คลังเก็บป้ายกำกับ: INGRAM_MICRO

[Video Webinar] A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย McAfee Webinar เรื่อง “A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge” เพื่อเรียนรู้การปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า/พนักงานจากการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจและการทำงานไปสู่วิถีใหม่ (New Normal) ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณวีรชาติ ลาพงษ์ Professional Service Engineer จาก Ingram Micro (Thailand)

องค์กรและหน่วยงานในทุกๆ อุตสาหกรรมต่างเดินหน้าพลิกโฉมธุรกิจของตนผ่านการทำ Digital Transformation แต่หลายองค์กรเหล่านั้นกลับยังไม่ประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามความท้าทายที่ต้องเผชิญอย่างยั่งยืน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ COVID-19 แพร่ระบาดซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการตื่นตัว การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรูปแบบที่เรียกกันว่า “New Normal” เพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Cloud, Machine Learning, AI และนวัตกรรมอื่นๆ เริ่มถูกนำเข้ามาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ การปรับปรุงกระบวนต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น หรือการเพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ เมื่อธุรกิจต้องพึ่งพาระบบดิจิทัลมากขึ้น คำถามสำคัญคือ แล้วเราจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสำคัญขององค์กร ข้อมูลส่วนบบุคคลของลูกค้า และของพนักงานไม่ให้ถูกขโมยหรือรั่วไหลสู่ภายนอกองค์กรได้อย่างไร

Ingram Micro (Thailand) จึงร่วมกับ McAfee ผู้ให้บริการด้านโซลูชันด้าน Cybersecurity แบบบูรณาการจัด Webinar เรื่อง “A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge” ขึ้นเพื่อแนะนำโซลูชัน McAfee Unified Cloud Edge สำหรับปิดช่องโหว่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้หลุดสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะทางอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพา (Removeable Media), การส่งออกหรือเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต, การใช้งาน Cloud Service ที่เป็นอันตราย หรือการถูกมัลแวร์ขั้นสูงที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์อันตรายขโมยออกไป ทั้งยังสามารถคุ้มครองข้อมูลในระดับ Cloud-to-Cloud ได้อีกด้วย เพื่อให้มั่นใจองค์กรจะสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าพนักงานจะทำงานอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ หรือผ่านอุปกรณ์ใดก็ตาม

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-a-new-normal-adoption-with-mcafee-unified-cloud-edge/

[Video Webinar] Ready for the Digital Transformation with New-normal by NetApp

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย NetApp Webinar เรื่อง “Ready for the Digital Transformation with New-normal” เพื่ออัปเดตบรรทัดฐานใหม่ (New Normal) ในการพลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติแบบในปัจจุบันนี้ รวมถึงแนะนำการปรับปรุง Storage Infrastructure ให้ทันสมัยพร้อมใช้งานบน Multicloud ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณสยาม กมลทิพย์สุคนธ์ Senior Technical Consultant จาก NetApp (Thailand) และคุณจรีวรรณ วลัยวิบูลย์สันติ Technical Service Engineer Professional Services Group จาก Ingram Micro

จากสถานการณ์ปัจจุบัน หลายองค์กรทั่วโลกต่างอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมหรือกำลังก้าวเข้าสู่การทำ Digital Transformation เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพิ่มความคล่องตัว และสร้างความแตกต่างเพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันขององค์กรตนเอง High Performance Storage ที่มีความสามารถ Cloud Ready เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถเข้ามาช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลนี้ได้

NetApp เป็นผู้นำโซลูชชันในการบริหารจัดการข้อมูลที่ช่วยสนับสนุนองค์กรในการทำ Digital Transformation รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการสร้างสภาวะแวดล้อมแบบ Hybrid Multicloud ให้กับองค์กร มาพร้อมกับโซลูชันประสิทธิภาพสูง รองรับการเติบโตของระบบ และมีความสามารถในการบริหารจัดการ รับส่งข้อมูลไปยัง Public Cloud ชั้นนำด้วยเทคโนโลยี DataFabric ของ NetApp

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้พบกับการบรรยายดังต่อไปนี้

  • บรรทัดฐานใหม่ (New Normal) ของการจัดเก็บและใช้งานข้อมูลขององค์กร
  • การบริหารจัดการข้อมูลบน Hybrid Multicloud
  • การพลิกโฉม Storage Infrastructure ให้ทันสมัย
  • แนะนำ NetApp AFF C190 All-Flash Storage ราคาสุดคุ้มที่ทุกองค์กรสามารถเป็นเจ้าของได้

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-ready-for-the-digital-transformation-with-new-normal-by-netapp/

ระบบ Wi-Fi ขั้นสูง ที่ทำให้ Network ที่บ้านยอดเยี่ยมกว่าที่เคยด้วย AP อัจฉริยะจาก Ruckus

เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราทุกคนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นองค์กรต่างๆ หรือคนทั่วไป ต่างต้องการการใช้งานระบบเครือข่ายที่ให้ความรวดเร็วในการทำงานที่มีเสถียรภาพที่ดี สามาถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและไม่ติดขัด อีกทั้งยุคสมัยนี้เราต้องทำงานผ่านโปรแกรมต่างๆ เพื่อ conference หรือกิจกรรมประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์ออนไลน์ และ การ Shopping ผ่าน Live สด แน่นอนว่าหากมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้กิจกรรมต่างๆเหล่านั้นดีกว่าที่เคย มันก็คุ้มค่าที่จะลงทุนไม่ใช่หรอ เพราะฉะนั้น Ruckus จึงเป็นคำตอบของคุณ

เชื่อว่าหลายๆคน ยังไม่รู้จัก Ruckus แล้ว Ruckus คือใคร ?

Ruckus คือผู้นำในด้านระบบเครือข่ายแบบ Wi-Fi สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งจดสิทธิบัตร การันตีว่าเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาและช่วยให้การใช้งานเครือข่ายมีประสิทธิภาพสูงสุด

คุณสมบัติด้านเครือข่ายที่น่าสนใจของ Ruckus

ผลิตภัณฑ์ Access Point (AP) ของ Ruckus ถูกออกแบบให้เข้าใจถึงองค์ประกอบของการใช้งาน Wi-Fi เพื่อรองรับ การใช้งานของยูสเซอร์ ที่ต้องการการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นและบริการผ่านคลาวด์ที่กินแบนด์วิธสูงพร้อมๆ กัน รวมถึงการรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาและอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) จำนวนมาก ไม่นับรวมความต้องการในการรองรับกับบุคคลภายนอกที่เข้ามาในพื้นที่ ที่มีการคาดหวังการเชื่อมต่อที่เสถียรและต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหนในพื้นที่ก็ตาม โดยตัวอย่างฟีเจอร์ที่สำคัญอันเป็นลิขสิทธิ์ของ Ruckus ประกอบด้วย

เทคโนโลยี BeamFlex+™
ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุปสรรคมากแค่ไหน อย่างเช่น การใช้งานในบ้าน ไม่ว่าจะมุมห้องไหนก็สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีเสาอากาศที่ปรับตามลักษณะการใช้งาน BeamFlex+™ พร้อมกับรูปแบบการรับส่งของเสาสัญญาณถึง 64 ทิศทาง

เทคโนโลยี ChannelFly™
ด้วยเทคโนโลยีเปลี่ยนช่องสัญญาณแบบไดนามิก ChannelFly™ ที่ใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งเพื่อหาช่องสัญญาณที่มีความแออัดน้อยที่สุดอยู่เสมอ ทำให้คุณได้ทรูพุตที่สูงที่สุดที่ย่านความถี่นั้นๆ รองรับ

การสตรีมข้อมูลแบบ MU-MIMO Spatial
เชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้จำนวนมากขึ้นด้วยสตรีมข้อมูลแบบ MU-MIMO Spatial ถึง 2 สตรีม และคลื่นวิทยุแบบดูอัลแบนด์ 2.4/5GHz อีกทั้งยกระดับประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้รองรับ Wave 2 ได้ด้วย

เทคโนโลยี SmartMesh™
ลดค่าใช้จ่ายในการเดินสายเคเบิล และวางระบบ Mesh ที่ซับซ้อนได้โดยมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีไร้สายแบบ Mesh อย่าง SmartMesh™ ที่สามารถสร้างเครือข่าย และซ่อมแซมเครือข่าย Mesh ได้ด้วยตนเองแบบไดนามิก

ที่กล่าวมาทั้งหมดพูดได้ง่ายๆว่า คุณสามารถใช้งาน WiFi ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จะนั่งนอนเดิน มุมห้องไหน ก็สามารถใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม เรียกได้ว่า Conference ไม่สะดุด, เล่นเกมส์ ไม่กระตุก, CF เสื้อผ้าทัน อย่างแน่นอน

แนะนำผลิตภัณฑ์ AP รุ่นใหม่ที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้

ปัจจุบันความสำคัญของการใช้งานผ่าน Wi-Fi เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาด ทำให้หลายคนต้องเริ่มมางานที่บ้านแบบ Work From Home (WFH) และก็มีบางรายที่ต้องจัดการงานในแบบ Remote Office อีกด้วย Ruckus จึงขอแนะนำผลิตภัณฑ์ AP ทีคุณสมบัติระดับ Enterprise แต่จับต้องได้ในราคาเป็นมิตร ประกอบด้วยรุ่น H320, H510 และ R510

ผลิตภัณฑ์ H320
H320 ได้รวมเอา Access Point แบบ 802.11ac Wave 2 และสวิตช์มารวมอยู่ในรูปอุปกรณ์ติดผนังหนึ่งเดียว ออกแบบมาสำหรับติดตั้งหนึ่งเครื่องต่อหนึ่งห้อง โดย H320 มีขนาดกะทัดรัด (แนะนำสำหรับผู้ที่อาศัยในอพาทเมนต์/คอนโด)


ผลิตภัณฑ์ H510
H510 เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับให้บริการเชื่อมต่อครบวงจร การเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบ 802.11ac ดูอัลแบนด์ด้วยพร้อมกัน มีพอร์ต PoE พร้อมฟีเจอร์ Pass-Through ที่เชื่อมต่อและจ่ายพลังงานให้อุปกรณ์จากสวิตช์บนผนังได้โดยตรง
(แนะนำสำหรับผู้ที่อาศัยในอพาทเมนต์/คอนโด)

ผลิตภัณฑ์ R510
ผลิตภัณฑ์ Access Point R510 802.11ac Wave 2 ได้ผสานอย่างลงตัวทั้งเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน, เสถียรภาพ, และการครอบคลุมสัญญาณสำหรับพื้นที่ภายในอาคารที่มีความหนาแน่นการใช้งานปานกลาง ซึ่ง Access Point ตัวนี้รองรับ เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรแบบเดียวกับใน AP รุ่นที่รองรับความแออัดในการใช้งานสูงของเรา จึงสามารถรองรับอัตรารับส่งข้อมูลได้มากถึง 1.2Gbps มาพร้อมกับระบบจัดการ Wi-Fi อัจฉริยะชั้นนำในตลาดสำหรับขยายพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณ และลดสัญญาณรบกวน : (แนะนะสำหรับผู้ที่อาศัยในบ้าน/ร้านค้า)

ไม่ว่าคุณจะติดตั้ง AP แค่หลักสิบ หรือหลักหมื่นเครื่องก็ตาม ก็สามารถจัดการระบบ AP ทั้งหมดได้ง่ายๆ ผ่านทางเลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์ของ Ruckus, ใช้ระบบจัดการแบบเวอร์ช่วล, หรือจัดการผ่านคลาวด์ก็ได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ Ruckus ได้ที่
บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด
อีเมล์ : TH-Ruckus@ingrammicro.com
โปรโมชั่นราคาพิเศษ Ruckus Clink https://www.quickserv.co.th/networking/RUCKUS.html

from:https://www.enterpriseitpro.net/ruckus-ap-wi-fi/

IBM FlashSystem 5100 NVMe Flash Storage ที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด

ในยุค Digital Transformation นี้ องค์กรทั่วโลกต่างเริ่มนำนวัตกรรมใหม่อย่าง Real-time Analytics, AI หรือ Blockchain เข้ามาใช้เพื่อพลิกโฉมธุรกิจและก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำของตลาด สิ่งสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีเหล่านี้คือ IT Infrastructure ที่มีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่น เชื่อมต่อกับ Multicloud ได้อย่างไร้รอยต่อ และพร้อมรองรับการขยายระบบได้ง่ายในอนาคต บทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ IBM FlashSystem 5100 ซึ่งเป็น NVMe Flash Storage ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง – ความเร็วในการประมวลผลข้อมูล – ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

IBM FlashSystem 5100 – All Flash Storage ที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด

IBM FlashSystem 5100 เป็น Storage แบบ All Flash ที่ใช้โปรโตคอล Non-Volatile Memory Express (NVMe) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูลโดยเฉพาะ จัดอยู่ในระดับ Entry Enterprise ที่มีประสิทธิภาพสูง บริหารจัดการง่าย และมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ที่สำคัญคือรองรับ iSCSI Extensions for RDMA (iSER) สำหรับลดภาระค่าใช้จ่ายในการใช้งานบนเครือข่าย Ethernet ทำให้ IBM FlashSystem 5100 เหมาะสำหรับองค์กรทุกขนาดที่ต้องการ All Flash Storage สมรรถะสูงภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด

IBM FlashSystem 5100 มาพร้อมกับเทคโนโลยี IBM FlashCore ซึ่งเป็นการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการผสานนวัตกรรมต่างๆ รวมไปถึงการเชื่อมต่อแบบ NVMe เข้าไปยัง All Flash Storage เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการทำงานกับข้อมูลสูงที่สุด และเทคโนโลยี IBM Spectrum Virtualize สำหรับการบริหารจัดการ Storage ทั้งหมดภายในองค์กรเสมือนเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี IBM Spectrum Virtualize for Public Cloud ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถขยายระบบจัดเก็บข้อมูลจาก On-premises ขึ้นสู่ Cloud ได้อย่างไร้รอยต่ออีกด้วย

เลือกใช้งานได้ทั้ง All NVMe และ Hybrid Flash พร้อมเทคโนโลยี AI สนับสนุน

IBM FlashSystem 5100 ประกอบด้วย 2 โมเดลย่อยให้องค์กรเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมกับ Workload และงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้ ได้แก่

  • IBM FlashSystem 5100 – NVMe-Accelerated Flash Arrays สำหรับการใช้งานแบบจัดเต็มที่รองรับทั้ง NVMe และ Storage Class Memory (SCM) ช่วยให้ได้ประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูลสูงสุด เหมาะสำหรับการใช้งานบนทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น Physical, Virtual หรือ Docker
  • IBM FlashSystem 5100H – Hybrid Flash Arrays พร้อมการเชื่อมต่อแบบ 12 Gb/s SAS ที่รองรับทั้ง SSD และ Harddisk Drive สามารถเลือกปรับแต่งประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มี

IBM FlashSystem 5100 ทั้ง 2 โมเดลมาพร้อมกับ IBM Storage Insights และ IBM Spectrum Virtualize ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้าไป ช่วยให้สามารถบริหารจัดการ วิเคราะห์สถานะของระบบ คาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าพร้อมแนะนำวิธีแก้ไข และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างชาญฉลาด รวมไปถึงทำ Data Migration ได้แบบไม่มี Downtime นอกจากนี้ IBM ยังให้บริการ Multicloud Blueprints สำหรับใช้เป็นแนวทางในการใช้งานระบบ Public, Private และ Hybrid Cloud พร้อมรองรับการทำ Multicloud API Automation, Replication และมี Secondary Data Orchestration Software ให้ใช้งานอีกด้วย

บริหารจัดการ Storage แบบรวมศูนย์ด้วย Software-Defined Storage

โซลูชัน IBM FlashSystem ทั้งหมดมาพร้อมกับ IBM Spectrum Virtualize Software-defined Storage สำหรับการบริหารจัดการข้อมูลและ Storage ขององค์กรทั้งหมดจากศูนย์กลาง สามารถผสานการทำงานร่วมกับ Storage ของเจ้าของผลิตภัณฑ์รายอื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้การจัดการกับข้อมูลและการโยกย้ายข้อมูลระหว่างกันสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายภายใต้หน้าจอบริหารจัดการเดียว

IBM Spectrum Virtualize ประกอบด้วยฟังก์ชันการใช้งานสำหรับจัดการกับ Storage หลากหลาย เช่น

  • IBM HyperSwap สำหรับทำ Disaster Recovery ข้าม Data Center ได้แบบเรียลไทม์
  • รอบรับโซลูชันด้าน Virtualization ทั้ง VMware Virtual Machines, Microsoft Hyper-V, IBM PowerVM และอื่นๆ
  • รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Storage จากหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวมเข้าด้วยกันเป็น Storage Pool เดียวสำหรับใช้งาน
  • เทคโนโลยี Data Reduction Pool (DRP) อันทรงพลัง รองรับการทำ Deduplication, Compression และ Automated Thin Provisioning
  • IBM Easy Tier สำหรับทำ Storage Tiering ร่วมกับระหว่างหลายๆ Storage ได้โดยอัตโนมัติ
  • รองรับการเข้ารหัสข้อมูลแบบ Hardware-based หรือ Inline Software
  • IBM FlashCopy และ IBM Remote Mirror สำหรับทำ Local และ Remote Replication ได้ถึง 3 สาขาพร้อมๆ กัน
  • ทำงานร่วมกับ IBM Spectrum Control เพื่อติดตามสถานะของ Storage แบบ End-to-end ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพและสถิติการใช้งานของ IBM FlashSystem 5100 และ Storage อื่นๆ ได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถขยายระบบ Storage ขึ้นสู่ Cloud ได้ง่ายด้วย IBM Spectrum Virtualize for Public Cloud เพิ่มทางเลือกในการทำ Disaster Recovery และช่วยให้การวางระบบ Storage สำหรับการใช้งานแบบ Hybrid Cloud ทำได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรับภาระด้านค่าใช้จ่ายสูงมากนัก

ความพร้อมใช้งานและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลระดับสากล

เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญขององค์กรจะได้รับการปกป้องและพร้อมใช้งานตลอดเวลา IBM FlashSystem 5100 ถูกออกแบบมาให้มีความพร้อมใช้งาน (Availability) สูงถึงระดับ 99.9999% รองรับการทำ 3-Site Replication เพื่อเพิ่มทางเลือกในการทำ Remote Backup & Recovery และด้วยฟีเจอร์ HyperSwap อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ IBM ช่วยให้องค์กรสามารถทำ Disaster Recovery ข้าม Data Center ระยะทางไกลสูงสุดถึง 300 กิโลเมตรได้แบบเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุภัยพิบัติ ความผิดพลาดอันเนื่องจากมือมนุษย์ และการถูก Ransomware โจมตี

ทางด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลนั้น IBM FlashCore Module (FCM) ถูกปรับแต่งให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำ Data Compression และ Encryption ในระดับฮาร์ดแวร์ รองรับมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูลสากลอย่าง Federal Information Processing Standard (FIPS) 140-2 Level 1 และมี IBM Security Key Lifecycle Manager สำหรับบริหารจัดการกุญแจเข้ารหัสข้อมูลแบบรวมศูนย์ให้ใช้งานอีกด้วย

IBM FlashSystem 5100 ประกอบด้วย 2 โมเดลย่อย คือ 5100 ที่เป็น All NVMe Flash Storage และ 5100H ที่เป็น Storage แบบ Hybrid ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งการใช้ SSD และ HDD ได้ตามความต้องการให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ตนเองมีอยู่ โดยมี Spec ของอุปกรณ์ดังนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.ibm.com/products/flashsystem-5100

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนฝ่ายขายหรือฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด: TH-IBM@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-flashsystem-5100-nvme-flash-storage-by-ingram-micro/

สร้างระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ด้วย IBM Cloud Pak for Integration

ในปัจจุบันที่ธุรกิจต่างก็แข่งขันกันสร้างความแตกต่างและประสบการณ์ที่เหนือกว่า การมีระบบดิจิทัลที่สามารถเข้าใจสถานการณ์ ตอบสนอง และสื่อสารออกไปยังลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมนั้นนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทว่าในการจะทำเช่นนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจย่อมจะต้องดึงความสามารถและข้อมูลจากระบบและ Service ต่างๆ ที่มีอยู่มาใช้ประกอบกันเป็นระบบใหม่ ในบทความที่แล้ว เราได้รู้จักกับ IBM Cloud Pak for Integration และตัวอย่างการนำไปใช้ส่งโปรโมชันแบบ Personalized ไปแล้ว สำหรับบทความนี้จะเป็นตัวอย่างของการนำโซลูชันดังกล่าวมาใช้งานเพื่อสร้างระบบแจ้งเตือนที่รวดเร็วแบบ Real-time ครับ

การจะพัฒนาระบบแจ้งเตือนแบบ Real-time ตามพฤติกรรมของผู้ใช้นี้ ธุรกิจสามารถใช้ความสามารถของ IBM Cloud Park for Integration ใน 2 ส่วน ได้แก่ Event Streaming ที่จะช่วยในการดึงข้อมูล วิเคราะห์ และส่งต่อข้อมูลแบบ Real-time และ Enterprise Messaging ที่จะทำหน้าที่ลำเลียงข้อมูลการใช้งานและธุรกรรมต่างๆ ของลูกค้าเข้ามาใช้งานในส่วนของ Event Streaming

เมื่อธุรกิจเริ่มต้นด้วยการสร้าง Topic ที่ต้องการใช้งานใน Event Streaming แล้ว ก็จะสามารถเชื่อมต่อระบบ Enterprise Messaging (MQ) ผ่าน Connector ที่ IBM Cloud Pak for Integration มีให้ เพื่อลำเลียงข้อมูลธุรกรรมที่ต้องการเข้ามาใน Event Streaming ได้ โดย Enterprise Messaging ของ IBM Cloud Pak for Integration นั้นมีการเข้ารหัสแบบ End-to-end เป็นระบบที่เสถียร และการันตีว่าจะส่งข้อความถึงผู้รับเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

เมื่อข้อมูลถูกลำเลียงเข้ามาในระบบ Event Streaming ธุรกิจก็จะสามารถจัดเก็บ วิเคราะห์ และแปรรูปข้อมูลได้อย่างรวดเร็วแบบ Real-time ซึ่ง Event Streaming นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาขึ้นบน Apache Kafka ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถต่างๆ ของ Kafka ได้ เช่น การใช้ Schema Registry ในการถอดข้อมูลที่ถูก Serialized ไว้ออกมาใช้งาน

หลังจากธุรกิจถอดข้อมูลออกมาได้แล้วว่าลูกค้ามีการทำธุรกรรมประเภทใด มีรายละเอียดอย่างไร และตั้งค่าการแจ้งเตือนไว้อย่างไรบ้าง ธุรกิจก็สามารถส่งข้อมูลเหล่านี้ออกไปเป็น Topic ที่แบ่งตามช่องทางการแจ้งเตือน เช่น การแจ้งเตือนทาง SMS, อีเมล, และแอปพลิเคชัน เพื่อเตรียมการจัดส่งการแจ้งเตือนเหล่านี้ไปยังลูกค้าต่อไป

และนี่ก็คือหนึ่งในตัวอย่างของความง่ายในการใช้งาน IBM Cloud Pak for Integration เพื่อเชื่อมต่อระบบและ Services ต่างๆ ในระบบไอทีให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเห็นว่า Cloud Pak for Integration นั้นมีเครื่องมือและความสามารถที่จำเป็นต่อการใช้งานขององค์กร และการหยิบขึ้นมาใช้งานร่วมกันเพียง 2 ตัวอย่างง่ายๆ ก็สามารถเกิดเป็นระบบซึ่งเป็นพื้นฐานของทุกองค์กร โดยที่ธุรกิจเองก็สามารถมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเสถียรของระบบได้อย่างเต็มที่

IBM Cloud Pak for Integration นั้นสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายในทุกอุตสาหกรรม รองรับการใช้งานได้กับทั้งระบบ On-premise และระบบบนคลาวด์ สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโซลูชันและการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ibm.com/uk-en/cloud/cloud-pak-for-integration

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนฝ่ายขายหรือฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด: TH-IBM@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/build-real-time-alerts-ibm-cloud-pak-for-integration/

McAfee Webinar: A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge

Ingram Micro ร่วมกับ McAfee Thailand ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน IT Security เข้าร่วมฟังบรรยาย McAfee Webinar เรื่อง “A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge” เพื่อเรียนรู้การปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า/พนักงานจากการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจและการทำงานไปสู่วิถีใหม่ (New Normal) ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge
ผู้บรรยาย: คุณนรวัฒน์ ขัดใจ Professional Service Engineer จาก Ingram Micro (Thailand)
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_aVobEdqTRsW0Ie336w6I2A

องค์กรและหน่วยงานในทุกๆ อุตสาหกรรมต่างเดินหน้าพลิกโฉมธุรกิจของตนผ่านการทำ Digital Transformation แต่หลายองค์กรเหล่านั้นกลับยังไม่ประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามความท้าทายที่ต้องเผชิญอย่างยั่งยืน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ COVID-19 แพร่ระบาดซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการตื่นตัว การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรูปแบบที่เรียกกันว่า “New Normal” เพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Cloud, Machine Learning, AI และนวัตกรรมอื่นๆ เริ่มถูกนำเข้ามาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ การปรับปรุงกระบวนต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น หรือการเพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ เมื่อธุรกิจต้องพึ่งพาระบบดิจิทัลมากขึ้น คำถามสำคัญคือ แล้วเราจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสำคัญขององค์กร ข้อมูลส่วนบบุคคลของลูกค้า และของพนักงานไม่ให้ถูกขโมยหรือรั่วไหลสู่ภายนอกองค์กรได้อย่างไร

Ingram Micro (Thailand) จึงร่วมกับ McAfee ผู้ให้บริการด้านโซลูชันด้าน Cybersecurity แบบบูรณาการจัด Webinar เรื่อง “A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge” ขึ้นเพื่อแนะนำโซลูชัน McAfee Unified Cloud Edge สำหรับปิดช่องโหว่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้หลุดสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะทางอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพา (Removeable Media), การส่งออกหรือเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต, การใช้งาน Cloud Service ที่เป็นอันตราย หรือการถูกมัลแวร์ขั้นสูงที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์อันตรายขโมยออกไป ทั้งยังสามารถคุ้มครองข้อมูลในระดับ Cloud-to-Cloud ได้อีกด้วย เพื่อให้มั่นใจองค์กรจะสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าพนักงานจะทำงานอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ หรือผ่านอุปกรณ์ใดก็ตาม

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/2633123193673412/

from:https://www.techtalkthai.com/mcafee-webinar-a-new-normal-adoption-with-mcafee-unified-cloud-edge/

NetApp Webinar: Ready for the Digital Transformation with New-normal

NetApp ร่วมกับ Ingram Micro ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วม NetApp Webinar เรื่อง “Ready for the Digital Transformation with New-normal” เพื่ออัปเดตบรรทัดฐานใหม่ (New Normal) ในการพลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติแบบในปัจจุบันนี้ รวมถึงแนะนำการปรับปรุง Storage Infrastructure ให้ทันสมัยพร้อมใช้งานบน Multicloud ในวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 – 15:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Ready for the Digital Transformation with New-normal
ผู้บรรยาย: คุณสยาม กมลทิพย์สุคนธ์ Senior Technical Consultant จาก NetApp (Thailand) และคุณจรีวรรณ วลัยวิบูลย์สันติ Technical Service Engineer Professional Services Group จาก Ingram Micro
วันเวลา: วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_FmG9smDXTvGoqgElwDyELA

จากสถานการณ์ปัจจุบัน หลายองค์กรทั่วโลกต่างอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมหรือกำลังก้าวเข้าสู่การทำ Digital Transformation เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพิ่มความคล่องตัว และสร้างความแตกต่างเพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันขององค์กรตนเอง High Performance Storage ที่มีความสามารถ Cloud Ready เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถเข้ามาช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลนี้ได้

NetApp เป็นผู้นำโซลูชชันในการบริหารจัดการข้อมูลที่ช่วยสนับสนุนองค์กรในการทำ Digital Transformation รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการสร้างสภาวะแวดล้อมแบบ Hybrid Multicloud ให้กับองค์กร มาพร้อมกับโซลูชันประสิทธิภาพสูง รองรับการเติบโตของระบบ และมีความสามารถในการบริหารจัดการ รับส่งข้อมูลไปยัง Public Cloud ชั้นนำด้วยเทคโนโลยี DataFabric ของ NetApp

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้พบกับการบรรยายดังต่อไปนี้

  • บรรทัดฐานใหม่ (New Normal) ของการจัดเก็บและใช้งานข้อมูลขององค์กร
  • การบริหารจัดการข้อมูลบน Hybrid Multicloud
  • การพลิกโฉม Storage Infrastructure ให้ทันสมัย
  • แนะนำ NetApp AFF C190 All-Flash Storage ราคาสุดคุ้มที่ทุกองค์กรสามารถเป็นเจ้าของได้

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/257482461994842/

from:https://www.techtalkthai.com/netapp-webinar-ready-for-the-digital-transformation-with-new-normal/

ผสานแอปพลิเคชันและข้อมูลเข้าด้วยกัน ด้วย IBM Cloud Pak for Integration

วิถีการดำเนินการขององค์กรในสมัยใหม่คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยแก้ปัญหาทางธุรกิจ โดยดึงความสามารถในการเจาะลึก วิเคราะห์ ยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลง และสเกลอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพของธุรกิจโดยรวม แม้แนวคิดนี้จะฟังดูไม่ซับซ้อน แต่รายละเอียดปลีกย่อยและวิธีการจัดการให้ได้ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวนั้นไม่ง่ายเลย

ความท้าทายหนึ่งที่ธุรกิจหลายรายต้องเผชิญ คือขั้นตอน Integration ซึ่งคือการเชื่อมต่อระบบและบริการ Microservices ที่มีหน้าที่ ลักษณะการทำงาน และธรรมชาติที่หลากหลายเข้ามาทำงานร่วมกันเป็นเนื้อเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยตามมาตรฐาน และที่สำคัญในปัจจุบันคือธุรกิจต้องทำการ Integration ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่เพื่อตอบโจทย์ใหม่ตลอดเวลา การ Optimize ทุกแง่มุมของ Integration จึงอาจน่าปวดหัว หากธุรกิจไม่มีผู้ช่วยอย่าง IBM Cloud Pak for Integration ที่จะทำให้การเชื่อมต่อและจัดการเรียบง่ายและเป็นระบบขึ้นเป็นอย่างดี

IBM Cloud Pak for Integration คืออะไร

IBM Cloud Pak for Integration คือบริการ Integration ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อ จัดการ รักษาความปลอดภัยของระบบภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น รองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งสอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน ซึ่ง IBM Cloud Pak for Integration สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำ Integration ระบบไปได้ราว 33% ในขณะที่ความเร็วในการ Integration เพิ่มเป็น 3 เท่า

ความสามารถของ Cloud Pak for Integration นี้แบ่งออกเป็น 6 ส่วนหลัก ได้แก่

1. API Lifecycle

สร้าง เปลี่ยนแปลง จัดการ และรักษาความปลอดภัย API ที่เสถียรได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนี้ธุรกิจยังสามารถแชร์ API ออกไปให้ผู้ใช้อื่นๆ และเก็บค่าใช้งาน API ได้อีกด้วย

2. Application and Data Integration

เครื่องมือที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆเข้ามาใช้งานร่วมกันโดยไม่ต้องกังวลถึงรูปแบบหรือมาตรฐานของข้อมูล ไม่ว่าแหล่งข้อมูลจะเป็น ERP ขนาดใหญ่ SaaS หรือฐานข้อมูลธรรมดา และไม่ว่าข้อมูลนั้นจะอยู่บนคลาวด์ใดๆ

3. Enterprise Messaging

IBM MQ – โซลูชัน Messaging ที่มีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี ช่วยให้ธุรกิจแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ส่งข้อความซ้ำ สเกลได้ตามต้องการ และไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย การันตีด้วยการใช้งานใน 85 องค์กรจาก Fortune 100

4. Event Streaming

ส่งข้อมูลแบบ Real-time ได้อย่างง่ายผ่าน Apache Kafka เพื่อนำไปวิเคราะห์และตัดสินใจทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

5. High-speed Data Transfer

ขนย้ายไฟล์ขนาดใหญ่และข้อมูลปริมาณมากไปยังจุดหมายที่ต้องการอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปสำหรับการร่วมมือทำงานของทีมที่ทำงานคนละสถานที่

6. Secure Gateway

สร้างและจัดการการเชื่อมต่อระหว่างระบบ On-premise และคลาวด์อย่างปลอดภัย ด้วยความสามารถในการจำกัดการเข้าถึง จัดการการเข้ารหัส และกำหนดการยืนยันตัวตน โดยสามารถตรวจสอบทราฟฟิกการเข้าออกได้ตลอดเวลา

Use-case: ส่งโปรโมชันแบบ Personalized ให้ลูกค้าด้วย IBM Cloud Pak for Integration

การให้คำแนะนำหรือโปรโมชันแบบเฉพาะบุคคลนั้นสามารถสร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างมาก ในการจะทำเช่นนั้นได้ธุรกิจจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลหลายประเภทจากหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลพฤติกรรม ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ และข้อมูลสินค้าที่เป็นที่นิยมในฤดูกาล เข้ามาประมวลผลเพื่อจัดทำเป็นโปรโมชันต่อไป

ธุรกิจสามารถใช้ IBM Cloud Pak for Integration เข้ามาช่วยพัฒนาระบบเช่นนี้ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถเริ่มจากการสร้าง API ขึ้นมาเพื่อใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างระบบแนะนำโปรโมชันกับระบบเก็บประวัติการซื้อและข้อมูลอื่นๆหลังบ้าน ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่จะช่วยทำนายว่าลูกค้าแต่ละรายมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าชนิดใดในอนาคตผ่านหน้า Application and Data Integration ด้วยการ Drag and drop องค์ประกอบที่ต้องการใช้งาน และเชื่อมต่อ API นี้เข้ากับ Service อื่นๆที่จะส่งโปรโมชันไปถึงมือของลูกค้า

นอกจากการสร้าง API ขึ้นมาใช้งานแล้ว IBM Cloud Pak for Integration ยังมีหน้าสำหรับการจัดการความปลอดภัยของ API รวมไปถึงเครื่องมือแบบ Rule-based ที่ช่วยกำหนดเงื่อนไขในการเรียกใช้งานบริการอื่นๆ เช่น เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าเกินมูลค่าที่ตั้งไว้ ให้ระบบเรียกใช้งานบริการส่งโปรโมชันพิเศษไปให้ทันที

การทำระบบเช่นนี้ใช้ความสามารถของ IBM Cloud Pak for Integration ใน 2 ส่วน คือ API Lifecycle Management และ Application and Data Integration

การปรับเปลี่ยนการทำงานให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องเป็นหนึ่งในหัวใจของการดำเนินธุรกิจในยุค Digital Transformation เมื่อเป็นเช่นนี้ ความคล่องตัว ความเร็ว และความยืดหยุ่นของระบบภายใน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและได้เปรียบเหนือคู่แข่งอื่นๆ ประกอบกับระบบ IT ภายในองค์กรมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดเป็นความต้องการระบบที่เข้ามาช่วยเชื่อมต่อระหว่างระบบต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ อำนวยความสะดวกให้การดำเนินงานไหลลื่นไม่มีสะดุด

IBM Cloud Pak for Integration เป็นหนึ่งในโซลูชันที่เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ ด้วยจุดเด่นด้านความง่ายดาย รวดเร็ว พร้อมด้วยเครื่องมือที่เป็นพื้นฐานสำหรับระบบ IT ของธุรกิจทุกประเภท จึงนับว่า IBM Cloud Pak for Integration เป็นโซลูชันที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการความคล่องตัวสูง มีการปรับเปลี่ยนการดำเนินการ และสร้างสรรค์นวัตกรรมอยู่เสมอ

ความสามารถ 6 ข้อหลักของ IBM Cloud Pak for Integration นั้นสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายในทุกอุตสาหกรรม รองรับการใช้งานได้กับทั้งระบบ On-premise และระบบบนคลาวด์ สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโซลูชันและการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ibm.com/uk-en/cloud/cloud-pak-for-integration

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนฝ่ายขายหรือฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด: TH-IBM@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/integrate-data-and-apps-with-ibm-cloud-pak-for-integration/

[Video Webinar] Protection Everywhere – Protect Users On/Off-network with One Unified by McAfee Web Security Gateway

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย McAfee Webinar เรื่อง “Protection Everywhere – Protect Users On/Off-network with One Unified by McAfee Web Security Gateway” เพื่อปกป้องพนักงานจากภัยคุกคามด้านเว็บไซต์ขณะ Work from Home ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณนรวัฒน์ ขัดใจ Professional Service Engineer จาก Ingram Micro (Thailand)

เทคโนโลยีเว็บไซต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่เว็บไซต์กลายเป็นช่องทางสำคัญที่ทุกคนต่างใช้งาน เว็บไซต์ประเภท Dynamic Website หรือ Real-time Website เริ่มพบเห็นมากขึ้นและกลายเป็นหนึ่งในช่องทางที่อันตราย มีความเสี่ยงสูง ทั้งยังเป็นช่องโหว่ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีมักใช้ในการโจมตีหรือการทำการไม่ดีบางอย่างกับกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

McAfee Web Security Gateway เป็นโซลูชันสำหรับปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามทางด้านเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันพนักงานไม่ให้เข้าถึงเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย, การตรวจจับมัลแวร์ขั้นสูง, การตรวจสอบทราฟฟิกจาก Cloud Apps ที่มีการเข้ารหัส (SSL Inspection) หรือการปกป้องข้อมูลเพื่อป้องกันเหตุ Data Breaches เป็นต้น นอกจากนี้ McAfee Web Security Gateway ยังมีโซลูชันการป้องกันแบบ Cloud Service หรือ Hybrid สำหรับปกป้องผู้ใช้แม้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในองค์กรอยู่ก็ตาม เหมาะสำหรับการทำงานแบบ Work from Home อย่างในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้เรียนรู้ว่า แนวคิด Protection Everywhere ของ McAfee Web Security Gateway สามารถช่วยให้องค์กรของท่านมีความมั่นคงปลอดภัย และป้องกันพนักงานจากภัยคุกคามทางด้านเว็บไซต์ในสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างไร

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-protection-everywhere-by-mcafee/

แนวทางออกแบบ API ยังไงให้ได้เงินตอบโจทย์เพื่อธุรกิจติดจรวดสไตล์ IBM

วันนี้เราจะมาแบ่งปันแนวคิดแนวปฏิบัติและบทเรียนที่ดีที่สุดในการออกแบบ API ของแบรนด์ระดับโลกอย่างIBM ที่ใช้ในการออกแบบ API สำหรับลูกค้าองค์กรต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่วิธีการทางเทคนิคที่พิสูจน์มาแล้วจากผลตอบรับของลูกค้าแล้วว่าได้ผลจริง โดยมีแนวคิดหลักดังนี้

  • กลยุทธ์ทางธุรกิจ
  • ความเป็นเจ้าของโดเมนและโครงสร้างองค์กร
  • โมเดลสำหรับบริหารจัดการสิทธิผู้ใช้ API
  • การสร้างรายได้กับผู้ให้บริการ API
  • การระบุคุณลักษณะของ API
  • การสื่อสารระหว่างกัน
  • ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว สอดคล้องกับข้อกฏหมาย
  • เกณฑ์และตัวชี้วัดความสำเร็จ
  • การกำกับดูแลด้านทางเทคนิค

ซึ่งหัวข้อต่าง ที่เราเกริ่นไปนั้นจะวัดผลได้จากการสร้างเป้าหมายที่มีคุณค่าชัดเจน เหมาะสมและมีค่าชี้วัดก็เพื่อสร้างความสำเร็จและผลกำไรให้องค์กรซึ่งตัวชี้วัดประกอบไปด้วย

  • ทีมพัฒนาที่ลงทะเบียนใช้ API กับเรา
  • ค่า API ที่ถูกใช้งานและแนวโน้มการใช้งานของ API ที่เติบโตขึ้น
  • ปริมาณการ Transaction ที่เกิดขึ้นบน Application
  • การวิเคราะห์ผลกำไร
  • ประเภทของข้อมูลที่มีการเรียกงานบ่อยหรือประเภทของข้อมูลที่ไม่มีการเรียกใช้เลย
  • รูปแบบการใช้งาน วันเวลาที่ API ถูกเรียกใช้งาน รายชื่อ Application ที่เรียกใช้งาน API และอื่น
  • ความหลากหลายในการใช้งาน API ของนักพัฒนา

โดยมีตารางผลชี้วัดตัวอย่างแนะนำสำหรับองค์กรที่พัฒนา API ดังนี้

หากองค์กรของท่านกำลังมองหาSolution พร้อมใช้งานทาง Ingram Micro ขอแนะนำ IBM Cloud Pak for Integration เป็นโซลูชันสำเร็จรูปที่รวมเอา Software ระดับ Enterprise ที่ IBM ภาคภูมิใจ โดยสามารถสนับสนุนให้ผู้ใช้สามารถออกแบบและทดสอบการและเชื่อมโยง Application ต่าง ได้อย่างรวดเร็วด้วยเครื่องมือที่ใช้งานง่าย ปรับปรุง Configuration ต่าง ได้ในรูปแบบของ Model โดยไม่ต้อง Coding และยังออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อไปยังระบบ Cloud ภายนอกแบบ SaaS APIs ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ Red Hat OpenShift ที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรระบบแบบ Container/Microservice ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

อ่านเนื้อหาเต็ม ได้ที่เรื่องการออกแบบ API ได้ที่ https://www.ibm.com/downloads/cas/ZZYPLYQB

รายละเอียดโซลูชัน IBM Cloud Pak for Integration: https://www.ibm.com/cloud/cloud-pak-for-integration

สนใจสอบถามเพิ่มเติมข้อมูลได้ที่ตัวแทนฝ่ายขายหรือฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด: TH-IBM@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/api-design-practices-for-business-by-ibm/