คลังเก็บป้ายกำกับ: HYPERX

HyperX เปิดตัวหูฟังเกมไร้สาย Cloud Flight S รองรับการชาร์จระบบ Qi

ฟังเกมไร้สาย Cloud Flight S มาพร้อมคุณสมบัติการชาร์จแบบไร้สาย Qi-certified มอบความสบายสไตล์ Hyper X และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 30 ชั่วโมง

HyperX แผนกเกมส่วนหนึ่งของบริษัท Kingston Technology ประกาศเปิดตัวหูฟังเกมไร้สาย HyperX Cloud Flight™ S ที่พร้อมวางจำหน่ายแล้วเวลานี้ หูฟังไร้สายสำหรับเกมรุ่นใหม่นี้พร้อมมอบความรู้สึกอิสระให้กับผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ รองรับการชาร์จแบบไร้สาย1 Qi-certified และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมง2 ใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ช่องสัญญาณ 2.4 GHz นอกจากนี้ Cloud Flight S ยังสามารถมอบประสบการณ์เสียงในเกมที่ยอดเยี่ยมด้วยการจำลองเสียงรอบทิศทาง 7.1 ของ HyperX ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ3 และไดรเวอร์แบบไดนามิกขนาด 50 มม. ที่มาพร้อมกับเสียงระดับสูง กลาง และต่ำที่ละเอียดชัดเจน

 

ด้วยการออกแบบครอบหูฟังแบบปิดที่สามารถหมุนได้ 90 องศาของ Cloud Flight S ประกอบกับตัวเลื่อนโลหะแบบปรับได้บริเวณครอบหูฟัง และหนังสังเคราะห์ที่ยืดหยุ่น และเมมโมรีโฟมที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง HyperX จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายระหว่างใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานหูฟังร่วมกับทั้ง PC PS4™ และ PS4™ Pro โดยส่วนของไมโครโฟนนั้นสามารถถอดออกได้ พร้อมด้วยสัญญาณเตือนการปิดเสียงไมโครโฟนแบบ LED และระบบควบคุมไมโครโฟนในตัว อันมีจุดเด่นคือ เป็นตัวควบคุมจากบนครอบหูฟัง เพื่อใช้ในการปรับระดับเสียงของเกมและเสียงสนทนา ซึ่งสามารถปรับได้ตามความต้องการผ่านซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY

“เนื่องจากตลาดอุปกรณ์ต่อพ่วงเกมแบบไร้สายยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรารู้สึกยินดีที่ได้จำหน่ายหูฟังเกมมิ่งชุดแรกที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายระบบ Qi” HyperX กล่าว “Cloud Flight S เป็นหูฟังไร้สายที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง ตลอดจนความเป็นอิสระและให้ความยืดหยุ่นในการเล่นเกมแบบไร้สาย”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ HyperX ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย Qi-certified พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม 2 ตัว คือ เมาส์เล่นเกมแบบไร้สาย Pulsefire Dart ที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 50 ชั่วโมง4 ด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียวและอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย ChargePlay Base ระบบ Qi ที่สามารถชาร์จอุปกรณ์พร้อมกันสูงสุดสองเครื่อง5 โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้พร้อมที่จะช่วยสร้างความสะดวกสบายในการชาร์จแบบไร้สายสู่โลกของเกม และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานอุปกรณ์แบบไร้สายขึ้นไปอีกระดับ

การวางจำหน่าย

HyperX Cloud Flight มีวางจำหน่ายในราคา 5,990 บาท ซึ่งเป็นราคาขายปลีกแนะนำของผู้ผลิตผ่านทางเครือข่ายของร้านค้าปลีกและร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HyperX Cloud Flight S และการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั่วโลก ท่านสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหน้าเพจผลิตภัณฑ์ HyperX Cloud Flight S

 

ข่าว: HyperX เปิดตัวหูฟังเกมไร้สาย Cloud Flight S รองรับการชาร์จระบบ Qi มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/07/10/hyperx-cloud-flight-s.html

HyperX Cloud Flight S หูฟังไร้สาย เสียงจัดจ้าน ควบคุมบนหูฟัง ปรับแต่งง่าย ชาร์จไร้สาย

สำหรับบรรดาคอเกมที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนใหญ่ก็มักจะให้ความสำคัญกับเกมมิ่งเกียร์ ไม่ว่าจะเป็น เมาส์ คีย์บอร์ด หรือที่บางคนซีเรียสเลยก็คือ หูฟังเกมมิ่ง บางครั้งถึงขั้นยอมจ่ายกับหูฟังดีๆ สักรุ่นในหลักหลายพันบาท เพื่อควาทสนุกและความได้เปรียบในการเล่นด้วย ยิ่งเป็นเกมแนว Battle Royal ในตอนนี้ อย่างเช่น PUBG, Warzone หรือแนวตื่นเต้นอย่าง DBDL หรือ Dead by Day Light เรื่องของคุณภาพเสียง ทิศทางเสียง และรายละเอียด ล้วนแต่มีความสำคัญไม่น้อย เรียกว่าบางครั้งแพ้ชนะ ตัดสินกันที่เรื่องของเสียงเลยด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับหูฟังจาก HyperX Cloud ที่หลายคนได้เคยสัมผัส วันนี้ก็ได้ส่ง CLOUD series รุ่นใหม่ ที่เป็นหูฟังแบบไร้สาย และที่น่าสนใจคือ รองรับการชาร์จแบบไร้สายผ่านทางอุปกรณ์ Qi-Certified ได้อีกด้วย ซึ่งในครั้งนี้ เราได้นำ CHARGEPLAY Base ที่เป็นอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย Qi มาใช้กับหูฟัง Cloud Flight S รุ่นใหม่นี้ด้วย

HyperX Cloud Flight S เป็นหูฟังที่จัดว่าให้อิสระสำหรับเกมเมอร์ ได้ขยับตัวง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่ชอบลุกเดินหรือมีแอ็คชั่นบ่อยๆ หลายคนที่ใช้หูฟังแบบมีสาย ก็มักจะเจอกันอาการหูฟังพัง เพราะไปรั้งสายไม่รู้ตัว หรือบางที่ดึงสายจนแจ๊ค 3.5mm ขาดก็มี หูฟังไร้สายรุ่นนี้ จึงน่าจะมอบความสบายให้มากขึ้น ด้วยจุดเด่น ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น เมมโมรีโฟมบนครอบหู และระบบเสียง Virtual 7.1 กับไดรเวอร์ขนาด 50mm ที่เรียกว่าเป็นตัวชูโรงของหูฟัง CLOUD ในเกือบทุกรุ่น กับเสียงที่หนักหน่วงเป็นเอกลักษณ์ เน้นโทนเสียงกลาง และเพิ่มแหลมเข้ามามากขึ้น และที่สำคัญระบบเสียงรอบทิศทางเอาใจสาย Battle Royal ที่สามารถเล่นแล้วจับทิศทางของศัตรูได้แม่นกว่าเดิม แต่จุดขายของรุ่นนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องของคุณภาพเสียง แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนการชาร์จไร้สาย ร่วมกับอุปกรณ์ Qi-certified อย่างเช่น HyperX ChargePlay Base ที่คุณแทบไม่ต้องไปกังวลกับการต่อสายชาร์จหูฟังรุ่นนี้เพียงอย่างเดียว แต่วางบนแท่นชาร์จแบบไร้สาย แปปเดียวก็เล่นต่อได้แล้ว นอกจากนี้ยังปรับแต่งหูฟังได้ง่ายๆ ผ่านทางซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY อีกด้วย

กล่องแพ็คเกจของ HyperX Cloud Flight S ยังคงเอกลักษณ์ในโทนสีขาว คาดด้วยเส้นสายสีแดง ด้านหน้าเป็นภาพกราฟิกหูฟังรุ่นนี้ และรายละเอียดเล็กน้อย ส่วนด้านหลังมีกราฟิกหูฟังกับการชาร์จไร้สายบน ChargePlay Base อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมรอบๆ กล่อง ก็มีมาให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 2.4GHz และแบตที่ใช้ได้นานถึง 30 ชั่วโมง ที่เคลมเอาไว้หน้ากล่องแบบนี้

สองสิ่งนี้ประกอบด้วย หูฟัง HyperX Cloud Flight S และที่ชาร์จไร้สาย ChargePlay Base ซึ่งมาพร้อม Qi-Certified

ภายในกล่อง Cloud Flight S มาในโทนสีแดงสด มีเอกสารแนะนำผลิตภัณฑ์ และคู่มือการใช้งานมาให้

คู่มือการใช้งาน ค่อนข้างสำคัญทีเดียว เพราะจะบอกรายละเอียดการใช้หูฟังรุ่นนี้ อย่างละเอียด ใครที่ยังไม่เคยใช้หูฟังไร้สาย แนะนำว่า ใช้ข้อมูลที่ HyperX จัดมาให้นี้ประกอบการใช้งาน จะสะดวกขึ้นเยอะ

ภายใต้กล่องสีแดง จะมีแพ็คเกจใส กันกระแทกมาด้วย เห็นตัวหูฟังและตัวส่งสัญญาณ USB

ตัวส่งสัญญาณในแบบ USB adapter ใช้ต่อเข้ากับโน้ตบุ๊กหรือพีซี ขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียว นึกว่าแฟลชไดรฟ์

มาถึงในส่วนของตัวหูฟัง Cloud Flight S กันบ้าง จะเห็นได้ชัดว่า รูปลักษณ์ แทบไม่ต่างไปจาก Cloud series รุ่นแรกๆ แต่มีการปรับปรุงรูปทรง ให้ดูทันสมัยขึ้น สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือ ครอบหูฟังมีขนาดใหญ่พอสมควร แต่จุดนี้มีเหตุผลอยู่…

ในส่วนของอุปกรณ์ จะมีด้วยกัน 3 ชิ้นหลักคือ หูฟัง, ไมโครโฟนแบบถอดได้ และตัวรับ-ส่งสัญญาณ USB Adapter

ไมโครโฟนแบบถอดใส่ได้ ต่อเข้ากับพอร์ตบนหูฟังด้านซ้าย

สามารถปรับโค้งงอได้ตามต้องการ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้าและใกล้กับปากมากที่สุด

ตัวหูฟัง มาพร้อมฟองน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมมโมรีโฟม หุ้มด้วยวัสดุที่เป็นหนังสังเคราะห์ สัมผัสค่อนข้างดีและนุ่มนวล

ส่วนหนึ่งที่เป็นเหตุให้หูฟังมีความหนาขึ้นอีกระดับก็คือ การใส่คอนโทรลเลอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตัวปรับระดับเสียง ปุ่มเปิดปิด และปุ่มเปิดใช้งาน Virtual Surround 7.1 และที่สำคัญมีแบตในตัว ในการใช้งานแบบไร้สาย ก็ไม่น่าแปลกใจ ว่าทำไมมิติดูใหญ่ขึ้น

สามารถวางแบบเท่ๆ ด้วยการตะแคงข้างแบบนี้ได้ และเพื่อการใช้ในการชาร์จไฟแบบไร้สายได้สะดวกมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ที่คาดศรีษะสามารถยืดขยายออกได้ประมาณ 10 ระดับ ให้รับกับการใช้งานของแต่ละบุคคล ถือว่าเป็นแบบมาตรฐานที่อยู่บนหูฟัง CLOUD หลายๆ รุ่น

อย่างที่ได้บอกไว้คือ ครอบหูฟังค่อนข้างหนามากทีเดียว เรียกว่า หูฟังรุ่นที่คลอดมาในช่วงก่อนหน้านี้อายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Alpha, Stinger และอีกหลายรุ่น ข้อดีก็คือ ให้ความกระชับ และลดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีทีเดียว

หูฟัง Cloud Flight S รุ่นนี้ จะเป็นแบบ Close cup มีโลโก้ HyperX แสดงอยู่บนหูฟังทั้ง 2 ด้าน

ส่วนทางด้านซ้าย จะเห็นได้ชัดเจนว่า รูปลักษณ์จะต่างจากหูฟังทางด้านซ้ายเล็กน้อย เพราะตรงจุดนี้ จะใช้เป็นตัวควบคุมที่เรียกว่า Microphone mute toggle ซึ่งจะให้ผู้ใช้สามารถกดปุ่มปรับระดับเสียงไมค์ หรือปิดเสียงสนทนา รวมถึงการปรับสมดุลเสียงของเกมและการสนทนาภายในเกมได้อีกด้วย และที่สำคัญยังเป็นจุดที่ใช้ในการวางบนแท่นชาร์จไร้สาย Qi ด้วยเช่นกัน

หน้าตาค่อนข้างหล่อเหลาเอาการทีเดียว Cloud Flight S กับดีไซน์ที่ไม่ธรรมดา และยังมาพร้อมฟีเจอร์อีกมากมายในตัว

จะเห็นได้ว่าในส่วนของหูฟังทางด้านซ้ายนี้ จะมีทั้งปุ่มเปิด-ปิด ปรับเป็น 7.1 และพอร์ต USB สำหรับชาร์จ รวมถึงช่องเสียบไมค์มาด้วย

ตัวปรับระดับเสียง จะอยู่ทางด้านขวาของหูฟัง เลื่อนไปมา เพื่อปรับเสียงได้ขณะเล่น

และจุดสำคัญของหูฟังรุ่นนี้ อยู่ที่การปรับหมุน Ear cup ได้แบบ 90 องศา เพื่อการวางพาดไว้ที่คอเกมเมอร์ได้สะดวก

USB Adapter หรือตัวรับ-ส่งสัญญาณ เชื่อมต่อผ่าน WiFi 2.4GHz ตามสเปคระบุไว้ว่า สามารถยืดระยะได้ถึง 20 เมตร แต่ในการใช้งานปกติ แนะนำที่ 10 เมตรครับ

เมื่อต่อ USB adapter เข้ากับคอมเรียบร้อย ระบบจะทำการตรวจเช็ค ซึ่ง Windows 10 ก็ตรวจพบได้อย่างรวดเร็ว

หากคุณต้องการจะปรับแต่งหูฟังให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ ก็ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY ในขั้นตอนนี้ เมื่อระบบตรวจพบเป็นครั้งแรก ก็จะถามว่าจะอัพเดต Firmware หรือไม่ ซึ่งถ้าเราไม่ต้องการอัพเดต ก็กดผ่านไปได้ครับ

และเพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้งาน กดปุ่มเพาเวอร์บนหูฟัง ก็จะมีเสียงสัญญาณดังขึ้น และระบบก็จะรายงานข้อมูลของหูฟังรุ่นนี้ให้เห็น ไม่ว่าจะเป็น ระดับเสียง ไมโครโฟน หรือจะเป็นการตั้งค่า 7.1 Surround ระดับแบต และการตั้งค่า Preset ต่างๆ

ในแท็บ Button ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายของหูฟัง จะเป็นส่วนที่ใช้กำหนดการทำงาน และผู้ใช้เลือกปรับรูปแบบการทำงานของทั้ง 4 ปุ่มนี้ได้ด้วย ว่าจะให้แอ็คชั่นแบบใด

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ Settings เกี่ยวกับซอฟต์แวร์นี้ด้วย

ในส่วนของ Preset ก็จะมีให้เลือกใช้ กับการตั้งค่าที่ต่างกัน ซึ่งอาจจะเลือกเป็นโหมดสำหรับความบันเทิง หรือการเล่นบนเกมที่มีความแตกต่างกันได้อีกด้วย

สำหรับคนที่บอกว่าชอบสวมหูฟังไว้บนคอ ด้วยการพับแบบ 90 องศานี้ น่าจะเป็นอะไรที่ชื่นชอบ เพราะไม่เกะกะ เวลาทำอย่างอื่น

ไมโครโฟนสามารถปรับให้เข้าใกล้ปากได้มากขึ้น รวมถึงจะถอด ใส่ก็ได้ตามใจชอบ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้งาน

มาถึงในเรื่องของการสวมใส่ ในครั้งแรกที่เห็น รู้สึกได้ว่ามิติของหูฟังรุ่นนี้ ค่อนข้างต่างไปจากหลายๆ รุ่นของ HyperX ที่ผ่านมา เพราะส่วนใหญ่ จะค่อนข้างบางกว่านี้ แต่ด้วยเมมโมรีโฟมบน Earcup ที่ทำหนาขึ้น รวมถึงการรวมเอาบรรดาคอนโทรลต่างๆ มาไว้บนหูฟัง และมีทั้งแบตเตอรี่เข้ามาอีก จึงไม่น่าแปลกใจที่จะทำให้ Cloud Flight S นี้ จะใหญ่กว่าในหลายๆ รุ่น เทียบได้กับหูฟังที่เป็น Cloud ในรุ่นแรกๆ เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีผลต่อเรื่องของน้ำหนักมากนัก ยังคงสวมใส่ได้สบาย ซึ่งการทำให้หมุน 90 องศาได้ ก็ยิ่งทำให้เราสามารถใช้งานแบบติดตัวได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องถอดออกมาวางไว้ แต่สามารถสวมเดินไปมาภายในบ้านได้สบาย ซึ่งนั่นก็ทำให้เราได้ยินเสียงต่างๆ ได้ แม้จะคล้องคออยู่ก็ตาม จะติดอยู่นิดหน่อยก็คือ ด้วยการที่รวมเอาปุ่มและตัวปรับระดับเสียงไว้บน Earcup บางครั้ง การจับถือ ก็ทำให้มือไปโดนได้เช่นกัน ให้เหมาะสุด ควรหยิบที่คาดศีรษะ จะสะดวกมากที่สุด

HyperX ChargePlay Base

มาดูอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่ง ที่มีบทบาทต่อการใช้งานหูฟังรุ่นนี้ HyperX ChargePlay Base ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับชาร์จไฟแบบไร้สายในรูปแบบของ Qi-Certified ที่รองรับการชาร์จอุปกรณ์ได้ถึง 2 ตัวพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น หูฟังหรือเมาส์ก็ตาม

หน้าตาของแท่นชาร์จ ChargePlay Base จะเป็นแบบเรียบง่าย แท่นสีดำบางๆ มีแผ่นยางรองรับอุปกรณ์ พร้อมไฟแสดงสถานะ

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบด้วย อแดปเตอร์ สาย USB Type-A to C และแท่นชาร์จ รวมถึงคู่มือการใช้งานเล็กน้อย

วิธีใช้ก็เพียงต่อสาย USB เข้ากับอแดปเตอร์ จากนั้นเสียบสายเข้ากับแท่นชาร์จ จะมีโลโก้ Qi บนพอร์ต Type-C

เราสามารถสังเกตการทำงานได้ง่ายๆ ว่าเริ่มชาร์จหรือยัง และชาร์จอยู่หรือไม่ ไฟสถานะสีแดง หากกระพริบอยู่ หมายความว่าไม่ชาร์จ อาจจะต้องเช็คว่าวางถูกต้องมั้ย ส่วนถ้ากำลังชาร์จ ไฟสีแดงจะค้างอยู่ในฝั่งที่วางอุปกรณ์ชาร์จไฟอยู่นั่นเอง

วิธีเช็คว่าแบตของหูฟังอยู่ในระดับใด ให้ดูที่ไฟ LED ที่อยู่บนตัวหูฟัง ขณะที่ชาร์จ หากมีไฟสีแดง แสดงว่าแบตค่อนข้างน้อย ส่วนถ้าสีเขียวกระพริบ แบตจะอยู่ที่ 60% ขึ้นไป ส่วนถ้าไฟสีเขียวนิ่งๆ หมายถึงว่าแบตเต็มครับ

Conclusion
สำหรับการใช้งาน ขอแยกเป็น 2 ประเด็น คือ เรื่องของรูปลักษณ์ และคุณภาพ ว่ากันที่เรื่องของการออกแบบ สำหรับมุมมองจากภายนอก ให้คะแนนค่อนข้างดี ในแง่ของการออกแบบ และวัสดุ โดยเฉพาะในจุดที่มีการเคลื่อนไหว เช่น ครอบศีรษะ ที่ทาง HyperX ยังคงนำเมมโมรีโฟม ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนมาใช้ในจุดรองได้ดี แม้จะไม่หนามาก แต่ก็ไม่มีผลต่อการใช้งานนัก เพราะหูฟังไม่ได้หนักแต่อย่างใด โครงสร้างด้านในเป็นโลหะ แข็งแรงและยืดหยุ่น แต่ยังมีพลาสติกเป็นตัวครอบอยู่ ไม่ได้เป็นโครงทั้งหมด เหมือนกับในหลายๆ รุ่น ก็ทำให้การยืดระยะออกไปได้ไม่กว้างนัก แต่ก็สวมลงในหัวคนเอเซียบ้านเราได้สบาย และอย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นคือ ครอบหูฟังที่หมุนได้ 90 องศา ยังคงเป็นสิ่งที่สร้างความสะดวกต่อการพกพา หรือในช่วงที่พักเกม แม้ว่าจะไม่มีเรื่องของสีสันของแสงไฟ มาให้เห็นกันอย่างหวือหวา เช่นที่วางขายในตลาดกันหลายรุ่น แต่ก็เชื่อว่ากลุ่มคนที่ชื่นชอบ ความเรียบหรูดูดี ก็มีไม่น้อย

มาในเรื่องเสียงของเสียงกันบ้าง ย่านความถี่ของหูฟัง Cloud Flight S นี้ จะอยู่ที่ 10Hz – 20000Hz ให้เสียงต่ำได้ค่อนข้างดี ซึ่งเหมาะกับการเล่นเกม และเอฟเฟกต์แบบตูมตาม ไดรเวอร์ขนาด 50mm ตามสไตล์ของ HyperX ยังคงทำหน้าที่ได้ดี เรื่องของเสียง จากการเล่นใน PUBG, Battlefield V และ GTAV สนุกและจัดจ้านขึ้น โดยเฉพาะเอฟเฟกต์เสียง ถ้าปรับให้ดี คุณจะตื่นเต้นไปกับเสียงรอบข้าง ตั้งแต่ปืนใหญ่จากรถถัง ที่ยิงมาโดนรถคุณใน BFV หรือจะเป็นการถล่มเมืองใน GTAV ก็ตาม เสียงระเบิดจากรถยนต์ต่างๆ ก็ดูจะเด่นชัดขึ้น และเมื่อลองเปิด 7.1 Surround ที่ปุ่มบนหูฟัง เสียงเฮลิคอปเตอร์ กับเสียงกรีดร้อง ตามท้องถนน ก็ทำเอาตื่นเต้นเลยทีเดียว และแน่นอนว่า เมื่อลองไปเล่นใน PUBG แม้จะไม่ได้เด่นชัดมาก กับเสียงที่อยู่รอบข้าง อาจจะรู้สึกค่อนข้างราบเรียบไปบ้างในบางอารมณ์ แต่ก็พอที่จะจับทิศทาง เมื่อมีการโจมตี หรือมีใครเข้ามาทางหลังบ้าน ขณะที่คุณกำลังฟาร์มอาวุธอยู่ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสลองเล่นกับ DBDL เพราะน่าจะชวนตื่นเต้นและสยองอยู่ไม่น้อย เมื่อเป็นฝ่ายถูกล่า และเสียงของ เปิร์ค กำลังทำงาน รอมีโอกาสได้ลอง จะมาบอกกันอีกที ในส่วนของเสียง ให้ที่ 9/10

ส่วนอีกเรื่องมาว่ากันที่ ความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะในแง่ของการชาร์จไร้สาย ข้อนี้ให้ 8/10 เพราะสามารถชาร์จไร้สายได้จริง แต่นั่นก็หมายความว่า ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม ซึ่งถ้าคุณมีงบอีกราว 1,800 บาท ก็จะสะดวกขึ้นอีกพอสมควร ในแง่ของการชาร์จก็ไม่ได้อืดอาดอะไร จะเอาแบบใช้ยาว เมื่อเริ่มจาก 10% ชาร์ประมาณชั่วโมงเดียว ก็เล่นได้ยาวๆ แล้ว ยิ่งถ้าคุณมีอุปกรณ์ที่ชาร์จร่วมกันได้ ก็จะยิ่งคุ้มค่ามากขึ้น

จุดเด่น
-เชื่อมต่อแบบไร้สาย ใช้งานสะดวก
-ใช้งานได้ยาวนาน
-เสียงกลางแน่น เอฟเฟกต์สนุก
-รองรับการชาร์จแบบไร้สาย
-ระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1
-ควบคุมการการทำงานได้บนตัวหูฟัง

ข้อสังเกต
-ขนาดค่อนข้างใหญ่
-มีโอกาสพลาดไปโดนปุ่มบนหูฟัง

ราคา ประมาณ 5,990 บาท (HyperX Cloud Flight S)
ราคา ประมาณ 1,790 บาท (HyperX ChargePlay Base)

ติดต่อ ตัวแทนจำหน่าย HyperX Gaming ทั่วประเทศ

ข้อมูลอุปกรณ์เพิ่มเติม : HyperX Cloud Flight S

from:https://notebookspec.com/hyperx-cloud-flight-s-gaming-headset/528008/

รีวิว HyperX Pulsefire Dart เมาส์เกมมิ่งไร้สาย ที่มาพร้อมระบบชาร์จไร้สายในตัว และแท่นชาร์จไร้สาย ChargePlay Base ที่เข้าชุดกัน

HyperX ส่งเมาส์สำหรับเกมมิ่งรุ่นใหม่ที่เป็นแบบระบบไร้สายสมบูรณ์ ชื่อรุ่นว่า Pulsefire Dart ที่บอกว่ามันไร้สายสมบูรณ์เพราะว่า นอกจากการใช้งานที่ไม่ต้องสายระโยงระยางเสียบเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แล้ว มันยังรองรับการชาร์จแบตแบบไร้สาย ในมาตรฐาน Qi ด้วยนั้นเองครับ

HyperX Pulsefire Dart เป็นเมาส์ ขนาดตัวเมาส์ค่อนข้างใหญ่ตามสไตล์ ที่มีความแข็งแรงต่อการใช้งานแบบใส่อารมณ์ตามสไตล์เกมมิ่งหัวร้อน ^^ ใช้ระบบการเชื่อมต่อไร้สายตอบสนองระดับสูงครับ เพื่อความไวในการควบคุมขณะเล่นเกม


จุดเด่นของเจ้า HyperX Pulsefire Dart คือเป็นเมาส์ไร้สายที่มีแบตเตอรี่ในตัว ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 50 ชั่วโมงต่อแบตเตอรี่เต็ม 100% โดยไม่ต้องไปหาถ่านอัลคาไลน์มาเปลี่ยนเมื่อพลังงานหมดครับ และตัวมันเองก็รองรับการชาร์จพลังงานกลับเข้าตัวได้แบบไร้สาย ซึ่งสามารถใช้งานกับแท่นช่าร์จไร้สายที่เป็นมาตรฐานกลาง Qi ได้ทั้งหมดทุกยี่ห้อเลยครับ

บนตัวอุปกรณ์มีปุ่มควบคุมพิเศษ เพื่อการกำหนดค่าการใช้งานได้ตามต้องการด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY ได้ทั้งหมด ว่าต้องการให้แต่ละปุ่มแทนการสั่งงานอะไรบ้าง

บนตัวเมาส์ จะมีไฟ LED ที่สามารถแสดงผลได้แยกอิสระกันสองจุด ตรงบริเวณตรายี่ห้อ HyperX และตรงล้อหมุนตรงกลางของเมส์ ซึ่งสีไฟและรูปแบบการแสดงไฟ เราสามารถกำหนดได้ด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY ที่จะติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน

ตัวเมาส์ออกแบบได้พอดีมือครับ สำหรับคนใช้เมาส์มือขวา ออกแบบได้ตามสรีระศาสตร์ของมือครับ จับได้เต็มอุ้งมือเล่นนานๆ ไม่เมื่อย  ผิววัสดุลบคมเนียนมือ ผิวสัมผัสรู้สึกดี น้ำหนักไม่นักครับ

การตอบสนองในการควบคุมรวดเร็ว ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างเมาส์เกมมิ่งเสียบสายทั่วไป แต่ขยับได้สะดวกกว่าเพราะไม่มีสายไฟเกะกะ

อุปกรณ์ภายในกล่องของ HyperX Pulsefire Dart นอกจากตัวเมาส์แล้ว ก็มีตัว USB Adaptor รับสัญญาณพร้อมสายเสริมสำหรับเชื่อมต่อตัวรับสัญญาณเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ในระยะไกลชึ้น เพราะว่าทาง HyperX แนะนำให้จัดตำแหน่งตัวเมาส์กับตัวรับสัญญาณไม่ควรห่างกันเกิน 20เซนติเมตร เพื่อคุณภาพการตอบสนองสัญญาณได้ดีที่สุด

HyperX Pulsefire Dart ก็เป็นเมาส์คุณภาพสูง ครับ เทคโนโลยีดี ปกติราคาน่าจะประมาณเกือบๆ สี่พันนะครับเมาส์เกมมิ่งไร้สายเกรดแบบนี้ แต่เจ้าตัวนี้ HyperX ประกาศราคาไทยออกมาที่ 2,890 เท่านั้นครับ

โดยทาง HyperX ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานคู่กันอย่าง ChargePlay Base ที่เป็นแท่นชาร์จไร้สายออกแบบสวย ซึ่งเป็นแท่นชาร์จมาตราญาน Qi ที่นอกจากจะสามารถชาร์จไฟให้กับเมาส์ HyperX Pulsefire Dart ได้แล้ว ก็สามารถชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์หรือสมาร์ทโฟนทั่วไป ที่รองรับระบบชาร์จไร้สายได้ทั้งหมดครับ

ซึ่งตัว ChargePlay Base จะเป็นแท่นชาร์จไร้สายที่สามารถชาร์จไฟได้สองอุปกรณ์พร้อมๆ กัน ให้กำลังไฟสูงสุด 10W ต่อหนึ่งอุปกรณ์ ซึ่งเป็นแรงดันไฟระดับ Fast Charge ของการชาร์จไร้สายของอุปกรณ์ iPhone นั้นเองครับ แต่ถ้าเราวางชาร์จสองอุปกรณ์พร้อมกัน ตัว ChargePlay Base จะเพิ่มกำลังไฟได้สูงสุดที่ 15W สำหรับการแบ่งไฟไปชาร์จให้กับอุปกรณ์ทั้งสองข้างที่นำมาวางชาร์จครับ

 

โดยจะมีไฟแจ้งสถานะการชาร์จเป็นไฟสีแดง ถ้าทำการชาร์จจะติดค้างไว้ แต่ถ้ามีความผิดปกติจะกระพริบเพื่อเป็นการแจ้งเตือนครับ


แท่นชาร์จตัวนี้ออกแบบมาตามแนวของอุปกรณ์เกมมิ่ง  สวยงามครับ เหมาะกับการวางเป็นเครื่องประดับห้องได้ด้วย โดยราคาของเจ้าแท่นชาร์จ ChargePlay Base ตัวนี้อยู่ที่ 1,790 บาทนะครับ

ข่าว: รีวิว HyperX Pulsefire Dart เมาส์เกมมิ่งไร้สาย ที่มาพร้อมระบบชาร์จไร้สายในตัว และแท่นชาร์จไร้สาย ChargePlay Base ที่เข้าชุดกัน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/06/24/review-hyperx-pulsefire-dart-chargeplay-base.html

HyperX เพิ่มผลิตภัณฑ์หูฟัง HyperX Stinger ด้วยหูฟังเกมมิ่งใหม่ 2 รุ่น HyperX Cloud Stinger มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Virtual 7.1

HyperX แผนกเกมส่วนหนึ่งของ Kingston Technology Company ประกาศเปิดตัวหูฟังใหม่ 2 รุ่น ในตระกูล HyperX Cloud Stinger ซึ่งประกอบด้วยหูฟัง HyperX Cloud Stinger Core + 7.1 และ HyperX Cloud Stinger Core Wireless + 7.1 หูฟังเกมมิ่ง Cloud Stinger Core ใหม่ทั้งสองแบบนี้มีจุดเด่นคือเสียงรอบทิศทางเสมือนจริงแบบ 7.1 โดยใช้ซอฟต์แวร์ NGENUITY

HyperX มีความยินดีที่ได้ขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหูฟังเกมมิ่ง Cloud Stinger ด้วยหูฟังระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 7.1 ใหม่ 2 รุ่น สำหรับคอเกมที่กำลังมองหาหูฟังราคาประหยัด จากการที่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และเกมเมอร์ต้องทำงานและเล่นเกมที่บ้านกันมากขึ้น HyperX จึงได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Stinger เพื่อนำเสนอหูฟังที่ราคาประหยัดกว่าเดิม

HyperX Cloud Stinger Core + 7.1 และ Cloud Stinger Core wireless + 7.1 ให้เสียงรอบทิศทางเสมือนจริง เพื่อช่วยสร้างประสบการณ์เสียงในการเล่นเกมเกมที่สมจริงยิ่งกว่าเดิม ไดรเวอร์ทิศทางเดียว ขนาด 40 มม. ให้เสียงคุณภาพสูง พร้อมเสียงที่แม่นยำ Stinger Core + 7.1 หูฟังทั้งสองรุ่นมีจุดเด่นอยู่ที่ การออกแบบที่มีความเบา ซึ่งหูฟังแต่ละรุ่น มีน้ำหนักน้อยกว่า 245 กรัม หูฟังทั้งสองรุ่น ใช้ตัวเลื่อนโลหะแบบปรับได้ ระบบควบคุมระดับเสียงอย่างเป็นธรรมชาติบนตัวหูฟังด้านนอก และไมโครโฟนแบบหมุนเพื่อปิดเสียงและตัดเสียงรบกวนได้

หูฟัง HyperX Cloud Stinger Core Wireless + 7.1 ให้อิสระในการเชื่อมต่อ ไม่ต้องใช้สาย ด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สาย 2.4Ghz ที่วางใจได้ ให้ระยะการเชื่อมต่อได้ถึง 20 เมตร และอายุการใช้งานนานถึง 17 ชั่วโมง ทำให้ Stinger Core + Wireless 7.1 ช่วยสร้างประสบการณ์การเล่นเกมแบบไร้สายในราคาประหยัด

หูฟังเกมรุ่น Cloud Stinger Core + 7.1 ให้การรับประกัน 2 ปี หูฟังเกมมิ่ง HyperX Cloud Stinger Core + 7.1 ราคาขายปลีกแนะนำของผู้ผลิตอยู่ที่ 1,690 บาท และหูฟังเกมไร้สาย HyperX Cloud Stinger Core + 7.1 ราคาขายปลีกแนะนำของผู้ผลิตอยู่ที่ 2,790 บาท หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าไปยัง หน้าผลิตภัณฑ์

 

ข่าว: HyperX เพิ่มผลิตภัณฑ์หูฟัง HyperX Stinger ด้วยหูฟังเกมมิ่งใหม่ 2 รุ่น HyperX Cloud Stinger มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Virtual 7.1 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/05/12/hyperx-hyperx-stinger.html

HyperX จับมือ DuckyChannel โชว์ เกมมิ่งคีย์บอร์ด HyperX x Ducky One 2 Mini

ด้วยการร่วมมือกันระหว่าง Kingston Technology กับ DuckyChannel สร้างสรรค์ Mechanical keyborad รุ่นใหม่ในรุ่น HyperX x Ducky One 2 Mini ในรูปแบบ 60% form factor ที่กระทัดรัดกว่าคีย์บอร์ดทั่วไป ซึ่งใช้ Red key switch ที่เป็นแบบ Linear และออกแบบให้มีความทนทานสูง ดีไซน์สวย พร้อมไฟ RGB

hyperx

สำหรับคีย์บอร์ดที่พัฒนาขึ้นมาจาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ในวงการเกมมิ่งเกียร์นี้ นอกจากจะเป็น Mechanical keyboard ที่ให้ความทนทานต่อการกด 80 ล้านครั้ง และมีแสงไฟ RGB แล้ว ยังใช้คีย์แคปที่เรียกว่า Ducky PBT double-shot seamless ซึ่งเป็นคีย์แคปสำหรับสายเกมมิ่งโดยเฉพาะ และมีราคาค่อนข้างสูง เพราะใช้การผลิต 2 ชั้นซ้อนกัน เพื่อความแข็งแรง และทำให้แสงไฟลอดออกมาได้อย่างคมชัด ซึ่งมักจะพบอยู่บนคีย์บอร์ดระดับไฮเอนด์

hyperx

นอกจากนี้ HyperX x Ducky One 2 Mini ยังสนับสนุน Ducky Macro 2.0 โดยคีย์บอร์ดจะทำออกมาในโทน Dual-colour เน้นสีแดงบริเวณด้านล่าง ให้ดูเป็นแนวของอีสปอร์ตมากขึ้น ขาตั้งด้านล่างแน่นหนา เพื่อลดการเคลื่อนไหวขณะใช้งาน ให้มุมลาดเอียงได้พอเหมาะ และใช้สายสัญญาณที่ถอดออกได้ พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C ทนต่อการขูดขีด และไม่พันกันง่าย นอกจากนี้ยังมีปุ่มกด Ducky ที่เป็นแบบสีแดงเพิ่มเติมมาให้ เช่นเดียวกับ Spacebar ที่ทำมาเป็นลายของปีนักษัตรหนู
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://collab.hyperxgaming.com/ducky

ที่มา: HyperX x Ducky One 2 Mini

from:https://notebookspec.com/hyperx-duckychannel-gaming-keyboard/520135/

แนะนำคู่หูดูโอ้ FURY Ultra และ Pulsefire Surge ของถูกใจเกมเมอร์ ราคาดี ไฟสวย คุณภาพสูง

แผ่นรองเมาส์ FURY Ultra และเมาส์ Pulsefire Surge คู่หูเกมมิ่งที่ออกมาคู่กันจาก HyperX มันสามารถทำงานได้ร่วมกัน เซ็ตติ้งการทำงานร่วมกันผ่านโปรแกรม HyperX NGENUITY software ที่สามารถกำหนดการทำงานและแสงไฟได้อย่างสวยงามในโปรแกรมเดียว

 

HyperX FURY Ultra และ Pulsefire Surge เป็นอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ที่ปล่อยออกมาคู่กันเมื่อไม่นานนี้ครับ เน้นการออกแบบถูกใจเกมเมอร์ ด้วยแสงไฟ RGB ที่ปรับแต่งได้รอบตัว 360 องศา ที่บอกว่าปรับแต่งได้ ไม่ใช่แค่ปรับเพียงแสงสีนะครับ มันสามารถปรับได้ละเอียดมาก แทบจะเรียกว่าเม็ดต่อเม็ดของไฟเลยทีเดียว และนอกจากความสวยงามแล้ว HyperX FURY Ultra และ Pulsefire Surge ยังเป็นเมาส์และแผ่นรองเมาท์ที่ช่วยกันเสริมความแม่นยำให้กับการควบคุมอีกด้วยครับ



HyperX FURY Ultra เป็นแผ่นรองเมาส์ที่คุณสมบัติพื้นผิวแข็ง ด้านใต้แผ่นเป็นยางแบบกันลื่น พื้นผิวเพิ่มความแม่นยำและไม่ลดทอนความไวในการตอบสนองขณะเคลื่อนเมาส์แบบรวดเร็วครับ

รอบตัวแผ่นจะรองรับการปรับแต่งไฟ RGB ผ่านโปรแกรม HyperX NGENUITY software ซึ่งมีหลายรูปแบบไฟให้เราเลือกใช้ โดยสามารถกำหนดไฟรอบตัวมันได้แตกต่างกันในแต่ละเม็ดไฟด้วยครับ ทำให้แผ่นรองเมาส์ตัวนี้ เล่นกับแสงไฟได้ดีมากๆ

 

ตัวเมาส์ Pulsefire Surge คือเมาส์เกมมิ่งระดับสูงครับ จับสัมผัสก็รู้สึกได้เลยวัสดุดีกมาก น้ำหนักดี ขนาดกำลังเต็มมือสำหรับผู้ใช้ที่เป็นผู้ชายครับ อาจจะใหญ่ไปสักหน่อยสำหรับผู้หญิงมือเล็กๆ แต่ถ้าซื้อให้คุณผู้ชายใช้ละก็ รับรองว่าใช่เลย ^^

ตัวเมาส์รองรับ DPI ได้สูงถึง 16,000 DPI  มีไฟ RGB รอบตัว 360 องศาที่ปรับแต่งได้เป็นรายจุดเช่นเดียวกันกับแผ่นรองเมาส์ มีปุ่มพิเศษไว้เซ็ตอัพฟังก์ชั่นที่สำคัญต่อการเล่นเกมสามปุ่ม ซึ่งตั้งค่าไว้ได้ในโปรแกรม HyperX NGENUITY software ครับ


และภายในตัวเมาส์ ยังเก็บชุดการตั้งค่าเอาไว้ได้ในตัวมันเอง ไม่ต้องมาตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่จะใช้งานตัวเมาส์มีความทนทานสูงตามสไตล์อุปกรณ์ HyperX รองรับการใช้งานได้มากกว่า 50 ล้านคลิ๊ก ใช้งานได้ยาวนานแน่นอน

ในโปรแกรม HyperX NGENUITY software เราสามารถอัพเดทระบบของทั้งตัวเมาส์และแผ่นรองเมาส์ได้ ใช้ตั้งค่าการแสดงแสงไฟในรุปแบบต่างๆ ที่ต้องการ เช่นโหมด Wave, Cycle, Breathing, หรือ Static เป็นต้น






ความพิเศษของการเซ็ตแสงไฟของ HyperX FURY Ultra และ Pulsefire Surge คือการแยกเซ็ตได้หลายโหมดร่วมกันครับ โดยสามารถแยกจุดที่ต้องการให้แสดงไฟแต่ละโหมดได้อิสระครับ เช่นด้านซ้ายเป็นไฟในรูปแบบหนึ่ง และด้านขวาเป็นอีกรูปแบบเป็นต้น สามารถแสดงหลายโหมดได้ร่วมกันด้วย ^^ ฉะนั้นการมิกส์แสงไฟของอุปกรณ์ HyperX จึงทำได้หลากหลายสุดๆ ครับ

สวยงามน่าใช้ครับ สามารถหาซื้อมาใช้หรือให้เป็นของขวัญคุณผู้ชาย ซื้อเป็นคู่แบบนี้อาจจะเหมาะกับวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ก็ได้นะครับ และราคาจำหน่ายของคู่หูคู่นี้ถือว่าเป็นเกมมิ่งเกียร์คุณภาพดีที่ราคาไม่แพงมากไปครับ HyperX FURY Ultra mousepad ราคา 1990 บาท ส่วน Pulsefire Surge  ราคา 1490 บาท เปิดจำหน่ายตามร้านไอทีชั้นนำทั่วไป

^^ การันตีความถูกใจสามีแน่นอน

ข่าว: แนะนำคู่หูดูโอ้ FURY Ultra และ Pulsefire Surge ของถูกใจเกมเมอร์ ราคาดี ไฟสวย คุณภาพสูง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/02/05/review-hyperx-fury-ultra-pulsefire-surge.html

HyperX เปิดตัว Cloud Flight S หูฟังเกมมิ่งไร้สาย รองรับชาร์จไร้สาย Qi

HyperX แบรนด์เกมมิ่งเกียร์ในเครือ Kingston เปิดตัวเกมมิ่งเฮดโฟน Cloud Flight S อัพเกรดจากรุ่นก่อนให้รองรับการชาร์จไร้สาย แต่ต้องซื้อแท่นชาร์จไร้สายสำหรับหูฟังเพิ่มเอง ไม่เช่นนั้นต้องชาร์จด้วยสาย micro-USB ยาว 1 เมตรในกล่องแทน

หูฟัง HyperX Cloud Flight S มีกำหนดขายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ราคา 160 ดอลลาร์ หรือราว 4,800 บาท แต่ยังไม่ทราบว่าจะวางจำหน่ายในไทยหรือไม่ สเป็กมีดังนี้:

No Description

  • ไดรเวอร์หูฟังขนาด 50 มิลลิเมตร จำลองเสียงแชนแนล 7.1 ได้
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วยตัวส่งสัญญาณ USB คลื่น 2.4GHz ในระยะ 20 เมตร รองรับ PS4 / PC
  • ไมโครโฟนแบบ Bi-directional, ตัดเสียงรบกวน ตอบสนองความถี่ 50Hz-18kHz, ถอดไมโครโฟนแยกจากหูฟังได้
  • รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi, ใช้งานได้นานสุด 30 ชั่วโมง
  • มีปุ่มควบคุมบนตัวหูฟัง ปรับแต่งด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY

No Descriptionภาพสินค้าในกล่อง

No Descriptionปุ่มควบคุมบนตัวหูฟัง

แท่นชาร์จหูฟัง ChargePlay Base สามารถชาร์จหูฟังพร้อมกับอุปกรณ์ที่ชาร์จไร้สายได้อีก 1 ชิ้น จ่ายไฟ 15 วัตต์, รองรับอะแดปเตอร์สูงสุด 24 วัตต์ (5V/3A, 9V/2A หรือ 12V/2A) มีสาย USB-C ยาว 1.8 เมตรมาในกล่อง แสดงสถานะด้วยหลอดไฟแอลอีดีสองดวง ราคา 60 ดอลลาร์ หรือราว 1,800 บาท

No Descriptionภาพทั้งหมดจาก HyperX

ที่มา: HyperX (Cloud Flight S), HyperX (ChargePlay Base), Engadget

from:https://www.blognone.com/node/114001

PR-เมื่อต้องเลือกของขวัญปีใหม่ ให้เซอร์ไพรซ์เหล่าเกมเมอร์

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นช่วงเวลาอันดีสำหรับการหาของขวัญให้กับตนเองและส่งมอบให้กับผู้อื่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะใช้เวลาในการเลือกหา เพื่อให้เหมาะกับผู้รับเหล่านั้น แต่ถ้าคุณอยากจะมอบของขวัญสักชิ้นให้เป็นพิเศษ สำหรับเพื่อน คนรู้ใจ หรือลูกหลานของคุณที่ชื่นชอบการเล่นเกม การเลือกของขวัญปีใหม่สำหรับคอเกม คงไม่มีอะไรดีไปกว่า บรรดาเกมมิ่งเกียร์ เช่น หูฟัง เมาส์ คีย์บอร์ดและ Accessories ที่ใช้ได้ในทุกๆ วัน แต่ก็คงต้องเลือกให้เหมาะกับการเล่นเกมของเขาเหล่านั้น เช่น ชอบเล่นเกมแนวใด หรือถนัดใช้แบบใดเป็นต้น

หูฟัง hyperx

ชอบเล่นเกมแอ็คชั่นและ FPS: ควรเลือกคีย์บอร์ดที่ตอบสนองได้ไว ระยะการกดที่สั้น คีย์บอร์ด Mechanical นอกจากจะให้การตอบสนองที่ดี มีจังหวะคลิ๊กที่ให้ความสนุกสนานแล้ว ยังมาพร้อมกับความทนทาน เพื่อให้รองรับการกดถี่ๆ ได้ต่อเนื่อง อันเป็นธรรมชาติของคนที่เล่นเกมแนวนี้ และอาจมีสีสันของแสงไฟ เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อความสวยงาม ส่วนการเลือกหูฟังควรสวมใส่สบาย คล่องตัว ไม่หนักศีรษะ ครอบหูมีความนุ่มนวล ที่สำคัญควรสนับสนุนระบบเสียงรอบทิศทาง และไมโครโฟนที่ให้เสียงคมชัด เพื่อให้การสื่อสารภายในทีมได้ชัดเจน

หูฟัง hyperx

ตัวอย่างเช่น HyperX Alloy Originsเป็นคีย์บอร์ด Mechanical ซึ่งใช้สวิทช์ที่ทาง HyperX พัฒนาขึ้นเอง ระยะการกดที่สั้น ตอบสนองไวและมีปุ่มสำหรับตั้งค่า macro key ได้และฟีเจอร์ที่จำเป็นในการเล่นเกมครบครัน ให้ความทนทานสูงรองรับการกดได้ถึง 80 ล้านครั้ง และ หูฟัง HyperX Cloud Alpha Sหูฟังดีไซน์สวย น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ด้วยครอบหูเมมโมรีโฟม และคุณสมบัติ Dual Chamber แยกเสียงเบสกลางและสูง ให้เสียงที่ใสสะอาด ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนให้การสื่อสารที่คมชัด และมีไดรเวอร์ขนาด 50mm ตอบโจทย์สำหรับคอเกม ที่ชื่นชอบความเร้าใจ พร้อมบุกตะลุยมสนามรบ รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง

เล่นเกมทั่วไปและใช้งานทั่วไป: การเลือกคีย์บอร์ดมัลติมีเดีย ที่ครบเครื่องสำหรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ก็เป็นสิ่งที่เหมาะสม โดยเฉพาะคีย์บอร์ดที่มีความทนทาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้าง หรือในส่วนของปุ่มกดก็ตาม เพราะนอกจากจะต้องใช้ในการงานหรือความบันเทิงทั่วไปแล้ว ก็ต้องรองรับการเล่นเกม ที่ต้องใช้การกดปุ่มต่อเนื่องทั้งวัน นอกจากนี้ควรมีปุ่มที่ออกแบบมาสำหรับการเล่นเกม และฟังก์ชั่นที่จำเป็น หรือถ้ามีแสงไฟ RGB ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเร้าใจในการเล่นเกมมากขึ้น ส่วนการเลือกหูฟังของผู้ใช้ในกลุ่มนี้ เพื่อให้ความคล่องตัว ทั้งการทำงาน และในด้านมัลติมีเดีย หูฟังแบบไร้สาย ก็ทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไดรเวอร์ที่ออกแบบมาให้รองรับทั้งการเล่นเกมในโหมดการใช้สายและมัลติมีเดียได้ รวมถึงขนาดกระทัดรัดสะดวกต่อการพกพาไปใช้ยังที่ต่างๆ

หูฟัง hyperx

ตัวอย่างเช่น เกมมิ่งคีย์บอร์ด HyperX Alloy Elite RGB เป็นทั้งคีย์บอร์ดสำหรับเล่นเกมและมัลติมีเดียคีย์บอร์ดในตัว ด้วยปุ่มมัลติมีเดียและ Volume wheel ขนาดใหญ่ใช้งานสะดวก ให้คุณเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงทั้งการชมภาพยนตร์และการฟังเพลง และยังมีฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกม อาทิ Game Mode, N-Key Rollover หรือ Anti-Ghosting ก็ตาม พร้อมปุ่มที่ให้ความแม่นยำ กดสนุก กับคีย์สวิทช์ CHERRY MX และมีแสงไฟ RGB บนคีย์บอร์ด สามารถปรับแต่งได้บนซอฟต์แวร์ โครงสร้างมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ และ หูฟัง HyperX Cloud MIX ที่มีดีไซน์สวย รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ผ่านทางสัญญาณ Bluetooth ให้สัญญาณเสียงที่ดีระดับ Hi-Res สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน ไดรเวอร์ที่ทันสมัยในแบบ Dual Chamber ขนาด 40mm ให้รายละเอียดเสียงได้ดี น้ำหนักเบา พกพาง่าย พร้อมชุดควบคุมเสียงบนตัวหูฟัง และยังรองรับการเล่นเกมด้วยการต่อสายเข้ากับพีซีได้อีกด้วย

ชอบการเล่นเกมบนเครื่องเล่นคอนโซล: เพื่อให้คนที่ชื่นชอบการเล่นเกมบนเครื่องเล่นเกมคอนโซลสนุกมากยิ่งขึ้น การเลือกหูฟังที่น้ำหนักเบา และสวมใส่ได้ง่าย น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะที่สุด เพราะจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว และใช้งานได้ยาวนานขึ้น ออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกทั้งช่วงเล่นเกมและพักอีกด้วย ครอบหูฟังมีความนุ่มนวลใส่สบาย พลังเสียงที่ดีและไมโครโฟนที่ตัดเสียงรบกวนได้ ให้พลังเสียงที่ดีและแม่นยำ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการเล่นเกมแนว Action Adventure เช่น Death Stranding ที่ต้องอาศัยพลังเสียงเพิ่มความสนุกและให้รายละเอียดเสียง เพื่อการทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงได้ง่ายขึ้น

หูฟัง hyperx

หูฟัง hyperx

ตัวอย่างเช่น หูฟัง HyperX Cloud Stinger PS4 เป็นหูฟังที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ชอบการเล่นเกมบนเครื่องเล่นคอนโซล อย่างเช่น PS4 โดยเฉพาะ ให้ความแข็งแรง และน้ำหนักเบา ครอบหูฟังเป็นแบบเมมโมรีโฟมสวมใส่สบายหู ทำให้เล่นต่อเนื่องได้ยาวนาน ครอบหูหมุนได้ 90 องศา คล้องคอเมื่อตอนพักเบรก ไดรเวอร์ 50mm ให้คุณภาพเสียงที่ดีและระบุตำแหน่งเสียงของศัตรูได้ชัดเจน มีตัวปรับเลื่อนเสียงบนที่ครอบหู ให้ง่ายต่อการใช้ หูฟัง HyperX Cloud Earbuds เป็นหูฟังสำหรับเกมเมอร์ในกลุ่มที่ชอบเล่นเกมบนเครื่องเล่นแบบพกพา เช่น Nintendo Switch เป็นต้น ขนาดเล็กพกสะดวก สามารถใช้ไมโครโฟนในตัว in-line เพื่อการสื่อสารขณะเล่นเกมได้ มีชิ้นส่วนที่เป็นซิลิโคนทำให้สวมใส่สบายใช้งานได้นาน และเสียงเบสที่หนักแน่น เสียงกลางและต่ำสดใส และปุ่มเอนกประสงค์สำหรับการรับสายโทรศัพท์ได้อีกด้วย

from:https://notebookspec.com/pr-new-year-gift-for-gamer/504866/

พาไปลอง หูฟัง HyperX รุ่นใหม่ในงาน Thailand Game Show โปรจัดหนัก

เป็นอีกหนึ่งวันสำหรับงานเกมครั้งยิ่งใหญ่ในระดับ Southeast Asia สำหรับ Thailand Game Show 2019 จัดขึ้นที่สยามพารากอนฮอลล์ กับบรรดาแบรนด์เกมและเกมมิ่งเกียร์รายต่างๆ ที่พร้อมใจกันเข้ามาจัดบูธสร้างสีสันและนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้กับเหล่าเกมเมอร์ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับทาง HyperX ที่ในครั้งนี้ ไม่เพียงจะขนบรรดาเกมมิ่งเกียร์มาเป็นกองทัพ รวมถึง หูฟัง HyperX รุ่นใหม่ พร้อมจัดกิจกรรมให้กับผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุกและยังให้เหล่าแฟนๆ ได้กระทบไหล่แบรนด์แอมบาสเดอร์คนดังอย่าง Antoine Pinto รวมถึง โดยบูธอยู่ตรง #1

ครั้งนี้ HyperX ก็ยังจัดบูธกันแบบอลังการ ยกไลน์เกมมิ่งเกียร์มากันเต็มพิกัด คอเกมที่เดินในงาน ไม่ควรพลาด เพราะโปรโมชั่นจัดเต็ม อีกทั้งมีเกมมิ่งเกียร์รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ มาให้ได้ช้อปกันอีกด้วย

มาที่ด้านหน้าบูธ HyperX กับบรรดาสินค้าที่จัดโชว์กันแบบเต็มพิกัด และยังมีให้ทดลองใช้งานกันอีกด้วย

เอ๊ะมารออะไรกัน เข้าแถวกันเป็นระเบียบกันเลยทีเดียวเชียว สอบถามมาว่า มีโปรเด็ด ลดจัดหนักรออยู่ จำนวนจำกัดอีกด้วย

หลายคนก็มารอจับจองหูฟังราคาพิเศษ HyperX Cloud Flight จาก 4,790 บาท เหลือเพียง 2,390 บาทเท่านั้น วันนี้วันเดียว

Cosplay สุดน่ารักประจำบูธ ที่คอยต้อนรับและให้ข้อมูลเกมมิ่งเกียร์ HyperX ใครไปก็ทักทายกันได้เลย


หล่อๆ กับหูฟัง HyperX Cloud Alpha S กับสเปคไม่ธรรมดา พร้อมกับ Gaming headset รุ่นอื่นๆ ก็มีมาเพียบ มีมาอวดโฉมกันในงานนี้ด้วยเช่นกัน

เมื่อเดินเข้ามาในงาน ก็จะเห็นบูธ HyperX มาแต่ไกล สีแดงโดดเด่นเป็นตระหง่าน ตำแหน่ง #L1 กับความกว้างขวางของพื้นที่ 32 ตรม. เรียกว่าใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าเลยทีเดียว

ในส่วนด้านหน้าของบูธจะเป็นพื้นที่แข่งขันและมีอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ของ HyperX มาให้ได้ลองใช้กันแบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง เมาส์ คีย์บอร์ดและอื่นๆ อีกเพียบ

ด้านหน้าจะเป็นตู้จัดจำหน่ายสินค้า ที่สามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ประจำบูธได้อย่างเต็มที่

งานนี้ทาง HyperX เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอไปจากเมื่องานครั้งก่อน คือเน้นให้กิจกรรมให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุกกันมากขึ้น เพื่อร่วมลุ้นของรางวัลให้ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันไปทุกคน

Backdrop ด้านหลังจัดเต็มกับโปรโมชั่นเกมมิ่งเกียร์รุ่นต่างๆ ให้ได้เห็นกันแต่ไกล ไม่ต้องก้มดูแต่โบรชัวร์ ส่องดีๆ มีได้ของถูกนะ เพราะงานนี้ได้ข่าวว่าลดสูงสุดถึง 35% กับสินค้าบางรายการและสินค้าลดพิเศษมีจำนวนจำกัด

 

 

มาดูในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทาง HyperX นำมาจัดแสดงกันบ้าง เริ่มกันที่ หูฟัง HyperX Cloud Orbit และ Cloud Orbit S รุ่นใหม่ รุ่นนี้มีเทคโนโลยีจับการเคลื่อนไหวของศีรษะ เพื่อให้เสียงที่ได้ยังคงคุณภาพ ไม่ผิดเพี้ยน ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และมีแม่เหล็กนีโอดายเมียม 100mm มาให้ และระบบเสียง Waves NxTM 3D

ส่วนสนนราคาของ Cloud Orbit และ Cloud Orbit S อยู่ที่ 9,900 และ 11,990 บาท ตามลำดับ

อีกรุ่นหนึ่งก็จะเป็นหูฟังสำหรับ เน้นการเล่นเกมและความบันเทิงเป็นหลัก หูฟัง HyperX Cloud Alpha S ราคาถือว่าน่าใช้ 3,990 บาท รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1 channel ปรับสมดุลเสียงในเกมกับเสียงการสนทนาได้ พร้อมแถบสไลด์บนตัวหูฟัง ที่ใช้งานได้สะดวก อีกทั้งปรับจูนระดับเสียงและ EQ ได้ตามต้องการ กับดีไซน์ที่ดูหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว

ไมโครโฟน HyperX Quadcast ไมโครโฟนแบบสแตนอโลน ออกแบบมาเอาใจสตรีมเมอร์และการบันทึกเสียงคุณภาพแบบจริงจัง มีขั้วต่อ 4 แบบ ใช้ได้ทั้ง พีซี PS4 Mac มีกันสั่น ปรับแต่งง่าย เรียกว่าครบเครื่องสำหรับเกมแคสเตอร์ สตรีมเมอร์ ราคา 4,790 บาท

นอกจากนี้ยังมี หูฟัง HyperX Cloud Stinger สำหรับ PS4 อีกด้วย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นคุ้ม กับหูฟังขนาดกระทัดรัด มีเมมโมรีโฟมเพื่อความนุ่มนวล กระชับ น้ำหนักเบา ครอบหูหมุนได้ ไดรเวอร์ขนาด 50mm ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน จัดฟีเจอร์มาเต็มพิกัดในราคาเพียง 1,790 บาท

ผู้คนเรียกว่าเข้ามาลองใช้งานและจับสินค้าตัวจริงกันตั้งแต่งานเปิดได้ไม่นาน

ใครที่เข้ามาแล้ว ก็อย่าลืมลงทะเบียนกับการสแกน QR code แบบง่ายๆ แค่ร่วมกิจกรรม ก็ได้ลุ้นรางวัลกันแล้ว

 

รอบกิจกรรมของวันนี้ ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่การแข่งขัน PUBG ระหว่าง Antoine Pinto และผู้ท้าชิงที่เดินทางมาเข้าชมงานกันแบบตัวต่อตัว ในช่วงเวลาประมาณ 14.00-15.30

from:https://notebookspec.com/booth-hyperx-thailand-game-show-2019/499087/

PR-เลือก เกมมิ่งคีย์บอร์ด ให้เกมเมอร์มือใหม่และสายฮาร์ดคอร์

หากคุณอยากเล่นเกมได้สนุก และควบคุมตัวละครได้อย่างใจคิด ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเล่นเกมมือใหม่ หรือเป็นโปรเกมเมอร์ คีย์บอร์ดถือเป็นสิ่งที่คุณมักให้ความสำคัญ นั่นก็เพราะ เกมมิ่งคีย์บอร์ด เป็นเหมือนศูนย์กลางควบคุมสิ่งต่างๆ ภายในเกม อาทิ การเคลื่อนไหว เดิน หมอบ คลาน เติมเลือด สลับอาวุธ หรือ เปิดประตู เปิดดูของในกระเป๋าและอื่นๆ

เกมมิ่งคีย์บอร์ด

คีย์บอร์ดในปัจจุบัน ก็จะมีให้เลือกมากมายแตกต่างกันออกไป ตามฟังก์ชั่นและลักษณะทางกายภาพ การเลือกใช้งานคีย์บอร์ดของเกมเมอร์ในแต่ละกลุ่ม ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

เกมมิ่งคีย์บอร์ด

หากคุณเป็นนักเล่นเกมมือใหม่ งบประมาณน้อย และใช้เวลาในการเล่นเกมไม่นานในแต่ละวัน เกมมิ่งคีย์บอร์ด ที่มีฟังก์ชั่นพื้นฐาน เช่น ใช้สวิทช์ Membrane ที่มีเสียงเบาและตอบสนองได้ไว พร้อมคุณสมบัติ Anti-Ghosting และ Game Mode เหมาะกับการใช้งาน ราคาค่อนข้างประหยัด เช่น HyperX Alloy Core RGB ที่เป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดที่มาพร้อมปุ่มมัลติมีเดีย จึงช่วยให้ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น และเพิ่มความสวยงาม ด้วยไฟ RGB ที่มีฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับเกมเมอร์มาครบครัน และยังกันน้ำได้อีกด้วย

เกมมิ่งคีย์บอร์ด

เกมเมอร์ที่เล่นเกมบ่อย กลุ่มนี้เน้นการเล่นแบบจริงจังหรือบางคนเตรียมก้าวสู่การเป็นนักแข่ง Esport จึงต้องมองหาเกมมิ่งคีย์บอร์ดที่ตอบสนองได้ดีและมีความทนทาน นอกเหนือจากฟีเจอร์พื้นฐาน เช่น Mechanical keyboard ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด ด้วยสวิทช์ เช่น Cherry MX ที่ทนต่อการกดได้มากกว่าสิบล้านครั้ง ตอบสนองได้ไวกว่าแบบ Membrane เช่นเดียวกับ HyperX Alloy Elite RGB มาพร้อมสวิทช์ในแบบ Cherry MX มีทั้งแบบ Blue, Red และ Brown ที่ให้อัตราตอบสนองรวดเร็วและความทนทาน มีปุ่มควบคุมระบบมัลติมีเดีย พร้อมกับ Wheel ขนาดใหญ่ใช้ในการหมุนปรับระดับเสียง เพื่อเติมเต็มความต้องการด้านความบันเทิง และที่สำคัญยังมาพร้อมที่รองมือ (Wrist rest) ที่นุ่มนวลให้ความสบาย เมื่อใช้งานคีย์บอร์ดเล่นเกมเป็นเวลานาน

เกมมิ่งคีย์บอร์ด

โปรเกมเมอร์ หากคุณเป็นเกมเมอร์ระดับมืออาชีพ ที่สนใจศักยภาพและการตอบสนองเป็นหลัก เกมมิ่งคีย์บอร์ดในแบบ Mechanical ที่ใช้สวิทช์ในแบบที่คุณชื่นชอบและฟีเจอร์ที่สำคัญครบ เช่น Anti-Ghosting, Game Mode หรือ Key rollover ก็รองรับการใช้งานได้เพียงพอ และต้องมีความทนทานสูง เพราะใช้เวลาเล่นเกมในแต่ละวันที่ยาวนาน เช่นเดียวกับ HyperX Alloy FPS RGB ด้วยสวิทช์ Kailh Silver ที่ตอบสนองได้ไว ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว เปลี่ยนอาวุธ ทนทานต่อการกดได้ถึง 70 ล้านครั้ง ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง จึงทำให้คีย์บอร์ดมั่นคงไม่ขยับไปมา ให้เกมเมอร์ปรับแต่งแสงไฟ RGB และมาโครผ่านทางซอฟต์แวร์ NGenuity ได้ด้วยตัวเอง

HyperX มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับนักเล่นเกมข้ามแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องและนำความสนุกของเกมมาสู่ผู้เล่นทุกระดับ หากคุณยังไม่แน่ใจว่าคีย์บอร์ดแบบไหนที่เหมาะกับการเล่นเกม? สามารถมาดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่!

from:https://notebookspec.com/pr-gaming-keyboard-for-gamer-hardcore/487747/