คลังเก็บป้ายกำกับ: IDC

IDC เผย การลงทุนใน Cloud มีมูลค่าสูงแซงการลงทุนระบบ IT ภายในองค์กรแล้ว

IDC ได้ออกมาเผยยอดขายของผลิตภัณฑ์ด้าน IT Infrastructure สำหรับ Cloud ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 ที่ผ่านมาว่ามีการเติบโตสูงถึง 47.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีมูลค่ารวมสูงกว่ายอดขายของระบบ IT Infrastructure สำหรับติดตั้งใช้งานภายในองค์กรเป็นไตรมาสแรกจากที่เคยสำรวจมาทั้งหมด

Credit: IDC

สำหรับยอดขายของระบบ IT Infrastructure ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 นี้มีมูลค่ารวมสูงถึง 16,800 ล้านเหรียญหรือราวๆ 537,600 ล้านบาท โดย IDC ระบุว่าตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจยอดขายของระบบดังกล่าวตั้งแต่ปี 2013 การลงทุนส่วนมากก็เกิดขึ้นกับระบบ Public Cloud เป็นหลัก ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมาทั้งปีรวมกัน ทาง IDC คาดว่ายอดขายของระบบ IT Infrastructure โดยรวมน่าจะมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 65,200 ล้านเหรียญหรือราวๆ 2 ล้านล้านบาท โดยเป็นการลงทุนสำหรับระบบ Public Cloud ที่่ 68.8% เติบโตต่อปี 44.7% และเป็นการลงทุนสำหรับระบบ Private Cloud 31.2% เติบโตต่อปี 23.3%

เมื่อคิดประเมินจากยอดขาย IT Infrastructure โดยรวมทั้งสำหรับระบบ Cloud และการใช้งานภายในองค์กร ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 นี้ IDC พบว่าการลงทุนในระบบ IT Infrastructure สำหรับ Cloud นั้นมีมูลค่าสูงถึง 50.9% สูงกว่าการลงทุนในระบบ IT Infrastructure สำหรับใช้งานภายนในองค์กรเป็นไตรมาสแรก แต่หากประเมินรวมทั้งปี IDC เชื่อว่าสัดส่วนการลงทุนในระบบ IT Infrastructure สำหรับ Cloud นั้นจะมีสัดส่วนประมาณ 47.4% ซึ่งต่ำกว่าการลงทุนระบบ IT Infrastructure สำหรับใช้งานภายในองค์กรเล็กน้อย

สำหรับระบบที่เติบโตมากที่สุดภายใน IT Infrastructure สำหรับ Cloud ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 นั้นก็คือ Compute ที่ 59.1% ตามมาด้วย Storage ที่ 20.4% และ Ethernet Switch ที่ 18.5%

ผู้ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 นั้นก็คือ Dell ที่ส่วนแบ่งตลาด 14.2% ตามมาด้วย HPE 9.8%, Cisco 6.4%, Inspur 6.3% และ Lenovo 4.8%

ที่มา: https://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prUS44670519

from:https://www.techtalkthai.com/idc-says-cloud-it-infrastructure-investment-is-higher-than-on-premises-for-the-first-time/

Advertisements

[IDC] ผู้ผลิตอุปกรณ์ IT Infrastructure ขายสินค้าให้คลาวด์ได้มากกว่าโครงสร้างเดิมได้เป็นครั้งแรก ในไตรมาส 3/2018

IDC รายงานภาพรวมของตลาดสินค้าโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure) สำหรับคลาวด์ ได้แก่ เซิร์ฟเวอร์, สตอเรจระดับองค์กร และสวิตช์อีเธอร์เน็ต ของไตรมาสที่ 3 ปี 2018 พบว่ามีการเติบโต 47.2% จากช่วงเดียวกันในปี 2017 มีรายได้รวมมากกว่า 16,800 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวรวมทั้งการขายอุปกรณ์สำหรับคลาวด์แบบ Public และ Private หากคิดตัวเลขรวมไปถึงระดับผู้ให้บริการคลาวด์ รายได้รวมจะอยู่ที่ 65,200 ล้านดอลลาร์

คลาวด์แบบ Public เป็นรายได้ส่วนใหญ่ของตลาดอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐาน คิดเป็น 68.8%

ข้อมูลที่น่าสนใจคือในไตรมาส 3/2018 นั้น ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานไอทีขายสินค้าให้กับการใช้งานคลาวด์ ได้มากกว่าการขายเพื่อนำไปใช้ในองค์กรไอทีแบบเดิมได้เป็นไตรมาสแรก โดยรายได้จากคลาวด์คิดเป็น 50.9% ของรายได้ทั้งหมด สะท้อนแนวโน้มที่องค์กรเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบคลาวด์มากขึ้น IDC ประเมินว่าในปี 2022 รายได้จากการนำไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบเดิมจะลดลงเป็น 42.4%

เดลล์มีส่วนแบ่งรายได้อันดับ 1 ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ 14.2% ส่วนอันดับ 2 คือ HPE กับ New H3C และอันดับ 3 คือ Cisco

ที่มา: IDC

alt="IDC"

from:https://www.blognone.com/node/107528

[IDC] ตลาดพีซี ไตรมาส 4/2018 ลดลง 3.7% มองการอัพเกรดพีซีทดแทน Windows 7 จะกระตุ้นยอดขาย

เมื่อวานนี้เป็นตัวเลขของ Gartner คราวนี้มาดูของ IDC บ้าง โดยภาพรวมตลาดพีซีของไตรมาสที่ 4 ปี 2018 นั้น มียอดส่งมอบ 68.1 ล้านเครื่อง ลดลง 3.7% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ซึ่งแม้ IDC บอกว่าจะลดลงน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ แต่ก็ถือเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2016

IDC ให้เหตุผลเหมือนกับ Gartner โดยบอกว่า ปัญหาซีพียูขาดตลาดและความตึงเครียดของสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ส่งผลกระทบต่อยอดขายพีซีในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามอีกหลายปัจจัย ที่กระตุ้นให้ยอดขายพีซีเพิ่มขึ้น ทั้งการหยุดสนับสนุน Windows 7 ในปี 2020 ทำให้ต้องมีการอัพเกรดอุปกรณ์ และหลายประเทศก็ยังมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่น ญี่ปุ่น

อันดับผู้ผลิตพีซี 5 อันดับแรกของไตรมาส 4/2018 ของ IDC ต่างจาก Gartner เล็กน้อย โดยอันดับ 1-2-3-4 คือ เลอโนโว, เอชพี, เดลล์ และแอปเปิล ส่วนอันดับที่ 5 นั้นเป็นเอเซอร์

ที่มา: IDC

alt="IDC PC Market Share Q4/2018"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107520

รายงาน IDC ชี้ในอีก 2-3 องค์กรต้องยกระดับเทคโนโลยีในที่ทำงาน, Lenovo เผยมีโซลูชันพร้อมรับเทรนด์

IDC ร่วมกับ Lenovo ได้เผยผลรายงานเทรนด์การทำงาน (IDC FutureScape: Worldwide Future of Work 2019 Predictions) ที่ระบุว่าภายในปี 2020 องค์กรส่วนใหญ่ในเอเชียแปซิฟิก มีคนยุคมิลเลนเนียลเป็นพนักงานส่วนใหญ่ตามมาด้วยเจน X, Y และ Z ซึ่งมีความต้องการและรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นองค์กรจะต้องนำเทคโนโลยีมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในองค์กร

รายงานชี้ว่า 3 สิ่งสำคัญที่องค์กรจะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงคือ workplace ที่ต้องสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลาและผสานการทำงานในโลกจริง (physical) และโลกเสมือน (virtual), workforce มนุษย์และหุ่นยนต์จะต้องทำงานร่วมกันและ workculture ที่ต้องมีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าภายในปี 2021 องค์กรในเอเชียแปซิฟิกจะมีการลงทุนด้านไอซีทีรวมกันมากขึ้น 1.5 พันล้านเหรียญ

No Description

ส่วนเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานหลังจากนี้ คือหุ่นยนต์ออโตเมชันและกึ่งออโตเมชัน ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรไอทีและช่วยจัดการระบบ IT Workflow ให้พนักงานมีเวลาไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่าด้วย รวมถึงเทคโนโลยี as-a-Service ทั้งหลาย เนื่องจากมีความยืดหยุ่นและคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่า องค์กรสามารถเลือกบริการที่เหมาะสมกับขนาดองค์กร

ด้าน Lenovo ที่เป็นพาร์ทเนอร์ก็ชี้ว่าวิสัยทัศน์ของ Lenovo ก็สอดคล้องกับทิศทางในรายงานของ IDC โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญในการสร้างประสบการณ์ทำงานที่ดีของพนักงานจะช่วยให้องค์กรสามารถทำธุรกิจได้ดี ซึ่ง Lenovo ก็มีโซลูชันพร้อมสำหรับองค์กรที่ต้องการความช่วยเหลือ อาทิ บริการ Device-as-a-Service รวมถึงบริการ Lenovo Premier Support ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมและความพึงพอใจจากองค์กรที่ประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล จากการได้รับคำปรึกษาและช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107330

IDC เผยยอดขาย Server ทั่วโลกไตรมาสที่ 3 ปี 2018 Dell EMC, HPE ยังคงเป็นผู้นำ

IDC ได้ออกมาเผยถึงสถิติจาก Worldwide Server Tracker สำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2018 ที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด ด้วยยอดขายที่เติบโตถึง 37.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2017

Credit: IDC

ในไตรมาสดังกล่าว Dell EMC และ HPE ได้ขึ้นเป็นผู้นำของตลาดด้วยส่วนแบ่ง 17.5% และ 16.3% ตามลำดับ ตามมาด้วย Inspur, Lenovo, IBM, Huawei และ Cisco

ด้วยอัตราการเติบโต 37.7% นี้ ก็ทำให้มูลค่าตลาดในไตรมาสนี้สูงถึง 23,400 ล้านเหรียญหรือราวๆ 748,800 ล้านบาท โดยมีจำนวน Server ที่ส่งมอบมากถึง 3.2 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้นมาถึง 18.3% โดย Server ขนาดเล็กนั้นมีการเติบโตมากสุดที่ 40.2% ตามมาด้วย Server ขนาดกลาง 39.4% และ Server ขนาดใหญ่ 6.9%

ผู้ที่สนใจสถิติฉบับเต็ม สามารถซื้อรายงานฉบับนี้ได้ที่ https://www.idc.com/tracker/showproductinfo.jsp?prod_id=7

ที่มา: https://www.storagereview.com/idc_release_3q18_worldwide_server_tracker

from:https://www.techtalkthai.com/idc-reveals-server-shipment-stat-on-2018-q3/

IDC ชี้ ตลาด AR/VR จะมีมูลค่ามากกว่า 640,000 ล้านบาทในปี 2019

IDC ได้ออกมาทำนายถึงมูลค่าการลงทุนในเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) ทั่วโลกในปี 2019 ว่าจะมีมูลค่าประมาณ 20,400 ล้านเหรียญหรือราวๆ 652,800 ล้านบาท เติบโตจากปี 2018 ถึง 68.8%

Credit: IDC

สำหรับการทำนายไปถึงปี 2022 นั้น IDC ชี้ว่าการเติบโตในแต่ละปีหรือ Compound Annual Growth Rate (CAGR) นั้นจะมีตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 69.6% และการเติบโตของตลาด AR/VR นี้จะยาวนานต่อไปนับสิบปี โดยเหล่าผู้บริโภคจะมีทางเลือกในการใช้งานอุปกรณ์และ Software ทางด้าน AR/VR ที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่การเติบโตของตลาดนี้ในภาคธุรกิจจะเป็นกลุ่มของการให้บริการ

IDC ยังได้ทำนายด้วยว่าภาคธุรกิจจะลงทุนใน AR/VR มากถึง 64.5% ในปี 2019 และจะเติบโตเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ในปี 2022 ส่วนอุตสาหกรรมที่จะลงทุนมากที่สุดในปี 2019 นี้ก็คือการนำไปใช้งานส่วนตัว (51,200 ล้านบาท), ธุรกิจค้าปลีก (49,920 ล้านบาท) และธุรกิจโรงงานและการผลิต (49,280 ล้านบาท) ตามลำดับ ส่วนอุตสาหกรรมที่จะนำไปใช้งานในอนาคตมากขึ้นด้วยแนวโน้มที่เกินกว่า 100% ในแต่ละปีนั้นได้แก่ภาครัฐ, อุตสาหกรรมด้านทรัพยากร และค้าส่ง

สำหรับในปี 2019 การนำไปใช้งานในภาคการใช้งานส่วนตัวนั้น อันดับหนึ่งคือตลาด Virtual Reality Game (128,000 ล้านบาท), Video/Feature Viewing (64,000 ล้านบาท) และ Augmented Reality Game (19,712 ล้านบาท) ส่วนภาคธุรกิจนั้นได้แก่การฝึกอบรม (57,600 ล้านบาท), การแสดงสินค้าของธุรกิจค้าปลีก (17,856 ล้านบาท) และการดูแลรักษาเครื่องจักร (13,216 ล้านบาท) โดยการดูแลรักษาเครื่องจักรนี้มีอนาคตที่จะเติบโตถึงปึละ 119.2% และเทียบเคียงกับตลาด Augmented Reality Game ได้ในปี 2022

ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในปี 2019 นั้นจะยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา (211,200 ล้านบาท) ตามมาด้วยจีน (192,000 ล้านบาท), ญี่ปุ่น (56,320 ล้านบาท) และยุโรปตะวันตก (55,680 ล้านบาท) ตามลำดับ ส่วนประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดสำหรับเทคโนโลยีนี้ได้แก่แคนาดา, สหรัฐอเมริกา และจีน

ผู้ที่สนใจรายงานฉบับเต็ม สามารถติดต่อทีมงาน IDC ได้ทันทีครับ

ที่มา: https://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prUS44511118

from:https://www.techtalkthai.com/idc-predicts-2019-ar-vr-market/

IDC คาดว่าข้อมูลทั่วโลกจะมากถึง 175 Zettabyte ภายในปี 2025

IDC ได้ออกรายงานฉบับล่าสุดเกี่ยวกับภาวะการเติบโตของปริมาณข้อมูลทั่วโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยชี้ว่าจะมีปริมาณเพิ่มจากปีนี้ที่มีอยู่ 33 ZB (Zettabytes) ขึ้นไปถึง 175 ZB ได้ภายในปี 2025 คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นต่อปีถึง 61 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาจากซิสโก้เมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับตัวเลข 175 ZB นี้ มากกว่าตัวเลขที่ IDC เคยทำนายไว้เมื่อปีที่แล้วประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ และมองว่าข้อมูลจะกระจุกตัวอยู่ตามแหล่งต่างๆ 3 แหล่งใหญ่ด้วยกันอันได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่ตั้งภายในองค์กรแบบเก่า และที่อยู่บนคลาวด์, ฝั่ง Edge อย่างเสากระจายสัญญาณและสำนักงานสาขา, และอุปกรณ์ปลายทางหรือเอนด์พอยต์อันได้แก่ พีซี สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ IoT

หน่วย Zettabyte นี้ เท่ากับหนึ่งล้านล้านกิกะไบต์ ซึ่งเปรียบเทียบกันว่า การเขียนข้อมูลทั้ง 175ZB บนแผ่นบลูเรย์ จะทำให้ได้แผ่นซ้อนกันที่กินความสูงได้เท่ากับระยะทางเดินทางไปดวงจันทร์ได้ถึง 23 เที่ยว หรือแม้แต่การเขียนข้อมูลลงฮาร์ดดิสก์ที่ใหญ่ที่สุดที่มีอยู่ขณะนี้ ก็ยังต้องใช้ดิสก์มากถึง 1.25 หมื่นล้านลูก ซึ่งปริมาณฮาร์ดดิสก์ที่มีการบริโภคอยู่ปัจจุบันยังมีแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น

นอกจากนี้ IDC ยังมีการทำนายตัวเลขในปี 2025 ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก เช่น จะมีการจำหน่ายสตอเรจเพิ่มรวมอีก 42ZB ภายในอีก 7 ปีข้างหน้า, อุปกรณ์ IoT จะสร้างข้อมูลขึ้นมามากกว่า 90ZB, 49 เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลทั้งหมดจะเก็บอยู่บนคลาวด์, และ 30 เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลที่สร้างขึ้นจะถูกนำมาใช้ทันทีแบบเรียลไทม์ เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม : รายงานฉบับเต็มของ IDC (สนับสนุนโดยซีเกท)

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/idc-expect-175-zettabyte-of-data-worldwide/