คลังเก็บป้ายกำกับ: INFINIX

Infinix Note 6 เปิดตัวทางการ มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ปากกา X Pen เพิ่มความฉลาดด้วย AI และ AR

Infinix Mobile ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในฮ่องกง เปิดตัว Infinix Note 6 อย่างทางการ โดยมาพร้อมปากกา X Pen ที่มีเทคโนโลยี AI และ AR สามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กลายเป็นผืนผ้าใบให้ X Pen วาดเขียนได้ทุกที่ผ่านเทคโนโลยี AR

AI ยังเข้ามาช่วยจดจำลายมือ เพื่อแปลงข้อความที่เขียนด้วยลายมือเป็นตัวอักษรดิจิตอล รวมถึงรับรู้ตัวเลขอย่างเบอร์โทร เพื่อจัดเก็บไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อ และยังมีฟีเจอร์ AR Measure ใช้ปากกา X Pen ช่วยวัดระยะวัตถุได้

Infinix Note 6 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED (1080 x 2160 พิกเซล) ขนาด 6 นิ้ว ทำงานบนพื้นฐาน Android 9 Pie สวมทับด้วย XOS 5.0 ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P35 ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB สนับสนุนการ์ด MicroSD สูงสุด 128GB กล้องเซลฟี่ 16 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล F1.8 กล้องรอง Ultra Wide มุมกว้าง 120 องศา (8 ล้านพิกเซล) และกล้องตัวที่ 3 ใช้สำหรับจับระยะชัดลึก (2 ล้านพิกเซล) ความจุแบตเตอรี่ 4000mAh

สมาร์ทโฟนของ Infinix มีวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วย แต่ต้องลุ้นว่า Infinix Note 6 จะเข้ามาด้วยหรือไม่ ซึ่งในตอนนี้มีวางจำหน่ายแล้วในบางประเทศของแอฟริกา ราคาราว 6,200 บาท

ที่มา – Gsmarena
https://www.flashfly.net/wp/259400

from:https://www.flashfly.net/wp/259400

โฆษณา

[Review] รีวิว Infinix HOT 7 PRO สมาร์ทโฟนราคาประหยัดไม่ถึง 5,000 แบตอึด ดีไซน์หรูหรา สเปคจัดเต็มครบครัน

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แต่สเปคจัดเต็มแล้วละก็ เราขอแนะนำ Infinix HOT 7 PRO ที่เปิดตัวในบ้านเราไปเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ราคาไม่ถึง 5,000 บาท แต่อัดสเปคอัดแน่นมาแบบสุดๆ ทั้ง RAM 6 GB แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4000 mAh หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว แถมกล้องมาด้วยกันถึง 4 ตัวเลย ส่วนการใช้งานจะเป็นยังไงบ้าง มาดูกันดีกว่า

มาดูภายในกล่องว่ามีอะไรบ้าง

เปิดกล่องมาก็จะเจอกับตัวเครื่อง Infinix HOT 7 PRO หน้าจอเงางามอยู่ด้านบนสุด เปิดเข้าไปอีกก็จะมีเข็มจิ้มซิม, ฟิล์มกันรอย, เคสพลาสติกแข็ง, คู่มือการใช้งานต่างๆ, หูฟังแบบ in-ear, อแดปเตอร์จ่ายไฟ 5V 2A และ สาย Micro USB คือมีครบจบในกล่องเดียว ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย

ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอ

ตัวเครื่องของ Infinix HOT 7 PRO สีที่นำมารีวิวคือสี Mocha Brown วัสดุด้านหลังดูคล้ายโลหะแต่มีน้ำหนักเบา วัสดุเคลือบของตัวเครื่องจะเป็นแบบด้านเวลาถือก็จะไม่มีรอยนิ้วมือให้เห็น แต่ก็จะทำให้ไม่ค่อยเล่นไฟเท่าไหร่ ซึ่งบางคนอาจจะชอบแบบนี้เพราะดูหรูหราไปอีกแบบ ราคาแค่นี้แต่วัสดุและดีไซน์คือเกินราคามาก

ในส่วนของหน้าจอมีขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1500 x 720) น้ำหนัก 165 กรัม ถือถนัดมือไม่ได้ใหญ่เกินไป เวลาใช้งานมือเดียวถือว่าใช้งานง่ายอยู่ ตัวเครื่องไม่หนาไม่บางเกินไป พอใส่เคสเพื่อเพิ่มความหน้าเข้าไปเวลาถือก็รู้สึกถนัดมือมากขึ้น

หน้าจอมาใหญ่ขนาดนี้ เวลาดู YouTube หรือดูหนังคือเต็มตาเต็มจอสุดๆ การแสดงผลของสีสันถือว่าโอเคเลย สีสวยกำลังดีไม่ได้จัดจ้านเกินไป มีโหมดถนอมสายตาสามารถเปิดปิดได้เอง และแสงหน้าจอสามารถสู้แสงแดดอันร้อนแรงในที่โล่งๆ ได้สบาย แต่ถ้าปรับลดแสงให้น้อยสุดคือมองไม่เห็นอะไรเลยซึ่งก็เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของการทัชใช้งานทั่วไป ติดนิ้วดี ไม่เจอปัญหาทัชหลุดแต่อย่างใด

หน้าจอของ Infinix HOT 7 PRO จะมี Notch เพื่อวางกล้องเซลฟี่ 2 ตัว ความละเอียด 13MP + 2MP พร้อมระบบ AI อัจฉริยะ และไฟแฟลช LED 1 ตัว นอกจากกล้องหน้าจะใช้ถ่ายเซลฟี่แล้ว ยังใช้สำหรับปลดล็อคใบหน้าด้วย ลำโพงสนทนาที่ด้านบนก็ฟังเสียงได้แบบชัดแจ๋วดี

พลิกมาดูที่ด้านหลังกันก่อนดีกว่า ด้านซ้ายบนมีกล้องคู่ พร้อมไฟแฟลช LED 1 ตัว ความละเอียด 13MP + 2MP พร้อมระบบ AI อัจฉริยะเช่นเดียวกับกล้องหน้า ถัดมาจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ด้านล่างก็มีจะโลโก้ Infinix

ถัดมาด้านขวาของตัวเครื่อง จะเป็นช่องถาดใส่ซิมคู่แบบ nanoSim + MicroSD สามารถเพิ่มได้ถึง 128 GB รองรับการเชื่อมต่อ 4G/3G/2G ทั้ง 2 ซิม สะดวกสบายอย่างมากสำหรับคนที่ต้องใช้งาน 2 ซิม และต้องการเพิ่ม MicroSD ด้วย

ส่วนด้านซ้ายของเครื่อง มีปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์ ที่น่าสนใจคือ ปุ่มพาวเวอร์จะมีผิวสัมผัสแบบขรุขระ เป็นปุ่มๆ นูนออกมาจะไม่เหมือนปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง ส่วนตัวคิดว่าช่วยเรื่องการใช้งานจะได้ไม่เผลอกดปุ่มผิด

มาที่ส่วนสุดท้ายด้านล่างของตัวเครื่อง ก็จะมีลำโพง ซึ่งถ้าเปิด Dirac 3D Sound เสียงจะดังดีมากๆ ถัดมาเป็นช่อง micro USB รูไมโครโฟน และช่องสุดท้าย Infinix HOT 7 PRO ก็ให้มาด้วย รูเสียบหูฟัง 3.5 มม.

สเปค Infinix HOT 7 PRO

  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1500 x 720)
  • CPU : MediaTek Helio P22 MT6762
  • GPU : PowerVR GE8320
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 64GB รองรับ MicroSD Card 128 GB
  • กล้องหลังคู่ : เลนส์หลัก 13MP + เลนส์จับความลึก 2MP พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI และไฟแฟลช LED
  • กล้องหน้าคู่ : เลนส์หลัก 13MP + 2MP พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI และไฟแฟลช LED
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, hotspot, BT 4.2, MicroUSB 2.0
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านหลัง), Face unlock, accelerometer, proximity, compass, gyro
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh ชาร์จไฟ 10W
  • รองรับระบบเสียง Dirac 3D Sound
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย XOS 5.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 155 x 74.8 x 8 มม. / 165 กรัม

UI และการใช้งาน



Infinix HOT 7 PRO มาพร้อมกับ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย XOS 5.0 การใช้งานง่ายมาก ไม่ซับซ้อนอะไร วิธีดูแอปทั้งหมดในเครื่องว่ามีอะไรอยู่บ้างก็แค่รูดขึ้นก็จะเห็นแอปทั้งหมดแล้ว แต่ไม่สามารถสร้าง Folder ของแอปในหน้านี้ได้นะ ต้องเอามาสร้างไว้ด้านหน้าแทนอย่างเดียว และสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันลัดได้หลากหลายแบบไม่ต้องเข้าตั้งค่าให้วุ่นวาย



สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชันได้ด้วย และยังรองรับการสั่งงานด้วยท่าทางได้ 2 อย่างด้วยกัน คือ การแตะหน้าจอ 2 ครั้ง เพื่อให้หน้าจอเปิด กับการใช้ 3 นิ้วเลื่อนลงที่หน้าจอเพื่อถ่ายภาพหน้าจอ หรือแคปนั่นเอง เปลี่ยนแถบ Navigation Bar ให้เป็นแบบลากสั่งงานได้



ส่วนเรื่องการปลดล็อค Infinix HOT 7 PRO ก็มีมาด้วยกันถึง 3 แบบ ปลดล็อคแบบรหัส, ปลดล็อคด้วยใบหน้า และปลดล็อคด้วยสแกนลายนิ้วมือ ส่วนตัวชอบการปลดล็อคด้วยใบหน้ามาก เพราะรวดเร็วทันใจ แถมเวลาแสงไม่พอสามารถเปิดแฟลชหน้าเพื่อช่วยในการปลดล็อคได้


แถมยังมีแอปพลิเคชันช่วยเคลียร์ขยะ เคลียร์หน่วยความจำแรมในเครื่องของเราด้วย และมีโหมดประหยัดพลังงาน


จากที่ทดสอบเปิดแอปหลักทั้งหมด 10 แอป สามารถสลัปเปลี่ยนแอปได้อย่างรวดเร็วดี ไม่มีติดขัดหรืออาการค้างใดๆ ส่วนการอ่าน-เขียนไฟล์ขนาดใหญ่ ได้ทำการทดสอบผ่านแอป AndroBench สามารถอ่านได้ 286.55 MB ต่อวินาที ส่วนการเขียน 204.55 MB ต่อวินาที หรือจะยังใช้เป็นหน่วยความจำแบบ eMMC ซึ่งจะยังไม่ได้เขียนอ่านได้เร็วปรู๊ดปร๊าดเหมือนรุ่นแพงๆ โหลดเข้าแอปหรือเปิดไฟล์ใหญ่ๆก็อาจจะยังใช้เวลาเยอะหน่อย


ในส่วนของ GPS ทำงานได้ดี ไม่มีหลุดออกนอกเส้นทาง ใช้งานรับรองไม่หลง ส่วนเข็มทิศก็ใช้งานได้ ไม่มีผิดทิศผิดทาง โดยทำการลองทดสอบเทียบกับโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นก็แสดงผลได้ตรงกัน

สมาร์ทโฟน Infinix HOT 7 PRO รองรับ 2 ซิม เป็นแบบ microSIM และสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 128 GB ในเรื่องของการใช้งาน เปิดใช้อินเทอร์เน็ตซิม 1 ก็เล่นได้แบบปกติเหมือนตอนที่ใส่แค่ซิมเดียว ไม่มีอาการหน่วงและอาการใดๆ ให้เห็น

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

Infinix HOT 7 PRO มากับชิปเซ็ต MediaTek Helio P22 พร้อม RAM 6 GB งานใช้งานทั่วไปถือว่าลื่นไหลดี ใช้งานได้สบายๆ มีบางครั้งที่เกิดอาการหน่วงและช้าบ้างเวลาเปิดแอปสลับไปมา หรือเปิดเร็วๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นปัญหาใหญ่อะไร ส่วนเรื่องของการทัชดีมากไม่มีสะดุดเลย ลื่นไปตามนิ้วสุดๆ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นโซเชียลก็ไม่มีกระตุก ส่วนผลการทดสอบด้วย AnTuTu ได้คะแนนอยู่ที่ 78851 คะแนน

มาเรื่องการเล่นเกมกันบ้าง จากที่ทดสอบเล่นเกม PUBG ค่า default ที่เกมตั้งให้ตอนเล่นครั้งแรกคือระดับต่ำ ช่วงแรกๆ ก็เล่นได้สบายอยู่แต่พอมีการบวกกันแบบคนเยอะๆ มีกระตุกและหน่วงบาง ช่วงโหลดแมพเข้าเกมก็จะช้าๆ หน่อย มีบางทีที่ทัชไม่ค่อยติดตรงช่วงใกล้ๆ ขอบจอบ้าง เรียกว่าโดยรวมพอเล่นได้ แต่ถ้าจะจริงจังอาจจะไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่

ด้านของเสียง

ลำโพงของ Infinix HOT 7 PRO อยู่ด้านล่างซ้ายของตัวเครื่อง มีลำโพงแค่ตัวเดียว แต่อยากจะบอกว่าถึงจะมีตัวเดียวแต่เสียงดังกระหึ่มมาก เพราะเขารองรับระบบเสียง Dirac 3D Sound ด้วย ถ้าเปิดเจ้าตัวนี้ตอนที่ดูหนังหรือฟังเพลง เสียงดังดีมากและเสียงมีมิติมากกว่าเดิม แต่ถ้าไม่เปิดเสียงก็จะเบาๆ ลงมาหน่อย เวลาคุยโทรศัพท์แล้วเปิดลำโพงเสียงก็ดังดีเช่นกัน ถึงจะไม่เปิด Dirac 3D Sound

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังคู่ ความละเอียด 13MP + 2MP หน้าตาใช้งานง่าย มีโหมดถ่ายภาพให้เลือกหลากหลาย ทั้งโหมดถ่ายภาพปกติ, โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ หรือแม้แต่โหมดถ่าย AR Sticker ก็มี สามารถเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพได้สูงสุด 13 ล้านพิกเซลเลย จากการใช้งานกล้องหลัง ถ่ายออกมาได้ดี ภาพชัด สีสวย ตัว AI ก็ใช้งานได้ดีพอสมควร แต่ก็จะไม่ได้นิ่งมากเพราะบางครั้งก็รู้สึกว่าพอถ่ายมาแล้วแอบสีเข้มเกินจริงไปนิดนึง บางครั้งก็สีจืดไป ในโหมดเบลอบางทีก็ดี บางทีก็เบลอเกินเข้ามาถึงในตัว ตัวกล้องโฟกัสเร็วทั้งที่แสงน้อยและแสงมาก มีติดอีกนิดตรงที่พอกดถ่ายต้องถือโทรศัพท์ค้างไว้แปปนึง ถ้ากดถ่ายแล้วเอาลงเลยคือภาพเสีย เบลอไปเลย
















 

เวลาถ่ายตอนกลางคืนตัวกล้องจะพยายามดันภาพให้สว่างเกินขึ้นกว่าปกติ แต่ปัญหาติดอยู่ดีที่ตัวเซนเซอร์และเลนส์อาจจะยังไม่เทียบเท่าตัวแพงๆ จึงทำให้ตัวซอฟท์แวร์ต้องมีการทำ Noise Cancellation ค่อนข้างเยอะ และเกิดอาการภาพเป็นวุ้นๆ ดังตัวอย่าง



มาที่กล้องหน้าคู่กันบ้าง ความละเอียด 13MP + 2MP เช่นกัน แต่ว่าจะปรับโฟกัสไม่ได้นะ ภาพที่ได้ออกมาสีจัดจ้านดี แสดงรายละเอียดครบถ้วย มีโหมดถ่ายภาพให้เลือกหลากหลาย ทั้งโหมดถ่ายภาพปกติ, โหมด Beauty ปรับความเนียนได้หลายระดับ, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งโหมดนี้ส่วนตัวยังไม่ถูกใจนัก เพราะ บางทีเบลอเกินจริงไปหน่อย แถมปรับหน้าให้เนียนเกินจริงไปนะ




แบตเตอรี่

Infinix HOT 7 PRO มาพร้อมแบตขนาดใหญ่ถึง 4000 mAh (10W) สามารถใช้งานทั่วไปติดต่อกันยาวๆ ได้สบาย จากการทดลองใช้งานแบตเต็ม 100% ใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน WiFi จะใช้งาน YouTube เยอะหน่อย และใช้งานอัดเต็มเหนี่ยวทั้ง YouTube Facebook เล่นเกม PUBG อีกเป็นชั่วโมง ตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง จนถึงตี 2 แบตเหลือถึง 25% ถือว่าอึดใช้ได้เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องการชาร์จแบต ก็จะใช้เวลามากอยู่เหมือนกันเพราะด้วยแบตที่มีขนาดใหญ่ถึง 4000 mAh แต่อะแดปเตอร์แค่ 10W เท่านั้น จากที่ได้ลองชาร์จ แบตเหลืออยู่ 10% ให้เต็ม 100% ใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมง

การรับประกัน

ตรงนี้เราได้รับข้อมูลจากทาง Infinix มาว่าตัวเครื่องมีรับประกันหน้าจอแตกเปลี่ยนฟรี 1 ครั้งใน 1 ปี, ประกันแบตเตอรี่เปลี่ยนฟรี 1 ครั้งใน 1 ปี (กรณีเครื่องดับเพราะแบตเสีย) และยังมีบริการรับ-ส่งเครื่อง ในกรณีที่เครื่องมีปัญหา ประกันงานซ่อมไม่เกิน 7 วันได้รับเครื่องคืน (ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์นะ) โดยบริการรับ-ส่งนี้เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ จ้า ถ้าใครซื้อไปแล้วมีโอกาสได้ใช้เรื่องการรับประกันก็มาเล่าให้ฟังด้วยนะว่าเป็นยังไงบ้าง

สรุปการใช้งานทั้งหมด

Infinix HOT 7 PRO เป็นมือถือราคาประหยัดตัวหนึ่งเลยที่น่าสนใจ สเปคอัดแน่นมาก RAM 6 GB ความจุมาถึง 64 GB คือเพียงพอต่อการใช้งานมากๆ แบตที่อึด 4000 mAh ใช้งานหนึ่งวันได้แบบสบายหายห่วง หน้าจอก็ที่มีขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว ดูหนังได้ตื่นตาตื่นใจเลยแถมยังมีระบบเสียง Dirac 3D Sound ช่วยทำให้เสียงดีและดังเพิ่มขึ้นไปอีก จะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง เล่นโซเชียลก็สบายสุดๆ ใช้งานทั่วไปการทัชก็ไม่มีปัญหาอะไร กล้องก็ทำออกมาได้ดีพอสมควรเลย

ส่วนข้อติของรุ่นนี้มีแค่เรื่องการเล่นเกม ถึง RAM จะมาถึง 6 GB แต่เล่นเกมไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่นัก มีติดขัดและหน่วงอยู่หลายที กระตุกบางนิดหน่อยและบางครั้งทัชไม่ค่อยติดช่วงที่อยู่ขอบๆ หน้าจอ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าน่าสนใจอยู่กับราคา 4,990 บาท สามารถเอาไปเป็นตัวเลือกในการเปรียบเทียบกับตัวอื่นที่ราคาเท่าๆ กันว่าตัวไหนจะคุ้มและเหมาะกับเราที่สุด นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับคนที่ใช้ truemove H แบบเติมเงิน ได้เล่นเกม ROV และรับสิทธิ์ดู TrueID ฟรีด้วยจ้า

from:https://droidsans.com/infinix-hot-7-pro-review/

พรีวิว Infinix HOT7 Pro สมาร์ทโฟนแรม 6GB แบต 4,000 mAh กล่องสี่ตัว ที่ขายในราคาแค่ 4,990 บาท

Infinix HOT7 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการในวันนี้ครับ แต่มีการเปิดจองกันไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ทำยอดจองได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยราคาที่คุ้มกับสเปคเครื่องที่จ่ายไปมาก

Infinix HOT7 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาพร้อมกับจุดขายหลักสี่จุดที่ให้มามากกว่าใครในเรทราคา 4,990 บาท ด้วยขนาดแรม 6GB หน้าจอแบบเต็มขอบขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว ความละเอียด FHD+ กล้องคู่ทั้งหน้าและหลัง รวมถึงแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh




ในด้านสเปคถือว่าเป็นจุดขายที่แข็งมากครับ หน่วยความจำภายใน 64GB รองรับที่สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง และใช้หน่วยประมวลผล MT6762 หรือ Helio P22 นั้นเองครับ

Infinix HOT7 Pro เป็นเครื่องสมาร์ทโฟน 4G ที่ไม่ล็อคซิมครับ สามารถใช้งานได้กับทุกเครือข่ายในไทย แต่ถ้าใครได้ใช้คู่กับซิมของ Truemove H เติมเงิน จะคุ้มมาก เพราะว่าจะได้รับอินเตอร์เน็ตสำหรับการเล่นเกม ROV ฟรี! แบบไม่อั้นถึง 1 ปี

และอินเตอร์เน็ตฟรีเดือนละ 50GB สำหรับการรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ในแอพพลิเคชั่นความบันเทิง TrueID นานหนึ่งปีด้วยเช่นกันครับ

ก็เรียกว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปแน่นอน ซึ่งตอนนี้ทาง Infinix ก็พร้อมกันแล้ว ผ่าน Shopee JD Lazada และตัวแทนจำหน่าย

แต่ในช่วงนี้ แนะนำเลยว่า ถ้าใครลงทะเบียนจองกับ JD Central ก่อนวันที่ 3 พฤษภาคม ก็รับฟรี Powerbank 5000mAh ไปด้วยครับ

ดูพรีวิวตัวเครื่องจริงจากงานเปิดตัวของ Infinix HOT7 Pro ได้ที่คลิปวีดีโอด้านล่างนะครับ และอย่าลืมกด “ติดตาม” และ “กระดิ่ง” เพื่อติดตามพวกเราใน Youtube กันด้วยนะครับ

ข่าว: พรีวิว Infinix HOT7 Pro สมาร์ทโฟนแรม 6GB แบต 4,000 mAh กล่องสี่ตัว ที่ขายในราคาแค่ 4,990 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/04/30/preivew-infinix-hot7-pro.html

Infinix จัดโปรโมชัน “ลดร้อนรับ Summer” ด้วยสมาร์ทโฟนราคาพิเศษ ในราคาเริ่มต้นที่ 2,990 บาท

 

Infinix จัดโปรโมชันมาเอาใจผู้ใช้กันแทบทุกเดือน กับสมาร์ทโฟนแบรนด์ Infinix ซึ่งในครั้งนี้ทาง Infinix ได้เลือกรุ่น Infinix Smart 2 Pro กับ Infinix HOT 6 Pro มาปรับราคาลดลงกว่าเดิมเพื่อเอาผู้ใช้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ ที่จับต้องได้ง่าย จึงทำให้สมาร์ทโฟนแบรนด์ Infinix ได้รับความนิยมจากผู้ใช้มาอย่างต่อเนื่องจนมียอดขายได้เกิน 100,000 เครื่อง ด้วยระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี จากรุ่น Smart 2 HD และ Hot 6 Pro

ล่าสุดทาง Infinix ก็ได้จัดโปรโมชัน “ลดร้อนรับ Summer” สมาร์ทโฟนราคาพิเศษ ได้แก่ Infinix Smart 2 Pro กับ Infinix HOT 6 Pro ซึ่งสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นมีจุดเด่นดังนี้

Infinix

Infinix Smart 2 Pro มีคุณสมบัติเด่นดังนี้ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Fullview Display ความละเอียดระดับ HD+ (1440×720 พิกเซล) กับอัตราส่วน 18:9 บนขนาด 5.45 นิ้ว, กล้องถ่ายภาพด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED), กล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED,

ชิปเซ็ต MediaTek MT6739, แรมขนาด 2 GB, รอมขนาด 16 GB, ระบบปฏิบัติการ XOS เวอร์ชัน 3.3.0 Lite (Android เวอร์ชัน 8.1.0 Oreo), มีระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock) กับสแกนลายนิ้วมือ และวางจำหน่ายในราคาปกติ 3,590 ซึ่งจะลดเหลือเพียง 2,990 บาท

สำหรับ Infinix HOT 6 Pro จะมีคุณสมบัติเด่นดังนี้ หน้าจอแสดงผลแบบ Full View ใหญ่เต็มตา, ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 425, หน่วยความจำแรมขนาด 3 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB, รันระบบปฏิบัติการ Android Oreo, กล้องถ่ายภาพด้านหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, กล้องถ่ายภาพด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) 13+2 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4000 mAh

โดยจะมีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน คือ รุ่น ROM 16 GB + RAM 2 GB ราคาปกติ 3,990 จัดโปรโมชันลดเหลือเพียง 3,390 และรุ่น ROM 32 GB + RAM 3 GB ราคาปกติ 4,590 จัดโปรโมชันลดราคาเหลือเพียง 3,790

สำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบเติมเงิน ที่ซื้ออินฟินิกซ์สมาร์ทโฟน ทุกรุ่น ทั้งจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และร้านค้าออนไลน์  “รับฟรี เน็ตดูทรูไอที จำนวน 600 กิกะไบท์ มูลค่าถึง 2,700 บาท” เพื่อรับชมความบันเทิงทั้ง ลีกฟุตบอลไทยและลีกดังระดับโลกทั้งแบบสดและแบบรีรัน  โปรแกรมหนังฮิต และซี่รี่ส์ดัง  อัปเดทเพลงอิทติดชาร์ท หรือดูทีวีออนไลน์ได้ทุกที่ สนุกทุกเวลา  เพียงลูกค้าทำการกดรับสิทธิ์จากตัวเครื่อง *144# โทรออก

หากท่านใดที่สนใจสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น ก็สามารถสั่งซื้อผ่านทางร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, JD Central กับ Shopee หรือสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.infinixmobility.com หรือ www.facebook.com/InfinixMobileThailand/

นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ Infinix จะได้รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 1 ปี และรับประกันจอแตก เปลี่ยนฟรี 1 ครั้ง สงวนสิทธิ์เครื่องละ 1 ครั้งภายใน 1 ปี ไม่รวมความเสียหายที่เกิดกับชิ้นส่วนอื่นๆ

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีบริการรับ-ส่งเครื่อง ในกรณีที่เครื่องมีปัญหา ด้วยบริการรับส่งหากเครื่องของลูกค้ามีปัญหาก็สามารถโทรติดต่อทางศูนย์บริการของ Infinix ได้ทันที โดยบริการรับ-ส่ง นี้ทางลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

 

from:http://mobileocta.com/infinix-organizes-the-promotion-summer-reduction-with-a-special-price-smartphone/

Infinix Smartphone ทุกรุ่น รับฟรีเน็ตชมความบันเทิงจาก TrueID 1 ปี จำนวน 600 GB มูลค่า 2,700 บาท

 

ตอกย้ำความแรงของแบรนด์อินฟินิกซ์  กับการร่วมมือมือกับพันธมิตร ทรูมูฟ เอช มอบโปรโมชั่นพิเศษ ต้อนรับปีหมูทอง สำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบเติมเงิน และซื้ออินฟินิกซ์สมาร์ทโฟน ทุกรุ่น ทั้งจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และร้านค้าออนไลน์ 

“รับฟรี เน็ตดูทรูไอที จำนวน 600 กิกะไบท์ มูลค่าถึง 2,700 บาท” เพื่อรับชมความบันเทิงทั้ง ลีกฟุตบอลไทยและลีกดังระดับโลกทั้งแบบสดและแบบรีรัน  โปรแกรมหนังฮิต และซี่รี่ส์ดัง  อัปเดทเพลงอิทติดชาร์ท หรือดูทีวีออนไลน์ได้ทุกที่ สนุกทุกเวลา  เพียงลูกค้าทำการกดรับสิทธิ์จากตัวเครื่อง *144#โทรออก

ตัวอย่างสมาร์ทโฟนรุ่นแนะนำของแบรนด์ Infinix

Smart2

สมาร์ทโฟน 4G จอสวย แบตอึด ฟังก์ชั่นครบ จบในราคาเบาๆ 2,790 บาท

  • จอสวย สุดคมชัด ขนาดใหญ่ 45 นิ้ว HD+
  • กล้องหลังสุดคมชัดระดับ 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช
  • กล้องเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล แบบเลนส์กว้าง เก็บภาพได้กว้าง พร้อมโหมดหน้าสวย
  • แบตเตอรี่สุดอึด 3,050 มิลลิแอมป์
  • รองรับครับทั้งสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) และปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
  • ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 1 Go Edition ลื่นไหลกว่าใครในระดับราคาเดียวกัน
  • ROM 16 / RAM 1

Smart 2 PRO

สมาร์ทโฟน 4G กล้องคู่ ราคาสุดคูล 3,590

  • กล้องหลังแบบคู่ 13+2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • หน้าจอขนาดใหญ่ 5.45 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+
  • แบตเตอรี่อึด 3,050 มิลลิแอมป์
  • ROM 16GB / RAM 2GB
  • รองรับครับทั้งสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) และปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
  • Android 8.1

Smart 2 HD

สุดยอดมือถือจอใหญ่ในราคาเบาเวอร์ 2,690

  • หน้าจอคมชัดระดับ HD+ ขนาดใหญ่เวอร์ 6 นิ้ว
  • กล้องสวย คม ชัด ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังขนาด 8 ล้านพิกเซล
  • แบตใหญ่เวอร์ 3,500 มิลลิแอมป์
  • Android 8.1 Go Edition
  • มีให้เลือกตั้ง 3 สี คือ ดำ, น้ำเงิน และทอง

HOT 6 Pro

สมาร์ทโฟนจอใหญ่ กล้องหลังคู่ และเล่นลื่นๆ ด้วย RAM 3GB

– ตัวแบบ Sleek Unibody Design
– รองรับ 2 ซิมการ์ด และรองรับ 4G LTE
– ชิปเซ็ต Snapdragon 425
– RAM 3 GB / ROM 32 GB
– Android เวอร์ชัน 8.1.0 Oreo
– หน้าจอ HD+ สุดคมชัด ขนาดใหญ่ 6 นิ้ว
– กล้องเซลฟี่ 5 ล้านพิกเซล มีไฟแฟลช LED
– กล้องหลังคู่ 13+2 ล้านพิกเซล มีไฟแฟลชคู่ (Dual-LED)
– มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ กับระบบสแกนใบหน้า
– แบตเตอรี่ใหญ่ 4,000 มิลลิแอมป์
– ราคา 4,790 บาท

Note 5 Stylus (X605)

สมาร์ทโฟน Android One สุดครบเครื่อง มี XPen ขีดๆ เขียนๆ ได้ดั่งใจ

– ตัวเครื่อง Full Metal Unibody
– รองรับ 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับ 4G LTE
– ชิปเซ็ต MediaTek MT6763
– RAM 4GB / ROM 64GB
– ใช้ Android One เวอร์ชัน 8.1.0 Oreo
– หน้าจอ Full HD+ ขนาด 5.99 นิ้ว
– รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา XPen
– กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช
– กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ (Dual-LED
– มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– แบตเตอรี่ขนาด 4,000 มิลลิแอมป์
– ราคา 8,990 บาท

S3x

สมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้น จอใหญ่ RAM 3GB ฟังก์ชันครบ และแบตอึด ในราคา 5,990 บาท

– รองรับ 4G LTE
– ถาดแบบ Triple Slot
– ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 430
– RAM 3 GB / ROM 32 GB
– ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 8.1.0 Oreo
– หน้า HD+ (1500×720 พิกเซล) ขนาด 6.2 นิ้ว
– กล้องหนัามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับ AI Selfie และไฟแฟลช LED
– กล้องถ่ายภาพด้านหลังแบบคู่ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED
– แบตเตอรี่ขนาด 4,000 มิลลิแอมป์ จ่ายไฟแบบ 5V/2A
– ราคา 5,990 บาท

นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อสมาร์ทโฟนแบรนด์ Infinix ทุกรุ่นยังได้รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 1 ปี และรับประกันจอแตก เปลี่ยนฟรี 1 ครั้ง สงวนสิทธิ์เครื่องละ 1 ครั้งภายใน 1 ปี ไม่รวมความเสียหายที่เกิดกับชิ้นส่วนอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีบริการรับ-ส่งเครื่อง ในกรณีที่เครื่องมีปัญหา ด้วยบริการจาก Kerry หากเครื่องของลูกค้ามีปัญหาก็สามารถโทรติดต่อทางศูนย์บริการของ Infinix ได้ทันที โดยบริการรับ-ส่ง นี้ทางลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เรียกได้ว่า คุ้มค่ามากๆ โดยโปรโมชันนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562

สำหรับลูกค้าที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อสมาร์ทโฟนแบรนด์ Infinix ได้ที่ร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, JD Central และ Shopee

 

from:http://mobileocta.com/infinix-smartphone-free-net-for-trueid/

รีวิว..Infinix Note5 ที่มาพร้อมปากกา X Pen เอาอยู่แค่ไหนกับงาน ขีดๆ เขียนๆ

ในที่สุดสมาร์ทโฟนที่มีปากกาในตัว เห็นทีจะไม่ได้มีแค่ Galaxy Note อีกต่อไป เมื่อ Infinix ได้ปล่อยสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานปากกาสไตลัสได้ ที่มาในชื่อ X-Pen ที่ตัวปากกาเสียบได้เข้ากับตัวสมาร์ทโฟน แถมราคายังถูกกว่าตัวแม่ในตลาดกว่าเท่าตัว เรียกว่าเป็นที่สนใจสำหรับใครที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่มีปากกาในตัวในราคาเอื้อมถึง

 

มาดูกันที่ตัวเครื่องและ X-Pen ทำอะไรได้บ้าง

ตัวเครื่องขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว Full View Display ที่มาพร้อมระบบ Android One  ตัวเครื่องเป็นวัสดุโลหะ ดูสวยและดูแพงกว่าราคา มีแบตเตอรี่มาให้ใหญ่มาก ขนาด 4,000 mAh รองรับ Wi-Fi 5.0 พร้อมใช้งานสองซิมการ์ดแบบไฮปริดซึ่งเป็น 4G Dual Stanby ซะด้วย นั้นหมายถึงรองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ 4G และ 4G VoLTE พร้อมกันทั้งสองซิมการ์ดครับ




และมีตัวปากกา X-Pen แค่เห็นหน้าตาของปากกาก็ต้องบอกว่าไม่ต่างจากแบรนด์คู่แข่งที่เค้าทำมาก่อนแต่มีขนาดยาวกว่า มีแอพพลิเคชั่น X Note รองรับการใช้งานปากกา สำหรับจดโน๊ตและวาดภาพได้




ฟังก์ชั่นของตัว X-Pen 





ในตัวเครื่องจะบอกวิธีใช้งานของ X Note แบบเข้าใจง่าย เรียนรู้ไปตามทีละขั้นตอน เห็นแบบนี้มีฟังก์ชั่นแอบเด็ดไม่แพ้แบรนด์แพง สามารถจดบันทึกที่หน้าล็อกสกรีนได้ เพียงแค่ชักปากกาออกมาจดบันทึกที่หน้าจอได้

ซึ่งมันไม่ใช่ฟังก์ชั่นใหม่ก็จริงแต่ Infinix Note 5 ก็ทำได้ดี  การตอบสนองของตัว X-Pen ถือว่าไวมาก แค่ชักปากกาออกมาเมนูที่รองรับการใช้งานปากกาก็ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


ทดสอบใส่เข้าออกหลายรอบก็ไวทุกรอบ ไม่ว่าจะเป็นการดึงเพื่อบันทึกจากหน้าจอล็อก หรือการดึงปากกาออกมาเพื่อเข้าเมนูทางลัด จดบันทึกใน X-Note ดูไฟล์ หรือบันทึกภาพจากหน้าจอ ที่บันทึกภาพได้หลายรูปแบบ

แจ้งเตือนเมื่อตัว X-Pen ไม่ได้อยู่ในตัวเครื่อง เมื่อดึงปากกาออกแล้วไม่ได้ใช้งานสักพัก ระบบจะแจ้งเตือนเพื่อให้ใส่ปากกากลับเพื่อป้องกันการสูญหาย

จุดสังเกต*** ตัวเครื่องแจ้งให้เก็บปากกากันแบตหมด อาจจะหมายถึงตัวเครื่องโทรศัพท์เอง เพราะตัวปากกาเท่าที่ทดสอบใช้มา ไม่มีแบตหมดนะ

การวาดรูปผ่านแอพฯ X-Note 

เครื่องมือต่างๆ สำหรับจดบันทึกหรือวาดรูปใน X-Note จะมีเครื่องมือที่เป็นหัวปากกา 7 แบบ ดินสอ ปากกาหัวแร้ง หัวแปรง หัวปากกาเมกเกอร์  ปากกาหมึกซึม และหัวปากกาอื่น และวงล้อสีแบบมาตราฐานมาให้อีกด้วย


สำหรับการใช้งาน X-Pen ถ้าใช้แค่งานขีดเขียนจดบันทึกทั่วๆ ไป ถือว่าทำได้ดีในสมาร์ทโฟนระดับราคาแค่นี้ แต่ถ้าจะใช้วาดรูปแบบจริงจัง อันนี้ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร การรองรับแรงกดค่อนข้างต่ำไม่สามารถทำเส้นหนาบางได้จากแรงกดได้แม่นยำเท่าแบรนด์ใหญ่ แต่อาศัยปรับตั้งค่าเส้นหนาบางได้จากตัวแอพฯ



ยกตัวอย่างเครื่องมือที่เป็นตัวหัวแปรงพู่กัน ก็สามารถสร้างงานวาดได้แบบเพลินๆ อยู่เช่นกัน




ลองทดสอบจากแอพพลิเคชั่นวาดรูปอื่น



ลองโหลดแอพพลิเคชั่น Autodesk Sketchbook แอพฯ สำหรับวาดภาพยอดนิยมของฝั่งแอนดรอยด์ มาลองทดสอบดู ผลปรากฏว่าไม่เวิร์ค  ตัว X-Pen ไม่ตอบสนองแอพฯ เท่าที่ควร ไม่มีออพชั่นพิเศษเช่นโหมดปากกาออกมาให้เลือกใช้ น่าจะเพราะไม่ได้มีการประสานงานกันมาก่อน คงต้องฝากการบ้านไว้ให้ Infinix ถ้าคิดจะเติบโตเส้นทางนี้อย่างจริงจังต้องพาพาร์ทเนอร์จากแอพอื่นมาสนับสนุน

ปัญหาคือถ้าจะใช้เพื่อแค่สเก็ตภาพพอได้ แต่พอลงสีหนักๆ ก็ออกอาการวาดไม่ติดเขียนไม่ไปออกมาให้เห็น จึงแนะนำให้ใช้แอพฯ  X-Note ที่มีมาให้ในตัวเครื่องจะดีกว่ามาก

สรุปโดยรวมสำหรับปากกา X-Pen และฟังก์ชั่นที่มาคู่กัน

ถือว่าน่าใช้เมื่อเทียบกับราคาที่ทำออกมาได้ไม่ถึงหมื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสมาร์ทโฟนที่มีปากกาในตัวที่แบตค่อนข้างอึดใช้งานได้ยาวๆ ที่เหลือก็รอการพัฒนาและการอัพเดทต่อไป ถือว่าดีกว่าการซื้อปากกาวาดจอจากผู้ผลิตรายอื่นมาใช้บนมือถือแบบทั่วๆ ไปอย่างแน่นอน

อุปกรณ์ภายในกล่องของ Infinix Note 5 Stylus

การใช้งานภายใน

Infinix Note5 Stylus ใช้หน่วยประมวลผล Mediatek Helio MT6763 2.0Ghz ไม่ขี้เหร่มาก เป็นชิปเซ็ตระดับกลางๆ เล่นเกมพอได้ แต่ก็ไม่ได้แรงเป็นจุดขาย มาพร้อมแรม 4GB และหน่วยความจำภายใน 32GB ที่เด่นจริงๆ คือเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนในระบบ Android One ซึ่งรองรับการอัพเดทระบบในระยะยาวไปอย่างน้อยสองปี







แค่เริ่มวางจำหน่ายก็มาพร้อมกับ Android เวอร์ชั่น 8.1 ก็จะมีฟังก์ชั่นเช่น Google Lens และ Google Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวในเวอร์ชั่นพูดภาษาไทยได้แล้ว ^^


ระบบ Android One จะเป็นระบบที่ค่อนข้างมีความเรียบง่ายครับ จะไม่ซับซ้อนมากมาย แต่ก็หมายถึงไม่มีฟังก์ชั่นพิเศษสักเท่าไหร่เช่นกัน ก็ดีในแง่การใช้งาน ไม่ยาก และไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บของตัวเครื่อง อยากจะใช้อะไรก็ติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ต้องการเอาเอง

แต่ก็มีโหมดการใช้งานบางอย่างใส่เข้ามาให้ เช่นการแบ่งหน้าจอเพื่อทำงานสองแอพพิลเคชั่นพร้อมกันได้ครับ จะเล่นเกมไปพร้อมดูหนัง เครื่องก็ยังทำงานให้ไหวนะครับ

ประสิทธิภาพการใช้งาน พอจะเล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้อยู่ครับ ไม่ลื่นไหล 100% นะครับ มีกระตุกนิดๆ ให้เห็นแต่ก็เรียกว่าเอามาเล่นเกมได้ หน้าจอใหญ่คมชัดเต็มตา มุมมองจอกว้างไม่มีปัญหาอะไร เสียงจากลำโพงดังพอใช้ ออกแหลมนิดๆ

ในด้านภาพและเสียงทำได้ผ่านมาตรฐานการใช้งานทั้งคู่ครับ

แบตเตอรี่อึดมาก สามารถใช้งานได้ทั้งวันได้สบายๆ เปิดจอทำงานต่อเนื่องได้ประมาณ 7 ชั่วโมงครับ อันนี้ก็เป็นข้อดี

กล้องถ่ายภาพ

กล้องถ่ายภาพของ Infinix Note5 Stylus ดีกว่าที่คาดไว้ กล้องหน้าและหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเท่าๆ กัน กล้องมีระยะมิติของภาพที่ดีครับ ถ่ายภาพออกมาสวยๆ ได้ไม่ยาก โฟกัสไม่ช้า

ใช้งานง่าย ฟังก์ชั่นกล้องมีไม่มากมาย แต่ก็มีระบบทำภาพละลายหลังได้ด้วยกล้องตัวเดียว


ตัวอย่างภาพถ่าย






สรุปท้ายรีวิว

เครื่องที่มาพร้อมกับปากกาในระดับแบบนี้ บอกเลยว่าในราคาไม่ถึงเก้าพันบาทหาไม่ได้ครับในตลาด ตัวเครื่องสวย ประสิทธิภาพเครื่องอยู่ในระดับเหมาะสมกับราคา แถมมาพร้อมกับระบบ Android One ที่รับประกันอัพเดทการใช้งานได้อย่างน้อยสองปี คุ้มมากทั้งในระยะสั้นและระยะยาวโดยเฉพาะถ้าใครต้องการเครื่องที่มาพร้อมระบบขีดๆ เขียนๆ

และแบรนด์ Infinix ก็เด่นที่การประกันหลังการขายด้วยนะครับ เพราะมือถือ Infinix ทุกรุ่นในไทย จะรับประกันจอแตกให้ 1 ครั้งใน 1 ปี รับประกันเปลี่ยนจอให้โดยไม่มีเงื่อนไข แถมมีบริการรับส่งเครื่องถึงมือลูกค้าโดย Kerry ด้วยนะครับ ไม่ต้องเดินทาง

ถ้ามีปัญหาแค่ติดต่อเข้า Call Center Infinix เเล้วทางเขาจะประสานงานส่ง Kerry เข้าไปรับและนำเครื่องไปส่งคืนให้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทุกกรณีความเสียหายการันตีดำเนินการให้เสร็จภายใน 7 วันทุกอาการครับ เรียกว่าแบรนด์นี้บริการด้านการรับประกันสุดยอดเลยครับ ^^

สำหรับร้านค้าจำหน่ายก็สามารถหาซื้อที่ช้อปออนไลน์เช่น Lazada, Shopee และ JD Central นะครับ วันนี้ก็เปิดขายกันแล้ว

 

ข่าว: รีวิว..Infinix Note5 ที่มาพร้อมปากกา X Pen เอาอยู่แค่ไหนกับงาน ขีดๆ เขียนๆ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/10/06/review-infinix-note5-x-pen.html

พรีวิว Infinix Note5 Stylus สมาร์ทโฟน Android One ที่มาพร้อมปากกา ในราคาแปดพันกว่าเท่านั้น!

มาแบบแอบเซอร์ไพรส์ครับ สำหรับ Infinix Note5 Stylus สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมปากกาเขียนหน้าจอซึ่งใช้เทคโนโลยีระดับเครื่องราคาแพง แถมมาเป็นสมาร์ทโฟนในระบบ Android One ซะด้วย และยังไม่พอ สร้างกระแสกับการประกาศราคาประทับใจ แค่ 8,990 บาทเท่านั้นเองครับ

Infinix เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เปิดจำหน่ายเครื่องไปทั่วโลกมากกว่า 25 ประเทศรวมถึงประเทศไทย อาจจะนำเข้าสมาร์ทโฟนมาไม่ได้มากมายแต่รุ่นเด่นๆ ไฮไลค์ก็มีให้เซอร์ไพรส์กันได้ตลอด โดยเฉพาะเจ้า Infinix Note5 Stylus ตัวนี้ครับ นับเป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมปากกาในราคาน่าเอามาเล่นมากทีเดียว

Infinix Note5 Stylus เป็นเครื่องบอดี้โลหะผิวสัมผัสดี ใช้ระบบ Android One ที่มาพร้อมเวอร์ชั่น 8.1 รองรับสองซิมการ์ดแบบไฮปริด มีแรม 4GB และหน่วยความจำภายใน 32GB หน่วยประมวลผล Mediatek Helio MT6763 2.0Ghz และแบตเตอรี่ใหญ่มาก 4,000 mAh

 

หน้าจอกว้าง 5.99 นิ้ว ขอบจอไม่ใหญ่ มีพื้นที่บนล่างของขอบจอ และด้านข้างของจอเพียงเล็กน้อย ความคมชัดระดับ FHD+ ซึ่งหน้าจอนี้จะรองรับปากกาของมันเองที่ชื่อว่า X-Pen

 

ตัวปากการองรับแรงกดได้หลายระดับ มีแอพพลิเคชั่นและฟังก์ชั่นที่รองรับกันใส่เข้ามาให้ด้วย ไม่ใช่แค่จะมีเพียงปากกาเพียวๆ มาให้แบบไม่มีอะไรพิเศษนะครับ

ด้ามปากกาสามารถจัดเก็บเข้าตัวเครื่องได้ ซึ่งความสามารถของตัวปากกาจะมีอะไรบ้างนั้น รอรับชมกันในรีวิวแบบเต็มๆ นะครับ

มาดูพรีวิวเครื่องจริงของ  Infinix Note5 Stylus ในคลิปด้านล่างกันดีกว่าครับ

เรียกว่าสเปคเครื่องที่มาพร้อมกับปากกาแบบนี้ ในราคาไม่ถึงเก้าพันบาท หาไม่ได้ครับในตลาด โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่มีการประกันหลังการขายระดับ Infinix

เพราะในไทย มือถือ Infinix ทุกรุ่น จะรับประกันจอแตกให้ 1 ครั้ง ใน 1 ปี โดยไม่มีเงื่อนไขนับตั้งแต่วันที่ซื้อ โดยจะมีบริการรับส่งเครื่องถึงมือลูกค้าโดย Kerry ด้วยนะครับ ไม่ต้องเดินทาง ^^ ถ้ามีปัญหาแค่ติดต่อเข้า Call Center Infinix เเล้วทางเขาจะประสานงานส่ง Kerry เข้าไปรับและนำเครื่องไปส่งคือให้ม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แถมการันตีดำเนินการให้เสร็จภายใน 7 วันทุกอาการด้วยครับ สุดยอดเลย ^^

และปิดท้ายความน่าใช้ของ Infinix Note5 Stylus ก็คือในด้านระบบครับ ด้วยความที่มันมาพร้อมกับความเป็น Android One ฉะนั้นรับประกันการอัพเดทระบบให้อย่างน้อยสองปีไม่มีทอดทิ้ง ฟินสิครับ!

สำหรับทดสอบการทำงานเต็มๆ ก็ติดตามได้ใน AppDisqus จัดให้ในเร็ววันนี้แน่นอนครับ ส่วนด้านล่างเป็นสเปคโดยละเอียดของ Infinix Note5 Stylus ครับ

ข่าว: พรีวิว Infinix Note5 Stylus สมาร์ทโฟน Android One ที่มาพร้อมปากกา ในราคาแปดพันกว่าเท่านั้น! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/09/25/preview-infinix-note5-stylus-android-one.html