คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI_MATE_XS

Dtac เปิดให้ทดสอบคลื่น 26GHz บน Huawei Mate Xs แล้ววันนี้

จากการประมูลคลื่น 5G เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ละค่ายต่างมีการประมูลใบอนุญาตคลื่น 26GHz รวมถึงดีแทคที่ก็ได้มาเป็นจำนวน 2 ใบอนุญาต รวม 200MHz และตอนนี้ทางเครือข่ายก็เริ่มเปิดให้ทดสอบมือถือที่รองรับคลื่น 26GHz แล้วเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ผ่านสมาร์ทโฟน Huawei Mate Xs ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษ ปรับแต่งมาเพื่อให้รองรับคลื่น 5G mmWave โดยเฉพาะ ใครสนใจอยากไปลองสามารถไปที่ศูนย์บริการดีแทคได้ รวม 7 แห่ง ทั้งในกรุงเทพและภูมิภาค

รายชื่อศูนย์บริการทั้ง 7 แห่ง ที่มีการวางเครื่อง Huawei Mate Xs ให้ได้ทดสอบความเร็วกัน

  1. ศูนย์บริการดีแทค สาขาเซ็นทรัลเวิร์ล กทม.
  2. ศูนย์บริการดีแทค สาขาเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต นนทบุรี
  3. ศูนย์บริการดีแทค สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ปทุมธานี
  4. ศูนย์บริการดีแทค สาขาเซ็นทรัล ชลบุรี
  5. ศูนย์บริการดีแทค สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น
  6. ศูนย์บริการดีแทค สาขาเซ็นทรัล เชียงใหม่
  7. ศูนย์บริการดีแทค สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่

อย่างไรก็ดี สำหรับเครื่อง Huawei Mate Xs ที่รองรับ mmWave นี้จะไม่มีวางจำหน่าย โดยรุ่นที่นำมาแสดงเป็นรุ่นที่ถูกปรับแต่งมาโดยเฉพาะเท่านั้น รวมถึงคลื่น mmWave 26GHz นี้ทางดีแทคก็จะยังไม่มีแผนขยายให้ใช้บริการในตอนนี้ ด้วยความที่อุปกรณ์ที่รองรับจะมีอยู่อย่างจำกัด หลายรุ่นที่บอกว่ารองรับแต่กลับไม่มีรุ่นที่ใช้งาน mmWave วางจำหน่ายจริง ส่วนตัวคลื่น 26GHz นี้แม้จะมีจุดเด่นที่เรื่องความเร็ว และความหน่วง (Latency) ที่ค่อนข้างต่ำ แต่จะมีข้อจำกัดที่ค่อนข้างมาก เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ปิด มีสภาพแวดล้อมที่คงที่ โดยทางดีแทคคาดว่ากว่าจะมีอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานคลื่น mmWave อย่างแพร่หลายจริง รวมถึงราคาที่เหมาะสม ต้องรออีกสักพักใหญ่ ไม่น้อยกว่าปีหน้า\

สำหรับคนที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ mmWave และเรื่องราวของเทคโนโลยี 5G สามารถตามไปอ่านเพิ่มได้จากลิงก์ข้างล่างนี้ หรือคลิกอ่านเพิ่มเติมในซีรีส์ เรื่องเล่า 5G กันได้ครับ

from:https://droidsans.com/dtac-26ghz-trial-huawei-mate-xs/

Huawei จดสิทธิบัตรมือถือจอพับเข้าด้านใน รองรับปากกา Stylus และมีแถบ Touch Bar คล้าย MacBook

Huawei เปิดตัวมือถือจอพับรองรับ 5G อย่าง Mate Xs ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดก็ได้มีข้อมูลของมือถือจอพับรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว โดยคราวนี้เป็นภาพจากสิทธิบัตรที่ Huawei ได้จดเอาไว้ เผยให้เห็นดีไซน์การออกแบบตัวเครื่องแบบใหม่ที่คราวนี้ใช้การพับหน้าจอเข้าไปด้านในแทน แถมยังรองรับการใช้งานกับปากกา Stylus ซะด้วย

ซึ่งจากภาพที่เราได้เห็นนั้นตัวมือถือจอพับปริศนาของ Huawei มีกลไกการพับที่คล้ายคลึงกับของ Huawei Mate XS ตรงที่มีรอยพับตรงกลางของตัวหน้าจอ แต่คราวนี้จะแตกต่างกันตรงที่ Huawei Mate Xs นั้นวางตำแหน่งตัวจอไว้ด้านนอกของตัวเครื่องทำให้เวลาพับ ตัวหน้าจอทั้งหมดจะอยู่ที่ด้านนอกหน้าและหลัง แต่มือถือรุ่นใหม่ที่จดสิทธิบัตรนี้จะย้ายเอาหน้าจอไปไว้ด้านในเหมือนกับซีรีส์ Fold ของ Samsung นั่นเอง (ซึ่งบางคนอาจจะชอบการพับเข้าแบบนี้มากกว่า เพราะไม่ต้องระแวงว่าหน้าจอจะเป็นรอยง่าย)

 

ด้านหน้า / ด้านหลัง

มากไปกว่านั้น Huawei ยังจะเพิ่มฟีเจอร์เสริมที่น่าสนใจ อย่างหน้าจอเสริมที่วางอยู่ตรงขอบเครื่องด้านซ้ายสุดที่นูนขึ้นมา มีหน้าตาคล้าย ๆ กับ Touch Bar บนเครื่อง MacBook นั่นเอง ซึ่งจากภาพเรนเดอร์ที่เว็บไซต์ LetsgoDigital ทำขึ้นมา จะเห็นว่าหน้าจอดังกล่าวจะถูกใช้งานเป็น Tool bar แยกออกมาจากหน้าจอเพื่อเพิ่มเนื้อที่ในการใช้งานนั่นเองครับ โดยที่ขอบเครื่องนี้ยังมีกล้องเซลฟี่คู่อยู่ด้านบน ส่วนด้านหลังเครื่องมีกล้องจำนวน 4 ตัว อยูที่บริเวณมุมขวาบน นอกจากนี้ในขอบเครื่องด้านซ้ายยังเป็นที่เก็บปากกา Stylus อีกด้วย

แต่ทั้งหมดนั้นยังเป็นเพียงภาพร่างจากสิทธิบัตรที่ Huawei ได้จดเอาไว้ ส่วนภาพเรนเดอร์ก็เป็นภาพที่เว็บไซต์ LetsgoDigital ทำขึ้นมาเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีอะไรมายืนยันได้ว่า Huawei จะผลิตมือถือรุ่นนี้ออกมาจริงไหม รวมทั้งจะมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ด้วยหรือเปล่าครับ

 

Source: cnipa via GSMArena, Letsgodigital

from:https://droidsans.com/huawei-patents-new-foldable-phone-with-stylus-and-extra-display-strip/

JD Central จัดหนักซื้อ Huawei Mate XS แถมโน้ตบุ๊ค MateBook D15 ฟรี มูลค่า 16,990 บาท ใช้งานคู่กันสบายๆ

เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มจริงๆ สำหรับโปรของ JD Central ครั้งนี้ที่ซื้อ Huawei Mate XS แถมโน้ตบุ๊ค MateBook D15 ฟรีสเปค Ryzen 5 3500U มูลค่ากว่า 16,990 บาท เอาไปใช้งานคู่กับมือถือได้สบายๆ ใครที่กำลังเล็งๆ จะซื้อ Mate XS อยู่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง พร้อมสามารถผ่อนได้ 0% นาน 10 เดือนอีกด้วย

สเปค HUAWEI MATE XS

  • หน้าจอ OLED ตอนกางขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 2200
  • หน้าจอตอนพับ ด้านหน้าขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 1148 / ด้านหลังขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 892
  • CPU : Kirin 990
  • GPU : Mali-G76
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 512GB รองรับ NM SD Card 256GB
  • กล้อง : กล้องหลัก 40MP SuperSensing Wide + เลนส์ Tele 8MP มีระบบ OIS + เลนส์ Ultrawide 16MP + เซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11a/b/g/n/ac (wave2), 2.4 GHz and 5 GHz, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyroscope, Compass, Proximity Sensor, Gravity Sensor, Hall Sensor, Infrared Sensor, Ambient Light Sensor, Barometer, Colour Temperature Sensor, Fingerprint Sensor (ด้านข้าง)
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับ SuperCharge 55W
  • ระบบ : Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.0.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : (กาง) 146.2 x 161.3 x 11 มม., (พับ) 78.5 x 161.3 x 11 มม. / 300 กรัม

สำหรับ Huawei Mate XS ถือเป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อปสุดของทางฝั่ง Huawei ที่มาพร้อมชิป Kirin 990 รองรับการเชื่อมต่อ 5​G และหน้าจอ OLED แบบพับได้ ซึ่งเจ้า Mate XS นี้จะเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงมาจาก Mate X ให้มีทั้งความแข็งแรงของหน้าจอ บานพับ สเปค กล้อง แบตที่ดีขึ้น ใครที่ต้องการมือถือล้ำๆ ไม่เหมือนใคร และงบไม่ใช่ปัญหาบอกเลยว่าต้องโดน

จุดเด่นหลักๆ นอกจากเรื่องจอที่พับได้และสเปคสุดแรงของ Mate XS แล้วคือเรื่องกล้องที่คราวนี้จัดเต็มมาให้ถึง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 40MP และมีเซ็นเซอร์ ToF เพิ่มขึ้นมาสำหรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอให้ดูเป็นธรรมชาติ และเนียนกว่าการใช้กล้อง 2D ธรรมดา รวมถึงยังสามารถซูมแบบออพติคอลได้ 3x ซูมแบบดิจิตอล 30x และดันระยะซูมออกไปได้สูงสุดถึง 45x กันเลยทีเดียวอีกด้วย

**Huawei Mate XS ไม่รองรับ GMS หรือ Google Mobile Services

ส่วนโน้ตบุ๊ค MateBook D15 รุ่นที่แถมฟรีจะเป็นตัวเริ่มต้นของซีรีส์ที่ใช้สเปค AMD Ryzen 5 3500U ความแรงถือว่าพอใช้ได้ เอามาใช้งานทำงานเอกสาร แต่งภาพ เล่นเกมนิดๆ หน่อยถือว่า โอเคจุดเด่นของรุ่นนี้เลยคือ งานประกอบของตัวเครื่องพรีเมียมสุดๆ, ชาร์จไฟผ่าน USB Type C แบบ PD และมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.62 kg พกพาสะดวกสุดๆ

เพิ่มเติม คือ MateBook D15 เองก็ยังแถม กระเป๋า, เมาส์ไวเลส, เมาส์แพด และ office 356 มาให้ด้วยรวมมูลค่ากว่า 3,869 บาทให้อีกต่างหากคุ้มสุดๆ

สเปคเบื้องต้น HUAWEI MATEBOOK D15

  • CPU : AMD Ryzen 5 3500U
  • GPU : AMD Radeon VEGA 8 (ออนบอร์ด)
  • RAM : 8GB DDR4 (Dual Channel ฝังบอร์ด)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256GB + HDD 1TB
  • Display : 15.6″ Full HD IPS สัดส่วน 16:9 ขอบจอบาง
  • Interface :  USB-A 3.0 x 1, USB-A 2.0 x 2, USB-C PD x 1, HDMI และ Headset– 3.5mm x 1
  • Network : Wireless 801.22ac 2×2 MIMO, Bluetooth 5.0
  • Webcam : 1MP (720p HD)
  • Size : 357.8 x 229.9 x 16.9 mm
  • Weight : 1.62 kg
  • Color :  Space Grey
  • OS : Windows 10 Home + Office 365
  • Warranty : 2 ปี

ใครสนใจโปรโมชั่นเด็ดๆ สุดคุ้ม ซื้อมือถือแถมโน้ตบุ๊คแบบนี้ ก็เข้าไปเยี่ยมชมใน JD.co.th กันได้เลย…แต่ก็ต้องรีบๆ กันหน่อยนะ เพราะของแถมมีจำนวนจำกัดครับ

from:https://droidsans.com/jd-central-huawei-mate-xs-d15-free/

เผยนวัตกรรมที่ทำให้ ‘สมาร์ทโฟน’ ได้ติดยศเป็น ‘เรือธง’ และทำให้ผู้คนอยากจับจองเป็นเจ้าของมากที่สุดในตอนนี้

ได้ยินคำว่าสมาร์ทโฟนเรือธงกันมาอย่างหนาหูแล้วสำหรับในช่วงครึ่งปีแรกนี้ เพราะแต่ละค่ายต่างก็ทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวท็อปออกสู่ท้องตลาดกันอย่างเรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร

แล้ว “สเป็ก” แบบไหนบ้างที่ผู้ผลิตต้องใส่มาแบบจัดเต็ม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ได้ชื่อว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับ“เรือธง” ที่เมื่อเปิดตัวแล้วผู้คนต้องอยากมีไว้ในครอบครอง คงไม่ใช่ว่ามีกล้องระดับพอถ่ายได้ ฟีเจอร์เดิมๆ หรือดีไซน์ที่ใครๆ ก็ทำกันอย่างแน่นอน ต่อไปนี้คือ 3 เทรนด์นวัตกรรมที่สมาร์ทโฟนระดับเรือธงไม่ควรมองข้ามในปีนี้

Huawei P40 Pro+

รองรับการใช้สัญญาณ 5G นวัตกรรมแห่งยุคที่มาแรงที่สุดในปีนี้

สมาร์ทโฟนเรือธงของปี 2020 นี้ ถ้าพลาดการรองรับ 5G ก็เหมือนไม่ใช่สมาร์ทโฟนพรีเมียมของยุคนี้ ตั้งแต่ที่ประเทศไทยประมูลสัมปทานเครือข่ายสัญญาณ 5G กันไปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ต้นปี พร้อมเริ่มใช้งาน ผู้ให้บริการทุกเครือข่ายต่างก็ทุ่มการโปรโมท ประโคมโฆษณาไม่มียั้งเพราะต่างรู้ดีว่า 5G จะเป็นอนาคตของผู้ใช้สมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์แน่นอน ไม่ต่างจากเมื่อครั้ง 4G เพิ่งเป็นที่รู้จัก ถ้าใครที่คิดจะซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ในปีนี้ คงต้องคิดเผื่ออนาคตไว้ยาวๆ ให้รองรับเครือข่ายสัญญาณ 5G จากที่เคยใช้เวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่บนออนไลน์เป็นเวลานาน

เทคโนโลยี 5G จะทำให้เรื่องนี้เร็วราวกระพริบตา ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและได้ใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยกระดับการใช้งานและอำนวยความสะดวก เช่น AR, VR, การแชร์หน้าจอระหว่างอุปกรณ์ หรือการสตรีมเกมส์จากคลาวด์ เป็นต้น และสิ่งที่ต้องเช็คให้ คือ สมาร์ทโฟนนั้นสามารถรองรับย่านความถี่ 5G ที่ให้บริการในประเทศไทยได้ครบถ้วนหรือไม่ เพราะหากไม่ครบ เราก็ต้องมาดูกันอีกว่าสมาร์ทโฟนรองรับ 5G ของเครือข่ายโทรศัพท์เจ้าใดบ้าง

นอกจากนี้ เพื่อให้สามารถใช้สมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพความเร็วระดับ 5G สมาร์ทโฟนดังกล่าวควรมาพร้อมกับชิปเซ็ตที่ประมวลผลฉับไว และมีหน้าจอที่มี refresh rate เหมาะสมและประหยัดพลังงาน

นวัตกรรมการออกแบบที่ชาญฉลาด ตอบโจทย์การใช้งานจริง และเลอค่าด้วยดีไซน์ไร้กาลเวลา

ดีไซน์คือด่านแรกของการเลือกของใช้ รวมถึงสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ติดกับตัวของผู้ใช้ ความสวยงามและหรูหราเหนือระดับที่สะท้อนให้เห็นถึงความเลอค่า คือสิ่งที่ผู้จ่ายเงินซื้อมือถือเรือธงต้องการ นอกจากความพรีเมียมของวัสดุที่เลือกใช้และรูปแบบการดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ความชาญฉลาดในการออกแบบที่คำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานคืออีกหนึ่งสิ่งสำคัญ

จะเห็นได้จากดีไซน์หน้าจอของสมาร์ทโฟนปัจจุบันที่เป็น FullView Display หรือมีงานดีไซน์แบบจอโค้ง 4 มุม ที่ให้การแสดงผลลื่นไหล ให้ภาพเต็มตาเสมือนไร้ขอบ ปัจจุบันยังมีดีไซน์ที่ล้ำขั้นขึ้นไปอีก ด้วยสมาร์ทโฟนจอพับ ซึ่งก็ต้องมาดูในเรื่องของดีไซน์กลไกการพับของหน้าจอที่ตอบโจทย์การใช้งาน แข็งแกร่งทนทาน ไม่ต้องกังวลเมื่อพับ และสามารถแสดงผลภาพบนจอได้อย่างไร้รอยต่อแม้พับอยู่ วัสดุพรีเมียมบวกกับเทคโนโลยี อย่างเช่น การใช้เซรามิกเผาไฟเคลือบเทคโนโลยีนาโน หรือโลหะเหลว เป็นต้น ยิ่งเพิ่มมูลค่าให้สมฐานะการเป็นสมาร์ทโฟนเรือธง

นวัตกรรมการถ่ายภาพสุดล้ำ ด้วยกล้องคุณภาพสูงและเทคโนโลยีใหม่ๆ

คงจะมีความรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่พอประมาณถ้าเกิดใครมาเห็นรูปที่เราถ่ายด้วยสมาร์ทโฟนแล้วถามว่า “นี่เธอใช้กล้องโปรรุ่นอะไร” เพราะคงต้องยอมรับจริงๆ ว่ายุคนี้แยกยากแล้วว่าภาพไหนถ่ายด้วยกล้อง DLSR ภาพไหนถ่ายด้วยกล้องมือถือ

ดังนั้นประเด็น “กล้อง” จึงเป็นหนึ่งในเรื่องที่สมาร์ทโฟนเรือธงในปี 2020 แข่งกันแบบเอาเป็นเอาตาย จะมามีแค่ 2-3 กล้องไม่ได้แล้ว เพราะนวัตกรรมกล้องถ่ายรูปเดียวนี้วิวัฒนาการไปจนถึง 4 กล้อง 5 กล้อง และซูมดิจิทัลได้สูงสุด 100 เท่ากันแล้ว โดยเฉพาะถ้าแบรนด์สมาร์ทโฟนไปร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทผลิตเลนส์กล้องดังๆ ก็ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในคุณภาพกล้องได้อีกขั้น

หรือหากต้องการตัวช่วยตัดสินใจที่เป็นกลาง ก็สามารถเช็คอันดับสมาร์ทโฟนที่กล้องดีที่สุดได้จาก DXOmark เว็บไซต์ที่ให้คะแนนอย่างเป็นกลางในเรื่องความสามารถของกล้องและการถ่ายภาพ นอกจากกล้องและเลนส์ เทคโนโลยีภายใน ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ทำให้ถ่ายภาพได้สวยในทุกสภาพแสง หรือ AI ที่ช่วยเก็บโมเม้นท์สำคัญ คัดสรรและแก้ไขภาพได้แบบอัตโนมัติ คือสิ่งที่ทุกคนมองหา เพราะนั้นแปลว่า แม้ไม่มีทักษะด้านการถ่ายภาพหรือการตกแต่งภาพ ก็สามารถมีรูปสวยๆ ได้

HUAWEI P40 Pro+ 5G และ HUAWEI Mate Xs 5G สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปที่สุดของครึ่งแรกปี 2020

สองสมาร์ทโฟนเรือธงที่เพิ่งเปิดตัวไปพร้อมกันเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ นับได้ว่าสมกับการรอคอย และเป็นที่สนใจของเหล่าบล็อกเกอร์ด้านไอที เพราะมาพร้อมสเป็กแรงจัดเต็มมากที่สุดเท่าที่นวัตกรรมของหัวเว่ยจะจัดให้ได้ HUAWEI P40 Pro+ สมาร์ทโฟนตัวท็อปของ P40 Series 

จัดเต็มกล้องหลังคุณภาพ 5 ตัวจาก Leica ที่เรียกรวมกันว่า Ultra Vision Leica Penta Camera มอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่เหนือระดับ คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้เทียบได้กับกล้อง DSLR  ทั้งยังมาพร้อมเลนส์ซูมแบบ SuperZoom Array รองรับการซูมแบบออพติคัลถึง 10 เท่า และซูมแบบดิจิทัลได้สูงสุดถึง 100 เท่า  

ด้านหลังตัวเครื่องใช้วัสดุเซรามิกนาโนเทคโนโลยีสี Ceramic White ให้ความรู้สึกอ่อนช้อยงดงาม ผ่านกระบวนการเผาและเคลือบอย่างดีให้คงทน ขอบจอทั้ง 4 ด้านเป็นดีไซน์โค้งมนเสมือนไร้ขอบซึ่งเรียกว่า Quad-curve Overflow Display รับชมภาพเต็มตาและให้ความรู้สึกสมจริง ทั้งยังมาพร้อม Kirin 990 5G ชิปเซ็ตทรงพลังที่ประมวลผลรวดเร็วด้วยการรวมเอาโปรเซสเซอร์และโมเด็มเข้าไว้ด้วยกัน รองรับ 5G ได้ทั้ง 2 ซิมตามระบบ

ส่วน HUAWEI Mate Xs สมาร์ทโฟนจอพับได้ก็มาพร้อมการออกแบบกลไกพานพับแบบใหม่ที่เรียกว่า Falcon Wing Design ที่มีชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้นร้อยต่อกันและทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ แถมเสริมความแข็งแกร่งของกลไกบานพับด้วยชิ้นส่วนใหม่ที่ผลิตด้วยโลหะเหลวที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเซอร์โคเนียม (Zirconium-based Liquid Metal) แข็งแรงกว่าอลูมิเนียมอัลลอยถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และทำให้หน้าจอสามารถพับได้เต็มและกางออกได้ถึง 180 องศา ให้จอกว้างสะใจถึง 8 นิ้ว

ส่วนการถ่ายภาพก็ไม่น้อยหน้าเพราะติดตั้งกล้องคุณภาพจาก Leica ไว้ถึง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 40 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นสุดเก๋เพียงพับจอและใช้กล้องหลังถ่ายเซลฟี่ได้เลย ไม่ต้องเสริมกล้องหน้าให้หนัก และแน่นอนว่าสมาร์ทโฟนเรือธงจากหัวเว่ยรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G ครบทุกย่านความถี่ที่มีให้บริการในประเทศไทย ไม่ว่าจะเลือกเครือข่ายไหนก็พร้อมใช้งานไม่มีติดขัด

HUAWEI P40 Pro+ ในสี Ceramic White จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 27 มิถุนายน ราคา 40,990 บาท โดยพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 4 -26 มิถุนายน พร้อมของสมนาคุณมูลค่ารวม 12,200 บาท สำหรับ HUAWEI Mate Xs มาพร้อมสี Interstellar Blue ที่มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าคือหัวเว่ย วางจำหน่ายแล้ว ในราคา 89,990 บาท พร้อมของสมนาคุณมูลค่ารวม 21,900 บาท

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ ของ HUAWEI P40 Pro+ 5G และ HUAWEI Mate Xs 5G ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย): https://consumer.huawei.com/th/

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNUq

from:https://www.mobileocta.com/revealing-the-innovation-that-made-smartphone-rank-as-the-flagship/

เปิดตัว HUAWEI P40 Pro+ ราคา 40,990 บาท และ HUAWEI Mate Xs ราคา 89,990 บาท พร้อมโปรพิเศษช่วงพรีออเดอร์

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาสมาร์ทโฟนด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ส่งท้ายครึ่งปีแรก ด้วยการเปิดตัว 2 สุดยอดสมาร์ทโฟนเรือธงระดับพรีเมียม HUAWEI P40 Pro+ 5G สมาร์ทโฟนรุ่นสูงสุดจาก P40 Series ซึ่งยังคงเอกลักษณ์เด่นของสมาร์ทโฟนตระกูล P ไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งนวัตกรรมกล้องเทียบชั้น DSLR และดีไซน์ที่หรูหราเหนือระดับ ตามคอนเซ็ปท์ซีรี่ส์ #VisionaryPhotography 

มาพร้อมกับ HUAWEI Mate Xs 5G สมาร์ทโฟนจอพับที่สร้างความเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  โดดเด่นตั้งแต่ดิสเพลย์ขนาดใหญ่พิเศษและเทคโนโลยีภายใน-ชิปเซ็ตทรงพลัง

สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ภายในอีโคซิสเต็มของหัวเว่ยแบบ One Tap ผ่านฟีเจอร์ HUAWEI Share ให้การรับส่งข้อมูลและแบ่งปันศักยภาพการทำงานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดายและลื่นไหลไร้ขีดจำกัด เหนือกว่าด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ 5G ทุกเครือข่ายอย่างสมบูรณ์แบบ

มาพร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษในช่วงเปิดจอง (พรีออเดอร์) สำหรับ HUAWEI P40 Pro+ 5G ระหว่างวันที่ 4 – 26 มิถุนายน 2563 และการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ HUAWEI Mate Xs 5G ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป

HUAWEI P40 Pro + 5G สมาร์ทโฟนดีไซน์พรีเมียม ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันและความเร็วในการเชื่อมต่อ 5G อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมนวัตกรรมกล้องเหนือชั้นที่ให้ภาพสวยทุกสภาพแสง

หลังจากที่ได้เผยโฉมไปแล้วก่อนหน้านี้ในงานเปิดตัว HUAWEI P40 Series ระดับโลก ในที่สุดก็ถึงเวลาที่หัวเว่ย ประเทศไทย จะได้แนะนำสมาร์ทโฟนรุ่นสูงสุดจากตระกูล P40 Series อย่างเป็นทางการ HUAWEI P40 Series Pro+ 5G สมาร์ทโฟนตัวท็อปของรุ่นที่จะมาตอกย้ำคอนเซ็ปท์หลัก Visionary Photography ขึ้นไปอีกขั้น

ด้วยนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพเทียบชั้นกล้อง DSLR กับระบบกล้องหลัง 5 ตัว Ultra Vision Leica Penta Camera ที่ช่วยให้การเก็บภาพทุกระยะคมชัด ด้วยเลนส์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกมุมและระยะการถ่ายภาพ โดยมีเลนส์ซูมถึง 2 ตัว สามารถซูมภาพด้วยฟังก์ชัน SuperZoom สูงสุดถึง 100 เท่า ให้ภาพสวยสมบูรณ์แบบในทุกสภาพแสง  ด้วยเซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่ที่สุด และระบบ XD Fusion Engine ของแบรนด์ที่เก็บทุกจังหวะความประทับใจ มาเพื่อคัดสรรภาพที่ดีที่สุด

HUAWEI P40 Pro+

นอกเหนือจากกล้องที่เป็นไฮไลท์หลักของรุ่น สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่เห็นได้ชัดของสมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็คือการออกแบบตัวเครื่องที่ให้อารมณ์ความรู้สึกหรูหราเหนือระดับอย่างแท้จริง ด้วยจอโค้งดีไซน์หยดน้ำที่พริ้วไหว ขอบจอบางให้ภาพเต็มตา ขนาดจับถนัดมือตามหลักการยศาตร์

ทั้งยังใช้วัสดุเคลือบเทคโนโลยีนาโนเทค ให้ผิวสัมผัสแบบเซรามิคอันเป็นเอกลักษณ์ ในสีขาวสะอาดตาสุดคลาสสิก พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ไร้รอยต่อ เต็มประสิทธิภาพ ด้วยความสามารถในการรองรับเครือข่าย 5G ได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกย่านความถี่ ประมวลผลฉับไวด้วยชิปเซ็ตเรือธง Kirin 990 5G ที่รวมเอาโมเด็ม 5G ไว้ภายในชิปเซ็ต

ยกระดับการรับส่งข้อมูล ไฟล์งานและภาพถ่ายด้วยฟีเจอร์ HUAWEI Share ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับสมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ เพียงสัมผัสแบบ One Tap ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการแบ่งปันความสามารถระหว่างอุปกรณ์ภายในหัวเว่ยอีโคซิสเต็ม

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ซึ่งประกอบด้วย HUAWEI P40, HUAWEI P40 Pro และล่าสุดกับ HUAWEI P40 Pro+ เป็นสมาร์ทโฟนกลุ่มล่าสุดจากตระกูล P Series ที่กลับมาสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการสมาร์ทโฟนและการถ่ายภาพ ด้วยความสามารถในการรองรับเครือข่าย 5G ในทุกรุ่น

ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สมาร์ทโฟนระดับสูงสามารถรองรับการใช้งาน 5G ได้ทุกโมเดล ไม่เฉพาะแต่เพียงตัวท็อปของรุ่นเท่านั้น มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีผิวสัมผัสของวัสดุให้เลือกหลากหลายตามความชอบ ทั้งแบบเนื้อเงา (Glossy glass) และเนื้อแมทท์ (Refractive matte glass) ในรุ่น HUAWEI P40 และ HUAWEI P40 Pro 

ขณะที่ HUAWEI P40 Pro+ ใช้วัสดุเนื้อเซรามิคเคลือบเทคโนโลยีนาโนที่เพิ่มความหรูหราขึ้นไปอีกขั้น ทั้งยังยืนหนึ่งด้านการถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยี AI และเลนส์กล้องสุดล้ำจาก Leica  

โดย HUAWEI P40 วางจำหน่ายแล้วในราคา 22,990 บาท และ HUAWEI P40 Pro ในราคา 30,990 บาท ทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือก 3 สี คือ Silver Frost, Blush Gold และ Deep Sea Blue 

และ HUAWEI P40 Pro+ สี Ceramic White จะจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ ที่ราคา 40,990 บาท โดยจะเริ่มให้จับจองเป็นเจ้าของก่อนการวางจำหน่าย (พรีออเดอร์) ได้ตั้งแต่วันที่ 4 – 26 มิถุนายนนี้ ณ หัวเว่ย แบรนด์ช้อปหรือร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ทั้งบนช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยทุกการสั่งซื้อในช่วงพรีออเดอร์ จะได้รับของสมนาคุณพิเศษรวมมูลค่ากว่า 12,200 บาท

สุนทรียะเหนือระดับกับ HUAWEI Mate Xs 5G สมาร์ทโฟนจอพับ ที่สร้างความเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สัมผัสประสบการณ์ที่สุดของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน กับนวัตกรรมใหม่สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ HUAWEI Mate Xs 5G โดดเด่นด้วยการออกแบบหน้าจอพับได้แบบ Falcon Design โดยยังคงฟังก์ชันการทำงานตามปกติ แสดงภาพและเล่นวิดีโอได้อย่างลื่นไหลไร้รอยต่อบนหน้าจอความละเอียดสูง

คงทนด้วยวัสดุเซอร์โคเนียม (zirconium-based liquid metal) ที่แข็งแรงกว่าอลูมิเนียมอัลลอยถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ดีไซน์โครงสร้างโพลีเมอร์สองชั้น ให้ความยืดหยุ่นพิเศษ สามารถกางจอได้ถึง 180 องศาและให้หน้าจอกว้างสุดถึง 8 นิ้ว ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งการทำงาน อ่านหนังสือ การรับชมความบันเทิง หรือเล่นเกมส์

ประมวลผลฉับไวเหนือขั้น ด้วยชิปเซ็ตเรือธง Kirin 990 5G ที่มีการประมวลผลแบบ 8 แกนและรองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 5G อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกย่านความถี่

ด้วยดีไซน์หน้าจอพับที่มาพร้อมการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ ยกระดับความสะดวกสบายในการใช้งานขึ้นไปอีกขั้น สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้จากระบบกล้อง 4 ตัว Leica Quad Camera ด้านหลังเมื่อพับหน้าจอ มาพร้อมฟังก์ชันการแบ่งหน้าจอ Multi-Windows ที่สามารถเปิดแอปพลิเคชัน 2 แอปฯ ได้พร้อมกันบนหน้าต่าง (วินโดว์) คนละบาน สามารถลากข้อความ ภาพ หรือข้อมูลจากอีกแอปฯ มาสู่อีกแอปฯ ที่อยู่คนละหน้าต่างได้อย่างง่ายดาย

ทั้งยังสามารถเปิดหน้าต่างลอย สำหรับการทำงานเล็กน้อยๆ เช่น การตอบแชท ได้โดยไม่ต้องปิดแอปฯ สอดคล้องกับเทรนด์การทำงานแบบ Multi-tasking ของคนในยุคนี้ HUAWEI Mate Xs 5G มาพร้อมระบบปฎิบัติการ EMUI 10.0.1 ที่มีฟีเจอร์ HUAWEI Share ให้การเชื่อมต่อและทำงานระหว่างดีไวซ์ในอีโคซิสเต็มของหัวเว่ยลื่นไหลและสะดวกสบายเพียงสัมผัสเดียว และ HUAWEI AppGallery ที่รวบรวมแอปพลิเคชันชั้นนำยอดนิยมไว้ได้อย่างครบถ้วน

โดย HUAWEI Mate Xs 5G สี Interstellar Blue เริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ในราคา 89,990 บาท ณ หัวเว่ย แบรนด์ช้อปเฉพาะสาขาและร้านค้าที่ร่วมรายการที่ได้รับเลือกจำนวน 21 แห่ง ทั่วประเทศ สามารถคลิกดูรายชื่อได้ที่นี่ โดยทุกการสั่งซื้อ HUAWEI Mate Xs 5G จะได้รับของสมนาคุณพิเศษ มูลค่ารวม 21,900 บาท

 ผลิตภัณฑ์   คุณสมบัติ  ราคาจำหน่าย  ช่วงเวลาการจอง(พรีออเดอร์)และสิทธิพิเศษ  วันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
HUAWEI P40 Pro+ 5G  RAM 8 GB + ROM 512 GB 40,990 บาท 4 – 26 มิ.ย. 2563โปรโมชันพรีออเดอร์ รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 12,200 บาท ประกอบด้วย:·       HUAWEI FreeBuds 3 มูลค่า 4,990 บาท·       HUAWEI Wireless Car Charger มูลค่า 1,790 บาท·       และ HUAWEI Exclusive Service มูลค่า 5,420 บาท 27 มิ.ย. 2563
HUAWEI Mate Xs 5G RAM 8 GB + ROM 512 GB 89,990 บาท 4 มิ.ย. 2563ของสมนาคุณพิเศษ สำหรับทุกการสั่งซื้อ ประกอบด้วย·       เคสหนังพรีเมียม HUAWEI Premium Leather Case มูลค่า 4,490 บาท·       เคสแบบพับ HUAWEI Folding Protective Case มูลค่า 1,990 บาท·       และ HUAWEI Exclusive Service มูลค่า 15,420 บาท

สมาร์ทโฟนที่สะท้อนความเป็นตัวตน พร้อมตอบโจทย์การทำงานของคนรุ่นใหม่ยุค 5G ทั้ง 2 รุ่นเปิดให้จองและวางจำหน่ายแล้ว รวมถึงสมาร์ทโฟนซีรีส์ดัง HUAWEI P40 Series รุ่นอื่นๆ ก็มีให้เลือกสรร พร้อมโปรโมชันเด็ดอีกมากมาย

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ โปรโมชันและสิทธิพิเศษ ของ HUAWEI P40 Pro+ 5G และ HUAWEI Mate Xs 5G ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย): https://consumer.huawei.com/th/   

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNUq

from:https://www.mobileocta.com/introducing-the-huawei-p40-pro-and-the-huawei-mate-xs-in-thailand/

Huawei P40 Pro+ และ Mate Xs มือถือ 5G ระดับท็อป เคาะราคาศูนย์ไทยเริ่มต้น 40,990 บาท

ในที่สุดมือถือเรือธงตัวท็อปสุดอย่าง Huawei P40 Pro+ และมือถือจอพับโคตรล้ำอย่าง Mate Xs ก็ได้ฤกษ์เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการกันซักที โดยมือถือทั้ง 2 รุ่น นอกจากจะมีสเปค + ฟีเจอร์ทั้งหลายที่จัดเต็มสุดๆ แล้ว มันยังรองรับการใช้งานเครือข่ายความเร็วสูง 5G ในประเทศไทยได้ทันที ส่วนราคาของแต่ละรุ่นจะอยู่ที่เท่าไหร่ และเริ่มวางขายวันไหน…มาดูกันครับ

Huawei P40 Pro+

Huawei P40 Pro+ เป็นมือถือระดับเรือธงตัวท็อปสุดของซีรีส์ ที่มากับดีไซน์พรีเมี่ยม และฝาหลังที่ใช้วัสดุ Nano-Tech Ceramic ที่ทั้งดูหรูหรา แถมยังทนการขีดข่วนได้ดีด้วย (รุ่นที่ขายในประเทศไทยมีเฉพาะสีขาว Ceramic White)

มากับหน้าจอแบบ Quad-Curved Overflow Display ที่เป็นขอบโค้ง 4 ด้าน แถมยังมีขอบจอบางเฉียบ ส่วนแผงหน้าจอเป็นแบบ Flex OLED ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200, รีเฟรชเรท 90Hz, DCI-P3 HDR

กล้องหลังของ Huawei P40 Pro+ ก็จัดเต็มอีกเช่นเคย ด้วยกล้องหลังมากที่สุดถึง 5 ตัว ประกอบด้วย กล้อง Ultra Wide Cine 40MP (f/1.8) + กล้อง Ultra Vision Wide 50MP (f/1.9), OIS + กล้องซูม Optical 10x 8MP เลนส์ Periscope (f/4.4), OIS + กล้องซูม Optical 3x 8MP (f/2.4), OIS + กล้อง 3 มิติ ToF และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิสี

โดยกล้องซูม Periscope สามารถซูมแบบ Optical ได้สูงสุดถึง 10x, ซูมไฮบริดได้ 20x และซูมแบบดิจิตอลได้สุดๆ ถึง 100x ซึ่งยังสามารถเก็บรายละเอียดได้แบบสวยงามอยู่

สเปค Huawei P40 Pro+

  • หน้าจอ OLED 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Kirin 990 5G
  • GPU : Mali-G76
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 512GB รองรับ NM Card
  • กล้องหลัง 5 ตัว
    • Main: 50MP f/1.9 OIS
    • Ultra Wide: 40MP f/1.8
    • Super Zoom: 8MP f/4.4
    • Tele: 8MP f/2.4 OIS
    • 3D Depth Sensing Camera
  • กล้องหน้า : 32MP Autofocus f/2.2 + IR Depth Camera
  • เซ็นเซอร์ : Infrared face recognition, fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, gyro, proximity, compass, color spectrum
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.1
  • มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น : IP68
  • แบตเตอรี่ : 4,200 mAh รองรับชาร์จไวแบบมีสาย และไร้สาย 40W
  • ระบบ Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.1 (HMS)

ราคา Huawei P40 Pro+

Huawei P40 Pro+ เคาะราคาเครื่องศูนย์ไทยมาที่ 40,990 บาท จะเริ่มเปิดให้ Pre-Order ตั้งแต่วันที่ 4 – 26 มิถุนายน และเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 27 มิถุนายน 2563 โดยผู้ที่สั่งจองจะได้รับของสมนาคุณเป็น หูฟัง Huawei Freebuds 3, Wireless Car Charger และ Huawei Exclusive Services รวมมูลค่า 12,200 บาท

ส่วนผู้ที่สั่งจองกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือพร้อมสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่กำหนด จะได้รับส่วนลดค่าเครื่องสุดพิเศษเริ่มต้นเพียง 24,990 บาท เท่านั้น

Huawei Mate Xs

มาต่อกันที่มือถือ Huawei Mate Xs สำหรับคนที่ต้องการความเท่ ความพรีเมี่ยม และความล้ำสุดๆ ด้วยหน้าจอพับได้ โดยเมื่อกางหน้าจอออกจะมีขนาดอยู่ที่ 8 นิ้ว และเมื่อพับหน้าจอ ด้านหน้าจะมีขนาด 6.6 นิ้ว และจอด้านหลังมีขนาด 6.38 นิ้ว ซึ่งสามารถพลิกใช้งานได้อิสระทั้ง 2 ด้าน

ไม่ใช่ว่าจะล้ำแค่หน้าจออย่างเดียว เพราะสเปคต่างๆ ก็จัดอยู่ในระดับไฮเอนด์ ด้วยชิปเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Kirin 990 ซึ่งมีโมเด็ม 5G ในตัว, RAM 8GB และความจุ 512GB

กล้องหลังก็ไม่ใช่เล่นๆ เพราะมีมาให้ถึง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 40MP SuperSensing Wide + เลนส์ Tele 8MP มีระบบ OIS + เลนส์ Ultrawide 16MP + เซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF ที่มากับความสามารถในการซูมแบบออพติคอลได้ 3x ซูมแบบดิจิตอล 30x และดันระยะซูมออกไปได้สูงสุดถึง 45x เลยทีเดียว

สเปค HUAWEI MATE XS

  • หน้าจอ OLED ตอนกางขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 2200
  • หน้าจอตอนพับ ด้านหน้าขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 1148 / ด้านหลังขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 892
  • CPU : Kirin 990
  • GPU : Mali-G76
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 512GB รองรับ NM SD Card 256GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • Main: 40MP SuperSensing Wide
    • Ultra Wide : 16MP
    • Tele : 8MP มีระบบ OIS
    • 3D Depth Sensing Camera
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11a/b/g/n/ac (wave2), 2.4 GHz and 5 GHz, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyroscope, Compass, Proximity Sensor, Gravity Sensor, Hall Sensor, Infrared Sensor, Ambient Light Sensor, Barometer, Colour Temperature Sensor, Fingerprint Sensor (ด้านข้าง)
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับ SuperCharge 55W
  • ระบบ : Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.0.1 (HMS)
  • ขนาด / น้ำหนัก : (กาง) 146.2 x 161.3 x 11 มม., (พับ) 78.5 x 161.3 x 11 มม. / 300 กรัม

ราคา Huawei Mate Xs

Huawei Mate Xs เปิดราคาเครื่องศูนย์ไทยมาที่ 89,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป โดยผู้ที่ซื้อมือถือรุ่นนี้ยังจะได้รับเคสหนัง, เคสพับ และ Huawei Exclusive Services รวมมูลค่า 21,900 บาท ไปด้วย

from:https://droidsans.com/huawei-p40-pro-mate-xs-thailand-official/

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. นำโดย iPhone SE2, P40 Pro+ 5G, Mate Xs, Mi 10 Lite 5G และ Xperia 10 II [พ.ค. 2020]

สำหรับรายชื่อมือถือที่เข้ามาใหม่ประจำเดือน พฤษภาคม 2020 ครั้งนี้ถือว่าน้อยกว่าหลายๆ เดือนกว่าที่ผ่านมา เพราะถือเป็นช่วงกลางปีที่ไม่ค่อยมีแบรนด์ไหนเปิดตัวกันเท่าไรนัก หลักๆ แล้วที่น่าสนใจก็คือ iPhone SE2, Huawei P40 Pro+ 5G และมือถือจอพับได้อย่าง Mate Xs รวมถึงมี Mi 10 Lite 5G, Redmi Note 9 และ Xperia 10 II เข้ามาอีกด้วย ส่วนรายละเอียดแต่ละรุ่นจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันครับ

หมายเลข

ตราอักษร

แบบ/รุ่น

B38247-20 Apple iPhone SE2
B38248-20 Xiaomi Redmi Note 9
B38240-20 SONY Xperia 10 II
B38270-20 HUAWEI HUAWEI MatePad T8
B38277-20 HUAWEI Mate Xs
B38278-20 POCO POCO F2 Pro
B38284-20 Xiaomi Mi 10 Lite 5G
B38298-20 vivo vivo 1913 (NEX3 5G)
B38333-20 HUAWEI P40 Pro+ 5G

Apple

หลายคนน่าจะทราบพอกันดีอยู่แล้วว่า iPhone SE2 นี้คือ iPhone ที่เปิดตัวมาราคาถูกที่สุด โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 14,900 บาทเท่านั้น แถมมาพร้อมกับชิป A13 สุดแรงตัวท็อปที่อยู่ในจำพวก iPhone 11 Series อีกด้วย เรียกว่าใครกำลังอยากหาซื้อ iPhone ในงบประหยัดหมื่นกลางๆ ไม่ต้องซื้อมือสอง จัด iPhone SE2 รุ่นนี้ไปเลยดีกว่า เบื้องต้นจะมีให้เลือกด้วยกัน 3 สีคือ สีขาว, ดำ และแรง

ราคา iPhone SE2

  • iPhone SE2 ความจุ 64GB ราคา 14,900 บาท
  • iPhone SE2 ความจุ 128GB ราคา 16,900 บาท
  • iPhone SE2 ความจุ 256GB ราคา 20,900 บาท

HUAWEI

หลังจากที่เปิดตัวไปตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมาในที่สุดก็เข้าผ่าน กสทช. มาแล้วเสียทีกับมือถือจอพับได้อย่าง Huawei Mate Xs ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงจากเดิมทั้งเรื่องของหน้าจอและแกนฝาพับแข็งแรง รวมถึงเรื่องของสเปคก็แรงขึ้น เข้ามาลบจุดด้อยของ Mate X รุ่นแรกออกไป โดยจะพร้อมกับหน้าจอที่กางแล้วกว้างสุดอยู่ที่ 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 2200 ใช้ชิป Kirin 990 กล้องหลังสี่ตัวความละเอียดสูงสุด 40MP ด้วยกัน แต่แอบเสียดายที่ใช้ GMS ไม่ได้

ถัดมาคราวนี้ก็เป็นรุ่นเรือธงประจำต้นนี้ของแบรนด์ Huawei กับเจ้า P40 Pro+ 5G ซึ่งล่าสุดเข้าผ่าน กสทช. ไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะเตรียมเปิดตัวภายในวันที่ 4 มิ.ย. นี้ เบื้องต้นจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว OLED ความละเอียด 2640 x 1200 ใช้ชิป Kirin 990 มี Ram 8GB Rom 512GB จัดเต็ม แน่นอนว่าพร้อมรองรับ 5G เลยโดยไม่ต้องอัปแพทซ์ใหม่ ส่วนราคาจะเปิดตัวเท่าไรต้องรอติดตามกันครับ

ต่อมาจะเป็นแทบเล็ต Huawei MatePad T8 รุ่นน้องเล็กสุดราคาประหยัดสบายกระเป๋า ซึ่งเปิดตัวไปในราคาเพียง 3,690 บาทเท่านั้น โดยหน้าจอจะใช้เป็นแบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 (189 ppi) ใช้ชิปเป็น MediaTek MT8768 พร้อม Ram 2GB มี Rom ให้เลือก 2 ขนาดคือ 16GB และ 32GB  แบต 5100 mAh ใช้งานสบายๆ ได้ตลอดทั้งวันแน่นอน

ราคา Huawei MatePad T8 

  • Huawei MatePad T8 ความจุ 16GB (WiFi) ราคา 3,690 บาท
  • Huawei MatePad T8 ความจุ 32GB (4G/LTE) ราคา 4,690 บาท

Xiaomi

ตามมาติดๆ กันเลยทีกับ Redmi Note 9 ที่คราวนี้ขนสเปคมาจัดเต็มในราคาประหยัดอีกเช่นเคย โดยจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ย้ายตำแหน่งกล้องหน้าจากตรงกลางไปด้านข้าง สเปคเครื่องมาพร้อมกับชิป MediaTek Helio G85 ใส่ Ram มา 3/4GB มี Rom 64/128GB กล้องหลัง 4 ตัว กล้องหลักความละเอียดสูงสุด 48MP  รวมถึงใส่แบตมา 5020 mAh ชาร์จไว 18W อีกด้วย

ราคา Redmi Note 9

  • Redmi Note 9 (3GB + 64GB) ราคา 4,999 บาท (ขายเฉพาะช่องทางออนไลน์)
  • Redmi Note 9 (4GB + 128GB) ราคา 6,499 บาท (ซื้อผูกโปรกับ AIS เหลือ 2,999 บาท)

คราวนี้มาดูทางด้าน Mi 10 Lite 5G ซึ่งถือเป็นมือถือที่รองรับสัญญาณ 5G ที่ถูกที่สุดรุ่นหนึ่ง ณ เวลานี้เลยทีเดียว ด้วยการเปิดราคามาเพียง 349 ยูโร หรือราวๆ 12,500 บาทเท่านั้น ซึ่งก็ผ่าน กสทช. เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน สเปคเบื้องต้นจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.57 นิ้ว Full HD+ ชิป Snapdragon 765G มี Ram 6/8GB Rom 64/128GB กล้องหลัง 4 ตัวความละเอียดสูงสุด 48MP แบต 4160 mAH ชาร์จไว 20W และคาดว่าคงเตรียมเปิดราคาไทยเร็วๆ นี้ครับ

เขากลับมาอีกกับครั้ง POCO ที่คราวนี้มาในรุ่น F2 Pro ที่ถือเป็นนักฆ่าเรือธงตัวจริงเสียงจริง หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+  การแสดงผล HDR10+ สเปคมาพร้อมกับชิป Snapdragon 865 ใส่ Ram มา 6/8GB, Rom 128/256GB กล้องหลัง 4 ตัว 64MP, รองรับ 5G, WiFi 6 แบต 4700 mAh ชาร์จไว 30W ซึ่งจะมีขาย 2 รุ่นด้วยกันคือ

  • POCO F2 Pro (6+128GB) ราคา 499 ยูโร หรือราว 17,400 บาท
  • POCO F2 Pro (8+256GB) ราคา 599 ยูโร หรือราว 20,900 บาท

SONY

ปิดท้ายด้วย Sony Xperia 10 II ที่ทางโซนี่ประเทศไทยเปิดตัวมาแบบเซอร์ไพรส์มากๆ วางจำหน่ายราคาอยู่ที่ 12,990 บาท จุดเด่นของรุ่นนี้เลยคือมาพร้อมกับจอขนาด 6.0 นิ้ว FHD+ อัตราส่วน 21:9 เต็มตา สเปคใช้ชิปเป็น Snapdragon 665 ใส่ Ram มา 4GB Rom 128GB กล้องหลังสามตัว ความละเอียดสูงสุด 12MP กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP65/68 แบต 3600 mAh พร้อมเปิดให้จองตั้งแต่ 27 พ.ค. นี้เป็นต้นไป บอกเลยว่าเหล่าสาวก Sony ห้ามพลาด

 

ที่มา :  nbtc

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phone-may-2020/

ได้ฤกษ์แล้ว Huawei Mate Xs มือถือจอพับสุดล้ำ และ P40 Pro+ เรือธง 5G กล้องเทพ เตรียมเปิดตัวในไทย 4 มิ.ย. นี้

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพจ Huawei Mobile ได้ทำการโพสต์เรียกน้ำย่อยว่า พวกเขาเตรียมนำสมาร์ทโฟนจอพับสุดเทพอย่าง Huawei Mate Xs และมือถือกล้องโหดสเปคเรือธงอย่าง P40 Pro+ มาเปิดตัว “เร็วๆ นี้” แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะได้ฤกษ์งามยามดีซะแล้ว เพราะล่าสุด Huawei Mobile ได้ออกมาโพสต์อัพเดทว่า สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นพร้อมเปิดตัวในประเทศไทยวันที่ 4 มิถุนายน เวลา 18.30

นอกจากนี้ ภายในงานเปิดตัวดังกล่าว ทาง Huawei Mobile ก็จะมีคำถามให้ผู้เข้าชมร่วมสนุก เพื่อรับสิทธิ์ลุ้นรับ Huawei P40 Pro+ ไปใช้แบบฟรีๆ ไม่เสียเงินซักบาท จำนวน 1 รางวัลอีกด้วย ใครกำลังดวงดี มือขึ้นๆ ในช่วงนี้ล่ะก็ บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะไม่แน่ว่า ผู้โชคดีคนนั้นอาจเป็นคุณก็ได้

ส่วนใครที่ลืมสเปคของ Huawei Mate Xs และ Huawei P40 Pro+ เราก็รวบรวมมาให้แล้วครับ ทวนความจำกันอีกซักรอบ ก่อนทั้งคู่จะมาเปิดราคาในบ้านเรา

สเปค HUAWEI MATE XS

  • หน้าจอ OLED ตอนกางขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 2200
  • หน้าจอตอนพับ ด้านหน้าขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 1148 / ด้านหลังขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 892
  • CPU : Kirin 990
  • GPU : Mali-G76
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 512GB รองรับ NM SD Card 256GB
  • กล้อง : กล้องหลัก 40MP SuperSensing Wide + เลนส์ Tele 8MP มีระบบ OIS + เลนส์ Ultrawide 16MP + เซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11a/b/g/n/ac (wave2), 2.4 GHz and 5 GHz, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyroscope, Compass, Proximity Sensor, Gravity Sensor, Hall Sensor, Infrared Sensor, Ambient Light Sensor, Barometer, Colour Temperature Sensor, Fingerprint Sensor (ด้านข้าง)
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับ SuperCharge 55W
  • ระบบ : Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.0.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : (กาง) 146.2 x 161.3 x 11 มม., (พับ) 78.5 x 161.3 x 11 มม. / 300 กรัม

สเปค HUAWEI P40 PRO+

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200
  • CPU : Kirin 990
  • GPU : Mali-G76
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 512GB รองรับ NM SD Card 256GB
  • กล้อง : กล้องหลัก 50MP, OIS + เลนส์ Tele 8MP, OIS + เลนส์ Ultrawide 40MP + เลนส์ Super Zoom 8MP + เซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF
  • กล้องหน้า : 32MP + IR Depth Camera
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
    BT 5.1, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Infrared face recognition, fingerprint (ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass, color spectrum
  • แบตเตอรี่ : 4200 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย / ไร้สาย 40W
  • ระบบ : Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.0.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : 158.2 x 72.6 x 9 มม. / 226 กรัม

จากสเปคด้านบนจะเห็นว่า แม้ Huawei Mate Xs จะเป็นมือถือจอพับ แต่สเปคที่ให้มา บอกเลยว่าจัดเต็มสุดๆ โดยเฉพาะเรื่องกล้องที่ให้ความละเอียดมาสูงสุดถึง 40 ล้านพิกเซล แถมดันระยะซูมแบบ Digital ได้ไกลถึง 45x อีกด้วย ส่วน Huawei P40 Pro+ ก็ตามยศถาบรรดาศักดิ์เลย อัดเรื่องกล้องมาแบบไม่มีคำว่ากั๊ก กล้อง 5 ตัว ถ่ายกลางวันดี กลางคืนเยี่ยม ซูมไกล 100x แถมยังรองรับ 5G แบบพร้อมใช้งานในไทยเลยอีกด้วย ไม่ต้องรอแพทช์อัพเดท 

ทีนี้ก็ต้องมารอลุ้นแล้วว่า Huawei Thailand จะเปิดราคา Mate Xs และ P40 Pro+ ที่เท่าไหร่ จะมีโปรโมชั่นเด็ด หรือของแถมโดนใจอะไรหรือไม่ มารอลุ้นไปพร้อมๆ กันในวันที่ 4 มิถุนายนที่จะถึงนี้นะครับ ตั้งนาฬิกาปลุกแจ้งเตือนเอาไว้ 18.30 เมื่อไหร่ เข้าไลฟ์งานเปิดตัวทันที! เพราะอย่าลืม ภายในงานมีแจก Huawei P40 Pro+ นะเออ ฮ่าๆ

 

ที่มา: Huawei Mobile

 

from:https://droidsans.com/huawei-mate-xs-p-40-pro-plus-to-be-unveiled-next-month/

Huawei เตรียมเปิดตัวมือถือ 5G เรือธง Mate Xs และ P40 Pro+ ในประเทศไทยเร็วๆ นี้

มือถือจอพับ 5G สุดเทพอย่าง Huawei Mate Xs และมือถือเรือธงกล้องเทพ P40 Pro+ เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเริ่มทยอยวางจำหน่ายในหลายๆ ประเทศแล้ว ซึ่งล่าสุดมือถือ 5G ตัวท็อปทั้ง 2 รุ่น ก็กำลังจะเดินทางมาถึงบ้านเราในอีกไม่นานนี้แล้ว หลังจากที่เพจ Huawei Mobile ได้ออกมาประกาศว่า 5G Flagship Phone is coming.

ใครที่กำลังเล็งๆ มือถือไฮเอนด์กล้องเทพ หรือมือถือจอพับสุดล้ำ ที่รองรับการใช้งานเครือข่ายความเร็วสูง 5G อยู่ ก็เตรียมแคะกระปุกกันได้เลย เพราะ Huawei กำลังจะนำมือถือทั้ง Huawei Mate Xs และ Huawei P40 Pro+ มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเร็วนี้

ส่วนสเปคของมือถือทั้ง 2 รุ่น จะเทพแค่ไหน ถ้าใครที่ลืมไปแล้ว ก็มาดูกันอีกรอบนะครับ ว่าแต่ละรุ่นมีสเปคเป็นยังไงบ้าง

สเปค Huawei Mate Xs

  • หน้าจอ OLED ตอนกางขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 2200
  • หน้าจอตอนพับ ด้านหน้าขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 1148 / ด้านหลังขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 892
  • CPU : Kirin 990
  • GPU : Mali-G76
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 512GB รองรับ NM SD Card 256GB
  • กล้อง : กล้องหลัก 40MP SuperSensing Wide + เลนส์ Tele 8MP มีระบบ OIS + เลนส์ Ultrawide 16MP + เซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11a/b/g/n/ac (wave2), 2.4 GHz and 5 GHz, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyroscope, Compass, Proximity Sensor, Gravity Sensor, Hall Sensor, Infrared Sensor, Ambient Light Sensor, Barometer, Colour Temperature Sensor, Fingerprint Sensor (ด้านข้าง)
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับ SuperCharge 55W
  • ระบบ : Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.0.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : (กาง) 146.2 x 161.3 x 11 มม., (พับ) 78.5 x 161.3 x 11 มม. / 300 กรัม

สเปค Huawei P40 Pro+

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200
  • CPU : Kirin 990
  • GPU : Mali-G76
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 512GB รองรับ NM SD Card 256GB
  • กล้อง : กล้องหลัก 50MP, OIS + เลนส์ Tele 8MP, OIS + เลนส์ Ultrawide 40MP + เลนส์ Super Zoom 8MP + เซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF
  • กล้องหน้า : 32MP + IR Depth Camera
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
    BT 5.1, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Infrared face recognition, fingerprint (ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass, color spectrum
  • แบตเตอรี่ : 4200 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย / ไร้สาย 40W
  • ระบบ : Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.0.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : 158.2 x 72.6 x 9 มม. / 226 กรัม

ก็ต้องมารอลุ้นกันครับว่า Huawei จะประกาศวันเปิดตัวของ Huawei Mate Xs และ Huawei P40 Pro+ ในบ้านเราออกมาวันไหน และจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง

 

ที่มา : Huawei Mobile

from:https://droidsans.com/huawei-mate-xs-p40-pro-plus-coming-to-thailand/

Hands On : ลองจับ HUAWEI Mate Xs ภาคต่อสมาร์ทโฟนจอพับได้ ที่มาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่

 

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา HUAWEI ได้จัดงาน HUAWEI Global Product Launch & Developer Day Online Summit 2020 เปิตตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์ของงานนี้คือ HUAWEI Mate Xs สมาร์ทโฟนจอพับได้ภาคต่อของ Mate X ที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา เรามาดู Hands On ของ HUAWEI Mate Xs นี้กันว่าจะมีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ต่างจากรุ่นแรกมากน้อยแค่ไหน

 

็Huawei Mate Xs

HUAWEI Mate Xs มีรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่คล้ายกับ Mate X รุ่นแรก แต่ใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานขึ้น และยังความความพรีเมียมเหมือนเดิม ตัวเครื่องมีการปรับปรุงการพับแบบใหม่ที่เรียกว่า Falcon Wing Design โดยใช้วัสดุ Zirconium-based ที่เป็น Liquid Metal มีความทนทานกว่า Titanium Alloy ถึง 30%

เมื่อกางออกก็จะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ และไม่มีรูกล้องหน้า หรือติ่งหยดน้ำใดๆ มารบกวนการใช้งาน จึงสามารถใช้งานได้แบบเต็มตา เหมือนแท็บเล็ดขนาดย่อมๆ

เมื่อพับหน้าจอตัวเครื่อง Mate Xs ก็จะมีขนาดที่พอๆ กับสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป โดยด้านหน้าก็จะมีหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบ ไร้รอยบากขนาด 6.6 นิ้ว

ส่วนด้านหลังเมื่อพับจอลงไปก็จะเป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 6.38 นิ้วสำหรับใช้งานถ่ายภาพเซลฟี่ โดยด้านซ้ายติดตั้งกล้อง 4 ตัวพร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ในแนวตั้ง และปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านหลังแบบเต็มเมื่อไม่ได้พับหน้าจอ จะเห็นส่วนที่ยื่นออกมาด้านซ้ายมือ ซึ่งสาเหตุที่ออกแบบให้ที่ยื่นออกมานี้ก็เพื่อให้ถือจับตัวเครื่องได้ถนัดมือขึ้นนั่นเอง

ตัวเครื่อง Mate Xs มีดีไซน์ที่บางเฉียบเพียง 5.4 มม. (เมื่อกางหน้าจอ) และ 11 มม. (เมื่อพับหน้าจอ)

สำหรับหน้าจอของ Mate Xs ทาง HUAWEI ระบุว่า เมื่อเทียบน้ำหนักแพงกว่าทองคำถึง 3 เท่า โดยวัสดุหน้าจอที่ใช้เรียกว่า High Polymer Flex Display ซึ่งประกอบด้วย 3 ชั้นได้แก่ Polyimide Film, OCA และ Polyimide Film ที่มีแข็งแรงทนทาน

HUAWEI Mate Xs ใช้ชิปเซ็ท HUAWEI Kirin 990 5G ซึ่งโมเด็ม 5G ที่มากับชิป Kirin 990 สามารถทำความเร็ว Downlink และ Uplink ได้สูงกว่าสมาร์ทโฟนจอพับได้ 5G อย่าง Galaxy Fold อีกด้วย

สเปก HUAWEI Mate XS

 

  • ขนาด 161.3 x 146.2 x 5.4 มม. (เปิดหน้าจอ), 161.3 x 78.3 x 11 มม. (พับหน้าจอ) และน้ำหนัก 295 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Foldable OLED ความละเอียด 2200 x 2480 พิกเซล ขนาด 8 นิ้ว และหน้าจอขณะพับหน้าจอแบบ AMOLED ความละเอียด 1148 x 2480 พิกเซล ขนาด 6.6 นิ้วในอัตราส่วน 19.5:9
  • ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.86GHz โดยใข้ชิปเซ็ท HiSilicon Kirin 990 5G (7 nm+), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP16
  • RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 512GB แบบ UFS 3.0 เพิ่มได้ด้วย NM Card สูงสุด 256GB
  • ติดตั้งกล้อง 4 ตัวที่พัฒนาร่วมกับ Leica พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และกล้องตัวที่ 4 เลนส์ 3D ToF
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง
  • รองรับ 2 SIM
  • รองรับ 4G/5G band 41(2500), 77(3700), 78(3500), 79(4700); NSA/Sub6/mmWave
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • รองรับ Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ตอินฟราเรด และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Huawei SuperCharge 55W ชาร์จ 0-85% ภายในเวลา 35 นาที

ทั้งนี้ HUAWEI Mate Xs มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 2499 ยูโร หรือประมาณ 85,800 บาท โดยจะวางจำหน่ายแบบทั่วโลกภายในเดือนมีนาคม 2563 นี้ ส่วนจะวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยหรือไม่นั้น ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมาแจ้งให้ทราบกันครับ

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNUq

 

from:http://mobileocta.com/hands-on-huawei-mate-xs/