คลังเก็บป้ายกำกับ: Instant_Messenger

Microsoft Teams เพิ่มการแชร์พิกัด, แชร์คลิปเสียง, เปิด API สำหรับการทำงานเป็นกะ

Microsoft Teams ยังได้รับฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยไมโครซอฟท์ชูเรื่องการใช้งานของพนักงานหน้างาน (Firstline Workers) ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ค้าปลีก บริการ ท่องเที่ยว และการผลิต ที่ทำงานผ่านสมาร์ทโฟนเป็นหลัก

  • ด้านการแชท สามารถแชร์พิกัดของตัวเอง และแชร์คลิปเสียงได้แล้ว ช่วยให้การสื่อสารที่ไม่ใช่การพิมพ์ข้อความทำได้สะดวกขึ้น
  • เปิดให้แอดมินองค์กรสามารถคอนฟิกปุ่มลัดของ Teams ตามความต้องการขององค์กร ที่ใช้ฟีเจอร์บางตัวบ่อยเป็นพิเศษ (เช่น ต้องการใช้ปฏิทินและโทรคุยบ่อยกว่าปกติ ก็ปักหมุดเป็นปุ่มลัดในแอพได้)
  • เพิ่ม API สำหรับการทำงานเป็นกะ (Shifts) เปิดให้สามารถเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อเพื่อบริการกะการทำงานของพนักงาน
  • ฟีเจอร์ Praise หัวหน้าสามารถชมเชยพนักงานผ่านแอพได้ และคนอื่นในทีมก็เห็นการชมเชยนี้ด้วย

ที่มา – Microsoft

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107521

Advertisements

ผลสำรวจชี้ Microsoft Teams มีส่วนแบ่งตลาดแอพแชทองค์กร แซงหน้า Slack แล้ว

ตลาดซอฟต์แวร์สื่อสารภายในทีมกำลังดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคู่ระหว่าง Slack กับ Microsoft Teams เพราะหลัง Microsoft Teams เปิดตัว ฝั่งของ Slack ถึงกับซื้อโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อเตรียมสกัดคู่แข่ง

ไม่มีใครรู้ว่าตัวเลขผู้ใช้จริงๆ ของโปรแกรมแต่ละตัวเป็นอย่างไรบ้าง แต่ผลสำรวจจาก Spiceworks บริษัทด้านผู้เชี่ยวชาญไอที ก็พอให้เราเห็นภาพของตลาดนี้มากขึ้น

No Description

Spiceworks สำรวจผู้บริหารฝ่ายไอทีขององค์กรในยุโรปและอเมริกาเหนือกว่า 900 แห่งว่าใช้ซอฟต์แวร์ด้านการสื่อสารภายในตัวไหนกันบ้าง ผลคือ Skype for Business ได้รับความนิยมสูงสุดที่ 44% ขององค์กรทั้งหมด

No Description

ส่วน Microsoft Teams ก็มีส่วนแบ่งตลาด 21% แซงหน้า Slack ที่มีส่วนแบ่ง 15% แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือส่วนแบ่งตลาดของ Microsoft Teams เพิ่มจาก 3% มาเป็น 21% ภายในสองปี ในขณะที่ Slack เติบโตเล็กน้อยจาก 13% เป็น 15% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดคือ Google Hangouts ที่ส่วนแบ่งลดลงจาก 16% เหลือ 11% และ Workplace by Facebook ที่มีผู้ใช้งานเพียงแค่ 1% เท่าเดิม

ถ้าแยกกลุ่มผู้ใช้งานตามขนาดขององค์กร จะเห็นชัดว่าทั้ง Skype for Business, Microsoft Teams, Google Hangouts ได้รับความนิยมจากองค์กรใหญ่มากกว่า ตรงข้ามกับ Slack ที่ได้รับความนิยมจากองค์กรขนาดเล็กมากกว่า

No Description

อีกคำถามที่น่าสนใจคือ องค์กรมีแผนจะใช้ซอฟต์แวร์แชทตัวไหนในอนาคต ซึ่ง Microsoft Teams มีคะแนนสูงสุดที่ 20% ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ในขณะที่ Slack มีเพียง 3% เท่านั้น

No Description

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้มองว่า Slack มีนวัตกรรมมากกว่าซอฟต์แวร์ทุกตัว อีกทั้งใช้ง่ายกว่า Microsoft Teams/Hangouts (แต่ได้คะแนนใช้ง่ายน้อยกว่า Skype)

ส่วน Teams/Skype/Hangouts ได้คะแนนเยอะกว่าในแง่ค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นเพราะแถมมากับชุด Office 365 หรือ G Suite อยู่แล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มแบบเดียวกับ Slack จึงอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ Teams ได้รับความนิยมมากกว่า

No Description

ที่มา – Spiceworks, The Next Web

from:https://www.blognone.com/node/106935

Google ประกาศปิดให้บริการ Allo มีนาคมปีหน้า ส่วน Duo และ Hangouts ยังได้ไปต่อ

หลังมีข่าวลือมาหลายวันเกี่ยวกับอนาคตของบริการรับส่งข้อความในเครือกูเกิล ทั้ง Hangouts และล่าสุดคือ Allo ก็ไม่ต้องรอกันนาน เพราะกูเกิลได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วในประเด็นนี้

โดยกูเกิลบอกว่า Allo จะเปิดให้บริการไปจนถึงเดือนมีนาคม 2019 จากนั้นผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดข้อมูลออกมาได้เท่านั้น ทั้งนี้กูเกิลยังบอกว่าได้หยุดการลงทุนพัฒนา Allo ไปตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยฟีเจอร์ต่าง ๆ ถูกนำไปใส่ในแอป Messages บน Android แทน

สำหรับแอปโทรวิดีโอ Duo นั้น กูเกิลบอกว่ายังมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานทั้งบน Android และ iOS จึงยังให้บริการต่อไป ส่วน Hangouts ก็เป็นไปตามที่ผู้บริหารกูเกิลออกมาบอกก่อนหน้านี้ คือจะอัพเกรดผู้ใช้ทั่วไป ให้เป็นสองบริการ Hangouts Chat และ Hangouts Meet แทน

ที่มา: กูเกิล

alt="Allo"

from:https://www.blognone.com/node/106846

ลือ Google จะปิดให้บริการ Allo ด้วย

หลังจากเปิดตัวมาได้เพียงสองปี แอพแชต Allo จาก Google ก็มีข่าวลือว่าจะปิดให้บริการเร็วๆ นี้ โดยทีมพัฒนาจะย้ายไปโฟกัสที่ระบบ RCS ที่จะมาแทน SMS แทน

สำหรับแอพ Duo ที่เปิดตัวมาพร้อมกันนั้นยังมีผู้ใช้งานมาก และยังพัฒนาอยู่ต่อไป

ที่มา: 9to5google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106840

กูเกิลโต้ข่าว Hangouts ปิดบริการ, เตรียมย้ายผู้ใช้ทั่วไปเป็น Hangouts Chat/Meet

จากข่าวลือ Google อาจปิด Hangouts สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปในปี 2020 ทางกูเกิลออกมาตอบโต้ข่าวนี้แล้วว่าไม่เป็นความจริง

Scott Johnston ผู้บริหารขอกูเกิลที่ดูแลด้านการสื่อสารแบบเรียลไทม์ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ แก้ข่าวของ 9to5google ว่าการปิดบริการ Hangouts นั้นไม่เป็นความจริง แต่กูเกิลมีแผนจะอัพเกรดผู้ใช้ทั่วไป ไปใช้ Hangouts Chat และ Hangouts Meet แทน

Hangouts Chat และ Hangouts Meet เป็นเวอร์ชันอัพเกรดของ Hangouts เดิมที่เปิดตัวในปี 2017 แต่ยังเปิดให้ใช้งานเฉพาะลูกค้า G Suite เท่านั้น นั่นแปลว่ากูเกิลเตรียมจะเปิด Chat/Meet ให้ผู้ใช้ทั่วไปด้วยนั่นเอง

ที่มา – Scott Johnston, Android Police

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106756

[ลือ] Google อาจปิด Hangouts สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปในปี 2020

Hangouts ผลิตภัณฑ์แอปสนทนาข้อความที่กูเกิลผลักดันต่อจาก Google Talk อาจมาถึงจุดสิ้นสุดเช่นกัน โดยมีรายงานว่ากูเกิลเตรียมปิดให้บริการ Hangouts สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปตามแผนงานการพัฒนาแอปส่งข้อความภายในปี 2020

กูเกิลมีสัญญาณจะไม่พัฒนา Hangouts ต่อมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่การหยุดรองรับ SMS จนถึงการผลักดันฟอร์แมต RCS ทำให้มาเน้น Android Messages แทน สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

ทั้งนี้กูเกิลจะปรับทิศทางแบรนด์ Hangouts เป็นแอปสำหรับลูกค้าองค์กร G Suite ซึ่งแบ่งเป็น Hangouts Chat และ Hangouts Meet แทน

ที่มา: 9to5Google

alt="Hangouts"

from:https://www.blognone.com/node/106740

Google Maps เปิดให้ผู้ใช้แชทคุยกับร้านค้าได้โดยตรงจากในแอพโดยตรง

Google Maps ขยับจากการเป็นแค่แผนที่แสดงข้อมูลร้านค้า กลายมาเป็นคู่แข่งของ Facebook Page (หรือ LINE@ ถ้าเป็นเคสของบ้านเรา) ในการสื่อสารระหว่างลูกค้ากับร้านค้าได้ด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ใช้สามารถส่งข้อความแชทไปยังร้านค้าได้โดยตรงจากแอพ Google Maps บนมือถือเลย (ฝั่งของร้านค้าต้องติดตั้งแอพ Google My Business และเปิดใช้ฟีเจอร์ Messages ด้วย จากนั้นสถานที่ใน Maps จะมีปุ่ม Messages เพิ่มเข้ามา)

แอพ Google My Business เวอร์ชันใหม่ยังเป็นช่องทางของร้านค้าในการสร้างโพรไฟล์บน Google Maps, แก้ไขข้อมูลติดต่อได้เอง, ตอบข้อความหรือรีวิวจากผู้ใช้ รวมถึงดูสถิติว่ามีคนค้นหาข้อมูลร้านค้าของเรามากแค่ไหนด้วย

กูเกิลบอกว่าทยอยเปิดให้ผู้ใช้ในหลายๆ ประเทศใช้งานแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่ารวมถึงผู้ใช้ในไทยด้วยหรือไม่

ที่มา – Google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106450