียูรุ่นที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Intel Core Mobile ตั้งแต่ที่เคยมีมา หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นรุ่นท็อปที่แรงที่สุดในปัจจุบันแล้วนั่นเอง

Intel กล่าวว่าซีพียู Core Gen 12 รหัส HX จะเป็นซีพียูที่ใช้ซิลิคอนขนาดเดียวกับซีพียูบนเดสก์ท็อป ออกแบบมาเพื่อการทำงานด้าน Mobile Workstation ที่ต้องการพลังการประมวลผลขั้นสูงบนค่า latency ที่ต่ำโดยเฉพาะ ไปจนถึงการสร้างสรรค์งานด้านคอนเทนต์ การเล่นเกม หรือความบันเทิงในรูปแบบอุปกรณ์พกพา ซึ่งมีข้อมูลสเปคต่าง ๆ ได้แก่

  • มีจำนวนคอร์สูงสุดถึง 16 คอร์ (8 Performance-cores และ 8 Efficient-cores) 24 เธรด ที่ทำงานด้วยกำลังของโปรเซสเซอร์ที่ 55W
  • รองรับ x16 PCIe 5.0 และ 4×4 PCIe 4.0 จาก Platform Controller Hub (PCH)
  • เป็นซีพียู Mobile ตระกูลแรกในอุตสาหกรรมที่ถูกปลดล็อกและสามารถโอเวอร์คล็อก (OC) ได้
  • รองรับหน่วยความจำสูงสุดที่ 128GBs จาก DDR5/LPDDR5 (สูงสุดที่ 4800MHz/5200MHz) และ DDR4 (สูงสุดที่ 3200MHz/LPDDR4 4267MHz) พร้อมความสามารถ Error Correcting Code (ECC)
  • มาพร้อมกับ Wi-Fi 6/6E (Gig+) และการเข้าถึงคลื่นความถี่ 6 GHz

 

ตารางสเปคซีพียู Intel Gen 12 รหัส HX ทั้ง 7 รุ่น

รุ่น Core/Thread ความเร็ว P-core ความเร็ว E-core L3 Cache iGPU TDP
i9-12950HX (vPro) 16C (8P + 8E) /24T 2.3-5.0 GHz 1.7-3.6 GHz 30 MB 32 EU 55-157W
i9-12900HX 16C (8P + 8E) /24T 2.3-5.0 GHz 1.7-3.6 GHz 30 MB 32 EU 55-157W
i7-12850HX (vPro) 16C (8P + 8E) /24T 2.1-4.8 GHz 1.5-3.4 GHz 25 MB 32 EU 55-157W
i7-12800HX 16C (8P + 8E) /24T 2.0-4.8 GHz 1.5-3.4 GHz 25 MB 32 EU 55-157W
i7-12650HX 14C (6P + 8E) /20T 2.0-4.7 GHz 1.5-3.3 GHz 24 MB 32 EU 55-157W
i5-12600HX (vPro) 12C (4P + 8E) /16T 2.5-4.6 GHz 1.8-3.3 GHz 18 MB 32 EU 55-157W
i5-12450HX 8C (4P + 4E) /12T 2.4-4.4 GHz 1.8-3.1 GHz 12 MB 32 EU 55-157W

 

Chris Walker รองประธานบริษัทอินเทลและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Mobility Client Platforms กล่าวว่า

“ด้วยสถาปัตยกรรมหลักตัวใหม่และขุมพลังที่สูงขึ้นของโปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 ทำให้เราสามารถช่วยให้เหล่าบรรดานักผลิตคอนเทนต์สามารถจัดการกับเวิร์กโฟลว์ที่ต้องใช้พลังงานมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การปล่อยให้โปรแกรมทำการเรนเดอร์ภาพ 3D ในพื้นหลัง ในขณะที่เราก็ยังสามารถทำงานภาพ 3D อื่นๆได้บนหน้าจอไปพร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เวิร์กโหลดที่เกี่ยวข้องกับตัวประมวลผลทำงานให้เสร็จก่อนอีกต่อไป คุณก็สามารถทำงานอื่นต่อได้เลย นอกจากนี้ เกมเมอร์ และนักผลิตคอนเทนต์ ยังสามาถเข้าถึงเทคโนโลยีแพลตฟอร์มแบนด์วิดธ์ขั้นสูงอย่าง PCIe เจนเนอเรชั่น 5 ที่มาพร้อมกับ RAID และหน่วยความจำ ECC เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความสมบูรณ์และน่าเชื่อถือของข้อมูลระบบอยู่ในระดับสูง”

Intel ระบุว่าตอนนี้มีผู้ผลิตเตรียมออกโน้ตบุ๊คที่ใช้ซีพียูรหัส HX อย่างน้อย 10 รุ่น พร้อมเปิดตัวแล้วภายในปีนี้ ได้แก่ Dell, HP, Lenovo และอื่น ๆ ส่วนจะเป็นรุ่นไหนซีรีส์ใดบ้าง ไว้รอติดตามข่าวกันเร็ว ๆ นี้ครับ

 

 

ที่มา : Intel, อีเมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/intel-core-12-th-gen-hx-series-introduction-2022/

เปิดตัว Intel Core HX เจนเนอเรชั่น 12 ขุมพลังงานที่ทรงพลังที่สุดในตระกูลโปรเซสเซอร์โมบายล์

Intel ได้เปิดตัวโปรเซสเซอร์ Intel Core HX เจนเนอเรชั่น […] More

from:https://www.iphonemod.net/intel-core-xx-gen-12-unveiled.html