คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL

Intel – กลับขึ้นมาเป็นผู้นำในผลิตหน่วยความจำอีกครั้งหลังจากที่เสียแชมป์ไปให้กับทาง Samsung

Intel นั้นถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในวงการการผลิต semiconductor มาโดยตลอดครับ ทว่าในปี 2017 ที่ผ่านมานั้นทาง Samsung มาแรงด้วยอัตราการผลิต semiconductor ทั้งในส่วนของหน่วยความจำ DRAM และ NAND ที่มียอดมากมายทำให้ตั้งแต่ในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมานั้นทาง Samsung ขึ้นเป็นผู้นำในการผลิต semiconductor มาโดยตลอด ทว่าสงสัยทาง Samsung เองนั้นจะผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวมากจนเกินไปทำให้เกิดอาการ DRAM และ NAND ล้นตลาดงานนี้ก็เลยต้องหยุดผลิตเอาไว้ก่อนทำให้ทาง Intel สามารถกลับมาเป็นผู้นำได้อีกครั้งครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วการที่ Intel กลับขึ้นมาเป็นผู้นำในการผลิต semiconductor อีกครั้งนั้นก็ไม่ได้มาจากการที่ทาง Intel เพิ่มการผลิตให้มากขึ้นแต่อย่างใดนะครับเพราะจริงๆ แล้วนั้นทาง Intel ก็ได้ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะลดจำนวนการผลิตหน่วยประมวลผลที่กระบวนการผลิตระดับ 14 nm ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 นี้เช่นเดียวกัน

ทว่าที่ทาง Intel สามารถกลับมาเป็นที่หนึ่งได้นั้นก็เนื่องมาจากเหตุผลที่บอกไว้ข้างต้นครับว่า ณ ตอนนี้นั้น DRAM และ NAND ที่เป็น semiconductor ซึ่ง Samsung ผลิตเป็นจำนวนมากล้นตลาดจนทำให้ราคาตกลงอย่างเห็นได้ชัดดังนั้นเพื่อไม่ให้ราคาเปลี่ยนมากจนเกินไปทาง Samsung เองจึงต้องลดประมาณการผลิตลงไปมากครับ

สำหรับผู้ผลิตรายอื่นๆ นั้นเรียกได้ว่าจำนวนการผลิต semiconductor ไม่เทียบเท่ากับทาง Samsung และ Intel เลยครับ เหตุผลใหญ่ๆ นั้นก็เนื่องมาจากว่าหลายๆ บริษัทนั้นผลิต semiconductor เฉพาะด้านตัวอย่างเช่น SK Hynix และ Micron เองก็โฟกัสที่การผลิตชิปหน่วยความจำเท่านั้น

ส่วน Qualcomm, NVIDIA และ Sony นั้นก็ไม่ได้หผลิต semiconductor จำนวนปริมาณมาก(อันเนื่องมาจากมีการผลิตเฉพาะผลิตภัณฑ์บางอย่างเท่านั้น) ส่วน TSMC นั้นก็ตามาเป็นลำดับที่ 3 ซึ่งเมื่อรวมจำนวนการผลิตแล้วนั้นก็มีส่วนแบ่งห่างไกลจาก Intel และ Samsung ค่อนข้างมากครับ

หมายเหตุ – สำหรับ AMD นั้นไม่ติดโผครับเนื่องจากว่าทาง AMD นั้นได้จ้างให้ TSMC เป็นผู้ผลิต semiconductor ให้กับตัวเองทั้งหมดครับ

หมายเหตุ 2 – ทั้งนี้ตามข้อมูลที่เผยออกมานั้นพบว่าทาง Intel อาจจะอยู่ในตำแหน่งที่หนึ่งได้ไม่นานครับเนื่องจากว่าในไตรมาสที่ 4 ของปี 2019 นี้นั้นจะมีการเริ่มใช้งานหน่วยความจำแบบ DDR5 กันแล้ว แน่นอนครับว่าผู้ผลิตรายใหญ่นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นทาง Samsung นั่นเองครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/intel-is-once-again-the-leading-semiconductor-maker/481669/

โฆษณา

Intel, Qualcomm และผู้ผลิตชิปรายอื่น ตัดความสัมพันธ์กับ Huawei ไม่จัดหาชิ้นส่วนให้แล้ว

ไม่ใช่เพียง Google ที่ถูกบังคับจากสหรัฐอเมริกา ให้ตัดขาดความสัมพันธ์กับบริษัทจีนที่ถูกขึ้นบัญชี Entity List ส่งผลให้อุปกรณ์ของ Huawei ในอนาคต จะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ Android จาก Google แต่บริษัทด้านฮาร์ดแวร์ ก็มีความจำเป็นต้องยกเลิกทำการค้ากับ Huawei เช่นเดียวกัน

แหล่งข่าวของ Bloomberg รายงานว่าผู้ผลิตชิปจากอเมริกาอย่าง Intel, Qualcomm, Broadcom และ Xilinx ได้ประกาศว่าจะไม่จัดส่งชิ้นส่วนให้กับ Huawei อีกต่อไปแล้ว นอกจากนี้ Nikkei ยังอ้างว่า Infineon บริษัทในเยอรมนี ก็ยกเลิกการจัดส่งบางอย่างให้กับ Huawei ด้วย

การคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ส่งผลให้ Huawei ต้องพบกับความยากลำบากในการทำธุรกิจ Intel เป็นผู้ผลิตชิปให้กับเซิฟเวอร์ของ Huawei รวมทั้งพีซีอย่าง MateBook X Pro ส่วน Broadcom กับ Xilinx เป็นผู้จัดหาชิปสำหรับธุรกิจเครือข่าย และสมาร์ทโฟนของ Huawei ในบางรุ่น ยังใช้ชิปจาก Qualcomm

มีรายงานว่า Huawei ได้เตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์อันเลวร้ายนี้แล้ว โดยมีการสำรองฮาร์ดแวร์เพียงพอสำหรับ 2 – 3 เดือน ด้านซอฟต์แวร์ก็เตรียมระบบปฏิบัติการของตัวเองไว้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังไม่สิ้นสุด คำสั่งแบนของ Huawei ยังถูกผ่อนปรนต่อไปอีก 90 วัน แต่ถ้าหากความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ไม่ดีขึ้น Huawei จะต้องพบกับบททดสอบครั้งสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทรายใหญ่ และอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศจีน

ที่มา – Engadget

from:https://www.flashfly.net/wp/252206

Intel – ชิปประมวลผล ULV สถาปัตยกรรม Tiger Lake เทคโนโลยี 10 nm มาพร้อม 2 แกน ความเร็ว 1.8 GHz

ในงานประชุมผู้ร่วมลงทุนช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาของทาง Intel นั้นทาง Intel เองได้มีการเผยข้อมูลบางส่วนของหน่วยประมวลผลรุ่นประหยัดพลังงานหรือ ULV ที่ใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm บนถาปัตยกรรม Tiger Lake ออกมาเล็กน้อยครับ และไม่นานมานี้ในที่สุดเราก็เริ่มเห็นข้อมูลของ Tiger Lake หลุดออกมาแล้วครับซึ่งในครั้งนี้นั้นเป็นคิวของโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพอย่าง SiSoftware ที่ได้มีการเผยข้อมูลของหน่วยประมวลผลตัวแรกที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม Tiger Lake

ตามข้อมูลที่หลุดออกมานั้นไม่ได้บอกรุ่นอย่างเป็นทางการเอาไว้ครับ ทว่าในส่วนของสเปคนั้นก็ค่อนข้างจะหลุดออกมาในหลายๆ ส่วนอย่างเช่นหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake รุ่นดังกล่าวนั้นจะมาพร้อมกับแกนการประมวลผลทั้งหมด 2 แกน ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานจะอยู่ที่ 1.5 GHz และความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุดจะอยู่ที่ 1.8 GHz บนหน่วยประมวลผลนั้นจะมาพร้อมกับ L3 cache ที่ขนาด 2 MB ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดที่หลุดออกมานั้นคาดว่าเจ้าหน่วยประมวลผลรุ่นนี้นั้นน่าจะเป็นรุ่นต่ำสุดของสถาปัตยกรรม Tiger Lake ครับ

อย่างไรก็ตามครับหากอ้างอิงตามกำหนดการของทาง Intel นั้นจะพบว่าหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake นั้นกว่าจะเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการก็จะอยู่ในช่วงปี 2020 เลยครับ โดยข้อมูลที่ทาง Intel เคยเผยไว้นั้นจะพบว่าแกนการประมวลผลของสถาปัตยกรรม Tiger Lake นั้นจะใช้สถาปัตยกรรม Willow Cove เป็นฐาน จุดเด่นที่สุดคงจะหนีไม่พ้นการที่เจ้าหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake นี้นั้นจะมาพร้อมกับชิปกราฟิกสถาปัตยกรรมใหม่อย่าง Intel Xe(Gen 12) นี่แหละครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/first-10nm-intel-tiger-lake-processor-shows-up-on-sisoftware-dual-core-with-1-8-ghz-boost/481594/

บั๊กอันตราย “ZombieLoad” ทั้ง Amazon, Apple, Google และ Microsoft ยังขยาด

ล่าสุด ชิปซีพียูของอินเทลตกเป็นข่าวอีกครั้งในกรณีที่พบช่องโหว่ และการทำงานที่ไม่มีเสถียรภาพพอที่จะรับรองประสิทธิภาพสูงสุดตามที่อ้างไว้ของคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้นนี้ได้ตอกย้ำให้อินเทลจำเป็นต้องรีบปรับตัวเพื่อทำให้ชิปประมวลผลของตัวเองปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อย่างแท้จริงเสียที

อ้างอิงจากนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Graz University of Technology ในออสเตรีย และ KU Leuven Universityในเบลเยี่ยม พบปัญหาใหม่บางอย่างที่อยู่ในชิปประมวลผลของ Intel ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้การประมวลผลของคอมพิวเตอร์ช้าลงได้

จากนั้นอินเทลก็ได้ออกมายอมรับบั๊กดังกล่าวว่าเป็นเรื่องจริง และมีอยู่ในชิปประมวลผลของตัวเอง แต่ก็อ้างว่าผลกระทบที่เกิดกับคอมพิวเตอร์นั้นค่อนข้างต่ำ จนกลุ่มผู้ใช้ที่จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้จริงๆ จะจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์

บั๊กดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า ZombieLoad เป็นช่องโหว่ที่เปิดช่องให้ดูดข้อมูลความลับ และข้อมูลสำคัญของผู้ใช้จากตัวประมวลผลได้ ลักษณะคล้ายกับบั๊ก Meltdown และ Spectre ทั้งนี้อินเทลขอให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดตัวอัพเดทความปลอดภัยล่าสุดของโอเอสตัวเองเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นอกจากนั้นแล้วยักษ์ใหญ่ Amazon, Apple, Google แม้กระทั่ง Microsoft ก็ได้ออกมาเริ่มต่อกรกับบั๊กและช่องโหว่เหล่านี้ ด้วยการออกแพทช์ซีเคียวริตี้อัพเดตกันอย่างมากมาย

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/amazon-apple-google-microsoft-patches-zombieload-bug/

ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีในสหรัฐฯ เริ่มหยุดซัพพลายสินค้าให้ หัวเว่ย

ผลกระทบจากคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เขย่าโลกซัพพลายเชนของบริษัท Huawei อย่างรุนแรงในวันนี้ โดยเฉพาะเหล่าผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ทั้งหลาย เริ่มจากบริษัท Infineon Technologies AG ของเยอรมันได้ประกาศหยุดส่งชิ้นส่วนให้บริษัทจีนรายดังกล่าว

ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของตัวเองดิ่งลงรับข่าวนี้ เช่นเดียวกับหุ้นของบริษัท STMicroelectronics NV ด้วย กระแสหุ้นตกของบริษัทที่อยู่บนซัพพลายเชนเดียวกับหัวเว่ยนี้เกิดขึ้นหลังจากข่าวบริษัทในอเมริกาจำนวนมากประกาศหยุดให้บริการซอฟต์แวร์และชิ้นส่วนสำคัญแก่หัวเว่ยตามคำสั่งทำเนียบขาว

เริ่มจากกลุ่มผู้ผลิตชิปอย่าง Intel Corp., Qualcomm Inc., Xilinx Inc.,และ Broadcom Inc. ที่มีข่าววงในว่าบริษัทเหล่านี้ประกาศกับพนักงานตนเองว่าจะไม่ผลิตให้กับหัวเว่ยจนกว่าจะมีประกาศอื่นออกมาเพิ่มเติม เช่นเดียวกับกรณี Google ของ Alphabet Inc.

ทางกูเกิ้ลเองก็กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อตัดสินใจหยุดซัพพอร์ตทั้งฮาร์ดแวร์ และบริการซอฟต์แวร์บางตัวแก่หัวเว่ย แม้สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ไม่ได้เกินความคาดหมายเท่าไร แต่ย่อมสร้างความสั่นสะเทือนแก่ผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายและสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลกอย่างหัวเว่ยพอสมควร

ที่มา : Bloomberg

from:https://www.enterpriseitpro.net/tech-companies-begin-to-cut-off-vital-huawei-supplies/

Google – ยุติการพัฒนา Android กับมือถือ Huawei แล้ว พร้อม Intel, Qualcomm ไม่ขายชิปให้ใช้ด้วย

เป็นข่าวใหญ่ของวันนี้จริงๆ กับการที่ Google และบริษัทอเมริกาอื่นๆ จะยุติทางการค้ากับ Huawei ที่เป็นบริษัทจีน ซึ่งทางรัฐบาลอเมริกาได้ทำการบัญชีดำเอาไว้ จากการที่ประธานาธิบดี Donald Trump สั่งแบนเทคโนโลยีสื่อสารที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทราบกันก็คือมี Huawei เป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งในตอนนี้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ที่แน่ๆ และเห็นได้ชัดเจนก็คือ Google ที่เป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการ Android ที่ทาง Huawei ใช้อยู่ในมือถือทุกๆ รุ่น ส่งผลให้มือถือที่ขายอยู่ในตอนนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Huawei P30, Huawei Mate 20, Huaweu Y Series จะไม่มีการอัพเดทใดๆ จากทาง Google อีกต่อไป แน่นอนว่า Android เวอร์ใชั่นใหม่ก็จะใช้ไม่ได้ แต่สำหรับการใช้งานรุ่นปัจจุบันทั้งหมดยังใช้งาน Android และบริการของ Google อาทิ Play Store, Gmail และ YouTube ได้ปกติอยู่

ซึ่งที่ผ่านมา Google และ Huawei เป็นคู่ค้าแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และบริการทางเทคนิคต่างๆ กันอยู่แล้ว แต่จากนี้เป็นต้นไป Huawei จะถูกบังคับให้ใช้ Android เวอร์ชัน Android Open Source Project (AOSP) เท่านั้น และจะไม่ได้รับอัพเดตของระบบปฏิบัติการ Android หาก Google ไม่ปล่อยเข้าโครงการ AOSP ส่วนกรณีที่เป็นมือถือ Huawei รุ่นใหม่ที่ใช้เป็นระบบปฏิบัติการ Android นั้นยังไม่ทราบถึงอนาคตที่แน่ชัดได้ แต่ที่แน่ๆ คือ Play Store, Gmail และ YouTube จะไม่มีใช้บนมือถือ Huawei รุ่นใหม่แน่นอน

รวมไปถึงบริษัทอเมริกาอื่นๆ ที่เป็นคู่ค้าของ Huawei ไม่ว่าจะเป็น Intel, Qualcomm ก็จะไม่ขายชิปให้ทาง Huawei ไปใช้ได้ด้วย (อาจจะมีรายอื่นๆ อย่าง Microsoft ตามมาอีก) ทำให้ส่งผลในส่วนของชิปประมวลผลสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ชิปประมวลผลของโน้ตบุ๊ค รวมไปถึงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และบริการอื่นๆ ที่บริษัทสัญชาติอเมริการ่วมพัฒนากับทาง Huawei ก็ต้องยุติลงเช่นเดียวกัน นับว่าเป็นอะไรที่ร้ายแรงสำหรับ Huawei จริงๆ อีกทั้งส่งผลกระทบไปยังผู้ใช้งานอย่างเราๆ เต็มๆ ด้วย

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแค่แรกที่รัฐบาลอเมริกาออกมาตรการเข้มข้นแบบนี้ อย่างที่ผ่านมาจะเป็น ZTE เรียกได้ว่าสูญเสียอะไรต่อมิอะไรไปมหาศาล ต้องยอมทุกอย่างที่ทางรัฐบาลอเมริกาต้องการ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากรณี Huawei นั้นจะจบลงอย่างไร มีการเจรจาอะไรขึ้นลังจากนี้บ้าง คงต้องรอติดตามรายละเอียดของทุกฝ่ายอย่างเป็นทางการกันอีกที

สรุปปิดท้ายเชื่อได้ว่าคงไม่มีคู่ค้าสัญชาติอเมริการายใดต้องการแบบนี้ ในเมื่อรัฐบาลอเมริกาสั่งมาก็ต้องทำตามไม่งั้นอาจจะส่งผลร้ายได้ เนื่องจากคำสั่งนี้มีผลทางกฎหมาย (ใช้อำนาจของประธานาธิบดีตาม International Emergency Economic Powers Act) ทำให้บริษัทสัญชาติอเมริกันทุกรายต้องปฏิบัติตาม

ส่วนผู้ใช้งาน Huawei ในส่วนของมือถืออย่างเราๆ ก็คงต้องเป็นตามที่แจ้งไปก่อนคือ ขณะนี้ใช้งานได้ตามปกติ เว้นแต่มีการอัพเดทจากทาง Android ก็จะไม่สามารถอัพเดทระบบปฏิบัติการในเวอร์ชั่นใหม่ได้ จนกว่าจะมีการเจรจาขั้นต่อไปนั่นเอง รวมไปถึงมือถือ Huawei รุ่นในอนาคต ก็จะใช้งาน Android ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและบริการหลายอย่างจะใช้ไม่ได้ด้วย ไม่แน่ว่าถ้าถึงขั้นนั้นทาง Huawei อาจจะงัดระบบปฏิบัติการของตนเองที่พัฒนาอยู่มาใช้งานในมือถือรุ่นใหม่ๆ เลยก็เป็นไปได้

*กรณีระหว่าง Huawei – รัฐบาลจีน และรัฐบาลอเมริกา มีเรื่องราวกันมาหลายปีแล้ว รายละเอียดไม่ขอกล่าวถึงก็แล้วกัน

ที่มา : .businessinsiderbgr / theverge

 

from:https://notebookspec.com/google-huawei-android-suspension/481424/

ไม่รู้จะไปจบที่ตรงไหน.. Intel, Qualcomm, Broadcom ร่วมแบน Huawei และตอนนี้เริ่มลามไปยังบริษัทในยุโรปแล้ว

หลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลสหรัฐสั่ง Google ปิดกั้นการเข้าถึง Android ของ Huawei ไปแล้ว แต่ดูเหมือนชะตากรรมจะยังไม่จบแค่นั้น เพราะล่าสุดมีรายงานว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ ในอเมริกาก็เหมือนจะได้รับคำสั่งออกมาว่าห้ามส่งสินค้าให้กับ Huawei ไม่ว่าจะเป็น Intel, Qualcomm และ Broadcomm ซึ่งทั้งหมดก็อยู่ในวงการเทคโนโลยีล้วนๆ และเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ Huawei ทั้งสิ้น

รายงานจาก Bloomberg เปิดเผยว่าตอนนี้พนักงานในโรงงานผลิตชิปหลักๆ ของสหรัฐอเมริกานั้นต่างได้รับจดหมายให้ระงับการส่งสินค้าให้กับ Huawei ทันที จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งฝั่งของ Intel นั้นก็มีการส่ง CPU ให้กับ Huawei นำไปใช้กับเซิฟเวอร์ คอมพิวเตอร์ รวมถึงโน็ตบุคอย่าง MateBook ที่ตอนนี้กำลังเร่งทำตลาดอยู่ ทางด้านของ Qualcomm เองก็ต้องหยุดการส่งชิปโมเดม และ CPU ให้กับ Huawei เช่นกัน แต่ส่วนนี้น่าจะกระทบไม่มาก เพราะฝั่งตัวเองก็ยังมีโรงงาน HiSilicon ที่ทำชิปโมเดมเองและ CPU ของ Kirin อยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังมี Xilinx และ Broadcom ที่ผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งตรงนี้น่าจะกระทบกับธุรกิจหลักของ Huawei ในเรื่องของการวางโครงข่ายและระบบเน็ตเวิร์คโดยตรง แต่รายงานเรื่องนี้ยังเป็นข้อมูลจากพนักงานภายในองค์กรณ์เท่านั้น ยังไม่มีแถลงการณ์จากทางบริษัทออกมาแต่อย่างใด

ด้าน Nikkei เองก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาจากทางฝั่งยุโรปว่าเริ่มมีการเคลื่อนไหวเช่นกัน เมื่อบริษัทของเยอรมันอย่าง Infineon ที่ผลิตอุปกรณ์ไมโครคอนโทรลเลอร์ และชิปควบคุมการประหยัดพลังงานส่งให้ทาง Huawei นั้นต้องระงับการส่งสินค้าเช่นกัน สาเหตุก็เพราะว่าอุปกรณ์ที่ผลิตนั้นมีการใช้สิทธิบัตรจากทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งงานนี้อาจะส่งผลต่อเนื่องไปยังหลายๆ บริษัทในยุโรปและเอเชีย เพราะตามกฏที่ประกาศของสหรัฐนั้นหากบริษัทใดๆ ที่ไม่ดำเนินการตาม ก็จะโดนสหรัฐอเมริกาแบนซะเอง

ดูเหมือนว่าการงัดข้อระหว่างรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐบาลจีนนั้นจะลุกลามขยายตัวเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ และน่าจะไม่จบลงง่ายๆ ซึ่งงานนี้ทางจีนและ Huawei จะตอบโต้อย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป

 

source : theverge , Bloomberg , Nikkei

from:https://droidsans.com/intel-qualcomm-big-company-bans-huwei-also-in-europe-and-soon-asia/