คลังเก็บป้ายกำกับ: INFINIX

รีวิว Infinix HOT 8 ถูกเกินคาด แบตเยอะ 5,000 mAh จอใหญ่เต็มตา 6.6 นิ้ว ในราคาแค่ 2,990 บาท

Infinix HOT 8 ราคาอเมซิ่งมากครับ นี่ผมยังไม่นับถึงของแถมสารพัดที่เขาจัดให้นะ มือถือราคา 2,990 บาท แต่ไม่ได้ด้อยคุณภาพดูถูกตามราคาของมันเลยครับ

หน้าจอขนาดใหญ่ 6.6 นิ้ว ถือว่าจอใหญ่มาก แถมเป็นจอที่ดูก็รู้ว่าไม่ได้เอาของถูกไร้ประสิทธิภาพมาใส่ขายกันครับ หน้าจอสีสวย แสงสว่างชัดเจน ขอบจอเล็กเพราะเป็นหน้าจอทรงหยดน้ำ ขอบจอเหลือเล็กนิดเดียวเอง

ตัวเครื่องสวยงามด้วยสีสันและการทำเทคเจอร์พื้นผิวไล่เฉด ตัวที่ผมได้มารีวิวคือสีม่วงครับ (Purple) ยังมีสองสีที่เอาเข้ามาขายไทยคือสี Black และ Cyan

Infinix HOT 8 จะมีรุ่นแยกเข้ามาจำหน่ายสองระดับราคานะครับ โดยจะมี

  • หน่วยประมวลผล MTK 6762 (Helio P22) ROM 64GB และ RAM 4GB ราคา 3,990 บาท
  • หน่วยประมวลผล MTK 6761 (Helio A22) ROM 32GB และ RAM 2GB  ราคา 2,990 บาท

โดยรุ่นที่นำมาแนะนำผมเอาตัวสุดทางความถูกมาเลยครับ นั้นคือตัว 2,990 บาทนั้นเอง ราคาขวัญใจมหาชน เหมาะสำหรับทุกกลุ่มที่เน้นถูกแต่คุ้ม เอามาใช้ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เล่นโซเชี่ยลหรือแชต แม้จะเอามาเล่นเกมมันก็ยังพอไหวนะครับจากที่ทดสอบ ได้แค่ไหนเรามาไล่ดูกันไปทีละเรื่องนะครับ

นอกจากเรื่องของหน้าจอใหญ่แล้ว Infinix HOT 8 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในตัวเครื่องด้วย ใหญ่ถึงขนาด 5,000 mAh ด้วยสเปคที่ไม่กินไฟ แบตเตอรี่ใหญ่ยักษ์ระดับนี้ ใช้งานได้ข้ามวันครับ

กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ฝังอยู่ในติ่งทรงหยดน้ำ ด้านหลังเป็นกล้องสามตัว 13+2MP+QVGA ทำงานร่วมกับ AI และใช้ไฟแฟลชแบบ 4 ดวง นี่คือเครื่องสมาร์ทโฟนที่ราคาถูกมากๆ แต่มีกล้องหลังมาให้ถึงสามตัว แน่นอนว่าไม่ใช่ใส่มาแค่จำนวนกล้องครับ เพราะว่ามาหมดทั้งโหมดถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ การถ่ายภาพใส่ AR สติ๊กเกอร์ และ AI ที่คอยจัดซีนให้จากโหมดถ่ายภาพแบบอัตโนมัติครับ

มีที่สแกนลายนิ้วมือด้านหลังไม่หายไปไหน และรองรับการสแกนใบหน้าด้วยกล้องหน้าอีกด้วยครับ รองรับการใช้งานสองซิมการ์ดแบบ 4G ทั้งสองซิม และมีช่อง Micro SD Card แยกต่างหากรวมเป็นสามสล็อต รองรับสัญญาณ WI-Fi ทั้ง 2.4 และ 5GHz ขอย้ำกันอีกครั้งว่าครบขนาดนี้ แต่เรากำลังพูดถึงสมาร์ทโฟนราคา 2,999 บาทอยู่นะครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องไม่มีเอาออก มาครบทั้งเคสใส ชุดหูฟัง ฟิล์มกันรอย ที่ชาร์จแบตและสาย Micro USB ครับ

การใช้งานภายใน

Infinix HOT 8 ในรุ่นราคา 2,999 บาท สเปคไม่สูงนะครับ ด้วยราคานี้ได้ Helio A22 ROM 32GB และ RAM 2GB แต่การใช้งานหน้าแรกกลับลื่นไหลกว่าที่เพื่อนๆ คาดกันอย่างแน่นอน หลายคนที่ไม่เคยใช้ Infinix อาจจะไม่รู้จัก XOS มันเป็นระบบส่วนติดต่อผู้ใช้ของทาง Infinix ที่พัฒนามาต่อเนื่อง มีฟังก์ชั่นการใช้งานเยอะ เพราะแบรนด์ Infinix เป็นแบรนด์ระดับโลกวางจำหน่ายในหลายประเทศ แต่ในไทยเขาไม่ได้ทำตลาดแบบเอิกเกริกอลังการเท่านั้นเอง

หน้า UI และฟังก์ชั่นจึงมีความพิเศษและเอกลักษณ์ของตัวเองชัดเจนเหมือนแบรนด์อินเตอร์แบรนด์อื่น

มีธีมสโตร์สำหรับการดาวน์โหลดธีมและวอลล์เปเปอร์สวยๆ มาใช้งานได้ฟรี มีสโตร์สำหรับการโหลดแอพและเกมโดยไม่ต้องผ่าน Google Play Store มาให้ใช้งาน








มีระบบจัดเครื่องเช่นการปรับเพิ่มประสิทธิภาพเคลียไฟล์ขยะ การจัดการเรื่องการใช้พลังงานสิ้นเปลืองของแอพเบื้องหลัง โดยบริการเหล่านี้สำคัญมากครับสำหรับสมาร์ทโฟนที่ทมีทรัพยากรเครื่องไม่สูงสักเท่าไหร่อย่างเครื่องราคาประหยัดตัวนี้


ผมชอบระบบการเอาแอพไม่ค่อยได้ใช้งานไปไว้ใน “ตู้แช่แข็ง” ^^ ไอเดียดีนะ ไม่ต้องลบเพราะอาจจะยังใช้งานต่อในอนาคต แต่เอาไปไว้แช่ไว้ไม่ต้องให้ออกมาสิ้นเปลืองทรัพยากรเครื่องโดยไม่จำเป็น

มีระบบฉลาดๆ ที่เป็นผู้ช่วยให้กับผู้ใช้ได้อย่าง “แผงอัจฉริยะ” เป็นหน้าต่างพิเศษสำหรับการเรียกใช้งานด่วนจากขอบข้างหน้าจอได้ทันที สามารถตั้งค่าแอพพลิเคชั่นหรือฟังก์ชั่นใช้งานบ่อยๆ มาอยู่ในหน้านี้ได้ เรียกใช้งานได้ตลอดเวลาที่ต้องการครับ


ฟังก์ชั่นที่ใช้เซนเซอร์และสัญลักษณ์การลากนิ้วบนหน้าจอแบบ Gesture ขณะหน้าจอยังไม่เปิด เพื่อเข้าถึงการทำงานบางอย่างได้ทันทีโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ เช่นการดับเบิ้ลทัชบนหน้าจอเพื่อปิดหน้าจอหรือปลุกเครื่อง การพลิกคว่ำเครื่องเพื่อปิดเสียงเรียกเข้าทันทีที่มีคนโทรเข้ามา หรือการใช้สามนิ้วลากลงบนหน้าจอเพื่อการจับภาพ

ยังมี “โหมดเกม” สำหรับการปรับเครื่องให้เหมาะสมกับการเล่นเกมมากขึ้น ทั้งการรีดประสิทธิภาพเครื่องและ การป้องกันการทัชปุ่มนำทางด้านล่างจอโดยไม่ตั้งใจ และปิดฟังก์ชั่นการปรับแสงสว่างของตัวเครื่องโดยอัตโนมัติเมื่อเราเข้าสู่เกมครับ

ยังมีฟังก์ชั่นและฟีเจอร์อีกเยอะในเครื่อง HOT 8 บน XOS (เวอร์ชั่น  Cheetah V5.0.2) เรียกว่าไม่มีคำว่าขาดแคลนใดๆ ไปในด้านการใช้งานของเครื่องราคาคุ้มตัวนี้ ที่น่าสนุกก็เป็นเรื่องของระบบเสียง โดยในเครื่อง HOT 8 ใช้ระบบปรับแต่งเสียงของ Dirac เสียงลำโพงดังดีชัดเจนครับ

และมีฟีเจอร์ “YoParty” ที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนหลายเครื่องเพื่อใช้ลำโพงเล่นเพลงเดียวกัน ร่วมกัน เสียดายที่ผมมีเพียงเครื่องเดียว เลยไม่ได้ลองฟังก์ชั่นตัวนี้ครับ



ในจุดเด่นด้านแบตเตอรี่ ที่ใส่เข้ามาให้ถึง 5,000 mAh แถมสเปคเครื่องก็ไม่ได้จะกินพลังงานอะไรมากสักเท่าไหร่ ก็คงมีแต่เรื่องของหน้าจอละครับที่เป็นตัวใช้พลังงานสำคัญ ทดสอบใช้งานดูหนังเปิดคลิปต่อเนื่องสามชั่วโมง แบตลดไปไม่ถึง 30% ผมว่ามันอยู่กับเราให้ใช้งานต่อเนื่องได้อย่างน้อยๆ ก็ 9 ชั่วโมงขึ้นไปละครับ และถ้าเปิดสแตนด์บายไม่ได้ใช้งานอะไรหนักแล้วละก็ แบตมันจะหมดเมื่อไหร่ผมก็ไม่แน่ใจ 555 อาจจะสักสองคืนได้เลยครับในวันทำงานแบบทั่วไป แถมยังมีระบบสำหรับการประหยัดพลังงานมาให้เราได้ใช้งานกันอีกด้วย อึดกันให้สะใจไปข้าง

ประสิทธิภาพตัวเครื่อง เล่นเกมดูหนัง แชต เล่นโซเชี่ยล พวกนี้ไม่ได้ใช้การประมวลผลอะไรเยอะมากอยู่แล้วครับ เล่นหนัง HD ลื่นๆ ภาพสวยด้วยนะจอของ HOT 8

มีปัญหาหน่อยตรงความช้าในการเข้าออกแอพพลิเคชั่นหรือเกมครับ จะมีความเร็วไม่สูง ด้วยเพราะข้อจำกัดของแรม และหน่วยประมวลผลที่ไม่ได้แรงมากมายอะไร ย้ำกันอีกครั้งว่าเรากำลังพูดถึงสมาร์ทโฟนราคา 2,990 บาทอยู่ ฉะนั้นจากสิ่งที่มันให้มาก็เรียกว่าเกินราคามาหลายอย่างแล้วละครับ

ประสิทธิภาพการเล่นเกมทดสอบกับ ROV เล่นได้ครับ เข้าเกมหรือสลับฉากจะช้าหน่อย มีหน่วงต้องรอเวลาการโหลด แต่พอเข้าเกมแล้วก็เล่นได้ปกติครับ มีแลคมีสโลว์บ้างแต่ไม่มากจนเล่นไม่ไหว


จากการใช้งานสังเกตได้ว่า ตัว WiFi แม้จะมีเสารับสัญญาณ 5.0Ghz แต่จะมีการสลับจับสัญญาณใหม่เวลาย้ายพื้นที่ค่อนข้างช้า ไม่ว่องไวเหมือนเครื่องรุ่นใหญ่นะครับ

กล้องถ่ายภาพ

กล้องของ Infinix HOT 8 เป็นกล้องที่มี AI หรือสมองกลอัจฉริยะคอยช่วยงานเหมือนเครื่องรุ่นใหญ่ครับ ถ่ายกลางแจ้งถ่ายย้อนแสง กล้องจะปรับแต่งแสง สี และเปิดระบบ HDR ให้โดยอัตโนมัติ

และด้วย Infinix HOT 8 ใช้กล้องหลังสามตัวแบบ 13+2MP+QVGA ฉะนั้นจึงมีโหมดสำหรับทำงานร่วมกัน เช่นการถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลาย

โดยจะมีการแยกโหมดกล้องสำหรับการทำภาพ “เบลอ” เอาไว้ต่างหากครับ

จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องใช้กับการถ่ายภาพคนเท่านั้นนะครับ จะถ่ายอะไรก็ได้ที่ต้องการให้พื้นหลังเบลอ แค่ระยะห่างของสิ่งที่ต้องการโฟกัสอยู่ในระยะที่กำหนดเท่านั้น แล้วเราจะสามารถทำการกำหนดค่า “รูรับแสงจำลอง” เป็นการออกแบบเสมือนว่าทำการปรับรูรับแสงคล้ายกล้องจริง ยิ่งปรับค่ารูรับแสงกว้าง (ค่าตัวเลขน้อย) ก็จะยิ่งละลายฉากหลังมากขึ้นครับ โดยหน้า UI ทำให้เราสามารถปรับค่ารูรับแรงแสงได้ f1.0 จนถึง f16 เลยครับ


มีโหมด AR น่ารักๆ สำหรับการถ่ายภาพคนประกอบกับอนิเมชั่นน่ารักๆ ตรวจจับหน้าคนได้แม่นซะด้วยนะครับ แต่รองรับแค่การถ่ายภาพนิ่งนะครับ แต่รองรับทั้งการใช้งานผ่านกล้องหลังและกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลของมันด้วย

ผมจะบอกว่า UI กล้องหน้าของ XOS เจ๋งตรงมีโหมดทุกอย่างเหมือนกล้องหลัง ไม่ว่าจะเป็น AI CAM, หรือพาโนรามากล้องหน้าที่ใช้ชื่อโหมดว่า “ถ่ายกว้าง” มีโหมดบิวตี้, โหมดเบลอ, และโหมด AR

คุณภาพกล้องดีกว่าที่คาดครับ ผลลัพท์ไม่ได้รู้สึกว่าถ่ายมาจากเครื่องราคาถูกเลย มีฟังก์ชั่นเยอะ แต่อาจจะขาดแค่โหมดถ่ายภาพกลางคืนตามสมัยนิยม แต่ในสภาพแสงปกติกล้องใช้งานหวังผลได้ทั้งหน้าและหลังครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดต่างๆ












สรุปท้ายรีวิว

Infinix HOT 8 สเปคเครื่องด้านการประมวลผลอาจจะไม่แรง แต่เนื่องจากมันไม่แพงเลยสมเหตุสมผล  แต่ที่เหลือมันคือสุดยอดสมาร์ทโฟนราคาประหยัดครับ ภาพดี เสียงดัง จอใหญ่ยักษ์ แบตเตอรี่อึด กล้องหน้าดี กล้องหลังสามตัว เชื่อมต่อ 4G สองซิม และรองรับ WiFi 5Ghz ทั้งหมดในราคา 2,990 บาท นี่ถือว่าเป็นราคาระดับปาฏิหาริย์ของสมาร์ทโฟนเลยละครับ

ยังไม่นับบริการหลังการขายครับ ราคาแค่นี้แต่ทางอ Infinix ให้งานประกันจอแตกฟรีแบบไม่มีเงื่อนไข เปลี่ยนฟรีได้ 1 ครั้งภายใน 1 ปี และบริการรับส่งเครื่องซ่อมถึงหน้าบ้านฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน!

งานเครื่องดี ราคาถูกมาก งานประกันหลังการขายยอดเยี่ยม จากราคาจำหน่ายแค่ 2,990 บาท ผมก็ไม่รู้จะติอะไรลงไปช่องข้อเสียแล้วละครับ


โปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้าซิมเติมเงิน True กดรับสิทธิ์เล่น ROV ฟรีไม่อั้น พร้อมรับเน็ตดูทรูไอดีฟรี 600 GB มูลค่า 2,700 บาทไปด้วยครับ

ข่าว: รีวิว Infinix HOT 8 ถูกเกินคาด แบตเยอะ 5,000 mAh จอใหญ่เต็มตา 6.6 นิ้ว ในราคาแค่ 2,990 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/10/14/reivew-infinix-hot-8.html

พรีวิวแนะนำ Infinix HOT 8 สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6.6 นิ้ว แบต 5,000 ในราคาสุดถูก 2,999 บาท

Infinix HOT 8 สมาร์ทโฟนราคาประหยัด แต่ขอเล่นใหญ่ด้วยหน้าจอ 6.6 นิ้ว แบตเตอรี่ 5,000 mAh และกล้องหลังสามตัว พร้อมประกันจอแตกให้ 1ปีเต็ม!

Infinix แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เห็นนิ่งๆ แต่ของดีเพียบเลยครับ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มราคาประหยัด ต้องเรียกว่ายึดพื้นที่ตลาด New Entry ไปทั่วประเทศไทยเลยละครับ และกับรุ่นที่เรา APPDISQUS นำมาแนะนำในพรีวิวบทความนี้ ต้องเรียกว่าถูกได้ใจกันสุดๆ กับ Infinix HOT 8 สมาร์ทโฟนที่ถ้าให้เดาราคา เดากันไม่ถูกแน่ครับว่าขายกันในราคาไม่ถึงสามพันบาท

Infinix HOT 8 เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่มาก 6.6 นิ้ว Waterdrop Display หรือเครื่องจอแบบหยดน้ำ ขอบจอเล็กนิดเดียว ความละเอียด HD+ 720×1600 พิกเซล ภายในใส่แบตเตอรี่มาให้มากถึง 5,000 mAh

มาพร้อมกับกล้องหลังสามตัว 13+2MP+QVGA ทำงานภายใต้ AI อัจฉริยะ ไฟแฟลชแบบ 4 ดวง มีโหมดถ่ายภาพบุคคลละลายหลัง และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ในด้านการเชื่อมต่อสัญญาณก็เอาซะครบ ทั้งรองรับสัญญาณ 4G LTE พร้อมกันทั้งสองซิม (มีสล็อต Micro SD card แยกต่างหาก) และรองรับ Wi-Fi 5GHz อีกด้วยนะครับ




ตัวเครื่องสวยงามดูไม่สมกับราคา รองรับการสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า ไม่พบว่ามันจะขาดอะไรสักอย่างเลยครับ ผมว่ามันขายถูกจนคาดไม่ถึงเลยละด้วยตัวเครื่องที่ให้มาระดับนี้ แถมภายในกล่องก็ไม่ตัดอะไรออก มีครบทั้งชุดหูฟัง เคสสวมใส่แบบใส ที่ชาร์จไฟ และสายดาต้า Micro USB พร้อมฟิล์มกันรอย

สเปคเครื่องของ Infinix HOT 8 อยู่ในระดับ New Entry ครับ แต่มีสองระดับซึ่งต้องบอกว่าถูกทั้งคู่ รุ่นราคา 2.990 บาทใช้หน่วยประมวลผล MTK 6761 (Helio A22) ROM 32GB และ RAM 2 GB และรุ่น 3.990 บาท สำหรับหน่วยประมวลผล MTK 6762 (Helio P22) ROM 64GB และ RAM 4GB

จากสเปคและตัวเครื่องที่ให้มาระดับนี้ หน้าจอขนาดใหญ่ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และกล้องหลังสามตัวพร้อม AI อีกทั้งรองรับ WiFi 5Ghz ในราคาเริ่มกันที่ 2,990 บาท และแพงสุดคือ 3,990 บาท ถูกซะยิ่งกว่าถูกครับ เอาแค่ความสดใสของคุณภาพและความใหญ่ของหน้าจอก็ดูเกินราคาแล้วละครับ

แต่ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะ Infinix เป็นแบรนด์ที่เด่นในด้านบริการหลังการขายอีกด้วยนะสิครับ เชื่อหรือไม่ว่าสำหรับเครื่องในราคาเพียงไม่กี่พันบาทเครื่องนี้ ทาง Infinix รับประกันหน้าจอแตกแบบไม่มีเงื่อนไขให้ด้วยอีกหนึ่งปี! 

พร้อมบริการรับส่งเครื่องซ่อมถึงหน้าบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ 

แถมกลัวไม่หนำใจ มีการร่วมโปรโมชั่นกับทางเครือข่ายทรูอีกด้วย สำหรับลูกค้าที่ใช้ซิมเติมเงิน True ร่วมกับเครื่อง Infinix HOT 8 กดรับไปเลยกับสิทธิ์เล่น ROV ฟรีไม่อั้น! พร้อมรับเน็ตดูทรูไอดีได้ฟรีอีก 600 GB รวมมูลค่า 2,700 บาท!

ผมว่าผมอาจจะไม่ต้องรีวิวก็สามารถแนะนำได้แล้วละครับ เครื่องแบบนี้ สเปคแบบนี้ บริการหลังการขายที่เขามั่นใจระดับนี้   ใครสนใจก็ซื้อก่อนรีวิวผมออกได้เลย ^^ แถมซื้อบน Lazada พี่แกก็ส่งฟรี! มีของแถมอีกด้วย – – มันชักจะถูกเกินไปแล้วละครับ ซึ่งทาง Infinix HOT 8 ก็มีออกมาในสามสีสามสไตล์ครับ Black, Cyan และ Purple

ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ lazada.co.th หรือจะรอทาง APPDISQUS รีวิวก่อนเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ก็รอกันไม่นานแน่นอนครับ แล้วเจอกันในรีวิวเต็มๆ นะครับ ^^

ข่าว: พรีวิวแนะนำ Infinix HOT 8 สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ 6.6 นิ้ว แบต 5,000 ในราคาสุดถูก 2,999 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/10/08/preview-infinix-hot-8.html

Huawei ฟ้องร้องบริษัท Transsion เจ้าของแบรนด์ Infinix และ Tecno ในข้อหาขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

หลายคนอาจไม่คุ้นเคยชื่อบริษัท Transsion แต่อาจจะพอได้ยินชื่อแบรนด์สมาร์ทโฟนเหล่านี้บ้าง Tecno, iTel, Infinix Mobile และยังมีอีก 2 แบรนด์ซึ่งไม่เป็นที่รู้จัก ทั้งหมดมีเจ้าของรายเดียวกันคือ Transsion และไม่ใช่บริษัทเล็กๆ เพราะมีชื่ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ด้วย

Transsion กลายเป็นข่าวขึ้นมาหลังจากถูกฟ้องร้องต่อศาลท้องถิ่น ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน โดย Huawei กล่าวหาว่า Transsion ได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และนำไปใช้กับสมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือถึง 5 แบรนด์ และศาลก็รับฟ้องแล้ว แต่การต่อสู้ยังอีกยาวไกล

แหล่งข่าวรายงานว่า Transsion ถือครองสิทธิบัตรอยู่ในมือเพียง 630 รายการเท่านั้น ขณะที่ Huawei และ Xiaomi เป็นเจ้าของสิทธิบัตรกว่า 100,000 รายการ นั่นหมายถึง Transsion เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ในจีน โดยมีสิทธิบัตรเพียงหยิบมือ

สมาร์ทโฟนภายใต้แบรนด์ Tecno, iTel และ Infinix Mobile ติดอยู่ใน 5 อันดับบน ในตลาดสมาร์ทโฟนแอฟริกา ขณะที่ Huawei และ Xiaomi กำลังขยายตลาดไปยังภูมิภาคนั้นเช่นกัน

Transsion ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ถูกฟ้องร้อง โดยหุ้นของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง

ที่มา – Gizmochina
https://www.flashfly.net/wp/269243

from:https://www.flashfly.net/wp/269243

Infinix Smart 3 Plus ปรับราคาแรง เหลือเพียง 2,990 บาท กับกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมจอใหญ่ 6.2 นิ้ว

 

Infinix Smart 3 Plus ประกาศปรับราคาจากเดิม 3,390 บาท เหลือเพียง 2,990 บาท ถ่ายสวยครบจบในเครื่องเดียว ด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เพื่อภาพเซลฟี่สวยเนียนเป็นธรรมชาติ กล้องหลัง 3 ตัว แบบ Triple-Camera ที่จับโฟกัส และปรับระยะ เพื่อให้ได้ภาพโบเก้แบบหน้าชัดหลังเบลอที่สมบูรณ์แบบ  จอใหญ่ 6.2 นิ้ว ดีไซน์แบบหยดน้ำ ที่ให้ความคมชัดระดับ HD  แบตเตอรี่ก็มีความจุมากถึง 3500 มิลลิแอมป์ ตอบโจทย์การใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE พร้อมรองรับเทคโนโลยี Dual 4G  ตัวเครื่องเน้นความเรียบหรูแบบมิลเลอร์ดีไซน์  ฝาหลังโค้งมนจับได้ถนัดมือ พร้อมบริการหลังการขายแบบ รับ-ส่งเครื่อง ถึงบ้าน

 

Infinix Smart 3 Plus

1.ฟรีประกันจอแตก 1 ครั้งใน 1 ปี

2.ฟรีเน็ตดูทรูไอดี 600GB มูลค่า 2,700 บาท (เฉพาะลูกค้าทรูมูฟเอชแบบเติมเงินเท่านั้น)
3.ประกันแบตเตอรี่ 1 ปี

พบ Smart 3 Plus ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ Lazada.com

 

from:http://mobileocta.com/infinix-smart-3-plus-adjusts-the-price-to-only-2990-baht/

สมาร์ทโฟน Infinix Smart 3 Plus ปรับราคาแรง เหลือเพียง 2,990 บาท เท่านั้น

Infinix Smart 3 Plus ประกาศปรับราคาจากเดิม 3,390 บาท เหลือเพียง 2,990 บาท ถ่ายสวยครบจบในเครื่องเดียว ด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เพื่อภาพเซลฟี่สวยเนียนเป็นธรรมชาติ กล้องหลัง 3 ตัว แบบ Triple-Camera ที่จับโฟกัส และปรับระยะ เพื่อให้ได้ภาพโบเก้แบบหน้าชัดหลังเบลอที่สมบูรณ์แบบ  จอใหญ่ 6.2 นิ้ว ดีไซน์แบบหยดน้ำ ที่ให้ความคมชัดระดับ HD  แบตเตอรี่ก็มีความจุมากถึง 3500 มิลลิแอมป์ ตอบโจทย์การใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE พร้อมรองรับเทคโนโลยี Dual 4G  ตัวเครื่องเน้นความเรียบหรูแบบมิลเลอร์ดีไซน์  ฝาหลังโค้งมนจับได้ถนัดมือ พร้อมบริการหลังการขายแบบ รับ-ส่งเครื่อง ถึงบ้าน

1.ฟรีประกันจอแตก 1 ครั้งใน 1 ปี

2.ฟรีเน็ตดูทรูไอดี 600GB มูลค่า 2,700 บาท (เฉพาะลูกค้าทรูมูฟเอชแบบเติมเงินเท่านั้น)
3.ประกันแบตเตอรี่ 1 ปี

พบ Smart 3 Plus ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ Lazada.com

ข่าว: สมาร์ทโฟน Infinix Smart 3 Plus ปรับราคาแรง เหลือเพียง 2,990 บาท เท่านั้น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/08/20/infinix-smart-3-plus-2990-thb.html

Infinix Note 6 เปิดตัวทางการ มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ปากกา X Pen เพิ่มความฉลาดด้วย AI และ AR

Infinix Mobile ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในฮ่องกง เปิดตัว Infinix Note 6 อย่างทางการ โดยมาพร้อมปากกา X Pen ที่มีเทคโนโลยี AI และ AR สามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กลายเป็นผืนผ้าใบให้ X Pen วาดเขียนได้ทุกที่ผ่านเทคโนโลยี AR

AI ยังเข้ามาช่วยจดจำลายมือ เพื่อแปลงข้อความที่เขียนด้วยลายมือเป็นตัวอักษรดิจิตอล รวมถึงรับรู้ตัวเลขอย่างเบอร์โทร เพื่อจัดเก็บไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อ และยังมีฟีเจอร์ AR Measure ใช้ปากกา X Pen ช่วยวัดระยะวัตถุได้

Infinix Note 6 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED (1080 x 2160 พิกเซล) ขนาด 6 นิ้ว ทำงานบนพื้นฐาน Android 9 Pie สวมทับด้วย XOS 5.0 ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P35 ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB สนับสนุนการ์ด MicroSD สูงสุด 128GB กล้องเซลฟี่ 16 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล F1.8 กล้องรอง Ultra Wide มุมกว้าง 120 องศา (8 ล้านพิกเซล) และกล้องตัวที่ 3 ใช้สำหรับจับระยะชัดลึก (2 ล้านพิกเซล) ความจุแบตเตอรี่ 4000mAh

สมาร์ทโฟนของ Infinix มีวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วย แต่ต้องลุ้นว่า Infinix Note 6 จะเข้ามาด้วยหรือไม่ ซึ่งในตอนนี้มีวางจำหน่ายแล้วในบางประเทศของแอฟริกา ราคาราว 6,200 บาท

ที่มา – Gsmarena
https://www.flashfly.net/wp/259400

from:https://www.flashfly.net/wp/259400

[Review] รีวิว Infinix HOT 7 PRO สมาร์ทโฟนราคาประหยัดไม่ถึง 5,000 แบตอึด ดีไซน์หรูหรา สเปคจัดเต็มครบครัน

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แต่สเปคจัดเต็มแล้วละก็ เราขอแนะนำ Infinix HOT 7 PRO ที่เปิดตัวในบ้านเราไปเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ราคาไม่ถึง 5,000 บาท แต่อัดสเปคอัดแน่นมาแบบสุดๆ ทั้ง RAM 6 GB แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4000 mAh หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว แถมกล้องมาด้วยกันถึง 4 ตัวเลย ส่วนการใช้งานจะเป็นยังไงบ้าง มาดูกันดีกว่า

มาดูภายในกล่องว่ามีอะไรบ้าง

เปิดกล่องมาก็จะเจอกับตัวเครื่อง Infinix HOT 7 PRO หน้าจอเงางามอยู่ด้านบนสุด เปิดเข้าไปอีกก็จะมีเข็มจิ้มซิม, ฟิล์มกันรอย, เคสพลาสติกแข็ง, คู่มือการใช้งานต่างๆ, หูฟังแบบ in-ear, อแดปเตอร์จ่ายไฟ 5V 2A และ สาย Micro USB คือมีครบจบในกล่องเดียว ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย

ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอ

ตัวเครื่องของ Infinix HOT 7 PRO สีที่นำมารีวิวคือสี Mocha Brown วัสดุด้านหลังดูคล้ายโลหะแต่มีน้ำหนักเบา วัสดุเคลือบของตัวเครื่องจะเป็นแบบด้านเวลาถือก็จะไม่มีรอยนิ้วมือให้เห็น แต่ก็จะทำให้ไม่ค่อยเล่นไฟเท่าไหร่ ซึ่งบางคนอาจจะชอบแบบนี้เพราะดูหรูหราไปอีกแบบ ราคาแค่นี้แต่วัสดุและดีไซน์คือเกินราคามาก

ในส่วนของหน้าจอมีขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1500 x 720) น้ำหนัก 165 กรัม ถือถนัดมือไม่ได้ใหญ่เกินไป เวลาใช้งานมือเดียวถือว่าใช้งานง่ายอยู่ ตัวเครื่องไม่หนาไม่บางเกินไป พอใส่เคสเพื่อเพิ่มความหน้าเข้าไปเวลาถือก็รู้สึกถนัดมือมากขึ้น

หน้าจอมาใหญ่ขนาดนี้ เวลาดู YouTube หรือดูหนังคือเต็มตาเต็มจอสุดๆ การแสดงผลของสีสันถือว่าโอเคเลย สีสวยกำลังดีไม่ได้จัดจ้านเกินไป มีโหมดถนอมสายตาสามารถเปิดปิดได้เอง และแสงหน้าจอสามารถสู้แสงแดดอันร้อนแรงในที่โล่งๆ ได้สบาย แต่ถ้าปรับลดแสงให้น้อยสุดคือมองไม่เห็นอะไรเลยซึ่งก็เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของการทัชใช้งานทั่วไป ติดนิ้วดี ไม่เจอปัญหาทัชหลุดแต่อย่างใด

หน้าจอของ Infinix HOT 7 PRO จะมี Notch เพื่อวางกล้องเซลฟี่ 2 ตัว ความละเอียด 13MP + 2MP พร้อมระบบ AI อัจฉริยะ และไฟแฟลช LED 1 ตัว นอกจากกล้องหน้าจะใช้ถ่ายเซลฟี่แล้ว ยังใช้สำหรับปลดล็อคใบหน้าด้วย ลำโพงสนทนาที่ด้านบนก็ฟังเสียงได้แบบชัดแจ๋วดี

พลิกมาดูที่ด้านหลังกันก่อนดีกว่า ด้านซ้ายบนมีกล้องคู่ พร้อมไฟแฟลช LED 1 ตัว ความละเอียด 13MP + 2MP พร้อมระบบ AI อัจฉริยะเช่นเดียวกับกล้องหน้า ถัดมาจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ด้านล่างก็มีจะโลโก้ Infinix

ถัดมาด้านขวาของตัวเครื่อง จะเป็นช่องถาดใส่ซิมคู่แบบ nanoSim + MicroSD สามารถเพิ่มได้ถึง 128 GB รองรับการเชื่อมต่อ 4G/3G/2G ทั้ง 2 ซิม สะดวกสบายอย่างมากสำหรับคนที่ต้องใช้งาน 2 ซิม และต้องการเพิ่ม MicroSD ด้วย

ส่วนด้านซ้ายของเครื่อง มีปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์ ที่น่าสนใจคือ ปุ่มพาวเวอร์จะมีผิวสัมผัสแบบขรุขระ เป็นปุ่มๆ นูนออกมาจะไม่เหมือนปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง ส่วนตัวคิดว่าช่วยเรื่องการใช้งานจะได้ไม่เผลอกดปุ่มผิด

มาที่ส่วนสุดท้ายด้านล่างของตัวเครื่อง ก็จะมีลำโพง ซึ่งถ้าเปิด Dirac 3D Sound เสียงจะดังดีมากๆ ถัดมาเป็นช่อง micro USB รูไมโครโฟน และช่องสุดท้าย Infinix HOT 7 PRO ก็ให้มาด้วย รูเสียบหูฟัง 3.5 มม.

สเปค Infinix HOT 7 PRO

  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1500 x 720)
  • CPU : MediaTek Helio P22 MT6762
  • GPU : PowerVR GE8320
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 64GB รองรับ MicroSD Card 128 GB
  • กล้องหลังคู่ : เลนส์หลัก 13MP + เลนส์จับความลึก 2MP พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI และไฟแฟลช LED
  • กล้องหน้าคู่ : เลนส์หลัก 13MP + 2MP พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI และไฟแฟลช LED
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, hotspot, BT 4.2, MicroUSB 2.0
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านหลัง), Face unlock, accelerometer, proximity, compass, gyro
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh ชาร์จไฟ 10W
  • รองรับระบบเสียง Dirac 3D Sound
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย XOS 5.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 155 x 74.8 x 8 มม. / 165 กรัม

UI และการใช้งาน



Infinix HOT 7 PRO มาพร้อมกับ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย XOS 5.0 การใช้งานง่ายมาก ไม่ซับซ้อนอะไร วิธีดูแอปทั้งหมดในเครื่องว่ามีอะไรอยู่บ้างก็แค่รูดขึ้นก็จะเห็นแอปทั้งหมดแล้ว แต่ไม่สามารถสร้าง Folder ของแอปในหน้านี้ได้นะ ต้องเอามาสร้างไว้ด้านหน้าแทนอย่างเดียว และสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันลัดได้หลากหลายแบบไม่ต้องเข้าตั้งค่าให้วุ่นวาย



สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชันได้ด้วย และยังรองรับการสั่งงานด้วยท่าทางได้ 2 อย่างด้วยกัน คือ การแตะหน้าจอ 2 ครั้ง เพื่อให้หน้าจอเปิด กับการใช้ 3 นิ้วเลื่อนลงที่หน้าจอเพื่อถ่ายภาพหน้าจอ หรือแคปนั่นเอง เปลี่ยนแถบ Navigation Bar ให้เป็นแบบลากสั่งงานได้



ส่วนเรื่องการปลดล็อค Infinix HOT 7 PRO ก็มีมาด้วยกันถึง 3 แบบ ปลดล็อคแบบรหัส, ปลดล็อคด้วยใบหน้า และปลดล็อคด้วยสแกนลายนิ้วมือ ส่วนตัวชอบการปลดล็อคด้วยใบหน้ามาก เพราะรวดเร็วทันใจ แถมเวลาแสงไม่พอสามารถเปิดแฟลชหน้าเพื่อช่วยในการปลดล็อคได้


แถมยังมีแอปพลิเคชันช่วยเคลียร์ขยะ เคลียร์หน่วยความจำแรมในเครื่องของเราด้วย และมีโหมดประหยัดพลังงาน


จากที่ทดสอบเปิดแอปหลักทั้งหมด 10 แอป สามารถสลัปเปลี่ยนแอปได้อย่างรวดเร็วดี ไม่มีติดขัดหรืออาการค้างใดๆ ส่วนการอ่าน-เขียนไฟล์ขนาดใหญ่ ได้ทำการทดสอบผ่านแอป AndroBench สามารถอ่านได้ 286.55 MB ต่อวินาที ส่วนการเขียน 204.55 MB ต่อวินาที หรือจะยังใช้เป็นหน่วยความจำแบบ eMMC ซึ่งจะยังไม่ได้เขียนอ่านได้เร็วปรู๊ดปร๊าดเหมือนรุ่นแพงๆ โหลดเข้าแอปหรือเปิดไฟล์ใหญ่ๆก็อาจจะยังใช้เวลาเยอะหน่อย


ในส่วนของ GPS ทำงานได้ดี ไม่มีหลุดออกนอกเส้นทาง ใช้งานรับรองไม่หลง ส่วนเข็มทิศก็ใช้งานได้ ไม่มีผิดทิศผิดทาง โดยทำการลองทดสอบเทียบกับโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นก็แสดงผลได้ตรงกัน

สมาร์ทโฟน Infinix HOT 7 PRO รองรับ 2 ซิม เป็นแบบ microSIM และสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 128 GB ในเรื่องของการใช้งาน เปิดใช้อินเทอร์เน็ตซิม 1 ก็เล่นได้แบบปกติเหมือนตอนที่ใส่แค่ซิมเดียว ไม่มีอาการหน่วงและอาการใดๆ ให้เห็น

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

Infinix HOT 7 PRO มากับชิปเซ็ต MediaTek Helio P22 พร้อม RAM 6 GB งานใช้งานทั่วไปถือว่าลื่นไหลดี ใช้งานได้สบายๆ มีบางครั้งที่เกิดอาการหน่วงและช้าบ้างเวลาเปิดแอปสลับไปมา หรือเปิดเร็วๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นปัญหาใหญ่อะไร ส่วนเรื่องของการทัชดีมากไม่มีสะดุดเลย ลื่นไปตามนิ้วสุดๆ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นโซเชียลก็ไม่มีกระตุก ส่วนผลการทดสอบด้วย AnTuTu ได้คะแนนอยู่ที่ 78851 คะแนน

มาเรื่องการเล่นเกมกันบ้าง จากที่ทดสอบเล่นเกม PUBG ค่า default ที่เกมตั้งให้ตอนเล่นครั้งแรกคือระดับต่ำ ช่วงแรกๆ ก็เล่นได้สบายอยู่แต่พอมีการบวกกันแบบคนเยอะๆ มีกระตุกและหน่วงบาง ช่วงโหลดแมพเข้าเกมก็จะช้าๆ หน่อย มีบางทีที่ทัชไม่ค่อยติดตรงช่วงใกล้ๆ ขอบจอบ้าง เรียกว่าโดยรวมพอเล่นได้ แต่ถ้าจะจริงจังอาจจะไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่

ด้านของเสียง

ลำโพงของ Infinix HOT 7 PRO อยู่ด้านล่างซ้ายของตัวเครื่อง มีลำโพงแค่ตัวเดียว แต่อยากจะบอกว่าถึงจะมีตัวเดียวแต่เสียงดังกระหึ่มมาก เพราะเขารองรับระบบเสียง Dirac 3D Sound ด้วย ถ้าเปิดเจ้าตัวนี้ตอนที่ดูหนังหรือฟังเพลง เสียงดังดีมากและเสียงมีมิติมากกว่าเดิม แต่ถ้าไม่เปิดเสียงก็จะเบาๆ ลงมาหน่อย เวลาคุยโทรศัพท์แล้วเปิดลำโพงเสียงก็ดังดีเช่นกัน ถึงจะไม่เปิด Dirac 3D Sound

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังคู่ ความละเอียด 13MP + 2MP หน้าตาใช้งานง่าย มีโหมดถ่ายภาพให้เลือกหลากหลาย ทั้งโหมดถ่ายภาพปกติ, โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ หรือแม้แต่โหมดถ่าย AR Sticker ก็มี สามารถเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพได้สูงสุด 13 ล้านพิกเซลเลย จากการใช้งานกล้องหลัง ถ่ายออกมาได้ดี ภาพชัด สีสวย ตัว AI ก็ใช้งานได้ดีพอสมควร แต่ก็จะไม่ได้นิ่งมากเพราะบางครั้งก็รู้สึกว่าพอถ่ายมาแล้วแอบสีเข้มเกินจริงไปนิดนึง บางครั้งก็สีจืดไป ในโหมดเบลอบางทีก็ดี บางทีก็เบลอเกินเข้ามาถึงในตัว ตัวกล้องโฟกัสเร็วทั้งที่แสงน้อยและแสงมาก มีติดอีกนิดตรงที่พอกดถ่ายต้องถือโทรศัพท์ค้างไว้แปปนึง ถ้ากดถ่ายแล้วเอาลงเลยคือภาพเสีย เบลอไปเลย
















 

เวลาถ่ายตอนกลางคืนตัวกล้องจะพยายามดันภาพให้สว่างเกินขึ้นกว่าปกติ แต่ปัญหาติดอยู่ดีที่ตัวเซนเซอร์และเลนส์อาจจะยังไม่เทียบเท่าตัวแพงๆ จึงทำให้ตัวซอฟท์แวร์ต้องมีการทำ Noise Cancellation ค่อนข้างเยอะ และเกิดอาการภาพเป็นวุ้นๆ ดังตัวอย่าง



มาที่กล้องหน้าคู่กันบ้าง ความละเอียด 13MP + 2MP เช่นกัน แต่ว่าจะปรับโฟกัสไม่ได้นะ ภาพที่ได้ออกมาสีจัดจ้านดี แสดงรายละเอียดครบถ้วย มีโหมดถ่ายภาพให้เลือกหลากหลาย ทั้งโหมดถ่ายภาพปกติ, โหมด Beauty ปรับความเนียนได้หลายระดับ, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งโหมดนี้ส่วนตัวยังไม่ถูกใจนัก เพราะ บางทีเบลอเกินจริงไปหน่อย แถมปรับหน้าให้เนียนเกินจริงไปนะ




แบตเตอรี่

Infinix HOT 7 PRO มาพร้อมแบตขนาดใหญ่ถึง 4000 mAh (10W) สามารถใช้งานทั่วไปติดต่อกันยาวๆ ได้สบาย จากการทดลองใช้งานแบตเต็ม 100% ใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน WiFi จะใช้งาน YouTube เยอะหน่อย และใช้งานอัดเต็มเหนี่ยวทั้ง YouTube Facebook เล่นเกม PUBG อีกเป็นชั่วโมง ตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง จนถึงตี 2 แบตเหลือถึง 25% ถือว่าอึดใช้ได้เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องการชาร์จแบต ก็จะใช้เวลามากอยู่เหมือนกันเพราะด้วยแบตที่มีขนาดใหญ่ถึง 4000 mAh แต่อะแดปเตอร์แค่ 10W เท่านั้น จากที่ได้ลองชาร์จ แบตเหลืออยู่ 10% ให้เต็ม 100% ใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมง

การรับประกัน

ตรงนี้เราได้รับข้อมูลจากทาง Infinix มาว่าตัวเครื่องมีรับประกันหน้าจอแตกเปลี่ยนฟรี 1 ครั้งใน 1 ปี, ประกันแบตเตอรี่เปลี่ยนฟรี 1 ครั้งใน 1 ปี (กรณีเครื่องดับเพราะแบตเสีย) และยังมีบริการรับ-ส่งเครื่อง ในกรณีที่เครื่องมีปัญหา ประกันงานซ่อมไม่เกิน 7 วันได้รับเครื่องคืน (ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์นะ) โดยบริการรับ-ส่งนี้เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ จ้า ถ้าใครซื้อไปแล้วมีโอกาสได้ใช้เรื่องการรับประกันก็มาเล่าให้ฟังด้วยนะว่าเป็นยังไงบ้าง

สรุปการใช้งานทั้งหมด

Infinix HOT 7 PRO เป็นมือถือราคาประหยัดตัวหนึ่งเลยที่น่าสนใจ สเปคอัดแน่นมาก RAM 6 GB ความจุมาถึง 64 GB คือเพียงพอต่อการใช้งานมากๆ แบตที่อึด 4000 mAh ใช้งานหนึ่งวันได้แบบสบายหายห่วง หน้าจอก็ที่มีขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว ดูหนังได้ตื่นตาตื่นใจเลยแถมยังมีระบบเสียง Dirac 3D Sound ช่วยทำให้เสียงดีและดังเพิ่มขึ้นไปอีก จะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง เล่นโซเชียลก็สบายสุดๆ ใช้งานทั่วไปการทัชก็ไม่มีปัญหาอะไร กล้องก็ทำออกมาได้ดีพอสมควรเลย

ส่วนข้อติของรุ่นนี้มีแค่เรื่องการเล่นเกม ถึง RAM จะมาถึง 6 GB แต่เล่นเกมไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่นัก มีติดขัดและหน่วงอยู่หลายที กระตุกบางนิดหน่อยและบางครั้งทัชไม่ค่อยติดช่วงที่อยู่ขอบๆ หน้าจอ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าน่าสนใจอยู่กับราคา 4,990 บาท สามารถเอาไปเป็นตัวเลือกในการเปรียบเทียบกับตัวอื่นที่ราคาเท่าๆ กันว่าตัวไหนจะคุ้มและเหมาะกับเราที่สุด นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับคนที่ใช้ truemove H แบบเติมเงิน ได้เล่นเกม ROV และรับสิทธิ์ดู TrueID ฟรีด้วยจ้า

from:https://droidsans.com/infinix-hot-7-pro-review/