คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL

แนะนำ 10 โน้ตบุ๊คสายทำงาน น้ำหนักเบา สเปคดี อัปเดตปลายปี 2020 งบ 12,000 – 20,000 บาท

ต้องบอกก่อนว่าปี 2020 นี้ถือเป็นปีที่ตลาดโน้ตบุ๊คบ้านเราขายดีกันจริง ๆ จากสถานการณ์โควิทที่ทำให้ใครหลายคนต้อง Work From Home และเรียนออนไลน์กันอยู่บ้าน ทำให้โน้ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นของหมดไม่ค่อยจะมีสต๊อกกัน ซึ่งในบทความนี้เองทีมงานจะมาอัปเดต 10 โน้ตบุ๊คสายทำงานประจำปลายปี 2020 กันว่าจะมีรุ่นไหนน่าซื้อมาใช้งานกันบ้างมาดูกันครับ

1. HP 15s-gu0001AX

ในช่วงงบหมื่นต้น ๆ HP 15s ก็ยังถือเป็นรุ่นที่ให้สเปคและความคุ้มมาให้มากที่สุดรุ่นหนึ่งอยู่ตั้งแต่ต้นปี โดยคราวนี้จะเป็นรหัสใหม่ gu0001AX ที่มีการ์ดจอแยกเพิ่มเข้ามาให้ด้วย จุดเด่นของรุ่นนี้คือมาพร้อมหน้าจอใหญ่พาเนล SVA ให้มุมมองที่คมชัดใกล้เคียง IPS แถมมีพอร์ต SD Card ตัวเต็มมาให้ด้วย เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คไว้ใช้ทำงานเอกสาร ท่องเว็บ ดูหนังฟังเพลง แต่งภาพเบา ๆ หรือเอามาใช้เรียนออนไลน์ก็ไหว ในช่วงงบประมาณที่ถูกที่สุดแบบไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่มครับ

สเปคเบื้องต้น HP 15s-gu0001AX

  • CPU :  AMD Athlon 3150U (2C/4T)
  • GPU : AMD Radeon 620 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256 GB
  • Display : 15.6″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล SVA
  • Connection : WiFi 5 802.11ac, Bluetooth 4.2
  • Size : 35.85 x 24.2 x 1.99 cm
  • Warranty : 2 ปี
  • Weight : 1.69 Kg
  • OS : Windows 10
  • Price : 12,900 บาท

2. Lenovo IdeaPad 3 14IIL05

มาดูทางด้าน Lenovo กับซีรีส์ IdeaPad 3 รหัส 14IIL05-81WD009QTA ที่เป็นกลุ่มโน้ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นราคาประหยัดรุ่นใหม่ โดยคราวนี้มาพร้อมซีพียู Intel Core i3 Gen 10 รุ่นล่าสุด สเปคต่าง ๆ ถือว่าให้มาค่อนข้างลงตัว น้ำหนักเบา มีพอร์ต SD Card ตัวเต็ม อีกทั้งจุดเด่นรุ่นนี้คือมีฝาปิดกล้องเว็บแคมมาให้ด้วย เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คจอ 14 ราคาประหยัดพกพาสะดวกในงบไม่สูงมาก

สเปคเบื้องต้น Lenovo IdeaPad 3 14IIL05

  • CPU :  Intel Core i3-1005G1 (2C/4T)
  • GPU : Intel UHD Graphics (Onboard)
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256 GB
  • Display : 14″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล TN
  • Connection : WiFi 5 802.11ac, Bluetooth 5.0
  • Size : 32.71 x 24.10 x 1.99 cm
  • Weight : 1.5 Kg
  • Warranty : 2 ปี
  • OS : Windows 10
  • Price : 12,990 บาท

3. Huawei MateBook D15

ยังคงความคุ้มต่อเนื่องลากยาวมาตั้งแต่ต้นปีสำหรับเจ้า Huwaei MateBook D15 ถึงแม้ว่าสเปคอาจจะเก่าตกรุ่นไปแล้ว แต่ในเรื่องของความคุ้มค่าบอกเลยก็ถือว่าไม่แพ้ใคร ทั้งในเรื่องของงานประกอบวัสดุต่าง ๆ ที่ทำออกมาได้ดีเกินราคา บอดี้โลหะ, มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือ, ชาร์จไฟผ่าน USB-C PD, หน้าจอ IPS, กล้อง Webcam Pop-up, ความจุเยอะมีทั้ง SSD และ HDD ในตัว เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คทำงานจอใหญ่ ความจุเยอะๆ แต่ก่อนบอกรุ่นนี้ไม่มีแป้น Numpad มาให้นะครับ

สเปคเบื้องต้น Huawei MateBook D15

  • CPU :  AMD Ryzen 5 3500U (4C/8T)
  • GPU :  AMD Radeon VEGA 8 (Onboard)
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256 GB + HDD 1TB
  • Display : 15.6″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล IPS 
  • Connection : WiFi 5 802.11ac, Bluetooth 5.0
  • Size : 35.78 x 22.99 x 1.69 cm
  • Weight : 1.62 Kg
  • Warranty : 2 ปี
  • OS : Windows 10
  • Price : 14,990 บาท (ราคาปกติ 17,990 บาท ใส่คูปองลดได้อีก 3,000 บาท)

อ่านรีวิวได้ที่ : https://droidsans.com/review-huawei-matebook-d15

4. Lenovo ThinkPad E15-20T8S02700

เห็นแว้บแรกแล้วตกใจเลยทีเดียวที่ได้เห็นโน้ตบุ๊คซีรีส์ ThinkPad มือหนึ่งในราคาต่ำกว่าสองหมื่นบาทกับตัว E15-20T8S02700 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับ AMD Ryzen 4000 Series สถาปัตยกรรม 7nm สเปคต่างๆ ก็ถือว่าไม่ธรรมดา ให้มาค่อนข้างครบ จุดเด่นของ ThinkPad แน่นอนว่าก็คือในเรื่องของงานประกอบที่แข็งแรงทนทานขึ้นชื่อ มี USB-C DP+PD ใช้ชาร์จไฟต่อจอแยกได้ และมีจุดแดง TrackPoint ที่ใช้ควบคุมเมาส์ บอกเลยว่าใครที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊คสายทนๆ ถึกๆ ต้องโดนแล้วละ (รุ่นนี้ไม่แถม Windows 10 มาให้นะ)

สเปคเบื้องต้น Lenovo ThinkPad E15-20T8S02700

  • CPU :  AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T)
  • GPU :  AMD Radeon VEGA 6 (Onboard)
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256GB
  • Display : 15.6″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล TN
  • Connection : WiFi 6 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Size :  36.50 x 24.00 x 1.89 cm
  • Weight : 1.7 Kg
  • Warranty : 1 ปี
  • OS : Dos
  • Price : 17,900 บาท

5. ASUS X515JA-EJ093T

มาดูที่แบรนด์ ASUS กันบ้างสำหรับตัว X515JA-EJ093T ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ดีไซน์บอดี้ตัวเครื่องเรียบง่าย มีปุ่ม Numpad ตัวเลขมาให้ สเปคต่างๆ ก็แรงขึ้นมาอีกขึ้น โดยเจ้าเครื่องนี้จะใช้ซีพียูเป็น Intel Gen 10 ตัว Core i5 เพียงพอต่อการทำงานทั่วไปหรือจะเอามาเล่นเกมกราฟิกไม่หนักมากก็พอไหว เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คจอใหญ่ที่ใช้ทำงานหนักขึ้นมาอีกระดับครับ

สเปคเบื้องต้น ASUS X515JA-EJ093T

  • CPU :  Intel Core i5-1035G1 (4C/8T)
  • GPU : Intel UHD Graphics (Onboard)
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB
  • Display : 15.6″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล IPS
  • Connection : WiFi 5 802.11ac, Bluetooth 4.1
  • Size : 36.02 x 23.49 x 1.99 cm
  • Weight : 1.8 Kg
  • Warranty : 2 ปี
  • OS : Windows 10
  • Price : 17,900 บาท

6. HP Pavilion x360 14-dw0095TU

คราวนี้มาดูทางด้านโน้ตบุ๊ค 2-in-1 ที่เป็นจอสัมผัสกันบ้าง สำหรับตัวเริ่มต้นที่อยากจะแนะนำเลยคือเจ้า HP Pavilion x360 14 รหัส dw0095TU ซึ่งจะมาพร้อมกับ Intel Gen 10 และแถมปากกา Stylus มาให้ในกล่องไม่ต้องไปหาซื้อแยกเพิ่ม จุดเด่นของรุ่นอีกอย่างคือมาพร้อมกับพอร์ต USB-C DP+PD ที่สามารถชาร์จไฟหรือต่อจอแยกเพิ่มได้ อีกทั้งยังมีช่องเสียบ SD Card ตัวเต็มให้ด้วยนะ เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คจอสัมผัสสเปคครบเครื่องไม่ราคาไม่สูงเกินจนเกินไปครับ

สเปคเบื้องต้น HP Pavilion x360 14-dw0095TU

  • CPU :  Intel Core i3-1005G1 (2C/4T)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256GB
  • Display : 14″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล IPS รองรับการสัมผัส
  • Connection : WiFi 5 802.11ac, Bluetooth 4.2
  • Size : 32.40 x 22.10 x 1.87 cm
  • Weight : 1.61 Kg
  • Warranty : 2 ปี
  • OS : Windows 10
  • Price : 18,900 บาท

7. Lenovo IdeaPad 3 15-IIL05

มาต่อกันที่ Lenovo IdeaPad 3 15-IIL05 รหัส 81WE00YYTA ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานดีไซน์มินิมอล จอใหญ่ มี Numpad สเปคต่างๆ ลงตัวครบทุกความต้องการที่สำคัญมาพร้อมกับ Office Home & Student 2019 แท้ติดเครื่องมาเลยใช้งานได้ถาวร  เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่สเปคแรงขึ้นมาอีกระดับ เน้นจอใหญ่จอสวย และใช้ทำงานเอกสาร Word, Excel และ PowerPoint เป็นหลัก

สเปคเบื้องต้น Lenovo IdeaPad 3 15-IIL05

  • CPU : Intel Core i5-1035G1 (4C/8T)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB
  • Display : 15.6″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล IPS
  • Connection : WiFi 5 802.11ac, Bluetooth 5.0
  • Size : 36.22 x 25.34 x 1.99 cm
  • Weight : 1.85 Kg
  • Warranty : 2 ปี
  • OS : Windows 10 + Office H&S 2019
  • Price : 18,900 บาท

8. ASUS VivoBook 14 D413IA

ต่อมาดูที่ตัว ASUS VivoBook 14 รหัส D413IA-EB249TS ที่อัปเกรดดีไซน์สเปคหน้าตาใหม่หมด งานประกอบต่างๆ ดูดีเรียบหรูขึ้น จุดเด่นของรุ่นนี้เลยคือปุ่ม Enter จะทำเป็นไฮไลท์สีเขียวไว้ ซึ่งสเปคตัวรุ่นนี้จะมาพร้อมกับ AMD Ryzen 4000 Series ใหม่ล่าสุด พร้อมกับมี Office Home & Student 2019 แท้แถมมาให้ด้วย เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คไซต์เล็กน้ำหนักเบาที่สเปคแรงแบบพอทำงานหนักๆ ได้บ้าง

สเปคเบื้องต้น ASUS Vivobook D413IA-EB249TS

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T)
  • GPU :  AMD Radeon VEGA 6 (Onboard)
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512GB
  • Display : 14″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล IPS
  • Connection : WiFi 6 802.11ax, Bluetooth 5.0
  • Size : 32.40 x 21.50 x 1.83 cm
  • Weight : 1.4 Kg
  • Warranty : 2 ปี
  • OS :Windows 10 + Office H&S 2019
  • Price : 19,900 บาท

9. Lenovo IdeaPad Flex 5 14ARE05

ถัดมาดูโน้ตบุ๊ค 2-in-1 อีกรุ่นที่น่าสนใจกันบ้างกับ Lenovo IdeaPad Flex 5 รหัส 14ARE05-81X200CFTA ดีไซน์บอดี้ตัวเครื่องถือว่าทำออกมาดูสวยกะทัดรัดใช้ได้ สเปคตัวเครื่องก็สดใหม่แรงขึ้นมาอีกขั้นกับ AMD Ryzen 4000 Series จะเอามาเล่นเกมเบาๆ ก็พอได้ รวมถึงตัวเครื่องมีที่เปิด-ปิดชัตเตอร์กล้องเว็บแคมมาให้ด้วยเพื่อความปลอดภัยเป็นส่วนตัว รวมถึงมีปากกา Stylus แถมมาให้เลยไม่ต้องซื้อเพิ่ม เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คจอสัมผัสที่สเปคแรงขึ้นมาอีกระดับ

สเปคเบื้องต้น Lenovo IdeaPad Flex 5 14ARE05

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T)
  • GPU :  AMD Radeon VEGA 6 (Onboard)
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512GB
  • Display : 14″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล IPS รองรับการสัมผัส
  • Connection : WiFi 5 802.11ac, Bluetooth 5.0
  • Size : 32.1 x 21.7 x 2.08 cm.
  • Weight : 1.5 Kg
  • Warranty : 2 ปี
  • OS : Windows 10
  • Price : 20,900 บาท

10. ASUS VivoBook S15 D533IA

ปิดท้ายด้วย ASUS VivoBook 15 รหัส D533IA-BQ014TS ที่สเปคและดีไซน์ต่างๆ จะเหมือนกับรุ่น VivoBook 14 ก่อนหน้านี้เลย เพียงแต่จะเพิ่มขนาดหน้าจอและ Numpad มาให้ด้วย โดยตัวเครื่องจะมีฝาหลังให้เลือกถึง 4 สีด้วยกันคือ ขาว, เขียว, ดำ และ แดง สำหรับสเปคตัวนี้จะมาพร้อมกับ AMD Ryzen 4000 Series และมี Office Home & Student 2019 แท้ด้วยเช่นกัน เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คจอใหญ่ไว้สำหรับทำงานทั่วๆ ไป หรือจะเอามาทำงานตัดต่อเล่นเกมเบาๆ ก็พอไหวครับ

สเปคเบื้องต้น ASUS VivoBook S15 D533IA

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T)
  • GPU :  AMD Radeon VEGA 6 (Onboard)
  • Ram : 8GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512GB
  • Display : 15.6″ 1920 x 1080 Full HD พาเนล IPS
  • Connection : WiFi 6 802.11ax, Bluetooth 5.0
  • Size : 35.98 x 23.38 x 1.61 cm.
  • Weight : 1.8 Kg
  • Warranty : 2 ปี
  • OS :Windows 10 + Office H&S 2019
  • Price : 20,900 บาท

สำหรับ 10 โน้ตบุ๊คสายทำงานในช่วงราคา 12,000 – 20,000 บาทที่ทีมงานแนะนำครั้งนี้หวังว่าจะถูกใจเพื่อนๆ กันนะครับ โดยถ้าหากเพื่อนคนไหนอยากจะแนะนำรุ่นอะไรเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยอะไรอยากสอบถามก็สามารถคอมเมนต์ด้านล่างกันได้เช่นกันครับ

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ เพิ่มออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะ ทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/notebook-buyer-guide-end-2020-working-lightweight/

นักปล่อยข่าวลือเผย MacBook ดีไซน์ใหม่ปีหน้าจะมีทั้งรุ่น Apple Silicon และ Intel

L0vetodream โพสต์ผ่าน Twitter ชี้ว่า MacBook ใหม่ที่ลือ […] More

from:https://www.iphonemod.net/leaker-report-macbook-redesigned-both-apple-silicon-and-intel.html

Notebook 2020 แนะนำ 6 รุ่นใหม่ Intel Core i Gen 11 เน้นพกพาบางเบา การ์ดจอตัวแรง มี AI ในตัว ช่วยทำงานลื่นไหลกว่าเดิม เริ่ม 22,900 บาท

Notebook 2020 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่แบบ 10 นาโนเมตรเหมือนชิปประมวลผลของ Intel ในรุ่น Core i Gen 10 (Ice Lake) แต่ต่างกันตรงที่การผลิตจะใช้สถาปัตยกรรมใหม่อย่าง Willow Core ซึ่งเป็นการผลิตชิปประมวลผลแบบ 10 nm ด้วย SuperFin Design ซึ่งลดการใช้พลังงานให้น้อยลงแต่ดึงศักยภาพโดยรวมของชิปประมวลผลให้เพิ่มมากขึ้น

Acer Swift 3x Core i5 1135G7 Review 31

อีกทั้งด้านกราฟิกได้อัพเกรดการ์ดจอออนชิปเป็น Intel Iris Xe รุ่นใหม่ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 2 – 3 เท่า โดยทาง Intel ยืนยันว่านี่จะเป็นการเปิดยุคสมัยใหม่ของคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กให้สามารถทำงานทุกอย่างได้ครบถ้วนทั้งการตัดต่อ การเล่นเน็ต ไปจนถึงการดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม จบครบในเครื่องเดียว อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

รวมไปถึงการที่ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 มี AI ในตัว ทำให้รองรับซอฟต์แวร์หลายตัวที่สนับสนุนงาน AI อย่าง อาทิ Microsoft Office : Word / Excel / Power Point หรือ Adobe อย่าง Photoshop / Lightroom / Premiere Pro ทำให้รวดเร็วพวกสเปก Core i Gen 10H ซึ่งเป็น Gaming เครื่องหนาๆ หนักๆ เสียอีกในบางกรณีของการทำงาน อีกทั้งยังได้มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 อีกด้วย 

Lenovo YOGA Core i Gen 11 42

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook 2020 จำนวน 6 รุ่นใหม่ Intel Core i Gen 11 มี AI ในตัว ช่วยทำงานลื่นไหลกว่าเดิม เน้นพกพาบางเบาด้วยหน้าจอ 13.3″ – 14″ พาเนล IPS การ์ดจอตัวแรงทั้ง Intel Iris Xe / Iris XMax หรือบางรุ่นได้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 / MX450 พร้อมแรม 8GB และ SSD 512GB เป็นมาตรฐาน กับราคาเริ่ม 22,900 บาท จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้นไปชมกันต่อเลย

ASUS VivoBook 14 S413 ราคา 22,900 – 26,900 บาท

ASUS VivoBook 14 S413 เป็น Notebook 2020 รุ่นใหม่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม “Tiger Lake” สถาปัตยกรรมขนาด 10nm SuperFin Willow Cove ที่แรงลื่นทรงพลังยิ่งกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ พร้อมมี AI เข้าช่วยไปอีกขั้น ทั้งทำงานและความบันเทิงดีขึ้น ดีไซน์สวยด้วยหน้าจอ 14″ IPS Full HD

มีความบาง 17.9 ม.ม. และเบาเพียง 1.4 ก.ก. วัสดุเป็นโลหะอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง ให้ความพรีเมียมดูดีเกินราคา เจาะตลาดนักเรียนนักศึกษา รวมไปถึงคนวัยทำงานที่ยังหนุ่มสาวเป็นหลัก สมกับเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สายทำงานและไลฟ์สไตล์

VivoBook%2014%20S413FQ%20Black bo

สำหรับ ASUS VivoBook 14 S413 เครื่องนี้ได้รับการออกแบบที่เหมือนกับรุ่นสเปก Core i Gen 10 ซึ่งแม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่เน้นการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่แล้ว สเปคเน้นประสิทธิภาพที่มากว่า มาพร้อมกับความแตกต่างและสีสันไม่ซ้ำใครแน่นอน โดดเด่นด้วยสีสัยหลากหลายและได้ปุ่ม Enter key ไฮไลท์สีเหลือง

โดยหลักๆ แล้วประกอบไปด้วยสเปก Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 การ์ดจออนชิปเป็น Intel Iris Xe ประสิทธิภาพดีขึ้นไปอีก หรือรุ่นการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 ก็มีเป็นตัวเลือก ได้แรมขนาด 8GB และ SSD 512GB มี Windows 10 แท้ ส่วนประกันเป็นประกัน 2 ปี + ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีตามมาตรฐานของ ASUS

VivoBook%2014%20S413FQ%20Black r

บางงานทำได้ดีกว่า Gaming Notebook เจากการที่ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ซึ่งมี AI ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด AIPT (ASUS Intelligent Performance Technology) ให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ดีขึ้นมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า และกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ Intel Iris Xeมอบประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K หรือการตัดไฟล์วิดีโอที่ลื่นไหลยิ่งขึ้นพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อที่ครบครันก็ทำได้เยี่ยมยอดด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้าและไมโครโฟนรองรับการใช้งาน VDO Call ตามมาตรฐาน มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง Thunderbolt (USB 3.2 Type-C), USB 3.2 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก แน่นอนว่าได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ และโปรแกรม Office Home and Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่ากว่า 4,299 บาท ใช้งานติดเครื่องไปเลยฟรีๆ ด้วย

MSI Modern 14 ราคา 24,900 บาท

MSI Modern 14 เป็น Notebook 2020 หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่นราคาคุ้มค่า มาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นล่าสุดครั้งแรกใน MSI อย่าง Core i5-1135G7 ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม

ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานที่มากกว่าและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก  ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว 

Modern%2014%20B11M%20Gray bo

สำหรับ MSI Modern 14 ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมสีดำ Carbon Gray เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS ความละเอียด Full HD บางเฉียบ โดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม 

ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.1 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบทั้ง USB 3.2 Type-A / Thunderbolt 4 (USB 3.2 Type-C) / HDMI / Micro-SD Card Reader / ช่องต่อหูฟังและไมค์ 3.5 มิลลิเมตร เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อม Windows 10 แท้และซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

Modern%2014%20B11M%20Gray l

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่แม้ว่าจะดูง่ายๆ แต่ได้ใช้จริง คือการกางหน้าจอได้ 180 องศา พร้อมกดปุ่ม F12 กับการใช้งานฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ช่วยในกรณีที่นำเสนองาน  แล้วสามารถหมุนจอไปฝั่งตรงข้ามได้ทันที ส่งผลให้คนนั่งฝั่งตรงข้ามที่เรากำลังนำเสนองานดูได้อย่างสะดวกที่สุด นับว่าเป็นอีกหนึ่งความใสใจที่ MSI ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี

Acer Swift 3X ราคา 26,900 บาท

Acer Swift 3x (Acer Swift 3X) เป็น Notebook 2020 โดยมาพร้อมสเปกใช้ชิป Intel Core i Gen 11 Tiger Lake สถาปัตยกรรม 10nm SuperFin มี AI ช่วยทำงานในตัว ใช้การ์ดจอออนชิปตัวพิเศษที่แรงที่สุดอย่าง Intel Iris Xe Max (DG1) ซึ่งตอนนี้มีอยู่เพียงสเปกเดียวคือ Core i5-1135G7 ที่ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ที่ความเร็วสูงสุด 4.2 GHz รองรับการทำงานหนักๆ แบบมืออาชีพได้สบายๆ

Swift%20x3%20Gold c

cer Swift 3x มาพร้อมหน้าจอ 14″  หน้าจอความละเอียด FullHD พาเนล IPS แบบจอด้าน โดยมีน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่บางเบาพกพาสะดวก แต่ได้ประสิทธิภาพที่สูง 

เรียกได้ว่า Acer เสนอ Acer Swift 3x ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่เป็น Intel Core i Gen 11 Tiger Lake โดดเด่นด้วยได้พอร์ต Thunderbolt 4 ที่ดีที่สุดโอนไฟล์ไว ชาร์จไฟได้ ต่อจอแยกก็ได้ สนนราคา 26,990 บาท

Swift%20x3%20Gold bo

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 3x วัสดุเป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัม ขนาดบางเฉียบ  ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุดกว่า 84% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี  Safari Gold / Steam Blue ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างไม่ซ้ำใคร

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 3x ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17.5 ชั่วโมงทีเดียว ส่วนอแดปเตอร์แทบไม่ต้องพกติดไปด้วย นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนความรู้สึกแบบแต่ก่อน ที่เราต้องคอยพกพาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักกิโลกว่า หรือถ้ารวมอแดปเตอร์ด้วยก็จะมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

Dell Inspiron 13 5301 ราคา 30,400 – 33,400 บาท

Dell Inspiron 13 5391 เป็น Notebook 2020 หน้าจอ 13.3″ ขอบบางเฉียบ เน้นพกพา มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอแยก GeForce MX350 เป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.23 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 15.85 มิลลิเมตร

แนวคิดโดยรวม Dell Inspiron 13 5301 ถอดแบบมาจาก Dell XPS 13 ที่เป็นรุ่นท็อปสุดได้เป็นอย่างดี ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย เมื่อกางหน้าจอใช้งานจากการที่ขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงยิ่งขึ้น

พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา จากสีสันสีเงินที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีเดียวกับตัวเครื่องที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ

 

 

inspiron%205301%20Silver bk

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นอลูมิเนียมสำหรับฝาหลัง และพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญคือพื้นผิววัสดุทั้งหมดเป็นแบบด้านส่งผลให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้ว

สนนราคา Dell Inspiron 13 5301 ไม่แพงเลย สำหรับสเปก Core i5-1135G7 อยู่ที่ 30,400 บาท และรุ่น Core i7-1165G7 ที่ 33,400 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 4267 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับ Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง

พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ Fingerprint ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 AC (2×2)  และ Bluetooth 5.0 ด้วย 

inspiron%205301%20Silver c

สำหรับคอมพิวเตอร์แบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 2 ปีด้วยกัน 

HP ENVY 13 ราคา 33,900 – 40,900 บาท

HP ENVY 13 จัดว่าเป็น Notebook 2020 สเปกชิปประมวล Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่นล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ถือว่าเป็น Notebook บางเบาขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ได้ความบางเบาหรูหราพรีเมียม ฟีเจอร์ครบครัน กับค่าตัวที่ไม่แพงเลย รองรับการใช้งานต่างๆ ได้ลื่นไหลสุดๆ ในราคา 33,900 – 40,900 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site Service และบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

สำหรับ HP ENVY 13 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ ชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB Bus 3200MHz และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

 

ENVY%2013%20ba bk

อีกทั้งยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย ซึ่งมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ FringerPrint / HP Sure View ติดตั้งไว้ที่ปุ่ม F1 เรียกได้ว่าเป็น Notebook ปี 2020 ที่น่าซื้อมากๆ รุ่นหนึ่งทีเดียว

HP ENVY 13 ปี 2020 เป็น Notebook ขนาดหน้าจอ 13.3″ มาพร้อมกับดีไซน์พรีเมียม หรูหรา เกินราคาค่าตัวไปมาก เห็นแล้วต้องอิจฉาตามชื่อ เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ที่มีราคาหลายหมื่นบาทอย่าง SPECPTRE ซึ่ง HP ตั้งใจที่จะออกมาให้เป็นแบบนั้นจริงๆ

สังเกตได้จากโลโก้ HP ที่เป็นตัวอักษรแบบที่ใช้งานในซีรีส์ที่สูงกว่าพวก Pavilion งานประกอบก็ถือว่าแข็งแรงสอบผ่านได้สบายๆ เรียกได้ว่าสาวๆ หนุ่มๆ หลายคนเห็นแล้วคงชอบอยากได้เครื่องนี้ไว้ทำงานแน่นอน  ได้ขอบหน้าจอที่บางเฉียบทำให้ตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่น 12.5″ รุ่นก่อนๆ อีกทั้งยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานโน๊ตบุ๊คทั่วไปด้วย

 

ENVY%2013%20ba l

โดยวัสดุที่ทาง HP เลือกใช้ประกอบตัวเครื่องทั้งหมดเป็นอะลูมิเนียมที่ตัดผ่านกระบวนการ CNC ทั้งหมด ดีไซน์แบบมินิมอลและพื้นผิวเรียบเนียนตลอดทั้งตัวเครื่องพร้อมกับโลโก้ HP ที่เป็นสีเงินเงางามบริเวณกลางฝาหลัง ตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ พกพาได้สะดวก และขาดไม่ได้เลยสำหรับสแกนลายนิ้วมือผ่านทาง Windows Hello ที่ถูกย้ายเข้ามาแทนที่ปุ่ม Crtl นั่นเอง

Lenovo YOGA Slim 7i Pro ราคา 34,990 – 41,990 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo Yoga Slim 7i 14 นั้นจะดูเล็กกว่า Lenovo Notebook หน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน๊ตบุ๊คจอ 13.3″ ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7i 14 เป็นอีกหนึ่ง Lenovo Notebook ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.45 ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง

ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน

20201117 160748 c

สเปกของ Lenovo Yoga Slim 7i 14 ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 อย่าง Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ส่วนการ์ดจอออนชิปเป็น Intel Iris Xe และการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX450 ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz

และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB / 1TB  ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งานแน่นอน ได้ระบบเสียงเป็น Dolby Atmos ที่ไพเราะ มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

Lenovo Yoga Slim 7i Pro 14inch Sleek

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo Yoga Slim 7i 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ 2240 x 1400 พิกเซล อัตราส่วน 16:10 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS เกรดสูง รองรับ HDR ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2)

นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 3 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเรื่องความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วย โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

 

from:https://notebookspec.com/web/549394-notebook-2020-6-model-spec-core-i-gen11

AMD บอกกำลังพัฒนา Smart Access Memory ให้ใช้กับซีพียูอินเทล, จีพียู NVIDIA ได้

จากที่ NVIDIA บอกว่ากำลังทำฟีเจอร์แบบเดียวกับ Smart Access Memory (SAM) ของ AMD Radeon RX 6000 ฝั่งของ AMD ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เองว่า SAM จะใช้ได้กับทั้งซีพียูอินเทล และจีพียู NVIDIA ด้วย

SAM เป็นฟีเจอร์ที่เปิดตัวมาพร้อม Radeon RX 6000 ให้ซีพียูของ AMD สามารถเข้าถึงแรมของจีพียู Radeon โดยตรงผ่าน PCIe 4.0 เพื่อให้ประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในการเล่นเกม

ตัวแทนของ AMD ระบุว่าทีม Radeon กำลังทำงานร่วมกับอินเทล เพื่อให้จีพียู Radeon RX 6000 เปิดใช้ SAM กับซีพียูอินเทลได้ ในทางกลับกัน ทีม Ryzen ก็ร่วมมือกับ NVIDIA เพื่อให้ใช้ SAM กับ GeForce ได้เช่นกัน (ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าคู่อินเทล/NVIDIA จะทำได้ด้วยหรือไม่)

ที่มา – Tom’s Hardware

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119739

Intel NUC M15 โน้ตบุ๊กของ Intel ทำเองพร้อมชิป Tiger Lake มาแล้ว

แม้ว่าเราจะรู้จักกันที่ว่า Intel คือผู้ผลิตชิป แต่นอกเหนือไปจากนั้น ก็ยังมีการทำเครื่องออกขายเองด้วยเหมือนกัน อย่างเครื่อง PC ขนาดเล็กในชื่อ NUC ที่เราเคยเห็นก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ ได้มีการเริ่มขยับมาทำเครื่องโน้ตบุ๊กบ้างแล้ว ในชื่อ NUC M15

Intel NUC M15

แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่ Intel เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ และพัฒนาคู่กันกับเหล่าผู้ผลิตโน้ตบุ๊กเจ้าอื่น ๆ แต่ก็จะไม่ใช่เครื่องที่ Intel จะออกขายเองแต่อย่างใด แต่จะมีการแปะแบรนด์ของผู้ผลิตเจ้านั้น ๆ เอาไว้ด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเป็นเจ้าไหน

โน้ตบุ๊ก Intel NUC M15 จาก Intel ทำเองมาแล้ว พร้อมแปะแบรนด์ผู้ผลิตเจ้าอื่นขาย

ชื่อ NUC นี้ย่อมาจากคำว่า “next unit of computing” และอย่างที่บอกไปว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกันกับเครื่อง PC ตัวเล็กที่ Intel ทำออกมาขายก่อนหน้านี้

ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอที่ 15.6 นิ้ว แบตเตอรี่ขนาด 73 Wh ความหนาตัวเครื่องอยู่ที่ 14.9 มิลลิเมตร น้ำหนักที่ 1.7 กิโลกรัม

bishop county 02 700x467 1

CPU เป็น Intel Core รุ่นที่ 11 หรือชื่อรหัสว่า “Tiger Lake” พร้อมชิปกราฟิก Intel Iris Xe มีค่า TDP อยู่ที่ 28 วัตต์ และฟีเจอร์ด้านการเชื่อมต่อเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง WiFi 6 ระบบชาร์จเร็ว และ Thunderbolt 4

ที่มา: Liliputing

from:https://notebookspec.com/web/548861-intel-nuc-m15-laptop

เผยผลทดสอบ Geekbench ของ Mac mini ที่ใช้ Apple M1 ทำคะแนนได้สูงกว่า Mac ที่ใช้ Intel ทุกตัว

หลังจากที่มีข่าวผลทดสอบคะแนนจาก Geekbench เผยให้เห็นว่า MacBook Air ที่ใช้ชิป Apple M1 ทำคะแนนได้สูงกว่า MacBook Pro 16 ที่ใช้ชิป Intel Core i9 ล่าสุดบนเว็บไซต์เดียวกันก็ปรากฏผลคะแนนของ Mac mini ชิป Apple M1 ทำคะแนนได้เหนือกว่าชิป Intel บน Mac ทั้งหมด ในด้าน Single-Core

สำหรับ Mac mini ที่เป็น Desktop PC ขนาดเล็กที่พกพาได้สะดวก สามารถนำไปเชื่อมต่อเพื่อใช้งานที่ไหนก็ได้ ซึ่ง Mac mini รุ่นปัจจุบันนี้ได้ใช้ Apple M1 ซึ่งชิปสถาปัตยกรรม ARM บนกระบวนการผลิตขนาด 5nm ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบน Mac โดยเฉพาะ ด้วยระบบ System on a Chip (SoC) ที่ทำการนำ CPU, GPU, Neural Engine และส่วนสำคัญต่าง ๆ ในการใช้งานมารวมอยู่ในชิปเดียวกันเพื่อให้มีประสิทธิภาพที่มากขึ้นกว่าเดิม

(ผลทดสอบคะแนนด้าน Single-Core เผยให้เห็นว่า Mac mini อยู่อันดับ 2 และมีคะแนนเทียบเท่า MacBook Pro ชิปเดียวกัน )

ผลคะแนน Geekbench 5 ในรอบนี้เผยว่า Mac mini ที่ใช้ชิป Apple M1 สามารถทำคะแนนในด้าน Single-Core ได้ถึง 1689 ซึ่งเทียบเท่ากับ MacBook Pro รุ่นล่าสุดที่ใช้ชิปเดียวกัน และเหนือกว่า Mac ที่ใช้ชิป Intel ทุกตัว ยกตัวอย่างเช่น 13 อันดับแรกของผลทดสอบคะแนน Single-Core จะเห็นได้ว่า Mac mini อยู่ในอันดับที่ 2 ด้วยคะแนน 1689 แต้ม รองลงมาจาก MacBook Pro ที่ใช้ชิปเดียวกันด้วยคะแนน 1689 แต้ม

ส่วน iMac (27 นิ้ว) รุ่นล่าสุด ชิป Intel Core i9 ได้คะแนนไปเพียง 1251 แต้ม, iMac (27 นิ้ว) รุ่นล่าสุด ชิป Intel Core i7 ได้คะแนน 1249 แต้ม เรียกได้ว่า Mac mini ที่ใช้ชิป Apple M1 ทำคะแนนได้สูงกว่า Mac รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้ชิป Intel เลยทีเดียว

(ผลทดสอบคะแนนด้าน Multi-Core เผยให้เห็นว่า Mac mini อยู่อันดับล่างสุดใน 13 อันดับ ทำให้ชิป Apple M1 คะแนนน้อยกว่าชิป Intel มาก)

แต่อย่างไรก็ตามผลคะแนนของ Mac mini ที่ใช้ชิป Apple M1 ในด้าน Multi-Core กลับไม่แสดงผลอย่างนั้น เพราะ ดันร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 13 เมื่อนำไปเทียบกับ Mac รุ่นอื่นๆที่ใช้ชิป Intel ปรากฏว่า Mac Pro (2019) ชิป Intel Xeon ได้อันดับ 1 ไปด้วยคะแนน 18960 แต้ม ส่วน Mac mini ทำคะแนนไปได้ 7401 แต้ม ซึ่งน้อยกว่าชิป Intel Xeon เป็นอย่างมาก แต่คะแนนของ Mac mini กลับเหนือกว่า MacBook Pro และ MacBook Air ที่ได้คะแนน 7288 กับ 7225 แต้ม ตามลำดับ

ตารางเปรียบเทียบ Mac รุ่นปี 2020

โมเดล ชิป คะแนน Single-Core คะแนน Multi-Core
MacBook Pro (13 นิ้ว) 2020 Apple M1 1689 7288
Mac mini (2020) Apple M1 1689 7401
MacBook Air (2020) Apple M1 1678 7225
iMac (27 นิ้ว) 2020 Intel Core i9-10910 1251 9021
iMac (27 นิ้ว) 2020 Intel Core i7-10700K 1249 8035
MacBook Pro (13 นิ้ว) 2020 Intel Core i7-1068NG7 1240 4515
iMac (27 นิ้ว) 2020 Intel Core i5-10600 1173 6049
MacBook Pro (13 นิ้ว) 2020 Intel Core i5-1038NG7 1147 4239
MacBook Air (รุ่นก่อนหน้า M1) Intel Core i7-1060NG7 1136 3065
iMac (27 นิ้ว) 2020 Intel Core i5-10500 1114 5855
MacBook Air (รุ่นก่อนหน้า M1) Intel Core i5-1030NG7 1075 2900
MacBook Air (รุ่นก่อนหน้า M1) Intel Core i3-1000NG4 996 1968
MacBook Pro (13 นิ้ว) 2020 Intel Core i5-8257U 905 3744

แม้ว่า Mac mini รุ่นล่าสุดจะทำคะแนนทดสอบ Geekbench 5 แบบ Single-Core ได้ดีกว่า Mac รุ่นอื่นๆ และเทียบเท่ากับ MacBook Pro ที่ใช้ชิป Apple M1 แต่คะแนนทดสอบในด้าน Multi-Core กลับทำคะแนนได้น้อยกว่า Mac ที่ใช้ชิป Intel แสดงให้เห็นว่า Intel และ Apple M1 ทำงานได้ดีแตกต่างกันไปตามแต่ละการใช้งาน แต่คะแนนทดสอบประสิทธิภาพนี้ มาจากการวัดประสิทธิภาพของ CPU เท่านั้น ยังไม่ได้รวมถึงผลคะแนนที่วัดมาจากประสิทธิภาพด้านอื่นๆ คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าการใช้งานจริงจะมีประสิทธิภาพในการใช้งานแค่ไหนครับ

 

ที่มา: 9to5mac via Geekbench

from:https://droidsans.com/mac-mini-geekbench-score-higher-than-intel-mac/

MSI Notebook รุ่นใหม่ Modern และ Summit ซีรีส์ สเปก Intel Core i Gen 11 พร้อมขายแล้ว ราคาเริ่ม 24,990 บาท

MSI Notebook วางจำหน่ายแล้ววันนี้ MSI Modern และ Summit ซีรี่ส์ ที่มาพร้อมขุมพลัง 11th Gen Intel® ราคาเริ่มต้นที่ 24,990 บาท

ปัจจุบันนี้ การทำงานทางไกลเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น หลายคนจึงมองหาโน้ตบุ๊กสำหรับใช้งานที่มาพร้อมความสะดวกสบาย MSI ได้มองเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงได้มีการพัฒนา Modern และ Summit ซีรี่ส์ ที่มาพร้อมโลโก้ใหม่ของทาง MSI เพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง

MSI Modern Summit 2020 p1

สำหรับใช้งานทั่วไปหรือในระดับองค์กรธุรกิจ พร้อมคิดต่อยอดถึงฟังก์ชั่นการใช้งานและการพกพา ที่ออกแบบมาให้สามารถนำไปใช้งานได้ทุกที่และตอบโจทย์การทำงานได้เป็นอย่างดี ด้วยขุมพลังการประมวลผลที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุดในตอนนี้

อย่าง 11th Gen Intel® Core Processor ทำให้ MSI Notebook : MSI Modern และ Summit เป็นโน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพในการทำงานและการพกพาที่ดีที่สุดลำดับต้นๆในตอนนี้และสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่ทันสมัยให้กับผู้ใช้งานทุกประเภทได้อย่างแน่นอน

MSI Modern Summit 2020 p2

MSI Notebook : MSI Modern Series เป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วๆไปหรือแม้กระทั่งใช้ในการทำงานระดับปานกลาง Modern ซีรี่ส์นั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร มีสีสันให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ พกพาง่ายด้วยน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 1.3 กิโลกรัม อีกทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชั่นเสริมมากมาย

เช่น พอร์ต Thunderbolt™ 4 ที่มีความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งาน, กล้อง webcam และไมโครโฟนในตัว, วัสดุทำจากอลูมิเนียมคุณภาพดี มีหลากหลายสีสันให้เลือกใช้ ในความบางเพียง 16.9 มม. เท่านั้น และยังมีแบตเตอรี่ที่มีระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานพร้อมความทนทานมาตรฐาน Military Grade รวมถึงความพิเศษในส่วนของสีสันหน้าจอของรุ่น Modern 15 ที่ให้ค่า sRGB สูงถึงเกือบ 100% เลยทีเดียว

MSI Modern Summit 2020 p3

MSI Notebook : Modern Series มีสเปคให้เลือกใช้งานดังนี้

MSI Notebook Modern 15 A11SB-067TH (Carbon Gray) / 068TH (Urban Silver)

Intel® Core™ i7-1185G7 /  i5-1135G7 / GeForce MX450, GDDR5 2GB / 15.6″ FHD (1920*1080), IPS-Level Thin Bezel, close to 100%sRGB / DDR-IV 8GB (3200MHz) / 512GB NVMe PCIe Gen3x4 SSD / Intel Wi-Fi 6 AX201(2*2 ax) / Single Backlight (WHITE) Keyboard / 2 Years Warranty (1 Year for Battery and Adapter)

ราคา 36,990 / 33,990 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://msi.gm/2Ii2vy1

หาซื้อได้ที่: https://bit.ly/3ngevyE

MSI Notebook Modern 14 B11M (Carbon Gray, Blue Stone, Beige Mousse)

Intel® Core™ i5-1135G7 / Intel® Iris® Xe  / 15.6″ FHD (1920*1080), 14″ FHD (1920*1080), IPS-Level Thin Bezel / DDR-IV 8GB (3200MHz) / 512GB NVMe PCIe Gen3x4 SSD / Intel Wi-Fi 6 AX201(2*2 ax) / Single Backlight (WHITE) Keyboard / 2 Years Warranty (1 Year for Battery and Adapter)

ราคา 24,990 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://msi.gm/32BJkpM

หาซื้อได้ที่: https://bit.ly/38C0W8G

MSI Notebook : MSI Summit Series โน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์การใช้งานในภาคธุรกิจและองค์กร ตอบสนองต่อทุกการใช้งานในด้านความปลอดภัย มีดีไซน์ที่หรูหรา มาพร้อมรูปลักษณ์ทันสมัย ส่งเสริมบุคลิกในการเป็นผู้นำ มีฟังก์ชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

การยืนยันตัวตนผ่านการสแกนใบหน้าจากล้องอินฟราเรด, ฟังก์ชั่นการสแกนนิ้ว, ระบบล็อค USB และ SD Card รวมถึงยังมี Trusted Platform Module หรือ TPM 2.0 ส่งเสริมการใช้งานด้านธุรกิจและองค์กรสมัยใหม่ ผ่านการประชุมงานทางไกลด้วยกล้อง webcam และไมโครโฟนที่มีระบบตัดเสียงรบกวนได้อย่างดีเยี่ยม

MSI Modern Summit 2020 p4

ในด้านการพาและระยะเวลาในการใช้งาน ด้วยความที่มีน้ำหนักเบาเพียง 1.6 – 1.8 กิโลกรัม ทำให้สามารถพกพาไปทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา มีระยะเวลาในการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนาน รวมถึงสามารถชาร์จไฟผ่านพอร์ต Type-C ที่เป็น Thunderbolt 4 และ Power Delivery ทำให้มีตัวเลือกในการพกพาได้มากมายหลายแบบ แทบไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องระยะเวลาการใช้งาน ตัวเครื่องมีความทนทาน มาตรฐาน Military Grade ออกแบบมาให้แข็งแรงเป็นพิเศษ

เสริมด้วยหน้าจอที่มีสีสันสวยงามสดใส ให้ค่าสีที่ใกล้เคียงมาตรฐาน 100% sRGB ทำให้ค่าสีมีความเที่ยงตรงเมื่อเทียบกับภาพจริง และอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นความพิเศษเฉพาะ Summit ซีรี่ส์ของ MSI ตัวนี้ คือมีการติดตั้ง Windows 10 Pro ลิขสิทธิ์แท้มากับตัวเครื่อง ช่วยเสริมในเรื่องความปลอดภัยและฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม

MSI Modern Summit 2020 p5

MSI Notebook : Summit Series มีสเปคให้เลือกใช้งานดังนี้

MSI Notebook : Summit B15 A11M-064TH / 065TH

Intel® Core™ i7-1185G7 / i5-1135G7 / Intel® Iris® Xe / 15.6″ FHD (1920*1080), IPS-Level Thin Bezel, close to 100%sRGB / DDR-IV 8GB (3200MHz) / 512GB NVMe PCIe Gen3x4 SSD / Intel Wi-Fi 6 AX201(2*2 ax) / Single Backlight (WHITE) Keyboard / Windows 10 Pro / 2 Years Warranty (1 Year for Battery and Adapter)

ราคา 38,990 / 35,990 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://msi.gm/3nd9ZRA

หาซื้อได้ที่: https://bit.ly/2UkD3KB

MSI Notebook : Summit E15 A11SCST-219TH (Touch Panel)

Intel® Core™ i7-1185G7 / GeForce GTX1650 Ti Max-Q, GDDR6 4GB / 15.6″ FHD (1920*1080), Finger Touch panel / DDR-IV 8GB*2 (3200MHz)/ 512GB NVMe PCIe Gen3x4 SSD / Intel Wi-Fi 6 AX201(2*2 ax) / Single Backlight (WHITE) Keyboard / Windows 10 Pro / 2 Years Warranty (1 Year for Battery and Adapter)

ราคา 55,990 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://msi.gm/32AkZAN

หาซื้อได้ที่: https://bit.ly/3knBTbQ

MSI Notebook ทั้ง Modern และ Summit series รุ่นใหม่ของ MSI มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ สามารถหาซื้อได้ที่ทุกหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย

MSI Modern Summit 2020 p6

ตรวจสอบหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายได้ที่: https://msi.gm/34xybHK

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MSI Gaming (TH) Facebook https://msi.gm/2u6kGeX  หรือโทรสอบถามได้ที่ MSI Call Center: 02-409-2984 (08:30 – 17:30) เวลาทำการ ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

เกี่ยวกับ MSI

MSI Business & Productivity เป็นโน้ตบุ๊กซีรี่ส์มีความสามารถด้านการพกพาอันน่าทึ่ง รวมถึงประสิทธิภาพในการใช้งานที่มีความรวดเร็วและแม่นยำ คำนึงถึงความปลอดภัยในการเข้าถึงมูลของผู้ใช้ ให้ระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน รูปลักษณ์มีความเรียบง่ายและทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่และการใช้งานในภาคธุรกิจ อ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่

MSI Gaming Website     https://th.msi.com/

MSI Thailand Facebook https://msi.gm/2u6kGeX

MSI Thailand Instagram https://msi.gm/2QOli6R

MSI Thailand YouTube https://msi.gm/2ZgU1tt

MSI Thailand Twitter https://msi.gm/30afDZW

from:https://notebookspec.com/web/548354-msi-notebook-modern-summit-in-thailand

Intel AMD x86 ชนะ Apple M1 ในผลการทดสอบโปรแกรม Cinebench R23

คงได้เห็นกันไปแล้วว่า Apple เปิดตัวชิปใหม่สำหรับเครื่อง Mac ของตัวเอง ในชื่อ M1 ผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด 5 นาโนเมตร และมีความแรงที่โชว์ให้ดูว่าเหนือกว่าชิป Intel เดิม ๆ ที่เคยใช้ซะด้วย ล่าสุดมีการทดสอบกับโปรแกรม Cinebench R23 ที่เรารู้จัก และใช้งานกันมานานกับการทดสอบประสิทธิภาพชิปบนโน้ตบุ๊ก หรือ PC หลุดออกมาให้ดูเทียบกันกับชิป M1 แล้ว

apple m1

โปรแแกรมนี้จะไม่เหมือนกับ Geekbench ที่จะมีความซับซ้อนในการคำนวณที่มากกว่า วัดตั้งแต่การทำ Brute Force มีการวัดการทำ Rendering จากตัวชิป ที่ต้องเรียกการทำงานทุก Thread ขึ้นมา

Apple M1 Cinebench R23 Benchmarks 2

คะแนนชิป M1 ของ Apple นั้น สามารถทำคะแนนแบบ Single-Core ได้ที่ 1498 คะแนน ส่วนชิป x86 ของ AMD ทำได้ที่ 1284 คะแนน ส่วนของ Intel นั้นทำได้ที่ 1538 คะแนน ขึ้นมาเป็นที่ 1 ของตาราง

Apple M1 ประสิทธิภาพดี แต่ยังไม่สามารถทดแทน Intel หรือ AMD ได้ในงานระดับสูง ๆ

ส่วนคะแนนแบบ Multi-Core ผู้ชนะที่ 1 ได้แก่ AMD ด้วยคะแนน 11061 กับชิป Ryzen 9 4900H ผลิตด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ตามมาด้วย M1 ของ Apple ที่ได้มา 7508 คะแนน เทียบกับตัวต่ำสุดในตารางของ AMD อย่าง Ryzen 7 Pro 4750U ก็ยังห่างกันกว่า 500 คะแนน ส่วน Intel นั้น กลายเป็นตกไปอยู่ล่างสุดของตารางเลย

Apple M1 Cinebench R23 Benchmarks

นี่ก็น่าจะเป็นตัวแสดงให้เห็นว่า M1 ชิปใหม่นี้ ไม่ได้แรงที่สุดในกลุ่มชิปเครื่องโน้ตบุ๊ก แต่ก็เป็นอีกก้าวที่น่าสนใจมากของ Apple ในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ไม่ว่าจะเป็นสัญญากับ TSMC ในการผลิตชิปให้ด้วยเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด ล้ำหน้ากว่าทั้งของ AMD และ Intel ซะอีก และยังเป็นสถาปัตยกรรมแบบ ARM ที่ช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับบริษัทได้มากขึ้น โดยที่ไม่ได้เสียประสิทธิภาพในการทำงานของตัวเครื่องไปมากมายนัก

ในการทดสอบนี้ไม่ได้มีชิปในกลุ่มของเครื่อง Desktop เข้ามาด้วย แต่ก็แน่นอนว่ามันจะต้องชนะขาดชิป M1 อย่างแน่นอน เพราะด้วยพื้นฐานของชิปที่ต่างกัน ด้าน x86 ที่มีรอบการทำงานที่สูง ทำงานหนัก ๆ ได้ดี แต่ไม่เอื้ออำนวยกับงานที่ใช้พลังงานน้อย ๆ สักเท่าไหร่นัก ส่วนชิป ARM ก็มีการประหยัดพลังงานที่เหนือกว่า แต่ก็อาจจะไม่สามารถทำงานได้หนักเท่ากับชิป x86 ของ AMD และ Intel ถือว่ายังเป็นกลุ่มตลาดที่ต่างกันอยู่ Apple ยังไม่ได้มีชิปที่่จะเข้ามาทดแทน Intel ได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์

นอกซะจากว่าเราจะได้เห็นผลงานนวัตกรรมใหม่ ๆ จาก NUVIA ที่เป็นบริษัทด้านการคิดค้นออกแบบ Silicon ใหม่ ๆ อีกเจ้า เอาอะไรใหม่ ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่ง ๆ เดิมนี้มาให้เราเห็นได้

ที่มา: WCCF Tech

from:https://notebookspec.com/web/548392-intel-amd-x86-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0-apple-m1-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81

รีวิว Dell XPS 17 9700 สเปก Core i7-10750H + GTX 1650 Ti จอ 17″ 4K UHD เน้นพรีเมียมฟีเจอร์แน่น เบา 2.5 โล แบตใช้นาน 10 ชั่วโมง

Dell XPS 17 9700 ที่จัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมมาตรฐานใหม่ในเรื่องของขนาดตัวเครื่อง ได้หน้าจอ 17″ คุณภาพสูงความละเอียดสูง 4K UHD+ สเปกเป็น Intel Core i Gen 10H + NVIDIA GeForce ระดับ Gaming กับน้ำหนักและดีไซน์การออกแบบที่เล็กกว่า พกพาสะดวก

แน่นอนว่านั่นก็มาจากการที่ Dell มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมทั้งต่อยอดความสำเร็จที่มีมาโดยจลอด ที่สำคัญด้วยบริการ Dell Premium Support ซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก วันทำการ (On-site Sevice) รวมไปถึงบริการอื่นๆ ทำให้มั่นใจได้เลย บริการหลังการขายของ Dell นั้นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน 

Dell XPS 17 9700 Top 1

Dell XPS 17 9700 เป็นซีรีส์ที่หายไปในตลาดหลายปี ล่าสุดกลับใช้สเปกเป็นชิประมวลผลตัวแรงยอดนิยมอย่าง Core i7-10750H และการ์ดจอระดับกลางอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti โดดเด่นด้วยดีไซน์และฟีเจอร์ต่างๆ ทั้งหน้าจอและลำโพงคุณภาพดี ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คที่เน้นประสิทธิภาพทั่วๆ ไปในตลาดทีเดียว สนนราคาค่าตัวที่ 99,990 บาท 

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับ Dell XPS รุ่นท็อปตัวล่าสุด ที่เน้นความพรีเมียมจากทาง Dell  อย่าง Dell XPS 17 9700 สเปก Intel Core i Gen 10H ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล XPS 13 / XPS 15  ได้เป็นอย่างดี มาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่า

ที่แม้ว่าอาจจะข้อสังเกตุในเรื่องของราคาค่าตัวที่สูงซักหน่อย ซึ่งเหมาะกับคนที่พร้อมจ่ายสุดยอดโน้ตบุ๊คบางเบาที่ได้ประสิทธิภาพสูง หน้าจอใหญ่กว่าดีกว่าที่ 17″ 4K UHD+ พาเนล IPS เกรดสูง กระจก Corning Gorilla Glass 6 ทัชสกรีนได้ พร้อมลำโพง 4 ตัว เสียงดังและดีแบบสะใจ ที่ใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Waves Nx 3D

Dell XPS 17 9700 Review 24

โดดเด่นเหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กเทียบเท่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 17″ รวมไปถึงก็มีน้ำหนักเบากว่าด้วย เพียง 2.5 กิโลกรัมและบางสุดเพียง 19.5 มิลลิเมตรเท่านั้น พร้อมมีดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนๆ ซึ่งมีความเรียบง่ายยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น Dell ไว้เต็มเปี่ยม

ที่สำคัญด้วยสีสันที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ก็คือ สี Platinum Silver พร้อมลวดลายวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งเหมาะกับหนุ่มๆ หรือสาวๆ ที่เน้นความเท่ ที่ได้ความหรูหราและเป็นทางการ นับว่าเป็นส่วนที่มีผลต่อการซื้อเหมือนกัน เพราะเป็นรายละเอียดที่แตกต่าง หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คแบรนด์อื่นๆ 

Dell XPS 17 9700 Review 59

สำหรับการเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาได้ประสิทธิภาพระดับสูง แถมยังมีการรับประกันที่ดีที่สุดถึง 3 ปีอีกด้วย ที่สำคัญคือ Dell Premium Support โดยทั้ง 3 ปี เป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมถึงมีบริการหลังการขายอย่างการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์แวร์ และซอฟต์แวร์ได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา 24×7 ให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือ ณ ไซต์งานหลังการประเมินอาการผ่านระบบจากระยะไกล รวมไปถึงบริการอื่นๆ อีกมากมาย 

จุดเด่น

  • เป็นโน้ตบุ๊คสเปก Gaming หน้าจอ 17″ แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 15.6″
  • พาเนลหน้าจอ IPS มีคุณภาพสูง ขอบเขตสีกว้าง รองรับการทัชสกรีน
  • ความละเอียดสูงระดับ Ultra HD+ (มากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า) พื้นที่ก็มากกว่า
  • ขอบจอบางพิเศษกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป เพิ่มความโดดเด่น
  • น้ำหนักเบาตัวเครื่องบาง วัสดุเป็นอลูมิเนียมแบบพิเศษผสานด้วยคาร์บอนไฟเบอร์
  • ประสิทธิภาพดีด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด
  • พอร์ตการเชื่อมต่อมาตรฐาน Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกือบ 10 ชั่วโมง
  • ระบบระบายความร้อน Stay Cool under pressure ด้วยพัดลม 2 ตัว
  • ลำโพง 4 ตัวคุณภาพสูง ให้ประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีมาก
  • มี Windows 10 แท้ และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ พร้อมใช้งาน
  • รองรับ Windows Hello ด้วยการแสกนนิ้วมือ ที่เป็นปุ่ม Power ในปุ่มเดียว
  • อแดปเตอร์มีขนาดเล็กพกพาสะดวก และหัวเป็นมาตรฐาน USB-C
  • Dell Premium Support ประกันถึง 3 ปี มาพร้อม On Site Service และบริการอื่นๆ

ข้อสังเกตุ

  • เทียบเฉพาะ CPU / GPU / RAM / SSD มีราคาสูงกว่า Notebook สเปกใกล้เคียงกันพอสมควร
  • ความร้อนสูงสุดค่อนข้างสูง (แต่ไม่มีผลในการใช้งาน) เพราะจัดการออกได้ดี
  • ถ้าได้เป็นการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 น่าจะดียิ่งขึ้นไปอีก (ในราคาเท่าเดิมนะ)

Specification

Dell XPS 17 9700 รุ่นที่เราได้รับมารีวิวเป็นเครื่องขายจริง ด้วยสเปกเป็นชิปประมวลผลตัวแรง Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงและยอดนิยมที่สุดใน Gaming Notebook ทุกๆ รุ่น ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด รองรับหลากหลายการใช้งานแบบเหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) เรียกได้ว่าตอบสนองการเล่นเกมได้เต็มที่ในการเล่นเกม 3 มิติแน่นอน 

DELL XPS 17 9700 W5671300THW10

หน้าจอขนาด 17″ แบบครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 6 ทัชสกรีนได้ ให้ความแข็งแรงทนทาน พาเนลเป็น IPS เกรดสูงระดับมืออาชีพ ที่ความละเอียด 4K Ultra HD+ (3840×2400) สัดส่วนเป็น 16:10 ตามมาตรฐานของ Dell XPS ที่ได้พื้นที่มากกว่า เรียกได้ว่าเป็นหน้าจอที่ออกแบบมาพิเศษเพื่อใช้งานกับ Dell XPS 17 9700 โดยเฉพาะ 

ได้หน่วยความจำแรมมาขนาด 16GB DDR4 Bus 29336MHz ที่เพียงพอในการใช้งาน  และในส่วนของที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ที่เร็วแรงลื่น ตัวเครื่องยังมีลำโพง 4 ตัว ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Waves Nx 3D audio ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อก็จัดเต็มด้วย Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต และช่องหูฟังอีก 1 ช่อง การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.1 และ Killer AX1650w, 2×2 MIMO, 2.4/5 GHz, Wi-Fi 6 AX  ถือว่าเป็น Notebook ในช่วงราคานี้ ที่น่าสนใจและไม่ซ้ำใคร เพราะได้ทั้งสเปกและฟีเจอร์ที่จัดเต็มสมกับเป็นตระกูล XPS จาก Dell จริงๆ ด้วยค่าตัว 99,990 บาท ได้ประกันเทพ 3 ปี On-site Service

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Dell XPS 17 9700 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 17.3″ รุ่นอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีการใช้ตัวเครื่องขนาด 15.6″ เท่านั้น โดยพื้นที่ใช้งานจริงๆ จะเป็น 17″ สัดส่วน 16:10 ขอบหน้าจอบางเฉียบสุดๆ ที่เป็นขนาดหน้าจอที่ไม่เหมือนใครทั้งหมดในตลาด ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก แต่ก็ยังใส่จอใหญ่คุณภาพสูงความละเอียดสูงมาให้อยู่ดี

ทำให้ดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางแบบสุดๆ เพียงแต่อาจจะดูแปลกตาเล็กน้อยในตอนแรกๆ เท่านั้น ส่วนของบอดี้ จะใช้เป็นอลูมิเนียมผ่านกระบวนการ CNC มาตรฐานสูง (computer numerical control)  และคาร์บอนไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งงานประกอบเองก็สมบูรณ์แบบ  ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบากว่า ที่สำคัญส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหรามากๆ ให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

Dell XPS 17 9700 Review 16

ตัวเครื่อง Dell XPS 17 9700 มีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมนแต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย ที่ขอบอลูมิเนียมรอบของตัวเครื่องกับลวดลายโลหะที่หรูหรา และในส่วนของขอบด้านหน้าจะมีไฟ LED สีขาวแสดงสถานะการชาร์จไฟเข้าเครื่องอีกด้วย 

ส่วนคาร์บอนไฟเบอร์นั้นจะถูกนำเอามาใช้ด้านในของตัวเครื่องเป็นหลัก ส่งให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป แต่ก็เป็นรอยนิ้วมือได้ค่อนข้างง่ายเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้อาจจะต้องขยันเช็ดดูแลทำความสะอาดเครื่องซักหน่อย สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับสูงของทาง Dell เป็นรุ่นพี่ท็อปสุดของ XPS ซีรีส์ก็ว่าได้

Dell XPS 17 9700 Review 58

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Dell XPS 17 9700 เป็นโน๊ตบุ๊คทรงประสิทธิภาพระดับสูงหน้าจอใหญ่กว่า 15.6″ ที่เน้นใช้งานนอกสถานที่ เพราะมีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 2.5 กิโลกรัม ส่วนความบางก็บางเพียง 19.5 มิลลิเมตรเท่านั้น  บอกได้เลยว่าพกพาได้ง่ายสุดๆ แบบที่หารุ่นเปรียบเทียบได้ยาก ซึ่งแม้จะบางขนาดนี้ ยังได้รับการออกแบบเป็นอย่างดี 

นอกเหนือจากนี้ Dell XPS 17 9700 แม้สเปกจะแรงและตัวเครื่องจะบางกว่ารุ่นอื่นๆ ก็ยังมีการใช้เทคโนโลยี Stay Cool Under Pressure ทำให้มาพร้อมกับพัดลมระบายอากาศจำนวน 2 ตัวซึ่งมีผลทำให้รุ่นใหม่นี้ นั้นจะมีเสียงรบกวนที่น้อยกว่าและความสามารถในการระบายความร้อนของตัวเครื่องที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้าอีกด้วย 

Dell XPS 17 9700 Review 49

ส่วนการออกแบบมาที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นคือมีฝาหลังจะมีโลโก้ Dell อยู่ตรงกลางเครื่อง นับว่าเป็นการตั้งใจให้เหมือนเป็น DNA ในทุกๆ รุ่น นอกจากนี้การออกแบบยางรองใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่เหมือนใคร โดยใช้เป็นแถบยางยาวขนานไปกับแนวยาวของตัวเครื่อง พร้อมกับมีช่องระบายอากาศอยู่เป็นแนวยาวตรงฝาพับ ที่สำคัญยังมีการในส่วนของดีไซน์การออกแบบ Dell XPS 17 9700 แม้จอจะใหญ่ แต่ก็เลือกที่ไม่ใส่แป้น Numpad มาด้วย เพื่อให้พื้นที่กับคึย์บอร์ดและลำโพงอย่างเต็มที่ 

พร้อมฟีเจอร์เปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อเปิดฝาเครื่องทุกครั้งแม้ว่าเราจะ Shut Downไปแล้วก็ตาม ในส่วนนี้ทำให้เรามีความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น เพราะทุกไม่จำเป็นต้องกดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่องแต่อย่างใด เรียกได้ว่า Dell XPS 17 9700 สเปก Core i Gen 10H เครื่องนี้ได้รับการใส่ใจในการออกแบบเป็นดี ที่ไม่ใช้แค่ได้สเปกใหม่ล่าสุด แต่ตัวเครื่องฮาร์ดแวร์และดีไซน์นั้นมีความน่าประทับใจในทุกมิติจริงๆ

Dell XPS 17 9700 Review 27
Dell XPS 17 9700 Review 28
Dell XPS 17 9700 Review 22
Dell XPS 17 9700 Review 44
Dell XPS 17 9700 Review 47
Dell XPS 17 9700 Review 52
Dell XPS 17 9700 Review 61
Dell XPS 17 9700 Review 76
Dell XPS 17 9700 Review 73

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ดนั้น Dell XPS 17 9700 เป็นแบบ MagLev keyboard โดยอาศัยแม่เหล็กช่วยยกตัว ซึ่งมีระยะยุบที่ 1.3 มิลลิเมตร โดยตัวปุ่มสีดำสกรีนตัวอักษรสีขาวขนาดใหญ่กว่า Dell รุ่นอื่นๆ มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดี ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ก็ถือว่าทำไว้ดีอยู่แล้วเช่นกัน

กับคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด ในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบนของคีย์บอร์ด พร้อมความสามารถใช้งานสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ใช้งาน Login Windows 10 ผ่านทาง Window Hello

Dell XPS 17 9700 Review 33

Precision Touchpad ตามสไตล์ Dell มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี โดยมีการจับความเคลื่อนไหวว่าผู้ใช้กำลังพิมพ์ข้อความอยู่หรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้เคอร์เซอร์ไม่เลื่อนไปจากตำแหน่งเก่า ถ้าผู้ใช้เผลอนำมือไปโดนทัชแพดเข้า

Dell XPS 17 9700 Review 29
Dell XPS 17 9700 Review 64
Dell XPS 17 9700 Review 65

Screen / Speaker

Dell XPS 17 9700 หน้าจอแสดงผลขนาด 17″ ขอบบางเฉียบทั้ง 4 ด้านด้วย InfinityEdge ที่มีความละเอียดระดับ Ultra HD+ ที่ 3840 x 2400 พิกเซล (มากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า)โดยมีสัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 16:10 ทำให้มีพื้นที่มากกว่าหน้าจอ 16:9 ทั่วๆ ไป พร้อมขอบเขตสีที่ใกล้เคียงมาตรฐาน sRGB 100% ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสีที่ถูกต้องในการแสดงผล 

พร้อมด้วย Dolby Vision ช่วยปรับให้เราเห็นรายละเอียดของภาพมากยิ่งขึ้น ในการเพลิดเพลินไปกับคอนเท้นท์คุณภาพระดับ HDR ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน HDR400 โดดเด่นด้วยจอแบบกระจก Corning Gorilla Glass 6 ที่สดใสและทนทาน หายห่วงเรื่องของการเป็นรอยจากการใช้งาน นอกเหนือจากนี้ยังรองรับการทัชสกรีนถึง 10 จุดพร้อมๆ กัน

ที่สำคัญด้วยความสว่างที่สูงซึ่งสว่างกว่าหน้าจอโน๊ตบุ๊คทั่วไปเป็น 2 เท่า +  จึงสามารถแสดงผลได้ยอดเยี่ยมแม้จะอยู่กลางแจ้ง อีกทั้งยังครอบคลุมเฉดสีและมีอัตราส่วนคอนทราสต์สูง จึงถ่ายทอดสีสันได้มากกว่า อีกทั้งด้วยฟีเจอร์ Eyesafe เพื่อช่วยลดแสงสีน้ำเงินที่อาจเป็นอันตรายและกระจายไปตามสเปคตรัมของแสง

Dell XPS 17 9700 Review 11

โดยทดสอบด้วยอุปกรณ์ Spyder5Elite จากการ Display Analysis แสดงให้เห็นถึงขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 96% และ AdobeRGB 91% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีเยียม ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 500 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างที่ดีมากๆ ของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือรองรับการใช้งานที่กลางแจ้งได้สบายๆ 

Dell XPS 17 9700 Review 21
Dell XPS 17 9700 Review 18
Dell XPS 17 9700 Review 19

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องล่างกลางเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 27% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0

s1 3
s2 3
s3 3

ลำโพงแบบ 4 ตัว () แบ่งเป็น  Stereo woofer 2.5 W x 2 และ Stereo Tweeter 1.5 W x 2 เทคโนโลยี Waves Nx 3D audio นั้นอยู่บริเวณด้านซ้ายขวาขอบตัวเครื่องด้านล่างและด้านบน ทำให้สามารถจำลองเสียง 3 มิติได้ รองรับทุกๆ การใช้งาน ทั้งทำงานและความบันเทิง อย่างดูหนัง วีดีโอ Youtube Netflix หรือเล่นเกม 

ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว เพราะรวมแล้วอยู่ที่ 8W ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่ายอดเยี่ยม มีเสียงดังชัดเจนออกแนวใสๆ เน้นไปโทนกลางและแหลมเป็นหลัก แต่ก็ให้เรื่องของเสียงทุ่มที่ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ เรียกได้โน๊ตบุ๊ครุ่นหนึ่งในตลาดที่เสียงดีที่สุดเลยก็ว่าได้

Dell XPS 17 9700 Review 34

Dell XPS 17 9700 Review 35
Dell XPS 17 9700 Review 39
Dell XPS 17 9700 Review 40

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Dell XPS 17 9700 นี้จัดว่าเป็น Notebook ที่มีความครบครับตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊คยุคใหม่ แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต คือเลือกตัด USB-A ออกไปเลย (แต่ให้ตัวแปลง Dell Docking ที่เป็น USB-A และ HDMI มาให้อยู่)

โดยทั้ง 4 พอร์ต รองรับโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง 40Gbps ที่เร็วที่สุด รวมถึงการเชื่อมต่อหน้าจอ 4K, 8K และการชาร์จไฟจากอแดปเตอร์ หรือ Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD (Power Delivery ) พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร และ SD Card Reader ที่คนใช้งานระดับมมือาชีพน่าจะถูกใจกัน 

Dell XPS 17 9700 Review 55

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 17.3″ รุ่นอื่นๆ ถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่หัวเป็น USB-C มีไฟ LED ในตัวเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่เกิน 2.9 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็น  Notebook บางเบาสเปกแรงในยุคปัจจุบันจริงๆ

Dell XPS 17 9700 Review 50
Dell XPS 17 9700 Review 9
Dell XPS 17 9700 Review 10
Dell XPS 17 9700 Review 8
Dell XPS 17 9700 Review 13
Dell XPS 17 9700 Review 6

Performance / Software

สำหรับ Dell XPS 17 9700 มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นยอดนิยมของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10H อย่าง Intel Core i7-10750H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ  ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.60 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 5.00 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 2933MHz แบบ 8GB x 2 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

c1 3   c2 3

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีการ์ดจอแยกตัวแรงคุ้มค่าอย่าง NVIDIA GeForceGTX 1650 Ti จากที่สเปกภายในได้รับการอัพเกรดขึ้น เห็นได้ชัดจากแรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ร้อนน้อยกว่าแต่ก็แรงลื่นพอตัว เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1 3.   g2 2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูง เป็นที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอตัว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยกเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (แต่ออนชิปคือตัวเดิมนะ) เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก สมกับเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H จริงๆ ตอบโจทย์ในทุกๆ การทำงานแน่นอน รวมไปถึงมีความสเถียรภาพที่สูงด้วย

cine15 2.   cine20 2

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Notebook ไปแล้ว ซึ่งที่ติดตั้งมาก็เป็นมาตรฐานะดับสูง ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุใหญ่ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe Gen 4 ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3034 MB/s และเขียนที่ 2862 MB/s ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐาน M.2 ทั่วไป 

ssd 3

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5004 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Notebook ระดับท็อปสเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง GTX 1650 Ti ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

pc10 2

แม้ Dell XPS 17 9700 จะไม่ใช่ Gaming Notebook โดยตรง แต่เราก็นำมาทดสอบเกมที่ความละเอียด Full HD ตามมาตรฐาน Gaming เพื่อดูประสิทธิภาพ สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยที่ลื่นไหลแทบทุกเกม

ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด จากกราฟตามภาพด้านล่าง ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลพอตัว กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้ลงตัว

ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น Max ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซลเช่นกัร ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด

แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป อย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับ Gaming Notebook รุ่นสเปกใกล้เคียงกันจะได้เฟรมเรทที่ลื่นไหลเทียบเคียงกันได้ แต่ก็อย่าลืมว่าเราเลือกประเป็น Full HD ในการทดสอบด้วย อีกทั้งหน้าจอของ Dell XPS 17 9700 ก็รองรับ Refresh Rate ที่ 60Hz เท่านั้น  

game test 3

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Dell XPS 17 9700 ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง SupportAssist โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

dell2

ปิดท้ายด้วย Dell Mobile Connect ซอฟต์แวร์ที่คอยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องแยกการใช้งานระหว่างพีซีและสมาร์ทโฟน  โดยเชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณ Bluetooth ซึ่งทำให้การแจ้งเตือนต่างๆ ข้อมความ เบอร์โทร รวมไปถึงการโทรศัพท์ติดต่อ สามารถทำผ่านโน๊ตบุ๊คของ Dell ได้เลย สำหรับ Dell XPS 17 9700 ก็มีซอฟต์แวร์ตัวนี้ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน เรียกได้ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปมากทีเดียว

Dell XPS 17 9700 Review 5

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Dell XPS 17 9700 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่จากการทดสอบด้วยการเปิด Wi-Fi และปรับเป็น Power Saver Mode ทำงานต่อเนื่องยาวนานเกือบๆ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานอย่างการดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต ดู Youtube / Netflix

ซึ่งเวลาอาจจะปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน อาจจะลดเหลือ 7 ชั่วโมงก็เป็นไปได้ กรณีที่ใช้โปรแกรมอื่นๆ ร่วมด้วย นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการชาร์จผ่านทาง Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD (Power Delivery ) ทำให้สะดวกต่อการชาร์จไฟกลับนั่นเอง

batt 2

แต่อย่างไรก็ตามจากการที่สเปกจะแรงด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ทำให้ความร้อนสูงสุดที่เกิดขึ้นนั้นถืออยู่ในเกณฑ์ที่ปกติและรับได้ที่ไม่เกิน 96 – 100  องศาเซลเซียส เรียกได้ชุดระบายความร้อนจาก Dell ที่เยี่ยมยอก แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเครื่องเน้นความบาง ส่งผลให้ความร้อนที่สูงระดับ 100 องศาเซลเซียสอยู่

แต่ก็สามารถทำงานได้ปกติไม่มีผลต่อการใช้งานใดๆ ซึ่งในส่วนของการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti นับว่าควบคุมความร้อนได้ดีมาก ร้อนสุดที่ 73 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง ส่วนตัวเครื่องภายนอกนั้นรับรู้สัมผัสได้ถึงความร้อนเล็กน้อย ในส่วนนี้ถือว่าให้ประสบการณ์ที่น่าพอใจทีเดียว สมกับเป็น Dell XPS 17 9700 จริงๆ

temp4

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 17″ ทรงประสิทธิภาพที่แสนบางเบารุ่นใหม่ สุดพรีเมียมจากทาง Dell อย่าง Dell XPS 17 9700 ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล XPS ได้เป็นอย่างดี เพราะมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ที่แม้ว่าอาจจะข้อสังเกตุในเรื่องของราคาค่าตัวที่สูงถ้าเทียบเฉพาะสเปกอย่างเดียว แต่ก็อย่าลืมว่าเราได้ฟีเจอร์ที่เยี่ยมยอดอย่างที่หาไม่ได้ในโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ด้วย 

Dell XPS 17 9700 Review 2

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีราคา Dell XPS 17 9700 จะมีราคาที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพรุ่นอื่นๆ แต่ก็เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กเทียบเท่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ เท่านั้น ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 17″ และแน่นอนว่าขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊ค 17.3″ทั่วไปด้วย ที่สำคัญยังมีการรับประกันถึง 3  ปีอีกด้วย ที่สำคัญคือ Dell Pro Support On-Site Service คือมารับมาส่งถึงบ้านเลย อันนี้เจ๋งกว่าแบบเหนือชั้นจริงๆ

Dell XPS 17 9700 Review 26

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊คที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับ ซึ่งครบครันทั้งประสิทธิภาพสูงระดับคอมพิวเตอร์พีซี ในขนาดตัวเครื่องที่เล็กกระทัดรัด พร้อมด้วย InfinityEdge Display ที่เห็นแล้วสวยงามสุดๆ โดยไม่กังวลในเรื่องของราคาค่าตัวต่อสเปก CPU / GPU / RAM / SSD รวมไปถึงประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่งบ 99,990 บาท เราน่าจะหา Gaming Notebook แรงกว่านี้ได้แล้วล่ะก็

Dell XPS 17 9700 น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามต้อยอมรับเรื่องของความร้อนที่สูงระดับ 100 องศาเซลเซียส และพอร์ตเชื่อมต่อที่มีเฉพาะ Thunderbolt 3 ได้ล่ะก็ ถ้างบถึงก็จัดไปได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ยิ่งถ้าใครเป็นแฟน Dell Notebook อยู่แล้ว และต้องการโน้ตบุ๊คที่ดีที่สุดตัวนี้แหละใช่เลย ส่วนถ้าจะเล่นเกมเป็นหลัก แนะนำให้ไปดู Alienware m15 R3 ดีกว่า

Dell XPS 17 9700 Review 63

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 17″ ที่ใกล้เคียงกกัน ซึ่ง Dell XPS 17 9700 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ XPS มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Dell XPS 17 9700 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ใช้สี Platinum Silver ด้วยวัสดุอลูมิเนียม CNC พร้อมลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งเหมาะกับหนุ่มๆ หรือสาวๆ ที่เน้นความเท่ ที่ได้ความหรูหราและเป็นทางกา ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกันอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

NBS award 7 Design  

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คตระกูล XPS อยู่เช่นเดิม ทั้งในความบางเพียง 19.5 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 2.5 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ด้วยขนาดตัวเทียบเท่าโน๊ตบุ๊ค 15.6″ เท่านั้น ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมถึงแบตก็ใช้งานเกือบๆ 10 ชั่วโมง เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

NBS award 4 Mobility

Best Multimedia

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ตัวล่าสุด การ์ดจอยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti พร้อมแรม 16GB และ SSD M.2 1TB ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ตอบโจทย์ในทุกๆ การใช้งาน ทั้งทำงานหนักๆ และความบันเทิง อีกทั้งได้หน้าจอ 17″ 4K UHD+ พาเนล IPS เกรดสูง กระจก Corning Gorilla Glass 6 ทัชสกรีนได้ พร้อมลำโพง 4 ตัว เสียงดังและดีแบบสะใจ ที่ใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Waves Nx 3D ที่เยี่ยมยอดด้วย 

award new multi media

 

from:https://notebookspec.com/web/547000-review-dell-xps-17-i7-10750h-gtx-1650ti

พรีวิว ASUS ZenBook 14 UX435 / Flip S13 UX371 สเปค Intel Core i Gen 11 ประสิทธิภาพสูง เบาสุดไม่ถึงโล จอ OLED 4K

ASUS ZenBook เตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่กันอีกแล้ว กับการมาของชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่างในรุ่น ASUS ZenBook 14 UX435 ที่เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ ที่เบาไม่ถึง 1 กิโลกรัม และ ASUS ZenBook S13 UX371 ซึ่งเป็น 2-in-1 Notebook สุดพรีเมียมหรูหรา ได้จอเป็น OLED ที่ดีที่สุด  

โดยพื้นฐานของ ZenBook จะเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ความพรีเมียม ทั้งในเรื่องวัสดุและฟีเจอร์ ซึ่งเป็น Ultrabook ได้แฟลตฟอร์ม Intel EVO ที่ใช้ได้ทั้งงานและความบันเทิง หลักๆ แล้วมีมิติค่อนข้างบางตามเอกลักษณ์ของซีรีส์ แต่ออกแบบด้านใต้โน๊ตบุ๊คและการระบายความร้อนได้รับการปรับปรุงใหม่ 

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 32

ในแง่ของประสิทธิภาพด้านการชิปประมวลผลมาพร้อม Intel Core i Gen 11 Tiger Lake และมีการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphic รุ่นใหม่ตัวแรงมาในตัว พร้อมกับตัวเลือกการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 รุ่นใหม่มาให้ด้วย ที่สำคัญได้การรับประกันเป็น 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรก Perfect Warranty ด้วย ในบทความนี้เราจะมาพรีวิวทั้ง 2 รุ่นกันก่อน ที่เดี๋ยวอีกไม่นานได้พบรีวิวตัวเต็มกันแน่นอน 

พรีวิว ASUS ZenBook 14 UX435

ASUS ZenBook 14 UX435 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาสเปก Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ที่เน้นความกะทัดรัด พกพาสะดวก ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค 2 จอสุดล้ำ ได้ดีไซน์ตัวเครื่องขอบจอบาง จากการใช้หน้าจอแสดงผล 14″ ขอบบางแบบ NanoEdge ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงซึ่งทำให้ ZenBook รุ่นนี้กลายเป็นโน๊ตบุ๊คมิติตัวเครื่องเทียบเท่าขนาด 13.3″ เท่านั้น เบาสุดเพียงแค่ 980 กรัม ส่วนตัวเครื่องก็บางเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น

โดดเด่นด้วย NumberPad 2.0 ที่เป็นแป้นตัวเลข ติดตั้งแทนที่ทัชแพดแบบเดิมๆ สเปกอื่นๆ ก็คาดว่าน่าสนใจด้วยหน่วยความจำแรมแรม 8GB พร้อมที่เป็นข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ในตัว นับว่าถูกคุ้มมากๆ เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ส่งผลให้เป็นสุดยอดโน๊ตบุ๊คยุคใหม่เลยก็ว่าได้ กับราคาคาดการณ์ที่ 2x,xxx บาทขึ้นไป 

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 15

ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย ตัวเครื่องเองก็ผ่านการทดสอบเรื่องความทนทานระดับ US MIL-STD 810G Military-Grade มาอยู่แล้ว วัสดุเป็นลิเธียมอัลลอยด์ที่ดีกว่าอลูมิเนียมอัลลอยด์ รวมไปถึงแบตเตอรี่เองก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 17 ชั่วโมงตามที่ทาง ASUS เคลมไว้

ได้ความปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้า 3D IR Camera ใช้งานผ่านทาง Windows Hello ที่สะดวกและง่ายกว่าการกรอกรหัสผ่านแบบเดิมๆ ตัวลำโพง ASUS ZenBook 14 UX435 เป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง 2 ตัว ระบบเสียง Harman/Kardon ให้ที่เสียงที่ดีมากทั้งความดังและคุณภาพ

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 16
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 17
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 18
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 19
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 21
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 22

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอดโน๊ตบุ๊คที่หรูหราบางเบา แต่ก็ยังมาพร้อมความคุ้มค่าทำให้ ASUS ZenBook 14 UX425 มีความบางเบาที่สุด โดยบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 980 กรัม สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว

แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย วัสดุหลักเป็นอลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่างสีเทา อย่าง Pine Grey ให้ความหรูหราพรีเมียมไม่เหมือนใคร 

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 23

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของ ASUS ZenBook 14 UX435 ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 135 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้จากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง

ซึ่งมุม 3 องศาที่ว่านี้นั้นทาง ASUS ได้ทำการวิจัยออกมาเป็นอย่างดี ว่ามันจะช่วยให้เราใช้งานโน๊ตบุ๊คนั้นสามารถที่จะพิมพ์ได้อย่างสบาย แถมเวลาที่กางบานพับออกมานั้นมันจะทำให้ส่วนของฐานคีย์บอร์ดมีระยะห่างกับฐานตั้งซึ่งทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในส่วนของตัวเครื่องนั้นมีการดูดลมเย็นเข้าไปช่วย พร้อมกันนั้นยังให้เสียงที่ดีขึ้นด้วย เรียกได้ว่าด้วยฟีเจอร์บานพับเดียวนี้ ทำให้การใช้งานดีขึ้นทั้ง 3 ด้านเลย

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 24
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 25
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 26

ASUS ZenBook 14 UX435 ในเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อก็ถือว่ามีความครบครันตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คบางเบา ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็ว โดดเด่นด้วยการติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ 2 พอร์ต แน่นอนว่ารองรับการชาร์ไฟเข้าเครื่องทั้ง 2 พอร์ต ทั้งอแดปเตอร์อื่นๆ ที่เป็น PD หรือ Power Bank รวมถึงต่อหน้าจอแยก 4K / 8K อีกด้วย

ทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อหน้าจอก็จะมี HDMI มาให้ ส่วนช่องอ่าน micro-SD Card จะอยู่ด้านขวามือตัวเครื่อง ซึ่งการเชื่อมต่อหูฟังเป็นแบบ Combo ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรแบบปกติ และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็กเป็นหัว USB-C กะทัดรัดซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้ว คาดว่าน่าจะมีหนักราวๆ 1.2 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว

พรีวิว ASUS ZenBook Flip 13 UX371

ASUS ZenBook Flip 13 UX371 นับว่าเป็น 2-in-1 Notebook หน้าจอ 13.3″ เหนือชั้นด้วยหน้าจอระดับมืออาชีพจากเทคโนโลยี OLED หน้าจอยังได้รับรองตามมาตรฐาน PANTONE Validated สำหรับความเป็นที่สุดในเรื่องความแม่นยำของสี พร้อมรองรับ HDR ที่จัดเต็มไปด้วยสเปกและฟีเจอร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ที่จะเน้นความแรงลื่น สเปกใหม่สุดๆ

พร้อมดีไซน์ดูหรูหราสวยงาม  โดยเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สายทำงานและไลฟ์สไตล์ แน่นอนว่าหน้าจอหลักพับได้ 360 องศา มีปากกา ASUS Active Pen มาด้วย ลำโพงยังเป็น Harman/Kardon เสียงดีชัดเจน อีกทั้งติดตั้ง IR 3D Camera ระบบไบโอเมตริกซ์ทำงานร่วมกับ Windows Hello แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ ที่สำคัญได้มี ASUS NumberPad 2.0 ต่อยอดมาจากปีก่อน ติดตั้งแทนที่ทัชแพดแบบเดิมๆ

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 3

งานประกอบก็เป็นแบบ Unibody ที่แทบจะไร้รอยต่อเลยทีเดียว วัสดุเป็นโลหะตลอดทั้งตัวเครื่อง เลือกใช้สีสันเป็น Jade Black และขอบตัวเครื่องใช้เป็น Red Copper ด้านหลังมีความสวยงามเรียบง่ายแต่ดูแพงจากการเสริมความมันวาวตามสไตล์ของ ZenBook ส่วนขอบด้านหน้าก็ทำมิติเพื่อให้เปิดจอได้ง่าย อีกทั้งตัวเครื่องเองก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ

ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งาน ASUS ZenBook Flip 13 UX371 เครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน จัดว่าเป็น 2-in-1 Notebook ที่ครบเครื่องสุดๆ โดดเด่นด้วยหน้าจอ OLED ที่แสดงผลภาพได้เหนือชั้นกว่าพาเนล IPS 

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 7
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 2
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 6
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 5
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 8
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 1

ในส่วนของเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็คือ บานพับ ErgoLift 360° แบบ 2 แกน ซึ่งเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 2 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอที่ 135 องศาขึ้นไปจะช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น

จากการที่มีบานพับแบบพิเศษ โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง ที่หากเรากางหน้าจอมากกว่านั้นก็จะรองรับการใช้งาน Multi-Mode อื่นๆ เรียกได้ว่าฟีเจอร์นี้ไม่เคยมีใครทำมาก่อนบน 2-in-1 Notebook พร้อมดีไซน์ที่ดูสวยวามหรูหรา

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 4

ซึ่งบานพับ ErgoLift 360° ที่ว่านี้นั้นทาง ASUS ได้ทำการวิจัยออกมาเป็นอย่างดี ว่ามันจะช่วยให้เราใช้งานโน๊ตบุ๊คนั้นสามารถที่จะพิมพ์ได้อย่างสบาย แถมเวลาที่กางบานพับออกมานั้นมันจะทำให้ส่วนของฐานคีย์บอร์ดมีระยะห่างกับฐานตั้งซึ่งทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในส่วนของตัวเครื่องนั้นมีการดูดลมเย็นเข้าไปช่วย พร้อมกันนั้นยังให้เสียงที่ดีขึ้นด้วย แน่นอนว่าบานพันนี้มีกลไกแบบฟันเฟืองโลหะที่มีความแม่นยำพร้อมความทนทาน จากการทดสอบใช้งานได้ถึง 20,000 ครั้งด้วยกัน

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 10
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 9
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 12
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 13
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 14
ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 11

ASUS ZenBook Flip S13 UX371 ตอบสนองได้อย่างหลากหลายจากการที่เป็น 2-in-1 Notebook ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ด้วยการพับใช้งานถึง 4 รูปแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Notebook / Stand / Tent / Tablet แน่นอนว่ารองรับการใช้งาน ASUS Active Pen ด้วย รองรับแรงกดหลายระดับ ซึ่งทีมงานของเรานั้นนำไปใช้งานอะไรบ้าง และรูปลักษณ์เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดต่างๆ นั้น

นอกจากนี้ใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่มีช่องระบายอากาศให้เห็นเลย สำหรับ ASUS ZenBook Flip S13 UX371 ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ ซึ่งไม่ว่าจะกางหน้าจอแบบไหนก็จะไม่บังลมจากช่องระบายความร้อนเลย ทำให้สเปกแรงแบบนี้ก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ แม้จะมีพัดลมเพียงตัวเดียวก็สามารถจัดการความร้อนภายในได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของคีย์บอร์ด ASUS ZenBook Flip S13 UX371 ติดตั้งคีย์บอร์ดเป็นปุ่มพลาสติกสีเดียวกับตัวเครื่องสกรีนตัวอักษรสีเทา มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือตัดขอบมน ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น พร้อมไฟส่องสว่างทำให้เราใช้งานในที่แสงน้อยหรือมืดๆ ได้ดีกว่าไม่มี ปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่ขอบเครื่องด้านซ้ายตามสไตล์ของ 2-in-1 Notebook ส่วนปุ่ม Fn ที่เป็นทางลัดต่างๆ ติดตั้งอยู่ชุดคีย์บอร์ดแถวบนเป็นมาตรฐาน ใช้งานได้สะดวก

ASUS ZenBook Core i Gen 11 Preview 35

ไว้มีโอกาสเราจะมาพูดถึงสเปกขายจริงราคาขายจริง และรีวิวตัวจริงของ ASUS ZenBook 14 UX435 / Flip S13 UX371 สเปค Intel Core I Gen 11 Tiger Lake กันอีกที รอติดตามกันได้เลย เร็วๆ นี้แน่นอน 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/547006-preview-zenbook-14-ux434-flip-s13-ux371