คลังเก็บป้ายกำกับ: IMC

เชิญร่วมงานสัมมนา AI & Big Data ประจำปี 2019 ที่จะเปิดประสบการณ์ของคุณ

งานสัมมนา 2 วัน ที่จะทำให้คุณเข้าใจพลังมหาศาลของ AI และ Big Data ในองค์กรเห็นตัวอย่างจริง ของการทำ AI แบบง่ายๆ ด้วยเทคโนโลยี ที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจคุณ

หัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation คือการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร และองค์ประกอบสำคัญของ AI ก็คือการที่จะต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) แล้วใช้ Machine Learning มาเป็นอัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งความถูกต้องของ AI อยู่ที่การมีข้อมูลที่มากพอ และการใช้อัลกอริทึมอย่าง Deep Learning ที่สามารถจำลองโมเดลของ Neural Networks ที่ใหญ่ขึ้นได้ (โดยต้องมีระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น) ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะสามารถพัฒนาโมเดลที่ซับซ้อนขึ้น แต่หากยังขาดข้อมูลที่ไม่มากพอหรือไม่มีระบบประมวลขนาดใหญ่ ก็ยากที่จะได้ AI ที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และนำมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม

AI คืออะไร จะเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เป็นองค์กรแบบ AI ได้อย่างไร มาหาคำตอบกันได้ในงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการครั้งนี้ ที่มีรูปแบบการสัมมนาที่แตกต่างกับงานทั่วๆไป โดยผู้ร่วมสัมมนาจะได้ฟังการบรรยายในวันแรกที่จะเน้นเรื่องราววิวัฒนาการของ AI ความหมายของ AI ประโยชน์ของ AI และความสัมพันธ์กับ Big Data รวมถึงแนวทางการเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ยุค AI ซึ่งเป็นการบรรยาย กึ่งอบรม พร้อมทั้งมีการสาธิตระบบ AI ต่างๆประกอบ จากนั้นในวันที่สองจะแบ่งเป็น 2 ห้องโดยห้องแรกจะเป็นการบรรยายในหัวข้อต่างๆทั้งด้าน AI และ Big Data และห้องที่สองจะเป็นการบรรยายกึ่งปฎิบัติการในการสร้างระบบ AIต่างๆในองค์กร ที่จะแสดงให้เห็นว่าการทำ AI ในปัจจุบันง่ายมากๆจนใครๆ ก็ทำได้

สุดท้ายผู้เข้าอบรมยังสามารถจะสัมผัสและทดลองกับระบบ AI จริงที่นำมาแสดงในงาน อาทิเช่น Smart Speaker, Smart Home, ChatBotหรือ Smart Vision

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.imcinstitute.com/ai2019

from:https://www.enterpriseitpro.net/seminar-ai-and-bigdata-2019/

โฆษณา

หมดยุคลูกค้าคือพระเจ้า เพราะลูกค้าคือ “แฟน” ของเราต่างหาก

คำว่าลูกค้าคือพระเจ้าเป็นประโยคเบสิคที่ทุกคนไม่ว่าสายอาชีพไหนก็ต้องได้ยินตลอด ทำให้นักการตลาดทำกลยุทธิ์ผลิตสินค้าเพื่อที่จะเอาใจพระเจ้าคนนี้ให้มากที่สุด แต่เคยได้ยินไหมคะ ว่าคนเรามักปฏิบัติกับคนรอบตัวต่างกันเมื่อต่างสถานะ ฉะนั้นบทความนี้ จะให้คุณเปลี่ยน Mindset ในการมองลูกค้าเป็นคนรักแทน แล้วคุณจะพบว่าพลังในการคิดกลยุทธ์ของคุณจะยิ่งใหญ่มากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

 

ลูกค้าคือแฟนที่น่ารักของเรา

หากนักการตลาดมัวแต่คิดว่าจะใช้กลยุทธ์อะไรใช้ Key message แบบไหนให้ลูกค้ามองแบรนด์เราเป็น  Top of Mind ในใจ เมื่อถึงจังหวะหนึ่งก็คงต้องเจอปัญหาทางตันกันบ้าง แต่หากลองเปลี่ยนความคิดวาลูกค้าคือ “พระเจ้า” เป็น “แฟนของเราเอง”

เราจะสื่อสารกับเค้าแบบไหน เคยมีการทดลองปลุกระดมใจสำหรับพนักงานออฟฟิศที่กำลังไร้เรี่ยวแรงว่า อย่าไปคิดว่าเรากำลังทำงานให้หัวหน้า แต่คิดว่าทำให้แฟน แล้วเราจะทำงานได้ดีขึ้น เพราะเรารักแฟนจริงๆ ก็เหมือนกับนักการตลาด การจะมองว่าลูกค้าคือใคร เป็นคนแบบไหน บางทีมันก็แค่กลุ่มก้อนหน่ึง

แต่หากเรามองว่าลูกคือค้าแฟน เราจะรู้สึกพิเศษกับคนนี้จริงๆ พยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้เค้า เวลาเค้าเปลี่ยนอะไรไป คุณจะคิดเป็นร้อยๆ ครั้งในหัวว่าเกิดอะไรขึ้น จริงๆ วิธีนี้เหมือนยังเพิ่มความมุ่งมั่นกับการคิดกลุยทธ์เพิ่มอีกนะ

 

เป็นแฟนก็ต้องเข้าใจกัน

อย่างที่บอกไปว่าเมื่อเรามองว่าลูกค้าคือแฟน การพยายามคิดและหาสิ่งทีดีที่สุดของเราจะเพิ่มขึ้นแบบทันตา ซึ่งอุปสรรคแรกๆ ที่นักการตลาดเจอคือ การค้นหา Insight เพราะต้อง research กันอย่างหนักหน่วง เพื่อคิดสินค้ามาตอบโจทย์ให้มากที่สุด แต่ถ้าเราคิดว่านี่คือคัมภีร์เข้าใจแฟนของคุณ หรือพยายามจีบใครสักคน คุณจะมีความมุ่งมั่นที่จะค้นหามากขึ้นอีกหลายเท่า  

หรือถ้าสมมติว่าแบรนด์เกิดปัญหาทะเลาะหนัก ลองมองว่านี่คือการทะเลาะหนักกับแฟน ที่ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้นสิคะ อะไรคือปัญหา และปัญหาเกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไขยังไง ใช้วิธีไหนดีที่สุด รับรองว่าเราจะพาแบรนด์ฝ่าวิกฤติไปได้แน่ๆ

 

วันเกิดแฟนก็ต้องมีเซอร์ไพรซ์

มาดูที่กิจกรรมการตลาดปัญหาที่หน้าบ้านดูสดใส แต่หลังบ้านคือเดือดสุดๆ ตอนนี้การจะจัดสักแคมเปญไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คนอื่นมองเลย ซึ่งตอนนี้แคมเปญแจกรางวัลต่างๆ ก็เริ่มกลับมาบูมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง น้ำดื่มตรา สิงห์ โออิชิ เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้าง Consumer Loyalty

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ก็คล้ายกับการเปลี่ยน mindset ในการมองลูกค้าว่าคือพระเจ้า เพราะตอนนี้คำนี้มันไม่ได้อินเข้าไปในหัวใจของนักการตลาดหลายๆ คนแล้ว ลองเปลี่ยนวิธีคิดมาเป็นการทุ่มเทให้แฟนของคุณดู แค่คิดว่าเรากำลังจะทำบางสิ่งที่สำคัญให้แฟน ความพยายามที่จะทำก็พลุ่งพล่านขึ้นในตัวแล้ว

 

วิธีนี้ไม่ใช่แค่นักการตลาดเท่านั้นนะคะ สายอาชีพไหนก็สามารถไปประยุกต์ใช้ได้ ถ้าในญี่ปุ่นก็เหมือนกับมองลูกค้าเป็นคนในครอบครัว แต่ถ้าเป็นแบบนั้น อาจจะเข้าใจยากเกินไปสักนิด ลองเปลี่ยนมาเป็นแฟนรับรองเห็นผลกว่าเยอะ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปทำตามดูนะคะ ใครได้ผลยังไงคอมเมนต์บอกกันได้เลย

 

from:https://www.thumbsup.in.th/2019/06/consumer-brand-relation/

28 หลักสูตรแบบเข้มข้นที่ชาวไอทีห้ามพลาดในเดือน มกราคม – มีนาคมนี้

IMC Institute เป็นศูนย์รวมข้อมูลเชิงวิชาการและพัฒนาศักยภาพความสามารถให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรม IT เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในโลกของยุคเศรษฐกิจ ได้ทำการเปิดหลักสูตรอบรมที่ครอบคลุมเนื้อหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่องค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีความจำเป็นต้องนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

หลักสูตร ที่ IMC Institute เปิดสอน ออกแบบให้กับทั้งผู้บริหาร IT ระดับสูง ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญใน IT แขนงต่างๆ อาทิ SOA, Java Development, Enterprise Architecture, Software Testing, Cloud Computing, Big Data, BI, IoT เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรทางด้านพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น Sales Technique, Solution Selling, Project Management, Time Management, Creative Thinking, Coaching และ Leaderships อีกด้วย

ในเดือนมกราคม – มีนาคมนี้ IMC Institute เปิด 28 หลักสูตรสำหรับคน IT ด้าน Blockchain, Big Data, BI, Develop, Mobile App, IoT, Cloud Computing, ISTQB, Agile, Microservices, Java Enterprise from Basic to Spring Boot และหลายหลักสูตรผู้ที่สนใจสามารถดูคอร์สอบรมทั้งหมดได้ที่ http://www.imcinstitute.com

IMC Institute เปิดหลักสูตร สำหรับผู้บริหารองค์กร, ผู้บริหารไอที CEO, CIO, CFO, CTO และผู้สนใจการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในธุรกิจในยุคดิจิทัล 4.0 พร้อมเลือกเข้าศึกษาดูงานในต่างประเทศในราคาพิเศษ

หลักสูตรแนะนำDigital Transformation Strategy 5 วัน เข้มข้นทุกวันอังคาร โดย 10 ผู้ทรงคุณวุฒิ เริ่ม 26 กุมภาพันธ์นี้ หลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความรู้ความเข้าใจและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่องค์กรต่างๆ จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจ จนทำให้เกิดคำว่า Digital Disruption ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของหุ่นยนต์ การเกิดขึ้นของบล๊อคเชน กระแสการแข่งขันจากการนำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) มาวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) นโยบายการผลักดันอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทย ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบถึงการปรับตัวและความอยู่รอดของทุกอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ

Digital Transformation Strategy จะช่วยให้เกิดความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในโลกดิจิทัล เข้าใจถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ทั้งที่กำลังจะเข้ามา Disrupt การทำธุรกิจ ทั้งที่กำลังมาช่วยสร้างมูลค่าและทำให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ ทั้งนี้รวมถึงนโยบายและกฏหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนรับทราบกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากมาย เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทางวางแผนการสร้างกลยุทธ์ด้านดิจิทัลให้กับองค์กร รวมถึงติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรที่เกิดจากการวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัล พร้อมเลือกเข้าศึกษาดูงาน มองโลกกว้าง กับทริปดูงาน China Information Technology Expo (CITE)นครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.imcinstitute.com/digitalTransform

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร
Ms.Kwanhathai / Ms.Sunisa
Mobile: 088-192-7975Tel: 02-233-4732
Line ID: @imcinstitute

from:https://www.enterpriseitpro.net/28-course-it-on-jan-to-march/

สุดยอดงานสัมมนา IT Trends 2019 ที่คนไอทีไม่ควรพลาด !

งานรวมพลคนมองเทรนด์ด้านเทคโนโลยีของโลกและไทยโดยวิทยากรกว่า 36 ผู้ทรงคุณวุฒิมารวมตัวกันในงาน IT Trends 2019 – Putting Digital Transformation to Work วันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2018 ณ โรงแรม สวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด

IMC Institute และ Optimus (Thailand) จำกัดรวมจัดงานสัมมนา IT Trends มาต่อเนื่องกันทุกปี ทุกครั้งจะเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในประเทศมายี่สิบกว่าท่านเพื่อจะ Update ในปีถัดไปว่าแนวโน้มด้านไอทีของบ้านเราจะมีเทคโนโลยีและความเคลื่อนไหวต่างๆของอุตสาหกรรมด้านใดที่สำคัญ ในปีนี้ทาง IMC Institute ได้จัดงานนี้ร่วมกับทางOptimus (Thailand)จำกัดเป็นปีที่6 กำหนดจัดงานขึ้นในวันที่ 12-13 ธันวาคม 2561 ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด โดยได้เชิญวิทยากรมาทั้งหมด 36 ท่าน ในหัวข้อว่า Putting Digital Transformation to Work ทั้งนี้จะเน้นเรื่องของแนวโน้มด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะมีผลกระทบต่อ Digital Transformation ขององค์กร (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.imcinstitute.com/IT-Trends-2019)

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาดู Gartner IT Strategic Trends 2019 เราอาจไม่เห็นความแตกต่างกับปีที่ผ่านมาๆมากนัก โดยจะแบ่งเป็นสามด้านเช่นเดิมคือ Intelligent, Digital และ Mesh แต่เนื้อหาโดยละเอียดจะเห็นประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมในบ้างด้านเช่น Intelligent จะกล่าวถึง Augmented analytics และ AI-Driven development ที่จะทำให้การพัฒนา AI เป็นไปได้ง่ายและอัตโนมัติมากขึ้น นอกจากนั้นก็ยังเน้นเรื่องของ Empowered edge และ Immersive technologies ในกลุ่มของ Digital และยังกล่าวถึง Smart spaces อย่างเช่น Smart city ซึ่งจะเห็นสภาพแวดล้อมที่ผสมกันกับโลก Physical ปัจจุบันกับโลกดิจิทัล สุดท้ายก็ชี้เห็นถึง Quantum computing ที่กำลังเข้ามาซึ่งจะทำให้การประมวลผลต่างๆได้อย่างรวดเร็วมหาศาล รวมถึงเรื่องของ Digital ethics and privacy ที่กำลังกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

จาก IT Trends ที่กล่าวมาทำให้ทีมงานของ IMC Institute และ Optimus (Thailand) มีความเห็นร่วมกันว่า IT Trends อาจเปลี่ยนแปลงไม่มากนักแต่สิ่งสำคัญคือองค์กรจะต้องนำการเปลี่ยนแปลงมาใช้ในองค์กรให้ได้ ต้องเข้าใจให้ได้ว่า IT Trends ที่เข้ามาจะมีผลกระทบกับองค์กรอย่างไร เช่นการเข้ามาของ AI ทั้งในเรื่องของ Autonomous things หรือ Development tools จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ดังนั้นเราจึงกำหนด Theme ในปีนี้ให้เป็นหัวข้อ Putting Digital Transformation to Work โดยสัมมนาสองวัน ในวันแรกจะเชิญวิทยากรหลายๆท่านมาบรรยายให้เห็นการเปลี่ยนแปลงรวมถึงแนวโน้มเทคโนโลยีในปีหน้าอาทิเช่น

คุณธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย: ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด บรรยายหัวข้อ Digital Transformation is Faster than We Expected
ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ บรรยายหัวข้อ IT Trends & Digital Transformation ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะมาบรรยายหัวข้อ Innovation & Digital Transformation พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ บรรยายหัวข้อ Digital Disruption ดร.พีรเดช ณ น่าน Digital Futurist & CIO World Business Columnist บรรยายหัวข้อ 5G & Digital Transformation ผศ. ดร. เด่นพงษ์ สุดภักดี: รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่นบรรยายหัวข้อ IT Trends Disrupt Government Sector ผศ.ดร.จิรพันธ์ แดงเดช CTO, Merlin’s Solutions International บรรยายหัวข้อ AI & Digital Transformation

สำหรับวันที่สอง เราจะแบ่งห้องการบรรยายเป็นสามห้องและมีวิทยากรร่วมบรรยายประมาณ 30 ท่านโดยมี Tracksต่างๆอาทิเช่น
• Smart Media/Communication Track
• Smart FSI Track
• Future Technology Track
• Smart Manufacturing Track
• Smart Government Track
ผู้ที่ควรเข้าอบรม
• ผู้บริหารขององค์กร CEO, CIO, CFO, CTO
• ผู้จัดการด้านไอที
• เจ้าหน้าที่ด้านไอที
• วิศวกรไอที พนักงานไอที นักพัฒนาซอฟต์แวร์
• ผู้บริหารหน่วยงานและแผนกอื่นๆ ที่สนใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
• ผู้บริหารจาก IT Vendors, Distributors and System Integrators
• ผู้สนใจทั่วไป

ค่าอบรม: 8,900 บาท พิเศษเมื่อลงทะเบียนพร้อมกัน 3 ท่าน ลดเหลือ23,900 บาท (ราคาดังกล่าวรวมคู่มือประกอบการอบรม อาหารว่างเช้าบ่าย และอาหารกลางวัน)**ราคาดังกล่าวยังไม่รวม VAT 7%

ลิงค์ลงทะเบียน: www.imcinstitute.com/training/course-registration
กำหนดการและรายละเอียดเพิ่มเติม: www.imcinstitute.com/it-trends-2019
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 02-233-4732 มือถือ : 087-593-7974, 088-192-7975 , 088-538-2395
อีเมล์ : contact@imcinstitute.com Line ID : @imcinstitute

from:https://www.enterpriseitpro.net/it-trends-2019-imc/

26 หลักสูตรที่ชาวไอทีห้ามพลาด !!

IMC Institute เป็นศูนย์รวมข้อมูลเชิงวิชาการและพัฒนาศักยภาพความสามารถให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรม IT เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในโลกของยุคเศรษฐกิจ ได้ทำการเปิดหลักสูตรอบรมที่ครอบคลุมเนื้อหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่องค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีความจำเป็นต้องนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

หลักสูตร ที่ IMC Institute เปิดสอน ออกแบบให้กับทั้งผู้บริหาร IT ระดับสูง ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญใน IT แขนงต่างๆ อาทิ Big Data, BI, IoT , Blockchain, SOA, Java Development, Enterprise Architecture, Software Testing, Cloud Computing, เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรทางด้านพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น Sales Technique, Solution Selling, Project Management, Time Management, Creative Thinking, Coaching และ Leaderships อีกด้วย

ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน IMC Institute เปิด 26 หลักสูตรสำหรับคน IT ด้าน Blockchain, Big Data, BI, Develop, Mobile App, IoT, Cloud Computing, ISTQB, Agile, Microservices, Design pattern & Code Architecture และหลายหลักสูตร

ผู้ที่สนใจสามารถดูคอร์สอบรมทั้งหมดได้ที่ http://www.imcinstitute.com/october-2018

โปรโมชั่นสุดพิเศษ!! สำหรับหลักสูตร Big Data in Action for Senior Management ค่าอบรม + ศึกษาดูงาน Business Trip to China Hi-Tech Fair : 31,900 บาท (ราคาดังกล่าวรวม: อบรมหลักสูตร Big Data in Action for Senior Management ในประเทศไทย,ตั๋วเครื่องบินไปกลับจีน, ค่าที่พัก, ค่าเดินทางภายในจีน และค่าอาหารทุกมื้อตลอดการเดินทาง ยังไม่รวมค่าทำ VISA 3,000) [หรือกรณีเข้าอบรมอย่างเดียว 10,900 บาท ; Early Bird 9,900 บาท] [หรือ 27,000 บาท และยังไม่รวมค่าทำ VISA 3,000 กรณีเดินทางไปดูงานอย่างเดียว] รายละเอียด Business Trip to China Hi-Tech Fair@Shenzhen ท่านจะได้พบกับเทคโนโลยีล้ำๆที่ใช้ในครัวเรือน จนถึงอุตสาหกรรม โรบอท โดรน เทคโนโลยีสื่อสาร การผลิต IOT การแสดงผล จอLED Wearable Device ‘งานเดียวครบ’

และหลักสูตร Practical Cloud Computing for Senior Management ค่าอบรม + ศึกษาดูงานCloud Asia Expo 2018 : 59,000 บาทหรือ 55,000 บาท สำหรับการลงทะเบียนก่อนวันที่ 30 กันยายน (ราคาดังกล่าวรวม: อบรมหลักสูตร Practical Cloud Computing for Senior Management ค่าเอกสารอบรม ค่าอาหารกลางวัน อาหารว่าง ค่าเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็น ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด ค่าที่พักห้องเดี่ยว ค่าเข้างาน Cloud Asia Expo 2018 ค่าเดินทางและค่าอาหาร 3 มื้อตลอดการเดินทาง) [หรือ 11,900 บาท กรณีเข้าอบรมอย่างเดียว] [หรือ 45,000 บาทกรณีเดินทางไปดูงานอย่างเดียว] รายละเอียด Cloud Asia Expo 2018@Singapore และท่านสามารถเข้าร่วมงาน Cloud and Cyber Security Expo Singapore, Big Data World, Smart IoT Singapore, Data Centre World Singapore เพื่อเรียนรู้และอัพเดทเทคโนโลยี Cloud computing, Security, Big Data, IoT จากผู้เชี่ยวชาญและบริษัทชั้นนำต่าง ๆ

**ราคาดังกล่าวยังไม่รวม VAT

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร
Ms.Kwanhathai / Ms.Sunisa
Mobile: 088-192-7975Tel: 02-233-4732
Email: contact@imcinstitute.com
Website: www.imcinstitute.com
Facebook: www.facebook.com/imcinstitute
Line ID: @imcinstitute

from:https://www.enterpriseitpro.net/26-imc-bigdata-mobile-bi-iot/

เปิด 8 เทรนด์เปลี่ยนสังคมไทยในปี 2018 คาด “Digital Payment” กระทบสูงสุด

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบัน IMC 

เป็นอีกหนึ่งงานของสถาบัน IMC ที่ออกมาคาดการณ์ถึงสภาพสังคมไทยในปี 2018 ที่มองว่าจะเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น โดย 2 เทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนคนไทยมากที่สุดคือ Digital Payment และ Smart City ขณะที่ความน่ากังวลในปีหน้ายังอยู่ที่องค์กรไทยหลายรายปรับตัวไม่ทัน หรือเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแบบผิวเผิน และยังไม่มี Mindset เพื่อนำข้อมูลดิจิทัลมาใช้พัฒนาธุรกิจอย่างจริงจัง

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบัน IMC ตั้งข้อสังเกตว่าในปี 2018 เทคโนโลยีดิจิทัลที่จะเป็นไฮไลท์ และทำให้สังคมไทยนำมาปรับใช้อย่างกว้างขวาง ประกอบด้วย

  • Digital Payment/Cashless Society
  • Digital Banking
  • Big Data
  • Data Analytic
  • Data Available
  • IOT/Smart City/Smart Farm
  • Network/Broadband
  • LoRA

ดร ธนชาติ นุ่มนนท์

“ประเทศไทยอาจจะยังไม่ใช่สังคมไร้เงินสดทันทีในปีหน้า แต่เราจะได้เห็นสังคมมีวิธีการชำระเงินแบบใหม่มากขึ้น เรียกว่าเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมพอสมควร อีกเรื่องที่เด่นคือบริการ IoT ที่จะนำไปสู่ Smart City ทั้งหมดนี้เป็นผลจากที่ กสทช. อนุมัติคลื่น LoRA เพื่อใช้งาน IoT ทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีต้นทุนราคาถูกลง”

“ทุกภาคส่วนเริ่มเห็นสำคัญของ Digital Transformation เป็นเพราะเห็นการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก และการผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเน้น Social Marketing, e-Commerce ซึ่งก็ยังไม่ใช่ Key ของ Digital Transformation” ดร.ธนชาติ ยกตัวอย่าง “SME ไทยก็ปรับตัวแค่ Digitization ตัวเอง ด้วยการวางขายสินค้าออนไลน์ มุ่งเพียงการใช้เทคโนโลยี แต่ยังไม่ได้มีการปรับ Mindset หรือยังไม่ได้เข้าใจการ transformation ในโลก Digital หรือยังไม่ได้ใช้ digital มา offer และปรับใช้ในการดำเนินกิจการ”

อีกเทรนด์เห็นชัดในปีหน้า คือผู้ให้บริการ e-Commerce ต่างชาติจะแข็งแกร่งขึ้น เพราะ ecommerce ต่างชาติทำได้ดีและกวาดตลาดไปได้มาก ในขณะที่ผู้ประกอบการไทยยังไม่สามารถเริ่มแข็งขันได้ แม่ค้าพ่อค้าไทยเลือกใช้และมั่นใจบริการแพลตฟอร์มจากต่างชาติมากกว่า ทั้งนี้รวมถึงบริการจัดส่ง ที่ต่างชาติจะเข้ามารุกตลาดไทยมากขึ้น

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/11/trends-digital-2018-digital-payment-imc/

[PR] สถาบันไอเอ็มซีเผยผลสำรวจทักษะบุคลากรด้าน IT ในประเทศไทยประจำปี 2017

พบอัตราการใช้เทคโนโลยี Cloud และ Big Data ในองค์กรไทยเพิ่มสูงขึ้นชัดเจน แต่สถิติการตอบรับ Cloud และ Big Data ที่สูงขึ้นสวนทางกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง Blockchain ที่อยู่ในระดับต่ำมาก

IMC Institute เป็นศูนย์รวมข้อมูลเชิงวิชาการและพัฒนาศักยภาพความสามารถให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรม IT เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในโลกของยุคเศรษฐกิจ ได้ทำการเปิดหลักสูตรอบรมที่ครอบคลุมเนื้อหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่องค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีความจำเป็นต้องนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หลักสูตร ที่ IMC Institute เปิดสอน ออกแบบให้กับทั้งผู้บริหาร IT ระดับสูง ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญใน IT แขนงต่างๆ อาทิ SOA, Java Development, Enterprise Architecture, Software Testing, Cloud Computing, Big Data, BI, IoT เป็นต้น

สถาบันไอเอ็มซีเผยผลสำรวจทักษะบุคลากรด้านไอทีในประเทศไทย พบอัตราการใช้เทคโนโลยี Cloud และ Big Data ในองค์กรไทยเพิ่มสูงขึ้นชัดเจน แต่สถิติการตอบรับ Cloud และ Big Data ที่สูงขึ้นสวนทางกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง Blockchain ที่อยู่ในระดับต่ำมาก สะท้อนว่าบุคลากรไทยยังต้องได้รับการผลักดันต่อเนื่องเรื่อง Blockchain เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแข็งแกร่ง

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันไอเอ็มซี อธิบายว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่องค์กรไทยควรตระหนักและนำไปใช้ เพราะ Blockchain นั้นสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ไม่เพียงการโอนเงินที่ปลอดภัยและรวดเร็ว แต่ยังลดโอกาสที่ไวรัสหรือมัลแวร์จะทำลายข้อมูลในคอมพิวเตอร์ด้วย

“Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะถูกมองว่าจะเหมือนกับอินเทอร์เน็ตที่เข้ามาเปลี่ยนโลกทั้งใบ อย่างมัลแวร์ WannaCry ถ้ามี Blockchain ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะข้อมูลถูกจัดเก็บหลายที่”

สำหรับ Blockchain นั้นเป็นเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลแบบกระจายหลายที่จนทำให้เกิดความปลอดภัยสูง จุดเด่นนี้ทำให้เทคโนโลยี Blockchain มีแผนถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง

จุดเด่นของ Blockchain ยังอยู่ที่การตรวจสอบความเคลื่อนไหว ซึ่งจะทำให้องค์กรรับรู้ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างโปร่งใส ทำให้ Blockchain ไม่ได้เหมาะกับเพียงระบบโอนเงินเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกระบบที่ต้องการเก็บข้อมูล ทั้งรูปแบบจำกัดเฉพาะคนในองค์กร (Private) และแบบเปิดกว้างต่อสาธารณชน (Public)

ทั้งหมดนี้ทำให้ไม่น่าแปลกใจ เมื่อการสำรวจปี 2016 ของ IBM พบว่า 15% ของธนาคารใหญ่ระดับโลก กำลังมีแผนประยุกต์ Blockchain เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ (2017) ก่อนที่ตัวเลขนี้จะขยับเพิ่มเป็น 65% ในอีก 3 ปีหรือปี 2019

ดร.ธนชาติ ยกตัวอย่างว่าในอนาคต ฐานข้อมูลทะเบียนรถยนต์ก็อาจนำมาประยุกต์ใช้กับ Blockchain เพื่อให้ทุกคนได้เห็นการทำธุรกรรมที่โปร่งใสขึ้น เช่นที่รัฐบาลเอสโทเนียเริ่มนำ Blockchain มาเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการประชาชนได้ชัดเจนแล้ว

“อุตสาหกรรมการเงินเริ่มเห็นแล้ว ธนาคารเริ่มจะนำ Blockchain มาใช้กับระบบเก็บสัญญา โรงงานที่ส่งออกสินค้าไปอียูที่อยากพิสูจน์ตัวเองว่าดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ Blockchain ก็สามารถช่วยได้ ผมคิดว่า 2-3 ปีข้างหน้า เราจะเห็น Blockchain ในอุตสาหกรรมต่างๆมากขึ้น การแพทย์ก็จะเห็น ทั้งหมดเราจะพูดในงานสัมนานี้ โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวในเมืองไทย”

ในภาพรวม มูลค่าตลาดบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Blockchain ทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัวจาก 210 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016 มาเป็น 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 โดยเม็ดเงินบางส่วนจะหมุนวนในกลุ่มผู้ให้บริการโซลูชันและโครงข่ายเป็นหลัก

สำหรับประเทศไทย ดร.ธนชาติ เชื่อว่าการลงทุนเรื่องเทคโนโลยี Blockchain ควรจะเริ่มที่การพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะทำให้องค์กรไทยมีความพร้อมเพิ่มขีดความสามารถสู่ระดับโลก

“องค์กรไทยต้องลงทุนเรื่องคน ให้มีความเข้าใจ การเติบโตเรื่องอื่นจะตามมาทีหลัง คนต้องเข้าใจก่อนว่า Blockchain เข้ามาใช้ทำอะไรได้บ้าง แล้วก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง”

และเป็นข่าวดีสำหรับทั้งนักพัฒนาและผู้บริหาร ที่สนใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพราะขณะนี้ทางสถาบันฝึกอบรม IMC และ บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) ได้จัดงาน Blockchain 2017 : Unlocking Internet of Value วันที่ 13 – 14 มิถุนายนนี้ ซึ่งการสัมมนาสองวันจะมีวิทยากรหลายๆท่านที่มีประสบการณ์ความเข้าใจเรื่อง Blockchain มาให้ความรู้ด้านนี้ในแง่มุมต่างๆ มีวิทยากรจากบริษัทที่พัฒนาบริการที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain รวมถึงวิทยากรที่เชี่ยวชาญการพัฒนา Blockchain ในรูปแบบของ Blockchain as a Service ตลอดจนกูรูในวงการไอทีอีกหลายท่าน พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆเพื่อให้เห็นภาพของการนำไปใช้งานจริง

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.imcinstitute.com/blockchain2017

from:https://www.techtalkthai.com/imc-survey-blockchain-2017/