คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI_FREEBUDS_PRO

5 หูฟังตัดเสียงรบกวนตัวเด็ด ฟังเพลงเพลินไม่มีใครขัด อัพเดทปี 2022

มีหูฟังตัดเสียงรบกวนติดกระเป๋าเอาไว้สักตัว ฟังเพลงโปรดได้เพลินๆ ไม่ต้องโดนเสียงแทรก!

tws cover

หูฟังตัดเสียงรบกวนในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้หลายๆ คนหาซื้อหูฟังตัดเสียงมาฟังเพลงได้ง่าย ซึ่งถ้าใครชอบฟังเพลงตอนเเดินทางให้เข้าบรรยากาศหรือฟังเพลงที่ชอบให้ได้อารมณ์และสมาธิตอนทำงานในออฟฟิศก็น่าจะชื่นชอบหูฟังนี้ไม่น้อย

Advertisementavw

ในตอนนี้ ถ้าจะหาหูฟังตัดเสียงดีๆ เอาไว้ทั้งฟังเพลงและโทรติดต่องานแล้วจะลงทุนซื้อของดีมาใช้จะได้อยู่กันยาวๆ ไม่ต้องเปลี่ยนอีกสักพักนั้น ในตอนนี้แบรนด์ชั้นนำผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ชั้นนำก็พากันเข็นหูฟัง True Wireless พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนราคาหลักพันต้นถึงปลายออกมาให้เลือกหลากหลายรุ่นพร้อมอัดฟีเจอร์ล้ำสมัยมาให้อีกเพียบ

หูฟังตัดเสียงรบกวน

5 หูฟังตัดเสียงรบกวนน่าโดน ตัดเสียงคม ฟังเพลงเพลิน

หากจำกันได้ ผู้เขียนเองก็เคยแนะนำหูฟัง True Wireless ไปเมื่อต้นปีที่แล้วพร้อมแนะนำวิธีเลือกหูฟัง True Wireless ด้วย แล้วในปี 2022 นี้จะมีหูฟังตัดเสียงรุ่นไหนน่าซื้อมาฟังเพลงบ้าง? ในบทความนี้ผู้เขียนมีรุ่นน่าสนใจมาแนะนำทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. AUKEY EP-N6 (2,290 บาท)
  2. EDIFIER TWS NB2 PRO (2,490 บาท)
  3. HUAWEI FreeBuds Pro (3,890 บาท)
  4. Beats Studio Buds (5,500 บาท)
  5. Sony WF-1000XM4 (8,990 บาท)
1. AUKEY EP-N6 (2,290 บาท)

aukey

ถ้าพูดถึง AUKEY เชื่อว่าผู้ใช้หลายๆ คนน่าจะคิดถึงปลั๊กชาร์จไวหรือ Power Bank ที่ใส่ฟีเจอร์เด็ดๆ มาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกัน แต่หูฟังตัดเสียงรุ่น AUKEY EP-N6 รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นน่าสนใจที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน โดยหูฟังตัวนี้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตด้วย Bluetooth 5.1 แบบแยกหูซ้ายขวา ส่วนไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้มากถึง 32 เดซิเบล ไมโครโฟนเป็นแบบ MEMS ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz ใช้งานต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้อีก 4 ครั้ง สุทธิ 22 ชั่วโมง ถ้าปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C รองรับ Gesture Control กับ Siri, Google Assistant รวมทั้งกันน้ำและฝุ่นระดับ IPX5 ด้วย ดังนั้นถ้าใครอยากได้หูฟังตัดเสียงรบกวนดีๆ ไว้ใช้สักตัวอาจจะเริ่มจาก AUKEY รุ่นนี้ก่อนเลยก็ได้

สเปคของ AUKEY EP-N6
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.1 แบบแยกหูซ้ายขวา
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz
  • ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation ลดเสียงรบกวนได้ 32 เดซิเบล
  • ไมโครโฟนเป็นแบบ MEMS ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้อีก 4 ครั้ง สุทธิ 22 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C
  • รองรับ Gesture Control กับ Siri, Google Assistant
  • ราคา 2,290 บาท (AUKEY LazMall)
2. EDIFIER TWS NB2 PRO (2,490 บาท)

edifier tws nb2pro 01

หลังจากผลิตลำโพงคอมพิวเตอร์คุณภาพดีออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว EDIFIER ก็เปิดตัวหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่น EDIFIER TWS NB2 PRO ที่ดีไซน์ดูสวยล้ำสมัยและรองรับ Game Mode ทำให้ดูหนังหรือเล่นเกมได้แล้วภาพกับเสียงไม่มีดีเลย์ ปรับตั้งค่าหูฟังได้ด้วยแอพฯ Edifier Connect ที่มีให้โหลดไปใช้งานทั้งใน iOS, Android ส่วนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตใช้เป็น Bluetooth 5.0 กันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 ส่วนหูฟังติดตั้งไดรเวอร์ 10 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz มีโหมด Statial Sound ไมค์คู่พร้อมใช้ตัดเสียงรบกวน ENC และมี In-Ear Detection ถ้าถอดหูฟังออกแล้วเพลงจะหยุดเล่นอัตโนมัติ สามารถใช้ฟังเพลงแบบเปิดฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนได้ 7 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้รวมทั้งสิน 25 ชั่วโมง ถ้าปิดระบบตัดเสียงรบกวนใช้ได้ 9 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้รวมทั้งสิ้น 32 ชั่วโมง มีฟีเจอร์ชาร์จไว 15 นาทีฟังเพลงได้ 2 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C ซึ่งถ้าใครเคยใช้ลำโพงของ Edifier แล้วมั่นใจคุณภาพเสียงของหูฟังตัวนี้ก็แนะนำให้ซื้อหูฟังนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Edifier TWS NB2 Pro
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 มี Game Mode, ANC แบบ ENC
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz
  • ไมโครโฟนคู่พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ANC แบบ ENC
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 7 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้สุทธิ 25 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 9 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 32 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C
  • ตั้งค่าได้ด้วยแอพฯ Edifier Connect
  • ราคา 2,490 บาท (425Degree)
3. HUAWEI FreeBuds Pro (3,890 บาท)

huawei freebuds pro device switch 1

HUAWEI FreeBuds Pro รุ่นนี้แม้จะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนที่เปิดตัวมาสักพักแล้ว แต่จากสเปคและฟีเจอร์ที่ HUAWEI ใส่มาให้ใช้งานต้องถือว่ายังจัดเต็มไม่แพ้กับหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ๆ เลย เพราะทาง HUAWEI ติดตั้ง Bone Sensor ทำงานคู่กับไมโครโฟนอีก 3 ตัว มีโหมดตรวจจับเสียงภายนอกเพื่อตัดเสียงรบกวน เป็น ANC แบบไดนามิคและรองรับการเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกันและกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4 ควบคุมและตั้งค่าโดยแอพฯ HUAWEI AI Life รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

ตัว HUAWEI FreeBuds Pro รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 ไดรเวอร์มีขนาด 11 มม. แบบไดนามิคพร้อมไมโครโฟนที่ HUAWEI ปรับแต่งมาพร้อมใช้ถ่าย Vlog ได้สบายๆ รองรับ Gesture Control เพื่อควบคุมเวลาฟังเพลงหรือเปิดปิดระบบตัดเสียงรบกวน สามารถใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมงเมื่อเปิดฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ถ้าปิดใช้งานได้นาน 7 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสแล้วใช้งานได้นานสุด 30 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้หูฟังด้วยสาย USB-C หรือระบบชาร์จไร้สายก็ได้ จัดเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนที่ให้ฟีเจอร์มาครบเครื่องน่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง

สเปคของ HUAWEI FreeBuds Pro
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 ติดตั้ง Bone Sensor ทำงานคู่กับไมโครโฟนอีก 3 ตัว
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 11 มม. 
  • ไมโครโฟนคู่ ปรับแต่งมาพร้อมใช้ถ่าย Vlog ได้
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 30 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สาย
  • ตั้งค่าได้ด้วยแอพฯ HUAWEI AI Life
  • ราคา 3,890 บาท (Jaymart LazMall)
4. Beats Studio Buds (5,500 บาท)

 

MJ503

Beats Studio Buds รุ่นนี้ถือเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนในเครือ Apple สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง iPhone และสมาร์ทโฟน Android โดยผู้เขียนได้ทดลองฟังเพลงด้วยหูฟังนี้มาก่อนหน้าแล้ว พบว่าเสียงของ True Wireless ตัวนี้มิติเสียงถือว่าดีกว่า Beats รุ่นก่อนๆ ในอดีตและไม่มีอาการเบสบวมแล้วและสเตจถือว่ากว้างกำลังดีอีกด้วย ด้านหูฟังตัวนี้เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth Class 1 ติดตั้งไดอะแฟรมคู่เพื่อให้เสียงเพลงมีมิติและได้เสียงเคลียร์ฟังชัดกับไมค์แบบ Beamforming คู่ ช่วยตัดเสียงรบกวนแบบ ANC หรือจะกดเพื่อเปิดให้เสียงภายนอกเข้าก็ได้ และข้อดีคือไมค์ของ Beats Studio Buds รุ่นนี้จะได้คุณภาพเสียงดีฟังชัดเจน ทำให้เวลาโทรติดต่องานก็สามารถพูดคุยกับคู่สนทนาปลายสายได้ชัดเจน ด้านการใช้งานสามารถฟังเพลงต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 5 ชั่วโมง ถ้าปิดใช้ได้ 8 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสแล้วใช้งานได้นานสุด 24 ชั่วโมง รองรับการชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้ตัวหูฟังด้วยสาย USB-C และยังกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4 อีกด้วย 

สเปคของ Beats Studio buds
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth Class 1 ติดตั้งไมโครโฟน Beamforming ไว้ตัดเสียงรบกวน
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดอะแฟรมคู่ ให้คุณภาพเสียงดีขึ้น
  • ไมโครโฟนคู่ พูดคุยเสียงฟังชัดเจนแบบ Beamforming
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 5 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 8 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชั่วโมง ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C 
  • ราคา 5,500 บาท (Wemall Lazmall)
5. Sony WF-1000XM4 (8,990 บาท)

sony

Sony WF-1000XM4 รุ่นนี้จะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนภาคต่อของรุ่น WF-1000XM3 ที่ Sony เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ โดยทาง Sony จัดการลดขนาดของเคสชาร์จให้เล็กลงเล็กน้อยให้พกพาได้สะดวกแล้วใส่ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนมาให้แบบจัดเต็มเช่นเดิม ดดยฟีเจอร์เด่นของ WF-1000XM4 ได้แก่ระบบตัดเสียงรบกวน Digital ANC ที่ใช้ชิป Integrated Processor V1 เข้ามาช่วยตัดเสียงและปรับเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและมี Bone-conduction ตรวจจับการสั่นสะเทือนจากเสียงของเราเพื่อตัดเสียงภายนอกและให้เน้นให้เสียงพูดของเราฟังชัดเจน, มี DSEE Extreme ช่วยยกระดับเสียงเพลงให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น, ฟีเจอร์ Speak-to-Chat เมื่อคุยกับคู่สนทนาแล้วหูฟังจะหยุดเล่นเพลงชั่วคราวแล้วกลับมาเล่นเพลงต่อโดยอัตโนมัติและตั้งค่าการทำงานได้ด้วยแอพฯ Sony | Headphone Connect รองรับทั้ง Android และ iOS และกันน้ำกับฝุ่นระดับ IPX4 อีกด้วย

สเปคของหูฟังตัวนี้จะรองรับการเชื่อมต่อกับมือถือหรือแท็บเล็ตด้วย Bluetooth 5.2 โดยเชื่อมต่อแยกหูซ้ายขวา รองรับ Google Fast Pair เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Android และพีซีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้อย่างรวดเร็ว ใช้ไดรเวอร์ขนาด 6 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz  รองรับ Google Assistant และ Alexa สามารถฟังเพลงต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 8 ชั่วโมง ถ้าปิดจะใช้ได้ 12 ชั่วโมง รวมวนชาร์จในเคสจะใช้งานได้ 24 ชั่วโมง รองรับชาร์จไว 5 นาทีใช้งานได้ 60 นาที สามารถชาร์จแบตเตอรี่คืนให้ตัวหูฟังได้ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สายก็ได้ จัดว่าเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนคุณภาพสูงที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียงแบบจัดเต็ม

สเปคของ Sony WF-1000XM4
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 แบบแยกหูซ้ายขวา รองรับ Google Fast Pair
  • ไดรเวอร์หูฟังขนาด 6 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz มี DSEE Extreme
  • ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Digital ANC ใช้ชิป Integrated Processor V1 เข้ามาช่วยตัดเสียงและปรับเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและมี Bone-conduction
  • ไมโครโฟนมีฟีเจอร์ Speak-to-Chat หยุดเล่นเพลงชั่วคราวเมื่อคุยกับคู่สนทนาและเล่นเพลงต่อเมื่อคุยเสร็จ
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 8 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 12 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชั่วโมง รองรับชาร์จไว 5 นาทีใช้งานได้ 60 นาที
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สาย
  • รองรับ Gesture Control กับ Google Assistant, Alexa
  • ราคา 8,990 บาท (Sony Thailand)

สรุปสเปค 5 หูฟังตัดเสียงรบกวนตัวเด็ด ฟังเพลงเพลินได้ใจไม่มีใครรบกวน

สายฟังเพลงที่กำลังมองหาหูฟังตัดเสียงรบกวนตัวใหม่หรือจะอัพเกรดจากตัวเดิมมาเป็นรุ่นสเปคเด็ด ตัดเสียงเทพสำหรับปี 2022 นี้ ต้องถือว่ามีตัวเลือกให้เลือกมากมายทีเดียว โดยรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำทั้ง 5 รุ่นถ้าสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคหูฟังตัดเสียงรบกวน การเชื่อมต่อ ไดรเวอร์ ไมค์และการตัดเสียง แบตเตอรี่และการชาร์จ ราคา
AUKEY
EP-N6
Bluetooth 5.1
แยกการเชื่อมต่อหูซ้าย, ขวา
ไดนามิค
10 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz

MEMS
100 Hz – 10 kHz

Hybrid Active Noise Cancellation

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
4 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 22 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C

2,290 บาท
Edifier TWS NB2 Pro Bluetooth 5.0

ดีเลย์ต่ำ มี Game Mode

ไดนามิค
10 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz

ไมโครโฟนคู่

มี ANC
แบบ ENC

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 25 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 9 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 32 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C

2,490 บาท
HUAWEI FreeBuds Pro Bluetooth 5.2 ไดนามิค
11 มม.
ไมค์คู่ ปรับแต่งมาเพื่อถ่าย Vlog

ติดไมค์ 3 ตัวเพื่อตัดเสียงรบกวนและมี Bone Sensor

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
4 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 30 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C หรือชาร์จไร้สาย

3,890 บาท
Beats Studio Buds Bluetooth Class 1 ไดอะแฟรมคู่ ให้คุณภาพเสียงดีขึ้น ไมค์ Beamforming คู่ ใช้สนทนาและตัดเสียงรบกวนได้ในตัว เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
5 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 8 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชม.

ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง

ชาร์จด้วย
USB-C

5,500 บาท
Sony
WF-1000XM4
Bluetooth 5.2

Google
Fast Pair

ไดรเวอร์ 6 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz มี DSEE Extreme

ไมค์พร้อมฟีเจอร์ Speak-to-Chat

Digital ANC ใช้ชิป Integrated Processor V1

Bone-conduction sensor

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
8 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 12 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชม.

ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 60 นาที

ชาร์จด้วย
USB-C หรือชาร์จไร้สาย

8,990 บาท

จะเห็นว่าหูฟัง True Wireless พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนนั้นมีให้เลือกตั้งแต่หลักพันต้นๆ ไปจนหลักพันปลายและแต่ละรุ่นก็จะมีฟีเจอร์เด่นแตกต่างกันไป ถ้าใครต้องการเปลี่ยนหูฟังใหม่เอามาฟังเพลงตอนทำงานหรือระหว่างเดินทางก็เลือกจากทั้ง  5 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำเลยก็ได้ หรือจะดูเป็นแนวทางแล้วไปลองเลือกที่ร้านขายหูฟังโดยเฉพาะแล้วทดลองฟังเพลงก่อนว่าหูฟังรุ่นที่เราสนใจเป็นแนวเสียงแบบที่เราชอบหรือไม่ค่อยตัดสินใจซื้อก็ได้เช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

tws 2 cover

tws cover

from:https://notebookspec.com/web/633343-5-anc-tws-for-music-lover

3 เหตุผลที่ทำไม “HUAWEI MateBook 14s” ถึงเป็นแล็ปท็อปอัจฉริยะที่ลงตัวทั้งเรื่องงาน และจัดเต็มด้านความบันเทิงในระดับไฮเอนด์

ถ้าจะหาแล็ปท็อปคู่ใจที่ลงตัวในทุกด้าน เครื่องเดียวที่เราพกพาไปด้วยต้องตอบโจทย์ทั้งการใช้ทำงานได้แบบหนักหน่วง งานเบาทำได้สบายงานหนักก็ยังไหว แล้วยังต้องสามารถเอาไปใช้ด้านความบันเทิง ดูหนังฟังเพลงได้อย่างจริงจังในยามต้องการหรือในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ถ้าจะเอาเครื่องที่ลงตัวสมใจจริงๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย มันมีองค์ประกอบสำคัญในบางอย่างที่ห้ามมองข้ามไป

ซึ่งในแล็ปท็อปตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาอย่าง HUAWEI MateBook 14s คุณสมบัติกำหนดมาได้อย่างเพียบพร้อมเลยครับ และมีฟีเจอร์สำคัญครบ ทั้งหน้าจอสัมผัสอัจฉริยะความละเอียดสูง และอัตรารีเฟรชหน้าจอที่ดันให้สูงไปที่ 90Hz และที่สำคัญยังใช้ชิปประมวลผลตัวแรง Intel เจเนอเรชัน 11 H-Series มาให้ ได้ประสบการณ์การปั่นงานที่รวดเร็ว และสุนทรีย์ไปกับความบันเทิงแบบพรีเมียมได้ทั้งคู่

พาไปทำความรู้จักกับแล็ปท็อประดับไฮเอนด์ “HUAWEI MateBook 14s” ตัวนี้กันดีกว่า แล้วมาดูกันว่าแล็ปท็อปที่ครบเครื่องทั้งการใช้งาน การทำงาน การพกพา และความบันเทิงเครื่องนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้างครับ

 

จอสวยคมชัดเต็มตา แสดงผลภาพราบรื่นรวดเร็วไร้สะดุด

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดของแล็ปท็อปตั้งแต่เปิดเครื่อง (หรือบางทีตั้งแต่ยังไม่เปิดเครื่อง) ก็คือ “หน้าจอแสดงผล”ซึ่งปกติแล้วหน้าจอแล็ปท็อประดับไฮเอนด์ควรจะมีขนาดจอที่ใหญ่กำลังดี แสดงผลภาพได้ชัดเจนในทุกรายละเอียด และถ้าจะให้เด็ดก็คือต้องถนอมสายตาเจ้าของเครื่องไปพร้อมกันด้วย

ข่าวดีก็คือแล็ปท็อปอัจฉริยะ HUAWEI MateBook 14s เครื่องนี้เพียบพร้อมในทุกข้อที่กล่าวมา แถมยังพกโบนัสเรื่องฟีเจอร์การแสดงผลภาพบนหน้าจอที่ว่องไวเข้ามาเพิ่ม หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 14.2 นิ้ว ที่ได้รับการดีไซน์ให้ภาพดูใหญ่ขึ้นไปอีกด้วยสไตล์การออกแบบ HUAWEI FullView Display ขอบจอบางเฉียบ (พื้นที่หน้าจอแสดงผลกินพื้นที่ถึง 90% จากทั้งจอ) คมชัดสูง 2.5K ความละเอียดภาพสูงสุด 2520 x 1680 พิกเซล ซึ่งรองรับการแสดงเฉดสีภาพได้มากถึง 1.07 พันล้านสี

ที่สำคัญคือหน้าจอของ HUAWEI MateBook 14s เป็นหน้าจอสัมผัสที่รองรับระบบสัมผัส Multi-touch 10 จุด และยังสามารถเพิ่มอัตรารีเฟรชหน้าจอจาก 60 Hz ให้เป็น
90 Hz ได้ โดยมีการใส่ปุ่มลัดในการสลับอัตรารีเฟรชหน้าได้ง่ายๆ เพียงแค่การกดปุ่ม Fn+R เพื่อการตอบสนองภาพที่เหมาะกับเวลาที่คุณอยากใช้แล็ปท็อปเครื่องนี้เล่นเกมหรือต้องการประสบการณ์ในการปั่นงานอย่างลื่นไหลได้ในทันทีครับ

นอกจากนี้ยังเป็นจอที่ดีต่อระบบการมองเห็น ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก TÜV Rheinland ในด้านการลดแสงสีฟ้า และใช้เทคโนโลยีการแสดงผลที่ไร้การสั่นไหว และการกระพริบของภาพ ทำให้ไม่ว่าคุณจะใช้แล็ปท็อปเครื่องนี้เพื่อทำงาน ดูหนัง หรือเล่นเกม ก็สามารถใช้ได้อย่างไร้กังวล ไม่เวียนหัว แสบตา คลื่นไส้จากการจ้องจอภาพเป็นเวลานานๆ ครับ เพราะเราส่วนใหญ่ อยู่กับมันหลายชั่วโมง เสร็จจากงานก็อาจจะต่อด้วยการเล่นเกมดูหนังทั้งวัน เทคโนโลยีจอภาพจึงสำคัญมากๆ

 

เพียบพร้อมฟีเจอร์สำหรับงานทุกรูปแบบ และความบันเทิงทุกสไตล์

แน่นอนว่าแล็ปท็อปที่ตอบโจทย์การใช้งานได้รอบด้านมันมีต้องมีองค์ประกอบด้านรายละเอียดอื่นๆ มาครบครับ นอกจากภาพแล้วก็ต้องมีระบบเสียง ระบบรองรับการใช้งานทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิต ในหัวข้อนี้ผมจะพามาดูรายละเอียดด้านอื่นๆ ที่ทำให้ HUAWEI MateBook 14s เข้าตามาเป็นพิเศษกันครับ

แล็ปท็อป HUAWEI MateBook 14s อัดฟีเจอร์มาให้แบบล้นๆ ตั้งแต่ฟีเจอร์ด้านเสียง แป้นพิมพ์ และการเข้าถึงแอปพลิเคชันมือถือที่เรียกเปิดใช้งานได้เลยบนเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง

ใครที่ชอบนั่งดูซีรี่ส์หรือภาพยนตร์บนแล็ปท็อปรับรองว่าได้เพลิดเพลินไปกับลำโพงที่ติดมาให้อย่างแน่นอน กับระบบเสียงแบบ HUAWEI SOUND ชุดลำโพง 4 ตัว เป็นลำโพงเสียงต่ำ 2 ตัว และลำโพงเสียงสูงอีก 2 ตัว ที่มอบประสบการณ์การรับชมแบบเต็มอิ่มจากระบบเสียงรอบทิศทาง หรือจะใช้งานประชุมก็สะดวกด้วย Personal Voice Enhancement ที่มาพร้อมไมโครโฟน 4 ตัวเช่นกัน และสามารถรับเสียงได้รอบทิศทางแบบ 360° เช่นกัน ^^ โดยตัวไมค์จะสามารถจับเสียงได้ระยะไกลถึง 5 เมตรเลยทีเดียว

ส่วนใครที่ต้องใช้การพิมพ์งานเป็นสำคัญ นี่คือแล็ปท็อปที่ออกแบบแป้นพิมพ์มาเป็นพิเศษครับ ใครพิมพ์ไว พิมพ์เร็ว รับรองว่าต้องถูกใจกับแป้นพิมพ์แบบ Travel Keyboard ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นปุ่มโดมยางมีความลึกกับค่ามาตรฐาน 1.5 มม. ภายในปุ่มมีกลไกที่ชะลอแรงกระแทกจากการกดแป้นบนคีย์บอร์ดในสไตล์หนักหน่วย ให้สามารถใช้งานได้ทนทานและยังให้สัมผัสนุ่มนวล

และสำหรับใครที่ไม่อยากสลับหยิบเครื่องไปมาระหว่างหน้าจอมือถือกับหน้าจอแล็ปท็อป หรือต้องการใช้งานสมาร์ทโฟนในด้านอื่นๆ คู่กับการทำงานของแล็ปท็อปไปด้วยกัน คุณก็ยังสามารถเปิดใช้งานแอปพลิเคชันที่ติดตั้งลงบน PC ได้โดยตรงจาก PC AppGallery แหล่งสโตร์แอพสำหรับใช้งานบนแล็ปท็อป ที่กำลังจะเปิดให้ใช้งานรุ่นเบต้ากันเร็วๆ นี้ครับ

จัดเต็มด้านฟีเจอร์ใช้งาน ไม่ว่าจะคุณจะเอาไปทำงานหรือผ่อนคลายกับความบันเทิงรูปแบบไหน HUAWEI MateBook 14s ตัวนี้ก็จะจัดให้ได้อย่างเต็มอิ่มแน่นอน

สเป็คจัดหนัก ซีพียู Intel Core Gen 11th H-Series ตัวใหม่ล่าสุด

ไม่ว่าจะเป็นการเอาไปใช้ทำงาน ใช้ดูหนัง หรือใช้เล่นเกมออนไลน์กับเพื่อน “สเป็คเครื่อง” ของแล็ปท็อปคือสิ่งสำคัญ ไล่ตั้งแต่ซีพียู หน่วยความจำ (RAM) การ์ดจอ ฯลฯ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การใช้งานต่างๆ ตอบสนองต่อความต้องการของเราได้อย่างรอบด้าน

ซึ่งหลักในการเลือกสเป็คเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างง่ายที่สุด ก็คือพยายามเลือกชิปเซ็ตต่างๆ ในเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนั่นเองครับ และตัว HUAWEI MateBook 14s มาพร้อมตัวเลือกหน่วยประมวลผล 11th Gen Intel Core i5-11300H และ i7-11370H ตัวล่าสุด รวมทั้งใช้ชิปประมวลผลสามมิติ Intel Iris Xe Graphic มาในแล็ปท็อปตัวนี้ นับเป็นแล็ปท็อปตัวแรกของหัวเว่ยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน Intel Evo Platform Certification ได้รับการออกแบบให้มีความแรงทั้งในด้านคุณภาพกราฟฟิก การเชื่อมต่อ ความเร็วในการรับส่งไฟล์ ความบางเบา และการใช้พลังงานแบตเตอรี่ของตัวเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยชิปประมวลผล Intel และหน่วยความจำแบบ dual-channel ของเครื่อง ที่อัดมาให้ถึง 16 GB แรงเหมาะสมในการใช้เคลียร์งานหลายๆ งานพร้อมกัน หรือจะเอาไปเล่นเกมก็ได้ไม่มีปัญหา ตัวเครื่องยังออกแบบให้เราสามารถปรับเข้าสู่ Performance Mode เพียงกด Fn+P เพื่อดึงประสิทธิภาพของเครื่องออกมาใช้งานอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านความเร็ว และการระบายความร้อน

ภายในยังใช้แบตเตอรี่ขนาด 60 Wh ทำให้มีระยะเวลาใช้ที่อยู่กับเราได้ยาวนานครับ สามารถดูวิดีโอความละเอียด Full HD ได้นานติดต่อกันสูงสุด 13 ชั่วโมง และถ้าต้องการเติมไฟแบตเตอรี่ แล็ปท็อปรุ่นนี้ยังรองรับการชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge 65W ผ่านสายชาร์จ Type-C อีกด้วย ซึ่งสามารถใช้ที่ชาร์จไปเสียบชาร์จให้กับสมาร์ทโฟนได้ด้วยตัวชาร์จเดียวกัน ไม่ต้องพกเยอะเลยครับ

ก็คงจะพอเห็นภาพแล้วว่า “HUAWEI MateBook 14s” เป็นแล็ปท็อปอเนกประสงค์ที่ครบเครื่องแค่ไหน เด่นในการแสดงผลภาพที่คมชัดลื่นไหล มีฟีเจอร์สารพัดที่เหมาะสำสำหรับสายการทำงานงานและสายบันเทิง ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่แรงถึงใจ เหมาะสมควรค่าแก่การเป็นแล็ปท็อปคู่ใจที่จะพกพาติดตัวไปใช้งานได้ทุกที่ครับ

HUAWEI MateBook 14s มีให้คุณเลือก 2 รุ่น ได้แก่

  • HUAWEI MateBook 14s รุ่น 11th Gen Intel Core i7H (EVO) RAM 16 GB และหน่วยความจำภายใน 1 TB สี Space Gray ราคา 55,990 บาท
  • HUAWEI MateBook 14s รุ่น 11th Gen Intel Core i5H RAM 8 GB และหน่วยความจำภายใน 512 GB ที่มาพร้อมกับสี Space Gray และสี Spruce Green ราคา 40,990 บาท

มีโปรโมชันพิเศษสำหรับคนที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2564 ถึง 12 พฤศจิกายน 2564 รับไปเลย หูฟังไร้สายรุ่นโปร HUAWEI FreeBuds Pro มูลค่า 5,499 บาท เอาไปใช้งานคู่กันกับแล็ปท็อปหรือสมาร์ทโฟนของเราได้เลยครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HUAWEI MateBook 14s ก็ไปอ่านกันได้ที่นี่

ข่าว: 3 เหตุผลที่ทำไม “HUAWEI MateBook 14s” ถึงเป็นแล็ปท็อปอัจฉริยะที่ลงตัวทั้งเรื่องงาน และจัดเต็มด้านความบันเทิงในระดับไฮเอนด์ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/3-reason-huawei-matebook-14s-laptop-hi-end/

3 เรื่องที่น่าสนใจ กว่าจะมาเป็น HUAWEI FreeBuds Pro แรงบันดาลใจของการออกแบบและเบื้องหลังการพัฒนาด้านดีไซน์ตั้งแต่ร่างแรกจนเสร็จสมบูรณ์

เลี่ยงไม่ได้สำหรับสายโซเชียลและ Tech-savvy ผู้ชื่นชอบการใช้แก็ดเจ็ตใหม่ๆ ว่า ดีไซน์คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะทำให้เลือกใช้แก็ดเจ็ต เพราะนอกจากจะสะท้อนและส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ใช้แล้ว หลายครั้งที่ดีไซน์แก้ปัญหาการใช้งาน ทำให้ฟังก์ชันการใช้อัจฉริยะขึ้น วันนี้เราขอพาไปเจาะลึกถึงที่มาที่ไปของการพัฒนาและออกแบบหูฟัง TWS ยอดนิยมรุ่นล่าสุดจากหัวเว่ย HUAWEI FreeBuds Pro

แรงบันดาลใจจากแป้นโน้ตเปียโนสู่ก้านหูฟังเหลี่ยม

หูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหูฟังรุ่นท็อปของซีรีส์ FreeBuds สวยงามตั้งแต่ดีไซน์จากภายในสู่ภายนอก ผสานการออกแบบและเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ากับความงามของรูปลักษณ์ที่สอดคล้องกับการใช้งาน โดยมีดีไซน์ทรงเรขาคณิตที่สมมาตรและเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ตัวเคสชาร์จทรงเหลี่ยม และก้านหูฟัทรงสี่เหลี่ยม ขณะที่หูฟัง TWS ส่วนใหญ่ในมักมีดีไซน์ที่โค้งมน

HUAWEI Free Buds Pro

บรรยายภาพ: ตัวอย่างสเก็ทช์ร่างแรกของการออกแบบเคสชาร์จของ HUAWEI FreeBuds Pro และการพัฒนาเคสชาร์จของ HUAWEI FreeBuds Pro

แรกเริมเดิมทีก่อนจะมาเป็นดีไซน์เคสเหลี่ยม ดีไซเนอร์ได้พัฒนาเคสของ HUAWEI FreeBuds Pro จากทรงกลม แต่หลังจากที่ได้ทดลองเพื่อหาข้อดีข้อเสีย ก็พบว่าทรงที่มีความเหลี่ยมหน่อยจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บ ทั้งยังสามารถถือเคสได้สะดวก เหมาะกับเวลาใช้งานจริง โดยเคสของ HUAWEI FreeBuds ก็ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาเพียง 60 กรัมเพื่อความสะดวกในการพกพา แตกต่างจากหูฟัง TWS อื่นๆ ด้วยก้านหูฟังที่เป็นทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแป้นตัวโน้ตของเปียโน เรียบ แตกต่าง ทว่างดงาม รายละเอียดของดีไซน์เพื่อให้ตอบโจทย์การส่งเสียงเพลงไปยังหูของผู้ใช้ให้มีประสิทธิภาพที่สุด

ดีไซน์ของหูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro สะท้อนรูปทรงเรขาคณิตที่ได้รับการปรับอย่างพิถีพิถ้น ทั้งมุมโค้งแบบตัว R และองศาการวางดีไซน์ตรงแบบตัว T เส้นโค้งหรือเคิร์ฟของการเชื่อมต่อตัวหูฟังลงมายังก้าน (G3 surface continuity) ถูกออกแบบและทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสวมใส่ได้อย่างเป็นธรรมชาติและสอดรับกับทุกองศา

ด้วยสีที่คลาสสิก ทำให้หูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro เข้ากับการแต่งกายในทุกสถานการณ์ทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความเป็นคนทันสมัยของผู้ใช้

ทดสอบกับใบหูหลากหลายรูปแบบพร้อมวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ เพื่อการสวมใส่ที่สบายสุดๆ

อย่างที่เน้นย้ำว่าหูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro สวมใส่สบาย และตัวก้านหูฟังใช้วัสดุที่ให้ความเงางาม ดูเมทัลลิกแต่ยังคงน้ำหนักเบา โดยเคลือบพีวีซีด้านนอกคลุมส่วนประกอบนับร้อย น้ำหนักเพียง 6.1 กรัม เบาราวเหรียญสตางค์

ด้วยซิลิโคนครอบหูฟัง 3 ขนาดที่แถมมากับเครื่อง ผู้ใช้จะสามารถเลือกใช้ขนาดที่เข้ากับไซส์ช่องหูของตนเองได้อย่างพอดี ปรับแรงดันทั้งภายในและภายนอกช่องหู ให้อากาศเข้าอย่างเหมาะสมจึงสวมใส่ติดหูได้ตลอดทั้งวัน

และเพื่อให้ผู้ใช้สวมใส่ได้อย่างสบายแน่นอน หัวเว่ยเองก็ตระหนักดีถึงความแตกต่างของบุคคล แต่ละคนก็มีช่องหูที่แตกต่างกัน จึงได้ให้แล็ปด้านอุปกรณ์เครื่องเสียง HUAWEI Audio Lab เก็บข้อมูล ซึ่งได้ทดสอบกับใบหูของผู้ใช้จริงมากกว่า 1,000 ตัวอย่าง โดยใช้ทั้งหลักกายรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการสแกนอุปกรณ์แบบ 3 มิติ เพื่อให้ได้หูฟังที่มอบความสบายอย่างแท้จริงเมื่อสวมใส่

บรรยายภาพ: (บน) วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงของหัวเว่ยเก็บข้อมูลวิจัยและสร้างแบบจำลองของใบหูมนุษย์ขึ้นมาเพื่อใช้ทดสอบ (ล่าง) วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงของหัวเว่ยได้ใช้เทคโนโลยีของบริษัทฯ วิเคราะห์อัตลักษณ์ที่แตกต่างกันของใบหูผู้ใช้จำนวนมาก

HUAWEI Audio Lab ได้รวบรวมตัวอย่างใบหู-ช่องหูที่แตกต่างกันมากกว่า 1,000 ตัวอย่าง เพื่อมาทดสอบและวิเคราะห์ โดยเก็บรายละเอียดรูปทรงหูกว่า 100 จุดมาสร้างแบบจำลองแบบ 3 มิติเพื่อทดสอบการสวมใส่

ระบบประมวลผล 3 มิติ ช่วยจำลองปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้ประสบการณ์การใช้งานจริง การสวมใส่สบาย เช่น แรงกดในช่องหู, แรงกดอากาศ ความแน่น โดยดีไซเนอร์ของหูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro จะคำนึงถึงรูปทรงและฟังก์ชันการใช้งานเป็นสำคัญ จากการประเมินด้วยภาพ 3 มิติ ทำให้สามารถปรับแก้ดีไซน์ได้ถึงระดับไมครอน ช่วยให้ผลิตภัณฑ์จริงมีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายอย่างแท้จริง

บรรยายภาพ: ดีไซเนอร์ใช้แนวคิดรูปทรงเรขาคณิตในการออกแบบ เพื่อให้หูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro มีองศาและผิวสัมผัสของวัสดุที่สบายต่อการสวมใส่ใช้งานจริง

การสั่งงานอัจฉริยะด้วยปลายนิ้วที่สอดคล้องกับสัญชาตญาณของผู้ใช้
แล้วยังมีอะไรอีกที่เป็นปัจจัยต่อการออกแบบดีไซน์หูฟังอีก? คำตอบของคำถามนี้เห็นจะหนีไม่พ้นนวัตกรรมเทคโนโลยี

HUAWEI FreeBuds Pro ประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนของอุปกรณ์กว่า 50 ชิ้น ไล่เรียงตั้งแต่แบตเตอรี ชิปเซ็ต ตัวรับสัญญาณบลูทูธแบบคู่ เซ็นเซอร์ ลำโพง และไดรเวอร์แบบไดนามิก นับเป็นหูฟัง TWS ที่ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์สุดล้ำที่นำมาซึ่งเทคโนโลยีภายในที่เหนือชั้น จึงให้เสียงที่ดีกว่า

และมอบประสบการณ์เฉพาะที่เรียบง่ายด้วยการออกแบบให้สามารถสั่งงานและควบคุมได้อย่างอัจฉริยะเพียงปลายนิ้วที่ตัวหูฟังเลย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนโหมดจากปกติสู่โหมดการตัดเสียงรบกวน (ANC) การเพิ่ม-ลด ไม่ต้องหยิบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อออกมาจากกระเป๋าให้ลำบาก

หูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro มีให้เลือก 3 สี ที่คลาสสิกตามลุคและความชอบของผู้ใช้ ได้แก่ Ceramic White, Black Carbon และ Silver Frost ราคา 5,499 บาท สามารถดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่ และสามารถทดลอง รวมถึงจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ HUAWEI Online Store หน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าอื่นๆ ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNUq

from:https://www.mobileocta.com/3-things-that-are-more-interesting-to-come-as-huawei-freebuds-pro/

“หูฟัง” กับบทบาทที่เกินคาด ในกลยุทธ์พลิกเกมนวัตกรรมสู่การเชื่อมต่อรอบทิศทางของหัวเว่ย

เมื่อพูดถึงชื่อ “หัวเว่ย” แน่นอนว่าต้องมีภาพของสมาร์ทโฟนตัวท็อป กล้องล้ำๆ ลอยมาในหัว แต่ในระยะหลัง เราได้เห็นการแตกแขนงผลิตภัณฑ์ออกมาแบบรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป สมาร์ทวอทช์ หรือแม้แต่แว่นตา แต่หนึ่งในตลาดที่หัวเว่ยเดินเกมรุกหนักที่สุดก็คือตลาดหูฟัง ที่เรียกได้ว่าก้าวกระโดดจากการเป็นหน้าใหม่ในวงการ มาท้าชิงในแถวหน้ากับหูฟังไร้สายที่มีฟีเจอร์ครบครันรอบด้านหลายรุ่น การขยับตัวอย่างรวดเร็วมารุกตลาดใกล้เคียงแบบนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร? แล้วหูฟังของหัวเว่ยมีดีอย่างไรถึงติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว? เราลองไปตอบคำถามนี้กัน

นวัตกรรมที่สัมผัสทุกโมเมนต์ดีๆ ในชีวิต กับกลยุทธ์ “1+8+N”

กลยุทธ์ 1+8+N เป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย ภายใต้จุดมุ่งหมายในการผสานสมาร์ทดีไวซ์รอบตัวเราทุกประเภทให้ทำงานร่วมกันได้ในหลากหลายสถานการณ์ จนเรียกว่าผสานให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้แทบทุกประสาทสัมผัส ด้วยจอขนาดเล็ก-ใหญ่ที่ไล่ไปตั้งแต่หน้าปัดสมาร์ทวอทช์ หน้าจอสมาร์ทโฟน ไปจนถึงแท็บเล็ต แล็ปท็อป หรือแม้แต่ทีวี และยาวไปจนถึงนวัตกรรมเพื่ออนาคตอย่างระบบขับขี่อัตโนมัติสำหรับรถยนต์

มาไกลขนาดนี้แล้ว แน่นอนว่าจะให้มองข้ามอุปกรณ์เสริมมาตรฐานสำหรับสมาร์ทโฟนอย่างหูฟังก็คงจะไม่ได้ นี่จึงเป็นที่มาของหูฟังในตระกูล FreeBuds ซึ่งเปิดตัวออกสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2018 ในรูปของหูฟังไร้สายหรือ TWS ที่กลายเป็นของที่ต้องมีไปแล้วในยุคนี้ แถมยังออกตัวแรงแบบไม่ต้องรอลองของด้วยฟีเจอร์ครบครัน ทั้งการควบคุมแบบสัมผัส รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง กันน้ำ และระบบไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนสำหรับการคุยโทรศัพท์

ตลอดสองปีนับจากนั้นมา หัวเว่ยยังคงเร่งเครื่องพัฒนาหูฟังที่โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านของคุณสมบัติรอบด้าน คุณภาพเสียง หรือแม้แต่ดีไซน์เฉพาะตัว อย่างที่เห็นได้ในหู TWS ตัวท็อปอย่าง HUAWEI FreeBuds Pro ที่นอกจากจะเสียงดีแบบครบทุกมิติแล้ว ยังมีระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation หรือ ANC ที่เก่งไม่แพ้ค่ายหูฟังที่ปักหลักในตลาดมายาวนานกว่า แถมยังมาในทรงหูไร้สายแบบก้านเหลี่ยมที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

คิดใหม่ ทำใหม่ ให้เสียงใสทุกท่วงทำนอง

หลังจากที่เห็นว่าหูฟังไร้สายหลายรุ่นต้องเจอปัญหาด้านการเชื่อมต่อในแบบที่หูแบบมีสายไม่ต้องกังวล หัวเว่ยได้ไปทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับ HUAWEI FreeBuds Pro ซึ่งเป็นหูฟัง TWS รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับเสาอากาศบลูทูธในตัวถึงสองเสา โดยเข้ามาเสริมประสิทธิภาพระหว่างกันให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ต้นทางเสียงอื่นๆ เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด ฟังได้นิ่ง ไม่มีสะดุด

ด้านระบบ ANC ที่เป็นไฮไลต์สำคัญอย่างหนึ่งในการเลือกซื้อหูฟังยุคนี้ HUAWEI FreeBuds Pro ก็จัดมาเต็มที่ โดยสามารถลดเสียงรบกวนลงได้สูงสุดถึง 40 เดซิเบล แถมยังใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรีบถอดหูฟังออกเมื่อมีใครมาคุยด้วย เพราะแค่กดปลายนิ้วแช่ไปที่ก้านหูฟังสักครู่ ก็จะเข้าสู่โหมดการรับรู้ที่ปล่อยให้เสียงรอบข้างผ่านเข้ามาได้อีกครั้ง หรือแม้แต่เลือกจับเฉพาะเสียงพูดของคนใกลัตัวโดยเฉพาะ โดยที่ยังลดเสียงรบกวนให้ไม่ขัดขวางการฟังได้เหมือนเดิม ส่วนคุณภาพเสียงระหว่างคุยโทรศัพท์ก็ถือว่างานละเอียดไม่แพ้กัน ด้วยระบบกรองเสียงที่ใช้ไมโครโฟนถึงสามตัว พร้อมเซ็นเซอร์สัมผัสการสั่นสะเทือนของกระดูกในรูหู เพื่อให้ส่งทุกคำพูดไปสู่ปลายสายได้ชัดเจนกว่าใคร

นอกจากนี้ HUAWEI FreeBuds Pro ยังมอบความสะดวกสบายหายห่วงด้วยการเชื่อมต่อที่ง่ายดาย เพียงแค่เปิดเคสใกล้ๆ สมาร์ทโฟนหัวเว่ย ก็จะมีการแจ้งเตือนให้เชื่อมต่อขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องเข้าไปหาเมนูที่ไหน แถมยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้พร้อมกันทีละสองเครื่อง จึงคล่องตัวกว่าใครสำหรับคอแก็ดเจ็ตที่อาจจะหิ้วมาทั้งมือถือและแท็บเล็ตหรือแล็ปท็อป หรือแม้กระทั่งการสวมใส่หูฟังก็ยังมีตัวช่วยที่ฉลาดกว่า แค่มีแอป HUAWEI AI Life ติดเครื่องไว้ HUAWEI FreeBuds Pro ก็สามารถทดสอบแบบง่ายๆ ได้ว่าจุกยางขนาดที่เลือกใช้ฟิตพอดีกับหูหรือไม่ เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์เสียงที่คมชัดและทรงพลังที่สุด

ความหลากหลายที่ตอบทุกโจทย์ พร้อมกระจายฟังก์ชันอัจฉริยะให้ทั่วถึง

Huawei

ในเมื่อเป้าหมายของกลยุทธ์ 1+8+N คือการเชื่อมต่อทุกจังหวะของชีวิตเข้าด้วยกันด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ ประสบการณ์เสียงชั้นยอดนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่หูฟัง TWS เท่านั้น แต่ยังกระจายตัวไปยังผลิตภัณฑ์กลุ่มหูฟังอีกหลายรูปแบบของหัวเว่ย อย่างเช่น HUAWEI FreeLace Pro หูฟังแบบคล้องคอที่มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนที่ได้ผลในระดับเดียวกับหู TWS ตัวท็อปอย่าง HUAWEI FreeBuds Pro ส่วนระบบเสาอากาศบลูทูธคู่ก็ยังมีอยู่ในหูฟังฟูลไซส์ HUAWEI FreeBuds Studio ที่มอบประสบการณ์เสียงระดับไฮไฟให้ได้ฟังกันเต็มอิ่ม

ส่วนความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อและสัญญาณเสียงที่นิ่งแบบไว้ใจได้ในแทบทุกสถานการณ์ ก็เกิดขึ้นได้เพราะชิป Kirin A1 ซึ่งติดตั้งมากับหูฟังในตระกูล FreeBuds รุ่นปัจจุบันทุกตัว รวมถึงรุ่นรองอย่าง HUAWEI FreeBuds 3 และ HUAWEI FreeBuds 3i หรือแม้แต่หูฟังแบบครอบตัวท็อปอย่าง HUAWEI FreeBuds Studio และแว่นอัจฉริยะที่มีระบบเสียงในตัว HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II โดยชิปจิ๋วแต่แจ๋วตัวนี้รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธได้สูงสุดถึงเวอร์ชั่น 5.2 ซึ่งใหม่กว่าหูฟังคู่แข่งหลายๆ รุ่น และยังสามารถรับสัญญาณเสียงแบบไร้สายได้โดยแยกสัญญาณระหว่างหูฟังข้างซ้ายและขวา ซึ่งจะช่วยลดอาการดีเลย์ที่หูฟังไร้สายบางค่ายต้องเจอจนเกิดเหตุปากไม่ตรงกับเสียงขณะดูวิดีโอ

มาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อได้เลยว่าหัวเว่ยเอาจริงเต็มที่กับตลาดหูฟัง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น หลากหลาย และแตกต่างจากคู่แข่งหลายค่าย แถมยังทำงานร่วมกับสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ได้ลงตัวกว่าใคร จนต้องหันมาจับตามองแบบไม่กะพริบว่าก้าวต่อไปของหัวเว่ยในวงการออดิโอจะต่อยอดความสำเร็จในระยะแรกนี้ไปไกลขนาดไหน

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNUq

from:https://www.mobileocta.com/headphones-with-a-role-that-exceeds-expectations/

HUAWEI FreeBuds Pro และ HUAWEI FreeBuds Studio วางจำหน่ายแล้ว พร้อมโปรโมชั่นเปิดตัวพิเศษ

บริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ประกาศวางจำหน่ายหูฟังไร้สายรุ่นโปรใหม่ล่าสุด HUAWEI FreeBuds Pro และหูฟังไร้สายแบบเฮดเซ็ต (ครอบหู) HUAWEI FreeBuds Studio อย่างเป็นทางการ หลังเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยหูฟังไร้สายทั้งสองรุ่น โดดเด่นทั้งในแง่ของการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม มีสีสันให้เลือกหลากหลายตามบุคลิกและสไตล์ของผู้ใช้

HUAWEI FreeBuds Pro

ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของทุกระบบปฏิบัติการได้อย่างลื่นไหล ไร้สะดุด มาพร้อมเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) ที่ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ มีไมโครโฟนช่วยดักจับเสียงรบกวนและขยายเสียงเพลงหรือปลายสายให้คมชัดยิ่งขึ้น มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ที่เก็บรายละเอียดทุกตัวโน๊ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ มอบประสบการณ์เสียงและการคุยโทรศัพท์ที่ยอดเยี่ยม ให้ผู้ใช้เสมือนอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองทุกที่ทุกเวลา

อัจฉริยะด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ 2 เครื่องได้พร้อมกัน ตอบโจทย์ multi-tasker ผู้ที่ต้องทำหลายอย่างในเวลาเดียว โดย HUAWEI FreeBuds Pro และ HUAWEI FreeBuds Studio จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ในราคา 5,499 บาท และ 9,990 บาทตามลำดับ พร้อมแนะนำโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัวสำหรับ HUAWEI FreeBuds Pro เพียงซื้อหูฟังระหว่างวันที่ 6 – 22 พฤศจิกายนนี้ รับฟรี HUAWEI SuperChargeTM Wireless Charger สินค้าสมนาคุณมีจำนวนจำกัด และสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II ทุกท่านที่ซื้อรุ่นแว่นสายตา จะได้รับ voucher ส่วนลดในการเปลี่ยนเลนส์สายตา (เลนส์ DUNA) 50% จากแว่นท็อปเจริญ

HUAWEI FreeBuds Pro หูฟังไร้สาย TWS ตัวท็อปสุดของซีรีส์ มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง Active Noise Cancellation แบบไดนามิกที่ทำงานอัตโนมัติ ผสานพลังไมโครโฟน 3 ตัว และเซ็นเซอร์จับการสั่นสะเทือนของกระดูกหู (Bone Sensor) เพื่อปรับระดับเสียงผู้ใช้ให้เหมาะสม โดยสามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 40 เดซิเบล ขณะเมื่อผู้ใช้คุยโทรศัพท์ไมโครโฟนจะทำหน้าที่ดูดเสียงผู้ใช้ให้เพิ่มระดับความคมชัดไปยังปลายสาย

และด้วยไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 11 มม. HUAWEI FreeBuds Pro จะมอบประสบการณ์เสียงที่เหนือระดับให้กับผู้ใช้ เก็บรายละเอียดได้ทุกตัวโน๊ต ให้เสียงก้องกังวาล คมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวน เช่น บนเครื่องบิน บนเรือ หรือระหว่างโดยสารรถไฟใต้ดิน

นอกจากนี้ยังเป็นหูฟัง TWS ตัวแรกของโลกที่ใช้เสารับสัญญาณคู่ (Dual Bluetooth Antenna) ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่างดีไวซ์เสถียรขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับ 2 ดีไวซ์ได้พร้อมๆ กัน ใช้งานสลับไปมาไม่มีสะดุด รองรับการสั่งงานด้วยระบบสัมผัส อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดสั่งงาน เพียงบีบที่หูฟัง 1 ครั้ง ก็สามารถสั่งเล่นหรือหยุดเพลงได้ รวมถึงใช้ในการรับและวางสายโทรศัพท์ สไลด์ขึ้น-ลงเพื่อปรับระดับเสียง บีบที่หูฟัง 2 ครั้ง เพื่อข้ามไปเพลงถัดไป บีบที่หูฟัง 3 ครั้ง เพื่อถอยหลังกลับไปเพลงก่อนหน้า และบีบหูฟังค้างไว้ เมื่อต้องการเปลี่ยนโหมด

มาพร้อมชิปเซ็ตทรงพลัง Kirin A1 ที่มีอัลกอรึทึมจัดสรรการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด ให้ใช้พลังงานน้อย สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุด 7 ชั่วโมง เมื่อปิดโหมดการตัดเสียงรบกวนและใช้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุด 30 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก มีให้เลือกถึง 3 สี จะเรียบเท่คลาสสิกด้วยสีพื้นฐานอย่าง Carbon Black และ Ceramic White หรือต้องการดูล้ำทันสมัยก็มีสีเงินเมทัลลิก Silver Frost ให้เลือกสรร

HUAWEI FreeBuds Studio หูฟังไร้สายแบบเฮดเซ็ตชิ้นแรกจากหัวเว่ย ที่นอกจากจะเตะตาด้วยดีไซน์ที่สวยงาม เรียบแต่เนี้ยบเท่แล้ว ยังมาพร้อมประสิทธิภาพในระดับที่เทียบเคียงแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำ ด้วยส่วนประกอบภายในที่จะให้เสียงคมชัดระดับ high-resolution ทั้งการวางเลย์เอาท์ของโพลีเมอร์ไดอะแฟรมแบบ 4 ชั้น ในไดรเวอร์ขนาด 40 มม. การวางไดอะแฟรมแบบนี้จะช่วยทำให้หูฟังสามารถรับความถี่เสียงได้กว้างขึ้นและไวต่อการตอบสนองมากยิ่งขึ้น โดยสามารถรับความถี่เสียงได้ตั้งแต่ 4 – 48,000 เฮิร์ตซ์ ไม่พลาดทุกตัวโน๊ต และชิปเสียงที่พรีเมียม ให้รายละเอียดเสียงที่ละมุนละไม ลื่นหู ลดความเพี้ยนของเสียงและเสียงรบกวน

HUAWEI FreeBuds Studio มาพร้อมระบบ Active Noise Cancellation ที่ทรงพลัง ตัดเสียงรบกวนได้อย่างไร้ที่ติ ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำกับทุกโมเม้นท์ รองรับการเชื่อมต่อ 2 ดีไวซ์พร้อมกัน ได้อย่างเสถียร โดยเชื่อมต่อผ่าน Dual Bluetooth Antennas มอบประสบการณ์การคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟังไร้สายที่สมบูรณ์แบบด้วยไมโครโฟนถึง 6 ตัวที่ทำงานประสานกันเพื่อคุณภาพสายสนทนา มาพร้อมแบตเตอรี่สุดอึด ให้ผู้ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสุดถึง 20 ชั่วโมง มีให้เลือก 2 สี คือ Black และ Gold ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา

โดยหูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds Pro ทุกสีจะวางจำหน่ายในราคา 5,499 บาท พร้อมโปรโมชั่นเปิดตัว สำหรับผู้ที่สั่งซื้อช่วงเปิดตัว ระหว่างวันที่ 6 – 22 พฤศจิกายน 2563 รับของสมนาคุณ HUAWEI SuperChargeTM Wireless Charger มูลค่า 1,690 บาทฟรี โดยของสนมนาคุณมีจำนวนจำกัด ขอสงวนสิทธิ์ให้กับผู้ที่ซื้อก่อน ขณะที่ HUAWEI FreeBuds Studio ทุกสีจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้เช่นกัน ในราคา 9,990 บาท

และเพิ่มเติมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II แว่นตาอัจฉริยะที่อเนกประสงค์ด้วยการเป็นหูฟังไร้สายในตัว รุ่นที่เป็นแว่นสายตา SMART KUBO และ SMART HAVANA จะได้รับ voucher ส่วนลด 50% สำหรับการเปลี่ยนเลนส์สายตา (เลนส์ DUNA) จากแว่นท็อปเจริญ 1 ใบต่อการซื้อแว่นตา 1 ชิ้น และสามารถใช้ voucher ได้ที่ร้านแว่นท็อปเจริญทุกสาขา ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ HUAWEI Experience Store, HUAWEI Online Store และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ตามลิงค์ด้านล่าง:

HUAWEI FreeBuds Pro: https://bit.ly/31yQwSZ

HUAWEI FreeBuds Studio: https://bit.ly/3kv9661

HUAWEI x GENTLE MONSTER EYEWEAR II: https://bit.ly/35xVoZN

from:https://www.mobileocta.com/huawei-freebuds-pro-and-huawei-freebuds-studio-are-available-now/

Review | รีวิว HUAWEI FreeBuds Pro หูฟังไร้สายดีไซน์พรีเมียม เสียงดี แบตอึด พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ANC

Huawei FreeBuds Pro เป็นหูฟังไร้สายรูปแบบอินเอียร์ที่มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูดูดีมีราคา และคุณภาพเสียงดีที่ดีเยี่ยมฟังได้ทุกแนวถูกใจคอเพลงแน่นอน แถมยังมีระบบกำจัดเสียงรบกวน ANC ระดับเทพอีกต่างหาก ส่วนเสียงจะดีแค่ไหน ระบบ ANC เจ๋งจริงหรือเปล่า รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ จะมีอะไรบ้าง?…วันนี้ Droidsans จะมาเล่าให้ฟังกันครับ

ดีไซน์ 

เริ่มกันที่เคสหูฟังกันก่อน เป็นวัสดุพลาสติกแข็งที่มีผิวสัมผัส Metallic แบบด้าน ให้ความรู้สึกพรีเมียม ซึ่งสีที่ Droidsans ได้มารีวิวเป็น สีเทาเงิน (Silver Frost) ส่วนสีอื่น ๆ ที่วางจำหน่ายด้วยคือ สีขาว (Ceramic White) และสีดำ (Carbon Black) 

ฝาเคสใช้แม่เหล็กในการล็อค ซึ่งมีความแน่นหนาไม่หลุดง่าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เปิดยากแต่อย่างใด ส่วนด้านในก็แน่นอนว่าจะเจอกับหูฟัง Freebuds Pro อยู่ บริเวณกล่องด้านล่างมีไฟ LED เป็นจุดเล็ก ๆ ที่จะบอกถึงสถานะแบตเตอรี่ และจะเปลื่ยนเป็นสีขาวเมื่อเข้า Pairing Mode อีกทั้งด้านล่างตรงช่อง USB-C ก็มีไฟ LED อีกดวงเพื่อเอาไว้แสดงสถานะในการชาร์จไฟตอนที่ปิดฝาเคสด้วย 

ตัวหูฟังเป็นรูปแบบ in-ear มีจุกยาง silicone ให้เลือก 3 ขนาดในกล่อง พื้นผิวหูฟังมีสัมผัสแวววาวเหมือนกระจกสวยงาม (แต่ติดลายนิ้วมือได้ง่าย) มีก้านที่ยื่นออกมาเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมทำให้การหยิบจับทำได้ง่ายเมื่อเวลาจะดึงออกจากหู นอกจากนี้ยังเป็นส่วนที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน สามารถบีบ หรือใช้นิ้วไถที่ตัวก้านหูฟังเพื่อเปลี่ยนเพลง, ปรับเสียง, รับสาย หรืออื่น ๆ ซึ่งเวลาบีบจะได้ยินเสียง”กึก” ให้รู้สึกได้ว่ากดลงไปแล้ว แต่จริง ๆ เป็นเซนเซอร์แบบ Force Touch นะครับ ไม่ใช่ปุ่มจริง ๆ

ท่อเสียงออกแบบมาไม่ได้ยาวมาก ทำให้เป็นหูฟัง in-ear ที่ไม่ได้ยัดเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็เลยรู้สึกว่าใส่สบายไม่เมื่อยหู ส่วน Silicone ก็เป็นแบบบาง ๆ นุ่ม ๆ ใส่แล้วสบายหู แถมยังซีลเสียงได้ดีไม่รั่วไหล ด้านในบอดี้หูฟังก็จะมีจุดสีดำ ๆ ซึ่งเป็นเซนเซอร์ Wear Dectection ทำให้ตัวหูฟังทำงานเฉพาะตอนที่ใส่หู และหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติทุกครั้งที่ถอดหูฟังออก

การเชื่อมต่อ 

สำหรับใครที่ใช้มือถือ HUAWEI อยู่แล้วก็ไม่ต้องห่วงเลยเพราะแค่เปิดฝา Freebuds Pro ขึ้นมา มือถือก็จะแสดงชื่อหูฟังขึ้นมาให้กด Pair ได้ทันที แต่สำหรับมือถือ Android แบรนด์อื่น ๆ จะต้องกดปุ่มที่อยู่ด้านขวาของกล่องค้างไว้เพื่อเข้าโหมด Pairing ซะก่อน หรือถ้าต้องการใช้ฟีเจอร์ในการปรับแต่งระบบ ANC ต่าง ๆ เราก็สามารถไปโหลดแอปพลิเคชัน AI life ใน Google Play Store มาใช้ได้ (อาจต้องรออัปเดตเพราะตอนนี้ในแอปดังกล่าวยังไม่มีชื่อของ HUAWEI Free Buds Pro)

คุณภาพเสียง

HUAWEI Freebuds Pro มาพร้อมกับไดรเวอร์แบบ Dynamic Driver ขนาด 11 mm. ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าหูฟัง TWS รุ่นอื่น ๆ ในตลาด แต่ต้องบอกเลยว่าเรื่องเสียงน่าประทับใจมาก เป็นเสียงที่อิ่มมีน้ำมีนวล มี imaging การแยกชิ้นดนตรี, Dynamic เยี่ยม, มี Soundstage ที่เกินความเป็นหูฟัง in-ear และยังได้รายละเอียดของเสียงที่ครบถ้วนสมบูรณ์ 

เสียงเบส (Bass)

ด้วยความที่ HUAWEI Freebuds Pro เป็นหูฟังที่ฟังสนุกได้ทุกแนวเพลง เรื่อง Bass ก็เลยถือว่าเป็นจุดเด่นของหูฟังตัวนี้เลย เนื่องจากเป็นเบสที่มี Impact ที่แน่นลึก ไม่บวม เก็บตัวไว Imaging ดี ทำให้บอกได้เลยว่าไม่ใช่เบสแบบเร่ง EQ แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเสียงกระเดื่องกลอง หรือเสียง Kick แบบสังเคราะห์ก็ขับออกมาได้ดี ฟังสนุก รายละเอียดชัดเจนไม่กลืนเสียงย่านอื่น อีกจุดที่น่าสนใจคือ Mid-Bass ที่ดีมาก เสียงจำพวก Sub-bass หรือเสียง กีต้าเบสด้านหลังทำออกมาได้ฟังสนุกและรายละเอียดดีมากอีกเช่นกัน 

เสียงกลาง (Mid)

เสียงกลางก็เป็นย่านที่ Freebuds Pro ทำออกมาได้ดีมากอีกส่วนหนึ่งเลย ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้อง เสียงเครื่องดนตรี ไปจนถึงเสียง Synthesizer ที่มีหลาย ๆ เลเยอร์ก็สามารถขับออกมาได้รายละเอียดดี มี Dynamic และ Image ที่ดีมาก เป็นเสียงกลางที่อุ่นหวานฟังสนุก แล้วก็ไม่ได้แย่งซีนคนอื่นเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเพลง Pop หรือเพลง Hip-Hop ก็ฟังได้เหมาะมาก ๆ 

เสียงสูง (Treble)

ในเรื่องของเสียงย่านสูงก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ทั้งเสียงฉาบหรือเสียง Hi-hat ต่าง ๆ ในเพลงทุกแนวก็ทำออกมาได้รายอะเอียดที่ดี สะอาด มีการแยกชิ้นเครื่องดนตรีได้ดี ไม่แหลมจนเสียดหู ช่วยซัพพอร์ตย่านอื่น ๆ ให้เสียงโดยรวมมีความรู้สึกที่อิ่ม ครบ ชัดเจน สว่างมาก ๆ 

ระบบตัดเสียงรบกวน ANC

Huawei Freebuds Pro มาพร้อมกับระบบตัดเสียงด้วยไมค์ถึง 3 ตัวด้วยกัน ทำให้ระบบ ANC ตัดเสียงจาก แอร์ พัดลม หรือเสียงแบบโทนเดียวได้ดีมาก แถมไม่รู้สึกหูอื้อเลย คือเงียบแบบเงียบจริง ๆ และในส่วนของระบบ Awareness หรือ Ambient Sound ก็ทำออกมาได้ดีเป็นธรรมชาติ รู้สึกเหมือนใส่หูฟังแบบเปิด และยังมีฟีเจอร์ Enhance Voice ซึ่งจะช่วยให้เสียงรอบ ๆ ดังขึ้น ซึ่งเหมาะมากสำหรับการใช้ฟังเพลงในออฟฟิศ เพราะจะได้ยังได้ยินเสียงเวลาเพื่อนร่วมงานเรียก (หรือกำลังแอบนินทา 🤣) หรือเปิดโหมดนี้เวลานั่งรถไฟฟ้า เพื่อที่จะได้ยินเสียงบอกสถานีนั่นเองครับ

แต่มีข้อสังเกตอยู่นิดนึงสำหรับโหมด Enhance Voice ก็คือเสียงที่ถูกส่งเข้ามาในหูฟัง จะดีเลย์กว่าเสียงจริงอยู่เล็กน้อย (น้อยแบบน้อยมาก ๆ) เพราะทดสอบด้วยการตบมือแล้ว เสียงที่ได้ยินจากตัวหูฟังจะมาช้ากว่าเสียงตบมือจริงอยู่นิดหน่อย คาดว่าไม่น่าถึง 1 วินาที

การสนทนา 

การสนทนาก็สามารถทำได้ดีเยี่ยมไม่มีปัญหาเลย ตัวหูฟังก็สามารถขับเสียงสนทนาออกมาได้ชัดถ้อยชัดคำ เสียงดังฟังชัด แถมไมค์ของ Freebuds Pro ก็ใช้พูดคุยได้ดีแบบชัดเจน แถมยังมีระบบ Anti Wind Noise ช่วยตัดเสียงลมพัดเวลาคุยโทรศัพท์อีกด้วย 

แบตเตอรี่ 

Huawei FreeBuds Pro มีแบตเตอรี่ขนาด 55 mAh ในหูฟังแต่ละข้าง และมีอีก 580mAh ในเคส โดยสามารถฟังได้ติดต่อกันสูงสุด 4 ชั่วโมง เมื่อเปิดระบบ ANC และฟังได้ถึง 7 ชั่วโมง เมื่อปิดระบบ ANC ซึ่งหากนับรวมการชาร์จกับเคสด้วย ก็จะสามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 22 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยจากการทดสอบใช้ในชีวิตประจำวันก็สามารถฟังเพลง คุยโทรศัพท์ ดูหนังต่าง ๆ ได้ราว ๆ 5-6 วัน โดยที่ไม่ต้องเสียบสายชาร์จเลยซักครั้งเดียว

การควบคุม

Huawei Free Buds Pro มีการควบคุมหูฟัง 2 แบบ เป็นการบีบที่ก้าน โดยการบีบ 1 ครั้งเพื่อเล่น/หยุดเพลง, 2 ครั้งเพื่อเปลื่ยนเพลงไปด้านหน้า, 3 ครั้งเพื่อกลับไปเพลงก่อนหน้านี้, กดค้างเพื่อเปลื่ยนโหมด ANC ส่วนการควบคุมอีกรูปแบบจะเป็นการใช้นิ้วไถที่บริเวณด้านหน้าของก้านหูฟังเพื่อ  เพิ่ม/ลดเสียง ถือว่าครบครันมาก ๆ แทบไม่ต้องเอามือถืออกมาจากกระเป๋าเลย 

สรุปภาพรวม

HUAWEI Free Buds Pro เป็นหูฟัง TWS ที่มีฟีเจอร์ครบครันเหมาะกับผู้ใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบกำจัดเสียง ANC ที่ทำงานได้อย่างดี, ระบบควบคุมที่มาแบบครบ, แบตเตอรี่อึด ไปจนถึงเรื่องสำคัญอย่างเนื้อเสียงที่ฟังสนุก สบาย โดดเด่นในทุก ๆ แนวเพลง ก็ต้องบอกเลยว่า FreeBuds Pro ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังหาหูฟัง TWS ครบเครื่อง เอาไว้ฟังในชีวิตประจำวันครับ 😁

from:https://droidsans.com/huawei-freebuds-pro-review/

เปิดตัว HUAWEI FreeBuds Pro พร้อม FreeLace Pro, FreeBuds Studio และ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II พร้อมวางจำหน่ายและพรีออเดอร์แล้ววันนี้ – 5 พ.ย. นี้

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เปิดตัวสมาร์ทดีไวซ์ใหม่ในกลุ่มหูฟังไร้สาย (True Wireless Stereo: TWS) และแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Eyewear) ที่มาพร้อมกับที่สุดแห่งประสบการณ์เสียงด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนสุดอัจฉริยะ ในดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

นำโดย HUAWEI FreeBuds Pro หูฟังรุ่นท็อปสุดในซีรีส์ FreeBuds ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Active Noise Cancellation อันเหนือระดับ พร้อมทั้ง HUAWEI FreeLace Pro หูฟังไร้สายสำหรับไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ ใช้งานต่อเนื่องนานสูงสุด 24 ชั่วโมง และ HUAWEI FreeBuds Studio ครั้งแรกกับหูฟังไร้สายแบบเฮดเซ็ตที่จะมาตอกย้ำความพรีเมียมด้วยคุณภาพเสียงที่รองรับเรนจ์เสียงได้กว้าง และการดีไซน์ที่ทันสมัย

รวมถึง HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II แว่นตาอัจฉริยะซีรีส์สองจากความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยและแบรนด์ดังสัญชาติเกาหลีใต้ GENTLE MONSTER ซึ่งสามารถคุยโทรศัพท์และฟังเพลงได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมปกป้องสายตาและสะท้อนบุคลิกผู้ใช้ได้ในคราวเดียวกัน

Huaweu Freebuds Pro

ที่สุดแห่งโลกไร้เสียงรบกวน HUAWEI FreeBuds Pro ยกระดับความเสถียรด้วย Dual Bluetooth Antennas พร้อมเชื่อมต่อ อุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหล ไร้ที่ติ

หูฟังไร้สาย TWS ตัวท็อปสุดของซีรีส์ มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง Active Noise Cancellation แบบไดนามิกอัจฉริยะ ที่ผสานพลังไมโครโฟน 3 ตัว และเซ็นเซอร์จับการสั่นสะเทือนของกระดูกหู (Bone Sensor) เพื่อปรับระดับเสียงผู้ใช้ โดยไมโครโฟนจะดูดเสียงผู้ใช้ เพื่อให้เสียงที่ส่งไปชัดเจน รวมถึงตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ ให้ปลายเสียงได้ยินชัดทุกบทสนทนา โดยสามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 40 เดซิเบล มอบสุดยอดประสบการณ์เสียงที่กังวาล คมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวน เช่น บนเครื่องบิน บนเรือ หรือระหว่างโดยสารรถไฟใต้ดิน

ขณะเดียวกันก็สามารถสลับมาใช้ “โหมดการรับรู้” (awareness) เพื่อให้ได้ยินเสียงสนทนาจากผู้คนรอบข้างเพียง “บีบ” หูฟังข้างใดข้างหนึ่ง โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกให้เสียเวลา นอกจากนี้ HUAWEI FreeBuds Pro ยังให้คุณภาพเสียงเบสกระหึ่มและทรงพลังด้วยไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 11 มม. และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น HUAWEI FreeBuds Pro ยังเป็นหูฟัง TWS ตัวแรกของโลกที่ใช้เสารับสัญญาณคู่ (Dual Bluetooth Antennas) ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่างดีไวซ์เสถียรขึ้น รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับดีไวซ์ 2 เครื่องได้พร้อมๆ กัน ใช้งานสลับไปมาไม่มีสะดุด

และด้วยชิปเซ็ต Kirin A1 ซึ่งใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ ทำให้สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุด 7 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมดตัดเสียงรบกวน และใช้ได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสสำหรับชาร์จ รองรับการชาร์จไร้สายทั้งจากตัวเครื่องชาร์จหรือจากอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชัน Reverse Charing โดยมีให้เลือกถึง 3 สี คือ Carbon Black, Ceramic White และ Silver Frost

หูฟังไร้สายสำหรับคนแอคทีฟ HUAWEI FreeLace Pro มาพร้อมแบตสุดอึด ฟังเพลงต่อเนื่องได้ถึง 24 ชั่วโมง

หูฟังไร้สายสำหรับสายสปอร์ตหรือผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ ที่มาพร้อมกับแบตใหญ่จุใจขนาด 150 mAh ที่ชาร์จเพียงหนึ่งครั้งสามารถใช้ได้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ฟังก์ชันครบ มี Active Noise Cancellation ที่ดักจับเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำด้วยไมโครโฟน 2 ตัว ให้เสียงดนตรีที่แน่นทุกจังหวะด้วยไดร์เวอร์แบบไดนามิกขนาด 14.2 มม. และไมโครโฟนอีก 3 ตัวสำหรับการสนทนาโดยเฉพาะ HUAWEI FreeLace Pro มากับสายคล้องคอที่ทำจากโลหะผสมนิกเกิลไทเทเนียมและซิลิโคนเหลว ให้ความยืดหยุ่นสูงและไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง จึงสามารถสวมใส่ในทุกกิจกรรมได้อย่างคล่องตัว น้ำหนักเบาเพียง 34 กรัม มาในดีไซน์มินิมอลเรียบเท่ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Graphite Black, Dawn White และ Spruce Green

สัมผัสประสบการณ์ดนตรีแบบพรีเมียมกับหูฟังไร้สายเฮดเซ็ตตัวแรกจากหัวเว่ย HUAWEI FreeBuds Studio

เข้าสู่โลกแห่งสุนทรียะทางดนตรีแบบพรีเมียม ด้วยเฮดเซ็ตตัวแรกจากหัวเว่ย FreeBuds Studio ที่มาพร้อมกับระบบการตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation ที่ทรงพลัง ตัดเสียงรบกวนได้อย่างไร้ที่ติ พร้อมให้ดื่มด่ำกับซาวด์ดนตรีที่คมชัด ด้วยไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 40  มม. ที่ตอบสนองเสียงความถี่ตั้งแต่ 4 – 48,000 เฮิร์ตซ์เก็บครบทุกตัวโน้ต และด้วย Dual Bluetooth Antennas จะทำให้ทุกการเชื่อมต่อรวดเร็วและเสถียร

ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อ 2 ดีไวซ์ได้พร้อมกัน เพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีแบบไม่มีสะดุด มอบประสบการณ์การคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟังไร้สายที่สมบูรณ์แบบด้วยไมโครโฟนถึง 6 ตัวที่ทำงานประสานกันเพื่อคุณภาพสายสนทนาที่เหนือชั้น กับแบตเตอรี่สุดอึด ที่ให้ผู้ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสุดถึง 20 ชั่วโมง มีให้เลือก 2 สี คือ Black และ Gold สุดพรีเมียม

ผสานแฟชั่นและเทคโนโลยีในหนึ่งเดียวกับHUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II

นับเป็นการร่วมมือครั้งที่สองแล้ว ระหว่างหัวเว่ยและ GENTLE MONSTER แบรนด์แว่นตาแฟชั่นชื่อดังจากเกาหลีใต้ รังสรรค์แว่นตาอัจฉริยะที่เป็นหูฟังในตัว HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II กลับมาพร้อมดีไซน์ใหม่ เพิ่มเติมจากครั้งก่อนที่มีเพียงแว่นกันแดด ด้วยการเพิ่มแว่นสายตาเข้ามา เพื่อทุกโอกาสการใช้งาน พัฒนาให้น้ำหนักเบาลงด้วยวัสดุพรีเมียมที่ออกแบบมาให้ลดแรงกดบนขาแว่นและแป้นจมูก สวมใส่สบาย ขาแว่นผลิตจากอะซิเตทซึ่งเป็นมิตรต่อผิวหนัง บานพับผลิตจากโลหะผสมไทเทเนียมที่คงทน ปกป้องความเป็นส่วนตัวด้วยเทคโนโลยีระบบเสียงแบบ Inverse Acoustic ลดการรั่วไหลของเสียงได้ดี

มอบประสบการณ์การฟังเพลงและคุยโทรศัพท์อย่างเป็นส่วนตัว ให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงเพลงและปลายสายอย่างชัดเจนแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดัง ควบคุมสะดวกด้วยระบบสัมผัส 3 ท่าทาง: สไลด์ แตะ หรือบีบบริเวณขาแว่น ที่สำคัญคือแว่นตาอัจฉริยะรุ่นสองนี้ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิมถึง 40% สามารถเล่นเพลงได้นานต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง และคุยโทรศัพท์ได้ถึง 3.5 ชั่วโมง รองรับการชาร์จไร้สาย โดยชาร์จเต็มในเวลาเพียง 90 นาที หรือชาร์จเพียงแค่ 15 นาทีก็สามารถเล่นเพลงได้ถึง 1 ชั่วโมง มีให้เลือกถึง 3 แบบด้วยกัน คือ SMART MYMA (แว่นกันแดด), SMART KUBO (แว่นสายตาดีไซน์กรอบเต็มเลนส์) และ SMART HAVANA (แว่นสายตา)

โดย HUAWEI FreeLace Pro และ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับ HUAWEI FreeBuds Pro และ HUAWEI FreeBuds Studio สามารถสั่งจอง (พรีออเดอร์) พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 5 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น ลูกค้าสามารถสั่งซื้อและพรีออเดอร์ผลิตภัณฑ์สมาร์ทดีไวซ์ทั้ง 4 รุ่นได้แล้วทางหัวเว่ย ออนไลน์ สโตร์, HUAWEI Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

ราคาโปรโมชั่นและการวางจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์ ราคาจำหน่าย ช่วงเวลาการจอง ของสมนาคุณสำหรับลูกค้าที่สั่งจอง วันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
HUAWEI FreeBuds Pro 5,499 บาท 27 ต.ค. 63 –5 พ.ย. 63 มูลค่า 2,180 บาทHUAWEI SuperCharge Wireless ChargerHUAWEI FreeBuds Pro Case 6 พ.ย. 63
HUAWEI FreeLace Pro 2,999 บาท 27 ต.ค. 63
HUAWEI FreeBuds Studio 9,990 บาท 27 ต.ค. 63 –5 พ.ย. 63 มูลค่า 1,990 บาทHUAWEI Mini Speaker (แบบคู่) 6 พ.ย. 63
HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II 13,990 บาท 27 ต.ค. 63

from:https://www.mobileocta.com/introducing-huawei-audio-family/

HUAWEI FreeBuds Pro หูฟัง TWS พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Dynamic ANC เปิดราคาในประเทศไทย 5,499 บาท

HUAWEI FreeBuds Pro เป็นหูฟังไร้สาย True Wireless แบบ in-ear ที่มาพร้อมฟีเจอร์เสียงครบครันด้วย Dynamic Driver ขนาด 11 มม. และฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ANC แบบ Dynamic ที่สามารถปรับระบบการกำจัดเสียงรบกวนให้เหมาะสมตามสภาพแวดล้อมด้านนอก โดยหูฟังรุ่นนี้เรียกว่าจัดมาให้ครบ ๆ เด่นทั้งการฟังเพลง และการสนทนาเลยทีเดียว

ดีไซน์เคส และตัวหูฟัง

Huawei FreeBuds Pro มาพร้อมกับดีไซน์กล่องเรียบหรูมีสไตล์ ด้วยวัสดุแบบ Metallic ขัดมันแต่ไม่เงาทำให้ไม่ติดรอยนิ้วมือเวลาใช้งาน อีกทั้งความรู้สึกในการเปิดปิดก็ดูแน่นแข็งแรงดี มีจุดสังเกตอยู่ที่ตัวแม่เหล็กบนฝาที่มีความแข็งแรงดูดแน่นมาก ๆ

ตัวหูฟังเคลือบด้วยสีแบบ Metallic ที่มีความเงางามวิ้งวับสุด ๆ ทำให้ดูหรูหราน่าใช้ โดยจะมีก้านหูฟังยาวลงมาด้านล่าง และมีพื้นผิวที่เรียบเพราะไม่มีปุ่มกดเลย แต่จะใช้การควบคุมผ่านแถบสัมผัสสำหรับลากเพื่อเพิ่ม/ลดเสียง, บีบที่ก้านเพื่อเล่น/หยุดเพลง อีกทั้งยังสามารถบีบค้างไว้เพื่อเปลื่ยนโปรไฟล์ระบบตัดเสียง ANC ได้อีกด้วย

 

ฟีเจอร์ตัดเสียงขั้นเทพ Dynamic Noise Cancelling 

ฟีเจอร์ Dynamic Noise Cancelling นับว่าน่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดของ Huawei FreeBuds Pro ก็คือเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน ANC (Active Noise Cancelling) ที่จะใช้ไมค์จำนวน 3 ตัว เพื่อช่วยตัดเสียงรบกวนในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ อย่างเช่นโหมด Cozy ที่จะตัดเสียงออกในระดับนึง หากใช้งานในที่เงียบอยู่แล้ว หรือโหมด Ultra ที่จะเพิ่มระดับการตัดเสียงให้สุด ๆ หากอยู่ในที่ที่มีเสียงรบกวนเยอะ ซึ่งทาง Huawei ก็เคลมเอาไว้ว่าสามารถกำจัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 40db เลยทีเดียว จากที่ได้ลองแล้วก็สามารถตัดเสียงรบกวนจำพวกเสียงแอร์ พัดลม ต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

นอกจากตัวหูฟังจะมีฟีเจอร์ในการตัดเสียงรบกวนที่ดีเยี่ยมแล้ว Huawei Freebuds Pro ก็ยังมาพร้อมกับฟังค์ชั่น Ambient Sound ที่เป็นโหมดให้ผู้ใช้งานสามารถได้ยินเสียงรอบข้างได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกก่อน เหมาะมากสำหรับใช้ตอนเดินข้ามถนน หรือจะเอาไว้ใช้ตอนเดินทางนั่งรถไฟฟ้าเพื่อฟังเสียงประกาศสถานี

คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม

Huawei FreeBuds Pro มาพร้อมกับ Dynamic Driver ขนาด 11 มม. ซึ่งไม่ได้ถือว่าใหญ่ผิดปกติสำหรับหูฟังประเภท TWS แต่เสียงที่ได้กลับเป็นเสียงที่อิ่มมีน้ำมีนวล ทำ Imaging และมิติได้ดีพอสมควรเลย ซึ่งจากที่ลองฟังคร่าว ๆ ก็พบว่าหูฟังรุ่นนี้สามารถขับเสียงออกมาได้ดีเยี่ยมครบถ้วนทุกย่านเสียงฟังสนุกมาก

การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และเสถียร

Huawei FreeBuds Pro มาพร้อมกับจุดเชื่อมต่อ Bluetooth จำนวน 2 จุด ต่อหูฟังหนึ่งข้าง ทำให้การเชื่อมต่อลื่นไหลไม่มีสะดุด แถมยังสามารถเชื่อมต่อกับมือถือ Huawei ด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เปิดฝา FreeBuds Pro ใกล้ ๆ มือถือ Huawei ก็สามารถเชื่อมต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องกด Pair เอง อีกทั้งตัวหูฟังยังทำงานด้วยชิป Kirin A1 ที่ช่วยให้สัญญาณมีความเสถียรไม่หลุดแถมยังประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้นอีกด้วย

ไมค์ 3 ตัว และ Bone Sensor ช่วยให้การสนทนาชัดเจนไม่มีสะดุด

Huawei FreeBuds Pro มาพร้อมกับไมค์ถึง 3 ตัวพร้อมเซ็นเซอร์จับการสั่นสะเทือนของกระดูกหู (ฺBone Sensor) เพื่อให้เสียงสนทนาดังฟังชัด พูดคุยได้แบบไม่มีสะดุดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน เช่นในที่ชุมชน บนรถโดยสาร บนรถไฟฟ้า ฯลฯ

สำหรับใครที่สนใจ Huawei FreeBuds Pro สามารถสั่งจองเพื่อเป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. – 5 พ.ย. 2563 ในราคา 5,499 บาท พร้อมรับของสมนาคุณมากมายทั้ง Huawei SuperCharge Wireless Charger และ Huawei FreeBuds Pro Case (รวมมูลค่า 2,180 บาท) หรือสำหรับใครที่ไม่อยาก Pre-order ก็สามารถรอซื้อได้ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2563 เป็นต้นไป ส่วนใครที่รอรีวิวเต็ม ๆ ก็ต้องอดใจรอกันอีกหน่อยนะครับ😁

from:https://droidsans.com/huawei-launch-new-freebuds-pro-true-wireless/

หัวเว่ยเปิดตัวชุดใหญ่ HUAWEI FreeBuds Pro, HUAWEI FreeLace Pro, HUAWEI FreeBuds Studio และ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II พร้อมจำหน่ายและพรีออเดอร์แล้ววันนี้

หัวเว่ยเปิดตัวอุปกรณ์เสริมชุดใหญ่ออกมาพร้อมกันในประเทศไทย HUAWEI FreeBuds Pro หูฟังไร้สาย พร้อม HUAWEI FreeLace Pro หูฟังคู่ใจสายแอคทีฟ HUAWEI FreeBuds Studio หูฟังเฮดเซ็ตไร้สาย และ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II แว่นตาอัจฉริยะรุ่นสอง พร้อมวางจำหน่ายและพรีออเดอร์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 5 พ.ย. นี้

หัวเว่ย ประเทศไทย เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ในกลุ่ม Audio ประกอบด้วย 3 หูฟังไร้สายเพื่อไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง HUAWEI FreeBuds Pro, HUAWEI FreeLace Pro, HUAWEI FreeBuds Studio และแว่นตาอัจฉริยะ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II ซึ่งสามารถคุยโทรศัพท์และฟังเพลงได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมปกป้องสายตาและสะท้อนบุคลิกผู้ใช้ได้ในคราวเดียวกัน

 

รบกวน HUAWEI FreeBuds Pro ยกระดับความเสถียรด้วย Dual Bluetooth Antennas พร้อมเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหล ไร้ที่ติ

หูฟังไร้สาย TWS ตัวท็อปสุดของซีรีส์ มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง Active Noise Cancellation แบบไดนามิกอัจฉริยะ ที่ผสานพลังไมโครโฟน 3 ตัว และ

เซ็นเซอร์จับการสั่นสะเทือนของกระดูกหู (Bone Sensor) เพื่อปรับระดับเสียงผู้ใช้ โดยไมโครโฟนจะดูดเสียงผู้ใช้ เพื่อให้เสียงที่ส่งไปชัดเจน รวมถึงตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ ให้ปลายเสียงได้ยินชัดทุกบทสนทนา โดยสามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 40 เดซิเบล มอบสุดยอดประสบการณ์เสียงที่กังวาล คมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวน เช่น บนเครื่องบิน บนเรือ หรือระหว่างโดยสารรถไฟใต้ดิน ขณะเดียวกันก็สามารถสลับมาใช้ “โหมดการรับรู้” (awareness) เพื่อให้ได้ยินเสียงสนทนาจากผู้คนรอบข้างเพียง “บีบ” หูฟังข้างใดข้างหนึ่ง โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกให้เสียเวลา นอกจากนี้ HUAWEI FreeBuds Pro ยังให้คุณภาพเสียงเบสกระหึ่มและทรงพลังด้วยไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 11 มม. และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น HUAWEI FreeBuds Pro ยังเป็นหูฟัง TWS ตัวแรกของโลกที่ใช้เสารับสัญญาณคู่ (Dual Bluetooth Antennas) ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่างดีไวซ์เสถียรขึ้น รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับดีไวซ์ 2 เครื่องได้พร้อมๆ กัน ใช้งานสลับไปมาไม่มีสะดุด และด้วยชิปเซ็ต Kirin A1 ซึ่งใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ ทำให้สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุด 7 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมดตัดเสียงรบกวน และใช้ได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสสำหรับชาร์จ รองรับการชาร์จไร้สายทั้งจากตัวเครื่องชาร์จหรือจากอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชัน Reverse Charing โดยมีให้เลือกถึง 3 สี คือ Carbon Black, Ceramic White และ Silver Fros

หูฟังไร้สายสำหรับคนแอคทีฟ HUAWEI FreeLace Pro มาพร้อมแบตสุดอึด ฟังเพลงต่อเนื่องได้ถึง 24 ชั่วโมง

หูฟังไร้สายสำหรับสายสปอร์ตหรือผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ ที่มาพร้อมกับแบตใหญ่จุใจขนาด 150 mAh ที่ชาร์จเพียงหนึ่งครั้งสามารถใช้ได้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ฟังก์ชันครบ มี Active Noise Cancellation ที่ดักจับเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำด้วยไมโครโฟน 2 ตัว ให้เสียงดนตรีที่แน่นทุกจังหวะด้วยไดร์เวอร์แบบไดนามิกขนาด 14.2 มม. และไมโครโฟนอีก 3 ตัวสำหรับการสนทนาโดยเฉพาะ HUAWEI FreeLace Pro มากับสายคล้องคอที่ทำจากโลหะผสมนิกเกิลไทเทเนียมและซิลิโคนเหลว ให้ความยืดหยุ่นสูงและไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง จึงสามารถสวมใส่ในทุกกิจกรรมได้อย่างคล่องตัว น้ำหนักเบาเพียง 34 กรัม มาในดีไซน์มินิมอลเรียบเท่ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Graphite Black, Dawn White และ Spruce Green

สัมผัสประสบการณ์ดนตรีแบบพรีเมียมกับหูฟังไร้สายเฮดเซ็ตตัวแรกจากหัวเว่ย HUAWEI FreeBuds Studio

เข้าสู่โลกแห่งสุนทรียะทางดนตรีแบบพรีเมียม ด้วยเฮดเซ็ตตัวแรกจากหัวเว่ย FreeBuds Studio ที่มาพร้อมกับระบบการตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation ที่ทรงพลัง ตัดเสียงรบกวนได้อย่างไร้ที่ติ พร้อมให้ดื่มด่ำกับซาวด์ดนตรีที่คมชัด ด้วยไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 40 มม. ที่ตอบสนองเสียงความถี่ตั้งแต่ 4 – 48,000 เฮิร์ตซ์เก็บครบทุกตัวโน้ต และด้วย Dual Bluetooth Antennas จะทำให้ทุกการเชื่อมต่อรวดเร็วและเสถียร ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อ 2 ดีไวซ์ได้พร้อมกัน เพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีแบบไม่มีสะดุด มอบประสบการณ์การคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟังไร้สายที่สมบูรณ์แบบด้วยไมโครโฟนถึง 6 ตัวที่ทำงานประสานกันเพื่อคุณภาพสายสนทนาที่เหนือชั้น กับแบตเตอรี่สุดอึด ที่ให้ผู้ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสุดถึง 20 ชั่วโมง มีให้เลือก 2 สี คือ Black และ Gold สุดพรีเมียม

ผสานแฟชั่นและเทคโนโลยีในหนึ่งเดียวกับ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II

นับเป็นการร่วมมือครั้งที่สองแล้ว ระหว่างหัวเว่ยและ GENTLE MONSTER แบรนด์แว่นตาแฟชั่นชื่อดังจากเกาหลีใต้ รังสรรค์แว่นตาอัจฉริยะที่เป็นหูฟังในตัว HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II กลับมาพร้อมดีไซน์ใหม่ เพิ่มเติมจากครั้งก่อนที่มีเพียงแว่นกันแดด ด้วยการเพิ่มแว่นสายตาเข้ามา เพื่อทุกโอกาสการใช้งาน พัฒนาให้น้ำหนักเบาลงด้วยวัสดุพรีเมียมที่ออกแบบมาให้ลดแรงกดบนขาแว่นและแป้นจมูก สวมใส่สบาย ขาแว่นผลิตจากอะซิเตทซึ่งเป็นมิตรต่อผิวหนัง บานพับผลิตจากโลหะผสมไทเทเนียมที่คงทน ปกป้องความเป็นส่วนตัวด้วยเทคโนโลยีระบบเสียงแบบ Inverse Acoustic ลดการรั่วไหลของเสียงได้ดี มอบประสบการณ์การฟังเพลงและคุยโทรศัพท์อย่างเป็นส่วนตัว ให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงเพลงและปลายสายอย่างชัดเจนแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดัง ควบคุมสะดวกด้วยระบบสัมผัส 3 ท่าทาง: สไลด์ แตะ หรือบีบบริเวณขาแว่น ที่สำคัญคือแว่นตาอัจฉริยะรุ่นสองนี้ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิมถึง 40% สามารถเล่นเพลงได้นานต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง และคุยโทรศัพท์ได้ถึง 3.5 ชั่วโมง รองรับการชาร์จไร้สาย โดยชาร์จเต็มในเวลาเพียง 90 นาที หรือชาร์จเพียงแค่ 15 นาทีก็สามารถเล่นเพลงได้ถึง 1 ชั่วโมง มีให้เลือกถึง 3 แบบด้วยกัน คือ SMART MYMA (แว่นกันแดด), SMART KUBO (แว่นสายตาดีไซน์กรอบเต็มเลนส์) และ SMART HAVANA (แว่นสายตา)

 

โดย HUAWEI FreeLace Pro และ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับ HUAWEI FreeBuds Pro และ HUAWEI FreeBuds Studio สามารถสั่งจอง (พรีออเดอร์) พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 5 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น ลูกค้าสามารถสั่งซื้อและพรีออเดอร์ผลิตภัณฑ์สมาร์ทดีไวซ์ทั้ง 4 รุ่นได้แล้วทางหัวเว่ย ออนไลน์ สโตร์, HUAWEI Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้



 

ราคา โปรโมชั่นและการวางจำหน่าย

ข่าว: หัวเว่ยเปิดตัวชุดใหญ่ HUAWEI FreeBuds Pro, HUAWEI FreeLace Pro, HUAWEI FreeBuds Studio และ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II พร้อมจำหน่ายและพรีออเดอร์แล้ววันนี้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/27/huawei-freebuds-studio-freelace-pro-gentle-monster-eyewear-ii-launch-for-sale.html

รีวิว HUAWEI FreeBuds Pro หูฟังไร้สายดีไซน์หรู พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ANC ใช้งานได้นานต่อเนื่อง 30 ชม.

HUAWEI FreeBuds Pro เปิดตัวครั้งแรกที่งาน HUAWEI Developer Conference 2020 เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นหูฟังไร้สาย TWS รุ่นใหม่ล่าสุดของ HUAWEI ที่มาพร้อมดีไซน์พรีเมี่ยมสุดหรู พร้อมสเปกระดับไฮเอนด์สมกับชื่อรุ่น  อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าคุณสมบัติของหูไร้สายรุ่นนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปติดตามรีวิวกันเลยครับ

HUAWEI FreeBuds Pro

สเปกเบื้องต้น HUAWEI FreeBuds Pro

  • เทคโนโลยีเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.2
  • ไดร์ฟเวอร์ : 11 มิลลิเมตร
  • ฟีเจอร์ : เทคโนโลยี Hybrid Active Noise Cancellation
  • ขนาดหูฟังของแต่ละข้าง : 26 x 29.6 x 21.7 มม.
  • ขนาดเคส : 70 x 51.3 x 24.6 มม.
  • น้ำหนัก : หูฟังหนัก 6.1 กรัม เคสชาร์จหนัก 60 กรัม
  • แบตเตอรี่ : ความจุ 55mAh หากใช้งานในโหมด ANC จะใช้งานต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง ส่วนการใช้งานปกตินาน 7 ชั่วโมง
  • USB Type-C (5 V/1.2 A/6W)
  • การชาร์จไร้สาย : Qi (2W)
  • สี: Carbon Black, Ceramic White และ Silver Frost
  • ราคา 5,499 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง

HUAWEI FreeBuds Pro
  • หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds Pro
  • เคสชาร์จ
  • สายชาร์จ USB Type-C
  • จุกซิลิโคน
  • คู่มือการรับประกัน
  • คู่มือการใช้งาน

รูปลักษณ์ดีไซน์

HUAWEI FreeBuds Pro เป็นหูฟังไร้สาย True Wireless แบบ In-Ear ด้วยดีไซน์ยอดนิยมที่คุ้นตาเป็นอย่างดี โดยรุ่นนี้มาพร้อมก้านที่สั้นลง และเป็นเหลี่ยมไม่โค้งมนเหมือนรุ่นก่อนๆ ด้วยขนาดที่เล็ก กระทัดรัด ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์

นอกจากนี้ตัวจุกซิลิโคนยังมีความนุ่มเป็นพิเศษ สามารถเปลี่ยนได้ถึง 3 ขนาดด้วยกัน เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งานขณะสวมใส่ ไม่ระคายเคือง และยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ในการตรวจสอบด้วยว่าสวมใส่ได้พอดีหรือไม่

ส่วนตัวเคสชาร์จก็มีดีไซน์สวยหรู โดยตัวเคสมีขนาด 70 x 51.3 x 24.6 มม. มิลลิเมตร น้ำหนัก 60 กรัม (รวมหูฟัง) กะทัดรัดพกพาได้สะดวก โดยมีให้เลือก 3 สีคือได้แก่ Silver Frost, Carbon Black และ Ceramic White โดยสีที่ทาง MobileOcta ได้มารีวิวคือ สีขาว Ceramic White

เมื่อเปิดตัวเคสชาร์จออกมาจะเห็นตัวหูฟังอยู่ด้านใน พร้อมกับไฟ LED แสดงสถานะการเชื่อมต่ออยู่ตรงกลาง

ด้านล่างเป็นพอร์ตแบบ USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับตัวเคส พร้อมกับไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จไฟอยู่ข้างๆ

คุณสมบัติการใช้งาน

HUAWEI Freebuds Pro

HUAWEI FreeBuds Pro มาพร้อมไดร์เวอร์ไดนามิคขนาดใหญ่พิเศษ 11 มิลลิเมตร ให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม เสียงเบสดังกระหึ่ม ด้วยการออกแบบที่เรียกว่า Dual Anti Wind-noise Design ที่ช่วยป้องกันเสียงจากแวดล้อมภายภายนอก ทำให้การสนทนาขณะอยู่กลางแจ้ง หรือแม้แต่พื้นที่ที่มีลมโกรก เป็นไปได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังเป็นหูฟังรุ่นแรกที่มีเสาสัญญาณแบบคู่ภายในแต่ละข้าง ทำให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนมีความเสถียรเป็นอย่างมาก

สำหรับไมโครโฟนนั้นติดตั้งมาให้มากถึง 3 ตัว ในแต่ละข้าง พร้อมทั้งมี Bone Sensor หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูกในหู ทำให้หูฟังมีประสิทธิภาพในการดูดเสียงพูดและตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงใช้ชิปที่รองรับ Bluetooth 5.2 ซึ่งมีค่า Latency ในการเชื่อมต่อเพียงแค่ 180ms เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation ยังถูกติดตั้งลงในไมโครโฟน HD แบบคู่ จึงทำให้สามารถลดเสียงรบกวนภายนอกได้มากถึง 40 dB มอบสุดยอดประสบการณ์เสียงที่กังวาล คมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวน เช่น บนเครื่องบิน บนเรือ หรือขณะโดยสารรถไฟใต้ดิน และยังติดตั้ง AI ที่ช่วยในการปรับเสียงรบกวนโดยอัตโนมัติ เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

HUAWEI FreeBuds Pro สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ได้ 2 เครื่องพร้อมๆ กันเนื่องจากมีเสารับสัญญาณคู่ ไม่ว่าจะเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน 2 เครื่อง หรือเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน 1 เครื่องและแท็บเล็ตอีก 1 เครื่อง ทั้งยังใช้งานสลับไปมาระหว่างอุปกรณ์ทั้งสองได้อย่างไม่มีสะดุด ทำให้เปิดเพลงจากสมาร์ตโฟน 2 เครื่องสลับกันไปมาได้ หรือรับสายจากโทรศัพท์ในขณะเล่นเกมบนแท็บเล็ตไปด้วยได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก

HUAWEI FreeBuds Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin A1 ซึ่งใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานยิ่งขึ้น สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุด 7 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมดตัดเสียงรบกวน และใช้ได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสสำหรับชาร์จ พร้อมรองรับ Wireless Charging ในทุกรูปแบบ ทั้งจากตัวเครื่องชาร์จหรือจากอุปกรณ์ที่มี Reverse Charing อย่างเช่น สมาร์ทโฟน สามารถชาร์จหูฟัง FreeBuds Pro กับสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ reverse charging ได้

ทดสอบใช้งาน

เริ่มจากเชื่อมต่อ HUAWEI FreeBuds Pro กับอุปกรณ์ ให้เปิดฝาเคส แล้วกดที่ปุ่มด้านขวาข้างเคสค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาทีเพื่อปล่อยสัญญาณบลูทูธจนไฟ LED เปลี่ยนเป็นสีขาว

อุปกรณ์ก็จะทำการเชื่อมต่อทันที (อย่าลืมเปิดสัญญาณบลูทูธที่อุปกรณ์ก่อนด้วยนะครับ) และถ้าเลิกใช้งานก็แค่ถอดหูฟังเก็บใส่ไว้ในเคสชาร์จเท่านั้น

ถ้าต้องการใช้งานอีกครั้ง ก็ไม่ต้องเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธใหม่ เพราะตัวหูฟัง HUAWEI Freebuds Pro และอุปกรณ์จะเชื่อมต่อกันอัตโนมัติเลย เพิ่มความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

การควบคุมนั้นทำได้โดยการสัมผัส, บีบ, และเลื่อนที่บริเวณก้านของหูฟัง โดยฟังก์ชั่นที่สามารถใช้งานได้คือ

  • เปิด/ปิดระบบ ANC/Awareness โดยบีบที่ก้านตามรูปค้างไว้
  • เร่ง/ลดเสียง โดยใช้นิ้วเลื่อนสไลด์บริเวณด้านข้างของก้านขึ้นลง
  • เล่น/หยุดเพลง โดยบีบที่ก้านตามรูป 1 ครั้งแล้วปล่อยนิ้ว
  • เล่นเพลงถัดไป โดยบีบที่ก้านตามรูป 2 ครั้งแล้วปล่อยนิ้ว
  • เล่นเพลงก่อนหน้า โดยบีบที่ก้านตามรูป 3 ครั้งแล้วปล่อยนิ้ว

นอกจากนี้ถ้าเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน HUAWEI ก็จะมีลูกเล่นต่างๆ ให้ใช้งานมากขึ้น โดยดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า AI Life ผ่านทาง App Gallery มาติดตั้งในเครื่องก่อน

สามารถตั้งค่าการควบคุมเสียงรบกวนได้ทั้งการตัดเสียงรบกวน และการรับรู้

โดยโหมดการตัดเสียงรบกวนสามารถเลือกได้ 4 โหมดย่อยคือ ไดนามิก, สะดวกสบาย, ทั่วไป และพิเศษ

ส่วนโหมดการรับรู้สามารถตั้งค่าเปิดปิดการปรับปรุงเสียงได้

นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเพิ่มเติมทั้งการทดสอบความพอดีของจุกหูฟัง เพื่อเลือกจุกหูฟังที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเสียงที่ดีที่สุดได้

และการตรวจจับการสวมใส่แบบอัจฉริยะได้ เมื่อเปิดใช้งานโหมดนี้จะหยุดเสียงชั่วคราวหรือสลับอุปกรณ์เล่นเสียงเมื่อถอดหูฟังออก และกลับมาเล่นอัตโนมัตเมื่อเสียบหูฟังอีกครั้ง

บทสรุป

โดยรวมแล้ว HUAWEI FreeBuds Pro ถือเป็นหูฟังไร้สาย True Wireless เรือธงรุ่นใหม่ของ HUAWEI ที่มีการปรับปรุงในเรื่องของการใช้งานทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และมีฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ทั้งระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation ผสานพลังไมโครโฟน 3 ตัว พร้อม Dual Antenna ยกระดับความเสถียร เชื่อมต่อได้ 2 อุปกรณ์ ใช้งานได้ตลอดวันไม่มีสะดุดด้วยแบตเตอรี่ยาวนาน 30 ชั่วโมง ส่วนราคาก็เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับรุ่นท็อปจากแบรนด์ต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อมากยิ่งขึ้น 

from:https://www.mobileocta.com/review-huawei-freebuds-pro/